The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารการสอน

เอกสารการสอน

Keywords: เอกสารการสอน

92

3. อุไภยพจนเ์ ปน็ คมู่ ือครูใช้สอบความจาผู้เรียนในเรอ่ื งความหมายของคา
4. นิติสารสาธกเนอ้ื หาอธิบายแบบเรียนหลวงท้ัง 5 เล่ม ต้ังแต่มูลบทบรรพกิจเป็นต้นไป
โดยเขยี นไวว้ ่า “เพือ่ ไว้สาหรบั นกั เรียนในโรงเรียนหลวงจะไดอ้ า่ นเลา่ จาต้นข้อตอ่ ลาดับในแบบสอนให้
แมน่ ยาชานาญ” แตง่ เปน็ กลอนสภุ าพ
5. อนันตวิภาคเน้ือหาคาอธิบายคาในภาษาไทย กัมพุช ชวา มคธ หริภุญไชย สันสกฤต
ตะเลง พุกาม สิงหลและยงั อธิบายคาสยามโบราณ เช่น ทรอึง (ถือตัว) ท่าว (ล้ม) ถนิม (เครื่องประดับ)
อเคอ้ื (งาม) ลาง (หมาก) ฯลฯ
6. พรรณพฤกษา หนังสือเล่มนี้เรียกว่า “นามพรรณพฤกษา” คู่กันกับหนังสือ “สัตวา
ภิธาน” เน้อื เร่อื งแบ่งเปน็ รุกขชาติ (แข็งนอกข้างในอ่อน เช่น ตาล อ้อย หมาก มะพร้าว ฯลฯ) และ
ติณชา (อ่อนนอกตลอดใน เช่น หญ้า กล้วย ฯลฯ) แต่งเป็นกาพย์ยานี กาพย์สุรางคนางค์และ
กาพยฉ์ บัง
7. สตั วาภิธานเนื้อหาว่าด้วยสัตว์ 4 จาพวก คือพหุบาท จัตุบาท ทวีบาทและ อบาทกา
(ไม่มเี ทา้ ได้แก่งู ปลา) แตง่ เปน็ กาพย์
8. ฉันทวภิ าคเน้ือหาเป็นการสอนวธิ แี ต่งฉนั ทต์ ามวธิ ใี นคมั ภรี ว์ ุตโตทยั
9. มหาสุปสั สชี าดกลักษณะเปน็ นทิ านชาดกทเี่ ป็นตวั อยา่ งคาสอนในพุทธศาสนา
เมื่อมีพระราชบัญญัตปิ ระถมศกึ ษาในปี พ.ศ. 2464 กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดว้ างกฎใหม้ ีการ
ตรวจแลว้ จึงอนุญาตให้ใช้เป็นแบบเรียนหนังสือเรียนที่ใช้มีหลายเล่ม เช่น แบบเรียนเร็ว มูลปกรณ์
สยามไวยากรณแ์ บบสอนอา่ นภาษาไทย ฯลฯ ในระดับมัธยมศึกษาเร่มิ ใชห้ นงั สือเรียนในปี พ.ศ. 2481
โดยใชห้ นงั สือนิทราชาคริต และปลุกใจเสือป่า เป็นต้น ในปี พ.ศ. 2482 ใช้หนังสือหลายเล่ม ได้แก่
บทละครพูดเรื่องโพงพาง สงั ข์ทองตอนเลอื กคแู่ ละหาเนอื้ หาปลา พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไรรามเกียรติ์
อเิ หนาตอนศกึ กะหมังกหุ นงิ เวนสิ วาณิช พงศาวดารกรุงธนบุรี กฤษณาสอนน้องคาฉันท์สามก๊กตอน
โจโฉแตกทัพเรือ รามเกียร์ต์ิตอนเท้ามาลีวราชว่าความ พระอภัยมณี นทราชาคริตเหล่าน้ีเป็น
แบบเรียน จนถึง พ.ศ.2485 จงึ ไดเ้ พิ่มราชาธิราชตอนศึกพระเจา้ ฝรงั่ มงั ฆอ้ ง โคลงสภุ าษิต โคลงโลกนิติ
ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้เพ่ิมวรรณคดีข้ึนอีกหลายเล่ม มีทั้งที่จบท้ังเล่ม เช่นนิทราชาคริต
เวนิสวาณชิ และเรอ่ื งท่คี ัดเฉพาะตอนมานับว่าหนงั สือเรียนภาษาไทยมีอยูไ่ ม่นอ้ ย

ววิ ฒั นาการเรยี บเรยี งหนงั สอื แบบเรียนภาษาไทย

การเรียบเรียงหนังสือแบบเรียนภาษาไทยมีวิวัฒนาการท่ีอาจแบ่งได้ตามประเภทของ
หนังสือแบบเรียน ซง่ึ เปน็ 3 ประเภท ไดแ้ ก่

1. หนังสือแบบเรยี นเร่ิมอ่านภาษาไทย
2. หนังสือแบบเรยี นอ่านเสรมิ ประสบการณ์
3. หนงั สอื ทางวรรณคดี
1. วิวัฒนาการเรียบเรียงหนังสือแบบเรียนภาษาไทย

หนังสือที่จัดเป็นหนังสือแบบเรียนเริ่มเร่ิมอ่านภาษาไทยเริ่มจากจินดามณีฉบับ
พระโหราธบิ ดี และจนิ ดามณีฉบับพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งแต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาสมัย
กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-4 ได้มีการแต่งหนังสือแบบเรียนเพิ่มเติม เช่น ประถม ก. กา


93
ประถมจนิ ดามณี เล่ม 2 (แต่งโดยกรมหลวงวงศาธิราชสนิท) จนกระท่ังเมื่อมีการจัดการศึกษาอย่าง
เปน็ ระบบเมื่อปี พ.ศ. 2414 พระยาศรีสุนทรโวหารได้แต่งแบบเรียนหลวง 6 เล่ม แบบเรียนหลวง
มีเนื้อหาละเอยี ด ไม่สามารถเรยี นจบในระยะเวลาสั้นๆ กรมพระยาดารงราชานภุ าพจึงแต่งแบบเรียน
เร็วขน้ึ ใช้ในปี พ.ศ. 2432 ในปี พ.ศ. 2441 เจ้าพระยาธรรมศักด์ิมนตรีได้แต่งแบบเรียนใหม่ข้ึนแทน
แบบเรยี นเร็ว เพ่อื ใหเ้ ดก็ เรียนรใู้ นระยะเวลาสัน้ กว่าเดิม

ในปี พ.ศ. 2465 กระทรวงธรรมการได้ใช้แบบหดั อา่ นภาษาไทย ของพระวิภาชน์วิทยาสทิ ธ์ิ
เปน็ แบบเรยี นและการเรยี บเรยี งได้พัฒนาโดยเนน้ เรอ่ื งคาและประโยคมากขึ้น ไมน่ ยิ มที่จะแจกลูกหรอื
ผันอักษร ต่อมาในปี พ.ศ.2480 มีการเปล่ียนแปลงการใช้หนังสือแบบเรียนเป็นแบบเรียนเร็วของ
หลวงดรุณกิจวิทรู และนายฉันท์ ขาวิไล ซึ่งเน้ือหาพัฒนาข้ึนมาก คือ แจกลูกเพียงเล็กน้อยและเน้น
การสอนอ่านเป็นคา เป็นประโยคมากกว่า ในปี พ.ศ. 2497 ได้มีการปรับปรุงหนังสือแบบเรียนให้
สอดคล้องกับการศึกษาแผนใหม่ท่ีเน้นการสอนอ่านเป็นคา กระทรวงศึกษาธิการจึงได้นาหนังสือ
แบบเรียนชุดบันไดก้าวหน้า (เรณู-ปัญญา) ของนายก่ี กีรติโยฬาร มาใช้ แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์
จากผู้ปกครองและหนังสือพิมพ์อย่างมากจึงต้องเลิกใช้โดยหันมาใช้แบบฝึกหัดอ่านภาษาไทย
(ฉบับปรับปรุง 2499) ของพระวิภาชน์วิทยาสิทธ์ิแทน และได้ใช้เรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2521
กระทรวงศึกษาธกิ ารจึงไดใ้ ช้แบบเรียนภาษาไทย ชน้ั ป.1 เลม่ 1 ของกรมวชิ าการ สืบมา

2. ววิ ฒั นาการเรียบเรยี งหนงั สอื อา่ นเสริมประสบการณ์
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาไม่สามารถตรวจสอบได้แน่ชัดว่าหนังสือแบบเรียนเล่มใดเป็ น

หนังสืออ่านเสริมประสบการณ์บ้าง แต่คาดว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายคงได้ใช้สุบินทกุมาร
เป็นหนังสืออ่านเสริมประสบการณ์และได้ใช้เรื่อยมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่ี 1-4
เพราะเน้ือหาเป็นคตธิ รรมใหใ้ ฝใ่ จในพทุ ธศาสนา หนงั สืออา่ นเสริมประสบการณเ์ ล่มต่อมาคือ ประถม
ก. กา หดั อ่าน เนอื้ หาสอนหลักธรรม จรยิ ธรรมและความประพฤตขิ องเด็กๆ และกาพยพ์ ระไชยสุริยา
ของสุนทรภู่ ซ่งึ เนน้ คณุ ธรรมของข้าราชการ ทัง้ 2 เล่มน้ใี ชใ้ นช่วงกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ (ร.1-ร.4) ด้วย

เมื่อได้มีการจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบเม่ือปี พ.ศ. 2414 แล้ว หนังสืออ่านเสริม
ประสบการณ์ไดพ้ ฒั นาเนอ้ื หาจากดา้ นคณุ ธรรมและจริยธรรมตามแนวคิดพุทธศาสนา ไปเปน็ การเน้น
ความรรู้ อบตัว ธรรมชาติศกึ ษา สงั คมศกึ ษาและวทิ ยาศาสตร์เบ้ืองต้น ซ่ึงสรปุ ไดว้ า่ หนังสืออ่านเสริม
ประสบการณ์สมยั การจัดการศึกษาอย่างเปน็ ระบบ เน้นเน้ือหามากกวา่ ความเพลิดเพลนิ

3. วิวฒั นาการเรยี บเรียงหนังสืออ่านวรรณคดี
ในสมยั กรุงศรีอยธุ ยาคงไม่ได้กาหนดแน่นอนว่าจะให้นักเรียนอ่านเล่มใด และในสมัย

กรงุ รัตนโกสินทร์ (ร.1-ร.4) ก็ยังไมอ่ าจสรุปได้ว่าไดใ้ ช้วรรณคดีเร่อื งใดให้เด็กอา่ น หนังสอื อ่านวรรณคดี
ท่พี อจะกาหนดได้แน่นอนก็ต่อเมือ่ มกี ารจัดระบบการศกึ ษาของประเทศแล้ว โดยกระทรวงธรรมการ
ไดใ้ ห้โรงเรยี นใชว้ รรณคดีเร่อื งตา่ งๆ เช่น สังขท์ อง รามเกยี รต์ิ (บางตอน) พระอภัยมณี นิราศนรินทร์
อเิ หนา ลิลติ ตะเลงพา่ ย มหาเวสสนั ดรชาดก ฯลฯ เปน็ หนังสอื อา่ นวรรณคดี

ในปี พ.ศ. 2499 คณะกรรมการดาเนินการปรับปรุงหนังสืออ่านวรรณคดีใหม่โดย
ยกเลิกการนาวรรณคดเี รอื่ งใดเรื่องหนง่ึ หรอื ตอนใดตอนหนงึ่ มาให้เด็กอา่ น เปลีย่ นมาเป็นการตัดตอน
จากวรรณคดหี ลายๆ เร่ือง มาพิมพ์รวมเล่มดว้ ยกนั พรอ้ มทงั้ จัดทาคาอธบิ ายโดยละเอียดและกาหนด
กจิ กรรมเปน็ แนวทางทา้ ยเรอื่ งทุกเร่ือง ทาใหเ้ ด็กนกั เรยี นไดเ้ รียนรวู้ รรณคดหี ลายเร่ืองหลายรปู แบบ


94

วิวัฒนาการหนงั สอื เรยี นภาษาไทยระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ และตอนปลาย

1. วฒั นาการของหนังสือเรียนภาษาไทยระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
1.1 หนังสือเรยี นระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ ตามหลกั สูตร ปีพ.ศ. 2503 ใช้ระหว่าง พ.ศ.

