The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือเตรียมสอบ A-Level 81

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือเตรียมสอบ A-Level 81

คู่มือเตรียมสอบ A-Level 81

50 ฟอสฟอรัส ฟอสเฟต แ ฟ ชัน่ฟาร ์ม ฟาสซิสต์ แฟลกซ ์ ฟิล์ม ฟิวส์ โฟกัส มองโกลอยด์ มอเตอร ์ มอร ์ฟี แมงกานิส มะกะโรนี มะฮอกกานี มัสตาร ์ด โมเลกุล โมเสก โมเสส มิสซา มีเทน เมกะเฮิรตซ ์ ไมโครฟิลม์ ไมโครโฟน เมตริก เมตริกตัน ไมโครเวฟ เมนทอล ยิปซัม ยูเรเนียม ยีราฟ แยมรกับี้ เรดาร ์ เรเดียม แร็กเก รูเล็ตต์ ล็อกเกต ลอการิทึม ลองจิจูด ลิปสติก ลิฟต์ ละติจูด ลิกไนต์ เลเซอร ์ เลนส์ วอลเลย์บอล ว ส ิ กี้ วัคซีน วัตต์ วาล์ว ไวโอลิน สตัฟฟ์ สแลง สวิตช ์ สปริง สุลต่าน สปาเกตตี สเปกตรัม เสิร ์ฟ ออกซิเจน เอเคอร ์a ออนซ ์ เอนไซม์ เอ็มบริโอ อะมีบา แอนติบอดี อะลูมิเนียม แอมแปร ์ แอมมิเตอร ์ แอลกอฮอล์ อาร ์ม แอสไพริน อินซูลิน แอสฟัลต์ โอลิมปิ โอห์ม อิเล็กตรอน ไอโซโทป อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กโทน ไอศกรีม เอกซเรย์ ไอโอดีนฮอกกี้ เฮิร ์ตซ ์ โฮเต็ล ไฮโดรเ เฮโมโกลบิน เฮลิคอปเตอร ์ เฮโรอีน ไฮโล


51 3.การเขียนค าบาลีสันสกฤต กกุธภัณฑ์ กตัญชลี กบาล กโบร กโบล กมลา กรชกาย กรรมฐาน กรัชกาย กเฬวระ กเฬวราก กักขฬะ กัณฐ ์ กัมมัฏฐาน กากคติ กากณึก กากภาษา กามเทพ การณ์/กานท์/ กานต์ กินนร/กินรี กุญชร กุฎี กุณฑี/กุณโฑ กุสุมาลย์ เกตุ/เกตุมาลา โกเชาว์ โกฏิ โกลาหล โกษีย์/โกสีย์ ขจร ขรรค์/ขันธ ์/ขันฑ์ ครหา คัมภีร ์ คาพยุต คิมหันต์ ฆราวาส โฆษิต จตุบท จัณฑาล จิตกาธาน โจท/โจทก ์/โจทย์ ฉิมพลี ชยันโต เชาวน์/เชาว์ ฌาปนกิจ ญัตติ ฐานันดร ดิรัจฉาน ตุลาการภิวัตน์ ถาวรวัตถุ เถรวาท ทิฐิ ทุกขเวทนา ทุพพลภาพ โทมนัส ธุดงค์ นฤพาน นวโกวาท นวมินทร ์ นักขัตฤกษ์ นักษัตร นัตถุ์ นัยน์ตา นาฏ/นาถ/นาท นานัปการ นานา นาสิก นิคหกรรม นิบาต นิรันดร ์ เนกขัมมะ บรรจถรณ์ บริขาร/บริจาค บริบาล/บริโภค บังสุกุล บัณเฑาะก ์ บัณเฑาะว์ บัลลังก ์ บาต/บาตร/บาท บุพเพสันนิวาส เบญจม โบสถ์ ปกติสุรทิน ปกรณ์ ปกิณกะ ปฏิภาณ ปฏิสัมภิทา ปรนนิบัติ ปรมาณู ปรมาภิไธย ประณีต ปรัมปรา ปรางค์ ปรามาส ปลาต ปัจจุทธรณ์ ปัจจุสมัย ปัจฉิมบท ปัปผาสะ ปาฏิหาริย์ ปาติโมกข์ ปาราชิก ปุโรหิต ผรุสวาท พยัคฆ์ พราหมณ์ พันธ ์/ พันธุ์/ พรรณ์/ พิพาท พิสัญญี/วิสัญญี เพชฌฆาต โพชฌงค์ โพธิบัลลังก ์ ภัตต์/ภัตร/ เภทภัย ภยันตราย มงคลวาร มนเทียร มรกต มรณบัตร/ มรณภาพ มหันตโทษ มรณบัตร/ มรณภาพ มหันตโทษ มหัพภาค มิคสัญญี เมรัย เมรุ/เมรุมาศ ยนต์/ยนตร ์ ยุทธภูมิ รามัญ โรคันตราย ลัญจกร ลิงค์/ลึงค์ วณิพก วสันต์ วิตถาร วินัยปิฎก วิบัติ วิปโยค วิรุฬห์/พิรุณห์ วิสัญญี วุฒิภาวะ สงสารวัฏ สมโภช สมัญญา สหัสวรรษ สังคหวัตถุ สังคายนา สังฆเภท สังฆาฏิ สังฆาทิเสส


52 4.ตวัอยา่งคา ทีป่ระวสิรรชนีย์ กะทัดรัด, กะทันหัน ขะมักเขม้น ขะมุกขะมอม คะนึง, คะเน, คะม า ฉะนี ้-ตะวัน ฉะนั ้น-ทะวาย สะดือ-สะดึง คะนึง-ทะลาย กระฟูม-กระฟาย กระชาย-กระแชง ประมาท-ประมง กระแจะ-กระจง ประดง-ประแดง กระจิบ-กระจาบ ระนาบ-ระแนง จะแจ่ม-จะแจ้ง ชะแลง-ชะลอม ตะแบง-ตะแบก กระทบ-กระแทก พะรังพะรุง-กระบุงกระชอน กระแอก-กระออม กระแอม-กระอัก กระช ้อย-กระชอม ประนีประนอม พะยอม-พะเยิบพะยาบ ฉะนั ้น-ฉะนี ้-พะงา ระกา-ระก า-ระคาย สะดุ้ง-สะดุด-สะเดาะ สะดุ้ง-สะดุด-สะเดาะ ละเมาะ-ชะนี-กระหาย ขะยุกขะยิก-สะพาย กระทาย-ตะเภา-สะพาน สะอาง-สะอึก-สะอืน้มะรืน-มะเรือง-ละหาน สะกด-สะกิด-ตระการ สะอ้าน-สะดึง-ชะลอม ละลอง-ละลาบ-ละล้วง มะม่วง-มะขาม-กระท่อม พะวัก-พะวง-พะยอม ละม่อม-ละโมบ-ละคร คะนอง-คะแนน คะนึง-บะหมี ่สะตาหมัน-จาระไน ระแนง-ระตู คะยัน้คะยอ-ฉะนี ้-ฉะนั ้น ชะง่อน-ทะเยอทะยาน สะพาน-ชะตา ทะมัดทะแมง-ชะแลง-ชะล่า ชะโงก-โหระพา-ชะพลู ตะปู-ละออง สะดุ้ง-สะเทือน สะท้าน-ประคอง สะดวก-สะดม ระทม-ตะไคร ้ ชะลอม-มะม่วง ละมุนละไม-ทะลาย พะเน้าพะนอ-ชะนาง พะออม-กะหล ่า กระสุน-กระเส่า สะอาด-สะอาง ชะวาด-ชะแวง ชะโด-กระดี ่ชะเอม-ชะอม มะยม-ชะนี ปะการัง-ชะงัก-ระวัง การะเกด-กระเฉด กระฉอก-กระแฉก กระชับ-กระชัง กระทา-สะพรบึสะพรั ่ง สะพาน-สะพาย สะเดา-สะเด็ด กระดังงา-พะว้าพะวัง ประดับประดา-ปะทะปะทัง ประทับประทา-ประทานพร พะแนง-ละคร พะรังพะรุง-พะเนินพะเนียง 5.ตวัอยา่งคา ที ่ไมป่ระวสิรรชนีย์ กบาล,กบี ่ขมุกขมัว ขมา,ขมีขมัน ขโมย ชนาง,ชนวน ชโลม,ชโลง ตลก,ตลิ ่ง ทนาย,ทยอย,ทโมน สกัด,สบง,สไบ นวลลออ ศิลปวัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรม พลศึกษา สักการบูชา อารยธรรม ธรรมชาติ สัจธรรม มรณภาพ อิสรภาพ สบาย พเนจร อวตาร คณบดี อเนก ชนวน-ชนาง ชนก-ชบา ชมดชม้อย ชม้ายชไม ชนิด-ชนัก ชอุ่ม-ชอ ่า ชวา-ชโลง-ชโลม ทโมน-ทมอ-ทแยง ทเมิน-ทยอย-ทนาย ทบวง-ทลาย ทวาย-ทวอย พม่า-พนาย พนัก-พยาน พเยียบ-พยุง พยักพเยิด พยับ-พบู พนม-พนอม พนัน-พญา พนา-พยาบาล สบง-สไบ สราญ-สบาย-สดับ สบู่-สกัด สกาว-สกา-สด า ฉวัดเฉวียน ฉน า-ฉลู ฉลาก-ฉลวย ฉวี-ฉงน ฉกาจฉกรรจ ์ ฉมัน-ฉมัง ฉลอมฉลาด ฉลัก-ฉลุ ฉมวก-ฉลาม ฉลอง-ฉงาย เฉนียน-ฉนวน-ฉบัง


53 6.ค าในพจนานุกรม ค า ค า ค า กกุธภัณฑ์ ก ฏ ก ุ ผ ล กฐินกาล กฐินทาน กฐินัตถารกรรม กณิกนันต์ กตัญชลี กตาธิการ กตาภินิหาร กถามรรคเทศนา กถิกาจารย์ กนิฏฐภคินี กมลฑลาภิเษก กมลาสน์ กรกัติ กรชกาย กรรตุการก กรรมาชีพ กรณียกิจ กรรมชวาต กรรมาธิการ กรมธรรม์ กรรมวาจาจารย์ กระษาปณ์ กฤดาธิการ กษีรารณพ กัลปาวสาน กฤดายุค กเฬวราก กัลปนา กฤษฎีกา กักขฬะ กัลปพฤกษ์ กษัตราธิราช กัตติกมาส กัลยาณมิตร กษีณาศรพ กัปปิยภัณฑ์ กากณึก กามภพ กัมมันตภาพรังสี กากภาษา กามวิตถาร กุศลกรรมบถ กาญจนาภิเษก กามาพจร กุศโลบาย กามคุณ กาเมสุมิจฉาจาร กูรมาวตาร กามตัณหา กายทุจริต เกษตรศาสตร ์ ขิปสัทโท กายวิภาคศาสตร ์ โกฐเขมา ขุทกนิกาย กายาพยพ ขนิษฐา เขม็ดแขม่ การิตการก ขมีขมัน เขมาโกรย กาลเทศะ ขมุกขมัว เขย้อแขย่ง กาลกีณี ขยักขย่อน เขลง กาฬจักร ขยักขย้อน เข้าสมาธิ กาสาวพัตร ขยุกขยิก โขยกเขยก กาฬปักษ์ ขยุกขยุย โขลนทวาร กาฬโรค ขยุบขยิบ คคนางค ์ กิตติกรรมประกาศ ขลุกขลัก คชลักษณ์กติตมิ ศกัดิ์ขษีณาศรพ คชสีห ์ กินนร ขะมักเขม้น คณาธิการ กินรี ขะเย้อแขย่ง คณาธิปไตย กิเลสมาร ขัณฑสกร คณิตศาสตร ์ กุมภัณฑยักษ์ ขัณฑสีมา คนธรรพ์ กุลธิดา ขัดสมาธิ คนธรรพศาสตร ์ กุลสตรี ขัตติยมานะ คมิกภัต


54 ค า ค า ค า ครรภธาตุ จาตุรงคสันนิบาต ชีวิตักษัย คมนาการ จิตกาธาน ชีวิตินทรีย ์ คมิกภัต จิตตานุปัสสนา ชุษณปักษ์ ครีษมายัน จิรัฐิติกาล โชติรส ครุภัณฑ์ จุกผาม ไชยเภท ครุฑพาห ์ จุกโรหิณี ฌาปนกิจ คฤโฆษ จุณณียบท ฌาปนสถาน คฤหปัตนี จุตูปปาตญาณ ญาณทัสนะ คัคนัมพร ๒๘.จุนสี ญาณวิทยา คันธรรพเวท จุรณมหาจุรณ ไญยธรรม คันธารราษฎร ์ จุลกฐิน ฐานานุกรม คัมภีรภาพ จุลทรรศน์ ฐานานุรูป คาพยุต จุฬาราชมนตรี ดรรชนี คิลานปัจจัย โจทนา ดลภาค คุณประโยชน์ ฉกามาพจร ดามพวรรณ คุณวุฒิ ฉกษัตริย ์ ดารดาษ คุณูปการ ฉทานศาลา ดาวดึงส์ ฆาตกร ฉศก ดุริยางคศิลป์ ฆาตกรรม ฉัตรมงคล ดุลยพินิจ ฆานประสาท ฉันทลักษณ์ ดุษฎีนิพนธ ์ โฆรวิส ฉัพพรรณรังสี ดุษฎีบัณฑิต จตุโลกบาล ฉิมพลี ดุษณีภาพ จตุรงคเสนา เฉลิมพระชนมพรรษา เดียรดาษ จตุรพักตร ์ ชนกกรรม ตจปัญจกกรรมฐาน จตุรพิธพร ชนมพรรษา ตรรกวิทยา จตุราริยสัจ ชนมาพิธี ตรรกศาสตร ์ จลนพลศาสตร ์ ชลมารค ตราไปรษณียากร จักรราศี ชันษา ตรีโกณมิติ จักรวรรคินิยม ชัยเภรี ตรีมูรติ จัตุรงค ์ ชาติภูมิ ตรีเอกานุภาพ จัตุรพักตร ์ ชาติมาลา ตรียัมปวาย จันทรคติ ชาตินิยม ตฤณชาติ จันทรคราส ชาติพันธุ ์วรรณนา ตาลปัตร จันทรุปราคา ชาติพันธุ ์วิทยา ติณชาติ จากพราก ชามพูนท ติมิงคละ จาตุทสี ชิวหินทรีย ์ ไตรสรณคมน์ จาตุมหาราชิกา ชีวประวัติ ไตรดายุค


55 ค า ค า ค า ถนิมพิมพาภรณ์ ทิศาปาโมกข์ ธาตุครรภ ถลกบาตร ทุกขลาภ ธาตุเจดีย ์ ถววรวัตถุ ทุกขสมุทัย ธาตุสถูป ถูปารหบุคคล ทุกรกิริยา ธารก านัล เถกิง ทุคตะ ธุดงควัตร เถรวาท ทุปปัญญา ธุมเกตุ เถลิงศก ทุพพลภาพ ธุมชาล ไถง ทุพภิกขภัย ธูปบาตร ไถยจิต ทุรชน โธวนะ ทรมาทรกรรม ทูษก นขลิขิต ทรัพยากรธรณี เทพนม นเคศวร ทฤษฎีบท เทพพยากรณ์ นครวาสี ทวิชงค ์ เทพสังหรณ์ นครโสเภณี ทศนิยม เทพพาโร นนทรี ทศพิธราชธรรม เทริด นปุงสกลิงค ์ ทักขิณาวัฏ เทวนาครี นพปฎล ทักษิณาวรรต เทศกาล นภศูล ทักษิณานุประทาน เทศบัญญัติ นภสินธุ ์ ทักษิโณทก เทศมนตรี นรเศรษฐ ์ ทัณฑกรรม เทศนา นเรนทรสูร ทัณฑฆาต เทศนาโวหาร นรกานต ์ ทัณฑสถาน เทียรฆชาติ นรกจกเปรต ทับสมิงคลา โทรมศัตราวุธ นฤปเวศม ์ ทัศนคติ โ ท ห ฬ น ิ ี นฤปัตนี ทัศนูปกรณ์ ไทยธรรม นฤคหิต ทัสนานุตริยะ ธตรฐ นฤโฆษ ทัฬหีกรรม ธไนศวรรย ์ นฤตยศาลา ทานมัย ธนุรมารค นฤตยศาสตร ์ ทารุณกรรม ธรณิศวร ์ ๒๐.นวปฎล ทาสปัญญา ธรรมกถึก นวารหาทิคุณ ทิฐธรรม ธรรมปฏิสัมภิทา นวังคสัตถุศาสตร ์ ทิฏฐานุคติ ธรรมสากัจฉา นวกภูมิ ทิฏฐุชุกรรม ธรรมาธิปไตย นักขัตฤกษ์ ทินกร ธรรมาธิษฐาน นั่ง ข ดั ส ม า ธิ ทิพโสต ธรรมาภิสมัย นัยนามพุ ทิพยจักษุ ธเรษตรีศวร นาคบริพันธ ์ ทิพยญาณ ธาตุโขภ นาคบาศ


56 ค า ค า ค า นาคปัก บทภาชนีย ์ (ป.) เบญจางคประดิษฐ ์ นาควิถี บทจร (ป.) โบกขรพรรษ นาคสังวัจฉระ บทบงกช (ส.) โบกขรณี นาคาวโลก บทบงส ์ (ป.) โบราณคดี นาฏกรรม บทมาลย ์ โบราณวัตถุ นาฏดนตรี บทวลัญช ์ (ป.) โบราณสถาน นาฏศิลป์ บพิตรพระราชสมภาร ปกติ นานัครส บรมบพิตร ปกรณัม นานัปการ บรมวงศานุวงศ ์ ปกิณกะ นามสงเคราะห ์ บรรจถรณ์ ปโกฏิ นามาภิไธย บรรณกุฎี (ส.) ปฏิคาหก นาวิกโยธิน บรรณารักษศาสตร ์ ปฏิภาคนิมิต นิคหกรรม บรรพชา (ส.) ปฏิภาณกวี นิโครธ บรรลัยกัลป์ ปฐมฌาน นิตยทาน บริขารโจล (ป.) ปฐมเทศนา นิตยภัต บริคณห ์สนธิ ปปัญจธรรม นิติเวชศาสตร ์ บริเฉทกาล (ป.) ปรนัย นิปริยาย บริโภคเจดีย ์ (ป.) ปรปักษ์ นิปัจการ บัญญัติไตรยางศ ์ ปรโลก นิพัทธกุศล บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ปรวาที นิมมานรดี บัพพาชนียกรรม ปรหิตะ นิยัตินิยม บาทบงกช ปรกติ นิรโทษกรรม บาทมูล ปรตยักษ์ นิรัติศัย บาทยุคล ปรนิมิตวสวัตตี นิราศรพ บานโภชน์ ปรมาจารย ์ นิราศรัย บุคคลสิทธิ ปรมาตมัน นิรุกติ บุคลาธิษฐาน ปรเมศวร ์ นิรุตติ บุคลิกทาน ปรสิตวิทยา นิรุตติปฏิสัมภิทา บุญราศี ประวิสรรชนีย ์ นิโรธสมาบัติ บุญญาภินิหาร ประกายพรึก นิโลตบล บุณฑริก ประกาศนียบัตร นิเวศวิทยา (ส.) บุพเปตพลี ประดิษฐกรรม นิสีทนสันถัต (ป.) บุรพทิศ ประดิษฐาน นิสีทนาการ (ป.) บูรพาจารย ์ ประวัติการณ์ เนมิตกะ (ป.) บุริมพรรษา ประวัติศาสตร ์ บงกชกร (ป.) เบญจกามคุณ ประสิทธิภาพ บทภาชน์ (ป.) เบญจเพส ประสูติกาล


