The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2567_หลักสูตรอบรมความปลอดภัยในการทำงานสำหรับพนักงานใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Santanong Kuadnok, 2024-05-02 02:49:29

2567_หลักสูตรอบรมความปลอดภัยในการทำงานสำหรับพนักงานใหม่

2567_หลักสูตรอบรมความปลอดภัยในการทำงานสำหรับพนักงานใหม่

51 สาเหตุการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากการท างานในที่อับอากาศ การขาดออกซิเจน (ประมาณร้อยละ 60 ของการเสียชีวิตในที่อับอากาศเกิดจากการขาดออกซิเจน) การได้รับสารเคมีหรือก๊าซที่มีพิษ เช่น ก๊าซไฮโดครเจนซัลไฟด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ ฯลฯ การระเบิด ไฟไหม้ ความร้อน การจมน า หรือการตกลงไปในสารเหลว หรือจมในกองวัตถุดิบไซโล ผลตรวจวัดในบรรยากาศ (ตัวอย่าง) สารเคมี ค่ามาตรฐาน IDLH STEL TWA H2S 100 ppm 15 ppm 10 ppm CO - - 25 ppm O2 ร้อยละ 19.5-23.5 โดยปริมาตร %LEL ไม่เกิน 10% โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคจากภาวะอับอากาศ


52 โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม อาชีพหรือลักษณะงานที่เสี่ยง 1.งานผลิตกระเบื องมุ้งหลังคา ฝ้าเพดาน ท่อซีเมนต์ 2.งานผลิตฉนวนหรือวัสดุกันความร้อน ถุงมือและเสื อผ้าทนไฟ 3.งานผ้าเบรก ผ้าครัช 4.งานซ่อมแซมรื อถอนอาคาร หรืออุปกรณ์ที่มีฉนวนกันความร้อน โรคหรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ นจาก หรือเป็นผล เนื่องมาจากการท างานหรือการประกอบอาชีพ ที่สัมผัสแอสเบสตอส (ใยหิน)


53 การเข้าสู่ร่างกาย โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคจากแอสเบสตอส (ใยหิน)


54 อาการแสดง โรคปอดใยหิน (Asbestosis) เป็นภาวะปอดเนื อพังผืดที่เกิดจากการหายใจฝุ่นใยหินเข้าไป มักเริ่มที่ส่วนล่างของปอด อาการมักเกิดหลังจากการได้รับแร่ใยหิน ไม่น้อยกว่า 7-10 ปี มีอาการหอบเหนื่อยเมื่อเริ่มออกก าลัง ไอแห้งๆ เจ็บหน้าอก ระยะแรกไม่พบอาการแสดง ระยะหลัง หอบรุนแรงขึ น ผิวเขียว โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคจากแอสเบสตอส (ใยหิน)


55 วิธีการป้องกัน - ใช้วิธีควบคุมทางวิศวกรรม เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นใยหิน - การท าความสะอาดพื้นที่ท างานที่มีฝุ่นใยหิน - ไม่ควรใช้วิธี กวาด และ เป่า เพราะจะท าให้ฝุ่นใยหินฟุ้งกระจาย - ล้างมือ อาบน้ า เปลี่ยนเสื้อผ้า หลังเลิกงาน - สวมหน้ากากปิดจมูกป้องกันฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพการกรองฝุ่นขนาด ไม่เกิน 0.3 ไมครอน ได้ 95 % (N95) โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคจากแอสเบสตอส (ใยหิน)


56 ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลตรวจวัดในบรรยากาศ ตรวจสมรรถภาพปอด ตรวจภาพรังสี (X-Ray) โดยแพทย์ที่ผ่านการอบรม ตรวจชิ นเนื อ โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคจากแอสเบสตอส (ใยหิน)


57 โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม อาชีพหรือลักษณะงานที่เสี่ยง 1.งานควบคุมและก าจัดแมลงและสัตว์พาหะ หรือสัตว์รังควาน 2.เกษตรกร งานไร่ งานสวน 3.งานการจัดการและผลิตพืช 4.งานผลิตสารก าจัดศัตรูพืช 5.โรงงานประเภทอื่นๆที่มีการใช้สารก าจัดศัตรูพืชดังกล่าว โรคหรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ นจาก หรือเป็นผล เนื่องมาจากการท างานหรือการประกอบอาชีพ ที่สัมผัสสารก าจัดศัตรูพืช


