236
ตัวช้วี ดั สาระงาน
องค์ประกอบท่ี 3 การศึกษาข้อมลู ดา้ นต่าง ๆ (คน สรรพสง่ิ สถานท)ี่
2. สุนทรียภาพของพรรณไม้
3.1 ศกึ ษาพรรณไมใ้ นสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ….2.1 ศึกษาและบนั ทกึ ความงามของพรรณไม้
(ก. 7-003) ครบตามทะเบียนพรรณไม้ ….2.2 สรปุ ข้อมลู สุนทรียภาพของพรรณไม้แต่ละชนิด
1) ระบุและอธบิ ายการมีส่วนรว่ มของผู้ศึกษา 1. เรยี นรแู้ ละศกึ ษาพรรณไมใ้ นสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน และ
พชื ศกึ ษา
2) ระบุและอภปิ รายขอ้ มูลพืน้ บ้าน
2. จดั ทาแบบศกึ ษาพรรณไม้ในสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี นตาม
3) ระบุขอ้ มูลพรรณไม้ แบบ อพ.สธ.
2.1 ชื่อพรรณไม้
2.2 รหสั พรรณไม้
2.3 วาดภาพทางพฤกษศาสาตร์ท้ังตน้ พร้อมระบมุ าตรสว่ น
2.4 แสดงขอ้ มูลบรเิ วณณท่ีสารวจ
2.5 แสดงรายช่ือและลาดับผู้สารวจทงั้ หมด
1. ช่อื พ้นื เมอื ง (ชื่อในท้องถิ่นท่ีเก็บตัวอย่างพันธไ์ุ ม้)
2. การใช้ประโยชน์ในทอ้ งถ่ิน (ระบุส่วนทใ่ี ชแ้ ละวิธกี ารใช้)
2.1 อาหาร
2.2 ยารักษาโรค
2.3 กอ่ สรา้ ง ครัวเรือน เครอ่ื งใช้
2.4 ยาฆา่ แมลง ยาปราบศัตรพู ชื
2.5 ความเกย่ี วขอ้ งกบั ประเพณี วฒั นธรรม หรอื ความเช่ือทาง
ศาสนา
2.6 อื่นๆ (เช่น การเป็นพิษ อนั ตราย)
3. ที่มาของข้อมูล โดยการสอบถามจากผรู้ ู้ เท่านัน้
3.1 ผใู้ ห้ข้อมูล
3.2 อายุ
3.3 ทอ่ี ยู่
4. วันทบี่ ันทึกขอ้ มูล
5. สถานที่บนั ทึก
1. ลกั ษณะวสิ ยั
2. ชนดิ ของลาต้น
3. ชนดิ ของใบ
4. ชนดิ ของดอก
5. ชนิดของผล
6. ชนดิ ของเมล็ด
237
ตัวช้วี ดั สาระงาน
4) อภิปรายสรปุ ลักษณะและข้อมลู พรรณไม้ 7. วาดภาพ หรือตัดภาพส่วนต่างๆ ของพชื พรอ้ มระบุ
5) ระบุข้อมูลพฤกษศาสตร์
มาตราส่วน
6) อธบิ ายและบันทกึ ข้อมูลเพม่ิ เตมิ 1. สรปุ ลกั ษณะและขอ้ มลู พรรณไม้ ตัง้ แต่หนา้ ที่ 2-7
7) ประเมินผลงานเปน็ ระยะ
8) ประเมิน ความเป็นระเบยี บ ความต้ังใจ และขอ้ มูลพ้นื บ้านหนา้ ท่ี 1 โดยเขียนเป็นเรียงความบรรยาย
ระบชุ ือ่ พรรณไมแ้ ละรหสั พรรณไม้
3.2 การศกึ ษาพรรณไมท้ สี่ นใจ (พชื ศกึ ษา) 1. ชื่อวทิ ยาศาสตร์
1) ระบุการศกึ ษาลกั ษณะภายนอก ภายในของพชื 2. ชอ่ื วงศ์
3. ชือ่ สามัญ
แต่ละสว่ นโดยละเอียด 4. ช่ือพน้ื เมอื งอ่ืนๆ
2) อภิปรายการกาหนดเรือ่ งท่จี ะเรยี นรใู้ นแตล่ ะสว่ น 5. ถิ่นกาเนิด
6. การกระจายพันธุ์ ในประเทศไทย หรอื ในประเทศอ่ืนๆ
7. นิเวศวทิ ยา
8. เวลาออกดอก
9. เวลาตดิ ผล
10. การขยายพันธ์ุ
11. การใชป้ ระโยชน์
12. ประวัติพันธุไ์ ม้ (การนาเข้ามาปลูกในประเทศไทย)
13. เอกสารอ้างองิ
1. ประวัติพันธไุ์ ม้ (ประวตั ิการนาเข้ามาปลูก)
2. เวลาการออกดอก หรอื ตดิ ผลนอกฤดกู าล หรอื อ่นื ๆ
3. บนั ทึกข้อมูลที่ได้จากการเรยี นรนู้ อกเหนือจากหนา้ ปก
- หนา้ ที่ 9 ท่ีเกดิ ขน้ึ ระหว่างศกึ ษา และกาลงั ศึกษาพนั ธ์ไุ ม้
1. ตรวจสอบผลงานของนักเรียนทุกหน้าและทุกครัง้ ท่ี
นักเรียนศกึ ษา พร้อมระบวุ ันและเวลาที่ศกึ ษา
2. มีการสง่ ตรวจ หรือแกไ้ ขใหถ้ กู ต้องตามหลักพฤกษศาสตร์
ทุกครัง้ เปน็ ระยะๆ โดยลงชื่อผู้ตรวจ วันที่ตรวจทกุ ครง้ั
1. ความสมบรู ณ์ของผลงาน ก.7 - 003 ความถกู ต้อง
และความเป็นระเบียบ ทุกหน้า
2. ข้อมูลท้งั หมดเป็นความจริง
3. ทกุ ภาพวาดมสี ว่ นประกอบตามต้องการครบ และ
มมี าตรส่วนกากับ
1. ศึกษาโครงสร้างภายนอกของพชื ทง้ั ต้น
2. ศึกษาลักษณะภายนอก (ประถมศกึ ษา) และภายใน
(มธั ยมศึกษา) ของพืชทกุ ส่วนประกอบ ราก ลาต้น ใบ ดอก
ผล และเมลด็
3. การศกึ ษาไม่กาหนดจานวนซา้ ของตัวอยา่ ง
1. วเิ คราะห์ส่วนประกอบยอ่ ยของพชื ทุกส่วนประกอบ
238
ตวั ชว้ี ดั สาระงาน
ของพืช 2. กาหนดหวั ขอ้ เร่อื งท่ีจะเรยี นรใู้ ห้ครบทกุ ส่วนประกอบ และ
3) อภปิ รายการเรยี นร้แู ต่ละเร่ือง แต่ละสว่ นของ ทุกเร่ือง (รูปร่าง รูปทรง สี ผิว ขนาด)
องคป์ ระกอบยอ่ ย 3. จัดทารายละเอยี ดแผนการทดลอง โดยเลอื กเร่ืองทีส่ นใจมา
4) นาข้อมูลมาเปรียบเทียบความต่างในแต่ละเรื่อง ใน วางแผนและเรยี นรู้ ครบทกุ ส่วนประกอบ
ชนิดเดยี วกัน 1. เรยี นรู้และบนั ทกึ ผลการเรียนรู้
2. สรุป เรยี บเรยี งและวิเคราะห์ผลการเรยี นรู้
องค์ประกอบที่ 4 การรายงานผลการเรยี นรู้ 1. นาผลการเรียนรูท้ ่ไี ดจ้ ากการเรยี นรใู้ นแตล่ ะเรอ่ื งแต่ละ
4.1 อธิบาย รวบรวมผลการเรียนรู้ คัดแยกสาระสาคญั
สว่ นประกอบยอ่ ยมาเปรียบเทียบ และสรปุ ผลการเรยี นรู้
และจดั เปน็ หมวดหมู่
1. รวบรวมผลการเรียนรู้
4.2 การเขียนรายงานแบบวชิ าการ แบบบรู ณาการ 1.1 มีแหล่งเรียนรตู้ ่างๆ เชน่ พ้นื ทีศ่ กึ ษา ห้องสวน
1) อธบิ าย จาแนกและสรปุ ผลการเรียนรู้ พฤกษศาสตร์โรงเรยี น ห้องสมุด เวบไซตท์ ี่รวบรวมผล
2) การเรยี บเรยี งสาระเป็นภาษาท่สี ือ่ กระชับ การเรยี นรู้จากงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
ไดใ้ จความ 1.2 จัดทาการรวบรวมผลการเรียนร้จู ากองค์ประกอบท่ี 1,
3) รูปแบบและความเรียบรอ้ ยของรายงาน 2, 3 สามสาระการเรยี นรู้ และการสารวจและจดั ทา
ฐานทรพั ยากรทอ้ งถิน่
2. คดั แยกสาระสาคัญ
2.1 จัดทาการคดั แยกสาระสาคญั จากการรวบรวมผลการ
เรียนรู้
3. จัดเปน็ หมวดหมู่
3.1 จัดระเบยี บ เรยี บเรียงข้อมลู ทีไ่ ดค้ ัดแยกสาระสาคัญให้
เป็นหมวดหมู่
1. รวบรวมผลการเรียนรู้จากองค์ประกอบท่ี 1 - 5 พชื ศึกษา
และ 3 สาระจากแหลง่ เรียนรู้สวนพฤกษศาสตร์ต่างๆ ใน
สถานศกึ ษา เชน่ หอ้ งสมดุ ห้องสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
จาก ใบงาน ชิ้นงาน เปน็ ตน้
2. นาข้อมูลที่ได้จากผลการเรยี นรูม้ าคดั แยก สาระ แลว้ จัดให้
เป็นหมวดหมู่
1. นาขอ้ มูลที่สรุปมาเรยี บเรียง โดยให้สอื่ ได้กระชับและได้
ใจความ จากข้อมูลทคี่ ัดแยกให้เป็นหมวดหมู่มาแลว้ เช่น
บทคดั ย่อ เปน็ ตน้
1. นาข้อมูลท่เี รียบเรยี งแล้วมาจากรายงานแบบวชิ าการ
1.1 ส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย หน้าปก (ปกนอก)
หนา้ ชื่อเรือ่ ง (ปกใน) คานา (กิตตกิ รรมประกาศ)
สารบญั สารบญั ตาราง สารบัญภาพประกอบ
239
ตวั ชว้ี ดั สาระงาน
1.2 สว่ นประกอบตอนกลาง ประกอบดว้ ย 5 บท คอื
4.3 วธิ กี ารรายงานผลในรปู แบบตา่ ง ๆ
1) สร้างวธิ กี ารรายงานผล แบบเอกสาร เช่น หนงั สอื บทที่ 1 บทนา บทท่ี 2 เอกสารและรายงานการศึกษาที่
