เอกสารประกอบการสอน
วชิ า 30001-2003 เทคโนโลยีดิจทิ ัลเพอ่ื การจดั การอาชพี
(Digital Technology for Works)
เรยี บเรยี งโดย
ครปู รยี า ปนั ธิยะ
สาขาวชิ าการจัดการสาํ นกั งาน
วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาลาํ ปาง
สงั กดั สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธิการ
30001-2003 เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพอ่ื การจดั การอาชพี (Digital Technology for Works) 2-2-3
จดุ ประสงคร์ ายวชิ า เพอื่ ให้
1. เข้าใจเก่ียวกับความรู้พ้ืนฐาน ความหมาย องค์ประกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
อินเทอร์เนต็ ทุกสรรพสิง่ (Internet of Think) เทคโนโลยีท่ีใช้ในการทําธุรกกรรมโดยไม่ต้องผ่าน บุคคลท่ีสาม
(Block Chain) ธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี
(cryptocurrency) ธุรกจิ ดิจิทลั บนส่อื สังคมออนไลน์
2. กรณีศึกษาเทคโนโลยดิจิทัลเชอื่ มโยงอาชีพ และประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีดจี ทิ ัลในอาชีพยคุ ดิจิทลั
3. มีคณุ ธรรม จริยธรรมและความรบั ผดิ ชอบ ตระหนกั ถงึ การเป็นพลเมืองดิจิทลั
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับความหมาย องค์ประกอบการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
อินเทอร์เน็ตทุกสรรพส่ิง (Internet of Think) เทคโนโลยีที่ใช้ในการทําธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่าน บุคคลท่ีสาม
(Block chain) ธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี
(Cryptocurrency) ธรุ กิจดิจิทลั บนสื่อสงั คมออนไลน์ และการเชื่อมโยง เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ในอาชพี
2. กรณีศกึ ษา วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ความรู้ดา้ นเทคโนโลยดิจิทลั ในการจดั การอาชีพ
3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั การจดั การอาชีพ และการเปน็ พลเมืองดจิ ิทัล
คาํ อธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษาและปฏบิ ัติเกีย่ วกับความรูพ้ ื้นฐาน ความหมาย องคป์ ระกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big
Data) อินเทอรเ์ น็ตทุกสรรพส่ิง (Internet of Think) เทคโนโลยที ี่ใช้ในการทําธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่าน บุคคลที่
สาม (Block Chain) ธรุ กรรมการเงินดจิ ิทัล (Fintech) ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรน
ซี (Cryptocurrency) การทําธุรกิจดิจิทัลบนส่ือสังคมออนไลน์ กรณีศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลเช่ือมโยงอาชีพ
และประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทัลในอาชีพของการเป็นพลเมืองยุคดจิ ทิ ัล
1
บทท่ี 1
ความรพู้ น้ื ฐาน ประวตั คิ วามเปน็ มา ความหมาย ลกั ษณะ ความสาํ คญั องคป์ ระกอบ
และการจดั การขอ้ มลู ขนาดใหญ่ (Big Data)
บทนาํ
ในยุคปัจจุบันท่ีโลกถูกขับเคล่ือนด้วยข้อมูล ผู้คนมีการพ่ึงพิงข้อมูลในการตัดสินใจต่าง ๆ โดยมี
กระบวนการคิดของคนทั่วไปหรือแม้แต่องค์กรต่าง ๆ ในทุกวันน้ีส่วนใหญ่อยู่บนฐานของการรวบรวมข้อมูล
ประมวลผล เพอ่ื ใช้ประกอบการตัดสินใจทําอะไรบางอย่าง แต่ด้วยความที่ข้อมูลในปัจจุบันมีอยู่มากมาย และ
กระจัดกระจาย คําถามสําคัญ คือ เราจะเข้าถึงข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นและใช้ข้อมูลเหล่านั้น ให้เป็น
ประโยชนไ์ ดอ้ ย่างไร จากคาํ ถามดงั กลา่ วจึงทาํ ให้คนหันมาสนใจสิ่งที่เรียกว่า Big data กันมากข้ึนจนกลายเป็น
กระแสสงั คมในปจั จบุ นั
Big Data เป็นคําศัพท์ คําหน่ึงซึ่งอธิบายถึงปริมาณข้อมูลท่ีมหาศาล ท้ังแบบข้อมูลท่ีมีโครงสร้าง
และไม่มีโครงสร้าง ซ่ึงปะปนอยู่มากมายในการทําธุรกิจในแต่ละวัน หากแต่ไม่ใช่ปริมาณของข้อมูลที่เป็นสิ่ง
สําคัญ ส่ิงสําคัญก็คือการท่ีองค์กรจัดการกับข้อมูลต่างหาก การวิเคราะห์ Big Data นําไปสู่ข้อมูลเชิงลึกเพื่อ
การตดั สินใจท่ีดีกว่าและการเคลอื่ นไหวในกลยทุ ธ์ธรุ กจิ
ประวัตคิ วามเปน็ มาของ Big Data
ถึงแม้ว่าแนวคิดเรื่องข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data จะเป็นของใหม่และมีการเริ่มทํากันในไม่กี่ปีมา
นี้เอง แตต่ น้ กาํ เนดิ ของชดุ ข้อมูลขนาดใหญ่ได้มีการริเร่ิมสร้างมาต้ังแต่ยุค 60 และในยุค 70 โลกของข้อมูลก็ได้
เริม่ ต้น และได้พฒั นาศนู ยข์ อ้ มลู แห่งแรกขนึ้ และทําการพัฒนาฐานขอ้ มูลเชิงสมั พันธข์ ้นึ มา
ประมาณปี 2005 เรมิ่ ได้มกี ารตะหนกั ถงึ ขอ้ มูลปรมิ าณมากท่ีผู้คนได้สร้างข้นมาผ่านสื่อออนไลน์ เช่น
เฟสบุ๊ค ยูทูป และสื่อออนไลน์แบบอ่ืน ๆ Hadoop เป็นโอเพ่นซอร์สเฟรมเวิร์ค ที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงเวลา
เดียวกันให้เป็นท่ีเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และในช่วงเวลาเดียวกัน NoSQL ได้ก็เริ่มขึ้นและได้รับ
ความนิยมมากขน้ึ
การพฒั นาโอเพนซอร์สเฟรมเวิร์ค เช่น Hadoop (และเม่ือเร็ว ๆ น้ีก็มี Spark) มีความสําคัญต่อการ
เตบิ โตของขอ้ มูลขนาดใหญ่ เนื่องจากทําให้ข้อมูลขนาดใหญ่ทํางานได้ง่าย และประหยัดกว่าโดยท่ีในช่วงหลาย
ปีทผี่ า่ นมา ปริมาณขอ้ มูลขนาดใหญ่ได้เพิม่ ขึน้ อย่างรวดเรว็ ผคู้ นยงั คงสร้างข้อมูลจํานวนมาก ซ่ึงไม่ใช่แค่มนุษย์
ทท่ี ํามันขึ้นมา
การพัฒนาการของ IOT (Internet of Thing) ซ่ึงเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ที่เช่ือมต่อกับอินเตอร์เน็ตก็
ทําการเก็บ และรวบรวมข้อมูลซ่ึงอาจเป็นเร่ืองที่เก่ียวกับพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า รวมถึงในเร่ืองของ
ประสทิ ธภิ าพของสนิ คา้ หรือการเรยี นรขู้ องเครอ่ื งจกั รพวกน้ีล้วนทาํ ใหม้ ขี ้อมูลขนาดใหญ่
2
แม้ว่ายุคของข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data มาถึงและได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่มันก็ยังเป็นเพียงแค่ตอน
ช่วงแรก ๆ และระบบระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ก็ได้ขยายความเป็นไปได้มากขึ้น คลาวด์มีความสามารถในการ
ในการใชง้ านได้อยา่ งยืดหยุ่นได้
ความหมายของ ขอ้ มลู ขนาดใหญ่ (Big Data)
Big Data เป็นคําศพั ท์คําหนึง่ ซ่งึ อธิบายถงึ ปริมาณข้อมูลท่ีมหาศาล ท้ังแบบข้อมูลท่ีมีโครงสร้างและ
ไม่มีโครงสร้าง ซึ่งปะปนอยู่มากมายในการทําธุรกิจในแต่ละวัน หากแต่ไม่ใช่ปริมาณของข้อมูลท่ีเป็นสิ่งสําคัญ
ส่งิ สาํ คญั ก็คือการทีอ่ งคก์ รจดั การกบั ข้อมูลตา่ งหาก
การวิเคราะห์ Big Data นําไปสู่ข้อมูลเชิงลึกเพ่ือการตัดสินใจท่ีดีกว่าและการเคลื่อนไหวในกลยุทธ์
ธรุ กิจ
Big Data คือ จํานวนปริมาณข้อมูลท่ีมาก มีความซับซ้อน โดยเฉพาะท่ีมาจากแหล่งข้อมูลใหม่ ๆ
ด้วยจํานวนปริมาณท่ีมากมายมหาศาล ทําให้ไม่สามารถท่ีจะประเมินและวิเคราะห์ด้วยวิธีการ ซอฟต์แวร์
ฮาร์ดแวร์แบบเดิม ๆ แต่ข้อมูลมากมายมหาศาลเหล่านี้สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ในทางธุรกิจ ที่ในอดีต
ไม่สามารถใช้ได้
Big Data คือ การรวบรวมข้อมูลทั้ง Structured (พวกที่เก็บในโครงสร้างตารางข้อมูล) และมี
Unstructured (พวกที่เป็น text ยาว ๆ รูปภาพ และ วิดีโอต่าง ๆ) มาทําการประมวลวิเคราะห์ข้อมูล
และนําไปใช้ประโยชน์ Big Data คือ การพยายามสร้างมูลค่าของธุรกิจจากการนําเข้ามูลจํานวนมากทั้งที่มา
จากภายในและภายนอกองคก์ ร มาวิเคราะหป์ ระมวลผล
Big Data คือ คํานิยามของข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ทุกชนิดที่อยู่ในองค์กรของเราไม่ว่าจะเป็นข้อมูล
บริษัท ข้อมูลลูกค้า Suppliers พฤติกรรมผู้บริโภค ไฟล์เอกสารต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องทั้งหมด รวมไปจนถึง
รูปภาพ URLs ลิงค์ต่าง ๆ ที่เราเก็บไว้ ฯลฯ ท่ีมีปริมาณมากจนกระทั่งซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ปกติทั่วไปไม่
สามารถรองรับการเก็บข้อมลู หรอื ประมวลผลไดอ้ ย่างเต็มประสิทธภิ าพ ซ่ึงอกี นยั หนึ่ง
Big Data คือ เทคโนโลยี และสถาปัตยกรรมไอทีรุ่นใหม่ ท่ีสามารถรองรับการจัดเก็บ การจัดการ
กรองเลือกข้อมลู การวเิ คราะห์ และการใช้งานข้อมลู ทีม่ คี ณุ ลกั ษณะดงั ต่อไปน้ี
Big Data คือ ข้อมูลทุกอย่าง ท่ีเรามีอยู่ในบริษัท ทั้งด้านข้อมูลท่ีมีแหล่งที่มาจากภายในบริษัทเอง
และข้อมูลท่ีมาจากแหล่งท่ีมาภายนอกอย่าง Social medias ซึ่งท้ังหมดเป็นข้อมูลท่ีเราสามารถท่ีจะนํามา
วเิ คราะห์ได้หรือก็คือ ข้อมูลดิบน้ันเอง ท้ังนี้ข้อมูลเหล่านี้สามารถนํามาวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีการท่ีหลากหลายวิธี
ข้ึนอยู่กับว่าเราต้องการนําข้อมูลเหล่านั้นไปใช้งานด้านไหน ในปัจจุบันนิยมทํา Big Data Analysis เพื่อใช้ใน
การสาํ หรบั การคาดการณ์เหตกุ ารณ์ในอนาคต หรือ ก็คอื เพอื่ ใชด้ แู นวโน้มสิง่ ทีจ่ ะเกดิ ขน้ึ นน้ั เอง
โดยรปู แบบของข้อมูลของ big data ก็สามารถเปน็ ไปไดห้ ลากหลาย ต้งั แต่
1. Behavioral data: ขอ้ มลู เชิงพฤติกรรมการใช้งานตา่ ง ๆ เช่น server log, พฤติกรรมการ
คลิกดขู ้อมลู , ข้อมลู การใช้ ATM เปน็ ตน้
3
2. Image & sounds: ภาพถ่าย, วดี ีโอ, รปู จาก google street view, ภาพถา่ ยทางการแพทย์,
ลายมอื , ขอ้ มลู เสียงทีถ่ ูกบันทึกไว้ เปน็ ต้น
3. Languages: text message, ขอ้ ความทีถ่ ูก tweet, เน้อื หาต่าง ๆ ในเว็บไซต์ เปน็ ต้น
4. Records: ขอ้ มลู ทางการแพทย์, ข้อมูลผลสํารวจทีม่ ขี นาดใหญ่, ข้อมูลทางภาษี เป็นต้น
5. Sensors: ข้อมลู อุณหภูมิ, accelerometer, ขอ้ มูลทางภูมิศาสตร์ เปน็ ตน้
ลกั ษณะของ Big Data
รปู ท่ี 1.1 ลักษณะของ Big Data 3Vs
3Vs ประกอบดว้ ย
1. 3Vs ที่มีปริมาณมาก (Volume) ปัจจัยข้อแรกแน่นอนว่าคําว่า Big Data “Big” นั่นก็คือ
ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งรูปแบบ Online และ Offline ซ่ึงส่วนมากแล้วจะมีปริมาณมากกว่า
หน่วย TB (Terabyte) ข้นึ ไป
2. มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว (Velocity) ส่งผ่านข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง (Real-time)
ทาํ ให้การวิเคราะห์งา่ ย ๆ แบบ Manual เกิดข้อจาํ กดั หรือไมส่ ามารถจับรปู แบบหรอื ทศิ ทางของขอ้ มลู ได้
3. หลากหลายประเภทหรือแหล่งท่ีมา (Variety) หมายถึงรูปแบบของข้อมูลที่แตกต่างกันออก
ไป ทั้งในรูปแบบ ตัวอักษร วิดีโอ รูปภาพ ไฟล์ต่าง ๆ ฯลฯ และหลากหลายแหล่งท่ีมาเช่น Social Network
ต่าง ๆ ยังไม่ผ่านการประมวลผล (Veracity) ยังไม่ผ่านการ Process ให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูลที่ประโยชน์
ตอ่ องคก์ ร
ในขณะทีผ่ ้เู ช่ียวชาญบางคนใสล่ ักษณะเพม่ิ เตมิ ในการบ่งบอกความเป็น Big Data:
1. การแสดงข้อมูล (Visualization)
2. ความนา่ เชอ่ื ถือ Veracity (Reliability)
3. การผันแปร (Variability)
4. คุณคา่ (Value)
ซึ่งข้อมูลเหล่าน้ี ท่ีมีคุณลักษณะข้างต้น ในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีเคร่ืองมือมารองรับและจัดการ หรือ
ยังไม่เคยนํามารวมกันเพ่ือตั้งโจทย์ท่ีเป็นประโยชน์กับธุรกิจ ค้นหาผลลัพธ์ และผ่านกระบวนการวิเคราะห์
ข้อมูล และดูความสัมพันธ์กันด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม เพ่ือให้เกิดเป็นข้อมูลท่ีสามารถจะนํามาใช้งานได้จริง
(Information) และเกิดประโยชน์กับธุรกิจ เม่ือบริษัทมีข้อมูลที่มีความพร้อมและมีประโยชน์ ทําให้
กระบวนการตัดสนิ ใจของผ้บู ริหารมีความถูกต้องและแมน่ ยํามากข้นึ
4
1. Volume มีขนาดใหญม่ าก (ซ่ึงไม่สําคัญมากนัก แก้ปัญหาได้ไม่ยาก เพราะคอมพิวเตอร์ทํางานได้
ไวและกระจายกนั คํานวณได้ไม่ยาก)
2. Velocity มีความเร็วในการไหลเข้าไดอ้ ย่างรวดเรว็ โดยเฉพาะอนิ เทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet
of Things) และ Sensor ตา่ ง ๆ ตลอดจน Barcode Scanner แตเ่ ร่ืองนี้กไ็ มไ่ ดท้ า้ ทายมากเท่าไหร่
3. Variety ความหลากหลายของข้อมูล ซึ่งสมัยนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะข้อมูลไม่ได้มีเพียง
ตัวเลขและตาราง มีทั้งข้อความ ภาพ วีดิโอ เสียง คลื่น ส่ือสังคม และต่อไปในอนาคตคงมีความซับซ้อนยาก
มากขนึ้ ไปอกี เร่ือยๆ ซ่งึ ในทางการทหารน้ัน ต้องใช้ขอ้ มลู ทกุ รูปแบบทีก่ ลา่ วถงึ นี้
4. Veracity ข้อมูลท่ีเข้ามามีคุณภาพ และมีความถูกต้องหรือไม่ ย่ิงข้อมูลมาจากหลาย ๆ แหล่ง
กย็ ากลําบากยง่ิ
5. Value ต้องดูว่าข้อมูลที่มีอยู่นั้นมันมีคุณค่ามากน้อยแค่ไหน และจะนํามาวิเคราะห์เพื่อสร้าง
คณุ คา่ เปน็ ความรู้ เป็นนวัตกรรมได้ดมี ากนอ้ ยเพียงใด
Data Science นน้ั เป็นสหวทิ ยาการทางด้าน
1. คณติ ศาสตรแ์ ละสถิติศาสตร์
2. วทิ ยาการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ
3. ความร้ใู นเนอื้ หาสาขาวชิ านั้น ๆ ท่ีนําข้อมูลมาวิเคราะห์และสร้างองค์ความรู้ให้นําไปใช้ได้จริง
ในทางปฏิบัติ (Actionable knowledge)
Big data ทีม่ คี ุณภาพสงู ควรมลี ักษณะพนื้ ฐานอยู่ 6 ประการหลกั ๆ (6 Vs) ดงั น้ี
รปู ที่ 1.2 Big data ทีม่ คี ณุ ภาพสงู ควรมลี ักษณะพ้นื ฐานอยู่ 6 ประการ
1. ปริมาณ (Volume) หมายถึง ปรมิ าณของขอ้ มูลควรมจี าํ นวนมากพอ ทําให้เม่ือนํามาวิเคราะห์
แล้วจะได้ insights ที่ตรงกับความเป็นจริง เช่น การที่เรามีข้อมูลอายุ เพศ ของลูกค้าส่วนใหญ่ ทําให้เรา
สามารถหา demographic profile ทั่วไปของลูกค้าท่ีถูกต้องได้ ถ้าเรามีข้อมูลลูกค้าแค่ส่วนน้อย ค่าท่ี
ประมาณออกมาอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจรงิ
5
2. ความหลากหลาย (Variety) หมายถึง รูปแบบของข้อมูลควรหลากหลายแตกต่างกันออกไป
ท้ังแบบโครงสร้าง, ก่ึงโครงสร้าง, ไม่มีโครงสร้าง ทําให้เราสามารถนํามาวิเคราะห์ประกอบกันจนได้ insights
ครบถว้ น
3. ความเร็ว (Velocity) หมายถึง คุณลักษณะข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเน่ืองและทัน
เหตุการณ์ ทําให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบ real-time นําผลลัพธ์มาทําการตัดสินใจและตอบสนองได้
อยา่ งทนั ทว่ งที เช่น ข้อมูล GPS ท่ีใช้ติดตามตําแหน่งของรถ อาจจะนํามาวิเคราะห์โอกาสท่ีทําให้เกิดอุบัติเหตุ
และออกแบบระบบปอู งกนั อบุ ัติเหตุได้
4. ความถกู ตอ้ ง (Veracity) หมายถึง มีความนา่ เช่อื ถอื ของแหลง่ ที่มาข้อมูลและความถูกต้องของ
ชุดข้อมูล มีกระบวนการในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูล ซึ่งมีความเก่ียวเน่ืองโดยตรงกับ
ผลลพั ธก์ ารวเิ คราะหข์ อ้ มลู
5. คุณค่า (Value) หมายถึง ข้อมูลมีประโยชน์และมีความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ ซ่ึงต้องเข้าใจก่อน
ว่าไม่ใช่ทุกข้อมูลจะมีประโยชน์ในการเก็บและวิเคราะห์ ข้อมูลที่มีประโยชน์จะต้องเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์
ทางธุรกจิ เช่นถ้าต้องการเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดของผลิตภัณฑ์ท่ีขาย ข้อมูลท่ีมีประโยชน์
ทสี่ ุดนา่ จะเปน็ ขอ้ มูลผลิตภัณฑ์ของค่แู ขง่
6. ความแปรผันได้ (Variability) หมายถึง ข้อมูลสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามการ
ใช้งาน หรือสามารถคิดวิเคราะห์ได้จากหลายแง่มุม และรูปแบบในการจัดเก็บข้อมูลก็อาจจะต่างกันออกไปใน
แต่ละแหลง่ ของขอ้ มลู
ความสาํ คญั ของ Big Data
ปัจจุบันอะไร ๆ ก็ Big data แล้วทําไมมันถึงสําคัญ แท้จริงแล้วความสําคัญของ Big data ไม่ได้
เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่องค์กรของเรามีอยู่ แต่เป็นส่ิงท่ีเราสามารถใช้ข้อมูลเหล่าน้ีให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ
องค์กรไดอ้ ยา่ งไร
Big Data ช่วยใหเ้ ราสามารถใช้ข้อมูลจากทุกแหล่งท่ีเป็นไปได้ และวิเคราะห์เพ่ือให้ได้ผลลัพธ์ส่วนที่
เราต้องการ ซึ่งช่วยให้เราสามารถเข้าใจผู้บริโภคได้มากข้ึน ลดต้นทุนได้ ลดเวลาระยะเวลาดําเนินการ และ
สามารถตดั สินใจได้อยา่ งแม่นยาํ มากขึน้ ปจั จุบนั หลายบริษทั ได้นาํ Big Data มาประยุกตใ์ ชใ้ นส่วนของการขาย
และการตลาดของธุรกิจ เครื่องมือท่ีใช้สําหรับการรองรับ Big Data แบบที่เราเข้าใจได้ง่าย ๆ และเห็นกันอยู่
บอ่ ย ๆ กอ็ ยา่ งเช่น Google Analytics หรือ ระบบ ERP เป็นต้น
ขอยกตัวอย่างเช่น Amazon นํา Big Data ไปใช้ในการแนะนําสินค้าแบบอัตโนมัติและปรับราคา