2504–2520 มหี นงั สอื ทก่ี าหนดให้ใชใ้ นโรงเรียนดงั น้ี
1.1.1 หนังสือแบบเรียนวรรณคดีไทย สาหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มี 3 เล่ม

คอื แบบเรยี นวรรณคดีไทย เล่ม 1,2 และ 3 ใช้สาหรบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1-3 ตามลาดับหนังสือเรียน
ชุดน้คี ณะกรรมการดาเนินการปรบั ปรงุ หนงั สอื เรยี นภาษาไทยมอบให้คณะกรรมการเปน็ ผูจ้ ดั ทา

จดุ ประสงค์ เพอ่ื รวบรวมกวีนพิ นธ์ทั้งท่เี ปน็ กาพย์ กลอน และร้อยแก้ว
ของผู้ท่ไี ดร้ ับการยกย่องว่ามสี านวนโวหารดีทั้งการใช้ถ้อยคาและภาษาซ่ึงถือเป็นแบบอย่างได้ไว้เป็น
บทอ่านและใหน้ ักเรียนถอื เป็นแบบฉบับในการเรยี บเรยี งความและการใชถ้ อ้ ยคาภาษา

ลักษณะของหนังสอื เรยี น มลี ักษณะเปน็ การคดั เลือกความเรียง นิทาน
วรรณคดตี ลอดจนคาประพันธ์บางตอน บางเร่อื งมารวมไวเ้ ร่ืองเดียวกันและเพิ่มเติมประวัติผู้แต่งเข้า
มาด้วย กลา่ วคอื แตล่ ะบทจะประกอบด้วยบทนาเรือ่ งประวตั ิผู้แต่ง เนอื้ เรื่อง อธบิ ายศัพท์ กจิ กรรม

เนอ้ื หาหนังสือแบบเรียนวรรณคดีไทย แตล่ ะเล่มจะประกอบด้วยเนื้อหา
ดังน้ี

หนังสือแบบเรียนวรรณคดีไทย เล่ม 1 (สาหรับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1)
ประกอบดว้ ยเร่ืองต่างๆต่อไปน้ี

1) ราชาธริ าชตอนพลายประกายมาศ เจา้ พระยาพระคลัง (หน)
2) พระอภยั มณีตอนพระอภัยมณพี บศรสี วุ รรณและสินสมุทร พระสุนทร
โวหาร(ภู)่
3) พระราชนพิ นธไ์ กลบ้าน ฉบบั คืนที่ 61 และ คืนที่ 225 พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว
4) พระราชนพิ นธ์บทละครเรอ่ื งพระรว่ ง พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
เจ้าอยู่หวั
5) กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ (3 ตอน) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยหู่ วั
6) นทิ านทองอินเร่ือง นาคพระโขนง ท่ีสอง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
เกล้าเจ้าอยูห่ วั
7) บทละครพระราชนิพนธ์ เร่ือง “จัดการรับเสด็จ” พระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ วั
8) พระราชดารัสในวันฉัตรมงคล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจา้ อยหู่ ัว
9) ตามเสดจ็ ไปทอดพระเนตรสุรยิ ปุ ราคาท่ีตาบลหว้ากอ สมเด็จกรม
พระยาดารงราชานภุ าพ
10) นิทานที่ขา้ พเจ้าชอบ (โคลงกลอนของครูเทพ) เจ้าพระยาธรรมศักด์ิ
มนตรี


95
11) ความดีไม่ร้จู ักส้ินสูญ เจา้ พระยาธรรมศกั ด์ิมนตรี
12) โคลงดนั้ วิวิธมาลี “อตตาหิอตตโน นาโถ” พระยาอปุ กิตศลิ ปสาร
13) กลอนสภุ าพ มนษุ ยเ์ รามดี ที ี่ตรงไหน พระยาอุปกติ ศลิ ปสาร
14) กลอนสภุ าพ “พ่อแม่รงั แกฉนั ” พระยาอุปกิตศลิ ปสาร
15) นทิ านเรอ่ื งมหากบลิ วานร พระสารประเสรฐิ
16) นทิ านเรื่อง พญานกออก พระสารประเสรฐิ
หนังสือแบบเรียนวรรณคดีไทยเล่ม 2 (สาหรับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2)
ประกอบด้วยเรอ่ื งตา่ งๆ ต่อไปนี้
1) สมเด็จเจา้ แตงโม พระยาปริยัติธรรมธาดา
2) กาพย์เหช่ มเคร่ืองคาวหวานและวา่ ดว้ ยงานนักขตั ฤกษ์ พระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
3) พระพทุ ธประวัติ พระยาภักดีนฤเบศร์
4) พระราชนิพนธบ์ ทละครเรื่องอิเหนา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
นภาลัย
5) ทูตไทยไปประเทศองั กฤษ หม่อมราโชทัย
6) โคลงสุภาษิตรัชกาลท่ี 5 และโลกนิติคาโคลง พระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั
7) ไคเภก็ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู ัว
8) ธรรมจรยิ า เจ้าพระยาธรรมศกั ดม์ิ นตรี
หนังสือแบบเรียนวรรณคดีไทย เล่ม 3 (สาหรับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี3)
ประกอบด้วยเรื่องตา่ งๆ ตอ่ ไปนี้
1) พระมหานคร (ตดั จากนริ าศนรินทร)์ นายนรนิ ทร ธเิ บศร์
2) กรณียกจิ ของเราต่อชาติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
3) ชมป่า (คดั จากบทเสภาขนุ ช้างขนุ แผน)
4) ปาฐกถา เรอื่ งหวั ใจนกั ปราชญ์ พระยาอุปกติ ศลิ ปสาร
5) ราพึงในป่าชา้ พระยาอปุ กิตศลิ ปสาร
6) นิทานเวตาล พระราชวรวงศ์เธอกรมหมนื่ พทิ ยาลงกรณ์
7) ความสุข นาคะประทปี
8) โคลงโลกนติ ิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอกรมพระยาเดชาดศิ ร
9) จดหมายจางวางหรา่ พระราชวรวงศเ์ ธอกรมหมนื่ พิทยาลงกรณ์
10) นริ าศพระบาท พระสุนทรโวหาร (ภ)ู่
11) ประวตั ิอาจารยส์ มเดจ็ พระเจา้ วรวงศ์เธอกรมพระยาดารงราชานุภาพ
1.1.2 หนังสืออ่านชุดกวีนิพนธ์เป็นหนังสืออ่านประกอบซึ่งกรมศึกษาธิการ
ไดจ้ ัดพมิ พข์ ึ้นเพ่อื ใหเ้ ปน็ หนงั สอื อา่ นประกอบ เพ่อื ประโยชนใ์ นการศกึ ษาหนังสืออ่านชุดกวีนิพนธ์น้ีมี
หลายเรื่องอยู่ในพวกเดียวกันโดยจัดเป็นสารับให้ช่ือว่า “หนังสืออ่านกวีนิพนธ์” คณะกรรมการ


96
ดาเนินการปรับปรงุ หนังสอื อ่านภาษาไทยเปน็ ผพู้ ิจารณาเทยี บเคยี งแบบเรยี นท่ีมีใช้อยู่เดิมโดยคานงึ ถึง
ความยากง่ายและความยาวใหเ้ ท่ากนั ดว้ ย

จดุ ประสงค์ เพ่ือให้ได้อ่านหนังสือซึ่งควรถือว่าเป็นแบบฉบับในการเรียบเรียง
การใช้ถ้อยคาภาษา เป็นหนังสือที่กวีเก่าๆ ได้ร้อยกรองไว้ด้วยถ้อยคาอันไพเราะ หนังสืออ่านชุดน้ี
นอกจากเป็น แบบอา่ นแลว้ ยังใชเ้ ป็นแบบฝึกหัดไวยากรณ์ ย่อความและเรียงความได้ ท้ังนี้ยังจะเป็น
เครอ่ื งบารุงความรู้ใหเ้ จรญิ กว้างขวางต่อไป

ลักษณะของหนังสือเรยี นเป็นการคดั เลอื กเอาหนงั สอื ที่กวเี ก่าๆร้อยกรองไว้โดย
เลอื กทีโ่ วหารและวิธปี ระพนั ธแ์ ปลก ๆแลว้ คัดตัดตอนจัดพิมพ์ข้ึนเฉพาะเป็นเลม่ เลก็ ๆ เพื่อให้มรี าคาเยา
จะมีการตรวจอักษรและวรรคตอนอย่างละเอียดเพราะนอกจากจะเป็นบทอ่านแล้ว ยังใช้สาหรับเป็น
แบบอย่างการเขียนด้วย

เนือ้ หาคณะกรรมการดาเนนิ การปรบั ปรงุ หนังสืออา่ นภาษาไทยได้กาหนดหนังสือ
อ่านชดุ กวีนพิ นธส์ าหรับให้นกั เรยี นสายสามญั ศึกษาอ่านดังนี้

มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ราชาธริ าช ตอนศึกพระเจ้าฝรงั่ มงั ฆอ้ ง
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 เวนสิ วาณชิ
มัธยมศึกษาปที ี่ 3 วาสฏิ ฐี
1.2 หนังสอื เรยี นระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ตามหลกั สูตร ปีพ.ศ. 2521
1.2.1 หนังสือเรียนภาษาไทยชุดทักษสัมพันธ์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
กระทรวงศึกษาธกิ ารได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทาส่ือการเรียนวิชาภาษาไทยชั้นมัธยมตอนต้นเพื่อ
ปรบั ปรุงสอ่ื การเรียนวชิ าภาษาไทยใหเ้ หมาะสมยงิ่ ข้ึนคณะกรรมการชดุ ดงั กลา่ วได้จัดทาหนังสือเรียน
ภาษาไทย ชดุ ทักษสมั พันธ์ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ซึง่ มดี ว้ ยกนั ทง้ั หมด 3 เล่ม

จุดประสงคเ์ พ่ือใหน้ กั เรยี นได้
1) อ่านหนงั สอื ทม่ี รี ปู แบบต่างๆกนั
2) คุ้นกับการใช้ศิลปะเชิงภาษาด้วยกลวิธีต่างๆ กันมีการเลือกเน้น
ถ้อยคาทเี่ หมาะสมเป็นตน้
3) เห็นแบบอยา่ งภาษาไทยอันเปน็ ที่รับรองว่าดพี อสมควรและบางเรื่อง
กด็ ีเปน็ อย่างยิ่ง
4) ใช้บททค่ี ัดมาให้อา่ นนน้ั สาหรับสรา้ งสรรค์ให้เกิดความสามารถใน
การฟงั พูดและเขียน
5) ร่วมทางานกับเพื่อนๆ ขยายความคิดนึกขยายประสบการณ์และ
จินตนาการใหก้ วา้ งขวาง
ลักษณะของหนังสือเรยี นเป็นการคัดตัดตอนมาจากหนังสือไทยหลาย
ประเภทและมแี บบฝึกหดั การใช้ทักษะภาษาไทยโดยมงุ่ ให้นกั เรยี นไดป้ ระสบการณ์ที่ประสานสัมพันธ์
กันท้ังการอ่านในใจ อ่านออกเสียงการฟัง การพูด และการเขียนแบบต่างๆ และหนังสือชุดนี้จะมี
ลักษณะพิเศษท่ีแตกต่างไปจากหนังสือเรียนภาษาไทย ชุดก่อนๆ คือจะประกอบด้วย คาแนะนา
นักเรียนการใชห้ นังสือชุดทักษสัมพันธ์ บทนาเรื่อง เน้ือเรื่องกิจกรรมของแต่ละเร่ือง สังเขปประวัติ
ผแู้ ตง่ และศพั ทานุกรม ซงึ่ อยู่รวมกนั ท้ายเลม่


97
เน้ือหา หนังสือเรียนชุดทักษสัมพันธ์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นนี้
มีด้วยกนั ทั้งหมด 3 เลม่ คอื
หนังสอื เรียนภาษาไทย ชุดทกั ษสัมพันธ์ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น เล่ม 1
ประกอบด้วยเรือ่ งต่างๆดงั น้ี
1) ความสนุกในวดั เบญจมบพิตร ม.จ.หญิงพูนพิศมยั ดิศกุล
2) สัตวาภธิ าน พระยาศรีสนุ ทรโวหาร (น้อย อาจารยางกรู )
3) นิดๆหน่อยๆ ดอกไม้สด
4) พระรว่ งสวรรคโลก พระยาโกมารกลุ มนตรี
5) พระยาไชยบรู ณ์ คณุ หญงิ ศรนี าถ สุรยะ
6) นิราศสตั หบี พลเรอื ตรีจวบ หงสกลุ
7) ไขภาษา อ.น.ก.
8) รามเกียรต์ิ (ตอนศึกไมยราพ) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลก
9) ผู้ชนะสบิ ทิศ ยาขอบ
10) คณุ คา่ พฤกษาชาติ เกหลง พานิช
11) แมศ่ รีเรอื น ทิพยว์ าณี สนิทวงศ์
12) เศรษฐศาสตรใ์ นหอ้ งแถว หยก บรู พา
13) นทิ านสภุ าษติ สชุ ีโวภิกขุ
14) บทร้อยกรอง
15) วอนขอรอจนั ทร์แจม่ แสง กลุ ทรัพย์ รุ่งฤดี
16) กวกี ับจนั ทรเ์ จา้
17) รงุ่ อรุณแหง่ หวั ใจ จินตนา ป่ินเกลยี ว
18) สงั เขปประวตั ผิ ้แู ตง่
19) ศัพทานกุ รม
20) ภาคผนวก
หนงั สือเรยี นภาษาไทยชดุ ทกั ษสมั พันธ์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เล่ม 2
ประกอบด้วยเร่ืองต่างๆตอ่ ไปน้ี
1) พอ่ แม่รังแกฉนั พระยาอุปกิตศลิ ปสาร
2) นิทานเทียบสุภาษติ พระยาศรีหราชฤทธิไกร
3) ฝนทงั่ เปน็ เข็ม พายเรือทวนนา้
4) เข็นครกข้ึนเขา
5) ตาลโตนด ม.จ.จกั รพันธ์เพ็ญศิริ จกั รพันธ์
6) ความดที ไ่ี ม่ร้จู ักส้ินสญู เจ้าพระยาธรรมศกั ดิม์ นตรี
7) พระอภัยมณี (ตอนพระอภัยมณีพบศรีสุวรรณและสินสมุทร)
พระสนุ ทรโวหาร (ภ)ู่
8) พระยาพชิ ยั ดาบหัก คุณหญิงศรนี าถ สุริยะ
9) ราชาธริ าช (ตอนพลายประกายมาศ) เจา้ พระยาพระคลัง (หน)


98
10) ศิลปนิ เอก ม.ร.ว.คึกฤทธ์ิ ปราโมช
11) บทละครราเรอื่ งพระรว่ ง พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หัว
12) คาอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ สมเด็จพระธีรญาณมุนี
(ปณุ เณโกธรี ป์ .ธ. 9)
13) ชวี ิตปลาชอ่ น น.พ.บุญส่ง เลขะกลุ
14) ข้อคดิ จากการบวช ดร.กิ่งแก้ว อัตถากร
15) มหากบิลวานร พระสารประเสรฐิ
16) บทร้อยกรอง
17) วฒั นธรรม ม.ล.ป่ิน มาลากลุ
18) ทะเลบา้
19) ดอกจาปาตาพลอย เจือ สตะเวทิน
20) สงั เขปประวัตผิ ู้แตง่
21) ศัพทานกุ รม
22) ภาคผนวก
หนังสอื เรยี นภาษาไทยชดุ ทกั ษสมั พนั ธ์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น เล่ม
3 ประกอบดว้ ยเร่ืองตา่ งๆตอ่ ไปน้ี
1) สมเด็จเจา้ แตงโม พระยาปรยิ ตั ธิ รรมดา (แพ ตาละลักษณ)์
2) กาพย์เห่ชมเคร่อื งคาวหวาน พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
และว่าด้วยงานนกั ขตั ฤกษ์
3) โลกานศุ าสนี พากย์เบ้ืองตน้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมมธโร)
4) ขนุ ชา้ ง–ขุนแผน ตอนพลายแก้วแตง่ งานกบั นางพิม พระบาทสมเด็จ
พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั
5) ธรรมจริยาเร่อื งความซ่ือสตั ยส์ จุ ริต เจา้ พระยาธรรมศกั ดิม์ นตรี
6) ความเพยี ร ความมัธยัสถ์
7) โคลงโลกนติ ิ สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเดชาดิศร
8) สามกก๊ ตอนจลู ่งฝา่ ทัพรับอาเตา๊ เจา้ พระยาพระคลงั (หน)
9) บทธรรมบรรยาย เรื่องคนตื่นพระ
10) ทาดไี ดด้ ีทาช่วั ได้ช่ัว พระราชนนั ทมุนี
11) แขง่ หนงั ตะลุง ภิญโญ ศรจี าลอง
12) คาเรียกขวัญของเมอื งเหนือ เสฐยี รโกเศศ
13) หางว่าว ม.ล.ป่นิ มาลากุล
14) บทรอ้ ยกรอง
15) ทงุ่ ข้าว องั คาร กลั ยาณพงศ์
16) โกกลิ าใกลร้ ุ่ง ศักดศิ์ รี แยม้ นดั ดา
17) แสงทองหลงั สายฝน
18) สงั เขปประวัตผิ ู้แต่ง


