The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2567_หลักสูตรอบรมความปลอดภัยในการทำงานสำหรับพนักงานใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Santanong Kuadnok, 2024-05-02 02:49:29

2567_หลักสูตรอบรมความปลอดภัยในการทำงานสำหรับพนักงานใหม่

2567_หลักสูตรอบรมความปลอดภัยในการทำงานสำหรับพนักงานใหม่

101 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 กฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 8 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพ ลูกจ้างซึ่งทํางานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563


102 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทํางานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 “การตรวจสุขภาพ” หมายความว่า การตรวจร่างกายและสภาวะทางจิตใจตามวิธีทางการแพทย์เพื่อให้ทราบถึง ความเหมาะสมของสภาวะสุขภาพของลูกจ้าง หรือผลกระทบต่อสุขภาพของลูกจ้างอันอาจเกิดจากการท างาน เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง “งานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง” หมายความว่า งานที่ลูกจ้างท าเกี่ยวกับ (1) สารเคมีอันตรายตามที่อธิบดีประกาศก าหนด (2) จุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น (3) กัมมันตภาพรังสี (4) ความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน ความกดดันบรรยากาศ แสง หรือเสียง (5) สภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกจ้าง เช่น ฝุ่นฝ้าย ฝุ่นไม้ ไอควันจากการเผาไหม้


103 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทํางานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงตามระยะเวลา ดังต่อไปนี้ 1) การตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรก ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับลูกจ้างเข้าท างาน และจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้าง ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 2) ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่มีความจ าเป็นต้องตรวจสุขภาพตามระยะเวลาอื่นตามผลการตรวจสุขภาพ ให้นายจ้างจัดให้มี การตรวจสุขภาพลูกจ้างตามระยะเวลานั้น 3) ในกรณีที่นายจ้างเปลี่ยนงานที่มีปัจจัยเสี่ยงของลูกจ้างแตกต่างไปจากเดิม ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างทุกครั้งให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนงาน การตรวจสุขภาพ ให้กระท าโดยแพทย์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีว เวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง นายจ้างจัดให้มีสมุดสุขภาพประจ าตัวของลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงตามแบบที่อธิบดีประกาศก าหนด และให้นายจ้างบันทึกผลการตรวจ สุขภาพลูกจ้างในสมุดสุขภาพประจ าตัวของลูกจ้างตามผลการตรวจของแพทย์ ทุกครั้งที่มีการตรวจสุขภาพ ให้นายจ้างเก็บบันทึกผลการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง รวมทั้งข้อมูลสุขภาพอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานตรวจความ ปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลา ให้นายจ้างส่งผลการตรวจสุขภาพลูกจ้างที่ผิดปกติหรือที่มีอาการหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการท างาน การให้การรักษาพยาบาล และการป้องกันแก้ไขต่อ พนักงานตรวจความปลอดภัย ตามแบบและวิธีการที่อธิบดีประกาศก าหนดภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบความผิดปกติหรือการเจ็บป่วยของลูกจ้าง


104 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 กฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 8 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการ จัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565


ระบบการจัดการ 105 ISO 14001 ISO 45001


106 ISO 14001 ISO 45001 นโยบาย


107 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 กฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 13 กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยใน การทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565


108 กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือ คณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 นายจ้างของสถานประกอบกิจการประเภทที่ระบุในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการท างาน เว้นแต่เป็นสถานประกอบกิจการประเภทที่มีจ านวนลูกจ้างไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้อง จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างาน มีหน้าที่ 10 ข้อ มีหน้าที่ 4 ข้อ มีหน้าที่ 6 ข้อ มีหน้าที่ 9 ข้อ มีหน้าที่ 13 ข้อ อบรม/พัฒนาความรู้ ≥ 12 ชม./ปี


109 กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือ คณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 นายจ้างของสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างจ านวน 50 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานของสถานประกอบกิจการภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบ จ านวนดังกล่าว มีหน้าที่ 12 ข้อ


