The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลูกหยียะรัง-มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น-เอกสารขนาด-A4-1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Banky_tanawat, 2022-09-01 23:51:57

ลูกหยียะรัง-มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น-แห่งชุมชนดงต้นหยี

ลูกหยียะรัง-มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น-เอกสารขนาด-A4-1

ลูกหยียะรัง

มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น

แ ห่ ง ชุ ม ช น ด ง ต้ น ห ยี

การบู รณาการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในการศึ กษา
นอกระบบและการศึ กาษาตามอั ธยาศั ย

ศูนย์การศึ กษานอกระบบและการศึ กษาตามอัธยาศั ยอำเภอยะรัง
สำ นั ก ง า น ก ศ น . จั ง ห วั ด ปั ต ต า นี

เ อ ก ส า ร ฉ บั บ นี้ ไ ด้ รั บ ก า ร ส นั บ ส นุ น จ า ก ยู เ น ส โ ก ก รุ ง เ ท พ ฯ แ ล ะ สำ นั ก ง า น ก ศ น . 2565



คำ� นิยม

“มรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม” เปน็ สงิ่ ทชี่ มุ ชนและกลมุ่ ชนสรา้ งขน้ึ มาและปฏบิ ตั ริ ว่ มกนั อยา่ งสมำ่� เสมอ
มีแบบแผนการปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นส่ิงท่ีสืบทอดต่อกันมาจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึง
ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วถิ ีชีวติ อันดงี ามดง้ั เดิมและความเป็นอตั ลักษณ์ของชุมชนในท้องถิน่ น้นั ดว้ ยเหตนุ ้มี รดก
ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจึงเป็นสมบัติล�้ำค่า แต่ในปัจจุบันมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ได้รับผลกระทบจาก
ความเปลยี่ นแปลงของสงั คมโลกาภิวัตนแ์ ละจากเทคโนโลยดี ิจทิ ัล
ยูเนสโก กรุงเทพมหานคร ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา วิทยาศาสตร์
และศลิ ปวัฒนธรรม รวมทงั้ การอนุรกั ษม์ รดกภมู ิปญั ญาทางวัฒนธรรม และสำ� นักงาน กศน. ที่เป็นหนว่ ยงานหลักใน
การจัดการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ไดเ้ ลง็ เห็นถงึ ความสำ� คญั ของการ อนุรกั ษ์ และใชป้ ระโยชน์
จากมรดกภูมิปัญญาทางวฒั นธรรมอยา่ งยง่ั ยืน จึงได้จดั โครงการความรว่ มมอื สง่ เสรมิ และรักษามรดกภมู ิปญั ญาทาง
วัฒนธรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในประเทศไทย ของสถานศึกษาในสังกัดส�ำนักงาน
กศน. นั้น ส�ำนกั งาน กศน. จังหวดั ปตั ตานไี ด้เหน็ ความสำ� คญั และตอบรับนโยบายดังกล่าว จึงไดส้ ่งตัวแทนบุคลากร
ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ�ำเภอยะรัง เข้าร่วมโครงการและได้รับคัดเลือกให้เป็น
สถานศึกษาน�ำร่องในการจัดการศึกษาที่บูรณาการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมกับการศึกษานอกระบบและการ
ศกึ ษาตามอธั ยาศยั จากผลการดำ� เนนิ งานทผี่ า่ นมานน้ั ทำ� ใหท้ ราบวา่ ในพน้ื ทอ่ี ำ� เภอยะรงั มอี งคค์ วามรทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั
ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ลกู หยยี ะรงั ซงึ่ เปน็ ผลไมข้ น้ึ ชอื่ ของจงั หวดั ปตั ตานดี ว้ ย การนำ� องคค์ วามรทู้ เี่ กย่ี วขอ้ ง
กบั ลกู หยียะรงั มาบูรณาการกับการสอนของ กศน. ถอื เป็นการส่งเสริม รักษา อนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
และยงั เปน็ การพฒั นาผเู้ รยี นของ กศน. ใหเ้ ปน็ บคุ คลทมี่ ที กั ษะการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ สามารถพฒั นาตนเองและพฒั นา
อาชีพ โดยใช้ทรพั ยากรท่ีมีอยใู่ กลต้ ัวมาใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ขอชน่ื ชมและขอแสดงความยนิ ดกี บั ผบู้ รหิ ารและบคุ ลากรของศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อธั ยาศยั อำ� เภอยะรงั ทด่ี ำ� เนนิ การนำ� รอ่ งในการจดั การศกึ ษาทบี่ รู ณาการมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมกบั การศกึ ษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จนประสบความส�ำเรจ็ สามารถรวบรวมข้อมูลและจดั ท�ำเปน็ หนงั สอื “ลูกหยี
ยะรัง มรดกภมู ิปัญญาท้องถ่นิ แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หย”ี เลม่ นข้ี ี้นมา เพอ่ื ใชเ้ ปน็ เอกสารประกอบการเรียนรขู้ องผเู้ รียน
กศน. เปน็ ฐานขอ้ มลู มรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ เพอื่ เผยแพรม่ รดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมเกยี่ วกบั ลกู หยยี ะรงั ใหค้ งอยู่
สบื ไป

(นายอุดร สิทธพิ าท)ี
ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั งาน กศน. จงั หวดั ปตั ตานี

กลกู หยยี ะรงั มรดกภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น
แห่งชมุ ชนดงตน้ หยี

ค�ำน�ำ

หนงั สือลูกหยียะรงั มรดกภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ แหง่ ชมุ ชนดงต้นหยี เลม่ น้ี จดั ท�ำเนื้อหาตามหลักสตู รและบท
เรยี นทส่ี ถานศกึ ษาไดพ้ ฒั นาขน้ึ โดยผเู้ ขยี นไดจ้ ดั ทำ� ตามลำ� ดบั และมเี นอื้ หาตรงตามจดุ ประสงคร์ ายวชิ า และครอบคลมุ
รายละเอียดในคำ� อธิบายรายวิชาอยา่ งสมบูรณ์ ด้วยการศึกษาการลงพนื้ ท่ีชุมชน ศึกษาข้อมลู จากแหลง่ ข้อมลู ต่าง ๆ
ผูเ้ ขียนได้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 บท ประกอบด้วย บทท่ี 1 ความเป็นมาของต้นหยียะรงั บทท่ี 2 ชุมชน
ดงต้นหยี บทที่ 3 การแปรรูปลูกหยียะรัง บทที่ 4 การส่งเสริมการขายสินค้าออนไลน์ บทท่ี 5 การมีส่วนร่วม
เพ่อื อนุรักษล์ ูกหยียะรงั อยา่ งย่ังยืน
องค์ความรู้ที่อยู่ในเอกสารเล่มนี้ เกิดข้ึนจากความรู้ ความเข้าใจ ข้อค้นพบ และความเพียรพยายาม
ที่จะจัดท�ำให้ส�ำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล และขอขอบคุณที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้ตรวจทาน
ความถูกตอ้ งของเน้อื หา ขอขอบคณุ คณะทำ� งานและผู้มีสว่ นเกีย่ วขอ้ งทุกทา่ น ทท่ี ำ� ให้เอกสารฉบับนสี้ ำ� เร็จลุล่วงไป
ได้ดว้ ยด ี

ธนวัฒน์ รตั นเดโช
ผู้เขียน

ข ลูกหยยี ะรัง มรดกภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น
แหง่ ชุมชนดงต้นหยี

ค�ำชีแ้ จง

หนงั สือ “ลกู หยยี ะรัง มรดกภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ แห่งชมุ ชนดงต้นหยี” เลม่ นี้ เกดิ ข้นึ จากการทคี่ ณะทำ� งาน
ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ�ำเภอยะรัง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ชุมชนดงต้นหยี
และด�ำเนินการน�ำร่องการจัดการเรียนการสอนท่ีบูรณากามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ให้กับผู้เรียนของ กศน.
อ�ำเภอยะรัง ซ่ึงผู้เขียนได้จัดท�ำไว้เพื่อเป็นฐานข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจได้รับรู้
เรยี นรู้ และร่วมกนั อนรุ กั ษม์ รดกภูมิปญั ญาทางวัฒนธรรมให้คงอย่สู ืบไป
หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมองค์ความรู้ การอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
อยา่ งยงั่ ยนื ซงึ่ เปน็ ขอ้ คน้ พบทเี่ กดิ จากการลงพนื้ ทรี่ วบรวมขอ้ มลู การสมั ภาษณช์ าวบา้ นในชมุ ชน และการจดั กจิ กรรม
การเรียนรู้ในพื้นที่จริง มีประเด็นที่น่าสนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ท่ีเก่ียวกับต้นหยีและลูกหยียะรัง
การได้รับรองขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งช้ีทางภูมิศาสตร์ รุกขมรดกของแผ่นดิน แหล่งเรียนรู้ในชุมชนดงต้นหยี ซ่ึงได้มี
การรวบรวมและจัดท�ำเป็นแผนท่ีชุมชน (ฉบับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม) การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากลูกหยี
และองคค์ วามรทู้ งั้ ในดา้ นการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ไดแ้ ก่ การสง่ เสรมิ การขายและการพฒั นา
ผลิตภัณฑ์โดยใช้เทคโนโลยีและโปรแกรมต่าง ๆ รวมท้ังกระบวนการมีส่วนร่วมของสถานศึกษา ชุมชน ผู้สอน
และผเู้ รยี นในการรว่ มกนั อนุรกั ษ์และใช้ประโยชนจ์ ากมรดกภูมปิ ญั ญาทางวัฒนธรรมอย่างยง่ั ยืน
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้ด�ำเนินการน�ำร่องจัดการศึกษานอกระบบ
และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั โดยบรู ณาการมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมจนประสบความสำ� เรจ็ และไดร้ วบรวมขอ้ มลู
จนเกิดเป็นเอกสารท่ีมีคุณค่าในทางวิชาการ และจะพัฒนาหลักสูตรน�ำร่องดังกล่าวให้เป็นรายวิชาเลือกของ กศน.
อ�ำเภอยะรงั ในโอกาสต่อไป เพื่อถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ใหก้ บั ผูเ้ รยี น ชุมชนทอ้ งถน่ิ ผมู้ สี ่วนเก่ยี วข้อง และผ้ทู ่สี นใจ

(นางสาวไรวินท์ พลเพชร)
ผูอ้ ำ� นวยการ กศน. อ�ำเภอยะรงั

คลูกหยยี ะรัง มรดกภมู ิปญั ญาท้องถนิ่
แหง่ ชมุ ชนดงต้นหยี

สารบัญ

หนา้

คำ� นยิ ม....................................................................................................................................................ก

คำ� น�ำ...................................................................................................................................................... ข

ค�ำชแ้ี จง..................................................................................................................................................ค

สารบญั ...................................................................................................................................................ง

เกริ่นน�ำ...................................................................................................................................................จ

บทที่ 1 ชมุ ชนดงตน้ หย.ี ...................................................................................................................................1

บทท่ี 2 ความรู้ทัว่ ไปเกยี่ วกบั ตน้ หยียะรัง...................................................................................................... 11

บทที่ 3 ลกู หยียะรงั กบั มรดกภมู ิปญั ญาทางวัฒนธรรม.................................................................................. 22

บทท่ี 4 การส่งเสรมิ การขายสินค้าออนไลน.์ ................................................................................................. 37

บทท่ี 5 การอนุรกั ษต์ ้นหยียะรังและการพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื ........................................................................... 46

บทสรปุ .......................................................................................................................................................... 54

บรรณานุกรม................................................................................................................................................. 56

คณะผจู้ ัดทำ� .................................................................................................................................................. 58

ประวตั ยิ ่อของผู้เขยี น..................................................................................................................................... 59

ง ลกู หยยี ะรงั มรดกภมู ิปญั ญาท้องถนิ่
แห่งชุมชนดงต้นหยี

เกริน่ นำ�

ด้วยส�ำนักงานยูเนสโก กรุงเทพมหานคร ร่วมกับส�ำนักงาน กศน. จัดโครงการความร่วมมือส่งเสริม
และรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในประเทศไทย
เรอ่ื ง การบรู ณาการมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมในการสอน ระหวา่ งวนั ที่ 1-2 และ วนั ท่ี 7-8 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2564
ท่ีผ่านมา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ�ำเภอยะรัง ได้ส่งตัวแทนบุคลากรเข้าร่วมอบรม
ในโครงการดังกล่าว หลังจากเสร็จสิ้นโครงการส�ำนักงาน กศน. ร่วมกับส�ำนักงานยูเนสโก กรุงเทพมหานคร
เปิดรับแผนการจัดเรียนรู้ที่บูรณาการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอธั ยาศยั เพอื่ คดั เลอื กมอบทนุ สนบั สนนุ ในการจดั การเรยี นการสอนนำ� รอ่ งนน้ั กศน.อำ� เภอยะรงั ไดพ้ ฒั นาหลกั สตู ร
และจดั ทำ� แผนการจดั การเรยี นรู้ เรอื่ ง “ลกู หยยี ะรงั มรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หย”ี ซง่ึ แผนการจดั การ
เรยี นรเู้ รอ่ื งดงั กลา่ วไดร้ บั คดั เลอื กใหด้ ำ� เนนิ การนำ� รอ่ งในการจดั การเรยี นการสอนในปกี ารศกึ ษาท่ี 2/2564 ทผี่ า่ นมา
และไดร้ บั รางวัลพิเศษเปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ทโ่ี ดดเด่นด้านการพัฒนาทีย่ ่ังยนื และนวัตกรรม
ผเู้ ขยี นและคณะทำ� งานของ กศน. อ�ำเภอยะรัง ได้ด�ำเนนิ การลงพื้นทส่ี ำ� รวจชุมชนดงตน้ หยี พบว่า มลี ูกหยี
ยะรงั ซงึ่ อยใู่ นวถิ ชี วี ติ ของชาวบา้ นในชมุ ชน และสามารถสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ชมุ ชน คณะทำ� งานจงึ ไดน้ ำ� องคค์ วามรเู้ รอ่ื ง
ลูกหยียะรงั มาใชบ้ ูรณาการในการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย ส่งผลใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ ความเข้าใจ
เกี่ยวกับมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่ในชุมชน ซ่ึงมีความส�ำคัญกับชุมชนในเชิงวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ ฯลฯ
นอกจากนแ้ี ลว้ ผเู้ รยี นยงั สามารถนำ� ความรทู้ ไ่ี ดไ้ ปใชต้ อ่ ยอดพฒั นามรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ดว้ ยการพฒั นาผลติ ภณั ฑ์
และโลโก้สนิ ค้า เพ่ือเปน็ การเพ่ิมมูลค่าให้กับผลติ ภณั ฑ์ของชมุ ชน ผู้เรยี นจะได้เรียนรู้การส่งเสรมิ การขายในชอ่ งทาง
ออนไลน์ ซ่ึงเป็นการขยายผลให้มรดกภูมิปัญญาท้องถ่ินเป็นท่ีรู้จักมากย่ิงขึ้น และเพิ่มยอดขายให้กับชุมชน
รวมทงั้ การสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี น ครผู สู้ อน สถานศกึ ษา และชมุ ชน มสี ว่ นรว่ มในการเผยแพรแ่ ละอนรุ กั ษม์ รดกภมู ปิ ญั ญา
ท้องถ่นิ
จากการด�ำเนินงานน�ำร่องที่ผ่านมา มีข้อค้นพบ องค์ความรู้ ที่เก่ียวกับลูกหยียะรังที่น่าสนใจ มากมาย
ผเู้ ขยี นจงึ ไดค้ ดิ รวบรวมขอ้ มลู แลว้ มาจดั ทำ� เปน็ หนงั สอื “ลกู หยยี ะรงั มรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หย”ี
เล่มนี้ เพือ่ เปน็ ฐานขอ้ มูลและเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกบั ลกู หยยี ะรัง และเพ่อื ใหผ้ ้เู รียนไดศ้ กึ ษาเรยี นรู้
เกยี่ วกบั มรดกภมู ปิ ญั ญา ทรพั ยากรทางธรรมชาติ การพฒั นามรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ในชมุ ชน จนเกดิ ความตระหนกั
และเขา้ ใจถงึ ความสำ� คญั ของมรดกภมู ปิ ญั ญาทมี่ อี ยใู่ นชมุ ชน สถานศกึ ษา ชมุ ชน และผเู้ รยี นมสี ว่ นรว่ มในการอนรุ กั ษ์
และถา่ ยทอดภมู ิปัญญาใหอ้ นชุ นรุ่นตอ่ ไป จนเกิดเปน็ การพฒั นาชมุ ชนท้องถ่นิ ไดอ้ ย่างยัง่ ยนื

จลูกหยียะรงั มรดกภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่
แห่งชุมชนดงต้นหยี

ลูกหยียะรงั มรดกภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ
แห่งชุมชนดงต้นหยี

บทที่ 1 ชุมชนดงตน้ หยี

ชุมชนดงต้นหยี ต้ังอยู่ท่ี บ้านปูลาตะเยาะฆอ นอกจากชุมชนดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ที่มีต้นหยี
หมทู่ ่ี 5 ต.ระแว้ง อ.ยะรงั จ.ปตั ตานี ทม่ี าของชือ่ ชมุ ชน เปน็ จำ� นวนมากแลว้ ทน่ี ยี่ ังเปน็ แหล่งเรยี นรูเ้ กษตรแบบ
ต้นหยี เน่ืองมาจากชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งท่ีมีต้นหยี ผสมผสานอีกด้วย ชาวบ้านในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบ
จ�ำนวนมากที่สุดในพื้นท่ีอ�ำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี อาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก เช่น การท�ำสวนยางพารา
ชุมชนแห่งน้ีมีการปลูกและใช้ประโยชน์จากต้นหยีมา การท�ำสวนผลไม้ การเลยี้ งแพะ และเลี้ยงโค เปน็ อาชพี
ตงั้ แตบ่ รรพบรุ ษุ จนถงึ ปจั จบุ นั ซงึ่ ไดร้ ว่ มกนั สบื ทอดจาก หลกั จากการท่ไี ดล้ งพืน้ ทสี่ ำ� รวจชุมชน พบว่า ชมุ ชนดง
รุ่นสู่ร่นุ นอกจากนี้ที่นีย่ ังมตี ้นหยียกั ษท์ ใ่ี หญแ่ ละเกา่ แก่ ต้นหยีเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรแบบผสมผสาน ชาวบ้าน
อายุ 400 กว่าปี ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนการเกษตรท่ี ได้น้อมน�ำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตร
น้อมนำ� ศาสตร์พระราชาและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ ทฤษฎีใหม่ และโคก หนอง นา โมเดล มาประยุกต์ใช้ใน
พอเพียงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะใน การด�ำรงชีวิต กล่าวคือ ชาวบ้านท�ำสวนยางพาราเป็น
เร่อื งการท�ำเกษตรทฤษฎีใหมแ่ ละโคก หนอง นา โมเดล หลัก และมีการปลูกพชื หมนุ เวยี น ผลไม้ตา่ ง ๆ เชน่ สละ
นอกจากนั้นในพน้ื ท่ยี ังมีเมอื งโบราณยะรงั อายุมากกวา่ อินโด ทเุ รียน กลว้ ย เปน็ ตน้ เพ่อื ให้มีรายได้หมุนเวียน
1000 ปี ผงั เมอื งเปน็ รูปวงรีขนาดใหญ่ในพ้ืนท่ีประมาณ ตลอดปี นอกจากน้ีท่ีนี่ยังมีการเล้ียงผึ้งชันโรง แมลง
9 ตารางกโิ ลเมตร เป็นเมืองท่มี กี ารสรา้ งทบั ซอ้ นกันถงึ เศรษฐกิจอีกชนิดหน่ึง ซึ่งสามารถเก็บน้�ำผ้ึงจ�ำหน่ายได้
3 เมือง ขยายตัวเชื่อมต่อกันเมืองโบราณบ้านวัด ความพเิ ศษของนำ�้ ผงึ้ ชนั โรงของทน่ี ่ี คอื กลนิ่ และรสชาติ
มีศนู ยก์ ลางเปน็ ลานจัตรุ ัสกลางเมือง ล้อมรอบด้วยคูนำ้� ของน้�ำผ้ึงจะเปล่ียนไปตามฤดูที่มีดอกไม้บานในแต่ละ
และมีซากเนินดินโบราณสถานกระจายอยู่โดยรอบกว่า ชว่ งปี ในชว่ งทเี่ ปน็ ฤดดู อกหยบี าน นำ�้ ผง้ึ ทนี่ ก่ี จ็ ะมรี สชาติ
25 แหง่ ของเปรี้ยวของหยีอยู่ด้วย ภายในชุมชนดงต้นหยีมีฐาน
การเรยี นรทู้ ม่ี คี วามหลากหลายและนา่ สนใจ ซงึ่ มเี สน้ ทาง
เมืองโบราณยะรงั บา้ นจาเละ และปา้ ยบอกทางทช่ี ดั เจน ผทู้ ส่ี นใจหรอื นกั ทอ่ งเทยี่ วเอง
ก็สามารถมาท�ำกิจกรรมปั่นจักรยาน ศึกษาเส้นทาง
ท่ีมาภาพ: การท่องเท่ยี วแห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป.). ธรรมชาติ โดยทางชมุ ชนมรี ถจกั รยานไวใ้ หบ้ รกิ ารอกี ดว้ ย
นอกจากการประกอบอาชพี เกษตรกรรมและการแปรรปู
ลูกหยีแล้ว ชุมชนแห่งนี้ยังมีการส่งเสริมอาชีพการท�ำ
กระเป๋าจากเศษผ้า สร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านใน
ชมุ ชนด้วย

