The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือ นร.นาฏศิลป์จันท์ 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wattanson B. Riana, 2022-05-15 22:05:52

คู่มือ นร.นาฏศิลป์จันท์ 2565

คู่มือ นร.นาฏศิลป์จันท์ 2565

สารจากผู้อ�ำนวยการ

พระราชบญั ญตั สิ ถาบนั บัณฑติ พัฒนศิลป์ พ.ศ.๒๕๕๐ ซง่ึ มีผลบังคับ
ใชต้ งั้ แต่ วนั ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เปน็ ตน้ มา เปน็ กฎหมายรบั รองใหส้ ถาบนั
บัณฑิตพัฒนศิลป์มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกระทรวงวัฒนธรรม เพ่ือจัดการ
ศกึ ษาดา้ นนาฏศลิ ป์ ดรุ ยิ างคศลิ ป ์ คตี ศลิ ป ์ และชา่ งศลิ ป ์ สบื สาน สรา้ งสรรค์
ศิลปะและมรดกทางศิลปวัฒนธรม ท้ังระดับท้องถิ่นและระดับชาติ อันเป็น
เอกลกั ษณข์ องชาติ และสง่ เสรมิ การผลติ บคุ ลากรเพอื่ ทำ� หนา้ ทชี่ า่ งศลิ ปกรรม
ศลิ ปินอาชพี ครูศลิ ปะ นกั วชิ าการ และนกั วจิ ยั ด้านศลิ ปวฒั นธรรม ตลอดจน
ส่งเสริมสนุ ทรยี ศาสตร์และเผยแพร่ศลิ ปวฒั นธรรม และให้โอนวทิ ยาลยั นาฏ
ศิลป วทิ ยาลยั ช่างศลิ ปทุกแห่ง มาสงั กดั สถาบันบัณฑติ พัฒนศลิ ป์ ตาม พระ
ราชบญั ญัตนิ ้ดี ้วย
วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ภายใต้สังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
กระทรวงวฒั นธรรม มพี นั ธกจิ ๕ ประการ คอื (๑) จดั การศกึ ษาดา้ นนาฏศลิ ป์
ดรุ ิยางคศลิ ป์ คีตศลิ ป์ และทศั นศิลป์ ระดับพืน้ ฐานวชิ าชีพ ถึงวิชาชพี ชนั้ สูงท่ี
มีคุณภาพ เป็นท่ียอมรับระดับชาติและนานาชาติ (๒) สร้างงานวิจัย งาน
สร้างสรรค์ นวัตกรรม ท่ีเป็นองค์ความรู้ด้านศลิ ปวฒั นธรรม อย่างมคี ุณค่า
แก่สังคม (๓) เป็นศูนย์กลางบรกิ ารวชิ าการด้านศลิ ปวฒั นธรรม (๔) อนรุ กั ษ์
พัฒนา สืบสานและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม (๕) บริหารจัดการคุณภาพ
ตามหลกั ธรรมาภบิ าล
วิทยาลัยตระหนักดีว่าการพัฒนานักเรียน นักศึกษาของวิทยาลัยให้
เป็นบุคคลคุณภาพนั้น จ�ำเป็นจะต้องมีคู่มือเป็นเครื่องช่วยน�ำทางไปสู่ความ
ส�ำเร็จ ความดีงามตามท่ีสังคมคาดหวัง จึงได้จัดท�ำคู่มือนักเรียนฉบับนี้ข้ึน
เพื่อเป็นคู่มือส�ำหรับผู้ปกครองและนักเรียน นักศึกษา ในการส่งเสริมการ
ศึกษา สร้างเสริมคณุ ภาพ จริยธรรม ให้นกั เรยี น นกั ศกึ ษาทุกคน เปน็ บุคคล
คณุ ภาพได้อย่างสง่างาม
ขอขอบคณุ ผู้มสี ่วนเกยี่ วข้องทุกคนไว้ ณ โอกาสนี้ และขออำ� นวยพร
ให้นักเรยี น นักศกึ ษาทกุ คนประสบความสำ� เรจ็ ในการศกึ ษาได้อย่างภาคภูมิ

ผู้อ�ำนวยการวทิ ยาลัยนาฏศลิ ปจนั ทบุรี

สารบญั หน้า



- ภาพรวมของวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ .ี .......................................................................................๑

- โครงสร้างการบรหิ ารงานภายในวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี.......................................................... ๓

- แผนผงั แสดงบรเิ วณวิทยาลยั นาฏศลิ ปจันทบรุ ี ............................................................................๔

- ภาพกจิ กรรมดๆี ของวทิ ยาลยั นาฏศิลปจนั ทบุรี ท่ผี ่านมา ...........................................................๕

- ผู้บรหิ าร ครู บุคลากร วทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบุรี .................................................................. ๖

- หลักสูตรนาฏดรุ ยิ างคศิลป์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น (ปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๒)...............๑๑

- เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น......................................................................................๑๓

- หลักสตู รนาฏดรุ ยิ างคศลิ ป์ ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ พุทธศักราช ๒๕๖๒...........................๑๕

- ระเบยี บวทิ ยาลยั นาฏศิลปจันทบรุ ี ว่าด้วยการประพฤตแิ ละธรรมเนยี มปฏิบตั .ิ ..........................๑๘

ของนักเรยี น พุทธศกั ราช ๒๕๖๒

- ระเบยี บวทิ ยาลัยนาฏศิลปจนั ทบรุ ี ว่าด้วยการตดั คะแนนความประพฤตนิ ักเรียน .....................๒๑

พุทธศกั ราช ๒๕๖๒

- ระเบียบวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบรุ ี ว่าด้วยการแต่งกายของนักเรยี น พทุ ธศักราช ๒๕๖๒............๒๕

- ระเบยี บวทิ ยาลยั นาฏศิลปจันทบรุ ี ว่าด้วยหลกั เกณฑ์การคดั เลอื กนักเรยี น................................๓๒

เข้ารับเกยี รตบิ ตั ร พทุ ธศักราช ๒๕๖๒

- ข้อปฏิบัตสิ �ำหรับนักเรียนวทิ ยาลัยนาฏศิลปจันทบุร.ี ..................................................................๓๔

- ระเบียบวทิ ยาลัยนาฏศิลปจันทบรุ ี หอพกั นักเรยี น นักศึกษา พ.ศ.๒๕๖๒.................................. ๓๘

- งบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลตามนโยบายเรยี นฟรี ๑๕ ป.ี .....................................................๔๖

ค่มู อื นักเรยี นวิทยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี

ภาพรวมของวิทิ ยาลัยั นาฏศิลิ ปจัันทบุรุ ีี

๑. ประวััติิความเป็็นมา
การจััดตั้�งวิิทยาลััยนาฏศิิลปในภาคตะวัันออก เกิิดขึ้�นจากแผนพััฒนาเศรษฐกิิจและสัังคมแห่่งชาติิ ฉบัับที่่� ๕
(พ.ศ.๒๕๒๕ - ๒๕๒๙) และจากการที่�ประชาชนชาวจันั ทบุรุ ี ีซึ่�งนำำ�โดยนายบุนุ นาค สายสว่่าง ผู้้�ว่่าราชการจัังหวััดจัันทบุุรีี
ในขณะนั้�น ได้ม้ ีคี วามห่ว่ งใยเยาวชนของจังั หวัดั จันั ทบุรุ ีี และจังั หวัดั ใกล้เ้ คียี งในภาคตะวันั ออก ที่�อาจหลงใหลไปกับั กระแส
วััฒนธรรมตะวัันตกในส่่วนที่�ไม่่ได้้รัับการเชื่�อถืือจากอารยชนยุุคโลกาภิิวััตน์์ ซึ่่�งจะเป็็นอัันตรายต่่อสัังคมไทย และเป็็น
ส่่วนหนึ่�งที่่�ทำำ�ลายเอกลัักษณ์์ ความมั่�นคงของชาติิได้้ ด้้วยเหตุุผลดัังกล่่าว วิิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุุรีี และประชาชนชาว
จัันทบุุรีีต่่างมีีความเห็็นว่่า ควรจะอนุุรัักษ์์ สืืบทอดถ่่ายทอดภููมิิปััญญาท้้องถิ่�น และประยุุกต์์เชื่�อมโยงไปสู่�ผลงานระดัับ
ชาติิ ดัังนั้�น ชาวจัันทบุุรีีจึึงร่่วมแรงร่่วมใจจััดหาที่่�ดิินที่�เหมาะสม สำำ�หรัับการจััดตั้�งสถานศึึกษาเฉพาะทาง เพื่�อส่่งเสริิม
วััฒนธรรมด้้านนาฏศิิลป์์ของไทยแก่่กุุลบุุตร กุุลธิิดาชาวจัังหวััดจัันทบุุรีี และจัังหวััดใกล้้เคีียงในภาคตะวัันออกให้้ได้้รัับ
การศึึกษาเพื่�อเป็็นศููนย์์การเรีียนรู้้� สั่่�งสมความรู้�ความเข้้าใจ ตลอดจนดำำ�รงรัักษาไว้้ซึ่�งศิิลปวััฒนธรรมดั้�งเดิิมของไทย
และของชาวจัังหวััดจัันทบุุรีี โดยใช้้ที่่�ดิินสาธารณประโยชน์์ “ทุ่�งพลงเหนืือ” เนื้�อที่่� ๕๐ ไร่่ ใช้้เป็็นที่�ตั้�งของวิิทยาลััย
นาฏศิิลปจัันทบุรุ ีีในปััจจุบุ ััน
วิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุุรีี ได้้รัับอนุุมััติิให้้จััดตั้�งขึ้�นตามประกาศกระทรวงศึึกษาธิิการ เมื่�อวัันที่่� ๑ ตุุลาคม
พ.ศ.๒๕๒๖ โดยสัังกััดกองศิิลปศึึกษา กรมศิิลปากร กระทรวงศึึกษาธิิการ และเปิิดสอนตั้�งแต่่ชั้�นประกาศนีียบััตร
นาฏศิิลป์์ชั้�นต้้น ถึึงชั้�นประกาศนีียบัตั รนาฏศิิลป์์ชั้�นสูงู
วิิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุุรีี เปิิดทำำ�การเรีียนการสอนครั้�งแรก ในภาคเรีียนที่่� ๑ ปีีการศึึกษา ๒๕๒๗ โดยใช้้อาคาร
เรีียนของโรงเรีียนเทศบาลเมืืองจัันทบุุรีี เป็็นสถานที่่�ทำำ�การเรีียนการสอนชั่�วคราว โดยมีีผู้�บริิหารและคณะครูู-อาจารย์์
ที่่�ร่่วมกัันพััฒนาวิิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุุรีีในครั้�งนั้�น รวม ๘ คน อาคารเรีียนหลัังแรกของวิิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุุรีี
ได้้เริ่�มทำำ�การก่่อสร้้าง เมื่�อวัันที่่� ๓ สิิงหาคม ๒๕๒๗ ทำำ�การก่่อสร้้างแล้้วเสร็็จเมื่�อวัันที่่� ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๘ ในที่่�ดิิน
ที่�เป็็นที่�ตั้�งในปััจจุุบััน และได้้ย้้ายเข้้ามาทำำ�การเรีียนการสอนในอาคารเรีียนของวิิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุุรีี ตั้้�งแต่่
ภาคเรีียนที่่� ๑ ปีีการศึึกษา ๒๕๒๘ เป็็นต้้นมา โดยสังั กัดั กองศิิลปศึึกษา กรมศิิลปากร
ต่่อมา เมื่�อวัันที่่� ๑๕ สิิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ กรมศิิลปากรได้้จััดแบ่่งส่่วนราชการใหม่่และกำำ�หนดให้้สถาบััน
นาฏดุุริิยางคศิิลป์์เป็็นส่่วนราชการที่่�ถููกตั้�งขึ้�นมาเพื่�อดููแลเรื่�องนาฏศิิลปิิน และการจััดการศึึกษาของวิิทยาลััยนาฏศิิลป
ทุุกแห่่ง ทำำ�ให้้วิิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุรุ ีีถููกปรัับย้้ายเข้้าสัังกัดั สถาบัันนาฏดุุริิยางคศิิลป์์
วัันที่่� ๒ พฤศจิิกายน พ.ศ.๒๕๔๑ กรมศิิลปากรได้้ปรัับปรุุงการแบ่่งส่่วนราชการอีีกครั้�ง แบ่่งส่่วนราชการ
ออกเป็็น ๑๑ กอง โดยได้้เพิ่�มสถาบัันบััณฑิิตพััฒนศิิลป์์ขึ้�นมาอีีกหน่่วยงานหนึ่�ง เพื่�อเข้้ามาดููแลเรื่�องการจััดการ
ศึึกษาของวิิทยาลััยนาฏศิิลปและวิิทยาลััยช่่างศิิลปทุุกแห่่ง วิิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุุรีีจึึงเปลี่ �ยนสัังกััดจากสถาบััน
นาฏดุุริิยางคศิิลป์์ มาสัังกััดสถาบัันบััณฑิิตพัฒั นศิิลป์์
วัันที่่� ๒ ตุุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ ได้้มีีการโอนย้้ายกรมศิิลปากร ไปสัังกััดกระทรวงวััฒนธรรมตามพระราชบััญญััติิ
ปรัับปรุุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕ และสถาบัันบััณฑิิตพััฒนศิิลป์์ก็็ถููกโอนย้้ายตามไปด้้วย ปีี พ.ศ. ๒๕๔๘
วิิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุุรีี ได้้ทำำ�การเปิิดห้้องเรีียนเครืือข่่ายของคณะศิิลปศึึกษา สถาบัันบััณฑิิตพััฒนศิิลป์์ สอนใน
ระดับั ปริิญญาตรีี หลักั สูตู รศึึกษาศาสตรบัณั ฑิิต
วันที่่� ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๐ สถาบัันบััณฑิิตพััฒนศิิลป์์ ได้้มีีการยกฐานะขึ้�นเป็็นส่่วนราชการหนึ่�งใน
กระทรวงวััฒนธรรม วิิทยาลััยนาฏศิิลปจัันทบุุรีีเป็็นหน่่วยงานหนึ่ �งที่ �ขึ้ �นตรงต่่อสถาบัันบััณฑิิตพััฒนศิิลป์์มาจนกระทั่ �งถึึง
ปััจจุุบััน
๒. ปรััชญา วิิสัยั ทััศน์์ พัันธกิิจ อััตลักั ษณ์์ ปณิิธาณ และเป้า้ หมาย ของวิิทยาลัยั นาฏศิิลปจัันทบุุรีี
ปรััชญา
สาธุุ โข สิิปฺฺปกํํ นาม อปิิ ยาทิิสกีีทิิสํํ
“ขึ้้น� ชื่่อ� ว่า่ ศิิลปะ แม้้เช่น่ ใดเช่น่ หนึ่่ง� ก็็ยัังประโยชน์์ให้้สำำ�เร็็จได้”้
สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี โปรดเกล้้าฯ พระราชทานเป็็นปรััชญาประจำำ�
วิิทยาลััยนาฏศิิลป

1

คู่มือนกั เรยี นวิทยาลัยนาฏศลิ ปจันทบุรี

วิิสััยทััศน์์ (Vision)
วิทิ ยาลัยั นาฏศิลิ ปจันั ทบุรุ ีี เป็น็ องค์ก์ รแห่ง่ การเรียี นรู้้� สืบื สาน สร้า้ งสรรค์์ งานศิลิ ป์ส์ู่�สากล สร้า้ งคนสู่�อนาคต
พันั ธกิิจ (Mission)
๑. จัดั การศึกึ ษาด้า้ นนาฎศิลิ ป์ ์ ดุรุ ิยิ างคศิลิ ป์์ ระดับั พื้�นฐานวิชิ าชีพี ถึงึ ระดับั อุดุ มศึกึ ษาที่่�มีคี ุณุ ภาพเป็น็ ที่�ยอมรับั
ของสัังคมในระดัับชาติิหรืือนานาชาติิ
๒. สร้้างงานวิิจััย งานสร้้างสรรค์์ นวััตกรรมที่�เป็็นองค์์ความรู้้�ด้้านนาฏศิิลป์์ ดุุริิยางคศิิลป์์และภููมิิปััญญา
พื้�นบ้้านภาคตะวันั ออก ที่่�มีีคุณุ ค่่าและเป็็นประโยชน์์ต่่อสัังคม
๓. เป็็นศููนย์์กลางแหล่่งเรีียนรู้้�ด้้านนาฎศิิลป์์ ดุุริิยางคศิิลป์์ การแสดงพื้�นบ้้านภาคตะวัันออกและให้้บริิการ
ทางวิิชาการแก่่ชุมุ ชน
๔. อนุรุ ักั ษ์ ์ พัฒั นา สืบื สาน สร้า้ งสรรค์์ การจัดั การองค์ค์ วามรู้�ทางศิลิ ปวัฒั นธรรมเผยแพร่่ งานด้า้ นนาฎศิลิ ป์์
ดุรุ ิิยางคศิิลป์์และการแสดงพื้�นบ้้านภาคตะวันั ออก เป็น็ ที่�ยอมรัับ สร้้างคุุณค่่าแก่่ชุมุ ชน สัังคมในระดัับชาติิและนานาชาติิ
๕. บริหิ ารจัดั การตามหลักั ธรรมาภิบิ าล พัฒั นาคุณุ ภาพองค์ก์ รและความก้า้ วหน้า้ ทางวิชิ าการให้ก้ ับั บุคุ ลากร
ของวิิทยาลัยั ฯ
เป้้าหมาย (Goal)
๑. นักั เรียี น นักั ศึกึ ษา บุคุ ลากรมีศี ักั ยภาพ และวิทิ ยาลัยั ฯมีคี ุณุ ภาพสอดคล้อ้ งกับั การศึกึ ษาในศตวรรษที่่� ๒๑
 และการศึึกษาตามแนวชีีวิิตวิิถีีใหม่่ (new normal)
๒. นัักเรีียน นัักศึึกษามีีทัักษะการสื่�อสารโดยใช้้ภาษาต่่างประเทศและเทคโนโลยีีสารสนเทศตามมาตรฐาน
การศึึกษา
๓. นัักเรีียน นัักศึึกษาและบุุคลากรมีีความสามารถในการสร้้างสรรค์์ การใช้้สื่�อ นวััตกรรม เทคโนโลยีี
สารสนเทศเพื่�อการเรีียนรู้้� มีีการจััดการเรีียนการสอนที่่�มีีคุุณภาพ เป็็นที่�ยอมรัับในศัักยภาพของบุุคลากรและผู้้�สำำ�เร็็จ
การศึึกษา
๔. ระบบโครงข่่าย Internet ระบบสื่�อสารและช่่องทาง Online มีีประสิิทธิิภาพสำำ�หรัับการจััดกิิจกรรม
การเรีียนรู้�การติิดต่่อประสานงานทุกุ สายงานทั้�งภายในและหน่่วยงานภายนอก
๕. ครูู อาจารย์์และบุุคลากรทางการศึึกษามีีตำำ�แหน่่งทางวิิชาการและเสื่�อนวิิทยฐานะ ตลอดทั้�งได้้ศึึกษาต่่อ
ในระดัับที่่�สููงขึ้�น สามารถรัับรองหลัักสููตรศึึกษาศาสตรบััณฑิิตและศึึกษาศาสตรมหาบััณฑิิต
๖. บุคุ ลากรในสายสนับั สนุนุ มีีความก้้าวหน้้าและมั่�นคงในวิิชาชีีพ
๗. งานวิจิ ัยั งานสร้า้ งสรรค์ ์ ด้า้ นการศึกึ ษา ศิลิ ปวัฒั นธรรมและภูมู ิปิ ัญั ญาท้อ้ งถิ่�นมีคี ุณุ ภาพเป็น็ ไปตามเกณฑ์์
และมาตรฐานที่่�กำำ�หนด
๘. สร้้างเครืือข่่าย ประสานความร่ว่ มมืืองานด้า้ นศิิลปวัฒั นธรรมเพื่�อความก้า้ วหน้้าเชิงิ วิิชาการและเผยแพร่่
ศิิลปวััฒนธรรมทั้ �งในประเทศและต่่างประเทศ
๙. วิิทยาลัยั นาฏศิิลปจันั ทบุรุ ีี มีีความพร้้อมเพื่�อเป็น็ ศูนู ย์์กลางแห่่งการเรีียนรู้� สื่�อ นวัตั กรรม ผลงานทางวิิซา
การ สร้้างคุุณค่่าสู่่�ชุมุ ชนและสังั คม
๑๐.อนุุรัักษ์์ สร้้างสรรค์์ เผยแพร่่ศิิลปวััฒนธรรมด้้านนาฎศิิลป์์ ดุุริิยางคศิิลป์์และการแสดงพื้�นบ้้านภาค
ตะวัันออกเป็น็ ที่�ยอมรับั ในระดับั ชาติิและนานาชาติิ
๑๑.พัฒั นาระบบการบริิหารจัดั การภายในองค์์กรให้้มีีประสิิทธิิภาพตามหลักั ธรรมาภิิบาล
เอกลักั ษณ์์ (Uniqueness)
“วัฒั นธรรมเด่่น เน้้นเทคโนโลยีี สร้้างคนดีีสู่่�สัังคม”
อััตลัักษณ์์ (Identity)
อััตลักั ษณ์์วิิทยาลัยั นาฎศิิลปจันั ทบุรุ ีี “มืืออาชีีพงานศิิลป์”์
อััตลัักษณ์์ของผู้้�สำำ�เร็จ็ การศึึกษาวิิทยาลััยนาฎศิิลปจันั ทบุุรีี “มีีคุุณธรรม นำ�ำ ความรู้้� มืืออาชีีพ”
คำำ�นิิยมหลักั ของวิิทยาลััยนาฎศิิลปจันั ทบุรุ ีี
ซื่�อสัตั ย์์ : honest
พััฒนา : development
ก้้าวหน้้า : progress
เป็็นทีีม : teamwork

2

โครงสร้างบรหิ ารงานภายในวิทยาลัยนาฏศิลปจนั ทบรุ ี
ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลยั นาฏศิลปจันทบรุ ี