สินค้าแบบ Real-time (Pricing Engine) ให้ตรงกับจุดที่ลูกค้าเห็นค่าของสินค้า (Value) และเกิดความเต็มใจ
ที่จะจ่าย โดยอาศัยข้อมูลพฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์และเลือกซ้ือสินค้า ข้อมูลจากการซื้อในอดีต ข้อมูลการ
ค้นหาข้อมูลการเลือกซื้อสินค้าผ่านทาง Search Engine ราคาสินค้าของคู่แข่ง จํานวนสินค้าที่เหลืออยู่
เพ่ือเพิ่มยอดขายในกับธรุ กจิ จากการที่ลูกคา้ ตดั สินใจซ้ือได้ง่ายขนึ้
6
ตัวอย่างตัวอย่างของการใช้ Big Data ขอยกตัวอย่าง Netflix ย้อนกลับไปราว ๆ ปี 2008 ลูกค้า
ผู้ใช้บริการ Video on demand กลุ่มใหญ่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาจอดํา ในขณะที่ลูกค้า Streaming ท่ีใช้
บริการผ่านคลาวด์บางรายสามารถใช้งานได้เป็นปกติ ผลกระทบครั้งใหญ่ในครั้งนี้ กดดันให้ Netflix ต้องเร่งหา
ทางแก้ไข ก่อนท่ีคิดจะให้ขยายการให้บริการออกไปยังต่างประเทศ Big Data คือกุญแจสําคัญ ในการ
แก้ปัญหา ทีมงานนําข้อมูลในทุกด้าน ท้ังส่วนที่มีความหนาแน่นในการใช้บริการเครือข่ายความเร็วเน็ต
จุดเช่ือมต่อระหว่างการให้บริการด้านข้อมูล ฯลฯ ถูกนํามาวิเคราะห์เพื่อหาทางปูองกันปัญหา Down-time
ท่ีจะเกิดขึ้นอกี ในอนาคต
ERP คอื ระบบ ERP หรอื ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning คือ เครอ่ื งมอื หรือมี
ระบบท่ชี ่วยวางแผนและจัดการฐานข้อมูลองค์กร เพื่อให้มีการบริหาร และใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในองค์กร
มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่ ระบบ ERP นั้นสามารถที่จะประยุกต์ใช้ได้ในหลายหลากธุรกิจ มีความยืดหยุ่นสูง
สามารถปรับแต่งให้มีความเหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภทได้ดี มีความสามารถใน การบูรณาการ
(Integration) การทํางานของแต่ละหน่วยงานเข้าเอาไว้ภายในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ การผลิต
Manufacturing ระบบสินค้าคงคลัง (Inventory) การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า CRM งานขาย (Sales)
งานซื้อ (Purchasing) งานบัญชีและการเงิน Accounting and Finance หรืองานบริหารทรัพยากรมนุษย์
HRM เป็นต้น ซงึ่ ทั้งหมดท่ีกลา่ วมาขา้ งตน้ นี้เราเรียกกนั วา่ โมดูล (Modules)
รูปที่ 1.3 Enterprise Resource Planning
7
องคป์ ระกอบของ Big Data
หากจะเร่ิมศึกษาการทํา Big Data Project ต้องเร่ิมจากอะไร จะต้องมีการเริ่มต้นจาก คือ เราต้อง
เรียนรู้ก่อนว่า องค์ประกอบของระบบ Data คืออะไร เพราะแต่ละองค์ประกอบมีองค์ความรู้ที่ไม่เหมือนกัน
และตอ้ งอาศัยทกั ษะของผเู้ ชี่ยวชาญทีแ่ ตกตา่ งกัน
รูปท่ี 1.4 องค์ประกอบของระบบ Big Data
จากภาพ จะเห็นไดว้ ่า องค์ประกอบของระบบ Data แบ่งออกเป็น 5 ส่วนดว้ ยกนั ไดแ้ ก่
1. Data Source แหลง่ ท่มี าของขอ้ มูล ซึง่ ถือได้ว่า เปน็ ตน้ นาํ้ เป็นแหล่งกําเนดิ ของข้อมูล อาจจะ
เป็นระบบ โปรแกรม หรือจะเป็นมนุษย์เรา ท่ีสร้างให้เกิดข้อมูลขึ้นมา ทั้งน้ี เม่ือได้ช่ือว่าเป็น Big Data แล้ว
ข้อมลู ตา่ ง ๆ มกั จะมาจากแหลง่ ข้อมูลทห่ี ลากหลาย นําพามาซ่ึงความยากลําบากในการจัดการโครงสร้าง หรือ
จดั เตรยี มใหข้ ้อมูลทน่ี ํามารวมกนั นน้ั มีความพรอ้ มใช้ตอ่ ไป
2. Gateway ช่องทางการเชื่อมโยงข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูล เป็นส่วนท่ีสําคัญมาก และเป็น
ปัญหาใหญ่ในการทํา Big Data Project ต้องอาศัยทักษะของ Data Engineer ทั้งการเขียนโปรแกรมเอง
และใช้เคร่ืองมือท่ีมีอยู่มากมาย ทั้งน้ีการจะออกแบบช่องทางการเช่ือมโยงข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จาํ เป็นต้องทราบกอ่ นว่า จะนําข้อมูลใดไปทําอะไรตอ่ บ้าง มิเช่นน้ัน การสร้างช่องทางการเชื่อมที่ไม่มีเปูาหมาย
ก็อาจเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
3. Storage แหล่งเก็บขอ้ มลู แหล่งเก็บน้ี ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูล แต่เป็นการเก็บ
ขอ้ มลู จากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหล่ง เอามาไว้เพื่อรอการใช้งาน ซ่ึงอาจจะเป็นท่ีพักข้อมูลให้พร้อมใช้ หรือจะ
เป็นแหล่งเกบ็ ขอ้ มูลในอดตี ก็เป็นได้
4. Analytics การวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนนี้เป็นหน้าท่ีหลักของ Data Scientist ซ่ึงแบ่งงาน
ออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การวิเคราะห์เบ้ืองต้น โดยการใช้วิธีทางสถิติ หรือจะเป็นการวิเคราะห์เชิงลึกโดยการ
สร้าง Model แบบตา่ ง ๆ รวมไปถงึ การใช้ Machine Learning เพือ่ ให้ไดผ้ ลลัพธเ์ ฉพาะจงเจาะในแต่ละปัญหา
และแตล่ ะชดุ ขอ้ มูล
8
5. Result/Action การใช้ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลลัพธ์ท่ีได้จากการวิเคราะห์สามารถนําไปใช้
งานได้ 2 รูปแบบ คือ ออกเป็นรายงาน เพ่ือให้ Data Analyst นําผลลัพธ์ท่ีได้ไปใช้กับงานทางธุรกิจต่อไป
หรือจะเป็นการนําไปกระทําเลยโดยท่ีไม่ต้องมี “มนุษย์” คอยตรวจสอบ ซ่ึงจําเป็นต้องมีการเขียนโปรแกรม
เพิม่ เพ่อื ให้มีการกระทาํ ออกไป ทีเ่ รียกวา่ Artificial Intelligence
การที่จะเข้าใจส่วนประกอบทั้งหมดของ Big Data System ได้นั้น อาจต้องใช้เวลา เพราะในแต่ละ
ส่วน ค่อนข้างมีรายละเอียดมากมาย เช่น ส่วนของการเชื่อมโยงข้อมูล สามารถใช้โปรแกรม ETL (Extract-
Transform-Load) ได้ แต่โปรแกรม ETL ก็มีหลายแบบ ทั้งเป็นโปรแกรม Software หรือ เป็น Function
หน่งึ ใน Cloud Computing
ในส่วนของ Analytics เองก็เช่นกันเฉพาะ Machine Learning ก็มี Algorithm มากมาย และยัง
ตอ้ งมีการปรับค่า Parameter อีกด้วย ไม่รวมไปถึงการออกแบบตัวแปร ว่าจะนําข้อมูลใดมาวิเคราะห์ เพ่ือให้
ได้ผลลัพธ์อะไร เรียกได้ว่า แค่ความรู้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีประสบการณ์ในการระบุปัญหา และทักษะในการ
ออกแบบการใช้ Model อีกดว้ ย
ดังนั้น การจะเข้าใจ Big Data Ecosystem ให้ได้ท้ังหมดน้ันมันค่อนข้างยาก และยังต้องใช้เวลา
แตไ่ ม่ใช่ว่าจะทําไม่ได้ต้องวางเปูาหมายให้ชัดก่อนว่า ที่ต้องการเข้าใจ หมายถึงต้องการเข้าใจในภาพรวม หรือ
ต้องการทําเองให้เปน็ ดว้ ย ถา้ เป็นขอ้ แรกการเขา้ ใจเพ่ือให้รู้ว่าองค์ประกอบแต่ละส่วนทํางานอย่างไร ไม่ใช่เร่ือง
ยากแต่ต้องแยกให้ออกวา่ ส่ิงทีเ่ ราตอ้ งการรคู้ อื เรอ่ื งอะไร แตถ่ ้าเป็นข้อสองนั้นคือ ต้องการใช้เคร่ืองมือเป็น หรือ
ตอ้ งการเขียนโปรแกรมได้ ตอ้ งบอกวา่ ใชเ้ วลาพอสมควร
การเริ่มตน้ ทํา Big Data Project ท่ีดี คือ การเข้าใจว่าปัญหาขององค์กรคืออะไร อยู่ ณ ส่วนใดของ
องค์ประกอบของระบบ Data บางที่มีปัญหาเรื่องไม่มีแหล่งท่ีมาของข้อมูล บางท่ีมีปัญหาไม่สามารถเชื่อมโยง
ขอ้ มลู ได้ บางท่ีมปี ัญหาไมส่ ามารถวิเคราะห์ได้ บางทไี่ มส่ ามารถแสดงผลได้ และหลายท่ี มปี ญั หาที่ไม่รู้ว่าตัวเอง
มปี ญั หาอะไร
การจดั การขอ้ มูลขนาดใหญ่ (Big Data)
การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นการผสมผสานไอทีเข้ากับธุรกิจ ออกแบบและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ
แก้ไขปัญหาธุรกิจเป็นการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่มาก ๆ มาวิเคราะห์จัดการเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์ต่อ
องค์กรหรือสถาบันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน โดยนําความรู้ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ แนวทางการ
ประกอบอาชีพ ได้แก่ นักวิเคราะห์ธุรกิจ นักวางแผนข้อมูล นักวิจัยการตลาด นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ
เจ้าของกิจการทางดา้ น big data เป็นตน้
การจัดการขอ้ มูล มคี วามสําคัญในการจัดการองคก์ ร และการจัดการไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซ่ึงอาจจะ
ต้องการเก็บอย่างถาวร หรือส่งไฟล์ขนาดใหญ่ท้ังข้อมูลท่ีมีโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้างหรือเอกสารเพ่ือให้
แน่ใจวา่ ทุกแผนกของบรษิ ัทสามารถเข้าถงึ ได้ โดยบริษทั ตา่ ง ๆ กาํ ลังใชโ้ ซลูช่ันขอ้ มลู ขนาดใหญ่เพื่อรองรับการ
เติบโตของกลุ่มข้อมูลอย่างรวดเร็ว การจัดการข้อมูลท่ีมีประสิทธิภาพช่วยให้องค์กรสามารถค้นหาข้อมูลที่มี
โครงสร้าง และที่ไม่มีโครงสร้างได้อย่างง่ายดาย เพื่อรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่จากแหล่งต่าง ๆ เช่น ไซต์
9
โซเชียลมีเดียเว็บไซต์และบันทึกระบบ อย่างไรก็ตามบ่อยคร้ังที่ผู้เริ่มต้นจะติดปัญหาในการจัดการทุกอย่าง
เกยี่ วกบั ขอ้ มูลขนาดใหญ่บา้ ง
สภาพแวดล้อมของข้อมูล ในธุรกิจทุกวันน้ีเหนือกว่าแพลตฟอร์มฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์และท่ีเป็น
คลังข้อมูลดั้งเดิม คุณอาจต้องใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลในรูปแบบท่ีไม่ใช่ธุรกรรม
การวิเคราะหข์ ้อมูลขนาดใหญ่ กําลงั เปลยี่ นแปลงวธิ ีการทํางานของหน่วยงานอย่างช้า ๆ ดังน้ันจึงเป็นส่ิงสําคัญ
ทจี่ ะตอ้ งเรียนรูก้ ารวเิ คราะห์และจัดเก็บข้อมูลเพื่อปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ในความเป็นจริงการจัดการ
ข้อมลู ทีม่ ปี ระสิทธิภาพชว่ ยให้ธุรกิจมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งหัวข้อดังต่อไปน้ีเป็นเคล็ดลับท่ีจะ
ช่วยใหอ้ งค์กรจัดการฐานขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งราบรืน่
วธิ กี ารจดั การข้อมลู มดี งั น้ี
รูปท่ี 1.5 Big Data
Big Data ข้อมูลขนาดใหญ่ มีการทํางานโดยข้อมูลขนาดใหญ่ให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ เพื่อเปิด
โอกาสและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ การเริม่ ตน้ ใช้งานประกอบด้วย 3 ขนั้ ตอนสาํ คญั ดังนี้
1. การรวบรวมข้อมูล การรวบรวมข้อมูลของ Big Data เป็นการรวบรวมข้อมูลของจาก
หลากหลายท้ังท่ีมาและการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างมากมาย ซ่ึงกลไกและเทคโนโลยีแบบด้ังเดิม ETL
(extract, transform, and load) ไม่สามารถทําได้ ซ่ึง Big Data หรือ ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องการเทคนิค
วิธีการ และเทคโนโลยีใหม่ในการรวบรวมข้อมูลขนาด เทราไบต์ และอาจจะเป็นระดับเพธาไบต์เลยก็มีในการ
รวบรวมขอ้ มูลนัน้ ตอ้ งมีการประมวลผล จัดรูปแบบ ให้เหมาะสําหรับการใช้ในการวิเคราะห์หรือใช้งานสําหรับ
ธุรกิจหรือวัตถุประสงค์น้นั ๆ
2. การจัดการขอ้ มลู ขอ้ มลู ขนาดใหญ่ หรอื Big Data นนั้ มีความตอ้ งการสถานที่จดั เกบ็ ขนาด
ใหญ่ การจัดเก็บข้อมูลมูลขนาดใหญ่จะเป็นชนิดใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นแบบ on premises หรือ แบบ cloud
ข้ึนกับความต้องการหรือความสะดวกในการใช้ ซึ่งเราสามารถใช้และประเมินผลได้เช่นเดียวกัน บางครั้งก็มี
ความจําเป็น ท่ีต้องจัดเก็บไว้ใกล้กับแหล่งข้อมูล หรือข้อมูลบางอันยังต้องการความยืดหยุ่นสูง และไม่
ตอ้ งการบริหารจัดการกใ็ ชเ้ ปน็ แบบ Cloud ซึง่ กําลงั เปน็ ท่ีนยิ มกันเป็นอย่างมาก
10
3. การวิเคราะห์ การลงทุนสร้างข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big data จะมีประโยชน์หรือคุ้มค่าก็
ต่อเมื่อคุณใช้และวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลทําให้เกิดความกระจ่างและชัดเจนในชุดข้อมูลที่คุณมีอยู่
การสาํ รวจข้อมูลยังทําให้เราค้นพบสิ่งใหม่ แชร์สิ่งท่ีค้นพบใหม่ๆต่อคนอื่น สร้างรูปแบบจําลองข้อมูล ด้วยการ
เรียนรขู้ องเครื่องจกั รและปญั ญาประดิษฐ์ AI และนําขอ้ มลู เหล่านัน้ ไปใชง้ าน
เทคนิควธิ กี ารจดั การข้อมลู มดี งั น้ี
1. สรุปเปูาหมายของเรา เราต้องกําหนดเปูาหมายเพ่ือให้ทราบข้อมูลที่ธุรกิจจําเป็นต้อง
เจรญิ เตบิ โต ไม่เช่นน้ันอาจพบกับกลุ่มข้อมูลจาํ นวนมากท่ี ไมเ่ กีย่ วข้องกับความต้องการทางธุรกิจของเรา การมี
ส่วนร่วมของทีมงานทั้งหมดในการกําหนดเปูาหมายของ บริษัท เป็นสิ่งสําคัญ องค์กรอาจส้ินสุดการรวบรวม
ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหากไม่มีเปูาหมายท่ีชัดเจน คุณต้องกําหนดกลยุทธ์เพื่อช่วยให้บรรลุเปูาหมายเหล่าน้ัน
แนน่ อนวา่ ทกุ คนตอ้ งการรวบรวมขอ้ มูลทีเ่ ก่ยี วขอ้ งซง่ึ จะสง่ ผลตอ่ ประสิทธิภาพของธุรกิจ คุณต้องมีทิศทางก่อน
เรมิ่ การดําเนนิ การ
2. การปูองกันข้อมูล ไม่มีใครต้องการรวบรวมข้อมูลด้วยความยากลําบากและจบลงด้วย
การสูญเสียมัน ดังนั้นองค์กรควรรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสามารถเข้าถึงได้ เป็นไปไม่ได้ท่ีจะ
วิเคราะห์ข้อมูลท่ีไม่สามารถเข้าถึงได้ อีกวิธีหน่ึงในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลก็คือ การใช้การสแกน
มัลแวร์การรักษาความปลอดภัยไฟร์วอลล์ และการกรองสแปม คุณสามารถใช้เว็บไซต์หรือบทวิจารณ์
ผลิตภัณฑ์เพื่อรวบรวมข้อมูลจากลูกค้า อย่างไรก็ตามมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายเท่าน้ันที่ใช้เวลาในการ
บังคับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูล อย่าใช้การจัดการข้อมูลเพื่อรับสิทธิ์ เพราะอาจจะเกิดปัญหาข้ึน
ได้ ในความเปน็ จรงิ ความปลอดภยั ของขอ้ มลู เปน็ องค์ประกอบทีส่ าํ คญั ของการจัดการข้อมลู ของบริษัท
3. ปรับใหเ้ ข้ากับการเปลย่ี นแปลงใหม่ หนง่ึ ในแนวปฏิบัติท่ีดีท่ีสุดสําหรับการจัดการข้อมูลขนาด
ใหญ่คือการรักษาแนวโน้มการจัดการข้อมูล โปรดรู้ว่าข้อมูลและซอฟต์แวร์มีการเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นจงึ มีเครอ่ื งมอื และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มากมายท่ีออกสู่ตลาดทุกวัน การก้าวไปตามเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ
จะช่วยให้ บริษัท สามารถสรา้ งฐานข้อมลู ทด่ี ขี นึ้ และก้าวลาํ้ นําหน้า สิ่งสาํ คญั คือต้องมีความยืดหยุ่นและปรับให้
เข้ากบั การเปลย่ี นแปลงในการจดั การข้อมูลอยู่เสมอ
4. เชื่อมโยงข้อมูลของคุณ มีช่องทางมากมายที่สามารถใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูล คุณไม่
จําเป็นต้องปรับใช้เคร่ืองมือเทคโนโลยีที่แตกต่างกันสําหรับแต่ละแอปพลิเคชั่น อีกวิธีหนึ่งในการปรับปรุง
กระบวนการคือการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดของคุณเข้าด้วยกัน การสื่อสารผิดพลาดระหว่างข้อมูลและ
แอปพลิเคชั่น อาจทาํ ให้เกิดปญั หามากมาย การเก็บข้อมูลบนคลาวด์ถือเป็นเคร่ืองมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้
เพอ่ื เชอื่ มโยงข้อมูล แนน่ อนว่าทกุ บริษัทต้องการแอปพลิเคช่ันและขอ้ มลู ท้ังหมดในการประมวลผลอย่างราบร่ืน
การประสานข้อมูลเป็นสง่ิ สําคัญสําหรบั ทมี ทีจ่ ะใชฐ้ านขอ้ มูลเดียวกนั และจะทาํ ใหเ้ กิดปัญหาน้อยลงอีกดว้ ย
5. อย่ามองขา้ มกฎการตรวจสอบ จําเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องมั่นใจว่าแม้แต่ผู้จัดการฐานข้อมูลยังคง
ต้องรักษากฎในการตรวจสอบ ไม่ว่าเปูาหมายคือการจัดการข้อมูลในเรื่องของการชําระเงินหรือคะแนนเครดิต
สง่ิ สาํ คัญท่ีสดุ คือการปฏิบตั ิตามกฎการตรวจสอบอย่างเคร่งครดั
11
อ้างองิ
sas.com เกร็ดความรู้เกีย่ วกบั ประวัติความเปน็ มาของ Big Data. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทมี่ า
https://www.sas.com/th_th/insights/big-data/what-is-big-data.html
[18 กนั ยายน 2563]
medium.com เกรด็ ความรเู้ ก่ยี วกบั ความหมายของข้อมลู ขนาดใหญ่ Big Data. [ระบบออนไลน์].
แหลง่ ที่มา https://medium.com/@thanachart.rit/big-data- [18 กนั ยายน 2563]
khundee.com เกร็ดความรู้เกี่ยวกบั ลกั ษณะของ Big Data. [ระบบออนไลน์]. แหล่งทีม่ า
https://www.khundee.com/big-data [18 กนั ยายน 2563]
coraline.co.th เกรด็ ความรเู้ กี่ยวกับองคป์ ระกอบของ Big Data. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ท่มี า
https://www.coraline.co.th/single-post/2018/10/15/Composition-of-data-systems
[18 กนั ยายน 2563]
mgronline.com เกร็ดความรเู้ ก่ยี วกบั ความสําคญั ของ Big Data. [ระบบออนไลน์]. แหล่งทมี่ า
https://mgronline.com/mutualfund/detail/9610000037714 [18 กันยายน 2563]
khundee.com เกรด็ ความรู้เก่ยี วกบั การจัดการขอ้ มลู ขนาดใหญ่ (Big Data) . [ระบบออนไลน์].