แผน่ พบั ซีดี เก่ยี วขอ้ ง บทท่ี 3 วิธดี าเนินการศึกษา บทท่ี 4 ผล
2) สรา้ งวธิ กี ารรายงานผล แบบบรรยาย เชน่ การเลา่ การศึกษา บทที่ 5 สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
นิทาน อภิปราย สัมมนา 1.3 ส่วนประกอบทา้ ย ประกอบด้วย บรรณานกุ รม
3) สร้างวธิ กี ารรายงานผล แบบศิลปะ เชน่ การแสดง ภาคผนวก อภิธานศพั ท์ และรายละเอยี ดเพิม่ เติมจาก
ศิลปะพื้นบ้าน ละครร้องเพลง การวาดภาพทาง เนื้อเร่ือง
พฤกษศาสตร์ การถ่ายภาพทางพฤกษศาสตร์ 2. นาขอ้ มลู ทเี่ รียบเรยี งแลว้ มาจากรายงานแบบบูรณาการ
4) สร้างวิธีการรายงานผล แบบนิทรรศการ 1.1 แบบบรู ณาการกลุ่มสาระ เช่น เพลง นทิ าน กลอน การ
แสดง เป็นตน้
องค์ประกอบท่ี 5 การนาไปใชป้ ระโยชนท์ างการศึกษา 1.2 แบบบูรณาการแห่งชีวิต เช่น แรงบันดาลใจ จนิ ตนาการ
5.1 การนาสวนพฤษศาสตร์โรงเรียน บรู ณาการส่กู ารเรยี น ปจั จยั และเป้าหมายการเรยี นรู้ วิธกี ารทใ่ี ช้ในการเรยี นรู้
การสอน จติ อารมณ์ และพฤตกิ รรมของตน ผลการเรยี นร็และงาน
ทีเ่ น่อื งต่อ
1) ระบุและอธบิ ายแผนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้
หรอื ระหว่างกล่มุ สาระการเรยี นรู้ 1. แสดงวิธกี าร ขน้ั ตอน การรายงานแบบเอกสาร
2) ระบแุ ละจาแนก ผลงาน จานวนชนิ้ งานของนกั เรยี น 1. แสดงวิธกี าร ขนั้ ตอน การรายงานแบบบรรยาย
1. แสดงวิธีการ ขั้นตอน การรายงานแบบศลิ ปะ
1. แสดงวิธกี าร ขน้ั ตอน การรายงานแบบนิทรรศการ
1. จัดทาแผนแบบบูรณาการ งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
ประกอบด้วย 5 องคป์ ระกอบ 3 สาระ และพชื ศึกษา กบั
หลกั สตู รแกนกลางทกุ กลุม่ สาระในแตล่ ะระดบั ช้ัน
2. ระบุจานวนแผนการสอนแต่ละกลุ่มสาระ แตล่ ะระดับช้นั ให้
ชัดเจน
3. เน้ือหารายละเอยี ดในแผนการสอน บง่ ช้ีถึงการบรู ณาการ
และวธิ กี ารงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน ลงในกจิ กรรมการ
สอนอย่างถกู ต้องและชดั เจน
1. ระบจุ านวนผลงาน ช้นิ งาน ของนักเรยี นตามแผนการสอน
แบบบูรณาการ งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น ของกลุ่ม
240
ตวั ชวี้ ดั สาระงาน
ตามแบบการสอนในกลุ่มสาระการเรยี นรู้ หรือ สาระแต่ละระดับชนั้ ทเ่ี กยี่ วข้องกับ 5 องคป์ ระกอบ 3 สาระ
ระหว่างกล่มุ สาระการเรียนรู้ และพชื ศึกษา
2. จดั ทาใบงานท่ีสอดคล้องกับแผนการสอนในแต่ละกลุ่มสาระ
5.2 การเผยแพร่องคค์ วามรู้ และเหมาะกับแตล่ ะระดับชนั้ ทเ่ี ก่ียวข้องกับ 5 องค์ประกอบ
1) อธิบาย การบรรยาย เชน่ การสนทนา เสวนา บรรยาย 3 สาระ และพืชศกึ ษา
สัมมนา อภิปราย 3. แสดงผลงาน ช้ินงาน ของนกั เรยี นทส่ี อดคล้องกับแผนการ
สอนแบบบรู ณาการ งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
2) อธบิ ายและออกแบบ การจัดแสดง เช่น นิทรรศการ
นิทรรศการประกอบการ บรรยายสรุป นทิ รรศการ 1. มกี ารเผยแพร่องค์ความรูท้ ไี่ ดจ้ ากการเรียนรู้ งานสวน
เฉพาะเรอื่ ง เฉพาะประเภทและเวบ็ ไซต์ พฤกษศาสตร์โรงเรียน ในทกุ องคค์ วามรู้ รปู แบบบรรยาย
เช่น เสวนา สมั มนา อภปิ ราย ได้เพือ่ เผยแพร่ความรู้ท่ไี ดจ้ าก
5.3 การใช้สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียนเป็นแหล่งเรยี นรู้ การเรียนรู้ ตอ่ บุคคลทวั่ ไป โดยมหี ลักการ / รวบรวม /
1) อธบิ าย ประยุกตแ์ ละบันทึกข้อมลู ในการใชพ้ ื้นทสี่ วน คดั เลอื ก / วธิ กี ารเผยแพร่ / กาหนดการ การเผยแพรอ่ งค์
พฤกษศาสตร์โรงเรียน ความร้ใู ห้เหมาะสมกบั รปู แบบการเผยแพร่
2) อธิบาย ประยุกต์และบันทกึ ข้อมลู การใช้หอ้ งสวน 2. จดั ทาสรปุ และแบบบนั ทกึ การเผยแพร่องค์ความรงู้ านสวน
พฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น พพิ ธิ ภณั ฑ์เฉพาะเร่อื งพพิ ธิ ภณั ฑ์ พฤกษศาสตร์โรงเรยี น ในรูปแบบการบรรยายโดยแสดง
ธรรมชาตวิ ิทยา จานวนครั้ง จานวนผูร้ ับชม /ผไู้ ด้รับความรู้ ทุกครงั้ พร้อม
ระบุปัญหา อุปสรรค และหาแนวทางปรับปรงุ แก้ไขในคร้ัง
ต่อไป
1. นักเรียนมีการเผยแพร่องคค์ วามรู้ ทไ่ี ดจ้ ากการเรียนรู้
งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน นามาแสดงในรูปแบบ
นิทรรศการและสอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ให้กับบคุ คลทัว่ ไปได้ โดยมี
หลักการ รวบรวม คดั เลือก วิธกี ารเผยแพร่ กาหนดการ
การเผยแพร่องค์ความรู้ให้เหมาะสมกับรปู แบบการเผยแพร่
2. จัดทาสรปุ และแบบบนั ทกึ การเผยแพร่องคค์ วามรงู้ านสวน
พฤกษศาสตร์โรงเรยี น ในรูปแบบนิทรรศการโดยแสดง
จานวนครงั้ จานวนผู้รับชม ผ้ไู ดร้ บั ความรู้ ทุกครง้ั พรอ้ มระบุ
ปัญหา อุปสรรค และหาแนวทางปรบั ปรุงแก้ไขในคร้งั ตอ่ ไป
1. จัดทาแบบบันทึกข้อมูลการใชพ้ ื้นท่ี สวนพฤกษศาสตร์
โรงเรียน โดยแสดงรายละเอียด วนั ท่ี เวลา ครงั้ ที่
รายละเอียดการใช้พ้นื ท่ี ทาอะไร อย่างไร บุคคลทใ่ี ชพ้ ืน้ ท่ี
และผ้บู นั ทึก พรอ้ มบันทกึ ภาพการใชส้ วนพฤกษศาสตร์
โรงเรียนเปน็ แหล่งเรยี นร้ทู ุกครงั้
1. จัดทาแบบบันทึกขอ้ มลู การใช้ห้องสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
พิพิธภณั ฑเ์ ฉพาะเรื่อง พพิ ธิ ภณั ฑ์ธรรมชาตวิ ทิ ยา โดยแสดง
รายละเอียด วันท่ี เวลา ครง้ั ที่ รายละเอียดการใช้พ้ืนที่
241
ตวั ชี้วดั สาระงาน
ทาอะไร อยา่ งไร บุคคลทใี่ ชพ้ นื้ ที่ และผ้บู นั ทึก พร้อม
3) อธบิ าย ประยุกต์และบนั ทกึ ข้อมูลการพัฒนา แหลง่ บันทกึ ภาพการใชส้ วนพฤกษศาสตร์โรงเรยี นเปน็ แหลง่ เรยี นรู้
เรียนรอู้ ยา่ งต่อเนื่อง ทกุ ครั้ง
1. จัดทาแบบบันทึกข้อมลู การพัฒนาแหลง่ เรียนรู้ ที่เกดิ จาก
การดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เช่น พื้นทีส่ วน
พฤกษศาสตร์โรงเรียน ห้องสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
พพิ ิธภัณฑ์เฉพาะเร่ือง พพิ ิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ในแตล่ ะแหล่ง
โดยระบุ วนั ที่ เวลา และรายละเอียด สภาพเดิมของแต่ละ
แหลง่ กอ่ นการพัฒนา พรอ้ มผู้บันทกึ เมอ่ื มีการพฒั นาทุก
คร้งั ใหร้ ะบุ หลักการ วันที่ เวลา รายละเอยี ดวธิ ีการพัฒนา
เชน่ ข้ันตอน หลกั การ วธิ กี าร อปุ กรณ์ การพฒั นาที่สื่อให้
เหน็ ถงึ การเปลีย่ นแปลงอย่างตอ่ เน่อื ง พรอ้ มบันทึกภาพ
242
สาระการเรยี นรู้ : ธรรมชาตแิ ห่งชีวิต
ตัวชีว้ ดั สาระงาน