58 โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคหรืออาการสําคัญของพิษจากสารกําจัดศัตรูพืช การเข้าสู่ร่างกาย ทางการหายใจ อาจอยู่ในรูปของฝุ่นหรือละอองของสารละลาย เช่น เช่นหายใจเอา สารเคมีเข้าไปขณะฉีดพ่น หรือ ผู้คนที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ฉีดพ่น ข้อควรปฏิบัติ - ไม่ควรฉีดพ่นในขณะลมแรง- หรือฝนตก และควรยืนอยู่เหนือลมเสมอ - สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เช่น หน้ากากป้องกัน สารเคมี เป็นต้น ทางผิวหนัง เข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังได้โดยตรง เช่น ก่อนการฉีดพ่น สัมผัสได้ จากการผสมสารโดยไม่ใช้ถุงมือ ขณะฉีดพ่นสัมผัสจากการถูกละออง สารเคมี และเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มด้วยสารเคมี หลังฉีดพ่นสามารถสัมผัส สารเคมีได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปนเปื้อนอยู่ โดยไม่ใส่ถุงมือเป็นต้น ข้อควรปฏิบัติ - ควรสวมใส่ถุงมือ และเสื้อผ้าให้มิดชิด หากสารเคมีหกเปรอะเปื้อน ร่างกาย ให้ใช้น้ าสะอาดช าระล้างนานอย่างน้อย 15 นาที รีบอาบน้ าฟอก สบู่ และเปลี่ยนเสื้อผ้า ทางปาก เกิดขึ้นได้โดยบังเอิญ เช่น การใช้มือที่ปนเปื้อนหยิบจับอาหาร เป็นต้น ข้อควรปฏิบัติ - ห้ามกินอาหาร น้ า หรือสูบบุหรี่ ขณะผสมสารเคมี - ตรวจเช็คอุปกรณ์การฉีดพ่นให่อยู่ในสภาพที่ดี ไม่ช ารุด ห้ามใช้ปาก เป่าหัวฉีดพ่น


59 อาการแสดง เช่น ยาฆ่าแมลง - การสัมผัสทางการหายใจและผิวหนัง มักไม่ท าให้เกิด อาการรุนแรง - อาการเกิดขึ นช้าๆ วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน และมีเหงื่อ ออกมาก - อาการมากขึ นจะมีการกระตุกของกล้ามเนื อเป็นหย่อมๆ โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคหรืออาการสําคัญของพิษจากสารกําจัดศัตรูพืช ยาฆ่าหญ้า เช่น สารพาราควอท - มีพิษต่ผิวหนัง และเยื่อเมือก ผิวหนังแตก ผื่นแดง เป็นแผล - เล็บสีขาว เล็บเปราะ - ไอ เลือดก าเดาไหล เจ็บคอ - หากกินเข้าไป การหายใจล้มเหลว สารไกลโพเซต - ประเทศไทยยังคงใช้อย่างแพร่หลาย - มีพิษค่อนข้างต่ า บางรายไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย - บางรายมีอาการเจ็บคอ กลืนล าบาก เลือดออกในทางเดิน อาหาร เกิดอันตรายต่อ ตับ ไต ปอด ระบบหลอดเลือด และ ระบบประสาท


60 โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม จากกรณีที่บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จ ากัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้ด าเนินกิจการท าเหมืองแร่ และ โรงแต่งแร่ มาตั้งแต่ปี 2510


61 โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคจากตะกั่วหรือสารประกอบตะกั่ว จากสิ่งแวดล้อม แหล่งก าเนิด สามารถพบตะกั่วในรูปของฝุ่นหรือควัน เช่นเดียวกับอนุพันธ์ของตะกั่วพบได้ทั้งในบรรยากาศทั่วไป ในน้ า ในดิน ในอาหาร ยา แผนโบราณ และเครื่องใช้ที่มีตะกั่วปนเปื้อน หรือเป็นส่วนประกอบในน้ ามันเชื้อเพลิง ที่ผสมตะกั่วอินทรีย์และในบรรยากาศการท างาน และตะกั่วจากแหล่งต่างๆ