110 กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือ คณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 นายจ้างในสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างจ านวน 200 คนขึ้นไปต้องจัดให้มีหน่วยงานความปลอดภัย เพื่อดูแลและปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานของสถานประกอบกิจการ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจ านวนดังกล่าว มีหน้าที่ 10 ข้อ


111 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 ให้นายจ้างจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน เพื่อให้บริหารจัดการ และด าเนินการด้านความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานได้อย่างปลอดภัย ในกรณีที่นายจ้างรับลูกจ้างเข้าท างาน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ท างาน หรือเปลี่ยนแปลง เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ซึ่งอาจท าให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ อนามัยให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างทุกคนก่อนการเริ่มท างาน มาตรา 16 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฝึกอบรม ผู้บริหารหัวหน้างาน และลูกจ้าง ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2555


112 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 ให้นายจ้างติดประกาศสัญลักษณ์เตือนอันตรายและเครื่องหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน รวมทั้งข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ของ นายจ้างและลูกจ้างตามที่อธิบดีประกาศก าหนดในที่ที่เห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบกิจการ มาตรา 17 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง สัญลักษณ์เตือนอันตราย เครื่องหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง พ.ศ. 2554


113 ป้ายหรือสัญลักษณ์ความปลอดภัย


114 ป้ายหรือสัญลักษณ์ความปลอดภัย เครื่องหมายห้าม


115 ป้ายหรือสัญลักษณ์ความปลอดภัย เครื่องหมายเตือน


116 ป้ายหรือสัญลักษณ์ความปลอดภัย เครื่องหมายบังคับ


117 ป้ายหรือสัญลักษณ์ความปลอดภัย เครื่องหมายสภาวะปลอดภัย


118 ป้ายหรือสัญลักษณ์ความปลอดภัย เครื่องหมายอุปกรณ์เกี่ยวกับ อัคคีภัย


119 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 ในกรณีที่สถานที่ใดมีสถานประกอบกิจการหลายแห่ง ให้นายจ้างทุกรายของสถาน ประกอบกิจการในสถานที่นั้น มีหน้าที่ร่วมกันด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการท างานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ลูกจ้างซึ่งท างานในสถานประกอบกิจการตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งลูกจ้างซึ่งท างานใน สถานประกอบกิจการอื่นที่ไม่ใช่ของนายจ้าง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานซึ่งใช้ในสถานประกอบกิจการนั้น ด้วย มาตรา 18 มาตรา 21 ลูกจ้างมีหน้าที่ดูแลสภาพแวดล้อมในการท างานตามมาตรฐานที่ก าหนดในกฎกระทรวงที่ ออกตามมาตรา 8 เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัย โดย ค านึงถึงสภาพของงานและพื้นที่ที่รับผิดชอบ


120 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 ให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ที่ได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศก าหนด ลูกจ้างมีหน้าที่สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและดูแลรักษาอุปกรณ์ ตามวรรคหนึ่งให้สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาท างาน มาตรา 22 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กําหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 มาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ได้แก่ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานขององค์การ มาตรฐานสากล (ISO,European Standards : EN, AS/NZS,ANSI,JIS,NIOSH,OSHA,NFPA)


121 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้น ากฎกระทรวงที่ออกตามความในหมวด 8 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาใช้ บังคับโดยอนุโลม มาตรา 74 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. 2552 แบ่งเป็น 4 หมวด ดังนี้ 1. เครื่องจักร 2. ปั้นนจั่น 3. หม้อน้ํา 4. การคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล Note : กฎหมายยกเลิก แล้ว ใช้ปี 64 แทน