99
19) ศัพทานุกรม
20) ภาคผนวก
1.2.2 หนังสือกาหนดให้เลือกอ่าน กาหนดให้นักเรียนเลือกอ่านหนังสือท่ี
กาหนดให้อย่างนอ้ ยปีละ 4 รายการไม่ให้ซา้ กนั
จดุ ประสงคเ์ พือ่ ใหน้ ักเรยี นได้มีโอกาสรจู้ ักและคุ้นเคยกบั งานเขยี นชนิด
ต่างๆและเปน็ การเสริมทกั ษะการอา่ นใหแ้ ก่นกั เรียน
ลักษณะของหนังสอื เรยี น หนังสือกาหนดให้เลือกอ่านนี้จะประกอบด้วย
วรรณกรรมหลายๆ รปู แบบทง้ั รอ้ ยกรองรอ้ ยแกว้ โดยจะแบ่งเป็น บันเทิงคดี สารคดี และคาประพันธโ์ ดย
มงุ่ ให้นกั เรยี นไดเ้ ลือกอา่ นตามความสนใจ
เนอ้ื หา
หนงั สอื ท่กี าหนดใหเ้ ลอื กอา่ นในระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้นน้ไี ดแ้ ก่
1) ราชาธิราชตอนศึกพระเจา้ ฝร่ังมังฆ้อง กรมวชิ าการ
2) บทละครคากลอนเร่ืองพระร่วง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจา้ อย่หู ัว
3) ลิลิตนทิ ราชาคริต พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว
4) ธรรมจริยา เลม่ 4 เจา้ พระยาธรรมศกั ด์ิมนตรี
5) เทศนาเสอื ป่า พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ วั
6) หวั ใจนกั รบ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
7) เสด็จประพาสต้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดารง
ราชานภุ าพ
8) จดหมายจางวางหรา่ น.ม.ส. (ฉบับสมบรู ณ์)
9) ก. ระเด่นลันได พระมาหามนตรี (ทรพั ย)์

ข.บทละครดกึ ดาบรรพเ์ รือ่ งสทิ ธิธนู พระยาศรีภรู ปิ รีชา
10) ก. สภุ าษติ พระรว่ งฉบบั หอสมุด

ข. สภุ าษติ อิศรญาณฉบับหอสมดุ
11) สมชาย ดอกไม้สด
12) ป่าดงพงพีตอนโมกวลี กรมวชิ าการ
13.)ลา่ ปลาวาฬ กรมวชิ าการ
14.)หนุม่ ชาวนา กรมวิชาการ
15) นกิ กบั พมิ ว.ณ. ประมวลมารค
16) แวววัน โบตนั๋
17) ฉากหนง่ึ ในชวี ิต บญุ เหลอื
18) มหาบณั ฑติ แห่งมถิ ลิ านคร น.อ.แย้ม ประพฒั น์ทอง
19) เอมีลยอดนักสืบ แอร์ดเคสเนอร์ บนั ลือ ถิน่ พงงา แปล
20) ตามลา่ ธโี อดอร์ เจ.วอลเดอ,ลมลุ รัตนากร แปล
21) แมงมุมเพอื่ นรกั อ.ี บี.ไวท์, มัลลกิ า แปล


100
22) เสยี งก้องจากโรงเรยี นเชงิ เขา กรมวิชาการ
23) พลายมะลิวัลย์ ถนอม มหาเปารยะ
24) ก.พลายจาปาธโี อดอร์ เจ.วอลเดอ, ลมุล รตั ตากร แปล

ข.เร่ืองของชา้ งพลายมงคลผู้อาภัพ ม.ล.บญุ เหลอื เทพยสวุ รรณ
25) สวนสัตว์ สวุ รรณี สุคนธา
26) พ่อสอนลูก ทวี บุญยเกตุ
27) ฉนั อยูน่ ่ี….ศตั รูที่รกั ส.เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา
28) เร่ืองของนา้ พุ สุวรรณี สคุ นธา
29) รวมเรือ่ งส้นั ชุดคนอยวู่ ดั ไมตรี ลิมปิชาติ
30) เม่ือคณุ ตาคุณยายยงั เด็ก เลม่ 1 ทิพยว์ าณี สนทิ วงศ์
31) นทิ านโบราณคดี (บางเรื่อง) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยา
ดารงราชนุภาพ
32) เวนสิ วาณิช กระทรวงศกึ ษาธิการ
1.2.3 หนังสือเรียนหลักภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หนังสือเรียนวิชา
หลักภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นน้ีคณะกรรมการจัดทาสื่อการเรียนวิชาภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษา
ตอนตน้ เปน็ ผจู้ ดั ทามที ัง้ หมด 3 เล่ม
วัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื ให้นกั เรียนเกิดความสนใจกับภาษาของตนเองย่ิงข้ึน
และให้เกดิ สมรรถภาพเชงิ สงั เกตซง่ึ เปน็ สมรรถภาพทส่ี าคัญในการดารงชีวติ
ลกั ษณะของหนังสือเรยี นเปน็ การรวบรวมเอาเนือ้ หาวิชาหลักภาษาไทย
ตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น ปีพ.ศ. 2521 โดยจัดเรียบเรียงเน้ือหาเสียใหม่พยายามทาให้ง่าย
และใหเ้ กย่ี วขอ้ งกบั ชีวติ ประจาวันของผ้เู รยี นมากยิ่งขึน้ นอกจากนีย้ ังไดเ้ พ่ิมเติมสงิ่ ท่ีเป็นของใหมใ่ นวิชา
หลักภาษาไทยซึง่ ไมเ่ คยมีมา เชน่ เรือ่ งของเสยี งในภาษาไทย ประโยคและการส่ือสาร ฯลฯและในแต่
ละบทจะประกอบด้วยเนื้อหาและแบบฝึกหดั หรือกจิ กรรมทงั้ นกี้ าหนดให้สอนรว่ มกบั หนงั สือเรียนวชิ า
ภาษาไทยชุดทักษสัมพนั ธโ์ ดยใหพ้ ยายามสัมพันธ์ทักษะต่างๆทางภาษาไทยไปพร้อมๆกนั
เน้อื หา หนังสือเรยี นวชิ าหลกั ภาษาไทยแต่ละเล่มประกอบด้วยเน้ือหา
ต่างๆ ดงั น้ี
เน้อื หาของหนงั สอื เรยี นวิชาหลักภาษาไทย
1) หนังสือเรียนหลักภาษาไทย เล่ม 1

บทท1่ี เสียงในภาษาไทย
บทท2ี่ อกั ษรไทยและหลกั การเขยี น
บทที่ 3 ไตรยางศ์
บทที่ 4 ประโยคและการสอ่ื สาร
บทที่ 5 การจาแนกคาในภาษาไทย
บทท่ี 6 การอ่านออกเสียงคาในภาษาไทย
บทที่ 7 การใชพ้ จนานุกรม


101

ภาษาอนื่ 2) หนงั สือเรยี นหลักภาษาไทย เลม่ 2
บทท่ี 1 คาและหน้าทีข่ องคาในภาษาไทย
บทที่ 2 คาและหน้าท่ีของคาในภาษาไทย (ต่อ)
บทท่ี 3 การแยกสว่ นของประโยคทีใ่ ช้สันธานหลายชนิด
บทท่ี 4 การขยายสว่ นต่าง ๆของประโยค
บทที่ 5 การใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอนในหนงั สือ
บทที่ 6 ราชาศพั ท์พืน้ ฐาน

3) หนังสอื เรยี นหลกั ภาษาไทย เล่ม 3
บทที่ 1 คา
บทท่ี 2 กลุ่มคาและหนา้ ท่ขี องกล่มุ คา
บทท่ี 3 การสงั เกตลักษณะของคาที่เป็นคาไทยแท้ ถ้อยคาท่ีมาจาก
บทที่ 4 การสะกดตวั ใหถ้ ูกต้อง
บทที่ 5 ประโยคท่ซี ับซ้อนยง่ิ ขึน้
บทที่ 6 ราชาศัพทท์ ่ีจาเปน็ ตอ้ งทราบ

ววิ ฒั นาการของหนังสอื เรียนภาษาไทยระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

1. หนังสือเรียนภาษาไทยระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตร ปีพ.ศ. 2503
ใช้ระหว่างพ.ศ. 2503-2517 ในช่วงน้ีคณะกรรมการดาเนินการปรับปรุงหนังสืออ่านภาษาไทย
ได้ปรับปรุงหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยสาหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ 4,5 หรือ
เตรียมอุดมศึกษาปที ่ี 1,2 เดิม) โดยมอบใหค้ ณะกรรมการเป็นผ้จู ัดทาเรยี กว่าแบบเรยี นวรรณคดีไทย

1.1 หนังสือแบบเรียนวรรณคดีไทยสาหรับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย มี 2 เล่ม คือ
เล่ม 4 สาหรับมัธยมศึกษาปีท่ี 4 และเลม่ 5สาหรับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี5

จดุ ประสงค์
1. เพือ่ ใหน้ ักเรยี นไดม้ หี นงั สอื เรยี นและครอู าจารย์จะไดใ้ ชส้ งั่ สอนอบรมบทเรียน
ให้บรรลผุ ลของการเรียนวิชาภาษาไทยเต็มตามหลกั สตู รประโยคเตรียมอุดมศึกษา
2. เพือ่ เปน็ การประหยัดช่วยทาใหน้ ักเรยี นไม่จาเป็นต้องมีหนังสือเรยี นมากเล่ม
3. เพื่อใหส้ ะดวกในการสอนเพราะบทเรยี นอาจจะอา่ นเองได้เน่อื งจากมคี าอธิบาย
ประวตั ผิ ูแ้ ต่ง คาชี้แจง คาศัพท์ตลอดจนข้อแนะนากจิ กรรมทค่ี วรทาไวท้ ุกเรือ่ ง
4. เพ่ือช่วยสง่ เสรมิ ให้นกั เรียนและผูส้ นใจไดเ้ ห็นทางศึกษาและค้นควา้ หาความรู้
เพ่ิมเตมิ ได้ตอ่ ไป
5. เพ่ือให้ได้อ่านหนังสือภาษาไทยช้ันดีหลายเร่ือง และหลายรสทั้งได้อ่าน
หนังสือไทยตา่ งยคุ ต่างสมยั ได้รูจ้ ักกวหี ลายๆ ท่าน และคาประพนั ธ์หลายๆแบบ
ลกั ษณะของหนังสือเปน็ หนงั สือรูปชมุ นุมวรรณคดี คอื คัดเลอื กวรรณคดีบางตอน
บางเรอื่ งมารวมไว้ในทเี่ ดียวกนั และมีลกั ษณะเชน่ เดียวกบั หนังสือแบบเรียนวรรณคดีไทย เล่ม 1-3 ของ


102
ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นกล่าวคือจะประกอบด้วย บทนาเรื่อง ประวัติผู้แต่งเนื้อเร่ือง การอธิบาย
คาศัพท์ และกจิ กรรม

เน้อื หาหนงั สอื แบบเรยี นวรรณคดีไทย สาหรบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลายหรือชั้น
เตรียมอุดมศึกษาน้ีแบ่งออกเป็น 2 เล่ม คือเล่มที่หน่ึง (เล่ม 4) สาหรับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 หรือ
เตรียมอุดมศกึ ษาปีที่ 1 และเล่มท่ี 2 (เล่ม 5) สาหรับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 หรือช้ันเตรียมอุดมศึกษา
ปที ่ี 2 แต่ละตอนประกอบดว้ ยเน้อื หาดังนี้

หนังสือแบบเรียนวรรณคดีไทยเล่มที่ 4 (สาหรับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ
ช้ันเตรียมอุดมศกึ ษาปที ่ี 1) ประกอบด้วย

1) กาพยเ์ หเ่ รอื ประพาสธารทองแดง เจา้ ฟ้าธรรมาธิเบศร์
2) บทพากย์รามเกยี รติ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั
3) นิราศภูเขาทอง สนุ ทรภู่
4) ลลิ ติ ตะเลงพ่าย กรมพระปรมานชุ ติ ชิโนรส
5) สมทุ โฆษชาดก พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระสมณอมรพนั ธ์ุ
6) สรอ้ ยคอทหี่ าย พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธปิ ประพันธ์พงศ์
7) เมืองอทู่ อง พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
8) จันทรปุ ราคา เจา้ พระยาธรรมศกั ดิ์มนตรี
9) ลทั ธิเอาอยา่ ง พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
10) บทละครพูดเรื่องเหน็ แก่ลกู พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หัว
11) พระราชดารัสตอบเนอื่ งในการทก่ี รรมการราชนาวสี มาคมน้อมเกลา้ ฯ ถวายเรือ
พระร่วง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ วั
แบบเรียนวรรคดีไทย เล่ม 5 (สาหรับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 หรือชั้นเตรียม
อุดมศึกษาปีที่ 2) ประกอบด้วย
1) จดหมายราชทูตไทย พระยาโกษาธิบดี(ปาน)สมัยสมเด็จพระนารายณ์
มหาราช
2) เวสสนั ดรชาดก (กัณฑ์ชูชกและกณั ฑก์ มุ าร) สานักวัดสงั ข์กระจาย เจา้ พระยา
พระคลงั (หน)
3) ขนุ ชา้ ง-ขนุ แผน (ตอนกาเนดิ พลายงาม) พระสนุ ทรโวหาร (ภู)่
4) อเิ หนา (ตอนอิเหนาออกจากเมอื งดาหาเตรียมภิเษกนางบุษบาและอิเหนา
เผาเมือง) พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั
5) พระราชวิจารณใ์ นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวเรือ่ งจดหมายความทรงจาของพระไปยิกาเจ้ากรมหลวงนรินทร์เทวี เรื่อง
ปฏสิ งั ขรณ์และฉลองวัดพระเชตุพน(เจ้าครอกวดั โพธ)ิ์ ขอ้ 190
6) พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัวพระราชทาน
พระเจ้าลูกยาเธอในโอกาสเสดจ็ ออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ เม่ือ พ.ศ. 2428 พระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั
7) คณุ ยา่ เพ้ิงเขยี วหวาน (เจ้าพระยาธรรมศักดมิ์ นตร)ี


