เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
เอกสารประกอบการเรียน
รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
กญั ณภทั ร ชัยกานต์กลุ
ตาแหน่ง ครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรียนบุญวาทย์วทิ ยาลยั อาเภอเมือง จงั หวดั ลาปาง
สานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 35
สังกดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
คานา
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง (IS1)
สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 สร้างข้ึนตามหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนมาตรฐานสากล ท่ีมุง่ เนน้
การพฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีศกั ยภาพเป็นพลโลก มีทกั ษะ ความรู้ ความสามารถและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคข์ องหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551ท่ีมุ่งเนน้ พฒั นา
คุณภาพเยาวชนสาหรับยตุ ศตวรรษที่ 21 โดยเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การศึกษาคน้ ควา้ อิสระ
(Independent Study) ผเู้ รียนสามารถศึกษาเน้ือหาและปฏิบตั ิกิจกรรมดว้ ยตนเอง โดยมีครูผสู้ อนคอยให้
คาแนะนาและช่วยเหลืออยา่ งใกลช้ ิด
ผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ เอกสารประกอบการเรียน จะอานวยประโยชน์ต่อนกั เรียนและครูผสู้ อน
ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ า I30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง (IS1)
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 ใหม้ ีประสิทธิภาพสูงสุดตอ่ ไป
กญั ณภทั ร ชยั กานตก์ ลุ
ผจู้ ดั ทา
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
สารบัญ
คานา หนา้
สารบญั
คาช้ีแจงในการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน ก
คาแนะนาการใชเ้ อกสารประกอบการเรียนสาหรับครู ข
คาแนะนาการใชเ้ อกสารประกอบการเรียนสาหรับนกั เรียน ง
ผลการเรียนรู้/เวลาเรียน ฉ
ใบความรู้ท่ี 1 เรื่อง ขอ้ แนะนาในการศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้ดว้ ยตนเอง ช
ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง การต้งั ประเด็นปัญหา ซ
ใบความรู้ที่ 3 เร่ือง การต้งั สมมติฐาน 1
ใบความรู้ท่ี 4 เร่ือง การเก็บรวบรวมขอ้ มูล 3
ใบความรู้ที่ 5 เรื่อง การแสวงหาความรู้อยา่ งเป็นระบบ 5
ใบความรู้ท่ี 6 เร่ือง การรวบรวม บนั ทึกและตรวจสอบขอ้ มูล 8
ใบความรู้ท่ี 7 เรื่อง ศาสตร์ (ความรู้) 19
ใบความรู้ท่ี 8 เร่ือง การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 21
ใบความรู้ท่ี 9 เรื่อง การสงั เคราะห์และสรุปองคค์ วามรู้ 25
ใบความรู้ที่ 10 เรื่อง การนาเสนอแนวคิดและขอ้ คน้ พบ 27
33
35
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study) หนา้
สารบัญ (ต่อ) 41
43
ใบความรู้ท่ี 11 เรื่อง การนาเสนอแนวคิดและขอ้ คน้ พบ
บรรณานุกรม
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
คาชี้แจงในการใช้เอกสารประกอบการเรียน
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง (IS1)
สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 จดั ทาข้ึนเพ่ือส่งเสริมการจดั การเรียนรู้ท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั สอดคลอ้ ง
กบั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยมีจุดประสงคใ์ หผ้ เู้ รียนมีนิสยั รักการอา่ น
รวมท้งั ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมท่ีพึงประสงคด์ ว้ ยเน้ือหาท่ีเหมาะสมกบั วยั เอกสารประกอบการเรียน
รายวชิ า I30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง (IS1) สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4
ไดจ้ ดั แบง่ เน้ือหาออกเป็น 11 เร่ือง ดงั น้ี
ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ขอ้ แนะนาในการศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้ดว้ ยตนเอง
ใบความรู้ท่ี 2 เรื่อง การต้งั ประเดน็ ปัญหา
ใบความรู้ที่ 3 เร่ือง การต้งั สมมติฐาน
ใบความรู้ที่ 4 เรื่อง การรวบรวมขอ้ มูล
ใบความรู้ท่ี 5 เรื่อง การแสวงหาความรู้อยา่ งเป็นระบบ
ใบความรู้ท่ี 6 เร่ือง การรวบรวม บนั ทึกและตรวจสอบขอ้ มูล
ใบความรู้ท่ี 7 เรื่อง ศาสตร์ (ความรู้)
ใบความรู้ที่ 8 เรื่อง การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ใบความรู้ท่ี 9 เร่ือง การสังเคราะห์และสรุปองคค์ วามรู้
ใบความรู้ท่ี 10 เร่ือง การนาเสนอแนวคิดและขอ้ คน้ พบ
ใบความรู้ที่ 11 เร่ือง การเขียนเคา้ โครงรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อิสระ
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง (IS1)
สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 สร้างข้ึนเพอื่ ให้ผเู้ รียนไดศ้ ึกษาดว้ ยตนเอง โดยผเู้ รียนจะไดร้ ับความรู้
ตามผลการเรียนรู้ท่ีต้งั ไวด้ ว้ ยการปฏิบตั ิตามคาแนะนาต่อไปน้ี
1. ผเู้ รียนตอ้ งศึกษาเอกสารประกอบการเรียนดว้ ยตนเอง ถา้ มีปัญหาใหป้ รึกษาครูผสู้ อน
2. ผเู้ รียนศึกษาผลการเรียนรู้ใหใ้ จ
3. ผเู้ รียนศึกษาเน้ือหาแตล่ ะเรื่อง เม่ือจบเน้ือหาแลว้ ให้นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมในเอกสารประกอบ
การเรียนรู้ การศึกษาคน้ ควา้ อิสระ (Independent Study) For IS1 – IS3 ในกิจกรรมดงั ตอ่ ไปน้ี
กิจกรรมท่ี 1 การต้งั คาถาม
กิจกรรมท่ี 2 การต้งั สมมติฐาน
กิจกรรมที่ 3/1 การสืบคน้ ขอ้ มูล (การออกแบบ วางแผน)
กิจกรรมที่ 3/2 การสืบคน้ ขอ้ มูล (แหล่งสืบคน้ ขอ้ มูลและการบนั ทึกอา้ งอิงแหล่งเรียนรู้)
กิจกรรมที่ 3/4 การสืบคน้ ขอ้ มูล (การแลกเปล่ียนความคิดเห็น)
กิจกรรมที่ 3/5 การสืบคน้ ขอ้ มูล (การบนั ทึกขอ้ มูล)
กิจกรรมที่ 4/1 การสรุปองคค์ วามรู้ (การอธิบายความเป็นมาของศาสตร์)
กิจกรรมท่ี 4/2 การสรุปองคค์ วามรู้ (การวเิ คราะห์ขอ้ มูล)
กิจกรรมที่ 4/3 การสรุปองคค์ วามรู้ (การสงั เคราะห์และสรุปองคค์ วามรู้)
กิจกรรมที่ 4/4 การสรุปองคค์ วามรู้ (การนาเสนอความรู้ที่ไดไ้ ปใชแ้ กป้ ัญหา)
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
คาแนะนาการใช้เอกสารประกอบการเรียนสาหรับครู
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาคน้ ควา้
และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง (IS1) สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 มีข้นั ตอนการจดั กิจกรรมท่ี
ครูผสู้ อนตอ้ งดาเนินการ ดงั ต่อไปน้ี
1. ข้นั เตรียมการสอน
1.1. ศึกษาแผนการจดั การเรียนรู้อยา่ งละเอียดและเอกสารประกอบการเรียนจนเขา้ ใจเป็นอยา่ งดี
1.2 ตรวจสอบเอกสารประกอบการเรียน
1.3 แบง่ กลุ่มนกั เรียน โดยคละความสามารถ (เก่ง ปานกลาง ออ่ น)
1.4 กาหนดบทบาทหนา้ ท่ีใหส้ มาชิกในกลุ่มรับผดิ ชอบและการปฏิบตั ิ
2. ข้นั ดาเนินการเรียนการสอน
2.1 ครูแจกเอกสารประกอบการเรียนใหน้ กั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
2.2 ครูช้ีแจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียนใหน้ กั เรียนทราบก่อนลงมือปฏิบตั ิ
2.3 ครูใหน้ กั เรียนศึกษาผลการเรียนรู้และใบความรู้แต่ละเรื่องใหเ้ ขา้ ใจ
3. ข้นั การประเมินผล
การวดั ผลและประเมินผลใช้ Authentic Assessment ไม่มีการสอบกลางภาคและปลายภาคเรียน
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
คาแนะนาการใช้เอกสารประกอบการเรียนสาหรับนักเรียน
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาคน้ ควา้
และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง (IS1) สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 มีข้นั ตอนการจดั กิจกรรมที่
ครูผสู้ อนตอ้ งดาเนินการ ดงั ต่อไปน้ี
1. ข้นั เตรียมการสอน
1.1. ศึกษาแผนการจดั การเรียนรู้อยา่ งละเอียดและเอกสารประกอบการเรียนจนเขา้ ใจเป็นอยา่ งดี
1.2 ตรวจสอบเอกสารประกอบการเรียน
1.3 แบ่งกลุ่มนกั เรียน โดยคละความสามารถ (เก่ง ปานกลาง อ่อน)
1.4 กาหนดบทบาทหนา้ ที่ใหส้ มาชิกในกลุ่มรับผดิ ชอบและการปฏิบตั ิ
2. ข้นั ดาเนินการเรียนการสอน
2.1 ครูแจกเอกสารประกอบการเรียนใหน้ กั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4
2.2 ครูช้ีแจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียนใหน้ กั เรียนทราบก่อนลงมือปฏิบตั ิ
2.3 ครูใหน้ กั เรียนศึกษาผลการเรียนรู้และใบความรู้แต่ละเรื่องใหเ้ ขา้ ใจ
3. ข้นั การประเมินผล
การวดั ผลและประเมินผลใช้ Authentic Assessment ไม่มีการสอบกลางภาคและปลายภาคเรียน
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ผลการเรียนรู้
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาคน้ ควา้
และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง (IS1) สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 มีผลการเรียนรู้ ดงั ต่อไปน้ี
1. ต้งั ประเด็นปัญหาจากสถานการณ์ปัจจุบนั และสงั คมโลก
2. ต้งั สมมติฐานและใหเ้ หตุผลท่ีสนบั สนุน หรือโตแ้ ยง้ ประเดน็ ความรู้ โดยใชค้ วามรู้จากศาสตร์
สาขาวชิ าตา่ งๆ และมีทฤษฎีรองรับ
3. ออกแบบ วางแผน ใชก้ ระบวนการรวบรวมขอ้ มูลอยา่ งมีประสิทธิภาพ
4. ศึกษา คน้ ควา้ แสวงหาความรู้เกี่ยวกบั ประเด็นท่ีเลือกจากแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งท่ีมาของขอ้ มูลได้
6. วเิ คราะห์ขอ้ คน้ พบดว้ ยสถิติและวธิ ีการท่ีเหมาะสม
7. สังเคราะห์ สรุปองคค์ วามรู้ โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม
8. เสนอแนวคิด การแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นระบบดว้ ยองคค์ วามรู้จากการคน้ พบ
เวลาเรียน
ใชเ้ วลาเรียน 1 ภาคเรียน 20 สัปดาห์ 40 ชว่ั โมง
การวดั ผลและประเมินผลใช้ Authentic Assessment ไมม่ ีการสอบกลางภาคและปลายภาคเรียน
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ใบความรู้ท่ี 1 ข้อแนะนาในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
ข้อแนะนาในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
1. การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ เป็นวชิ าที่นกั เรียนตอ้ งรับผดิ ชอบในการสร้างงานท้งั หมด
ดว้ ยตนเอง บนพ้ืนฐานของความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตนเอง ดงั น้นั นกั เรียนจึงจาเป็ นตอ้ ง
รู้จกั การวางแผนและแบ่งเวลาในการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งเป็ นระบบและชดั เจน
2. เลือกหวั ขอ้ ในการศึกษาท่ีตรงกบั ความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตนเองอยา่ งแทจ้ ริง
เพราะจะทาใหส้ ามารถศึกษาคน้ ควา้ ในเชิงลึกและกวา้ งไดด้ ีกวา่ การเลือกเร่ืองท่ีไมอ่ ยใู่ นความสนใจหรือมี