57 ค า ค า ค า ปรัศนี พงศาวดาร พุทธปฏิมากร ปรากฏการณ์ พจนารถ พุทธมามกะ ปริกรรมนิมิต พนัสบดี พุทธาภิเษก ปริยัติธรรม พยาลมฤค พุทธุปบาทกาล ปัจจัตถรณ์ พยุหยาตรา แพทยศาสตร ์ ปัจจันตคาม พยุหแสนยากร โพธิบัลลังก ์ ปัจจุสมัย พรหมทัณฑ์ โพธิปักขิยธรรม ปัจเจกบุคคล พรหมลิขิต โพยม ปัจเจกโพธิ พราหมณี โพยมยาน ปัจฉิมพรรษา พฤกษศาสตร ์ ไพชยนต ์ ปัจฉิมลิขิต พฤฒาจารย ์ ไพศาขบุรณมี ปัจฉิมวัย พฤหัสบดี ไพศาขมาส ปัจฉิมวาจา พลกาย ภมริน ปัจนึก พลการ ภยันตราย ปัญญาวิมุติ พลขันธ ์ ภรตศาสตร ์ ปัฐยาวัตร พลขับ ภวกษัย ปัณรสมสุรทิน พลความ ภัณฑาคาร ปัตตานุโมทนา พลรบ ภัณฑารักษ์ ปัตติทานมัย พลโลก ภัสดา ปัพพาชนียกรรม พลสิงห ์ ภาคนิพนธ ์ ปาฐกถา พลีกรรม ภาคเสธ ปารุสกวัน พลีชีพ ภารตวิทยา เปตพลี พสุนธรา ภาวนามัย ไปรษณียบัตร พักตรา ภาสกร ไปรษณียภัณฑ์ พัสถาน ภิยโยภาพ ไปรษณียวัตถุ พาณิชยกรรม ภีรุกชาติ ไปรษณียากร พาณิชยศาสตร ์ ภุชงคประยาต ผรณาปี ติ พาฬมฤค ภุมรัตน์ ผรุสวาท พิกเลนทรีย ์ ภุมเทวดา ผลคุนีบูรพมาส พิฆเนศ ภูมิประเทศ ผลิกศิขรี พิฆเนศวร ภูมิภาค ผลิตกรรม พิพิธภัณฑ์ ภูมิรัฐศาสตร ์ ผลิตผล พิพิธภัณฑสถาน ภูมิล าเนา ผลิตภัณฑ์ พิริยพฤนท์ ภูมิศาสตร ์กายภาพ ผลีผลาม พิศดู ภูมิธรรม โผฏฐัพธรรม พิษฐาน ภูมิปัญญา ไผท พุฒิ ภูวไนย


58 ค า ค า ค า เภตรา มาตรการ ราชทัณฑ์ เภทภัย มาตรฐาน ราชทินนาม เภสัชกรรม มารวิชัย ราชลัญจกร เภสัชเคมี มารผจญ ราชวัติ เภสัชเพลา มิคสัญญี ราชสันตติวงศ ์ เภสัชวิทยา มิจฉาทิฐิ ราชสาส์น เภสัชศาสตร ์ มิสกวัน ราชองครักษ์ โภคทรัพย ์ มุขปาฐะ ราชูปถัมภ์ โภคภัณฑ์ มุขมนตรี ราชพฤกษ์ โภคยทรัพย ์ มุโขโลกนะ ราชินูปถัมภ์ โภชนากร มุจลินท์ ราพณาสูร โภชนาการ มูรธาภิเษก รามสูร โภชนาหาร มูลฐาน ริษยา มกุฎราชกุมาร มูลนิธิ รุกขมูลิกธุดงค ์ มงคลจักร มูลภัณฑ์กันชน รูปฌาน มงคลสูตร มูลค่า รูปธรรม มณฑป เมรุ รูปพรรณ มณีราค เมรุมาศ รูปพรรณสัณฐาน มตกภัต โมฆกรรม รูปพรหม มธุปายาส โมฆียกรรม รูปสมบัติ มณฑิราลัย ยุทธวิธี โรคนิทาน มนสิการ ยุทโธปกรณ์ โรคาพยาธิ มนุษยธรรม ยุทธนาการ โรคาพาธ มนุษยสัมพันธ ์ ยุรยาตร ราพณาสูร มโนทุจริต เยภุยสิกา รามสูร มรณกรรม เยาวมาลย ์ ริษยา มรณบัตร โยธวาทิต รุกขมูลิกธุดงค ์ มรรคนายก โยนิโสมนสิการ รูปฌาน มรรคผล รงควัตถุ รูปธรรม มรรยาท รชนีกร รูปพรรณ มฤคชาติ รสชาติ รูปพรรณสัณฐาน มฤคทายวัน รสนิยม รูปพรหม มฤตยู รโหฐาน รูปสมบัติ มหรณพ ร งั ส ฤ ษ ฏิ์ โรคนิทาน มหรรณพ รัชดาภิเษก โรคาพยาธิ มหัพภาค รัฐประศาสนศาสตร ์ โรคาพาธ มหาภิเนษกรมณ์ รัฐวิสาหกิจ ฤกษณะ มไหศวรรย ์ รัตนโกสินทรศก ฤคเวท มัคคุเทศก ์ รัตนสิงหาสน์ ฤชากร มัชฌันติกสมัย รัสสระ ฤตุสนาน มัชฌิมยาม ราคจริต ฤษยา มัชฌิมาปฏิปทา ราชกรณียกิจ ลหุกาบัติ มัธยฐาน ราชกิจจานุเบกษา ลักปิ ดลักเปิ ด


59 ค า ค า ค า ลัคนา วีรสตรี สวรรคาลัย ลัญจกร เวทางคศาสตร ์ สวัสดิมงคลลขิ สทิธิ์ ไวยาวัจกร สวามภิกัดิ์ โลกเชษฐ ์ ไวยาวัจมัย สวิญญาณกทรัพย ์ โลกธรรม ไวษณพ สหธรรมิก โลกธาตุ ศยามล สหัสนัยน์ โลกวิทู ศฤงคาร สักกายทิฐิ โลกุตระ ศัลยกรรม สังขตธรรม โลกัตถจริยา ศัตราวุธ สังขารโลก โลกานุวัตร ศาสตราจารย ์ สังคมศึกษา โลกาภิวัตน์ ศิลปกรรม สังฆเภท โลกุตรธรรม ศีลธรรม สังฆานุสติ โลมชาติ ศิวลึงค ์ สังวัธยาย โลหกุมภี ศิษยานุศิษย ์ สังเวชนียสถาน วจีทุจริต ศุกลปักษ์ สังสารวัฏ วชิรปาณี ศุภนิมิต สัจพจน์ วชิราวุธ ศุภมัสดุ สัญชาตญาณ วณิพก เศวตฉัตร สัญญาวิปลาส วนอุทยาน สกทาคามิผล สัญประกาศ วนาศรม สกรรมกริยา สัตตาหกรณียะ วโนทยาน สดับปกรณ์ สัตบริภัณฑ์ วรรณพฤติ สติปัฏฐาน สัตมวาร วสันตฤดู สติวิปลาส สัตยวาที วสันตดิลก สติสัมปชัญญะ สัตยาเคราะห ์ ว้ชรอาสน์ สถลมารค สัตวแพทย ์ วัฏสงสาร สถานธนานุบาล สัทธิวิหาริก วันทนาการ สถาปัตยกรรม สันถวไมตรี วาตภัย สมดุล สัปบุรุษ วาลวีชนี สมณบริขาร สัพยอก วิกฤตการณ์ สมณสาสน์ สัมปชัญญะ วิกฤตกาล สมบูรณาญาสิทธิราชย ์ สัมมนา วิกาลโภชน์ สมรรถภาพ สัมมาทิฐิ วิจิตรศิลป์ สมรรถนะ สัมฤทธิศก วิญญาณกทรัพย ์ สมาพันธรัฐ สัสตทิฐิ วิตถาร สมุจเฉทปหาน สาทิสลักษณ์ วิเทโศบาย สรณคมน์ สาธารณูปโภค วินาศกรรม สรรพากร สามีจิกรรม วิปริต สรรพางค ์ สารกรมธรรม ์ วิพิธทัศนา สรัสวดี สารัตถประโยชน์ วิวาหมงคล สรีรกิจ สาราณียธรรม วิสัญญีแพทย ์ สรีรางคาร สารีริกธาตุ วิสามานยนาม สลากภัต สิทธารถ วิสุงคามสีมา สวรรคต สิทธิการิยะ


60 ค า ค า ค า สีหบัญชร องคาพยพ อรหัตผล สีหไสยาสน์ อจินไตย อรัญวาสี สืบราชสันตติวงศ ์ อดิเรกลาภ อรูปภูมิ สุขนาฏกรรม อดีตชาติ อ ล กั เ อ ลื อ่ สุขศาลา อติชาตบุตร อวชาตบุตร สุขุมาลชาติ อติเรกจีวร อวิญญาณกทรัพย ์ สุคนธชาติ อถรรพเวท อสังหาริมทรัพย ์ สุตตนิบาต อาถรรพเวท อสัญแดหวา สุตตันตปิ ฎก อธิกมาส อสัตถพฤกษ์ สุพรรณบัฏ อธิกสุรทิน อสีตยานุพยัญชนะ สุรสีหนาท อธิษฐาน อสุภกรรมฐาน สุรางคนางค ์ อธิมุตติ อเสขบุคคล สุรัสวดี อนธการ อหิวาตกโรค สุริยคราส อนรรถ อเหตุกทิฐิ สูตินรีเวช อนัญสาธารณ์ อักขรวิบัติ เสขบุคคล อนันตริยกรรม อัครชายา เสถียรภาพ อนารยธรรม อัจกลับ เสาวภาคย ์ อนิฏฐารมณ์ อัชฌาสัย โสดาปัตติมรรค อนุชาตบุตร อัญเดียรถีย ์ โสตทัศนวัสดุ อนุญาโตตุลาการ อัฏฐังคิกมรรค โสมนัส อนุปสัมบัน อัฐรส โสฬส อนุปัสนา อัฐบริขาร ไสยเวท อนุรักษนิยม อัฒมณฑล ไสยศาสตร ์ อนุศาสนาจารย ์ อัตโนบท ไสยาสน์ อนุสาสนีปาฏิหาริย ์ อัธยาศัย หงสบาท อเนกวิธ อันตรวาสก หัตถกรรม อเนกอนันต ์ อันตรายิกธรรม หัตถบาส อเนจอนาถ อัปราชัย หัตถาจารย ์ อบายภูมิ อัพภูตธรรม หัสดีลิงค ์ อปาจยนธรรม อัษฎางคิกมรรค หิตประโยชน์ อัปมงคล อัสดงคต หิมพานต ์ อปรัณณชาติ อัสสุชล หิรัญบัฎ อัปราชัย อาคันตุกภัต หิริโอตตัปปะ อุปโลกน์ อาจริยวัตร หุ้นบุริมสิทธิ อภัพบุคคล อาทิตยมณฑล โหราจารย ์ อภิชนาธิปไตย อาเทสนาปาฏิหาริย ์ โหราศาสตร ์ อภิเนษกรมณ์ อานาปานัสสติ อกตเวทิตา อภิลักขิตสมัย อายุรกรรม อกตัญญุตา อภิสัมโพธิญาณ อาสาฬหบูชา อกรรมกริยา อมรโคยานทวีป อินทขีล อกัปปิ ยวัตถุ อมฤตรส อินทรธนู อกัปปิ ยโวหาร อรรถกถาจารย ์ อุจเฉททิฐิ อกุศลกรรมบถ อรรถปฏิสัมภิทา อุณหภูมิ


61 7.คา ทีม่กัเขยีนผดิ กงสุล กฎ กฎหมาย กบ (เต็ม,แน่น) กบฏ กรรไกร กรรเชียง กรรโชก กรรไตร กรรมบถ กรรมพันธุ ์ กรรมสทิธิ ์ กรวดน ้า กร่อน กระจิริด กระเชอ (ภาชนะสาน กระตือรือร้น กระเทือน กระบวนการยุติธรรม กระเบียดกระเสียร กระปรีก้ระเปรา่กระเพาะ กระสัน กระแสน ้า กระหนก(ลายไทย) กระหืดกระหอบ กริยา (ไว.ค าแสดงอาการ) ก๋วยเตีย๋วราดหน้า กเฬวราก ก๊อก กอปร ก้อร่อก้อติก กะทัดรัด กะทันหัน กะทิ กะเทาะ กะปริบกะปรอย กะโปโล กะพง กะเพรา กะลา กะเล่อกะล่า กะหรีป่ั ๊บ กะโหลก กักขฬะ กังวาน กังสดาล กัญชา กันดาร(อัตคัด) กัป กัลป์ กากบาท กามารมณ์ การบูร กาลเทศะ ก้าวร้าว ก าเนิด กิจจะลักษณะ กิตติกรรมประกาศ กติตมิ ศกัดิ ์ กิริยา (มารยาท) กุฏฐัง เกร็ดความรู ้ เกร็ดพงศาวดาร เกล็ดปลา เกศา เกษียณอายุ เกษียนหนังสือ เกษียรสมุทร เกสร เกินดุล โกฏิ (๑๐ ล้าน) โกศ (ทีใ่ส่ศพ) ข้นแค้น ขบถ ขบวน ข่มเหงคะเนงร้าย ขมีขมัน ขโมย ขริบ (ตัดเล็มด้วยตะไกร) ขลิบ (เย็บหุม้รมิเพือ่กนัลุ่ย) ขะมักเขม้น ขะมุกขะมอม ขะเย้อแขย่ง ขัณฑสกร ขัดสมาธิ ขันชะเนาะ ขากรรไกร ขากรรไตร ขาดดุล ข้าวกบหม้อ ข้าวของ ข้าวโพด ข้าวราดแกง ขดีคัน่ขี ้ เถา้ ขีร้าดโทษล่อง ขนึ้ฉ่าย เข็ญใจ เข็มควัก เขม็ดแขม่ เขยก เขยิน เข้าฌาน เข้ารีต โขยกเขยก ไข่มุก ไข้สันนิบาต คณนา คทา คนโท ครรลอง ครอก ครองแครง ครองราชย ์ ครอบคลุม คริสตกาล คริสตจักร คริสต ์ศตวรรษ คริสต ์ศาสนา คริสต ์ศาสนิกชน ครุฑ ครุภัณฑ์ คฤหัสถ ์ คฤหาสน์ คลอก คลาคล ่า คลางแคลง คลินิก คลืน่ เหยีน คลุมเครือ ควัน่ ควัน่จุก ควัน่ออ้ย ควินิน ค้อน คอนกรีต ค่อนขอด คอนแวนต ์ คอนเสิร ์ต นะคะ ขอบคุณค่ะ คะนอง คะนึง คะม า คะยัน้คะยอ คัน่คันดาล คัมภีร ์ คารวะ ค านวณ คกุกี ้ คู่กรณี เค้ก เครือ่งยนต์เครือ่งราง


62 เ ค รื อ่ง ร า ช อิสริยาภรณ์ เ ค รื อ่ง ส า อ า ง เคหสงเคราะห ์ เ คี ย่ว เ ข็ ญ แค็ตตาล็อก แคลอรี โคตร โครงการ โควตา งบดุล งึมง า งูสวัด เงินทดรอง เงินรองจ่าย โง่เง่า จงกลนี จตุสดมภ์ จัตุสดมภ์ จระเข้ จลาจล จะละเม็ด จ ะ ล ะ ห วัน่จ า้ ล ะ ห วัน่จ กั จัน่ จักร จักรพรรดิ จักรวรรดิ จักรวาล จัณฑาล จัดสรร จัตุรมุข จัตุรัส จันทน์กะพ้อ จันทน์เทศ จันทน์ผา จันอับ จับฉ่าย จาระไน จ านง จิตกาธาน จุณ,จุรณ จุดไต้ต าตอ จุมพิต จุลทรรศน์ เจ๊ก เจดีย ์ทิศ เจดียสถาน เจตจ านง เจตนารมณ์ เจตภูต เจียระไน โจทก ์จ าเลย โจทย ์เลข โจษจัน ฉกษัตริย ์ ฉกาจ ฉบับ ฉ ะ นั น ้ ฉ ะ นี้ฉะอ้อน ฉัททันต ์ ฉันญาติ ฉัพพรรณรังสี ชนวน ชนัก ชนิด ชบา ชมดชม้อย ชมพู ชม้าย ชโลม ช้อนส้อมชอ ่า ชอุ่ม ชะนี ชะมด ชะมัด ชะรอย ชะลอ ชะลูด ชัชวาล ชีวประวัติ เชาว ์ เชาวน์เชิต้ โชคชะตา โชห่วย ซวดเซ ซ ักไซ้ ซาก ซาบซ่าน ซ า บ ซึ้ง ซาลาเปา ซ า่ห ริ ม่เ ซ น ็ ชื อ่ เซนติเมตร ฌาน ฌาปนกิจ ฌาปนสถาน ญาณ ดอกจัน ดอกไม้จันทน์ ดาดฟ้ า ดารดาษ ดาวคะนอง ดาวดึงส์ ด า ษ ดื น่ด ารง ดุล ดุลการค้า ดุลการช าระเงิน ดุลอ านาจ ดุษณี เดินเหิน เดียดฉันท์ เดียรดาษ ได้ญาณ ได้ดุล ต ก ล่อ ง ป ล่อ ง ชิ น้ตงิด ต้นจันทน์ ต้นฉบับ ต้มโคล้ง ตระเวน ตลบ ตลบตะแลง ตะกรุมตะกราม ตะกละตะกลาม ตะเฆ่ ตะราง ตะล่อม ตะวันตั้งศูนย์ ต่าง ๆ นานา ตาตาราง ตานขโมย ตารางสอน ตาลโตนด ตาลปัตร ต ารับต ารา เต็นท์ ถนนลาดยาง ถ น ด ั ถ นี่ถมปัด ถ่วงดุล ถัว่พูถึงแก่พิราลัย แถลงการณ์ ทนทายาด ทโมน ทยอย ทแยง ทรมาทรกรรม ทรราช ทรวดทรง ทระนง ทรัพยสิทธิ ทลาย (หัก) ทะลาย (ช่อหมาก) ทวาย ทราวดี ทะนง ทะนุบ ารุง ทะลวงทะลึ่ง ทะเลสาบ ทะวาย ทักษิณาวรรต ทัศนศิลป์ ทาส ท าบุญสุนทาน ทีฆายุโก ทุพภิกขภัย ทุรกันดาร ทูต ทูนหัว