103
8) มัทนะพาธา (บทรกั ของทา้ วไชยเสน) พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ วั
9) คาประพันธบ์ างเร่ือง (ยอเกียรตชิ าวนครราชสีมา) พระยาอปุ กิตศิลปสาร
10) ละครแห่งชวี ติ (เฉพาะตอน)ม.จ. อากาศดาเกงิ รพพี ฒั น์
11) สามกรงุ น.ม.ส.
2. หนงั สือเรียนภาษาไทยระดับมัธยมศึกษาตอนปลายระหว่าง ปีพ.ศ. 2518-2523 ในปี
พ.ศ. 2518 กระทรวงศกึ ษาธิการไดแ้ ต่งต้ังคณะอนกุ รรมการพจิ ารณาปรับปรงุ และจดั ทาสอ่ื การเรียนวิชา
ภาษาไทยระดับมัธยมศึกษาตอนปลายคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ปรับปรุงหนังสือแบบเรียน
วรรณคดีไทยสาหรับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4,5 โดยเพิ่มเติมและเปล่ียนช่ือเป็นหนังสืออ่านภาษาไทย
สาหรับราวิชา ท 401 ท 402 ท 503 และ ท 504 โดยจัดทาเป็น 2 เล่มคือ หนังสืออ่านภาษาไทย
สาหรบั รายวิชา ท 401 และ ท402 สาหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.ศ. 4) กับหนังสืออ่านภาษาไทย
สาหรบั รายวชิ า ท 503 และ ท 504 สาหรบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 (ม.ศ.5)
2.1 หนงั สอื อา่ นภาษาไทยสาหรบั รายวิชา ท 401 ท 402 ท 503 ท 504
จุดประสงค์ เพื่อเป็นการวางพื้นฐานให้นักเรียนได้รู้จักกวีหลายๆ ท่านและ
บทประพนั ธห์ ลายๆแบบ
ลักษณะของหนงั สอื ประกอบด้วยวรรณคดีทั้งร้อยแก้ว รอ้ ยกรอง บทความและ
สารคดีตา่ ง ๆ ท่แี ต่งขึ้นในยุคสมัยต่างกันมีหลายเร่ือง หลายรส หลายแบบ และคัดเลือกตัดตอนมา
รวมกนั ไว้ในเล่มเดียวมลี กั ษณะเช่นเดียวกับหนงั สือแบบเรียนวรรณคดีไทย เลม่ 4-5 แตม่ ีการปรับปรุง
โดยคดั บางเร่ืองออกและเรยี งลาดับเรื่องใหมใ่ หเ้ หมาะสมย่งิ ขึ้น
เน้ือหา หนงั สอื เรยี นชดุ น้ี แต่ละเล่มประกอบด้วยเรือ่ งต่าง ๆ ดังนี้
หนงั สอื อา่ นภาษาไทยสาหรบั รายวิชา ท 401-402 (สาหรบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4)
1) กาพยเ์ หเ่ รือ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์
2) กาพยห์ ่อโคลงประพาสธารทองแดง เจ้าฟ้าธรรมาธเิ บศร์
3) บทพากยร์ าเกยี รติ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลยั
4) นิราศภูเขาทอง พระสุนทรโวหาร (ภ)ู่
5) สวสั ดิรกั ษา พระสนุ ทรโวหาร (ภู่)
6) พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยา สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ (ตอนยุทธหัตถี)
กรมพระปรมานชุ ิตชโิ นรส
7) ลลิ ติ ตะเลงพ่าย สมเดจ็ พระมาหาสมณเจ้ากรมพระปรมานชุ ิตชโิ นรส
8) ประเพณกี ารเลย้ี งลกู พระยาราชวรากลู
9) ลัทธเิ อาอย่าง พระยาราชวรากูล พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว
10) บทละครพูดเร่ืองเหน็ แกล่ ูก พระบาทสมเด็จพระมุงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หวั
11) จนั ทรุปราคา เจ้าพระยาธรรมศกั ดมิ์ นตรี
12) ศิลาจารึกหลกั ที่ 1 เจา้ พระยาธรรมศกั ด์ิมนตรี
13) สุวรรณสามชาดก พระเจ้าวรวงศเ์ ธอกรมหลวงชินวรสริ วิ ัฒนส์ มเด็จพระสงั ฆราช
14) โคลงกลอนบางบทของครูเทพ เจ้าพระยาธรรมศกั ด์ิมนตรี
15) การประหยัด เจา้ พระยาธรรมศักดิ์มนตรี


104
16) การสง่ เสรมิ การเกษตรไทย (ชนบท) นายทานอง สงิ คาลวณิชท้ังนีใ้ ห้เรยี นที่
1-13 และให้เลอื กเรยี นอกี 2 เร่อื งจาก 14-16
2.2 หนงั สอื อ่านภาษาไทยสาหรบั รายวิชา ท 503-504 (สาหรบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี5)
1) จดุ หมายราชทูตไทยในสมยั สมเด็จพระนารายณ์มหาราชพระยาโกษาธิบดี
(ปาน)
2) มหาเวสสันดรชาดก(กัณฑ์ชูชกและกัณฑ์กุมาร)สานักวัดสังข์กระจายและ
เจ้าพระยาพระคลงั (หน)
3) ขนุ ชา้ ง- ขุนแผน (ตอนกาเนดิ พลายงาม)พระสนุ ทรโวหาร (ภู่)
4) พระราชวจิ ารณใ์ นพระบาทสมเด็จพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั ดว้ ยเร่ือง
5) จดหมายความทรงจาของพระอยั ยิกาเจ้า กรมหลวงนรินทรเทวี(เจ้าครอก
วดั โพธิ)์ ขอ้ 190 เรอื่ งปฏสิ งั ขรณแ์ ละฉลองวัดพระเชตุพน
6) พระบรมราโชวาทพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวภมู พิ ลอดุลยเดช พระราชทาน
แกค่ ณะเยาวชนจาก 20 จังหวัด ณ ศาลาผกาภิรมย์วันอาทิตย์ท่ี 6 เมษายน 2512 พระบาทสมเด็จ
พระเจา้ อยู่หวั ภูมิพลอดลุ ยเดช
7) พระราชบันทกึ สมเด็จพระนางเจา้ ฯพระบรมราชินนี าถเรอื่ งความทรงจาในการ
ตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ(ตอนเสด็จพระราชดาเนินประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์)
สมเดจ็ พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
8) มทั นะพาธา พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยูห่ ัว
9) บทละครเบิกโรงเร่ืองพระคเณศเสียงา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หวั
10) คาประพนั ธ์บางเร่ือง (ยอเกียรติชาวนครราชสีมา)พระยามอุปกติ ศิลปสาร
11) ภาษากฎหมายไทย (บางบท) นายธานนิ ทร์กรยั วิเชยี ร
12) สามกรงุ (แผน่ ดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและภาคผนวก)
พระราชวรวงศ์เธอกรมหม่ืนพิทยาลงกรณ์
13) คาฉนั ทด์ ุษฎีสงั เวยกล่อมพระเศวตสรุ คชาธาร คุณหญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล
ณ อยธุ ยา
14) ส่แี ผ่นดิน (แผ่นดนิ ท่ี 3 บทท่ี 6) หม่อมราชวงศ์ คกึ ฤทธิป์ ราโมช
15) บทละครเร่อื งเลอื ดสุพรรณ พลตรหี ลวงวจิ ิตวาทการ
16) ความหวังของชาตกิ บั อวสัยและอวสาน พลตรพี ระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหม่ืน
นราธปิ พงศป์ ระพนั ธ์
17) อตั ชีวประวตั ิพระวรวงศเ์ ธอเธอกรมหมน่ื พทิ ยาลาพฤฒิยากร กรมหมื่นพทิ ยา
ลาภพพฤฒิยากร
ท้ังน้ี ใหเ้ รยี นเร่ืองท่ี 1-10 และเลอื กเรยี นอีก 2 เร่ือง จากเรอ่ื งที่ 11-16
3. หนังสือเรยี นภาษาไทยระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปีพ.ศ. 2524 กระทรงศึกษาธิการ
ไดป้ ระกาศให้ใชห้ ลกั สูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ปพี .ศ. 2524 แทนหลกั สตู รมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ปี


105
พ.ศ. 2518 โดยเร่ิมใช้กับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ใน พ.ศ. 2524 เป็นปีแรกและช้ันอ่ืนๆในปีต่อๆไปเป็น
ลาดบั

ในส่วนของหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยสาหรับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลายพุทธศักราช
2524 กาหนดให้ใช้หนังสือเรียนวิชาภาษาไทยชุดวรรณวิจักษณ์และหนังสือเรียนชุดทักษพัฒนา
สาหรับวชิ าบังคับ

3.1 หนังสือเรียนภาษาไทยชุดวรรณวิจักษ์ หนังสือเรียนชุดน้ีจะมีท้ังหมดด้วยกัน
2 เลม่ คอื เล่ม 1 และ เลม่ 2 ทัง้ นมี้ จี ุดประสงคเ์ พ่อื ใหน้ กั เรียนได้รูจ้ ักวรรณกรรมไทยในรูปแบบต่างๆ
ให้มากขน้ึ และมงุ่ ให้นกั เรียนมโี อกาสสารวจตรวจคน้ ความคิดและความรูส้ ึกของตนอันเกดิ ข้ึนจากการ
อา่ นหนังสอื น้หี รอื มุ่งฝกึ ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ สมรรถภาพที่จะวิเคราะหค์ วามคดิ และอารมณซ์ ึ่งจะทาให้เข้าใจ
ตนเองรู้จักตั้งคาถามถามตนเองถงึ การกระทาอันควรหรอื ไมค่ วรของมนษุ ย์ (วจิ ารณญาณ)

ลกั ษณะของหนงั สือเรยี นหนงั สือเรียนชุดน้เี ป็นหนงั สือเรียนภาษาไทยท่ีต่อจาก
หนังสือเรียนภาษาไทยชุดทักษสัมพันธ์มีหลักการท่ีคล้ายคลึงกันคือจะเป็นการคัดตัดตอนมาจาก
หนงั สอื ไทยหลายประเภททงั้ ร้อยแกว้ รอ้ ยกรองแตบ่ ทท่คี ดั มาจะมขี ้อคดิ ทซ่ี บั ซอ้ นลึกซึ้งกว่าชุดทักษะ
สมั พันธ์

เนื้อหาหนงั สอื เรยี นชดุ น้ี มดี ว้ ยกนั ทัง้ หมด 2 เลม่ แต่ละเลม่ ประกอบด้วยเนอื้ หา
ดังนี้

หนังสือเรยี นวชิ าภาษาไทย ชดุ วรรณวจิ กั ษณ์ เล่ม 1 ประกอบดว้ ยเรื่อง
1) เดก็ บา้ นสวน พ.เนตรรังสี
2) เมื่อหัวถงึ หมอน นายตารา ณ เมอื งใต้
3) พระครูวดั ฉลอง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอพระยาดารงราชานุภาพ
4) อเิ หนา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัย
5) คาบรรยายผลพลอยได้จากการออกพรรษา ประภาศน์ อวยชยั
6) ธรรมาธรรมะสงคราม พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หัว
7) มอม ม.ร.ว. คกึ ฤทธ์ิ ปราโมช
8) หมาก พลสู มาคมสมนุ ไพร
9) นริ าศพระบาท สนุ ทรภู่
10) บทรอ้ ยกรอง
11) อยูเ่ พื่ออะไร อุชเชนี
12) เพ่อื ศกั ดนิ์ กั สู้ วนดิ า สถติ านนท์
13) ธารทอง ประยอม ซองทอง
14) ธรรมชาติกับมนษุ ย์ เจ้าพระยาธรรมศักด์ิมนตรี
15) ราตรี เจา้ พระยาธรรมศักดิ์มนตรี
16) สังเขปประวตั ิผูแ้ ต่ง
17) ศพั ทานุกรม
18) ภาคผนวก


106
3.2 หนังสือเรียนภาษาไทย ชดุ วรรณวิจกั ษ์ เลม่ 2 ประกอบดว้ ยเรอ่ื ง

1) พระบรมราโชวาทพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวภมู พิ ลอดลุ ยเดช
2) โคลงสภุ าษิต พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หวั
3) ศิลาจารกึ พ่อขนุ รามคาแหง พ่อขุนรามคาแหงมหาราช
4) มหาเวสสันดรชาดก (กัณฑ์หนปกมุ าร) เจ้าพระยาพระคลงั
5) นทิ านเวตาล น.ม.ส.
6) เรื่องสั้น : เราคอื ลกู ของพระแม่ธรณี อิศรา อมนั ตกลุ
7) หัวใจนักปราชญ์ พระยาอุปกิตศิลปสาร
8) สมเด็จพระปยิ มหาราชได้ทรงรักษาเอกราชของชาติไวไ้ ดอ้ ย่างไร เจตน์ อตจิ ิตต์
9) บทร้อยกรอง
10) ควรแก่สรรเสริญ กราว แสงทอง
11) คือชาวนา
12) น้าตา กาชัย ทองหล่อ
13) ชโย สยาม น.ม.ส.
14) ณ ยามสายณั ห์ สภุ ร ผลชวี นั
15) พระจันทรก์ ระจ่าง สภุ ร ผลชีวัน
16) ลลิ ติ ตะเลงพ่าย สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชติ ชิโนรส
17) สงั เขปประวัติผแู้ ตง่
18) ศพั ทานกุ รม
19) ภาคผนวก
3.3 หนังสือกาหนดให้เลือกอ่าน กาหนดให้นักเรียนเลือกอ่านหนังสือที่กาหนดให้
อยา่ งน้อยปีละ4รายการโดยไมใ่ ห้ซ้ากนั และให้เลอื กจากต่างกลมุ่ กันดังนี้
กลุ่มท่ี 1
1) กองทัพธรรม สชุ พี ปญุ ญานุภาพ
2) วาสิฎฐีภาคพน้ื ดนิ เสฐียรโกเศศและนาคะประทปี
3) เกิดเปน็ หมอ นายแพทย์วรวิทย์ วิสิษฐ์กจิ การ
4) ขา้ งหลังภาพ ศรบี รู พา
5) จดหมายจากเมอื งไทย โบตัน๋
6) ชวี ติ บา้ นปา่ ประสทิ ธิ์ มุสกิ เกษม
7) เชงิ ผาหิมพานต์ สุชีพ ปญุ ญานุภาพ
8) ใตร้ ่มกาสาวพสั ตร์ สุชีโวภิกขุ
9) ทุ่งมหาราช เรยี มเอง
10) นทิ านไทย ชดุ ที่ 3 แปลก สนธริ ักษ์
11) ปลุ ากง โสภาค สุวรรณ
12) ผีเสอ้ื กบั ดอกไม้ นิพพาน
13) ผดู้ ี ดอกไมส้ ด