ความถนดั
3. ควรเตรียมการในการคดั เลือกหวั ขอ้ หรือประเดน็ ปัญหาที่ตนเองสนใจต้งั แตต่ น้ ปี การศึกษาและ
ดาเนินการตามแผนท่ีไดว้ างไวอ้ ยา่ งเคร่งครัด
4. ควรตดั สินใจเลือกหวั ขอ้ หรือประเด็นปัญหาที่ส่งเสริมเป้าหมายการเรียนรู้ในปัจจุบนั หรืออนาคต
และเป็นประโยชน์ในการนาเสนอความรู้ความสามารถของตนเองในการศึกษาต่อในระดบั สูง
5. เม่ือกาหนดหวั ขอ้ หรือประเดน็ ปัญหาท่ีตนเองสนใจศึกษาคน้ ควา้ ไดแ้ ลว้ ควรนาเสนอความคิดต่อ
ครูผสู้ อนในประเดน็ ที่นกั เรียนกาหนด เพ่ือเรียนเชิญเป็ นท่ีปรึกษา นกั เรียนควรแบ่งเวลาในการศึกษาคน้ ควา้
รายละเอียดของขอ้ มูลที่เก่ียวขอ้ งกบั หวั ขอ้ หรือประเดน็ ปัญหาใหม้ ากและครอบคลุม เพราะไมม่ ีใครสามารถ
สรุปขอ้ มูลความรู้เร่ืองต่างๆ ไดโ้ ดยไม่มีการศึกษาคน้ ควา้ มาก่อน
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
6. ควรจดโนต้ ยอ่ สรุปเร่ืองราว ขอ้ มูลสารสนเทศ พร้อมท้งั บรรณานุกรมของเอกสาร ตารา บทความ
วชิ าการตา่ งๆ ท่ีศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งเป็นระบบ เพอ่ื ประโยชนส์ าหรับการอา้ งอิงในรายงานการศึกษาคน้ ควา้ หา
ความรู้ดว้ ยตนเอง
7. ในการเริ่มตน้ ศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองที่ดี นกั เรียนควรมีสมุดบนั ทึก 2 เล่ม เล่มแรกไวใ้ ชจ้ ดส่ิงที่ได้
ศึกษาคน้ ควา้ มา เล่มท่ีสองใชส้ าหรับบนั ทึกขอ้ มูลของเอกสารอา้ งอิงเพ่อื ประโยชน์ในการเขียนรายงานต่อไป
8. ควรพดู คุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเก่ียวกบั หวั ขอ้ ที่สนใจจะศึกษาคน้ ควา้ กบั เพอ่ื นๆ และหมนั่
ปรึกษาครูท่ีปรึกษา เพราะจะช่วยใหไ้ ดห้ วั ขอ้ หรือประเดน็ ปัญหาที่มีความชดั เจนและครอบคลุมมากยงิ่ ข้ึน
และใชร้ ะยะเวลาในการคิดหวั ขอ้ ไมน่ าน
9. จดั ทาเคา้ โครงหวั ขอ้ หรือประเด็นปัญหา รวมท้งั รายละเอียดของการวางแผนการทางานการศึกษา
คน้ ควา้ เพือ่ ขอคาแนะนาจากครูที่ปรึกษาก่อนการพฒั นาชิ้นงานต่อไป
ข้อดขี องกาศึกษาค้นคว้าและหาความรู้ด้วยตนเอง
1. นกั เรียนสามารถกาหนดหวั ขอ้ หรือเน้ือเร่ืองที่ตอ้ งการศึกษาคน้ ควา้ ไดเ้ อง
2. นกั เรียนสามารถกาหนดจงั หวะ (ความชา้ -เร็ว) ของการศึกษาเรียนรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง
3. นกั เรียนมีอิสระในการคิดหวั ขอ้ ของการศึกษาคน้ ควา้ ตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการ
ของตนเอง
4. นกั เรียนสามารถวางแผนการบริหารจดั การเรียนรู้เพื่อเป้าหมายความสาเร็จดว้ ยตนเอง
5. นกั เรียนมีโอกาสไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ ในเชิงลึกตามความตอ้ งการและความสนใจของตนเอง
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
ใบความรู้ที่ 2 การต้ังประเด็นปัญหา
พจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.2542 กาหนดความหมายของคาวา่ ปัญหา ไวว้ า่ ปัญหา คือ
ขอ้ สงสัย ขอ้ ขดั ขอ้ ง คาถาม ขอ้ ที่ควรถาม หรือขอ้ ที่ตอ้ งพิจารณาแกไ้ ข จากความหมายดงั กล่าว แสดงใหเ้ ห็น
วา่ ปัญหา คือ ความแตกต่างระหวา่ งสภาพที่คาดหวงั กบั สภาพท่ีเป็นจริง หรือ สภาพท่ีเกิดข้ึนจริงไม่ตรงกบั
สภาพที่ตอ้ งการให้เกิด
ตวั อย่างเช่น
“การปลูกพชื ดว้ ยวธิ ีการตดั ต่อพนั ธุกรรม (GMOs) ทาใหม้ ลภาวะต่อสิ่งแวดลอ้ มที่เกิดจากสารเคมี
ลดลง” แตผ่ ลท่ีเกิดข้ึน พบวา่ “ในสิ่งแวดลอ้ มมีสารปนเป้ื อนไกลโฟเซต ที่ส่งผลต่อสุขภาพของผใู้ ชส้ ารเคมี
และผบู้ ริโภค ” นนั่ แสดงวา่ สภาพที่เกิดข้ึนจริงไม่ตรงกบั สภาพท่ีตอ้ งการใหเ้ กิด
ความแตกต่าง สภาพทคี่ าดหวงั สารเคมีในส่ิงแวดลอ้ มลดลง
สภาพทเี่ ป็ นจริง มีสารปนเป้ื อนไกลโฟเซตในสิ่งแวดลอ้ ม
ปัญหาจึงเปรียบเสมือนส่ิงที่มีไวใ้ หเ้ ราใชส้ มองในการคิดหาแนวทางหรือวธิ ีการแกไ้ ขใหส้ ่ิงท่ีปรากฏ
ข้ึนจริงหรือผลที่เกิดจากการกระทาของเรา ไมว่ า่ จะเป็ นผลท่ีเกิดข้ึนจากการเรียนหรือการทางานใหส้ ามารถ
บรรลุตามเป้าหมายปลายทางที่คาดหวงั ไว้
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
การวเิ คราะห์ปัญหาวา่ สิ่งใดเป็นปัญหาหรือไม่เป็นปัญหาสามารถทาไดโ้ ดยใชต้ ารางการวเิ คราะห์ ดงั น้ี
ส่ิงทคี่ าดหวงั ส่ิงทเ่ี กดิ ขึน้ จริง ประเด็นปัญหา
การปลูกพชื ดว้ ยวธิ ีการตดั ตอ่ การปลูกพืชดว้ ยวธิ ีการตดั ตอ่ การปลูกพืชดว้ ยวธิ ีการตดั ต่อ
พนั ธุกรรม (GMOs) ทาให้ พนั ธุกรรม (GMOs) ทาใหม้ ี พนั ธุกรรม (GMOs) ส่งผลต่อ
มลภาวะตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มที่เกิด สารปนเป้ื อนไกลโฟเซต ที่ ส่ิงแวดลอ้ มและสุขภาพของ
จากสารเคมีลดลง ส่งผลต่อสุขภาพของผใู้ ช้ ผบู้ ริโภค
สารเคมีและผบู้ ริโภค
การรับประทานผกั ที่มีสีเป็น ผบู้ ริโภคไม่นิยมรับประทาน ผบู้ ริโภคท่ีไม่นิยมรับประทาน
องคป์ ระกอบทาให้ร่างกายมี ผกั ท่ีมีสีเป็นองคป์ ระกอบ ผกั ที่มีสีเป็นองคป์ ระกอบ
ภูมิคุม้ กนั ร่างกายจะไมม่ ีภูมิคุม้ กนั โรค
จากประเด็นปัญหา/สถานการณ์
1. การปลูกพชื ดว้ ยวธิ ีการตดั ตอ่ พนั ธุกรรม (GMOs) ส่งผลตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มและสุขภาพของผบู้ ริโภค
2. ผบู้ ริโภคที่ไมน่ ิยมรับประทานผกั ที่มีสีเป็นองคป์ ระกอบ ร่างกายจะไม่มีภูมิคุม้ กนั โรค
นามาต้งั ประเดน็ คาถาม
1. การปลูกพืชดว้ ยวธิ ีการตดั ต่อพนั ธุกรรม (GMOs) ส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดลอ้ มและสุขภาพของ
ผบู้ ริโภคอยา่ งไร
2. ผบู้ ริโภคที่ไมน่ ิยมรับประทานผกั ที่มีสีเป็นองคป์ ระกอบ จะทาใหร้ ่างกายขาดภูมิคุม้ กนั โรคได้
อยา่ งไร
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
“สมมติฐาน” หรือ “สมมุติฐาน” หมายถึง ขอ้ คิดเห็นหรือถอ้ ยแถลงท่ีใชเ้ ป็นมูลฐานแห่งการหาเหตุผล
การทดลอง หรือการวจิ ยั (ราชบณั ฑิตยสถาน.2546 : 1127) ซ่ึงเป็นวธิ ีการแกป้ ัญหาทางวทิ ยาศาสตร์โดยการ
เร่ิมตน้ จากการต้งั ประเด็นปัญหา จากน้นั จะศึกษาคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลเพื่อคาดคะเนคาตอบของปัญหาน้นั
สมมติฐานตอ้ งสอดคลอ้ งกบั จุดมุ่งหมายของการศึกษาคน้ ควา้
ลกั ษณะของสมมติฐาน
สมมติฐาน เป็ นการคาดเดาคาตอบของประเด็นปัญหาอยา่ งสมเหตุสมผลไวล้ ่วงหนา้ ซ่ึงคาตอบที่
คาดเดาไวน้ ้ีจะถูกตอ้ งหรือไม่กไ็ ด้ ดงั น้นั การคาดคะเนเพอ่ื หาคาตอบจึงเป็นการกล่าวถึงสิ่งท่ีเป็นสาเหตุและ
สิ่งท่ีเป็นผลที่เกิดจากสาเหตุ เราเรียกส่ิงที่เกิดข้ึนก่อนและเป็นตวั เหตุทาใหเ้ กิดผลตามมาวา่ “ตวั แปรอสิ ระ”
หรือ “ตัวแปรต้น” และสิ่งที่เป็นผลอนั เกิดจากตวั เหตุหรือตวั แปรอิสระวา่ “ตวั แปรตาม” เช่น นกั เรียนที่ดื่มนม
จะเติบโตมากกวา่ นกั เรียนท่ีไมไ่ ดด้ ื่มนม
ตัวแปรอสิ ระ/ตวั แปรต้น คือ นกั เรียนท่ีดื่มนม
ตวั แปรตาม คือ การเจริญเติบโตของร่างกาย
แปลความได้ว่า การดื่มนมเป็นเหตุใหน้ กั เรียนที่ดื่มนมเจริญเติบโตมากกวา่ นกั เรียนที่ไมด่ ื่มนม
ตวั แปรต้น (ตวั เหตุท่ีเกิดก่อน) ส่งผลให้ ตัวแปรตาม (ผลอนั เกิดจากเหตุ)
นกั เรียนดื่มนม ร่างกายเจริญเติบโต
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
วธิ ีการต้ังสมมติฐาน มวี ธิ ีการดงั นี้
1. คาดเดาคาตอบจากเรื่องท่ีตอ้ งการจะศึกษาวา่ นกั เรียนตอ้ งไดร้ ับอะไรจากการศึกษาในคร้ังน้ี ซ่ึง
นกั เรียนจะตอ้ งทราบก่อนวา่ ตวั แปรอิสระ/ตวั แปรตน้ ตวั แปรตาม คืออะไร
2. เขียนสมมติฐานท่ีนกั เรียนคิดวา่ จะไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ เขียนเป็ นประโยคบอกเล่าใหส้ ้ัน
กระชบั อ่านเขา้ ใจง่าย
3. สมมติฐานท่ีนกั เรียนเขียนข้ึนมาน้นั จะตอ้ งเขียนใหส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคห์ รือเป้าหมาย
ของการศึกษาความรู้
4. ในการเขียนสมมติฐานในแต่ละขอ้ น้นั ให้นกั เรียนเขียนสมมติฐานตอบคาถามเพียงหน่ึงขอ้ ต่อ
หน่ึงคาถาม ไมค่ วรเขียนสมมติฐานคร้ังเดียวเพื่อตอบคาถามหลายๆ ขอ้ เพราะอาจจะทาใหส้ บั สนได้
5. การเขียนสมมติฐานจะตอ้ งเขียนโดยคานึงถึงความเป็นไปไดข้ องการไดม้ าของคาตอบที่นกั เรียน
จะตอ้ งไปศึกษาคน้ ควา้
นกั เรียนสามารถต้งั สมมติฐานเพ่อื คาดคะเนคาตอบของประเด็นปัญหาไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผล โดย
ทาการศึกษาคน้ ควา้ จากแหล่งขอ้ มูลตา่ งๆ ดงั น้ี
1. การศึกษาเอกสาร ตารา บทความวชิ าการและผลงานวจิ ยั
2. สนทนากบั ผรู้ ู้ ผเู้ ชี่ยวชาญ หรือครูที่ปรึกษา
3. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือปรึกษาหารือกบั บุคคลอ่ืนๆ ในลกั ษณะการระดมสมอง
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ประโยชน์ของสมมตฐิ าน
1. ใชต้ รวจสอบผลการศึกษาคน้ ควา้
2. จากดั ขอบเขตการศึกษาคน้ ควา้ ใหด้ าเนินไปตามวตั ถุประสงค์
3. ช่วยใหเ้ ขา้ ใจเร่ืองท่ีศึกษาคน้ ควา้ ไดช้ ดั เจน
ตวั อย่างการต้งั สมมติฐาน
คาถาม : การปลูกพืชดว้ ยวธิ ีการตดั ตอ่ พนั ธุกรรม (GMOs) ส่งผลกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ มและสุขภาพ
ของผบู้ ริโภคอยา่ งไร
สมมตฐิ าน : สารเคมีที่ตกคา้ งจากการปลูกพชื ดว้ ยวธิ ีการตดั ต่อพนั ธุกรรม (GMOs) มีอิทธิพลต่อ
ส่ิงแวดลอ้ มและสุขภาพของผบู้ ริโภค
คาถาม : ผบู้ ริโภคท่ีไมน่ ิยมรับประทานผกั ท่ีมีสีเป็ นองคป์ ระกอบ จะทาใหร้ ่างกายขาดภูมิคุม้ กนั โรค
ไดอ้ ยา่ งไร
สมมติฐาน : ถา้ ในผกั มีสีมีแร่ธาตุที่จาเป็ นต่อร่างกาย ดงั น้นั ผบู้ ริโภคที่รับประทานผกั มีสีเป็น
องคป์ ระกอบร่างกายจะมีภูมิคุม้ กนั โรคและทาใหส้ ุขภาพแขง็ แรง
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
ใบความรู้ที่ 4 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
ความหมายของข้อมูล
ขอ้ มูล (Data) หมายถึง สารสนเทศหรือส่ิงที่ยอมรับกนั วา่ เป็นขอ้ เท็จจริงท้งั ท่ีอยใู่ นรูปของตวั เลข เช่น
คะแนน ผลการเรียน จานวนนกั เรียนในโรงเรียน ราคาสินคา้ และอาหารชนิดตา่ งๆ หรือ ขอ้ มูลเป็นรายละเอียด
ขอ้ เทจ็ จริงท่ีไม่ใช่ตวั เลขซ่ึงอยใู่ นรูปขอ้ ความ สามารถนามาใชอ้ ภิปราย สรุปผล หรือสนบั สนุนขอ้ คน้ พบหรือ
การศึกษาคน้ ควา้ ต่างๆ เช่น สภาพการศึกษา และความเป็นอยขู่ องประชาชนในชุมชนใดชุมชนหน่ึง เป็นตน้
ประเภทของข้อมูล
1. ข้อมูลปฐมภูมิ คือ ขอ้ มูลที่ผใู้ ชห้ รือหน่วยงาน องคก์ รที่ตอ้ งกรใชข้ อ้ มูลน้นั ๆ ทาการเก็บขอ้ มูล
จากผใู้ ชข้ อ้ มูลหรือแหล่งที่มาของขอ้ มูลโดยตรง ขอ้ มูลประเภทน้ีไดแ้ ก่ ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสังเกตการณ์
การทดลอง หรือ การสมั ภาษณ์
2. ข้อมูลทุติยภูมิ คือ ขอ้ มูลท่ีผใู้ ชข้ อ้ มูลไม่ตอ้ งดาเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มูลจากผใู้ หข้ อ้ มูลหรือ
จากแหล่งที่มาของขอ้ มูล หากแต่ไปนาขอ้ มูลที่มีการรวบรวมไวแ้ ลว้ มาใช้ เช่น ขอ้ มูลสรุปรายงานการดาเนิน