คณะกรรมการประจำ คณะกรรมการสถานศกึ ษา
วิทยาลยั สมาคมศิษยเ์ กา่

สมาคมผปู้ กครองและครู

รองผ้อู ำนวยการ รองผอู้ ำนวยการ รองผู้อำนวยการ รองผ้อู ำนวยการ รองผู้อำนวยการ
ฝ่ายศลิ ปวัฒนธรรม ฝา่ ยวชิ าการ ฝ่ายบรหิ าร ฝ่ายกิจการนกั เรยี นนักศกึ ษา ฝ่ายนโยบายและแผน

- งานวจิ ัย/อนุรกั ษ์/สรา้ งสรรค์ - งานทะเบียนและประมวลผล - งานธุรการและสารบรรณ - งานสง่ เสรมิ และพัฒนานกั เรยี น - งานนโยบายและแผนงบประมาณ
- งานเผยแพร่ศลิ ปวฒั นธรรม - งานจดั การศึกษาและพัฒนา - งานการเงินและบญั ชี นกั ศกึ ษา - งานการบรหิ ารความเสยี่ ง/
- งานเครือ่ งแตง่ กายโขน - ละคร วชิ าการ ข้นั พืน้ ฐาน - อดุ มศกึ ษา - งานพสั ดุ - งานส่งเสริมระเบียบวินยั นักเรียน การควบคุมภายใน/
- งานเครื่องดนตรีไทย - งานพฒั นาวิชาชพี ครู - งานอาคารสถานที่และรกั ษา นกั ศึกษา ก.พ.ร. (การพฒั นาระบบราชการ)/
- งานเคร่อื งดนตรีสากล ด้านนาฏศลิ ป์และดนตรี ความปลอดภยั - งานสขุ ภาพอนามยั และโภชนาการ
- งานวเิ ทศสมั พนั ธ์ - งานประกันคณุ ภาพการศกึ ษา - งานยานพาหนะ - งานทุนการศกึ ษา การประหยดั พลังงาน
- งานธุรการการแสดง ขนั้ พ้นื ฐาน - อุดมศกึ ษา - งานบคุ ลากรและสวัสดกิ าร - งานป้องกันและแก้ไขยาเสพติด - งานตดิ ตามและประเมินผล
- งานวจิ ยั และพฒั นาหลกั สูตร - งานสารสนเทศ - งานสภานักเรียน - งานคณะกรรมการประจำ
ภาควิชาศึกษาท่วั ไป - งานการจัดการความรู้ (KM) - งานประชาสัมพนั ธ์ - งานสโมสรนกั ศึกษา วทิ ยาลยั และคณะกรรมการ
- กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย - งานวิทยบริการ - งานสหการ สถานศึกษา
- กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ - งานอาจารยป์ ระจำหลักสตู ร/ ภาควชิ านาฏศลิ ป์ - งานนักศกึ ษาวชิ าทหาร - งานสมาคมผู้ปกครองและครู
- กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาสตร์ และ ผ้รู ับผดิ ชอบหลกั สูตร - กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ชิ าชีพเฉพาะ - งานหอพกั นกั เรยี น - งานชมรมศษิ ย์เกา่
ค่มู อื นักเรยี นวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ีเทคโนโลยี
- กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา - สาขาวิชานาฏศลิ ป์ไทยศึกษา - สาขานาฏศลิ ปโขน - ละคร
3และวฒั นธรรม - สาขาวชิ าดนตรไี ทยคตี ศลิ ปไ์ ทยศึกษา ภาควชิ าดุรยิ างคศิลป์
- กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศีกษาและ - สาขาดนตรศี ึกษา - กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิชาชพี เฉพาะ
พลศึกษา - งานกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
- กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ - สาขาปพี่ าทย์
- กล่มุ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ - สาขาเครอ่ื งสายไทย ครู นกั เรียน ผูป้ กครอง และชมุ ชน
- กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ - สาขาคีตศลิ ป์ไทย
- สาขาดรุ ยิ างค์สากล หมายเหตุ : โครงสร้างการบริหารงานภายในวิทยาลัยนาฏศลิ ปจันทบุรีตามคำสัง่ วทิ ยาลัยนาฏศิลปจนั ทบุรี
ที่ ๗๒/๖๒ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒

คมู่ ือนักเรียนวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบุรี

แผนผังแสดงบริเวณวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

๗๔ ๑๕ N
๑๖
๕ ๕ ๕ ๒๓ ๓
๖ ๑ ๑๔


๕ ๑๗ ๑๙ ๒๔ ๒๐
๖ ๙ ๑๘

๖ ๑๐
๑๑
๑๒

๒๒ ๒๑

๑๓ ๘

๑. อาคารนฤนาทศึึกษิิต (อาคารเรีียน 1) 1๓. องค์์พระพิิฆเนศ

2. อาคารนฤมิิตศึึกษา (อาคารเรีียน 2) 1๔. อาคารเทพภิิรมย์์ (อาคารอำำ�นวยการ)

๓. อาคารชมสวนสวรรค์์ (ภาควิิชาดุรุ ิิยางคศิิลป์์) 1๕. อาคารสภานัักเรีียน สโมสรนักั ศึึกษา

๔. อาคารเริิงนรีีบููรพา (อาคารหอประชุมุ นัักเรีียน) 1๖. อาคารสหการ

๕. บ้้านพักั ข้้าราชการโซนที่่� 1 1๗. อาคารห้้องพักั ครูพู ลศึึกษา

๖. บ้้านพัักข้้าราชการโซนที่่� 2 1๘. ศาลพระภููมิิ

๗. หอพัักนักั เรีียน นักั ศึึกษา 1๙. เรืือนกัลั ยานฤมิิต (ห้้องผู้้�อำำ�นวยการ)

๘. ป้้อมยาม 2๐. ศาลาเรืือนร่่วมใจ

๙. สนามบาสเก็็ตบอล 21. โรงรถ

1๐. เสาธงชาติิ 22. อาคารวิิจิิตรจิินดา (อาคารปฏิิบััติินาฏศิิลป์์ไทย (ละคร))

11. สนามกีีฬา 2๓. อาคารโดมอเนกประสงค์์

12. สระน้ำำ�� ๒๔. อาคารอััญมณีี

4

ค่มู ือนกั เรยี นวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี

ค่มู ือนกั เรยี นวิทยาลัยนาฏศลิ ปจนั ทบุรี

ผบู้ ริหารวิทยาลยั นาฏศิลปจนั ทบุรี

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ ภูมภิ ักด์ิ
ผอู้ �ำ นวยการวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบุรี

นางสาวจิรพรรณ พง่ึ บญุ ณ อยธุ ยา นางพรอุษา แกว้ สวา่ ง
รองผูอ้ �ำ นวยการ ฝ่ายศลิ ปวัฒนธรรม รองผู้อำ�นวยการ ฝ่ายวชิ าการ

นายวฒั นพล เทยี นทอง นางสาวฐรดา ประเสรฐิ ดร.สาทิด แทนบุญ
รองผู้อ�ำ นวยการ รองผ้อู ำ�นวยการ รองผอู้ ำ�นวยการ
ฝ่ายบรหิ าร ฝา่ ยนโยบายและแผน
ฝ่ายกิจการนักเรียน นักศึกษา

6

คมู่ อื นกั เรียนวิทยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบุรี

ภาควชิ าศกึ ษาท่วั ไป

นางสาวธนพตั ธรรมเจรญิ พงศ์
หัวหนา้ ภาควิชาศึกษาทัว่ ไป
กลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา การกงาลนุม่ อสาาชรีพะแกลาระเเรทยี คนโนรโู้ ลยี
ภาษาไทย ภาษาตา่ งประเทศ ศาสนาและวฒั นธรรม

นางสาวสวุ มิ ล แสวงการ นางนารถฤดี สุทัตโต นายวฒุ ิชยั ฝางแกว้ นางสาวกาญจนา วงศ์ม่าน
(หวั หนา้ ) (หัวหน้า) (หวั หนา้ ) (หัวหน้า)

ดร.สาทิด แทนบญุ นางธนั ยพร ประคองศรี นางสาวณิชกมล อนิ สุข นายชานนท์ พรมเสือ

นางสาวกมลพรรณ โสภนางกูล นางสาวชุติกาญจน์ คลา้ ยทองค�ำ นายพัทร์ฐิไช เรอื งเดชเกตุหิรัญ
กลุม่ สารศะิลกปารเรยี นรู้
กลมุ่ คสณาริตะศกาาสรตเรรยี ์ นรู้ กลุ่มวสทิ ายราะศกาาสรตเรรีย์ นรู้ สกุขลศมุ่กึ สษาารแะลกะาพรเลรศียกึนษรู้า

ผศ.อาณตั ิ วงศจ์ �ำ ปา นายไพศาล ศรีีชััยทุ่�ง นายประสทิ ธิ์ ผลพฤกษา นางสาวธนพตั ธรรมเจริญพงศ์
(หัวหน้า) (หวั หนา้ ) (หัวหนา้ ) (หวั หน้า)

ดร.รณชยั นนั ทโชติ นายธนะภััทร์์ บำำ�รุงุ พนิิชถาวร นายสุบนิ ศรที อง

7

คู่มือนักเรียนวิทยาลยั นาฏศิลปจันทบรุ ี

ภาควิชานาฏศลิ ป์

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วชิ าชีพเฉพาะ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วชิ าชีพเฉพาะ
สาขานาฏศิลปโขน สาขานาฏศลิ ปละคร

หมอ่ มหลวงวสิ ทุ ธิพงษ์ วิไลวงศ์
หวั หน้าภาควชิ านาฏศิลป์
นายชชั สุวรรณเบญจางค์ (หวั หน้า) นางสมิทธ์ ทองระอา (หวั หน้า)

โขนพระ ละครพระ

หมอ่ มหลวงวิสทุ ธิพงษ์ วิไลวงศ์ นายเจษฎากรณ์ เอีย่ มอไุ ร นางสาวภัณฑริ า กอบศลิ ป์ นางสาวฐรดา ประเสรฐิ

นายทรัพยส์ ถติ ิ ทมิ สกุ ใส นายรตั น์ฉตั ร มฮู ัมหมดั นางจันทรตั น์ บ�ำ รุงพนชิ ถาวร นางสาวสุกัญญา ขนั กสกิ รรม

โขนยกั ษ์

นายสรุ เดช กลนิ่ ศรีสขุ นายวัฒนพล เทียนทอง นางเพียงเพ็ชร์ คมขำ� นางสาวปญั จรัศม์ิ ลาภชรู ตั

นายคทาวธุ กลิ่นพิพัฒน์ นายปรีชา คมข�ำ นางสาวฐาปนี หรีจ่ นิ ดา นางสาวอัชฌายง ตรีสมุทร

โขนลิง ละครนาง

นายพสิ ุทธ์ิ แดงเอม นายชชั สุวรรณเบญจางค์ นางศริ ิวัฒนา พูลสวสั ดิ์ นางสาวจิรพรรณ พึ่งบญุ ณ อยธุ ยา

วา่ ทเ่ี รอื ตรวี รี พล ทองระอา นายพงษพ์ ันธ์ สขุ เล่ห์ 8 นางมาลินี แทนบญุ นางสมิทธ์ ทองระอา

คูม่ ือนักเรียนวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบรุ ี

ภาควิชาดรุ ิยางคศลิ ป์

นางภรภัทธ์ กลุ ศรี
หัวหน้าภาควชิ าดุรยิ างคศิลป์
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิชาชพี เฉพาะ สาขาปพ่ี าทย์ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ชิ าชพี เฉพาะ สาขาเครื่องสายไทย

นายด�ำ รงค์ เชอื้ เกษร (หัวหนา้ ) ผศ.ดร.สมเกียรติ ภูมิภกั ดิ์ นางพิมพใ์ จ สวุ รรณมณี (หัวหน้า) ผศ.สวุ รรณา แกล้วเกษตรกรณ์

วา่ ท่ีร.ต.ชูชาติ สร้อยสงั วาลย์ นายกมล แกว้ สวา่ ง นายประเทือง สุทตั โต นางธนันญภา บญุ มาเสมอ นายกิตตภิ พ จ่นั รอด

นายพงศธร สธุ รรม นายนิรนั ดร์ จติ รมณี นายปีติกร เทียนจีน นางสาวกัญภร สรุ ะชยั ปัญญา นางสาวสตุ าภทั ร พัวสวัสดเี ทพ

นายเสมือน พันธโ์ น นายพงศกร สทุ ัตโต นางสาวน้ำำ��เพชร ฟัักทอง นางประภารดี จ่ันรอด นายบญุ ถงึ พระยาชัย นางสาวจารุพิชญา ฟแู สง

กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิชาชพี เฉพาะ สาขาคีตศิลป์ไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้วชิ าชีพเฉพาะ สาขาดนตรีสากล

นายวุฒเิ ดช คีรแี ลง (หัวหนา้ ) นางภรภทั ธ์ กลุ ศรี นายไพรัตน์ แสงทอง (หัวหน้า) นางวรรณี เพลินทรพั ย์

นางพรอษุ า แก้วสว่าง นายวนั เฉลิม ปูซ่ ึง้ นายธวชั ชยั พิชัยยนั ต์ นายอนวุ ัชร รอ้ ยมา นายดฎิ วฒั น์ กลดั เจรญิ

9

คู่มือนกั เรียนวิทยาลยั นาฏศลิ ปจันทบุรี
บุคลากรทางการศกึ ษา

นางกนกกร แดงเอม นางเบญจภรณ์ เทยี นทอง นางสาวเนติมา ไกรณรงค์
หัวหนา้ งานธุรการและสารบรรณ งานธุรการ งานธุรการ

เจา้ พนักงานการเงนิ และบญั ชปี ฏบิ ัตงิ าน พนกั งานราชการ
พนกั งานราชการ (นักวิชาการและการเงิน) (นกั วชิ าการพสั ด)ุ

หัวนหานง้าสงาาวนภกคารมเณงินชแลยั ะเขบตญั ชี นางสาวณภคั ไตรทองอยู่ นางสาวปารชิ าติ พนั ธ์ลุ ำ�ยอง
งานการเงินและบัญชี งานพัสดุ
พนักงานรักษาความปลอดภัย

นายวเิ ชียน กระต่ายจันทร์ นายสมทรง แสงทอง นายปิยะพงศ์ เกิดแกว้

พนกั งานทวั่ ไป พนกั งานบริการเอกสารทั่วไป

นายสจั จะ ดษิ ชัง นายสมั ฤทธิ์ ช่างเรอื น นางจุรีรตั น์ นาคนิ ทร์
พนกั งานสถานท่ี
พนกั งานขับรถยนต์

นายอักษร อนิ ทรสุข นายพีรวิทย์ ทองกลัน่ นายทวี รอ้ ยมา

พนักงานทำ�ความสะอาด

นางมะลิวนั ดสี ม นางสาวอนงค์ ชาญสาริการ นางสุนนั ทา เอีย่ มสาย นางประกอบ แสงทอง นางสาวบุษบา เจริญศรี

10

คู่มอื นกั เรียนวิทยาลยั นาฏศลิ ปจันทบุรี

หลกั สตู รนาฏดุริยางคศลิ ป์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้
(ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๒)

วสิ ัยทศั น์

มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ให้เป็นผู้มีความรู้และทักษะ และผู้น�ำความเป็นไทย สืบสาน สร้างสรรค์ด้าน
นาฏดรุ ยิ างคศลิ ปท์ ง้ั ไทยและสากล กา้ วทนั เทคโนโลยี รว่ มสรา้ งนวตั กรรม เปน็ พลเมอื งทด่ี ี มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม
มีสขุ ภาวะทางกาย และสขุ ภาพจิตที่ดี อยู่ร่วมกนั อย่างสันตติ ามวถิ ีระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตรยิ ์
ทรงเปน็ ประมขุ

จุดหมาย

หลักสูตรนาฏดุริยางคศิลป์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๒) มุ่งพัฒนาผู้เรียน
ให้เป็นคนดี คนเก่ง ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมและเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง จึงก�ำหนดจุดมุ่งหมายในการจัดการ
ศึกษา ดงั น้ี
๑. มคี วามรอบรู้ มเี ป้าหมายและทกั ษะการเรยี นรู้ รู้จกั การบรหิ ารจดั การตนเอง มคี วามสามารถในการ
สื่อสารเชงิ บวก การคดิ วเิ คราะห์อย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปญั หา การใช้เทคโนโลยี และมีความรอบรู้ข้อมูล
สารสนเทศและดจิ ทิ ัล
๒. มที กั ษะชวี ิตเพ่อื สร้างสขุ ภาวะทางกาย และสุขภาพจติ ทด่ี ี
๓. มีทักษะวิชาชีพด้านนาฏดุริยางคศิลป์ มีทักษะการท�ำงานเป็นทีม มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถ
น�ำไปสร้างผลงานและนวัตกรรมในลักษณะต่างๆ ได้
๔. เป็นพลเมอื งไทยและพลเมืองอาเซยี นทเี่ ข้มแขง็ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม มีวนิ ัย มคี วามเพยี ร มีความ
พอเพียง รู้จักตนเองและผู้อื่น มีความรักชาติ ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน
นับถือ มีความเท่าเทียมเสมอภาค ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
๕. มสี ำ� นกึ และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ร่วมอนุรักษ์ศลิ ปวฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย

สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรยี น

หลกั สูตรนาฏดุรยิ างคศลิ ป์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น (ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒) ระดบั มัธยมศกึ ษา
ตอนตน้ มงุ่ เนน้ พฒั นาผ้เู รยี นให้มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานทก่ี ำ� หนด เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นเกดิ สมรรถนะสำ� คญั ๕ ประการ
ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณอ์ นั จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การพฒั นาตนเองและสงั คม รวมทงั้ การเจรจาตอ่ รองเพอื่ ขจดั และลดปญั หา
ความขดั แย้งตา่ งๆ การเลอื กรบั หรอื ไมร่ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารด้วยหลกั เหตผุ ลและความถกู ต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้
วิธีการสอ่ื สารทม่ี ีประสทิ ธภิ าพโดยคำ� นงึ ถึงผลกระทบทม่ี ีต่อตนเองและสงั คม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง
สร้างสรรค์ การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพื่อน�ำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรอื สารสนเทศ

11

คูม่ อื นักเรยี นวทิ ยาลัยนาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี
เพอ่ื การตัดสนิ ใจเกี่ยวกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา เปน็ ความสามารถในการแกป้ ญั หาและอปุ สรรคตา่ งๆ ทเี่ ผชญิ ไดอ้ ยา่ ง
ถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณ์ต่างๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมีการตัดสนิ ใจทีม่ ปี ระสิทธภิ าพโดยคำ� นงึ ถงึ ผลกระทบท่เี กิดขน้ึ ต่อตนเอง สังคม และสง่ิ แวดล้อม
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ เปน็ ความสามารถในการนำ� กระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการดำ� เนนิ
ชีวิตประจ�ำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การท�ำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วย
การสร้างเสรมิ ความสัมพนั ธ์อนั ดรี ะหว่างบุคคล การจดั การปัญหา และความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การ
ปรบั ตวั ให้ทนั กบั การเปลยี่ นแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อม และการร้จู กั หลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมไม่พงึ ประสงค์
ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่นื
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลอื ก และใช้เทคโนโลยดี ้านต่างๆ และ
มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอ่ื การพฒั นาตนเองและสังคม ในด้านการเรยี นรู้ การส่อื สาร การทำ� งาน
การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
หลกั สตู รนาฏดรุ ยิ างคศลิ ป์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น (ปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๒) ระดับมธั ยมศกึ ษา
ตอนต้น มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่าง
มีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ดงั น้ี
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซ่อื สตั ย์สุจรติ
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
๖. มุ่งมั่นในการทำ� งาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะและ/หรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ซึ่งก�ำหนดให้ผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจ�ำเป็นต้องเรียนในกลุ่มรายวิชาพ้ืนฐาน และ
เลือกเรียนตามความถนดั ในกลุ่มรายวชิ าชีพ โดยแบ่งสาระการเรยี นรู้เปน็ ๑๖ สาระการเรยี นรู้ ดังน้ี
กลมุ่ วชิ าพน้ื ฐาน
๑. สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
๒. สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
๓. สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๔. สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
๕. สาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา

12

คมู่ อื นกั เรยี นวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบรุ ี

๖. สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
๗. สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
๘. สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
กลุ่มวชิ าชีพ
๑. สาระการเรยี นรู้โขน
๒. สาระการเรยี นรู้ละคร
๓. สาระการเรยี นรู้ปี่พาทย์
๔. สาระการเรยี นรู้เคร่ืองสายไทย
๕. สาระการเรยี นรู้คตี ศิลป์ไทย
๖. สาระการเรยี นรู้ดนตรสี ากล
๗. สาระการเรยี นรู้คตี ศิลป์สากล
๘. สาระการเรยี นรู้นาฏศลิ ป์สากล

เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลการเรยี น

๑. การตัดสนิ ผลการเรยี น การให้ระดบั และรายงานผลการเรยี น

๑.๑ การตัดสนิ ผลการเรียน
ในการตดั สนิ ผลการเรยี นของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน คุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องค�ำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บ
ข้อมูลผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่�ำเสมอ และต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมท้ังสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจน
เต็มศกั ยภาพ โดยมเี กณฑ์ในการตดั สนิ ผลการเรียน ดังน้ี
๑) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
ของเวลาเรยี นทั้งหมดในรายวชิ านั้นๆ
๒) ผู้เรยี นต้องได้รับการประเมนิ ทกุ ตวั ชว้ี ัดและผ่านตามเกณฑ์ท่วี ทิ ยาลัยกำ� หนด
๓) ผู้เรยี นต้องได้รับการตดั สนิ ผลการเรยี นทุกรายวชิ า
๔) ผู้เรยี นต้องได้รบั การประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑ์ทวี่ ทิ ยาลยั กำ� หนดในการอ่าน
คิดวเิ คราะห์ และเขยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
การพจิ ารณาเลอ่ื นชน้ั ถ้าผู้เรยี นมขี ้อบกพร่องเพยี งเลก็ น้อยและวทิ ยาลยั พจิ ารณาเหน็ ว่าสามารถพฒั นา
และสอนซอ่ มเสรมิ ได้ ใหอ้ ยใู่ นดลุ พนิ จิ ของวทิ ยาลยั ทจ่ี ะผอ่ นผนั ใหเ้ ลอ่ื นชนั้ ได้ แตห่ ากผเู้ รยี นไมผ่ า่ นรายวชิ าจำ� นวน
มาก และมแี นวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรยี นในระดับชนั้ ท่สี งู ขึ้น วทิ ยาลยั อาจตง้ั คณะกรรมการพิจารณาให้
เรียนซำ้� ชัน้ ได้ ทัง้ น้ใี ห้คำ� นึงถงึ วฒุ ภิ าวะและความรู้ความสามารถของผู้เรยี นเปน็ ส�ำคัญ
๑.๒ การใหร้ ะดบั ผลการเรยี น
การให้ระดับผลการเรยี นรายวชิ า ให้ใช้ตวั เลขแสดงระดบั ผลการเรยี นเป็น ๘ ระดับ
การประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์น้นั ให้ระดับผลการประเมนิ
เป็น ดเี ยย่ี ม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน
การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น จะตอ้ งพจิ ารณาทงั้ เวลาการเขา้ รว่ มกจิ กรรม การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมและ
ผลงานของผู้เรยี น ตามเกณฑ์ทวี่ ทิ ยาลยั ก�ำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกจิ กรรมเป็นผ่าน และไม่ผ่าน

13

คู่มอื นกั เรยี นวิทยาลัยนาฏศิลปจนั ทบุรี
๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครอง และผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของ
ผู้เรียน ซึ่งวิทยาลัยต้องสรุปผลการประเมินการจัดท�ำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ หรือ
อย่างน้อยภาคเรยี นละ ๑ ครงั้
๒. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
๑) ผเู้ รยี นเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและวชิ าชพี ไมน่ อ้ ยกวา่ ๘๑ หนว่ ยกติ โดยเปน็ รายวชิ าพน้ื ฐาน ๔๕ หนว่ ยกติ
และรายวิชาวชิ าชพี ๓๖ หน่วยกติ
๒) ผเู้ รยี นตอ้ งไดห้ นว่ ยกติ ตลอดหลกั สตู รไมน่ อ้ ยกวา่ ๘๑ หนว่ ยกติ โดยเปน็ รายวชิ าพน้ื ฐาน ๔๕ หนว่ ยกติ
และรายวชิ าวชิ าชีพ ๓๖ หน่วยกติ
๓) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
วิทยาลยั กำ� หนด
๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่วิทยาลัย
กำ� หนด
๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่วิทยาลัย
กำ� หนด

14

ค่มู อื นักเรยี นวิทยาลยั นาฏศิลปจันทบรุ ี

หลกั สตู รนาฏดุริยางคศิลป์ ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี
พทุ ธศักราช ๒๕๖๒

หลกั การของหลักสูตร

๑. เปน็ หลกั สตู รระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ต่อจากการศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้นหรอื เทยี บเท่า
ทส่ี อดคล้องกบั แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ แผนการศกึ ษาแห่งชาตแิ ละประชาคมอาเซยี น เพอ่ื ผลติ
และพัฒนากำ� ลังคนระดับฝีมือให้มีสมรรถนะ มีคุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ สามารถประกอบ
อาชพี ไดต้ รงตามความตอ้ งการของสถานประกอบการและการประกอบอาชพี อสิ ระ หรอื ศกึ ษาตอ่ ในระดบั สงู ขน้ึ
๒. เปน็ หลักสูตรวชิ าชพี ด้านนาฏศลิ ป์ ดรุ ิยางคศลิ ป์และคตี ศลิ ป์ ท่เี ตรยี มความพร้อมให้ผู้เรยี นสามารถ
พฒั นา สรา้ งสรรคน์ วตั กรรม ดว้ ยความรทู้ างดา้ นนาฏศลิ ป์ ดรุ ยิ างคศลิ ปแ์ ละคตี ศลิ ป์ ทงั้ ไทยและสากล ทม่ี คี วาม
สมั พนั ธส์ อดคล้องซง่ึ กนั และกนั สามารถเพม่ิ มลู ค่าเชงิ เศรษฐกจิ ไดโ้ ดยเน้นการพฒั นาสมรรถนะเฉพาะด้านด้วย
การปฏบิ ตั จิ รงิ ตามศักยภาพและโอกาสของผู้เรยี น
๓. เป็นหลักสูตรที่ส่งเสริม สนับสนุนและประสานความร่วมมือในการจัดการศึกษาระหว่างหน่วยงาน
และองค์กรทเ่ี กี่ยวข้องทงั้ ภาครฐั และภาคเอกชน
๔. เป็นหลกั สูตรท่เี ปิดโอกาสให้วทิ ยาลัย สถานประกอบการ ชมุ ชนและท้องถน่ิ มสี ่วนร่วมในการพฒั นา
หลักสูตรให้ตรงตามความต้องการ สอดคล้องกับศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน สามารถเรียนรู้ พัฒนา
อนรุ กั ษ์ สบื สาน สร้างสรรค์ศาสตร์แห่งศลิ ป์ ด้านนาฏศลิ ป์ ดุรยิ างคศลิ ป์และคตี ศลิ ป์ของชาตสิ ืบไป

จดุ หมายของหลักสูตร

หลกั สูตรวชิ าชพี ด้านนาฏศลิ ป์ ดรุ ยิ างคศลิ ป์และคตี ศิลป์ ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี มุ่งพฒั นาผู้เรยี น
ให้มีความรู้ความสามารถในการอนุรักษ์ สืบสานและธ�ำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมประจ�ำชาติ เน้นให้เป็นคนดี
มปี ัญญา มคี วามสุข มศี กั ยภาพในการประกอบอาชพี และศกึ ษาต่อในระดบั ทส่ี ูงขึน้ โดยมุ่งพฒั นาผู้เรยี น ดงั น้ี
๑. เพื่อให้มีความรู้ ทักษะและประสบการณ์ในงานอาชีพด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์
สอดคล้องกับมาตรฐานวชิ าชพี สามารถพัฒนาองค์ความรู้ในงานอาชีพ เพ่อื นำ� ไปปฏบิ ัตไิ ด้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
๒. เพอื่ ใหเ้ ปน็ ผมู้ ปี ญั ญา มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ ใฝเ่ รยี นรู้ เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และการประกอบ
อาชพี มที ักษะการสือ่ สารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ทกั ษะการเรียนรู้ตลอดชวี ิต ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ และ
การแก้ปัญหา ตลอดจนทกั ษะการจัดการด้านศลิ ปวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม
๓. เพ่ือให้มเี จตคติที่ดตี ่ออาชพี มคี วามมนั่ ใจ และภาคภมู ิในวชิ าชีพทเี่ รยี น รกั งาน รกั องค์กร สามารถ
ทำ� งานเป็นหมู่คณะได้ดี มีความเคารพในสทิ ธิและหน้าทีข่ องตนเองและผู้อ่นื
๔. เพ่ือให้เป็นผู้มีพฤติกรรมทางสังคมท่ีดีงาม ท้ังในการท�ำงาน การอยู่ร่วมกันด้วยความรักและ
ความสามัคคี มีความรบั ผดิ ชอบต่อครอบครวั ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ เข้าใจและเหน็ คุณค่าภูมปิ ญั ญา
ท้องถิ่น มคี วามตระหนกั และน�ำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ในการดำ� เนนิ ชีวติ
๕. เพื่อให้มีบุคลิกภาพท่ีดี มีมนุษยสัมพันธ์ มีคุณธรรมจริยธรรมและวินัยในตนเอง มีสุขภาพอนามัย
ท่สี มบูรณ์ทั้งร่างกายและจติ ใจเหมาะสมกบั งานอาชพี
๖. เพอื่ ใหต้ ระหนกั และเหน็ คณุ คา่ ทางดา้ นศลิ ปวฒั นธรรมของชาติ มคี วามรกั ชาตสิ ำ� นกึ ในความเปน็ ไทย

15

คมู่ ือนกั เรยี นวิทยาลัยนาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี
เสียสละเพ่ือส่วนรวม ด�ำรงรักษาไว้ซ่ึงความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์เปน็ ประมุข
หลักเกณฑก์ ารใชห้ ลักสูตร
หลักสูตรนาฏดรุ ยิ างคศิลป์ ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพ พทุ ธศักราช ๒๕๖๒
๑. การเรียนการสอน
การจดั การเรยี นการสอนเนน้ การปฏบิ ตั จิ รงิ สามารถจดั การเรยี นการสอนไดห้ ลากหลายรปู แบบ เพอ่ื
ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในวิธีการและการด�ำเนินงาน มีทักษะการปฏิบัติงานในขอบเขตส�ำคัญและบริบท
ต่างๆ ทีส่ ัมพันธ์กนั สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะไปสู่บรบิ ทใหม่ สามารถให้ค�ำแนะน�ำแก้ปญั หาเฉพาะ
ด้านและรบั ผิดชอบต่อตนเองและผู้อ่นื มสี ่วนร่วมในคณะท�ำงานหรอื มีการประสานงานกลุ่ม รวมทั้งมีคณุ ธรรม
จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี เจตคตแิ ละกิจนสิ ยั ทเ่ี หมาะสมในการทำ� งาน
๒. การจดั การศกึ ษาและเวลาเรยี น
การจดั การศกึ ษาในระบบปกติ ระยะเวลา ๓ ปีการศกึ ษา การจัดเวลาเรยี นให้ดำ� เนนิ การดังนี้
๒.๑ ในปีการศึกษาหนึ่งๆ ให้แบ่งภาคเรียนออกเป็น ๒ ภาคเรียนปกติ หรือระบบทวิภาค
ภาคเรียนละ ๑๘ สัปดาห์ โดยมีเวลาเรียนและจ�ำนวนหน่วยกิต ตามท่ีก�ำหนด และวิทยาลัยอาจเปิดสอนภาค
เรยี นฤดรู ้อนได้อกี ตามทีเ่ ห็นสมควร
๒.๒ การเรียนในระบบชั้นเรียน ให้วิทยาลัยเปิดท�ำการสอนไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๕ วัน วันละ
ไม่เกิน ๗ ชั่วโมง โดยก�ำหนดให้จดั การเรยี นการสอนคาบละ ๖๐ นาที
๓. การคดิ หนว่ ยกติ
ให้มจี ำ� นวนหน่วยกติ ตลอดหลักสตู รไม่น้อยกว่า ๑๑๗ หน่วยกติ การคดิ หน่วยกติ ถอื เกณฑ์ ดังน้ี
๓.๑ รายวิชาทฤษฎีท่ีใช้เวลาบรรยายหรืออภิปราย ๑ ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือ ๑๘ ชั่วโมงต่อภาค
เรียน รวมเวลาการวดั ผล มคี ่าเท่ากับ ๑ หน่วยกติ
๓.๒ รายวิชาปฏบิ ัตทิ ใ่ี ช้เวลาในการฝึกปฏบิ ัติในห้องปฏบิ ัตกิ าร ๒ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ ๓๖ ชว่ั โมง
ต่อภาคเรียน รวมเวลาการวดั ผล มคี ่าเท่ากบั ๑ หน่วยกติ
๓.๓ รายวชิ าปฏบิ ตั ทิ ใี่ ช้เวลาในการฝกึ ปฏบิ ตั ภิ าคสนาม ๒ ชวั่ โมงต่อสปั ดาห์ หรอื ๕๔ ชวั่ โมงต่อภาค
เรยี น รวมเวลาการวดั ผล มคี ่าเท่ากบั ๑ หน่วยกติ
๓.๔ การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพในสถานประกอบการหรือแหล่งวิทยาการ ที่ใช้เวลาไม่
น้อยกว่า ๕๔ ชวั่ โมง รวมเวลาการวัดผล มคี ่าเท่ากบั ๑ หน่วยกติ
๓.๕ การทำ� โครงงานพฒั นาสมรรถนะวชิ าชพี ทใ่ี ชเ้ วลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๕๔ ชวั่ โมงตอ่ ภาคเรยี น รวมเวลา
การวัดผล มคี ่าเท่ากับ ๑ หน่วยกติ
๔. โครงสรา้ งหลกั สูตร
โครงสรา้ งของหลกั สตู รนาฏดรุ ยิ างคศลิ ป์ ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ แบง่ เปน็
๓ หมวดวชิ า และกิจกรรมเสรมิ หลกั สูตร ดงั น้ี
๔.๑ หมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง ไม่น้อยกว่า ๒๓ หน่วยกติ
๔.๑.๑ กลุ่มวชิ าภาษาไทย ไม่น้อยกว่า ๔ หน่วยกิต
๔.๑.๒ กลุ่มวชิ าภาษาต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต
๔.๑.๓ กลุ่มวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ไม่น้อยกว่า ๔ หน่วยกิต

16

คู่มอื นักเรยี นวทิ ยาลัยนาฏศิลปจนั ทบุรี
๔.๑.๔ กลุ่มวชิ าคณติ ศาสตร์ ไม่น้อยกว่า ๔ หน่วยกติ
๔.๑.๕ กลุ่มวชิ าสังคมศึกษา ไม่น้อยกว่า ๓ หน่วยกิต
๔.๑.๖ กลุ่มวชิ าสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ไม่น้อยกว่า ๒ หน่วยกิต
๔.๒ หมวดวชิ าสมรรถนะวชิ าชีพ ไม่น้อยกว่า ๘๔ หน่วยกติ
๔.๒.๑ กลุ่มสมรรถนะวชิ าชีพพ้นื ฐาน ไม่น้อยกว่า ๒๒ หน่วยกติ
๔.๒.๒ กลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี เฉพาะ ไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกติ
๔.๒.๓ กลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี เลือก ไม่น้อยกว่า ๑๘ หน่วยกติ
๔.๒.๔ ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชพี ๔ หน่วยกติ
๔.๒.๕ โครงการพัฒนาสมรรถนะวชิ าชพี ๔ หน่วยกติ
๔.๓ หมวดวชิ าเลือกเสรี ไม่น้อยกว่า ๑๐ หน่วยกิต
๔.๔ กจิ กรรมเสริมหลักสูตร ไม่น้อยกว่าสปั ดาห์ละ ๒ ช่วั โมง

หมายเหตุ
๑) จำ� นวนหนว่ ยกติ ของแตล่ ะหมวดวชิ าและกลมุ่ วชิ าในหลกั สตู ร ให้เปน็ ไปตามทก่ี ำ� หนดไว้ในโครงสร้าง
ของแต่ละประเภทวชิ าและสาขาวิชา
๒) การพฒั นารายวชิ าในกลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี พนื้ ฐานและกลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี เฉพาะ จะเปน็ รายวชิ า
บงั คบั ทส่ี ะท้อนความเปน็ สาขาวชิ าตามาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชพี ด้านสมรรถนะวชิ าชพี ของสาขาวชิ า ซงึ่ ยดึ โยง
กบั มาตรฐานอาชพี จงึ ตอ้ งพฒั นากลมุ่ รายวชิ าใหค้ รบจำ� นวนหนว่ ยกติ ทกี่ ำ� หนด และผเู้ รยี นตอ้ งเรยี นทกุ รายวชิ า
๓) วทิ ยาลยั สามารถจดั รายวชิ าตามท่กี ำ� หนดไว้ในหลกั สตู ร และหรอื พัฒนาเพิ่มเติมตาม
ความตอ้ งการเฉพาะดา้ นของสถานประกอบการหรอื ยทุ ธศาสตรภ์ มู ภิ าค เพอ่ื เพมิ่ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั
ของประเทศ ท้งั น้ี ต้องเป็นไปตามเงอ่ื นไขและมาตรฐานการศกึ ษาวิชาชพี ทปี่ ระเภทวชิ า สาขาวชิ า และสาขางาน
กำ� หนด
๕. การประเมินผลการเรยี น
เน้นการประเมนิ ตามสภาพจรงิ ทง้ั น้ี ให้เป็นไปตามระเบยี บสถาบนั บณั ฑติ พฒั นศลิ ป์ ว่าด้วยการจัดการ
ศกึ ษา และประเมนิ ผลการเรยี นตามหลกั สตู รนาฏดรุ ยิ างคศลิ ป์ ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒
๖. การส�ำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
๖.๑ ประเมินผ่านรายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ และหมวด
วชิ าเลือกเสรี ตามที่ก�ำหนดไว้ในหลักสูตร
๖.๒ ได้จำ� นวนหน่วยกติ สะสมครบตามโครงสร้างของหลักสตู ร
๖.๓ ได้ค่าระดับคะแนนเฉล่ยี สะสมไม่ต�่ำกว่า ๒.๐๐ และผ่านเกณฑ์การประเมนิ มาตรฐานวชิ าชพี
๖.๔ เข้าร่วมกจิ กรรมเสริมหลักสูตรและประเมนิ ผ่านทุกภาคเรยี น

17

คมู่ อื นักเรยี นวิทยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบุรี

ระเบยี บวิทยาลยั นาฏศิลปจันทบุรี
ว่าดว้ ยการประพฤติและธรรมเนยี มปฏบิ ัติของนักเรียน

พุทธศักราช ๒๕๖๒
........................

เพือ่ ให้สอดคล้องกบั กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ.๒๕๑๕) ลงวันที่ ๒๘ มถิ ุนายน ๒๕๑๕ ออกตามความ
ในประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบบั ท่ี ๑๓๒ ลงวนั ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๕ และเพือ่ ความเป็นระเบยี บเรียบร้อย
ของสถานศกึ ษา ตลอดจนความปลอดภัย และความมรี ะเบียบวนิ ัยของนักเรยี น
อาศัยอ�ำนาจผู้อ�ำนวยการวิทยาลัยในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา โดยมติของคณะกรรมการวิทยาลัยจึง
วางแนวปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การประพฤตแิ ละธรรมเนียมปฏิบัตขิ องนกั เรยี น ไว้ดงั ต่อไปน้ี
ข้อ ๑. ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรีว่าด้วยการประพฤติและธรรมเนียมปฏิบัติ
ของนกั เรยี น พุทธศักราช ๒๕๖๒
ข้อ ๒. ระเบียบนใ้ี ห้ผลบังคบั ใช้ตง้ั แต่วันถดั จากวันประกาศใช้ระเบยี บน้เี ป็นต้นไป
ข้อ ๓. ใหย้ กเลกิ ประกาศวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี เรอื่ งการประพฤตแิ ละธรรมเนยี มปฏบิ ตั ขิ องนกั เรยี น
ฉบับลงวนั ท่ี ๓๑ มนี าคม ๒๕๕๑
บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรอื ค�ำส่ังอ่นื ใดในส่วนท่กี �ำหนดไว้แล้วในระเบยี บน้ี หรอื ซึ่งขัดหรอื แย้ง
กบั ระเบยี บน้ี ให้ใช้ระเบยี บน้แี ทน
ข้อ ๔. การแก้ไขเพ่ิมเตมิ ระเบยี บน้ี ให้ท�ำเปน็ มตขิ องคณะกรรมการวทิ ยาลัย
ข้อ ๕. ในระเบียบน้ี
“นักเรียน” หมายถึง นักเรยี นของวทิ ยาลยั นาฏศิลปจันทบรุ ี ซงึ่ ก�ำลงั ศึกษาอยู่ในระดับการศกึ ษา
ขนั้ พ้นื ฐาน ชน้ั มธั ยมศึกษา
“วทิ ยาลยั ” หมายถงึ วทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบรุ ี
ข้อ ๖. นกั เรยี น มหี นา้ ทตี่ อ้ งประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามแนวทางการประพฤตแิ ละธรรมเนยี มปฏบิ ตั ขิ องนกั เรยี น
ดังต่อไปน้ี
๖.๑ เมือ่ นกั เรยี นมาถงึ วิทยาลยั แล้ว ห้ามออกนอกบรเิ วณวิทยาลัยโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รบั
อนุญาตตาม ข้อ ๖.๒๒
๖.๒ นกั เรียนต้องมาวทิ ยาลยั ให้ทันเข้าแถวเคารพธงชาติ คือ มาก่อนเวลา ๐๗.๔๕ น. การมา
หลงั จากเสร็จสน้ิ กจิ กรรมหน้าเสาธงแล้ว ถอื ว่าสาย
๖.๓ นกั เรยี นต้องไม่หลกี เลยี่ งการเข้าแถวเคารพธงชาตติ อนเช้า เว้นแต่กรณเี จบ็ ป่วย หรอื ได้รบั
อนุญาตจากครู อาจารย์แล้ว
๖.๔ นักเรียนต้องไม่เสพส่ิงเสพติดของมึนเมาให้โทษและไม่เล่นการพนันทุกชนิด ไม่ว่าในหรือ
นอกบรเิ วณวทิ ยาลัย