1ลูกหยียะรงั มรดกภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิน่
แหง่ ชุมชนดงต้นหยี

นางสาวไรวินท์ พลเพชร ผู้อ�ำนวยการ กศน. และภูมิปัญญาต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อน�ำข้อมูลไป
อำ� เภอยะรงั พรอ้ มดว้ ยครแู ละบคุ ลากร ไดล้ งพนื้ ทชี่ มุ ชน ออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนในการศึกษานอก
ดงต้นหยี เพ่ือพบปะ พูดคุย ชี้แจงและขออนุญาตผู้น�ำ ระบบระดบั ขน้ั พื้นฐาน
ชมุ ชนและชาวบา้ นในชมุ ชน เกยี่ วกบั การท่ี กศน. อำ� เภอ ผลจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ นการนำ� รอ่ ง
ยะรังจะด�ำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาท่ีเก่ียว มีกิจกรรมการท�ำแผนที่ชุมชน โดยให้นักศึกษาได้ท�ำ
กบั ลกู หยยี ะรงั เพอ่ื จะนำ� รอ่ งในการบรู ณาการภมู ปิ ญั ญา กจิ กรรมสำ� รวจแหลง่ เรยี นรทู้ มี่ ใี นชมุ ชนและบนั ทกึ ขอ้ มลู
ทางวัฒนธรรมในการจัดการศึกษานอกระบบและการ เป็นแผนที่ชุมชนนั้น ผู้เขียนได้น�ำข้อมูลจากผลงานของ
ศึกษาตามอัธยาศัย ซ่งึ ไดร้ ับการสนับสนนุ จาก ยเู นสโก นกั ศกึ ษา และจากการลงพน้ื ทจี่ รงิ ในชมุ ชน มาวเิ คราะห์
กรุงเทพฯ และสำ� นกั งาน กศน. โดยทางผนู้ ำ� ชุมชน และ และรวบรวม ทำ� ใหพ้ บวา่ ชมุ ชนดงตน้ หยไี มไ่ ดม้ เี พยี งตน้
ชาวบา้ นมคี วามยนิ ดี และอยากมสี ว่ นรว่ มในการถา่ ยทอด หยเี ทา่ นนั้ แตช่ าวบา้ นในชมุ ชนมกี ารทำ� เกษตรแบบผสม
มรดกภูมิปญั ญาต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับการแปรรูปและใช้ ผสาน รวมท้ังการรวมกลุ่มอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับ
ประโยชน์จากลูกหยียะรัง ให้กับนักศึกษาของ กศน. คนในชมุ ชน ผเู้ ขยี นจงึ นำ� ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการลงพน้ื ทแี่ ละ
อำ� เภอยะรัง สอบถามจากชาวบ้านมาสรุปและออกแบบเป็นแผนที่
ตามที่ได้มีการพบปะพูดคุยกับผู้น�ำชุมชนแล้ว ชุมชนดงต้นหยี ฉบับแหล่งเรียนรู้มรดกภูมิปัญญาทาง
บคุ ลากรของ กศน.อำ� เภอยะรงั ยงั ไดม้ กี ารลงพน้ื ทช่ี มุ ชน วัฒนธรรม ดังนี้
ดงต้นหยี เพื่อส�ำรวจข้อมูลทรัพยากร แหล่งเรียนรู้

2 ลูกหยียะรัง มรดกภูมิปัญญาทอ้ งถิน่
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

แผนท่ชี มุ ชนดงต้นหยี

(ฉบับแหล่งเรียนรมู้ รดกภมู ปิ ัญญาทางวฒั นธรรม)

3ลูกหยียะรงั มรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

จากภาพแผนที่ดังกล่าวข้างต้นผู้เขียนได้ คุณสมบตั ิเด่นของชันโรง
ออกแบบแผนทที่ แี่ สดงถงึ แหลง่ เรยี นรทู้ ม่ี อี ยใู่ นชมุ ชนดง 1. ไมม่ ีเหล็กใน จงึ ไม่ตอ่ ย ปอ้ งกันตัวเองดว้ ย
ต้นหยี ซ่ึงเก่ียวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม การกดั
และการท�ำเกษตรแบบผสมผสาน อันจะเป็นความรู้ท่ีมี 2. เน่ืองจากตัวเล็กกว่าผึ้ง ระยะบินหากินจึง
ประโยชน์ต่อผู้เรียน เยาวชนในพ้ืนท่ีเป็นอย่างย่ิง ใกลก้ วา่ ผงึ้ แค่ 300 เมตรจากรงั จงึ ควบคมุ ใหช้ นั โรงผสม
โดยสามารถจำ� แนกเป็นแหลง่ เรียนรไู้ ด้ดงั น้ี เกสรต้นไม้ท่ีต้องการไดง้ ่ายกว่าผ้ึง
3. ชันโรงตอมดอกไม้ทุกชนิด ไม่เลือกตอม
1. การเล้ยี งผง้ึ ชันโรง เฉพาะดอกไม้ที่ชอบ ถึงแม้ว่าดอกน้ันจะมีแมลงตัวอื่น
ตอมแล้ว ชันโรงก็ตอมซ�้ำ ไม่เหมือนผ้ึง และด้วยระยะ
ชนั โรง (Stingless Bees) เปน็ แมลงในกลมุ่ เดยี ว หากินที่ใกล้ ท�ำให้ชันโรงมีโอกาสผสมเกสรดอกเดิมซ�้ำ
กับผึ้ง แต่ไม่มีเหล็กใน พบได้ในทุกภูมิภาคของไทย ใน หลายรอบ จึงมีประสิทธิภาพในการช่วยผสมเกสร
ไทยมที งั้ หมด 34 สายพนั ธ์ุ ชอ่ื ชนั โรง (ชนั -นะ-โรง) หมาย มากกวา่ ผง้ึ
ถึงโรงงานผลิตชัน เพราะผลิตชันได้ค่อนข้างเยอะ เม่ือ 4. ชนั โรงเน้นเก็บเกสร 80 เปอร์เซ็นต์ เก็บนำ้�
ก่อนเราเอาชันมาใช้อุดภาชนะ อุดฐานพระ ท�ำยาแผน ต้อย (น�้ำหวานดอกไม้) 20 เปอร์เซ็นต์ จึงช่วยแพร่
โบราณ แต่ตอนน้ีเราพบสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ กระจายเกสรดอกไม้ไดด้ ีมาก
ซ่ึงช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อโรค สร้างภูมิคุ้มกัน 5. เลีย้ งงา่ ย เคลอ่ื นยา้ ยรงั ไดง้ า่ ย และแทบจะ
ยับยั้งเช้ือราและจุลินทรีย์ต่าง ๆ ซ่ึงเป็นสาเหตุของโรค ไม่ท้งิ รัง จะอยู่รงั เดมิ ไปเร่อื ย ๆ
ผิวหนังหรือแผลอักเสบในช่องปากและคอ จึงน�ำมาใช้ 6. นำ�้ ผ้งึ ชนั โรงมีรสหวานอมเปรีย้ ว มีสารตา้ น
เปน็ ยารกั ษาแผลอกั เสบในปาก สบู่ ยาสีฟนั สเปรยช์ ่อง อนมุ ลู อสิ ระ วติ ามนิ และนำ้� ตาลกลโู คสสงู กวา่ นำ�้ ผง้ึ ทวั่ ไป
ปาก และลกู อม ขนาดของชนั โรงเลก็ กวา่ ผ้งึ มาก พดู ให้ จึงมีราคาสูงกว่าถึงสิบเท่า นิยมน�ำไปท�ำยาและเครื่อง
เหน็ ภาพกค็ อื ตวั เทา่ แมลงหวี่ มขี า 3 คู่ คทู่ สี่ ามซง่ึ อยดู่ า้ น ส�ำอาง ช่วยบ�ำบัดและฟื้นฟูผู้ป่วยโรคต่าง ๆ เช่น โรค
หลงั ยาวทสี่ ดุ ท�ำหน้าทข่ี นเกสรเขา้ รัง ชนั โรงเปน็ แมลงที่ ระบบทางเดินอาหาร โรคระบบทางเดินหายใจ โรคใน
ออ่ นไหวต่อสารเคมี ถา้ สวนไหนฉีดยา่ ฆา่ แมลง ไม่ใชแ่ ค่ ชอ่ งปาก ลดความดนั โลหติ ตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ ระงบั อาการ
แมลงท่ีตาย แต่ชันโรงก็อยู่ไม่ได้ ดังน้ันการเห็นชันโรง คล่ืนไส้อาเจียน เป็นต้น (สรายุทธ ปิตตาระเต และธีร
ที่สวนไหนก็แปลว่าสวนน้ันไม่ใช้ยาฆ่าแมลง (ทรงกลด นาฏ ศักด์ิปรชี ากุล, 2564)
บางยีข่ ัน, 2563)

4 ลกู หยียะรงั มรดกภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิน่
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

การเลี้ยงชันโรงในชุมชนดงต้นหยี ชาวบ้านท�ำ 3. ต้นหยยี กั ษ์
ลงั สำ� หรบั เปน็ ทอ่ี าศยั ของชนั โรงจากไมจ้ ากนน้ั วางบนตอ
ไม้และยกพื้นด้วยแท่งปูนเพ่ือป้องกันไม่ให้จมน้�ำเวลา หยีต้นนี้มเี สน้ รอบวงประมาณ 4.30 เมตร และ
หน้าฝน ด้านบนจะมีแผ่นกระเบื้องปิดเพื่อกันแดดและ มีความสูง 40-50 เมตร มอี ายุประมาณ 280-300 ปี เส้น
ฝน และจะนำ� รังชันโรงไปวางไวใ้ ตต้ น้ ไมใ้ หญ่ในสวนเพื่อ รอบวง 4.30 เมตร สูง 40 - 50 เมตร พกิ ัดทางภมู ศิ าสตร์
ให้ชันโรงได้ออกไปผสมเกสรและเก็บน�้ำหวานในบริเวณ ท่ี 6.754836, 101.316096 ตามค�ำบอกเลา่ ของนายมู
ใกลเ้ คยี งเชน่ สวนสละอนิ โด สวนทเุ รยี น สวนกาแฟ สวน ฮัมหมัด รอซอดี กล่าวว่าเป็นต้นท่ีเก่าแก่ ยู่ในพื้นท่ีมา
ผลไม้ เป็นตน้ นาน 4 ชว่ งอายคุ น เปน็ ตน้ ไมเ้ ศรษฐกจิ แตน่ อ้ ยทจ่ี ะเหน็
ตน้ ใหญย่ นื ตน้ มานานขนาดเทา่ ตน้ นี้ ปจั จบุ นั อยใู่ นความ
2. สวนยางพารา ดูแลของนายโมฮามัดรอสดี มะมิง ชาวบ้านชมุ ชนดงตน้
หยี รวมทั้งเป็นปราชญ์ชาวบ้าน และวิทยากรถ่ายทอด
พื้นท่ีชุมชนดงต้นหยีส่วนใหญ่จะมีท�ำสวน ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ
ยางพาราเปน็ หลกั เนอื่ งจากเปน็ พชื เศรษฐกจิ ของภาคใต้
ทปี่ ลกู กนั มานาน ปจั จบุ นั เนอ่ื งจากสภาพราคายางพารา
ตกตำ�่ ทำ� ใหเ้ กษตรกรในชมุ ชนสว่ นใหญเ่ รมิ่ มกี ารปลกู พชื
อื่น ๆ ขึ้นมาทดแทน แต่ยังคงมีการปลูกยางพาราอยู่
เน่ืองจากสามารถเก็บเก่ียวและจ�ำหน่ายน�้ำยางได้ตลอด
สว่ นพชื อนื่ ๆ ทปี่ ลกู ขน้ึ แซมนน้ั สว่ นมากจะเกบ็ ไดเ้ ฉพาะ
ชว่ งฤดเู ทา่ นนั้ เชน่ ลกู หยี ทเุ รยี น มงั คดุ ลองกอง เปน็ ตน้
ชาวบา้ นทช่ี มุ ชนดงตน้ หยจี ะขายนำ�้ ยางพาราหรอื ทำ� เปน็
ขี้ยางสะมากกว่า เน่ืองจากประหยัดเวลา ต้นทุน และ
แรงงาน

5ลูกหยียะรงั มรดกภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ
แหง่ ชุมชนดงต้นหยี

ต้นหยียักษ์ต้นน้ีได้รับการบันทึกเป็นรุกขมรดก สามารถสังเกตได้ง่าย และมีจ�ำนวนมาก ท�ำให้สามารถ
ของแผ่นดิน ซึ่งเป็นโครงการการคัดเลือกต้นไม้ท่ีมีอายุ เก็บเกยี่ วลูกหยไี วส้ �ำหรบั บริโภคและจำ� หนา่ ยไดต้ ลอดปี
ตง้ั แต่ 100 ปขี น้ึ ไป แลว้ มคี วามสำ� คญั ในเชงิ ประวตั ศิ าสตร์ เนอ่ื งจากลกู หยจี ะเกบ็ ไดแ้ คป่ เี วน้ ปเี ทา่ นนั้ เนอื่ งจากเวลา
และพ้นื ท่ี ข้ึนทะเบียนโดยกระทรวงวัฒนธรรม ประจ�ำปี ชาวบ้านข้ึนไปเก็บจะใช้วิธีลานกิ่งลงมาหมด ไม่ได้เก็บ
พ.ศ. 2561 เพอ่ื เฉลมิ พระเกยี รติ สมเดจ็ พระเทพรตั นราช เฉพาะตัวผลลูกหยี ท�ำให้ต้นต้องใช้เวลาในการแตกกิ่ง
สุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี เนอ่ื งในโอกาสทรงเจรญิ พระ และใบใหมไ่ ปอกี ประมาณ 1 ปี ในชมุ ชนดงตน้ หยมี ีตน้
ชนมายุ 61 พรรษา 2 เมษายน 2561 และตระหนกั ถงึ หยปี ระมาณ 400-500 ตน้ เมอ่ื เราเดนิ ไปในชมุ ชนจะเหน็
คุณค่าของไม้ใหญ่ต่อวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ต้นหยีกระจายอยู่โดยทั่วไป สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ในฐานะที่ “ต้นไม้ใหญ”่ คือภาพสะทอ้ นและสัญลักษณ์ เน่ืองจากมคี วามสงู ใหญ่ มองเหน็ ได้แต่ไกล
มีชวี ติ ของชมุ ชนต่าง ๆ ท่ตี น้ ไมใ้ หญ่เหล่านั้นด�ำรงอยู่
แต่เดิมต้นหยีมักนิยมปลูกเพ่ือกั้นแบ่งเขตแดน 4. สวนสละอนิ โด
สวนของชาวบา้ น และนยิ มนำ� มาทำ� เปน็ ไมแ้ ปรรปู สำ� หรบั
สรา้ งบา้ นเรอื นของคนในอดตี เนอื่ งจากเปน็ ไมเ้ นอื้ แขง็ มี สละอนิ โด เปน็ พชื ทจ่ี ดั อยใู่ นสกลุ เดยี วกบั ปาลม์
ความทนทาน แต่เน่ืองจากปัจจุบันต้นหยีมีจ�ำนวนน้อย ไม่มีล�ำต้นมีใบยาวคล้ายหางปลาจับจีบซ้อนกัน และมี
และได้รับการอนุรักษ์จึงไม่ค่อยมีการตัดมาเพื่อท�ำไม้ หนามเป็นจ�ำนวนมาก ส่วนผลนั้นออกเป็นช่อตรงกลาง
แปรรปู แตจ่ ะแปรรปู ผลทไี่ ดจ้ ากตน้ หยมี ากกวา่ ในพน้ื ที่ ใบ ผลมีลักษณะคล้ายวงกลม ผลเป็นเกล็ดมีหนามโดย
ชุมชนดงต้นหยีส่วนใหญ่ต้นหยีจะมีขนาดสูงใหญ่มาก รอบ เม่อื สกุ มีสแี ดงคล้�ำ ดา้ นในผลมีกลบี สขี าวนวล 1-3
สามารถเหน็ ไดเ้ ดน่ ชดั เวลาเดนิ ลงไปในพน้ื ทแี่ ปลงเกษตร กลีบ และมีเมลด็ สดี �ำ ซง่ึ สัดสว่ นของผลน้นั พบว่ามีส่วน
ของเนอื้ มากกวา่ เมลด็ ซงึ่ เปน็ ผลไมพ้ น้ื เมอื งของประเทศ
อินโดนีเซีย แต่ปัจจุบันนิยมปลูกกันมากในภาตใต้ของ
ประเทศไทย
1. เปน็ ผลไม้แก้กระหาย และเพิ่มความชุ่มชื้น
ให้กับร่างกาย ทุกครั้งท่ีได้รับประทานร่างกายจะได้รับ
การเติมนำ�้ เขา้ ไปในร่างกายด้วย
2. ช่วยบ�ำรุง และรักษาตา ป้องกันอาการ
ตาบอด ตอนกลางคืน หากทุกคนมีปัญหาเก่ียวกับ
สายตาควรรับประทานอยา่ งยิง่
3. เป็นผลไม้ที่เหมาะส�ำหรับการลดน�้ำหนัก
และควบคุมน�้ำหนัก เพราะรสหวานหน่อย ๆ แต่รับ
ประทานแลว้ อ่ิมทอ้ งชว่ ยใหอ้ ิม่ ท้องในมือ้ เย็นได้
4. ชว่ ยปอ้ งกนั อาการหวดั และปอ้ งกนั การเปน็
ไขไ้ ด้ เพราะมวี ติ ามนิ ซตี วั ชว่ ยสำ� คญั ในการบำ� รงุ รา่ งกาย
5. ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วง ท้องเสีย ท้อง
ผกู และลดกรดในกระเพาะอาหารได้

6 ลกู หยยี ะรงั มรดกภมู ิปัญญาท้องถ่นิ
แหง่ ชุมชนดงต้นหยี

6. นอกจากการรับประทานผลสดแล้ว โคก หรอื “พนื้ ที่สงู ”
ยังสามารถน�ำมาแปรรูปไดห้ ลากหลายเมนูทั้ง สละลอย เปน็ ดนิ ทถ่ี กู มนษุ ยข์ ดุ ขน้ึ มาจากการทำ� หนองนำ้�
แกว้ สละแชอ่ ม่ิ หรอื นำ� ไปปรงุ อาหารตามความชอบของ แลว้ นำ� ดนิ นน้ั มาทำ� เปน็ โคก บนโคกจะปลกู ปา่ โดยทำ� เปน็
ทกุ คน ป่า 3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 อย่าง สามารถปลูกพืช ผัก ผกั
สวนครัว เลย้ี งหมู เล้ียงไก่ หรอื เล้ียงปลา โดยจะทำ� ให้
เทคนคิ การขยายพันธ์ุสละอนิ โด การเป็นอยขู่ องเกษตรกรเปน็ แบบพอกินพอใช้ หรือตาม
สละอินโดใช้วิธีการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะ แนวทางขน้ั พนื้ ฐานแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยชมุ ชนดง
เมลด็ วธิ กี ารเพาะใหไ้ ดผ้ ลเรว็ คอื เอาถาดมกี น้ ตนื้ ใสท่ ราย ต้นหยีมีการจ�ำแนกการปลูกพืชตามแนวความสูงออก
และน�้ำลงไปให้พอท่วมทราย น�ำเมล็ดสละมาฝังลงใน เป็น 5 ระดับ ได้แก่
ทรายให้พอท่วม วางไว้ในท่ีแดดร�ำไร รอประมาณ 1-2 ไมห้ ัวใต้ดิน ไดแ้ ก่ ขิง ข่า และเผือก เป็นต้น
สปั ดาห์ รากและใบจะงอกออกมา จากนนั้ จงึ นำ� ไปลงดนิ ไม้เรยี่ ดนิ อยา่ ง ไมเ้ ลื้อยต่าง ๆ ได้แก่ ตะไคร้
และเพาะตอ่ ในถุงชำ� ตอ่ ไป พรกิ ไทย เป็นต้น
5. โคก หนอง นา โมเดล ไมเ้ ตย้ี ซง่ึ เปน็ ไมพ้ มุ่ เตยี้ ทไี่ มไ่ ดม้ คี วามสงู มากอยู่
โคก หนอง นา โมเดล เปน็ การพัฒนาจดั การ ใตไ้ ม้สงู และไม้กลาง ไดแ้ ก่ มะเขือเปราะ พรกิ ขี้หนู ต้น
พื้นท่ีทางการเกษตร ซ่ึงเป็นการผสมผสานของเกษตร เหรยี ง ผักหวานบ้าน เป็นตน้
ทฤษฎีใหม่ร่วมกับภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยท่ีมีความ ไม้กลาง โดยจะเป็นต้นไม้ที่ไม่ได้สูงมาก ส่วน
เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพธรรมชาติท่ีมีอยู่ใน ใหญ่เปน็ ไมผ้ ลทส่ี ามารถเกบ็ กนิ ได้ ได้แก่ ทเุ รยี น มงั คดุ
พน้ื ทน่ี นั้ ๆ ซงึ่ ตอ้ งบอกวา่ ชอ่ื เรยี กนี้ เปน็ การจดั การสภาพ และมะมว่ ง เป็นตน้
แวดลอ้ มทมี่ อี ยแู่ ลว้ ตามธรรมชาติ โดยมนษุ ยน์ ำ� สงิ่ ทม่ี อี ยู่ ไม้สูง จะเป็นไม้เรือนยอดสูงที่มีอายุยืนนาน
นั้ น ม า ส ่ ง เ ส ริ ม ท� ำ ใ ห ้ เ กิ ด ค ว า ม ส� ำ เ ร็ จ ใ น ก า ร ท� ำ ได้แก่ ตะเคียน และหยี เปน็ ต้น
เกษตรกรรมโดยเร็ว และเปน็ ระบบมากขึน้ ทง้ั น้ี แต่ละ หลังจากนั้น 1 – 2 ปี กเ็ รมิ่ ปลกู ไม้ท่ีใชใ้ นการ
ค�ำของชื่อเรียกยังหมายถึงแนวทางการท�ำเกษตรแบบ กอ่ สรา้ งทอ่ี ยอู่ าศัย เม่อื เตบิ โตจนมรี ม่ เงาให้พื้นท่ี ก็ค่อย
อินทรีย์ และการสร้างชีวิตที่มีความย่ังยืนอย่างท่ีสุด ไปเร่ิมปลูกบรรดาพืชสมุนไทย และในส่วนของพ้ืนที่ท�ำ
(สำ� นักงานพฒั นาการวจิ ัยการเกษตร (องค์การมหาชน), นาควรมขี นาดทเ่ี หมาะสม สามารถปลกู ขา้ วไดใ้ นปรมิ าณ
ม.ป.ป.) เพียงพอต่อการกินภายในครัวเรือน ไม่ต้องไปซื้อให้เสีย
เงนิ ต่อด้วยการขุดบอ่ นำ้� ร่องนำ้� เลก็ เพอื่ เพ่ิมความชุ่ม
ชน้ื ของชน้ั ดนิ เลยี้ งปลาไวเ้ ปน็ อาหาร เมอื่ ปลกู ปา่ 3 อยา่ ง
ก็น�ำมาใช้ทำ� ประโยชน์ 4 อย่างได้ คือ ใชท้ ำ� ทอ่ี ยู่ ใช้เป็น
เครอ่ื งดืม่ สมุนไพร ใชเ้ ปน็ เคร่อื งมือหัตถกรรม ใช้เปน็ รม่
เงา สรา้ งความเย็นสบายแกต่ ัวบา้ น