โครงงาน หรือ รายงานการวิจยั งานศึกษาคน้ ควา้ ทางวชิ าการที่ดีมกั จะใชข้ อ้ มูลปฐมภูมิมากกวา่ ขอ้ มูลทุติยภูมิ
เพราะขอ้ มูลทุติยภูมิอาจเกบ็ ขอ้ มูลจากแหล่งขอ้ มูลปฐมภูมิมาไดไ้ ม่ครบถว้ นและอาจเรียบเรียงขอ้ ความผดิ
ความหมายไปจากเดิม
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ลกั ษณะของข้อมูล
1. ข้อมูลเชิงคุณภาพ หมายถึง ขอ้ มูลท่ีแสดงสถานภาพ คุณภาพ คุณลกั ษณะ หรือคุณสมบตั ิของส่ิง
ต่างๆ ซ่ึงไมส่ ามารถวดั ออกมาเป็นคา่ ของตวั เลขไดโ้ ดยตรง เช่น ขอ้ มูลเกี่ยวกบั เพศ วยั ศาสนา กลุ่มเลือด ฯลฯ
2. ข้อมูลเชิงปริมาณ หมายถึง ขอ้ มูลท่ีสามารถวดั คา่ ออกมาเป็นตวั เลขได้ เช่น จานวนนกั เรียนช้นั
มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 จานวนโตะ๊ เกา้ อ้ีในห้องเรียน ความสูงและน้าหนกั ตวั ของนกั เรียน อายขุ องสมาชิกใน
ครอบครัว สถิติน้าฝนในแต่ละปี ฯลฯ
ลกั ษณะการเกบ็ ข้อมูล
1. ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการนบั เช่น จานวนนกั เรียนที่เขา้ ออกห้องสมุด
2. ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการวดั เช่น ส่วนสูงหรือน้าหนกั ของนกั เรียน
3. ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสงั เกต เช่น ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสังเกตการณ์กระทาหรือพฤติกรรมท่ีแสดงออก
เช่น การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
4. ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสัมภาษณ์ เช่น ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการถามตอบโดยตรงจากผสู้ มั ภาษณ์ และผถู้ ูก
สัมภาษณ์เก่ียวกบั สภาพการจดั ระบบจราจรภายในโรงเรียน
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
การออกแบบการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
การออกแบบการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล เป็นการนาเอาสิ่งท่ีเป็นแนวความคิดเกี่ยวกบั องคป์ ระกอบตา่ งๆ
ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การเก็บรวบรวมขอ้ มูลเพือ่ ใหไ้ ดค้ าตอบของประเดน็ ปัญหาท่ีเก่ียวขอ้ งกบั เร่ืองที่ทาการศึกษา
คน้ ควา้ โดยนาองคป์ ระกอบของความคิดน้นั มาจดั วางใหเ้ ช่ือมต่อสมั พนั ธ์กนั และมองเห็นความเป็ นไปไดใ้ น
การปฏิบตั ิตลอดแนว ดงั น้นั การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตอ้ งดาเนินการในรูปแบบกระบวนการ ต้งั แต่ การออกแบบ
เพื่อวางแผนในการศึกษาคน้ ควา้ การกาหนดขอบเขตของขอ้ มูล การกาหนดข้นั ตอน กระบวนการในการเกบ็
รวบรวมขอ้ มูล
วธิ ีการออกแบบเกบ็ รวบรวมข้อมูลมีข้ันตอน ดังนี้
1. ศึกษาวเิ คราะห์รูปแบบของประเดน็ ปัญหาหรือประเดน็ คาถามที่จะศึกษาคน้ ควา้ วา่ เป็นประเด็น
ปัญหารูปแบบใด
2. เลือกวธิ ีการที่จะเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ซ่ึงอาจจะใชว้ ธิ ีการสารวจ การทดลอง กระบวนการทาง
ประวตั ิศาสตร์ หรือกรณีศึกษา ท้งั น้ีแลว้ แต่ความเหมาะสม
3. กาหนดเลือกชนิดของขอ้ มูลท่ีจะจดั เก็บวา่ เป็ นขอ้ มูลเชิงปริมาณหรือขอ้ มูลเชิงคุณภาพและควรเนน้
ขอ้ มูลที่เป็นปฐมภูมิเป็นหลกั หรือหากจาเป็ นผสมผสานขอ้ มูลทุติยภูมิดว้ ยก็ได้
4. กาหนดขอบเขตของขอ้ มูลที่ตอ้ งการหาคาตอบของประเด็นปัญหา เช่น จานวนนกั เรียนในระดบั ช้นั
มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 ท่ีเป็นคนอว้ นเท่าน้นั
5. เลือกวธิ ีการหรือเครื่องมือที่จะใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลใหเ้ หมาะสม เช่น อาจจะใชว้ ธิ ีการสังเกต
การสมั ภาษณ์ การใชแ้ บบสอบถาม การศึกษาเอกสาร เป็นตน้
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
6. กาหนดข้นั ตอนในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล คือจะเกบ็ ขอ้ มูลโดยติดต่อหน่วยงานใด เกบ็ ขอ้ มูลจาก
ใคร สถานที่ใด ใครเป็นผเู้ ก็บ เก็บขอ้ มูลอะไร เกบ็ ในช่วงระยะเวลาใด จานวนกี่คร้ัง แต่ละคร้ังใชเ้ วลาเท่าใด
แผนภูมิกระบวนการเกบ็ รวบรวมข้อมูล วธิ ีการสารวจ
วธิ ีการทดลอง
เลือกวธิ ีเกบ็ วธิ ีกรณีศึกษา
รวบรวมขอ้ มูล
เลือกชนิด ขอ้ มูลเชิงปริมาณ/คุณภาพ
ขอ้ มูล (ปฐมภูมิ,ทุติยภูมิ)
การออกแบบ การวางแผน ประชากรท้งั หมด
กลุ่มตวั อยา่ ง
ขอบเขตของ
ขอ้ มูลท่ีศึกษา
เลือกเครื่องมือ -แบบสังเกต
เก็บขอ้ มูล –แบบสมั ภาษณ์
–แบบสอบถาม
การกาหนดข้นั ตอนใน -การศึกษาคน้ ควา้ เอกสาร
การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
ดาเนินการเกบ็
รวบรวมขอ้ มูล
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ประชากรที่ทาการศึกษา หมายถึง กลุ่มคน สัตว์ ส่ิงของซ่ึงเป็นกลุ่มประชากร ท่ีทาการศึกษาวา่ เป็น
ประชากรกลุ่มใด อยทู่ ่ีไหน มีจานวนเท่าใด เช่น นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 โรงเรียนบุญวาทยว์ ทิ ยาลยั
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2561
กลุ่มตวั อย่าง คือ กลุ่มคน สตั ว์ ส่ิงของท่ีเป็นตวั แทนของประชากรที่ทาการศึกษา เช่น นกั เรียนช้นั
มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 หอ้ ง 2 โรงเรียนบุญวาทยว์ ทิ ยาลยั ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2561
เครื่องมือทใ่ี ช้ในการศึกษาค้นคว้า ระบุประเภทของเครื่องมือวา่ เป็นแบบทดสอบ แบบสอบถาม
แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ อาจสร้างข้ึนเองหรือยมื ผอู้ ่ืนมาใชก้ ไ็ ด้
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล กล่าวถึงช่วงเวลาในการทดสอบ สัมภาษณ์หรือสงั เกตกลุ่มตวั อยา่ ง การตรวจ
ใหค้ ะแนน อธิบายข้นั ตอนในการดาเนินการต้งั แตต่ น้ จนจบกระบวนการ
การสัมภาษณ์ (Interview) เป็ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูลท้งั ดา้ นขอ้ เท็จจริงและขอ้ มูลดา้ นความคิดเห็น
และเจตคติในลกั ษณะของการสนทนาโตต้ อบที่มีจุดมุ่งหมายชดั เจนระหวา่ งผูต้ อ้ งการทราบขอ้ มูลหรือเรื่องราว
เรียกวา่ “ผสู้ มั ภาษณ์” และผใู้ หข้ อ้ มูล เรียกวา่ “ผถู้ ูกสมั ภาษณ์”
ประเภทของการสัมภาษณ์ แบ่งเป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่
1. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) คือ การสัมภาษณ์ที่มีการเตรียมคาถามไว้
ล่วงหนา้ และทาการสมั ภาษณ์ตามคาถามท่ีเตรียมไว้ ในการสมั ภาษณ์จะมีการนดั หมายผใู้ หส้ ัมภาษณ์เป็นการ
ล่วงหนา้ มีการบนั ทึกเทปหรือการจดบนั ทึกขอ้ ความตามที่ผสู้ มั ภาษณ์ไดท้ าการสมั ภาษณ์อยา่ งเป็นระบบ
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
2. การสัมภาษณ์แบบกงึ่ มีโครงสร้าง (Semi- Structured Interview) คือ การสัมภาษณ์ที่ผทู้ าการ
สัมภาษณ์จดั เตรียมคาถามสมั ภาษณ์ไวล้ ่วงหนา้ จานวนหน่ึง และเปิ ดโอกาสใหม้ ีการซกั ถามคาถามเพ่ิมเติม
ไดอ้ ีกนอกเหนือจากประเด็นคาถามที่เตรียมไวล้ ่วงหนา้ การสมั ภาษณ์ดว้ ยวธิ ีน้ีจะทาใหผ้ ูส้ ัมภาษณ์สามารถ
เก็บรวบรวมขอ้ มูลไดก้ วา้ งขวางลึกกวา่
3. การสัมภาษณ์แบบไม่มโี ครงสร้าง (Unstructured Interview) คือ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลที่ตอ้ งอาศยั
ทกั ษะความรู้ ความสามารถของผทู้ ่ีทาการสมั ภาษณ์ ผสู้ มั ภาษณ์มีหนา้ ที่ในการควบคุมและดาเนินการใหไ้ ด้
ขอ้ มูลตรงกบั ขอ้ คาถามที่ตนเองต้งั ไว้ ส่ิงสาคญั คือ ทาใหไ้ ดข้ อ้ มูลท่ีกวา้ งและลึก แตม่ ีขอ้ จากดั คือ จะใช้
ระยะเวลาในการสมั ภาษณ์มาก
การสังเกต (Observation) เป็นวธิ ีการในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลวธิ ีหน่ึงท่ีเป็นการเฝ้าดูพฤติกรรมหรือ
สิ่งที่เกิดข้ึนอยา่ งมีจุดมุง่ หมาย โดยมีการกาหนดวธิ ีการข้นั ตอนเพอื่ ศึกษา วเิ คราะห์หรือหาความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งสิ่งท่ีเกิดข้ึน การสังเกตเป็นการจดบนั ทึกเพอ่ื บรรยายเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เห็นในพฤติกรรมท่ี
ผสู้ งั เกตกาหนดเอาไว้ โดยผูถ้ ูกสงั เกตอาจรู้ตวั หรือไม่รู้ตวั ก็ได้
การรวบรวมขอ้ มูลดว้ ยวธิ ีการสังเกตทาใหไ้ ดข้ อ้ มูลท่ีลึกซ้ึงตรงตามสภาพจริง แตม่ ีขอ้ เสียคือ ตอ้ งใช้
ระยะเวลาในการสงั เกตรวมท้งั การวเิ คราะห์และแปลความหมายของขอ้ มูลมาก นอกจากน้ี การแปลความหมาย
จากพฤติกรรมท่ีสังเกตเห็นอยา่ งเดียวอาจจะผดิ พลาดเนื่องจากผสู้ งั เกตไมส่ ามารถหยง่ั รู้ไดว้ า่ ผทู้ ี่แสดง
พฤติกรรมน้นั ๆ ออกมามีจุดมุ่งหมายใด มีอะไรเป็ นส่ิงท่ีกาหนดแนวความคิดในการแสดงพฤติกรรมออกมา
เช่นน้นั
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
ประเภทของการสังเกต
1. การสังเกตแบบเข้าไปมสี ่วนร่วม (Participant observation) คือ การท่ีผทู้ าการสังเกตเขา้ ไปมีส่วน
ร่วมในกลุ่มของผถู้ ูกสังเกต โดยร่วมทากิจกรรมและดาเนินการต่างๆ เสมือนเป็ นสมาชิกของกลุ่มดว้ ย เพอ่ื ลด
ความหวาดระแวงจากกลุ่มผถู้ ูกสงั เกตลง และทาใหไ้ ดข้ อ้ มูลในเชิงลึก เขา้ ใจในความรู้สึกนึกคิดของผถู้ ูก
สังเกต และสามารถแปลความหมายของพฤติกรรมหรือปรากฏการณ์ในการแสดงออกในระหวา่ งการสังเกต
ถูกตอ้ งชดั เจนมากข้ึน
2. การสังเกตแบบไม่เข้าไปมีส่วนร่วม (Non-participant observation) คือ การสงั เกตท่ีผูส้ ังเกตไมไ่ ด้
เขา้ ไปร่วมทากิจกรรมกบั กลุ่มเป้าหมายที่สงั เกต โดยผถู้ ูกสังเกตอาจรู้ตวั หรือไม่รู้ตวั ก็ได้ การสังเกตแบบไม่เขา้
ไปมีส่วนร่วมจะใชร้ ะยะเวลาการสงั เกตและงบประมาณนอ้ ยกวา่ การสงั เกตแบบเขา้ ไปมีส่วนร่วม
แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลแบบทางเดียว ซ่ึงผตู้ อบ
แบบสอบถามอ่านขอ้ คาถามแลว้ ใส่คาตอบโดยไมม่ ีโอกาสซกั ถามเพ่มิ เติมในกรณีท่ีอา่ นคาถามแลว้ ไม่เขา้ ใจ
คือ ไมม่ ีการเผชิญหนา้ กบั ผรู้ วบรวมขอ้ มูล
การเก็บรวบรวมขอ้ มูลโดยใชแ้ บบสอบถามสามารถทาไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว และใชไ้ ดก้ บั กลุ่มผตู้ อบ
แบบสอบถามจานวนมาก ใชร้ ะยะเวลาในการดาเนินการไมม่ ากแตไ่ ม่สามารถเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลในเชิงลึกได้
เหมือนกบั การใชว้ ธิ ีการสมั ภาษณ์หรือการสังเกต
ประเภทของแบบสอบถาม เช่น แบบสอบถามแบบคาถามปลายเปิ ด เป็นแบบสอบถามที่ใชค้ าถาม
กวา้ งๆ เพ่อื เปิ ดโอกาสใหผ้ ตู้ อบแบบสอบถามเขียนคาตอบไดอ้ ยา่ งอิสระ ไมม่ ีการกาหนดคาถามเฉพาะเอาไว้
แต่มีกรอบแนวคิดเป็ นแนวทางในการตอบคาถามเท่าน้นั
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ตวั อย่างแบบสัมภาษณ์
แบบสัมภาษณ์นักเรียน
ข้อมูลส่ วนตัวและครอบครัว
1. ช่ือ – สกุล
บิดา.......................................... ( ) เสียชีวติ ( ) มีชีวติ อยู่ ( ) ประกอบอาชีพ........................