62 โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคจากตะกั่วหรือสารประกอบตะกั่ว จากสิ่งแวดล้อม กรณีตัวอย่าง ผู้ป่วยเด็กชายชาวกัมพูชาอายุ 3 ปี 5 เดือน มีอการปวดท้องและอาเจียน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ที่หอ ผู้ป่วยกุมารเวชกรรม ในวันที่ 4 มิ.ย. 58 ตรวจ CBC พบภาวะซีด พบตวามผิดปกติของเม็ดเลือดแดง และตรวจพบระดับตะกั่วใน เลือดสูง 162 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร ซักประวัติบิดา มารดา ของผู้ป่วย • ทั้งคู่ท างานรับจ้างเชื่อมโครงเหล็ก (ต่อเติมอาคาร) ในโรงงานรีไซเคิลพลาสติก แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ • อาศัยอยู่ที่บ้านพักคนงานภายในโรงงานแห่งนี้เป็นระยะเวลาหลายเดือน • ลูกมักจะเล่นอยู่ใกล้ๆบริเวณที่ทั้งสองท างานเชื่อมเหล็ก • ผลการตรวจเลือด บิดา มารดาของผู้ป่วย (ผลแลปวันที่ 16. มิ.ย. 58) - บิดา ระดับตะกั่วในเลือดสูง 85.8 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร - มารดา ระดับตะกั่วในเลือดสูง 75.2 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร


63 โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคหรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ นจาก หรือเป็นผล เนื่องมาจากมลพิษที่มีฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ทั งนี ต้องไม่เกิดจากโรคหรือภาวะอื่นๆ ที่มีลักษณะอาการ คล้ายคลึงกัน


64 ผลกระทบต่อสุขภาพ ระบบทางเดินหายใจ - ก่อให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ เกิดอาการไอ ไอเรื อรัง มีเสมหะ หายใจล าบาก - ประสิทธิภาพการท างานของปอดลดลง หัวใจท างานหนักขึ น - อาจก่อให้เกิดการติดเชื อในระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง หรืออาจท าให้เกิด โรคมะเร็งได้ ระบบหลอดเลือดหัวใจ - จากการวิจัยพบว่าอนุภาคเล็กเหล่านี ท าให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ น และยังเพิ่มระดับไขมันในเลือด - การได้รับฝุ่นในระยะสั นกระตุ้นให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ - อาจเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดสมองตีบ หรือ สมองแตก (Stroke) ได้ โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคหรืออาการที่เกิดจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน


65 ผลกระทบต่อสุขภาพ โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคหรืออาการที่เกิดจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน คนแข็งแรง ระยะสั้น - ระคายเคือง - แสบจมูก แสบตา แสบคอ ระยะยาว - ส่งผลเหมือนควันบุหรี่ - โรคปอด - โรคหลอดเลือดหัวใจ Stroke คนท้อง - ทารกน าหนักน้อย - แท้ง คนป่วย - โรคหอบก าเริบ - ภูมิแพ้ก าเริบ - โรคหัวใจก าเริบ คนแก่ - หายใจไม่สะดวก เหนื่อย เด็ก - แสบจมูก แสบตา แสบคอ - หวัดแทรกซ้อน


66 กรณีตัวอย่าง โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โรคหรืออาการที่เกิดจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา จ.สมุทรปราการ ปี 2557 และ ปี 2565 ไฟป่าดอยสุเทพ PM 2.5 ใน กทม.