122 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. 2552 นายจ้างต้องดูแลใหลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับเครื่องจักรปฏิบัติ ดังตอไปนี้ (1) สวมใสเครื่องนุงหมใหเรียบร้อย รัดกุม และไมรุงริ่ง (2) ไมสวมใสเครื่องประดับที่อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได (3) รวบผมที่ปลอยยาวเกินสมควรหรือท าอยางหนึ่งอยางใดให้อยูในลักษณะที่ปลอดภัย นายจ้างต้องดูแลใหลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับเครื่องจักร ตรวจสอบเครื่องจักรนั้นใหอยูในสภาพใชการไดดีและปลอดภัย ตามระยะเวลาการใชงานที่เหมาะสม และจัดใหมีการตรวจรับรองประจ าปตามชนิดและประเภทที่อธิบดีประกาศก าหนด ลูกจ้างท างานเกี่ยวกับเครื่องปมโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟา เครื่องเชื่อมกาซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อาจกอให เกิดอันตรายไดโดยสภาพตามที่อธิบดีประกาศก าหนด นายจ้างต้องใช้ลูกจ้างที่มีความช านาญในการใชเครื่องจักรนั้น และผานการ อบรมตามหลักเกณฑและวิธีการที่อธิบดีประกาศก าหนด นายจ้างต้องบ ารุงรักษาและดูแลเครื่องปองกันอันตรายจากเครื่องจักรใหอยูในสภาพที่สามารถปองกันอันตรายได้ นายจ้างต้องจัดให้มีเครื่องป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรอยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้ (1) ที่ครอบปดคลุมบริเวณที่อาจเปนอันตราย (2) อุปกรณที่สามารถหยุดเครื่องปมโลหะไดทันทีเมื่อสวนของรางกายเข้าใกลบริเวณที่อาจเปนอันตราย (3) อุปกรณอื่นที่สามารถปองกันมิใหสวนของรางกายเขาไปในบริเวณที่อาจเปนอันตราย


123 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. 2552 เครื่องเชื่อมไฟฟาและเครื่องเชื่อมกาซ นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังตอไปนี้ (1) จัดใหมีเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายไดติดตั้งไวในบริเวณใกล้เคียงที่สามารถน ามาใช้ดับเพลิงไดทันที (2) จัดใหมีอุปกรณคุมครองความปลอดภัยสวนบุคคลใหลูกจางสวมใส (3) จัดบริเวณที่ปฏิบัติงานมิใหมีวัสดุที่ติดไฟง่ายวางอยู่ (4) จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณปองกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสมเพื่อปองกันอันตรายจากประกายไฟและแสงจ้า นายจางให้ลูกจ้างท างานเกี่ยวกับรถยก นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังตอไปนี้ (1) จัดใหมีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถปองกันอันตรายจากวัสดุตกหลนได (2) จัดท าปยบอกพิกัดน้ าหนักยกใหตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของไดโดยปลอดภัยติดไว้ ที่รถยกเพื่อให้ลูกจางเห็นได้ชัดเจน (3) ตรวจสอบรถยกใหมีสภาพใชงานไดอยางปลอดภัยกอนการใชงานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไวใหพนักงาน ตรวจแรงงานตรวจสอบได (4) จัดใหมีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะท างานตามความเหมาะสมของการใชงาน


124 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. 2552 นายจ้างจัดให้มีลิฟตในการปฏิบัติงาน นายจ้างตองปฏิบัติ ดังตอไปนี้ (1) จัดท าค าแนะน าอธิบายการใชลิฟตและการขอความชวยเหลือติดไวในหองลิฟต (2) จัดท าค าแนะน าอธิบายการใหความชวยเหลือ ติดไวในหองจักรกลและห้องผูดูแลลิฟต (3) จัดท าขอหามใชลิฟต ติดไวที่ขางประตูลิฟตด้านนอกทุกชั้น (4) จัดใหมีการตรวจสอบลิฟต์กอนการใชงานทุกวัน หากสวนใดช ารุดเสียหายต้องซอมแซมใหเรียบ ร้อยกอนใช้งาน (5) จัดใหมีมาตรการปองกันอันตรายและติดปายหามใชลิฟตใหผูที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหวางที่มี การซอมบ ารุง การตรวจสอบ หรือการทดสอบลิฟต