107
14) ผู้ใหญล่ กี บั นางมา กาญจนา นาคนนั ทน์
15) พระจนั ทรเ์ สย้ี ว นายแพทยว์ ทิ ุร แสงสิงแก้ว แปล
16) ร่มธรรม วสิน อทิ นสระ
17) เรอ่ื งสน้ั เยาวชนนักเขยี น กรมวชิ าการ กระทรวงศึกษาธิการ
18) ล่องไพร เลม่ 1 นอ้ ย อนิ ทนนท์
19) ละครแหง่ ชวี ติ หมอ่ มเจา้ อากาศดาเกิง รพพี ฒั น์
20) ลกู อีสาน คาพูน บญุ ทวี
21) แสงโสม ลมูล รัตตากร
22) หนังสอื อ่นื นอกเวลา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
23) อยกู่ ับก๋ง หยก บรู พา
24) อดุ มการณบ์ นเส้นขนาน (ฉบบั ปรบั ปรุง) อรณุ มนยั
กลมุ่ ท่ี2
1) จดหมายเหตุการณ์เดินทางสู่ประเทศสยาม สันต์ ท.โกมลบุตร แปลของ
บาทหลวงตาชารด์ เล่ม 3-5
2 ชวี ประวตั ิของข้าพเจ้า (มหาตมะ คานธ)ี กรุณา กศุ ลาสยั แปล
3) ชวี ติ ของฉัน ลกู กระทงิ นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล
4) ชวี ติ ที่รุ่งเรืองขึ้นมาจากทาสหลวง สมาน วนกจิ แปล และเรยี บเรียง
5) ตามเสดจ็ ปากีสถาน ม.จ. วิภาวดี รังสิต
6) วิญญาณแหง่ นักปกครอง พระยาสนุ ทรพิพิธ
7) อัตชวี ประวตั ขิ องพระยาอนุมานราชธน พระยาอนุมานราชธน
กลุ่มท่ี 3
1) นริ าศเกาหลี พล ร.ท. จวบ หงสกุล
2) ประชุมโวหารของสนุ ทรภู่ กรมศลิ ปากร
3) สาวติ รี พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ วั
3.4 หนงั สอื เรยี นภาษาไทยชุดพฒั นา หนังสือเรยี นชุดนี้มี 2 เล่มใช้ควบคู่กับหนังสือ
เรียนภาษาไทยชุดวรรณวจิ กั ษณ์
จุดประสงค์เพอ่ื พฒั นาทกั ษะทางภาษาของผเู้ รียนท้ังดา้ นการฟงั พดู อ่าน เขียน
โดยเปน็ การนาไปใช้ในการสอื่ สาร
ลักษณะของหนังสือเป็นหนังสือที่มุ่งฝึกการใช้ภาษาเพื่อสื่อสารท้ังการฟัง
การพูด การอ่านและการเขียนมีหลักเกณฑ์และแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมท่ีจะช่วยทาให้ผู้เรียนเกิด
ทกั ษะในการใชภ้ าษามากย่ิงขึน้
เนอื้ หา ส่วนใหญ่จะมงุ่ เน้นใหเ้ ร่ืองของการใชภ้ าษาเพอื่ สือ่ สารแต่ละเล่มประกอบด้วย
เร่ืองตา่ งๆดงั นี้
หนังสอื เรียนวิชาภาษาไทยชดุ ทกั ษพัฒนา เล่ม 1 ประกอบด้วย
1) พนื้ ฐานความรู้เกี่ยวกบั การสือ่ สาร
2) การส่ือสารดว้ ยภาษาไทย


108
3) ทักษะภาษาในการส่งและรบั สาร
4) การพัฒนาสมรรถภาพการฟงั
5) การพูดขั้นพื้นฐาน
6) การอา่ นให้ผู้อ่นื ฟัง
7) การสือ่ สารผา่ นจดหมาย
8) การยอ่ ความ
9) การรับสารและการส่งสารเกีย่ วกับธรุ ะ
10) การอ่านเพอ่ื พฒั นาตนเอง
11) การพิจารณาบทความ
รายละเอียดของเน้ือหาเป็นการสอ่ื สารดว้ ยภาษาไทย ทักษะภาษาในการสง่ และ
การรับสารทั้งการฟัง การพดู การอ่านและการเขียน การพัฒนาสมรรถภาพทั้งสี่ การอ่านเพื่อพัฒนา
ตนเองการสง่ สารเก่ยี วกับธรุ ะ การพิจารณาบทความ ฝึกการพูด การอ่านวิเคราะห์ การอ่านตีความ
การอ่านเพ่อื ประเมนิ ค่าและอ่นื ๆ ซง่ึ ล้วนเปน็ การพฒั นาทกั ษะท้ังการฟัง พูด อ่านเขียน ขึ้นไปจนถึง
ความจรรโลงใจในการ สอื่ สารทางภาษา คือความมีใจสงู ทางสนุ ทรียภาพศีลธรรมจรรยาและความรู้
การใชภ้ าษา มศี ัพท์ทางการสื่อสารเก่ียวกับองค์ประกอบของการส่ือสาร และ
ภาษาทใ่ี ช้ในการสือ่ สารเชน่ วจั นภาษา อวจั นภาษา ยกตัวอยา่ งระดบั ของภาษาท่ีใช้ในการสอื่ สารตาม
ฐานะของบุคคลเน้นสานวนภาษาต่างชนิด ฝึกสังเกตความหมายของคาฝึกการอ่านเพ่ือวิเคราะห์
ตีความและประเมนิ ค่า
กิจกรรมทบทวนความรู้โดยซักถามและให้ทาแบบฝึกหัด ทางานกลุ่ม เช่น
อภิปราย เขียนรายงาน ฯลฯ และมกี ิจกรรมเสรมิ เช่น จดั นิทรรศการ จดั ประกวดคาขวญั เป็นตน้
หนงั สอื เรยี นภาษาไทยชดุ ทักษพัฒนา เล่ม 2 หนงั สือเรยี นเลม่ นตี้ ่อเน่ืองกับเล่ม
ท่ี 1 มุ่งใหน้ ักเรยี นไดเ้ รยี นรู้ถึงพฤติกรรมภาษาในการส่อื สารใหล้ ะเอียดยงิ่ ข้นึ อันเป็นการพฒั นาทักษะ
การฟัง การพูด การอ่านและการเขียนให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงที่สุดตามศักยภาพของ
นกั เรียน
เนอ้ื หาแบง่ เปน็ บทดงั ต่อไปน้ี
1) วฒั นธรรมกับภาษา
2) คณุ ธรรมและมารยาทในการสื่อสาร
3) ความคดิ กบั ภาษา
4) การใช้ถ้อยคาสานวนให้มีประสิทธิผล
5) การเขยี นเชิงวชิ าการและกจิ ธุระ
6) การใชว้ จิ ารญาณในการฟงั
7) การวเิ คราะหแ์ ละวินจิ สาร
8) การพดู ตอ่ ที่ประชมุ ชน
9) การถามและการตอบ
10) ภาษาทใ่ี ช้ในกิจกรรมการประชมุ
11) การเขยี นแสดงความรู้สกึ และจินตนาการ


109
หนังสอื เรียนชุดภาษาพจิ ารณ์
หนงั สอื เรยี นชดุ ภาษาพิจารณ์เล่ม 1 แบ่งเปน็ 3 ตอนคือ
ตอนที่ 1 ลกั ษณะท่ีควรสงั เกตของภาษา
ตอนที่ 2 ความคดิ และการแสดงออกเปน็ ภาษา
ตอนท่ี 3 การพิจารณาคุณคา่ ของงานประพนั ธ์
หนงั สือชุดภาษาพจิ ารณ์ เล่ม 2แบ่งเปน็ 3 ตอนคือ
ตอนท่ี 1 มนษุ ยก์ บั ภาษา
ตอนที่ 2 การใช้ความคิดและการแสดงออก
ตอนท่ี 3 แนวคิดและคา่ นิยมในงานประพนั ธ์

บทสรปุ

ในการศึกษาววิ ฒั นาการของการสรา้ งหนงั สือแบบเรียนภาษาไทย แสดงให้เห็นแนวความคิด
ในดา้ นการจัดการศกึ ษาของประเทศไทย ที่มีการเปลยี่ นแปลงไปตามสภาพสงั คม ดงั จะเห็นไดจ้ ากการ
บรรจุเนอ้ื หา ความรู้ ความคดิ แบบสมัยใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการเขียนภาษาไทย ทั้งนี้
เพอ่ื ให้สอดคล้องกบั ความรใู้ นการจดั การเรยี นการสอนแผนใหม่ ที่เน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ในสรรพวิทยา
ตา่ งๆ มากกวา่ การอา่ นการเขียนสะกดคาให้ถูกต้องดังจุดม่งุ หมายของการเรยี นการสอนแบบจารีตใน
อดีต เน้อื หาด้านวรรณกรรมกเ็ ช่นกนั จากเดมิ ไมม่ ีการกาหนดว่าตอ้ งใชเ้ ร่ืองใดเป็นหนงั สือแบบเรยี น
เมื่อมีการปรบั ปรุงหลกั สูตรในปี พ.ศ. 2499 คณะกรรมการดาเนนิ การปรับปรุงหนงั สืออ่านภาษาไทย
ของกระทรวงศึกษาธกิ ารได้ปรับปรงุ ใหเ้ ปน็ การตัดตอนจากวรรณคดีหลายๆ เร่ือง มาพมิ พ์รวมเลม่ เข้า
ด้วยกนั พรอ้ มจดั ทาคาอธบิ ายโดยละเอียด พรอ้ มจดั กจิ กรรมเปน็ แนวทางท้ายเรอื่ งทุกเรือ่ ง ทาให้เด็ก
เกิดการเรียนรู้วรรณคดีหลายเรื่อง หลายรูปแบบ และมีวิวัฒนาการจนถึงยุคปัจจุบัน ที่มีการนา
ความรู้ท่ีมีความทันสมัย ความก้าวหน้าทางสังคม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาบรรจุในเนื้อหา
แบบเรยี น ให้เหมาะสมและสอดคลอ้ งกับวัยของผูเ้ รยี น ความตอ้ งการของสงั คม แนวคิดเกี่ยวกบั การ
เรยี นรสู้ มัยใหม่ รวมถึงการมเี นือ้ หาวรรณคดีไทย ทยี่ งั คงเปน็ ตดั ตอนมาจากหลายเรื่อง เพอ่ื ใหค้ วามรู้
และสง่ เสริมคุณธรรม จรยิ ธรรมท่เี ยาวชนไทยพึงมใี นยุคปจั จบุ นั


110

แบบฝกึ หดั บทท่ี 7

จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. วิวฒั นาการเรยี บเรียงหนงั สอื แบบเรยี นภาษาไทยเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
2. หนังสือเรยี น “หลกั ภาษาไทย” ของระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอนต้นมลี ักษณะการเรยี บเรียง

เนอ้ื หาอยา่ งไร จงอธบิ าย พรอ้ มยกตวั อย่าง
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................

3. หนังสือเรียนวรรณคดีในระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนและตอนปลาย มีเรื่องใดบ้าง
จงยกตัวอยา่ ง พร้อมอธิบายจุดประสงค์ ลักษณะเนื้อหา การใชภ้ าษา และกิจกรรม

ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................


111

เอกสารอา้ งองิ

กฤษณา สนิ ไชย. (2520). ความเปน็ มาของแบบเรยี นไทย. กรุงเทพมหานคร :กรมวชิ าการ.
ดารงราชานภุ าพ, สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ. กรมพระยา.(2525).“ประวตั สิ งั เขปแหง่ การจดั

การศกึ ษา ปรตั ยบุ นั แหง่ ประเทศสยาม.”ในหน่วยศกึ ษานิเทศก์ กรมการฝกึ หัดครู
เอกสาร การนเิ ทศการศึกษา ฉบบั สมโภชกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ 200 ป.ี กรงุ เทพมหานคร :
ม.ป.ท.
ทองตอ่ กลว้ ยไม้ ณ อยธุ ยา.(2527). “การศกึ ษาไทยกอ่ นพทุ ธศกั ราช 2427”ในสานกั งาน
คณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ. 100 ปี ประถมศกึ ษาเพ่ือทวยราษฎร์
กรงุ เทพมหานคร : คุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
เบญ็ จวรรณ สุนทรากลู .(2518). ววิ ฒั นาการของแบบเรยี นภาษาไทย. พมิ พ์คร้ังที่ 3.
กรุงเทพมหานคร :มหาวทิ ยาลัยรามคาแหง.
วุฒิชัย มลู ศิลป.์ (2516). การปฏริ ปู การศกึ ษาในรชั กาลท่ี 5. พระนคร : สมาคมสงั คมศาสตร์
แห่งประเทศไทย.