67 ปัจจัยอื่นๆ ที่กําหนดการพัฒนาหรือความรุนแรงของโรคจากการทํางาน ได้แก่ • ปริมาณการสัมผัสหรือปริมาณที่เข้าสู่ร่างกาย • ระยะเวลาในการสัมผัส • ความเป็นพิษของสารเคมี • การขับสารออกจากร่างกาย • ความไวในการรับสัมผัสส่วนบุคคล • ผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ การสัมผัสสารเคมีชนิดอื่น ความรุนแรงของโรค ขึ้นอยู่กับการรับสัมผัสสารด้วยเช่นกัน โดยทั่วไป หากยิ่งรับสัมผัสเป็นเวลานาน และปริมาณความเข้มข้นที่สูง ความเสี่ยงหรือการพัฒนาของโรคต่อสุขภาพ ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย


68 โรคจากการทํางานสามารถป้องกันได้อย่างไร • เรียนรู้อันตรายในสถานที่ท างาน เพื่อหาวิธีป้องกันผู้ปฏิบัติงานจากอันตรายนั้น • นายจ้างควรพัฒนาระบบความปลอดภัย โปรแกรม ข้อก าหนด และขั้นตอนการท างาน ที่ ออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ท างานไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย และ ลูกจ้างควรปฏิบัติตาม • สื่อสารความเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความเสี่ยงต่อพนักงาน ให้ข้อมูลที่เหมาะสม และอบรมให้ ความรู้กับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถป้องกันตนเองจากอันตรายเบื้องต้นได้ • ท างานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อสอบสวนการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วย ที่มีลักษณะ บ่งชี้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการท างาน เช่น บอกกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพว่าท างานที่ไหน ท างานอะไร และเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใด เพื่อให้ทราบถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของ ผู้ปฏิบัติงาน


(1) ผู้ปฏิบัติงาน ปัจจัยที่เกี่ยวกับตัวผู้ปฏิบัติงานที่นับว่ามีอิทธิพลต่อการเจ็บป่วย และ/หรือโรคจากการท างาน มีหลายประการ เช่น อายุ เพศ กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ ภาวะโภชนาการ ของแต่ละบุคคล โรคประจ าตัว ความไวต่อการ เกิดโรค พื้นฐานการศึกษาของผู้ปฏิบัติงาน องค์ประกอบด้านจิตใจ และองค์ประกอบด้านพฤติกรรม เป็นต้น (2) สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ คือสาเหตุที่ส าคัญของการเกิด การเจ็บป่วยและ/หรือโรคจากการท างาน ซึ่งแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ทางเคมี ทาง ชีวภาพ ทางการยศาสตร์ และทางจิตวิทยาสังคม (3) สิ่งแวดล้อมทั่วไป เป็นปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นและส่งเสริม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่จะท าให้โรคเกิดเร็วขึ้น เช่น สภาพที่พักอาศัยไม่ถูกสุขลักษณะ สภาพภูมิอากาศ และสภาพเศรษฐกิจ เป็นต้น 69 องค์ประกอบที่ทําให้เกิดการเจ็บป่วย/โรคจากการทํางาน มี 3 ปัจจัย ได้แก่


การป้องกัน อุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทํางาน 70


71 ลําดับมาตรการป้องกันอันตราย หรือควบคุมความเสี่ยง ขจัดอันตราย การทดแทน การควบคุมทางวิศวกรรม บริหารจัดการ


ในการควบคุมความเสี่ยง มาตรการที่ต้องพิจารณาเป็นล าดับแรกคือการขจัด อันตราย ซึ่งถือ เป็นมาตรการคุ้มครองดูแลที่ดีที่สุด เพราะช่วยลดความเสี่ยงต่อ การสัมผัสอันตรายได้ ท าให้ลูกจ้างมีโอกาสได้รับอันตรายน้อยที่สุด และเป็นการควบคุม ที่ถาวร เช่น การใช้หุ่นยนต์ท างานแทนมนุษย์ การแยกเส้นทางคนเดินกับเส้นทาง ยานพาหนะ เป็นต้น 72 มาตรการลําดับที่ 1 การขจัดอันตราย


มาตรการควบคุมอันตรายหรือความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาเป็นล าดับที่ 2 คือ การ ทดแทนด้วยวัสดุ วิธีการท างาน หรืออุปกรณ์ที่มีอันตรายน้อยกว่า ถือเป็นมาตรการที่ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสอันตราย ท าให้มีโอกาสได้รับอันตรายจากการท างาน น้อยลง เช่น การเลือกใช้สารเคมีที่มีอันตรายน้อยกว่าแทนการใช้สารเคมีที่มีอันตรายมาก หรือการใช้สีที่ใช้น้ าเป็นตัวท าละลายแทนการใช้สีที่ใช้สารประเภทน้ ามันเป็นตัวท าละลาย การน าขั้นตอนการท างานที่มีความเสี่ยงบนที่สูงลงมาท าในระดับพื้นดิน เป็นต้น 73 มาตรการลําดับที่ 2 การทดแทนด้วยสิ่งที่มีอันตรายน้อยกว่า