7ลูกหยยี ะรงั มรดกภูมปิ ัญญาท้องถิ่น
แหง่ ชมุ ชนดงต้นหยี

ใหม้ คี วามสงู และกวา้ ง เปน็ การเปดิ พน้ื ทรี่ บั นำ�้ ได้ ไมเ่ ปน็
ภัยเมื่อมีน้�ำไหลหลากมาท่วม สามารถปลูกพืชได้ตาม
คันนา

หนอง หรือ “หนองนำ้� หรือแหล่งนำ�้ ” 6. แปลงเกษตรผสมผสาน
หนอง คอื การขดุ หนองเอาไวเ้ พอ่ื กกั เกบ็ นำ�้ ทม่ี ี
ความจำ� เปน็ ชว่ งหนา้ แลง้ ชว่ งทม่ี นี ำ้� ปา่ ไหลหลาก นำ้� ทว่ ม การท�ำเกษตรยุคปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ
หรอื เปน็ หลมุ ทเี่ อาไวร้ บั นำ�้ ทจ่ี ะมาทว่ มขงั (หลมุ ขนมครก) หนง่ึ ในการทำ� เกษตรทยี่ ง่ั ยนื และไดผ้ ลดี สามารถใชไ้ ดก้ บั
โดยการขดุ ปกตแิ ลว้ จะเรยี กวา่ คลองไสไ้ ก่ หรอื คลองทใี่ ช้ ทกุ พน้ื ทค่ี อื การทำ� เกษตรผสมผสาน ตามแนวทางเกษตร
ระบายน�้ำซ่ึงเป็นพ้ืนท่ีตามภูมิปัญญาแบบชาวบ้าน การ ทฤษฎใี หม่ มกี ารแบง่ พน้ื ทเ่ี พ่ือใช้ให้เกดิ ประโยชน์สงู สดุ
ขุดจะมีลักษณะคดเคี้ยวออกไปตามพื้นที่ เพ่ือเป็นการ โดยเรมิ่ จากจดั การดนิ และนำ�้ โดยในพน้ื ทมี กี ารขดุ บอ่ นำ�้
กระจายน�้ำให้เต็ม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดพลังงานไม่ บาดาล สามารถใช้ได้อย่างเพียงพอ ปลูกพืช ไม้ยืนต้น
ตอ้ งไปรดน�้ำต้นไม้ นอกจากน้ี ยงั มีการท�ำเป็นฝายเอาไว้ เลี้ยงสัตว์ เพ่ือสร้างระบบนิเวศที่ดี ปลูกป่าไว้ใช้เป็น
ทดนำ�้ เพอ่ื ใหส้ ามารถเอาไปกกั เกบ็ นำ�้ ไวภ้ ายในพน้ื ที่นน้ั พลังงาน อนุรักษ์พันธุกรรมพืชเพ่ือสร้างความหลาก
ๆ ใหไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ เมอ่ื พน้ื ทท่ี อี่ ยโู่ ดยรอบไมไ่ ดม้ กี ารกกั เกบ็ หลาย รวมท้ังมีโรงส�ำหรับท�ำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองด้วย
นำ้� นำ�้ กจ็ ะไหลหลากลงมาภายในหนองนำ�้ รวมถึงคลอง ถอื เปน็ แหลง่ เรยี นรทู้ ที่ ำ� ใหผ้ สู้ นใจมาเกย่ี วกบั ความรดู้ า้ น
ไส้ไก่ ช่วยให้สามารถใช้ฝายกักเก็บไว้ใช้ยามหน้าแล้งได้ เกษตรสามารถน�ำความรู้ไปใชเ้ ล้ยี งตวั เองได้ มกี นิ มีอยู่
ท้งั ยังมีการพัฒนาพืน้ ที่ อยา่ งการขุดลองหนอง คู คลอง มใี ชใ้ นพนื้ ทข่ี องตวั เองเมอ่ื บรหิ ารพน้ื ทไ่ี ดส้ มดลุ กส็ ามารถ
เพ่ือกักเกบ็ นำ้� ไวใ้ ช้ยามหนา้ แล้ง และระบายออกเมือ่ นำ�้ สรา้ งผลผลิตทดี่ ี และขยับขยายไปสกู่ ารท�ำธุรกิจเกษตร
ไหลหลาก อย่างย่ังยืน โดยอาจจะรวมกลุ่มร่วมกับเครือข่าย
นา เกษตรกรท่ีด�ำเนินแนวทางเดียวกันเพื่อแลกเปลี่ยน
เป็นพื้นท่ีให้ปลูกข้าวอินทรีย์ตามแบบฉบับพื้น ความรู้ เทคโนโลยี เครอ่ื งมอื เกษตรตา่ งๆ ตลอดจนตลาด
บ้าน ซึ่งจะมีการเร่ิมต้นมากจากการพัฒนาฟื้นฟูที่ดิน ผูบ้ รโิ ภคของตนเอง
อยา่ งการเลือกทำ� การเกษตรแบบอินทรยี ์ย่ังยืน เพื่อคืน
ส่ิงมีชีวิตเล็ก ๆ ท่ีเรียกว่าจุลินทรีย์กลับไปยังผืนดิน
ช่วยควบคุมปริมาณน�้ำท่ีมีอยู่ภายในนาให้สมบูรณ์
คมุ หญ้าโตก�ำลังดี ปลอดสารเคมี ไม่เปน็ อนั ตรายทง้ั คน
ที่ปลกู รวมถงึ คนท่กี นิ ด้วย นอกจากนี้ ยังมกี ารยกคนั นา

8 ลกู หยียะรงั มรดกภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ
แหง่ ชุมชนดงตน้ หยี

8. มัสยิดดารลุ ตักวา (ปลู าตะเยาะฆอ)

ตง้ั อยทู่ ี่ ม.5 ต.ระแวง้ อ.ยะรงั จ.ปตั ตานี 94160
เปน็ ทปี่ ฏบิ ตั ศิ าสนกจิ สำ� หรบั พน่ี อ้ งชาวไทยมสุ ลมิ ในพนื้ ท่ี
ชุมชนดงต้นหยี และบ้านปูลาตะเยาะฆอ ต�ำบลระแว้ง
อำ� เภอยะรงั จังหวดั ปตั ตานี

7. กลมุ่ สตรดี งต้นหยี
เป็นกลุ่มสตรีที่รวมตัวกันเพื่อสร้างรายได้เสริม
จากการใช้เศษผ้าที่เหลือใช้มาท�ำให้เกิดประโยชน์ด้วย
การแปรรปู เปน็ กระเปา๋ ยา่ ม หมอน หรือผา้ ละหมาด
เป็นต้น

ท้ังนี้ยังมีการเปิดสอนให้ผู้สนจ�ำได้ร่วมท�ำ 9. ศนู ยบ์ รกิ ารข้อมลู ชมุ ชน
กิจกรรมการเย็บกระเป๋าผ้าอย่างง่ายด้วย รวมท้ังเป็น
สถานที่แปรรูปลูกหยียะรังเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เป็นสถานที่ติดต่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ของ
ลูกหยีฉาบแบบโบราณ ลูกหยีทรงเครื่อง ลูกหยีกวน ชุมชนดงต้นหยี และเป็นสถานที่ส�ำหรับในการจัด
เป็นต้น ถือเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมของชาวบ้าน กิจกรรมต่าง ๆ และสามารถรอบรับผู้มาเย่ียมเยือน
ในชมุ ชนไดเ้ ป็นอยา่ งดี เนอื่ งจากชาวบา้ นในชมุ ชนจะมา นกั ทอ่ งเทยี่ ว หรอื ผ้ทู ี่สนใจมาศกึ ษาหาข้อมูลตา่ ง ๆ และ
ร ว ม ตั ว กั น เ พื่ อ ท� ำ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ ์ แ ป ร รู ป จ า ก ลู ก ห ยี ยงั เปน็ สถานทจ่ี ดั จำ� หนา่ ยผลติ ภณั ฑต์ า่ ง ๆ ของชมุ ชนดง้
เพือ่ จ�ำหนา่ ยตามทีล่ ูกค้าสงั่ ซอื้ ต้นหยี ได้แก่ ลูกหยีแปรรูปแบบต่าง ๆ น้�ำผึ้งชันโรง
เป็นต้น ผู้ที่สนใจสามารถมาซ้ือหาเป็นของฝากติดไม้
ติดมือกลับไปได้ โดย กศน. อ�ำเภอยะรังได้จัดกิจกรรม
การเรียนการสอนท่ีบูรณาการมรดกภูมิปัญญาทาง
วัฒนธรรมในการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยของ กศน. อ�ำเภอยะรัง ณ ศูนย์บริการข้อมูล
ชุมชนดงตน้ หยดี ้วย

9ลูกหยียะรงั มรดกภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

สรปุ มอี ายยุ นื หลายรอ้ ยปี คนทป่ี ลกู และดแู ลจงึ ตอ้ งถา่ ยทอด
ชุมชนดงต้นหยี เป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับ จากรุ่นสู่รุ่น จนในพ้ืนที่มีต้นหยีขนาดใหญ่เป็นจ�ำนวน
การเกษตรแบบผสมผสานที่มีการน้อมน�ำหลักปรัชญา มาก ในอดีตมีการใช้ประโยชน์จากไม้หยี เนื่องจากเป็น
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เกษตรทฤษฎใี หม่ และโคก หนอง ไม้เนื้อแข็งและทนทาน นิยมน�ำมาสร้างบ้านเรือน
นา โมเดล มาใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของ แต่ในปัจจุบันมีการรณรงค์ไม่ตัดต้นหยี เพื่อเป็นการ
ชาวบา้ นในชมุ ชนดงตน้ หยที ย่ี ดึ เปน็ อาชพี หลกั ซง่ึ ผเู้ รยี น อนรุ กั ษแ์ ละใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นบรโิ ภคแทน ถอื เปน็ มรดก
หรือผู้สนใจจะได้เรียนรู้การท�ำเกษตรแบบผสมผสาน ภูมิปัญญาท่ีเก่ียวกับการใช้ประโยชน์จากต้นหยี
สามารถน�ำความรู้ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพหรือ และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ลูกหยีฉาบแบบ
ต่อยอดอาชีพของตนเอง สามารถสร้างรายได้ให้กับ โบราณ ลูกหยที รงเครื่อง ลกู หยกี วน ซงึ่ เป็นสินคา้ ท่มี ีช่ือ
ตนเองและชุมชน เน่ืองจากสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต เสียงชองชุมชนและจังหวัดปัตตานี องค์ความรู้เหล่าน้ี
ทางการเกษตรได้ตลอดปี ซึ่งการท�ำเกษตรในชุมชนดง ถอื วา่ มคี วามสำ� คญั และสะทอ้ นถงึ ตวั ตนของชมุ ชนไดเ้ ปน็
ต้นหยีเป็นการท�ำเกษตรแบบอินทรีย์ปลอดสารพิษและ อยา่ งดี นอกจากนที้ าง กศน. อำ� เภอยะรงั ไดม้ กี ารพฒั นา
ยาฆ่าแมลง ท�ำให้ผู้บริโภคม่ันใจในการรับประทาน ผลติ ภณั ฑจ์ ากลกู หยใี หม้ คี วามหลากหลายมากขน้ึ ซงึ่ ใน
ผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ โดยมีดัชนีตัวช้ีวัดความ บทต่อไปผู้เขียนจะอธิบายเน้ือหาท่ีเก่ียวข้องกับต้นหยี
ปลอดภัยที่ส�ำคัญ คือ ผ้ึงชันโรง ท่ีชาวบ้านเลี้ยงไว้โดย ยะรังและลูกหยียะรัง ผู้เขียนได้รวบรวมเนื้อหาท้ัง
รอบแปลงเกษตรผสมผสาน ลักษณะทางกายภาพ ลกั ษณะทางพฤษศาสตร์ การข้นึ
จากการลงพื้นที่ส�ำรวจชุมชนดงต้นหยี พบว่า ท ะ เ บี ย น ลู ก ห ยี ย ะ รั ง เ ป ็ น สิ่ ง บ ่ ง ช้ี ท า ง ภู มิ ศ า ส ต ร ์
เป็นแหล่งท่ีมีต้นหยีจ�ำนวนมากที่สุดในอ�ำเภอยะรัง ซึ่งเป็นการก�ำหนดลักษณะเฉพาะให้กับลูกหยีในพ้ืนที่
ซึ่ ง เ ป ็ น พื ช พ้ื น ถิ่ น ที่ มี นั ย ส� ำ คั ญ ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม อ�ำเภอยะรัง และในจังหวัดปัตตานี ส่งผลให้เกิดการ
และเศรษฐกิจของพื้นท่ี ต้นหยีบ่งบอกประวัติ พัฒนาผลิตภัณฑ์ลูกหยียะรัง และการขยายตลาด
ความเป็นมาของพ้ืนท่ีได้ เน่ืองจากหยีเป็นไม้ยืนต้น การสร้างรายได้ใหก้ บั ชมุ ชน

10 ลูกหยยี ะรงั มรดกภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ
แห่งชุมชนดงต้นหยี

บทที่ 2 ความรทู้ ัว่ ไปเกย่ี วกับต้นหยียะรงั

ตน้ หยี เปน็ ไมย้ นื ตน้ ขนาดใหญท่ มี่ อี ายยุ าวนาน ช่อื เรยี กอนื่ กาหยเี ขา, หยเี ขา (ภาคใต)้ ,
เป็นร้อยปี มีถิ่นก�ำเนิดอยู่ในรัฐซาบาห์และซาราวักของ นางดำ� , หมากเคง็ (นครราชสมี า), เขลง (ภาคกลาง), ยี
ประเทศมาเลเซีย และพบมีการกระจายพันธุ์อยู่ในอีก (ภเู ก็ต) (สมยั เสวครบุรี และทกั ษณิ อาชวาคม, 2551)
หลายประเทศ ไดแ้ ก่ กัมพูชา ลาว พมา่ เวียดนาม และ
ไทย เป็นผลไม้พ้ืนเมืองทางภาคใต้ของไทย มักเจริญ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เตบิ โตอยตู่ ามเชงิ เขา แหลง่ ทพี่ บ คอื ปา่ เตง็ รงั ปา่ ดบิ แลง้ ลกั ษณะล�ำตน้
และป่าคืนสภาพ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ชอบ หยีมีขนาดสูงใหญ่คล้ายต้นพิกุล เปลือกล�ำต้น
แสงแดดจดั ชอบขนึ้ ในทค่ี อ่ นขา้ งชนื้ ตน้ หยเี ปน็ ไมย้ นื ตน้ เปน็ สเี ทาอมนำ�้ ตาล โดยแตล่ ะสายพนั ธม์ุ ลี ำ� ตน้ เหมอื นกนั
ทมี่ อี ายมุ ากกวา่ สบิ ปี จงึ จะเกบ็ ผลผลติ ได้ ตน้ หยใี นแตล่ ะ
ภาคจะมีช่ือเรียกท่ีแตกต่างกันออกไปในพ้ืนท่ีจังหวัด
ปัตตานีพบต้นหยีสายพันธุ์ทวยหรือทวยงาช้างและหยี
บา้ นเป็นหลกั
ลักษณะท่วั ไป

ตน้ หยี ลกั ษณะใบ
ชือ่ สามัญ Tamarind plum เปน็ ใบเดย่ี ว มลี กั ษณะเปน็ รปู ทรงไข่ เรยี งสลบั บกนั เปน็ ก
ช่อื วิทยาศาสตร ์ Dialium indum L. ลมุ่ ทป่ี ลายกงิ่ ประมาณ 5-7 ใบ ปลายใบและโคนใบแหลม
ชื่อวงศ์ FABACEAE แผน่ ใบและขอบใบเรยี บ ขนาดความกว้างของใบมี
ประมาณ 5 ซม. ยาวประมาณ 15 ซม.

11ลกู หยยี ะรงั มรดกภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ
แห่งชมุ ชนดงตน้ หยี

ดอก เมลด็ สเี ทาใน 1 ผล จะมี 1 เมลด็

หยีออกดอกเป็นช่อขนาดเล็กบริเวณปลายกิ่ง รสชาติ เปร้ียว หรือเปรี้ยวอมหวาน หรือ
เปรย้ี วอมฝาด
เปน็ พวงสขี าว

ดอกหยี ลูกหยี
ทม่ี าภาพ: สมัย เสวครบรุ ี และทกั ษณิ อาชวาคม (2551)
วิธีการเพาะปลกู
ผล ต้นหยีสามารถเจริญเติบโตได้ดีตามสภาพ
ลักษณะผลเป็นรูปทรงกลมรี ผลอ่อนจะมี สงิ่ แวดลอ้ มทว่ั ไปในธรรมชาติ มีวิธกี ารเพาะปลกู ดงั น้ี
เปลอื กสีเขียว เมอ่ื สกุ จะกลายเปน็ สดี �ำ ผลท่โี ตเต็มท่ีจะ 1. นำ� เมลด็ ลกู หยมี าแชน่ ำ�้ ประมาณ 12 ชวั่ โมง
มีขนาดความกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม. หรือ 1 คืน ใหเ้ มลด็ พองและชมุ่ น้�ำ
ลักษณะเฉพาะของลูกหยีพันธุ์ทวยหรือทวย 2. น�ำเมล็ดลูกหยีใส่ลงในถุงอนุบาลกล้า
งาช้าง ที่เตรียมไว้ ใช้ดินในพ้ืนที่ซ่ึงมีความร่วนซุยเป็นวัสดุ
รูปทรง กลมเรียว ปลายผลงอน เพาะกลา้
ผวิ เปลือก ผวิ เปลอื กบาง สดี ำ� มขี นเหมอื นแพร 3. ระหวา่ งการเพาะกลา้ ตอ้ งรดนำ้� ใหช้ มุ่ ชน้ื อยู่
นุ่ม ลอ่ นออกจากเน้ือได้โดยงา่ ย ตลอดและใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ประมาณ 3-4 เม็ด
เนอื้ หนา ยยุ่ สแี ดงหรอื แสด เดอื นละ 1 ครงั้ จนกวา่ จะนำ� ต้นกลา้ ไปปลกู
เมลด็ สีเทาใน 1 ผล จะมี 1-2 เมลด็ 4. เม่ือต้นหยีเร่ิมผลิใบอ่อนให้ฉีดยาป้องกัน
รสชาติ เปรีย้ ว หรอื เปรย้ี วอมหวาน เพลยี้ แปง้
ลักษณะเฉพาะของลูกหยีธรรมดาหรือลูกหยี 5. เปล่ียนถุงอนุบาลกล้าตามขนาดต้นกล้า
บา้ น ท่ีโตข้ึน เมื่อต้นกล้าจะสูง 1 เมตร ซึ่งใช้เวลาประมาณ
รปู ทรง กลมเรยี ว 3 ปี จึงยา้ ยต้นกล้าลงปลูกในแปลง
ผวิ เปลอื ก ผวิ เปลอื กบาง สดี ำ� มขี นเหมอื นแพร 6. การปลูกต้นหยีต้องขุดหลุมลึกประมาณ
นมุ่ ล่อนออกจากเน้ือได้โดยงา่ ย 10 เซนตเิ มตร หรือใหพ้ อคลุมราก จากน้ันดแู ลด้วยการ
เน้อื หนา ยุย่ สแี ดงหรอื แสด ใสป่ ยุ๋ คอกและรดนำ้� ในชว่ ง 1-2 เดอื นแรก จากนน้ั ปลอ่ ย
ใหต้ ้นหยเี จรญิ เติบโตตามธรรมชาติ