18

คมู่ อื นักเรยี นวิทยาลยั นาฏศลิ ปจันทบุรี

๖.๕ นักเรียนต้องแสดงกิริยา วาจาสุภาพ อ่อนน้อมต่อบุคคลท่ัวไป รวมทั้งต้อนรับแขกผู้มา
เยือนวิทยาลัยด้วยมารยาทอันดงี าม
๖.๖ เม่ือนักเรียนมาติดต่อราชการกับวิทยาลัยไม่ว่ากรณีใดๆ ท้ังวันเปิดท�ำการและวันหยุด
ราชการ ต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนให้เรียบร้อย พร้อมทั้งมีบัตรประจ�ำตัวนักเรียนมาด้วยเสมอ ในกรณีที่มา
ร่วมกจิ กรรมต่างๆ ทว่ี ิทยาลยั จดั ข้นึ ในวนั หยดุ ราชการให้แต่งกายตามทค่ี รู อาจารย์นัดหมายเป็นกรณพี ิเศษ
๖.๗ นักเรียนต้องไม่เข้าไปในสถานเริงรมย์ สถานค้าประเวณี เว้นแต่เป็นผู้อาศัยอยู่ในที่น้ัน
หรือเข้าไปเยย่ี มญาติ ซงึ่ อาศัยอยู่ในสถานทน่ี ั้น
๖.๘ นกั เรียนต้องไม่เท่ยี วเตร่ในเวลากลางคนื หลัง ๒๒.๐๐ น. เว้นแต่ไปกับบดิ า มารดาหรอื
ผู้ปกครอง
๖.๙ ห้ามนักเรียนเข้าไปในบรเิ วณบ้านพกั ครู อาจารย์ บ้านพกั คนงาน ภารโรง ของวิทยาลยั
ก่อนได้รบั อนุญาต
๖.๑๐ นกั เรยี นตอ้ งไมน่ ำ� สนิ คา้ อาหารและการบรกิ ารทกุ ชนดิ มาจำ� หนา่ ยหรอื บรกิ ารในวทิ ยาลยั
ทั้งโดยลับและโดยเปิดเผย
๖.๑๑ นกั เรยี นตอ้ งไมจ่ ดั กจิ กรรมตา่ งๆ ทไี่ มไ่ ดร้ บั อนญุ าตจากทางวทิ ยาลยั เชน่ เชญิ ชวนทศั นาจร
ทศั นศกึ ษา นัดชมุ นุมทางการเมอื ง เปน็ ต้น
๖.๑๒ นกั เรยี นต้องช่วยกันประหยัดสง่ิ สาธารณูปโภคต่างๆ ของวิทยาลยั เช่น นำ้� ไฟฟ้า เพือ่ ฝึก
นสิ ยั อนั ดงี าม และส่งเสริมการปฏบิ ัติตามนโยบายของรฐั บาล
๖.๑๓ นักเรียนต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมอันดีงามของวิทยาลัย ในเรื่องความสะอาดของ
อาคารสถานท่ี ความร่มร่นื ของพันธุ์ไม้ เพ่อื ความสะอาด และความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อยสวยงาม
๖.๑๔ นักเรยี นต้องเข้า – ออกวทิ ยาลยั ทางประตทู ว่ี ทิ ยาลยั กำ� หนดไว้เท่านนั้ และจะต้องรกั ษา
ระเบยี บวินัยในการเดนิ แถว ตลอดจนการเดนิ ขน้ึ – ลงบนั ไดของอาคารเรยี นด้วย
๖.๑๕ นกั เรียนต้องมีความรกั สามัคคใี นหมู่คณะ ไม่ก่อการทะเลาะววิ าททั้งในและนอกบรเิ วณ
วทิ ยาลัย
๖.๑๖ นักเรียนต้องรับประทานอาหารในสถานที่ท่ีวิทยาลัยก�ำหนดให้เท่าน้ัน ไม่รับประทาน
อาหารในห้องเรยี น และต้องรักษาระเบยี บวนิ ยั ในการเข้าแถวซ้อื อาหารให้เรยี บร้อย
๖.๑๗ นกั เรยี นต้องไม่ประพฤตติ นหรอื มว่ั ส่มุ ในทางช้สู าว ทง้ั กบั นกั เรยี นในสถานศกึ ษาเดยี วกนั
และต่างสถานศกึ ษาตลอดจนบคุ คลอื่น
๖.๑๘ ห้ามนกั เรยี นคมค้าสมาคมกับหญงิ ค้าประเวณี เว้นแต่เปน็ ญาตทิ ี่ใกล้ชดิ
๖.๑๙ หา้ มนกั เรยี นพาบคุ คลภายนอกขนึ้ บนอาคารเรยี นกอ่ นไดร้ บั อนญุ าต และเมอื่ ไดร้ บั อนญุ าต
แล้ว ก็ควรไปพบปะพูดคุยกันในสถานทีท่ ่วี ิทยาลยั ฯ จัดไว้ให้เท่านนั้ ทั้งนี้ เพอ่ื ความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อย และ
ป้องกนั ความเสยี หายที่อาจเกดิ ขน้ึ ได้
๖.๒๐ นกั เรยี นตอ้ งปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผทู้ มี่ ศี ลี ธรรมและวฒั นธรรมอนั ดี ใหส้ มกบั ทว่ี ทิ ยาลยั เปน็ สถาน
ศกึ ษาทม่ี หี น้าท่อี นรุ กั ษ์ศลิ ปวฒั นธรรมของชาติ
๖.๒๑ การใช้บริการห้องพยาบาล ห้องสมุด และห้องปฏิบัติการอ่ืนๆ นักเรียนต้องปฏิบัติตาม
กฎเกณฑ์ และระเบยี บการใช้ห้องนน้ั ๆ โดยเคร่งครัด
๖.๒๒ การออกนอกบรเิ วณวทิ ยาลยั นกั เรยี นตอ้ งไดร้ บั อนญุ าตกอ่ นทกุ ครงั้ โดยตอ้ งขออนญุ าต
ตามขัน้ ตอนทร่ี ะบุไว้ในแบบฟอร์มการขออนญุ าตออกนอกบรเิ วณวทิ ยาลยั
๖.๒๓ นักเรียนต้องแจ้งให้ครูที่ปรึกษาทราบกรณีขาดเรียนและต้องส่งใบรับรองแพทย์ให้กับ

19

คู่มอื นกั เรยี นวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบรุ ี
ครูท่ปี รึกษากรณหี ยดุ ตดิ ต่อกนั ๓ วัน
๖.๒๔ ในเวลาราชการ หา้ มนกั เรยี นขบั ขยี่ วดยานทกุ ชนดิ ในบรเิ วณวทิ ยาลยั เวน้ แตไ่ ดร้ บั อนญุ าต
เปน็ กรณพี ิเศษ และนกั เรยี นต้องจอดยวดยานทุกชนดิ ในบริเวณที่วทิ ยาลยั ฯ ก�ำหนด
๖.๒๕ กรณีวทิ ยาลยั นดั หมาย และ/หรอื มอบหมายให้นักเรยี นไปร่วมกจิ กรรมใดๆ วิทยาลยั จะ
มหี นงั สือขออนุญาตผู้ปกครอง และให้นักศกึ ษานำ� เอกสารท่อนท้ายของหนังสอื ขออนญุ าตผู้ปกครอง ส่งมอบ
ให้ครู อาจารย์ทร่ี ับผดิ ชอบกจิ กรรมนนั้ ๆ ทุกคร้งั
ข้อ ๗. นักเรียนคนใดไม่ประพฤติปฏิบัติ หรือฝ่าฝืน การประพฤติปฏิบัติตามแนวทางการประพฤติและ
ธรรมเนียมปฏิบัติของนักเรียนที่ก�ำหนดไว้ในระเบียบนี้ วิทยาลัยจะพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณีทั้งน้ี โดย
อาศัยระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ว่าด้วยการลงโทษนกั เรยี น หรือนกั ศกึ ษา พ.ศ.๒๕๕๐ และระเบียบวทิ ยาลยั
นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี ว่าด้วยการตดั คะแนนความประพฤตนิ ักเรียน พุทธศกั ราช ๒๕๖๒
ข้อ ๘. ใหร้ องผอู้ ำ� นวยการวทิ ยาลยั ฝา่ ยกจิ การ นกั เรยี น นกั ศกึ ษา รกั ษาการใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บน้ี และ
ให้มอี �ำนาจตคี วาม และวินจิ ฉัยปญั หาเกย่ี วกับการปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บน้ี

ประกาศ ณ วนั ท ่ี ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒


(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมเกยี รติ ภมู ิภักด)์ิ
ผู้อ�ำนวยการวทิ ยาลัยนาฏศลิ ปจันทบรุ ี


20

คูม่ อื นักเรยี นวทิ ยาลัยนาฏศลิ ปจันทบรุ ี

ระเบียบวิทยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี
ว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตนิ กั เรยี น

พุทธศักราช ๒๕๖๒
........................

เพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ.
๒๕๖๒ ระเบยี บวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี วา่ ดว้ ยการแตง่ กายของนกั เรยี น พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ ระเบยี บวทิ ยาลยั
นาฏศลิ ปจนั ทบุ รี วา่ ด้วยการประพฤติ และธรรมเนยี มปฏบิ ตั ขิ องนกั เรยี น พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ และเพอื่ ความเปน็
ระเบียบเรยี บร้อยของสถานศกึ ษา
อาศัยอ�ำนาจผู้อ�ำนวยการวิทยาลัยในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา โดยมติของคณะกรรมการวิทยาลัยจึง
ก�ำหนดระเบยี บไว้ดังต่อไปน้ี
ขอ้ ๑. ระเบยี บนเี้ รยี กวา่ “ระเบยี บวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี วา่ ดว้ ยการตดั คะแนนความประพฤตนิ กั เรยี น
พุทธศักราช ๒๕๖๒”
ข้อ ๒. ระเบยี บนใ้ี ห้มีผลบงั คบั ตง้ั แต่วนั ถัดจากวันประกาศใช้ระเบยี บนีเ้ ป็นต้นไป
ข้อ ๓. ให้ยกเลิกประกาศวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี เร่ืองคะแนนความประพฤติของนักเรียน ฉบับลง
วนั ท่ี ๓๑ มนี าคม ๒๕๕๔
บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือค�ำส่ังอื่นใดในส่วนท่ีก�ำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซ่ึงขัดหรือแย้งกับ
ระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบยี บนีแ้ ทน
ข้อ ๔. การแก้ไขเพม่ิ เติมระเบยี บน้ี ให้ทำ� เป็นมตขิ องคณะกรรมการวทิ ยาลัย
ข้อ ๕. ในระเบยี บนี้
“นกั เรยี น” หมายถงึ นกั เรยี นของวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี ซงึ่ ก�ำลงั ศึกษาอยใู่ นระดบั การศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน ชั้นมัธยมศึกษา
“วิทยาลัย” หมายถงึ วิทยาลัยนาฏศลิ ปจันทบรุ ี
ข้อ ๖. วทิ ยาลยั กำ� หนดให้นกั เรยี นแต่ละคนท่กี ำ� ลงั ศกึ ษาอยู่ในวทิ ยาลยั ในแต่ละหลักสตู รมคี ะแนนความ
ประพฤตคิ นละ ๑๐๐ คะแนน
ข้อ ๗. นกั เรยี นคนใด กระทำ� ความผิดโดยการฝ่าฝืนระเบยี บฉบับนนั้ ๆ ทีว่ ทิ ยาลยั ประกาศไว้วทิ ยาลยั จะ
พจิ ารณาตดั คะแนนความประพฤติ เปน็ เฉพาะเรื่อง เฉพาะคร้ัง และเป็นรายกรณี ดงั ระเบียบวทิ ยาลยั นาฏศิลป
จนั ทบรุ ี วา่ ดว้ ยการพจิ ารณาการกระทำ� ความผดิ และการลงโทษนกั เรยี น ดงั ตารางแสดงรายการพจิ ารณาลงโทษ
นกั เรยี น ดังต่อไปน้ ี

21

คู่มอื นักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

ตารางแสดงรายการพิจารณาลงโทษนักเรียน

ลำ�ดบั รายการ ครงั้ ที่ ๑ ครงั้ ที่ ๒ ครงั้ ที่ ๓ หมายเหตุ
ที่

1 ไม่เข้าเรียนตามตารางเรียน ตักเตือน ตัดคะแนน 1๐ คะแนน ตัดคะแนน ๒๐ คะแนน อาจารย์ประจำ�วิชา

บางรายวิชา บำ�เพ็ญประโยชน์ เชิญผู้ปกครองมารบั ทำ�หนงั สือแจ้งงาน

ทราบความประพฤติ ส่งเสริมระเบียบวินัย

บำ�เพ็ญประโยชน์ นักเรียน ฝ่ายกิจการ

นกั เรียน

2 ไม่ต้ังใจเรียน ไม่มีอุปกรณ์ ตกั เตือน ตัดคะแนน 1๐ คะแนน ตดั คะแนน 2๐ คะแนน อาจารย์ประจำ�วิชา

ไม่รบั ผิดชอบในเรือ่ งการเรียน บำ�เพญ็ ประโยชน์ เชิญผู้ปกครองมารับ ทำ�หนังสือแจ้งงาน

ทราบความประพฤติ ส่งเสริมระเบียบวินัย

บำ�เพ็ญประโยชน์ นกั เรียน ฝ่ายกิจการ

นกั เรียน

๓ ไม่เข้าร่วมประชุมทุกกรณี และ ตกั เตือน ตดั คะแนน 1๐ คะแนน ตดั คะแนน 2๐ คะแนน

หลบหนีการเข้าแถว บำ�เพ็ญประโยชน์ เชิญผู้ปกครองมารับ

ทราบความประพฤติ

บำ�เพ็ญประโยชน์

๔ แต่งกายผิดระเบียบของวิทยาลัยฯ ตกั เตือน และริบ ตดั คะแนน 1๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน ถ้าทำ�ผิดเกิน ๓ คร้ัง

ใช้อุปกรณ์ที่ผิดระเบียบ ใส่เครื่อง ของนั้นไว้ (แจ้งให้ผู้ บำ�เพญ็ ประโยชน์ บำ�เพ็ญประโยชน์ เชิญผู้ปกครองมารับ

ประดับมาวิทยาลัยฯ และใช้เครือ่ งมือ ปกครองทราบ เพื่อ ทราบและทำ�หนังสือ

สือ่ สารทุกชนิด โดยไม่ได้รับอนุญาต มารับ) สญั ญา

๕ แต่งกายไม่เรียบร้อย เช่น ปล่อยชาย ตักเตือน และ ตัดคะแนน 1๐ คะแนน ตดั คะแนน 2๐ คะแนน

เสื้อยาวปิดหัวเขม็ ขัด หรือหลดุ ออก บำ�เพ็ญประโยชน์ บำ�เพ็ญประโยชน์ บำ�เพ็ญประโยชน์

นอกกางเกง, กระโปรง ทั้งในและ เชิญผู้ปกครองมารบั

นอกวิทยาลยั ฯ ทราบและทำ�หนงั สือ

สัญญา

๖ รบั ประทานอาหารผิดจากเวลาที่ ตักเตือน ตดั คะแนน ๕ คะแนน ตัดคะแนน 1๐ คะแนน เช้า๐๖.๓๐-๐๗.๔๐น.

กำ�หนดโดยไม่ได้รบั อนุญาต บำ�เพ็ญประโยชน์ บำ�เพญ็ ประโยชน์ กลางวนั 12.๐๐-1๓.๐๐น.

๗ มาสาย โดยไม่มีเหตผุ ลอนั สมควร ตักเตือน ตดั คะแนน 1๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน เกิน ๓ ครั้ง เชิญผู้

บำ�เพ็ญประโยชน์ บำ�เพญ็ ประโยชน์ ปกครองทำ�ทณั ฑ์บน

เชิญผู้ปกครองมารับ และทำ�หนงั สือสญั ญา

ทราบและทำ�หนงั สือ

สญั ญา

๘ รับประทานอาหารและขนมใน ตัดคะแนน ๕ คะแนน ตัดคะแนน 1๐ คะแนน ตดั คะแนน 2๐ คะแนน

ห้องเรียนและบนอาคารเรียน บำ�เพ็ญประโยชน์ บำ�เพญ็ ประโยชน์ บำ�เพ็ญประโยชน์

22

คูม่ อื นกั เรยี นวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบรุ ี

ลำ�ดบั รายการ ครงั้ ที่ ๑ ครง้ั ที่ ๒ คร้งั ที่ ๓ หมายเหตุ
ที่

๙ ขาดเรียนติดต่อกนั เกิน ๓ วนั ตักเตือน และตัด ตดั คะแนน 2๐ คะแนน ตดั คะแนน 2๐ คะแนน

โดยไม่แจ้งให้ทางวิทยาลยั ฯ ทราบ คะแนน 1๐ คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับ และทำ�หนงั สือสัญญา

ทราบความประพฤติ

1๐ หนีโรงเรียนทุกกรณี ตดั คะแนน 1๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน

บำ�เพ็ญประโยชน์ บำ�เพญ็ ประโยชน์ และทำ�หนงั สือสัญญา

เชิญผู้ปกครองมารับ

ทราบความประพฤติ

11 ดัดผม, ซอยผม, ตัดผม ตัดคะแนน 1๐ คะแนน ตดั คะแนน 2๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน

เปลี่ยนสีผม ผิดจากที่ระเบียบ บำ�เพญ็ ประโยชน์ บำ�เพ็ญประโยชน์ บำ�เพ็ญประโยชน์

วิทยาลยั ฯ กำ�หนด ทำ�ทณั ฑ์บน

12 แสดงกิริยา, ใช้วาจาหยาบคาย ตัดคะแนน 1๐ คะแนน ตดั คะแนน 2๐ คะแนน ตัดคะแนน ๓๐ คะแนน

และก้าวร้าวต่อคร-ู อาจารย์ บำ�เพ็ญประโยชน์ บำ�เพ็ญประโยชน์ เชิญผู้ปกครองมารบั

เชิญผู้ปกครองมารับ ทราบทำ�ทณั ฑ์บน

ทราบความประพฤติ

1๓ ปลอมรายเซน็ ครู – อาจารย์ และ ตดั คะแนน 1๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน ตัดคะแนน ๓๐ คะแนน

ผู้ปกครอง บำ�เพ็ญประโยชน์ เชิญผู้ปกครองมารับ เชิญผู้ปกครองมารับ

ทราบความประพฤติ ทราบทำ�ทณั ฑ์บน

1๔ ละทิ้งการปฏิบตั ิราชการ ตดั คะแนน 1๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน พกั การปฏิบัติงานตาม

การแสดง โดยไม่มีเหตผุ ลอันสมควร บำ�เพญ็ ประโยชน์ เชิญผู้ปกครองมารับ แต่เห็นสมควร

ทราบความประพฤติ ทำ�ทัณฑ์บน

1๕ มาร่วมกิจกรรมแล้วไม่กลับบ้านหรือ ตดั คะแนน 1๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน

กลบั ไม่ตรงเวลา บำ�เพ็ญประโยชน์ เชิญผู้ปกครองมารับ เชิญผู้ปกครองมารบั

ทราบความประพฤติ ทราบทำ�ทัณฑ์บน

1๖ ไปปฏิบัติงานการแสดงและบรรเลง ตัดคะแนน 1๐ คะแนน ตดั คะแนน 2๐ คะแนน

นอกสถานที่โดยไม่ได้รบั อนญุ าต เชิญผู้ปกครองทำ� เชิญผู้ปกครอง

หนังสือ ทำ�ทณั ฑ์บน

1๗ ลกั ขโมยของผู้อื่น ตดั คะแนน 2๐ คะแนน ตัดคะแนน 2๐ คะแนน หมดสภาพการเปน็

เชิญผู้ปกครองทำ� เชิญผู้ปกครอง นกั เรียน /

หนงั สือ ทำ�ทณั ฑ์บน เปลี่ยนสถานศึกษา

1๘ เสพสารเสพติดหรือมีไว้ใน ตดั คะแนน 2๐ คะแนน ตัดคะแนน ๓๐ คะแนน ผู้เสพให้พักการเรียน

ครอบครองทกุ ชนิด เชิญผู้ปกครองทำ� เชิญผู้ปกครอง เพือ่ รกั ษา

หนังสือ ทำ�ทณั ฑ์บน ผู้ค้าส่งดำ�เนินคดี

ตามกฎหมาย

23

คู่มอื นักเรยี นวิทยาลัยนาฏศลิ ปจนั ทบุรี

ล�ำ ดบั รายการ ครง้ั ที่ ๑ ครง้ั ที่ ๒ ครัง้ ที่ ๓ หมายเหตุ
ที่

1๙ ดื่มเครือ่ งดืม่ ทีม่ ีแอลกอฮอล์ทกุ ชนิด ตัดคะแนน 2๐ คะแนน ตดั คะแนน ๓๐ คะแนน พกั การเรียน /

ท้ังในและนอกวิทยาลยั ฯ ขณะอยู่ใน เชิญผู้ปกครองมารับ เชิญผู้ปกครอง เปลี่ยนสถานศึกษา

เครื่องแบบนักเรียน ทราบความประพฤติ ทำ�ทณั ฑ์บน

2๐ เล่นการพนันทกุ ชนิดทั้งในและนอก ตดั คะแนน 2๐ คะแนน ตดั คะแนน ๓๐ คะแนน พกั การเรียน /

วิทยาลยั ฯ เชิญผู้ปกครองทำ� เชิญผู้ปกครอง เปลีย่ นสถานศึกษา

หนังสือ ทำ�ทัณฑ์บน

21 ทะเลาะวิวาท ท้ังในและนอกสถานที่ ตัดคะแนน 2๐ คะแนน ตดั คะแนน ๓๐ คะแนน พักการเรียน /

เชิญผู้ปกครองทำ� เชิญผู้ปกครอง เปลีย่ นสถานศึกษา

หนังสือ ทำ�ทณั ฑ์บน

22 มีพฤติกรรมแบบชู้สาว ตัดคะแนน 2๐ คะแนน ตัดคะแนน ๓๐ คะแนน พกั การเรียน /

เชิญผู้ปกครองทำ� เชิญผู้ปกครอง เปลีย่ นสถานศึกษา

หนังสือ ทำ�ทัณฑ์บน

ข้อ ๘. นกั เรยี นที่ถกู ตดั คะแนนตามข้อ ๗ แล้ว อาจถูกพิจารณาให้ได้รับโทษตามระเบียบกระทรวง
ศกึ ษาธกิ าร ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๐ ควบคู่กันไปด้วยก็ได้ หรืออาจได้ชดใช้ค่า
เสยี หายเฉพาะเรอ่ื งเปน็ รายกรณีไป ทง้ั น้ี ตามทวี่ ทิ ยาลยั พจิ ารณาเห็นสมควร
๘.๑ ถกู ตดั คะแนน ๓๐ คะแนน ใหไ้ ดร้ บั โทษวา่ กลา่ วตกั เตอื นเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร แจง้ ผปู้ กครอง
ทราบ และ/หรอื ทำ� กจิ กรรมบำ� เพ็ญประโยชน์
๘.๒ ถกู ตดั คะแนน ๕๐คะแนน ให้ได้รบั โทษท�ำทณั ฑ์บนโดยแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบด้วย
๘.๓ ถกู ตดั คะแนน ๗๕ คะแนน ให้ได้รบั โทษพกั การเรยี นตามอำ� นาจของผู้อ�ำนวยการและเชญิ
ผู้ปกครองรับทราบเปน็ ลายลักษณ์อักษร
ข้อ ๙. นกั เรียนคนใดท่ถี ูกตดั คะแนนความประพฤตหิ มดทง้ั ๑๐๐ คะแนน ถอื ว่านักเรยี นนั้นหมดสภาพ
การเปน็ นักเรยี นของวิทยาลัย
ข้อ ๑๐. ให้รองผู้อ�ำนวยการวิทยาลัยฝ่ายกจิการนักเรียน รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มี
อ�ำนาจตคี วาม และวินิจฉัยปญั หาเก่ยี วกับการปฏบิ ตั ิตามระเบยี บนี้

ประกาศ ณ วนั ท่ ี ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒



(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมเกยี รติ ภูมิภักด)์ิ
ผู้อ�ำนวยการวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบรุ ี

24

คู่มือนกั เรียนวทิ ยาลยั นาฏศิลปจนั ทบุรี

การแตง่ กาย ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น

ชุดนกั เรียนชาย ชุดนกั เรียนหญิง ชุดพละ

ชดุ ลูกเสือ ชุดเนตรนารี ชดุ ผา้ ไทยใส่วนั ศกุ ร์

25

คมู่ อื นักเรยี นวิทยาลยั นาฏศิลปจันทบุรี

การแต่งกาย ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ

ชดุ นักเรียนชาย ชดุ นักเรียนหญิง

ชดุ ผ้าไทยใส่วันศุกร์ ชดุ พละ

26

คู่มอื นักเรียนวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบุรี

ระเบียบวทิ ยาลัยนาฏศลิ ปจันทบุรี
วา่ ด้วยการแต่งกายของนักเรียน

พุทธศักราช ๒๕๖๒
........................