63 ทูลกระหม่อม ทูลเกล้าฯ เทคนิค เทเวศร ์ เท้าความ เทิด เทิดทูน เทิดพระเกียรติแท็กซี่แทรกแซง โทรทรรศน์ โทรมหญิง โทสจริต ธัญพืช ธ ามะรงค ์ ธ ารง ธุดงค ์ ธุรการ ธุรกิจ ธนบัตร ธรรมเจดีย ์ ธรรมาสน์ ธาตุเจดีย ์ ธารก านัล นกพิราบ นงพะงา นนทรี นพปฏล นวัตกรรม นภดล นัยน์ตา นาที นานัปการ น ้ า ม นั ก า๊ ด น ้ า ม นั จ นั ท น์ นิเทศ นิมิต นิรมิต นิวรณ์ นิเวศวิทยา เนรมิต เนืองนิตย ์ โน้ต ไนต ์คลับ บรรจบ บรรทัด บรรทุก บรรเทา บรรลุ บรรเลง บล็อก บ่วงบาศ บอระเพ็ด บังกะโล บังสุกุล บังเอิญ บัญญัติไตรยางศ ์ บันดาล บันได บันทึก บันเทิง บันลือ บาดทะยัก บาตร บาทบงสุ ์ บาทหลวง บานทะโรค บ าเหน็จ บิณฑบาต บ ด ิ พ ลิ ว้บุคลากร บุคลิกภาพ บุคลิกลักษณะ บุษราคัม บูรณปฏิสังขรณ์ เบญจเพส เบรก เบียดเบียน แบ่งสันปันส่วน แบหลา ปฏิกิริยา ปฏิสันถาร ปฐมนิเทศ ปรนนิบัติวัตถาก ประกายพรึก ประกาศิต ประจัญบาน ประจันหน้า ประจันห้อง ประณต ประณาม ประณิธาน ประณีต ประดิดประดอย ประติมากรรม ประถมาภรณ์ ช้างเผือก ประถมาภรณ์ มงกุฎไทย ประนีประนอม ประปา ป ร ะ พ า ส ( เ ที ย่ว ) ประภาส (สว่าง) ประพิมพ์ประพาย ประภัสสร ประโยชน์โพดผล ประสบ ประสบการณ์ ประสีประสา ประสูติ ประสูติการ ประสูติกาล ประหลาด ประหัตประหาร ปรักหักพัง ปรัมปรา ปรัศนี ปรากฏปราดเปรือ่ง ปรานี (เอ็นดู) ปราณี (ผู้มีชีวิต) ปราบดาภิเษก ปรามาส ปรารถนา ปรารมภ์ ปราศรัย ปริตร ปริทรรศน์ ปริทัศน์ ป ร ด ี ิ์เ ป ร ม ปล้นสะดม ปลาวาฬ ปลาสเตอร ์ ปลาสนาการ ปะการัง ปะแล่ม ปาฏิหาริย ์ ปิ กนิก เ ป ร ม ป ร ด ี ิ์ เปอร ์เซ็นต ์ แปล้ ปุนภพ เปตพลี ไปรษณียบัตร ไปรษณียภัณฑ์ ไปรษณียวัตถุ ผรุสวาท ผลกรรม ผลผลิต ผลิต ผลิตกรรม ผลิตผล ผลิตภัณฑ์ ผลีผลาม ผลึก ผดุง ผลลัพธ ์ ผล็อย ผ ล ดั เ ป ลี ย่น ผลัดผ้า ผลัดเวร ผลานิสงส์


64 ผอบ ผัดไทย ผัดผ่อน ผัดวันประกันพรุ่ง ผัดเวลา ผัดศาล ผ ดั ห นี้ผ้าขาวม้า ผาสุก ผุ ด ลุ ก ผุ ด นั่ง ผูกพัน เผยิบผยาบ เผล้ เผอเรอ เผอิญ เผ่าพันธุ ์ แผ่ซ่าน แผนการ แผ่หลา ไผทฝรั่งเศส ฝี ดาษ ฯพณฯ พยักพเยิด พยาน พยุง พเยีย พรรณนา พร้อมสรรพ พระสงฆ ์องคเจ้า พราก พราง พรางตา พฤติการณ์ พลศึกษา พลอดรัก พละก าลัง พลัดพราก พลาง พ ลิ ว้ พหูสูต พะงา พะงาบ ๆ พะนอ พะเน้าพะนอ พะเนียง พะแนง พะยอม พะเยิบพะยาบ พะวง พังทลาย พันทาง พัศดี พัสดุ พาณิช (พ่อค้า) พาณิชย ์ (การค้า) พาณิชยศิลป์ พาน (เกือบจะ) พาล (โง่) พิธีรีตอง พิราลัย พิลาป พิลิปดา พิศวง พิศวาส พิสดาร พิสมัย พึมพ า พุดตาน พุทธชาด พู่กัน พู่ระหง เพชฌฆาต เพนียด เ พ ร ศ ิ พ ริ้ง เพลิงกัลป์ เ พิ ม่พู น เพียบพร้อม โพธิญาณ โพนทะนา โพยม โพสพ พิษฐาน พสกนิกรฟั่น ฟั่นเชอืก ฟั่นเทยีน ไฟบรรลัยกัลป์ ภวังค ์ ภัสดา ภาคภูมิ ภาพยนตร ์ ภารกิจ ภารธุระ ภาวการณ์ ภูตผี ภูมิใจ เภทภัย ภัณฑาคาร ภารต มกุฎราชกุมาร มงกุฎ มณฑป มนิลา (เชือก) มนุษยศาสตร ์ มโนสาเร่ มรณกรรม มรณภาพ มลทิน มลายู มหรสพ มหาบพิตร มหาละลวย มหาหิงคุ ์ มหิงส์ มเหสี มโหระทึก มไหศวรรย ์ ม่อต้อ มอเตอร ์ไซค ์ ม่อห้อม ม่อฮ่อม หม้อห้อม มะงุมมะงาหรา มักกะสัน มัคคุเทศก ์ มังสวิรัติ มัณฑนา มัธยัสถ ์ ม สั มัน่มาดหมาย มาตรการ มาตรฐาน มาตรแม้น มาตรว่า มานพ (คน) มาณพ (หนุ่ม) มานุษยวิทยา ม่าเหมียว มืดมน มุก (รัตนชาติ) มุกตลก มุขเด็จ มุ่งมาด


65 มุตกิต แมงกะพรุน แม้นมาตร โมฆกรรม โมฆียกรรม ไมยราบ โมหันธ ์ โมหาคติ ยรรยง ยศถาบรรดาศกัดิ ์ย่อมเยา ยาเกร็ด ยุงก้นปล่อง ยุติธรรม เยาว ์วัย รกชัฏ รง (ยางไม้) รงค ์ (สี) รถยนต ์ รนหาที ่ รยางค ์ ร่วง รสชาติ รหัส ระเห็จ รักษาการ รักษาการณ์ รังสรรค ์ รังสฤษฎ ์ รังสี รัชดาภิเษก รากเหง้า ราคาเยา ร้างรา ราญรอน ราดยางถนน ราศี ร า่ลอื ริบราชบาตร รืน่รมย์ รุบรู่ รุ่มร่าม รุ่ยร่าย รู ้เท่าไม่ถึงการณ์ รูปการณ์ เราะราย เรีย่ ไร ฤกษ์พานาที ลาดราวาศอก ลมปราณ ลมหวน ล่วง ล่องชาด ลองไน ลออ ละมุนละไม ละโมบ ละล ่าละลกัละออง ละเอียดลออ ลัดปิ ดลักเปิ ด ลังถึง ลาดตระเวน ลายเซ็น ลาสิกขา ล าไย ล าไส้ เลิก่ลกั ลขิ สทิธิ ์ลิดรอน ลิปดา ลุกะโทษ ลุกลีล้ ุกลน ลุ่ย ลูกกบคอ ลูกเกด ลูกนิมิต ลูกบาศก ์ ลูกป้ ด เลขผา เล่นพิเรนทร ์ เล้าโลม เลิกรา เลือกสรร เลือดกบปาก เลือนราง โล่ โลกาภิวัตน์ โลกียวิสัย ไล่เลีย่วัชพืช วันทยหัตถ ์ วาณิช (พ่อค้า) วาณิชย ์ (ค้าขาย) วาตภัย วาทยกร วาทศิลป์ วายุภักษ์ วารดิถี วิกฤตการณ์ วิกฤติการณ์ วิกฤตกาล วิกฤติกาล วิ ่งเปี ้ยว วิ ่งผลดั วิญญาณ วิตถาร วิทยฐานะ วิธีการ วินาที วิปลาส วิปัสสนา วิพากษ์วิจารณ์ วิริยอุตสาหะ วิไล วิหารคด วีดิทัศน์ วีรกรรม เวนคืน เวรกรรม ศักยภาพ ศัพท์ ศิลปกรรม ศิลปลักษณะ ศิลปวัฒนธรรม ศิลปวัตถุ ศิลปวิจารณ์ ศิลปศึกษา ศิลปหัตถกรรม ศิลปะ ศิลปะการแสดง ศิลปะปฏิบัติ ศิลปะประดิษฐ ์ ศิลปะประยุกต ์ ศิลปะและฒนธรรม ศิลปะสถาปัตยกรรม ศิลปะสากล ศิลปะอุตสาหกรรม ศึกษานิเทศก ์ ศูนย ์หน้า โศกเศร้า ษมา สกัด สกา


66 สกาว สดมภ์ สดับ สถานการณ์ สถิต สถูป สนุกเกอร ์ สบง สบาย สบู่ สไบ สภาวการณ์ สภาวธรรม สมดุล สมุห ์บัญชี สยิว สร้างสรรค ์ สล้าง สวมกอด สอบเชาวน์ สะกด สะกิด สะคราญ สะดวก สะท้อน ส ะ เ ท น ิ น ้ า ส ะ เ ท น ิ บ ก สะบัก สะบัด สะพรึงกลัว สะพาน สะอาด ส ะ อิ้ง สักการบูชา สักหลาด สังเกต สังเกตการณ์ สังเขป สังฆทาน สังฆเภท สังวร สังวาล สังสรรค ์ สัจพจน์ สัญประกาศ สัญลักษณ์ สัณฐาน สัตตบงกช สัตตบรรณ สัตตบุษย ์ สันดาป สันโดษ สันตะปาปา สันถวไมตรี สันนิษฐาน สับปลับ สับปะรด สับปะรังเค สัปคับ สัปหงก สัพยอก สัมปทาน ส มั ฤ ท ธิ์, ส า ร ด ิ สัมมนา สากกะเบือ สาทิสลักษณ์ สาธารณชน สาธารณประโยชน์ สาธารณสถาน สาธารณสุข สาธารณูปการ สานุศิษย ์ สาบสูญ สาปแช่ง สายสิญจน์ สารท สารทุกข์สุกดิบ สารประโยชน์ สารพัด สาระบันเทิง สาระสังเขป สาระส าคัญ สารัตถประโยชน์ สารัตถะส าคัญ สาลิกา ส าปะหลัง ส ามะโนครัว ส าหรวด ส ารวจ ส าอาง สิงโต สินเธาว ์ สินบริคณห ์ สิริมงคล สีทันดร สีสัน สีสันวรรณะ สุกใส สุญญากาศ สุดสวาท สุพรรณบัฎ สุหนัต เสกสรร เส้นจันท์ เสถียร เสนียด เสบียง เสลด เสาวนีย ์ เสียศูนย ์ เ สื อ้ เ ชิ ต้แสตมป์ แสบสัน หงส์ ห ญ า้ ฝ รัน่หญ้าลิเภา หน้ากล้อ หน้าปัด หม้อห้อม หมาไน หมูหย็อง หย็องแหย็ง หยักศก หยากไย่ หยากไย่ หลงไหล หลักการ หลับไหล หลุดลุ่ย หลุมพราง หวนคะนึง หอมหวน หอยแครง หอยแมลงภู่ หัวป่ า หัวมังกุท้ายมังกร หินชนวน หินดินดาน เหง้า เ ห งื่อ ก า ฬ เหตุการณ์ เหม็นสาบ เหล็กไน เหล็กวิลาด เหล็กวิลาศ


67 เหลวไหล เหลือเข็ญ แหลกลาญ โหยหวน ไหลตาย ไหม้ โหราศาสตร ์ โหราจารย ์ อนิจกรรม อนิจจา อนุญาต อนุมัติ อนุสาวรีย ์ อเนก อเนจอนาถ อโนดาต อภิชาต อภิรมย ์ อภิเษก อรหันต ์ อรหัน อลังการ อวสาน อเวจี อสัญกรรม อหังการ ออกซิเจน อ อ้ ย ค วัน่ อะลุ่มอล่วย อะลุ้มอล่วย อะไหล่ อัตคัด อัตชีวประวัติ อัธยาศัย อัปภาคย ์ อัประมาณ อาเจียน อาชาไนย อาเซีย อานิสงส์ อาพาธ อาเพศ อารมณ์ อาลัยอาวรณ์ อาวรณ์ อาสน์สงฆ์ อาสนะสงฆ ์ อ านาจบาตรใหญ่ อ ามหิต อินทรธนู อินทรี (นก) อินทรีย ์ (ร่างกาย) อินทรียวัตถุ อินังขังขอบ อิริยาบถ อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กโทน อิสรภาพ อิสรเสรี อิสริยยศ อิสริยาภรณ์ อุดมการณ์ อุตพิด อุตสาหพยายาม อุบัติการณ์ อุปการคุณ อุปาทาน อุปโลกน์ อุโมงค ์ เอเชีย โอกาส ไอศกรีม ฮวงซุ้ย ฮอร ์โมน ฮัจญ ์ ฮิจเราะห ์ ฮิปโปโปเตมัส ฮิสทีเรีย เฮโมโกลบิน เฮลิคอปเตอร ์ เฮอริเคน เฮิรตซ ์ แ ฮ่ก น ึ๊ โฮลเมียม ไฮโกรมิเตอร ์ ไฮดรา ไฮโดรคาร ์บอน ไฮโดรเจนซ ัลไฟล์


68 4.2การใช้ค าตรงความหมาย 1.คา ทีม่คีวามหมายคลา้ยกนั 1.กระฉับกระเฉง-กระปรีก้ระเปรา่•พนักงานในบริษัทท างานอย่าง กระฉับกระเฉง •ผูส้งูอายดุืม่น ้าผึ ้งแลว้จะรสู้กึกระปรีก้ระเปรา่ 2.ไกลเ่กลีย่ -เกลีย้กลอ่ม •ต ารวจ ไกล่เกลีย่ข้อพิพาทระหว่างชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน •เจา้หนา้ทีต่า รวจ เกลีย้กล่อม คนร ้ายให้ยอมมอบตัว 3.แก้แค้น-แก้เผ็ด •เขาทา ไปเพือ่แก้แค้น ผูท้ีฆ่า่บดิาของเขา •พวกเขาอยาก แก้เผ็ด ความปากมากของมนัแคน่ ั ้นเอง 4.กฎเกณฑ์-กฎหมาย •การท างานต้องเป็ นไปตาม กฎเกณฑ์ทีบ่รษิทักา หนด •สภาผู้แทนราษฎรเตรียมตรากฎหมาย เกีย่วกบัการปลกูสรา้ง อาคารทีอ่ยอู่าศยัใหม่ 5.กระโจน-กระโดด •เสือด า กระโจน จากหน้าผา •เธอร ้อนมากจนอยาก กระโดด ลงไปในน ้า 6.กักขัง-กักกัน •กรมราชทัณฑ์กักขัง นักโทษประหารชีวิตไว้ในแดนห้า •มคีา สั ่งมาให้กักกัน การแพรก่ระจายเชือ้โรคภายใน 24 ชั ่วโมง 7.เกีย่วขอ้ง-เกีย่วพนั •อุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร ์ได้เข้าไปเกีย่วขอ้ง กับชุมสายโทรศัพท์ เป็ นส่วนใหญ่ •ไวรสัระบาดตวันี ้มนัเกีย่วพนั กับเครือข่ายก่อการร ้าย 8.กิจวัตร-กิจกรรม •การวิ ่งรอบสนามหญา้ถอืเป็น กิจวัตร ประจ าวันของเขา •ปัจจบุนันกั ศกึษาตืน่ตวักนัมากในเรือ่งกจิกรรมการเมอืง 9.แก้ตัว-แก้มือ •ครูให้โอกาสนักเรียน แก้ตัว ในการสอบอกีครั ้ง •หลงัจากพา่ยแพค้รั ้งนั ้นแลว้เขากพ็ยายามหาทางแก้มือกับเขา อกีครั ้ง 10.กระเซ็น-กระเด็น •โคลนกระเซ็นขึน้มาถงึขา้งรถ •ก้อนหินกระเด็นจากข้างทางมาโดนกระจกรถ 11.กีดขวาง-กีดกัน •การจอดรถยนตข์นาบขา้งรถยนตค์นัอืน่ เป็นการ กีดขวางทางจราจร •นักกีฬาเก่ง ๆ บางคนถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมทีม 12.เกียรติบัตร-วุฒิบัตรประกาศนียบัตร •นักเรียนได้รับเกียรติบัตรกิจกรรมท าความดีจากคุณครู •บคุลากรที ่ เขา้อบรมหลกั สตูรนีจ้ะไดร้บั วุฒิบัตรทุกคน •เขาเรียนจบระดับปวส.โดยมีประกาศนียบัตรรับรองความรู ้


69 13.ขม่ขี ่-ข่มขู่-ข่มเหง-ข่มขวัญข่มขืน •การทา พธิไีสยศาสตรเ์พือ่ขม่ขีอ านาจฝ่ายตรงกันข้ามให้ยอมสยบ ่ •นักเลงชอบข่มขู่คนทีอ่อ่นแอกวา่ •ผมสาบานว่าจะต้องไม่ยอมให้มีการข่มเหงกนัแบบนีอ้กี •กอ่นชกัดาบทกุครั ้ง ข่มขวัญคู่ต่อสู้ให้ได้ก่อน •โจรข่มขืนหญิงสาวกลางป่า 14.ขัดขืน-ขัดใจ-ขัดเคือง-ขัดคอขัดตา-ขัดบท-ขัดหู- ขัดขวางขัดข้อง-ขัดแย้ง •ผู้ร ้ายขัดขืนการจบักมุของเจา้หนา้ทีต่า รวจ •แม่จ าเป็ นต้องขัดใจลกูสาวที ่รอ้งไหจ้ะเอาของเลน่ •วิภาขัดเคืองเจา้นายเธอมากที ่ไม่ใหส้องขัน้ •เขาชอบขัดคอคนอืน่อยเู่ สมอจนไมม่ ใีครอยากคบหาแลว้ •กิริยาของเขาขัดตาผู้ใหญ่หัวโบราณมาก •ลกูอยา่เพิ ่งขัดบทได้ไหม แม่ยังพูดไม่จบเลย •หัวหน้าพูดจาขัดหูคนฟังแบบนี ้ใครจะชอบ •เพือ่น ๆ ชวยกัน ่ ขัดขวางเขาไม่ให้ฆ่าตัวตาย •เครือ่งจกัรเกดิขดัขอ้งจงึไม่สามารถผลติ สนิคา้ได้ •ฝ่ายค้าขัดแย้งกบั ฝ่ายรฐับาลเรือ่งงบประมาณ 15.แข็งแกร่ง-แข็งขัน-แข็งแรงแข็งข้อ-แข็งขืน •ผูท้ีจ่ะประสบความสา เรจ็ไดต้อ้งมจีติใจแข็งแกร่ง •เขาเป็ นคนแข็งขัน เจ้านายจึงเอ็นดูเป็ นพิเศษ •ลูกชายของเขาแข็งแรงขึน้หลงัจากออกกา ลงักายทกุวนั •คนงานแข็งข้อต่อนายจ้าง เพราะไม่เห็นกับความอยุติธรรม •ประชาชนหลายกลุ่มแข็งขืนไม่ทา ตามใบสั ่งของผูม้อีา นาจ 16.คลุ้ง-ฟุ้ ง •ควันธูปคลุ้งไปทั ่วศาลาเหมอืนหมอกบาง ๆ •ถนนตรงทางเข้าหมู่บ้านมีฝุ่นฟุ้ งกระจายตลอดทั ้งวนั 17.ควัน่ -ฟั ่น •การควัน่ออ้ยเป็นงานที ่ เกษตรกรถนัดทีส่ดุ •ลูกเรือฟัน่ เกลยีวเหนียวแน่นเพือ่ ใชย้ดึหลกัใหม้ ัน่คง 18.จุกจิก-จุบจิบ •อาจารย์จุกจิกเรือ่งการไวผ้มของนักเรยีนใหถ้กูตอ้ง •คนทีจ่ะลดความอว้น ควรกินข้าวพอควร ให้เลิกกินจุบจิบ 19.ฉลาก-สลาก •ผู้สูงอายุอ่านฉลากยาผดิจงึทานยาผดิเมือ่วานนี ้ •ครูท าสลากใหน้ักเรยีนจบัเพือ่รบัของขวญั 20.โซม-โทรม •เด็ก ๆ วิ ่งเลน่จนเหงือ่ โซมตัว •บ้านโทรม ๆ หลงันั ้นเป็นบา้นของฉันเอง 21.ตก-หล่น •ช่างก่อสร ้างตกนั ่งรา้น เหตุเพราะเหยียบพลาด •ลูกไม้ มักจะหล่นไม่ไกลต้น