แหลง่ ท่ีมา https://www.khundee.com/big-data-% [18 กนั ยายน 2563]
12
บทที่ 2
อนิ เทอรเ์ นต็ ทกุ สรรพสงิ่ (Internet of Thing)
บทนํา
ในทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ต (Internet of Thing) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของเรามากข้ึน
สิ่งของท่ีเราใช้มักจะเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ เห็นได้จากโทรศัพท์มือถือ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต
ยานพาหนะ หรือแม้กระท่ังเคร่อื งใช้ไฟฟูา และบางอย่างในบ้านทม่ี กี ารพฒั นาใหฉ้ ลาดและอํานวยความสะดวก
ตอ่ ผใู้ ช้มากขึ้น โดยสามารถเช่อื มตอ่ กบั ระบบอนิ เทอรเ์ น็ตได้
ความหมายของ Internet of Things
ทกุ วันน้ี ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่า
หลายสิ่งใกล้ตัวเราไม่ว่าจะเป็น เคร่ืองใช้ไฟฟูา หรือ อุปกรณ์ต่าง ๆ เร่ิมมีการใช้อินเทอร์เน็ตในการเช่ือมต่อ
โดยไม่จําเป็นต้องเข้าไปส่ังงานอุปกรณ์เหล่าน้ันด้วยตนเองหลายคนอาจเคยได้ยินช่ือ Internet of Things
หรอื เรียกแบบย่อ ๆ วา่ IoT กันมาบา้ ง แล้วสงิ่ นม้ี ันคอื อะไร มีบทบาทในชวี ติ ประจาํ วันมากขนาดไหน
รูปท่ี 2.1 Internet of Things
Internet of Things (IoT) หรือ “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” หมายถึง การท่ีวัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ
สิ่งปลูกสร้าง และส่ิงของต่าง ๆ ที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ มีการเช่ือมโยงกับเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต ทําให้อุปกรณ์เหล่านี้เก็บบันทึกและรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้ มนุษย์จึงสามารถสั่งการ ควบคุม
การใช้งานอุปกรณ์จากระยะไกลได้ จากโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่แล้วจะทําให้
สามารถผสานระบบอนิ เทอร์เนต็ กบั โลกทางกายภาพได้มากข้ึน
IoT หรือ Internet of Things (อินเทอร์เน็ตของสรรพส่ิง) หมายถึง วัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ สิ่งของ
เครื่องใช้ และส่ิงอํานวยความสะดวกในชีวิตอ่ืน ๆ ท่ีมนุษย์สร้างข้ึนโดยมีการฝังตัวของวงจรอิเล็กทรอนิกส์
ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และการเชื่อมต่อกับเครือข่าย ซ่ึงวัตถุส่ิงของเหล่านี้ สามารถเก็บบันทึก และแลกเปล่ียน
ข้อมูลกันได้ อีกท้ังยังสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและถูกควบคุมได้จากระยะไกล ผ่านโครงสร้างพื้นฐานการ
13
เชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเท่าน้ัน แต่ IoT สามารถประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ทุกอย่างท่ีถูกออกแบบมาให้
เชื่อมโยงกันได้บนเครือขา่ ยอินเทอร์เน็ตเพ่ือทจี่ ะสามารถสื่อสารกันได้
IoT มีชอ่ื เรยี กอกี อย่างว่า M2M ย่อมาจาก Machine to Machine คือ เทคโนโลยีอินเทอร์เนต็ ท่ี
เชอ่ื มต่ออปุ กรณก์ ับเคร่ืองมือตา่ ง ๆ เข้าไวด้ ้วยกนั นน่ั เอง
IoT หมายถงึ การเช่ือมต่อทุกสิ่งเข้ากับอนิ เตอรเ์ นต็ ซ่ึงสามารถจาํ แนกออกได้เปน็ สามรูปแบบหลกั ๆ
- สิง่ ทีร่ วบรวมจัดเก็บข้อมลู และทาํ การส่งขอ้ มลู ออกไป
- สง่ิ ท่ีรับขอ้ มูลและนาํ ข้อมลู ไปประเมินผล
- ส่ิงที่ทาํ ได้ท้ังสองอยา่ ง (รวบรวมจัดเกบ็ ข้อมูล และ ประเมินผลขอ้ มลู เอง)
โดยทงั้ สามรูปแบบนี้สามารถสร้างประโยชน์ให้แกก่ ันได้อย่างมหาศาล
1. จัดเก็บข้อมูลและส่งต่อข้อมูล ในส่วนนี้หมายถึงอุปกรณ์ sensor โดยที่อาจจะเป็นได้ทั้ง
sensor ตรวจวดั อุณหภูมิ sensor ตรวจจับการเคล่ือนไหว sensor ตรวจวัดคุณภาพอากาศ sensor ตรวจวัด
แสง และอ่นื ๆ อกี มากมาย ซึ่ง sensor ดังกลา่ วเมือ่ ถกู นาํ ไปเช่ือมต่อกับอินเตอร์เน็ตแล้ว จะทําให้เราสามารถ
จัดเกบ็ ข้อมูลสภาพแวดล้อมไดอ้ ยา่ งอตั โนมัติและรวดเรว็ จงึ ทําใหเ้ ราตัดสินใจได้คลอ่ งแคล่วว่องไวขน้ึ
ในส่วนของการเกษตร 4.0 ข้อมูลเกี่ยวกับความช้ืนในดิน ที่ได้รับมาอย่างอัตโนมัตินั้นจะเป็น
ตัวบ่งช้ีให้เกษตรกรได้ทราบ ถึงช่วงเวลาท่ีต้องทําการรดน้ําผลผลิตของตน แทนท่ีจะสิ้นเปลืองน้ําในการรดน้ํา
เปน็ ปริมาณมาก ๆ หรือแทนท่ีการรดน้ําในปริมาณท่นี อ้ ยจนเกินไป (ซึ่งอาจจะทําให้เกิดการสูญเสียผลผลิตและ
รายได้เปน็ จาํ นวนมาก) เม่ือนําเทคโนโลยี IoT และ sensor ตรวจวัดค่าเหล่านี้มาใช้ เกษตรกรจะสามารถมั่นใจ
ได้วา่ ผลผลติ ของตนนน้ั ไดร้ บั นํา้ ในปริมาณทเี่ หมาะสม ทําใหเ้ กษตรกรมรี ายไดเ้ พ่มิ มากข้ึนนน่ั เอง
เปรียบเสมือนประสามสัมผัสของเรา ไม่ว่าจะเป็นท้ัง การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น
การสัมผัส และการลิ้มรส ท่ีทําให้มนษุ ย์ไดส้ มั ผสั กบั โลก อุปกรณ์ sensor IoT เองก็จะทําให้เคร่ืองจักรสามารถ
สัมผสั กบั โลกได้เชน่ เดยี วกนั
2. รับข้อมูลและนําข้อมูลไปใช้ เราทุกคนต่างคุ้นชินกับการใช้อุปกรณ์เคร่ืองจักรในการรับข้อมูล
และนําเอาข้อมูลไปใช้ เช่นเคร่ืองพิมพ์เอกสารท่ีรับข้อมูลเอกสารจากคอมพิวเตอร์หรือมือถือของเราและทํา
การพิมพ์ออกมาบนกระดาษ รถยนต์ของคุณที่รับสัญญาณจากรีโมตกุญแจและปลดล็อคประตูรถยนต์ของเรา
และตวั อย่างอ่ืน ๆ อกี มากมาย
ถึงแม้ว่ามันจะง่ายในการส่งข้อมูลคําสั่งให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทํางาน หรือข้อมูลท่ีซับซ้อนอย่าง
การสัง่ พิมพ์แมแ่ บบ 3 มติ ิไปยงั เคร่อื งพิมพ์ เราตา่ งรกู้ ันดวี ่าเราสามารถสง่ั ใหเ้ คร่ืองจกั รทํางานได้ แม้จะอยู่ห่าง
ออกไปไม่เพียงเท่านี้ ประสิทธิภาพท่ีแท้จริงของ IoT จะเกิดข้ึนเม่ืออุปกรณ์สามารถรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจาก
sensor ตา่ ง ๆ และนาํ เอาขอ้ มลู เหล่านไี้ ปประเมินผล
3. ดําเนินการได้ท้ังสองรูปแบบ (รวบรวมจัดเก็บข้อมูล และ ประเมินผลข้อมูลเอง) ซึ่งลอง
ย้อนกลับไปดูตัวอย่างในภาคการเกษตร 4.0 ตัวอุปกรณ์ sensor ที่สามารถตรวจวัดค่าความชื้นในดินได้อย่าง
เดยี วนั้น จะสามารถเตือนให้เกษตรกรทําการรดน้ําเม่ือความช้ืนลดลง แต่เม่ืออุปกรณ์ IoT สามารถตรวจวัดค่า
14
ความช้ืนใต้ดินไปพร้อมกับกับ ประเมินผลเองและส่งข้อมูลไปที่ระบบรดน้ํา IoT ระบบรดน้ําก็จะทําการรดนํ้า
โดยอัตโนมัติตามปริมาณความช้ืนท่ีต้องการ โดยท่ีเกษตรกรไม่จําเป็นต้องออกไปทําการรดน้ําเอง ซึ่งเป็นการ
ประหยดั ทง้ั คา่ แรงและคา่ นํา้
นอกเหนือจากนี้ เรายังสามารถพัฒนาอุปกรณ์ให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ยกตัวอย่างเช่น หากระบบการ
รดนํ้า IoT ได้รับข้อมูลสภาพอากาศจากการเชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ตและรับรู้ว่าภายในอีก 1 ชั่วโมงฝนจะตก
หนัก ระบบรดน้ํา IoT กจ็ ะตัดสินใจได้ว่าไม่ต้องทําการรดน้ําผลผลิต เน่ืองจากผลผลิตเหล่านั้นจะได้รับน้ําจาก
ฝน ซง่ึ จะสามารถปอู งกันไมใ่ ห้เกษตรกรสญู เสียผลผลิตจากปรมิ าณนาํ้ ท่ีมากเกินไปอกี ด้วย ไม่เพียงเท่าน้ี ข้อมูล
ท้ังหมดท่ีรวบรวมเกี่ยวกับความชื้นในดินและปริมาณนํ้าที่ใช้ ก็สามารถนํามาเทียบกับอัตราการเติบโตของ
ผลผลติ ได้ โดยขอ้ มูลอาจถกู สง่ ไปในคอมพิวเตอรเ์ พื่อวิเคราะห์ขอ้ มลู วา่ ความช้ืนอยู่ระดับใดและปริมาณน้ํามาก
นอ้ ยแคไ่ หนที่จะสง่ ผลใหไ้ ดร้ ับผลผลิตมากท่สี ุด
ซ่ึงส่ิงท่ีกล่าวมาก่อนหน้าน้ีเป็นเพียงตัวอย่างในการใช้งาน sensor การตรวจวัดความช้ืนใต้ดินอย่าง
เดียว ยังไม่รวมถึง sensor ประเภทอ่ืน ๆ เช่น sensor ตรวจวัดแสง ตรวจคุณภาพอากาศ ตรวจวัดอุณหภูมิ
และประเภทอนื่ ๆ อีกมากมายทีเ่ รายังไม่รบั รถู้ ึงความสามารถ
สรุปความหมายของ IoT คืออะไร: อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Thing) หรือคําย่อคือ
IoT คอื การเพิ่มประสทิ ธิภาพของอินเตอร์เน็ตท่ีเหนือกว่าการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สมาร์ทโฟน
ไปยังวัตถุอื่น ๆ และส่ิงแวดล้อม โดยที่การถูกเช่ือมต่อผ่านเทคโนโลยี IoT นั้นดําเนินการเพ่ือรวบรวมจัดเก็บ
ขอ้ มูล ส่งขอ้ มูลออกไป หรือทัง้ สองรปู แบบ
แนวคดิ Internet of Things
“อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” หรือ “Internet of Things (IoT)” ถือว่าเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างเรียบ
ง่าย ซ่ึงหมายถงึ การรวบรวมทกุ สรรพส่ิงในโลกมาเชอ่ื มต่อเขา้ กับอนิ เตอรเ์ นต็
แนวคิดเรื่อง Internet of Things คิดข้ึนโดย เควิน แอชตัน (Kevin Ashton) ซ่ึงเป็นบุกเบิก
เทคโนโลยีของอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ข้อมูลอัตโนมัติท่ีสถาบัน
เทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างระบบมาตรฐานสากลสําหรับ RFID* ท่ีในขณะน้ันถือ
เปน็ มาตรฐานโลกสําหรับการจับสัญญาณเซน็ เซอร์ตา่ ง ๆ (RFID Sensors) และเป็นผู้เร่ิมต้นโครงการ Auto-ID
Center ซึ่งทําให้ตัวเซ็นเซอร์เหล่านั้น สามารถท่ีจะเชื่อมต่อกันได้ เควิน แอชตัน ได้ใช้คําว่า Internet of
Things ในสไลด์การบรรยายของเขาเป็นครั้งแรก โดยนิยามเอาไว้ตอนนั้นว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดก็ตามท่ี
สามารถส่ือสารกันได้ได้ก็ถือเป็น “internet-like” หรือพูดง่าย ๆ ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท่ีส่ือสารแบบ
เดียวกับกับระบบอินเตอร์เน็ตนั้นเอง โดยคําว่า “Things” ก็คือคําใช้แทนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
เหลา่ น้ัน และเขายังกล่าวไว้ว่า Internet of Things อาจจะเปล่ียนแปลงโลกได้เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต และ
อาจจะมากกว่าทอี่ นิ เทอรเ์ นต็ เคยทาํ
ตอ่ มาในยคุ หลังปี ค.ศ. 2000 เปน็ ต้นมา โลกมีจํานวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกมาเป็นจํานวนมาก
และมักมีการใช้คําว่า Smart กับสิ่งเหล่านั้น เช่น อุปกรณ์อัจฉริยะ (smart device) มีกริดไฟฟูา อัจริยะ
15
(smart grid) บ้านอัจฉริยะ (smart home) เครือข่ายอัจฉริยะ (smart network) ระบบขนส่งอัจฉริยะ
(smart intelligent transportation) ซึ่งส่ิงต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนมีโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีสามารถเช่ือมต่อกับโลก
อินเตอรเ์ น็ตได้ จึงมาเปน็ แนวคดิ ทวี่ า่ อปุ กรณ์เหล่านัน้ ก็ย่อมท่ีจะสามารถสื่อสารกันได้ด้วยเช่นกัน โดยอาศัยตัว
Sensor ในการสื่อสารถึงกนั น่นั แปลว่านอกจาก Smart devices ต่าง ๆ จะมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้แล้ว
มันยังสามารถเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ตัวอ่ืนได้ด้วย หรือพูดง่าย ๆ ก็คืออุปกณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถส่ือสาร
พูดคุยกนั เองได้
อปุ กรณท์ เ่ี ปน็ Internet of Things
รปู ที่ 2.2 อปุ กรณท์ ่เี ปน็ Internet of Things
สรรพสง่ิ (Things)
ในความหมายของ IoT "สรรพส่ิง" หมายถึง อุปกรณ์ ส่ิงของเคร่ืองใช้ที่แตกต่างหลากหลาย เช่น
เคร่ืองจักรตา่ ง ๆ ในโรงงาน รถยนต์ สกูต๊ เตอร์ จักรยานท่ีมีเซ็นเซอร์ในตัว เคร่ืองใช้ภายในบ้าน กล้องอัจฉริยะ
นาฬิกาเด็ก อุปกรณ์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แท็กไบโอชิปที่ติดกับปศุสัตว์ อุปกรณ์วิเคราะห์ดีเอ็นเอใน
สิ่งแวดล้อมหรืออาหาร หรืออุปกรณ์ภาคสนามของนักผจญเพลิงในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือ หุ่นยนต์ดูแล
ผู้ปวุ ยและผ้สู ูงอายุ และอื่น ๆ ซงึ่ ไมเ่ ว้นแม้ เสยี งพดู สั่งงานของมนษุ ย์
“Things หรือ สรรพส่ิง” ในความหมายของ Internet of Things สามารถหมายถึงอุปกรณ์ท่ี
แตกต่างหลากหลาย เช่น อุปกรณ์วัดอัตราหัวใจแบบฝังในร่างกาย แท็กไบโอชิปที่ติดกับปศุสัตว์ ยานยนต์ที่มี
เซ็นเซอร์ในตวั อปุ กรณ์วเิ คราะห์ดีเอ็นเอในสิ่งแวดล้อมหรืออาหาร และอุปกรณ์ภาคสนามที่ช่วยในการทํางาน
ของนักผจญเพลิงในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือ อุปกรณ์เหล่าน้ีจะจัดเก็บข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ด้วยการใช้
เทคโนโลยีหลากหลายชนิดและจากการส่งตอ่ ข้อมูลระหว่างอปุ กรณ์อ่นื ๆ โดยอตั โนมัติ ตวั อยา่ งเช่น
1. อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์ท่ีถือว่าเป็น Internet of Things ช้ินแรกของโลกก็คือ ตู้ ATM ท่ีใช้กด
เงินกัน เพราะมันสามารถเชื่อมต่อสื่อสารหากันได้ผ่านเครือข่ายของธนาคารและสาขาต่าง ๆ ซ่ึง ATM น้ันถือ
กําเนิดข้ึนมาตั้งแต่ปี 1974 ก่อนท่ีจะมีการนิยามคําว่า Internet of Things เครื่องซักผ้า-อบผ้าท่ีต่อกับ
เครอื ข่ายไวไฟ เพอื่ ใหส้ ามารถดสู ถานะจากระยะไกลได้
16
2. เคร่ืองควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ (Smart thermostat) จะปรับค่าต่าง ๆ เองได้ สามารถ
เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองโดยดูจากพฤติกรรมของผู้ใช้ อาศัยข้อมูลจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีไร้สาย
และโทรศัพท์สมาร์ตโฟน ทําให้ปรับต้ังอุณหภูมิได้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น สามารถเปิดปิดระบบปรับ
อากาศเมื่อต้องการใช้โดยอัตโนมัติ เช่น สามารถรู้ว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านจากตําแหน่ง GPS ท่ีส่งมาจากมือ
ถือของเจ้าของบ้านเทอร์โมสตัทก็จะทําการตัดการทํางานเครื่องปรับอากาศ และในทางกลับกันเมื่อเจ้าของ
บ้านกลับมาใกล้บ้าน ก็จะเริ่มเปิดแอร์ปรับอุณหภูมิลงให้พอเหมาะ เม่ือเจ้าของบ้านถึงบ้านพอดี และเทอร์
โมสตัท บางรุ่น มี Sensor ในตัว สามารถรู้ได้ว่ามีคนอยู่ในห้องหรือไม่ ถ้าห้องไหนไม่มีคนก็จะปรับ
อุณหภูมิหอ้ งให้สงู ขึน้ หอ้ งไหนมคี นใชง้ านก็จะปรบั อณุ หภูมใิ หพ้ อดี เหมาะกับบ้านหรือสํานักงานท่ีมีหลายห้อง
แตไ่ มไ่ ด้มี ประตกู ั้นแยกหอ้ ง และไมไ่ ด้ใช้งานพรอ้ มกนั
3. กล้องวงจรปิดหรือ CCTV อัจฉริยะ ปัจจุบันกล้อง CCTV ราคาถูกลงมาก กล้องช่วยตรวจจับ
ความผิดปกติท้ังในบ้านหรือในเมืองต่าง ช่วยปูองกันภัยคุกคามได้ จึงเป็นที่นิยมในบ้านอยู่อาศัยมากขึ้นด้วย
เช่นกัน เนื่องจากต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย โดยการเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi หรือบางรุ่นสามารถใส่ซิม
เข้าไปในเคร่ืองได้เลย และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพและเสียงจากมือถือได้ รวมถึงสามารถเก็บภาพคลิป
ตา่ ง ๆ ไปสํารองขอ้ มลู ไว้ทรี่ ะบบ Cloud
4. นาฬิกาอัจฉริยะ นอกจากใช้ดูเวลาแล้วยังถ่ายรูป บันทึกวิดีโอ รับ-ส่ง อีเมล จับเวลา การนับ
ก้าวเดิน การคํานวณระยะทาง และพลังงานที่ร่างกายใช้ นอกจากนี้ยังใช้เป็นรีโมตคอนโทรลของโทรทัศน์
ไดอ้ กี ด้วย
อยา่ งไรกด็ ี Internet of Things น้ีไม่ได้เป็นเพียงส่วนขยายของอินเทอร์เน็ต ที่เรารู้จักกันอยู่เท่านั้น
แต่จะเกิดเป็นโครงสรา้ งพืน้ ฐานใหม่ของตนได้ โดยพึ่งพาอยู่กับอินเทอร์เน็ต ซ่ึงเกิดประโยชน์จะเป็นในรูปแบบ
พึ่งพากับบริการ หรือธุรกิจใหม่ และจะสามารถครอบคลุมการสื่อสารในหลายรูปแบบ เช่น เคร่ืองสู่เครื่อง
เครอื่ งส่คู นเป็นตน้
การประยกุ ตใ์ ชง้ าน IoT (Internet of Things) ในปจั จุบนั
Wearables คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่สามารถติดตั้งใช้งานบนส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
เพ่อื ความสะดวกในการใชง้ านเพราะสามารถนําติดตัวไปได้ทุกที่ Wearable Computer สามารถทํางานได้ท้ัง
ในแบบ Stand alone หรือทํางานร่วมกับอุปกรณ์อ่ืนอย่าง Smartphone ผ่านทางแอพพลิเคชั่น อาทิ
เซ็นเซอร์วัดระยะทางของการวิ่ง วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดอุณหภูมิรอบ ๆ การบอกพิกัดตําแหน่งบนโลก
อปุ กรณ์ท่วี ัดการตรวจจับพฤตกิ รรมของผู้สวมใส่แล้วแปลงค่าออกมา เช่น พฤติกรรมการนอนหลับ พฤติกรรม
การออกกําลังกาย รวมถึงการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ เพ่ือแปลงผลไปใช้ในการทําข้อมูลสถิติ และการเข้าใจใน
พฤติกรรมด้านต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนการทํางานใช้ในการควบคุมและการทํางานร่วมกันกับอุปกรณ์อย่างเช่น
Smartphone เช่น การส่ังให้เล่นเพลงจาก Smartphone การแสดงสถานะของการโทรเข้าโทรออก มีการ
แจง้ เตอื นเมื่อมขี อ้ ความ อเี มล์ Facebook Twitter เขา้ มา
17
ภาครัฐบาล ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ตลอดจนประชาชนท่ัวไป ได้นํา IoT ไป
ประยุกต์ใช้ในการทํางานและชีวิตประจําวัน เพ่ือสร้างรายได้ โอกาส และความสะดวกสบายย่ิงข้ึนใน
อตุ สาหกรรมและโครงการต่าง ๆ
Wearable Computer ปัจจุบันมีการพัฒนาออกมาเป็นรูปแบบของ Gadget ต่าง ๆ มากมาย
ซึ่งแบ่งออกเปน็ 3 ประเภท ดังนี้
1. Watch – Wearable Computer แบบประเภทนาฬกิ า
2. Wrist band – Wearable Computer แบบประเภทสายรดั ข้อมือ
3. Glass – Wearable Computer แบบประเภทแว่นตา
1. Smart Industry เพ่ือเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
Industry 4.0
2. Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ หมายถึง เมืองท่ีมีการนําเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อทําให้
คุณภาพชีวิตของพลเมืองนั้นดีขึ้น ส่งผลให้การใช้ชีวิตนั้นสะดวกสบายพลเมืองสามารถเข้าถึงการบริการของ
เมืองนั้นได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่เพ่ิมมากข้ึนด้วย ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน
เช่น การจัดการพลังงานไฟฟูา ระบบจัดการน้ํา จัดการขยะ ระบบตรวจจับและเฝูาระวังความปลอดภัยจาก
เพื่อนํามาปรับใช้ร่วมกับโครงสร้างพ้ืนฐาน และระบบต่าง ๆ ของเมืองใน 4 ด้าน คือ ด้านการท่องเท่ียว
ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจ โดยพัฒนา IoT เพ่ือตอบสนอง และอํานวยความ
สะดวก ในแต่ละด้านของเมอื ง อาทิ
-Smart Living เมอื งน่าอยู่
-Smart Governance เมืองท่บี รหิ ารจัดการโปร่งใส
-Smart Mobility เมอื งท่สี ามารถติดต่อสื่อสารและเดนิ ทางไดอ้ ย่างสะดวกสบาย
-Smart People เมืองที่ให้ความเท่าเทียมกนั ในสงั คม
-Smart Safety เมืองปลอดภยั
-Smart Economy เมืองทีเ่ อ้ือตอ่ การทาํ ธรุ กิจ
-Smart Environment เมืองประหยัดพลังงาน
-Smart Tourism เมืองท่องเทีย่ ว
-Smart Farming เมอื งเกษตรกรรมทนั สมัย
3. Smart Life หรือ Smart home หรือบ้านอัจฉริยะเพ่ือให้รูปแบบของการใช้ชีวิตของมนุษย์
เปล่ียนไปจากเดิม มนุษย์สามารถพูดคุยกับส่ิงของได้ส่ิงของสามารถพูดคุยและรับรู้พฤติกรรมของมนุษย์ได้
ซงึ่ ในอนาคตเทคโนโลยจี ะมกี ารพัฒนา ให้สิ่งของสามารถพูดคยุ กันเองไดโ้ ดยไม่ตอ้ งผ่านมนุษย์
เป็นการรวมโครงข่ายการสื่อสาร (Communication Network) ของท่ีอยู่อาศัยรวมเข้า
ด้วยกัน เพื่อท่ีจะเช่ือมต่อเคร่ืองใช้ไฟฟูา การบริการ การตรวจตราดูแล รวมทั้ง สามารถเข้าถึงการควบคุม
อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ซึ่งการควบคุม อาจจะควบคุมได้ทั้งจากภายในท่ีบ้านเองหรือควบคุม จากภายนอกก็ได้
18
โครงสร้างของ Smart home จะต้องประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรกต้องมี อุปกรณ์ Smart
Device ใช้สําหรับเชื่อมโยงเข้ากับส่วนท่ีสอง คือ เครือข่าย (Smart home network) และ ส่วนท่ีสาม คือ
ส่วนควบคุมหลักที่เปรียบเสมือนสมองของบ้าน ซ่ึงสามารถเขียนโปรแกรมให้บ้านทํางาน ตามแบบที่เรา
ตอ้ งการได้ เรยี กว่า Intelligent control system เมอื่ บา้ นดังกล่าวมีองคป์ ระกอบครบทั้ง 3 ส่วนแล้วจึงจะถือ
ได้ว่าเป็น Smart home งานวิจัยของ smart home ในปัจจุบันจะเป็นการวิจัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ
ของผอู้ ยูอ่ าศัย ภายในบา้ น สามารถแบ่งกลมุ่ งานวจิ ยั ออกไดเ้ ป็น 4 กลุ่ม ตามความตอ้ งการคอื
1. เพื่อความสะดวกสบาย เช่น ประตอู ตั โนมตั ิรีโมทอัจฉรยิ ะ
2. เพื่อความปลอดภยั ในชีวิตและทรัพย์สิน เปน็ งานวจิ ยั ในการเพิ่มความสามารถให้กับกลอ้ ง
วงจรปิด นอกเหนอื จากการบันทกึ ภาพเพียงอยา่ งเดยี ว เช่น เซนเซอรต์ รวจจบั ความเคล่อื นไหวและระบบการ
แจ้งเตอื น