หากไม่สามารถควบคุมอันตรายหรือความเสี่ยงด้วยการขจัดอันตราย (มาตรการ ล าดับที่ 1) และการทดแทนด้วยสิ่งที่มีอันตรายน้อยกว่า (มาตรการล าดับที่ 2) ได้ ก็ให้ พิจารณาด าเนินการควบคุมด้วยการควบคุมทางวิศวกรรม ซึ่งเป็นการดําเนินการ ควบคุมเพื่อให้สถานที่ทํางานปลอดภัย เช่น การติดตั้งการ์ดส่วนที่เป็นอันตรายของ เครื่องจักร การติดตั้งระบบระบายอากาศ การลดความดังของเสียง การยกย้ายวัสดุ โดยใช้อุปกรณ์เครื่องกล การป้องกันการตกจากที่สูงโดยการติดตั้งราวกันตก เป็นต้น 74 มาตรการลําดับที่ 3 การควบคุมทางวิศวกรรม


การ ควบคุมเชิงบริหารจัดการ โดยการให้ข้อมูลความรู้และการอบรมที่เหมาะสม การตรวจสอบอุปกรณ์ความปลอดภัย มีระบบการอนุญาตเข้าปฏิบัติงาน การตรวจวัด สภาพแวดล้อมในการท างาน การจัดให้มีโครงการเฝ้าระวังสุขภาพส าหรับผู้ปฏิบัติงานที่ ได้มีการชี้บ่งว่ามีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่สัมผัสกับเสียงดัง ผู้ที่ใช้เครื่องมือที่มีความ สั่นสะเทือน ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น 75 มาตรการลําดับที่ 4 การควบคุมเชิงบริหารจัดการ


มาตรการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลนี้ไม่ควรน ามาใช้เป็น มาตรการหลักในการป้องกันอันตราย เนื่องจาก เป็นมาตรการควบคุมเพื่อลดความ รุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่เป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุหาก จ าเป็นต้องใช้ ให้เลือกใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับลักษณะงาน และควรให้ผู้ใช้มีส่วน ร่วมในการเลือกใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ตลอดจนมีการให้ความรู้ เกี่ยวกับวิธีการใช้ การบ ารุงรักษาอุปกรณ์อย่างถูกต้อง 76 มาตรการลําดับที่ 5 การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล


การร่วมมือ และการส่งเสริมสุขภาพของลูกจ้าง 77


78 ความร่วมมือและการส่งเสริมสุขภาพของลูกจ้าง หากนายจ้างได้ด าเนินการตามมาตรการดังกล่าวข้างต้นแล้ว แต่ลูกจ้างไม่ให้ความ ร่วมมือที่ดีในการด าเนินการร่วมกับนายจ้าง ก็จะท าให้การด าเนินมาตรการป้องกันอันตราย หรือควบคุมความเสี่ยงไม่ประสบความส าเร็จ ดังนั้นลูกจ้างจึงต้องมีความตระหนักถึงปัญหา ความไม่ปลอดภัยในการท างานที่มีผลกระทบต่อตนเองและเพื่อนร่วมงาน และมีจิตส านึกในการ ป้องกันอุบัติเหตุและโรคจากการท างาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของลูกจ้างทุกคนที่จะต้องปฏิบัติในเรื่อง ต่างๆ


การให้ความร่วมมือกับนายจ้างในการดําเนินการตามกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ 79 ความร่วมมือและการส่งเสริมสุขภาพของลูกจ้าง (1) การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสถานประกอบกิจการอย่าง เคร่งครัด (2) การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างถูกต้อง (3) หากพบสภาพการท างาน หรือการกระท าที่ไม่ปลอดภัยต่าง ๆ ต้องแจ้งให้ หัวหน้างานทราบโดยเร็ว (4) การเข้ารับการอบรมในหลักสูตรความปลอดภัยในการท างานต่าง ๆ (5) การเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นระยะ ๆ เพื่อการเฝ้าระวังโรคจากการท างาน (6) เข้าร่วมกิจกรรมและโครงการด้านความปลอดภัยฯ ที่นายจ้างจัดขึ้น