1. ระบุ อธบิ าย การศกึ ษาดา้ นรปู ลักษณ์ (ชีววทิ ยา) 1. การเตรยี มการ : นาผลการเรียนรจู้ ากพชื ศกึ ษา
ของชวี ภาพ องคป์ ระกอบที่ 2 และองคป์ ระกอบที่ 3 (ข้อ 3.2) มาวางแผน
การศกึ ษา การทดลอง
2. วางแผนการศึกษา การทดลอง การเรียนรดู้ ้านรูปลักษณ์ของ
พืชศึกษา ในระยะเจรญิ เตบิ โตเตม็ ท่ี ทุกส่วนประกอบ และ
ทกุ เรือ่ ง (รปู ร่าง รูป ทรง สี ผิว ขนาด) โดยมจี านวนพืชศกึ ษา
ทเ่ี หมาะสมกับกลุม่ ผเู้ รยี น
3. มกี ารตรวจเอกสารเบอื้ งต้น
2. ระบุ อธิบาย และวเิ คราะห์ ขอ้ มูลการ 1. แผนการจดั การเรยี นรู้ ใบงานการเรียนรู้ การเปล่ียนแปลง
เปลย่ี นแปลงด้านรปู ลกั ษณ์ของชีวภาพ ด้านรูปลกั ษณ์ พชื ศกึ ษา 1 ชนดิ ทกุ สว่ นประกอบของพืช
(ราก ลาต้น ใบ ดอก ผล เมลด็ ) อย่างน้อย 4 ระยะ
การเจรญิ เตบิ โต
2. ผลการเรียนรู้ การเปล่ียนแปลงดา้ นรูปลกั ษณ์ (รูปร่าง รูปทรง
สี ผวิ เน้ือ ขนาด)
3. ระบุ อธบิ าย และวิเคราะห์ การศกึ ษาดา้ นคุณสมบัติ ระดบั ประถมศกึ ษา แสดงผลการเรยี นรู้การเปล่ียนแปลง
โครงสรา้ งภายนอก
ระดบั มัธยมศกึ ษา แสดงผลการเรียนรู้การเปล่ียนแปลง
โครงสรา้ งภายนอกและภายใน
1. การเตรียมการ : ใหน้ าพืชศึกษา ท่ีปลูกในองคป์ ระกอบท่ี 2
ของชีวภาพ และนาผลการเรียนร้จู ากพรรณไมท้ ่สี นใจ ในองค์ประกอบท่ี 3
(ข้อ 3.2) มาวางแผนการศกึ ษา
2. วางแผนการเรียนรู้พชื ศึกษา ให้มีการเรียนรดู้ า้ นคณุ สมบตั ิ
ในระยะเจรญิ เติบโตเตม็ ทใี่ นสภาพธรรมชาติ ทกุ ส่วนประกอบ
(ราก ลาตน้ ใบ ดอก ผล เมลด็ ) และทกุ เร่ือง (รส กลิน่ เสยี ง
ความเหนยี ว ความแข็ง ความยืดหยุ่น ฯลฯ) โดยมจี านวนพชื
ศกึ ษาทเ่ี หมาะสมกบั กลุ่มผเู้ รยี น
3. มีการตรวจเอกสารเบ้ืองต้น
4 .ระบุ อธบิ าย และวเิ คราะห์ ขอ้ มูลการเปลี่ยนแปลงดา้ น 1. แสดงแผนการจดั การเรียนรู้ ใบงานการเรยี นรู้ การเปล่ียน
คณุ สมบัติ ของชวี ภาพ แปลงดา้ นคุณสมบตั ิ พืชศกึ ษา ทุกส่วนประกอบของพชื
(ราก ลาตน้ ใบ ดอก ผล เมล็ด) อย่างน้อย 4 ระยะการ
เจรญิ เตบิ โต
-แสดงผลการเรยี นรู้ การเปลย่ี นแปลงด้านคุณสมบตั ิ (รส กล่นิ
243
เสียง ความเหนียว ความแข็ง ความยืดหยุ่น ฯลฯ)
5. ระบแุ ละอธิบาย การศึกษาด้านพฤตกิ รรม ระดบั ประถมศึกษา แสดงผลการเรยี นรกู้ ารเปลย่ี นแปลง
การตอบสนองตอ่ ปัจจัยภายนอก ภายในท่มี ตี อ่ การ โครงสรา้ งภายนอก
เจริญเติบโตและการพฒั นา (สรีรวทิ ยา) ของชีวภาพ ระดบั มัธยมศึกษา แสดงผลการเรียนรู้การเปลีย่ นแปลงโครง
สร้างภายนอกและภายใน
1. การเตรียมการ : ใหน้ าพชื ศกึ ษาทป่ี ลูกในองค์ประกอบที่ 2
และนาผลการเรยี นร้จู ากพรรณไม้ที่สนใจ (พืชศกึ ษา)
ในองคป์ ระกอบท่ี 3 (ข้อ 3.2) มาวางแผนการศกึ ษา
2. วางแผนการเรียนรู้ ใหม้ กี ารเรียนรู้ดา้ นพฤติกรรมของพืชศึกษา
ระยะเจรญิ เติบโตเตม็ ท่ใี นสภาพธรรมชาติ ทกุ ส่วนประกอบ
(ราก ลาตน้ ใบ ดอก ผล เมล็ด) และทุกเรือ่ ง (การบาน
การหุบ การเห่ียว การร่วง การแผ่กระจาย การเอน ฯลฯ)
โดยมจี านวนพืชศกึ ษาทีเ่ หมาะสมกับกลุ่มผเู้ รยี น
3. มีการตรวจเอกสารเบ้ืองต้น
6. ระบุ อธบิ าย และวเิ คราะห์ ขอ้ มูลการเปล่ยี นแปลงดา้ น 1. แสดงแผนการจดั การเรยี นรู้ ใบงานการเรยี นรู้ การเปล่ียน
พฤติกรรม การตอบสนองตอ่ ปจั จัยภายนอก ภายในที่ แปลงดา้ นพฤติกรรม พืชศึกษา ทุกส่วนประกอบของพืช
มตี อ่ การเจริญเติบโตและการพฒั นา (สรีรวทิ ยา) (ราก ลาตน้ ใบ ดอก ผล เมลด็ ) อยา่ งน้อย 4 ระยะ
ของชีวภาพ -แสดงผลการเรยี นรู้ การเปลย่ี นแปลงดา้ นพฤตกิ รรม (รส กล่นิ
เสยี ง ความเหนียว ความแข็ง ความยืดหยุ่น ฯลฯ)
ระดับประถมศกึ ษา แสดงผลการเรียนรู้การเปลีย่ นแปลง
โครงสร้างภายนอก
ระดบั มัธยมศึกษา แสดงผลการเรียนรกู้ ารเปลยี่ นแปลง
โครงสรา้ งภายนอกและภายใน
7. เปรียบเทยี บขอ้ มูลการเปลยี่ นแปลงของชีวภาพ กบั 1. เปรียบเทยี บข้อมูลการเปลยี่ นแปลงด้านรปู ลกั ษณก์ บั รปู กาย
ชีวิตตน คนอน่ื และรปู กายตนเอง พร้อมท้ังแสดงท่มี าขอ้ มูล
2. เปรยี บเทียบข้อมูลการเปลย่ี นแปลงดา้ นคณุ สมบตั ิกับ
สมรรถภาพคนอนื่ และตนเอง พร้อมทั้งแสดงท่มี าขอ้ มูล
3. เปรยี บเทยี บข้อมูลการเปลยี่ นแปลงด้านพฤตกิ รรมกบั จิต
อารมณ์ หรอื พฤติกรรมคนอนื่ และตนเอง พรอ้ มทง้ั แสดงทม่ี า
ขอ้ มูล
8. สรุปองคค์ วามร้เู พอื่ นามาประยกุ ต์ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ 1. สรปุ องคค์ วามรทู้ ่ีไดจ้ ากการเรียนรู้ดา้ นรปู ลกั ษณ์ ด้าน
คุณสมบัติ ด้านพฤติกรรม
2. นาองค์ความรู้ดา้ นรปู ลกั ษณ์ ดา้ นคุณสมบตั ิ ด้านพฤติกรรมมา
ประยุกตใ์ ชใ้ นการดาเนินชีวติ
244
สาระการเรียนรู้ : สรรพส่ิงลว้ นพันเกีย่ ว
ตวั ชว้ี ดั สาระงาน
1. เรยี นรธู้ รรมชาติของทรัพยากรชีวภาพอ่ืนทเ่ี ข้ามา 1. มผี ลการศกึ ษาด้านรปู ลกั ษณ์ (รปู รา่ ง รูปทรง สี ผวิ เนื้อ
เก่ียวขอ้ ง ขนาด) ชีวภาพทเี่ ข้ามาเก่ียวข้องกับพชื ศึกษาครบทุกสว่ น (เชน่
1.1 ระบแุ ละอธิบาย การศึกษาดา้ นรปู ลกั ษณ์ แมลง ศึกษาสว่ นหัว ส่วนอก สว่ นท้อง)
2. มผี ลการศกึ ษาดา้ นคุณสมบัติ (ทางกายภาพ ทางเคมี) ชีวภาพท่ี
(ชวี วทิ ยา) ของชีวภาพ เขา้ มาเกยี่ วข้องกับพืชศึกษาครบทุกสว่ น (เช่น แมลง ศกึ ษา
1.2 ระบุและอธิบาย การศึกษาด้านคณุ สมบตั ิ ของ สว่ นหัว ส่วนอก สว่ นท้อง)
3. มผี ลการศกึ ษาดา้ นพฤตกิ รรมชีวภาพที่เข้ามาเก่ียวขอ้ งกบั พชื
ชวี ภาพ ศึกษาครบทกุ สว่ น (เชน่ แมลง ศึกษาสว่ นหัว ส่วนอก สว่ น
1.3 ระบแุ ละอธิบาย การศกึ ษาดา้ นพฤติกรรม ทอ้ ง)
1. มผี ลการศกึ ษาดา้ นรูปลกั ษณ์ (รปู รา่ ง รปู ทรง สี ผวิ เนื้อ
2. เรียนร้ธู รรมชาติของทรัพยากรกายภาพทเ่ี ขา้ มา ขนาด) กายภาพ (ดนิ น้า อากาศ แสง)
เก่ียวขอ้ ง (ดิน นา้ อากาศ แสง ) 2. มีผลการศกึ ษาดา้ นคุณสมบัติ (ทางกายภาพ ทางเคม)ี กายภาพ
2.1 ระบแุ ละอธิบาย การศึกษาด้านรปู ลกั ษณ์ (ดิน น้า อากาศ แสง)
2.2 ระบุและอธบิ าย การศกึ ษาด้านคณุ สมบตั ิ
(ทางกายภาพ ทางเคม)ี 1. มผี ลการวิเคราะหค์ วามสัมพันธ์การตอบสนองต่อกัน ระหว่าง
ปจั จยั ในสภาวะต่างๆ (มแี สง/ไม่มีแสง, มีน้า/ไม่มีน้า)
3. เรยี นรธู้ รรมชาตขิ องความพนั เก่ียวระหว่างปัจจยั
3.1 ระบุ อธบิ ายและวเิ คราะหค์ วามสมั พันธ์การ 2. มีผลการวเิ คราะหค์ วามผกู พนั การตอบสนองตอ่ กนั ระหว่าง
ตอบสนองต่อกันระหวา่ งปัจจัยในสภาวะตา่ งๆ ปัจจยั ในสภาวะต่างๆ (มแี สง/ไมม่ แี สง, มนี า้ /ไมม่ นี ้า)