3. เพอื่ ประหยัดพลังงาน เชน่ การเปดิ ปดิ ไฟอตั โนมตั ิตามแสงอาทติ ย์ หรือปดิ ไฟอตั โนมัตเิ มอ่ื
ไม่มีคนอยู่ รวมไปถงึ การบริหารจดั การพลงั งานในกรณีที่ติดตงั้ แผงวงจรโซลารเ์ ซลล์
4. เพ่อื ดแู ลสขุ ภาพของผ้อู าศัยภายในบา้ น เชน่ จะติดตัง้ เซนเซอรต์ รวจคลื่นหัวใจ ตรวจจับ
ไฟไหม้
จะเห็นได้วา่ Internet of Things (IoT) เรม่ิ เข้ามาเป็นสว่ นหน่งึ ในชีวติ ของคนเรามากข้ึน ไม่ว่าจะเป็น
การดําเนินชีวิตภายในบา้ น หรือทท่ี าํ งาน หรือระหว่างการเดินทาง IoT จะเข้ามาช่วยอํานวยความสะดวก ลด
ขั้นตอนการทํางาน และทําให้การใช้ชีวิตง่ายข้ึน แต่อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี IoT ท่ีเช่ือมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ
เข้าด้วยกัน ก็อาจมีผลก่อให้เกิดความเส่ียงต่อภัยคุกคามต้ังแต่ระดับบุคคลไปจนถึงองค์กรมากข้ึน ดังน้ัน การ
เตรยี มความพร้อมรับมอื ภยั คุกคามท่ีมาพร้อมกับเทคโนโลยีเป็นประเด็นท่ีทุกคนให้ความสําคัญ เพ่ือขับเคลื่อน
นวัตกรรมให้เกดิ ประสิทธภิ าพสูงสดุ ในยคุ ดจิ ิทลั
1. Smart Industry เพอื่ เตรียมความพรอ้ มกอ่ นเขา้ สยู่ คุ ของการปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม
Industry 4.0 การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี Internet of Things รว่ มกับระบบความปลอดภยั ใน
โรงงานอตุ สาหกรรรม
รูปท่ี 2.3 การประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยี Internet of Things ร่วมกับระบบความปลอดภยั
ในโรงงานอตุ สาหกรรรม
19
Industrial Internet of Things (IIoT) Smart Security
การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี Internet of Things ร่วมกับระบบความปลอดภยั ในโรงงานอตุ สาหกรรม
ในปจั จบุ นั เทคโลยดี จิ ติ ลั และอนิ เทอร์เน็ต เขา้ มามบี ทบาทสําคญั ในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตในยุคของ
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งท่ี 4 หรือ Industry 4.0 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพ่ิมผลผลิตได้เร็วขึ้นด้วย
คุณภาพท่ีสูงข้ึน และมีการลดปริมาณของเสียที่เกิดจากการผลิต นอกจากน้ียังสามารถนําเอาIndustrial IoT
มาใช้เพิม่ ความฉลาดของระบบความปลอดภยั ในโรงงานอุตสาหกรรม ซ่ึงเป็นการช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพในการ
จัดการด้านความปลอดภัย และมีการเพ่ิมประสิทธิภาพการทํางานอย่างต่อเน่ือง IIoT ยังเป็นการปรับปรุง
กระบวนการดําเนินการหลัก ๆ ได้แก่ เร่ืองของการตรวจสอบสถานะการทํางานได้จากระยะไกล การซ่อม
บํารุงทคี่ าดการณไ์ ด้ การควบคมุ ทีล่ ้าํ หนา้ รวมถงึ การเฝาู ระวงั และรักษาความปลอดภยั ซ่ึงเราเรียกรวมกันว่า
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ หรือ Smart Security โดยท่ีมีแต่ละองค์ประกอบ ของสิ่งที่กล่าวมาช่วยเร่ือง
ของอัพไทม์ ซ่ึงเป็นระยะเวลาท่ีอุปกรณ์หรือระบบต่าง ๆ ทํางานได้อย่างเต็มท่ี ในเรื่องประสิทธิภาพ และ
ความปลอดภัย ผ่านการใช้ซอฟตแ์ วร์ เซนเซอร์ การเชื่อมต่อ และการวิเคราะห์ขอ้ มูล
จากการวิจัยของ ศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, สวทช. พบว่าโรงงานขนาดกลาง
และขนาดใหญ่มีความต้องการที่จะปรับตัวไปสู่โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ตามแนวทางของ Industry
4.0 โดยในเบื้องต้นต้องการใช้ IoT เพ่ือเช่ือมต่อเคร่ืองจักรเข้ากับระบบและบูรณาการข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์
เครือ่ งจักร หรอื สภาวะแวดลอ้ มตา่ ง ๆ มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากโรงงานแต่ละแห่งมีความพร้อมใน
การพัฒนาและใช้เทคโนโลยี IoT แตกต่างกันไป การเตรียมความพร้อมควรพิจารณาตามองค์ประกอบสําคัญ
ดงั ตอ่ ไปนี้
1. การเชอื่ มต่อ (Connectivity)
2. การเก็บข้อมูล (Data Collection/ Data Acquisition)
3. การบูรณาการข้อมูล (Data Integration)
4. การวเิ คราะห์ข้อมูล (Data Analysis / Data Analytics) และการแสดงผล (Visualization)
การเตรียมความพร้อมสําหรับ IoT ในภาคอุตสาหกรรมนั้น จากองค์ประกอบต่าง ๆ ที่กล่าวมา
โรงงาน ที่สนใจนําเทคโนโลยี IoT มาใช้มีความพร้อมแตกต่างกัน โรงงานในกลุ่มขนาดกลางและขนาดย่อม
(SME) มีความต้องการเปล่ียน การบันทึกข้อมูลการผลิต หรือการตรวจสอบเครื่องจักรด้วยมือมาเป็นแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ ท่ีเก็บข้อมูลเข้าระบบโดยอัตโนมัติ และต้องการให้เครื่องจักรเช่ือมต่อกันเพื่อให้สามารถนํา
ข้อมูล การผลิตออกมาวิเคราะห์ ส่วนโรงงานขนาดใหญ่ท่ีมีการเช่ือมต่อ (Connectivity) ในระดับของ
เครือ่ งจกั รและมรี ะบบตรวจสอบ (Monitoring) อยู่บา้ งแลว้ ต้องการการบูรณาการข้อมูลของระบบย่อย ต่าง ๆ
ให้เช่ือมโยงไปถึงระบบ ERP และเริม่ มกี ารศกึ ษาการวเิ คราะห์หรอื ตคี วามขอ้ มูลในมิติต่าง ๆ
20
รปู ที่ 2.4 เทคโนโลยี IOT ที่ทาํ งานรว่ มกับระบบ Security ในภาคอุตสาหกรรม
จากภาพตัวอย่างด้านบน เป็นภาพที่แสดงการทํางานองค์รวมของระบบ IIOT ท่ีสามารถทํางาน
ร่วมกับฟังก์ช่ันงานด้านต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตได้ ระบบจะทําหน้าที่ในการตรวจสอบการทํางานจาก
ระยะไกล การซอ่ มบาํ รุงทีค่ าดการณ์ได้ การควบคมุ ท่ีล้ําหน้า รวมถงึ การเฝูาระวังการทํางานในดา้ นของ
กระบวนการต่าง ๆ ซ่ึงในจะขอกล่าวถึงการทํางานด้านระบบ รักษาความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ (Smart
Security) โดยเป็นการทํางานจากระบบกล้องวงจรปิด Avigilon สินค้าช้ันนําระดับโลกจากประเทศแคนาดา
ท่ีมาพร้อมซอฟท์แวร์บริหารจัดการจากภาพวิดีโอ, ระบบวิเคราะห์ภาพและค้นหาอัจฉริยะ (Appearance
Search) คน้ หาบุคคลได้ง่ายและรวดเรว็ เพียงแค่ระบุ เพศ สีผม สีเสอื้ ผา้ , ตรวจจบั การเคลื่อนไหวแบบผิดปกติ
, ระบบควบคมุ การเข้าออก, การวิเคราะห์ภาพจดจําปูายทะเบียน พร้อมท้ังรองรับการสนับสนุนอุปกรณ์วิดีโอ
ร่นุ ใหม่ให้ใชง้ านไดง้ า่ ย และสะดวกมากย่ิงขึน้
Industrial internet เป็น IoT สําหรับภาคอุตสาหกรรมและโรงงานการผลิต ขณะท่ีบริษัททางด้าน
วิจัยทางการตลาด เช่น Gartner หรือบริษัททางด้านเครือข่ายเช่น Cisco ได้มองว่า Industrial internet นี้
เป็นสิ่งที่สามารถสร้างโอกาสและความเป็นไปได้มากท่ีสุดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม Industrial internet ก็ไม่ใช่
สินค้าสําหรับผู้บริโภคทั่วไป อย่างเช่น Smart home หรือ Wearable ท่ีคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจมากกว่า
โดยสง่ สัญญาณ เมอ่ื เวลาเกดิ เหตุการณ์ทผ่ี ิดปกติ
รปู ท่ี 2.5 เทคโนโลยี IOT ท่ีทํางานรว่ มกบั ระบบ Security ในภาคอตุ สาหกรรม
21
Smart grid หรือโครงข่ายไฟฟูาอัจฉริยะ เป็นโครงข่ายไฟฟูาท่ีใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการ
ส่ือสารมาบริหารจัดการควบคุมการผลิต ส่ง และจ่ายพลังงานไฟฟูา สามารถรองรับการเชื่อมต่อระบบ ไฟฟูา
จากแหล่งพลังงานทางเลือกท่ีสะอาด (Distributed Energy Resource : DER) และระบบบริหารการใช้
สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งให้บริการกับผู้เช่ือมต่อกับโครงข่ายผ่านมิเตอร์อัจฉริยะได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีความมั่นคงปลอดภัยเช่ือถือได้ พร้อมท้ังคุณภาพของไฟฟูาได้มาตรฐานสากล Smart grid
เกิดจากการเชือ่ มโยงระบบไฟฟูา ระบบสารสนเทศ และระบบสื่อสารเข้าไว้ด้วยกันเป็น โครงข่าย ซึ่งโครงข่าย
ดังกล่าวจะสนับสนุนการทํางานซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยในด้านความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยี
สาํ คัญ 3 ดา้ น ไดแ้ ก่
1. อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละระบบฝังตัว (Electronics and Embedded Systems)
2. ระบบควบคุมอตั โนมตั ิ (System Control and Automation)
3. สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication)
Connected car เป็นรถยนต์อัจฉริยะที่มีการติดตั้งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ซ่ึงการ
ติดต้ังระบบเครือข่ายดังกล่าว จะช่วยให้รถยนต์สามารถเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ต และแบ่งปันอินเทอร์เน็ตให้กับ
อุปกรณ์อน่ื ๆ ท่ีอยู่ภายในและภายนอกนอกรถยนตไ์ ดเ้ ทคโนโลยี Connected car เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก
แนวคิดของรถยนต์อัจฉริยะซ่ึงมีการติดต้ังเทคโนโลยีพิเศษอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ขับรถ ทั้ งในด้านความ
ปลอดภัยและความสะดวกสบาย โดยมีการเพ่ิมเติมในเรื่องของการเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ต ส่งผลให้รถยนต์
สามารถติดต่อสื่อสารกับส่ิงอื่น ๆ ได้เองอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม Connected car ก็ยังมีการปรับตัวท่ีช้ากว่า
รูปแบบอนื่ เน่ืองมาจากวงรอบในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์จะต้องใช้เวลาประมาณ 2 – 4 ปี ทําให้มีการ
พดู ถงึ ในเร่ืองนย้ี ังมีไม่มากนัก ในส่วนของ BMW และ Ford กย็ ังไม่ได้ประกาศออกมาเป็นรูปร่างมากนัก ถึงแม้
ทาง Google, Microsoft และ Apple ไดป้ ระกาศเปดิ ตวั ฟอร์มสาํ หรับ Connected car ไปกันบา้ งแล้ว
Connected health เป็นแนวคิดการสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงชุมชนเข้ากับระบบสุขภาพแบบ
ครบวงจร โดยเช่ือมโยงบริการทุกอย่างที่เก่ียวข้องกับการบริการสุขภาพตั้งแต่ต้นนํ้าไปจนถึงผู้รับบริการ
ปลายทางเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลท้ังในเมืองและในพ้ืนที่ห่างไกล ผู้ปุวย แพทย์ ร้านขายยา
สถาบันวิจัย หน่วยงานของรัฐท่ีเกี่ยวข้อง บริษัทประกัน ไปจนถึงลูกจ้าง พนักงาน และบ้านเรือนระบบ
Connected health น้ีจะช่วยให้โรงพยาบาล ขยายขอบเขตการประสานความร่วมมือกันได้อย่างครอบคลุม
ทําให้ลดความซ้ําซ้อนใน การทํางาน ช่วยพัฒนาการให้บริการควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายนอกจากน้ียัง
ชว่ ยเช่อื มโยงบุคลากรทางการแพทยถ์ งึ กนั และเช่อื มโยงแพทยเ์ ข้ากับขอ้ มูลสาํ คญั ตา่ ง ๆ ช่วยให้แพทย์สามารถ
หลกี เล่ยี งข้อผดิ พลาดและให้คําแนะนํา ผู้ปุวยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ปุวยมีบทบาทใน
การตัดสินใจเก่ียวกับการรักษาพยาบาลหรือดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น แนวคิดของระบบ Connected
health, Digital health หรือ Smart medical ยังไม่ได้เป็นท่ีแพร่หลายมากนักซ่ึงทางผู้พัฒนาก็ได้ปล่อยตัว
ระบบและอุปกรณ์มาให้ใช้งานบ้างแล้ว เช่น CellScope หรือSwaive สําหรับในประเทศไทยทางโรงพยาบาล
สมิติเวชและบีเอ็นเอช ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ได้ร่วมมือกันคิดค้นแอพพลิเคชั่นชื่อว่า Samitivej
22
Connect by TrueMove H และ BNH Connect by TrueMove H เพ่ือช่วยให้ผู้ปุวยสื่อสารกับโรงพยาบาล
ได้ทันท่วงทีโดยมีฟังก์ช่ันการใช้งานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นตารางการ นัดแพทย์ การส่งรถพยาบาลมาเมื่อ
เกิดเหตุฉุกเฉิน ปรึกษาปัญหาสุขภาพทั่วไป เสมือนได้รับการดูแลจาก โรงพยาบาลตลอดเวลาในแบบท่ีเป็น
ส่วนตัว ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการให้บริการทางการแพทย์ในยุคดิจิตอล โดยนําเทคโนโลยีทางด้านไอทีมา
เชอื่ มโยงกบั โรงพยาบาลเพอื่ ให้บริการแบบไรข้ ้อจาํ กดั
Smart farming หรือฟาร์มอัจฉริยะ คือ การนําเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานเข้ากับ
งานด้านการเกษตรเพ่ือช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับเกษตรกร เทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะน้ันต้ังอยู่บนแนวคิด
ของการทาํ เกษตรสมยั ใหม่ทีเ่ รยี กวา่ เกษตรแมน่ ยําสูง เปน็ กลยุทธใ์ นการทําการเกษตรท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม
โดยทําให้เกษตรกรสามารถปรับการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับสภาพของพ้ืนที่มากท่ีสุด รวมไปถึงเร่ืองการ
ดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแนวคิดน้ีสามารถนําไปปรับใช้ได้ทั้งฟาร์มพืชและสัตว์ ฟาร์มอัจฉริยะนี้จะมีความ
แตกต่างกับฟาร์มธรรมดาอยู่ตรงที่ การใช้ทรัพยากรนั้นทําได้อย่างแม่นยําและตรงต่อความต้องการของพืช
และสัตวซ์ ึง่ ชว่ ยลดการสูญเสียทรพั ยากรและได้ผลผลิตท่ีออกมาตรงตามความต้องการของผดู้ แู ลมากทสี่ ุด
Smart retail เป็นการนําเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการดําเนินธุรกิจห้างร้านได้เป็น
อย่างดีด้วยการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีสําหรับลูกค้าในการซ้ือสินค้า โดยส่งข้อมูลสินค้าไปยังอุปกรณ์ Smart
Phone ของลูกค้าส่งผลให้ธุรกิจห้างร้านมีความน่าสนใจมากย่ิงข้ึน แต่ในตอนน้ีระบบดังกล่าวยังอยู่ในช่วง
เริ่มต้นใช้งานซ่ึงยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เพราะยังมีการใช้งานกับสินค้าเฉพาะกลุ่ม จึงต้องดูกันต่อไปว่า
ในอนาคตจะมีแนวโนม้ พัฒนาไปในทศิ ทางใด
Smart Supply Chain หรือการจัดการหว่ งโซอ่ ปุ ทาน หมายถึง การจัดการในส่วนของกระบวนการ
ท่ีเกิดขึ้นระหว่างผู้ผลิตกับผู้ขายวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตอันนําไปสู่ การเพ่ิมผล
กําไรของกิจการได้ในที่สุด โดยกระบวนการจะเร่ิมต้ังแต่ข้ันตอนการจัดซื้อ (Procurement) การผลิต
(Manufacturing) การจัดเก็บ(Storage) เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology) การจัดจําหน่าย
(Distribution) ตลอดจนการขนส่ง (Transportation) ซ่ึงมีผลสําคัญต่อการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
นอกจากน้ี Smart Supply Chain ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กรเท่าน้ัน แต่ท่ี สําคัญ
จะสร้างความสัมพันธ์เช่ือมต่อกับองค์กรอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ผู้จัดหาวัตถุดิบ/สินค้า (Suppliers)
บริษัทผู้ผลิต (Manufactures) บริษัทผู้จําหน่าย (Distribution) รวมถึงลูกค้าของบริษัท จึงเป็นการ
เช่ือมโยงกระบวนการ ดําเนินธุรกิจทุกขั้นตอนท่ีเก่ียวข้องด้วยกัน เป็นห่วงโซ่หรือเครือข่ายให้เกิดการ
ประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในกระบวนการต่าง ๆ น้ันจะมีการนําเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ ทําให้การ
ดําเนนิ ธรุ กจิ เป็นไปอยา่ งสะดวกและรวดเรว็ มากยิง่ ขึน้
ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ช้ Smart home หรือบ้านอจั ฉริยะ
เป็นการรวมโครงข่ายการส่ือสาร (Communication Network) ของท่ีอยู่อาศัยรวมเข้าด้วยกัน เพ่ือ
เชื่อมต่อเคร่ืองใช้ไฟฟูา การบริการ การตรวจตราดูแล รวมทั้ง สามารถเข้าถึงการควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ซึ่ง
การควบคมุ อาจควบคมุ ไดท้ ั้งจากภายในที่บา้ นเองหรือควบคมุ จากภายนอกก็ได้ โครงสร้างของ Smart home
23
จะต้องประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรกต้องมี อุปกรณ์ Smart Device ใช้สําหรับเช่ือมโยงเข้ากับ
ส่วนท่ีสอง คือ เครือข่าย (Smart home network) และ ส่วนที่สาม คือ ส่วนควบคุมหลักที่เปรียบเสมือน
สมองของบ้าน ซึ่งสามารถเขียนโปรแกรมให้บ้านทํางาน ตามแบบท่ีเราต้องการได้ เรียกว่า Intelligent
control system เม่ือบ้านดังกล่าวมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ส่วนแล้วจึงจะถือได้ว่าเป็น Smart home
งานวจิ ัยของ smart home ในปัจจุบันจะเป็นการวิจัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย ภายในบ้าน
สามารถแบง่ กลมุ่ งานวิจยั ออกได้เปน็ 4 กลุม่ ตามความตอ้ งการคอื
1. เพ่อื ความสะดวกสบาย เช่น ประตูอัตโนมัตริ โี มทอัจฉรยิ ะ
2. เพ่ือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นงานวิจัยในการเพิ่มความสามารถให้กับกล้อง
วงจรปดิ นอกเหนอื จากการบันทึกภาพเพียงอยา่ งเดยี ว เช่น เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และระบบการ
แจ้งเตือน
3. เพ่ือประหยดั พลังงาน เช่น การเปดิ ปิดไฟอัตโนมตั ิตามแสงอาทิตย์ หรือปิดไฟอัตโนมัตเิ มอื่ ไม่มี
คนอยู่ รวมไปถึงการบริหารจัดการพลงั งานในกรณีท่ตี ิดตั้งแผงวงจรโซลาร์เซลล์
4. เพ่อื ดูแลสุขภาพของผู้อาศัยภายในบา้ น เช่น จะตดิ ต้งั เซนเซอร์ตรวจคลืน่ หัวใจ เคร่ืองตรวจจบั
ไฟไหม้
1. เทคโนโลยีการคน้ หาอัจฉริยะจากการปรากฏ (Appearance Search)
ภาพท่ี 2.6 เทคโนโลยกี ารคน้ หาอัจฉรยิ ะจากการปรากฏ (Appearance Search)
คน้ หาบุคคล หรอื ยานพาหนะ ได้งา่ ยและรวดเรว็ ดว้ ยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (AI)
เพียงระบเุ พศ สผี ม สเี สอ้ื ผ้า กส็ ามารถสร้างวดี ีโอหลักฐานลาํ ดบั เรื่องราวเหตกุ ารณไ์ ด้อย่างรวดเร็ว
2. การวิเคราะหจ์ ดจาํ ปูายทะเบียน (LPR)
ภาพท่ี 2.7 การวเิ คราะหจ์ ดจําปูายทะเบียน (LPR)
24
แม่นยําในการจับภาพ ระบุและค้นหายานพาหนะได้อย่างรวดเร็ว สามารถทําเป็นรายการ
เฝูาระวงั ได้ (Watch List) และสง่ สัญญาณเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ จากเทคโนโลยีท่ีกล่าวมาน้ัน ทางบริษัท
ขอแนะนาํ อุปกรณก์ ล้องวงจรปิด ระบบซอฟท์แวร์ และอุปกรณ์ที่สามารถ เช่ือมต่อการทํางาน ควบคุมรวมทุก
กระบวนการไว้ในท่ีเดียวได้ ทําให้การทํางานง่าย เพียงแค่ปลายน้ิว ลดเวลา ลดต้นทุน ในกระบวนการทํางาน
ทํางานไดอ้ ย่างอัจฉริยะ (Smart Security) เพื่อตอบโจทย์ Industrial IoT เทคโนโลยี 4.0 ได้อยา่ งลงตวั
3. กลอ้ งวงจรปดิ ความละเอียดสูงสดุ ระดบั 7K H4 HD Pro
ภาพที่ 2.8 กล้องวงจรปดิ ความละเอยี ดสูงสุดระดับ 7K H4 HD Pro
– ความละเอียดสงู 30 Mega Pixels
– ระบบวเิ คราะหภ์ าพอจั ฉริยะ เรียนรู้เชิงลึกได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องต้ังค่าใด ๆ (Advanced
Deep Learning AI) รองรบั ความละเอียดสงู สดุ ถึง 16 Mega Pixels
– ระบบจดั การแบนด์วิดธ์ ประสิทธิภาพสูง (HDSM Technology) ประหยัดพื้นที่การบันทึก
และส่งข้อมลู ได้รวดเร็ว
4. กล้องวงจรปิดความละเอียดสูงพร้อมระบบวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะ H4A Camera with Self-
Learning Video Analytics
ภาพท่ี 2.9 กล้องวงจรปดิ ความละเอียดสูงพร้อมระบบวเิ คราะห์ภาพอจั ฉรยิ ะ
H4A Camera with Self-Learning Video Analytics
– ความละเอยี ดสูงสุดระดับ 4K (8 Mega Pixels)
25
– พร้อมระบบวเิ คราะห์ภาพอัจฉริยะ เรียนร้เู ชงิ ลกึ ดว้ ยตวั เองได้โดยไม่ต้องตง้ั ค่าใด ๆ
(Advanced Deep Learning AI)
– สามารถปรับระยะแสงของ IR ได้ตามการปรบั ระยะของเลนส์ (Adaptive IR) โดยอัตโิ นมัติ
จากตวั กล้อง
5. กล้องวงจรปดิ 4 เซนเซอร์ H4 Multisensor Preview
ภาพท่ี 2.10 กลอ้ งวงจรปดิ 4 เซนเซอร์ H4 Multisensor Preview
– จับภาพทกุ มุมมอง > 360 องศา
– มี 4 เซนเซอร์ในกล้องเดยี ว
– ความละเอยี ดสงู สดุ 32 Mega Pixels
– พรอ้ มระบบวเิ คราะหภ์ าพอัจฉริยะ
6. อุปกรณ์สําหรับเชื่อมต่อระบบ รองรับ Solution ได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรง
จุด คุม้ คา่ การลงทนุ
ภาพที่ 2.11 อปุ กรณ์สาํ หรบั เชอ่ื มตอ่ ระบบ รองรบั Solution ได้หลากหลาย
ตอบโจทยค์ วามต้องการได้ตรงจดุ คมุ้ ค่าการลงทนุ
26
อา้ งองิ
ops.go.th เกร็ดความร้เู กีย่ วกับความหมายของ Internet of Things. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทมี่ า
https://www.ops.go.th/main/index.php/knowledge-base/article-pr/655-iot-
[18 กนั ยายน 2563]
northnfe.blogspot.com เกรด็ ความร้เู ก่ยี วกบั แนวคดิ Internet of Things. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ท่มี า
https://northnfe.blogspot.com/2018/07/internet-of-things-iot.html
[18 กันยายน 2563]
northnfe.blogspot.com เกร็ดความรู้เก่ียวกบั อุปกรณ์ทเ่ี ป็น Internet of Things. [ระบบออนไลน]์ .