2. ชื่อ – สกุล
มารดา.......................................... ( ) เสียชีวติ ( ) มีชีวติ อยู่ ( ) ประกอบอาชีพ........................
3. สถานภาพของบิดามารดา ( ) อยดู่ ว้ ยกนั ( ) หยา่ ( ) อ่ืนๆ................................
ตัวอย่างแบบสังเกต
แบบสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษา เรื่อง ความมีระเบียบวนิ ยั ในการรับประทานอาหาร
การสังเกตคร้ังที่..................วนั ที่.................เดือน.........................พ.ศ.............เวลา...................
ช่ือ..............................................................ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่...........................
ท่ี พฤติกรรมในการรับประทานอาหาร การแสดงออก หมายเหตุ
ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
1 เขา้ แถวในการรับประทานอาหารตามลาดบั ก่อน-หลงั
2 ถือภาชนะใส่อาหารดว้ ยความระมดั ระวงั
3 เทเศษอาหารลงถงั ขยะก่อนคืนภาชนะ
หมายเหตุ บนั ทึกขอ้ สงั เกตเพ่มิ เติม......................................................................................................................
ลงช่ือ...............................ผบู้ นั ทึก
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
ตวั อย่างแบบสอบถามปลายเปิ ด
ความคิดเห็นของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๔ ที่มีต่อการจดั ภูมิทศั นข์ องโรงเรียน
1. นกั เรียนมีความคิดเห็นอยา่ งไรตอ่ รูปแบบของการจดั ภูมิทศั นข์ องโรงเรียน
..........................................................................................................................................................
2. นกั เรียนคิดวา่ บริเวณส่วนใดของโรงเรียนควรไดร้ ับการปรับปรุงภูมิทศั น์ก่อน เพราะเหตุใด
........................................................................................................................................................
ตวั อย่างแบบสอบถามเลือกตอบ
1. เพศ ( ) 1. ชาย ( ) 2. หญิง
2. อายุ ( ) 1. ต่ากวา่ 18 ปี ( ) 2. 18 – 30 ปี
ตวั อย่างแบบสอบถามแบบจัดเรียงลาดับ
จงเรียงลาดบั รายวชิ าที่นกั เรียนชอบเรียน โดยใส่เครื่องหมาย 12 3 4 และ 5 ตามลาดบั ความชอบ
( ) 1. ภาษาไทย ( ) 2. คณิตศาสตร์ ( ) 3. วทิ ยาศาสตร์
( ) 4. ประวตั ิศาสตร์ ( ) 5. ภูมิศาสตร์ ( ) 6. หนา้ ท่ีพลเมือง
ตัวอย่างแบบสอบถามแบบประมาณค่า
1. นกั เรียนชอบเรียนวชิ าภาษาองั กฤษกบั เจา้ ของภาษามากนอ้ ยเพยี งใด
( ) 1. นอ้ ยท่ีสุด ( ) 2. นอ้ ย ( ) 3. ปานกลาง
( ) 4. มาก ( ) 5. มากท่ีสุด
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
ตัวอย่างแบบสอบถามวดั เจตคติ
แบบวดั เจตคตเิ กยี่ วกบั สิ่งแวดล้อม
คาชี้แจง จงใส่เคร่ืองหมาย / ลงในช่อระดบั ความคิดเห็นท่ีตรงกบั ความรู้สึกของท่าน
ท่ี ขอ้ ความ ระดบั ความคิดเห็น
เห็นดว้ ย เห็นดว้ ย เห็นดว้ ย เห็นดว้ ย เห็นดว้ ย
นอ้ ยที่สุด
มากท่ีสุด ปานกลาง นอ้ ย
1 การประหยดั ทรัพยากรเป็นเรื่อง
ของทุกคน
2 การเผาไร่เล่ือนลอยเป็นการพลิก
หนา้ ดินใหอ้ ุดมสมบูรณ์
3 การตดั ไมท้ าลายป่ า คือ การ
ทาลายสิ่งแวดลอ้ ม
ลกั ษณะของแบบสอบถามทด่ี ี
1. มีการกาหนดวตั ถุประสงคเ์ พือ่ การนาแบบสอบถามไปใชอ้ ยา่ งชดั เจน
2. มีขอ้ คาถามที่ครอบคลุมตรงกบั ประเด็นปัญหาที่จะศึกษาคน้ ควา้
3.มีการแจกแจงประเด็นหลกั ออกมาเป็ นประเดน็ ยอ่ ยเพ่ือใหส้ ามารถสร้างคาถามไดค้ รอบคลุมทุก
ประเดน็
4. กาหนดจานวนขอ้ คาถามอยา่ งเหมาะสมตามสดั ส่วนของประเดน็ หลกั และประเด็นยอ่ ย
5. กาหนดประเดน็ ของคาถามอยา่ งเหมาะสมวา่ เป็นคาถามประเภทความรู้ ความคิดเห็น ทศั นคติหรือ
พฤติกรรม
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
6. มีการกาหนดรูปแบของคาถามท่ีดี เช่น แบบเลือกตอบ แบบเติมคา แบบเลือกขอ้ ผดิ -ถูก แบบจบั คู่
7. ขอ้ คาถามในแบบสอบถามควรมีความสอดคลอ้ งกนั ระหวา่ งวตั ถุประสงคข์ องแบบสอบถาม
ประเด็นปัญหาหลกั ประเดน็ ปัญหายอ่ ย
8. ใชค้ าถามท่ีกระชบั ชดั เจน เขา้ ใจง่าย
ข้นั ตอนในการสร้างแบบสอบถาม
1. กาหนดวตั ถุประสงคข์ องแบบสอบถาม
2. กาหนดประเด็นหลกั ของเน้ือหาที่ตอ้ งการสอบถาม
3. แจกแจงประเด็นหลกั เป็นประเดน็ ยอ่ ย
4. กาหนดขอ้ คาถาม
5. กาหนดประเภทคาถาม
6.กาหนดรูปแบบของคาถาม
7. ตรวจสอบความสอดคลอ้ งระหวา่ งประเด็นหลกั ประเด็นยอ่ ย และวตั ถุประสงคข์ องแบบสอบถาม
8. จดั ทาแบบสอบถามฉบบั ร่าง
9. ทดลองใช้ แกไ้ ขปรับปรุง และจดั พิมพเ์ พอื่ ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ใบความรู้ท่ี 5 การแสวงหาความรู้อย่างเป็ นระบบ
แหล่งข้อมูลจากห้องสมุด
หอ้ งสมุดถือเป็ นแหล่งเรียนรู้หรือแหล่งคน้ ควา้ ความรู้ที่สาคญั ในโรงเรียนสาหรับใหน้ กั เรียนคน้ หา
เพราะหนงั สือ เอกสาร ตารา วารสาร บทความต่างๆ ที่มีอยใู่ นหอ้ งสมุดถือวา่ เป็ นแหล่งขอ้ มูลความรู้ที่ผา่ น
การคดั เลือกกลน่ั กรองมาเป็ นอยา่ งดีจากบรรณารักษป์ ระจาหอ้ งสมุด
ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือของห้องสมุด
หอ้ งสมุดทวั่ ไปส่วนใหญใ่ ชร้ ะบบการจดั หมวดหมูท่ ศนิยมดิวอ้ี หรือเรียกวา่ DC ท่ีแบง่ หนงั สือ
ออกเป็ น 10 หมวดใหญ่ และใชเ้ ลขอารบิกเป็ นสญั ลกั ษณ์แทนเน้ือหา ซ่ึงเป็ นสญั ลกั ษณ์ที่เขา้ ใจง่าย
การสืบค้นข้อมูลจากเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ต
วธิ ีการสืบคน้ สามารถทาไดโ้ ดยการเขา้ ไปท่ีเวบ็ ไซตท์ ่ีใหบ้ ริการคน้ หาขอ้ มูล เช่น Google Yohoo
Hotmail หรือ AGV จากน้นั พมิ พข์ อ้ มูล เร่ืองท่ีสนใจคน้ หา หรือคาสาคญั ที่ตอ้ งการคน้ หาและเก่ียวกบั ประเดน็
ปัญหาหรือประเด็นคาถามลงในช่องคน้ หา แลว้ ขอ้ มูลที่ตอ้ งการจะปรากฏข้ึนใหน้ กั เรียนไดเ้ ลือกคน้ หาขอ้ มูล
ไดอ้ ยา่ งสะดวกสบาย
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
แบบการเขียนบรรณานุกรมของหนังสือ
ผ้แู ต่ง. ปี ทพ่ี มิ พ์. ช่ือเร่ือง. จานวนเล่ม. คร้ังทพ่ี มิ พ์. สถานทพ่ี มิ พ์: สานักพมิ พ์.
สุภาพรรณ ณ บางชา้ ง. 2535. ขนบธรรมเนียมประเพณี:ความเอและแนวทางการปฏิบตั ิในสมยั สุโขทยั ถึง
สมยั อยธุ ยา. กรุงเทพมหานคร: สถาบนั ไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
สตีเวนสนั , วลิ เลียม. 2536. นายอินทร์ผปู้ ิ ดทองหลงั พระ. ทรงแปลโดย พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ภูมิพล
อดุลยเดชฯ. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติง้ แอนดพ์ บั ลิชช่ิง.
แบบการเขียนบรรณานุกรมของบทความในวารสาร
ผ้เู ขยี นบทความ. ปี ทพ่ี มิ พ์. ”ชื่อบทความ.” ช่ือวารสาร ปี ท,ี่ ฉบบั ที่: เลขหน้า.
เจตน์ เจริญโท. 2536. “การท่องเที่ยวกบั สิ่งแวดลอ้ มไทย ทาอยา่ งไรจึงจะยงั่ ยนื .” นิตยสารโลกสีเขียว 2,
4:16-20
แบบการเขียนบรรณานุกรมของวทิ ยานิพนธ์
กรรณิการ์ ชินะโชติ. 2522. คาไทยและอิทธิพลบางประการของภาษาไทยในภาเขมร. วทิ ยานิพนธ์ปริญญา
ดุษฎีบณั ฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
แบบการเขียนบรรณานุกรมของบทสัมภาษณ์
แมน้ มาส ชวลิต, คุณหญิง. 2537. นายกสมาคมหอ้ งสมุดแห่งประเทศไทย. สัมภาษณ์, 11 มีนาคม.