3.2 ระบุ อธิบายและวิเคราะหค์ วามผูกพนั การ
ตอบสนองตอ่ กนั ระหว่างปจั จยั ในสภาวะตา่ งๆ 3. มีผลการวิเคราะหด์ ุลยภาพ ความสมดุลทเี่ กิดขนึ้ ระหวา่ งปัจจยั
ศกึ ษา (พืชศกึ ษา ชวี ภาพ/กายภาพ ที่เข้ามาเกยี่ วขอ้ ง)
3.3 ระบุ อธบิ ายและวเิ คราะหด์ ลุ ยภาพ ความสมดุลที่
เกิดข้ึนระหวา่ งปจั จัยศึกษา 1. มีสรุปผลการเรียนรคู้ วามเกย่ี วพัน ความสมั พนั ธ์ ความผกู พนั
ความสมดุล และความพันเก่ียวระหวา่ งปจั จัยเปน็ ความเรียง
4. สรุปใหเ้ หน็ ความสมั พนั ธ์ ความผกู พนั และความสมดุล และแผนภาพแสดงแผนการจดั การเรยี นร้ใู บงานการเรยี นรู้
245
สาระการเรียนรู้ : ประโยชน์แทแ้ ก่มหาชน ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน 1. ระบุศักยภาพทไ่ี ด้จากการเรียนร้ดู า้ นรูปลกั ษณค์ รบทกุ ปจั จยั
1. วิเคราะห์ศกั ยภาพของปัจจัยศกึ ษา การเรียนรู้ คือ ปัจจัยหลัก (พืชศึกษา) ปัจจัยชวี ภาพ ปัจจัย
1.1 พิจารณาศักยภาพของรปู ลักษณ์ กายภาพ ทเี่ ขา้ มาเก่ียวข้อง
1.2 วิเคราะห์ศักยภาพของคุณสมบัติ 2. ระบุศักยภาพที่ได้จากการเรยี นรดู้ ้านคุณสมบตั คิ รบทุกปัจจยั
1.3 จนิ ตนาการศกั ยภาพของพฤติกรรม การเรยี นรู้ คือ ปัจจยั หลกั (พชื ศกึ ษา) ปจั จัยชีวภาพ ปจั จยั
กายภาพ ทีเ่ ขา้ มาเก่ียวข้อง
2. จนิ ตนาการเหน็ คณุ ของศักยภาพ ของปจั จยั ศกึ ษา 3. ระบุศักยภาพท่ไี ด้จากการเรียนรดู้ ้านพฤตกิ รรมครบทกุ ปัจจยั
2.1 จนิ ตนาการจากการวเิ คราะหศ์ ักยภาพ การเรียนรู้ คือ ปจั จัยหลกั (พืชศึกษา) ปัจจัยชีวภาพทเี่ ขา้ มา
2.2 สรปุ คุณของศกั ยภาพ ที่ไดจ้ ากจนิ ตนาการ เกย่ี วข้องแสดงแผนการจดั การเรียนรู้ ใบงานการเรยี นรู้
1. ระบคุ ุณทไ่ี ด้จากการจติ นาการศักยภาพครบทุกดา้ น คอื ดา้ น
3. สรรค์สรา้ งวิธกี าร รปู ลักษณ์ ด้านคณุ สมบตั ิ ด้านพฤติกรรม
3.1 พิจารณาคณุ ทเี่ กิดจากจนิ ตนาการ 2. สรุปคุณทไี่ ด้ครบทุกด้าน
3.2 สรา้ งแนวคิด แนวทาง วธิ กี าร แสดงแผนการจัดการเรียนรู้ ใบงานการเรียนรู้
1. แสดงวิธกี าร เหตผุ ลทเ่ี ลือกคุณจากการจิตนาการ
4. สรุปผลการเรียนรู้ ประโยชนแ์ ท้แก่มหาชน 2. แสดงแนวคิด แนวทาง วธิ กี าร เป็นประโยชน์แท้แก่มหาชน
แสดงแผนการจดั การเรยี นรู้ ใบงานการเรยี นรู้
1. แสดงผลิตภัณฑ์ หรือ ส่ิงประดิษฐ์ หรือ นวัตกรรม หรอื โครง
ร่างทีจ่ ะนาไปส่ปู ระโยชน์แท้
2. แสดงหลักการ เหตผุ ล ประโยชน์แท้ที่ได้สอดคลอ้ งกบั
2.1 ประโยชนแ์ ทน้ ้นั ขจัดความขาดแคลนทางกาย
2.2 ประโยชนแ์ ทน้ นั้ บารงุ จติ ให้เบกิ บาน
2.3 ประโยชน์แท้นนั้ สืบเนอื่ งยาวนานไมร่ จู้ บ
2.4 ประโยชนแ์ ทน้ น้ั ตกกับมหาชนคนส่วนใหญ่
246
สาระการเรียนรู้ : การสารวจและจัดทาฐานทรัพยากรทอ้ งถ่ิน
ตวั ช้วี ัด สาระงาน
1.ระบุและอธบิ ายการเก็บขอ้ มูลพ้ืนฐานในทอ้ งถิ่น
1. สารวจ เกบ็ ข้อมลู และบันทกึ ข้อมูล ชอ่ื หมูบ่ า้ น ที่ตงั้ ขอ้ มูล
2.ระบแุ ละอธิบายการเก็บข้อมูลการประกอบอาชีพใน ศาสนา จานวนประชากร ข้อมลู สถานศึกษา ข้อมูลการบรหิ าร
ทอ้ งถน่ิ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ศนู ย์สขุ ภาพชมุ ชน โรงพยาบาล
สถานีตารวจ โดยแยกแตล่ ะหมูบ่ า้ น ชมุ ชน แขวง
3.ระบแุ ละอธิบายการเก็บขอ้ มลู ด้านกายภาพในทอ้ งถ่นิ
2. บันทึกภาพการสารวจ เกบ็ ข้อมลู พืน้ ฐานในทอ้ งถน่ิ และ
4.ระบุและอธิบายการเกบ็ ขอ้ มูลประวัตหิ มู่บ้าน ชุมชน จัดเก็บอย่างเป็นระบบ สามารถสืบค้นได้
วถิ ชี มุ ชน
3. บนั ทกึ ลงในฐานข้อมลู
5.ระบแุ ละอธิบายการเกบ็ ขอ้ มูลการใช้ประโยชนข์ องพชื 1. สารวจ เก็บข้อมลู และบนั ทึกขอ้ มลู การประกอบอาชพี ดา้ น
ในท้องถิ่น
เกษตรกรรม ดา้ นอตุ สาหกรรม การพาณชิ ย์ และสถานบริการ
โดยแยกแตล่ ะหมบู่ ้าน ชุมชน แขวง
2. บนั ทึกภาพการสารวจ เก็บข้อมูลการประกอบอาชพี ใน
ทอ้ งถนิ่ และจัดเก็บอย่างเป็นระบบ สามารถสืบค้นได้
3. บันทกึ ลงในฐานขอ้ มลู
1. สารวจ เก็บขอ้ มลู และบันทกึ ขอ้ มูลสภาพภูมปิ ระเทศ
ลกั ษณะดิน แหล่งน้า อุณหภูมิ ปรมิ าณแสง และพิกัดทาง
ภมู ศิ าสตร์ โดยแยกแตล่ ะหมู่บ้าน ชุมชน แขวง
2. บนั ทึกภาพการสารวจ เก็บข้อมูลด้านกายภาพในท้องถน่ิ
และจัดเกบ็ อยา่ งเป็นระบบ สามารถสบื คน้ ได้
3. บันทกึ ลงในฐานขอ้ มลู
1. สารวจ เก็บขอ้ มูล ประวัติหมู่บา้ น ชมุ ชน แขวง วิถีหมู่บ้าน
ชุมชน แขวง โดยแยกแตล่ ะหมบู่ า้ น ชุมชน แขวง
2. บนั ทึกภาพการสารวจ เกบ็ ข้อมลู ประวตั หิ มบู่ ้าน ชมุ ชน วิถี
ชมุ ชนและจดั เกบ็ อย่างเปน็ ระบบ สามารถสืบคน้ ได้
3. บนั ทกึ ลงในฐานขอ้ มลู
1. สารวจ เกบ็ ขอ้ มูลพชื การใช้ประโยชนใ์ นท้องถ่นิ ระบุผงั
แสดงตาแหนง่ พรรณไม้ และทีม่ าของข้อมูล วาดภาพประกอบ
โดยแยกแต่ละหมู่บา้ น ชุมชน แขวง
2. บันทึกภาพการสารวจ เกบ็ ข้อมูลการใช้ประโยชนข์ องพชื ใน
ท้องถนิ่ และจดั เก็บอยา่ งเปน็ ระบบ สามารถสืบค้นได้
3. บนั ทกึ ลงในฐานขอ้ มลู
247
ตัวชวี้ ดั สาระงาน
6.ระบุและอธิบายการเกบ็ ข้อมลู การใช้ประโยชนข์ อง
สตั ว์ในท้องถิ่น 1. สารวจ เกบ็ ข้อมลู พนั ธ์สุ ตั ว์ และวาดภาพประกอบ โดยแยก
แต่ละหมู่บ้าน ชมุ ชน แขวง
7.ระบุและอธบิ ายการเกบ็ ขอ้ มูลการใชป้ ระโยชน์ของ
ชีวภาพอื่นๆ ในทอ้ งถิ่น 2. บันทกึ ภาพการสารวจ เก็บขอ้ มลู การใช้ประโยชน์ของสตั วใ์ น
ทอ้ งถิ่น และจัดเกบ็ อย่างเป็นระบบ สามารถสืบคน้ ได้
8.ระบุ อธิบาย และจาแนกการเกบ็ ขอ้ มูลภูมิปญั ญาใน
ท้องถิน่ 3. บนั ทึกลงในฐานข้อมูล
9.ระบุ อธบิ าย และจาแนกการเกบ็ ข้อมูลทรัพยากรและ 1. สารวจ เกบ็ ข้อมลู และบันทกึ ขอ้ มลู ชีวภาพอน่ื ๆ ในทอ้ งถิ่น
โบราณคดใี นทอ้ งถ่นิ โดยการบนั ทึกชอื่ เรียกในท้องถ่ิน ประเภท การใช้ประโยชน์
การกระจายพนั ธุ์ ลกั ษณะเดน่ และบรเิ วณท่ีพบ พร้อมทั้งวาด
10.อธิบายและจัดทารายงานผลการสารวจและจัดทา ภาพประกอบ โดยแยกแต่ละหมู่บา้ น ชมุ ชน แขวง
ฐานทรัพยากรทอ้ งถ่นิ
2. บันทึกภาพการสารวจ เก็บขอ้ มูลการใชป้ ระโยชน์ของชวี ภาพ
อน่ื ๆ ในทอ้ งถ่ิน และจัดเกบ็ อยา่ งเป็นระบบ สามารถสบื คน้ ได้
3. บันทกึ ลงในฐานข้อมูล
1. สารวจ เก็บข้อมลู และบันทึกขอ้ มลู ภมู ปิ ญั ญาในทอ้ งถ่ิน
โดยการบนั ทกึ สาขาของภมู ิปญั ญา ชอื่ ภูมปิ ญั ญา เจา้ ของภมู ิ
ปัญญา ประเภทของภูมิปญั ญา จดุ เด่นของภูมปิ ัญญา
