The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สามก๊กเอกสารประกอบการเรียนภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สามก๊กม.6

สามก๊กเอกสารประกอบการเรียนภาษาไทย

Keywords: สาม,ก๊ก

˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×¹é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 117

๏ เพือ่ สอ ไสศึก ลำ้ ลึกสนธ์ิสาย
หากเหน็ แยบคาย ผดิ แยกแผกยล
ไลม ันทนั ที แตน่เี นอื่ งฉงน
ยากหย่งั ยงั ปน ไปขางสงสัย
เขา มาถา มี
๏ รอไวใ หหา เทจ็ จริงสิ่งใด
ถอ ยทาพาที ตามฐานเปน ไป
สดุ แทแ ตการณ บญั ชาคราหลงั
ควรทางอยา งไร
เครอื่ งหอม
ศัพทนา‹ รŒู ชางตดั ผม
เลห อบุ ายความรใู นพระเวท
กระแจะ การโกนผม
กลบก โกรธ
กลเวท เหตุราย
กัลปน พรานธนู
กุธ ขลาดกลัว
ขรการณ เครอื่ งจองจำสำหรบั ใสค อนกั โทษ
ขมังธนู บานเมือง
ขย้นั หนามขุ ๔ ดาน
คา ป
คามนยิ ม เลือ่ งลอื
จตุรมุข ลวดลายเปน รปู ดาวประดบั บนเพดาน
ฉนำ สวรรคชน้ั ท่ี ๔ ในฉกามาพจร
เชวง เสา ประตู
ดารกะ ช้นั เชิงท่แี ยบยล
ดสุ ิต กระชั้น ไหล
โดรณ เสา หลกั
แตม คู ปาเปล่ียว
ถั่น ทศพธิ ราชธรรม คือ ธรรม ๑๐ ประการของกษตั รยิ  ไดแก ทาน ศลี
ถมั ภ บรจิ าค อาชวะ มทั วะ ตบะ อวิโกธะ อวิหิงสา ขนั ติ อวิโรธนะ
เถือ่ น ทองฟา
ทศธรรม ผูเกิดสองครัง้ หมายถงึ พราหมณ
มกี ำลงั นอย
ทิฆัมพร ตีกลอง
ทิช
ทพุ พล
ทมุ ฆาตเภรี

118 ˹ѧÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾é×¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

โทมน โทมนสั หมายถงึ ความเสยี ใจ
ธวช, ธชุ ธวัช หมายถงึ ธง
นคราภบิ าล ผทู ำหนาทป่ี กครอง
นภศลู เครอื่ งประดบั ยอดปราสาท หรอื มณฑป หรอื ปรางค ทำเปน รปู หอก
นรศิ พระมหากษตั รยิ 
นางจรลั เสาระเบยี งทเ่ี รียงเปนแถว ระยะหา งกนั พอสมควร
นนิ าท ความกกึ กอ ง
นวิ ัทธ เปน ประจำ
บง ดู มอง
บรรจถรณ เตยี งนอน ทีน่ อน
บราลี ยอดเล็ก ๆ มสี ณั ฐานดจุ ยอดเจดยี พ ระทราย ใชเ สียบราย ๆ ไปตาม
บัญชร อกไกห ลังคาหรือเสยี บหลังบนั แถลง บนหลังคาเครือ่ งยอด
บาทบรจิ ารกิ า หนา ตาง
บานบฏั เมีย
ประทกั ษ บานหนา ตาง
ประภัสสร ฉลาด สามารถ
ประลาต สีเลื่อม ๆ พราย ๆ
ประหยัด หนี
ปวัตน ระวงั ยับยัง้
ปจจามิตร ความเปน ไป
ปพ พาชนยี กรรม ขาศกึ
พระราชกรรมกรณบท เนรเทศ การขบั ไลออกจากหมคู ณะ
พระราชธูร พระราชอาญาตามกฎหมาย
พไิ รพรรณน พระราชกิจของพระมหากษตั ริย
พสิ ัย พูดอยา งละเอยี ด
ไพฑุรย พวก
ภนิ ท ไพฑรู ย หมายถงึ อญั มณชี นดิ หนง่ึ ในนพรตั น เปน พลอยสเี หลอื งแกมเขยี ว
ภุชงค ความพินาศ การทำลาย
เภรี นาค
มนทิร กลอง
มลัก เรือนหลวง
มหสุ สวะ เหน็
มญั จ การเลนรน่ื เรงิ มหรสพ
มารตุ เตยี งนอน ท่ีนอน
มติ รพนั ธ ลม
มุลารัมภ ความผูกพนั ฉนั เพื่อน
เร่ิมตน

˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 119

ยรรยง งามสงา กลา หาญ
เยง กลัว เกรง
รณ รบ
รอย แตก บ่ิน
ระกะ เกลอื่ น
ราชมลั ผูมีหนาท่ที ำโทษคน
ราชวัต หนาทีแ่ ละความประพฤติของพระมหากษัตริย
ราชวลั ลภ ทหารคนสนทิ ของพระมหากษัตริย
ราชสมภาร พระมหากษตั รยิ 
ริปู ขา ศกึ ปรปก ษ
ลว งวาท พูดลวงเกิน
ลำยอง สวย งาม
วจนตั ถ เนอื้ ความของคำพดู
วโรฬาร กวา งใหญไ พศาล
วิย ประหนึ่ง ราวกับ
วริ ุธ ผดิ
วฒุ เิ สวกากร บรรดาขาราชการ
สร เสยี ง
สนั ทน รวมกนั พูดจาหารอื
สปั ดพธิ นิติคติ หลักธรรมทง้ั ๗ ขอ คอื อปริหานยิ ธรรม
สิเนรุ เขาพระสเุ มรุ
สริ ศีรษะ
สหี นาท ตวาดเสยี งดังราวกับเสียงราชสหี 
สขุ าภิมณั ฑม หาคาร อาคารใหญต กแตง อยางดยี ง่ิ เพื่อความสุข
สนุ ิวาสน พระที่นงั่
เสาวน ไดฟง
หางหงส เคร่ืองประดับทำเปนรูปคลายหางหงส ติดอยูปลายจันทัน หนาจ่ัว
อดศิ รู ของโบสถแ ละพระท่ีนัง่ ตามแบบสถาปต ยกรรมไทย
อปริหานยิ ธรรม ผเู ปน ใหญ
อภิไธย ธรรมอันไมเปนที่ตั้งแหงความเสื่อม ธรรมที่ทำใหไมเสื่อม เปนไป
อัพภันตร เพื่อความเจริญฝายเดยี ว
อำพน ชื่อ
อปุ ายะ ทามกลาง
อุระขอ น งดงาม
อบุ าย
ทุบอก ตีอก

120 ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×¹é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

ประวตั ผิ แูŒ ต‹ง

ชิต บุรทัต เกิดเม่ือวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา เจาอยูห ัว เปนบตุ รของนายชแู ละนางปริก ไดศ ึกษาเลาเรยี นช้นั ประถมท่ีโรงเรียน
วัดราชบพิธ เน่ืองจากบิดาเปนครูสอนภาษาบาลีอยูที่วัดน้ัน และยายไปเรียนช้ันมัธยมท่ีโรงเรียน
วดั สุทศั นเทพวราราม จนจบชน้ั มัธยมบรบิ ูรณ

เมอ่ื อายไุ ด ๑๕ ป บดิ าใหบ วชเปน สามเณร ณ วดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม พระเจา วรวงศเ ธอ
กรมหลวงชินวรสริ วิ ฒั น สมเด็จพระสังฆราชทรงเปน พระอุปชฌาย

ชิต บรุ ทตั มีอุปนิสยั รกั การเรียน มปี ฏภิ าณและไหวพริบดี ชำนาญในภาษาไทย ภาษาบาลี
และฝก ฝนภาษาองั กฤษดว ยตนเองจนอยใู นระดับใชการได

เมื่อลาสิกขามาไดระยะหนึ่งก็กลับไปบวชเปนสามเณรอีกคร้ัง ขณะนั้นอายุได ๑๘ ป
โดยบวชท่ีวัดบวรนิเวศวิหาร เปนลูกศิษยของพระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ในเวลานเ้ี องทช่ี ติ บรุ ทตั ไดเ รม่ิ การประพนั ธโ ดยใชน ามปากกาวา “เอกชน” ดว ยฝม อื ในเชงิ กวที ด่ี เี ลศิ
ไหวพริบปฏิภาณท่ียอดเยี่ยม และการใชสำนวนโวหารท่ีไพเราะ ทำใหมีชื่อเสียงรุงโรจนขึ้นอยาง
รวดเร็ว เห็นไดจากเม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๔ สามเณรชิต บุรทัต ไดรับอาราธนาจากองคนายกสภา
หอพระสมุดวชิรญาณใหเขารวมแตงฉันทสมโภชพระมหาเศวตฉัตรในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล
รัชกาลที่ ๖ รว มกับกวที ีม่ ีชอ่ื เสยี งทานอ่ืน

เม่ือลาสิกขาแลว ไดทำงานดา นการประพนั ธอยา งตอ เน่ือง ใน พ.ศ. ๒๔๕๘ สงบทประพันธ
กาพยป ลกุ ใจลงในหนงั สอื พมิ พส มดุ สาร พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู วั ไดท อดพระเนตร
ตน ฉบบั กพ็ อพระทยั มาก จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหเจาหนาที่ขอถา ยภาพเจาของบทกาพย
ปลกุ ใจลงพมิ พป ระกอบดว ย และดว ยสาเหตทุ ช่ี ติ เปน ทพ่ี อพระทยั เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๙ จงึ ไดร บั
พระราชทานนามสกุลใหมว า “บรุ ทัต” และสมรสกบั นางจนั่ แตไ มมบี ตุ ร

ในการแตง คำประพนั ธ ชติ บุรทตั ใชน ามปากกาวา “เจาเงาะ” “เอกชน” “แมวคราว” มี
ผลงานลงในนิตยสารตา ง ๆ และสุดทา ยทำงานประจำทีส่ ำนกั พมิ พเอกชน

ชิต บุรทัต ถึงแกกรรมเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ ดวยโรคลำไสพิการ
ณ บานถนนวสิ ุทธกิ ษตั รยิ  อายุได ๔๙ ป