แบบการเขียนบรรณานุกรมของข้อมูล/สารนิเทศอเิ ลก็ ทรอนิกส์
ผ้แู ต่ง. ปี . ชื่อเรื่อง. [ประเภทของสื่อที่เข้าถึง]. เข้าถึงได้จาก: แหล่งข้อมูล/สารนิเทศ.
“ไอศกรีม” 1996. [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: http://www.car.chula.ac.th/mis/mkdata96/food-96/icecre.html
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ใบความรู้ที่ 6 การรวบรวม บันทกึ และตรวจสอบข้อมูล
การศึกษาคน้ ควา้ การรวบรวม บนั ทึก และการตรวจสอบขอ้ มูลเป็นอีกกระบวนการหน่ึงท่ีนกั เรียน
ตอ้ งคดั เลือกขอ้ มูลที่ตนเองสนใจศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง จดั เป็นหมวดหมู่ใหต้ รงกบั หวั ขอ้ หรือประเด็นปัญหา
ท่ีไดก้ าหนดไว้ จากน้นั ทาการวเิ คราะห์ สังเคราะห์ขอ้ มูลก่อนจะทาการบนั ทึก และนกั เรียนตอ้ งตรวจสอบ
ขอ้ มูลวา่ ขอ้ มูลที่ไดม้ าน้นั มีความน่าเชื่อถือมากนอ้ ยเพียงใด
หลกั ในการรวบรวมข้อมูล
การรวบรวมขอ้ มูลเพื่อสร้างความชดั เจนในการตอบประเดน็ ปัญหา สามารถดาเนินการดงั ต่อไปน้ี
1. วเิ คราะห์ความสาคญั ที่ปรากฏในประเดน็ ปัญหาท่ีจะศึกษา เช่น อะไรคือปัจจยั ที่ส่งผลตอ่
ผลสัมฤทธ์ิทางดา้ นการเรียนรู้ภาษาองั กฤษของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
คาสาคญั ไดแ้ ก่ ปัจจยั ท่ีส่งผลตอ่ การเรียนรู้ และ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนภาษาองั กฤษ
2. ใชค้ าสาคญั เป็นเครื่องนาทางในการสืบคน้ ขอ้ มูล ดงั น้ี
2.1 สืบคน้ โดยใชเ้ ครื่องมือคน้ หาผา่ นทางระบบอินเทอร์เน็ต
2.2 ดูจากดชั นีคา (Index) ทา้ ยเล่มหนงั สือที่เกี่ยวขอ้ ง
2.3 สืบคน้ จากรายการบทคดั ยอ่ ของงานวิจยั
2.4 สืบคน้ จากบตั รเรียกช่ือหนงั สือ
2.5 สืบคน้ จากระบบฐานขอ้ มูลในหอ้ งสมุดโรงเรียน วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั
3. นาขอ้ มูลหรือแหล่งสืบคน้ ที่ไดไ้ ปหาเอกสารตา่ งๆ จากช้นั หนงั สือในหอ้ งสมุด
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
4. สารวจเอกสาร ตารา หนงั สือ บทความ งานวจิ ยั ตามที่สืบคน้ ได้ โดยวธิ ีอา่ นแบบรวดเร็ว ถา้ เป็ น
เอกสาร หนงั สือ หรือตาราใหศ้ ึกษาสารบญั เร่ืองวา่ มีหวั ขอ้ ท่ีเกี่ยวขอ้ งหรือไม่
5. นาเอกสารหนงั สือ ตารา บทความ และงานวจิ ยั ที่คดั เลือกมาแลว้ มาอ่านเน้ือหาภายในเล่มแบบ
รวดเร็ว การสารวจหนงั สือรอบน้ีจะทาใหน้ กั เรียนสามารถคดั กรองเอกสาร หนงั สือ ตารา บทความ และ
งานวจิ ยั ท่ีตรงกบั ประเด็นปัญหาท่ีตอ้ งการศึกษาคน้ ควา้ มากที่สุด
การบนั ทกึ ข้อมูล
ขอ้ มูลท่ีนกั เรียนทาการศึกษาคน้ ควา้ น้นั มีขอ้ มูลจานวนมากและขอ้ มูลต่างๆ เหล่าน้นั ลว้ นเป็นขอ้ มูล
ท่ีมีลิขสิทธ์ิ ดงั น้นั การนาขอ้ มูลความรู้ของผอู้ ื่นมาใชน้ กั เรียนตอ้ งระมดั ระวงั การใช้ ตอ้ งมีการอา้ งอิงทุกคร้ัง
มิฉะน้นั นกั เรียนอาจจะถูกหาวา่ คดั ลอกผลงานวชิ าการของผอู้ ่ืน เพื่อหลีกเล่ียงขอ้ หาการลกั ลอบผลงานผอู้ ื่น
ควรปฏิบตั ิดงั น้ี
1. จดบนั ทึกขอ้ ความดว้ ยความระมดั ระวงั และควรแยกขอ้ ความที่บนั ทึกระหวา่ งส่ิงที่เป็ นความคิด
หรือถอ้ ยคาของตนเองกบั ของผอู้ ื่น
2. เกบ็ รักษาบนั ทึกขอ้ ความท้งั หมดไวจ้ นกวา่ จะทางานวชิ าการเสร็จเรียบร้อย
3. บนั ทึกขอ้ ความหรือจดบนั ทึกยอ่ ขอ้ มูลความรู้ แตล่ ะบนั ทึกยอ่ ควรมีขอ้ มูลภายนอกแหล่งอา้ งอิง
ดว้ ยทุกคร้ังเพื่อใหท้ ราบวา่ เป็ นแนวคิดของตนเองหรือผูอ้ ่ืน
4. ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากแหล่งขอ้ มูลปฐมภูมิและขอ้ มูลทุติยภูมิควรอา้ งอิงแหล่งขอ้ มูลท้งั สองแหล่ง
5. ควรมีการทวนสอบ (verify) ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากแหล่งอิเลก็ ทรอนิกส์ควรตอ้ งอา้ งอิงแหล่งท่ีมาดว้ ย
ทุกคร้ัง
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
6. ควรอา้ งอิงทุกคร้ังที่นาแนวความคิดหรือส่วนใดส่วนหน่ึงของผลงานวชิ าการหรือขอ้ มูลความรู้ของ
ผอู้ ่ืนมาใชใ้ นงานของตนเอง เช่น
“.....กล่าวไดว้ า่ นกั วจิ ยั ทาวจิ ยั โดยมีปัญหาวจิ ยั หรือโจทยว์ ิจยั เป็นแกนกลางยดึ โยงใหก้ ิจกรรมท้งั หมด
ตรงตามปัญหาวจิ ยั ...” (นงลกั ษณ์ วริ ัชชยั , 2551: 1)
การตรวจสอบแหล่งทม่ี าของข้อมูล
ข้อมูล คือ ขอ้ เทจ็ จริงหรือส่งที่ถือหรือยอมรับวา่ เป็นขอ้ เท็จจริงสาหรับใชเ้ ป็นหลกั อนุมานหาความ
จริง หรือการคานวณ (ราชบณั ฑิตยสถาน. 2546: 173) การตรวจสอบแหล่งท่ีมาของขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการศึกษา
คน้ ควา้ จะมีความน่าเชื่อถือไดม้ ากหรือนอ้ ยข้ึนอยกู่ บั การตรวจสอบ ที่นิยมใชม้ ี 3 ดา้ น คือ ขอ้ มูล ผศู้ ึกษา และ
ทฤษฎี
การตรวจสอบข้อมูล คือ การพิสูจนว์ า่ ขอ้ มูลที่ผศู้ ึกษาคน้ ควา้ ไดม้ าน้นั ถูกตอ้ งหรือไม่ วิธีการ
ตรวจสอบขอ้ มูลน้นั จะตอ้ งตรวจสอบแหล่งที่มา 3 แหล่ง ไดแ้ ก่ เวลา สถานที่ และบุคคล
1. การตรวจสอบเวลา หมายถึง การตรวจสอบวา่ ในช่วงเวลาตา่ งกนั ผลการศึกษาในเร่ืองเดียวกนั
เหมือนกนั หรือไม่ จึงควรมีการตรวจสอบในช่วงเวลาท่ีตา่ งกนั ดว้ ย
2. การตรวจสอบสถานที่ หมายถึง การตรวจสอบในสถานที่เดียวกนั หรือต่างกนั หากมาจากสถานท่ี
เดียวกนั มีผลออกมาเหมือนกนั ผศู้ ึกษาควรตรวจสอบในแหล่งสถานที่อ่ืนดว้ ย
3. การตรวจสอบบุคคล หมายถึง ถา้ บุคคลผใู้ หข้ อ้ มูลเปล่ียนไปเป็นคนอื่น ขอ้ มูลจะเหมือนเดิมหรือไม่
จึงควรมีการตรวจสอบจากบุคคลหลายคน
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
การตรวจสอบผู้ศึกษา คือ การตรวจสอบวา่ ผศู้ ึกษาแตล่ ะคนจะไดข้ อ้ มูลตา่ งกนั อยา่ งไร โดยการศึกษา
เรื่องลกั ษณะเดียวกนั จากผศู้ ึกษาหลายคน ซ่ึงจะสร้างความน่าเชื่อถือไดม้ ากกวา่
การตรวจสอบทฤษฏี คือ การตรวจสอบวา่ ผศู้ ึกษาสามารถใชแ้ นวคิดทฤษฎีท่ีตา่ งไปจากเดิม ตีความ
ขอ้ มูลแตกตา่ งกนั มากนอ้ ยเพียงใด ซ่ึงอาจทาไดโ้ ดยการตรวจสอบเรื่องเดียวกนั จาก 2 แหล่ง หรือ 2 เล่ม ข้ึนไป
การตรวจสอบข้อมูล
เทคนิคในการตรวจสอบขอ้ มูลในงานท่ีเกิดจากการศึกษาคน้ ควา้ ความรู้ดว้ ยตนเอง มีดงั น้ี
1. เลือกใชข้ อ้ มูลจากแหล่งขอ้ มูลปฐมภูมิใหม้ ากท่ีสุด เพราะจะทาใหน้ กั เรียนไดข้ อ้ มูลท่ีแทจ้ ริงจาก
แหล่งตน้ กาเนิดของความคิด ทาใหไ้ ดข้ อ้ มูลท่ีถูกตอ้ งเที่ยงตรง ไม่บิดเบือนหรือเก็บขอ้ มูลไม่ครบ
2. เลือกใชแ้ หล่งขอ้ มูลท่ีทนั สมยั ขอ้ มูลความรู้บางเร่ืองอาจมีช่ือหวั เรื่องที่เหมือนกนั แต่รายละเอียด
เน้ือหาน้นั อาจปรับเปล่ียนไปเนื่องจากมีการคน้ พบทฤษฎีหรือองคค์ วามรู้ใหมๆ่ ข้ึนมา
3. ใชแ้ หล่งอา้ งอิงท่ีมีความหลากหลายจะทาใหน้ กั เรียนสามารถตรวจสอบขอ้ มูลความรู้จากแหล่ง
อา้ งอิงหลายๆ แหล่งได้ ซ่ึงเป็ นการยนื ยนั วา่ ขอ้ มูลจากแหล่งตา่ งๆ ที่ไดศ้ ึกษามาน้นั มีเน้ือหาตรงกนั ทาใหง้ าน
ศึกษาคน้ ควา้ มีความน่าเชื่อถือยง่ิ ข้ึน
4. ตรวจสอบการอา้ งอิงในเน้ือหาใหส้ อดคลอ้ งกบั การลงรายการอา้ งอิงในบรรณานุกรม การอา้ งอิงท่ี
สมั พนั ธ์กนั จะช่วยสร้างความเช่ือมนั่ ในคุณภาพของงานวชิ าการ
5. อา่ นทบทวนเน้ือหาในรายงานการศึกษาคน้ ควา้ ความรู้ดว้ ยตนเองหลายๆ คร้ัง แต่การอ่านทบทวน
งานที่นกั เรียนจดั ทาข้ึนมาโดยการอ่านเสียงดงั ๆ จะช่วยใหน้ กั เรียนมองเห็นความเช่ือมโยงของเน้ืองานในแต่
ละตอน ส่วนใดท่ีไม่สมบูรณ์หรือขดั แยง้ กนั กจ็ ะคน้ พบไดง้ ่าย
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ใบความรู้ท่ี 7 เร่ือง ศาสตร์ (ความรู้)
“ศาสตร์” (Science) เป็นคาที่มาจากภาษาลาตินวา่ “Scientia” หมายถึง องคค์ วามรู้ มกั ใชป้ ระกอบ
หลงั คาอื่น เช่น วทิ ยาศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฯลฯ
เป็ นตน้
ศาสตร์ หมายถึง กระบวนการท่ีเป็นกิจกรรมของมนุษยท์ ี่ทาใหไ้ ดค้ วามรู้ท่ีสามารถทดสอบได้ ซ่ึง
กระบวนการท่ีกล่าวก็ประกอบไปดว้ ย 1) การสังเกตปรากฏการณ์ในธรรมชาติแลว้ กาหนดปัญหา 2) การต้งั
สมมุติฐาน 3) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 4) การวเิ คราะห์ และ 5) การสรุปผล (ไสว เลี่ยมแกว้ , 2526:37-38 อา้ งจาก
Fairchild, 1970)
แต่ “ศาสตร์” ในความหมายที่ใชก้ นั อยใู่ นปัจจุบนั หมายถึง ความรู้ที่ไดม้ าจากการคิดวิเคราะห์และ
สงั เคราะห์จนสร้างเป็นความรู้ข้ึนมาอยา่ งเป็นระบบและมีแบบแผน มีการจดั ระเบียบจนเป็นท่ีเชื่อถือไดแ้ ละ
เป็นที่ยอมรับกนั โดยทว่ั ไป
ความเป็นศาสตร์ของสาขาวชิ า หมายถึง การเป็นท่ียอมรับในแวดวงวชิ าการโดยถือวา่ เป็ นส่ิงท่ีมี
การศึกษาอยา่ งเป็นระบบ มีการใชว้ ธิ ีการศึกษาในเชิงวทิ ยาศาสตร์ท่ีสามารถอา้ งอิงพสิ ูจน์ได้
ในความหมายของศาสตร์ท่ีหมายถึง องคค์ วามรู้ น้นั อาจแยกไดเ้ ป็นศาสตร์บริสุทธ์ิ (Pure science)
และศาสตร์ประยกุ ต์ (Applied Science) ท้งั น้ีโดยถือวา่ ศาสตร์บริสุทธ์ิเป็นองคค์ วามรู้ท่ีมีความเป็นอิสระไมใ่ ช่
องคค์ วามรู้จากศาสตร์อื่นโดยเนน้ ความเป็ นปรนยั (Objectivity) ปราศจากคา่ นิยม มีความมนั่ คงแน่นอน
สอดคลอ้ งกนั ในการศึกษาแต่ละคร้ัง (Consistent) เป็นที่เชื่อถือได้ และมีความสามารถในการทานาย