แหล่งท่ีมา https://northnfe.blogspot.com/2018/07/internet-of-things-iot.html
[18 กันยายน 2563]
eventpop.me เกรด็ ความรเู้ กย่ี วกบั การประยุกตใ์ ชง้ าน IoT [Internet of Things] ในปจั จุบัน.
[ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทีม่ า https://www.eventpop.me/blogs/113-internet-of-things
[18 กนั ยายน 2563]
entech.co.th เกร็ดความรเู้ ก่ยี วกับตวั อย่างการประยกุ ตใ์ ช้ Smart home หรือบา้ นอจั ฉริยะ.
[ระบบออนไลน์]. แหลง่ ที่มา https://www.entech.co.th/cctv-internet-of-things/?lang=th
[18 กนั ยายน 2563]
27
บทท่ี 3
เทคโนโลยที ใี่ ชใ้ นการทาํ ธรุ กรรมโดยไมต่ อ้ งผา่ นบคุ คลทส่ี าม (Blockchain)
บทนาํ
Blockchain (บล็อกเชน) คําศัพท์ใหม่ ที่เราเร่ิมได้ยินตามส่ือต่าง ๆ รวมถึงตามงานสัมมนากันมาก
ขน้ึ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในด้าน FinTech หรือ Financial Technology ซ่งึ เริ่มเปน็ กระแสโด่งดังตั้งแต่ปลายปีท่ี
แล้ว Fintech สามารถแบ่งย่อยลงไปอีกได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับ การชําระค่าสินค้าและบริการ
การลงทนุ หรือแมแ้ ต่การโอนเงนิ โดยเฉพาะเรอื่ งประโยชนแ์ ละการนาํ เทคโนโลยีไปประยุกตใ์ ช้ Blockchain
ความหมายของ Blockchain
ในปัจจุบันน้ันเทคโนโลยีของการเงินการธนาคาร (Fintech หรือ Financial technology) นั้นได้มี
การพัฒนาและมีการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิตอลมากข้ึนเรื่อย ๆ ซ่ึงเราจะเห็นได้จากปริมาณของการทําธุรกรรม
การเงินออนไ์ ลน์ ท่มี ปี รมิ าณเพ่ิมมากขึ้นแบบก้าวกระโดด จนธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ เริ่มท่ีจะมีการ
ปรับตัว ของการทําธุรกรรมในรูปแบบใหม่ ๆ ในการให้บริการทางการเงินบนโลกออนไลน์ เพื่อให้มีความ
รวดเร็ว และปลอดภยั มากย่งิ ขึน้ ซึ่งทําให้ในปัจจุบันนั้น เราจะได้ยินคําว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากข้ึน
เรื่อย ๆ โดยธนาคารและบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ได้เตรียมพร้อมและกระโดดเข้าสู่การใช้งานบล็อกเชนกัน
มากข้ึน ตัวอย่างอย่างเช่น ธนาคารชั้นนําของประเทศสวิสเซอร์แลนด์อย่าง UBS หรือแม้กระท่ังบริษัท
เทคโนโลยีช้ันนําอย่าง IBM เอง ท่ีเริ่มออกผลิตภัณฑ์ด้านการให้บริการบล็อกเชนออกมาสําหรับในหลาย ๆ
ภาคอุตสาหกรรม แต่ก่อนอื่นเราควรไปทําความเข้าใจกันก่อนว่าบล็อกเชนนั้นคืออะไร แล้วทําไมธนาคารและ
บรษิ ทั ต่าง ๆ ถึงให้ความสนใจกนั มากนัก
ที่มาของคาํ ว่า Blockchain (บลอ็ กเชน) มาจากคําว่า “Block” ที่แปลว่า กล่อง โดยให้มองว่ากล่อง
แตล่ ะใบเปน็ ตวั เกบ็ ขอ้ มูล สว่ นของ “Chain” น้นั แปลวา่ โซ่ หรอื การผูกมดั กนั ซ่ึงเมื่อเอาทั้งสองคํามารวมกัน
จะใหค้ วามหมายวา่ กล่องเกบ็ ข้อมลู ท่เี ชื่อมโยงกนั เปน็ แบบลกู โซ่
Blockchain ก็คือ เทคโนโลยีแบบ peer-to-peer ท่ีเช่ือมคอมพิวเตอร์แต่ละเคร่ืองในเครือข่ายเข้า
หากัน และทําการส่งข้อมูลไปมาได้โดยไม่จําเป็นท่ีจะต้องผ่านคนกลาง ซึ่งแต่ละคนก็จะมีการเก็บข้อมูล
หลักฐานของตวั เองไว้หนึ่งชุด ก่อนที่จะส่งตัวสําเนาไปให้อีกคนหน่ึงได้ โดยที่คนท่ีรับจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูล
ชดุ แรก ได้ ทําให้ Blockchain มคี วามปลอดภัยในการปูองกันการปลอมแปลงชุดข้อมูลสูงมาก โดยเทคโนโลยี
ที่นํา Blockchain มาประยุกต์ใช้และทําให้ Blockchain เป็นที่รู้จักกันเป็นวงกว้าง ก็คือ Bitcoin ซ่ึงเป็น
Cryptocurrency ประเภทหนึ่งท่ีต้องการความปลอดภัยสูง เพราะว่า Bitcoin เป็นสกุลเงินท่ีจับต้องไม่ได้
จงึ เหมาะตอ่ การใช้ Blockchain เขา้ ชว่ ย
Blokchain บล็อกเชน คอื โครงสรา้ งของการจัดเก็บข้อมลู ทอ่ี ยู่ในรปู แบบของบล็อกข้อมูลท่ีต่อเชื่อม
กัน โดยในแต่ละบล็อกข้อมูลนั้นจะแสดงถึงประวัติหรือบันทึก (ledger) ของการทําธุรกรรมทางการเงินด้วย
เงินดิจิตอล (cryptocurrency) ท่ีเปรียบได้กับสมุดบัญชีดิจิตอล ซ่ึงในแต่ละบันทึกของการทําธุรกรรมที่
28
เชื่อมโยงกันเหล่าน้ันจะถูกเซ็นกํากับไว้ด้วยลายเซ็นดิจิตอล (digital signature) เพื่อให้ทราบว่าเป็นการทํา
ธุรกรรมท่ีถูกต้อง ครบถ้วนและไม่ได้ถูกแก้ไขหรือเปล่ียนแปลง ทําให้สมุดบัญชีดิจิตอลและข้อมูลของการทํา
ธรุ กรรมเหล่านนั้ มีความถกู ต้องของขอ้ มูลสูงน่นั เอง
ซ่ึงข้อดีของการเก็บบันทึกของการทําธุรกรรมดิจิตอล (digital ledger) ไว้ในรูปแบบของบล็อกเชน
นั้นก็คือ ข้อมูลของการทําธุรกรรมในแต่ละครั้งน้ันจะถูกจัดเก็บและทําสําเนากระจายออกไป ( distributed)
บนระบบและเครือข่ายของผู้ให้บรกิ ารบลอ็ กเชนทงั้ หมด
Blockchain คือ เทคโนโลยีท่ีใช้ในการทําธุรกรรม โดยไม่ต้องผ่านบุคคลที่สาม หรือไม่ต้องผ่านคน
กลาง ด้วยแนวคดิ ทวี่ ่าการทําธุรกรรมการเงินที่ไม่ต้องผ่านคนกลางน้ัน จะมีความน่าเชื่อถือได้มากกว่าซ่ึงมีการ
ใช้ Blockchain น้ันจะทําให้การทําธุรกิจออนไลน์ต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น โดยการใช้
Blockchain ก็เปรยี บเสมือนการเก็บข้อมูลแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถแชร์ไปได้เป็นห่วงโซ่ หรือ Chain โดยท่ีทราบ
ได้ว่าใครเป็นเจ้าของของข้อมูลน้ัน ๆ ดังน้ันเมื่อข้อมูลถูกบันทึกไว้ใน Blockchain แล้วจึงยากต่อการท่ีจะทํา
การเปลย่ี นแปลงหรือถกู แกไ้ ข
Blockchain น้ันเป็นเทคโนโลยีท่ีช่วยนํามาซ่ึงความปลอดภัย น่าเช่ือถือ โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง
โดยปกตแิ ล้วเรามักต้องพึ่งพงิ บุคคลท่ีสาม มาช่วยทําหน้าท่ีเป็นคนกลางคอยตรวจสอบความน่าเชื่อถือเวลาทํา
ธุรกรรม อาทิ ธุรกรรมออนไลน์ จะสังเกตเห็นว่า มักจะต้องมีคําที่ระบุว่า Secured by หรือ Protected by
ตามดว้ ยชื่อตัวกลางใด ๆ แน่นอนวา่ ความเชือ่ ถือ ไว้ใจเป็นเรื่องท่ีสําคัญมาก ไม่อย่างน้ันเราจะกล้ากรอกข้อมูล
บัตรเครดิตไดอ้ ย่างไร โดยท่ยี งั ม่ันใจว่ามนั จะไม่ร่วั ไหล หรือถกู ทาํ ใหเ้ ปลี่ยนแปลง
การมาของบล็อกเชนมีส่วนช่วยอย่างมาก เพราะบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีใหม่ ท่ีประโยชน์ของมัน
คือมันเป็นเทคโนโลยีที่นํามาซึ่งความปลอดภัย น่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง ทีนี้ธุรกรรมออนไลน์ใด ๆ
กจ็ ะสามารถทาํ ได้อยา่ งสะดวกมากขน้ึ ใสค่ วามคิดสร้างสรรค์ไดม้ ากขึ้น creative มากขึ้น innovative มากขึ้น
ประหยดั ขึน้ รวดเร็วข้นึ เพราะถึงแม้สองบุคคลจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็สามารถแลกเปล่ียนข้อมูลกันได้ด้วย
ความมั่นใจ
แนวคดิ จดุ กาํ เนดิ ของ Blockchain
แนวคิดที่ถือเป็นจุดกําเนิด Blockchain และความสําคัญของเทคโนโลยีมาจากการเปลี่ยนแปลงใน
ตลาดด้านการเงินของโลก โดยในช่วงปี 2008 ได้มีผู้ท่ีนําเอาระบบแลกเปลี่ยนเงินบนโลกออนไลน์ที่เรียกว่า
Bitcoin มาใช้ ซึ่งเป็นสิ่งท่ีทําให้ผู้คนเชื่อม่ันในเทคโนโลยีได้โดยไม่ต้องเช่ือม่ันในตัวบุคคล ด้วยการแลกเปล่ียน
เงินออนไลน์ระหว่างผู้ใช้ด้วยกัน ขณะเดียวกันไม่ต้องอาศัยสถาบันการเงินที่มีความน่าเช่ือถือจากคนทั่วไปมา
เป็นตวั กลาง
นั่นคือจากเดิมที่ต้องอาศัยสถาบันการเงินเป็นตัวกลางในการโอนเงินออนไลน์ แต่ด้วยรูปแบบของ
Bitcoin ทาํ ใหเ้ กิดเป็นการแลกเปล่ียนกันระหว่างบุคคลต่อบุคคลได้ทันทีโดยมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการโอนเงิน
ผ่านบัญชีท่ีมีธนาคารเป็นศูนย์กลาง เรียกง่ายๆ ว่าไม่จําเป็นต้องรู้จักผู้ท่ีทําธุรกรรมในเครือข่ายด้วยกัน
แต่สามารถเช่ือม่ันได้ด้วยระบบโดยท่ี Bitcoin น้ี มีองค์ประกอบสําคัญที่เรียกว่า “Blockchain” อยู่ใน
29
กระบวนการดังกลา่ วตรวจสอบ กระนน้ั จึงทําให้เทคโนโลยี Blockchain ได้รับความเชื่อม่ันด้านความปลอดภัย
และความถูกต้องสูงจากความสามารถของระบบด้านความเช่ือม่ันและความปลอดภัยท่ีเกิดขึ้น จึงทําให้ผู้ท่ีอยู่
ในระบบ Blockchain ทําการแลกเปลี่ยนหรือทําส่ิงต่าง ๆ ร่วมกันได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางที่มีความ
น่าเช่ือถือดังเช่นปัจจุบันสถาบันการเงินทําหน้าที่เป็นคนกลางในการรับจ่ายโอนเงินเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
เป็นตน้
ชนดิ ของ Blockchain
รปู ที่ 3.1 ชนดิ ของ Blockchain
Blockchain แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. บล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain/Permissionless Ledger) บล็อกเชนสาธารณะ
คือ บล็อกเชนแบบที่อนุญาตให้ใคร ๆ ก็ได้ สามารถท่ีจะร่วมบันทึกข้อมูลประวัติของการทําธุรกรรมดิจิตอล
ลงไปได้ โดยผู้เข้าร่วมในบล็อกเชนแบบนี้จะทําการจัดเก็บสําเนาบัญชีประวัติของการทําธุรกรรม (ledger)
ทั้งหมดเอาไว้ด้วย โดยจะเห็นได้ว่าบล็อกเชนแบบนี้น้ันจะไม่มีใครเพียงคนใดคนหน่ึงเป็นเจ้าของบัญชีประวัติ
ของการทําธุรกรรมเลย ซ่ึงจะทําให้เหมาะกับการใช้งานแบบที่ต้องการปูองกันการถูกเซ็นเซอร์ หรือ
censorship resistance อยา่ งเช่น บิทคอยน์ (Bitcoin) เปน็ ตน้
2. บล็อกเชนส่วนตัว (Private Blockchain/Permissioned Ledger) บล็อกเชนส่วนตัว คือ
บล็อกเชนแบบที่อนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตหรือผู้ท่ีเช่ือถือได้เท่าน้ัน ที่จะสามารถทําการจัดเก็บสําเนา
บัญชีประวัติของการทําธุรกรรมได้ ซึ่งเครือข่ายของบล็อกเชนแบบน้ีมักจะมีเจ้าของที่แท้จริงอยู่ ทําให้มัน
เหมาะที่จะใช้งานกับระบบที่ต้องการความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ต้องการความรวดเร็วและความโปรงใส
อยา่ งเชน่ ธนาคาร เป็นตน้
30
องคป์ ระกอบของ Blockchain
4 องคป์ ระกอบขับเคลื่อนความเชอื่ ม่ัน
รูปที่ 3.2 องคป์ ระกอบของเทคโนโลยี Blockchain
Blockchain ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักสําคัญที่ทําให้ระบบได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ ได้แก่
กลอ่ งเก็บขอ้ มูล หรือ Block ทําหน้าที่กระจายไปให้ทุกคนท่ีเก่ียวข้องเก็บเอาไว้ โดยข้อมูลเหล่าน้ันไม่สามารถ
แก้ไขหรือเปล่ียนแปลงได้ และทุกๆ ครง้ั ท่มี ีการทาํ ธุรกรรมใหม่เกิดขึ้นจะมีการสร้างกล่องใหม่ข้ึนมา จากน้ันจึง
นํากล่องมาผูกเข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า Chain โดยการผูกด้วยวิธี Hash Function ซ่ึงเปรียบเสมือน
ลายน้ิวมือของไฟล์ท่ีใช้ในการ Verify หรือยืนยันความถูกต้องจากข้อมูลท่ีแต่ละคนถือเอาไว้ ถือเป็นตัวแทน
ของข้อมูลต้นฉบับ ซึ่งค่าท่ีได้จากการ Hash นี้มีโอกาสท่ีซ้ํากันยากมาก จึงเป็นคุณสมบัติที่เช่ือมั่นได้ในการ
นํามาใชย้ ืนยนั (Verify) ขอ้ มลู ทแี่ ต่ละบคุ คลถือไว้
องค์ประกอบที่สาํ คัญอกี ประการคือ การตกลงร่วมกัน หรือ Consensus เพื่อกําหนดข้อตกลงที่ต้อง
เห็นพ้องร่วมกันด้วยอัลกอริทึมต่าง ๆ แล้วแต่การตกลง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในเร่ืองกฎและ
เครื่องมือที่ใช้ในเครือข่ายของผู้ใช้ รวมทั้งจะต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบหรือ Validation เพื่อให้เกิดความ
เชื่อมั่นร่วมกัน ซ่ึงกระบวนการตรวจสอบต้องเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดังน้ันเมื่อมีการทําธุรกรรมใด ๆ เกิดข้ึน
จะสร้างกล่องใหม่ข้ึน จากน้ันจะเข้าสู่กระบวนการเชื่อมโยงกล่องนั้นเข้ากับห่วงโซ่เดิมท่ีผูกรวมกัน โดยมีการ
ยืนยันตัวเองของผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมน้ัน ซึ่งข้อมูลธุรกรรมที่สร้างใหม่จะต้องได้รับการเห็นชอบจาก
ผู้ใช้คนอื่น ๆ ในห่วงโซ่ผ่านข้อตกลงท่ีมีร่วมกันก่อนหน้าน้ีและระบบจะทําการตรวจสอบ กระน้ันจึงทําให้
เทคโนโลยี Blockchain ได้รับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภยั และความถกู ต้องสูง
จากความสามารถของระบบด้านความเชื่อม่ันและความปลอดภัยท่ีเกิดขึ้น จึงทําให้ผู้ที่อยู่ในระบบ
Blockchain ทําการแลกเปล่ียนหรือทําส่ิงต่าง ๆ ร่วมกันได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางท่ีมีความน่าเช่ือถือ ดังเช่น
ปัจจบุ นั สถาบันการเงนิ ทาํ หน้าที่เปน็ คนกลางในการรับจา่ ยโอนเงินเพื่อสรา้ งความเช่ือมั่น เป็นตน้
31
การทาํ งานของ Blockchain
รูปท่ี 3.3 การทํางานของ Blockchain
บล็อกเชน เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูล (Data structure) แบบหน่ึง ท่ีทําให้ข้อมูล Digital
transaction ของแต่ละคนสามารถแชร์ไปยังทุก ๆ คนได้ เป็นเสมือนห่วงโซ่ (Chain) ที่ทําให้ block
ของข้อมลู ลิ้งกต์ ่อไปยังทุก ๆ คนเปน็ โดยทีท่ ราบวา่ ใครทีเ่ ปน็ เจา้ ของและมีสิทธิในขอ้ มูลนนั้ จริง ๆ
เม่ือบลอ็ กของข้อมลู ได้ถูกบนั ทกึ ไวใ้ นบล็อกเชน มันจะเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะเข้าไปเปล่ียนแปลง
เวลาท่ีมีใครต้องการจะเพิ่มข้อมูล ทุก ๆ คนในเครือข่ายซึ่งล้วนแต่มีสําเนาของบล็อกเชน สามารถรัน
Algorithm เพ่ือตรวจสอบ Transaction โดย Transaction ใหม่นี้จะได้รับอนุญาต ต่อเม่ือในเครือข่ายส่วน
ใหญ่เหน็ ด้วยวา่ มนั ถูกต้อง
Bitcoin (บิทคอยน)์ กบั Blockchain (บลอ็ กเชน) เกยี่ วขอ้ งกนั อย่างไร
บลอ็ กเชน เป็นเทคโนโลยี ดา้ นความปลอดภยั ของข้อมลู
บทิ คอยน์ วา่ ดว้ ย เรื่องสกลุ เงินบนโลกดิจติ อล
จะเหน็ ไดว้ ่า บล็อกเชน ไม่ใช่ บิทคอยน์ และบิทคอยน์ ก็ไม่ใช่บล็อกเชน แต่โมเดลบิทคอยน์ มีความ
ต้องการนําเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ เพ่ือให้การซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลน้ี มีความปลอดภัยและเพราะว่า
บล็อกเชน ว่าด้วยเร่ืองความปลอดภัยของข้อมูล ดังน้ันมันจึงเป็นเร่ืองท่ีเก่ียวข้องได้กับทุกอุตสาหกรรม
ไม่เจาะจงเฉพาะบิทคอยน์ หรือ FinTech เพียงแต่เทคโนโลยีน้ีเรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อวงการ FinTech
ค่อนขา้ งเหน็ ไดช้ ดั เจน และการบูมของเทคโนโลยีตัวนี้ มาจากความพยายามในการทําบิทคอยน์
ขอ้ ดขี อง Blockchain ในทางธรุ กจิ
ข้อดีที่ 1 ประสิทธิภาพ การทําธุรกรรมระหว่างบุคคลหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องสามารถเสร็จสมบูรณ์ได้
โดยตรงและไมต่ อ้ งมีคนกลาง ทั้งยังสามารถใช้ข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล จึงทําให้การดําเนินธุรกรรมเป็นไปอย่าง
รวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ “สัญญาอัจฉริยะ” (Smart Contract) เพื่อผลักดันให้การดําเนินการด้าน
การค้าเป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกําหนดไว้ในสัญญาดังกล่าว แนวทางน้ีช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับ
กระบวนการทํางานได้อย่างมาก อีกท้ังยังช่วยกําจัดเวลาและต้นทุนในการทําธุรกรรมด้วย บทความเร่ือง
32
“How Utilities Are Using Blockchain to Modernize the Grid” โดย Oliver Wyman Consulting
มีรายละเอยี ดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์แนวทางนใ้ี นอุตสาหกรรมพลังงาน
ข้อดีท่ี 2 ความพร้อมท่ีจะให้ตรวจสอบบัญชี เนื่องจากธุรกรรมแต่ละรายการได้รับการเก็บบันทึก
อย่างต่อเนื่องและไม่มีกําหนด ดังน้ันจึงสามารถดําเนินการตรวจสอบได้ตลอดท้ังวงจรชีวิตของสินทรัพย์ สิ่งน้ี
จะยิ่งมีความสําคัญอย่างมากหากข้อมูลต้นฉบับเป็นส่ิงจําเป็นที่ต้องใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของ
สินทรัพย์ และข้อดีดังกล่าวน้ีได้รับการยืนยันแล้วจากบริษัท Everledger ในการติดตามตรวจสอบเพชรตามที่
มีข้อมูลสรุปไว้ในบทความเรื่อง “How the blockchain is helping stop the spread of conflict
diamonds” ในนติ ยสาร Wired
ข้อดีท่ี 3 ความสามารถด้านการติดตาม การติดตามสินค้าในซัพพลายเชนจะได้รับประโยชน์หาก
ต้องการติดตามตรวจสอบว่าตอนน้ีชิ้นส่วนต่าง ๆ อยู่ท่ีใดบ้าง โดยข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับช้ินส่วนดังกล่าวจะถูก
ส่งไปยังหรือได้รับจากเจ้าของใหม่เพ่ือดําเนินการในด้านอื่น ๆ ต่อไป ข้อดีน้ีมีรายละเอียดในบทความของ
Harvard Business Review เรื่อง “Global Supply Chains Are About to Get Better, Thanks to
Blockchain”
ข้อดีที่ 4 ความโปร่งใสในบางคร้ังการขาดความโปร่งใสทางการค้าอาจนําไปสู่ความล่าช้าในการ
ดําเนินธุรกิจและสามารถทําลายความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ ซึ่งการให้รายละเอียดของการทําธุรกรรมอย่าง
ชัดเจนจะช่วยเพิ่มความน่าเช่ือถือให้กับกระบวนการค้าขาย ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้ม่ันคงย่ิงข้ึน
ตามระดับความโปรง่ ใสทีม่ อี ยู่ดว้ ย
ข้อดีที่ 5 ความปลอดภัย ธุรกรรมแต่ละรายการจะได้รับการตรวจสอบภายในเครือข่ายโดยใช้การ
เข้ารหัสลับที่ซับซ้อนและได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระ ดังน้ันจึงสามารถมั่นใจในความถูกต้องของข้อมูลได้
และข้อมูลท่ีน่าเชื่อถือดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นฐานสําคัญของการใช้ประโยชน์จากแนวทางอินเทอร์เน็ต
ออฟธิงค์ (Internet of Things: IoT) ซึ่งเป็นกระบวนการทํางานเชื่อมโยงสินทรัพย์ที่ใช้งานอยู่ผ่านระบบ
อนิ เทอรเ์ น็ตท่ีมีการควบคุมในระบบปิด แนวทางนี้กําลังได้รับการนําไปใช้ในอุตสาหกรรมด้านกลาโหมสําหรับ
การตรวจสอบความถูกต้องของคําสั่งและการปูองกันทรัพย์สินทางปัญญา ซ่ึงสามารถดูรายละเอียดได้ใน
บทความของ Ascent เรอื่ ง “Securing 3D-Printing: Could Blockchain be the Answer?”