12 ลกู หยียะรงั มรดกภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

การเกบ็ เก่ยี วผลผลิต เก็บลูกหยี ประกอบกับภูมิปัญญาของการเก็บรักษา
ตน้ หยจี ะมผี ลผลติ ใหเ้ กบ็ เกยี่ วไดห้ ลงั จากทปี่ ลกู ลูกหยีและการแปรรูป พัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบ
ไปได้ประมาณ 15-17 ปี และให้ผลผลิตได้มากท่ีสุด ต่าง ๆ จากสินค้าพ้ืนถน่ิ สู่การสนิ คา้ ประจำ� จงั หวัด ซ่งึ ใน
เมื่อมอี ายุตน้ ได้ประมาณ 30 ปขี น้ึ ไป โดยต้นหยจี ะเริ่ม การจดั งานประจำ� ปขี องอำ� เภอยะรงั ตลอดจนงานกาชาด
ออกดอกในช่วงเดอื นมีนาคม-พฤษภาคม และเก็บเกยี่ ว ของจงั หวดั ปตั ตานี ตอ้ งมผี ลติ ภณั ฑล์ กู หยมี าจำ� หนา่ ยให้
ผลสุกได้ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ปริมาณของลูกหยี แก่นักท่องเท่ียวจากท่ัวประเทศ และโดยเฉพาะนักท่อง
ทเ่ี ก็บได้ต่อตน้ นั้นมากท่ีสุดอย่ทู ีป่ ระมาณ 400 กโิ ลกรมั เที่ยวชาวต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น
เป็นท่ีชื่นชอบและสร้างช่ือเสียงจนปรากฏอยู่ในค�ำขวัญ
ความเปน็ มาของลกู หยียะรัง ประจำ� จงั หวดั ปตั ตานเี ดมิ ทวี่ า่ “บดู สู ะอาดหาดทรายสวย
ในพน้ื ทปี่ ตั ตานมี ตี น้ หยมี ากทอ่ี ำ� เภอยะรงั จงึ สง่ รวยน�้ำตก นกเขาดู ลูกหยีอร่อย หอยแครงสด”
ผลใหม้ กี ารจำ� หนา่ ยลกู หยอี อกสทู่ อ้ งตลาดมากกวา่ ทอี่ นื่ ด้วยคุณภาพและรสชาติท่ีเข้มข้นแตกต่างจากพ้ืนท่ีอ่ืน
ท�ำใหก้ ลายเปน็ ทลี่ ูกจักของบุคคลทั่วไป และรสชาติของ รวมทั้งสตู รดั้งเดิมท่ถี ่ายทอดกันมา ทำ� ใหล้ กู หยยี ะรงั ได้
ลกู หยที ง้ั แบบสดและแบบแปรรปู ทมี่ คี วามโดดเดน่ แตก รับความนิยมซ้ือรับประทานหรือเป็นของฝากที่รู้จักกัน
ตา่ งจากจังหวดั อืน่ ๆ ส่งผลใหล้ ูกหยียะรงั ไดร้ ับการขน้ึ ทั่วไป (กรมทรพั ยส์ ินทางปญั ญา, 2563)
ทะเบียนส่ิงบ่งช้ีทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สิน
ทางปัญญาทั้งแบบผลและแบบแปรรูป โดยลูกหยียะรัง ความหมายของลกู หยียะรงั (Lukyee Yarang)
ปลูกในเขตพน้ื ทจ่ี งั หวดั ปัตตานี มานานมากกวา่ 100 ปี ลูกหยยี ะรงั Yarang Velvet tamarind และ/
ประกอบกบั ภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ นในการเกบ็ รกั ษาผลลกู หยี หรอื Lukyee Yarang หมายถึง ลกู หยพี ันธทุ์ วย หรือ
และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ตา่ ง ๆ เชน่ ลกู หยีทรงเคร่ือง ทวยงาชา้ ง และพนั ธห์ุ ยธี รรมดา หรอื หยบี า้ น เปน็ ลกู หยี
ลูกหยฉี าบ ลูกหยกี วน ทีม่ ีรสชาติเป็นเอกลักษณ์อันเปน็ ผลสุกไม่กะเทาะเปลือกและลูกหยีผลสุกกะเทาะเปลือก
สูตรดั้งเดิมท่ีคนในพน้ื ทถ่ี ่ายทอดสืบต่อกันมา ที่มีผลใหญ่ ผิวเปลอื กบางสดี ำ� เนอ้ื ในหนายุ่ย สีแดงหรอื
ตน้ หยเี ปน็ ไมย้ นื ตน้ เนอ้ื แขง็ ขนาดใหญม่ อี ายยุ นื แสด รสชาติเปรี้ยวอมหวานหรือเปร้ียวอมฝาด รวมท้ัง
นับร้อยปีและเปน็ พืชพน้ื ถ่นิ ของจังหวดั ปัตตานี สามารถ ลูกหยีผลสุกกะเทาะเปลือกท่ีผ่านการแปรรูปเป็นลูกหยี
เจรญิ เติบโตได้เองตามธรรมชาติ ในอดีตการปลกู ต้นหยี ทรงเครื่อง ลูกหยีฉาบ ลูกหยีกวนที่มีรสชาติหวานอม
มักปลูกเพอ่ื แสดงแนวเขตท่ีดินหรอื สวนของตนเอง หรือ เปรี้ยวปนเค็ม หรือหวานอมเปรี้ยวปนเค็มและเผ็ด
น�ำไม้มาสร้างบ้าน จากบันทึกและเร่ืองเล่าสืบต่อกันมา ที่แปรรูปในเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี (หมายรวมถึงทุก
พบว่า เร่ืองราวของลูกหยีปรากฏอยู่ในเพลงกล่อมเด็ก อ�ำเภอในจังหวดั ปตั ตานี)
เป็นภาษามลายูท้องถ่ิน ดังที่ว่า “โต๊ะแซยาแลยัยลีมอ
ยาแงลปู อเวาะกาย”ี แปลวา่ “ผเู้ ฒา่ ไปเทยี่ วเมอื งยะรงั วธิ กี ารเก็บลูกหยี
ตอนกลับอย่าลืมลูกหยีนะ” และเวาะกายี ในภาษา ตอ้ งใชว้ ธิ ตี ดั ลงมาทงั้ กงิ่ เนอ่ื งจากมตี น้ ทส่ี งู ใหญ่
มลายูถ่ิน หมายถึง ลูกหยี จากเน้ือเพลงดังกล่าวเป็น ไมส่ ะดวกทจี่ ะเก็บเกยี่ วเฉพาะผลได้ และต้องใชเ้ วลาอีก
หลักฐานได้ว่าลูกหยียะรังมีอยู่ในพ้ืนท่ีมาแต่ด้ังเดิม ประมาณ 1-2 ปี กวา่ ต้นจะแตกกิง่ กา้ นที่สมบูรณ์ขน้ึ ใหม่
และจากความช�ำนาญของคนในพื้นท่ีในการปืนป่าย และใหผ้ ลผลติ ในครง้ั ตอ่ ไปได้ หลงั จากตดั กงิ่ ทม่ี ผี ลลงมาแลว้

13ลูกหยยี ะรัง มรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น
แหง่ ชมุ ชนดงต้นหยี

คัดเฉพาะผลแก่จัดท่ีมีเปลือกสีด�ำ น�ำใส่กระสอบหรือ วธิ ีการตากลกู หยี
บรรจุภัณฑ์ท่ีเหมาะสม เก็บไว้ในท่ีมิดชิดป้องกันแมลง หลังจากเก็บเกี่ยวลูกหยีให้ท�ำการตากแดดใน
และความชื้น ในช่วง 4-7 วัน ให้ลูกหยีงดการดูดซึม ลานตาก โดยรองด้วยเส่ือหรือวัสดุรองรับอื่นตามความ
อาหารและลดความช้ืนในเนื้อก่อนน�ำไปผ่ึงแดดให้แห้ง เหมาะสม หรือตากในโรงงานแสงอาทิตย์ หรือสถานทีท่ ี่
ต่อไป เม่ือกะเทาะเปลือกออกแล้วก็ใช้รับประทานได้ เหมาะสม ทำ� การเทและเกลย่ี ลกู หยใี หท้ วั่ วสั ดรุ องรบั ใน
หากตอ้ งการใหเ้ กบ็ ไวไ้ ดน้ านๆ กน็ ำ� ไปผงึ่ แดดอกี ครงั้ หรอื ระหว่างวันพลิกผลลูกหยีให้ได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง
จะน�ำไปแปรรูปเป็นลกู หยกี วน ฉาบ ทรงเครื่อง หรือนำ้� กรณีมีแสงแดดจดั อาจใชเ้ วลาตาก 1 วนั โดยสงั เกตก้าน
ผลไม้ เป็นต้นอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการปนี เกบ็ ลกู หยี คือ เชอื ก ผลและผวิ เปลือกจะแหง้ กรอบ หรือบบี ผิวเปลอื กลกู หยี
มีดพร้า และไมย้ าวส�ำหรบั เกี่ยวกง่ิ ลูกหยีมาเพ่อื ตัดกง่ิ จะลอ่ นออกจากเนอื้ โดยงา่ ย จากนน้ั รวบรวมใสก่ ระสอบ
หรือบรรจุภัณฑ์ท่ีเหมาะสม เก็บไว้ในที่มิดชิดป้องกัน
แมลงและความชนื้ จากนั้นนำ� ไปจำ� หน่าย หรอื กะเทาะ
เปลอื กซงึ่ กอ่ นจะนำ� ไปแปรรปู จะตอ้ งนำ� ลกู หยที กี่ ะเทาะ
เปลอื กแลว้ มาผึง่ แดดอีกครัง้ กอ่ นน�ำไปแปรรปู ต่อไป

อปุ กรณ์เก็บลูกหยี

ที่มาภาพ: ประทมุ รัตน์ รัตน์น้อย (ม.ป.ป.).

โรงตากลกู หยี

คนเกบ็ ก�ำลังปนี ขึน้ ไปเกบ็ ลกู หยี การตากลกู หยีแบบดง้ั เดมิ

ท่ีมาภาพ: ประทมุ รตั น์ รตั นน์ ้อย (ม.ป.ป.).

14 ลกู หยียะรัง มรดกภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น
แห่งชมุ ชนดงต้นหยี

วิธีการกะเทาะเปลอื กลูกหยี “...นายอับดุลการิม ยดี ำ� นายอำ� เภอยะรงั (ในขณะน้ัน)
ลูกหยีที่ผ่านการตากแดดแล้วน�ำมาผ่ึงท่ีร่มอีก เป็นประธานในพิธีมอบเคร่ืองกะเทาะเปลือกลูกหยี
1 คนื เพอ่ื ให้ลกู หยคี ลายความรอ้ น การกะเทาะเปลือก ใหก้ บั ชมุ ชนดงตน้ หยี พรอ้ มดว้ ยนางสาวไรวนิ ท์ พลเพชร
ลูกหยีสามารถท�ำได้โดยใช้แรงงานคน โดยจะน�ำลูกหยี ผู้อ�ำนวยการ กศน.อ�ำเภอยะรัง และบุคลากร โดยมี
ท่ีผ่านการตากแห้งบรรจุในกระสอบหรือบรรจุภัณฑ์ นายโมฮามดั รอสดี มะมงิ ผใู้ หญบ่ า้ นหมทู่ ่ี 5 เปน็ ตวั แทน
ท่ีเหมาะสม ฟาดลงกับพื้นในเปลือกและเนื้อแยกออก รับมอบ เมอ่ื ปี 2563 ท่ีผ่านมา...”
จากกัน จากน้ันน�ำมาใส่กระดังหรือภาชนะส�ำหรับร่อน
เอาเปลือกออก กรณีที่มีเปลือกติดอยู่บนเน้ือลูกหยีให้
คัดแยกออก จากน้ันน�ำไปตากแดดอีกคร้ังในลานตาก
โดยรองดว้ ยเสอื้ หรอื วสั ดทุ รี่ องรบั อน่ื หรอื ตากในโรงตาก
หลังแสงอาทติ ย์ หรอื สถานที่ท่เี หมาะสม ทำ� การเทและ
เกลยี่ ลกู หยใี หท้ วั่ วสั ดรุ องรบั ในระหวา่ งวนั พลกิ ผลลกู หยี
ให้ได้รับความร้อนอย่างทั่วถึงอีก 1-2 วัน จากนั้นเก็บ
ใสก่ ระสอบหรอื บรรจภุ ณั ฑ์ท่ีเตรยี มไว้
จากขนั้ ตอนการกะเทาะเปลอื กดงั กลา่ ว ตอ้ งใช้
ก�ำลังคนและแรงงานเป็นอย่างมาก กศน.อ�ำเภอยะรัง
จึงได้คิดหาวิธีแก้ไขปัญหาการกะเทาะเปลือกลูกหยีด้วย
กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานในรายวิชา
วิทยาศาสตร์ นักศึกษาและครูของ กศน.อ�ำเภอยะรัง
จึงได้คิดโครงงานวิทยาศาสตร์ เร่ือง เครื่องกะเทาะ
เปลือกลูกหยี ซ่ึงท�ำให้ได้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ
อนั ดบั ที่ 2 ระดบั ประเทศ ปี พ.ศ. 2562 จดั โดยสำ� นกั งาน
กศน. เครอื่ งกะเทาะเปลอื กเปน็ เครอ่ื งมอื ในการลดระยะ
เวลาในการแกะเปลือกลกู หยี จากนั้น กศน.อำ� เภอยะรัง
ไดม้ อบเครอ่ื งกะเทาะเปลอื กลกู หยใี หก้ บั ชมุ ชนดงตน้ หยี
เพอ่ื ใชใ้ นการประกอบอาชีพของชาวบ้านในชมุ ชน

15ลูกหยียะรัง มรดกภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ
แหง่ ชุมชนดงต้นหยี

ความสมั พนั ธร์ ะหว่างลกู หยียะรงั กับแหลง่ ภมู ศิ าสตร์ ตราประจ�ำจงั หวดั ปัตตานี

จังหวัดปัตตานีต้ังอยู่ท่ีละติจูดท่ี 6 องศา ท่ีมาภาพ: https://th.wikipedia.org/wiki/ไฟล์:Seal_Pattani.png
32 ลิปดา 48 ฟลิ ิปดา ถงึ 6 องศา 56 ลิปดา 48 ฟลิ ิปดา
เหนือ และลองจจิ ดู ท่ี 101 องศา 01 ลปิ ดา 18 ฟิลปิ ดา ลกั ษณะภมู อิ ากาศ จงั หวดั ปตั ตานตี ง้ั อยฝู่ ง่ั ทะเล
ถงึ 101 องศา 45 ลปิ ดา 15 ฟลิ ปดาตะวนั ออก มลี กั ษณะ ตะวนั ออกของภาคใต้ จงึ ไดร้ บั อทิ ธพิ ลของลมมรสมุ ทพี่ ดั
ภูมิศาสตร์แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ บริเวณท่ีราบ ประจ�ำเปน็ ฤดูกาล 2 ชนิดคือ ฤดูมรสมุ ตะวันออกเฉยี ง
ได้แก่ ท่ีราบชายฝั่งทะเลและท่ีราบลุ่มน้�ำท่ีชายฝั่งทะเล เหนอื หรอื ฤดหู นาว จะมลี มจากทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
อยทู่ างดา้ นทศิ เหนอื และทศิ ตะวนั ออกของจงั หวดั พน้ื ที่ ซ่ึงเป็นลมเย็นและแห้งจากแระเทศจีนพัดปกคลุม
สว่ นใหญเ่ ปน็ สวนมะพรา้ วและปา่ ชายเลน สว่ นทร่ี าบลมุ่ ประเทศไทย ท�ำให้แระเทศไทยตอนบนตั้งแต่ภาคกลาง
น้�ำจะอยู่บริเวณตอนกลางของจังหวัด เกิดจากอิทธิพล ขึ้นไปมีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งท่ัวไป แต่ภาคใต้
ของแมน่ ำ�้ ปตั ตานแี ละแมน่ ำ�้ สายบรุ ี พนื้ ทส่ี ว่ นใหญท่ ำ� นา ตงั้ แตจ่ งั หวดั ประจวบครี ขี นั ธล์ งไปกลบั มฝี นตกชกุ เพราะ
และท�ำสวนผลไม้ บริเวณที่เป็นลูกคลื่นถึงเป็นเนินเขา ลมมรสุมนี้พัดผ่านอ่าวไทยจึงพัดพาเอาไอน้�ำไปตกเป็น
ได้แก่ บริเวณท่ีอยู่ถัดจากบริเวณที่ราบข้ึนไปเนินเขา ฝนทวั่ ไปต้งั แตจ่ ังหวดั ชมุ พรลงไป
อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้และทางด้านทิศตะวัน
ตกเฉยี งใต้ พน้ื ทสี่ ว่ นใหญเ่ ปน็ สวนยางพารา บรเิ วณทเี่ ปน็
ภเู ขาสงู จากระดบั นำ้� ทะเลตง้ั แต่ 100 เมตร ขนึ้ ไป มคี วาม
ลาดชนั มาก อย่ทู างด้านทิศตะวันตกเฉยี งใต้และบรเิ วณ
ตอนกลางของจังหวัดมีเทือกเขาทอดตัวอยู่ในแนว
ตะวันตกเฉียงใต้ขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ประกอบด้วย เขาน้�ำค้าง เขาเปาะซีเกง เขากือลีแน
เขาหนิ ม้า เขาพอ่ มิ่ง เขามะรวด และนอกจากนย้ี ังมเี ขา
โดด ซึ่งกระจายอยู่ท่ัวไปโดยภูเขาเหล่านี้ยังคงมีสภาพ
เป็นปา่ อยู่

16 ลูกหยยี ะรงั มรดกภูมิปญั ญาท้องถ่นิ
แหง่ ชุมชนดงต้นหยี

จากสภาพพน้ื ทขี่ องจงั หวดั ปตั ตานสี ว่ นใหญเ่ ปน็
เชิงเขาและป่าเขาสูง จึงมีธรรมชาติที่เหมาะสมต่อการ
เจริญเติบโตของต้นหยี และลักษณะภูมิอากาศท่ีมี
ปริมาณฝนน้อยกว่าจังหวัดใกล้เคียง มีอากาศอบอุ่น
เหมาะสมต่อการตากลูกหยีและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์
ลกู หยที ่ีมคี ุณภาพ

แผนท่ปี ระเทศไทย จังหวัดปัตตานีเน้นสีแดง

ท่มี าภาพ: วิกพิ เี ดยี สารานุกรม เสร.ี (2565).‎

สภาพอากาศจึงไม่หนาวเย็นดังเช่นภาคอ่ืน ๆ แผนท่อี ำ� เภอยะรงั
ท่ีอยู่ทางตอนบนของประเทศและจังหวัดปัตตานีซึ่งอยู่
ทางดา้ นฝง่ั ตะวนั ออกไดร้ บั อทิ ธพิ ลของลมนเี้ ตม็ ทจ่ี งึ มฝี น ทีม่ าภาพ: เมืองชายแดนใต้ : กรณวี เิ คราะหอ์ �ำเภอยะรงั จงั หวดั ปตั ตาน(ี 2558)
ตกอย่ใู นเกณฑ์ปานกลางและมีอากาศเยน็ เป็นคร้งั คราว
ลมมรสมุ อกี ชนดิ หนง่ึ คอื ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใตซ้ งึ่ พดั ลกู หยียะรังกับส่งิ บ่งชที้ างภูมิศาสตร์
ผา่ นมหาสมทุ รอนิ เดยี จงึ พาเอาไอนำ้� และความชมุ่ ชน้ื มา ส่ิงบ่งช้ีทางภูมิศาสตร์ (Geographical
สู่ประเทศไทย แต่เนื่องจากเทือกเขาตะนาวศรีด้าน Indications หรือ GI) เป็นทรัพยส์ นิ ทางปัญญาประเภท
ตะวันตกซึ่งปิดก้ันกระแสลมเอาไว้ จึงท�ำให้บริเวณภาค หนึ่ง ซึ่งจะเกิดข้ึนได้ก็ต่อเม่ือมีความเชื่อมโยง (Links)
ใต้ฝั่งตะวันออกและจังหวัดปัตตานีมีฝนน้อยกว่าภาคใต้ ระหว่างปัจจัยส�ำคัญสองประการ คือ ธรรมชาติและ
ฝง่ั ตะวนั ออกและจงั หวดั ปตั ตานมี ฝี นตกนอ้ ยกวา่ ภาคใต้ มนษุ ย์ กลา่ วคือ ชุมชนไดอ้ าศยั ลกั ษณะเฉพาะทมี่ อี ยู่ใน
ฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลม ฝนตกเฉลี่ยตลอดปี แหลง่ ภูมศิ าสตร์ตามธรรมชาติ เชน่ สภาพดนิ ฟา้ อากาศ
1,766.5 ม.ม.