รายละเอียดของภมู ปิ ัญญา การประชาสมั พันธแ์ ละเผยแพร่ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถิ่น ลักษณะของภมู ิปญั ญาท้องถื่น วตั ถดุ บิ ทีใ่ ช้
ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภมู ิปญั ญา ซง่ึ มีในพืน้ ที่และ
พน้ื ท่ีอื่นไม่มี รวมท้งั วาดภาพภมู ปิ ญั ญาโดยแยกแต่ละหมบู่ า้ น
ชมุ ชน แขวง
2. บันทกึ ภาพการสารวจ เก็บข้อมูลการภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ
และจดั เก็บอยา่ งเปน็ ระบบ สามารถสืบค้นได้
3. บนั ทึกลงในฐานขอ้ มลู
1. สารวจ เกบ็ ข้อมลู และบันทกึ ข้อมูลแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ
ในทอ้ งถน่ิ และขอ้ มลู แหลง่ โบราณคดี พร้อมท้ังวาดประกอบ
โดยแยกแตล่ ะหมู่บา้ น ชุมชน แขวง
2. บันทึกภาพการสารวจ เก็บขอ้ มูลแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ
และโบราณคดี และจัดเกบ็ อยา่ งเป็นระบบ สามารถสืบค้นได้
3. บนั ทกึ ลงในฐานขอ้ มลู
1. ตรวจสอบ และรวบรวมขอ้ มลู การสารวจและจดั ทาฐาน
ทรัพยากรทอ้ งถิน่ ใบงานท่ี 1 – 9 โดยแยกแตล่ ะหมูบ่ ้าน
ชมุ ชน แขวง
2. จดั ทารายงานผลการสารวจและจัดทาฐานทรพั ยากรทอ้ งถ่นิ
ประกอบด้วย
สว่ นที่ 1 ส่วนประกอบตอนต้นประกอบด้วย หน้าปก
(ปกนอก) หน้าชอ่ื เรื่อง(ปกใน) คานา (กิตตกิ รรมประกาศ)
สารบญั สารบญั ตาราง สารบัญภาพประกอบ
248
ส่วนที่ 2 ส่วนประกอบตอนกลาง ประกอบดว้ ย
บทท่ี 1 บทนา
บทที่ 2 เอกสารและรายงานการศึกษาทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
บทท่ี 3 วิธีดาเนนิ การศกึ ษา
บทที่ 4 ผลการศึกษา
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
ส่วนท่ี 3 ส่วนประกอบตอนทา้ ย ประกอบด้วย บรรณานกุ รม
ภาคผนวก และอภิธานศัพท์
3. ส่งรายงานผลการสารวจและจดั ทาฐานทรพั ยากรท้องถิน่ ให้
อพ.สธ.ทราบ ปีการศึกษาละ 1 ครง้ั
249
4.3 มาตรฐานการฝกึ อบรม งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
ตวั ชีว้ ดั สาระงาน
วนั ท่ี 1
1. ระบุและอธิบายการฝกึ อบรมปฏบิ ตั ิการงานสวน 1. พิธเี ปิด
พฤกษศาสตรโ์ รงเรียน (5 องคป์ ระกอบงานสวน 2. บรรยาย แนวทางการดาเนินวานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
พฤกษศาสตรโ์ รงเรียน)
ตามแนวทางของโครงการอนุรกั ษ์พนั ธกุ รรมพืช อนั เน่ือง
มาจากพระราชดาริฯ (อพ.สธ.)
3. บรรยาย : องคป์ ระกอบที่ 1 การจดทาปา้ ยชอื่ พรรณไม้
3.1 การกาหนดพื้นท่ีศกึ ษา
3.2 การสารวจพรรณไมใ้ นพื้นที่
3.3 การทาและตดิ ป้ายรหสั ประจาตน้
3.4 การตั้งชอื่ หรือ สอบถามช่อื และศึกษาข้อมูลพน้ื บ้าน
3.5 การทาผังและแสดงตาแหน่งพรรณไม้
4. ฝกึ ปฏิบตั กิ าร : การทาผังและแสดงตาแหนง่ พรรณไม้
5. บรรยาย : องคป์ ระกอบท่ี 1 การจดั ทาปา้ ยชอ่ื พรรณไม้
5.1 การบันทึกภาพหรือวาดภาพทางพฤกษศาสตร์
5.2 การทาตัวอยา่ งพรรณไม้แห้ง
6. ฝกึ ปฏิบตั กิ าร : การทาตัวอย่างพรรณไมแ้ หง้
7. นาเสนองาน
วันท่ี 2
1. บรรยาย : องคป์ ระกอบที่ 1 การจัดทาป้ายช่อื พรรณไม้
1.1 เปรียบเทียบขอ้ มลู ท่ีสรุป (ก.7-003 หน้า 8) กับข้อมลู ท่ี
สืบคน้ จากเอกสาร แล้วบันทึกใน ก.7-003 หนา้ 9 - 10
1.2 การจดั ระบบขอ้ มลู ทะเบียนพรรณไม้ (ก.7-005)
1.3 การทาร่างปา้ ยชอ่ื พรรณไม้
2. ฝกึ ปฏบิ ัติการ : สรุป ก.7-003 หน้า 8 หนา้ ที่ 10 และทารา่ ง
ป้ายชอ่ื พรรณไม้
3. บรรยาย : องคป์ ระกอบที่ 1 การจดั ทาปา้ ยชือ่ พรรณไม้
3.1 ในงานที่ 1.12 ตรวจสอบความถูกตอ้ งทางวิชาการด้าน
พฤกษศาสตร์
4. บรรยาย : องค์ประกอบท่ี 2 การรวบรวมพรรณไมเ้ ขา้ ปลูกใน
โรงเรยี น
4.1 ศกึ ษาขอ้ มูลจากผงั พรรณไมเ้ ดมิ และศึกษาธรรมชาตขิ อง
พรรณไม้
4.2 สารวจ ศกึ ษา วเิ คราะหส์ ภาพพ้ืนท่ี
4.3 พจิ ารณาคณุ และสุนทรยี ภาพของพรรณไม้
4.4 กาหนดการใชป้ ระโยชน์ในพน้ื ที่
4.5 กาหนดชนิดพรรณไมท้ ี่จะปลกู
ตวั ช้ีวดั 250
สาระงาน
4.6 ทาผงั ภมู ิทัศน์
5. ฝกึ ปฏิบัตกิ าร : สารวจ ศึกษา วเิ คราะหส์ ภาพพ้ืนที่ กาหนด
การใชป้ ระโยชนใ์ นพ้นื ที่ ทาผงั ภูมทิ ศั น์
6. บรรยาย : องค์ประกอบท่ี 2 การรวบรวมพรรณไม้เข้าปลูกใน
โรงเรยี น
6.1 จัดหาพรรณไม้ วัสดุปลกู
6.2 การปลูก และดแู ลรกั ษา
6.3 ศกึ ษาคุณของพืชพรรณทปี่ ลูก ออกแบบบันทกึ การ
เปลีย่ นแปลง
7. ฝกึ ปฏบิ ตกิ าร : ออกแบบบนั ทึกพรรณไม้หลังการปลกู
8. นาเสนอผลงาน
วันที่ 3
1. บรรยาย : องค์ประกอบท่ี 3 การศึกษาข้อมลู ต่างๆ
1.1 การศกึ ษาพรรณไมท้ ่สี นใจ
2. ฝึกปฏิบตั ิการ : ศึกษาพรรณไม้ทีส่ นใจ
3. นาเสนอผลงาน
4. บรรยาย : องคป์ ระกอบที่ ๔ การรายงานผลการเรยี นรู้
4.1 รวบรวมผลการเรียนรู้
4.2 คดั แยกสาระสาคญั และจัดใหเ้ ป็นหมวดหมู่
4.3 สรุปและเรยี บเรียง
5. ฝกึ ปฏิบตั กิ าร : รวบรวมผลการเรยี นรู้ คดั แยกสาระสาคญั
และจดั ใหเ้ ป็นหมวดหมู่ สรปุ และเรียบเรยี ง
6. บรรยาย : องค์ประกอบที่ ๔ การรายงานผลการเรยี นรู้
7. เรียนร้รู ูปแบบการเขยี นรายงาน
7.1 แบบวชิ าการ
7.2 แบบบรู ณาการ
8. ฝึกปฏิบัตกิ าร : เขียนรายงาน
แบบเอกสาร เช่น หนงั สอื แผน่ พบั
แบบบรรยาย เช่น การเลา่ นทิ าน อภปิ ราย สมั มนา
แบบศลิ ปะ เช่น การแสดงศลิ ปะพน้ื บ้าน ละคร รอ้ งเพลง
ภาพวาดทางพฤกษศาสตร์
แบบนิทรรศการ
วันที่ 4
1. นาเสนอ : ผลงาน องค์ประกอบที่ ๔ การรายงานผลการ
เรียนรู้
แบบเอกสาร เช่น หนังสอื แผ่นพบั
แบบบรรยาย เช่น การเล่านิทาน อภิปราย สมั มนา
แบบศิลปะ เช่น การแสดงศิลปะพ้ืนบ้าน ละคร รอ้ งเพลง
251
ตวั ชี้วดั สาระงาน
ภาพวาดทางพฤกษศาสตร์
2. ระบุและอธิบายสาระการเรยี นรู้ (ธรรมชาติแหง่ ชวี ิต แบบนทิ รรศการ
สรรพสิง่ ล้วนพนั เก่ยี ว ประโยชนแ์ ทแ้ ก่มหาชน 2. บรรยาย : องคป์ ระกอบที่ ๕ การนาไปใชป้ ระโยชน์ทาง
การศกึ ษา
2.1 การนาสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี นบรู ณาการสกู่ ารเรยี น
การสอน
3. ฝกึ ปฏบิ ตั กิ าร : เขียนแผนการจัดการเรยี นรูบ้ รู ณาการสวน
พฤกษศาสตร์โรงเรยี น
4. นาคณะผู้เข้าร่วมฝกึ อบรมฯ ศกึ ษาดงู าน (เฉพาะ
ศูนย์ฝกึ อบรม อพ.สธ. ลาตะคอง)
5. พิธปี ดิ และมอบเกยี รตบิ ัตร โดย ผู้อานวยการฝกึ อบรมฯ
วนั ที่ 1
1. พธิ เี ปดิ
2. บรรยาย : แนวทางการดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
ตามแนวทางของโครงการอนรุ กั ษ์พันธุกรรมพืชอนั เนอื่ ง
มาจากพระราชดาริฯ (อพ.สธ.)