70 22.ไต่สวน-สอบสวน-สืบสวนสืบสาว-สืบเสาะ •ต ารวจก าลังไต่สวนผู้ต้องหาคดีค้ายาบ้า •ต ารวจสอบสวนผู้ต้องหา •ต ารวจก าลังสืบสวนคดีความจากผู้ต้องสงสัยอยู่ •สนุทรภบู่า้นชอ่งอยทู่ ี ่ไหน เราไม่สามารถจะสืบสาวได้ •เขาก าลังสืบเสาะเรือ่งราวของแฝดสยาม 23.ทดรอง-ทดลอง •ระหว่างรอเงินงบประมาณ เขาใช ้เงินส่วนตัวทดรองจ่าย ค่าจ้างคนงานไปก่อน •นักวิทยาศาสตร ์ทดลองเซรุ่มจากงูฉีดเข้าไปในกระต่าย 24.เจือปน-ปลอมปน •ความสุขของเธอเจือปนไปด้วยความทุกข์ •ประชาชนทกุคนควรระวงัเชือ้โรคทีปลอมปน่มากบัน ้าดืม่ 25.ปลอมแปลง-แปลกปลอม •ตา รวจจบักมุผูท้ีก่า ลงัปลอมแปลงเอกสารทางราชการ •ระวังโจรล้วงกระเป๋ าแปลกปลอมเข้ามาในงาน 26.ผลัด-ผัด •เราต้องผลัดเวรกันเฝ้ าตู้เก็บเงิน •เขาผัดใหพ้วกหนงัสอืพมิพพ์บเขาพรงุ่นี ้ 27.เผยแพร่-เผยแผ่ •ฉันเกดิมาในโลกนี ้ เพือ่ เผยแพร่ข้อความแห่งสันติ •การเผยแผ่ศาสนาเป็ นศาสนกิจของสงฆ์ 28.เรีย่ราย-เรีย่ ไร •กินข้าวหกเรีย่รายไปทั ่วหอ้ง •ชาวบ้านได้เรีย่ ไรเงนิจากผมู้จีติศรทัธาเพือ่ถวายใหว้ดั 29.อนุญาต-อนุมัติ •พนักงานขออนุญาตลาหยุดในวันออกพรรษา •สหรัฐฯได้อนุมัติเงินจ านวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ 30.ตรวจสอบ-ตรวจทาน •เจา้หนา้ทีตรวจสอบ่หลกัฐานที ่ไดม้า •เขาตรวจทานขอ้มูลมากกวา่รอ้ยครั ้ง 31.ประสิทธิภาพ-ประสิทธิผล •เครือ่งจกัรไอน ้ามประสิทธิภาพ ีนอ้ยกวา่เครือ่งจกัรดเีซล •เขาทา งานเพือ่หวงัประสิทธิผลสงูสดุเทา่นั ้น 32.สมรรถภาพ-สมรรถนะ •สมรรถภาพทางกายของเขาลดลงเรือ่ย ๆ •รถยนตแ์บบนีม้สมรรถนะ ีดเียีย่มเหมาะสา หรบัเดนิทางไกล 33.ผูก-มัด •เอาม้าผูกไว้กับเสา •ลูกน้องมัดหญ้าคาเป็ นท่อน ๆ 34.รุกราน-รกุล ้า-รุกไล่ •การทีอ่ริกัรุกรานคูเวต ท าให้แผนการตะวันตกล้มลง •พ.ศ.2437 ฝรั ่งเศสไดร้กุล ้าอธิปไตยของประเทศสยาม •กองยานถูกรุกไล่ขณะสงครามลกุลามไปทั ่ว 35.เร่งด่วน-เร่งรีบ-เร่งรัด-เร่งเร ้า-รบ เร ้า •งานนีต้อ้งทา อยา่งเร่งด่วนใหเ้สรจ็ภายใน 12 ชั ่วโมง •ประเทศไทยต้องเร่งรีบเตรยีมพรอ้มเพือ่รบักบั โควิด-19 •พวกเขาเร่งรัดเรือ่งการยกเวน้ภาษเีงนิบรจิาค •ลูกชายเร่งเร ้าให้พ่อแม่ส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอผู้หญิงให้ •ถา้พีข่องเธอรบเร ้ามาก ๆ เธอคิดว่าควรท าอย่างไร


71 36.เย็นฉ ่า-เย็นเฉียบ-เย็นชา-เย็นชืด เย็นเยือก-เย็นวาบ •ฉันจะกลบัไปบา้น อาบน ้านอนแชต่วัใหเ้ย็นฉ ่า •โอ! มือฉันเย็นเฉียบเลย •เธอมักจะเย็นชาเก็บตัวและไม่แสดงความรู ้สึก •เขานอนตายตัวเย็นชืด •หน้าหนาวอากาศบนภูเขาเย็นเยือก •ลมพัดกระโชกเข้ามารู ้สึกเย็นวาบ 37.ผ่อนผัน-ผ่อนปรน •เจา้ของหอคนนี ้ใจดียอมใหผู้เ้ชา่ ผ่อนผันค่าเช่าห้องไปอีก •ตัวแทนบริษัทยอมผ่อนปรนตอบรับข้อเรียกร ้องของผู้ชุมนุม 38.คลีค่ลาย-ผ่อนคลาย •สถานการณ์บ้านเมืองตึงเครียดจะคลีค่ลายลงด้วยดี •หมอต้องการให้เขาผ่อนคลายความวิตกกังวลลงบ้าง 39.แน่นหนา-หนาแน่น •เขาใส่กุญแจอย่างแน่นหนา เพราะจะไม่อยู่บ้านหลายวัน •คนืนีผ้ ูค้นหนาแน่นคึกคักมากเป็ นพิเศษ 40.ยืนกราน-ยืนยัน-ยนืพืน้ -ยืนหยัดยืนยง •สามียืนกรานอย่างแข็งขันว่าเขาไม่ได้โกหก •เขายืนยันว่าเขาเห็นขโมยแน่ •กบัขา้วไทยมนี ้าพรกิยนืพืน้ •ผู้น าไม่สามารถจะยืนหยัดอยไู่ดโ้ดยทีข่ดัแยง้กบั ประชาชน •ทกุสิ ่งมลายหายไป แตค่วามรกัของพอ่แม่ยงัยืนยงอยู่ต่อไป 41.จัดสรร-เลือกสรร-คัดสรร •นายหน้าพยายามจัดสรรทีด่นิแถวนี ้ใหม้รีาคาสงูขึน้ •ส านักพิมพ์เลือกสรรงานเขยีนทีม่คีณุภาพมาจดัพมิพ์ •นักเรียนคัดสรรบทเพลงในการร ้องในวันปัจฉิมนิเทศ 42.สงเคราะห์-อนุเคราะห์ •ลุงอยากให้เขาสอบได้ หนูช่วยสงเคราะห์ทีเถอะ •เขามีสปอนเซอร ์รายใหญ่อนุเคราะห์เครือ่งแตง่กาย 43.ต่อเติม-แต่งเติม-ตกแต่ง •พ่อแม่ต่อเติมบา้นหลงัเดมิเพือ่พอกบั สมาชกิครอบครวั •นักเรียนช่วยกันแต่งเติมสีสันให้กับต้นคริสต์มาส •บา้นหลงันีตกแต่ง ้ภายในดว้ยมณัฑนากรชือ่ดงั 44.สงบ-สงัด •คนเราควรสงบใจไว้บ้าง ถา้คดิมากก็ยิ ่งทกุขม์าก •ฉันกลบัไปบา้น เจอหอ้งที ่ เงยีบสงัด 45.สดชืน่ -สดใส •การไปล่องแก่ง ท าให้ชีวิตสดชืน่ขึน้ •หลังจากพักมา 2 อาทิตย์ ดูเขาสดใสอย่างเห็นได้ชัด 46.เกือ้หนุน-เกือ้กลู •ระบบที ่ เกือ้หนุนชวีติทั ้งหมดบนโลกกา ลงัเสือ่มถอย •ทุกคนจ าเป็ นต้องเกือ้กลูกนัและกนัเพือ่ประโยชนส์ว่นรวม 47.ชักจูง-ชักใย •สิ ่งแวดลอ้มปจัจบุนั ชักจูงเด็กวยัรนุ่ ไปในทางทีผ่ดิไดง้า่ย •ตา รวจพบวา่คดนีีม้คีนคอยชักใยอยเู่บือ้งหลงั 48.ประชากร-ประชาชน •ประชากรของไทยเพิม่ขึน้รวดเรว็มาก •วิถีการด าเนินชีวิตของประชาชนในเมอืงเปลีย่นแปลงไป 49.สิงสู่-สมสู่ •ตอ้งมสีถานทีท่ี ่แมม่ดเขา้สิงสู่ •แม่เขาเจ็บใจที ่ เขาไปสมสู่กับผู้หญิงหากิน 50.ผสม-ประสม •แม่ใช ้ผลมะเกลือผสมน ้าแลว้ยอ้มจะไดผ้า้สดีา •พอถกูหวัหนา้ตา หนิคนอืน่ก็พลอยประสมโรงด้วย


72 2.การใช้ค าให้ถูกความหมาย ค า ความหมาย ประโยค กักกัน ก. ไม่ใหล้ว่งพน้เขตทีก่า หนดไว, ้ ก าหนเขตให้อยู่, กัก ก็ว่า. •แม่กักกันลูกไม่ให้หนีออกไปท าความผิดนอก บ้าน กักตัว ก. ยึดไว้, ไม่ปล่อยไป. ต ารวจ กักตัว ผู้ต้องสงสัย กักขัง ก. บงัคบัใหอ้ยใู่นสถานทีอ่นัจา กดั , เก็บตวัไวใ้นสถานทีอ่นัจา กดั. •กรมราชทัณฑ์กักขัง นักโทษประหารชีวิตไว้ ในแดนห้า กีดกัน ก. กันไม่ให้ท าได้โดยสะดวก. •นักกีฬาเก่ง ๆ บางคนถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วม ทีม กีดขวาง ก. ขวางกัน้ไว, ้ขวางเกะกะ. •โขดหินกีดขวางทางน ้า กระฉับกระเฉง ว. คล่องแคล่ว, ทะมัดทะแมง. •นักข่าวควรเป็ นคนกระฉับกระเฉง กระปรีก้ระเปรา่ ว. แคล่วคล่องว่องไว เพราะมีก าลัง วังชา •เขามีท่าทางกระปรีก้ระเปรา่คงพรอ้มทีจ่ะ ท างาน กระชุ่มกระชวย ว. มอีาการกระปรีก้ระเปรา่. •แม้จะอายุ ๗๐ แล้วคุณปู่ก็ยังกระชุ่มกระชวยอยู่ ขะมักเขม้น ก. ตั ้งใจทา อยา่งรบีเรง่เพือ่ ใหแ้ลว้ เสร็จไป •นักวิทยาศาสตร ์ขะมักเขม้นคน้ควา้หาสิ ่งแปลก ใหม่กวา่ที ่ เป็นอยู่ กิจกรรม น. การทีผ่ ูเ้รยีนปฏบิตักิารอยา่งใด อยา่งหนึ ่งเพือ่การเรยีนรู้ •นักศกึษาตืน่ตวักนัมากในเรือ่งกิจกรรม การเมือง กิจการ น. การงานทีป่ระกอบ, ธุระ. •ทกุคนมุ่งหวงัทีจ่ะมกิจการ ี เป็ นของตัวเอง กิจวัตร น. กจิทีท่า เป็นประจา . •กิจวัตรของแต่ละคนจะแตกต่างกัน เกีย่วขอ้ง ก. ติดต่อผูกพัน, แตะต้อง, ยุ่ง เกีย่ว, ข้องแวะ •อุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร ์ได้เข้าไปเกีย่วขอ้งกับ ชุมสายโทรศัพท์ เกีย่วดอง ว. นับเป็ นญาติกันทางเขยหรือ สะใภ้ •คนบา้นอืน่ เกีย่วดองเป็นที ่รจู้กัมกัคนุ้มากอ่น เกีย่วโยง ก. ตอ่เนื ่องไปถงึ.เชือ่มโยง •การปฏบิตังิานระดบัชาตดิา้นใดนั ้นยอ่มจะ เกีย่วโยงถึงกันและกัน


73 คุณค่า น. สิ ่งทีม่ปีระโยชนห์รอืมมีูลคา่ สูง. •ครูอธิบายให้เห็นคุณค่าของการอ่าน หนังสือ คุณภาพ น. ลกัษณะทีด่ เีดน่ของบคุคลหรอื สิ ่งของ •บริษัทรถยนต์ต่างๆ มีการปรับปรุง คุณภาพและการบรกิารใหด้ขี ึน้ ชดเชย ก. ใชแ้ทนสิ ่งที ่ เสยีไป •อาจารย์จะชดเชยชั ่วโมงสอนให้ นักเรียนในตอนเย็นของวันศุกร ์ ชดใช ้ ก. ใชค้า่ ใชจ้า่ยทีท่ดรองจา่ยไป ก่อนแล้ว, ใหท้ดแทนสิ ่งที ่ใชหรือ ้ เสียไป •หากเกิดอุบัติเหตุกับรถ บริษัทยินดีจะ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เจ้าของรถ ทดแทน ก. ตอบแทน •นายจ้างจะทดแทนค่าเสียหายให้ ลูกจ้างทุกคน ซาบซึ ้ง ว. อาการที ่รสู้กึจบัใจอยา่งลกึซึ ้ง, อาการที ่รสู้กึปีตปิลาบปลืม้มาก. •ฉันซาบซึ ้งในสิ ่งทีท่า่นทา เพือ่ฉัน มาก ดืม่ด ่า ว. ซาบซึ ้ง. •คู่แต่งงานใหม่รู ้สึกดืม่ด า่กับ บรรยากาศชายทะเลที ่งดงาม ตรวจตรา ก. พจิารณาดใูหร้อบคอบถีถ่ว้น. ทหารตรวจตราชายแดนตามหนา้ที ่ ตรวจทาน ก. ตรวจทบทวนความถูกต้อง เรียบร ้อย •ครฝูรั ่งตรวจทานเอกสารการสอน ภาษาอังกฤษ ตรวจสอบ ก.ตรวจเพือ่คน้หาขอ้เท็จจรงิ•ต ารวจไปตรวจสอบหาหลักฐานใน สถานที ่ เกดิเหต.ุ ตกแต่ง ก. ประดับ, ปรุงจัดให้ดี, ท าให้งาม •บา้นนีตกแต่ง้ ภายในด้วยมัณฑนากร ชือ่ดงั ตบแต่ง ก. จัดให้ลูกสาวมีเรือนตาม ประเพณี •พ่อแม่จัดการให้เธอตบแต่งกบัเพือ่น ชายทีด่ ใูจกนัมาหลายปี ปกป้อง ก. คุ้มครองป้องกัน •แม่ทุกคนย่อมปกป้ องลูกตัวเอง ปิดป้อง ก.บงัเพือ่กกัหรอืกัน้ไว้•ความมืดมิดได้ปิ ดป้ องท้องฟ้ าจนไม่ เหลือแสงสว่างแล้ว ปิดบัง ก. ไม่เปิดเผย •ความผดิพลาดมใิชเ่รือ่งตอ้งปิ ดบัง แต่อย่างใด ปิดกัน้ก.ห้าม, ขวาง, กีดกัน, ขัดขวาง •ประชาชนถูกปิดกัน้ทางเสรีภาพ อย่างมาก


74 ค า ความหมาย ประโยค ผ่อนผัน ก. ลดหย่อนตาม, ลดหย่อนให้. •รัฐมนตรีไม่จะผ่อนผันให้แรงงานต่าง ด้าวได้ท างานในเมืองไทยอีก ผ่อนปรน ก. แบ่งหนักให้เป็ นเบา, เอาไปที ละน้อย, ขยับขยายให้เบาบางลง. •ตัวแทนบริษัทยอมผ่อนปรนตอบรับ ข้อเรียกร ้องของผู้ชุมนุม เผยแผ่ ก. ท าให้ขยายออกไป, ขยาย ออกไป •พระธรรมทูตเผยแผ่พระศาสนา ในยุโรป เผยแพร่ ก. โฆษณาให้แพร่หลาย •เจา้หนา้ทีส่าธารณสขุเผยแพร่ความรู ้ ให้แก่ประชาชน ยกย่อง ก. เชิดชู. •นักอ่านยกย่องกวีซีไรท์ เทิดทูน ก. ยกย่อง, เชดิชไูวเ้ป็นที ่ เคารพ. •ประชาชาติไทยเทิดทูนพระองค์ท่าน เป็ นวีรกษัตริย์ อนุญาต ก. ยินยอม, ยอมให้, ตกลง. •พวกเขาก าลังได้รับอนุญาตให้พก อาวุธปืน อนุมัติ ก. ให้อ านาจกระท าการตาม ระเบยีบทีก่า หนดไว.้ •คนืนี ้ เราจะอนุมัติเงินทุนให้พวกเขา อนุโลม ก. ใช ้แทนกันได้ตามความ เหมาะสม, คล้อยตาม •ภาษามาเลย์เป็ นภาษาราชการก็ ตามแต่ก็ได้อนุโลมให้ใช ้ภาษาอังกฤษ ได้ในบางกรณี หน่วงเหนี ่ยว ก. รั ้งตวัไว, ้ดึงถ่วงไว้, กักไว้ •เขาถกูฟ้องฐานะทีห่น่วงเหนี ่ยว กกัขงัผูอ้ืน่ . ยดึเหนี ่ยว ก. อาศยัเป็นทีพ่ึ ่ง. •ศาสนาเป็นเครือ่งยดึเหนี ่ยวทางจิตใจ ของมนุษย์ เหนี ่ยวรั ้ง ก. ดึงไว้, ประวิงไว้, ชะลอไว้. •คา พดูของเขามนี ้าหนักเหนี ่ยวรั ้งการ ตัดสินใจของฉันไว้ หนาแน่น ว. คบัคั ่ง, แออัด, •กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก. แน่นหนา ว. มั ่นคง •ประตูหน้าต่างแน่นหนา สอดแนม ก.ลอบเข้าไปสืบความลับ •ทหารหน่วยนีม้หีนา้ทีสอดแนม่กอง ก าลังต่างชาติ สอดส่อง ก.ตรวจดทูั ่วไป,เอาใจใสด่แูล •เจา้หนา้ทีสอดส่อง่ดูความปลอดภัย สอดส่าย ก.มองกราดไปทั ่ว •เขาสอดส่ายสายตามองหาคนทีน่ดัไว้ สูจิบัตร น.ใบแสดงรายการ •การแข่งขันกีฬาต้องมีสูจิบัตรแจกให้ ทราบ สูติบัตร น.เอกสารแสดงชาติก าเนิด •ผู้มีอายุ ๑๕ ปีเมือ่ทา บตัรประชาชน ต้องน าสูติบ้ตรไปด้วย