โดยทเ่ี ป็นการสมควรปรบั ปรงุ ระเบยี บเก่ยี วกบั การแต่งกายของนักเรยี น ให้มคี วามเหมาะสมย่งิ ขึน้ และ
เพือ่ ความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย ตลอดจนความเปน็ เอกลกั ษณ์ของสถานศกึ ษา
อาศัยอ�ำนาจผู้อ�ำนวยการวิทยาลัยในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา โดยมติของคณะกรรมการวิทยาลัยจึง
ก�ำหนดระเบยี บไว้ดังต่อไปน้ี
ข้อ ๑. ระเบยี บนเี้ รยี กวา่ “ระเบยี บวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี วา่ ดว้ ยการแตง่ กายของนกั เรยี น พทุ ธศกั ราช
๒๕๖๒”
ข้อ ๒. ระเบียบน้ีให้มผี ลบงั คับใช้ตงั้ แต่วันถดั จากวนั ประกาศใช้ระเบยี บนเ้ี ป็นต้นไป
ข้อ ๓. ให้ยกเลกิ ระเบียบวทิ ยาลยั นาฏศิลปจนั ทบุรี ว่าด้วยการแต่งกายของนกั เรยี น พ.ศ.๒๕๕๑
บรรดาระเบยี บ ข้อบงั คบั หรอื คำ� สงั่ อนื่ ใดในส่วนทกี่ ำ� หนดไว้ หรอื ซง่ึ ขดั หรอื แย้งกบั ระเบยี บน ้ี ให้
ใช้ระเบยี บน้ีแทน
ข้อ ๔. การแก้ไขเพม่ิ เตมิ ระเบยี บน ้ี ให้ท�ำเป็นมตขิ องคณะกรรมการวทิ ยาลยั
ข้อ ๕. ในระเบียบน้ี
“นกั เรยี น” หมายถงึ นกั เรยี นของวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี ซง่ึ ก�ำลงั ศกึ ษาอยใู่ นระดบั การ
ศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ชัน้ มธั ยมศึกษา
ข้อ ๖. ให้รองผ้อู ำ� นวยการวทิ ยาลยั ฝา่ ยกจิ การนกั เรยี น นกั ศกึ ษา รกั ษาการให้เปน็ ไปตามระเบยี บนแี้ ละ
ให้อ�ำนาจตคี วาม และวนิ ิจฉัยปญั หาเกย่ี วกบั การปฏิบตั ติ ามระเบยี บน้ี

หมวด ๑
การแตง่ กายของนกั เรยี นระดับการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น (ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓)

ข้อ ๗. นักเรียนชาย
ผม - ตดั สน้ั เกรยี นรอบศรี ษะ ผมข้างหน้าและกลางศรี ษะ ยาวไม่เกนิ ๕ ซม. ห้ามไว้หนวด และ

เครา
- ห้ามใส่นำ้� มนั เยลทที่ �ำให้ผมแข็ง หรอื ทำ� การใดๆ ให้สผี มผิดธรรมชาติ
เสอื้ - แบบเสื้อคอเช้ติ ผ้าสีขาวเกล้ยี ง ไม่บางจนเกนิ ควร ไม่มลี วดลายในเนอ้ื ผ้า
- ตัวเสือ้ ผ่าอกตลอด ไม่เข้ารูป รอบอกเสอ้ื กว้างกว่าอกจรงิ ประมาณ ๑๕ ซม.
- สาบทอี่ กเสอ้ื กวา้ ง ๔ ซม. ใชก้ ระดมุ สขี าว กลมแบน ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางไมเ่ กนิ ๑ ซม.
- มกี ระเปา๋ ตดิ ระดบั อกเบอ้ื งซา้ ย ๑ กระเปา๋ กวา้ งประมาณ ๘ - ๑๒ ซม. และลกึ ประมาณ

๑๐ - ๑๕ ซม.
- แขนเสอ้ื ส้นั เหนือข้อศอกประมาณ ๔ - ๖ ซม. ความกว้างห่างจากแขน ๖-๘ ซม.

27

ค่มู อื นกั เรียนวิทยาลัยนาฏศลิ ปจนั ทบุรี

- ด้านหลังต่อไหล่ ไม่มีจีบใดๆ ท้ังสิ้น รอยตะเข็บที่เย็บเป็นตะเข็บเดียว ตลอดท้ังตัวปัก
อกั ษร ยอ่ นศ.จบ. และเลขประจำ� ตวั (ขนาด และแบบทวี่ ทิ ยาลยั กำ� หนด) ทดี่ า้ นขวา เหนอื
ราวนม ด้านซ้ายปกั ชอ่ื - สกลุ ขนาดประมาณ ๐.๗ ซม. เหนือชือ่ ปกั ดาว ๕ แฉก ตาม
ระดับช้นั (ปกั ด้วยไหมปกั เสอ้ื สีน้�ำเงินเข้ม)

กางเกง - ผ้าโทเร หรอื ผ้าเสดิ สดี ำ� ขาสั้น พ้นกลางลกู สะบ้า ขน้ึ มาประมาณ ๕ ซม. เมอื่ ยนื ตรง พับ
ปลายขาประมาณ ๔ - ๕ ซม.

- ส่วนกว้างของขากางเกง เม่อื ยืนตรงวดั ได้ประมาณ ๔ - ๘ ซม.
- ขอบกางเกงอยู่ระดบั เอว มหี ู ๕ - ๗ หู (หกู ว้างประมาณ ๑ ซม.)
- ด้านหน้ามจี ีบ ข้างละ ๒ จบี
- มีกระเป๋าด้านข้าง ตามแนวตะเข็บ ข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มกี ระเป๋าหลัง
เข็มขัด - เขม็ ขดั หนงั สดี �ำไม่มีลวดลาย ขนาดกว้างประมาณ ๒.๕ - ๔ ซม. ความยาวตามความ

เหมาะสมกบั ขนาดของตวั นกั เรยี น
- หัวเข็มขดั เคร่อื งหมายวทิ ยาลยั
ถงุ เท้า - ถุงเท้าแบบส้ันธรรมดาความยาวประมาณครึ่งน่อง สีขาวล้วนไม่มีลวดลาย ไม่บางหรือ

หนาจนเกนิ ไป ทำ� ด้วยฝ้าย หรอื ไนลอน ไม่พับปลาย
รองเท้า - รองเท้าหุ้มส้น สีด�ำล้วน ไม่มีลวดลาย เป็นรองเท้าผ้าใบ ชนิดผูกเชือก ห้ามใช้รองเท้า

หนังกลบั
ข้อ ๘. นักเรยี นหญงิ
ผม - ให้ไว้ผมยาวเสมอกัน แต่งทรงผมให้เรยี บร้อย รวมไว้เหนอื ท้ายทอย
- ผูกผมด้วยโบว์สีกรมท่า แบบธรรมดาไม่มีลวดลาย ขนาดกว้าง ๑ นิ้ว โดย ปิดทบั ยาง

รัดผมให้มดิ ชิด และเหลอื ชาย ๒ ข้าง ยาวพอสมควร
- ห้ามผกู แกละ ถกั เปีย ดัด หรอื ซอย
- ห้ามใส่เยล หรือนำ�้ ยาท่ีท�ำให้ผมแขง็ หรอื ทำ� การใดๆ ให้สผี มผดิ ธรรมชาติ
- ใช้กบิ๊ สดี ำ� ธรรมดา
เสอ้ื - ผ้าสขี าวเกล้ยี ง ไม่มลี วดลายในเนอ้ื ผ้า เน้อื ผ้าไม่บางจนเกินควร
- ปกเสอื้ แบบปกกะลาสี กว้าง ๑๐ ซม. ใช้ผ้าสองชนั้ เยบ็ แบบเข้าถำ้� คอเสอื้ ลกึ พอสวม

ศรี ษะได้สะดวก สาบเย็บตลบเข้าข้างใน
- แขนเสอ้ื ยาวเพยี งเหนอื ขอ้ ศอก สว่ นบนไมม่ จี บี สว่ นลา่ งจบี เลก็ นอ้ ย ขอบแขนเสอ้ื ประกอบ

ด้วยผ้า ๒ ชน้ิ กว้าง ๓ ซม.
- ตัวเสื้อไม่เข้ารูป มีความกว้างพอเหมาะกับล�ำตัว พับชายเสื้อด้านล่างประมาณ ๓ ซม.

ชายเสอ้ื ยาวระดับข้อมอื ทเ่ี หยียดตรง
- กระเปา๋ เสอ้ื กวา้ งประมาณ ๘ - ๑๒ ซม. ยาวประมาณ ๑๐ - ๑๕ ซม. ปากกระเปา๋ พบั

กว้าง ประมาณ ๒ ซม. ตดิ ทร่ี ิมขอบล่างด้านหน้าข้างขวา
- ผ้าผูกคอสีกรมท่า (ตามสีของกระโปรง) ยาว ๘๐ - ๑๐๐ ซม. ตอนปลาย เป็นรูป

สามเหล่ยี มกว้าง ๗ ซม. ผกู เง่อื นกะลาสอี ยู่ในระดับท่พี อสมควร
- ปักอักษรย่อ นศ.จบ. และเลขประจ�ำตัว (ขนาด และแบบท่ีวิทยาลัยก�ำหนด) ท่ีด้าน

ขวาเหนือราวนม ด้านซ้ายปักช่ือ - สกุล ขนาดประมาณ ๐.๗ ซม. (ปักด้วย
ไหมปักเสื้อสีน�้ำเงินเข้ม)

28

คู่มือนกั เรยี นวทิ ยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

- สวมเสอื้ บังทรงสขี าวแบบสภุ าพ ทบั เสอ้ื ชั้นใน ก่อนสวมเคร่อื งแบบ
กระโปรง - ผ้าโทเร เนอ้ื ผ้าเกล้ียง ไม่มลี วดลาย สกี รมท่า
- แบบกระโปรงนักเรียน ด้านหน้า และด้านหลังจับจีบข้างละ ๓ จีบ หันจีบออกด้าน

นอก เย็บทับจีบยาวลงมา ๖ - ๑๐ ซม. จีบลึกประมาณ ๒ ซม. เว้นระยะความกว้าง
ตรงกลางพองาม
- ความยาวของกระโปรงเลยกง่ึ กลางลูกสะบ้าเข่าลงไปประมาณ ๖ - ๘ ซม.
- ซิปอยู่ด้านซ้ายของลำ� ตัว ด้านขวามกี ระเป๋า ๑ ใบ
- ขอบเอวกระโปรงอยู่ระดับเอว กว้างไม่เกนิ ๓ ซม.
ถงุ เท้า - ถุงเท้าแบบส้ันธรรมดา สีขาวล้วน ไม่มีลวดลาย ไม่บางหรือหนาจนเกินไป ท�ำด้วย
ฝ้ายหรือไนล่อน พบั ปลายสองทบ กว้างประมาณ ๓ - ๔ ซม.
รองเท้า - แบบรองเท้านักเรียนหญิงหุ้มส้น สีด�ำ ไม่มีลวดลาย มีสายรัดหลังเท้าหัวมน ส้นสูงไม่
เกนิ ๒ ซม.

หมวด ๒
การแตง่ กายของนักเรยี นระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ

ข้อ ๙. นักเรียนชาย
ผม - ตดั แบบรองทรงสงู ผมข้างหน้า และกลางศรี ษะยาวไม่เกนิ ๗ ซม. ห้ามไว้หนวดและเครา
- จัดแต่งทรงผมให้เรยี บร้อย ห้ามใส่เยลหรอื น้�ำยาที่ทำ� ให้ผมแข็ง หรอื ทำ� การใดๆ ให้สผี ม

ผิดธรรมชาติ
เสอ้ื - แบบเสอื้ คอเชต้ิ ผ้าสขี าวเกล้ยี ง ไม่มลี วดลายในเน้อื ผ้า เนือ้ ผ้าไม่บางจนเกนิ ควร
- ตัวเสื้อผ่าอกตลอด ไม่เข้ารูป รอบอกเส้อื กว้างกว่าอกจรงิ ประมาณ ๑๕ ซม.
- สาบที่อกเส้ือกว้าง ๔ ซม. ใช้กระดุมสีขาว กลม แบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน

๑ ซม.
- มกี ระเปา๋ ตดิ ระดบั อกเบอ้ื งซา้ ย ๑ กระเปา๋ กวา้ งประมาณ ๘ - ๑๒ ซม. และลกึ ประมาณ

๑๐ - ๑๕ ซม.
- แขนเสือ้ สัน้ เหนอื ข้อศอกประมาณ ๔-๖ ซม. ความกว้างห่างจากแขน ๖-๘ ซม.
- ด้านหลังต่อไหล่ ไม่มจี ีบใดๆ ทั้งส้นิ รอยตะเขบ็ ทเ่ี ยบ็ เป็นตะเข็บเดยี วตลอดทง้ั ตัว
- อกเสอื้ ด้านขวาตดิ เขม็ เครือ่ งหมายวิทยาลยั ด้านซ้ายปกั ชอ่ื - สกุล ขนาดประมาณ ๐.๗

ซม. เหนือกระเป๋า ปักดาว ๕ แฉกท่ีปกเสื้อด้านขวาตามระดับช้ัน (ปักด้วยไหมปักเสื้อ
สีนำ้� เงนิ เข้ม)
กางเกง - ผ้าโทเรหรือผ้าเสิด สกี ากี ไม่มีลวดลายในเน้อื ผ้า ตามท่วี ิทยาลยั กำ� หนด
- แบบสากล ขายาว ทรงสภุ าพ ปลายขากางเกงกว้าง ๒๐ - ๒๕ ซม. ยาวปิดข้อเท้า
- ขอบกางเกงอยู่ระดบั เอว มหี ู ๕ - ๗ ห ู (หกู ว้างประมาณ ๑ ซม.)
- ตะเข็บกางเกงเป็นตะเขบ็ เดยี วตลอดทง้ั ตัว ด้านหน้าใช้ซปิ (ห้ามใช้กระดุม)
- มีกระเป๋าด้านข้าง ตามแนวตะเข็บ ข้างละ ๑ กระเป๋า
เขม็ ขดั - เขม็ ขดั หนังสีดำ� ไม่มลี วดลาย ขนาดกว้างประมาณ ๒.๕ - ๔ ซม. ความยาวตามความ
เหมาะสมกบั ขนาดของตวั นักเรยี น
- หวั เขม็ ขดั เคร่ืองหมายวทิ ยาลัย

29

คูม่ ือนักเรียนวทิ ยาลยั นาฏศิลปจันทบรุ ี

ถงุ เท้า - ถุงเท้าแบบสั้นหุ้มเลยข้อเท้า สีด�ำ ไม่มีลวดลาย ไม่บาง หรือหนาจนเกินไป ท�ำด้วย
ผ้าฝ้าย หรือไนล่อน ไม่พบั ปลาย

รองเท้า - รองเท้าหุ้มส้น สีด�ำล้วน ไม่มีลวดลาย เป็นหนังหรือผ้าใบแบบธรรมดา ชนิดผูกเชือก
สน้ รองเทา้ สงู ไมต่ ำ�่ กวา่ ๑ ซม. และ ไมเ่ กนิ ๒.๕ ซม. หา้ มใชร้ องเทา้ หนงั กลบั หรอื รองเทา้
ทหาร

ข้อ ๑๐. นักเรยี นหญิง
ผม - ให้ไว้ผมยาวเสมอกัน จัดแต่งทรงผมให้เรยี บร้อย รวบไว้เหนอื ท้ายทอย
- ผกู ผมด้วยโบว์สกี รมท่า แบบธรรมดา ไม่มลี วดลาย ขนาดกว้าง ๑ นว้ิ โดยปิดทบั ยางรดั

ผมให้มดิ ชดิ และเหลอื ชาย ๒ ข้าง ยาวประมาณ ๕ - ๘ ซม.
- ห้ามผูกแกละ ถกั เปีย ตัด หรอื ซอย
- ห้ามใส่เยล หรอื นำ้� ยาที่ทำ� ให้ผมแขง็ หรอื ท�ำการใดๆ ให้สผี มผิดธรรมชาติ
- ใช้กิป๊ สดี ำ� ธรรมดา
เสอื้ - ผ้าสีขาวเกลีย้ ง ไม่มลี วดลายในเนอ้ื ผ้า เน้อื ผ้าไม่บางจนเกินควร
- แบบเส้ือคอเชิ้ตตัวเสื้อผ่าอกตลอด ไม่เข้ารูป รอบอกเสื้อกว้างกว่าอกจริงประมาณ 

๑๕ ซม.
- สาบเสอ้ื ด้านขวาตลบออก กว้าง ๓ ซม. เจาะรังดมุ ๔ รู ด้านซ้ายเจาะตาไก่ ตรงกนั
- ต่อบ่าเฉพาะด้านหน้า จบั เกลด็ ต้นื ๆ ข้างละ ๓ เกลด็ หนั จบี ออกด้านนอก
- ติดกระดุมเคร่ืองหมายวิทยาลัย ๕ เม็ด ห้อยเครื่องหมายวิทยาลัยท่ีกระดุม คอเส้ือ

ด้านซ้าย
- แขนเสื้อยาวเพียงเหนอื ข้อศอก ต้นแขนและปลายแขน จับจบี ด้านหน้า ๓ จีบ ด้านหลงั

๓ จบี ขอบแขนเส้อื ประกอบด้วยผ้า ๒ ช้นิ กว้าง ๓ ซม. เยบ็ เปน็ รูปสามเหล่ยี ม
- อกเสอ้ื ดา้ นขวาตดิ เขม็ เครอ่ื งหมายวทิ ยาลยั ดา้ นซา้ ยปกั ชอ่ื - สกลุ ขนาดประมาณ ๐.๗

ซม. เหนือกระเป๋า (ปกั ด้วยไหมปักเสอ้ื สีน้�ำเงนิ เข้ม)
- สวมเส้อื บังทรงสขี าวแบบสุภาพ ทับเสอ้ื ช้ันใน ก่อนสวมเคร่อื งแบบ
กระโปรง - ผ้าโทเร เนอ้ื ผ้าเกลีย้ งไม่มลี วดลาย สีกรมท่า
- แบบกระโปรงนักเรียนด้านหน้าและด้านหลังจับจีบข้างละ ๓ จีบ หันจีบออกด้านนอก

เย็บทบั จีบยาวลงมา ๖-๑๐ ซม. จีบลึกประมาณ ๒ ซม. เว้นระยะความกว้างตรงกลาง
พองาม
- ความยาวของกระโปรงเลยก่งึ กลางลูกสะบ้าเข่าลงไปประมาณ ๖ - ๘ ซม.
- ซิปอยู่ทางด้านซ้ายของลำ� ตวั ด้านขวามกี ระเป๋า ๑ ใบ
- ขอบเอวกระโปรงอยู่ระดับเอว กว้างไม่เกนิ ๓ ซม.
เข็มขดั - เข็มขัดหนงั สนี ำ้� ตาล ไม่มลี วดลาย ขนาดกว้างประมาณ ๒.๕ - ๔ ซม. ความยาวตาม
ความเหมาะสมกบั ขนาดตวั ของนกั เรยี น
- หวั เข็มขดั เคร่ืองหมายวทิ ยาลยั
ถงุ เท้า - ถุงเท้าแบบสั้นธรรมดา สีขาว ไม่มีลวดลาย ไม่บาง หรือหนาจนเกินไป ท�ำด้วยผ้าฝ้าย
หรือไนล่อน พบั ปลายสอบทบ กว้างประมาณ ๓ - ๔ ซม.
รองเท้า - แบบรองเท้านกั เรียนหญงิ หุ้มส้น สดี ำ� ไม่มลี วดลาย มีสายรัดหลังเท้า หัวมน ส้นสงู ไม่
เกนิ ๒ ซม.