125 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. 2552 นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบและการตรวจสอบการติดตั้งปนจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะ และคูมือการใชงานของผูผลิตโดยวิศวกรกอนการใชงาน และจัดท ารายงานการตรวจสอบและการ ทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกรรับรอง เก็บไวใหพนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบได ในกรณีที่มีการหยุดใชงานปนจั่นตั้งแต 6 เดือนขึ้นไป กอนน ามาใชงานใหมนายจ้างต้อง ด าเนินการตามวรรคหนึ่ง นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบสวนประกอบและอุปกรณของปนจั่นปละไมน้อยกวา 1 ครั้งตาม ประเภทและลักษณะของงาน ตามหลักเกณฑและวิธีการที่อธิบดีประกาศก าหนด


126 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. 2552 นายจ้างตองใช้หม้อน้ าและอุปกรณประกอบตาง ๆ ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม มาตรฐาน ISO มาตรฐาน ASME มาตรฐาน JIS มาตรฐาน DIN มาตรฐาน TRD มาตรฐาน BS มาตรฐาน EN หรือมาตรฐานอื่นที่อธิบดีประกาศก าหนด นายจ้างต้องจัดท าปายประกาศก าหนดวิธีการท างานของลูกจ้างเกี่ยวกับการใช้หม้อน้ าการตรวจสอบ อุปกรณประกอบ และการแกไขข้อขัดของในการปฏิบัติงาน ติดไวบริเวณที่ลูกจ้างเห็นไดชัดเจน นายจ้างต้องจัดให้มีผู้ควบคุมหม้อน้ าที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ผ่านการอบรมามหลักสูตรผู้ควบคุม หม้อน้ าจากสถาบันของทางราชการ รัฐวิสหกิจ หรือสถาบันอื่น ทั้งนี้ตามที่อธิบดีประกาศก าหนด


127 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทํางานอื่นๆ นอกจากพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการท างานพ.ศ. 2554 แล้วยังมีกกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีความ เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการท างาน ได้แก่ กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2541) เรื่อง งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง กฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พ.ศ.2541) เรื่อง งานที่ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุ ต่ ากว่า 18 ปี ท างาน กฎกระทรวงฉบับที่ 12 (พ.ศ.2541) เรื่อง งานขนส่งทางบก กฎกระทรวงก าหนดอัตราน้ าหนักที่นายจ้างใหลูกจ้างท างานได้ (พ.ศ. 2547) กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ (พ.ศ. 2548) >200 >1,000


128 1 • ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทํางาน 2 • กฎหมายความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน 3 • คู่มือว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทํางานของหน่วยงาน หัวข้ออบรม 1. แนวคิด ที่มาและความส าคัญ 2. กฎความปลอดภัยทั่วไป 3. กฎความปลอดภัยในการท างานเฉพาะเรื่อง 4. ข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัย


129 แนวคิด ที่มาและความสําคัญ


130 แนวคิด o นายจ้างต้องจัดให้มีข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การท างาน ไว้ในสถานประกอบกิจการ o นายจ้างต้องจัดให้มีการอบรมและฝึกปฏิบัติตามข้อบังคับจนกว่าลูกจ้างจะสามารถท างาน ได้อย่างถูกต้องปลอดภัย o ลูกจ้างจะต้องรู้ และปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัยฯ รวมถึงกฎระเบียบด้าน ความปลอดภัยฯที่สถานประกอบกิจการก าหนดไว้


131 ที่มาและความสําคัญ ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการท างาน ที่มีมาจ้างบทพระราชบัญญัติของพระราชบัญญัติและกฎกระทรวงดังนี้ 1. พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานพ.ศ. 2554 มาตรา 14 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างท างานในสภาพการท างานหรือสภาพแวดล้อมในการท างานที่อาจท าให้ลูกจ้าง ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย ให้นายจ้างแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการทํางานและแจกคู่มือปฏิบัติงานให้ลูกจ้างทุกคนก่อนที่ลูกจ้างจะเข้าท างาน เปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนสถานที่ท างาน มาตรา 16 ให้นายจ้างจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพื่อให้บริหารจัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานได้อย่างปลอดภัย