75 4.3 ประโยคก ากวม 1.ประโยคก ากวม (มีความหมายได้ 2 อย่าง) ภาษากา กวม มสีาเหตุดงัตอ่ ไปนี ้ 1.การใช้ค าพ้องรูปพ้องเสียง เช่น ผมยุ่งนะ •ความหมาย 1 ผม (ตัวผู้พูด) ก าลังยุ่งกับงาน •ความหมาย 2 ผม (เส้นผม) ยุ่งไม่เป็ นระเบียบ 2.การใชค้า ทีแ่ปลได้2 ความหมาย เช่น นายสิบซ้อมทหารเดินแถว •ความหมาย 1 นายสิบฝึ กซ้อมทหารเดินแถว •ความหมาย 2 นายสบิซอ้ม (ท ารา้ยรา่งกาย) ทหารที ่ เดนิแถว 3.การเวน้วรรคตอนทีแ่ตกตา่งกนั เช่น การช าเราควรท าใต้ต้นไม้เพราะอากาศเย็นดี •ความหมาย 1 การช า/เราควรท าใต้ต้นไม้เพราะอากาศเย็นดี •ความหมาย 2 การช าเรา/ควรท าใต้ต้นไม้เพราะอากาศเย็นดี ๔.การใช้ค ากริยา “ตาย” ในข้อความ เช่น รถชนควายตาย •ความหมาย 1 รถชนควายจนตาย •ความหมาย 2 รถชนควายทีต่าย 5.การใชค้า ทีข่ยายไดม้ากกวา่ 1 แหง่ เช่น วันเด็กผู้ใหญ่แจกของเด็กมากมาย •ความหมาย 1 วันเด็กผู้ใหญ่แจกของเด็กมากมาย (ของเด็กมากมาย) •ความหมาย 2 วันเด็กผู้ใหญ่แจกของเด็กมากมาย (เด็กมากมาย) 6.การใช้โครงสร้างประโยค (นาม+ไม่+กริยา+เหมือน+นาม) เช่น เขาไม่หล่อเหมือนพ่อ •ความหมายที ่1 (ไม่หล่อเหมอืนพ่อ ทีห่ล่อ) •ความหมายที ่2 (ไม่หล่อเหมอืนกบัพ่อทีไ่ม่หล่อ) 7.การใชโ้ครงสรา้งประโยค (นาม+ไมไ่ด+้ขบัรถ+ไป+สถานที ่ ) เช่น พ่อไม่ได้ขับรถไปหัวหิน •ความหมาย 1 พ่อไม่ไดข้บัรถไปหวัหนิ (คนอืน่ขบั ) •ความหมาย 2 พ่อไม่ไดข้บัรถไปหวัหนิ (แตไ่ ปทีอ่ืน่) 8.การละค าบุรพบท เช่น ค าไว้อาลัยภรรยา •ความหมายที ่1 ค าไว้อาลัย(แก่)ภรรยา. (สามีเขียน) •ความหมายที ่2 ค าไว้อาลัยของภรรยา (ภรรยาเขียน)


76 2.แนวทางท าข้อสอบ (อ่านค าถาม/ตามหาส่วนขยาย) •ข้อใด ใช้ภาษาก ากวม• 1. คนรกัหนงัสอืมกัจะไมพ่อใจเมือ่ เห็นหนงัสอืที ่ เพือ่นยมืไปเป็ นรอยยับ 2. โรงพยาบาลแห่งนีม้ เีครือ่งมอืตรวจโรคมะเรง็รุ่นใหม่น าเข้าจากต่างประเทศ*** 3. ชาวสวนมีวิธีขยายพันธุ ์กุหลาบพันธุ ์ดีโดยการติดตาบนตอกุหลาบป่ า 4. ทีจ่งัหวดัพระนครศรอียุธยานกัท่องเทีย่วชอบลอดทอ้งชา้งเพราะเชือ่ว่า ท าให้ตนอายุยืน 5. มะเขือเทศและแตงโมมีสารไลโคปิ นทีช่ว่ยป้องกนัการเสือ่มสภาพของเซลล์ ในร่างกาย 4.3 ประโยคบกพร่อง 1.ความหมายประโยคบกพร่อง ประโยคบกพรอ่ง หมายถงึ ประโยคทีม่ เีนือ้ความหรอืไวยากรณท์ ีไ่ม่ถูกตอ้งตามหลกัไวยากรณ์ ภาษาไทย ซึ่งอาจจะเป็นทีก่ารใชค้า หรอืประโยคก็ได้ 2.ลักษณะประโยคบกพร่อง 2.1 การใชภ้าษาผดิเชน่การใชค้า ผดิความหมาย ผดิหน้าที ่ผดิบรบิท 2.1.1 การใช้ค าผิดความหมาย เช่น •พ่อแม่เสีย้มสอนให้เขาเอือ้อารแีกผู่อ้ืน่ •ต ารวจรัวกระสุนปืนใส่ผู้ร ้ายหนึ ่งนัด 2.1.2 ใช้กลุ่มค าและส านวนผิดความหมาย เช่น •ลืมหน้าอ้าปาก ต้องใช ้ ลืมตาอ้าปาก •ปัญญาเท่าฝาหอย ต้องใช ้ ปัญญาแคห่างอึ ่ง 2.1.3 การเรียงค าหรือกลุ่มค าผิดล าดับ เช่น -ในเรือ่งนิกกบัพมิ มีการกล่าวถึงมนุษย์ในทัศนะของสุนัขต่าง ๆ กัน (…มีการ กล่าวถึงมนุษย์ในทัศนะต่าง ๆ กันของสุนัข) •เขาแลเห็นเด็กน้อยไร ้เดียงสาข้างหญิงสาวก าลังกระโดดเต้น (เขาแลเห็นเด็กน้อยไร ้เดียงสาก าลังกระโดดโลดเต้นข้างหญิงสาว) 2.2 การใช้ภาษาไม่เหมาะสม การใช้ภาษาผิดระดับ 2.2.1 ใช้ภาษาพูดในการเขียนทางวิชาการ เช่น • ยังไง (อย่างไร)- นิดหน่อย (เล็กน้อย) 2.2.2 ใช้ภาษาต่างประเทศโดยไม่จ าเป็ นในภาษาเขียน เช่น • แอร ์(เครือ่งปรบัอากาศ)- รถเมล์(รถโดยสารประจ าทาง)


77 2.2.3 ใช้ภาษาต่างระดับในบริบทเดียวกัน เช่น • มารดาของขา้พเจา้เสยีชวีติตั ้งแตข่า้พเจา้ยงัเล็ก ๆ คุณพ่อจึงมีภรรยาใหม่ • กระผมขอเรียนว่า กระผมไมไ่ดเ้กงานเมยีกระผมออกลกูเมือ่วานนีก้ระผมเลยตอ้ง หยุดงาน 2.2.4 ใช้ภาษาไม่เหมาะสมกับโวหาร เช่น •เธอสวมเสือ้บางจนดตูวัเปลา่เลา่เปลอืย 2.3. การใช้ภาษาไม่กระจ่าง 2.3.1 ใช้ค าไม่ชัดเจน เช่น •เรือ่งนีผ้แู้ตง่มจีนิตนาการทีด่ ี(ค าว่าดีความหมายก้วางเกินไป) • มีอะไร ๆ อกีหลายประการที ่ เธอยงัเขยีนคลาดเคลือ่น จากความเป็ นจริง (ควรให้ ข้อเท็จจริง) 2.3.2 ใช้ภาษาก ากวม คือตีความได้หลายอย่าง เช่น •ไหล่เขาลาดดีจริง •คนทีจ่บัเชอืกควรจะเป็นคนสาว •รถบรรทกุของไปตั ้งแตเ่ ชา้ 2.4 การใช้ภาษาไม่สละสลวย 2.4.1 ใช้ภาษาฟุ่ มเฟื อย เช่น •ในอดตีทีผ่ ่านมา •การจราจรติดขัด ถนนแออัดด้วยรถ 2.4.2 ล าดับค าไม่เหมาะสม เช่น •ลลีาของชวีติเธอเปลีย่นแปลง • เขาเป็นคนดถีา้เขาไมด่ ืม่ เหลา้ 2.5 การใช้ส านวนแบบภาษาต่างประเทศ •ใช ้ชีวิต/- จะน ามาซึ ่ง…./- พบตัวเอง/- ง่ายต่อการท าความเข้าใจ/- มาในเพลง/ หกโรคร ้าย (ขาดลักษณนาม)/ มาในชุด/ ส าหรับ, มัน (ไว้ต้นประโยค)/ ภายใต้การน า/ ต้องอบอุ่นร่างกาย/ ภายใต้ การควบคุม/พร ้อมด้วย/ ปราศจาก 2.6 การใช้ประโยคไม่จบความ •ลักษณะการใช ้ประโยคไม่จบความ มักจะหลอกโดยใช ้ส่วนต่าง ๆ ของประโยคทีท่า หนา้ที ่ ขยาย (ประโยคความซ ้อน) แต่ขาดใจความหลักของประโยค เช่น • เด็กที ่ เดนิอยบู่นถนน •บา้นซึ ่งใกลจ้ะพงัแลว้นั ้น


79 3.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม/ตามหา ส่วนบกพร่อง) •ข้อความส่วนใด เป็ นประโยคบกพร่อง• 1)หลงัจากสงครามโลกครั ้งที ่2 สงบลง นักลา่ โอปอล อญัมณีมคีา่พากนัพากนัหลั ่งไหลไปที ่ ออสเตรเลยี/ 2) ความหวงัวา่ โอปอลจะน าความมั ่งคั ่งมาสู่พวกเขาอย่างรวดเร็ว/ 3) นักล่าโอปอลรอนแรม ไปกลางทะเลทรายนานนบัเดอืน/4) พวกเขายงัชพีดว้ยพชืและสตัวท์ีห่าไดใ้นทอ้งถิน่/ 5) ทีอ่าศยัก็เป็น อโุมงคท์ีข่ดุลงไปใตพ้ ืน้ทราย 1.สว่นที ่1 2.สว่นที ่2*** 3.สว่นที ่3 4.สว่นที ่4 5.สว่นที ่5 4.4ประโยคสมบูรณ์ 1.ประโยคและส่วนประกอบของประโยค ประโยค คอืหน่วยทางภาษาทีป่ระกอบดว้ยคา หรอืคา หลายคา เรยีงตอ่กนักรณีที ่ เป็นคา หลายคา เรยีงตอ่กนัคา เหล่านัน้ตอ้งมคีวามสมัพนัธท์างไวยากรณก์นัอย่างใดอย่างหนึ่ง ประโยค เป็นหน่วยทางภาษาทีส่ามารถสือ่ความไดว้่าเกดิอะไรขนึ้หรอือะไรมสีภาพเป็นอย่างไร โดยทัว่ ไปประโยคประกอบด้วยส่วนส าคัญ 2 ส่วน คือ นามวลี กับ กริยาวลี ทั ้งนี ้ประโยคอาจมเีพยีง กรยิาวลีก็ได้แตจ่ะมเีพยีงนามวลไีมไ่ด้ 1.ตวัอยา่งขอ้ความที ่ไมเ่ ป็นประโยค (เพราะมีเพียงนามวลี ไม่มีกริยาวลี) •พวกเรานกัเรยีนโรงเรยีนบา้นไรท่ ั ้ง 6 คน 2.ตวัอยา่งขอ้ความที ่ เป็นประโยค เพราะประกอบดว้ยกรยิาวลเีพยีงล าพงัหรอื ประกอบด้วยนามวลีกับกริยาวลี •รูส้กึพะอดืพะอมมาตั ้งแตเ่ ชา้แลว้ (มีเพียงกริยาวลี) •พวกเรานกัเรยีนโรงเรยีนบา้นไรท่ ั ้ง 6 คน อย่ายอมแพเ้ป็นอนัขาด (มนีามวลีกบักรยิาวล)ี 2.ส่วนประกอบของประโยค ประโยคประกอบดว้ยส่วนส าคญั 2 ส่วน คอืนามวลีท าหน้าที ่“ประธาน” กบักรยิาวลีท าหน้าที ่ ภาคแสดง ดงัตวัอย่างตอ่ ไปนี ้ นามวลี กริยาวลี ประธาน ภาคแสดง คนไทยรุ่นใหม่ ควรมีวินัยในการใช้จ่าย 3.แนวทางการท าข้อสอบ(อ่านค าถาม-ตามหาประธาน- กริยา) •ข้อใด ไม่เป็ น ประโยค• 1. บ้านเป็ นหนึ ่งในปัจจยั สีท่ีม่คีวามสา คญัตอ่การดา รงชวีติ 2. ทุกคนอยากมีบา้นทีส่วย น่าอยู่น่าอาศยัและรม่รืน่ 3.ไมป้ระดบัทีม่ทีรงตน้ ใบ และดอกสสีวยงาม*** 4.ไม้ประดับบางชนิดสามารถน าไปตกแต่งบ้านเรือนหรือส านักงาน 5.ใครจะคิดว่าไมป้ระดบัทีส่วยงามนัน้อาจมพีษิ


80 4.5 ระดับภาษา 1.ความหมายระดับภาษา ระดับของภาษา หมายถงึความลดหลัน่ของถอ้ยคา และการเรยีบเรยีงถอ้ยคา ทีใ่ชโ้ดยพจิารณา ตาม โอกาส หรอืกาลเทศะ ความสมัพนัธ์ระหว่างบุคคลที ่ เป็นผูส้ ือ่สาร 2. การแบ่งระดับภาษา การแบ่งระดบัตามเนือ้หาทีส่ือ่สารการศกึษา มี 5 ระดับ คือ 1. ระดับพิธีการ ใชส้ ือ่สารในทีป่ระชมุที ่ เป็นพธิกีาร 2. ระดับทางการ ใช้บรรยายหรืออภิปรายอย่างเป็ นทางการ หรือใช้ในการเขียนข้อความให้ ปรากฏต่อสาธารณชน 3. ระดบักึ ่งทางการ ใชภ้าษาทีล่ดความเป็นการเป็นงานลงบา้งเพือ่ความใกลช้ดิกนัเชน่การ ประชุมกลุ่มหรืออภิปรายเป็ นกลุ่มเล็ก หรือบทความในหนังสือพิมพ์ 4. ระดับไม่เป็ นทางการ ใช้สนทนาของบุคคลหรือกลุ่มคน 4 -5 คน หรือการเขียนจดหมาย ระหว่างเพือ่น 5. ระดับกันเอง ใชส้ ือ่สารกนัในวงจ า กดัเชน่ ในครอบครวัเพือ่นสนิทในสถานทีท่ี ่ เป็นส่วนตวั ระดบัภาษาทั ้ง 5 ระดบันี ้แบ่งเป็น 2 ระดบัใหญ่ คือ ภาษาแบบเป็ นทางการ และ ภาษาแบบไม่เป็ นทางการ 1.ภาษาแบบเป็ นทางการ ภาษาทีใ่ชอ้ย่างเป็นทางการมลีกัษณะเป็นพธิกีาร ถูกตอ้งตามแบบ แผนของภาษาเขียน แบ่งออกเป็ น 1.1 ภาษาระดับพิธีการ เป็นภาษาทีส่มบูรณแ์บบ รูปประโยคถูกตอ้งตามหลกัไวยากรณ์มี ความประณีต งดงาม อาจใชป้ระโยคทีซ่บัซอ้นและใชค้า ระดบั สูง ภาษาระดบันีจ้ะใชใ้นโอกาส ส าคญัๆ เช่น งานราชพธิ ีวรรณกรรมชัน้สูง เป็นตน้ 1.2 ภาษาระดับมาตรฐานราชการ หรือ อาจเรียกว่า ภาษาทางการ / ภาษาราชการ เป็นภาษาทีส่มบูรณแ์บบ รูปประโยคถูกตอ้งตามหลกัไวยากรณ์เน้นความชดัเจน ตรงประเด็นเป็นส าคญั ใช้ ในโอกาส ส าคญัที ่ เป็นทางการ เช่นหนงัสอืราชการวทิยานิพนธ์รายงานทางวชิาการ การกล่าวปราศรยั การกล่าวเปิ ดงานส าคัญ ๆ เป็ นต้น 2. ภาษาแบบไม่เป็ นทางการ ภาษาทีไ่ม่เคร่งครดัตามแบบแผน มกัใชใ้นการสือ่สารทัว่ ไปใน ชวีติประจ าวนัหรอื โอกาสทัว่ๆ ไปทีไ่ม่เป็นทางการ แบ่งเป็น 2.1 ภาษาระดบักึ ่งทางการ เป็นภาษาที ่ยงัคงความสุภาพแต่ไม่เคร่งครดัแบบภาษา ทางการบางครั ้งอาจใชภ้าษาระดบั สนทนามาปนอยู่ดว้ย มนัใชใ้นการตดิตอ่ธุรกจิการงาน หรอืใชส้ ือ่สารกบั บุคคลทีไ่ม่คุน้เคย หรอืมคีุณวุฒิและ วยัวุฒสิูงกว่า หรอืการบรรยาย การประชุมต่างๆ รวมทั ้งใชใ้นงาน เขยีนทีไ่ม่เป็นทางการเพือ่ ใหง้านเขยีนนัน้ดไูม่เครยีดจนเกนิไป เช่น สารคดีบทวจิารณ์เกีย่วกบับนัเทงิคดี ต่างๆ เป็ นต้น 2.2 ภาษาไม่เป็ นทางการ (ภาษาระดับสนทนา) เป็นภาษาทีใ่ชส้นทนาโตต้อบกบับุคคลที ่ รูจ้กัในสถานทีห่รอืเวลาทีไ่ม่เป็นการส่วนตวัหรอืสนทนากบับุคคลทีย่งัไม่คุน้เคย รวมทั ้งใชเ้จรจาซือ้ขาย ทัว่ ไป และ การประชุมทีไ่ม่เป็นทางการ ภาษาทีใ่ชม้กัมรีูปประโยคง่ายๆ ทีส่ามารถเขา้ ใจทันที แต่ยังคง ความสุภาพ เชน่ภาษาทีใ่ชใ้นการรายงานข่าวโทรทศัน์การเจรจาในเชงิธุระทัว่ ไป เป็นตน้ 2.3 ภาษาระดับกันเองหรือภาษาปาก เป็นภาษาพูดที ่ใชส้นทนากบับุคคลที ่สนิท คุน้เคยมกัใชส้ถานทีส่ ่วนตวัหรอื ในโอกาสทีต่อ้งการความสนุกสนานครืน้ เครง หรอืการทะเลาะวิวาท ภาษาทีใ่ชเ้ป็นภาษาพูดทีไ่ม่เครง่ครดัอาจมคี าตดัค าสแลง ค าต ่า ค าหยาบปะปน โดยทัว่ ไปไม่นิยมใชใ้น ภาษาเขยีน ยกเวน้งานเขยีนประเภท เชน่เรือ่งสัน้นวนิยาย ภาษาข่าวหนงัสอืพมิพ์การเขยีนบทละคร ฯ