เตรียมร่างกายและจิตใจให้มีความพร้อมในการทํางาน 80 ความร่วมมือและการส่งเสริมสุขภาพของลูกจ้าง o เริ่มวันใหม่ด้วยอารมณ์สดใส o มีสมาธิในการท างาน มุ่งสร้างผลงานที่มีประสิทธภาพ o มีสติในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยในการท างาน o มีการวางแผนในการปฏิบัติกิจกรรมนอกงาน ต่างๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการท างาน ส่งเสริมสุขภาพกายและใจตนเอง o การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย o การพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูก่อนเริ่มการท างานในแต่ละวัน o การผ่อนคลายความเครียด ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ฝึกสมาธิ ท าจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส o การงดสิ่งเสพติด เช่น เหล้า บุหรี่ ยาบ้า เป็นต้น o หมั่นออกก าลังกายอย่างสม่ าเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อเพิ่มความตื่นตัวในการท างาน o ท าความสะอาดที่พักอาศัยและสถานที่ท างานให้ถูกสุขลักษณะอย่างสม่ าเสมอ


81 1 • ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทํางาน 2 • กฎหมายความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน 3 • ข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการ ทํางาน หัวข้ออบรม 1. พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน พ.ศ. 2554 2. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการท างาน


82 แนวคิด กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน เป็นมาตรฐานขั้นต่ าที่ นายจ้างต้องใช้ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการท างานในสถานประกอบกิจการ เพื่อให้ลูกจ้างปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 รวม 16 ข้อ (16 มีนาคม 2515) พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 รวม 116 ข้อ (12 กุมภาพันธ์ 2541) พรบ.ความปลอดภับฯ พ.ศ. 2554 รวม 74 ข้อ (17 มกราคม 2554) พรบ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2553 รวม 8 ข้อ (17 มกราคม 2554) ความเป็นมา


พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 83


84 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 ประกอบด้วย 8 หมวด 74 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป ประกอบด้วยมาตรา 6 และมาตรา 7 หมวด 2 การบริหาร การจัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางาน ประกอบด้วยมาตรา 8 ถึงมาตรา 23 หมวด 3 คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ประกอบด้วย มาตรา 24 ถึงมาตรา 31 หมวด 4 การควบคุม กํากับ ดูแล ประกอบด้วยมาตรา 32 ถึงมาตรา 34 หมวด 5 พนักงานตรวจความปลอดภัย ประกอบด้วยมาตรา 35 ถึงมาตรา 43 หมวด 6 กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ประกอบด้วยมาตรา 44 ถึง มาตรา 51 หมวด 7 สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ประกอบด้วยมาตรา 52 หมวด 8 บทกําหนดโทษ ประกอบด้วยมาตรา 53 ถึงมาตรา 72 บทเฉพาะกาล ประกอบด้วยมาตรา 73 และมาตรา 74


85 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 ให้นายจ้างมีหน้าที่จัดและดูแลสถานประกอบกิจการและลูกจ้างให้มีสภาพการท างานและ สภาพแวดล้อมในการท างานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการ ปฏิบัติงานของลูกจ้างมิให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัย ให้ลูกจ้างมีหน้าที่ให้ความร่วมมือกับนายจ้างในการด าเนินการและส่งเสริมด้านความ ปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ลูกจ้างและ สถานประกอบกิจการ มาตรา 6


86 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 ให้นายจ้างบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ก าหนดในกฎกระทรวง การก าหนดมาตรฐานตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจัดท าเอกสารหรือรายงานใด โดยมีการ ตรวจสอบหรือรับรองโดยบุคคล หรือนิติบุคคลตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง ให้ลูกจ้างมีหน้าที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการท างานตามมาตรฐานที่ก าหนดในวรรคหนึ่ง มาตรา 8


87 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 กฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 8 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ ด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556