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
ศาสตร์มีกฎเกณฑห์ รือ Criteria อยู่ 5 ขอ้ คือ (E.D.Klemke et al. 1990 P.32)
1. ศาสตร์ตอ้ งเป็นสิ่งท่ีพสิ ูจนไ์ ด้ (Intersubjective Testability) ท้งั คาจากดั ความ กฎ รวมท้งั คาอธิบาย
ต่างๆ ที่มีการกล่าวอา้ ง โดยจะตอ้ งมีหลกั ฐานในการพิสูจนไ์ ด้
2. ตอ้ งเป็ นส่ิงท่ีเชื่อถือได้ (Reliability) ใหค้ วามสนใจกบั ส่ิงท่ีเป็นจริง
3. ศาสตร์ตอ้ งเป็นส่ิงท่ีมีความชดั เจน (Definiteness) และมีความแมน่ ยา (Precision)
4. ศาสตร์ตอ้ งเป็นส่ิงที่เป็นระบบ (Coherence or Systematic character) รวมท้งั ง่ายต่อความเขา้ ใจ
5. ศาสตร์ตอ้ งมีความครอบคลุม (Comprehensiveness or Scope) ท่ีสามารถใหก้ ารอธิบายไดส้ ูงสุด
ลกั ษณะสาคัญของศาสตร์
1. มอี งค์ความรู้ (Body of knowledge) เป็นเรื่องเฉพาะตวั ซ่ึงองคค์ วามรู้ หมายถึง เน้ือหาสาระที่จดั
ไวอ้ ยา่ งเป็นระบบ เป็นหมวดหมู่ จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม จากง่าย ๆ ไปสู่ซบั ซอ้ น เรียงตามลาดบั ซ่ึง
ประกอบไปดว้ ย ส่วนที่เป็ นขอ้ เทจ็ จริง (fact) มโนทศั น์ (concept) ขอ้ เสนอ (proposition) สจั พจน์ (Axiom or
Postulate) ทฤษฎี (Theory) และ กฎ (Law)
2. มศี ัพท์เฉพาะตวั (Technical term) คาศพั ทเ์ ฉพาะในแตล่ ะศาสตร์เป็นส่ิงที่มีลกั ษณะเด่นและ
จาแนกศาสตร์ออกจากกนั คาศพั ทเ์ ฉพาะมีประโยชน์ท้งั ในแง่การใชส้ ื่อความในหมู่วชิ าการ กลุ่มคนวชิ าชีพ
เดียวกนั ใหม้ ีความเขา้ ใจตรงกนั
3. มวี ธิ ีการค้นคว้าความรู้เฉพาะตัว (Method of inquiry knowledge) ศาสตร์แต่ละศาสตร์ตอ้ งมี
วธิ ีการท่ีจะนามาใชเ้ พอ่ื สงั่ สมความรู้ในศาสตร์ของตน วิธีการท่ีนามาใชอ้ าจก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือของ
ความรู้ที่คน้ ควา้ มาไดแ้ ตกตา่ งกนั ไดแ้ ก่ การสงั เกต การสัมภาษณ์ การตรวจสอบเอกสาร หลกั ฐาน การทดลอง
เป็ นตน้
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
ใบความรู้ท่ี 8 การวเิ คราะห์ข้อมูล
การจัดกระทาข้อมูล
ในการศึกษาคน้ ควา้ ความรู้ดว้ ยตนเอง นกั เรียนตอ้ งใชข้ อ้ มูลท่ีไดค้ น้ ควา้ มาจากแหล่งเรียนรู้ท่ี
หลากหลาย และขอ้ มูลยงั กระจดั กระจายไมเ่ ป็นระบบระเบียบ ยงั ไมส่ ามารถนามาใชง้ านได้ จาเป็ นตอ้ งมีการ
จดั กระทาขอ้ มูลและนาเสนอขอ้ มูลที่ถูกตอ้ ง เป็นระบบระเบียบ สามารถนาขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการจดั กระทาขอ้ มูล
ท่ีผา่ นการวเิ คราะห์ไปใชป้ ระโยชนต์ ่อไปได้
ความรู้พืน้ ฐานทางสถิติ
สถิติ หมายถึง ระเบียบวธิ ีในการเก็บรวบรวมและการนาเสนอขอ้ มูลที่เป็ นจานวนตวั เลขในรูปแบบ
ตารางหรือแผนภูมิ โดยกรออกแบบ การทดลอง การสุ่มตวั อยา่ ง และการประมวลผลขอ้ มูล
ประเภทของสถิติ
1. สถติ เิ ชิงพรรณนาหรือสถิตเิ ชิงบรรยาย (Descriptive statistics) เป็นสถิติที่ใชใ้ นการศึกษาขอ้ เทจ็ จริง
จากกลุ่มขอ้ มูลท่ีรวบรวมได้ เพ่อื ใหท้ ราบรายละเอียดเก่ียวกบั ลกั ษณะของขอ้ มูลกลุ่มน้นั โดยไมไ่ ดอ้ า้ งอิงผล
การศึกษาไปยงั กลุ่มขอ้ มูลอ่ืน เช่น คา่ เฉล่ียการสอบวดั ความรู้ภาษาองั กฤษระดบั ทอ้ งถิ่นของนกั เรียนช้นั
มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 โรงเรียนบุญวาทยว์ ทิ ยาลยั เท่ากบั ร้อยละ 61 ซ่ึงหมายถึง คา่ เฉล่ียของคะแนนสอบ
ภาษาองั กฤษของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนบุญวาทยว์ ทิ ยาลยั เท่าน้นั
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
สถิติเชิงพรรณนาหรือสถิติเชิงบรรยาย มีการนาเสนอขอ้ มูลในรูปแผนภูมิตา่ งๆ เช่น แผนภูมิแท่ง โดย
ใชก้ ารบรรยายลกั ษณะของขอ้ มูลที่เกบ็ รวบรวมไดจ้ ากประชากรหรือกลุ่มตวั อยา่ งท่ีสนใจจะศึกษา เช่น เพศ
อายุ ระดบั การศึกษา อาชีพ น้าหนกั และส่วนสูง ซ่ึงแสดงสถิติในรูปร้อยละ คา่ เฉลี่ย มธั ยฐาน ฐานนิยม และ
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เป็ นตน้
2. สถิตอิ นุมานหรือสถิติอ้างองิ (Inferential statistics) เป็ นสถิติท่ีใชใ้ นการสรุปอา้ งอิงขอ้ มูลท่ีไดจ้ าก
การสุ่มตวั อยา่ งไปยงั ขอ้ มูลประชากร ถือวา่ เป็นการศึกษาคุณสมบตั ิเฉพาะของประชากรจากความรู้ท่ีไดศ้ ึกษา
จากกลุ่มตวั อยา่ งท่ีสุ่มมาโดยใชท้ ฤษฎีความน่าจะเป็น สถิติอนุมาน ไดแ้ ก่ การประมาณคา่ การทดสอบ
สมมติฐาน
สถิตพิ ืน้ ฐานและการวเิ คราะห์ข้อมูล
การวเิ คราะห์หรือการจดั กระทาขอ้ มูลเชิงปริมาณจะตอ้ งใชส้ ถิติเชิงพรรณนาหรือสถิติเชิงบรรยาย เช่น
ความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉลี่ย มธั ยฐาน ฐานนิยม และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
1. ความถี่ (Frequency) คือ การแจกแจงจานวนของส่ิงท่ีตอ้ งการศึกษา เช่น จานวนนกั เรียนท่ีป่ วยเป็น
ไขห้ วดั ,จานวนผไู้ ปใชส้ ิทธิเลือกต้งั หรือ จานวนนกั เรียนที่สมคั รเขา้ ร่วมกิจกรรมธรรมกล่อมใจ เช่น
การแสดงการแจกแจงจานวนนักเรียนทส่ี มคั รเข้าร่วมกจิ กรรมธรรมกล่อมใจแยกตามเพศ
เพศ การแจกแจง ความถ่ี (คน)
1. ชาย ///// ///// //// 14
2. หญิง ///// ///// ///// ///// / 21
35
รวม 35
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
2. ร้อยละ (Percentage) ร้อยละเป็นค่าสถิติท่ีนิยมใชก้ นั มากในทางวจิ ยั เน่ืองจากเป็นการเปรียบเทียบ
จานวนใดจานวนหน่ึงกบั จานวนเตม็ ร้อย ทาใหผ้ อู้ ่านขอ้ มูลมีความเขา้ ใจในความหมายของขอ้ มูลไดโ้ ดยง่าย
ร้อยละใชเ้ ครื่องหมาย % เป็นสัญลกั ษณ์แทนคา่ ร้อยละ และในสูตรการคานวณ ดงั น้ี
ร้อยละ = จานวนหรือตวั เลขที่ตอ้ งการเปรียบเทียบ X 100
จานวนเตม็
3. ค่าเฉลยี่ (Mean) การหาค่าเฉลี่ยเป็นการนาคา่ ของขอ้ มูลท้งั หมาดมารวมกนั แลว้ หารดว้ ยจานวนของ
ขอ้ มูลที่มีอยู่
คา่ เฉล่ีย = ผลรวมของขอ้ มูลท้งั หมด
จานวนของขอ้ มูลท้งั หมด
4. มัธยฐาน (Median) คือ ค่าท่ีมีตาแหน่งที่อยกู่ ่ึงกลางของขอ้ มูลท้งั หมดเมื่อเรียงขอ้ มูลจากมากไปหา
นอ้ ย หรือเรียงขอ้ มูลจากนอ้ ยไปหามาก
ในกรณีที่ขอ้ มูลเป็ นจานวนค่ี ค่ามธั ยฐาน คือ ขอ้ มูลท่ีอยตู่ าแหน่งระหวา่ งกลาง
ในกรณีท่ีขอ้ มูลเป็ นจานวนคู่ คา่ มธั ยฐาน คือ คา่ เฉลี่ยของขอ้ มูลคู่กลาง คือ นาขอ้ มูลท่ีอยตู่ รงกลาง
2 ตวั มาบวกรวมกนั แลว้ หารเฉล่ียดว้ ย 2
5. ฐานนิยม (Mode) คือ ขอ้ มูลท่ีมีความถี่สูงที่สุดในชุดของขอ้ มูลน้นั ๆ แต่ฐานนิยมอาจจะมีมากกวา่
1 ค่าก็ได้ แตถ่ า้ มีคา่ ของขอ้ มูลที่ซ้ากนั ต้งั แต่ 3 ค่าข้ึนไป ไมค่ วรใชส้ ถิติฐานนิยมในการอธิบายความหมายของ
ขอ้ มูล
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
การนาเสนอข้อมูล
การนาเสนอขอ้ มูลเป็ นการนาเอาผลของขอ้ มูลท่ีผา่ นการวเิ คราะห์หรือจดั กระทาแลว้ เช่น ความถ่ีของ
นกั เรียนในการใชห้ อ้ งสมุด หรือคา่ เฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนชนั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4
มาแปลผลหรืออธิบายความหมาย ซ่ึงถา้ เป็นข้อมูลเชิงปริมาณจะนาเสนอขอ้ มูลในรูปตาราง กราฟ หรือแผนภูมิ
แท่ง และอ่ืนๆ ประกอบการบรรยาย ส่วนข้อมูลทเี่ ป็ นข้อมูลเชิงคุณภาพ จะนาเสนอขอ้ มูลในรูปการบรรยาย
ประกอบการยกตวั อยา่ งของบทสมั ภาษณ์ หรือเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในระหวา่ งการสังเกต
เทคนิคการนาเสนอข้อมูล
1. กรณีที่เป็นการนาเสนอดว้ ยตารางหรือแผนภาพ ควรใชว้ ธิ ีการบรรยายเกร่ินนาก่อนแลว้ จึงตามดว้ ย
ตารางหรือแผนภาพ และคาอธิบายความหมายของขอ้ มูลท่ีปรากฏในตารางหรือแผนภาพน้นั ๆ
2. การเลือกอธิบายความหมายของตวั เลขหรือขอ้ มูลท่ีสาคญั ๆ ในตารางหรือแผนภาพโดยสรุปน้นั
อาจจะไมต่ อ้ งอธิบายรายละเอียดท้งั หมด เช่น อาจจะบอกคา่ ของขอ้ มูลหรือตวั เลขที่มากท่ีสุด หรือนอ้ ยที่สุด
หรือแสดงจุดเด่นของขอ้ มูลดว้ ยวธิ ีการเปรียบเทียบ
3. ในการนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยตาราง นกั เรียนควรจดั ทาร่างตารางขอ้ มูลก่อนและนาเสนอขอ้ มูลในแต่
ละส่วนอยา่ งครบถว้ น ชดั เจน โดยขอ้ ความในส่วนหวั ของตารางสามารถส่ือความหมายโดยกระชบั ท่ีสุดวา่
ตอ้ งการเสนอขอ้ มูลอะไร
4. หลีกเล่ียงการใชภ้ าษาพดู ในการนาเสนอขอ้ มูล
5. ไมค่ วรใส่ความคิดเห็นหรือความรู้สึกส่วนตวั ลงในขอ้ ความท่ีบรรยายหรือนาเสนอขอ้ มูล
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
6. การบรรยายเพ่ือการนาเสนอขอ้ มูลไมว่ า่ จะก่อนหรือหลงั การแสดงตารางขอ้ มูลตอ้ งมีความ
สอดคลอ้ งกนั และตอ้ งสนใจวา่ ไดน้ าเสนอคาอธิบายที่ตรงกบั ขอ้ มูลที่ปรากฏในตาราง
7. รักษาความสม่าเสมอของการใชร้ ูปแบบการเขียนรวมท้งั ภาษาที่ใชใ้ นการบรรยายและนาเสนอ
ขอ้ มูลใหเ้ ป็นไปในแนวทางเดียวกนั
การนาเสนอข้อมูลแบบไม่เป็ นแบบแผน
การนาเสนอขอ้ มูลในลกั ษณะน้ีจะไม่มีรูปแบบหรือกฎเกณฑท์ ่ีแน่นอน เป็ นการอธิบายลกั ษณะของ
ขอ้ มูลตามเน้ือหาซ่ึงอาจจะเป็ นการเขียนเชิงบรรยายลกั ษณะขอ้ มูลตามเน้ือหา เขียนบรรยายขอ้ มูลแบบความ
เรียง หรือการนาเสนอขอ้ มูลแบบบทความก่ึงตาราง