3. บรรยาย : การเรยี นรู้ธรรมชาติแหง่ ชีวิต เร่ือง การศกึ ษาดา้ น
รปู ลักษณ์
4. ฝกึ ปฏิบตั ิการ : ศกึ ษาดา้ นรปู ลกั ษณ์
5. นาเสนอ : ผลงานการเรียน ศึกษาด้านรปู ลักษณ์
6. บรรยาย : การเรยี นรธู้ รรมชาตแิ ห่งชวี ติ เรือ่ ง การศึกษาการ
เปลยี่ นแปลงด้านรปู ลกั ษณ์
7. ฝึกปฏิบตั ิการ : ศกึ ษาการเปลย่ี นแปลงด้านรูปลักษณ์
8. นาเสนอ : ผลงานการเรยี น ศกึ ษาการเปลย่ี นแปลงดา้ น
รปู ลักษณ์
9. บรรยาย : การเรยี นรู้ธรรมชาตแิ ห่งชีวติ เรื่อง เปรียบเทยี บ
ขอ้ มลู การเปลีย่ นแปลงของชีวภาพ กับ ชีวติ ตน สรปุ องค์
ความรู้เพ่ือนามาประยุกตใ์ ช้ในการดาเนนิ ชวี ิต
10 ฝกึ ปฏิบตั กิ าร : เปรียบเทยี บขอ้ มูลการเปล่ียนแปลงของ
ชวี ภาพ กบั ชีวติ ตน สรุปองค์ความรเู้ พือ่ นา่ มาประยุกต์ใชใ้ น
การดาเนินชีวิต
11. นาเสนอ : เปรียบเทยี บข้อมลู การเปล่ียนแปลงของชีวภาพ
กับ ชีวิตตน สรุปองคค์ วามรู้ เพ่ือนามาประยุกต์ใชใ้ นการ
ดาเนนิ ชวี ิต
วันที่ 2
1. บรรยาย : การเรยี นรธู้ รรมชาติแห่งชีวิต เรอ่ื ง การศึกษาดา้ น
คณุ สมบตั ิ และพฤตกิ รรม
ตวั ช้ีวดั 252
สาระงาน
2. ฝกึ ปฏิบัตกิ าร : ศกึ ษาดา้ นคุณสมบตั ิ และพฤติกรรม
3. ศกึ ษาด้านคุณสมบัติ และพฤตกิ รรม (ตอ่ )
4. นาเสนอ : ผลงานการเรยี น ศึกษาดา้ นคุณสมบัติ และ
พฤติกรรม
5. บรรยาย : การเรยี นรู้ธรรมชาตแิ ห่งชวี ติ เร่ือง การศึกษาการ
เปล่ียนแปลงด้านคุณสมบัติและพฤตกิ รรม
6. ฝกึ ปฏบิ ัตกิ าร : ศึกษาการเปล่ียนแปลงดา้ นดา้ นคุณสมบัติ
และพฤตกิ รรม
7. นาเสนอ : ผลงานการเรียน ศกึ ษาการเปลย่ี นแปลงด้านดา้ น
คณุ สมบัติ และพฤติกรรม
8. บรรยาย : การเรยี นร้ธู รรมชาตแิ หง่ ชีวิต เร่ืองเปรียบเทยี บ
ข้อมูลการเปลีย่ นแปลงของชวี ภาพกบั ชวี ิตตน สรุปองคค์ วามรู้
เพอื่ นามาประยกุ ต์ใชใ้ นการดาเนินชวี ิต
9. ฝกึ ปฏบิ ตั ิการ : เปรยี บเทียบขอ้ มูลการเปลย่ี นแปลงของ
ชีวภาพกับชีวติ ตน สรุปองค์ความรเู้ พอื่ นามาประยุกต์ใช้ใน
การดาเนินชีวติ
10. บรรยาย : การเรียนรู้สรรพสง่ิ ลว้ นพันเกีย่ ว เรื่อง เรยี นรู้
ธรรมชาติของทรัพยากร ชีวภาพอ่ืนท่เี ขา้ มาเกยี่ วข้อง
11. ฝึกปฏบิ ัตกิ าร : เรยี นรู้ธรรมชาตขิ องทรพั ยากร ชีวภาพอ่นื ที่
เข้ามาเก่ียวข้อง
วนั ที่ 3
1. บรรยาย : สรรพสง่ิ ลว้ นพันเกย่ี ว เรื่อง การศึกษาด้าน
รปู ลักษณ์ การศกึ ษาดา้ นคณุ สมบตั ิ และด้านพฤติกรรม
ของชวี ภาพ
2. ฝกึ ปฏบิ ตั ิการ : การศึกษาดา้ นรปู ลักษณ์ การศกึ ษาด้าน
คุณสมบัติ และด้านพฤตกิ รรมของชวี ภาพ
3. ศึกษาด้านคณุ สมบตั ิ และพฤตกิ รรม (ตอ่ )
4. นาเสนอ : ผลงานการเรียน การศกึ ษาดา้ นคณุ สมบัติ และ
ด้านพฤติกรรม ของชีวภาพ
5. บรรยาย : สรรพสง่ิ ลว้ นพนั เกยี่ ว เรอื่ ง การศึกษาดา้ น
รปู ลกั ษณ์ การศกึ ษาดา้ นคุณสมบตั ิของกายภาพ (ดิน นา้
อากาศ แสง )
6. ฝกึ ปฏิบัตกิ าร : ศึกษาดา้ นรูปลักษณ์ การศึกษาดา้ นคณุ สมบัติ
ของกายภาพ
7. บรรยาย : สรรพสง่ิ ล้วนพันเกีย่ ว เร่อื ง สรุปให้เหน็
ความสมั พันธ์ ความผกู พันและความสมดลุ
8. ฝกึ ปฏบิ ตั ิการ : สรปุ ใหเ้ ห็นความสมั พนั ธ์ ความผกู พันและ
ความสมดุล
253
ตัวชี้วดั สาระงาน
9. นาเสนอ : สรปุ ให้เหน็ ความสมั พันธ์ ความผูกพนั และความ
สมดุล
วันที่ 4
1. บรรยาย : ประโยชน์แทแ้ ก่มหาชน เร่อื ง วเิ คราะห์ศักยภาพ
ดา้ นรปู ลกั ษณ์ ด้านคณุ สมบัติ และดา้ นพฤตกิ รรม
2. ฝกึ ปฏิบัติการ : วิเคราะห์ศักยภาพ
3. นาเสนอ : การวิเคราะหศ์ กั ยภาพ
4. บรรยาย : ประโยชนแ์ ท้แก่มหาชน เร่อื ง จนิ ตนาการเห็นคุณ
สรา้ งแนวคดิ แนวทางวิธกี าร
5. ฝกึ ปฏิบตั ิการ : จินตนาการเหน็ คณุ สร้างแนวคดิ แนวทาง
วิธกี าร (ต่อ)
6. นาเสนอ : ผลงานการ จินตนาการเห็นคุณ สรา้ งแนวคิด
แนวทาง วิธีการ
7. พิธีปิด และมอบเกียรตบิ ตั ร โดย ผู้อานวยการฝกึ อบรมฯ
3. ระบุและอธบิ ายการฝึกอบรมปฏบิ ตั ิการ การบรหิ าร วันที่ 1
และการจัดการ 1. พิธเี ปดิ
2. บรรยาย : แนวทางการดาเนินงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
ตามแนวทางของ โครงการอนุรกั ษพ์ ันธุกรรมพชื อัน
เน่ืองมาจากพระราชดาริฯ (อพ.สธ.)
3. บรรยาย : สรา้ งความตระหนักในงานสวนพฤกษศาสตร์
โรงเรยี น
4. บรรยาย : 1. โรงเรยี น และชมุ ชนมสี ว่ นรว่ ม ในงานสวน
พฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
2. แต่งตัง้ คณะกรรมการดาเนินงาน งานสวนพฤกษศาสตร์
โรงเรยี น
3. วางแผนการบรหิ ารและแผนการจดั การเรยี นรู้
5. ฝกึ ปฏบิ ตั ิการ : เขียนแผนการดาเนินงานดา้ นการบริหาร
โดยเขียนแผนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนรวมกบั แผนงาน
ประจาปีของโรงเรยี น แสดงรายละเอยี ดงาน ระยะเวลา
งบประมาณ ผู้รบั ผิดชอบ
6. นาเสนอ : เขยี นแผนการดาเนินงานด้านการบรหิ าร
วนั ที่ 2
1. บรรยาย : สรปุ ๕ องค์ประกอบ
2. ฝกึ ปฏบิ ัตกิ าร : ออกแบบ วิธกี ารจดั การเรยี นรูอ้ ย่างชดั เจนใน
ทกุ ระดับชั้นและทกุ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
3. นาเสนอ : วิธีการจดั การเรยี นรอู้ ยา่ งชดั เจนในทุกระดับชัน้
และทกุ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
4. บรรยาย : การดาเนินงานตามแผน สรปุ และประเมินผลการ
254
ตัวชว้ี ดั สาระงาน
ดาเนินงาน วิเคราะหผ์ ล และปรับปรุงพฒั นางาน การทา
4. ระบแุ ละอธบิ ายการฝกึ อบรมปฏบิ ัติการ การบูรณา รายงานการดาเนินงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
การ 5. พิธปี ิด และมอบเกยี รติบตั ร โดย ผู้อานวยการฝกึ อบรมฯ
1. พิธีเปิด
2. บรรยาย : แนวทางการดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
ตามแนวทางของโครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธุกรรมพชื อันเน่ือง
มาจากพระราชดารฯิ (อพ.สธ.)