สาระนา‹ รูŒ

หลกั ธรรมสำคญั ของสามคั คีเภทคำฉนั ท

สะทอ นใหเ หน็ ถงึ การแตกความสามคั คกี นั ระหวา งเหลา กษตั รยิ ล จิ ฉวี เปน สาเหตนุ ำไปสกู าร
เสียแควน วชั ชีแกพ ระเจาอชาตศตั รู ผูครองแควนมคธ ท้ังทแ่ี ตเดมิ นัน้ กษตั ริยล จิ ฉวีทกุ พระองค
ลวนต้ังม่ันอยูในธรรมที่เรียกวา “อปริหานิยธรรม” คือ ธรรมอันเปนไปเพ่ือเหตุแหงความเจริญ
ฝายเดยี ว ผปู ฏบิ ตั จิ ะไมเปนไปในทางเส่ือม ไดแ ก

˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 121

๑. เมอื่ มรี าชกจิ ใด ก็ประชมุ ปรกึ ษากันในราชกิจน้นั ไมเบื่อหนา ยในการประชมุ
๒. เมือ่ มปี ระชุมก็ประชมุ พรอ มเพรียงกนั และรว มกนั ประกอบกจิ อันควรกระทำอยูเสมอ
๓. ถือมน่ั ในจารตี ประเพณีทด่ี งี าม ประพฤตติ ามโดยไมดดั แปลง
๔. มคี วามเคารพยำเกรงผูท ีอ่ ยใู นฐานะเปนผูใหญ และเชอ่ื ฟงคำส่ังสอนของทา นผนู ัน้
๕. ไมประทษุ รายขม เหงบตุ รและภรรยาของกันและกนั ดว ยประการใด ๆ
๖. ไมล บหลดู หู มน่ิ ตอ เจดยี สถานหรอื สถานทศี่ กั ดส์ิ ทิ ธิ์ และกระทำการสกั การะตามประเพณี
๗. อำนวยความคมุ ครองแกพระอรหันตท่พี ำนกั อยใู นแควน วชั ชีใหเปน สขุ และปลอดภยั

แนวทางในการวิจารณว รรณคดีและวรรณกรรม

เนื้อเรื่อง

ชิต บุรทัต เปดเรื่องดวยบทไหวครูตามธรรมเนียมของการแตงฉันท และดำเนินเนื้อเรื่อง
ตามลำดับเหตุการณ กลาวถึงพระเจาอชาตศัตรูมีพระราชประสงคจะยึดครองแควนวัชชี แต
ทรงเกรงกลวั พลงั แหง ความสามคั คขี องเหลา กษตั รยิ ล จิ ฉวี จงึ ดำเนนิ อบุ ายใหว สั สการพราหมณเ ขา ไป
บอนทำลายความสามัคคีจนสำเร็จ และกลาวถึงพระเจาอชาตศัตรูจัดระเบียบปกครองแควนวัชชี
และยกทัพกลบั เนอ้ื เรอ่ื งคลี่คลายในตอนจบดวยการสรุปสาเหตขุ องปญ หา

ตัวละคร

สามัคคีเภทคำฉันทม ีตวั ละครสำคญั ดังน้ี
๑. พระเจŒาอชาตศัตรู ทรงเปนพระมหากษัตริยท่ีทรงต้ังพระทัยแนวแนวาจะตองยึดครอง
แควนวัชชีใหได โดยทรงใชพระวิจารณญาณตรึกตรองสถานการณ ไมไดทรงวูวามหรือประมาท
เพราะทรงเห็นวาหากใชกำลังทหารเขาโจมตี คงจะตองสูญเสียทหารมากมายและประชาชนอาจ
ไดรับความเดือดรอน เน่ืองจากกษัตริยแควนวัชชีมีอปริหานิยธรรมในการปกครองบานเมือง
พระองคจึงดำเนินกุศโลบายใหวัสสการพราหมณไปทำลายความสามัคคีของเหลากษัตริยลิจฉวี
กอนแลว จงึ ยกทพั ไป
๒. วัสสการพราหมณ เปนมหาอํามาตยและท่ีปรึกษาราชการของพระเจาอชาตศัตรู
มีสติปญญาและฉลาดรอบรูคัมภีรพระเวทและศิลปศาสตรทั้งมวล ทุมเทชีวิตจิตใจดวยการยอม
ถกู โบย ถกู โกนผม และถกู เนรเทศพลัดพรากจากบุตรภรรยา และมคี วามอดทนในการอาศัยอยู
ในแควนวัชชีเปนเวลาสามป เพื่อใหอุบายดําเนินไปอยางแนบเนียน นับวาวัสสการพราหมณเปน
บคุ คลทมี่ คี วามรอบคอบ รูจักรอโอกาสท่ีเหมาะสมอยา งมีสติ ทําใหง านประสบความสาํ เร็จ
๓. กษัตริยลิจฉวี เปนกษัตริยปกครองแควนวัชชี ปกครองแควนดวยหลักธรรมาธิปไตย
ทีเ่ รียกวา วชั ชีอปรหิ านิยธรรม ทำใหบานเมืองมงั่ ค่งั และมั่นคง ขอเสยี ของเหลากษัตริยล จิ ฉวคี อื
ขาดการพิจารณาไตรตรองอยางรอบคอบ ทำใหห ลงเชื่อเลห กลของวัสสการพราหมณอ ยางงายดาย

122 ˹ѧÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×¹é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