แผนบริหารการสอนประจาบทท่ี 8
หลักและเกณฑก์ ารวเิ คราะห์หนงั สอื เรยี นภาษาไทย

แนวคดิ

การวเิ คราะหห์ นงั สอื เรยี นภาษาไทย ผู้ท่วี เิ คราะห์จะตอ้ งพิจารณาถึงการจดั ทาหนงั สอื เรียน
โดยการกาหนดเกณฑ์ในการวิเคราะห์เพื่อศึกษาส่วนประกอบต่างๆ ของหนังสือเรียนภาษาไทย
ท้งั ลกั ษณะทางกายภาพภายนอก และเน้ือหาที่อยู่ภายใน ให้เป็นไปตามคุณสมบัติของหนังสือเรียน
ทดี่ ี มคี วามเหมาะสมกบั ลกั ษณะการเรียนรขู้ องนกั เรยี น

วตั ถุประสงค์

1. เพื่อใหม้ ีความรูค้ วามเขา้ เกี่ยวกบั หลักเกณฑ์การวิเคราะห์หนงั สอื แบบเรยี นภาษาไทย
2. เพ่ือให้มีความสามารถในการวิเคราะห์องค์ประกอบและประเมินคุณค่าของหนังสือ
เรยี นภาษาไทย

สาระการเรยี นรู้

1. การวเิ คราะหห์ นงั สือเรยี น
2. คณุ สมบัตขิ องผู้วเิ คราะหห์ นงั สือเรียน
3. สิง่ ทีค่ วรพจิ ารณาในการวิเคราะหห์ นงั สอื เรยี น
4. แนวทางการวิเคราะหห์ นังสอื เรียน
5. การกาหนดขอบเขตในการวิเคราะห์หนงั สือ
6. เกณฑ์ในการวิเคราะหห์ นงั สอื เรียน
7. ตัวอยา่ งตารางการวิเคราะห์หนังสือเรียนภาษาไทย

กิจกรรมการเรียนรู้

1. การอภปิ ราย
2. กจิ กรรมกลุ่มฝึกการวิเคราะห์หนังสือเรียนวชิ าภาษาไทย
3. การนาเสนอผลการวิเคราะห์


114

สือ่ การสอน

1. เอกสารประกอบการสอน
2. โปรแกรม power point
3. หนังสอื เรียนวชิ าภาษาไทย

การประเมนิ ผล

1. สังเกตการมีสว่ นร่วมในการอภปิ ราย
2. การนาเสนอผลการวเิ คราะหห์ นังสือเรียนรายกล่มุ


115

บทที่ 8
หลกั และเกณฑก์ ารวเิ คราะห์หนงั สอื เรยี นภาษาไทย

การวเิ คราะหห์ นงั สอื เรยี น

การวิเคราะห์ คือ การใคร่ครวญ และแยกออกเป็นส่วนๆการวิเคราะห์จึงเป็นการแยก
เนื้อความออกมาใคร่ครวญเป็นส่วนๆ ก่อนท่ีจะวิพากษ์วิจารณ์คุณค่าหรือข้อบกพร่องอย่างมี
วิจารณญาณคาวา่ วจิ ารณญาณในท่นี ีค้ ือรู้จักใชป้ ัญญาพจิ ารณาหาเหตผุ ลท่ีถกู ตอ้ งเหมาะสม

การวเิ คราะหห์ นังสือเรียน คือ การศกึ ษาหนังสือเรียนแตล่ ะเล่มในเรื่องตา่ งๆดงั น้ี
1. คุณสมบตั ขิ องหนังสือเรียนในด้านต่างๆ ได้แก่ เน้ือหา การจัดรูปเล่มการลาดับเร่ือง
รูปแบบการเขียน ความสัมพันธ์กับลักษณะวิชาในหลักสูตรมโนมติท่ีสาคัญซ่ึงจะทาให้บรรลุ
วตั ถุประสงคต์ ามหลกั สตู รความเหมาะสมในการเลอื กเรอื่ งและความเหมาะสมกับวัยและระดับชนั้ ของ
ผเู้ รียน
2. การแยกแยะส่วนต่างๆของหนังสืออย่างละเอียดถี่ถ้วน ตีความให้เข้าใจในด้าน
ความหมายและรสต่างๆในการประพันธ์ สมัยที่แตง่ และประวตั ิกวีเพอื่ ทาความเขา้ ใจในเชิงวัฒนธรรม
ทางภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีจะได้นามาเป็นพื้นฐานความรู้ในการตีความและถอด
คาประพนั ธ์
3. คุณค่าเกี่ยวกับการฝึกทักษะการใช้ภาษาท้ังการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
การสงั เกต การสรา้ งแบบฝึกหัดและกิจกรรมเสนอแนะเพ่ือนาไปประเมินผลการเรียนการสอนอย่าง
เหมาะสม
4. ลักษณะโครงสร้างของเรื่องตามประเภทของหนังสือความมีเอกภาพของหนังสือซึ่ง
หมายถงึ ความชัดเจนของเร่ืองตัง้ แต่การลาดบั เร่ืองไปสู่จดุ มงุ่ หมายของเรอ่ื งอยา่ งตอ่ เน่ืองเป็นประเดน็
เดียวกันการเสนอแนวคิดและรูปแบบการเขียนที่ส่ือความหมายเข้าใจง่าย การแบ่งตอนบน
จดั หมวดหมู่ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5. จุดประสงค์ของผู้เขียนและความสอดคล้องกับเนื้อหาสาระในหลักสูตรระดับชั้นน้ัน
สามารถนาไปสรา้ งกิจกรรมการเรียนการเสนอสามารถวดั และประเมินต่อไปใหบ้ รรลวุ ัตถปุ ระสงคน์ ้ัน
6. คุณคา่ ของหนงั สือ ได้แก่คุณคา่ ทางความร้เู ฉพาะวชิ า คณุ ค่าทางจริยธรรม คุณค่าทาง
วฒั นธรรม คณุ คา่ ทางภาษาและคณุ ค่าท่สี ัมพันธ์กับการเรียนรู้หนงั สือเรียนในสาขาวิชา
ก า ร วิ เ คร า ะ ห์ ห นั ง สื อ เ รี ย น ภา ษา ไ ท ย จึ ง มี ควา ม ควา ม จ า เ ป็ น อ ย่ า ง ย่ิ ง ท่ี ต้ อ ง มี เ ก ณ ฑ์
การวิเคราะห์หนงั สอื เรียนภาษาไทย ซ่ึงผู้ที่จะวิเคราะห์จะต้องพิจารณาว่าในการจัดทาหนังสือเรียน
จะต้องมีระบบ มีหลักการคัดเลือกหนังสือเรียนท่ีกาหนดไว้ชัดเจนมีคุณสมบัติของหนังสือเรียนท่ีดี
จะตอ้ งมีองคป์ ระกอบที่เหมาะสมของหนังสือเรียนและมีความเหมาะสมกับลักษณะการเรียนรู้ของ
นักเรียนเพียงใด


116

คุณสมบตั ขิ องผู้วเิ คราะหห์ นงั สอื เรยี น

คุณสมบัติของผู้ที่ทาหน้าท่ีในการวิเคราะห์หนังสือเรียนภาษาไทย รวมถึงเป็นผู้คัดเลือก
หนังสอื เรียนไปใชใ้ นโรงเรยี นควรมคี ุณสมบตั ดิ ังนี้

1. ควรเป็นผทู้ ค่ี ลกุ คลีอยู่กับนักเรียนในระดบั ช้นั เรียนนนั้ ๆเปน็ ผู้เข้าใจสภาพของนักเรียน
สามารถพจิ ารณาความสอดคล้องของจดุ ประสงคเ์ พือ่ ให้การเรียนสนองความต้องการของบุคคลและ
สังคมและรูส้ ภาพการเรยี นการสอนอยา่ งแท้จริง

2. ควรเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิธีสอนภาษาไทยมีความสามารถในการจัดกิจกรรม
การเรยี นการสอนอย่างเหมาะสม

3. เป็นผเู้ ขา้ ใจวัฒนธรรมอย่างแท้จริงเพ่ือคัดเลือกและจัดทาแบบเรียนได้เหมาะสมกับ
สงั คมไทยและกาลสมยั

2. มีหลักการคัดเลือกหนังสือเรียนกาหนดไว้ชัดเจนหนังสือเรียนภาษาไทยจะต้องมี
หลกั การคัดเลอื กท่กี าหนดไว้ชดั เจน

สิ่งท่คี วรพจิ ารณาในการวเิ คราะหห์ นังสือเรยี น

ก่อนที่ผู้วิเคราะห์จะวิเคราะห์ส่วนประกอบของหนังสือเรียนแต่ละเล่ม จะต้องพิจารณา
สง่ิ ตอ่ ไปน้ี

1. ผวู้ ิเคราะหจ์ ะตอ้ งดูวา่ หนงั สือแบบเรียนนน้ั ๆ จะสง่ เสริมให้ผู้เรยี นบรรลุจุดมุ่งหมายได้
เพียงใด จดุ มุง่ หมายในทีน่ อ้ี าจเปน็ จดุ มุ่งหมายของหนังสือแบบเรียน จุดมุ่งหมายของหลักสูตร หรือ
จุดมุ่งหมายของระบบการศึกษา เช่น ดูว่าหนังสือแบบเรียนแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และ
เสรมิ สรา้ งให้ผเู้ รยี นเกดิ พฤตกิ รรมท่พี ึงปรารถนาไดห้ รอื ไม่ เปน็ ตน้

2. ผู้วิเคราะห์จะตอ้ งดวู า่ เนื้อหาของหนงั สือแบบเรยี นมีคาศัพท์ใหม่ๆ ความร้ใู หมๆ่ และ
ความคิดรวบยอด (concept) เพิ่มขึ้นมาหรือไม่ การสอนที่จะนาไปสู่ความคิดรวบยอดมีเนื้อหา
เป็นไปตามข้นั ตอนบันไดของการเรียนรู้ (learning hierarchy) หรือไม่ และอาจศึกษาเนื้อหาเพื่อ
คาดหวังผลจากการเกิดความคดิ รวบยอดใหม่ๆ น้ันไดด้ ้วย

3. ผู้วิเคราะห์จะต้องวิเคราะห์ว่า ในแต่ละบทเรียนใช้คาท่ีเหมาะสมกับผู้เรียนหรือไม่
คาอธบิ ายและระดบั ความยากงา่ ยของภาษา มีความสอดคลอ้ งหรือขดั แย้งกับธรรมชาตกิ ารเรยี นรูข้ อง
ผเู้ รยี น

4. ผูว้ ิเคราะหจ์ ะตอ้ งวิเคราะห์วา่ ในแตล่ ะบทเรียนมีกิจกรรมการเรียนการสอนมากน้อย
เท่าใด กจิ กรรมเหล่านั้นเป็นกิจกรรมของครหู รือกจิ กรรมของนกั เรยี น หากเปน็ กิจกรรมของนักเรียน
จะเปน็ กจิ กรรมท่ีปฏบิ ัติเป็นรายบุคคลหรอื กจิ กรรมกลุม่ มีการเสริมแรงนักเรียนอย่างไร

5. ผวู้ เิ คราะห์จะตอ้ งดวู า่ หนงั สือแบบเรียนมีการประเมินผลอย่างไร ลักษณะคาถามท่ี
ใช้เปน็ คาถามความรู้ความจา หรือเปน็ คาถามทนี่ าไปส่คู วามคดิ แก้ปญั หา


117

แนวทางการวิเคราะห์หนงั สอื เรียน

1. การวเิ คราะห์ลักษณะทางกายภาพ หมายถึง การพิจารณาองค์ประกอบของหนังสือ
แบบเรยี นในด้านขนาด รปู รา่ ง ตวั อักษร ภาพประกอบ ตาราง แผนภูมิ สี และการดึงดูดความสนใจ
ความทนทาน ความแข็งแรง และกระดาษ ซงึ่ เป็นสว่ นประกอบภายนอกของหนังสือเรียน จะต้อง
ตอบสนองลกั ษณะทางสรีรวทิ ยาและจิตวิทยาของผู้ใช้

2. การวเิ คราะหเ์ น้อื หา หมายถึง การพิจารณาดา้ นหลกั การ ทฤษฎแี ละความคิดรวบยอด
ทมี่ ใี นหนังสือแบบเรียน พร้อมท้ังศึกษาถึงลักษณะการเรียบเรียงสาระต่างๆ การเขียน การอธิบาย
การจดั ระเบยี บความรู้ และความสั้น-ยาว ของเนื้อหา

3. การวิเคราะห์เจตนารมณ์ของหนังสือแบบเรียน หมายถึง การศึกษาจุดมุ่งหมายของ
หนังสือแบบเรียน ของรายวิชา ของหลักสูตร ของระบบการศึกษาและของสังคม เพื่อดูว่าหนังสือ
แบบเรียนน้ันๆ เป็นไปตามจุดมุ่งหมายหรือไม่ การวิเคราะห์เจตนารมณ์ของหนังสือนี้ ผู้วิเคราะห์
อาจเกิดความสับสนได้หากไม่มีความเข้าใจเจตนารมณ์ของหลักสูตร หรือเจตนารมณ์ของระบบ
การศกึ ษา และเจตนารมณ์ของสังคม

การกาหนดขอบเขตในการวเิ คราะหห์ นังสอื

เม่ือกาหนดแนวทางการวิเคราะห์หนังสือเรียนแล้ว ผู้วิเคราะห์จะต้องกาหนดขอบเขตใน
การวิเคราะห์ ดงั นี้

1. เลือกวิเคราะห์หนงั สอื แบบเรยี นเล่มใดเล่มหนึ่งเพียงเล่มเดียว การกาหนดขอบเขตนี้
ครูผสู้ อนมกั จะเปน็ ผวู้ เิ คราะห์หนังสือแบบเรียนเพ่อื ศึกษาข้อดีและข้อบกพรอ่ งของหนังสือท่ีโรงเรียน
กาหนดใหใ้ ชใ้ นโรงเรียน ผลจากการวิเคราะห์จะช่วยให้ครูสามารถวางแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

2. เลือกวิเคราะห์หนังสือเรียนแบบเรียนหลายเล่มในระดับชั้นเรียนเดียวกัน วิธีการ
กาหนดขอบเขตนี้เพื่อหาหนังสือแบบเรียนเล่มที่มีความเหมาะสมที่สุด ผู้วิเคราะห์มักจะเป็นฝ่าย
วชิ าการ ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น ซึ่งมสี ว่ นเกยี่ วข้องกบั การตดั สนิ ใจเลือกใช้หนังสอื แบบเรียน