3. บรรยาย : การดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 5
องค์ประกอบ
4. ฝกึ ปฏิบตั กิ าร : วเิ คราะห์หลกั สตู รแกนกลางกบั งานสวน
พฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
5. นาเสนอ : การวเิ คราะหห์ ลกั สูตรแกนกลางกับงานสวน
พฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
6. สรุปการวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางกบั งานสวน
พฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น เปน็ มโนทัศน์ mind mapping
วนั ท่ี 2
1. บรรยาย : การเรยี นรู้พชื ศกึ ษา
2. ฝกึ ปฏิบตั ิการ : วเิ คราะหห์ ลกั สตู รแกนกลางกบั พืชศกึ ษา
และ สรุปการวิเคราะห์ หลักสูตรแกนกลางกับ พืชศกึ ษา เปน็
มโนทัศน์ mind mapping
3. นาเสนอ : การวิเคราะห์หลกั สตู รแกนกลางกบั พืชศึกษา และ
สรุปการวเิ คราะห์หลกั สูตร แกนกลางกบั พชื ศึกษา
เป็นมโน ทศั น์ mind mapping
4. ฝกึ ปฏบิ ัติการ : เขียนแผน การจดั การเรยี นรู้ บูรณาการสวน
พฤกษศาสตร์โรงเรยี น
5. นาเสนอ : เขยี นแผน การจดั การเรยี นรู้ บรู ณาการสวน
พฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
6. พิธีปิด และมอบเกียรติบัตร โดย ผอู้ านวยการฝึกอบรมฯ
บทที่ 5
การวัดผลและการประเมนิ ผล
5.1 เกณฑก์ ารประเมินสถานศกึ ษา
ลาดบั ของ “บัตร” การรบั รอง และคณุ ธรรม แบ่งไดเ้ ป็น 4 ระดับ ดังนี้
1) ระดบั ป้ายสนองพระราชดารใิ นงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
2) ระดับเกยี รตบิ ตั รงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น ขน้ั ที่ 1
เกยี รติบัตรแห่งความม่งุ ม่ัน อนรุ ักษ์ สรรพส่ิง สรรพชีวิต ดว้ ยจิตสานกึ ของครแู ละเยาวชน
3) ระดับเกยี รตบิ ตั รงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน ขั้นที่ 2
เกียรตบิ ัตรแหง่ การเข้าสู่สถานภาพ สถานอบรมส่ังสอนเบ็ดเสรจ็ บนฐานงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
4) ระดบั เกยี รติบตั รงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น ขัน้ ท่ี 3
เกยี รติบัตรแหง่ การเปน็ สถานอบรมสัง่ สอนเบด็ เสร็จ บนฐานงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
5.1.1 ระดบั ป้ายสนองพระราชดาริในงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
1.เกณฑก์ ารประเมนิ แบ่งเป็น 4 ด้าน
(ด้านท่ี 1 - 3 คะแนน 1,000 คะแนน ด้านที่ 4 คะแนน 100 คะแนน)
ด้านท่ี 1 การบริหารและการจดั การ คะแนน 250 คะแนน ต้องไดไ้ มต่ ่ากว่า 150 คะแนน
ด้านที่ 2 การดาเนนิ งาน คะแนน 500 คะแนน ตอ้ งได้ไมต่ า่ กว่า 350 คะแนน
ด้านท่ี 3 ผลการดาเนนิ งาน คะแนน 250 คะแนน ต้องได้ไม่ต่ากว่า 150 คะแนน
รวมคะแนนเฉล่ยี ไมต่ า่ กวา่ 650 คะแนน
ดา้ นที่ 4 ความถูกต้องทางวิชาการ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ต้องได้ไม่ต่ากว่า 80 คะแนน
เกณฑ์การประเมินดา้ นท่ี 4 ความถูกตอ้ งทางวชิ าการ แบง่ เปน็ 3 หวั ขอ้ คอื
1) ตัวอยา่ งพรรณไมแ้ ห้งและการศึกษาพรรณไม้ (20 คะแนน)
2) ทะเบยี นพรรณไม้และภาพถ่ายพรรณไม้ (50 คะแนน)
3) ปา้ ยช่อื พรรณไมส้ มบูรณ์ (30 คะแนน)
(การประเมินในด้านท่ี 4 นี้ จะไม่นาคะแนนไปเฉล่ียกับอีก 3 ด้าน แต่จะพิจารณาเป็น
เอกเทศ กล่าวคือ จะต้องผ่านการประเมินในด้านที่ 4 ก่อน ถึงจะทาการประเมินด้านการบริหารและการ
จดั การ ด้านการดาเนนิ งาน ด้านผลการดาเนินงาน)
2. ผรู้ ่วมปฏิบัติ สถานศึกษาต้องมีผู้เรียนร่วมปฏิบัติการเรียนรู้ 5 องค์ประกอบของงานสวนพฤกษศาสตร์
โรงเรยี นและพชื ศึกษาไม่ต่ากวา่ 80 เปอรเ์ ซ็นต์ ของนกั เรียนทั้งหมด
256
3. การปฏบิ ตั ิของบคุ ลากรในสถานศึกษา
1) องค์ประกอบของงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี นครบ เหน็ ไดช้ ดั เจน .
2) ผบู้ ริหาร
- รู้เป้าหมาย “จิตสานึก” แล้วทา
- รู้หน้าท่ี “สนับสนุนครผู ้ปู ฏบิ ตั ิ” แลว้ ทา
3) ครูผู้ปฏบิ ัติ
-ใชร้ ปู ธรรมเป็นสือ่ นานามธรรม ไปสู่นามธรรมในเดก็
4) เดก็
- “คลุกคลี” กับพืชพรรณจนเกิดความรู้เบ้ืองต้น นาผลท่ีได้แสดง พร้อมท้ังวิธีการอันเป็น
ท่มี าแห่งผลน้ัน
4. วธิ กี ารประเมิน
1) พิจารณาหลักฐานเอกสารที่ปรากฏยอ้ นหลัง 2 ปี
2) สอบถามบุคลากรในสถานศกึ ษา
5.1.2 ระดับเกียรติบตั รงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน ขน้ั ที่ 1
เกยี รติบตั รแหง่ ความมุ่งมั่น อนรุ ักษ์ สรรพสิง่ สรรพชวี ิต ด้วยจิตสานึกของครูและเยาวชน
1. เกณฑก์ ารประเมนิ แบง่ เปน็ 4 ด้าน
(ดา้ นที่ 1 - 3 คะแนน 1,000 คะแนน ด้านท่ี 4 คะแนน 100 คะแนน)
ด้านท่ี 1 การบริหารและการจดั การ คะแนน 250 คะแนน ตอ้ งไดไ้ มต่ า่ กว่า 200 คะแนน
ดา้ นที่ 2 การดาเนนิ งาน คะแนน 500 คะแนน ตอ้ งไดไ้ ม่ตา่ กว่า 400 คะแนน
ดา้ นท่ี 3 ผลการดาเนินงาน คะแนน 250 คะแนน ต้องไดไ้ มต่ ่ากวา่ 200 คะแนน
รวมคะแนนเฉลย่ี ไมต่ า่ กว่า 800 คะแนน
ดา้ นที่ 4 ความถูกตอ้ งทางวิชาการ คะแนนเตม็ 100 คะแนน ตอ้ งได้ไมต่ ่ากวา่ 80 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ ด้านท่ี 4 ความถูกต้องทางวิชาการ แบง่ เปน็ 3 หัวขอ้ คอื
1) ตัวอย่างพรรณไม้แหง้ และการศกึ ษาพรรณไม้ (20 คะแนน)
2) ทะเบยี นพรรณไมแ้ ละภาพถ่ายพรรณไม้ (50 คะแนน)
3) ปา้ ยช่ือพรรณไมส้ มบรู ณ์ (30 คะแนน)
(การประเมินในด้านที่ 4 น้ี จะไม่นาคะแนนไปเฉล่ียกับอีก 3 ด้าน แต่จะพิจารณาเป็น
เอกเทศ กล่าวคือ จะต้องผา่ นการประเมนิ ในด้านท่ี 4 กอ่ น ถงึ จะทาการประเมินท้ัง 3 ด้าน)
257
2. เกณฑก์ ารประเมินสาระ การเรยี นรูท้ ้ัง 3 สาระ คะแนนเต็ม 1000 คะแนน
สาระที่ 1 ธรรมชาติแหง่ ชวี ติ คะแนน 400 คะแนน ต้องไดไ้ ม่ต่ากวา่ 250 คะแนน
สาระที่ 2 สรรพส่ิงลว้ นพนั เก่ียว คะแนน 300 คะแนน ต้องไดไ้ ม่ตา่ กว่า 180 คะแนน
สาระที่ 3 ประโยชนแ์ ทแ้ กม่ หาชน คะแนน 300 คะแนน ตอ้ งไดไ้ ม่ต่ากวา่ 180 คะแนน
รวมคะแนนเฉลยี่ ไม่ตา่ กวา่ 600 คะแนน
3. ผ้รู ่วมปฏิบตั ิ
- สถานศึกษาต้องมีผู้เรียนร่วมปฏิบัติการเรียนรู้ 5 องค์ประกอบของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
และพชื ศึกษาไมต่ ่ากว่า 80 เปอรเ์ ซน็ ต์ ของนักเรยี นทัง้ หมด
- สถานศึกษาต้องมีผู้เรียนร่วมงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสาระ ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วน
พันเก่ียว และประโยชนแ์ ท้แกม่ หาชน ไมต่ า่ กวา่ 80 เปอรเ์ ซน็ ต์ ของนกั เรียนท้ังหมด
4. การปฏิบตั ขิ องบุคลากรในสถานศึกษา
1. งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
- ปรมิ าณครู เด็ก มีสว่ นร่วมในงาน เพม่ิ ขน้ึ
- ความหลากหลายของงาน เพมิ่ ขึ้น
2. ผบู้ รหิ าร สนบั สนุน ดวู ่าจรงิ ใจ จริงจงั