ข้อดีที่ 6 ความเห็นด้วยความสามารถในการติดตามสินทรัพย์ครอบคลุมท้ังวงจรชีวิต ผู้ออกแบบ
และผู้ผลิตสินทรัพย์จึงสามารถปรับรูปแบบการบริหารจัดการสินทรัพย์ตลอดวงจรชีวิตได้อย่างเหมาะสม
และมีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน โดยอาศัยข้อมูลในด้านต่าง ๆ ไมว่าจะเป็นการจัดส่ง การติดต้ัง การบํารุงรักษา
และการรอื้ ถอน
33
ประโยชนข์ อง Blockchain
ประโยชน์ของ Blockchain มีดงั น้ี
1. มคี วามโปร่งใสสงู สามารถตรวจสอบยอ้ นหลงั ไดจ้ ากทกุ ฝุาย
2. ไม่สามารถเกิดการทุจริตได้ เพราะข้อมูลไมส่ ามารถถูกปลอมแปลงได้
3. เม่ือธุรกรรม หรือสัญญาถูกจัดเก็บในรูปของข้อมูล การนําข้อมูลเหล่าน้ันมาประมวลผลเพื่อ
บังคับให้ทําตามสัญญา หรือธุรกรรมต่าง ๆ เหล่าน้ันก็สามารถทําได้โดยอัตโนมัติ และยังนําไปประยุกต์ใช้
รูปแบบอน่ื เช่น การแจ้งเตอื นเม่อื สัญญากาํ ลังจะหมดอายไุ ด้ เป็นตน้
4. เม่ือการทําธุรกรรม หรือสัญญาเหล่าน้ีไม่ต้องมีตัวกลาง ก็จะสามารถประหยัดท้ังเวลา และ
ค่าใชจ้ ่ายลงไปไดอ้ กี มาก
ดังนัน้ เรียกได้ว่า Blockchain น้ันจึงนํามาประยุกต์ใช้ทําอะไรได้หลากหลายมาก ถ้าหากสิ่งเหล่านั้น
ตอ้ งการ “ความโปรง่ ใส” และ “ความน่าเชอ่ื ถือ” น่ันเอง
วธิ กี ารนาํ Blockchain ไปใชง้ าน
เนื่องจาก Blockchain น้ีเป็นเทคโนโลยีท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการข้อมูลเท่านั้น ดังนั้น ในการนํา
Blockchain ไปใช้งานก็ต้องมีการพัฒนา Application ขึ้นมาทํางานร่วมกับ Blockchain อีกทีหน่ึง เพ่ือทํา
การจัดเก็บข้อมูลที่เราต้องการให้มีความโปร่งใส และน่าเช่ือถือในระบบของ Blockchain และเปิดให้ผู้ใช้งาน
คนอื่น ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลภายใน Blockchain หรือบันทึกข้อมูลลงไปยังระบบของ Blockchain ได้อย่าง
งา่ ยดาย
ตวั อยา่ งการนาํ Blockchain ไปใชง้ านทเ่ี กดิ ขนึ้ จรงิ แลว้ มดี งั น้ี
1. ใชง้ านในธุรกจิ ท่มี ีการทําธรุ กรรม หรือสัญญาเป็นหลัก เช่น การเงิน, การทําประกัน โดยสามารถ
ใช้งานแทนเอกสารในรูปแบบเดมิ ๆ ได้เลย
2. ใช้งานในธุรกิจท่ีต้องการความโปร่งใส เช่น การบริจาคเงินให้กับองค์กรหรือบุคคลต่าง ๆ ก็จะ
ม่ันใจไดว้ า่ เงินนนั้ จะไปถงึ ปลายทางอยา่ งแนน่ อน
3. ใช้ในการติดตามสินค้าต่าง ๆ เช่น การติดตามเส้นทางขนส่งของอาหารสดแต่ละชิ้น ก็จะทําให้
ทราบได้ทันทีว่าวัตถุดิบรายการไหนถูกส่งออกมาจากฟาร์มแห่งใด, ขายไปยังลูกค้ารายใด, หมดอายุวันไหน
รวมถึงหากเกดิ ปญั หากับสินค้าชิ้นน้นั ๆ กส็ ามารถสืบสวนไปถึงต้นตอไดท้ ันที เปน็ ตน้
4. การสํารองข้อมูลย้อนหลังให้มั่นใจว่าจะไม่ถูกทําลายหรือไม่ถูกเปลี่ยนแปลง ก็สามารถใช้
Blockchain ในการบันทกึ ขอ้ มลู ทตี่ ้องการสาํ รองเอาไวไ้ ด้
5. ล่าสุดน้ีในประเทศไทย ก็มีการนํา Blockchain มาเปิดบริการการจัดเก็บเอกสารสําหรับใช้ทํา
สัญญาโดยเฉพาะแล้วเช่นกัน จะเห็นได้ว่าการนํา Blockchain มาใช้เหล่าน้ีก็จะเน้นไปท่ีธุรกิจท่ีต้องการความ
นา่ เชื่อถือและความโปรง่ ใสของขอ้ มลู เป็นหลักนัน่ เอง
34
ตวั อยา่ งการนาํ Blockchain มาประยกุ ตก์ ับโลก Internet of Think
ด้วยคุณสมบัติของ Blockchain จึงเข้ามาตอบโจทย์ Internet of Things (IoT) ได้ เพราะเม่ือวันที่
มีอุปกรณ์ devices เพิ่มข้ึนมากมาย การจัดการผ่านส่วนกลางจะยุ่งยากน่าดู แต่ Blockchain สามารถเข้ามา
ช่วยกลุ่ม IoT devices ท่ีกําลังมีจํานวนมากได้ง่ายข้ึน ดังน้ัน Internet of Things ในยุคของ Blockchain
จะกลายเป็น Ledger of Things คือมี “บัญชีธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์”เพ่ือจะ track อุปกรณ์ท่ีนํามาเชื่อมต่อ
ทีน้ีเม่ือหลังบ้านเป็นดังน้ี ก็จะมีนักพัฒนาต่อยอด เพื่อให้อุปกรณ์ต่าง ๆ สื่อสาร เชื่อมต่อกันและเชื่อถือกันได้
งา่ ยขึ้น
1. การขนส่ง – พาหนะต่าง ๆ ที่เราน่ังไปนั้นจะช่วยเลือกเส้นทางท่ีเร็วท่ีสุดให้ หลีกเลี่ยงจุดก่อสร้าง
จัดการเร่ืองค่าใช้จ่ายทางด่วน ท่ีจอดรถ และสื่อสารกับสัญญาณจราจรได้ การขนส่งสินค้าต่าง ๆ จะจัดการ
เรื่องการตรวจสอบภาษีไดไ้ วข้ึน
2. มอนิเตอร์โครงสร้างต่าง ๆ ในเมือง – สามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ และใช้อุปกรณ์เหล่าน้ีในการ
มอนิเตอร์ดูปัจจัยความเสี่ยง บนท้องถนน รางรถไฟ แหล่งกําเนิดไฟฟูา สะพาน ท่าเรือ runways เพ่ือ
ตรวจสอบดปู ัญหาต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และลดต้นทุนไปได้
3. สายพลังงาน -การบริหารจัดการด้านพลังงานเป็นอุตสาหกรรมที่ผูกอยู่กับศูนย์กลางมาอย่าง
ยาวนาน ใครจะคิดว่าในอนาคตอันใกล้ เราสามารถท่ีจะสร้างสิ่งเหล่าน้ีเองได้ แต่ด้วย Blockchain จะทําให้
การดาํ เนนิ การดา้ นพลังงานจะถูกกระจายศูนย์ ตัวอย่างบรษิ ัท Transaction Grid สามารถให้ผู้ใช้ผลิตพลังงาน
มาขาย หรอื ซ้ือจากเพ่อื นบา้ นไดแ้ ลว้
4. การเกษตร - ดูสภาพอากาศ ดิน พืชท่ีปลูก สามารถติดเซนเซอร์ได้ วิเคราะห์และแนะนําว่าควร
ตอ้ งดแู ลอย่างไร จากประวตั ทิ ่ีผ่านมา ตอ่ ไปจะดไู ด้วา่ วัวของเรากนิ อะไรกนั ลงไปบ้าง ดูประวัติสุขภาพที่ผ่านมา
เหมือนคนเลยทีเดียว
5. มอนิเตอร์สิ่งแวดล้อม - อุปกรณ์เซนเซอร์จะช่วยเราหาเงินได้ โดยการขายข้อมูลต่าง ๆ เช่น
มอนิเตอร์คุณภาพอากาศ นํ้า และทําการแจ้งเตือนเมื่อมีมลภาวะ หรือภัยอย่างสึนามิ เมื่อเก้าไปอีกขึ้นคือการ
วเิ คราะห์ Pattern และทาํ การคาดการณ์อนาคตวา่ อะไรจะเกดิ ขนึ้ บ้าง
6. สายธุรกิจสุขภาพ - ด้วย Blockchain ข้อมูลต่าง ๆ สามารถแชร์ได้โดยปราศจากความกังวล
ทางด้านความปลอดภัยดังเช่นในอดีต มีแพลตฟอร์มอย่าง Gem ท่ีเปิดตัวมาเป็น Blockchain Network
เพื่อให้นักพัฒนาด้านสุขภาพสามารถพัฒนาต่อยอดจากเครือข่ายน้ีได้ อุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ อย่างอวัยวะเทียม
เช่น เข่า สะโพก แจ้งเตือนไดว้ ่าถงึ เวลาต้องเปล่ยี นแล้ว...
35
ตวั อยา่ งการนาํ Blockchain มาใชใ้ นวงการอสงั หารมิ ทรพั ย์
วงการอสังหาริมทรัพย์ สามารถประยุกต์ใช้ทํา Smart contract โดยถ้าสัญญาอยู่ในบล็อกเชน
ทุกคนจะเหน็ ข้อมูลตรงกัน เราจึงสามารถไว้ใจให้ระบบ Automate ปฏิบัติงานใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญาได้
นอกจากนยี้ งั มีการประยกุ ตใ์ ชไ้ ดอ้ ีกมากมาย ดงั ท่มี ีการสรปุ ไวใ้ นแผนภาพนี้
รปู ท่ี 3.4 การนํา Blockchain มาใช้ในวงการอสงั หาริมทรัพย์
36
อ้างองิ
uih.co.th เกร็ดความร้เู ก่ยี วกับความหมายของ Blockchain. [ระบบออนไลน์]. แหล่งทม่ี า
https://www.uih.co.th/th/knowledge/blockchain-is [18 กนั ยายน 2563]
siambc.com เกร็ดความร้เู กีย่ วกบั แนวคดิ จดุ กําเนิดของ Blockchain. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า
https://siambc.com/what-is-blockchain/ [18 กนั ยายน 2563]
techsauce.co เกร็ดความรู้เก่ยี วกับชนดิ ของ Blockchain. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ท่มี า
https://techsauce.co/tech-and-biz/understand-blockchain-in-5-minutes
[18 กันยายน 2563]
library2.parliament.go.th เกร็ดความร้เู กีย่ วกับองคป์ ระกอบของ Blockchain. [ระบบออนไลน์].
แหล่งท่มี า https://library2.parliament.go.th/ejournal/content_af/2560/feb2560-3.pdf
[18 กนั ยายน 2563]
acinfotec.com เกรด็ ความรูเ้ ก่ยี วกบั การทาํ งานของ Blockchain. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ที่มา
https://www.acinfotec.com/2016/11/28/blockchain/ [18 กนั ยายน 2563]
aware.co.th เกรด็ ความร้เู กยี่ วกบั ฺ Bitcoin (บทิ คอยน)์ กบั Blockchain (บลอ็ กเชน)เกย่ี วข้องกนั อยา่ งไร.
[ระบบออนไลน์]. แหล่งท่มี า https://www.aware.co.th [18 กันยายน 2563]
techtalkthai.com เกร็ดความรเู้ ก่ียวกบั ประโยชนแ์ ละขอ้ ดขี อง Blockchainc ในทางธรุ กจิ . [ระบบออนไลน์].
แหล่งที่มา https://www.techtalkthai.com/6-business-benefits-of-blockchain/
[18 กันยายน 2563]
medium.com เกร็ดความรู้เกยี่ วกับวิธกี ารนาํ Blockchain ไปใชง้ าน. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา
https://medium.com/teamappman [18 กนั ยายน 2563]
uih.co.th เกรด็ ความรูเ้ กยี่ วกบั ตวั อยา่ งการนาํ Blockchain มาประยุกตก์ ับโลก Internnet of Think.
[ระบบออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า https://www.uih.co.th/th/knowledge/5-min
[18 กนั ยายน 2563]
g-able.com เกร็ดความรเู้ กย่ี วกับตวั อย่างการนาํ Blockchain มาใช้ในวงการอสังหารมิ ทรัพย์.