132 ที่มาและความสําคัญ ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการท างาน ที่มีมาจ้างบทพระราชบัญญัติของพระราชบัญญัติและกฎกระทรวงดังนี้ 2. กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 หมวด 1 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน ส่วนที่ 1 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานโดยต าแหน่ง ข้อ 9 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (3) จัดทําคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดย ร่วมด าเนินการกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ เพื่อเสนอ คณะกรรมการความปลอดภัยหรือนายจ้าง แล้วแต่กรณี และทบทวนคู่มือดังกล่าวตามที่นายจ้างก าหนด โดยนายจ้างต้อง ก าหนดให้มีการทบทวนอย่างน้อยทุก 6 เดือน


133 ที่มาและความสําคัญ ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการท างาน ที่มีมาจ้างบทพระราชบัญญัติของพระราชบัญญัติและกฎกระทรวงดังนี้ 2. กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 หมวด 2 คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 32 คณะกรรมการความปลอดภัยมีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้ (5) พิจารณาคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบกิจการเพื่อ เสนอความเห็นต่อนายจ้าง


134 ที่มาและความสําคัญ ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการท างาน ที่มีมาจ้างบทพระราชบัญญัติของพระราชบัญญัติและกฎกระทรวงดังนี้ 2. กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 หมวด 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 40 หน่วยงานความปลอดภัยมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (3) จัดทําคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบกิจการ


135 กฎความปลอดภัยทั่วไป


136 กฎความปลอดภัยในการทํางานทั่วไป เพื่อเป้นแบบแผนหรือกติกาการอยู่ร่วมกันในการความคุมสถานประกอบกิจการให้เกิดความ ปลอดภัยจึงก าหนดเป็นกฎความปลอดภัยทั่วไปในการถือปฏบัติ เป็นการป้องกันและควบคุมอันตรายใน การท างาน 1. พนักงานต้องตระหนักถึงความปลอดภัยในการท างานอยู่เสมอ 2. พนักงานต้องศึกษาคู่มือปฏิบัติงานให้เข้าใจก่อนการปฏิบัติงานทุกครั้ง และปฏิบัติตามข้อก าหนดอย่างเคร่งครัด 3. พนักงานต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามป้ายเตือนและสัญลักษณ์ความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด 4. พนักงานต้องแต่งกายให้เรียบร้อยและสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับงาน 5. พนักงานต้องให้ความร่วมมือในกิจกรรมความปลอดภัยฯ โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงาน 6. ห้ามท างานกับเครื่องจักรหรือสารเคมีอันตรายโดยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง 7. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เครื่องจักรถือเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักร ห้ามถอดออกโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อท าการ ซ่อมแซมหรือบ ารุงรักษา


137 กฎความปลอดภัยในการทํางานทั่วไป 8. เมื่อพบเห็นสภาพการท างานที่ไม่ปลอดภัย พนักงานต้องรายงานหัวหน้างานทันที 9. เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการท างานหรือเจ็บป่วย ต้องแจ้งหัวหน้างานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานทราบ โดยเร็ว 10. ห้ามพนักงานรับประทานอาหารหรือสูบบุหรี่ในที่ปฏิบัติงาน ยกเว้นในบริเวณที่จัดไว้ให้เป็นการเฉพาะ 11. เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณฉุกเฉิน ให้พนักงานรีบไปยังจุดรวมพลหรือสถานที่ปลอดภัยโดยด่วน 12. พนักงานต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ให้ถูกต้องตามลักษณะการใช้งาน ไม่ใช้งานผิดประเภท 13. ต้องแขวนป้าย “อันตราย” เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ก่อนที่จะท างานซ่อมบ ารุง 14. พนักงานไม่มีสิทธิ์ที่จะถอดป้าย “อันตราย” ของผู้อื่นออก 15. กรณีหยุดพักการซ่อมเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ผู้ที่รับผิดชอบหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมเครื่องจักรหรืออุปกรณ์นั้น ต้องแขวนป้าย “อุปกรณ์ช ารุด” ณ จุดตามความเหมาะสม พร้อมกับรายงานให้หัวหน้าทราบทันที 16. ห้ามบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือไม่ได้รับอนุญาตขับหรือบังคับควบคุมเครื่องจักร เครื่องยนต์ รถยก ปั้นจั่น หรือ อุปกรณ์ในการยกต่าง ๆ