81 ภาษาระดับทางการ ภาษาระดับไม่ทางการ เท่าทีพ่บการท างานสง่ครูของนกัเรยีน แย่มากจริงๆ เจ้านายยังไม่เกษียนหนังสือ ให้ฉัน ตั ้งแตเ่มือ่วาน นายยงัไมแ่ทงเรือ่งลงมา ใหฉ้นัตั ้งแต่ เมือ่วานนี ้ ชอบท าอะไรไมน่ ่าดูอยูบ่ ่อยครั ้ง ชอบท าอะไรเฟอะฟะอยูเ่รือ่ย 3.รูปแบบการแบ่งระดับภาษา 1. แบ่งเป็ น 2 ระดับได้แก่ ระดบัที ่ เป็นแบบแผน ระดบัที ่ไมเ่ ป็นแบบแผน 2. แบ่งเป็ น 3 ระดับ ได้แก่ ระดบัพธิกีาร ระดบักึ ่งพธิกีาร ระดบัไมเ่ ป็นพธิกีาร 3. แบ่งออกเป็ น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับพิธีการ - ระดับทางการ -ระดบักึ ่งทางการ - ระดับไม่ เป็ นทางการ - ระดับกันเอง สรุปได้ว่า ภาษาจ าแนกเป็ น 2 ระดับ คือ 1.ภาษาแบบเป็ นทางการ ได้แก่ ระดับพิธีการ - ระดับทางการ 2.ภาษาแบบไม่เป็ นทางการ ไดแ้ก่ภาษาระดบักึ่งทางการ - ภาษาระดับสนทนา –ภาษาระดับ กันเอง 1. ภาษาระดับพิธีการ เป็นภาษาทีม่กัใชถ้อ้ยค าทีไ่ดเ้ลอืกเฟ้นแลวว่าไพเราะสละสลวย ใช้ ้ สือ่สารกนัในการประชมุที ่ เป็นพธิกีาร อาทิการเปิดประชมุรฐัสภา การกล่าวคา ปราศรยัการกล่าวสดดุี ฯลฯ 2. ภาษาระดับทางการ เป็นภาษาทีใ่ชใ้นการบรรยายหรอือภปิรายอย่างเป้นทางการในทีป่ระชมุ หรอืใชเ้ขยีนขอ้ความทีจ่ะใหป้รากฏตอ่ สาธารณชนอย่างเป็นการเป็นงาน หนงัสอืทีใ่ชต้ดิตอ่กบัทาง ราชการหรือวงการธุรกิจ อาทิ ผลงานทางวิชาการ เรียงความ บทความทางวิชาการ หนังสือราชการ ฯลฯ 3. ภาษาระดบักึ ่งทางการ เป็นภาษาทีใ่ชใ้นการประชมุเล็ก ๆ ทีล่ดความเป็นการเป็นงานลง เพือ่ ใหเ้กดิสมัพนัธภาพอนัใกลช้ดิยิ ่งขนึ้ระหว่างผูส่งสารกับผู้รับสาร อาทิ การอภิปรายกลุ่ม การบรรยายใน ้ หอ้งเรยีน การเล่าเรือ่ง ชวีประวตั ิข่าวและบทความในหนงัสอืพมิพ์ฯลฯ 4. ภาษาระดับสนทนา (ไม่เป็ นทางการ) เป็นภาษาทีใ่ชใ้นการสนทนาโตต้อบระหว่างบุคคล หรอืกลุ่มคนทีไ่ม่เกนิ 4-5 คน ถอ้ยคา ทีใ่ชอ้ยู่ในระดบัทีม่คีา สแลง คา ตดัคา ย่อปะปนอยู่อาทิการรายงาน ข่าว การเขยีนจดหมายถงึเพือ่น การเขยีนนวนิยาย บทภาพยนตร์เป็นตน้ 5. ภาษาระดับกันเอง เป็นภาษาทีใ่ชอ้ยู่ในวงจ ากดั ใชส้นทนาส าหรบัผูท้ ีส่นิทสนมคนุ้เคยกนั มาก ๆ เชน่ ในหมู่เพือ่นฝูง หรอืในครอบครวัมกัใชพู้ดกนัในสถานทีท่ี ่ เป็นส่วนตวัเชน่นวนิยาย เรือ่งสัน้ บทละคร ข่าวกีฬา เป็ นต้น


82 4.ข้อแตกต่างระหว่างระดับภาษาทางการ และระดับไม่เป็ นทางการ ระดบัที ่ เป็นทางการ (แบบแผน ) ระดับไม่เป็ นทางการใช้ภาษาพูด 1.ค าสรรพนาม : กระผม ผม ดิฉัน ข้าพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้า ท่าน ทา่นทั ้งหลาย 1.ค าสรรพนาม : ผม ฉัน ดิฉัน เดีย้น กัน เรา หนู คุณ พวกคุณ พีป่ ้านา้อา พอ่แมพ่ ีน่อ้ง ฯลฯ 2.ค านาม : ใช ้ค าสุภาพ ศัพท์บัญญัติศัพท์วิชาการ เช่น สถานีต ารวจ รถโดยสารประจ าทาง โรง ภาพยนตร ์กระบือ สุกร 2.ค านาม :โรงพัก รถเมล์โรงหนัง ควาย หมู 3.ค ากริยา : รับประทาน ถึงแก่กรรม บริโภค 3.ค ากริยา : กิน แดก ทาน ตาย 4.ค าวิเศษณ์ : เปรีย้ว เย็น มาก 4.ค าวิเศษณ์ :เปรีย้วจีด๊ เย็นเจีย๊บ วิ ่งเต็มเหยยีด ฟาดเต็มเหนี ่ยว เยอะแยะ มากมายก่ายกอง ขมปี ๋ อ้วนฉุ ยิม้แฉ่ง 5.ค าลงท้ายประโยค :คะ ครับ ซินะ เถอะ 6.ค าสแลง :ชักดาบ พลิกล็อค โดดร่ม วัยโจ๋มั ่วนิ ่ม 7.คา ซ ้า คา ซอ้น : ดีด๊ีเก๊าเก่า ต่าง ๆ นานา เดินเหิน 8.ใช ้ค ายืม:เว่อร ์(Over) จอย (Enjoy) 9.ใช ้ค าอุทานเสริมบท:กินหยูกกินยา อาบน ้าอาบ ท่า 10.ชือ่ยอ่ตา่ง ๆ : ส.ส. ผู้ว่าฯ 5.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม+ตามหาภาษาพูด) •ขอ้ความตอ่ ไปนี ้สว่นใด ใชภ้าษา ไม่เหมาะสม กับรายงานทางวิชาการ• 1) วทิยาศาสตรก์ารกฬีาคอืการรวมศาสตรส์าขาตา่ง ๆ มาใชเ้พือ่การกฬีา/ 2) อาทกิารใช ้ ฟิสกิ สว์เิคราะหก์ารเคลือ่นไหวของนักกรฑีา/ 3) การใชโ้ภชนวทิยาศกึษาโภชนาการที ่ เหมาะสมกบันักกฬีา แตล่ะประเภท/ 4) ความรเู้รือ่ง เคมีเชน่การศกึษาการเกดิและการสลายของกรดแล็กตกิในกลา้มเนือ้/ 5) ที ่ เราตอ้งเอาศาสตรต์า่ง ๆ มาใชเ้พือ่ เรยีนรแู้ละเพิม่ขดีความสามารถของพวกนักกีฬา 1.สว่นที ่1 2.สว่นที ่2 3.สว่นที ่3 4.สว่นที ่4 5.สว่นที ่5 •ข้อใด ใช้ภาษาเหมาะสมกับการเขียนรายงานทางวิชาการ• 1.การปลกูเฟิรน์นั ้นเราต้องรู ้เสียก่อนว่าจะปลูกเฟิร ์นดินหรือเฟิร ์นอิงอาศัย 2.การปลกูเฟิรน์แตล่ะประเภทตอ้งเลอืกใชว้สัดอุปุกรณท์ี ่ เหมาะสม 3.การปลูกเฟิร ์นให้สวยงามไม่ใชเ่รือ่งยากเลย ตอ้งระวงัอยา่ ใหม้นี ้าขงั 4.ผู้ปลูกเฟิร ์นมือใหม่ควรเลอืกชนิดที ่ เลีย้งงา่ย ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก 5.เฟิร ์นมีสีเขียวหลายเฉด มรีปูใบตา่ง ๆ กนัทา ใหม้เีสน่หก์วา่ ไมอ้ืน่ๆ


83 4.6 การใช้ส านวนถูกต้องตามความหมาย 1.การใช้ส านวนไทยพร้อมตัวอย่างการใช้ 1.กงกรรมกงเกวียน •เวรตามสนองผูก้ระทา เชน่นายกลา้นกัเลงเกา่คนบา้นกมุ่ทีช่อบคมุพวก ปลน้ควายเขานะ ตอนนี ้ไดข้า่ววา่ถกูมอืดเีลน่เสยีม่องเทง่เลย นี ่แหละเขา ว่า กงกรรมกงเกวียน 2.กงเกวียนก าเกวียน •เวรตามสนองผูก้ระทา เชน่ทา แกเ่ขาอยา่งไร เขาก็ทา แกต่นอยา่งนั ้น เป็ น กงเกวียนก าเกวียน 3.ก้นกุฏิ •ลกูศษิยท์ี ่ไดร้บัความไวว้างใจ เชน่เธอเป็นศษิย์ก้นกุฏิดูแลรักษาข้าว ของอย่างไรถึงปล่อยให้ขโมยมาลักข้าวของไปอย่างง่ายดาย 4.กบในกะลาครอบ •คนไม่ค่อยมีประสบการณ์ เช่น ไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้างซิ อย่าท าเป็ น กบในกะลาครอบไปหน่อยเลย เดีย๋วจะไมท่นัคน 5.กรวดน ้าคว ่าขนั•ตดัขาดไม่ขอเกีย่วขอ้งดว้ย เชน่นายสนัตเ์ป็นคนเจา้ชเู้กนิไป จนภรยิา ทนไม่ได้ ต้องถึงกับ กรวดน า้คว า่ขนั กันไปเลย 6.กระดี ่ไดน้ ้า •อาการแสดงความดอีกดใีจตืน่ เตน้จนตวัสัน่ เชน่แหม!พอแฟนมาหาละก็ ท าเป็ น กระดีไ ่ดน้ า้ เลยนะ 7.กระต่ายขาเดียว •ยืนยันเด็ดขาดเป็ นอย่างเดียว เช่น ใครจะว่าอย่างไร เขาก็ยังยืน กระต่ายขาเดียวอยนู่ ั ่นแหละ 8.กระตา่ยตืน่ตมู•อาการทีต่กใจงา่ยโดยไมท่นั สา รวจใหถ้อ่งแทก้อ่น เชน่อยา่ทา เป็น กระตา่ยตืน่ตูม ไปหน่อยเลยดเูสยีกอ่นวา่เป็นเรือ่งอะไร 9.กระโถนท้องพระโรง •ผูท้ี ่ใคร ๆ กพ็ากนัมารมุใชอ้ยคู่นเดยีว เชน่นายเป็นโฆษกรฐับาลกอ็ยา่งนี ้ แหละ เขาใชใ้หแ้ถลงอะไรก็ตอ้งแถลง ผดิถกูอยา่งไรก็อยทู่ ี ่โฆษก ชว่ย ไม่ได้ ก็นายอยากเป็ น กระโถนท้องพระโรง 10.กลมเป็ นลูกมะนาว •หลบหลีกไปได้คล่องจนจับไม่ได้ เช่น นายมันกลมเป็ นลูกมะนาวอย่าง นี ้คนเขาจึงเกลียดกัน 11.กลา้นักมกับิน่•กล้าเกินไปมักจะเป็ นอันตราย เช่น ท าอะไรควรมีสติไว้บ้าง อย่ากล้าหาญ เกนิไปหาไม่แลว้อาจไดร้บัความเดอืดรอ้น อยา่งที ่โบราณทา่นวา่ กล้านัก มกับิน่ ยังไงล่ะ 12.กลนืน ้าลายตวัเอง •กลับค า เช่น เขาเคยบอกว่าจะเลิกเหล้าเสียที แต่แล้วเขาก็กลับ กลนืน า้ลายตวัเอง หนัมาดืม่หนักขึน้อกี 13.กลืนไม่เข้าคายไม่ออก •ไม่รจู้ะทา อยา่งไรดีเชน่พอ่กบัพอ่ทะเลาะกนัแตล่กูของทั ้งสองฝ่ายกลบั เป็นเพือ่นกนัเสยีนี ่จงึทา ใหส้องครอบครวัตกอยใู่นสภาพ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก 14.กวนน ้าใหข้นุ่•ทา เรือ่งราวทีส่งบอยแู่ลว้ใหว้นุ่วายขึน้มา เชน่เรือ่งมนัเงยีบหายไปแลว้ เอ็งก็อย่ากวนน า้ ใหข้นุ่ขึน้มาอกีควรจะนิ ่งเสยี


84 15.กวา่ถั ่วจะสกุงาก็ไหม้•ไม่ทันท่วงที เช่น ถ้ารัฐบาลช่วยร ้านค้าปลีกของคนไทยก็ต้องรีบช่วย ถ้า ช ้าอาจไม่ทันการ จะเข้าข่ายกวา่ถัว่จะสุกงากไ็หม้ 16.กัดก้อนเกลือกิน •มชีวีติเป็นอยอู่ยา่งแรน้แคน้เชน่ตอนนีฉ้ ันจนถงึขนาดกัดก้อนเกลือ กินแล้ว 17.กาคาบพริก •ลกัษณะคนผวิดา แตง่ตวัดว้ยเสือ้ผา้สแีดง เชน่นางนอ้ยแตง่ตวัไม่รจู้กั มองสารรปูตวัเองเสยีบา้งเลยมอียา่งที ่ไหนตวัเองดา มดิหมยีงัจะใสเ่ สือ้สี แดงอย่างกับ กาคาบพริก 18.กา ปั ้นทบุดนิ•พดูกวา้ง ๆ เชน่แนวคดิทางการเมอืงของทา่นพทุธทาสอยทู่ ี ่ไหน ถา้พดู อย่างกา ปัน้ทุบดนิละก็อยทู่ ีธ่รรมะของทา่น 19.กิ ่งทองใบหยก •เหมาะสมกันมาก เชน่รไู้หมที ่รกัเธอกบัพีม่คีนเขาบอกกนัวา่ถา้ได้ แต่งงานกัน จะสมกันอย่างกับกิ ่งทองใบหยก 20.กนิขา้วรอ้นนอนตืน่สาย •คนมั ่งมนี ึกจะกนิกไ็ดก้นิจะนอนตืน่ เมือ่ ใดกไ็ด้เชน่ถา้นายไม่ขยนั เดีย๋วไดอ้ดตาย กนิขา้วรอ้นนอนตืน่สายเหมือนเศรษฐีเขาไม่ได้หรอก 2.ตัวอย่างการใช้ส านวนไทย ส านวน ความหมาย ตัวอย่างประโยค 1.ก้นกุฏิ สนิทสนมเป็นที ่วางใจได้•เด็กคนนี ้ เกง่ สมคา ล ่าลอืจรงิๆ ที ่วา่เขาเป็นศษิย์ ก้นกุฏิของอาจารย์ 2.กระดี ่ไดน้ ้า อาการดีอกดีใจตืน่ เตน้จน ตัวสัน่ •นายนี ่ดใีจเหมอืนปลากระดี ่ไดน้ ้าจริงๆ 3.กระหม่อมบาง เจ็บป่วยง่าย •กระหม่อมบางจริง ๆนะ โดนแค่ฝนนิดเดียว ถึงกับ จับไข้ 4.กวนน ้าใหข้นุ่ทา เรือ่งราวทีส่งบอยแู่ลว้ให้ เกดิเป็นปัญหาขึน้มา •อย่ากวนน ้าใหข้นุ่ตอนใกล้สงบศึก 5.กอดเกา้อี ้ยึดต าแหน่ง, ไม่ยอมละ ต าแหน่ง •ไม่ว่างานของเขาจะล้มเหลวเพียงใด เขาก็กอดเกา้อี ้ แน่น 6.ก่อหวอด เริม่จบักลมุ่เพือ่ทา การ อยา่งใดอยา่งหนึ ่ง •พนักงานได้ก่อหวอดประทว้งขึน้ตามจดุตา่งๆ, 7.กาหลงรัง ผูเ้รร่อ่นไปไม่มที ีพ่กัพงิเป็น หลักแหล่ง •บ้านช่องไม่ยอมกลับ จะเป็ น กาหลงรัง ไปถึงไหน 8.กาฝาก ผูอ้าศยัเกาะคนอืน่กนิ•ประชาชนก าลังถูกเบียดเบียน จากกาฝากของสังคม 9.กินข้าวแดง จ าคุก, ติดคุก •กินข้าวแดงยาว ฎีกาพิพากษากลับจ าคุกมือปืน ป๊ อปคอร ์น ๓๗ ปี ๔ เดือน


85 10.กนิตามน ้า รบัของสมนาคณุที ่ เขาเอา มาให้โดยไม่ได้เรียกร ้อง •คณุทา งานอยทู่ ีน่ี ่กต็อ้งกนิตามน ้าแบบนี ้แหละ 11.กินเส้น เข้ากันได้ •เขารู ้สึกกินเส้นกบัเธอทนัทที ีพ่บ 12.เกลอืจิม้ เกลอื ว. ไม่ยอมเสียเปรียบกัน, แก้เผ็ดให้สาสมกัน •ก็คุณไปเอาเปรียบเขาก่อน พอเขาเกลอืจิม้ เกลอื คุณกลับมาร ้องเรียน ว่ากล่าวเขา 13.แก่แดด ท าเป็ นผู้ใหญ่เกินอายุ •เธอแค่เป็ นเด็กแก่แดดหกขวบทีก่า ลงัตกหลมุรกั 14.แก้เผ็ด ทา ตอบแกผ่ทู้ี ่ เคยทา ความ เจ็บปวดใหแ้กต่วัไวเ้พือ่ ให้ สาสมกัน •เขาพยายามจะแก้เผ็ดศัตรูของเขาอยู่ 15.แกะด า คนทีท่า อะไรผดิเพือ่นผดิ ฝูงในกลมุ่นั ้น ๆ •คุณเป็ นแกะด า คณุไม่เหมาะกบัทีน่ี ่ 16.ไก่อ่อน ผู้มีประสบการณ์น้อยยังไม่ รทู้นัเลห่เ์หลีย่มของคน •เป็นเรือ่งธรรมดาสา หรบั ไก่อ่อนผู้ไร ้ประสบการณ์เช่น เธอ 17.ขมิน้กบั ปนู ชอบทะเลาะกันอยู่เสมอ เมือ่อยใู่กลก้นั , ไม่ถูกกัน •เด็กสองคนนีม้ เีรือ่งทะเลาะกนัไม่ไดห้ยดุเป็น ขมิน้กบั ปูนทีเดียว 18.ขนุไม่ขึน้ เลีย้งไม่เชือ่ง มแีตเ่นรคณุ•ไอน้ิดมนัชบุเลีย้งมาแตเ่ด็ก ขนุไมข่ ึน้ เสียจริง 19.คมในฝัก มีความรู ้ความสามารถแต่ เมือ่ยงัไม่ถงึเวลากไ็มแ่ สดง ออกมาให้ปรากฏ •พนักงานคนนี ้ฉลาดนะ แตเ่ขามกัทีจ่ะทา ตวัเป็น คมในฝัก 20.คลืน่ ใตน้ ้า เหตกุารณท์ีก่รนุ่อยภู่ายใน แต่ภายนอกดูเสมือนสงบ เรียบร ้อย •นายกฯ เตือนสติคนไทยระวัง คลืน่ ใตน้ ้า ให้รู ้รัก สามัคคี 21.คว ่าบาตร ไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย •พวกมันไม่ขอบคุณฉัน แถมยังคว า่บาตรฉันอีก 22.คิดบัญชี แก้แค้น, ตอบโตส้ิ ่งทีผ่อู้ืน่ ท าไว้กับตนหรือพวกของ ตน •เราตอ้งไปคดิบญัชพีวกทีท่า รา้ยเราเมือ่วนักอ่น 23.ฆ้องปากแตก ปากโป้ง, เก็บความลับไม่ อยู่, •ท าไมแกถึงเป็ นฆ้องปากแตกแต่เช ้า 24.งอมพระราม มีความทุกข์ยากล าบาก เต็มที ่ •ถนนสายนี ้ เคยมตีา รวจจราจรถกูรถยนตช์นเสยี งอมพระรามไปแล้วหลายคน 25.จมไม่ลง เคยท าตัวใหญ่มาแล้วท า ให้เล็กลงไม่ได้ •ถ้ายังจมไม่ลงอยแู่บบนี ้ตอ่ ไปเธอจะลา บากนะ 26.จมูกมด ที ่ไวหรอืรทู้นัเหตกุารณ์•ผูห้ญงิคนนั ้นเป็นคนจมูกมด มกัจะรเู้รือ่งราวทกุอยา่ง ในหมู่บ้านตลอดเวลา 27.แจงสี ่ เบีย้อธิบายละเอียดชัดแจ้ง •ผมแจงสี ่ เบีย้ ให้เขาฟังถึงความรับผิดชอบของ ข้าราชการ