[ระบบออนไลน์]. แหล่งท่ีมา https://www.g-able.com/digital-review/ [18 กันยายน 2563]
37
บทที่ 4
ธรุ กรรมการเงนิ ดจิ ทิ ลั (Fintech)
บทนํา
คําว่า FinTech ในปัจจุบันส่วนใหญ่ถูกนํามาใช้ในการเรียกบริษัท กลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่ม
ผูป้ ระกอบการทีค่ ิดคน้ นวตั กรรมทางการเงนิ ในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ทําให้ผู้บริโภคไม่ต้องยึดติดกับการทําธุรกรรม
ที่จํากัดอยู่เพียง เงินสด เช็ค บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเท่าน้ัน โดยที่ผู้บริโภค
สามารถทําธุรกรรมผ่านคอมพิวเตอร์และ Smart Phone ส่วนตัว ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางทาง
การเงนิ อยา่ งระบบธนาคารอีกตอ่ ไป แม้ FinTech จะเป็นเร่ืองคอ่ นข้างใหม่ แต่บทบาทของ FinTech มีการใช้
มาหลาย 10 ปี โดยตัวอย่างรูปแบบของ FinTech ดั้งเดิม (Traditional FinTech) ท่ีเห็นได้ชัดและยังมีการใช้
อยู่ในปจั จบุ นั ได้แก่ ATM, Internet Banking, Mobile Banking ตู้กดเติมเงิน โทรศัพท์มือถือ การซื้อขายหุ้น
ผ่านออนไลน์ เป็นต้น ซ่ึงทุกอย่างเป็นการทําธุรกรรมด้วยตนเองโดยไม่ต้องผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ในขณะท่ี
FinTech ในรูปแบบใหม่ (Emergent FinTech) จะเกิดข้ึนผ่านองค์กรขนาดเล็กที่เป็นผู้นําทางเทคโนโลยี
ใหม่ ๆ และนํามา สร้างนวัตกรรมทางการเงนิ
ความหมายของธรุ กรรมการเงนิ ดจิ ทิ ลั (Fintech)
คล่ืนลกู ใหมท่ ง้ั FinTech และ Startup กําลงั กา้ วสู่ยุคเฟ่ืองฟูในหลายประเทศ เป็นคล่ืนท่ีต้องจับตา
มองอย่างใกล้ชิด เพราะมีแนวโน้มว่าจะเปล่ียนรูปแบบการดําเนินธุรกิจสถาบันการเงินด้วยนวัตกรรมใหม่
ท่ีช่วยให้ผู้ใช้บริการเกิดความสะดวก รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า FinTech กําลังได้รับความนิยมอย่าง
แพร่หลายทั่วโลก เป็นผลมาจากเทคโนโลยี 4 ด้าน ประกอบด้วย Social Media, Mobile, Analytics
และ Cloud ทีเ่ กิดการประยุกตใ์ ช้บนแนวโน้มการเติบโตดา้ นอินเทอร์เนต็ ท่ีมีผู้ใชจ้ ํานวนมากข้นึ เร่ือย ๆ
FinTech หรือ Financial Technology คือ การนําเอาเทคโนโลยีดิจิตอลมาประยุกต์ใช้กับบริการ
ทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการชําระเงิน การลงทุน การระดมทุน หรือด้านประกันภัย เพ่ือให้สามารถ
ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการนําเอา Technology
ของ Fin Tech ผ่านระบบ online มาใช้จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว ทุกท่ีและ
ทุกเวลา (Anywhere Anytime) และมคี ่าใช้จ่ายในการทาํ ธุรกรรมทล่ี ดลง
FinTech คือ การนําเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้หรือสร้างบริการในธุรกิจการเงิน ทําให้เกิดการ
เปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรมผูบ้ รโิ ภค เช่น การจ่ายเงนิ ออนไลน์, การซื้อหุ้นออนไลน์ ฯลฯ
Fintech ย่อมาจาก Financial Technology หรือเทคโนโลยีทางการเงิน โดยคําว่า Fintect มักถูก
นํามาใช้ในการเรียกบริษัท กลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่มผู้ประกอบการท่ีคิดค้นนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ
โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการ ให้บริการด้านการเงินและการลงทุนให้มี ความสะดวก รวดเร็ว
ปลอดภัย และมปี ระสิทธิภาพมากย่งิ ขึน้
38
FinTech (Financial Technology) คือ กลมุ่ ธุรกิจทปี่ ระยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาทําให้การบริการท่ี
เกยี่ วขอ้ งกบั การเงินและการลงทุนมปี ระสทิ ธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การทําธุรกรรมรับ-จ่าย-โอนเงินออนไลน์ของ
ธนาคาร หรือการวิเคราะห์ข้อมูลหุ้นเพ่ือช่วยการตัดสินใจของนักลงทุน โดยบริการเหล่าน้ีมักจะอยู่ในรูปแบบ
ของบริการออนไลน์แทบทงั้ ส้ิน
ชอื่ FinTech มีท่มี าจากคาํ ว่า Financial และ Technology แปลตรงตวั ไดว้ ่า เทคโนโลยีทเ่ี กย่ี วข้อง
กับการเงิน หรอื การนําเทคโนโลยมี าประยกุ ตใ์ ช้ในธุรกจิ การเงนิ ไม่วา่ จะเป็นนวตั กรรมตู้ ATM ที่ช่วยให้คนกด
เงนิ สดไดส้ ะดวก เพยี งแค่มบี ัตร, บตั รเครดิต, การโอนเงินออนไลน์ เป็นต้น เหลา่ น้ีกล็ ว้ นเป็น ฟนิ เทคอยา่ งหนงึ่
สรปุ FinTech คือ เทคโนโลยีในการทําธุรกรรมทางการเงิน หรือ กลุ่มธุรกิจเกิดใหม่ที่เน้นการนําไป
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยแี ละกําลงั เขา้ มาพลิกโฉมหนา้ รปู แบบการทําธุรกรรมในภาคส่วนต่าง ๆ ให้ฉีกออกไปจาก
การทําธุรกรรมแบบเก่า ท้ังการชําระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ (mobile payment) การโอนเงิน (money
transfer) การกยู้ ืมเงนิ (loan) การระดมทุน (fundraising) และ การจัดการทรัพย์สิน (asset management)
โดยอาศัยความก้าวหนา้ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรอื IT รวมไปถึง แอพพลิเคช่ัน และ สมาร์ทโฟนท่ีพบเห็น
ได้ทว่ั ไปในยุคดจิ ิทัลปจั จุบนั จึงทาํ ให้ FinTech ท่ีเกิดขนึ้ และไดร้ ับการตอบรบั เป็นอย่างดีในบ้านเรา
จดุ เดน่ ของ FinTech
คือ การสร้างมูลค่าในรูปแบบของความง่ายต่อการใช้งาน ความสะดวกรวดเร็ว ต้นทุนหรือ
ค่าธรรมเนียมท่ีต่ํากว่า และ ความปลอดภัยในการทําธุรกรรม ทั้งนี้ ปัจจุบัน FinTech กําลังเข้ามาสั่นคลอน
รูปแบบที่เงินเปล่ียนมือจากคนหน่ึงไปสู่อีกคนหน่ึง ดังนั้น เม่ือเรามองย้อนกลับไปดูส่ิงที่กลุ่มบริษัท FinTech
ทํามาในชว่ ง 2-3 ปีท่ีผา่ นมา จะทําให้เราสามารถเห็นภาพทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดข้ึนในอุตสาหกรรม
ใหม่ท่ีน่าต่ืนตาต่ืนใจนใ้ี นอนาคตอันใกล้
รปู แบบของ Fintech
รูปท่ี 4.1 Fintech
39
รูปแบบ Fintech แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ
1. Traditional Fintech องคก์ รเทคโนโลยขี นาดใหญ่ทเ่ี ป็นเสมือน Facilitator สนบั สนุนบริการ
ด้านการเงินต่าง ๆ ท่ีอํานวยความสะดวกและสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ขนาดใหญ่ แก่ภาคการเงินโดยท่ัวไป
เชน่ บริษัทผพู้ ัฒนาบริการ internet banking หรอื mobile banking ให้แก่สถาบนั การเงิน
2. Emergent Fintech Emergent Fintech องค์กรขนาดเล็กท่ีเป็นเสมือน Disruptor
นําเทคโนโลยี ใหม่ ๆ สร้างนวัตกรรมตัวกลางในการให้บริการด้านการเงิน ซ่ึงเราจะเห็นผู้ประกอบการ
Startup ใหม่ ๆ เกดิ ข้ึนเชน่ Paypal, Silkspan, Gobear และอ่ืน ๆ อกี มากมาย
ประเภทของ Fintech
Fintech สามารถแบ่งออกได้เป็น 7 แบบ ดังนี้
1. Banking Technology การนําเทคโนโลยีมาใช้กับระบบธนาคาร ซึ่งเป็นส่ิงแรกท่ีคนมักคิดถึง
เมื่อพูดถึง Fintech เพราะหลายคนคุ้นเคยและเช่ือว่าในโทรศัพท์ของคนวัยทํางานส่วนใหญ่จะมีแอปพลิเคช่ัน
ธนาคารติดต้ังอยู่แล้ว Fintech ประเภทนี้คือ Mobile Banking ที่มีข้ึนเพื่อให้ลูกค้าของธนาคารสามารถทํา
ธุรกรรมต่าง ๆ ท่ีเป็นการบริหารจัดการเงินของตัวเองได้ด้วยตัวเอง ทํางานในฟังก์ชั่นเดียวกับท่ีธนาคารแบบ
ด้งั เดิมทํา ยกเวน้ การจดั การกับเงินสด
2. Lending Technology เทคโนโลยเี พ่อื การขอสนิ เชื่อ กยู้ มื เพยี ร์ พาวเวอร์จัดอยู่ในประเภทนี้
คือมลี ักษณะเปน็ แพลตฟอรม์ ท่ีเกิดขน้ึ โดยมจี ุดประสงค์เพื่อให้เกิดการขอและให้สินเชื่อ Fintech ประเภทน้ีจะ
อยบู่ นพืน้ ฐานการสมคั รขอสนิ เชอื่ ตรวจสอบเครดิต และอนุมตั สิ นิ เช่อื
3. Cryptocurrency สกุลเงินดิจิทัลทั้ง Cryptocurrency หรือเทคโนโลยี Blockchain
เป็นการสมมติชุดข้อมูลขึ้นมาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในโลกออนไลน์ แล้วทําให้ใช้งานได้เหมือนเงินจริง สามารถใช้
จ่ายได้ รวมถึงเก็งกําไรได้ด้วย โดยสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกท่ีถือกําเนิดมาในโลกคือ Bitcoin และที่สั่นสะเทือน
วงการการเงินล่าสุดคือการประกาศเปิดตัว Libra สกุลเงินดิจิทัลของ Facebook ที่จับมือกับพาร์ทเนอร์
เจ้าใหญ่ทั่วโลกซ่ึงถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น Technology Disruptive ท่ีใหญ่ท่ีสุดในอนาคต การเกิดขึ้นของ
Fintech ประเภทนี้ บ้างก็ถูกมองเป็นโอกาสที่จะสร้างความเท่าเทียมทางการเงิน บ้างก็ถูกมองว่าเป็นภัยต่อ
ระบบการเงินด้ังเดิมของโลก จึงได้รับทั้งการต้อนรับและขับไล่จากท่ัวโลก อย่างไรก็ดี Cryptocurrency
ถือเป็นระบบการเงนิ แห่งอนาคตทมี่ ีการขยายขอบเขตความสนใจเพมิ่ ข้ึนเรอ่ื ย ๆ
4. Payment Technology ระบบการจ่ายเงินท่ีดําเนินการด้วยเทคโนโลยี Fintech ประเภทน้ี
คือระบบตัวแทนการใช้จ่าย ที่ผู้ใช้ต้องเปิดบัญชีกับทางแพลตฟอร์มจึงจะสามารถใช้งานได้ ตัวอย่างเช่นระบบ
E-Wallet ต่าง ๆ เครดิตการ์ด ซ่ึงระบบ Payment จะต่างจาก Mobile Banking ตรงท่ีเจ้าของแพลตฟอร์ม
ไม่ใชธ่ นาคาร และใหบ้ ริการเฉพาะการใช้จ่ายเทา่ นัน้
5. Application Programing interface (API Data) ระบบ API Data ทําหน้าท่ีเป็นเหมือน
สะพานเชือ่ มต่อระหว่างผู้ใช้กับแพลตฟอร์ม เป็นเหมือนประตูบ้านที่จะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าของบัญชีหรือผู้ใช้
ที่ถกู ตอ้ งเขา้ ถงึ ขอ้ มูลน้ัน ๆ ได้ ระบบนส้ี ามารถใช้ไดท้ ้งั กับ Mobile banking และแพลตฟอร์มอ่นื ๆ
40
6. Regulation Technology นอกจากจะใช้เพื่อเข้าถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินแล้ว
Fintech ยังสามารถใช้เพื่อตรวจสอบและปูองกันการเข้าถึงบริการเหล่าน้ันในลักษณะท่ีไม่ถูกต้องได้อีกด้วย
Regulation Technology หรือ Regtech ถูกพัฒนาข้ึนเพื่อตรวจสอบการทําธุรกรรมให้เป็นไปอย่างถูกต้อง
และราบรนื่ อาจเป็น AI หรือเปน็ ระบบภายในของธนาคารหรอื แพลตฟอรม์ กไ็ ด้
7. Insurance Technology/Insurtech หลายคนมองว่าการซื้อประกันภัย ประกันชีวิตคือการ
ลงทนุ รูปแบบหน่ึง รวมทัง้ ระบบการคํานวณเบ้ียประกันมีความซบั ซ้อน การใช้ Fintech เข้ามาช่วยท้ังด้านการ
คํานวณเบี้ยประกัน ผลตอบแทน ความเส่ียง รวมถึงอัตราส่วนลดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ช่วยให้ท้ังผู้ซ้ือและ
ผ้เู สนอขายประกันภัย ประกนั ชีวติ บรหิ ารจัดการระบบประกันได้ง่ายขนึ้
ประโยชนข์ อง Fintech
ในเมื่อรูปแบบของ Fintech มีอยู่มากมาย ครอบคลุมการใช้บริการแทบทุกระดับ ประโยชน์ของ
Fintech จึงมมี ากตามไปด้วย โดยอาจแบ่งประโยชน์ของ Fintech ตามกลุ่มผใู้ ชง้ านไดด้ งั น้ี
1. บุคคลท่ัวไป ได้ประโยชน์จาก Fintech ในลักษณะการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทาง
การเงิน (Financial Inclusion) ที่ทําให้คนที่ไม่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้จ่าย ทําธุรกรรม รวมถึงสามารถ
ขอสนิ เชือ่ ลงทนุ ได้ดว้ ยตนเอง
2. สถาบันการเงิน ใช้ประโยชน์จาก Fintech ได้ด้วยการนําระบบ API Data มาใช้ หรือการ
ตรวจสอบความปลอดภัยด้วย Regtech รวมถึงส่ิงท่ีง่าย และเป็นประโยชน์ท่ีสุดคือการสร้างระบบธนาคาร
ยอ่ ย ๆ แบบ Mobile Banking ลงมาให้อยใู่ นโทรศพั ทม์ ือถอื
3. ผู้ให้บริการ E-Commerce ใช้ประโยชน์ได้ท้ังในรูปแบบของระบบ Payment การเช่ือมต่อ
API Data และ Banking Technology เพราะเปน็ การขายออนไลน์ทเี่ กดิ การใช้จา่ ยขน้ึ ในแพลตฟอร์ม
4. นักลงทุน Fintech เอื้อต่อการลงทุนทั้งในรูปแบบตลาด Cryptocurrency, Insurtech
และ Lending Technology ซงึ่ ถือเปน็ โอกาสสําหรับนักลงทนุ ท่อี ยากลองลงทนุ ในรปู แบบใหม่ ๆ
ตวั อยา่ งของ FinTech
FinTech ท่ีให้บริการรับชําระเงินค่าสินค้าและโอนเงินผ่านออนไลน์ ได้แก่ Paypal, Alipay, Line
Pay, Paysbuy และการให้บริการของ 3 ค่ายมือถือ AIS Mpay, Jaew Wallet และ Wallet by
TrueMoney ที่มีบริการรับชําระเงินค่าสินค้า/บริการทางออนไลน์จากกระเป๋าเงินเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet)
ทลี่ ูกคา้ สามารถเติมเงินไวส้ าหรบั การชําระเงนิ
นวตั กรรมทางการเงนิ
1. Facial Recognition เพยี งสแกนหน้ากส็ ามารถโอนเงนิ ได้ เป็นรูปแบบหน่งึ ของการตรวจสอบ
ตัวตนทางอเิ ล็กทรอนิกส์ (Electronic Know Your Customer : e-KYC) ดว้ ยเทคโนโลยชี วี ภาพ (Biometric)
โดยใช้เทคโนโลยจี ดจาํ ใบหนา้ หรอื Facial Recognition มาพสิ จู นแ์ ละยนื ยันตวั ตนของผู้ใช้บริการทางการเงิน
ซึ่งจะมาชว่ ยลดข้อจํากดั และความซบั ซ้อนให้ผใู้ ช้บริการไม่จําเปน็ ตอ้ งเดินทางมาทสี่ าขา เพยี งแคค่ ณุ มี
41
โทรศพั ท์มือถอื ทม่ี กี ล้องก็สามารถใชบ้ ริการของธนาคารไดแ้ ล้ว ไมว่ ่าจะเป็นการเปิดบญั ชี การโอนเงนิ และการ
ขอสนิ เชอ่ื คาดว่าธนาคารต่าง ๆ จะนําเทคโนโลยีนมี้ าใชใ้ นเดือนตลุ าคมที่จะถึงนี้
2. Face Pay และ Palm Vein Pay จ่ายเงนิ ดว้ ยใบหน้าและฝุามือ ในอนาคตเราอาจไม่ต้องพก
เงินติดตัวไปซื้อของที่ตลาดและห้างสรรพสินค้าแล้ว เพราะธนาคารต่าง ๆ ได้พัฒนานวัตกรรมท่ีมาเป็น
ทางเลือกในการซื้อของและจ่ายเงินด้วยใบหน้าและฝุามือของเราเอง โดยทางธนาคารกสิกรไทยได้มาแสดง
ข้ันตอนการซ้ือสินค้าด้วยการใช้ใบหน้าในชื่อว่า “Face Pay” ซึ่งหลังจากท่ีเราได้ใช้การสแกนใบหน้ามาเปิด
บัญชีแลว้ เราก็สามารถชาํ ระสินค้าด้วยเพียงการสแกนใบหน้า ระบบจะสแกนใบหน้าผู้ซ้ือและเช่ือมไปยังบัญชี
ที่คุณผูกไว้อยู่ จากนั้นก็ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติ อีกอันคือ “Palm Vein” หรือ การสแกนเส้นเลือดในฝุามือ
นวัตกรรมที่ธนาคารไทยพาณิชย์นํามาแสดงในงาน โดยมีความแม่นยําถึง 99.99999% และสามารถมาเป็น
ทางเลือกหน่ึงในการจ่ายเงินซื้อของและการชําระเงินที่สะดวกและปลอดภัยย่ิงข้ึน นอกจากบัต รเครดิต
และการสแกนควิ อารโ์ ค้ด
3. เชือ่ มระบบพิสจู นแ์ ละยืนยนั ตวั ตนจากภาครฐั สเู่ อกชนด้วย NDID บริษัท เนชั่นแนลดจิ ิทลั ไอดี
จํากัด ได้เปิดตัวระบบโครงสร้างพื้นฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (National Digital ID :
NDID) ในการเป็นตัวกลางเช่ือมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
โดยระบบ NDID จะไม่มีการรวมศูนย์เก็บข้อมูล แต่ข้อมูลจะถูกเก็บแบบกระจายศูนย์ภายใต้หน่วยงานท่ีดูแล
ข้อมูลน้ัน ๆ ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ทําให้เกิดความน่าเช่ือถือและปลอดภัยย่ิงขึ้น โดยใน
ระยะแรกทจ่ี ะเปดิ ให้ใช้งานตอนตน้ ไตรมาส 4 ของปนี ้ี จะเป็นการให้บริการการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์และ
การขอสินเช่อื ออนไลน์ แต่หลงั จากนนั้ จะขยายใหค้ รอบคลุมการให้บริการที่หลากหลายต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการ
เปิดบัญชีลงทุนออนไลน์ การทําประกันชีวิต หรืออาจเป็นไปได้ถึงการพบแพทยผ์ า่ นระบบออนไลน์
MyPromptQR มิตใิ หมข่ องการชาํ ระเงินดว้ ยคิวอาร์โคด้
เป็นบริการ QR Payment รูปแบบใหม่ซ่ึงขยายวงไปสู่ภาคธุรกิจ เพ่ือช่วยตอบโจทย์ร้านสะดวกซ้ือและ
ห้างสรรพสินค้าที่มีเครือข่ายสาขาจํานวนมาก ให้สามารถรับชําระเงินได้สะดวกและรวดเร็วข้ึน จากการ
ให้บรกิ ารคิวอารโ์ ค้ดในปัจจบุ ันทีล่ ูกค้าต้องกรอกยอดเงนิ และสแกนคิวอาร์โค้ดของร้านค้า แต่บริการนี้จะทําให้
ลกู ค้าสามารถกดคิวอารโ์ ค้ดของตัวเองได้จากแอปพลิเคชันของธนาคารพาณิชย์และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์
(e-Wallet) ตา่ ง ๆ ซึ่งควิ อาร์โค้ดน้จี ะสามารถใช้แค่ครั้งเดียวเท่าน้ัน จากนั้น เมื่อลูกค้าได้รับคิวอาร์โค้ดท่ีเช่ือม
เข้ากับบัญชีตัวเองแล้ว ก็จะสามารถให้ร้านค้าต่าง ๆ สแกนเพื่อชําระเงินค่าสินค้าและบริการได้ โดยตอนนี้
หา้ งสรรพสินค้าขนาดใหญ่ อย่างเช่น เดอะมอลล์ กรุ๊ป เซ็นทรัล เจดี มันนี่ และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ พร้อมที่
จะให้บริการสแกน MyPromptQR เพอื่ ชาํ ระเงินได้แลว้
42
อ้างองิ
peerpower.co.th เกรด็ ความรเู้ กี่ยวกบั ความหมายของธรุ กรรมการเงินดิจิทลั [FinTech]. [ระบบออนไลน์].