3. ครูผูป้ ฏิบตั ิ ไม่เครียด เพยี รหม่ันหาวิธีการใหม่ๆ
4. เด็ก - เกดิ มี “กรุณาจิต” ต่อสรรพชวี ติ สรรพสงิ่ ไมค่ กุ คาม ไม่ทารา้ ย – ทาลาย
- เกิดมี “กรณุ าจิต” ต่อสรรพชวี ิต สรรพส่งิ ช่วยเหลอื เกื้อหนนุ เห็น ทั้งโรงเรียน
สะอาด เปน็ ระเบียบ ทกุ สรรพสง่ิ สมบูรณต์ ามธรรมชาติ
5. วิธีการประเมนิ
1) พจิ ารณาหลกั ฐานเอกสารที่ปรากฏยอ้ นหลงั 2 ปี
2) สอบถามบคุ ลากรในสถานศกึ ษา
5.1.3 ระดบั เกยี รติบตั รงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น ขน้ั ที่ 2
เกียรตบิ ัตรแหง่ การเข้าสสู่ ถานภาพ สถานอบรมส่งั สอนเบ็ดเสรจ็ บนฐานงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
1.เกณฑก์ ารประเมนิ แบง่ เป็น 4 ด้าน
(ด้านที่ 1 - 3 คะแนน 1,000 คะแนน ดา้ นท่ี 4 คะแนน 100 คะแนน)
ด้านท่ี 1 การบรหิ ารและการจดั การ คะแนน 250 คะแนน ตอ้ งได้ไมต่ ่ากวา่ 220 คะแนน
ดา้ นท่ี 2 การดาเนนิ งาน คะแนน 500 คะแนน ตอ้ งได้ไมต่ า่ กวา่ 460 คะแนน
ดา้ นท่ี 3 ผลการดาเนนิ งาน คะแนน 250 คะแนน ตอ้ งได้ไมต่ ่ากว่า 220 คะแนน
รวมคะแนนเฉล่ียไมต่ ่ากวา่ 900 คะแนน
ด้านที่ 4 ความถูกตอ้ งทางวชิ าการ คะแนนเตม็ 100 คะแนน ต้องไดไ้ มต่ ่ากว่า 80 คะแนน
258
เกณฑก์ ารประเมินด้านที่ 4 ความถูกตอ้ งทางวชิ าการแบง่ เปน็ 3 หวั ขอ้ คอื
1) ตัวอยา่ งพรรณไม้แห้งและการศกึ ษาพรรณไม้ (20 คะแนน)
2) ทะเบียนพรรณไมแ้ ละภาพถ่ายพรรณไม้ (50 คะแนน)
3) ปา้ ยชือ่ พรรณไมส้ มบูรณ์ (30 คะแนน)
(การประเมินในด้านท่ี 4 นี้ จะไม่นาคะแนนไปเฉล่ียกับอีก 3 ด้าน แต่จะพิจารณาเป็น
เอกเทศ กลา่ วคือ จะต้องผา่ นการประเมนิ ในดา้ นที่ 4 ก่อน ถึงจะทาการประเมินทง้ั 3 ดา้ น)
2. เกณฑก์ ารประเมินสาระ การเรียนรู้ทง้ั 3 สาระ คะแนนเต็ม 1000 คะแนน
สาระที่ 1 ธรรมชาติแหง่ ชวี ติ คะแนน 400 คะแนน ต้องไดไ้ ม่ตา่ กว่า 320 คะแนน
สาระที่ 2 สรรพสงิ่ ลว้ นพนั เกี่ยว คะแนน 300 คะแนน ตอ้ งไดไ้ ม่ตา่ กวา่ 250 คะแนน
สาระท่ี 3 ประโยชนแ์ ท้แกม่ หาชน คะแนน 300 คะแนน ต้องไดไ้ มต่ ่ากวา่ 240 คะแนน
รวมคะแนนเฉลยี่ ไมต่ า่ กวา่ 800 คะแนน
3. ผู้ร่วมปฏิบตั ิ
- สถานศึกษาต้องมีผู้เรียนร่วมปฏิบัติการเรียนรู้ 5 องค์ประกอบของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
และพชื ศกึ ษา
ไมต่ ่ากวา่ 90 เปอร์เซน็ ต์ ของนกั เรียนทงั้ หมด
- สถานศึกษาต้องมีผู้เรียนร่วมงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสาระ ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพส่ิงล้วน
พนั เกย่ี ว และประโยชนแ์ ทแ้ กม่ หาชน ไม่ต่ากว่า 90 เปอรเ์ ซ็นต์ ของนกั เรยี นท้ังหมด
4. การปฏบิ ตั ขิ องบุคลากรในสถานศกึ ษา
1. ผ้บู ริหาร ปกครองโดยธรรม
2. ครูผูป้ ฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิงานดว้ ยความผาสุข กลมเกลยี ว ประหยดั สุด ประโยชนส์ งู
3. เดก็ มธี รรม มีปญั ญา จัดระเบยี บของงาน จนเปน็ ระเบยี บของใจ
ความก้าวรา้ ว ไมม่ ใี นหมู่เด็ก ชม เย่ียม สะอาด เปน็ ระเบยี บทุกหนแหง่
5. วธิ ีการประเมิน
1) พจิ ารณาหลกั ฐานเอกสารทป่ี รากฏย้อนหลัง 2 ปี
2) สอบถามบคุ ลากรในสถานศึกษา
5.1.4 เกยี รติบัตรงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน ขน้ั ท่ี 3
เกียรตบิ ัตรแห่งการเปน็ สถานอบรมส่ังสอนเบ็ดเสร็จ บนฐานงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
1.เกณฑ์การประเมิน แบง่ เป็น 4 ดา้ น
(ดา้ นที่ 1 - 3 คะแนน 1,000 คะแนน ด้านท่ี 4 คะแนน 100 คะแนน)
ด้านท่ี 1 การบรหิ ารและการจัดการ คะแนน 250 คะแนน ต้องได้ 250 คะแนน
ดา้ นที่ 2 การดาเนนิ งาน คะแนน 500 คะแนน ต้องได้ 500 คะแนน
259
ดา้ นที่ 3 ผลการดาเนินงาน คะแนน 250 คะแนน ตอ้ งได้ 250 คะแนน
รวมคะแนนเฉลย่ี 950 - 1000 คะแนน
(คะแนน 900 - 950 คะแนน(คิดเปน็ 95 เปอรเ์ ซน็ ต์) พิจารณารบั ประกาศฯ)
ด้านที่ 4 ความถกู ต้องทางวชิ าการ คะแนนเตม็ 100 คะแนน ต้องไดไ้ มต่ า่ กว่า 80 คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ ด้านท่ี 4 ความถูกตอ้ งทางวชิ าการแบ่ง เปน็ 3 หัวขอ้ คอื
1) ตวั อย่างพรรณไมแ้ ห้งและการศกึ ษาพรรณไม้ (20 คะแนน)
2) ทะเบียนพรรณไม้และภาพถา่ ยพรรณไม้ (50 คะแนน)
3) ปา้ ยช่อื พรรณไม้สมบูรณ์ (30 คะแนน)
(การประเมินในด้านที่ 4 นี้ จะไม่นาคะแนนไปเฉลี่ยกับอีก 3 ด้าน แต่จะพิจารณาเป็น
เอกเทศ กลา่ วคอื จะตอ้ งผ่านการประเมินในดา้ นที่ 4 ก่อน ถงึ จะทาการประเมนิ ท้งั 3 ดา้ น)
2. เกณฑ์การประเมินสาระการเรียนรู้ทง้ั 3 สาระ คะแนนเต็ม 1000 คะแนน
สาระที่ 1 ธรรมชาติแห่งชีวิต คะแนน 400 คะแนน ตอ้ งได้ 400 คะแนน
สาระท่ี 2 สรรพสิ่งล้วนพันเกย่ี ว คะแนน 300 คะแนน ตอ้ งได้ 300 คะแนน
สาระที่ 3 ประโยชนแ์ ท้แก่มหาชน คะแนน 300 คะแนน ต้องได้ 300 คะแนน
รวมคะแนนเฉลีย่ 950 - 1000 คะแนน
(คะแนน 900 - 950 คะแนน(คิดเป็น 95 เปอร์เซ็นต์) พิจารณารบั ประกาศฯ)
3. ผู้รว่ มปฏบิ ัติ
- สถานศึกษาต้องมีผู้เรียนร่วมปฏิบัติการเรียนรู้ 5 องค์ประกอบของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
และพชื ศกึ ษา
คดิ เป็น 100 เปอรเ์ ซน็ ต์ ของนักเรยี นทัง้ หมด
- สถานศึกษาต้องมีผู้เรียนร่วมงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสาระ ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพส่ิงล้วน
พันเกี่ยว และประโยชน์แทแ้ ก่มหาชน คดิ เป็น 100 เปอรเ์ ซน็ ต์ ของนักเรียนทง้ั หมด
4. การปฏบิ ัติของบุคลากรในสถานศกึ ษา
1. ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเป็นปัจจัยแห่งความสว่าง คือ ปัญญา ช้ีนา สนทนา รูปธรรมท่ีปรากฎ
เชอื่ มโยงสูช่ ีวิตแหง่ ตนและสังคม
2. ผูบ้ รหิ าร ครู กลมกลืนในงาน บนฐานของจติ ท่มี คี วามเห็นชอบ
3. เด็ก เกอื้ กูลซงึ่ กนั และกัน โรงเรยี น ปราศจากความหวิ ปราศจากอบาย ปราศจากความคบั แค้น
5. วิธีการประเมนิ
1) พจิ ารณาหลักฐานเอกสารท่ีปรากฏย้อนหลัง 2 ปี
2) สอบถามบุคลากรในสถานศกึ ษา
บรรณานกุ รม
โครงการอนุรักษพ์ ันธกุ รรมพชื อันเนื่องมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.
2543. สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี. กรุงเทพฯ.
โครงการอนรุ กั ษ์พันธุกรรมพชื อันเนื่องมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.
2551. แนวทางดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัน
เนือ่ งมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี. กรงุ เทพฯ.
โครงการอนุรกั ษพ์ นั ธุกรรมพชื อนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.
2559. แผนแม่บท โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพ
รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี. กรุงเทพฯ.