88 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 o จัดท าและแจ้งบัญชีรายชื่อ สารเคมีอันตรายที่อยู่ในครอบครอง และรายละเอียดข้อมูลความ ปลอดภัยของสารเคมีอันตราย ภายในเดือนมกราคมของทุกปี o การจัดการสารเคมีอันตราย เช่น การปิดฉลากไว้ที่หีบห่อบรรจุภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุ ห่อหุ้มสารเคมี o จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพ ของลูกจ้างในกรณีที่มีการใช้สารเคมีอันตราย o การตรวจวัดและวิเคราะห์สารเคมีอันตราย คุณสัมบัติของผู้ตรวจวัด/วิเคราห์ และ การจัดท ารายงาน o การจัดท าคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติ และ ขั้นตอนในการท างานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายนั้น


89 กฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ข้อ 2 การจัดท าบัญชีรายชื่อ สารเคมีอันตราย ข้อ 29 การตรวจวัดสารเคมี อันตรายในบรรยากาศ ข้อ 28 การป้องกันและควบคุม สารเคมีอันตราย พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน พ.ศ. 2554 มาตรา 8 นายจ้างบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัยฯ รัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทย มาตรา 29,33,41,43 บางประการเกี่ยวกับการจ ากัดสิทธิและเสรีภาพบุคคล Timeline ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและ รายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตราย (พ.ศ. 2556) ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการ วิเคราะห์ผลการตรวจวัดระดับความเข้มข้น ของสารเคมีอันตราย (พ.ศ. 2559) และ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2564) ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจ ากัดความเข้มข้นของสารเคมี อันตราย (พ.ศ. 2560)


90 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 กฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 8 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ ด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558


91 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 o แผนผังวงจรไฟฟ้าที่ติดตั้งภายในสถานประกอบกิจการ o การติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้า ระบบป้องกันฟ้าผ่า ตามมาตรฐาน o ตรวจสอบและบ ารุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า o อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า o ข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านความ ปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า o สื่อสารแผ่นภาพพร้อมค าบรรยายติกไว้ในบริเวณ ที่ท างาน o การฝึกอบรมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ให้มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะที่จะเป็น ในการท างาน


92 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 กฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 8 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559


93 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 o ให้นายจ้างควบคุมและรักษาระดับความร้อนภาย ในสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างท างานอยู่มิให้เกินมาตรฐาน o นายจ้างต้องจัดให้สถานประกอบกิจการมีความเข้มของแสงสว่าง ไม่ต่ ากว่ามาตรฐานที่อธิบดีประกาศก าหนด o ในกรณีที่สภาวะการท างานในสถานประกอบกิจการมีระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉลี่ย ตลอดระยะเวลาการท างานแปดชั่วโมงตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป ให้นายจ้างจัดให้มี มาตรการอนุรักษ์การได้ยินในสถานประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศ ก าหนด


94 กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 14 หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และวิเคราะห์ สภาวะการท างานฯ ข้อ 15 ให้นายจ้างจัดท ารายงานการตรวจวัดและ วิเคราะห์สภาวะการท างาน รัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทย มาตรา 29,33,41,43 บางประการเกี่ยวกับการจ ากัดสิทธิและเสรีภาพบุคคล Timeline ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ ตรวจวัด และการวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต้อง ด าเนินการ (พ.ศ. 2561) และ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2564) (วิธีการวิเคราะห์ คุณสมบัติผู้ตรวจวัด และวิเคราะห์สภาวะการท างาน) ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ก าหนดแบบรายงาน ผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับความร้อน แสง สว่าง และเสียงภายในสถานประกอบกิจการ (พ.ศ. 2561) (ก าหนดแบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาพการท างาน ความร้อน แสงสว่าง และเสียง (แบบ รสส.))