แหลง่ ทมี่ า https://www.peerpower.co.th/blog/investor/invest/fintech
[18 กันยายน 2563]
g-able.com เกรด็ ความรู้เกีย่ วกบั จุดเด่นของ FinTech. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ท่มี า
https://www.g-able.com/digital-review/fintech [18 กันยายน 2563]
techsauce.co เกร็ดความรู้เกีย่ วกบั รปู แบบของ FinTech. [ระบบออนไลน์]. แหล่งท่มี า
https://techsauce.co/tech-and-biz/what-is-fintech [18 กนั ยายน 2563]
graphicbuffet.net เกรด็ ความรเู้ กีย่ วกับประเภทของ FinTech. [ระบบออนไลน์]. แหล่งทม่ี า
https://www.graphicbuffet.net/business/fintech [18 กนั ยายน 2563]
irev.co.th เกรด็ ความรเู้ ก่ยี วกบั ประโยชน์ของ FinTech. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า
https://www.irev.co.th/fintech/ [18 กันยายน 2563]
workpointnews.com เกร็ดความรูเ้ ก่ยี วกับตัวอยา่ งของ FinTech. [ระบบออนไลน์]. แหล่งทมี่ า
https://workpointnews.com/2019/07/28/fintech-fair-2019/ [18 กนั ยายน 2563]
43
บทที่ 5
ระบบเงนิ ดจิ ทิ ลั สกลุ เงนิ ดจิ ทิ ลั หรอื ครปิ โทเคอรเ์ รนซี (Cryptocurrency)
บทนาํ
“สกุลเงินดิจิตอล” หรือท่ีใคร ๆ หลายคนรู้จักในช่ือภาษาอังกฤษว่า คริปโตเคอร์เรนซี่
(Cryptocurrency) ซ่ึงก็คือนวัตกรรมโลกการเงินขนานใหม่ เปรียบเสมือนระบบธนาคารในโลกดิจิตอลท่ีไม่มี
สถาบันกลางควบคุม เพราะมีการนําระบบบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้เป็นพ้ืนฐานของระบบสกุลเงิน
ดจิ ิตอล
ความเปน็ มา Cryptocurrency
จุดเร่ิมต้นของมัน เนื่องจากมีความพยายามหลายครั้งในการสร้างสกุลเงินดิจิตอลในยุค 90s ด้วย
ระบบเช่น Flooz, Beenz และ DigiCash เกิดขึ้นในตลาด แต่ก็ล้มเหลวอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้ มีสาเหตุหลาย
ประการทท่ี าํ ให้เกดิ ความลม้ เหลวเช่น การฉ้อโกงปญั หาทางการเงินและบริษัทและปัญหาระหว่างพนักงานและ
เจา้ นายเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกระบบที่เชื่อถือได้ เนื่องจาก บริษัทเหล่านี้ก่อต้ังมานานแล้วจากน้ันในต้นปี
2009 โปรแกรมเมอร์นิรนามหรือกลุ่มโปรแกรมเมอร์ใน Satoshi Nakamoto ได้แนะนํา Bitcoin โดย
Satoshi อธิบายว่ามันเป็นระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์แบบ peer-to-peer มันเป็นการกระจายอํานาจอย่าง
สมบูรณ์ซ่ึงหมายความว่าไม่มีเซิร์ฟเวอร์ที่เก่ียวข้อง แนวคิดน้ีคล้ายกับเครือข่าย peer-to-peer สําหรับการ
แชร์ไฟล์นั่นเอง และหน่ึงในปัญหาที่สําคัญท่ีสุดที่เครือข่ายการชําระเงินต่าง ๆ ที่ต้องแก้คือการใช้จ่ายซํ้าซ้อน
มันเป็นเทคนิคการฉ้อโกงในการใช้จ่ายจํานวนเดียวกันสองครั้ง โดยโซลูชันการแก้ปัญหาน้ีแบบดั้งเดิมคือ
บุคคลท่ีสามที่เชื่อถือได้โดยมี เซิร์ฟเวอร์ตัวกลางท่ีเก็บบันทึกยอดคงเหลือและธุรกรรม อย่างไรก็ตามวิธีการ
น้ีได้มอบสิทธิอํานาจโดยท่ัวไป ในการควบคุมเงินทุนของคุณ และรายละเอียดส่วนตัวท้ังหมดของคุณในมือ
ขององค์กรนน้ั ๆ น่ันเอง
ในเครือข่ายกระจายอํานาจของ Bitcoin ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องทํางานนี้ ส่ิงน้ีทําได้ผ่าน Blockchain
ซ่ึงเป็นบญั ชแี ยกประเภทสาธารณะของธุรกรรมท้ังหมดท่ีเกิดขึ้นภายในเครือข่ายซึ่งทุกคนสามารถใช้ได้ ดังนั้น
ทุกคนในเครือข่ายสามารถเห็นยอดคงเหลือของบัญชีทุกบัญชี ทุกธุรกรรมเป็นไฟล์ท่ีประกอบด้วยกุญแจ
สาธารณะของผู้ส่งและผู้รับ (คือที่อยู่กระเป๋าเงิน) และจํานวนเงินท่ีโอน การทําธุรกรรมจะต้องมีการลงชื่อ
ออกจากผู้ส่งด้วยรหัสส่วนตัวของพวกเขา ท้ังหมดนี้เป็นเพียงการเข้ารหัสข้ันพ้ืนฐาน ในที่สุดการทําธุรกรรม
จะออกอากาศในเครอื ขา่ ย แต่ต้องได้รบั การยนื ยันก่อน
ภายในเครือข่าย Cryptocurrency มีเพียงคนงานเหมืองเท่าน้ันท่ีสามารถยืนยันธุรกรรมโดยการ
ไขปริศนาตัวเข้ารหัส พวกเขาทําธุรกรรมทําเครื่องหมายว่าถูกต้องตามกฎหมายและกระจายไปทั่วเครือข่าย
หลังจากน้นั ทกุ โหนดของเครือข่ายจะเพ่ิมลงในฐานข้อมูล เม่ือการทําธุรกรรมได้รับการยืนยันมันจะไม่สามารถ
เพิกถอนได้และไม่สามารถย้อนกลับได้และนักขุดจะได้รับรางวัลรวมถึงค่าธรรมเนียมการทําธุรกรรม
44
โดยพ้ืนฐานแล้วเครือข่าย Cryptocurrency ใด ๆ จะข้ึนอยู่กับฉันทามติที่แน่นอนของผู้เข้าร่วมทั้งหมด
เกยี่ วกบั ความถูกต้องของยอดคงเหลือและการทําธุรกรรม หากโหนดของเครือข่ายไม่เห็นด้วยกับยอดดุลเดียว
ระบบจะแตกหักโดยท่ัวไป อย่างไรก็ตามมีกฎมากมายที่สร้างไว้ล่วงหน้าและต้ังโปรแกรมไว้ในเครือข่ายที่
ปูองกันไม่ให้สิ่งน้ีเกิดข้ึน Cryptocurrency ถูกเรียกเช่นนั้นเพราะกระบวนการรักษาฉันทามติ (Consensus)
จะทําให้มั่นใจได้ด้วยการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวทําให้บุคคลที่สามไว้วางใจเป็น
แนวคดิ ทซี่ ้าํ ซ้อนน้ีอย่างสมบูรณ์
การใช้ Cryptocurrency
ปัจจุบันคุณสามารถใช้ Cryptocurrency ในการซื้อขายแลกเปล่ียน ตามปกติ ไม่ว่าจะบนกระดาน
เทรด และแลกเปล่ียนกันแบบต่อหน้า แม้แต่เครื่อง ATM ปัจจุบันมีร้านค้ามากมายทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ท่ีรับ Bitcoin เป็นรูปแบบการชําระเงิน พวกเขามีตั้งแต่ร้านค้าปลีกออนไลน์ขนาดใหญ่เช่น Overstock และ
Newegg ไปจนถึงร้านค้าเล็ก ๆ เช่น ร้านอาหาร Bitcoin สามารถใช้ชําระค่าโรงแรมเที่ยวบิน เครื่องประดับ
แอพ และอน่ื ๆ ในอนาคตทีจ่ ะตามมาอยา่ งแน่นอน
สกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เช่น Litecoin, Ripple, Ethereum และอ่ืน ๆ ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่าง
กว้างขวาง ส่ิงต่าง ๆ กําลังเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีดีขึ้นโดยท่ีร้านค้าต่าง ๆ จะยอมรับเหรียญทางเลือกอื่น
นอกเหนอื จาก Bitcoin มากขนึ้ นัน่ เอง
ความหมายของ Cryptocurrency
คําว่า Crypto มาจากคําว่า Cryptography ซึ่งมีความหมายว่า การเข้ารหัส และคําว่า Currency
ก็แปลว่า สกลุ เงิน หรือแปลตรงตวั กค็ ือ "สกลุ เงนิ เขา้ รหัส" ซงึ่ เทคโนโลยีของเจ้าสกุลเงินเข้ารหัสน้ีถูกออกแบบ
มาเพื่อทําธุรกรรมผ่านโลก digital ด้วยการเข้ารหัส เพ่ือกําหนด การโอน การกําเนิดใหม่ของหน่วยสกุลเงิน
การยืนยันธุรกรรม และค่าคําสั่งต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับธุรกรรม ที่เกิดขึ้นผ่านเทคโนโลยีเข้ารหัสท่ีเราเรียกว่า
Blockchain
Cryptocurrency หรอื หากแปลเป็นไทยตรงตัวก็คือ “สกุลเงินที่ถูกเข้ารหัส” ซึ่งเป็นการเล่นคําสอง
คําคือ cryptography และ currency เข้าด้วยกัน น่ันหมายความว่า Bitcoin, Ethereum, Litecoin ท่ีคุณได้
ยินเพื่อน ๆ หรือบนทีวีพูดกันนั้นเป็นส่ิงท่ีไม่มีตัวตน และจับต้องไม่ได้ ซ่ึงมันจะทํางานอย่างลับ ๆ ใน
คอมพิวเตอร์ สิง่ ทคี่ ณุ จะสามารถมองเหน็ ได้กม็ เี พียงแคต่ ัวเลข
Cryptocurrency คือ การประยุกต์ใช้รูปแบบหน่ึงจากระบบ Blockchain เท่านั้น ซ่ึงเป็นสกุลเงิน
ใหม่ที่ใช้เป็นตัวกลางการแลกเปล่ียนได้ท่ัวโลก ส่ิงท่ีมีผลต่อมูลค่าของ Cryptocurrency คือความเชื่อม่ันของ
นักลงทุน หรือก็คือความต้องการซื้อ ความต้องการขายของตลาด ณ เวลาน้ันตามอัพเดทของข่าวสาร และ
สถานการณต์ า่ ง ๆ ทเี่ กิดข้นึ ทั่วโลกเก่ียวกับสกุลเงนิ ดจิ ติ อล
Cryptocurrency “สกุลเงินดิจิตอล” ท่ีสร้างข้ึนด้วยโปรโตคอลการเข้ารหัสลับท่ีทําให้การทํา
ธุรกรรมมีความปลอดภัยและยากท่ีจะปลอมแปลงมันได้คุณสมบัติท่ีสําคัญท่ีสุดของ Cryptocurrency คือมัน
45
ไม่ได้ถูกควบคุมโดยส่วนกลาง ลักษณะการกระจายอํานาจของ Blockchain ทําให้ Cryptocurrency ในทาง
ทฤษฎแี ล้วมนั มีภมู คิ ุ้มกนั ต่อวิธีการควบคมุ และการแทรกแซงของรฐั บาลด้วย
ประเภทของสกลุ เงินดจิ ติ อล (Cryptocurrency)
สกลุ เงนิ ดิจิตอลสามารถแบ่งไดเ้ ปน็ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. บิทคอยน์ (Bitcoin)
2. อลั คอยน์ (Altcoins)
1. บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นสกุลเงินดิจิตอลสกุลแรก (Cryptocurrency) ที่กําเนิดข้ึนเม่ือปี
2009
2. อัลคอยน์ (Altcoins) ย่อมาจาก Alternative Coins หรือแปลตรงตัวได้ว่าเหรียญ
ทางเลอื ก ซึง่ เป็นกลมุ่ สกุลเงนิ ดจิ ิตอลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากบิทคอยน์ Bitcoin เช่น อีเธอเรียม (Ethereum)
บิทคอยน์ แคช (Bitcoin Cash) ไลทค์ อยน์ (Litecoin) และริปเป้ิล (Ripple) เป็นต้น ซึ่งแต่ละเหรียญจะมีที่มา
และคณุ สมบัตทิ แี่ ตกตา่ งกนั ออกไป
ปัจจุบันน้ีมีสกุลเงินดิจิตอลนับพันท่ีมีอยู่จริงโดยมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 120 พันล้านเหรียญสหรัฐ
(ปจั จบุ ันบทิ คอยน์มคี า่ มากกวา่ 50% ของมลู ค่าท้งั หมด)
สกลุ เงนิ ดจิ ติ อลถงึ ตอ้ งใชร้ ะบบบลอ็ กเชน
เพราะระบบบลอ็ กเชนสามารถแก้ไขปัญหาท่ีเกิดข้ึนกับระบบการเงินในปัจจุบันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
ความโปรง่ ใสในระบบการเงิน ความถูกต้องในการทําธุรกรรม ความปลอดภัยของระบบการเงิน รวมไปถึงเพ่ิม
ความเร็วในการทาํ ธรุ กรรมทางการเงินขา้ มพรมแดน และสามารถลดค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการต่าง ๆ ลงไป
ได้ด้วย และดว้ ยเหตผุ ลดังกลา่ วอาจกล่าวได้วา่ Cryptocurrency คืออนาคตของโลกการเงิน
Cryptocurrency คือ สกุลเงินดิจิตอล หรือสกุลเงินเสมือนที่ใช้การเข้ารหัสเพ่ือทําให้มีความ
ปลอดภัยซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปลอมแปลงหรือจ่ายซํ้า สกุลเงินดิจิตอลจํานวนมากเป็นระบบการ
กระจายอํานาจบนพ้ืนฐานของเทคโนโลยีบล็อคเชนท่ีเป็นบัญชีแยกประเภทกระจายและมีการบังคับใช้โดย
เครือข่ายท่แี ตกต่างกันของคอมพิวเตอร์ ฟีเจอรท์ ีม่ ีการกําหนดของคริปโตเคอเรนซีก็คือมันมักจะไม่ออกโดยผู้มี
อํานาจส่วนกลางใด ๆ การแสดงผลของมันในทางทฤษฎีมีภูมิคุ้มกันต่อการแทรกแซงของรัฐบาลหรือการ
จดั การ
สกุลเงินดิจิตอลท่ีใช้บล็อคเชนตัวแรกคือบิทคอยน์ซึ่งยังคงเป็นที่นิยมและมีค่ามากที่สุด ปัจจุบันนี้มี
สกุลเงินดจิ ิตอลสาํ รองหลายพนั ฟังกช์ ่ันหรือขอ้ กําหนดตา่ งๆ สกลุ เงินเหลา่ นี้บางส่วนถอื เป็นโคลนของบิทคอยน์
ในขณะทส่ี กุลเงินอน่ื ๆ เป็นฟอร์คหรือเป็นสกุลเงินดิจติ อลใหม่ทแ่ี ยกออกจากทม่ี ีอยูแ่ ล้ว
การทาํ งานสกลุ เงนิ ดจิ ติ อล (Cryptocurrency)
สกุลเงินดิจิตอลเป็นระบบท่ีช่วยให้การชําระเงินของการทําธุรกรรมออนไลน์ปลอดภัยท่ีเป็นตัวเงิน
ในแง่ของ "โทเค็น" เสมือนจริงท่ีเป็นตัวแทนรายการบัญชีแยกประเภทภายในระบบของตัวเอง "คริปโต"
46
หมายถงึ ข้อเทจ็ จริงท่ีวา่ มีการใช้อัลกอริธึมในการเข้ารหัสและเทคนิคการเข้ารหัสท่ีหลากหลายเช่นการเข้ารหัส
เส้นโคง้ วงรี, คคู่ ียส์ าธารณะและสว่ นตวั และฟังกช์ ่ันแฮช
ขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ของ สกลุ เงนิ ดจิ ติ อล (Cryptocurrency)
ข้อดขี องสกลุ เงนิ ดจิ ติ อล (Cryptocurrency)
สกลุ เงนิ ดิจิตอลถอื เป็นสญั ญาวา่ จะทาํ ให้การโอนเงนิ งา่ ยข้ึนระหว่างทั้งสองฝุายเพ่ือทําธุรกรรมได้
ง่ายขึ้นโดยไม่จําเป็นต้องมีบุคคลที่สามท่ีเช่ือถือได้เช่นธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิต การโอนเหล่าน้ีอํานวย
ความสะดวกผา่ นการใชก้ ญุ แจสาธารณะและกญุ แจสว่ นตวั เพื่อความปลอดภัย
ในระบบสกุลเงินดิจิตอลท่ีทันสมัย "กระเป๋าเงิน" หรือที่อยู่บัญชีของผู้ใช้มีรหัสสาธารณะและใช้
กุญแจสว่ นตัวในการเซน็ ธุรกรรม การโอนเงนิ เสรจ็ ส้ินดว้ ยคา่ ธรรมเนียมการดําเนินการขั้นตํ่าทําให้ผู้ใช้สามารถ
หลีกเลยี่ งค่าธรรมเนียมทเ่ี รียกเกบ็ จากธนาคารและสถาบนั การเงนิ ส่วนใหญส่ ําหรับการโอนเงินได้
หัวใจสําคัญท่ีสามารถดึงดูดใจและเป็นหน้าท่ีของบิทคอยน์ด้วยก็คือเทคโนโลยีบล็อคเชนท่ีใช้ใน
การจัดเก็บบัญชีแยกประเภทออนไลน์ของธุรกรรมท้ังหมดที่เคยดําเนินการโดยใช้บิทคอยน์ซ่ึงเป็นโครงสร้าง
ขอ้ มูลสาํ หรับบัญชแี ยกประเภทนี้ทีม่ กี ารคกุ คามจากแฮกเกอร์ที่จํากัดและยังสามารถคัดลอกไปยังคอมพิวเตอร์
ทุกเคร่อื งท่ใี ชง้ านซอฟต์แวรบ์ ิทคอยน์ได้
บล็อกใหมท่ สี่ ร้างขึ้นทุกบล็อคจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ทําบัญชีของผู้ใช้แต่ละคนในตลาด
ทําให้แทบจะเปน็ ไปไมไ่ ดท้ จ่ี ะปลอมแปลงประวัติการทําธุรกรรม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นว่าบล็อกเชนนี้มีการ
ใช้งานที่สําคัญในเทคโนโลยีเช่น การลงคะแนนแบบออนไลน์ และการระดมทุนมวลชนและสถาบันการเงิน
ขนาดใหญ่เช่น JPMorgan Chase มองเห็นศักยภาพของสกุลเงินดิจิตอลในการลดต้นทุนการทําธุรกรรมโดย
ทําใหก้ ารประมวลผลการชาํ ระเงนิ มีประสิทธิภาพมากข้ึน
ขอ้ เสยี ของสกลุ เงนิ ดจิ ติ อล (Cryptocurrency)
อย่างไรก็ตามเนื่องจากสกุลเงินดิจิตอลเป็นส่ิงเสมือนจริงและไม่มีท่ีเก็บส่วนกลางทําให้ความสมดุล
ของเงินดิจิตอลจะถูกลบออกจากส่วนของความผิดพลาดในคอมพิวเตอร์ หากไม่มีสําเนาสํารองของการถือ
ครองหรอื ถ้าหากใครสูญเสยี กญุ แจสว่ นตวั ไป ในขณะเดยี วกันนจี้ ะไมม่ ีหนว่ ยงานใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรกลาง
, รฐั บาลหรือบรษิ ัทใดๆท่ีจะสามารถเข้าถึงทรพั ย์สนิ หรือข้อมูลสว่ นตัวได้
ลักษณะของการทําธุรกรรมของสกุลเงินดิจิตอลก่ึงไม่ระบุชื่อทําให้เหมาะสําหรับโฮสต์ของกิจกรรม
ที่เลวร้ายเช่นการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษี อย่างไรก็ตามผู้ให้การสนับสนุนสกุลเงินดิจิตอลมักให้
ความสาํ คัญกับการไม่เปิดเผยตัวตนอยา่ งมาก
สกลุ เงนิ ดิจิตอลบางตัวเป็นส่วนตัวมากกว่าตัวอื่น ตัวอย่างเช่น บิทคอยน์เป็นทางเลือกท่ีค่อนข้างแย่
สาํ หรบั การทําธุรกิจออนไลน์ท่ีผิดกฎหมายและการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของการทําธุรกรรมบิทคอยน์
ทําให้เจ้าหน้าท่ีทางการจับกุมและดําเนินคดีอาชญากร มีเหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่าเช่น แดช ,
ซแี คชหรอื โมเนโร ซ่งึ ยากตอ่ การติดตาม
47
อา้ งองิ
admiralmarkets.com. เกร็ดความรเู้ ก่ียวกับ Cryptocurrency พ้นื ฐานการลงทนุ สกุลเงินดิจติ อล.
[ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า https://admiralmarkets.com/th/education/articles/
cryptocurrencies/trading-cryptocurrency-guide [18 กันยายน 2563]
sites.google.com. เกร็ดความรู้เกย่ี วกบั Cryptocurrency เทคนคิ การเทรดหนุ้ . [ระบบออนไลน์].
แหลง่ ทม่ี า https://sites.google.com/site/cryptocurrencythailand/cryptocurrency-
trading [18 กนั ยายน 2563]
etcommission.go.th. เกรด็ ความรเู้ ก่ียวกับสถานการณ์ Cryptocurrency ของประเทศไทย.
[ระบบออนไลน]์ . แหล่งทม่ี า https://www.etcommission.go.th/article-Techno-
Cryptocurrency.html [18 กันยายน 2563]
siamblockchain.com. เกรด็ ความรเู้ กี่ยวกับขา่ วสาร Cryptocurrency เพ่ือคนไทย. [ระบบออนไลน]์ .
แหลง่ ที่มา https://siamblockchain.com/2018/03/11/cryptocurency [18 กนั ยายน 2563]
bitblockthai.com. เกร็ดความรู้เกย่ี วกับ Cryptocurrency คืออะไร? สาํ หรบั มือใหม่ทีค่ วรรู้.
[ระบบออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า https://bitblockthai.com/about-cryptocurrency/
[18 กนั ยายน 2563]
smemove.com. เกรด็ ความรูเ้ ก่ยี วกับสกุลเงนิ ดิจิตอล [Cryptocurrency] คืออะไร?. [ระบบออนไลน์].
แหล่งท่ีมา https://smemove.com/blog [18 กนั ยายน 2563]
48
บทท่ี 6
การทาํ ธรุ กจิ ดจิ ทิ ลั บนสอ่ื สงั คมออนไลน์
บทนาํ
ในโลกยุคปัจจุบันนี้ เราต่างได้ยินคําว่า เทคโนโลยีดิจิทัล ออนไลน์ และนวัตกรรมอยู่บ่อยคร้ังใน
ชีวิตประจําวัน ทั้งด้านการติดต่อสื่อสาร การเก็บข้อมูล หรือการทําธุรกรรมทางการเงิน แต่หลายคนก็ยังไม่
คุ้นเคยกับการนําสิ่งเหล่านี้มาใช้กับการทํางานในเชิงอุตสาหกรรม All Around Plastics ฉบับน้ีจะพาทุกท่าน
ไปทําความร้จู ักกับนวตั กรรมดิจิทลั ทจี่ ะมาชว่ ยเพิ่มประสิทธภิ าพของการทํางานในแงม่ ุมธรุ กิจและอุตสาหกรรม
ใหม้ ากยิ่งขึ้น
ความหมายของธรุ กจิ ดจิ ิทัล
Digital Business คือ การนําเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาพัฒนาธุรกิจท่ีทําอยู่เพ่ือเพิ่มความสะดวกสบาย
ใหท้ ้งั ผู้ประกอบการและผบู้ รโิ ภคในการเลอื กซือ้ สินคา้ หรือบรกิ ารต่าง ๆ แต่จดุ ประสงคห์ ลัก ๆ ก็คือการหาทาง
เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจน่ันเอง เช่น การนาํ Application มาชว่ ยในการเขา้ ถึงผูบ้ ริโภคยุคใหม่ท่ีชอบใช้ smart
phone,การสร้างช่องทางขายผ่านสื่อ Social mediaต่าง ๆ และการทําโฆษณารวมไปถึงการสั่งซื้อและจัดส่ง
สินคา้ ในแบบ online เป็นตน้ ภาพรวมของ Digital Business คอื การเปล่ยี นแปลงธุรกจิ ท่ีมีอยู่แบบเดิมให้เป็น
ธรุ กจิ แบบท่ีมกี ารใชเ้ ทคโนโลยเี ขา้ มาช่วยปรบั เปล่ยี นโครงสรา้ ง
ความหมายของสอ่ื สงั คมออนไลน์
สอ่ื สงั คมออนไลน์ หมายถึง สอ่ื ดิจทิ ลั ท่ีเปน็ เครื่องมือในการปฏิบัติการทางสังคม (Social Tool) เพ่ือ
ใช้ส่ือสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บนสื่อ
ใด ๆ ท่ีมีการเช่อื มต่อกับอินเทอร์เนต็ โดยเนน้ ใหผ้ ูใ้ ช้ท้ังทเี่ ปน็ ผสู้ ง่ สารและผู้รับสารมีส่วนร่วม (Collaborative)
อย่างสรา้ งสรรค์ ในการผลิตเน้ือหาขน้ึ เอง (User-GenerateContent: UGC) ในรูปของข้อมลู ภาพ และเสียง
ประเภทของสอ่ื สงั คมออนไลน์
ประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ มีด้วยกันหลายชนิด ขึ้นอยู่กับลักษณะของการนํามาใช้โดยสามารถ
แบง่ เปน็ กลมุ่ หลกั ดงั นี้
1. Weblogs หรือเรียกสั้นๆ ว่า Blogs คือ สื่อส่วนบุคคลบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้เผยแพร่ข้อมูล
ข่าวสาร ความรู้ ข้อคิดเห็น บันทึกส่วนตัว โดยสามารถแบ่งปันให้บุคคลอื่นๆ โดยผู้รับสารสามารถเข้าไปอ่าน
หรือแสดงความคดิ เหน็ เพ่ิมเติมได้ ซ่ึงการแสดงเนื้อหาของบลอ็ กนั้นจะเรียงลําดับจากเนื้อหาใหม่ไปสู่เน้ือหาเก่า
ผู้เขียนและผู้อ่านสามารถค้นหาเน้ือหาย้อนหลังเพ่ืออ่านและแก้ไขเพ่ิมเติมได้ตลอดเวลา เช่น Exteen,
Bloggang, Wordpress,Blogger, Okanation
2. Social Networking หรือเครือข่ายทางสังคมในอินเทอร์เน็ต ซ่ึงเป็นเครือข่ายทางสังคมที่ใช้
สําหรับเช่ือมต่อระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล เพ่ือให้เกิดเป็นกลุ่มสังคม (Social Community) เพื่อร่วมกัน