ศลิ ปะการประพันธ

๑. การใชถŒ Œอยคำ
๑.๑ การใชŒคำบาลี–สันสกฤต มีการใชคำบาลี–สันสกฤตเปนจำนวนมาก เชน อริริปู
พิมาน รมย ทิฆัมพร นภาลัย นคราภิบาล ทยาลุ อภโิ พธิสมภาร
๑.๒ การใชŒคำศัพทยาก มีการใชคำโบราณซ่ึงตองคนควาหาความหมาย เชน ทลิท
หมายความวา ยากจน อะดัก หมายความวา ลำบาก รอนใจ
๑.๓ การเล‹นสมั ผสั นอกสัมผสั ใน ซึง่ ในสมั ผัสในมที ้ังสัมผัสสระและสัมผัสพยญั ชนะ
สัมผัสสระภายในวรรค เชน
“จำจกั หักดวยปญญา รอกอนผอ นหา
อบุ ายทำลายมูลความ”
สัมผสั พยัญชนะภายในวรรค เชน
“ผกู ไมตรีจิต เชิงชิดชอบเชื่อง
กับหมูชาวเมอื ง ฉนั ทอ ัชฌาสยั
เลา เรอื่ งเคอื งขุน วาŒ วุน วายใจ
จำเปนมาใน ดาŒ วตางแดนตน”
๑.๔ การเล‹นสัมผัสเสียงคำพยัญชนะตŒน เปนการซ้ำคำพยัญชนะตนซ่ึงเปนคำที่มี
เสียงเดยี วกัน เชน ลวดลายระบายระบุกระหนาบ กระแหนะภาพกระหนกพนั
๒. การใชŒสำนวนโวหารอปุ มา ทำใหผ อู า นเหน็ ภาพพจนไ ดอยางชัดเจน เชน
“บราลพี ลิ าสศภุ จรญู นภศลู ประภัสสร
หางหงสผจงพิจิตรงอน ดุจกวักนภาลัย”
๓. การใชŒคำประพนั ธท ่ีสมั พนั ธก ับอารมณและความรูสŒ ึกเหมาะสมกบั เนื้อหา เชน
ใช อิทิสงั ฉันท เพ่อื ถายทอดอารมณโ กรธหรือโมโหของตวั ละคร
“ผันพระกายกระทืบพระบาทและอึง
พระศพั ทสีหนาทพึง สยองภยั
เอออุเหมน ะมึงชิชา งกระไร
ททุ าสสถุลฉะนี้ไฉน กม็ าเปน”
ใช อนิ ทรวเิ ชียรฉนั ท เพ่อื ถา ยทอดอารมณเ ศรา สงสารตวั ละคร
“บงเน้อื ก็เนอื้ เตน พศิ เสนสรรี ร วั
ทั่วรางและทงั้ ตัว กร็ ะริกกระริวไหว
แลหลังละลามโล หติ โอเลอะหลง่ั ไป
เพงผาดอนาถใจ ระกะรอยเพราะรอยหวาย”

˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹é× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 123

ขŒอคดิ คตคิ ำสอน และความจรรโลงใจ

๑. มนุษยควรมีจิตใจแนวแนตั้งม่ันอยูในความดี มีความสมัครสมานสามัคคี เพราะ
ถาขาดความสามคั คีแลว ยอมกอใหเ กดิ ความวนุ วายหรอื ความพินาศในทส่ี ุด

๒. การคบคนหรือการตัดสินวาผูใดเปนคนดีหรือคนเลว ควรคิดพิจารณาอยางรอบคอบ
ไมค วรเชอื่ ในคำพดู หรอื ไวเ น้อื เช่ือใจผูอน่ื มากเกนิ ไป เพราะอาจนำผลรา ยมาสูต นและหมูคณะ

การเชอ่ื มโยงกบั ชีวติ ประจำวัน

สมาชกิ หรอื หมคู ณะในสงั คมใดทมี่ คี วามพรอ มเพรยี งไมห วาดระแวงกนั และกนั หมคู ณะนนั้
ยอมประสบแตความสุขความเจริญ ยากที่ใครจะเอาชนะได ดังน้ัน สมควรที่ผูคนที่รวมตัวเปน
สมาคมหรอื หมคู ณะทกุ กลมุ ตอ งใสใ จคำนงึ ถงึ ความสามคั คเี ปน หลกั ทแ่ี ตกแยกไมม คี วามสามคั คี
กต็ องเสริมสรา งใหบังเกิดมี ที่ปรองดองเปน อนั หน่งึ อนั เดียวกนั กร็ กั ษาใหคงไวเปนแบบอยางและ
สง เสริมใหมีมากยิ่งขึ้น

สรุป

สามัคคีเภทคำฉันท มีเน้ือหากลาวถึงความสามัคคีของเหลากษัตริยลิจฉวีท่ีถูกวัสสการ-
พราหมณยุยงจนทำใหแตกความสามัคคีและตองเสียบานเมือง โดยมีจุดเดนที่ความไพเราะของ
ฉนั ท ซงึ่ เลือกใชฉนั ทถ งึ ๑๘ ชนิด และกาพย ๒ ชนิด ไดอ ยา งสอดคลองกับเนอื้ ความ