30

คมู่ อื นักเรยี นวทิ ยาลัยนาฏศลิ ปจันทบุรี
หมวด ๓
การแตง่ กายอ่นื ๆ
ข้อ ๑๑. วชิ าพลศึกษา
เสอื้ - เสอ้ื คอโปโลสีเขยี วเข้ม (ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น) และเสือ้ คอโปโลสเี ขยี วอ่อน (ระดบั
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย) ตดั ตามแบบทว่ี ทิ ยาลยั กำ� หนด สวมปลอ่ ยชายดา้ นซา้ ยมกี ระเปา๋
๑ ใบ ปกั เคร่อื งหมายวทิ ยาลยั ปกั ดาว ๕ แฉกสีขาวตามระดับชน้ั ท่ีปกเสอ้ื ด้านขวา และ
ปักชอื่ สกลุ เหนอื กระเป๋าเส้ือด้านซ้าย
กางเกง - กางเกงวอร์มสีด�ำ ตามแบบทว่ี ทิ ยาลยั กำ� หนด
รองเท้า - ผู้ชายใช้รองเท้าผ้าใบสีด�ำ ไม่มลี วดลาย แบบธรรมดาชนดิ ผกู เชือก
- ผู้หญงิ ใช้รองเท้าผ้าใบสขี าว ไม่มลี วดลาย แบบธรรมดาชนดิ ผูกเชอื ก
ข้อ ๑๒. วชิ านาฏศิลปโ์ ขน
เส้อื - ใช้เสอ้ื ยดื คอกลมสขี าวล้วน สอดชายเสอ้ื ไว้ในผ้าแดง
ผ้านุ่ง - ใช้ผ้าโจงกระเบนสแี ดง เน้อื หนา คาดเอวด้วยเชอื ก หรือเขม็ ขัดท่วี ทิ ยาลัยกำ� หนด
ข้อ ๑๓. วชิ านาฏศิลปล์ ะคร
เสอ้ื - สวมเส้ือท่เี ป็นเคร่ืองแบบนักเรยี น ชายเสอื้ สอดไว้ในผ้าแดง
ผ้านุ่ง - ใช้ผ้าโจงกระเบนสแี ดง เนอ้ื หนา คาดเอวด้วยเขม็ ขัด ทว่ี ทิ ยาลยั กำ� หนด
ข้อ ๑๔. การแต่งกายผ้าไทยในวันศกุ ร์
- นักเรยี นหญิง สวมเส้อื ผ้าไทยสีม่วง กบั กระโปรงนกั เรยี น ตามท่ีวิทยาลยั กำ� หนด
- นักเรยี นชาย สวมเส้อื ผ้าไทยสีม่วง กบั กางเกงนกั เรยี น ตามทวี่ ทิ ยาลัยก�ำหนด
หมวด ๔
เครือ่ งประกอบอน่ื ๆ
ข้อ ๑๔. กระเป๋าและแฟม้
- ให้ใช้กระเป๋าสดี �ำ หรอื กระเป๋าสะพายหลงั ตามแบบท่วี ิทยาลัยก�ำหนดสำ� หรบั นักเรยี น
- ให้ใชแ้ ฟ้มใส่หนงั สอื แบบสภุ าพ หรอื กระเปา๋ ตามแบบทว่ี ทิ ยาลยั กำ� หนดสำ� หรบั นกั ศกึ ษา
ข้อ ๑๕. เครื่องประดบั
- ห้ามสวมหมวก หรอื แว่นตาใดๆ ทงั้ สน้ิ ยกเว้นแว่นสายตาเท่านนั้
- ห้ามสวมเคร่ืองประดับใดๆ รวมทั้งของมีค่าอื่นๆ ยกเว้น นาฬิกาข้อมือสายหนัง สาย
พลาสติก สดี ำ� หรอื สายสเตนเลสแบบสภุ าพท่เี หมาะสมกบั สภาพของนักเรยี น
- การห้อยพระ ให้ใช้ได้เฉพาะสร้อยสเตนเลส และต้องห้อยมดิ ชิดอยู่ในคอเสอ้ื
- ห้ามใช้เครอ่ื งส�ำอางใดๆ ทไ่ี ม่จ�ำเปน็ และไม่เหมาะสมกับสภาพของนกั เรยี น

ประกาศ ณ วันท่ี ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒




(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมเกยี รติ ภูมภิ กั ด์)ิ
ผู้อ�ำนวยการวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี

31

คู่มอื นกั เรียนวทิ ยาลัยนาฏศิลปจนั ทบุรี

ระเบียบวทิ ยาลัยนาฏศิลปจนั ทบุรี
ว่าด้วยหลกั เกณฑก์ ารคดั เลือกนกั เรียนเข้ารับเกยี รตบิ ตั ร พ.ศ.๒๕๖๒

.............................

ตามท่ีวทิ ยาลยั มวี ัตถุประสงค์จะมอบเกยี รตบิ ัตร ให้แก่นกั เรยี นท่ีสร้างชอ่ื เสียง และบำ� เพ็ญประโยชน์ต่อ
วทิ ยาลยั และสาธารณชนดเี ดน่ เพอ่ื ใหม้ กี ารคดั เลอื กนกั เรยี นเขา้ รบั เกยี รตบิ ตั รดำ� เนนิ ไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย เหมาะ
สมตามความมุ่งหมาย จงึ เหน็ สมควรคดั เลอื กนกั เรยี นเข้ารบั เกยี รติบัตรดงั ต่อไปน้ี
ข้อ ๑. ระเบยี บน้ีเรยี กว่า “ระเบยี บวทิ ยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ว่าด้วยหลกั เกณฑ์การคัดเลอื กนกั เรยี น
เข้ารบั เกยี รตบิ ตั ร พ.ศ.๒๕๖๒”
ข้อ ๒. ระเบยี บนี้มผี ลบงั คับใช้ตงั้ แต่ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒ เป็นต้นไป
ข้อ ๓. ในระเบยี บนี้ ค�ำว่า “คณะกรรมการ” หมายถงึ ครูอาจารย์ท่วี ทิ ยาลัยมีคำ� สั่งแต่งตง้ั เป็นคณะ
กรรมการพจิ ารณาคัดเลอื กนักเรยี นเข้ารับเกยี รติบัตร
ข้อ ๔. ประเภทของผู้เข้ารับเกยี รตบิ ัตร มดี ังนี้
๔.๑ นกั เรียนท่ดี เี ด่นทางด้านวชิ าการ
๔.๒ นักเรียนทด่ี ีเด่นทางด้านคุณธรรม และบำ� เพญ็ ประโยชน์ต่อวทิ ยาลัยและชุมชน
๔.๓ นักเรียนที่ดีเด่นด้านกจิ กรรมต่างๆ
ข้อ ๕. นกั เรยี นทุกประเภททจี่ ะได้รับคดั เลอื กเข้ารับเกียรตบิ ัตร ต้องมคี ุณสมบัตทิ ว่ั ไปดังนี้
๕.๑ ต้องเป็นผู้มคี วามประพฤตดิ ี มกี ริ ยิ าวาจาสภุ าพ แต่งกายถูกต้องตามระเบยี บ
๕.๒ ต้องเปน็ ผู้ที่ปฏิบัตติ นเหมาะสมกับสภาพและโอกาส
๕.๓ เปน็ ผู้เสริมสร้างเกยี รตคิ ุณต่อสาธารณชน
๕.๔ ต้องเปน็ ผู้อทุ ศิ เวลา เสยี สละ และให้ความร่วมมอื กับวทิ ยาลัยด้วยความเตม็ ใจ
๕.๕ ต้องรกั ษาทรพั ย์สมบตั สิ ่วนรวม
๕.๖ ต้องเปน็ นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ และชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท ่ี ๖
๕.๗ ต้องเปน็ ผู้ทมี่ คี ุณสมบตั อิ น่ื ๆ ตามท่คี ณะกรรมการเห็นสมควร
ข้อ ๖. คณุ สมบัตเิ ฉพาะของนกั เรียนแต่ละประเภทท่จี ะได้รบั การคัดเลอื กเข้ารับเกยี รตบิ ตั ร มีดังน้ี
๖.๑ ประเภทนักเรยี นดเี ด่นทางวชิ าการ
๖.๑.๑ มผี ลงานดเี ดน่ ทางดา้ นวชิ าการภายในวทิ ยาลยั โดยสอบไดล้ ำ� ดบั ที่ ๑, ๒ และ ๓ ของแตล่ ะ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเกรดเฉล่ีย ๓.๕๐ ขึ้นไป และระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเกรดเฉล่ีย
๓.๕๐ ข้ึนไป ของแต่ละสาขา โดยดูจากระดบั คะแนนเฉล่ยี ๕ ภาคเรยี น
๖.๑.๒ มีผลงานดีเด่นทางด้านวชิ าการภายนอกวทิ ยาลัย โดยได้รับรางวลั ท่ี ๑, ๒ และ ๓ ส่วน
รางวัลชมเชยให้คณะกรรมการพจิ ารณาตามท่เี ห็นสมควรเป็นกรณพี เิ ศษเฉพาะราย
๖.๒ ประเภทนกั เรยี นดเี ด่นด้านคณุ ธรรมและบำ� เพญ็ ประโยชน์ต่อวทิ ยาลยั และชมุ ชน เปน็ นกั เรยี น
ดีเด่นด้านคุณธรรมและบ�ำเพ็ญประโยชน์ต่อวทิ ยาลัยและชมุ ชน ให้คณะกรรมการพจิ ารณาตามที่เหน็ สมควร

32

คมู่ ือนกั เรียนวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบรุ ี
๖.๓ ประเภทนักเรียนดีเด่นท่ีให้ความร่วมมือด้านกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมกีฬา กิจกรรมการ
แสดงด้านนาฏศลิ ปไ์ ทย ดนตรไี ทย หรอื ดนตรสี ากล หรอื กจิ กรรมดา้ นอนื่ ๆ ทค่ี ณะกรรมการพจิ ารณาเหน็ สมควร
ข้อ ๗. ถ้ามปี ญั หาเกี่ยวกบั การพิจารณาคดั เลอื กใดๆ ให้ผู้อำ� นวยการวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบุรี หรือผู้ที่
ผู้อำ� นวยการมอบหมาย ให้เปน็ ผู้วนิ จิ ฉัยเด็ดขาด
ข้อ ๘. ให้ผู้อำ� นวยการวทิ ยาลัยนาฏศลิ ปจนั ทบุรี เปน็ ผู้รักษาการให้เปน็ ไปตามระเบยี บน้ี
ประกาศ ณ วันท ่ี ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒





(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมเกยี รติ ภมู ภิ กั ด)์ิ
ผู้อำ� นวยการวทิ ยาลัยนาฏศิลปจนั ทบรุ ี

33

คมู่ ือนักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลปจนั ทบรุ ี

ข้อปฏิบัตสิ �ำหรบั นกั เรยี นวทิ ยาลัยนาฏศิลปจนั ทบุรี

.............................

การแสดงความเคารพ

๑. การท�ำความเคารพของนกั เรยี น ในห้องเรยี น
๑.๑ เม่ือครูหรือผู้ที่ควรเคารพเข้ามาในห้องเรียน ให้หัวหน้าห้องเรียนเป็นผู้บอกท�ำความเคารพ
โดยบอกว่า “นักเรียน” ให้ทุกคนหยุดท�ำงานท่ีก�ำลังท�ำอยู่นั้นทันที นั่งตัวตรงแล้วบอกว่า “เคารพ” ให้นักเรียน
นั่งตรงแล้วไหว้ เม่ือรับค�ำสั่งจากผู้รับความเคารพ จึงเอามือลง
๑.๒ นักเรียนจะพูดกับครูให้ยืนตรง เมื่อไปพบครูหรือเมื่อกลับมาที่โต๊ะเรียนให้ใช้วิธีไหว้
๑.๓ การเคารพผู้ควรเคารพในทางศาสนา ให้ท�ำความเคารพตามประเพณีนิยม
๒. การท�ำความเคารพของนักเรียนนอกห้องเรียน
๒.๑ นักเรียนท้ังชายและหญิงเมื่ออยู่ในแถวให้ใช้ค�ำว่า “แถวตรง”
๒.๒ การเคารพผู้ควรเคารพในทางศาสนา ให้ท�ำความเคารพตามประเพณีนิยม
๓. การท�ำความเคารพของนักเรียนในโอกาสอ่ืนๆ
๓.๑ เมื่ออยู่กับที่ มีผู้ควรเคารพผ่านมา ให้ยืนตรงแล้วไหว้
๓.๒ เมื่อเดินสวนกับผู้ควรเคารพ นักเรียนต้องหยุด หันไปทางผู้ควรเคารพ ยืนตรงแล้วไหว้ เม่ือผู้
ควรเคารพผ่านไปแล้วจึงเดินต่อไป
๓.๓ เม่ือผู้ควรเคารพอยู่กับท่ี นักเรียนจะเดินผ่านไป ให้หยุดยืนตรงแล้วไหว้ แล้วจึงเดินผ่านไปโดย
หันตัวเล็กน้อย
๓.๔ หากนักเรียนพบผู้ควรเคารพคนเดียวกันมากกว่าหน่ึงครั้งในวันน้ัน
๓.๔.๑ เมื่ออยู่กับท่ี มีผู้ควรเคารพผ่านมาหรือเม่ือเดินสวนกับผู้ควรเคารพ ให้นักเรียนหยุดหัน
หน้าไปทางผู้ควรเคารพ แล้วยืนตรงเป็นการแสดงความเคารพ
๓.๔.๒ เมื่อผู้ควรเคารพอยู่กับท่ี นักเรียนจะเดินผ่านไปให้เดินโดยก้มตัวเล็กน้อย
๔. การท�ำความเคารพของนักเรียนขณะอยู่ในพาหนะ
เมื่อสวนกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรม
ราชวงศ์ ธงมหาราช ธงราชินี ธงบรมราชวงศ์ ธงเยาวราช ธงประจ�ำกองทหาร ธงประจ�ำกอง ลูกเสือ
๔.๑ ถ้าอยู่ในยานพาหนะสาธารณะ เช่น รถโดยสารประจ�ำทาง หรือยานพาหนะที่ไม่สะดวกแก่การ
ออกมาท�ำความเคารพ เช่น รถยนต์ รถรับจ้าง รถบรรทุก ให้อยู่ในยานพาหนะนั้น ด้วยความส�ำรวม
๔.๒ ถา้ อยใู่ นยานพาหนะสว่ นตวั ทไ่ี มส่ ามารถออกมาทำ� ความเคารพไดส้ ะดวก เชน่ รถจกั รยานยนต์
ให้หยุดและออกจากยานพาหนะน้ัน แล้วแสดงความเคารพ
๕. นักเรียนไม่ต้องท�ำความเคารพในโอกาสต่อไปน้ี
๕.๑ เม่ือได้รับอนุญาต
๕.๒ เมื่อขับขี่ยานพาหนะหรืออยู่ในที่คับขัน
๖. นกั เรยี นทเี่ ปน็ ลูกเสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด สมาชกิ ผู้บ�ำเพญ็ ประโยชน์ หรอื นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร
การแสดงความเคารพให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการน้ัน
๗. การแสดงความเคารพ ต้องให้เหมาะสมแก่เวลา สถานที่ และบุคคล

34

คูม่ ือนกั เรยี นวทิ ยาลัยนาฏศิลปจนั ทบุรี

การลาของนกั เรยี น

๑. การลาป่วยและลากิจของนักเรียน
เมื่อนักเรียนมีความจ�ำเป็นต้องลาป่วย เน่ืองจากมีอาการเจ็บป่วย หรือมีกิจธุระส�ำคัญซ่ึงจ�ำเป็น
ต้องกระท�ำ อันเป็นเหตุให้ต้องหยุดเรียน นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติดังน้ี
๑.๑ ยื่นใบลาล่วงหน้า ๑ วัน ก่อนหยุด
๑.๒ ยื่นใบลาป่วยในวันแรกที่สามารถมาวิทยาลัยได้ โดย ผู้ลาบอกสาเหตุที่ลาให้ชัดเจน พร้อมท้ัง
ลงช่ือในใบลาและให้ผู้ปกครองลงข่ือรับทราบในใบลาทุกคร้ัง
๑.๓ น�ำใบลาไปให้ครูท่ีปรึกษา ลงลายมือชื่อรับรองการลา เพ่ือลงลายมือช่ือรับรองการลาและ
แจ้งให้ครูประจ�ำวิชาลงลายมือชื่อรับรองการลา
๑.๔ นักเรียนอย่าขาดเรียนไปเฉยๆ โดยไม่แจ้งให้ครูท่ีปรึกษาและครูฝ่ายกิจการนักเรียนทราบ
๑.๕ นักเรียนต้องส่งใบรับรองแพทย์ให้กับครูท่ีปรึกษากรณีหยุดติดต่อกันเกิน ๓ วัน
๒. การลาออกนอกบริเวณวิทยาลัย
๒.๑ ให้ผู้ปกครองมาขอลาออกนอกบริเวณวิทยาลัยด้วยตนเอง ให้ผู้ปกครองไปพบครูที่ปรึกษา
หรือนักเรียน เพ่ือขออนุญาตโดยตรง และต้องมีบัตรประจ�ำตัวหรือหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้ปกครองนักเรียน
ทราบก่อน จึงให้นักเรียนผู้น้ันน�ำใบอนุญาตออกนอกบริเวณวิทยาลัยที่ฝ่ายกิจการนักเรียน หรือครูที่ปรึกษา
๒.๒ การไปเย่ียมเพื่อนเวลาป่วย ให้ไปนอกเวลาเรียนหรือไปวันหยุด
๒.๓ การอนุญาตไปพบแพทย์ ต้องมีผู้ปกครองมารับ ถ้ามารับไม่ได้ขอให้นัดแพทย์ในวันหยุดหรือ
หลังเวลาเลิกเรียน
๓. การตรงต่อเวลา
วิทยาลัยได้วางระเบียบให้นักเรียนทุกคน จะต้องมาถึงวิทยาลัยให้ทันการเข้าแถวเคารพธงชาติ ใน
เวลา ๐๗.๔๕ น. และกลับบ้านในเวลาไม่เกิน ๑๗.๐๐ น. ทุกวัน โดยมีครูเวรคอยดูแล ในกรณีที่นักเรียนมา
สายให้ปฏิบัติดังน้ี
๑. รับบัตรเข้าชั้นเรียน จากครูเวรที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ประตู
๒. บันทึกไว้เป็นหลักฐานในสมุดบันทึกการมาสาย
๓. นักเรียนรับบัตรเข้าชั้นเรียนไปส่งอาจารย์ผู้สอน และส่งต่อครูที่ปรึกษาเก็บไว้เป็นหลักฐาน
๔. การมาสายต้องไม่เกิน ๓ คร้ัง ถ้าเกินจะเชิญผู้ปกครองมาพบและท�ำหนังสือสัญญา

คุณธรรม จริยธรรมท่ีนักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรีพึงปฏิบัติ

๑. มีความรับผิดชอบ
๒. มีวินัย
๓. มีน�้ำใจต่อส่วนร่วม
๔. มีความกตัญญูกตเวที
๕. มีความขยัน อดทน
๖. มีความสุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตน
๗. มีความซ่ือสัตย์
๘. มีความพอเพียง ประหยัด อดออม
๙. รักษาทรัพย์สมบัติส่วนรวม

35

คู่มือนกั เรยี นวทิ ยาลยั นาฏศิลปจันทบุรี
๑๐. มีความสามัคคี
๑๑. มีความเคารพ ศรัทธา และเช่ือม่ันในวิชาชีพของตน
๑๒. มีจิตสาธารณะ
๑๓. เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
๑๔. ร่วมรักษา สืบสาน ศิลปวัฒนธรรมของชาติ

การแจง้ ของหาย แจง้ การเกบ็ ของได้ และรบั ของคนื ทไี่ มใ่ ชเ่ ปน็ อปุ กรณก์ ารเรยี น

นักเรียนที่ของหาย ให้แจ้งกับครูผู้สอนประจ�ำวิขา หรือครูท่ีปรึกษา หรือครูท่านใดท่านหน่ึง ถ้ายัง
ไม่พบให้ไปแจ้งที่งานส่งเสริมระเบียบวินัยนักเรียน เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และท�ำการสืบหาต่อไป ยกเว้น
ของมีค่าทุกชนิด และส่ิงของที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน เช่น ทองค�ำ เคร่ืองมือสื่อสารทุกชนิด ห้ามน�ำมาใน
วิทยาลัยโดยเด็ดขาด แต่ถ้าน�ำมาและเกิดการสูญหายทางวิทยาลัยจะไม่รับผิดชอบ ไม่ว่ากรณีใด ๆ
ส่วนอุปกรณ์การเรียนท่ีมีค่าเกินความจ�ำเป็น เช่น กระเป๋าและรองเท้า นักเรียนไม่ควรน�ำมาใช้

การเก็บของได้

นักเรียนที่เก็บสิ่งของได้ให้น�ำมามอบกับงานส่งเสริมระเบียบวินัยนักเรียน เพ่ือด�ำเนินการสืบหา
เจา้ ของตอ่ ไป และลงบนั ทกึ ไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน ถา้ เกนิ ๑ เดอื น ยงั ไมม่ เี จา้ ของมารบั คนื ใหถ้ อื เปน็ สมบตั ขิ องวทิ ยาลยั
ส�ำหรับผู้ท่ีเก็บของได้ทางวิทยาลัยจะเพิ่มคะแนนความประพฤติตามเกณฑ์ความดีที่ระบุไว้ในคู่มือนักเรียน
นักศึกษา
กรณีท่ีนักเรียนน�ำส่ิงของที่ผิดระเบียบมาวิทยาลัย ครูจะยึดและน�ำมามอบกับฝ่ายกิจการนักเรียน
เพ่ือลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ถ้าเกิน ๑ เดือน นักเรียนยังไม่น�ำผู้ปกครองมารับของคืนให้ถือเป็นสมบัติของ
วิทยาลัย