86 28.ชนักติดหลัง ความชั ่วหรอืความผดิทีย่งั ติดตัวอยู่ •ผมไปไหนไม่ได้หรอกมีชนักติดหลังอยนู่ ี ่ 29.ชักใบให้เรือ เสีย พูดหรือท าขวาง ๆ ให้การ สนทนาหรือการงานเขว ออกนอกเรือ่งไป •คนเขาจะรีบวางแผนท างานกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ มา ชักใบให้เรือเสียซะแล้ว 30.ชักใย บงการอยเู่บือ้งหลงั•คดนีีม้คีนคอยชักใยอยเู่บือ้งหลงั 31.ชุบมือเปิบ ฉวยประโยชนจ์ากคนอืน่ โดยทีต่นเองไม่ไดล้งทนุลง แรง •ผมไดเ้ตรยีมงานไวท้กุสิ ่งทกุอยา่งเขาเพยีงแตม่า ชุบมือเปิ บเท่านั ้น 32.เชือ่ขนมกนิ ได้ มั ่นใจได, ้เชือ่ ใจได, ้ส าเร็จ แน่นอน •ถ้าพนันกัน ยังไงก็เชือ่ขนมกนิไดเลยว่า ทีมชาติไทย ้ ชนะทีมชาติเขมรแน่นอน 33.ดาบสองคม มที ั ้งคณุและโทษ, อาจดี อาจเสียก็ได้ •ความเจรญิทางวทิยาศาสตรน์ั ้นเป็นเหมอืน ดาบสองคมทีท่ ั ้งสรา้งสรรคแ์ละทา ลายความเจรญิ 34.ดีดลูกคิด ค านวณผลได้ผลเสียหรือ ก าไรขาดทุนอย่างละเอียด •เรือ่งนีผ้ม ดีดลูกคิด ดูแล้วยังไงเราก็ได้ไม่คุ้มเสีย 35.เด็ดบัวไม่ไว้ใย ตัดขาด, ตัดญาติขาดมิตร กันเด็ดขาด •พอสิน้บญุผูใ้หญ่ญาตพิ ีน่อ้งตา่ง ทะเลาะกนัจนถงึขัน้ เด็ดบัวไม่ไว้ใยกันเลย 36.ไดท้ขี ี ่แพะไล่ ซ ้าเตมิเมือ่ผอู้ืน่ เพลีย่ง พล ้าลง •ผมไมน่ ่าพลาดเลยจรงิๆ คนที ่ เป็นคแู่ขง่คอยหาโอกาส ได้ทีขีแ่พะไล่ 37. ตกม้าตาย แพ้, เสียเชิง •ถ้าเตรียมตัวไม่ดี ถูกกรรมการซักเข้าหน่อยก็คง ตกม้าตาย 38.ตบหัวลูบหลัง ท าหรือพูดให้ กระทบกระเทือนใจในตอน แรก แล้วกลับท าหรือพูด เป็ นการปลอบใจในตอน หลัง •อย่าตบหัวแล้วลูบหลังกันด้วยค าขอโทษแบบไร ้ มารยาท! 39.ต้อนหมูเข้า เล้า บงัคบัคนที ่ไมม่ทีางสู้•ใครคอืมอืเซยีนที ่วางแผน “ต้อนหมูเข้าเล้า” 40.ตัดหางปล่อย วัด ตดัขาดไม่เกีย่วขอ้ง ไม่เอา เป็ นธุระอีกต่อไป •นายสองคนจะตัดหางปล่อยวัดเราแล้วหนีเหรอ 41.ตัวเป็ นเกลียว อาการทีท่า งานอยา่งขยนั ขันแข็งมากจนไม่มีเวลาได้ พักผ่อน •เด็กสามคนท ามาหากินช่วยเหลือครอบครัว ตัวเป็ นเกลียวท าให้พวกเขาไม่ได้เรียนหนังสือ


87 42.ตเิรอืทั ้งโกลน ตา หนิสิ ่งทีย่งัทา ไมเ่ สรจ็ หรอืทีย่งัไม่รวู้า่อะไรเป็น อะไร •ภาพยนตรเ์รือ่งนี ้ เพิ ่งจะเริม่ ไดเ้พยีง ๒ ตอน อยา่เพิ ่ง ตเิรอืทั ้งโกลนซิเธอ. 43.ตีตนก่อนไข้ กังวลทุกข์ร ้อนหรือ หวาดกลวัในเรือ่งทีย่งัไม่ เกดิขึน้ •ตา รวจแคเ่รยีกตวัคณุไปสอบสวน เป็นพยาน อยา่เพิ ่ง ไปตีตนก่อนไข้เลย 44.ตีวัวกระทบ คราด โกรธคนหนึ ่งแตท่า อะไร เขาไม่ได้ ไพล่ไปรังควาน อกีคนหนึ ่งที ่ เกีย่วขอ้ง และ ตนสามารถท าได้ •เราไม่ควรสร ้างนิสัย ตีวัวกระทบคราด ไม่พอใจใครก็ ไประบายกับอีกคน 45.ถอยหลังเข้า คลอง หวนกลับไปหาแบบเดิม •หากเรายงัไม่เปลีย่นแปลงพฤตกิรรมเหลา่นีก้จ็ะทา ให้ ประเทศถอยหลังเข้าคลอง 46.เถรส่องบาตร คนทีท่า อะไรตามเขาทั ้ง ๆ ที ่ไม่รเู้รือ่งราว •แฟนชวนไป เห็นเขาไหว้กกู็ไหวต้าม อยา่งนี ้ เรยีกวา่ “เถรส่องบาตร” 47.ทนายหน้าหอ หวัหนา้คนรบัใชท้ี ่ใชอ้อก หน้าออกตา ผู้รับหน้าแทน นาย •ผู้บริหารต่างๆก็เก็บตัวเงียบ มีแต่ทนายหน้าหอออก โรงมาบอกว่าไม่เป็ นความจริง 48.ทุบหม้อข้าว ตัดอาชีพ, ท าลายอาชีพ •มันยอมทนหิว และกล้าทุบหม้อข้าวตัวเอง 49.น ้าซมึบอ่ ทราย หามาไดเ้รือ่ย ๆ •ฉันวางแผนว่าจะสร ้างอพาร ์ตเมนต์ให้เช่า เพราะรายได้ จากค่าเช่าอพาร ์ตเมนท์ก็เหมือนน ้าซมึบ่อทราย 50.เบีย้บา้ยราย ทาง เงนิทีจ่ะตอ้งใชจ้า่ยหรอืเสยี ไปเรือ่ย ๆ เป็นระยะ ๆ ในขณะท าธุรกิจอย่างใด อยา่งหนึ ่งใหส้า เรจ็ •ในวงการผูร้บัเหมานั ้นทกุคนรดู้วีา่การประมลูงานแต่ ละครั ้ง ตอ้งจา่ยเบีย้บา้ยรายทางอีกมากมาย 51.ปลาข้อง เดียวกัน คนทีอ่ยรู่ว่มกนัหรอืเป็น พวกเดียวกัน •ลกูนอ้งคณุนี ่มันปลาข้องเดียวกันจริง ๆ พากัน เทีย่วจนเสยีงานเสยีการทกุคน 53.ปิดทองหลัง พระ ท าความดีแต่ไม่ได้รับการ ยกย่อง เพราะไม่มีใครเห็น คุณค่า •เขาจะไม่ได้อะไรเลยถ้ายังปิ ดทองหลังพระอยอู่ยา่งนี ้ 53.พายเรือทวน น ้า ท าด้วยความยากล าบาก •การท าความดี จึงเหมือนการพายเรอืทวนน ้า ต้อง ใช ้ก าลังความอดทน 54.เสือนอนกิน คนที ่ไดร้บัผลประโยชน์ หรือผลก าไรโดยไม่ต้อง ลงทุนลงแรง บลิลเ์กตสร์ ่ารวยมหาศาลเป็นเสือนอนกินเนื ่องจากมี สทิธิผ์ ูกขาดในเรือ่งซอฟตแ์วรค์อมพวิเตอร์ 55.เส้นผมบัง ภูเขา เรือ่งงา่ย ๆ แตค่ดิไม่ออก เหมือนมีอะไรมาบังอยู่. เส้นผมบังภูเขาจริงๆเลย จอห์น นายก็เห็นมันแล้ว แต่ นายไม่สังเกตเอง


88 3.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม/ตามหาส านวน/ใคร่ครวญความหมาย) •ข้อใด ใช้ส านวนไม่ถูกต้อง• 1.เขาเป็นคนพดูขวานผ่าซาก ชอบพดูตรง ๆ ออกมาตามทีค่ดิโดยไม่เกรงใจใคร และไม่เลือกกาลเทศะ 2.ผมนัดกบัเพือ่นที ่โรงเรยีนเกา่แตไ่ ปรอกนัคนละที ่ตอ้งเดนิหากนัอยนู่าน ราวกบั งมเข็มในมหาสมุทร 3.กรณีพพิาทในกรณีน่านน ้าสากลกอ่ ใหเ้กดิความขนเคืองระหว่าง 2 ประเทศมานาน ุ่ เหมือนกับไฟสุมขอน 4.เธออยา่ ประมาทนะ เลีย้งสนุัขดขุนาดนั ้นไวใ้กลต้วัระวงัจะเป็นหมองูตายเพราะงู สุนัขมันจะกัดเอาได้ 5.มีคนน าความลับของบริษัทเราไปบอกบริษัทคู่แข่งจนเราเสียประโยชน์ไปมากมาย เกลือเป็ นหนอนเสียแล้ว •สา นวนในขอ้ใด เหมาะทีจ่ะเตมิลงในชอ่งวา่งของขอ้ความตอ่ ไปนี ้• หลงัจากสมาชกิกลมุ่แสดงความคดิเห็น ที ่ไม่ลงรอยกนัอยหู่ลายวนั ในทีส่ดุทกุคนก็รว่มหา ทางออกของปญัหาจนสา เรจ็ความขดัแยง้เรือ่งนีจ้งึ...................ลงไดเ้สยีที 1.ปิดหีบ 2.ปิดปาก 3.ปิดฉาก 4.ปิดบัญชี 5.ปิดส านวน


89 4.7ชนิดของประโยคตามเจตนา 1.ความหมาย เจตนาของผู้ส่งสาร คอืความตั ้งใจ ความจงใจ หรอืความมุ่งหมาย ของผูส้ ่งสารทีป่รากฏในสาร โดย ผูร้บัสารตอ้งตคีวามสารเพือ่ ใหเ้ขา้ใจเจตนาทีแ่ทจ้รงิของผูส้ ่งสาร เจตนาในการส่งสาร ในการส่งสารตามปกติผู้ส่งสารมักเลือกใช้ประโยคชนิดต่างๆ ให้ตรงกับเจตนา ในการส่งสาร เช่น ใช้ประโยคบอกเล่าในการบอกหรอืแจง้เรือ่งตา่งๆ ใชป้ระโยคคา ถามเมือ่ตอ้งการถาม ใชป้ระโยคปฏเิสธ เมือ่ตอบปฏเิสธ แตใ่นบางครั ้งจะสงัเกตเห็นว่า ผูส้ ่งสารใชป้ระโยคไม่ตรงกบัเจตนาในการ ส่งสาร ผูร้บัสาร จงึตอ้งอาศยัการตคีวาม เพือ่ ใหส้ ือ่สารไดเ้ขา้ใจตรงกนั 2. ชนิดประโยคทีแ่บง่ตามเจตนา ชนิดของประโยคทีแ่บ่ง ตามเจตนา (สถาบนัภาษาไทย, 2552) ซึ่งจ าแนกชนิดของประโยคทีแ่บ่ง ตามเจตนา ๙ ชนิด ได้แก่ -บอกให้ทราบ - เสนอแนะ -สั ่ง -ห้าม - ชักชวน -ขู่ -ขอร้อง- คาดคะเน -ถาม 3.วิธีวิเคราะห ์เจตนาของผู้ส่งสาร สรุปสาระส าคญัของสาร แลว้ผูร้บัสารตั ้งคา ถามกบัตนเองว่า "ผู้ส่งสารต้องการอะไร" "เขียนหรือ พูดเพือ่อะไร" หรอื "อยากบอกอะไรแก่ผูร้บัสาร" 4.ตัวอย่างการวิเคราะห์เจตนาของผู้ส่งสาร "การใหล้กูไดฟ้ ังเรือ่งดีๆ ของแม่จากปากพ่อ หรอืไดย้นิไดฟ้ ังเรือ่งดๆี ของพ่อจากปากแม่ จะท าให้ลูก เกิดความประทับใจในตัวพ่อแม่ เพราะเด็ก ๆ นั ้นเหมอืนผา้ขาวทีพ่รอ้มซมึซบัเอาทกุสิ ่งทกุอยา่งทีผ่า่นมา สมัผสัเขา้ไวแ้ละพรอ้มทีจ่ะทา ตาม ไม่ช ้าลูกก็จะมีความประพฤติดี รักและกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่" จากข้อความข้างต้น ผู้ส่งสารต้องการ "แนะน าผทู้ี ่ เป็นพอ่และแมใ่หพ้ดูเรือ่งทีด่ขีองกนัและกนัใหล้กู ฟัง" (แนะน าให้ปฏิบัติ) = เจตนาของผู้ส่งสาร 5.ขอ้ สงัเกตเกีย่วกบัการใชป้ระโยคแสดงเจตนาตา่งๆ ประโยคแตล่ะชนิดอาจแสดงเจตนาทีแ่ยกย่อยไปไดอ้กีมาก เชน่ ประโยคบอกเล่าอาจแสดงเจตนา บอก เตอืน แนะ ทว้ง วจิารณ์ตา หนิฯลฯ ประโยคสั ่งอาจแสดงเจตนาบงัคบัขอรอ้ง ออ้นวอน ชวนเชญิฯลฯ ประโยคสอบถามอาจแสดงเจตนาถาม ซ ัก สอบสวน ฯลฯ คา ชนิดหนึ ่งทีช่ว่ยแสดงเจตนาของผพู้ดูคอืคา อนุภาคในประโยค แสดงเจตนาของผู้พูดต่างกัน ก. นั ่งลงซิ สั ่ง ข นั ่งลงเถอะ อนุญาต ก คุณอย่าจับซิ ต าหนิ ข คุณอย่าจับนะ ห้าม


90 4.8 คา ทีม่คีวามหมายตรง / อุปมา ค า/ความหมายโดยนัย ค า/ความหมายโดยนัย 1.หงส์ผูด้,ีผูม้ ศีกัดิศ์ร,ีความสูงส่ง 2.ผู้ใหญ่ ผู้มีประสบการณ์ 3.ดอกฟ้า หญงิผูสู้งศกัดิ ์4.ดวงใจ สิ ่งทีส่ าคญัทีส่ ุด 5.เทพธดิา คนด,ีคนทีส่วยทีส่ ุด 6.มือขวา คนใกลช้ดิ,คนทีไ่วใ้จได้ 7.มือแข็ง ไม่ค่อยไหว้คนง่าย 8.มอืสะอาด ซือ่สตัยส์ุจรติ 9.มืออ่อน นอบน้อม,มีความสามารถน้อย 10.มอืสกปรก คนทีไ่ปเกีย่วขอ้งกบัเรือ่งชัว่รา้ย 11.มือเบา ประณีตบรรจง 12.มอืรอ้น คนทีป่ลูกตน้ไมไ้ม่ขนึ้ 13.มือใหม่ ยังไม่มีความช านาญ 14.มอืผีขาไพ่ที ่ เขา้มาเล่นใหค้รบส ารบั 15.มือเก่า มีความช านาญ 16.ดาว บุคคลที ่ เดน่ทางใดทางหนึ่ง 17.เกา้อี ้ตา แหน่ง 18.เพชร บุคคลทีม่คีา่ 19.นกขมิน้คนเรร่อ่น 20.กา ความต า่ตอ้ย 21.ตอไม้ อุปสรรค 22.งูเห่า ผู้มีอ านาจ ผู้ทรยศ 23.ทะเล ความอ้างว้าง 24.สดีา สิ ่งไม่ด,ีอปัมงคล 25.สขีาว ความบรสิุทธิ ์26.แกะดา แปลกแตกต่างจากคนอืน่ 27.ดับ ตาย 28.ทรพี ลูกอกตัญญู 29.ไฟเขียว เห็นชอบ,อนุมัติ 30.เสียงแตก มีความเห็นแตกต่างกัน 31.ชุดด า โจร,ผู้ร้าย 32.หมู,กล้วย ง่าย 33.หิน ยาก 34.ยืน่ซองขาว ไล่ออกจากงาน 35.สุนขัจิ ้งจอก คนเจา้เล่ห์ 36.นกพิราบ สันติภาพ 37.ถังแตก เงินหมดตัว 38.ถงัขา้วสาร ครอบครวัฐานะร า่รวย 39.ควาย โง่ 40.เต่า ช้า 41.ไดโนเสาร ์ ล้าสมัย 42.เสือซ่อนเล็บ คนทีม่ เีล่หเ์หลีย่ม 43.หนอนหนังสือ คนชอบอ่านหนังสือ 44.หมูสนาม คนทีม่ฝีีมอืดอ้ย 45.แพะ ผูท้ ีร่บัโทษแทนคนอืน่46.ลิง ซุกซน 47.ผเีสือ้ราตรีหญงิโสเภณี 48.น ้าใตศ้อก เป็นรอง 49.เรือจ้าง,แม่พิมพ์ ครู 50.ตีนแมว ขโมย 51.ชักใย ผูบ้งการอยู่เบือ้งหลงั 52.ขีร้ิว้หม่นหมอง 53.ฉีกหน้า ท าให้ได้รับความอับอาย 54.รสเด็ด รสชาติดีมาก 55.เค็ม ไม่ยอมเสียเปรียบใคร 56.ปากตลาด ปากจัด,พูดมาก 57.ตาขาว แสดงอาการหวาดกลัว 58.คนกลาง ผูท้ ีไ่ม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 59.ฉีกหน้า ท าให้ได้รับความอับอาย 60.ไมบ้รรทดัคนทีม่คีวามเทีย่งตรงตามกฎหมาย 61.จับกบ หกล้ม 62.ผเีสือ้ราตรีนกัเทีย่วกลางคนื 63.จี ้ เสน้ท าใหข้บขนั 64.เตะตา สะดุดตา 65.ชักดาบ ไม่ยอมจ่ายเงิน 66.ปากหวาน พูดจาสุภาพ 67.อาบน ้ารอ้น มปีระสบการณม์าก่อน 68.ตีนผี ผูท้ ีข่บัรถเรว็ 69.จนมุม หมดทางหนี 70.หัวกะทิ คนสมองดี