124 ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

กจิ กรรมบูรณาการ

กจิ กรรมเสนอแนะ

๑. เลอื กเขียนเรียงความ ๑ หวั ขอทีเ่ กี่ยวกับเรือ่ งความสามัคคี ดงั นี้
P ประเทศชาตจิ ะกา วไกล หากคนไทยรรู ักสามคั คี
P สมานฉันทกลมเกลียว เปน หน่ึงเดยี วไทยท้ังผอง
P จะภาคไหนถ่ินใด รวมเปน แดนไทยหนึง่ เดยี ว

๒. รว มกนั จดั ปา ยนเิ ทศอธบิ ายลกั ษณะคำประพนั ธใ นเรอ่ื ง สามคั คเี ภทคำฉนั ท พรอ มตวั อยา ง
แผนผงั ของคำประพนั ธแตละชนดิ

โครงงาน

นกั เรยี นเลอื กทำโครงงานตอ ไปน้ี ๑ หัวขอ หรอื อาจทำโครงงานอนื่ ตามความสนใจ โดยให
เกย่ี วของกบั เนื้อหาท่เี รยี น

๑. โครงงานคน ควา ขอ มลู เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั การแตกความสามคั คที สี่ ง ผลใหเ กดิ ความเสยี หาย
จากขา วสารหรอื ประสบการณ

๒. โครงงานคนควาขอมูลเร่ืองราวเก่ียวกับความรวมมือรวมใจหรือความสามัคคีท่ีสงผล
ใหเ กดิ ความสำเรจ็ จากขาวสารหรอื ประสบการณ

๓. โครงงานเขียนนิทานที่มีขอคิดเก่ียวกับความสามัคคีหรือการแตกความสามัคคีและ
วาดภาพประกอบ

การประยุกต ใช ในชีวิตประจําวัน

นักเรียนคิดวาเหตุใดสมาชิกหรือหมูคณะในสังคมใดที่มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน จึง
ประสบแตความสุขความเจรญิ

˹§Ñ Ê×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×¹é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 125

คําถามทบทวน

๑. ชิต บุรทัต เปนกวสี ำคญั ในสมัยใด บอกประวตั ิพอสังเขป
๒. สามัคคีเภทคำฉนั ท แตง ดว ยคำประพนั ธป ระเภทใดบา ง และมที ัง้ หมดก่ีชนิด
๓. วสั สการพราหมณเ ปน บคุ คลที่มคี วามสามารถในดา นใดเดนชัดท่ีสุด
๔. นักเรียนคิดวาพระเจาอชาตศัตรูทำถูกหรือไมท่ีคิดยกทัพไปรุกรานเหลากษัตริยแหง
แควนวัชชี
๕. หากนักเรียนเปนวัสสการพราหมณ นักเรียนจะเสนอคำแนะนำอยางไรในเรื่องการ
ยกทัพไปรุกรานเหลา กษัตริยแหง แควน วชั ชี
๖. วสั สการพราหมณเสนอกลอุบายอะไรตอ พระเจาอชาตศตั รู จงอธบิ าย
๗. เหตุใดวสั สการพราหมณจงึ ตองเทย่ี วผกู ไมตรกี บั บรรดาชาวกรุงเวสาลี
๘. เหลากษตั ริยลิจฉวีทรงยึดมนั่ ในหลักธรรมอะไร พรอ มอธบิ ายหลกั ธรรมดังกลาว
๙. เหตุใดเหลากษัตริยแหงกรุงเวสาลีท่ีกอนเคยสามัคคีรักใครปรองดองกันจึงไดแตก
ความสามัคคกี นั
๑๐. นักเรียนคิดวาหากทั้งสองฝาย คือ กรุงราชคฤหของพระเจาอชาตศัตรูกับกรุงเวสาลี
ของเหลา กษตั ริยล ิจฉวที ำศกึ สรู บดว ยกำลงั ความสามารถ ฝา ยใดจะเปน ผูชนะ เพราะเหตใุ ด

๔หน่วยการเรียนรู้ที่ สามก๊ก ตอน กวน

พงศาวดารจนี แต่งเป็ นความเรียงร้อยแก้วแบบ
สงคราม ได้รับการยกย่องจากวรรณคดสี โมสร ให้เป็ น “ยอดแ

นอูไปรับราชการกบั โจโฉ

บบรรยายโวหาร มเี นื้อหาเกยี่ วกบั การปกครอง กลอบุ าย การทา
แห่งความเรียงประเภทนทิ าน”

๑ ความเป็ นมา

• หนงั สือสามก๊ก แต่งข้ึนในสมยั ราชว
(พ.ศ. ๑๙๑๑ - ๒๑๘๖) โดยชาวจีนช่ือ
ตง แต่งข้ึนโดยมีจุดประสงคเ์ พื่อใหเ้ ป
เน้ือหาบางส่วนมีความเกี่ยวขอ้ งกบั ก
และตาราพชิ ยั สงคราม

• พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬา
มหาราชโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จา้ พระยาพร
(หน) เป็นผอู้ านวยการแปลสามก๊กเป
ภาษาไทย โดยมีผชู้ านาญในทางภาษ
เรียงแต่งใหเ้ ป็นภาษาไทยท่ีมีสานวน
สละสลวยและเหมาะสม