3. เลือกวิเคราะหห์ นงั สอื แบบเรยี นหลายเลม่ ท่ตี อ่ เน่อื งกันเป็นชดุ วธิ ีนเี้ ป็นการวเิ คราะห์
เพื่อดูความสมบูรณ์ของเนื้อหา และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการศึกษาแต่ละระดับช้ัน
ผู้วเิ คราะห์มักเปน็ หน่วยงานหรอื สถาบันท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน
ผลทไ่ี ด้จากการวเิ คราะหส์ ามารถนาไปใชป้ รบั ปรุงหลกั สูตรและระบบการศึกษาต่อไป

ตัวอย่างหลกั การพจิ ารณาคดั เลอื กหนงั สอื เรียน

หลักการพิจารณาคัดเลือกหนังสือเรียนภาษาไทยชุดทักษสัมพันธ์ กระทรวงศึกษาธิการ
กาหนดไวใ้ นคานา หนงั สือเรียนภาษาไทยชุดทักษสัมพันธ์เล่ม 1 ว่าการคัดเลือกบทท่ีนามาอ่านและ
ใชเ้ ป็นแกนกลางเสริมทักษะตา่ งๆน้ันมีหลักการคัดเลือกดังตอ่ ไปน้ี

1. ให้นกั เรียนได้อา่ นหนงั สอื ทม่ี ีรปู แบบตา่ งๆกัน
2. ให้นักเรียนได้คุ้นเคยกับการใช้ศิลปะเชิงภาษาด้วยกลวิธีต่างๆ กันมีการเลือกเฟ้น
ถ้อยคาท่เี หมาะสม เปน็ ต้น


118

3. ใหน้ ักเรยี นไดเ้ หน็ แบบอย่างภาษาไทยอนั เป็นทร่ี ับรองว่าดีพอสมควรและบางเร่ืองก็ดี
อยา่ งย่ิง

4. ให้นักเรียนได้ใช้บททค่ี ัดมาให้อา่ นนัน้ สาหรับสรา้ งสรรคใ์ ห้เกิดความสามารถในการฟัง
การพูดและการเขยี น

5. ให้นักเรียนได้ร่วมทางานกับเพื่อน ๆ ขยายความคิดนึกขยายประสบการณ์และ
จนิ ตนาการใหก้ ว้างขวาง

ตัวอย่างหลกั การพจิ าณาหนงั สอื เรยี นของเอกชนตามหลกั สตู รมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย พ.ศ.
2524

จะพิจารณาหัวข้อต่อไปน้ี
1. ความสอดคลอ้ งของเนอ้ื หาตามหลักสูตรมีเนื้อหาตรงตามคาอธิบายรายละเอียดวิชา
ที่ระบุในหลักสตู ร
2. ความถูกต้องของเค้าโครงเรอื่ งตามหลักวิชามีรายละเอียดเพียงพอและมีลาดับข้ันตอน
การเรียนร้ถู ูกตอ้ ง
3. มภี าพ ตารางแผนภูมิ แผนที่ ฯลฯ สอดคลอ้ งกบั เนือ้ หาและกจิ กรรมอย่างเพียงพอ
4. มคี วามยากง่ายเหมาะสมกับระดบั ชั้นปรมิ าณเนื้อหากจิ กรรมเหมาะสมกับอตั ราเวลาเรยี น
5. ประสบการณ์ของผู้เขียน มีพ้ืนฐานในสามขาวิชาเฉพาะและมีประสบการณ์ในด้าน
การเรียนการสอน หรอื งานด้านวิชาการเปน็ ที่น่าพอใจ
6. ประสบการณ์ของผู้เขียน มีพื้นฐานในสามขาวิชาเฉพาะและมีประสบการณ์ในด้าน
การเรียนการสอน หรืองานดา้ นวชิ าการเปน็ ทนี่ ่าพอใจ

ตวั อยา่ งหลักการพิจารณาค่มู ือครขู องเอกชน ตามหลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนปลาย
พ.ศ. 2524

จะพิจารณาหัวขอ้ ดงั นี้
1. ความสอดคล้องของเน้ือหาตามหลักสูตรเน้ือหาและกิจกรรมครบตามคาอธิบาย
รายละเอยี ดวชิ าท่รี ะบใุ นรายวชิ าน้ี
2. คาอธิบายเน้อื หาสาระในหนังสอื เรยี นชดั เจนเพียงพอ
3. วิธีการเรยี นการสอนและกิจกรรมที่เสนอแนะเหมาะสมกบั เน้อื หาของหนงั สอื เรยี น
4. วธิ กี ารและเครือ่ งมอื ประเมนิ ผลเหมาะสมและเพยี งพอกับเนอื้ หาของกิจกรรม
5. อปุ กรณ์และสอ่ื การเรยี นการสอนทีเ่ สนอแนะเหมาะสมกับเนื้อหาและกจิ กรรม
6. รายละเอียดความร้เู พิ่มเติมและแหลง่ คน้ คว้าเพ่มิ เตมิ สาหรบั ครมู ีเพียงพอและสอดคล้อง
กบั เนือ้ หาและกิจกรรม
7. มีบทสรปุ ท่ีเหมาะสม
8. ลกั ษณะการเขียนและสานวนภาษาเหมาะสมใชส้ ่ือความหมายได้ชัดเจน
9. มีความถูกต้องตามหลักวิชา เหมาะสมกับระดับช้ันลาดับข้ันตอนการเรียนรู้ถูกต้อง
และมวี ิธกี าร และเทคนิคการสอนเหมาะสมมีคณุ สมบัติของหนังสือเรียนท่ีดี


119

เกณฑใ์ นการวเิ คราะหห์ นงั สอื เรยี น

หัวข้อในการวิเคราะห์หนงั สอื แบบเรยี นย่อมขนึ้ อย่กู บั จดุ มงุ่ หมายของการวิเคราะหใ์ นแตล่ ะ
เลม่ และลกั ษณะเฉพาะของรายวชิ าน้ันๆ สาหรับหนังสือแบบเรียนภาษาไทย อาจกาหนดหวั ขอ้ ทีใ่ ช้
ในการวิเคราะหห์ นังสือเรยี นได้ ดงั นี้

1. การวเิ คราะห์ลกั ษณะทางกายภาพ เป็นการวิเคราะห์คุณลักษณะของรูปแบบซ่ึงเป็น
องคป์ ระกอบภายนอก เกณฑ์ในการพิจารณา ไดแ้ ก่

1.1 ลักษณะท่ัวไป มีรายละเอียดทต่ี ้องพิจารณา คอื
1.1.1 ขนาด ขนาดของหนังสือแบบเรียนต้องพอเหมาะกับผู้ใช้ ไม่ใหญ่หรือ

เล็กเกินไป การเยบ็ เล่มต้องประณีต ม่ันคง แข็งแรง รวมทั้งใช้กระดาษพิมพ์ที่มีคุณภาพเหมาะกับ
ลักษณะการใช้งาน และพมิ พด์ ว้ ยตวั พิมพท์ ชี่ ัดเจน อ่านงา่ ย

1.1.2 องค์ประกอบอ่ืนๆ หนังสือแบบเรียนท่ีดีต้องมีสารบัญ และควรมี
อภิธานศพั ทด์ ้วย หนงั สอื เรยี นระดับมัธยมศึกษาอาจมีดัชนีสาหรับช่วยให้ผู้เรียนได้รับความสะดวก
ยิ่งขนึ้

1.2 รูปเลม่ และการพมิ พ์ การพจิ ารณารูปเล่มและคณุ ภาพในการพิมพห์ นังสือแบบเรยี น
มรี ายละเอียดท่คี วรศกึ ษา คอื

1.2.1 รูปเล่ม เร่ิมต้ังแต่ปกหนังสือเรียน มีสีสันท่ีดึงดูดความสนใจและใช้
วัสดุท่ีมีความคงทน ทนต่อความช้ืนและฝุ่นละออง การวางหน้าหนังสือ (lay out) ได้สมดุลกัน
ระหวา่ งภาพ สี ตวั หนังสือและช่องวา่ ง ทส่ี ามารถทาใหเ้ กดิ ความสนใจและได้น้าหนักในตาแหน่งที่
ต้องการจะเน้น ภาพประกอบสอดคล้องสัมพันธ์กับเน้ือหา และเม่ือพิจารณารวมทั้งเล่ม หนังสือ
แบบเรียนที่ดีควรจะมีส่วนต่างๆ เรียงตามลาดับกัน คือ ปกนอก ปกใน คานา สารบัญ (แก้คาผิด)
เน้ือเร่ือง ภาคผนวก บรรณานุกรม ดัชนี และรายละเอียดเกี่ยวกับการพิมพ์ คาประกาศใช้ของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

1.2.2 การพมิ พ์ หนังสอื แบบเรียนทีด่ ีจะตอ้ งพิมพ์อย่างประณตี สะอาด และ
ถกู ตอ้ ง รูปรา่ งและขนาดตวั อกั ษรต้องได้สัดส่วนกับบรรทัดและหน้าของกระดาษ มีความแตกต่าง
ในลักษณะของตัวอักษรของเนื้อหาท่ีต้องการเน้น หรือหัวเร่ืองกับข้อความที่เป็นเน้ือเร่ือง และ
หากผดิ พลาดในด้านการพิสูจนอ์ ักษร การสะกดคา เคร่ืองหมายวรรคตอน และการเรียงลาดับหน้า
หนงั สอื ก็จะเป็นขอ้ บกพรอ่ งท่พี ิจารณาได้วา่ ไม่ควรนาหนงั สือเล่มน้ันมาใช้เปน็ หนังสือแบบเรยี น

1.2.3 ผู้แต่ง ในหนังสือแบบเรียน ผู้แต่งควรชี้แจงวัตถุประสงค์และวิธีใช้
หนังสือแบบเรียนไว้ด้วย ตามปกติมักจะรวมไว้ในส่วนคานา คาช้ีแจงของผู้แต่งทาให้ผู้วิเคราะห์
สามารถเห็นความสัมพันธร์ ะหว่างเน้ือหาและจุดมุ่งหมาย นอกจากน้ี ผู้วิเคราะห์ยังอาจต้องศึกษาว่า
ผู้แต่งมีคุณสมบัติเป็นท่ีเชื่อถือเพียงใด และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งหนังสือ หรือ
เกย่ี วขอ้ งกับวงการศึกษาอยา่ งไร

2. การวิเคราะห์เนื้อหาของหนงั สอื แบบเรียนเปน็ การวิเคราะห์คุณคา่ ทางวิชาการ ซึ่งเป็น
องคป์ ระกอบภายใน ก่อนวิเคราะห์ ผู้วิเคราะห์ควรแยกประเภทของแบบเรียนก่อนว่าเป็นหนังสือ
แบบเรยี นช้ันตน้ หรอื หนังสือแบบเรยี นสาหรับผูเ้ รยี นที่มีความสามารถในการใชภ้ าษาแลว้


120

2.1 หนังสือแบบเรียนชั้นต้น เป็นหนังสือแบบเรียนสาหรับผู้เริ่มเรียน ซ่ึงจะต้อง
ประกอบด้วยโครงสร้าง ระบบเสยี งของภาษา ระบบตัวอกั ษร ศัพทแ์ ละไวยากรณ์

2.2 หนังสือแบบเรียนสาหรับผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาแล้ว ผู้วิเคราะห์
จะต้องพิจารณาความคิดรวบยอดและวธิ ีการนาเสนอเน้อื หา การใช้คาศัพทย์ ากหรือศพั ท์เฉพาะสาขา
และตอ้ งมคี าอธิบายความหมายที่เข้าใจง่ายและชัดเจน การอธิบายหลักไวยากรณ์ ควรอธิบายด้วย
ถอ้ ยคาที่เขา้ ใจงา่ ยและมีตัวอย่างประกอบ

3. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบและเนื้อหาไปพร้อมกัน แต่มักจะต้อง
วิเคราะห์ความสัมพันธ์กับองค์ประกอบอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หลักสูตร ระบบการศึกษา คุณค่าทาง
คณุ ธรรมจริยธรรมในหนังสือแบบเรยี นกบั เป้าหมายในการพัฒนาสงั คม เป็นตน้

ตัวอย่างตารางการวเิ คราะหห์ นังสือเรยี นภาษาไทย

ตัวอยา่ งตารางวเิ คราะหห์ นงั สอื แบบเรยี นวชิ าภาษาไทย

1. รายละเอยี ดทั่วไป
ช่อื หนงั สอื ................................................................................ชัน้ ..................................
ชือ่ ผ้แู ต่ง.........................................................................................................................
สานกั พิมพ.์ ..............................................ปที ีพ่ ิมพ.์ ..................พมิ พ์คร้งั ที.่ .....................
ราคา...................................จานวนหน้า.........................................................................
สอดคล้องกบั หลกั สตู รการศกึ ษา....................................................................................