91 2.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม+ตามหาความหมายเดียว) •ค าในข้อใด ใชไ้ดท้ ั ้งความหมายตรงและความหมายเชงิอปุมาทั ้ง 2 คา • 1.ตาบอด ปล่อยไก่*** 2.ทิ ้งทวน ถอดใจ 3.จับตา หลับใน 4.ล้มบอล แสบใส้ 5.เล่นตัว งัดข้อ •คา ในขอ้ใด ใชไ้ดท้ ั ้งความหมายตรงและความหมายเชงิอปุมา• 1.เสียงแตก มือสะอาด**** 2.ปากจัด คลืน่ ใตน้ ้า 3.ใจชืน้พลิกแผ่นดิน 4.หน้าชา คอทองแดง 5.พักแรม กัดไม่ปล่อย •ค าในข้อใด ใชไ้ดท้ ั ้งความหมายตรงและความหมายเชงิอปุมาทั ้ง 2 ค า• 1. เกีย่วกอ้ย ท าใจ 2.เลือดเย็น ยืน่มอื 3.กัดฟัน เจ้าของ 4.กดขี ่ก้มหน้า 5.ขึน้สมอง ตีเสมอ


92 4.9ค าทับศัพท์ภาษาอังกฤษ 1.ค าทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ ค าทับศัพท ์หมายถงึคา ทีถ่า่ยเสยีงมาจากรูปคา ในภาษาอืน่และน ามาเขยีนใน รูปแบบของภาษาไทย เพือ่ ใหค้นที ่ใชภ้าษาสามารถออกเสยีงไดอ้ยา่งถูกตอ้ง 2.ตัวอย่างค าทับศัพท์ acre = เอเคอร ์ alcohol = แอลกอฮอล์ algorithm = อัลกอริทึม alkaline = แอลคาไลน์ almond = อัลมอนด์ alpha = แอลฟา aluminium = อะลูมิเนียม ameba = อะมีบา ampere = แอมแปร ์ analog = แอนะล็อก antibody = แอนติบอดี apple = แอปเปิ ้ล arabic = อารบิก art = อาร ์ต artwork = อาร ์ตเวิร ์ก asphalt = แอสฟัลต์ Atlantic = แอตแลนติก bacteria = แบคทีเรีย badminton = แบดมินตัน ball = บอล ballet = บัลเลต์ balloon = บอลลูน bar = บาร ์ basketball = บาสเก็ตบอล barrel = บาร ์เรล battery = แบตเตอรี ่ bearing = แบริง block = บล็อก brake = เบรก cable = เคเบิล caffeine = คาเฟอีน cake = เค้ก calcium = แคลเซียม calculus = แคลคูลัส calorie = แคลอรี capsule = แคปซูล carbon = คาร ์บอน carbon dioxide = คาร ์บอนไดออกไซด์ cartoon = การ ์ตูน catalog = แค็ตตาล็อก Catholic = คาทอลิก cell = เซลล์ celluloid = เซลลูลอยด์ celsius = เซลเซียส cement = ซีเมนต์ chlorine = คลอรีน chlorophyll = คลอโรฟิลล์ chocolate = ช็อกโกแลต chord = คอร ์ด chromosome = โครโมโซม classic = คลาสสิก clinic = คลินิก clone = โคลน club = คลับ cocktail = ค็อกเทล column = คอลัมน์ commando = คอมมานโด computer = คอมพิวเตอร ์ concert = คอนเสิร ์ต concrete = คอนกรีต cookie = คกุกี ้ cyclone = ไซโคลน Hurricane = เฮอริเคน Ham = แฮม hydrogen=ไฮโดรเจน hydrometer=ไฮโดรมิเตอร ์


93 3.ศัพท์บัญญัติ ศัพท์บัญญัติคอืค าทีบ่ญัญตัขินึ้ ใหม่ในภาษาไทย โดยราชบณัฑติยสถานเป็นผูร้บัรอง เพือ่รองรบั ศพัท์ใหม่ๆ ที ่ เกดิขนึ้ตามเทคโนโลยแีละความกา้วหน้าดา้นต่างๆของโลก หรอืค าทีบ่ญัญตัขินึ้ เพือ่ ใชแ้ทน ค าต่างประเทศ หลกัการบญัญตั ศิพัทม์ ี2 ประการ ดงันี ้ 1. การคดิคา ศพัทไ์ทยใหต้รงกบัความหมายเดมิของคา นัน้ๆใหม้ากทีส่ ุด เชน่ ศัพท์บัญญัติ ภาษาอังกฤษ น้าค้างแข็ง Frost ตลาดมืด Black market ค่าผ่านทาง Toll เครือข่าย Network ปีแสง Light year พัดลม Fan โลกเสรี Free world เรอืดา น ้า Submarine ไม้ขีดไฟ Match ลูกเสือ Boy scout ไฟฟ้ า electricity 2. ถา้หาคา ไทยไดไ้มเ่หมาะสม ใหส้รา้งคา ใหมโ่ดยใชค้าภาษาบาลแีละสนั สกฤต ซึ ่ง ตอ้งเป็นคา ทีม่ ใีชม้ากอ่นและสามารถออกเสยีงไดง้่าย ศัพท์บัญญัติ ภาษาอังกฤษ ทฤษฎี theory วัฒนธรรม culture ปรัชญา philosophy กิจกรรม activity มลพิษ pollution มหาวิทยาลัย university วิทยาศาสตร ์ science ยานอวกาศ spacecraft โทรทัศน์ television


94 4. แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม/ตามหาศัพท์บัญญัติ) •ค าทับศัพท์ภาษาอังกฤษข้อใด สามารถใช้ค าไทยแทนได้• 1.ไอเดีย ยูนิต**** 2.ออกไซด์ ออนซ ์ 3.เฮโมโกลบิน เฮอริเคน 4.ไมล์ โครโมโซม 5.อินซูลีน ฮอร ์โมน •ค าภาษาอังกฤษในข้อใดใช้ค าไทยแทนได้• 1. นวนิยายที ่ เธอเขยีนมพล็อต ี ดีมาก ถกูใจผอู้ืน่จนมกีารสรา้งเป็นละคร* 2. กรณีมีสินค้าวางจ าหน่ายไม่ครบทุกร ้าน สามารถสั ่งซือ้ไดท้างอนิเตอรเ์น็ต 3. ควรใหเ้ด็กกนิฟลอูอไรดเ์ม็ดเพือ่ป้องกนั ฟันผุตั ้งแตเ่ด็ก 6 เดือนถึง 16 ปี 4. ออรา่เป็นคลืน่พลงัรศัมขีองมนุษยม์ลีกัษณะเป็นสนามแมเ่หล็กไฟฟ้ารอบรา่งกาย 5. เครือ่งสา อางชนิดใหมส่ามารถเสรมิกระบวนการผลดัเซลลผ์วิหนา้ชัน้นอกอยา่งออ่นโยน 4.10 ราชาศัพท์ 1.การใชค้า ราชาศพัทท์ ีส่า คญั 1. เกิด ค าราชาศัพท ์ ใชก้บัล าดบัที ่ •ทรงพระราชสมภพ •มีพระบรมราชสมภพ •เสด็จพระราชสมภพ 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประสูติ 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า 2.อายุ ค าราชาศัพท์ ใช้กับ พระชนมายุ 1.พระมหากษัตริย ์ 2-3.พระราชินี, พระบรมราชชนนี, พระยุพราช, พระบรมราชกุมาร, พระบรมราชกุมารี, สมเด็จเจ้าฟ้ า พระชันษา 4. พระองค ์เจ้า, พระสังฆราช ชันษา 5.หม่อมเจ้า 3. ลงชือ่ ค าราชาศัพท์ ใช้กับ ลงพระปรมาภิไธย 1.พระมหากษัตริย ์ ลงพระนามาภิไธย 2.-3พระราชินี, พระบรมราชชนนี, พระยุพราช, พระบรมราชกุมาร, พระบรมราชกุมารี, สมเด็จเจ้าฟ้ า ลงพระนาม 4.พระองค ์เจ้า, พระสังฆราช ลงนาม (พระอนุวงศ ์) 5.หม่อมเจ้า


95 4. ป่ วย ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ ทรงพระประชวร 1.พระมหากษัตริย ์, สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, 2. สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประชวร 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า อาพาธ พระ, สามเณร 5. ตาย ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ สวรรคต, เสด็จสวรรคต 1.พระเจ้าอยู่หัว, พระราชินี, พระบรมราชชนนี, 2.พระยุพราช, พระบรมราชกุมาร, พระบรมราชกุมารี, พระบรมราชวงศท์ ีไ่ดร้บัพระราชทานฉตัร ๗ ชัน้ ทิวงคต 2.พระยุพราช, เจา้ฟ้าทีไ่ดร้บัเฉลมิพระยศพเิศษ, พระราชาต่างประเทศ สิน้พระชนม์ 3-4สมเด็จเจ้าฟ้ า, พระองค ์เจ้า, สมเด็จพระสังฆราช สิน้ชพีติกัษยั , ถึงชีพิตักษัย 5.หม่อมเจ้า ถึงแก่พิราลัย, ถึงพิราลัย เจ้าประเทศราช, สมเด็จเจ้าพระยา ถึงแก่มรณภาพ, มรณภาพ พระ, เณร ถึงแก่อสัญกรรม องคมนตรี, ประธานองคมนตรี, รัฐมนตรี, นายกรัฐมนตรี, ประธานสภา, เจ้าพระยา, ผูไ้ดร้บัพระราชทานเครือ่งราชอสิรยิาภรณ์ ชัน้ปฐมจุลจอมเกลา้, ประธานาธิบดีต่างประเทศ ถึงแก่อนิจกรรม พระยา, ผูไ้ดร้บัพระราชทานเครือ่งราชอสิรยิาภรณ์ ชัน้ - ปถมาภรณ์มงกุฎไทย/ทุติยจุลจอมเกล้า, ผู้ได้รับเป็ นกรณีพิเศษ ถึงแก่กรรม, สิน้ชวีติ , เสียชีวิต, มรณะ สุภาพชน 6. ค าพูด ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ พระราชด ารัส, พระราชกระแส 1.พระราชา รบัสั ่ง พระราชวงศ ์, พระอนุวงศ ์ 7. พูด ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ มีพระราชด ารัส, มีพระราชกระแส, มีกระแสพระราชด ารัส 1.-2พระมหากษัตริย ์, สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) มีพระด ารัส, ด ารัส, มรีบัสั ่ง 3-4 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า รบัสั ่ง, มรีบัสั ่ง 5. หม่อมเจ้า


96 8. ให้ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ พระราชทาน 1.-2พระมหากษัตริย ์, สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน 3 พระบรมราชวงศช์ ัน้สมเดจ็เจา้ฟ้า ประทาน 4-5พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า 9. ค าสอน ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ พระบรมราโชวาท 1.พระราชา พระโอวาท 2.เจ้านาย พระราชวงศ ์ 10. สอน ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ มีพระบรมราโชวาท 1.พระราชา มีพระโอวาท 2.เจ้านาย พระราชวงศ ์ 11. โอวาท ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ พระบรมราโชวาท 1-พระมหากษัตริย ์ พระราโชวาท 2-สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระโอวาท 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า 12. ให้โอวาท ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ มีพระบรมราโชวาท, พระราชทานพระบรมราโชวาท 1-พระมหากษัตริย ์ พระราโชวาท, พระราชทานพระ ราโชวาท 2-สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระโอวาท, พระราชทานพระ โอวาท, ประทานพระโอวาท 3-สมเด็จเจ้าฟ้ า มีพระโอวาท, ประทานพระโอวาท 4-พระองค ์เจ้า พระอนุวงศช์ ัน้พระองคเ์จา้ 5-หม่อมเจ้า


97 13. การใช้ค า “เป็ น ,มี” ค า ใช้กับ มี น าหน้าคา ทีค่า กรยิาราชาศพัท์เชน่ มีพระบรมราชโองการ มีพระราชเสาวนีย ์ ทรงมี น าหน้าคา ที ่ เป็นคา นามราชาศพัท์เชน่ ทรงมีกล้องถ่ายรูป ทรงมีแสตมป์ เป็ น น าหน้าคา ที ่ เป็นคา นามราชาศพัท์เชน่ เป็ นพระราชโอรส เป็ นพระราชนัดดา ทรงเป็ น น าหน้าค านามสามัญ เช่น ทรงเป็ นครู ทรงเป็ นนักปราชญ ์ 14. การใช้ค า “เดินทางไปเป็ นประธาน”, “เดินทางไปเปิ ดงาน” ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ เสด็จฯไปทรงเป็ นประธาน 1-พระมหากษัตริย ์, 2- สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิ ดงาน เสด็จไปทรงเป็ นประธาน 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า เสด็จไปทรงเปิ ดงาน 15. เดินทางไปหรือมาโดยยานพาหนะ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ เสด็จฯ , เสด็จพระราชด าเนิน (ขนึ้ ,ลง,เขา้,ออก,ไป,กลบั ) 1-พระมหากษัตริย ์ 2-สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ 3-4-5 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า 16. เดิน ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ ทรงพระด าเนิน 1-พระมหากษัตริย ์ 2-สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3-สมเด็จเจ้าฟ้ า 4-พระองค ์เจ้า ด าเนิน 5-หม่อมเจ้า


98 16. อนุเคราะห ์ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมราชานุเคราะห ์ 2.พระราชานุเคราะห ์ 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.พระอนุเคราะห ์ 3-4-5 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า 17. อนุสาวรีย ์ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมราชานุสาวรีย ์ 2.พระราชานุสาวรีย ์ 1-.พระมหากษัตริย ์ 2-.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.พระอนุสาวรีย ์ 3-4สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า 4.อนุสาวรีย ์ 5.-หม่อมเจ้า 18. ขอบใจ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.รู ้สึกเป็ นพระมหากรุณาธิคุณล้น เกล้าล้น กระหม่อม 2.รู ้สึกเป็ นพระเดชพระคุณล้นเกล้า ฯ รู ้สึกเป็ นพระกรุณาธิคุณล้นเกล้า ฯ 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.ขอบพระทัย 3-4-5 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า 19. รูปเขียนเหมือนบุคคลจริง ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมรูปเขียน ,พระบรมฉายา สาทิสลักษณ์, พระบรม สาทิสลักษณ์ 2. พระรูปเขียน, พระฉายา สาทิสลักษณ์, พระสาทิสลักษณ์ 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.พระรูป 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า


99 20. รูปถ่าย ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมฉายาลักษณ์ 2.พระฉายาลักษณ์, พระรูป 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.พระรูป 3-4-5 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค ์เจ้า-หม่อมเจ้า 21. รูปปั ้น ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมรูปปั ้น 1.-พระมหากษัตริย ์ 2.พระรูปปั ้น 2-.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3-สมเด็จเจ้าฟ้ า4-พระองค ์เจ้า5-หม่อมเจ้า 21. รูปหล่อ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมรูปหล่อ 1-.พระมหากษัตริย ์ 2.พระรูปหล่อ 2-.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ 3-สมเด็จเจ้าฟ้ า4-พระองค ์เจ้า5-หม่อมเจ้า 22. อายุ.....ปี ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระชนมพรรษา.....พรรษา 1-.พระมหากษัตริย ์ 2.พระชนมายุ.....พรรษา” 2-.สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิ ราชฯสยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี 3.พระชันษา.............ปี 3-สมเด็จเจ้าฟ้ า-4-พระองค ์เจ้า-5-หม่อมเจ้า 2.ตัวอย่างข้อสอบ ราชาศพัทท์ ีข่ดีเสน้ใตใ้นขอ้ใดใชถู้กตอ้ง 1. ตามค่านิยมและประเพณีพระมหากษัตริย์ไทยมักทรงเป็ นทหาร* 2. หมอ่มเจา้วรชยัประทานพระราชานุเคราะหแ์กร่าษฎรทีป่ระสบอบุตัภิยั 3. ประชาชนทีม่ารอรบัเสด็จกราบบงัคมทลูขอบพระทยั สมเด็จพระเจา้อยหู่วั 4. ประชาชนนิยมไปกราบถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 5. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้ าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารีทรงลงพระปรมาภิไธย ในสมุดเยีย่ม


100 เฉลยแบบฝึกหดัที ่1 1.-3 2.-1 3.-1 4.-5 5.-4 6.-3 7.-4 8.-1 9.-2 10.-3 11.-2 12.-2 13.-2 14.-5 15.-4 16.-3 17.-1 18.-2 19.-3 20.-1 21.-1 22.-4 23.-3 24.-4 25.-2 26.-4 27.-5 28.-5 29.-3 30.-3 31.-1 32.-1 33.-2 34.-4 35.-5 36.-5 37.-3 38.-5 39.-1 40.-5 41.-4 42.-2 43.-3 44.-5 45.-3 46.-2 47.-5 48.-3 49.3 50.2 เฉลยแบบฝึกหดัที ่2 1.-5 2.-5 3.-2 4.-1 5.-3 6.-1 7.-1 8.-3 9.-2 10.-2 11.-5 12.-2 13.-5 14.-5 15.-5 16.-5 17.-4 18.-4 19.-1 20.-5 21.-4 22.-5 23.-1 24.-4 25.-4 26.-5 27.-4 28.-4 29.-1 30.-2 31.-44 32.-2 33.-4 34.-4 35.-4 36.-4 37.-1 38.-3 39.-4 40.-5 41.-4 42.-2 43.-2 44.-3 45.-4 46.-5 47.-2 48.-1 49.4 50.-5 เฉลยแบบฝึกหดัที ่3 1.-2 2.-3 3.-5 4.-2 5.-2 6.-4 7.-4 8.-5 9.-3 10.-3 11.-4 12.-3 13.-5 14.-4 15.-4 16.-4 17.-3 18.-4 19.-3 20.-5 21.-5 22.-5 23.-5 24.-1 25.-2 26.-3 27.-5 28.-1 29.-4 30.-3 31.-1 32.-5 33.-2 34.-1 35.-4 36.-1 37.-5 38.-5 39.-1 40.-5 41.-4 42.-3 43.-2 44.-5 45.-3 46.-2 47.-2 48.-1 49.4 50.-3 เฉลยแบบฝึกหดัที ่4 1.-2 2.-5 3.-4 4.-2 5.-2 6.-3 7.-1 8.-4 9.-4 10.-4 11.-4 12.-3 13.-5 14.-5 15.-2 16.-3 17.-1 18.-3 19.-5 20.-2 21.-2 22.-4 23.-5 24.-5 25.-2 26.-2 27.-3 28.-3 29.-1 30.-2 31.-5 32.-5 33.-4 34.-3 35.-3 36.-1 37.-3 38.-1 39.-3 40.-4 41.-1 42.-1 43.-5 44.-2 45.-5 46.-4 47.-1 48.-3 49.4 50.-2 เฉลยแบบฝึกหดัที ่5 1.-2 2.-4 3.-1 4.-2 5.-3 6.-5 7.-3 8.-1 9.-4 10.-4 11.-5 12.-1 13.-1 14.-1 15.-3 16.-5 17.-4 18.-2 19.-4 20.-5 21.-5 22.-1 23.-4 24.-4 25.-5 26.-4 27.-2 28.-3 29.-5 30.-5 31.-1 32.-5 33.-3 34.-3 35.-3 36.-3 37.-4 38.-1 39.-3 40.-4 41.-4 42.-3 43.-3 44.-4 45.-1 46.-2 47.-2 48.-2 49.5 50.-2


Click to View FlipBook Version