วงศไ์ ตเ้ หมง็
อ ล่อกวน
ป็ นนิยาย
การเมือง

าโลก
ระคลงั
ป็ น
ษาไทยเรียบ
นโวหาร

๒ ประวตั ิผู้แต่ง

• เจา้ พระยาพ
สุรินทร์ชยั

• รับราชการ
เมืองอุทยั ธ

• ในสมยั รัช
การสงครา
และเจา้ พร

• นอกจากจะ
ในการแต่ง

• ไม่วา่ จะเป็
ในรัชสมยั
มหาราช เม

พระคลงั (หน) เป็นบุตรเจา้ พระยาบดินทร์
ย (บุญมี) กบั ท่านผหู้ ญิงเจริญ

ร มีบรรดาศกั ด์ิเป็น หลวงสรวิชิต นายด่าน
ธานี

ชกาลที่ ๑ ไดต้ ามเสดจ็ พระราชดาเนินไปใน
ามตลอด จึงไดเ้ ลื่อนเป็นพระยาพพิ ฒั น์โกษา
ระยาพระคลงั

ะเป็นนกั รบท่ีกลา้ หาญแลว้ ยงั มีความสามารถ
งคาประพนั ธ์ไดด้ ีเยยี่ มทุกประเภท

ปนร้อยแกว้ หรือร้อยกรอง ถึงแก่อสญั กรรม
ยพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก
มื่อ พ.ศ. ๒๓๔๘

๓ ลกั ษณะคาประพนั ธ์

สามก๊ก

ลกั ษณะคาประพนั ธ์ประเภทความเรียงร้อย
ภาษาจีนมาเป็นภาษาไทย แลว้ เรียบเรียงให
กะทดั รัด ไม่มีศพั ทย์ าก ภาษาไม่ซบั ซอ้ น
เด่นชดั มีบทอุปมาอุปไมยท่ีลึกซ้ึงคมคาย

ยแกว้ แปลจาก
หม่ใชป้ ระโยค
การพรรณนา

๔ เรื่องย่อ

• เมืองจีนสมยั พ.ศ
ราชวงศฮ์ น่ั อ่อนแ

• ตงั๋ โตะ๊ ผสู้ าเร็จรา
ออ้ งอุน้ จึงออกอ

• ทาใหเ้ กิดสงคราม

• ต้งั ราชวงศใ์ หม่ข
อาณาจกั รเดียวกน

วยุ ก๊ก จ๊ก

โจโฉต้งั ตวั เป็นกษตั ริย์ เล่าปี่ ต้งั ตวั

.ศ. ๗๑๑ เป็นตน้ มา พระเจา้ เห้ียนเต้ กษตั ริย์
แอ

าชการกงั ฉินไดบ้ ีบบงั คบั พระเจา้ เห้ียนเต้
อุบายฆ่าตง๋ั โต๊ะ

มชิงอานาจเป็นใหญ่ ในที่สุดกแ็ ตกเป็นสามก๊ก

ข้ึน คือ ราชวงศจ์ ิ้น แผน่ ดินจีนจึงไดร้ วมเป็น
นั ใน พ.ศ. ๘๒๓

กก๊ก ง่อก๊ก

วเป็นกษตั ริย์ ซุนกวนต้งั ตวั เป็นกษตั ริย์

๔ เรื่องย่อ (ต่อ)

• โจโฉตีเมืองเสียวพ่าย และเมืองชีจ๋ิวซ
กาจดั เล่าป่ี โดยเขา้ ยดึ เมืองชีจิ๋วของเล
เมืองกิจิ๋ว อว้ นเส้ียวใหค้ วามช่วยเหลื

• ต่อมาโจโฉตีเมืองแหฝ้ ือของกวนอู โ
ลอ้ มจบั ตวั กวนอู โจโฉอยากไดก้ วนอ
จึงใหเ้ ตียวเล้ียวซ่ึงกวนอูเคยช่วยชีวิต
จานนแต่ขอสญั ญาสามขอ้
o ขอเป็นขา้ รับใชพ้ ระเจา้ เห้ียนเต
o ขออยดู่ ูแลพส่ี ะใภท้ ้งั สองคนแล
o หากทราบวา่ เล่าปี่ อยทู่ ่ีใดตนจะไ

ซ่ึงเป็นหวั เมืองของจ๊กก๊กไดแ้ ลว้ และ
ล่าปี่ ได้ เล่าปี่ ตอ้ งล้ีภยั ไปหาอว้ นเส้ียวท่ี
ลอ
โดยล่อให้กวนอูออกมานอกเมืองแลว้
อูไวเ้ ป็นทหารดว้ ยช่ืนชอบในฝี มือกวนอู
ตไวเ้ ป็นผเู้ ขา้ ไปเกล้ียกล่อม กวนอูยอม

ต้
ละขอเบ้ียหวดั ของเล่าปี่ ใหพ้ ีส่ ะใภท้ ้งั สอง
ไปหาแมว้ า่ จะไม่ไดร้ าลาโจโฉก่อนกต็ าม

๔ เรื่องย่อ (ต่อ)

• โจโฉพากวนอูไปถวายตวั เป็นทหารพ
พ่ีสะใภท้ ้งั สองคนอยา่ งสุขสบาย รว
กวนอูกม็ ิไดม้ ีน้าใจตอบโจโฉ

• แต่เม่ือโจโฉมอบมา้ เซ็กเธาวใ์ หแ้ ก่กว
ซ่ึงกวนอูบอกความในใจวา่ มา้ เซ็กเธา
ไดไ้ กล หากรู้วา่ เล่าปี่ อยทู่ ี่ใดจะสามา
คิดนอ้ ยใจ