95 กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 4 นายจ้างต้องจัดให้สถานประกอบกิจการมีความเข้มข้นของแสงสว่างไม่ต่ ากว่ามาตราฐาน พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน พ.ศ. 2554 มาตรา 8 นายจ้างบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัยฯ รัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทย มาตรา 29,33,41,43 บางประการเกี่ยวกับการจ ากัดสิทธิและเสรีภาพบุคคล Timeline ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง (พ.ศ 2561) นายจ้างต้องจัดให้สถานประกอบกิจการมีความเข้มของแสงสว่างไม่ต่ ากว่ามาตรฐานที่ก าหนด


96 กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 8 นายจ้างต้องควบคุมระดับความดังเสียงที่ ลูกจ้างได้รับสัมผัสในบริเวณสถานประกอบกิจการ ข้อ 11 นายจ้างต้องควบคุมระดับดความดังเสียงที่ ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการท างานในแต่ละวัน (TWA) มิให้เกินมาตรฐาน รัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทย มาตรา 29,33,41,43 บางประการเกี่ยวกับการจ ากัดสิทธิและเสรีภาพบุคคล Timeline ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลา การท างานในแต่ละวัน (พ.ศ. 2561) (นายจ้างต้องควบคุมระดับดความดังเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอด ระยะเวลาการท างานในแต่ละวัน (TWA) มิให้เกินมาตรฐาน) ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท ามาตรการอนุรักษ์การได้ยินในสถาน ประกอบกิจการ (พ.ศ. 2561) (นโยบายการอนุรักษ์การได้ยิน การเฝ้าระวังเสียงดัง การเฝ้าระวังการ ได้ยิน ผู้ที่เกี่ยวข้อง การฝึกอบรม)


97 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 กฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 8 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการ ป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555


98 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 o การจัดการระบบและแผนป้องกัน และระงับอัคคีภัย o ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ o ระบบน้ าดับเพลิงและอุปกรณ์ประกอบเพื่อใช้ในการดับเพลิง (น้ าส ารอง ท่อน้ าและสายน้ าดับเพลิง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ) o วัตถุไวไฟ/วัตถุระเบิด ของเสีที่ติดไฟได้ง่าย อันตรายจากฟ้าผ่า o การด าเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยจากอัคคีภัยและการรายงานผลการด าเนินการ


99 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 o ให้ยกเลิกความใน (1) ของข้อ 11 แห่งกฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับการ ป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ (1) ตัวอักษรต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 10 เซนติเมตร และมองเห็นได้อย่างชัดเจน” กฎกระทรวง การขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2564 o ก าหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ พร้อมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง o การรายงานผลการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟให้เป็นไปตาม แบบรายงานผลการฝึกซ้อมและอพยพหนีไฟ


100 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานการทํางาน เกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 ให้นายจ้างแจ้งประเภทต้นก าเนิดรังสี ปริมาณรังสี และสถานประกอบกิจการซึ่งต้นก าเนิดรังสีนั้นตั้งอยู่ รวมทั้งแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการ อนุญาตหรือการแจ้งการครอบครองหรือใช้ ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับ แต่วันที่น าต้นก าเนิดรังสีเข้ามาในสถานประกอบกิจการ นายจ้างต้องจัดท าข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมที่ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับเป็นประจ าทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับ ประเภทของต้นก าเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้ลูกจ้างทราบทุกครั้ง นายจ้างซึ่งมีต้นก าเนิดรังสีประเภทที่ต้องแจ้งการครอบครองหรือใช้ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการท างานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย หนึ่งคนประจ าสถานประกอบกิจการตลอดระยะเวลาที่มีการท างานเกี่ยวกับรังสี นายจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอันตรายจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมตามแผน ดังกล่าวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง “ต้นก าเนิดรังสี” หมายความว่า วัสดุกัมมันตรังสี เครื่องก าเนิดรังสี หรือวัสดุนิวเคลียร์ “เครื่องก าเนิดรังสี” หมายความว่า เครื่องหรือระบบอุปกรณ์เมื่อมีการให้พลังงานเข้าไปแล้วจะก่อให้เกิดการปลดปล่อยรังสีออกมา และ อุปกรณ์ตามที่ก าหนดใน ฎกระทรวงที่ออกตามกฎหมาย ว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติที่ใช้ประกอบเป็นเครื่องก าเนิดรังสี “ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี” หมายความว่า ลูกจ้างซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานหรือท าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับรังสี


Click to View FlipBook Version