17ลูกหยียะรัง มรดกภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน
แหง่ ชมุ ชนดงต้นหยี

หรือวัตถุดิบเฉพาะในพ้ืนท่ี มาใช้ประโยชน์ในการผลิต ต้นหยีในชมุ ชนดงต้นหยี
สินค้าในท้องถิ่นของตนขึ้นมา ท�ำให้ได้ผลิตภัณฑ์ท่ีมี
คุณลักษณะพิเศษที่มาจากพื้นท่ีดังกล่าว คุณลักษณะ การคุ้มครองสง่ิ บง่ ชที้ างภมู ิศาสตร์
พเิ ศษน้อี าจหมายถงึ คุณภาพ ช่ือเสยี งหรือคณุ ลกั ษณะ โดยท่ัวไปอาจแบ่งไดเ้ ปน็ 2 ระดบั คอื
เฉพาะอนื่ ๆ ที่มาจากแหลง่ ภมู ศิ าสตรน์ นั้ ๆ (กลุ่มสิ่งบ่ง 1) ระดบั ปกติ ใช้กับสินคา้ ทั่วไปโดยมุ่งป้องกัน
ช้ีทางภมู ศิ าสตร,์ 2547) มิให้มีการน�ำส่ิงบ่งช้ีทางภูมิศาสตร์ไปใช้ในลักษณะท่ีจะ
สิ่งบ่งช้ีทางภูมิศาสตร์น้ี อาจแบ่งได้เป็น 2 ท�ำให้คนสับสนหลงผิดในแหล่งท่ีมาของสินค้านั้น เช่น
ลกั ษณะ คือ ผผู้ ลติ ไขเ่ คม็ ทเี่ ชยี งใหม่ ไมส่ ามารถใชค้ ำ� วา่ “ไขเ่ คม็ ไชยา”
1. ส่ิงบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โดยตรง (Direct กบั สนิ คา้ ของตนได้ หากทำ� ใหผ้ บู้ รโิ ภคเขา้ ใจผดิ คดิ วา่ ไข่
Geographical Indication) กล่าวคือ เป็นช่ือทาง เคม็ ของตนมาจากอ�ำเภอไชยา
ภูมศิ าสตร์ท่เี กยี่ วขอ้ งกบั สินค้านั้น ๆ โดยตรง เชน่ ไชยา 2) ระดับพิเศษ ใช้กับสินค้าเฉพาะอย่าง
เพชรบรู ณ์ ปากพนัง ยะรงั เป็นต้น (ท่ีกำ� หนดไว้ในกฎกระทรวง) เป็นการหา้ มการใช้สิง่ บง่ ชี้
2. ส่ิงบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โดยอ้อม (Indirect ทางภมู ศิ าสตรน์ น้ั ทุกกรณี แม้จะไมไ่ ดท้ �ำใหส้ าธารณชน
Geographical Indication) กล่าวคือ เป็นสัญลักษณ์ สับสนหลงผิดก็ตาม เพ่ือคุ้มครองไม่ให้มีการแสดงให้
หรือสง่ิ อนื่ ใดทไี่ มใ่ ช่ชือ่ ทางภมู ศิ าสตร ์ ซ่งึ ใช้เพือ่ บง่ บอก ทราบถึงแหล่งภูมิศาสตร์ของสินค้าโดยใช้ค�ำว่า “ชนิด”
แหล่งภูมิศาสตร์อันเป็นแหล่งก�ำเนิดหรือแหล่งผลิตของ หรือ “แบบ” หรือคำ� ทำ� นองเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ภาย
สนิ คา้ เชน่ สญั ลกั ษณป์ ระจำ� อำ� เภอ หรือจงั หวดั รูปยา่ ใต้ความตกลงระหว่างประเทศ TRIPS ได้ก�ำหนด
โม รปู หอไอเฟล เปน็ ตน้ มาตรฐานข้ันต�่ำที่ทุกประเทศสมาชิก WTO จะต้องให้
จากความเช่ือมโยงของภูมิศาสตร์ของพ้ืนที่ในจังหวัด ความคมุ้ ครองสนิ คา้ ประเภท ไวน์ และสรุ า ในระดบั พเิ ศษ
ปัตตานี ท�ำให้ลูกหยียะรังได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้
ทางภมู ิศาสตร์ เม่อื วันท่ี 5 กนั ยายน พ.ศ. 2562 โดย
กรมทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา นอกจากลกู หยยี ะรงั ทไี่ ดร้ บั ขน้ึ
ทะเบยี นส่ิงบ่งชที้ างภูมิศาสตรแ์ ล้ว อ�ำเภอยะรงั จงั หวดั
ปตั ตานี ยงั มสี ม้ โอปโู กยะรงั ซงึ่ ไดร้ บั การขนึ้ ทะเบยี นเชน่
เดียวกัน ทั้งนี้ส้มโอปูโกยะรัง เป็นต้นก�ำเนิดของส้มโอ
ทับทิมสยามปากพนังท่ีมีช่ือเสียงอีกด้วย การได้รับขึ้น
ทะเบยี นสงิ่ บ่งช้ภี ูมิศาสตร์จะทำ� ให้ลูก
หยียะรังได้รับการค้มุ ครองและไดร้ ับประโยชนด์ ังนี้

18 ลกู หยยี ะรงั มรดกภูมิปัญญาท้องถ่นิ
แห่งชุมชนดงต้นหยี

ตัวอย่างการค้มุ ครอง GI ในระดบั พเิ ศษน้ี เช่น ผูผ้ ลติ ไวน์ ทางการคา้ ไปแอบอา้ งโดยทจุ รติ การอา้ งแหลง่ ผลติ สนิ คา้
ในประเทศไทยไมส่ ามารถใชค้ ำ� วา่ “Bordeaux” ไดเ้ ลย โดยมิชอบ เพ่ือแสวงประโยชน์จากชื่อเสียงของชุมชน
ไม่วา่ จะเป็นการอา้ งโดยอ้อม เช่น ผลิตแบบ Bordeaux อืน่ ๆทีผ่ ลติ สินค้าชนิดเดยี วกนั ยอ่ มถอื เป็นการกระท�ำท่ี
หรือชนิดเหมือน Bordeaux หรอื แมจ้ ะได้ระบไุ วช้ ัดเจน ไมเ่ ป็นธรรม
แลว้ ว่าเป็นไวนท์ ี่ผลิตในไทยก็ตาม เปน็ ตน้ 3) เพอ่ื เพ่ิมมลู คา่ ของสนิ ค้าให้ผ้ผู ลิต และเปน็
เครื่องมือทางการตลาด วัตถุประสงค์หลักประการหน่ึง
ทีม่ าภาพ: กลุ่มสิ่งบ่งช้ีทางภมู ศิ าสตร์ ของสงิ่ บง่ ชที้ างภมู ศิ าสตร์ คอื เพอ่ื สอื่ ใหเ้ หน็ วา่ ผลติ ภณั ฑ์
ดังกล่าวได้ผลิตขึ้นในประเทศใดประเภทหนึ่ง หรือท้อง
ประโยชนข์ องสง่ิ บ่งช้ีทางภูมศิ าสตร์ ถน่ิ ใดทอ้ งถน่ิ หนง่ึ โดยทกี่ ารระบชุ อื่ ประเทศหรอื ทอ้ งถน่ิ
1) เพอ่ื คมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค ประโยชนข์ อ้ นอ้ี ยบู่ น ดังกล่าวจะต้องท�ำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้าหรือ
แนวคิดท่ีว่าผู้บริโภคควรจะได้บริโภคสินค้าหรือบริการ ผลิตภัณฑ์น้ันมีลักษณะพิเศษต่างไปจากสินค้าจ�ำพวก
ท่ีมีมาตรฐานและปลอดภัยตามที่ต้องการ การท�ำให้ เดียวกันท่ีผลิตข้ึนจากแหล่งอื่น การระบุเช่นนี้จะมีผล
ผู้บริโภคหลงเช่ือว่าสินค้านั้นมาจากท่ีอื่นย่อมเป็นการ ท�ำให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้ันมีราคาสูงข้ึนหรือจ�ำหน่าย
กระท�ำท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนอกจากจะท�ำให้ ไดม้ ากขนึ้ เนอ่ื งจากผบู้ รโิ ภคเกดิ ความเชอื่ มน่ั วา่ จะไดร้ บั
ผู้บริโภคไม่ได้รับสินค้าตามท่ีตนต้องการจากฉลากหรือ สนิ คา้ ดมี คี ณุ ภาพตามทต่ี อ้ งการจากแหลง่ ผลติ ทไ่ี ดม้ กี าร
ชอื่ ที่ใช้แล้ว ยังอาจจะสง่ ผลกระทบไปยังสขุ อนามยั และ อ้างช่ือ ตัวอย่างช่ือของสินค้าท่ีอาจจะเป็นส่ิงบ่งชี้ทาง
ความปลอดภัยของประชาชนโดยรวม ในแง่ท่ีว่าสินค้า ภูมิศาสตร์ได้ เช่น ไข่เค็มไชยา มีดอรัญญิก ส้มโอ
น้ันอาจจะไมม่ มี าตรฐานอย่างทีค่ วรจะเปน็ นครชยั ศรี มะขามหวานเพชรบูรณ์ ข้าวหอมมะลทิ ุ่งกลุ า
2) เพื่อคุ้มครองผู้ผลิตและป้องกันการแข่งขัน ร้องไห้ Bordeaux Wine หรอื Irish Whisky เป็นตน้
ท่ีไม่เป็นธรรม ในระบบเศรษฐกิจเสรีทุนนิยมนี้ ถือเป็น นอกจากนี้ สง่ิ บง่ ชท้ี างภมู ศิ าสตรย์ งั สามารถใชเ้ ปน็ เครอื่ ง
ภารกจิ สำ� คญั ของรฐั ทจี่ ะตอ้ งสง่ เสรมิ การแขง่ ขนั ทางการ มอื ทางการตลาดทช่ี ว่ ยในการประชาสมั พนั ธส์ นิ คา้ นน้ั ให้
ค้าอย่างเป็นธรรม เพ่ือให้กลไกตลาดด�ำเนินไปอย่างมี เป็นท่ีรู้จักอย่างแพร่หลายในนามของกลุ่มผู้ผลิต ซ่ึงจะ
ประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการค้าจะต้องไม่ถูกเอาเปรียบ ชว่ ยลดภาระในการประชาสมั พนั ธส์ นิ คา้ ของผผู้ ลติ แตล่ ะ
จากผู้ค้ารายอ่ืนอย่างไม่เป็นธรรม กล่าวคือ ผู้ประกอบ รายลงได้ ท้ังน้ีเพราะการใช้สิ่งบ่งช้ีทางภูมิศาสตร์ใน
ธุรกิจจะต้องไม่ฉกฉวยหรือน�ำเอาช่ือเสียงของคู่แข่งขัน ทางการตลาดเป็นท่ีแพร่หลายอยู่แล้วในหลายประเทศ
การเพ่ิมเครื่องมือทางการตลาดตัวนี้ให้แก่คนไทยย่อม
เปน็ การเพม่ิ ศกั ยภาพในการแขง่ ขนั ในระดบั โลกไปในตวั
4) เพื่อให้มีการดูแลรักษามาตรฐานของสินค้า
สง่ิ บง่ ชท้ี างภมู ศิ าสตร์ มลี กั ษณะเหมอื นเปน็ เครอื่ งหมาย
รับรองคุณภาพและแหล่งท่ีมาของสินค้า เนื่องจาก
เงื่อนไขของการขอรับความคุ้มครองในสิ่งบ่งชี้ทาง
ภูมิศาสตร์ ผู้ขอจะต้องแสดงให้เห็นถึงความเช่ือมโยง
ระหว่างพื้นทีแ่ ละตัวสินคา้ ไมว่ า่ ในแง่ คุณภาพ ชื่อเสียง

19ลูกหยยี ะรัง มรดกภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิน่
แหง่ ชมุ ชนดงต้นหยี

หรือคณุ ลักษณะใด ๆ เช่น วิธีการผลติ วตั ถดุ ิบที่ใช้ ฯลฯ ตราสญั ลกั ษณส์ ่ิงบง่ ช้ที างภูมศิ าสตร์ไทย
ซ่ึงส่งผลถึงคุณภาพเฉพาะของสินค้าจากแหล่งนั้น ท่ีมาภาพ: https://www.mackannaplus.com/arti-
กลุ่มผู้ผลิตจึงต้องมีส่วนอย่างมากในการช่วยกันรักษา cle/2/สิ่งบง่ ชที้ างภูมศิ าสตร์-gi-คอื อะไร
คณุ ภาพ หรือชือ่ เสยี งนัน้ ๆไว้ มฉิ ะนน้ั อาจเข้าเหตรุ ะงับ
การใชส้ ง่ิ บง่ ชีท้ างภูมศิ าสตร์ได้ ตราสัญลักษณ์ส่ิงบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย เป็น
5) เพอื่ ชว่ ยกระจายรายไดส้ ชู่ นบท และสง่ เสรมิ ตราของกรมทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาทอี่ อกใหแ้ กผ่ ผู้ ลติ สนิ คา้
อุตสาหกรรม เน่ืองจากสนิ ค้าทีอ่ าจขอขึ้นทะเบยี นส่งิ บง่ ส่ิงบ่งช้ีทางภูมิศาสตร์ซึ่งอยู่ในแหล่งภูมิศาสตร์ดังกล่า
ชี้ทางภูมิศาสตร์ได้นั้น โดยมากจะเป็นสินค้าเกษตร หรือผู้ประกอบการค้าเกี่ยวกับสินค้าส่ิงบ่งช้ีทาง
เพราะปจั จยั ในแงส่ ภาพดนิ ฟา้ อากาศ หรอื สภาพพนื้ ทจ่ี ะ ภูมิศาสตร์น้ัน เพ่ือเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและมิให้
สง่ ผลอย่างมากต่อคุณภาพของสนิ คา้ ซึง่ น�ำไปสู่ชื่อเสยี ง สาธารณะชนสับสนหรือหลงผิดในแหล่งภูมิศาสตร์ของ
ของสินค้าน้ันๆ การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จึง สนิ คา้ วา่ เปน็ สนิ คา้ ทมี่ าจากแหลง่ ภมู ศิ สตรท์ ไ่ี ดร้ บั การขน้ึ
เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นโดยตรง ทะเบียนไว้ โดยจะต้องมีการจัดท�ำคู่มือปฏิบัติงานและ
โดยเป็นการดึงเอาชื่อเสียงท่ีมีการส่ังสมมานานดังกล่าว แผนการควบคมุ ตรวจสอบพรอ้ มทง้ั ปฏบิ ตั ติ ามคมู่ อื และ
มาใชป้ ระโยชนใ์ นทางเศรษฐกจิ เพอื่ เพม่ิ มลู คา่ ของสนิ คา้ แผนควบคมุ นัน้ แล้ว
และความสามารถในการแขง่ ขนั ทง้ั ในระดบั ประเทศและ
ในระดบั สากล ซงึ่ สอดคลอ้ งตามนโยบายของรัฐบาล
6) เพ่ือสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และรักษา
ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ประโยชนใ์ นทางออ้ มของการคมุ้ ครอง
สิง่ บง่ ชที้ างภูมศิ าสตร์ คือการสร้างความเปน็ อันหนงึ่ อัน
เดียวกันของกลุ่มชนในท้องถ่ิน ท่ีต้องร่วมมือกันพัฒนา
คุณภาพของสนิ คา้ ของตน สรา้ งความรู้สกึ ผูกพนั ความ
ภาคภมู ใิ จในถน่ิ กำ� เนดิ อนั เปน็ การสรา้ งคณุ คา่ ใหก้ บั ทอ้ ง
ถ่ินซ่ึงจะช่วยลดปัญหาแรงงานชนบทอพยพเข้าสู่เมือง
ชว่ ยรักษามรดกตกทอด ขนบธรรมเนยี ม และศิลปะพืน้
บ้านของไทยไดอ้ ีกด้วย

20 ลูกหยยี ะรัง มรดกภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

ประโยชน์ของลูกหยยี ะรัง สรปุ
ป ตน้ หยี เปน็ ไมย้ นื ตน้ ขนาดใหญท่ ม่ี อี ายยุ าวนาน
เนอื้ ผลของลกู หยจี ะประกอบไปดว้ ยสารอาหาร เป็นร้อยปี พบการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปในพื้นที่ภาคใต้
มากมาย มีวิตามินซสี งู และยังมกี รดอนิ ทรียท์ ี่จำ� เป็นตอ่ ซ่ึงในจังหวัดปัตตานีโดยเฉพาะในพ้ืนท่ีชุมชนดงต้นหยี
ร่างกาย เมื่อรบั ประทานเขา้ ไปชว่ ยให้ชุ่มคอ สดชืน่ กระ ต�ำบลระแว้ง อ�ำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีต้นหยีเป็น
ปร้กี ระเป่า ช่วยบรรเทาอาการไอได้ โดยท่วั ไปแลว้ จะไม่ จ�ำนวนมาก และส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปี
คอ่ ยนิยมรบั ประทานผลลกู หยีแบบสด ๆ แต่มกั จะนำ� ไป จนท�ำให้ชุมชนแห่งนี้ได้ช่ือว่า “ชุมชนดงต้นหยี” จาก
แปรรปู ในรปู แบบตา่ ง ๆ ทำ� ใหม้ รี สชาตทิ ช่ี วนรบั ประทาน สภาพภูมิประเทศและอากาศของจังหวัดปัตตานีและ
มากยิ่งข้ึน ในเนื้อผลของลูกหยีจะประกอบไปด้วยสาร พ้ืนที่อ�ำเภอยะรัง ที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นหยี
อาหาร มีวิตามินซีสูง และยังมีกรดอินทรีย์ท่ีจ�ำเป็นต่อ ท�ำใหล้ ูกหยใี นพื้นทช่ี ุมชนดงต้นหยี อำ� เภอยะรัง จงั หวดั
รา่ งกาย ปัตตานีมีรสชาติโดดเด่น ไม่เหมือนกับพื้นท่ีอ่ืน โดยใน
ชุมชนดงต้นหยีมีการน�ำลูกหยีมาแปรรูปเป็นอาหาร
ลูกหยยี ะรังกบั เศรษฐกิจและรายได้ในชมุ ชน ประเภทต่าง ๆ ที่มีการสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่นภายใน
ชมุ ชน ถอื เปน็ มรดกภมู ปิ ญั ญาเกยี่ วกบั การถนอมอาหาร
นอกจากคนในชุมชนดงต้นหยีท่ีส่วนใหญ่จะมี ท่ีสืบทอดกันมา เพ่ือให้สามารถรับประทานได้ตลอดปี
รายได้หลักมาจากการท�ำเกษตร ท�ำสวนไร่ แล้วยังมี เนื่องจากลูกหยีจะเก็บได้ปีละ 1 คร้ังหรือปีเว้นปี
อาชีพที่เกิดจากการผลิตและแปรรูปลูกหยี เช่นอาชีพ ด้วยเอกลักษณ์และรสชาติท่ีโดดเด่น มีรสชาติถูกปาก
รบั จา้ งเกบ็ ลกู หยี อาชพี รบั จา้ งแกะเปลอื กลกู หยี การรวม และเป็นสินค้าท่ีมีชื่อเสียงของอ�ำเภอยะรังและจังหวัด
กลมุ่ ชาวบ้านในชมุ ชนเพ่อื แปรรูปผลิตภณั ฑล์ ูกหยี และ ปัตตานี ท�ำให้ลูกหยียะรังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น
การจดั จำ� หนา่ ย รวมทง้ั การพฒั นาชมุ ชนดงตน้ หยใี หเ้ ปน็ ส่ิงบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ทั้งรูปแบบลูกหยีสดและแปรรูป
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรนวัตวิถี มีกิจกรรมส�ำหรับนัก จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ท�ำให้ได้รับการคุ้มครอง
ทอ่ งเทยี่ วไดเ้ รยี นรเู้ ชงิ เกษตรและการแปรรปู ลกู หยยี ะรงั และเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้ผู้ผลิตอีกด้วย ในบทถัดไป
ผู้เขียนจะอธิบายความหมายของมรดกภูมิปัญญาทาง
วัฒนธรรม เพือ่ ให้ผู้อา่ นเกดิ ความเข้าใจที่ตรงกนั รวมทง้ั
ความเกี่ยวข้องระหว่างลูกหยียะรังกับมรดกภูมิปัญญา
ทางวัฒนธรรม และวิธีการแปรรูปลูกหยียะรัง
เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาและ
เรยี นรู้ตอ่ ไป

21ลกู หยียะรงั มรดกภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่
แห่งชมุ ชนดงต้นหยี