• เตียวเล้ียวรับอาสาลองความคิดกวนอ
กวนอูเป็นคนกตญั ญูคงจะไม่ไปจากโ

• โจโฉจึงไม่ให้กวนอูอาสารบ ดว้ ยเกร
แลว้ กจ็ ะหนีไปหาเล่าป่ี

พระเจา้ เห้ียนเต้ และเล้ียงดูกวนอูกบั
วมท้งั ใหท้ รัพยส์ ินหรือสิ่งของมีค่าแก่

วนอู กวนอูกลบั มีความยนิ ดีเป็นอยา่ งยง่ิ
าวเ์ ป็นมา้ ที่มีกาลงั แรงสามารถเดินทาง
ารถไปหาไดโ้ ดยเร็ว โจโฉไดฟ้ ังดงั น้นั ก็

อู และไดร้ ู้วา่ กวนอูยงั คงซ่ือสัตยต์ ่อเล่าป่ี
โจโฉจนกวา่ จะไดต้ อบแทนบุญคุณ
รงวา่ เม่ือกวนอูทาความชอบแทนคุณตน

๔ เรื่องย่อ (ต่อ)

• ในสญั ญาขอ้ สุดทา้ ยแสดงใหเ้ ห็นวา่ กว
กตญั ญูมาก หากโจโฉเล้ียงดูอยา่ งดีก็อา
โจโฉจึงยอมรับเง่ือนไขของกวนอู
o “ตวั เราเกิดมาเป็นชายรักษาสัตยม์
มาตรวา่ เล่าป่ี จะถึงแก่ความตาย
ตามความท่ีไดส้ าบานไว”้ กวนอ
ปี่ เคยมีบุญคุณก่อน และไดส้ าบา

• กวนอูเป็นตวั ละครเพยี งตวั เดียวในเร่ือง
กลายเป็นเทพเจา้ ท่ีชาวจีนนบั ถือในนาม
ความซื่อสตั ย”์

วนอูน้นั เป็นคน
าจผกู ใจกวนอูได้

มิใหเ้ สียวาจา ถึง
เรากจ็ ะตายไป
อูกล่าววา่ ดว้ ยเล่า
านเป็นพ่ีนอ้ งกนั
งสามก๊กที่ภายหลงั
ม “เทพเจา้ แห่ง

๔ เร่ืองย่อ (ต่อ)

สรรพสาระ

• วุยก๊ก เป็นก๊กที่ยง่ิ ใหญ่และมีอานาจม
ของประเทศจีน ปกครองโดยโจโฉ ถ
ซ่ึงถูกโค่นลม้ ต่อมาไดส้ ถาปนาราช
แบ่งเป็นก๊กต่างๆ เขา้ มาไวด้ ว้ ยกนั

• จ๊กก๊ก ปกครองโดยพระเจา้ เล่าปี่ เช้ือ
ทางภาคตะวนั ตกของประเทศจีน บร
พระเจา้ เล่าป่ี และพระเจา้ เล่าเส้ียน จ๊ก
เน่ืองมาจากการปกครองแผน่ ดินที่ลม้

• ง่อก๊ก ครอบครองพ้นื ที่ทางดา้ นตะว
ของแม่น้าฉางเจียง หรือพ้ืนท่ีรอบๆ
สุดทา้ ยในบรรดาอาณาจกั รสามก๊กล

มากท่ีสุด ครอบครองพ้ืนท่ีทางตอนเหนือ
ถูกสถาปนาเป็นจกั รพรรดิแห่งราชวงศว์ ุย
ชวงศจ์ ิ้นข้ึนแทนและรวบรวมแผน่ ดินที่

อพระวงศแ์ ห่งราชวงศฮ์ นั่ ครอบครองพ้นื ท่ี
ริเวณมณฑลเสฉวนปกครองอาณาจกั รโดย
กก๊กล่มสลายลงดว้ ยกองทพั ของวยุ ก๊ก
มเหลวของพระเจา้ เล่าเส้ียน
วนั ออกของประเทศจีน ทางบริเวณตอนใต้
เมืองนานกิงในปัจจุบนั เป็นอาณาจกั ร
ล่มสลายโดยกองทพั ของสุมาเอ๋ียน

๕ บทวเิ คราะห์

๑. คุณค่าด้านเนื้อหา

รูปแบบ

• เป็นยอดวรรณคดีความเรียงป
• วรรณคดีร้อยแกว้ แปลจากภา
• เรียบเรียงใหม่ดว้ ยถอ้ ยคาที่สล
• มีสานวนโวหารเปรียบเทียบล

ประเภทนิทาน
าษาจีนมาเป็ นภาษาไทย
ละสลวย
ลึกซ้ึงคมคายและมีคติธรรม

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๑. คุณค่าด้านเนื้อหา

องค์ประกอบของเรื่อง (ส

• โจโฉต้งั ตวั เป็นมหาอุปราชใ
• โจโฉกย็ กทพั ไปตีเมืองแหฝ้ ือ

กล่อมกวนอูใหม้ าอยดู่ ว้ ย
• แต่กวนอูกไ็ ม่ไดม้ ีน้าใจตอบ
• ความซ่ือสตั ยก์ ตญั ญู และการ

ของเรื่องในตอนน้ี

สาระ)