138 กฎความปลอดภัยในการทํางานทั่วไป 17. ห้ามพนักงานใช้อุปกรณ์จักรกลโดยไม่ผ่านการฝึกอบรมมาก่อน 18. ห้ามพนักงานใช้ลมจากเครื่องอัดอากาศมาท าความสะอาดเสื้อผ้าหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย 19. ห้ามพนักงานหิ้วหรือแบกสารเคมีอันตรายที่บรรจุในถังหรือภาชนะที่ไม่ได้ปิดหรือปิดไม่เรียบร้อย และในการขนย้ายต้อง ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสม 20. ห้ามปีนหรือเกาะไปกับปั้นจั่นเครื่องจักรหรือยานพาหนะที่ก าลังเคลื่อนที่โดยเด็ดขาด เช่น รถยก, ลิฟต์ขนของ ฯลฯ 21. ห้ามพนักงานขับรถเกินความเร็วที่ก าหนดในบริเวณโรงงานและปฏิบัติตามกฎจราจรอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด 22. ห้ามพนักงานน าสุรา ยาเสพติด อาวุธ วัตถุระเบิดเข้ามาภายในพื้นที่ของโรงงานเป็นอันขาด รวมถึงห้ามเล่นการพนัน และทะเลาะวิวาทกันในโรงงาน 23. ห้ามผู้มีสภาพมึนเมาเข้าปฏิบัติงาน รวมทั้งเข้ามาในบริเวณโรงงาน


139 กฎความปลอดภัยในการทํางานทั่วไป 17. ห้ามพนักงานใช้อุปกรณ์จักรกลโดยไม่ผ่านการฝึกอบรมมาก่อน 18. ห้ามพนักงานใช้ลมจากเครื่องอัดอากาศมาท าความสะอาดเสื้อผ้าหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย 19. ห้ามพนักงานหิ้วหรือแบกสารเคมีอันตรายที่บรรจุในถังหรือภาชนะที่ไม่ได้ปิดหรือปิดไม่เรียบร้อย และในการขนย้ายต้อง ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสม 20. ห้ามปีนหรือเกาะไปกับปั้นจั่นเครื่องจักรหรือยานพาหนะที่ก าลังเคลื่อนที่โดยเด็ดขาด เช่น รถยก, ลิฟต์ขนของ ฯลฯ 21. ห้ามพนักงานขับรถเกินความเร็วที่ก าหนดในบริเวณโรงงานและปฏิบัติตามกฎจราจรอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด 22. ห้ามพนักงานน าสุรา ยาเสพติด อาวุธ วัตถุระเบิดเข้ามาภายในพื้นที่ของโรงงานเป็นอันขาด รวมถึงห้ามเล่นการพนัน และทะเลาะวิวาทกันในโรงงาน 23. ห้ามผู้มีสภาพมึนเมาเข้าปฏิบัติงาน รวมทั้งเข้ามาในบริเวณโรงงาน


140 กฎความปลอดภัย ในการทํางานเฉพาะเรื่อง


141 กฎความปลอดภัยเกี่ยวกับอุปกรณ์ความปลอดภัย 1. อย่าถอดถอน เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต 2. เมื่อพบเครื่องจักรไม่มีอุปกรณ์ความปลอดภัย ให้หยุดเครื่องจักร และรายงานให้หัวหน้างาน ทราบทันที 3. การถอดถอน หรือการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ฉุกเฉิน จะกระท าได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา และอยู่ภายใต้ การก ากับดูแลของหัวหน้างานเท่านั้น