แนวปฏิบัติส�ำหรับผู้ปกครอง

๑. ผู้ปกครองต้องมามอบตัวนักเรียนในวันมอบตัวท่ีวิทยาลัย พร้อมส่งเอกสารต่างๆ ตามที่
วิทยาลัยก�ำหนด จดและจ�ำช่ือห้องเรียน ระดับชั้น ครูที่ปรึกษาของนักเรียนเก็บไว้เพื่อการติดต่อประสานงานได้
อย่างรวดเร็วเมื่อมาติดต่อกับวิทยาลัย
๒. ผู้ปกครองต้องให้ความร่วมมอื กบั วทิ ยาลยั เพอ่ื ควบคมุ ความประพฤตแิ ละการศกึ ษาเล่าเรยี น
ควบคุมดูแลในเร่ืองแต่งกาย เครื่องแบบ ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของวิทยาลัย
๓. ผู้ปกครองควรติดต่อกับวิทยาลัยอย่างสม่�ำเสมอ เพื่อทราบปัญหาเกี่ยวกับการศึกษาของ
นักเรียนจะได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึนได้
๔. นักเรียนทุกคนต้องมีผู้ปกครองตามประกาศกระทรวง เรื่อง ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา
พ.ศ.๒๕๒๒
๕. วิทยาลัยก�ำหนดให้นักเรียนมีผู้ปกครองได้ ๑ คน
๖. ผู้ปกครองนักเรียนต้องมีอายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง มีชื่ออยู่ใน
ทะเบียนบ้านและต้องพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกับนักเรียน
๗. กรณีผู้ปกครองต้องการพบนักเรียนที่วิทยาลัยให้ติดต่อที่ห้องธุรการฝ่ายกิจการนักเรียน
ส�ำนักงานอ�ำนวยการเพื่อตามนักเรียนให้มาพบที่ห้องธุรการฝ่ายกิจการนักเรียน วิทยาลัยไม่อนุญาตให ้

36

ค่มู อื นักเรียนวทิ ยาลยั นาฏศิลปจันทบรุ ี
ผู้ปกครองพบนักเรียนโดยล�ำพังหรือตามห้องเรียน
๘. ในกรณีที่นักเรียนประพฤติตนไม่เหมาะสม และวิทยาลัยเห็นสมควรต้องเชิญผู้ปกครองมาพบ
เพื่อรับทราบและร่วมมือแก้ไขพฤติกรรมนักเรียน ผู้ปกครองต้องมาตามเวลานัดไม่ปฏิเสธว่าไม่มีเวลา และต้อง
มาด้วยตนเองทุกครั้ง
๙. ถ้าผู้ปกครองย้ายที่อยู่สิ้นสุดการปกครองนักเรียน ผู้ปกครองต้องแจ้งให้ทางวิทยาลัยทราบ
๑๐. ผู้ปกครองต้องสนใจ และเอาใจใส่ดูแลเร่ืองการแต่งกายของนักเรียนก่อนออกจากบ้าน ให้ถูก
ต้องตามกฎระเบียบ และมีหนังสือในกระเป๋าตามรายวิชาที่เรียนในแต่ละวันอย่างครบถ้วน จะต้องมีหนังสือ
เหลือเก็บไว้ที่บ้านไม่น�ำหนังสือเก็บไว้ที่วิทยาลัย
๑๑. ผู้ปกครองต้องรับทราบและปฏิบัติให้เป็นไปในแนวเดียวกัน
๑๒. ผู้ปกครองต้องช�ำระค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี ตามวันเวลาที่
วิทยาลัยก�ำหนด หากไม่ด�ำเนินการช�ำระให้เสร็จส้ินตามระยะเวลาท่ีวิทยาลัยขอสงวนสิทธ์ออกใบแจ้งผลการ
เรียนและเอกสารการส�ำเร็จการศึกษาให้แก่นักเรียน

ผู้ปกครองควรบอกอะไรให้วิทยาลัยทราบบ้าง

โดยทวั่ ไปหลงั จากผ้ปู กครองนำ� นกั เรยี นมาเข้าวทิ ยาลยั หรอื มอบตวั ให้กบั วทิ ยาลยั แล้วกก็ ลบั ไปโดย
ไม่มาวิทยาลัยอีกเลย โดยเฉพาะครูประจ�ำชั้น ครูประจ�ำวิชา และครูฝ่ายกิจการนักเรียน ต้องหาข้อมูลเก่ียวกับ
นักเรียนเอง ซึ่งบางครั้งจะทราบข้อเท็จจริงก็สายเกินไป ด้วยเหตุน้ีผู้ปกครองควรมีส่วนช่วยให้รู้จักเด็กนักเรียน
เสียต้ังแต่ระยะแรกเข้าวิทยาลัย เช่น ควรจะบอกให้ทราบ
๑. เด็กสายตาสั้นหรือไม่
๒. เด็กมีความพิการเกี่ยวกับหูฟังได้ไม่ชัดเจนหรือไม่
๓. เด็กมีโรคประจ�ำตัวหรือไม่
๔. เด็กมีปัญหาในครอบครัวหรือไม่
๕. เด็กก�ำพร้าพ่อแม่หรือไม่
๖. เด็กมีนิสัยหวาดกลัวง่ายหรือไม่
๗. เด็กมีปมด้อยหรือไม่
๘. เด็กมีปมเด่นหรือไม่
๙. เด็กมีนิสัยชอบเกเรเพ่ือนหรือไม่
๑๐. เด็กมีระดับสติปัญญาอ่อนหรือไม่
๑๑. เด็กมีสภาพอารมณ์เป็นเช่นไร
๑๒. เด็กมีความผิดปกติทางจิตใจหรือไม่
๑๓. เด็กมีนิสัยเงียบขรึมไม่ชอบคบกับเพื่อนหรือไม่
๑๔. เด็กมีนิสัยชอบคุย และพูดมากหรือไม่
๑๕. เด็กมีภาระต้องช่วยงานทางบ้านหรือไม่
เท่าที่กล่าวมานี้เป็นเพียงตัวอย่างให้เห็นปัญหาต่างๆ ของเด็กนักเรียนและครูได้ทราบต้ังแต่แรก ซึ่ง
ถ้าผู้ปกครองเห็นว่าเด็กของท่านมีปัญหาดังกล่าวแล้ว ก็ควรแจ้งให้ทางวิทยาลัยหรือครูทราบ เพ่ือช่วยเหลือ
ป้องกันและขจัดปัญหาส่วนตัวของนักเรียนต่อไป

.......................

37

คมู่ ือนักเรียนวทิ ยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

ระเบยี บวิทยาลยั นาฏศลิ ปจันทบุรี
หอพักนกั เรยี น นักศึกษา
พ.ศ. ๒๕๖๒

…………………

ระเบียบวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจันทบรุ ี ว่าด้วยหอพกั นกั เรยี น นักศึกษา เพอ่ื ให้การปกครองนักเรยี น
เป็นไปด้วยความสงบเรยี บร้อย จงึ วางระเบียบหอพกั นักเรยี น นกั ศึกษา ไว้ดงั ต่อไปน้ี
ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ว่าด้วยหอพักนักเรียน นักศึกษา
พ.ศ. 2๕๖๒”
ข้อ 2. ระเบยี บน้ีให้มผี ลบงั คบั ใช้ต้งั แต่วนั ถัดจากวันประกาศใช้ระเบียบน้ี เป็นต้นไป
ข้อ ๓. ในระเบียบน้ี
“นักเรียน” หมายถึง นักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ซ่ึงก�ำลังศึกษาอยู่ในระดับ
มธั ยมศึกษาตอนต้น และระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
“นักศึกษา” หมายถึง นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
ซง่ึ กำ� ลังศกึ ษาอยู่ในระดบั ชนั้ ปริญญาตรปี ีท่ี 1 ถึงระดบั ชนั้ ปริญญาตรีปีท่ี๕
“นักเรียน นักศึกษาหอพัก” หมายถึง นักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรีและนักศึกษา
วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ท่ีมีคุณสมบัติครบถ้วน และได้รับการพิจารณา
คัดเลือก พร้อมทง้ั ได้รบั อนญุ าตให้เข้าพกั อาศัยในหอพักได้
“หอพัก” หมายถึง สถานทท่ี วี่ ทิ ยาลยั จดั ให้เป็นทพ่ี ักอาศยั ของนักเรียน นักศกึ ษาซง่ึ ก�ำลัง
ศกึ ษาอยู่ในวทิ ยาลยั นาฏศิลปจนั ทบรุ ี
“ผู้ปกครอง” หมายถึง บดิ า หรอื มารดา หรอื บคุ คลอน่ื ที่ให้การอปุ การะเลีย้ งดู นักเรียน
นกั ศึกษาหอพกั หรอื บุคคลอื่นท่วี ทิ ยาลยั รบั รองให้เปน็ ผู้ปกครองของนกั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพัก
“ครูหอพัก” หมายถึง ครู พนักงานราชการและบคุ ลากรอ่ืนท่ีวิทยาลยั แต่งตั้งให้ปฏิบัติ
หน้าท่ีเป็นผู้ดูแล รบั ผดิ ชอบนกั เรยี น นักศกึ ษาหอพัก ตามคำ� สงั่ เวรหอพกั ประจ�ำวัน
“ครผู ู้ปกครองหอพัก” หมายถึง ครู พนักงานราชการและบคุ ลากรอ่ืนทีว่ ทิ ยาลัยแต่งตงั้
ให้ปฏบิ ตั หิ นา้ ทปี่ ระจำ� ในงานหอพกั นกั เรยี น นกั ศกึ ษา มหี นา้ ทค่ี วบคมุ ดแู ล รบั ผดิ ชอบและดำ� เนนิ กจิ การ
ในส่วนท่เี ก่ยี วข้องกับหอพัก
“คณะกรรมการหอพัก” หมายถึง คณะนกั เรยี น นักศึกษาหอพกั ทไี่ ด้รบั เลอื กตง้ั มาจาก
นกั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพกั เพอื่ รบั ผดิ ชอบดำ� เนนิ กจิ กรรมหอพกั ในส่วนของนกั เรยี น นกั ศกึ ษา และในส่วน
ที่ครูหอพัก และ/หรอื ครูผู้ปกครองหอพักมอบหมาย

38

คมู่ อื นกั เรยี นวทิ ยาลัยนาฏศิลปจนั ทบรุ ี
ข้อ ๔. ให้รองผู้อ�ำนวยการฝ่ายกจิ การนักเรยี น รักษาการให้เปน็ ไปตามระเบียบน้ี และให้มอี �ำนาจ
หน้าท่ีในการตคี วาม และวินจิ ฉยั ปัญหาเกีย่ วกับการปฏบิ ัติตามระเบยี บนี้

หมวด ๑
วตั ถปุ ระสงคข์ องการจัดสวัสดิการหอพกั

ข้อ ๕. วิทยาลยั จัดสวสั ดกิ ารหอพกั ให้แก่นักเรยี น นักศกึ ษา โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
๑) เพื่ออ�ำนวยความสะดวก ความปลอดภัยด้านท่ีพักอาศัยให้แก่นักเรียน นักศึกษาท่ีมี
ภูมลิ �ำเนาห่างไกลจากวทิ ยาลัย หรอื ต่างจังหวดั อันเปน็ การสร้างความม่นั ใจให้แก่ผู้ปกครองได้ทางหนึ่ง
2) เพื่อเป็นสวัสดกิ ารส่วนหน่งึ ทวี่ ทิ ยาลยั จดั ให้แก่นักเรยี น นักศกึ ษา
๓) เพ่อื เปน็ ส่วนช่วยป้องกนั และแก้ปัญหาด้านความประพฤตขิ องนักเรยี น นักศกึ ษา
๔) เพอ่ื เปน็ สว่ นชว่ ยส่งเสรมิ การจดั ประสบการณด์ า้ นการเรยี นการสอน โดยเฉพาะวชิ า
ศลิ ปปฏบิ ัติ
๕) เพื่อเป็นส่วนช่วยปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมท่ีถูกต้อง รวมทั้งสร้างความรัก ความ
ศรทั ธา และความผกู พันต่อวทิ ยาลยั ให้แก่นกั เรียน นกั ศกึ ษา
๖) เพอ่ื เปน็ การเออื้ อำ� นวยประโยชน์ตอ่ การเผยแพรศ่ ลิ ปวฒั นธรรมด้านนาฏศลิ ป์ ดนตรี
ซึง่ เปน็ ภารกจิ หลกั อย่างหนึ่งของวทิ ยาลัย

หมวด ๒
การเข้าอยอู่ าศัยในหอพกั

ข้อ ๖. การพิจารณานักเรียน นักศึกษาให้เข้าพักอาศัยในหอพัก วิทยาลัยจะพิจารณาตามหลัก
เกณฑ์ ดังน้ี
๑) นักเรียน นักศึกษาทั้งใหม่ และเก่าท่ีมีภูมิล�ำเนาอยู่ห่างไกลจากวิทยาลัย หรือต่าง
จงั หวดั
๒) นกั เรยี น นกั ศกึ ษา ที่มีความประพฤตดิ ี
๓) นกั เรยี น นกั ศกึ ษาทไ่ี ด้รับทนุ การศกึ ษาทผี่ ่านการพจิ ารณาจากวทิ ยาลยั
๔) นักเรยี น นักศกึ ษาท่ีมีปญั หาต่างๆ ซ่ึงวทิ ยาลยั พจิ ารณาเหน็ สมควร
ข้อ ๗. นกั เรยี น นกั ศกึ ษาตอ้ งแจง้ ความประสงคเ์ พอื่ ขอเขา้ พกั อาศยั ในหอพกั ดว้ ยตนเอง โดยความ
ยนิ ยอมของผู้ปกครอง และให้กรอกแบบแจ้งความประสงค์การขอเข้าพกั อาศยั ในหอพกั เปน็ ลายลกั ษณ์
อกั ษร ยน่ื ตอ่ คณะครผู ปู้ กครองหอพกั โดยคณะครผู ปู้ กครองหอพกั จะรว่ มกนั พจิ ารณาคดั เลอื กนกั เรยี น
นักศึกษาให้เข้าพักอาศยั ในหอพัก แล้วเสนอผ่านรองผู้อ�ำนวยการฝ่ายกิจการนักเรยี น นักศึกษา เพือ่ ขอ
ความเหน็ ชอบต่อผู้อำ� นวยการวทิ ยาลัย
นักเรียน นักศึกษาท่ีไม่ได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร จะเข้ามาภายใน
บรเิ วณหอพกั และเข้าพกั อาศัยในหอพักมไิ ด้
ในกรณที น่ี กั เรยี น นักศึกษาแจ้งความประสงค์ขอเข้าพกั อาศยั ในหอพกั มจี ำ� นวนมากเกิน
กว่าสถานท่ีท่ีวิทยาลัยจะรับได้ ให้พิจารณาตามล�ำดับการย่ืนแบบแจ้งความประสงค์ฯ ก่อนหลัง หรือ

39

คมู่ อื นักเรียนวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี
ตามความจำ� เปน็ เหมาะสม ลำ� ดบั ตอ่ ไปใหร้ อไวจ้ นกวา่ วทิ ยาลยั จะมสี ถานทพี่ อรบั ได้ จงึ จะอนญุ าตใหเ้ ขา้
พกั อาศยั ต่อไป
ข้อ ๘. วิทยาลัยฯ จะประกาศให้นักเรียน นักศึกษา แจ้งความประสงค์ขอเข้าพักอาศัยในหอพัก
ก่อนวันเปิดภาคเรยี นถดั ไป
ข้อ ๙. นักเรียน นักศึกษาที่ได้รับสิทธิให้เข้าพักอาศัยในหอพักแล้ว หากต้องการสละสิทธ์ิจะต้อง
ได้รบั ความยนิ ยอมจากผปู้ กครอง และจะต้องแจ้งให้ครผู ้ปู กครองหอพกั ทราบเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร โดย
จะออกจากหอพักต่อเม่อื ได้รบั อนุญาตจากผู้อ�ำนวยการวทิ ยาลยั แล้ว ทั้งนี้ นกั เรียน นกั ศกึ ษาไม่มสี ทิ ธิ
ท่จี ะโอนสทิ ธิใ์ ห้กบั บคุ คลอน่ื
ข้อ ๑๐. นกั เรยี น ต้องชำ� ระเงนิ ค่าบำ� รงุ หอพกั เปน็ เงนิ ๕,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ภาคเรยี น นกั ศกึ ษาต้อง
ช�ำระเงินค่าบำ� รุงหอพัก (ห้องพดั ลม) เป็นเงนิ ๗,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ภาคเรียน และต้องช�ำระเงนิ ค่าบ�ำรงุ
หอพัก (ห้องปรับอากาศ) เป็นเงนิ ๙,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ภาคเรียน ทไ่ี ด้รบั การคัดเลือกให้เข้าพักอาศัยใน
หอพัก และต้องด�ำเนินการให้เสร็จส้ินตามเง่ือนไขที่วิทยาลัยก�ำหนด นักเรียน นักศึกษาท่ีได้ช�ำระเงิน
ค่าบ�ำรุงหอพักแล้ว จะขอรับคนื ไม่ได้ ไม่ว่ากรณใี ดๆ ทงั้ สิ้น
ข้อ 11. นักเรยี น นกั ศกึ ษาท่ีได้รบั การคัดเลอื กให้เข้าพักอาศัยในหอพกั ต้องชำ� ระเงนิ ค่าประกนั
ของเสยี หาย คนละ 1,๐๐๐ บาท เงนิ จำ� นวนน้ี วทิ ยาลยั จะคนื ใหเ้ ตม็ จำ� นวน โดยไมม่ ดี อกเบยี้ เมอื่ นกั เรยี น
นกั ศกึ ษาพน้ จากสภาพการเปน็ นกั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพกั แลว้ ทงั้ นี้ หากไมม่ กี รณนี กั เรยี น นกั ศกึ ษากระทำ�
ให้ทรัพย์สนิ ของวิทยาลยั เสยี หาย

หมวด ๓
การปฏิบัติตนในหอพกั

ข้อ 12. นักเรียน นกั ศกึ ษาหอพัก ต้องปฏบิ ตั ติ น ดังต่อไปนี้
๑) ประพฤตติ นใหส้ ภุ าพเรยี บรอ้ ย มกี ริ ยิ ามารยาทตามระเบยี บประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย
๒) แต่งกายให้เหมาะสมตามกาละเทศะ เม่อื ออกนอกหอพัก
๓) ช่วยกันรบั ผดิ ชอบดูแลทรัพย์สนิ ส่วนตวั และทรัพย์สนิ ของวิทยาลัย อนั เป็นสมบัตขิ อง
ส่วนรวม
๔) ช่วยกนั รักษาความสะอาดเรยี บร้อยของสถานท่ี ห้องนอน ท่ีนอน และอปุ กรณ์เคร่ือง
นอน เครอ่ื งใช้ในห้องพกั ของตนอยู่เสมอ พร้อมท่จี ะให้ตรวจได้
๕) ช่วยกันรักษาความสะอาดเรียบร้อยของสถานท่ี ห้องน�้ำ ห้องส้วม และเคร่ืองใช้ของ
ส่วนรวมอยู่เสมอ
๖) ใช้นำ้� และไฟฟ้าอย่างประหยัด เม่อื เลกิ ใช้ต้องปิดให้เรยี บร้อยทุกคร้งั
๗) ห้ามน�ำอปุ กรณ์ไฟฟ้า และ/หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ มาใช้เป็นส่วนตัวในหอพัก เว้นแต่
กรณจี �ำเป็น ซง่ึ ต้องได้รับอนญุ าตจากครูหอพัก หรอื ครูผู้ปกครองหอพกั เป็นคราวๆ ไป
๘) ห้ามสบั เปลี่ยน โยกย้าย วัสดุ ครภุ ัณฑ์ประจำ� หอพักโดยไม่ได้รับอนญุ าต
๙) ห้ามต่อเตมิ โยกย้าย สบั เปล่ยี น ปลั๊กไฟ และสายไฟโดยเดด็ ขาด
1๐) ห้ามเสพ และนำ� ยาเสพตดิ ของมึนเมาให้โทษทกุ ชนิด เข้ามาในหอพัก