บทท่ี 3 ลกู หยยี ะรังกบั มรดกภูมิปญั ญาทางวฒั นธรรม

มรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม หรอื มรดกทาง ความหมายของมรดกภมู ปิ ัญญาทางวฒั นธรรม
วฒั นธรรมทจี่ บั ตอ้ งไมไ่ ด้ (องั กฤษ: intangible cultural มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม หมายถึง
heritage, ย่อ: ICH) เปน็ เร่ืองที่ได้รบั การสนับสนนุ จาก การปฏิบัติ การเป็นตัวแทนการแสดงออกความรู้
ยเู นสโก โดยมงุ่ เนน้ ไปยงั วฒั นธรรมสว่ นทใ่ี นทางกายภาพ ทักษะ ตลอดจนเคร่อื งมอื วตั ถุ ส่งิ ประดิษฐ์ และพนื้ ท่ี
ท่จี ับตอ้ งไม่ได้ โดยใน พ.ศ. 2544 ยูเนสโกได้ท�ำการ ทางวฒั นธรรมอนั เปน็ ผลจากสง่ิ เหลา่ นี้ ซงึ่ ชมุ ชน กลมุ่ ชน
สำ� รวจ เพอ่ื พยายามใหน้ ยิ ามและจดั ทำ� อนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ย และในบางกรณปี จั เจกบคุ คลยอมรบั วา่ เปน็ สว่ นหนงึ่ ของ
การสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมท่ีจับต้องไม่ได้ มรดกทางวัฒนธรรมของตน มีการถ่ายทอดจากคนรุ่น
(Convention for the Safeguarding of the หนงึ่ ไปยังคนอีกรนุ่ หนง่ึ เปน็ สิ่งท่ชี มุ ชนและกลุ่มชนสร้าง
Intangible Cultural Heritage) จนแล้วเสร็จใน ขน้ึ ใหมอ่ ยา่ งสมำ่� เสมอ เพอ่ื ตอบสนองตอ่ สภาพแวดลอ้ ม
พ.ศ. 2546 เพอื่ การคมุ้ ครองและสนับสนุนวัฒนธรรมที่ ของตน เปน็ ปฏสิ มั พนั ธข์ องพวกเขาทมี่ ตี อ่ ธรรมชาตแิ ละ
จับต้องไม่ได้ปัจจุบัน (ธันวาคม 2564) ยูเนสโกข้ึน ประวัติศาสตร์ของตน และท�ำให้คนเหล่านั้นเกิดความ
ทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมท่ีจับต้องไม่ได้แล้ว รู้สึกมีอัตลักษณ์และความต่อเนื่อง ดังน้ันจึงก่อให้เกิด
ทัง้ ส้นิ 629 รายการ ใน 139 ประเทศทั่วโลก ความเคารพตอ่ ความหลากหลายทางวฒั นธรรมและการ
ในประเทศไทย เน่ืองจากเกิดความสับสนของ คิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ (พระราชบัญญัติส่งเสริมและ
การนิยามความหมายของ “Intangible Cultural รักษามรดกภมู ปิ ัญญาทางวฒั นธรรม, 2559) นอกจากน้ี
Heritage” ดังกล่าว ก่อให้เกิดการถกเถียงเป็นวงกว้าง นิยามของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ยังต้อง
กระทรวงวฒั นธรรมในฐานะผรู้ บั ผดิ ชอบจงึ ไดห้ าบทสรปุ สอดคลอ้ งกบั หลักสทิ ธิมนุษยชนสากลด้วย
โดยการเปิดเวทีรับความคิดเห็น และมีมติให้ใช้ค�ำว่า
“มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” แทนค�ำว่า “มรดก ท่มี าภาพ: ลินนิ า พุทธธิ าร (2564)
วัฒนธรรมท่ีจับต้องไม่ได้” ตามท่ีบัญญัติไว้ใน พระราช
บญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และรกั ษามรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม
พ.ศ. 2559 ในประเทศมีรายการท่ีข้ึนทะเบียนแล้ว
(Inscribed) โดยยูเนสโก ดังน้ี 1) โขน ละครร�ำสวม
หนา้ กากในไทย (ขนึ้ บญั ชี พ.ศ. 2561) นวดไทย การนวด
แผนไทย (ขนึ้ บญั ชี พ.ศ. 2562) โนรา นาฏศิลป์ในภาค
ใต้ของไทย (ข้นึ บญั ชี พ.ศ. 2564)

22 ลูกหยยี ะรงั มรดกภูมิปัญญาท้องถ่นิ
แหง่ ชุมชนดงต้นหยี

ทม่ี าภาพ: ลนิ ินา พทุ ธิธาร (2564) (2) ภาษาไทยถ่ิน คือ ภาษาไทยท่ใี ช้ส่อื สาร
ในแตล่ ะภูมภิ าค ไดแ้ ก่ ภาษาไทยถิน่ กลาง ภาษาไทยถิน่
เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจไปในทิศทาง อสี าน ภาษาไทยถนิ่ เหนอื และภาษาไทยถิน่ ใต้
เดียวกัน ผู้เขียนจะใช้ค�ำว่า มรดกภูมิปัญญาทาง (3) ภาษากลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุ คอื ภาษาทใ่ี ชต้ ดิ ตอ่
วัฒนธรรม ซ่ึงมีความครอบคลุมและสอดคล้องกับ สอื่ สารในชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ของประเทศไทย เชน่ ภาษาเขมร
ภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชนและท้องถ่ิน โดยมรดก ถ่ินไทย ภาษาม้ง ภาษาชอง ภาษามอแกน ภาษาลื้อ
ภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมทชี่ มุ ชนหนง่ึ ปฏบิ ตั แิ ละสบื ทอด ภาษาพวน หรือภาษาอ่ืนที่มลี ักษณะเปน็ ภาษาชาตพิ นั ธ์ุ
สามารถเหมือนหรือคล้ายคลึงกับในอีกชุมชนหน่ึงได้ (4) ภาษาสัญลักษณ์ คือ ภาษาท่ีใช้ติดต่อ
ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งเปน็ มรดกภมู ปิ ญั ญาทมี่ เี อกลกั ษณเ์ ปน็ หนง่ึ สอ่ื สารดว้ ยภาษามอื ภาษาทา่ ทาง อกั ษร หรอื สญั ลกั ษณ์
เดียวในโลกเท่านั้น เช่น ชุมชนดงต้นหยี ต�ำบลระแว้ง อืน่ ท่ีใชใ้ น
มีการแปรรูปลูกหยี ส่วนชุมชนบ้านปราแว ต�ำบลยะรัง
ก็มีการแปรรูปลูกหยีเช่นเดียวกัน ซึ่งภูมิปัญญาในการ การตดิ ตอ่ ส่อื สาร
แปรรูปลูกหยีของชุมชนท้ังสองแห่งถือว่ามีมรดก
ภมู ิปญั ญา “ภมู ปิ ัญญาร่วม” 2. วรรณกรรมพ้ืนบ้าน หมายถึง เรื่องราวท่ี
ถา่ ยทอดอยใู่ นวถิ ชี วี ติ ชาวบา้ น ดว้ ยวธิ กี ารบอกเลา่ เขยี น
ประเภทของมรดกภมู ปิ ัญญาทางวัฒนธรรม เปน็ ลายลักษณอ์ กั ษร หรอื เปน็ ภาพ วรรณกรรมพื้นบ้าน
มรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม จำ� แนกออกเปน็ แบ่งออกเปน็ 7 ประเภท ดงั ต่อไปน้ี
6 สาขา ดงั น้ี (กรมสง่ เสรมิ วัฒนธรรม, 2565) (1) นทิ านพื้นบ้าน หมายความวา่ เรือ่ งเลา่
1. ภาษา หมายถึง เคร่ืองมอื ทีใ่ ชส้ ่ือสารในวถิ ี พืน้ บ้านท่ีสบื ทอดกันมา เชน่ นิทานจกั ร ๆ วงศ์ ๆ นิทาน
ชีวิตของแต่ละกลุ่มชน ซ่ึงสะท้อนโลกทัศน์ ภูมิปัญญา ประจ�ำถ่นิ นิทานคติ นทิ านอธบิ ายเหตุ นิทานเร่อื งสตั ว์
และวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชน ทั้งเสียงพูด ตัวอักษร นิทานเรื่องผี นิทานมุขตลก นิทานเรื่องโม้ นิทานลูกโซ่
หรอื สญั ลกั ษณ์ ภาษา แบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท ดงั ตอ่ ไปน้ี หรือเรอื่ งเลา่ อ่นื ทมี่ ีลกั ษณะเป็นนทิ านพ้ืนบา้ น
(1) ภาษาไทย คือ ภาษาประจ�ำชาติ หรือ
ภาษาราชการทีใ่ ช้ในประเทศไทย

23ลูกหยียะรงั มรดกภมู ปิ ัญญาท้องถิน่
แหง่ ชุมชนดงตน้ หยี

(2) ต�ำนานพ้ืนบ้าน คือ เรื่องเล่าท่ีมี 3. ศิลปะการแสดง หมายถงึ การแสดงดนตรี
ความสมั พนั ธก์ บั ความเชอื่ สงิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ พธิ กี รรม ศาสนา การขับร้อง การร�ำ การเต้น และละครที่แสดงเป็น
และประวัติศาสตรใ์ นท้องถนิ่ เรอ่ื งราว ทงั้ ทเี่ ปน็ การแสดงตามขนบแบบแผน หรอื มกี าร
(3) บทร้องพืน้ บา้ น คอื คำ� รอ้ งท่สี บื ทอดกนั ประยุกต์เปล่ียนแปลง การแสดงท่ีเกิดข้ึนน้ันเป็นการ
มาในแต่ละโอกาส เช่น บทกล่อมเด็ก บทร้องเล่น แสดงสดต่อหน้าผู้ชม และมีจุดมุ่งหมายเพ่ือความงาม
บทเก้ียวพาราสี บทจ๊อย ค�ำเซิ้ง หรือค�ำร้องอื่นท่ีมี ความบันเทิง หรือเป็นงานแสดงท่ีก่อให้เกิดการคิด
ลักษณะเปน็ บทร้องพน้ื บา้ น วิพากษ์ น�ำสู่การพัฒนาและเปล่ียนแปลงสังคม ศิลปะ
(4) บทสวดหรือบทกล่าวในพิธีกรรม คือ การแสดง แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ดงั ต่อไปน้ี
ค�ำสวดท่ีใช้ประกอบในพิธีกรรม เช่น ค�ำบูชา ค�ำสมา (1) ดนตรีและเพลงร้อง คือ เสยี งท่ีเกิดจาก
ค�ำเวนทาน ค�ำให้พร ค�ำอธิษฐาน คาถา บทท�ำขวัญ เครื่องดนตรีและการขับร้องที่ประกอบกันเป็นท�ำนอง
บทอานิสงส์ บทประกอบการรักษาโรคพื้นบ้าน เพลง ท�ำให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึก และจินตนาการ
หรือค�ำสวดอื่นท่ีมีลักษณะเป็นบทสวดหรือบทกล่าว เพื่อบรรเลง ขับกล่อม ประกอบพิธีกรรมและประกอบ
ในพธิ ีกรรม การแสดง ดนตรแี ละเพลงรอ้ ง แบง่ ออกเปน็ ดนตรีและ
เพลงร้องในพิธีกรรม ดนตรีและเพลงร้องในการแสดง
ดนตรี และเพลงร้องเพื่อการประกวดประชัน ดนตรี
และเพลงรอ้ งเพ่ือความรนื่ เรงิ

(5) ส�ำนวน ภาษิต คอื คำ� พูดหรือค�ำกล่าว (2) นาฏศิลป์ คือ การแสดงท่ีใช้ร่างกาย
ทมี่ สี มั ผสั คลอ้ งจองกนั เพอ่ื ความสนกุ สนานหรอื ใชใ้ นการ ท่วงท่าการเคลื่อนไหว ท่าเต้น ท่าร�ำการเชิด
สงั่ สอน เชน่ โวหาร คำ� คม คำ� พงั เพย คำ� อปุ มาอปุ ไมย คำ� อาจสอดคล้องหรือสัมพันธ์กับการพากย์ เจรจา การใช้
ผวน หรือค�ำพูดหรือคำ� กลา่ วอนื่ ที่มลี ักษณะเป็นสำ� นวน เสียงดนตรี บทร้อง บทละคร และอปุ กรณ์ประกอบการ
ภาษิต แสดง ซง่ึ สอ่ื ถงึ อารมณ์ ความรสู้ กึ และเรอ่ื งราวอาจแสดง
(6) ปริศนาค�ำทาย คือ ข้อความทีต่ ้งั เป็นคำ� ถาม เพื่อให้ ร่วมกับดนตรีและการขับร้องหรือไม่ก็ได้ นาฏศิลป์
ผู้ตอบได้ทายหรอื ตอบปัญหา เชน่ คำ� ทาย ปญั หาเชาวน์ และการละคร แบ่งออกเป็น นาฏศิลป์และการละคร
ผะหมี หรอื ขอ้ ความอ่นื ที่มีลกั ษณะเปน็ ปรศิ นาคำ� ทาย ในพิธีกรรม นาฏศิลป์และการละครท่ีเป็นเรื่องราว
(7) ต�ำรา คอื องคค์ วามรู้ท่ีมีการเขยี นบันทึกในเอกสาร และแสดงเปน็ ชุดแต่ไมเ่ ป็นเรือ่ งราว
โบราณ เช่น ต�ำราโหราศาสตร์ ต�ำราดูลักษณะคนและ
สัตว์ ต�ำรายา หรือองค์ความรู้อื่นท่มี ีลักษณะเป็นต�ำรา

24 ลกู หยยี ะรงั มรดกภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่
แหง่ ชมุ ชนดงต้นหยี

(ข) ประเพณีเก่ียวกับเทศกาล เช่น
งานสงกรานต์ งานลอยกระทง งานบุญเดือนสิบ
งานตานกว๋ ยสลาก งานผตี าโขน งานแขง่ เรอื งานบญุ บง้ั ไฟ

4. แนวปฏิบตั ทิ างสังคม พธิ กี รรม ประเพณี (ค) ประเพณเี กย่ี วกบั วงจรชวี ติ เชน่ การเกดิ
และเทศกาล หมายถงึ การประพฤตปิ ฏิบัตแิ ละการกระ การต้ังชื่อ การบวช การแต่งงาน พิธีบายศรีสู่ขวัญ
ทำ� กจิ กรรมในแนวทางเดยี วกนั ของคนในชมุ ชนทส่ี บื ทอด พธิ กี รรมเหยา ประเพณผี กู เสยี่ ว การขนึ้ บา้ นใหม่ การตาย
กนั มาบนหนทางของมงคลวถิ ี นำ� ไปสสู่ งั คมแห่งสันติสขุ (ง) ประเพณีเก่ียวกับการท�ำมาหากิน เช่น
แสดงใหเ้ หน็ อตั ลกั ษณข์ องชมุ ชนหรอื กลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุ แนว พิธีบูชาแม่โพสพ พิธีท�ำขวัญข้าว พิธีไหว้ครู พิธีกรรม
ปฏบิ ัติทางสงั คม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล แบง่ ขอฝน พธิ ีวางศลิ าฤกษ์ ประเพณลี งเล
ออกเป็น 2 ประเภท ดังตอ่ ไปน้ี
(1) มารยาท คอื การประพฤตปิ ฏบิ ตั ทิ ดี่ งี าม
ตอ่ ผูอ้ ื่น เชน่ การแสดงความเคารพ การส่งและการรับ
สง่ิ ของ การกนิ การพดู การยนื การเดนิ การนง่ั การนอน
การแต่งกาย

(2) ประเพณี คือ สิ่งที่นิยมถือประพฤติ 5. ความรู้และการปฏิบัติเก่ียวกับธรรมชาติ
ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนเป็นแบบแผนขนบธรรมเนียม และจักรวาล หมายถึง องค์ความรู้ วิธีการ ทักษะ
หรอื จารตี ประเพณี ซงึ่ เกยี่ วกบั ศาสนา เทศกาล วงจรชวี ติ ความเชอ่ื แนวปฏิบัติและการแสดงออกที่เกดิ จากการมี
และการท�ำมาหากิน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
(ก) ประเพณี เพื่อการด�ำรงชีวิตความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับ
เกยี่ วกบั ศาสนา เชน่ การสวด ธรรมชาติและจักรวาล แบ่งออกเป็น 5 ประเภท
มนต์ การเทศน์ การทอดกฐนิ ดังต่อไปนี้
การทอดผ้าป่า ประเพณีแห่
เทียนพรรษา ประเพณีลาก 25ลกู หยยี ะรัง มรดกภูมปิ ัญญาท้องถิ่น
พระ ประเพณแี หผ่ ้าขึน้ ธาตุ แห่งชมุ ชนดงต้นหยี

(1) อาหารและโภชนาการ คอื สง่ิ ทมี่ นษุ ย์ (3) โหราศาสตร์และดาราศาสตร์
บริโภค รวมถงึ วิธกี ารปรุงและประกอบอาหาร รูปแบบ (ก) โหราศาสตร์ คือ ความรู้ ความเช่ือ
การบริโภค และคณุ คา่ ทางโภชนาการ ในการท�ำนายโชคชะตา ท�ำนายอนาคตของบุคคลและ
บ้านเมืองโดยอาศัยต�ำแหน่งของดวงดาวในเวลาที่เกิด
เหตุการณ์นั้น
(ข) ดาราศาสตร์ คือ ความรู้จากการ
สงั เกตและอธบิ ายธรรมชาตขิ องดวงดาวและเทหวตั ถใุ น
ทอ้ งฟา้ ทีน่ ำ� มาใช้ในการด�ำรงชวี ิต

(2) การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ (4) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง
พ้ืนบา้ นไทย แวดล้อม คือ ความร้ใู นการจัดการระบบนเิ วศ เพอื่ การ
(ก) การแพทยแ์ ผนไทย คอื กระบวนการ อนุรักษแ์ ละการใช้ประโยชนอ์ ย่างย่งั ยนื
ทางการแพทยเ์ ก่ยี วกับการตรวจ วนิ จิ ฉัย บำ� บดั รักษา (5) ชัยภูมิและการต้ังถิ่นฐาน คือ ความรู้
หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพของ และความเช่ือในการเลือกที่ต้ัง เพื่อการอยู่อาศัยหรือ
มนษุ ย์หรือสัตว์ การผดงุ ครรภ์ การนวดไทย และรวมถงึ วัตถุประสงค์อ่ืนตามสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรม
การเตรยี มการผลติ ยาแผนไทย และการประดษิ ฐอ์ ปุ กรณ์ ของชมุ ชน
และเครือ่ งมือทางการแพทย์ ท้งั น้ี โดยอาศยั ความรู้หรือ
ตำ� ราท่ีไดถ้ ่ายทอดและพฒั นาสืบต่อกันมา
(ข) การแพทยพ์ น้ื บา้ นไทย คอื การตรวจ
การวนิ จิ ฉยั การบำ� บดั การรกั ษา การปอ้ งกนั โรค การสง่
เสริมและการฟน้ื ฟสู ุขภาพ โดยใช้องคค์ วามรซู้ ึ่งสบื ทอด
กันมาในชุมชนท้องถ่ินหรือกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งน้ี
ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย หรือการแพทย์
พน้ื บา้ นไทย

26 ลูกหยยี ะรัง มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

6. งานช่างฝีมือดั้งเดิม หมายถึง งานท่ี (3) เครื่องรัก คือ งานที่ใช้ยางรักเป็นวัสดุ
สรา้ งสรรคข์ นึ้ จากภมู ปิ ญั ญา ทกั ษะฝมี อื ชา่ ง การเลอื กใช้ สำ� คญั ดว้ ยกรรมวธิ ใี นการผลติ เชน่ ถม ทบั ปดิ ทองรดนำ้�
วสั ดุ เครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ และกลวธิ กี ารสรา้ งสรรคท์ แี่ สดง ก�ำมะลอ ประดับมุก ประดับกระจกสี ประดับกระดูก
ถึงลักษณะเฉพาะ สะท้อนพัฒนาการทางสังคมและ ปั้นกระแหนะ หรือกรรมวิธีอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องกับการผลิต
วฒั นธรรมท่สี ืบทอดกนั มา งานชา่ งฝีมอื ดงั้ เดมิ แบง่ ออก เคร่อื งรกั
เป็น 9 ประเภท ดังต่อไปน้ี
(1) ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า คือ งานท่ี
สร้างสรรค์ขึ้นจากเส้นใย ด้วยกรรมวิธีในการผลิต เช่น
ทอ ถัก ปัก ตีเกลยี ว มดั หมี่ ขิด ยก จก เกาะลว้ ง พมิ พ์
ลาย ยอ้ ม หรอื กรรมวธิ อี นื่ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การผลติ ผา้ และ
ผลิตภัณฑจ์ ากผ้า

(4) เคร่ืองปัน้ ดินเผา คือ งานท่ีสร้างจากดนิ
เปน็ วสั ดุหลัก ดว้ ยวธิ ีการปน้ั ผึง่ แห้ง เผาเคลือบ หรอื วิธี
การอื่นท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการผลติ เครอื่ งปนั้ ดินเผา

(2) เครื่องจกั สาน คือ งานท่สี รา้ งสรรคจ์ าก
วัตถุดบิ ดว้ ยกรรมวธิ ีในการผลิต เชน่ จักตอก สาน ถัก
ผูกรดั มัด รอ้ ย หรอื กรรมวิธีอืน่ ท่เี กยี่ วขอ้ งกบั การผลติ
เครื่องจักสาน

(5) เครื่องโลหะ คือ งานท่ีสร้างสรรค์จาก
โลหะเปน็ วสั ดหุ ลกั ดว้ ยกรรมวธิ ใี นการผลติ เชน่ หลอม
เผา ตี หล่อ ตัด ติด ขัด เจียร เช่ือม หรือกรรมวิธีอื่น
ที่เกย่ี วข้องกับการผลติ เครื่องโลหะ
(6) เครอ่ื งไม้ คอื งานทสี่ รา้ งสรรคจ์ ากไมเ้ ปน็
วสั ดุหลัก ดว้ ยกรรมวธิ ีในการผลติ เชน่ แปรรปู ตัด เลอ่ื ย
แกะ สลกั สับ ขุด เจาะ ถาก กลึง ขูด ขัด ตกแตง่ ผิว หรอื
กรรมวธิ อี ่ืนทเี่ ก่ยี วข้องกบั การผลิตเคร่ืองไม้