142 กฎความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า 1. อย่าเข้าใกล้หรือจับต้องอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีป้ายห้ามใช้ โดยไม่จ าเป็น 2. ผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ห้ามเข้าบริเวณติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูง 3. หากตัวเปียกชื้น ห้ามจับต้องอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า 4. ห้ามวางวัตถุไวไฟใกล้กับเต้ารับ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า 5. ต้องปิดสวิทช์ก่อนท าความสะอาดอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกครั้ง 6. การซ่อมบ ารุงต้องท าโดยช่างไฟฟ้าเท่านั้น 7. การเสียบหรือถอดเต้าเสียบต้องจับที่ตัวเต้าเสียบ ห้ามใช้วิธีดึงหรือจับที่สายไฟ 8. ห้ามคลุมหลอดไฟฟ้าด้วยกระดาษหรือผ้า เพราะอาจท าให้เกิดอัคคีภัยได้ 9. การติดตั้งสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องใช้สายและอุปกรณ์ที่เหมาะสมและติดตั้งอย่างถูกต้อง 10. ควรระวังอย่าวางสายไฟฟ้าสอดไว้ใต้พรมปูพื้น ใต้บานประตูหน้าต่างหรือขวางทางเดิน เพราะเมื่อถูกเหยียบย่ าหรือกด ทับนานเข้า ฉนวนหุ้มสายไฟฟ้าจะช ารุดฉีกขาดอันตรายย่อมเกิดขึ้น ได้ง่าย


143 กฎความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า 11. อย่าให้หลอดไฟฟ้าซึ่งมีความร้อนสูงอยู่ติดกับวัตถุซึ่งเป็นเชื้อเพลิงติดไฟง่าย เช่น ผ้า หรือกระดาษ 12. หลอดไฟฟ้าที่ขาดแล้ว ควรใส่ไว้กับกระจุ๊บตลอดเวลาจนกว่าจะเปลี่ยนหลอดใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเผอเรอเอานิ้วแหย่เข้าไป หากหลอดไฟฟ้ากระพริบติด ๆ ดับ ๆ ควรแจ้งให้มีการเปลี่ยนหรือซ่อมบ ารุง 13. เมื่อจะใช้โคมไฟฟ้านอกชายคา หรือใช้งานสมบุกสมบันแม้จะเป็นการชั่วคราว เช่น อู่ซ่อมรถ ควรเลือกใช้โคมไฟฟ้าที่ดีได้ มาตรฐาน มีตะแกรงครอบหลอดและมีสายชนิดที่มีฉนวนหุ้มหนา 14. อย่าเข้าใกล้บริเวณที่มีการใช้กระแสไฟฟ้าแรงสูง หม้อแปลง หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงอื่น ๆ เพราะเมื่อเข้าใกล้ก็อาจ เกิดอันตรายได้โดยไม่สัมผัส หากจุดที่ปฏิบัติงานอยู่ใกล้ สายไฟฟ้าแรงสูงต้องทราบอันตรายและแนวทางป้องกัน และอยู่ ห่างในระยะที่ปลอดภัย


144 กฎความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า 15. เมื่อประสบเหตุไฟไหม้อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือมีลูกจ้างถูกไฟฟ้าช็อค ให้ด าเนินการดังนี้ ก. ปิดสวิทช์ไฟ ถ้าไม่สามารถท าได้ ให้แจ้งช่างไฟฟ้าทันที ข. กรณีไม่สามารถปิดสวิทช์ไฟได้ทันที เมื่อพบเห็นเหตุพบผู้ถูกไฟฟ้าช็อค ให้พยายามช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายออก จากกระแสไฟฟ้า โดยใช้วัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า เช่น ผ้าแห้ง ไม้แห้งเชือกแห้ง สายยางแห้ง เป็นต้น เขี่ยสายไฟออกจาก ร่างกายผู้ประสบภัย อย่าช่วยเหลือด้วยการจับต้องตัวผู้ก าลังถูกไฟฟ้าช็อคโดยตรง เพราะจะถูกไฟฟ้าช็อคด้วย