40

คมู่ อื นกั เรยี นวทิ ยาลัยนาฏศลิ ปจันทบุรี
11) ไม่ควรน�ำเงนิ จ�ำนวนมาก รวมถงึ ห้ามน�ำของมีค่าเก็บไว้ท่หี อพกั
12) ห้ามเล่นการพนันทุกชนดิ
1๓) ห้ามหยบิ ฉวยของผู้อน่ื มาเป็นของตน
1๔) ห้ามมอี าวธุ ของมคี ม วตั ถุระเบิด เชอ้ื เพลงิ หรอื ของผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง
1๕) ห้ามกระทำ� การใด ๆ อนั เป็นการรบกวนความสงบของผู้อ่นื
๑๖) ห้ามก่อการทะเลาะววิ าท
1๗) นกั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพกั จะอา่ น เขยี น เรยี นหนงั สอื ฝกึ ปฏบิ ตั ิ เลน่ กฬี า และนนั ทนาการ
ได้ เฉพาะในสถานท่ที ีว่ ทิ ยาลัยเห็นสมควรเท่านน้ั
1๘) ห้ามกระท�ำการใดๆ ทกี่ ่อให้เกดิ ความเสียหายแก่บุคคล ช่ือเสียง ทรพั ย์สนิ ของตนเอง
และส่วนรวม หากฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษ และชดใช้ค่าเสยี หาย แล้วแต่กรณี
๑๙) ห้ามนำ� อาหาร และเคร่อื งดืม่ ทกุ ชนดิ ขน้ึ ไปบนชนั้ 2 ช้ัน ๓ และชั้น ๔ ของหอพกั โดย
เดด็ ขาด เว้นแต่ครหู อพกั จะอนุญาตเป็นอย่างอ่นื เปน็ ครง้ั คราว
2๐) ห้ามจ�ำหน่ายอาหาร และเครอ่ื งด่ืมทุกชนดิ ภายในหอพกั ยกเว้นครูผู้ปกครองหอพกั
และคณะกรรมการหอพกั พจิ ารณาจดั ตง้ั เป็นสวสั ดิการหอพกั
21) ห้ามพาบุคคลภายนอกเข้ามาในหอพกั โดยไม่ได้รบั อนญุ าตโดยเดด็ ขาด
๒๒) เม่อื มีผู้มาขอพบ ต้องได้รับอนุญาตจากครหู อพักก่อนทกุ ครงั้ และให้พบกนั ในบรเิ วณ
ท่วี ทิ ยาลัยจดั ไว้ให้เท่านน้ั
๒๓) การจอดรถจกั รยานยนต์ ให้จอดในบรเิ วณท่หี อพักจัดให้เท่านัน้
ข้อ 1๓. นักเรยี น นักศกึ ษาหอพักสามารถนำ� เครอ่ื งมอื เคร่อื งใช้ต่างๆ เข้ามาใช้ในหอพกั ได้ตาม
ทว่ี ิทยาลยั อนญุ าตเท่านนั้
ข้อ 1๔. นกั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพกั จะต้องเข้านอนไม่เกนิ เวลา 22:๓๐ น. และตน่ื นอนไม่เกนิ เวลา
๐๕:๓๐ น. เว้นแต่ครหู อพกั จะอนุญาตเป็นอย่างอน่ื เป็นครง้ั คราว
ข้อ 1๕. นกั เรยี น หอพกั จะตอ้ งเขา้ หอพกั ไมเ่ กนิ เวลา 1๘:๐๐ น. และอนญุ าตใหอ้ ยรู่ อบๆ บรเิ วณ
หน้าหอพักได้จนถงึ เวลา 2๐:๐๐ น. เว้นแต่ครหู อพักจะอนุญาตเปน็ อย่างอ่ืนเปน็ ครั้งคราว
ข้อ 1๖. การเปิดไฟฟ้าในห้องพกั วทิ ยาลยั อนญุ าตให้นกั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพกั เปดิ ได้ไม่เกนิ เวลา
22.๓๐ น. เว้นแต่ครหู อพกั จะอนุญาตเปน็ อย่างอ่นื เปน็ ครงั้ คราว
ข้อ 1๗. ในวนั เปดิ ทำ� การ นกั เรยี นหอพกั ตอ้ งไมอ่ ยใู่ นบรเิ วณหอพกั ระหวา่ งเวลา ๐๗:๓๐-1๖:๐๐
น. เว้นแต่มีกิจธุระจะเข้า – ออกหอพักนอกเหนือจากเวลาปกติ ต้องได้รับอนุญาตจากครูหอพัก หรือ
หัวหน้างานหอพกั เปน็ ลายลักษณ์อักษรก่อนทุกครง้ั
ข้อ 1๘. ในวันเปิดท�ำการ นักเรียนหอพักสามารถขออนุญาตออกนอกบริเวณวิทยาลัยได้
สัปดาห์ละ 1 ครงั้ โดยให้ปฏิบัติ ดังนี้
1) ช่วงเช้าอนุญาตให้ออกได้ต้ังแต่เวลา ๐๖:๓๐ น. และจะต้องกลับเข้ามาถึงวิทยาลัย
ไม่เกนิ เวลา ๐๗:๔๕ น.
2) ช่วงเย็นอนุญาตให้ออกได้ตั้งแต่เวลา 1๖:๐๐ น. และจะต้องกลับเข้ามาถึงวิทยาลัย
ไม่เกนิ เวลา 1๘:๐๐ น. ทง้ั น้ี ต้องได้รบั อนุญาตจากครูหอพกั เปน็ ลายลักษณ์อกั ษรก่อนทุกครั้ง

41

คมู่ ือนกั เรยี นวิทยาลยั นาฏศลิ ปจันทบุรี
ข้อ 1๙. การอนญุ าตให้นักเรยี น หอพักกลบั ภมู ลิ �ำเนา และออกนอกบรเิ วณวิทยาลัย
๑) นักเรียนหอพักที่มีความประสงค์จะกลับภูมิล�ำเนาในวันหยุดราชการหรือวันท�ำการ
จะตอ้ งขออนญุ าตจากครหู อพกั เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรกอ่ นทกุ ครงั้ โดยตอ้ งมผี ปู้ กครองทไ่ี ดล้ งลายมอื ชอื่
ไว้กบั ทางวิทยาลยั เปน็ ผู้มารับ – ส่งตามเง่อื นไขเวลาทว่ี ิทยาลยั กำ� หนด และนักเรียนต้องแต่งเครื่องแบบ
ตามท่ีวทิ ยาลยั กำ� หนดไว้เท่านน้ั
อนึ่ง นักเรียนท่ีไม่กลับภูมิล�ำเนาในวันหยุดราชการ หากมีความประสงค์จะออกนอก
บรเิ วณวทิ ยาลยั จะตอ้ งขออนญุ าตจากครหู อพกั เปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษรกอ่ นทกุ ครง้ั และจะออกไดไ้ มเ่ กนิ
สปั ดาหล์ ะ ๓ ครง้ั ๆ ละไมเ่ กนิ ๔ ชว่ั โมง ท้ังนจี้ ะต้องกลับเข้ามาถึงหอพกั ไม่เกนิ เวลา 1๘:๐๐ น. ของวนั นน้ั
กรณีท่ีนักเรียนขออนุญาตออกนอกบริเวณวิทยาลัย โดยไปกับผู้ปกครองตามเง่ือนไข
จำ� นวนครงั้ ในวรรคสอง วิทยาลัยจะไม่ก�ำหนดเวลา (จำ� นวนชว่ั โมง) ต่อครั้ง แต่ทง้ั น้ี ผู้ปกครองจะต้อง
พานกั เรยี นมาส่งถงึ หอพกั ไม่เกนิ เวลา 1๘:๐๐ น. ของวันนน้ั
2) นักศึกษาหอพักท่ีมีความประสงค์จะกลับภูมิล�ำเนาในวันหยุดราชการ จะต้องปฏิบัติ
ตามเงือ่ นไขทว่ี ิทยาลัยกำ� หนด
อนึ่ง นักศึกษาท่ีไม่กลับภูมิล�ำเนาในวันหยุดราชการ หากมีความประสงค์จะออกนอก
บรเิ วณวทิ ยาลยั จะต้องปฏิบตั ติ ามเง่อื นไขทว่ี ิทยาลยั ก�ำหนด
ข้อ 2๐. นกั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพกั ต้องจัดเตรยี มรายการต่าง ๆ สำ� หรับใช้เปน็ ส่วนตวั ดงั น้ี
1) เส้อื ผ้า เครือ่ งนุ่งห่ม
1.1) ชุดเครื่องแบบนกั เรียน นกั ศกึ ษาไม่น้อยกว่า ๓ ชุด
1.2) ชดุ กฬี า (กางเกงขายาว) 1 ชุด
1.๓) ชดุ ลำ� ลองแบบสภุ าพ ไม่เกนิ ๕ ชุด
1.๔) ผ้าเชด็ ตวั 1 – 2 ผนื
1.๕) เสอื้ คลุม (นักเรียน นกั ศกึ ษาหญิง) 1 ตัว
1.๖) ชดุ นอนแบบสุภาพไม่เกนิ ๓ ชดุ
1.๗) ผ้าถุง (นักเรยี น นักศกึ ษาหญงิ ) ไม่เกนิ 2 ผนื
1.๘) ถุงเท้า ไม่น้อยกว่า 2 คู่
1.๙) เครอ่ื งนอน (ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตยี ง ที่นอน หมอน) 2 ชุด
2) อปุ กรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว
2.1) อปุ กรณ์เครอ่ื งใช้ส�ำหรบั อาบนำ�้ 1 ชุด
2.2) รองเท้าฟองนำ้� 1 คู่
2.๓) ทีแ่ ขวน และทห่ี นบี ผ้าตามสมควร
2.๔) ยาขดั รองเท้า และแปรงขัดรองเท้า
2.๕) ผงซกั ฟอก หรือนำ�้ ยาซักผ้า
2.๖) ตะกร้าส�ำหรับใส่ผ้า 1 ใบ
ข้อ 21. ข้อปฏิบัติในเรื่องใดท่ีไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบน้ี ให้อนุโลมปฏิบัติตามระเบียบวิทยาลัย /
ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ และ/หรอื ระเบยี บกระทรวงวัฒนธรรม ว่าด้วยเรอ่ื งน้นั ๆ

42

คมู่ อื นักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลปจนั ทบุรี

หมวด ๔
บทลงโทษผู้ฝ่าฝืนข้อปฏบิ ัติ

ข้อ 22. นักเรียน นกั ศกึ ษาหอพักท่ลี ะเมดิ ข้อปฏบิ ัติ หรือระเบียบใดๆ ซ่งึ เกี่ยวข้องกบั นกั เรียน
นักศึกษาหอพัก ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูหอพัก ครูผู้ปกครองหอพัก และคณะกรรมการหอพักที่จะ
พจิ ารณาลงโทษตามควรแก่กรณ ี แล้วรายงานผลการลงโทษตามทีเ่ ห็นสมควรต่อผู้อ�ำนวยการวทิ ยาลัย
ตามลำ� ดับขนั้ ดงั น้ี
1) ว่ากล่าวตกั เตอื น โดยให้บันทกึ ความผดิ ไว้เปน็ ลายลักษณ์อักษร
2) ให้ทำ� กจิ กรรมบำ� เพ็ญประโยชน์
๓) กกั บริเวณ
๔) ท�ำทณั ฑ์บน
๕) ให้ออกจากหอพกั และ/หรอื ให้ได้รับโทษอ่นื ๆ ตามที่วทิ ยาลัยเห็นสมควร
กรณตี ัวอย่างการฝ่าฝืนข้อปฏบิ ัติ
1) กรณคี วามผิดไม่ร้ายแรง
1.1) เข้า – ออกหอพักผดิ เงื่อนไขเวลาท่วี ิทยาลยั ก�ำหนด
1.2) นำ� อาหาร และ/หรือเคร่อื งด่มื ไปรับประทานบนช้ัน 2 ช้ัน๓ และช้ัน ๔ ของหอพัก
1.๓) จ�ำหน่ายอาหาร และ/หรอื เครื่องดม่ื ในหอพกั โดยไม่ได้รับอนุญาต
1.๔) ไม่เข้าร่วมกิจกรรมหอพกั
1.๕) เปิดไฟฟ้านอกเหนอื จากเวลาท่ีวิทยาลยั ก�ำหนด
1.๖) ส่งเสยี งดังรบกวนผู้อ่นื
1.๗) นำ� อุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ามาใช้ในหอพกั โดยไม่ได้รับอนุญาต
1.๘) อื่นๆ ตามท่ีคณะกรรมการหอพัก และครูผู้ปกครองหอพักพิจารณาเห็นชอบ
ร่วมกัน
2) กรณคี วามผดิ ร้ายแรง
2.1) ลกั ขโมย
2.2) ทำ� ลายทรพั ย์สนิ ของวทิ ยาลยั
2.๓) หนีหอพกั
2.๔) น�ำบคุ คลภายนอกเข้ามาในหอพักโดยไม่ได้รบั อนุญาต
2.๕) มี หรอื เสพส่งิ เสพติด หรือของมนึ เมาให้โทษ
2.๖) เล่นการพนัน
2.๗) มอี าวธุ ในครอบครอง
2.๘) ทะเลาะววิ าท
2.๙) มีกรณีชู้สาว
2.1๐) อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการหอพัก และครูผู้ปกครองหอพักพิจารณาเห็นชอบ
ร่วมกัน


43

คมู่ ือนกั เรียนวทิ ยาลัยนาฏศลิ ปจนั ทบุรี

หมวด ๕
อ�ำนาจหนา้ ทข่ี องครหู อพัก

ข้อ 2๓. ครหู อพัก จะต้องพักอาศยั อยู่ประจำ� กบั นักเรียน นักศกึ ษาหอพกั ในเวลา และสถานที่ท่ี
วทิ ยาลัยก�ำหนด
ข้อ 2๔. ครูหอพัก มีหน้าทใี่ ห้ค�ำปรกึ ษา และอำ� นวยความสะดวกแก่คณะกรรมการหอพกั เพือ่
ให้คณะกรรมการหอพักสามารถปฏบิ ตั หิ น้าทีไ่ ด้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์
ข้อ 2๕. ครูหอพัก มีหน้าท่ีดูแลความเรียบร้อยในการปฏิบัติตน และการด�ำเนินกิจกรรมต่าง ๆ
ของนกั เรียน นักศกึ ษาหอพัก ให้เปน็ ไปตามทก่ี �ำหนดไว้ในระเบยี บน้ี
ข้อ 2๖. ครูหอพัก มีหน้าท่ีอบรม ช้ีแจง ให้ค�ำแนะน�ำ และว่ากล่าวตักเตือนนักเรียน นักศึกษา
หอพัก ตามท่เี หน็ สมควร
ข้อ 2๗. ครหู อพกั มหี นา้ ทตี่ รวจสอบ ดแู ล ไมใ่ หน้ กั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพกั กระทำ� ผดิ ระเบยี บหอพกั
หากพบผู้กระทำ� ผดิ สามารถลงโทษได้ตามทเ่ี หน็ สมควร หรอื นำ� เสนอครผู ู้ปกครองหอพกั พจิ ารณาต่อไป
ข้อ 2๘. ครหู อพกั มหี น้าทบี่ ันทึกรายละเอยี ดประจ�ำวัน พร้อมทั้งข้อคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะใน
การปฏบิ ตั ิหน้าท่ตี ่อผู้อำ� นวยการวทิ ยาลัย ผ่านรองผู้อำ� นวยการฝ่ายกจิ การนกั เรยี น นักศึกษา

หมวด ๖
อ�ำนาจหน้าท่ขี องครูผ้ปู กครองหอพัก

ข้อ 2๙. ครผู ปู้ กครองหอพกั มหี นา้ ทจ่ี ดั ใหน้ กั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพกั เลอื กตง้ั คณะกรรมการหอพกั
เพื่อช่วยดูแลกจิ การต่าง ๆ ในหอพักตามทเ่ี หน็ สมควร
ข้อ ๓๐. ครูผู้ปกครองหอพัก มีหน้าที่ให้ค�ำปรึกษา และอ�ำนวยความสะดวกแก่คณะกรรมการ
หอพัก เพ่อื ให้คณะกรรมการหอพักสามารถปฏบิ ัตหิ น้าทีไ่ ด้อย่างครบถ้วน สมบรู ณ์
ข้อ ๓1. ครผู ู้ปกครองหอพัก มีอำ� นาจในการออกข้อปฏิบัติ และประกาศต่าง ๆ ของหอพกั ได้
โดยไม่ขัดต่อระเบยี บนี้
ในกรณีมปี ญั หาใดๆ ทีอ่ าจเกดิ ขน้ึ จากการใช้ระเบยี บน้ี ครผู ู้ปกครองหอพักอาจพิจารณา
ตัดสนิ หรอื พิจารณาเสนอให้ผู้มอี �ำนาจพิจารณาตดั สนิ ตามลำ� ดบั ขั้น

หมวด ๗
คณะกรรมการหอพกั

ข้อ ๓2. คณะกรรมการหอพัก ได้แก่ คณะนักเรยี น นักศกึ ษาหอพกั ซ่งึ ได้รับการเลอื กตงั้ มาจาก
นักเรยี น นกั ศกึ ษาหอพัก ประกอบด้วยตำ� แหน่งต่างๆ จ�ำนวน ๙ ตำ� แหน่ง ดังน้ี
1) ประธานหอพกั
2) รองประธานหอพัก
๓) นายทะเบยี นหอพกั
๔) เหรัญญกิ หอพัก

44

คู่มือนักเรียนวิทยาลยั นาฏศิลปจนั ทบุรี
๕) วชิ าการหอพกั
๖) พัสดุหอพกั
๗) อาคารสถานท่หี อพัก
๘) พยาบาลหอพกั
๙) นนั ทนาการหอพกั
ครผู ปู้ กครองหอพกั จะตอ้ งจดั ใหน้ กั เรยี น นกั ศกึ ษาหอพกั เลอื กตง้ั คณะกรรมการหอพกั ให้
แลว้ เสรจ็ ภายในกอ่ นสน้ิ ภาคเรยี นที่ 2 ของทกุ ปกี ารศกึ ษา โดยกำ� หนดใหป้ ระธานหอพกั ตอ้ งเปน็ นกั เรยี น
/นกั ศึกษาทกี่ ำ� ลงั ศกึ ษาอยู่ในระดบั ชน้ั สูงสดุ ทพ่ี ักอาศยั อยู่ในหอพกั นัน้
คณะกรรมการหอพักที่ได้รับการเลือกต้ัง มีหน้าที่รับผิดชอบด�ำเนินกิจการหอพักในส่วน
ของนักเรยี น /นกั ศึกษา และในส่วนท่คี รหู อพกั และ/หรอื ครูผู้ปกครองหอพกั มอบหมาย ในปีการศกึ ษา
ถดั ไป
คณะกรรมการหอพัก มวี าระอยู่ในตำ� แหน่ง 1 ปีการศกึ ษา และจะได้รับเลือกตงั้ ให้ดำ� รง
ตำ� แหน่งใดๆ ตามวรรคแรกตดิ ต่อกันกส่ี มัยกไ็ ด้ เมอ่ื คณะกรรมการหอพกั ต�ำแหน่งใดว่างลงด้วยเหตุใด
กต็ าม ครผู ู้ปกครองหอพักต้องจัดให้มกี ารเลอื กตงั้ มาทดแทนให้ครบตามจ�ำนวนตำ� แหน่งเสมอ
ข้อ ๓๓. ผู้ปกครอง และ/หรือนักเรียน นกั ศึกษาหอพักรายใด มีเหตผุ ลความจ�ำเป็นใดๆ ทมี่ ิอาจ
ปฏิบัติตามข้อหน่ึงข้อใดแห่งระเบียบน้ีได้ ให้ขออนุญาตต่อผู้อ�ำนวยการวิทยาลัย ผ่านรองผู้อ�ำนวยการ
ฝ่ายกิจการนักเรยี น เปน็ รายๆ และเป็นกรณๆี ไป

ประกาศ ณ วันท่ ี ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒



(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมเกยี รติ ภมู ิภกั ด์)ิ
ผู้อำ� นวยการวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปจนั ทบุรี

45

คมู่ ือนกั เรียนวิทยาลัยนาฏศลิ ปจนั ทบรุ ี

งบประมาณอุดหนนุ จากรัฐบาลตามนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี
......................
๑. คา่ จดั การเรยี นการสอน (เงนิ อดุ หนนุ รายหวั /ปจั จยั พนื้ ฐานนกั เรยี นยากจน/อาหารนกั เรยี นพกั นอน)
ส�ำหรบั นักเรยี นโรงเรยี นปกติ มีเกณฑ์การจัดสรร ดังน้ี
๑) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
- รายหัวโรงเรยี นปกติ ๑,๗๕๐ บาท/คน/ภาคเรยี น (๓,๕๐๐ บาท/คน/ปี)
- ปัจจัยพืน้ ฐานนักเรยี นยากจน (๓๐%) ๑,๕๐๐ บาท/คน/ภาคเรยี น (๓,๐๐๐ บาท/คน/ปี)
- รายหวั ครอบครัว/สถานประกอบการ ๕,๐๐๖ บาท/คน/ภาคเรยี น (๑๐,๐๑๒ บาท/คน/ปี)
๒) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย /ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชพี
- รายหัวโรงเรยี นปกติ ๑,๙๐๐ บาท/คน/ภาคเรยี น (๓,๘๐๐ บาท/คน/ปี)
- รายหวั ครอบครวั /สถานประกอบการ ๕,๑๗๑ บาท/คน/ภาคเรยี น (๑๐,๓๔๒ บาท/คน/ปี)
๒. เครอ่ื งแบบนกั เรยี น เครอื่ งแบบนกั เรยี นประกอบดว้ ย เสอ้ื /กางเกง/กระโปรง/คนละ ๒ ชดุ /ปี ในอตั รา
มัธยมศกึ ษาตอนต้น ๔๕๐ บาท/คน/ปี
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย /ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ๙๐๐ บาท/คน/ปี
กรณนี กั เรยี นมชี ดุ นกั เรยี นเพยี งพอแลว้ สามารถซอื้ เขม็ ขดั รองเทา้ ถงุ เทา้ ชดุ ลกู เสอื /เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด/
ชุดกีฬาได้ กรณีการจัดซ้ือชุดนักเรียนท่ีต่างไปจากชุดนักเรียนปกติและราคาสูงกว่าท่ีก�ำหนดวงเงินดังกล่าว
อาจซ้อื ได้เพยี ง ๑ ชุด
๓. อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์การเรียนที่จ�ำเป็นส�ำหรับนักเรียน เช่น สมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ
ไม้บรรทัด เครอื่ งมอื เรขาคณติ วัสดุ ICT กระดาษ A๔ สีเทียน ดนิ น�้ำมนั ไร้สารพษิ กระเป๋านกั เรยี น อปุ กรณ์ท่ี
จำ� เป็นและส่งผลต่อการพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น ในอัตราดังน้ี
มธั ยมศึกษาตอนต้น ๒๑๐ บาท/คน/ภาคเรยี น (๔๒๐ บาท/คน/ปี)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย /ระดับประกาศนียบัตรวิชาชพี ๒๓๐ บาท/คน/ภาคเรยี น (๔๖๐ บาท/คน/ปี)
๔. หนังสือเรียน ลักษณะหนังสือเรียน หนังสือเรียนท่ีกระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนงบประมาณให้
สถานศึกษาจัดซ้ือตามนโยบายเรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา (ม.๑-๖)
ใช้หนังสือสาระการเรยี นรู้พ้ืนฐาน/รายวชิ าพนื้ ฐาน ๘ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
มูลค่าหนังสอื ตอ่ ชุด
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ๗๐๐ บาท/คน/ปี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ๘๔๔ บาท/คน/ปี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ๙๖๗ บาท/คน/ปี
ชั้นประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปีที่ ๑ ๒,๐๐๐ บาท/คน/ปี
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ ๒,๐๐๐ บาท/คน/ปี
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ๒,๐๐๐ บาท/คน/ปี
๕. กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผูเ้ รยี น ประกอบด้วย
๑. กิจกรรมวชิ าการ
๒. กจิ กรรมคณุ ธรรม/ลูกเสอื /เนตรนาร/ี ยุวกาชาด
๓. ทศั นศึกษา
๔. การบริการสารสนเทศ / ICT

46


Click to View FlipBook Version