การนาเสนอขอ้ มูลแบบไม่เป็ นแบบแผนเหมาะสาหรับการนาเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น ขอ้ มูลที่ได้
จากการสงั เกตหรือการสัมภาษณ์เชิงลึก ซ่ึงผนู้ าเสนอจะวเิ คราะห์และนาเสนอขอ้ มูลและสรุปหวั ขอ้ แตล่ ะ
ประเดน็ จากน้นั จึงนาเสนอขอ้ มูลในรูปความเรียงประกอบการยกตวั อยา่ งคากล่าวท่ีไดจ้ ากบทสมั ภาษณ์ หรือ
เหตุการณ์ที่ไดจ้ ากการศึกษาดว้ ยวธิ ีการสงั เกตเพ่ือเป็นการยนื ยนั แนวความคิดหรือขอ้ คน้ พบน้นั ๆ ใหม้ ีความ
ชดั เจนและมีความน่าเช่ือถือมากยงิ่ ข้ึน
ตัวอย่าง การนาเสนอขอ้ มูลแบบความเรียงที่ไดจ้ ากการสัมภาษณ์และเป็นการนาเสนอขอ้ มูลแบบ
ไม่เป็ นแบบแผน
“......ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการสัมภาษณ์ สาเหตุที่นกั เรียนทาการบา้ นท่ีครูมอบหมายใหใ้ นแต่ละวนั ไมเ่ สร็จ
ข้ึนอยกู่ บั ปัจจยั สาคญั หลายประการ เช่น ปริมาณการบา้ น ความสามารถของนกั เรียน และการดูแลเอาใจใส่
ของผปู้ กครอง ดงั จะเห็นไดจ้ ากคากล่าวของนกั เรียนหลายๆ คนวา่
“.....ครูใหก้ ารบา้ นเยอะมาก เยอะทุกวชิ าเลย....”
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
การนาเสนอข้อมูลแบบเป็ นแบบแผน
การนาเสนอขอ้ มูลลกั ษณะน้ีเป็นการนาเสนอขอ้ มูลที่มีหลกั เกณฑแ์ ละมีมาตรฐานตามท่ีกาหนดไว้
และปฏิบตั ิต่อๆ กนั มา เช่น การนาเสนอข้อมูลในรูปตาราง กราฟ หรือแผนภูมิ
ตัวอย่าง การนาเสนอขอ้ มูลในรูปแบบตารางทางเดียว
ตารางแสดงจานวนของครูในสงั กดั โรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพฯ ที่ไดร้ ับ
ผลประโยชนเ์ พ่มิ เติมนอกเหนือจากเงินประจา ประจาปี งบประมาณ พ.ศ.2557 (หน่วย : คน)
ผลประโยชนเ์ พม่ิ เติมท่ีไดร้ ับ จานวน (คน)
เงินโบนสั 14,340
ค่าตอบแทนล่วงเวลา 28,990
ที่อยอู่ าศยั 7,680
อ่ืนๆ 1,320
52,330
รวม
จากตารางแสดงให้เห็นวา่ นอกเหนือจากการไดร้ ับเงินเดือนประจาแลว้ ครูในสังกดั โรงเรียนรัฐบาล
และโรงเรียนเอกชนยงั ไดร้ ับผลประโยชนเ์ พ่มิ เติมอีกดว้ ย โดยไดร้ ับผลประโยชน์เพ่มิ เติมดา้ นค่าตอบแทน
ล่วงเวลามากที่สุด และรองลงมาคือ ดา้ นเงินโบนสั และดา้ นที่อยอู่ าศยั ตามลาดบั
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ใบความรู้ที่ 9 เรื่อง การสังเคราะห์และสรุปองค์ความรู้
ความหมายของคาว่า “องค์ความรู้”
“องคค์ วามรู้” (Body of knowledge) มีความหมายแตกตา่ งจาก “ความรู้” (knowledge) เบนจามิน บลูม
ระบุวา่ “ความรู้” หมายถึง สาระ ขอ้ มูล แนวคิดท่ีบุคคลไดจ้ ากการเรียนรู้ เช่น ความรู้เฉพาะในดา้ นคาศพั ท์
คานิยาม ขอ้ เทจ็ จริง กฎเกณฑ์ โครงสร้างและวธิ ีการในการแกป้ ัญหา ในขณะท่ี “องค์ความรู้” หมายถึง ความรู้
ท่ีเป็นแนวคิด หลกั การ ทฤษฎีท่ีผา่ นการประมวล คดั เลือก จดั หมวดหมู่ หรือผา่ นการวเิ คราะห์อยา่ งมีแบบแผน
และไดร้ ับการพฒั นาจนมีความชดั เจน สมบูรณ์ หรืออีกความหมายหน่ึง “องค์ความรู้” หมายถึง ความรู้ที่ผา่ น
การกลน่ั กรองอยา่ งเป็นระบบและสั่งสมจนกลายเป็นสติปัญญา ภูมิปัญญา และประสบการณ์เฉพาะบุคคล
สรุป “องคค์ วามรู้” หมายถึง ความรู้ที่ผา่ นการประมวลผล หรือผา่ นการวเิ คราะห์อยา่ งเป็นระบบจนมี
ความสมบูรณ์ชดั เจนและสง่ั สมจนกลายเป็นสติปัญญา ภูมิรู้ และประสบการณ์เฉพาะแตล่ ะบุคคล
การสังเคราะห์และสรุปองค์ความรู้
การสงั เคราะห์องคค์ วามรู้ถือเป็นข้นั ตอนในการจดั การความรู้ เกิดจากการรวบรวมขอ้ มูล แลว้ นามา
วเิ คราะห์ แยกแยะ จดั หมวดหมูอ่ ยา่ งเป็นระบบใหส้ อดคลอ้ งกบั เป้าหมายของการศึกษา การวเิ คราะห์เพอ่ื จดั
หมวดหมู่องคค์ วามรู้ ไดแ้ ก่ การจดั ประเภท การอธิบายขอ้ มูล หรือการรวบรวมเหตุการณ์ท่ีมีความสัมพนั ธ์กนั
เช่ือมโยงเขา้ ดว้ ยกนั หรือการแจกแจงขอ้ เทจ็ จริงในดา้ นต่างๆ แลว้ ผสมผสานและจดั ระบบใหเ้ ป็นสิ่งใหม่ เป็น
เร่ืองใหม่ หรือโครงสร้างใหมท่ ี่มีความแตกตา่ งไปจากขอ้ มูลเดิม
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
สรุป การสังเคราะห์องคค์ วามรู้ คือ การจดั ระบบความคิดที่หลากหลายใหอ้ ยใู่ นรูปลกั ษณ์ใหมท่ ่ีมี
ความเป็ นหน่ึงเดียว
การสงั เคราะห์องคค์ วามรู้นกั เรียนตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั วธิ ีการสังเคราะห์องคค์ วามรู้ ดงั น้ี
1. กาหนดประเด็นหวั ขอ้ หรือเป้าหมายท่ีตอ้ งศึกษาเรียนรู้ใหช้ ดั เจน
2. คน้ ควา้ รายละเอียดขอ้ มูลความรู้จากแหล่งขอ้ มูลท่ีหลากหลาย เช่น จากหนงั สือ เอกสาร ตารา
บทความ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ
3. อา่ นรายละเอียดและวเิ คราะห์แยกแยะขอ้ มูลแต่ละส่วนโดยพจิ ารณาดูวา่ มีส่วนใดเป็ นเร่ืองเดียวกนั
ท่ีสามารถสรุปรวบรวมเขา้ ไวด้ ว้ ยกนั หรือจดั ไวเ้ ป็นหมวดหมู่เดียวกนั ไดบ้ า้ ง
4. คดั กรองขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากแหล่งความรู้ โดยคดั เลือกขอ้ มูลจากแหล่งขอ้ มูลที่น่าเช่ือถือ
5. จดั เรียงหมวดหมูห่ รือหวั ขอ้ ของขอ้ มูลแตล่ ะส่วนตามโครงสร้างหรือโครงร่างใหม่ หรือตาม
ประเดน็ หวั ขอ้ หรือเป้าหมายท่ีกาหนด
6. เรียบเรียงรายละเอียดของขอ้ มูลโดยใชภ้ าษาพดู หรือภาษาเขียนตามความรู้ความเขา้ ใจของตนเอง
การเรียบเรียงขอ้ มูลที่มีฐานความคิดมาจากงานของผอู้ ื่นในแตล่ ะส่วนตอ้ งอา้ งอิงตามหลกั วชิ าการทุกคร้ัง
ถึงแมร้ ายละเอียดน้นั ๆ จะถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นขอ้ ความใหม่ทดแทนขอ้ ความเดิมแลว้ ก็ตาม
7. ตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูลใหค้ รบถว้ น
8. นาขอ้ มูลซ่ึงเป็นองคค์ วามรู้ไปใชง้ าน
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ใบความรู้ท่ี 10 การนาเสนอแนวคิดและข้อค้นพบ
การนาเสนอแนวคดิ และข้อค้นพบอย่างเป็ นระบบ
การนาเสนอแนวคิดและขอ้ คน้ พบเป็นข้นั ตอนสุดทา้ ยของกระบวนการเรียนรู้ท่ีเป็นการศึกษาคน้ ควา้
หาความรู้ดว้ ยตนเอง
การจัดวางโครงร่างและข้ันตอนในการนาเสนอ
การนาเสนอแนวคิดและขอ้ คน้ พบท่ีเกิดจากการศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองอยา่ งมีประสิทธิภาพเกิดข้ึน
จากการวางแผนงานอยา่ งมีระบบ ซ่ึงการวางแผนงานอยา่ งเป็นระบบ หมายถึง การจดั วางโครงร่างลาดบั
ข้นั ตอนของแนวความคิดและการกาหนดรูปแบบท่ีตอ้ งการนาเสนอ การจดั วางโครงร่างและรูปแบบในการ
นาเสนอไวล้ ่วงหนา้ จะช่วยใหผ้ นู้ าเสนองานสามารถเรียงลาดบั ข้นั ตอนความคิด สามารถหาขอ้ มูลรายละเอียด
ตา่ งๆ ท่ีจาเป็นมาสนบั สนุนแนวความคิดและขอ้ คน้ พบของตนเองไดด้ ีกวา่ และยงั ช่วยทาใหส้ ามารถสื่อสาร
ความหมายกบั ผรู้ ับขอ้ มูลขา่ วสารไดค้ รบถว้ นตรงประเด็นอีกดว้ ย
การนาเสนอแนวคิดและขอ้ คน้ พบเป็นการแสดงใหเ้ ห็นถึงสิ่งท่ีเป็นคาตอบของประเด็นปัญหาหวั ขอ้
หรือขอ้ คาถามท่ีไดก้ าหนดไว้ และเพ่ือใหเ้ กิดความน่าเชื่อถือ รูปแบบของการนาเสนอจึงจาเป็นตอ้ งจดั ทาอยา่ ง
เป็นระบบตามแบบอยา่ งทางวชิ าการ และแสดงใหผ้ อู้ ่านหรือผทู้ ่ีไดร้ ับฟังเขา้ ใจแนวคิดอยา่ งชดั เจนในทุก
กระบวนการของการทางาน
การนาเสนอโครงร่าง (Outline) ของเร่ืองที่จะนาเสนอช่วยใหเ้ รามีกรอบแนวคิดที่ชดั เจน ทาใหไ้ ม่เกิด
การนาเสนอเน้ือหาท่ีมีความซ้าซอ้ นหรือวกวน โดยปกติแลว้ การนาเสนองานทางวชิ าการที่เป็นการศึกษา
คน้ ควา้ หาความรู้ดว้ ยตนเองจะกาหนดหวั ขอ้ หลกั ๆ ในการนาเสนอแนวคิดและขอ้ คน้ พบ ดงั น้ี
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
1. ช่ือเร่ืองหรือชื่อหวั ข้อเรื่อง (Title) ที่สะทอ้ นใจความสาคญั หรือแก่นของประเด็นปัญหาหรือขอ้
คาถามโดยใชภ้ าษาที่ส้นั กะทดั รัดไดใ้ จความชดั เจน และไมค่ าท่ีเยนิ่ เยอ้ ฟ่ ุมเฟื อย เช่น
ประเด็นปัญหา : โรงเรียนต้งั อยใู่ กลฟ้ าร์มเล้ียงสุกรซ่ึงมีมูลสุกรส่งกลิ่นรบกวนตลอดเวลา ทาให้
สุขภาพของสมาชิกในโรงเรียนและผูท้ ่ีอยอู่ าศยั ในบริเวณใกลเ้ คียงทรุดโทรม จะหาแนวทางในการบรรเทาหรือ
แกไ้ ขปัญหาดงั กล่าวอยา่ งไร
หัวข้อเร่ือง : การลดกล่ินมูลสุกรดว้ ยน้าหมกั ชีวภาพ
2. แจกแจงเหตุผลและความจาเป็ นในการศึกษาค้นคว้า การนาเสนอหลกั การและเหตุผลในการศึกษา
คน้ ควา้ จะกล่าวถึงหลกั การและเหตุผลจากประเด็นปัญหาท่ีเป็นบทกวา้ งไปสู่ประเด็นปัญหาท่ีแคบลง ซ่ึง
หมายถึงประเด็นหวั ขอ้ ท่ีนกั เรียนใชใ้ นการศึกษาหาความรู้ดว้ ยตนเองนนั่ เอง เช่น การลดกล่ินมูลสุกรดว้ ย
น้าหมกั ชีวภาพ นกั เรียนควรกาหนดกรอบแนวคิดในการนาเสนอหลกั การและเหตุผลในการศึกษาคน้ ควา้ ดงั น้ี
1. ความสาคญั ของอากาศตอ่ สุขภาพ
2. ปัญหาสิ่งแวดลอ้ มในประเทศไทย (มลพิษทางอากาศ,มลพษิ ทางน้า,มลพิษทางเสียง)
3. ปัญหามลพษิ ทางอากาศท่ีมีผลตอ่ สุขภาพของคนในท้องถ่ิน
4. แนวทางการแกไ้ ขปัญหากลิ่นมลู สุกรในทอ้ งถ่ิน
5. แสดงความสนใจใน
การศึกษาการใชน้ ้าหมกั
ชีวภาพในการลดกล่ิน
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
3. กาหนดวตั ถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
วตั ถุประสงคท์ ี่กาหนดข้ึนจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั หวั ขอ้ เร่ืองหรือประเด็นปัญหาที่จะศึกษา