145 กฎความปลอดภัยในการการใช้ระบบดักจับฝุ่น และการระบายอากาศ 1. ไม่เปิดประตู หรือฝาครอบสิ่งที่เป็นอันตราย เช่น ก๊าซ ฝุ่น เสียงดัง และแหล่งก าเนิดความร้อน 2. ตรวจสอบรอยรั่ว และรอยแตกของระบบ ซึ่งอาจเกิดอันตรายจากการรั่วและฟุ้งกระจาย หากพบว่ารั่ว หรือแตกให้แจ้ง หัวหน้างานเพื่อการซ่อมแซม 3. ตรวจสอบระบบระบายอากาศเฉพาะที่ว่าสามารถใช้งานได้เป็นปกติหรือไม่ และห้ามดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก หัวหน้างาน 4. ห้ามกองวัสดุไว้ใกล้ปากท่อดูดอากาศ เพราะจะท าให้ประสิทธิภาพการระบายอากาศลดลง


146 กฎความปลอดภัยในการทํางานกับเสียงดัง 1. สวมใส่อุปกรณ์ลดเสียงขณะปฏิบัติงานในสถานที่ที่ก าหนด 2. ตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมเสียง และอุปกรณ์ลดเสียงเป็นประจ า เพื่อดูแลให้มีสมรรถนะในการลดเสียงอย่างสม่ าเสมอ 3. ห้ามมิให้ถอดถอนอุปกรณ์ควบคุมเสียงและอุปกรณ์ลดเสียง และห้ามมิให้ด าเนินการใด ๆ ที่จะท าให้สมรรถนะของ อุปกรณ์ลดลง 4. พนักงานที่ท างานอยู่ในที่ที่มีเสียงดัง จะต้องได้รับการตรวจสมรรถภาพการได้ยินเป็นประจ า


147 กฎความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี 1. ศึกษาเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีที่ใช้ทุกชนิด เพื่อทราบอันตรายและวิธีการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ 2. สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยตามความเหมาะสมกับงาน มีการดูแลท าความสะอาด บ ารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี 3. ท าความสะอาดทุกครั้งที่มีสารเคมีหก รั่วไหล 4. ให้ความร่วมมือในการตรวจสุขภาพประจ าปี 5. ไม่ปฏิบัติงานตามล าพังหรือไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง 6. ไม่ใช้ปากดูดสารเคมี แทนลูกยาง 7. ไม่ทดสอบสารเคมี โดยการสูดดม หรือกินสารเคมี 8. สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลทุกครั้งที่ปฏิบัติงานกับสารเคมี เช่น ถุงมือ รองเท้า ชุดป้องกันสารเคมี หน้ากาก แว่นป้องกันสารเคมี 9. เมื่อต้องการขนถ่ายสารเคมีจ านวนมาก ควรใช้รถเข็นในจ านวนที่ไม่มากจนเกินก าลังบรรทุก 10. หลังปฏิบัติงานต้องท าความสะอาดร่างกายตนเอง และพื้นที่ที่ปฏิบัติงานให้สะอาดทุกครั้ง 11. จัดเก็บสารเคมีให้เข้าที่ (ชั้นจัดเก็บ) อย่างเป็นระเบียบและเก็บในพื้นที่หรือบริเวณให้เก็บอย่างถูกต้อง


148 ป้ายสัญลักษณ์แสดงความเป็นอันตรายของสารเคมี


149 ป้ายสัญลักษณ์แสดงความเป็นอันตรายของสารเคมี ตามข้อก าหนดของประชาคมยุโรป ที่ 67/548/EEC สัญลักษณ์แสดงอันตรายจะแบ่งออกตามประเภทของ อันตราย โดยใช้รูปภาพสีดําเป็นสัญลักษณ์แสดง อันตรายบนพื้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีส้ม และมีอักษร ย่อก ากับที่มุมขวา ระบบ EEC


150 ป้ายสัญลักษณ์แสดงความเป็นอันตรายของสารเคมี จ าแนกสารที่เป็นอันตรายและเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิตได้ หรือก่อให้เกิดความเสียหาย ออกเป็น 9 ประเภท (UN-Class) ตามลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตรายหรือ ความเสี่ยงในการเกิดอันตราย ระบบ UN


Click to View FlipBook Version