ในสมยั พระเจา้ เห้ียนเต้
อของกวนอู เม่ือโจโฉจบั กวนอูไดก้ เ็ กล้ีย

บโจโฉ ยงั คงซ่ือสตั ยแ์ ละจงรักภกั ดีต่อเล่าปี่
รใชก้ ลอุบายเจรจาโนม้ นา้ วเป็นสิ่งสาคญั

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๑. คุณค่าด้านเนื้อหา

องค์ประกอบของเร่ือง (โ

• การลาดบั เหตุการณ์ต่างๆ แต
• แสดงใหเ้ ห็นถึงแนวคิดท่ีกว

ความซ่ือสตั ยข์ องกวนอู
• โจโฉมีทหารเอกคอยใหค้ าป

สามารถเอาชนะเล่าปี่ และเกล
• ในท่ีสุดโจโฉกไ็ ม่สามารถชน

เล่าป่ี ได้

โครงเร่ือง)

ต่ละข้นั ตอนในเร่ืองสอดคลอ้ งสัมพนั ธ์กนั
วตี อ้ งการสื่อออกมาไดอ้ ยา่ งชดั เจน ในเรื่อง

ปรึกษาและวางกลอุบายในการศึก จน
ล้ียกล่อมให้กวนอูเขา้ มาอยฝู่ ่ายตน
นะใจกวนอูผมู้ ีความซ่ือสตั ยจ์ งรักภกั ดีต่อ

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๑. คุณค่าด้านเนื้อหา

องค์ประกอบของเร่ือง (ฉ

• เรื่องสามก๊ก สมยั พระเจา้ เห้ียน
• ตอน กวนอูไปรับราชการกบั โ

มหาอุปราชและเป็นผสู้ าเร็จรา
• โจโฉขยายอิทธิพลยกทพั ไปป

ฉากและบรรยากาศ)

นเตเ้ กิดความแตกแยกแยง่ ชิงอานาจกนั
โจโฉ เป็นช่วงที่โจโฉมีอานาจต้งั ตวั เป็น
ราชการแทนพระเจา้ แผน่ ดิน
ปราบหวั เมืองต่างๆ

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๑. คุณค่าด้านเนื้อหา

องค์ประกอบของเร่ือง (ต

• กวนอู
o เป็นชาวเมืองฮอตงั๋ ไกเห
เตียวหุย มีงา้ วยาวสิบเอ
ประจากาย เป็นบุรุษผมู้
o เป็นผทู้ ี่มีความซื่อสตั ยแ์
o เป็นผมู้ ีความชานาญใน
o มีความชานาญในการส

ตัวละคร)

หลียง เป็นพีน่ อ้ งร่วมสาบานกบั เล่าป่ี และ
อด็ ศอก หนกั แปดสิบสองชงั่ เป็นอาวธุ
มีหนวดงามและรูปงาม
และกตญั ญูต่อผมู้ ีบุญคุณทุกคน
นการรบ เป็นผทู้ ี่มีความกลา้ หาญ เดด็ เด่ียว
สู้รบ มีความเช่ือมน่ั ในฝีมือการรบของตนเอง

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๑. คุณค่าด้านเนื้อหา

องค์ประกอบของเร่ือง (ต

• โจโฉ
o เป็นชาวเมืองตนั ลิว แล
o เป็นผมู้ ีสติปัญญาเฉลีย
เป็นผทู้ ี่มีเล่ห์เหลี่ยมกล
o เป็นผทู้ ่ีชานาญในการว
o เป็นผทู้ ี่มีวาจาสตั ย์ เม่ือ
โจโฉรับสัญญา ๓ ขอ้
o เป็นผทู้ ี่ชื่นชอบผมู้ ีความ

ตวั ละคร)

ละอยใู่ นตระกลู ขนุ นางมาก่อน
ยวฉลาดและมีความเป็นผนู้ า ขณะเดียวกนั ก็
ลอุบาย
วางกลอุบายศึก
อโจโฉรับปากเรื่องใดแลว้ กม็ ิไดค้ ืนคาดงั ที่

ามซ่ือสตั ย์ นบั เป็นลกั ษณะนิสยั ที่เด่นมาก

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๑. คุณค่าด้านเนื้อหา

องค์ประกอบของเรื่อง (ก

• กวใี ชก้ ลวิธีบรรยายเล่าเรื่องอย
• บางตอนใหต้ วั ละครเป็นผเู้ ล่า
• จากบทสนทนาทาให้ผอู้ ่านได
• ทราบลกั ษณะนิสัยใจคอและอ

กลวธิ ีการแต่ง)

ยา่ งละเอียด
าเรื่องดว้ ยการใชบ้ ทสนทนานา
ดท้ ราบเรื่องราวความเป็นมาของเรื่อง
อารมณ์ของตวั ละครได้

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์

การสรรคา

• การเลือกใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งตรงต

ตามความหมายท่ีตอ้ งการ

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์

การสรรคา

• การเลือกใชค้ าท่ีเหมาะแก่เน้ือ

อเร่ืองและฐานะของบุคคลในเร่ือง

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์

การสรรคา

• การเลือกใชค้ าไดเ้ หมาะแก่ลกั

กษณะของคาประพนั ธ์

๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์

การใช้โวหาร

• อุปมาโวหาร



๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ)

๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์

การใช้โวหาร

• การใชส้ านวนโวหาร


Click to View FlipBook Version