27ลูกหยยี ะรัง มรดกภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น
แหง่ ชุมชนดงตน้ หยี

(7) เครอ่ื งหนงั คอื งานทส่ี รา้ งสรรคจ์ ากหนงั ลกู หยยี ะรงั กบั มรดกภูมปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม
สตั วเ์ ปน็ วสั ดหุ ลกั ดว้ ยกรรมวธิ ใี นการผลติ เชน่ หมกั ฟอก การแปรรปู ลกู หยยี ะรงั ถอื เปน็ มรดกภมู ปิ ญั ญา
ตากแหง้ ตัด เจาะ ฉลุ ลงสี หรอื กรรมวธิ ีอ่ืนท่ีเกย่ี วข้อง ทางวัฒนธรรม เนื่องดว้ ยมีการคิดค้น ปฏิบตั สิ ืบทอดกนั
กับการผลิตเครอ่ื งหนงั ของคนในชมุ ชนดงตน้ หยี โดยเรมิ่ ตงั้ แตก่ ารปลกู ตน้ หยที ่ี
(8) เคร่ืองประดับ คือ งานที่ประดิษฐ์ สบื ทอดจากรนุ่ สรู่ นุ่ วธิ กี ารเกบ็ ลกู หยซี ง่ึ มเี พยี งไมก่ คี่ นใน
จากวัสดุ เช่น หิน เปลือกหอย โลหะมีค่า และอัญมนี ชุมชนดงต้นหยีท่ีท�ำได้แล้วในปัจจุบัน เนื่องจากต้อง
ดว้ ยกรรมวธิ ใี นการผลติ เชน่ หลอม หลอ่ ดงึ ตี ทบุ บุ ดนุ อาศัยความช�ำนาญและเป็นงานท่ีมีความอันตรายสูง
เลี่ยม แกะ สลัก ร้อย เชื่อม ติด หรือกรรมวิธีอื่น ภมู ปิ ญั ญาเกยี่ วกบั การเกบ็ รกั ษา คอื การนำ� ลกู หยไี ปตาก
ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั การผลิตเครอ่ื งประดับ แดดให้แห้งพอเหมาะส�ำหรับการน�ำไปกะเทาะเปลือก
แล้วท�ำให้เปลือกไม่ติดท่ีผิวเน้ือลูกหยี หลังจากนั้นน�ำ
(9) งานช่างฝีมือที่ไม่สามารถจัดอยู่ ลูกหยีที่กะเทาะเปลือกแล้วไปตากแดดให้แห้งแล้วจึง
ใน 8 ประเภทท่ีกล่าวมาข้างต้น เช่น ปราสาทศพ สามารถน�ำไปเกบ็ ไวเ้ พื่อใชแ้ ปรรปู ต่อไป และการถนอม
งานช่างแทงหยวก อาหาร ด้วยการแปรรูปลูกหยีในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งถือ
งานประดิษฐ์ใบตอง เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและการต่อยอด
งานร้อยมาลัย งานจัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้มีความน่าสนใจและถูกปาก
ดอกไม้สด งานแกะ ผบู้ รโิ ภคมากยงิ่ ขน้ึ ซงึ่ ในการแปรรปู ผลติ ภณั ฑจ์ ากลกู หยี
สลกั ผักและผลไม้ หรือ นั้น จำ� เป็นตอ้ งอาศัยกำ� ลงั คนและแรงงาน สง่ ผลให้เกิด
งานอื่นท่ีเก่ียวข้องกับ การรวมกลมุ่ ของชาวบา้ นสตรที อ่ี ยใู่ นชมุ ชน มาชว่ ยเหลอื
งานช่างฝมี ือดงั้ เดิม กันท�ำผลิตภัณฑ์จากลูกหยี เกิดเป็นการสร้าง
ความสัมพันธ์กันในชุมชน กลายเป็นชุมชนท่ีเข้มแข็ง
มคี วามสามคั คี ชว่ ยเหลอื กนั และรว่ มกนั พฒั นาชมุ ชนให้
มีคณุ ภาพชวี ิตทด่ี ขี ึ้น
การน�ำผลลูกหยีมารับประทานและแปรรูป
ถือเป็นภูมิปัญญาของคนในชุมชนดงต้นหยี เน่ืองจาก
ลูกหยีเวลาออกผลจะมีจ�ำนวนมาก ไม่สามารถรับ
ประทานหรอื ขายไดห้ มดในคราวเดยี ว ชาวบา้ นในชมุ ชน
จึงคิดค้นวิธีการท่ีจะถนอมอาหารและแปรรูปเป็น
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ ลูกหยีทรงเครื่อง ลูกหยีฉาบ
ลูกหยีกวนไม่มีเมล็ด เป็นต้น จากลูกหยีในพ้ืนที่ชุมชน
มี 2 สายพนั ธ์ุ ไดแ้ ก่ ลูกหยพี นั ธ์หุ ยที วย หรอื ทวยงาชา้ ง
และพันธุ์หยีธรรมดาหรือหยีบ้าน รสชาติเปร้ียวหรือ
เปร้ียวอมหวาน หรือเปรี้ยวอมฝาด ลูกหยีในชุมชนดง
ต้นหยีและพื้นที่จังหวัดปัตตานีจะมีรสชาติเปร้ียวน�ำ

28 ลกู หยียะรัง มรดกภมู ปิ ัญญาท้องถ่นิ
แห่งชุมชนดงต้นหยี

ท�ำให้ไม่ค่อยนิยมรับประทานแบบสด ชาวบ้านจึงได้คิด กศน. อ�ำเภอยะรังได้มอบหมายให้ กศน.
แปรรูปเป็นลูกหยีทรงเคร่ือง ลูกหยีฉาบ ลูกหยีกวน ต�ำบลระแว้ง จัดกิจกรรมโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน
ให้มีรสชาติหวานอมเปร้ียวอมหวานตัดด้วยรสเค็ม (ชน้ั เรยี น) หลกั สตู รระยะสนั้ 40 ชั่วโมง โดยเฉพาะกลุ่ม
และเผ็ด เพ่ือไม่ใหเ้ ลย่ี นจนเกินไป ท�ำให้ลูกหยีแปรรปู ได้ เยาวชน วัยแรงงาน กลุ่มแม่บ้าน เพ่ือช่วยเหลือตนเอง
รับความนิยมและเป็นของซ้ือของฝากที่มีชื่อเสียงของ และครอบครัวให้มีรายได้เพ่ิมขึ้นและใช้เวลาว่างให้เป็น
ชมุ ชนและจงั หวัดปตั ตานใี นเวลาต่อมา ประโยชน์ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม กระบวนการเรยี นรทู้ จ่ี ะนำ� ไปสกู่ ารสรา้ งรายได้ การสรา้ ง
อัธยาศัยอ�ำเภอยะรัง ได้ด�ำเนินโครงการศูนย์ฝึกอาชีพ งานใหก้ ับประชาชน เพิม่ รายได้ ลดรายจา่ ยในครวั เรอื น
ชุมชน กิจกรรมส่งเสรมิ ชน้ั เรียนวชิ าชพี หลกั สตู ร การ รวมทั้งจากการจัดการเรียนการสอนท่ีบูรณาการมรดก
แปรรปู ผลติ ภณั ฑจ์ ากลกู หยี จำ� นวน 40 ชวั่ โมง โครงการ ภมู ปิ ญั ญาทางวัฒนธรรมน�ำร่อง จนทำ� ใหเ้ กิดผลิตภัณฑ์
ศนู ยฝ์ กึ อาชพี ชมุ ชน เปน็ โครงการตาม พ.ร.บ. บประมาณ ใหม่ ดงั นี้ นำ้� ลกู หยี นำ�้ พรกิ ลกู หยี และแยมลกู หยี ซง่ึ ชาว
ด�ำเนินการตามยุทธศาสตร์และจุดเน้นของส�ำนักงาน บ้านได้น�ำไปต่อยอดและจ�ำหน่ายได้จริง สามารถสร้าง
กศน. ภายใต้กรอบทิศทางการพัฒนาตามแผน รายไดเ้ พม่ิ ขน้ึ ใหก้ บั ชมุ ชนดว้ ย ซงึ่ ผเู้ รยี นจะไดเ้ รยี นรกู้ าร
ยทุ ธศาสตรช์ าติ พ.ศ. 2561-2580 และแผนการศึกษา แปรรปู ลกู หยีท้งั แบบด้งั เดมิ และผลติ ภณั ฑใ์ หม่ด้วย
แห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 เพ่ือเป็นการเพ่ิมและ
กระจายโอกาสทางการศกึ ษาใหป้ ระชาชนกลมุ่ เปา้ หมาย ผเู้ ขียนไดร้ วบรวมวิธกี ารแปรและสว่ นผสมเมนู
ท่ีพลาด ขาดโอกาสทางการศึกษา ทางสังคมและทาง ตา่ ง ๆ จากลกู หยียะรงั โดยมีรายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี
เศรษฐกจิ เป็นการลดความเหลีย่ มลำ�้ ของคนในสังคมให้
ไดร้ บั โอกาสในการเขา้ ถงึ การจดั การศกึ ษานอกระบบ ใน
รูปแบบการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ตามภารกิจโครงการ
ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน การจัดการศึกษาอาชีพเพ่ือการมี
งานท�ำอย่างยั่งยืน โดยให้ความส�ำคัญกับการจัดการ
ศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานท�ำในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม
อตุ สาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม และอาชีพเฉพาะ
ทางหรือการบริการ รวมถึงการเน้นอาชีพช่างพ้ืนฐานที่
สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน และศักยภาพของ
แตล่ ะพน้ื ที่ ทม่ี คี ณุ ภาพใหไ้ ดม้ าตรฐานเปน็ ทย่ี อมรบั สอด
รับกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนา
ประเทศ ตลอดจนสรา้ งความเขม้ แขง็ ใหก้ บั ศนู ยฝ์ กึ อาชพี
ชมุ ชนโดย รวมทงั้ ใหม้ กี ารกำ� กบั ตดิ ตาม และรายงานผล
การจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท�ำอย่างเป็นระบบ
และตอ่ เนอ่ื ง

29ลูกหยยี ะรัง มรดกภูมิปญั ญาท้องถิ่น
แหง่ ชุมชนดงต้นหยี

30 ลูกหยยี ะรัง มรดกภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ
แห่งชุมชนดงตน้ หยี

31ลูกหยียะรงั มรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

32 ลูกหยยี ะรัง มรดกภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ
แห่งชุมชนดงตน้ หยี

33ลูกหยียะรงั มรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

34 ลูกหยยี ะรัง มรดกภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ
แห่งชุมชนดงตน้ หยี

35ลูกหยียะรงั มรดกภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่
แหง่ ชมุ ชนดงตน้ หยี

สรุป เปน็ ทางเลอื กสำ� หรบั ผบู้ รโิ ภคทตี่ อ้ งการบรโิ ภคผลติ ภณั ฑ์
มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม คือ วิถีการ ใหม่ ๆ มคี วามหลากหลาย ซึ่งกจิ กรรมในบทน้ผี ้เู รียนจะ
ปฏิบัติของคนในชุมชนหน่ึง ท่ีแสดงออกในด้านความรู้ ได้ความรู้ และทักษะการท�ำแปรรูปลูกหยี ในการศกึ ษา
ทกั ษะ ตลอดจนการใชเ้ ครือ่ งมอื วตั ถุ สร้างส่งิ ประดิษฐ์ นอกระบบระดบั ขน้ั พน้ื ฐาน ด้วยการใช้มรดกภมู ิปัญญา
และพ้ืนที่ทางวัฒนธรรม ซึ่งชุมชน กลุ่มชน หรือคนใน ทางวัฒนธรรมมาบูรณาการในการเรียนรู้ และให้
ชุมชน ยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชาวบ้านในชุมชนมาเป็นวิทยากร
ของตน มกี ารถา่ ยทอดจากคนรนุ่ หนงึ่ ไปยงั คนอกี รนุ่ หนง่ึ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้วย ผู้เรียนเยาวชนจะสามารถน�ำ
หรือเป็นสิ่งที่ชุมชนและกลุ่มชนสร้างขึ้นใหม่และปฏิบัติ ความรู้ท่ีได้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพของ
อยา่ งสมำ�่ เสมอ เพ่ือตอบสนองตอ่ สภาพแวดล้อมภายใน ตนเองหรือต่อยอดอาชพี ของตนเองได้อย่างเหมาะสม
ชุมชนของตน ท�ำ ให้คนเหล่านั้นเกิดความรู้สึกมีอัต หลังจากท่ีได้พัฒนาผลิตจากลูกหยีเป็นสินค้า
ลกั ษณแ์ ละความตอ่ เนอ่ื ง มรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม ต่าง ๆ แล้ว ช่องทางการจัดจ�ำหน่ายเป็นอีกส่ิงจ�ำเป็น
ท่ีเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาลูกหยียะรัง เริ่มต้ังแต่การเก็บ ในการสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ปัจจุบัน
ผลผลติ การตากลกู หยี การกะเทาะเปลอื ก การแกะเมลด็ รูปแบบการจ�ำหน่ายสินค้าหรือบริการเปลี่ยนแปลงไป
การเก็บรักษา การรวมกลุ่มคนในชุมชนเพื่อแปรรูป ตามสถานการณโ์ ลกในยคุ โลกาภวิ ตั ณ์ ทเี่ ทคโนโลยดี จิ ทิ ลั
ผลติ ภณั ฑจ์ ากลกู หยี เพอ่ื จดั จำ� หนา่ ยและรบั ประทานใน มีความจ�ำเป็นและเข้ามามีบทบาทในการด�ำรงชีวิต
ครวั เรอื นดว้ ย และการดแู ลรกั ษาตน้ หยหี ลงั การเกบ็ เกยี่ ว ผบู้ ริโภคเองก็ปรบั เปลย่ี นรูปแบบการซือ้ สินคา้ จากการ
การน�ำลูกหยีมาแปรรูปด้วยวิธีการถนอมอาหารแต่เดิม เดินทางไปซอ้ื ทรี่ า้ นคา้ เป็นการส่งั ผา่ นช่องทางออนไลน์
นั้น มีการท�ำออกมาเป็นลูกหยีทรงเครื่อง ลูกหยีฉาบ ท�ำให้ผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้าเองก็ต้องปรับตัว
น้�ำตาล ลูกหยีกวนท้ังในรูปแบบมีเมล็ดและไม่มีเมล็ด เพื่อให้สอดรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
ซ่ึงในปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในพ้ืนที่ ซ่ึงในบทถัดไปผู้เขียนจะพูดถึงวิธีการส่งเสริมการขาย
และตา่ งพนื้ ท่ี เหมาะสำ� หรบั เปน็ ของฝากสำ� หรบั ผทู้ ไี่ ดม้ า เบอ้ื งตน้ การใชช้ อ่ งทางออนไลนใ์ นการจดั จำ� หนา่ ยสนิ คา้
เยือนอ�ำเภอยะรังและจังหวัดปัตตานี นอกจากน้ี และการใช้แอบพลิเคช่ันส�ำหรับการพัฒนาโลโก้
กศน.อ�ำเภอยะรัง ได้จัดโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน หรือบรรณจุภัณฑ์ให้มีความสวยงามและดึงดูดลูกค้า
เพ่ือพัฒนาผลิตภัณฑ์จากลูกหยีมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ มากย่ิงขึ้น
ตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ นำ�้ ลกู หยี นำ้� พรกิ ลกู หยแี ละแยมลกู หยี เพอื่

36 ลูกหยียะรงั มรดกภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน
แห่งชุมชนดงตน้ หยี

บทท่ี 4 การสง่ เสริมการขายสนิ คา้ ออนไลน์

จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากลูกหยีเป็นสินค้า ชอ่ งทางการจำ� หน่ายผลิตภัณฑ์ออนไลน์
ตา่ ง ๆ ทห่ี ลากหลายเพอ่ื ตอบสนองและสรา้ งความสนใจ OOCC ส�ำนักงาน กศน.
ให้กับผู้บริโภคแล้ว การส่งเสริมการขายก็เป็นส่ิงส�ำคัญ ด้วยกระทรวงศกึ ษาธิการ และสำ� นักงาน กศน.
และจ�ำเป็น ซ่ึงในปัจจุบันมีชุมชน กลุ่มชาวบ้าน จัดประชุมสรุปผลการด�ำเนินงานการขับเคล่ือนการ
ทปี่ ระกอบอาชพี เกย่ี วกบั การผลติ ลกู หยแี ปรรปู จำ� หนา่ ย พัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของ
เพมิ่ ขน้ึ ประกอบกบั สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของไวรสั กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนโยบายให้ กศน.อ�ำเภอ/
โคโรนา่ 2019 (โควดิ -19) ทำ� ใหป้ ระเทศไทยตอ้ งประกาศ ต�ำบล ทั่วประเทศ เปิดพ้ืนที่เป็น “ศูนย์จ�ำหน่ายสินค้า
ปิดประเทศและห้ามไม่ใหป้ ระชาชนเดินทางข้ามจังหวดั และผลติ ภัณฑ์ออนไลน์ กศน. (ONIE Online
ในช่วงปี พ.ศ. 2563 ทผ่ี า่ นมา ส่งผลกระทบตอ่ วิถีชวี ติ Commerce Center - OOCC)” ในส่วนท่ีสามารถ
ของประชาชนและการประกอบอาชีพโดยตรง ซึ่งจาก ดำ� เนนิ การไดต้ ามบรบิ ทของพนื้ ทเี่ พอ่ื เปน็ สถานทส่ี ำ� หรบั
สถานการณ์ดังกล่าวแต่ละหน่วยงานท้ังภาครัฐและ ประชาชนในการวางจ�ำหน่ายสินค้าหรือสร้างช่อง
เอกชนพยายามหาวธิ แี ก้ไขปัญหา โดยการน�ำเทคโนโลยี ทางการจ�ำหน่ายสินค้าออนไลน์ ตลอดจนให้ค�ำปรึกษา
ดจิ ทิ ัล เขา้ มาใชใ้ นการท�ำงานของพนักงานในหน่วยงาน และให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตและการจ�ำหน่ายสินค้า
และในทุกอาชีพเองก็ต้องปรับตัว โดยเฉพาะอาชีพ ออนไลน์ โดยไมเ่ กบ็ คา่ ใช้จ่าย ซง่ึ จะเนน้ ไปทก่ี ล่มุ ผู้มีราย
ค้าขายท่ีได้รับผลกระทบโดยตรง จึงเปลี่ยนวิธีการขาย ไดน้ อ้ ยเพอ่ื เปน็ การเพมิ่ รายไดแ้ ละยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ
สินค้าเป็นรูปแบบออนไลน์แทน ซึ่งเป็นช่องทางการหา ของประชาชนให้ดีข้ึนตามแนวทางโครงการ “ไทยนิยม
รายได้ที่ค่อนข้างประสบความส�ำเร็จ และท�ำให้ผล ยั่งยนื ”
ประกอบการไม่ขาดทนุ มากกวา่ ทคี่ วร
สำ� นักงาน กศน. ได้เล็งเห็นถึงความส�ำคัญของ ภาพเพจ OOCC กศน. อ�ำเภอยะรงั
การชว่ ยเหลอื ประชาชนในพน้ื ทแ่ี ละการสรา้ งอาชพี ตาม
พันธกิจ การจัดการศึกษาต่อเนื่อง จึงได้พัฒนาช่อง
ทางการจำ� หนา่ ยผลติ ภณั ฑอ์ อนไลน์ ผา่ นแอบพลเิ คชนั่ เฟ
ซบุ้ก และให้สถานศึกษาในสังกัดไปพัฒนาช่องทางการ
จ�ำหน่ายออนไลน์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของ
ประชาชนในแตล่ ะพนื้ ท่ี

37ลูกหยยี ะรงั มรดกภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ
แหง่ ชุมชนดงต้นหยี