ตัวอย่าง หวั ขอ้ เรื่อง/ประเดน็ ปัญหา การลดกลิ่นมูลสุกรดว้ ยน้าหมกั ชีวภาพ
วตั ถุประสงค์ 1. เพื่อผลิตน้าหมกั ชีวภาพที่ประสิทธิภาพในการลดกล่ินมูลสุกรที่มีตน้ ทุนการผลิต
ต่าและเป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม
2. เพ่ือเผยแพร่ความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษาทดลองแก่ประชาชนและชุมชนใกลเ้ คียง
4. ระบุประโยชน์และคุณค่าท่จี ะได้รับจากการศึกษาค้นคว้า
การระบุประโยชน์และคุณคา่ ท่ีไดน้ ้นั ไม่ใช่ผลท่ีเกิดจากการศึกษาคน้ ควา้ เช่น การศึกษาคน้ ควา้ ความรู้
เรื่อง การลดกลิ่นมูลสุกรดว้ ยน้าหมกั ชีวภาพ มีประโยชนด์ งั น้ี
1. มลพิษทางอากาศซ่ึงเกิดจากกล่ินมูลสุกรในชุมชนลดลงและทาใหอ้ ตั ราการแพร่เช้ือโรคในบริเวณ
ฟาร์มเล้ียงสุกรลดลง
2. ประชาชนที่อาศยั อยใู่ นละแวกท่ีมีการเล้ียงสุกรมีสุขภาพดีข้ึน
3. ฟาร์มเล้ียงสุกรในจงั หวดั นครปฐมและจงั หวดั อ่ืนๆ สามารถนาผลของการศึกษาคน้ ควา้ ทดลองไป
พฒั นาวธิ ีการลดกล่ินมูลสุกรในฟาร์มของตนเอง
จะเห็นไดว้ า่ ประโยชน์และคุณค่าที่ไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ จึงไม่ใช่การไดผ้ ลของการศึกษาทดลองท่ี
เป็นการผลิตน้าหมกั ชีวภาพที่มีตน้ ทุนต่า และเป็นมิตรกบั ธรรมชาติ
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
5. ระบุขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
การระบุขอบเขตของการศึกษาคน้ ควา้ เป็นการอธิบายวา่ ไดท้ าการศึกษาคน้ ควา้ กบั ประชากรหรือ
กลุ่มตวั อยา่ งใด หรือศึกษาคน้ ควา้ กบั ใคร เช่น การทดลองใชน้ ้าหมกั ชีวภาพกบั เลา้ สุกรท่ีบา้ นของนกั เรียน เพ่ือ
ตรวจสอบและพฒั นาประสิทธิภาพของน้าหมกั ชีวภาพ และจากน้นั จะใชน้ ้าหมกั ชีวภาพที่ผา่ นการพฒั นา
ประสิทธิภาพแลว้ กบั เลา้ สุกรของเพ่อื นบา้ นอีกก่ีเลา้ (ใหน้ กั เรียนระบุใหช้ ดั เจน) และการเลือกเลา้ สุกรเพ่อื การ
ทดลองใชน้ ้นั มีเกณฑใ์ นการคดั เลือกเลา้ สุกรอยา่ งไร คือ ใชข้ นาดของเลา้ สุกรและจานวนสุกรที่เล้ียงในแต่
ละเลา้ เป็นเกณฑ์ เป็นตน้
6. สรุปการศึกษาค้นคว้าเอกสาร ตารา หนังสือ บทความ งานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วข้อง
เป็นการศึกษาทบทวนเน้ือหาท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั หวั ขอ้ หรือประเด็นปัญหา ซ่ึงถือวา่ เป็ นการศึกษาความรู้ที่
ปรากฏและผา่ นการพิสูจนข์ อ้ เทจ็ จริงมาแลว้ ซ่ึงทาใหน้ กั เรียนไดเ้ รียนรู้เพมิ่ เติมจากเอกสาร ตารา บทความ
และงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ งไดเ้ น้ือหาที่ชดั เจนมาสนบั สนุนหวั ขอ้ หรือประเด็นปัญหา รวมถึงช่วยในการพฒั นา
แนวคิดเก่ียวกบั การศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองในทางสร้างสรรค์ และเกิดการพฒั นาใหเ้ กิดการสร้างนวตั กรรมท่ี
ใหมก่ วา่ มีคุณภาพที่ดีกวา่ ของเดิมที่มีอยู่
การศึกษาคน้ ควา้ เอกสาร ตารา หนงั สือ บทความ งานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ ง จะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั กรอบ
แนวคิดที่เป็นหลกั การและเหตุผลในการศึกษาคน้ ควา้ ที่นกั เรียนไดก้ าหนดไว้ เช่น นกั เรียนศึกษาคน้ ควา้ ความรู้
เร่ือง การลดกล่ินมูลสุกรดว้ ยน้าหมกั ชีวภาพ นกั เรียนจะตอ้ งศึกษาคน้ คา้ ขอ้ มูลความรู้ต่างๆ ต่อไปน้ี
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
1. ความสาคญั ของอากาศที่มีผลตอ่ สุขภาพ
2. ปัญหาส่ิงแวดลอ้ มและมลพิษในประเทศไทย
3. ปัญหามลพษิ ทางอากาศท่ีมีผลต่อสุขภาพ
4. ปัญหามลพิษทางอากาศในทอ้ งถิ่น
5. แนวทางการแกไ้ ขปัญหามลพษิ ทางอากาศโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ คือ การขจดั กลิ่นมูลสุกรในทอ้ งถิ่น
6. น้าหมกั ชีวภาพกบั การสร้างสมดุลกบั สิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาติ
7. ระบุวธิ ีดาเนินการศึกษาค้นคว้าหรือทดลองเพื่อให้ได้คาตอบหรือผลของการศึกษาค้นคว้า
นกั เรียนทาการศึกษาคน้ ควา้ และทดลองทาน้าหมกั ชีวภาพเพอ่ื ลอกล่ินมูลสุกรตามตวั อยา่ ง นกั เรียน
ควรจะนาเสนอข้นั ตอนการดาเนินงาน วธิ ีการทดลอง และผลของการศึกษาคน้ ควา้ ทดลอง เช่น
1. สารวจสภาพปัญหามลพิษส่ิงแวดลอ้ มในชุมชน
2. ต้งั ประเดน็ ปัญหาและสมมติฐานวา่ จะลดกลิ่นมูลสุกรในชุมชนไดอ้ ยา่ งไร
3. ศึกษาคน้ ควา้ แนวทางแกไ้ ข
4. สรุปองคค์ วามรู้ พบวา่ น้าหมกั ชีวภาพสามารถช่วยแกไ้ ขปัญหาสภาพแวดลอ้ มได้
5. ทดลองหมกั น้าชีวภาพ และพฒั นาคุณภาพ
6. ทดลองใชน้ ้าหมกั ชีวภาพกบั เลา้ สุกรในบา้ นตนเอง
7. แจกน้าหมกั ชีวภาพให้เพื่อนๆ นาไปใชก้ บั เลา้ สุกรท่ีบา้ น
8. เก็บรวบรวมขอ้ มูลผลการทดลองใชน้ ้าหมกั ชีวภาพจากเลา้ สุกรบา้ นเพ่ือนๆ เพอ่ื วเิ คราะห์
เปรียบเทียบผลก่อนการทดลองและหลงั การทดลอง
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4
เร่ือง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
8. นาเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหา
เป็นข้นั ตอนสุดทา้ ยของการศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้ดว้ ยตนเอง นกั เรียนสามารถนาเสนอดว้ ยการ
บรรยาย การใชต้ าราง แผนภาพ หรือแผนภูมิ เช่น
1. รณรงคก์ ารใชน้ ้าหมกั ชีวภาพในการทาความสะอาดเลา้ สุกร ,โรงเรียน, ชุมชน
2. สอนวธิ ีทาน้าหมกั ชีวภาพ โดยการจดั อบรมใหก้ บั นกั เรียนในโรงเรียน และจดั ค่ายอาสานาความรู้
สู่ชุมชน
รูปแบบการเสนอแนวคิดและข้อค้นพบ
การนาเสนอแนวคิดและขอ้ คน้ พบเก่ียวกบั การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ เป็นการนาผล
การศึกษาหรือองคค์ วามรู้ที่ไดจ้ ากการศึกษา คน้ ควา้ รวบรวม วเิ คราะห์ และสังเคราะห์ขอ้ มูลความรู้ไปใชใ้ น
การแกป้ ัญหา หรือตอบประเดน็ คาถามที่ไดก้ าหนดไว้ การนาเสนอแนวคิดและขอ้ คน้ พบเพอ่ื การแกไ้ ขปัญหา
อาจทาในรูปของการเผยแพร่ความรู้ดว้ ยแผน่ ใบปลิว โปสเตอร์ เอกสารอดั สาเนา จดั นิทรรศการ การเผยแพร่
เครือขา่ ยอินเทอร์เน็ต หรืออาจจะนาขอ้ คน้ พบไปทดลองปฏิบตั ิและนาเสนอแหล่งตน้ ตอของปัญหาได้
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4
เรื่อง การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ (Independent Study)
ใบความรู้ที่ 11 การเขียนเค้าโครงรายงานการศึกษาค้นคว้าอสิ ระ
ช่ือเรื่อง .........................................................................................................................................................
สมาชิก .........................................................................................................................................................
ครูทปี่ รึกษา .....................................................................................................................................................
ครูทป่ี รึกษาร่วม .............................................................................................................................................
ระยะเวลาทใี่ ช้ในการศึกษาค้นคว้าอสิ ระ ......................................................................................................
1. แนวคดิ ทม่ี าของการศึกษา .........................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
2. วตั ถุประสงค์ .........................................................................................................................................
3. ประเด็นคาถาม คือ .....................................................................................................................................
4. สมมตฐิ าน ................................................................................................................................................
5. เอกสาร หลกั การ ทฤษฎี ความเชื่อ ทใ่ี ช้นามาอ้างอิง สนับสนุนการค้นหาคาตอบ .....................................
..........................................................................................................................................................................
6. ข้นั ตอนการดาเนินการ (ขอบเขตของการศึกษา)
6.1 การเตรียมการ............................................................................................................................
6.2 การดาเนินการ
6.2.1 เน้ือหาท่ีใชศ้ ึกษา.........................................................................................................
6.2.2 ตวั แปรตน้ ...................................................................................................................
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (IS1)
สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4