2. เนอื้ หา

ลาดบั ที่ รายการวเิ คราะห์ คะแนนเตม็ คะแนนที่ได้ หมายเหตุ
1 เนอ้ื หาสอดคลอ้ งกับหลักสูตร สอดคลอ้ งกบั ตัวชวี้ ัด
ใดบ้าง
2 เนื้อหาเหมาะสมกับระดับช้ัน
3 เนื้อเร่ืองน่าสนใจและให้ขอ้ คิด
4 เนอ้ื หาสอดคลอ้ งกับชวี ติ จริง
5 เนอ้ื หาทันสมัย
6 การจดั เรยี งลาดับเนอื้ หา
7 เนอ้ื หาชว่ ยขยายความร้แู ละ

ประสบการณ์


121

ลาดบั ท่ี รายการวเิ คราะห์ คะแนนเตม็ คะแนนทไี่ ด้ หมายเหตุ
8 คาศพั ท์ สานวนภาษาน่าอ่าน
9 เน้ือหาให้ขอ้ เทจ็ จรงิ
10 เนอื้ หาสง่ เสริมใหร้ ักการอา่ น
รวมคะแนน

3. วิธีการเขยี น

ลาดบั รายการวเิ คราะห์ คะแนนเตม็ คะแนนทไี่ ด้ หมายเหตุ
ท่ี
1 ผ้เู ขียนมคี วามน่าเชอื่ ถือ
2 ประสบการณข์ องผูเ้ ขยี น
3 แนวการเขียน
4 การเขียนใหแ้ ง่คิด
5 นาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้
6 มีตัวอยา่ งประกอบ
7 มีแผนภูมิ
8 มีคานา
9 มสี ารบญั
10 มีบรรณานกุ รม
รวมคะแนน

4. กจิ กรรมทา้ ยบท

ลาดบั ที่ รายการวเิ คราะห์ คะแนนเตม็ คะแนนท่ไี ด้ หมายเหตุ
1 มบี ทสรุปทา้ ยบทได้ใจความ
2 มีกจิ กรรมเสนอแนะ
3 กจิ กรรมมจี านวนเหมาะสม
4 คาถามทา้ ยบทเร้าความสนใจ
5 คาถามท้ายบทมีจานวนเหมาะสม
รวมคะแนน


122

5. ลักษณะรูปเลม่

ลาดบั รายการวเิ คราะห์ คะแนนเตม็ คะแนนที่ได้ หมายเหตุ
ท่ี หมายเหตุ
1 รปู เล่มมีขนาดเหมาะสม
2 ชอื่ เร่อื งนา่ สนใจ
3 ปกมคี วามทนทาน สวยงาม
ดึงดูดใจ
4 การเยบ็ เลม่ แข็งแรงทนทาน
ประณตี เรียบร้อย
5 สกี ระดาษ
6 คณุ ภาพของกระดาษ
7 ขนาดตัวพมิ พม์ คี วามเหมาะสม
กับระดบั ช้ัน
8 การวางกรอบหน้าหนงั สือ
9 การเว้นวรรคแตล่ ะยอ่ หน้า
10 การลาดบั เลขหนา้
รวมคะแนน

5. ภาพประกอบ

ลาดบั รายการวเิ คราะห์ คะแนนเตม็ คะแนนที่ได้
ท่ี
1 วางภาพเหมาะสมกับหน้าและเนอื้ หา
2 มีคาอธบิ ายภาพ
3 ภาพสื่อความหมายเหมาะสมกับ
จุดประสงคข์ องบทเรยี น เนือ้ หา
4 ภาพสีมีความเป็นธรรมชาติ
5 จานวนภาพมคี วามเหมาะสม
6 ภาพมคี วามชดั เจน
7 มคี วามทันสมัย ทนั ต่อเหตกุ ารณ์
รวมคะแนน


123

ตวั อย่าง เกณฑ์การให้คะแนน (ถา้ คะแนนรวมท้ังหมด 100 คะแนน)
85 – 100 คะแนนอยู่ในเกณฑ์ ดมี าก
75 - 84 คะแนนอยู่ในเกณฑ์ ดี
65 - 74 คะแนนอยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง
55 - 64 คะแนนอย่ใู นเกณฑ์ ควรปรบั ปรงุ
45 - 54 คะแนนอยใู่ นเกณฑ์ ควรปรบั ปรงุ อยา่ งยิ่ง
0 - 44 คะแนนอยใู่ นเกณฑ์ ไม่ควรใชเ้ ป็นหนังสอื เรยี น
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ควรแสดงความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะเก่ยี วกับหวั ข้อตอ่ ไปนี้
1. เนอื้ เรอ่ื ง
2. วธิ กี ารเขียน
3. กิจกรรมท้ายบท
4. ลกั ษณะรปู เล่มและการจดั พิมพ์
5. ภาพประกอบ
สรุป ไดค้ ะแนนอยใู่ นเกณฑด์ หี รือไม่

อาจใชว้ ธิ กี ารวิเคราะหโ์ ดยใชม้ าตราสว่ นประเมินคา่ หรอื วิเคราะหต์ ามความมุ่งหมายของ
การสอน หรือจดั ทาตารางข้นึ เองตามความคดิ เห็นของครูผู้สอน

บทสรุป
ผู้ท่ีจะวิเคราะห์หนังสือเรียนนั้นจาเป็นจะต้องพิจารณาว่าหนังสือแบบเรียนน้ันๆ

จะส่งเสริมให้ผู้เรียนบรรลุจุดมุ่งหมายได้เพียงใด จุดมุ่งหมายในที่นี้อาจเป็นจุดมุ่งหมายของหนังสือ
แบบเรียน จุดมุ่งหมายของหลักสูตร หรือจุดมุ่งหมายของระบบการศึกษา เน้ือหาของหนังสือ
แบบเรียนมีคาศพั ทใ์ หมๆ่ ความรู้ใหมๆ่ และความคิดรวบยอด (concept) เพม่ิ ข้นึ มาหรือไม่ การสอน
ท่จี ะนาไปสคู่ วามคิดรวบยอดมเี นอื้ หาเป็นไปตามขน้ั ตอนบนั ไดของการเรยี นรู้ (learning hierarchy)
หรอื ไม่ และอาจศึกษาเนื้อหาเพอื่ คาดหวงั ผลจากการเกิดความคดิ รวบยอดใหม่ๆ นน้ั ได้ดว้ ย ในแตล่ ะ
บทเรียนใช้คาท่ีเหมาะสมกับผู้เรียนหรือไม่ คาอธิบายและระดับความยากง่ายของภาษา มีความ
สอดคลอ้ งหรอื ขัดแย้งกบั ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้เรียน มีกจิ กรรมการเรยี นการสอนมากน้อยเท่าใด
กจิ กรรมเหลา่ นัน้ เปน็ กิจกรรมของครหู รือกิจกรรมของนักเรยี น หากเปน็ กิจกรรมของนักเรยี น จะเป็น
กิจกรรมที่ปฏบิ ัติเปน็ รายบุคคลหรอื กจิ กรรมกลุม่ มีการเสรมิ แรงนักเรยี นอย่างไร หนงั สอื แบบเรยี นมี
การประเมินผลอย่างไร ลักษณะคาถามท่ีใช้เป็นคาถามความรู้ความจา หรือเป็นคาถามที่นาไปสู่
ความคดิ แก้ปญั หา นอกจากพิจารณาเนื้อหา สว่ นประกอบของหนังสือเรียนแล้ว ข้อมูล ประวัติของ
ผ้แู ตง่ ความนา่ สนใจของภาพประกอบ ความถูกตอ้ งของเน้ือหา รปู แบบการจัดพิมพ์ มีความถูกต้อง
หรือไม่ สงิ่ เหลา่ น้ผี ้วู ิเคราะห์หนังสืออาจกาหนดเกณฑ์สาหรับการพิจารณา วิเคราะห์หนังสือเรียน
เพอ่ื ประเมินว่า หนังสือเรยี นเล่มนัน้ ๆ มคี วามเหมาะสมที่จะใชใ้ นโรงเรยี นหรอื ไม่ เพียงใด


124

แบบฝกึ หดั บทที่ 8

ให้นักศกึ ษาเลือกหนังสือเรยี นวชิ าภาษาไทย จานวน 1 เลม่ แลว้ ฝึกวิเคราะหห์ นังสือเรียน
โดยกาหนดเกณฑต์ ามตวั อย่างตารางการวเิ คราะห์หนงั สอื เรยี นในบทท่ี 8 น้ี


125

เอกสารอา้ งองิ

กฤษณา สินไชย. (2520). ความเปน็ มาของแบบเรยี นไทย. กรงุ เทพมหานคร :กรมวชิ าการ.
เบ็ญจวรรณ สุนทรากูล.(2518). ววิ ฒั นาการของแบบเรยี นภาษาไทย. พมิ พค์ ร้ังท่ี 3.

กรงุ เทพมหานคร :มหาวิทยาลัยรามคาแหง.


บรรณานกุ รม

กฤษณา สนิ ไชย. (2520). ความเปน็ มาของแบบเรยี นไทย. กรงุ เทพมหานคร :กรมวิชาการ.
ขจร สุขพานิช. “เอกสารในรัชสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์.” สงั คมศาสตรป์ รทิ ศั นฉ์ บบั พเิ ศษ. 3

มถิ ุนายน 2509, หนา้ 113.
ฉันทิชย์ กระแสสินธ์ุ. (2504). พระคมั ภรี จ์ นิ ดามณี ของ พระโหราธบิ ด.ี พระนคร :อกั ษรประเสรฐิ .

พมิ พ์เปน็ ทร่ี ะลกึ ในงานพระราชทานเพลิงศพพระภัทรมณี(อนิ๋ สตั ยาภรณ์).
ดารงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ. กรมพระยา.(2525).“ประวตั สิ งั เขปแหง่ การจดั

การศกึ ษา ปรตั ยบุ นั แหง่ ประเทศสยาม.”ในหน่วยศึกษานเิ ทศก์ กรมการฝกึ หัดครู
เอกสาร การนเิ ทศการศกึ ษา ฉบับสมโภชกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ 200 ป.ี กรงุ เทพมหานคร :
ม.ป.ท.
ทองต่อ กลว้ ยไม้ ณ อยุธยา.(2527). “การศกึ ษาไทยกอ่ นพทุ ธศกั ราช 2427”ในสานักงาน
คณะกรรมการประถมศกึ ษาแห่งชาต.ิ 100 ปี ประถมศกึ ษาเพื่อทวยราษฎร์
กรุงเทพมหานคร : คุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
ธนิต อย่โู พธิ์.(2512). บนั ทกึ เรอื่ งหนงั สอื จนิ ดามณี จนิ ดามณเี ลม่ 1-2, กบั บนั ทกึ เรอื่ งจนิ ดามณี
และ จนิ ดามณฉี บบั สมยั พระเจา้ บรมโกศ. กรุงเทพฯ :ศลิ ปาบรรณาคาร.
. (2502). บนั ทกึ เรอ่ื งหนงั สอื จนิ ดามณี ในกรมศลิ ปากร, 2502. จนิ ดามณี เลม่ 1-2
และบนั ทกึ เรอื่ งหนงั สอื จนิ ดามณี.ธนบุรี : โรงเรียนการชา่ งวฑุ ฒิศึกษา (แผนกการพมิ พ)์ .
. (2513). นางนพมาศหรอื ตารบั ทา้ วศรจี ฬุ าลกั ษณ.์ ธนบรุ ี :รงุ่ วฒั นา.
เบญ็ จวรรณ สุนทรากูล.(2518). ววิ ฒั นาการของแบบเรยี นภาษาไทย. พมิ พ์ครั้งที่ 3.
กรุงเทพมหานคร :มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง.
ภิญโญ ศรจี าลอง. (2539). ความยง่ิ ใหญแ่ หง่ วรรณคดรี ตั นโกสนิ ทร์.กรงุ เทพมหานคร :
บรษิ ทั ต้นออ้ แกรมม่ี จากัด.
ภธู ร ภุมะธน.(2527). “เอกสารสมยั สมเดจ็ พระนารายณแ์ ละสมยั หลงั จากน้ันทเ่ี กบ็ รกั ษาอยู่ ณ
ประเทศฝรง่ั เศส.”ในภาควิชาประวตั ิศาสตร์ คณะมนษุ ยศาสตร์มหาวิทยาลยั รามคาแหง
ร่วมกบั ศูนยย์ ุโรปศึกษา ทบวงมหาวิทยาลยั เอกสารสมั มนา – 300 ปี
ความสัมพนั ธไ์ ทย – ฝรั่งเศส. กรุงเทพมหานคร : คุณพนิ อกั ษรกิจ.
วฒุ ิชัย มูลศิลป.์ (2516). การปฏริ ปู การศกึ ษาในรชั กาลที่ 5. พระนคร : สมาคมสงั คมศาสตร์
แหง่ ประเทศไทย.
ศลิ ปากร, กรม. (2500). ประชมุ ศลิ จารกึ ภาคที่ 1 จารกึ กรงุ สโุ ขทยั . พระนคร : พระจันทร.์ พมิ พ์เพอื่
เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ คณุ หญงิ สนิ ภักดนี รเศรษฐ์ ณ สุสานหลวง
วดั เทพศิรินทราวาส 24 สงิ หาคม 2500.
__________.(2504). จนิ ดามณเี ลม่ 1-2 กบั บนั ทกึ เรอ่ื งจนิ ดามณีฉบบั พระเจา้ บรมโกศ.
พระนคร : ศลิ ปาบรรณาคาร.


128
ศิลปากร, กรม. (2502). จนิ ดามณี เลม่ 1-2 และบนั ทกึ เรอ่ื งหนงั สอื จนิ ดามณ.ี ธนบุรี : โรงเรียน

การช่างวฑุ ฒศิ กึ ษา, (แผนกการพมิ พ)์ .
___________. (2506). ประถม ก.กา หดั อา่ นปฐมมาลา อกั ษรนติ ฉิ บบั หอสมดุ แหง่ ชาต.ิ

พระนคร : ศิลปาบรรณาคาร.
ศรสี ุนทร โวหาร (นอ้ ย อาจารยางกูร).พระยา.(2501). แบบสอนหนงั สอื ไทย มลู บทบรรพกจิ วาหนติ ์

นกิ รอกั ษรประโยคสงั โยคพธิ านไวพจนพ์ จิ ารณ์ พศิ าลการนั ต์.กรุงเทพมหานคร :
ม.ป.ท.
. (2506). มลู บทบรรพกจิ วาหนติ น์ิ กิ ร อกั ษรประโยค สงั คโยคพธิ าน ไวพจนพ์ จิ ารณ์

พศิ าลการนั ต.์ พระนคร :ศลิ ปาบรรณาคาร.
เสทอ้ื น ศุภโสภณ. (2527). สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชและบทบาทชาวจนี ในสยาม.

กรุงเทพมหานคร :ศูนยก์ ารพิมพพ์ ลชยั .
แสงโสม เกษมศร,ี ม.ร.ว. และวิมล พงศพ์ พิ ฒั น.์ (2523). ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์

รชั กาลท่ี 1 ถงึ รชั กาลที่ 3 (พ.ศ. 2325-2394). กรงุ เทพมหานคร :สานกั เลขาธกิ าร
คณะรฐั มนตร.ี
อปุ กิตศลิ ปสาร (นมิ่ กาญจนาชีวะ), พระยา. (2538). หลกั ภาษาไทย (อกั ขรวธิ ี วจวี ภิ าค
วากยสมั พนั ธ์ ฉนั ทลกั ษณ)์ . กรงุ เทพมหานคร :ไทยวฒั นาพานชิ .
เอกสารเรอื่ งจดั การศกึ ษาในรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั . (2511). พระนคร:
คณะกรรมการการจัดงานฉลองวันเถลงิ ราชสมบตั คิ รบ 100 ปใี นพระบาทสมเดจ็
พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หวั .


Click to View FlipBook Version