OOCC กศน. อำ� เภอยะรัง วธิ ีใช้งานโปรแกรม Canva อย่างงา่ ย
Canva คือ แพลตฟอร์มออกแบบกราฟิก
เป็นเพจท่ี กศน. อ�ำเภอยะรังสร้างข้ึนตาม สร้างชิน้ งานเพอ่ื ใชล้ ง social media, Presentation,
นโยบายของหนว่ ยงานต้นสงั กดั เพื่อให้เปน็ พน้ื ทีข่ องใน งานสงิ่ พมิ พ์ รวมไปถงึ ภาพเคลอื่ นไหว ประโยชนข์ องแอพ
การซอื้ ขายผลติ ภณั ฑข์ องชมุ ชน นกั ศกึ ษา และประชาชน Canva คอื สามารถสร้างรปู ภาพหรือวีดโี อทีส่ วยงามได้
ทั่วไปในพื้นท่ีอ�ำเภอยะรัง ท่ีเข้ามาร่วมเรียนรู้กับกศน. อย่างรวดเร็ว เพราะเต็มไปด้วยเทมเพลตให้เลือกใช้
อ�ำเภอยะรัง โดยกศน. อ�ำเภอยะรังได้ร่วมกับวิทยากร มากมาย ใชง้ านง่าย ไม่ยุง่ ยากและมรี ปู ภาพ สอื่ ต่าง ๆ
อาชีพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าพรีเม่ียม ของกศน. อย่างหลากหลาย เหมาะสมหรบั การสร้างโลโก้หรือปา้ ย
อ�ำเภอยะรังในทุก ๆ ต�ำบล เช่น ผลิตภัณฑ์ลูกหยี ประชาสัมพันธ์ออนไลน์ สามารถใช้งานได้ฟรี หรือถ้า
ชุมชนดงต้นหยี กลุ่มอาชีพรายาบาติก เฟอร์นิเจอร์ อยากได้เทมเพลตเพ่ิมมากขึ้นสามารถสมัครเป็นสมาชิก
จากทางตน้ ตาล เปน็ ต้น แบบจ่ายเงินรายเดอื นได้ กศน. อำ� เภอยะรงั จงึ ไดค้ ดิ
น�ำแพลตฟอร์มมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในการ
ผา้ บาติกลายปาเตะ๊ พิมพม์ อื ลายลูกหยียะรงั ส่งเสริมอาชีพ หลังจากที่ผู้เรียนได้เรียนรู้เก่ียวกับการ
จาก กลุ่มอาชีพรายาบาตกิ แปรรูปผลิตภณั ฑจ์ ากลกู หยแี ลว้ จะต่อดว้ ยเนื้อหาเกย่ี ว
กบั การพฒั นาบรรจภุ ณั ฑแ์ ละตราสนิ คา้ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความ
สวยงามนา่ สนใจ ซงึ่ มวี ธิ กี ารสมคั รเขา้ ใชง้ านและขนั้ ตอน
การสรา้ งชิ้นงานดงั น้ี (Tiger, 2565)
1. สมคั รสมาชิก Canva
สมัครสมาชิกโดยใชอ้ ีเมลหรอื Facebook สว่ นตัวทีเ่ รามี
อยู่ได้ สมัครได้ที่เว็บไซต์ https://www.canva.com/
th_th/login/?shouldClearGotAutoSelect

ผลงานโลโกท้ น่ี ักศึกษาออกแบบ จากผลิตภัณฑ์ ส�ำหรับคนที่ไม่เคยใช้ Canva ตอนแรกต้อง
ลูกหยีจากชมุ ชนดงต้นหยี สมคั รสมาชกิ กอ่ น ซงึ่ สามารถทำ� ไดง้ า่ ย ๆ ผา่ นการสมคั ร
ดว้ ย Facebook หรอื สมคั รดว้ ย Google หรอื สมคั รดว้ ย
38 ลูกหยยี ะรงั มรดกภูมิปญั ญาท้องถิ่น อีเมลส่วนตัวก็ได้ ข้อแนะน�ำคือหากจะสมัครเพ่ือใช้งาน
แห่งชมุ ชนดงตน้ หยี (ใช้ส�ำหรับการท�ำงานหรือใช้ในบริษัท) เราควรที่จะ

จดอเี มลแยกขนึ้ มาเพอ่ื สมัคร Canva โดยเฉพาะ การท�ำ 3. เลอื ก Template ทเี่ หมาะกบั การใชง้ าน
แบบนีจ้ ะทำ� ใหส้ ามารถแบ่งปันอเี มลกับคนอื่น ๆ ได้ง่าย หลังจากท่ีเลือกขนาด dimensions
ท�ำให้เราไม่ต้องสมัครหลายบัญชี และท�ำให้เราสามารถ แลว้ ขนั้ ตอนตอ่ ไปกค็ อื การเลอื ก Template ทเ่ี ราอยาก
แบง่ ปนั งานทเี่ ราออกแบบแลว้ ใหก้ บั คนอนื่ ไดง้ า่ ยขน้ึ ดว้ ย จะเริ่มออกแบบภาพในรูปแบบขึ้นมา ข้อดี ของ
2. เลอื กการออกแบบ Canva Template สามารถยมื ความคดิ หรอื แบบของคนอนื่ และ
หลงั จากทเี่ ราสมคั รสมาชกิ และไดเ้ ขา้ ทำ� การ นำ� สง่ิ เหลา่ นมี้ าดดั แปลงใหเ้ หมาะกบั สง่ิ ทเ่ี ราอยากได้ เรา
login แล้ว เราสามารถกดตรงปุ่มทางด้านขวาบนว่า สามารถใช้ Template สว่ นมากได้ฟรี แต่ Template
Create a Design เพ่ือท�ำการเลือกรูปแบบของการ บางประเภทก็อาจใช้ภาพหรือ element ท่ีเราต้องเสีย
ออกแบบที่เหมาะส�ำหรบั งานของผ้เู รยี น เงนิ ภายหลงั ได้ อย่างไรกต็ าม เพ่อื ใหภ้ าพทเี่ ราออกแบบ
มามคี วามโดดเดน่ และแตกตา่ งจากผู้อื่น เราควรตกแตง่
เพมิ่ เติมด้วยขั้นตอนต่อไป

หรอื สามารถเลอ่ื นลงไปดไู ดว้ า่ อยากไดต้ วั อยา่ ง 4. การออกแบบ: ลบ เพมิ่ และเปลี่ยนสี
อะไรบ้าง เช่น การออกแบบโพสอินสตาแกรม วิธีการแต่งภาพเพ่ิมเติมด้วยส่วนประกอบ
การออกแบบรูปแบบกระดาษ A4 การสร้างโลโก้ หรือ และฟเิ จอร์ตา่ ง ๆ ของ Canva ดังนี้
การสร้างแผ่นพับต่าง ๆ ในส่วนน้ีถือเป็นตัวอย่าง ภาพ (Photo) หมายถึง ภาพ Stock
ทีส่ ามารถนำ� มาแก้ไข และปรับได้ง่ายตามความตอ้ งการ Photo ท่ี Canva มใี หเ้ พอ่ื ใช้ประกอบการออกแบบของ
ของผู้เรียน การออกแบบส่วนมากท�ำกันเป็น Pixels เรา มที งั้ ภาพแบบฟรแี ละแบบเสยี เงนิ หรอื เราจะใชภ้ าพ
แต่หากอยากท�ำสื่อที่จะส่งให้คนอ่ืนพิมพ์ให้ เช่น ทเี่ ราเตรยี มมาจากชอ่ งทางอน่ื ๆกไ็ ด้ นอกจากนน้ั หากเรา
Resume หรอื โฆษณาปา้ ย สามารถใชห้ นว่ ย CM แทนได้ คลกิ ทภี่ าพ Canva กจ็ ะมฟี เิ จอรใ์ หเ้ ราตกแตง่ เพม่ิ เตมิ ได้
(Effect Filter Adjust Crop Flip) หากเป็นการตกแต่ง
งา่ ยๆ เราสามารถท�ำด้วยฟิเจอรเ์ หล่าน้ีไดเ้ ลย

39ลกู หยยี ะรงั มรดกภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น
แหง่ ชุมชนดงตน้ หยี

องค์ประกอบ (Element) หมายถึง อพั โหลด หมายถงึ เราสามารถอพั โหลดไฟล์
องคป์ ระกอบในการออกแบบอน่ื ที่ Canva ใหม้ าเพอื่ ชว่ ย รปู ภาพ หรอื วดี โิ อทเ่ี ราตอ้ งการนำ� ใชใ้ นการออกแบบงาน
ให้การออกแบบเรามีสีสันมากขึ้น เช่น รูปร่าง หรือ
ไอคอน ตา่ งๆ เชน่ กนั Element กม็ ที งั้ แบบฟรแี ละกเ็ สยี ของเราเองได้
เงิน และเราก็สามารถอัพโหลดส่ิงเหล่าน้ีมาใช้งานจาก
ภายนอกไดด้ ว้ ย

ขอ้ ความ (Font) หมายถงึ ฟอนตท์ ีเ่ ราใช้ สรุปกค็ ือ Canva น้ันมฟี เิ จอรแ์ ละภาพฟรีๆ
ในการพิมพ์ต่าง ๆ ฟอนต์ภาษาอังกฤษมีเยอะมาก ให้เราใช้เยอะมาก แต่หากเราใช้ไปนานๆ (หลายเดือน)
แต่ภาษาไทยจะมอี ย่ไู ม่กร่ี ปู แบบ เรากอ็ าจรสู้ กึ ไดว้ า่ ตวั เลอื กฟรี นน้ั มจี ำ� กดั อาจตอ้ งใชภ้ าพ
หรอื Element ในส่วนน้หี ากเราเหน็ ว่าคุม้ เรากส็ ามารถ
สี หมายถงึ Element ท่ี Canva ใหเ้ รามา สมัครสมาชกิ แบบเสยี เงนิ ได้
และ Font ต่างๆท่ีเราใช้สามารถเปล่ียนสีได้ ในส่วนน้ี 5. การเซฟ และ การเลือกชนดิ ของไฟล์
Canva จะมกี ารแนะนำ� สที เ่ี หมาะหรอื คลา้ ยกบั Element หลักจากท่เี ราไดอ้ อกแบบมาแลว้ หลังจาก
อน่ื ๆทเี่ ราใช้ เพอ่ื ใหเ้ ราสามารถคมุ โทนไดง้ า่ ยขนึ้ โดยรวม น้กี ็เปน็ เรือ่ งของการเซฟไฟล์ออกมาใช้งาน Canva ชอบ
แลว้ กถ็ ือวา่ ใช้งานไดง้ า่ ยและสะดวกมาก เปลี่ยนรูปแบบหน้าเว็บไซต์แต่โดยรวมแล้วการเซฟภาพ
จะอย่ทู ด่ี า้ นขวาบน อาจจะเป็นคำ� ว่า Download หรอื
เป็นตัวลูกศรชี้ลงก็ได้ การเซฟไฟล์ท่ีเราเห็นได้บ่อยก็คือ
JPEG GIF และ PDF ซึง่ เราจะเซฟหนง่ึ หนา้ หรอื ทุกหนา้
ก็ได้ อย่างไรก็ตามฟิเจอร์การเซฟแบบภาพโปร่งใส
(Transparent) ก็เป็นฟิเจอร์ที่เราต้องจ่ายเงิน เช่น
เดยี วกนั กค็ อื ฟเิ จอรย์ อ่ ขนาดไฟลส์ ำ� คญั ทำ� ใหส้ ง่ ไฟล์ และ
คนโหลดไฟลไ์ ดง้ า่ ยขึ้น

40 ลูกหยยี ะรงั มรดกภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น
แห่งชุมชนดงตน้ หยี

การส่งเสริมการขาย 4) การส่งเสริมการขายช่วยส่งเสริมลูกค้า
หลังจากท่ีเราได้ออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าให้มี ใหซ้ ้ือในปริมาณมากข้นึ หรือเพ่ิมการใช้ผลิตภัณฑ์
ความน่าสนใจ เพ่ือดึงดดู ลกู คา้ แล้ว การส่งเสรมิ การขาย 5) การส่งเสริมการขายช่วยสร้างภาพ
ก็เป็นส่ิงส�ำคัญอีกประเด็นหน่ึง ดลยา ไชยวงศ์ (2563) ลักษณ์ท่ีดีให้กับองค์กร สร้างมาตรฐาน และความเขา้ ใจ
กล่าวว่าการส่งเสริมการขาย หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีตรงกันระหว่างผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้องด้านการขาย
ทางการตลาดที่นอกเหนือจากการโฆษณา การ ผลิตภัณฑท์ ้งั หมด
ประชาสมั พนั ธแ์ ละการขายโดยพนกั งานขาย การสง่ เสรมิ 6) การส่งเสริมการขายเป็นกิจกรรมท่ีช่วย
การขาย หรือ Sale Promotion ก็เป็นกิจกรรมท่ีมี สื่อสาร และเตือนความจ�ำ เป็นการย�้ำเตือนกลุ่มเป้า
วตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื เพมิ่ ยอดขายเชน่ เดยี วกนั เปน็ การจงู ใจ หมายให้เกิดการจดจ�ำในตรายี่ห้อของสนิ คา้ -บรกิ าร
เสนอเงอ่ื นไขพเิ ศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ ผบู้ รโิ ภค 2. องค์ประกอบของการส่งเสรมิ การขาย
Agency Distributor หรอื Seller ทแ่ี ตกตา่ งออกไปจาก ส�ำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขายจะไม่
ช่วงเวลาปกติท่ีด�ำเนินอยู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ สามารถใช้เคร่ืองมือใดเพียงเคร่ืองมือหน่ึงได้ โดยท่ัวไป
คนกลางในการจัดจ�ำหน่ายสินค้า-บรกิ ารด้วยนน่ั เอง มกั จะใช้ร่วมกบั การโฆษณา การตลาดทางตรง หรอื การ
1. ผลดีของการส่งเสรมิ การตลาด ขายโดยใชพ้ นกั งานขาย เชน่ โฆษณาใหร้ วู้ า่ มกี ารลด แลก
1) การส่งเสริมการขายเป็นกิจกรรมที่ช่วย แจก แถม หรอื สง่ พนกั งานขายไปแจกสนิ คา้ ตวั อยา่ งตาม
สรา้ งความรบั รเู้ กยี่ วกบั แบรนด์ เปน็ การใหข้ อ้ มลู ขอ้ เทจ็ บ้าน โดยประกอบด้วย
จริง และให้ข่าวสารแก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อให้เกิด 1) การสง่ เสรมิ การขายมงุ่ เนน้ ผบู้ รโิ ภคเพอ่ื
การรับทราบข้อมูลเก่ียวกับสินค้าบริการ ซึ่งสามารถน�ำ กระตุน้ ใหม้ ีการใชส้ ินคา้ เพม่ิ มากขึ้น เพิ่มปริมาณการซื้อ
ไปใชป้ ระกอบการตัดสนิ ใจซ้อื ได้ ท�ำให้เกิดการทดลองใช้ ดึงดูดลูกค้าของคู่แข่ง ในขณะ
2) การส่งเสริมการขายเป็นการสร้างแรง เดียวกันก็รักษาความภักดีในตราสินค้า ฐานลูกค้าเดิม
จงู ใจ ชกั จงู ใหก้ ลมุ่ เปา้ หมายเกดิ ความตอ้ งการซอ้ื สนิ คา้ - และดึงลูกค้ามาซ้ือสินค้าที่ร้าน โดยกิจกรรมในการส่ง
บริการของบรษิ ทั เสริมการขายมุ่งผู้บริโภค เช่น การแจกตัวอย่างสินค้า
3) การส่งเสริมการขายเป็นกิจกรรมที่ช่วย ใหค้ ูปอง
เพ่มิ ฐานลกู คา้ กลมุ่ ใหม่ ๆ ให้สนใจสนิ ค้า-บริการการส่ง 2) การส่งเสริมการขายโดยอาศัยคนกลาง
เสริมการขายช่วยรกั ษาฐานลกู คา้ เก่า เพอ่ื เพม่ิ ความพยามยามในการขายของคนกลาง กระตนุ้
ใหพ้ อ่ คา้ คนกลางรบั ผลติ ภณั ฑใ์ หมม่ าขาย ผลกั ดนั สนิ คา้
จากผ้ผู ลิตไปยังผบู้ รโิ ภค รวมถงึ การกระตุ้นการซอ้ื นอก
ฤดกู ลาง สรา้ งความภักดตี อ่ ตราสนิ ค้า ให้รางวัลจูงใจ
3) การส่งเสริมการขายโดยพนักงานขาย
เพื่อกระตุ้นความพยายามของพนักงานขายในการ
แสวงหาลูกค้า เป็นการกระตุ้นความพยายามของ
พนักงานขายในการขายผลติ ภัณฑใ์ หม่ ผลักดนั ยอดขาย
กระต้นุ การเสนอขายนอกฤดูกาล

41ลูกหยียะรงั มรดกภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่
แห่งชุมชนดงตน้ หยี

3. ข้นั ตอนการส่งเสรมิ การขาย 4. ติดตามและปรับปรุงและพัฒนาแผน
1) กำ� หนดวตั ถปุ ระสงคข์ องการสง่ เสรมิ การ การส่งเสรมิ การขาย
ขาย โดยเร่ิมจากการก�ำหนดวัตถุประสงค์ว่าต้องการส่ง ตดิ ตามผลเพอ่ื ประเมนิ และทดสอบกจิ กรรม
เสริมการขายเพอ่ื อะไร ผา่ นช่องทางไหน ไดแ้ ก่ การสง่ ส่งเสริมการขายว่าเป็นท่ียอมรับจากกลุ่มเป้าหมายหรือ
เสริมการขายผ่านการมุ่งเน้นไปยังผู้บริโภค, พ่อค้า ไม่อย่างไร และปรับปรุงพัฒนาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
คนกลาง หรอื พนกั งานขาย วตั ถปุ ระสงค์ และใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ
2) เลือกเคร่ืองมือในการส่งเสริมการขาย 5. ประเมนิ ผลกิจกรรมสง่ เสริมการขาย
เมื่อก�ำหนดวัตถุประสงค์การขายได้ ก็มาถึงข้ันตอนการ เมอ่ื ครบกำ� หนดการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การ
เลือกเคร่ืองมือการส่งเสริมการขาย ซึ่งสามารถเลือกใช้ ขายแลว้ ใหจ้ ดั ทำ� การประเมนิ ผลเพอื่ ชว่ ยใหน้ กั การตลาด
หลากหลายเครื่องมือเพ่ือผสมผสานการใช้งานให้ สามารถทราบไดว้ า่ การสง่ เสรมิ การขายครงั้ นนั้ ๆสามารถ
กจิ กรรมเกดิ ประสทิ ธิภาพสงู สุดได้ ดงั นี้ ชว่ ยใหว้ ตั ถปุ ระสงคท์ ต่ี อ้ งการบรรลผุ ลหรอื ไม่ หากไมจ่ ะ
- การส่งเสริมการขายมุ่งเน้นผู้บริโภค ได้มีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป โดยสามารถประเมินผลได้
ประกอบด้วย การแจกตัวอย่างสินค้า การให้คูปองการ จากวิธีการเปรียบเทียบยอดขายก่อนและหลังการจัด
ให้ข้อเสนอคนื เงิน หรือ Cash back การให้สว่ นลด ของ กิจกรรม หรือการวิจัยผู้บริโภคเกี่ยวกับความพึงพอใจ
แถม การแขง่ ขนั ชงิ รางวัล เป็นตน้
- การส่งเสริมการขายโดยอาศัย กจิ กรรมการสง่ เสรมิ การขาย ถอื เปน็ อกี หนงึ่
คนกลางประกอบด้วย การให้ส่วนลดพิเศษ ภายใต้ กจิ กรรมทส่ี ำ� คญั ทเ่ี ปน็ สว่ นประกอบหนงึ่ ของความสำ� เรจ็
เงอ่ื นไขตา่ ง ๆ เชน่ ปรมิ าณการสง่ั ซอื้ หรอื ชว่ งระยะเวลา ของธุรกิจ เพราะไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือช่วยกระตุ้น
ในการสั่งซื้อ เป็นต้น การให้สินค้าฟรี และส่วนลดค่า ยอดขาย ผลกั ดนั ยอดซอื้ จากผบู้ รโิ ภคเทา่ นนั้ แตเ่ ปน็ การ
โฆษณา การจดั ทำ� โปรโมชนั่ เงนิ เชยี รข์ ายผลติ ภณั ฑ์ หรอื สื่อสาร และสรา้ งความรับรเู้ ก่ียวกบั สนิ คา้ และบริการได้
Incentive ให้แก่พนักงานขาย หรือร้านที่สามารถขาย เปน็ อยา่ งดี ซง่ึ เป็นผลดีตอ่ กิจการได้ในระยะยาว
สินคา้ ได้เป็นจ�ำนวนมาก
- การสง่ เสรมิ การขายโดยพนกั งานขาย การทำ� ตลาดออนไลน์
ประกอบด้วย เงินรางวัลท่ีให้แก่พนักงานขายท่ีสามารถ
ขายได้ตามเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ การแข่งขันระหว่าง เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาท
พนักงานขาย เป็นการกระตุ้นพนักงานขายโดยจัดให้มี ส�ำคัญในการด�ำรงชีวิตทั้งสังคมไทยและสังคมโลก
การแข่งขันการขายเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดความ รปู แบบการขายจงึ เปลย่ี นไป เนอ่ื งจากผบู้ รโิ ภคหนั มาจบั
พยายามในการขายมากขึ้น และจดั ประชุมเพอ่ื เปน็ การ จ่ายใช้สอยในช่องทางออนไลน์มากขึ้น การส่งเสริมการ
พบปะสังสรรค์ระหว่างพนักงานขายอาจเพ่ือเป็นการ ขายธนาคารไทยพาณิชย์ จ�ำกัด (มหาชน) (2565)
ชี้แจงเกย่ี วกบั ผลติ ภณั ฑใ์ หม่ เทคนิคการขายใหม่ ท�ำให้ การตลาดออนไลน์ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด
พนักงานขายเกิดความกระตือรือร้นและแนวคิดในการ เมอื่ พฤตกิ รรมของผบู้ รโิ ภคเปลยี่ นและเสน้ ทางการซอ้ื ได้
ปรับปรงุ การขายใหม่ มุ่งเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้นเร่ือย ๆ แม้กระท่ังสินค้า
ขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงอย่างรถหรือบ้านก็ยังเกิด
กระบวนการในการตัดสินใจซื้อจากออนไลน์มากขึ้น

42 ลูกหยียะรงั มรดกภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน
แหง่ ชมุ ชนดงต้นหยี


Click to View FlipBook Version