DOCOMOMO THAILAND
การจัดตังกลุ่มอนุรักษ์
งานสถาปัตยกรรมสมัยโมเดิร์นในประเทศไทย
รองศาสตราจารย์สภุ าวดี รตั นมาศ อาจารย์ ปรญิ ญา ชแู กว้
คำ�นำ�
ในทศวรรษที่ผา่ นมา ประเทศไทยมคี วามเจริญก้าวหน้าพฒั นาด้านเศรษฐกจิ สงั คม วัฒนธรรมและ
สถาปัตยกรรมอยา่ งมาก ท�ำ ใหม้ รดกทางด้านวฒั นธรรมในงานสถาปัตยกรรมสมยั โมเดิรน์ ของไทยทม่ี ีรากฐาน
อยู่ในช่วงเวลาประมาณ พ.ศ. 2475-2514 ตกอย่ใู นภาวะสุ่มเส่ยี งของการรื้อถอนทำ�ลาย หากเราไมเ่ ริม่ ตน้
อนรุ กั ษอ์ าคารเหลา่ นใ้ี นวนั น้ี อนชุ นไทยรนุ่ ตอ่ ไปยอ่ มไมม่ โี อกาสเรยี นรถู้ งึ แนวคดิ ความเปลย่ี นแปลงทางอารยธรรม
ที่สอดประสานอยู่ในเน้ือของอาคาร งานสถาปตั ยกรรม ชมุ ชนและเมอื งทเี่ กิดข้ึนในช่วงปลายศตวรรษท่ี 20
ของไทย การจดั ตง้ั กลมุ่ อนรุ กั ษส์ ถาปตั ยกรรมโมเดริ น์ ประเทศไทย โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื การอนรุ กั ษแ์ ละรกั ษา
อาคาร สง่ิ กอ่ สรา้ ง สถานท่ี เอกสาร และละแวกชมุ ชนในประเทศไทยทส่ี รา้ งขน้ึ ในสมยั โมเดริ น์ ของไทย ใหค้ ง
ความเป็นอาคารทม่ี ีคุณคา่ ไดอ้ ยา่ งยั่งยนื รายงานฉบับนี้เป็นฉบบั ท่ี 2 ซ่ึงเปน็ ผลของความพยายามและการ
ดำ�เนินการเพอ่ื ให้เกดิ การอนรุ กั ษอ์ าคารสมยั โมเดิร์นของไทยอยา่ งยั่งยืนและสอดคล้องเช่ือมโยงกบั การอนรุ ักษ์
สถาปตั ยกรรมโมเดริ น์ นานาชาติ DOCOMOMO INTERNATIONAL โดยการน�ำ เสนอเปน็ สาขาหนง่ึ ขององคก์ ร
การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมโมเดริ ์นนานาชาติ เรยี กว่า DOCOMOMO THAILAND ผ้สู นใจสามารถเขา้ ร่วมเป็น
ส่วนหน่ึงของ DOCOMOMO Thailand โดยติดต่อกับคณะทำ�งานโดยตรงไดต้ ามรายช่ือด้านใน และติดตาม
DOCOMOMO INTRENATIONAL ได้ทีเ่ วบไซต์ http://www.docomomo.com
ขอขอบคณุ คณุ ปองขวญั (สขุ วฒั นา) ลาซสุ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถมั ภ์ ผผู้ ลักดันให้
เกดิ การกอ่ ตง้ั กลุม่ อนุรกั ษส์ ถาปัตยกรรมสมยั โมเดิรน์ ของประเทศไทย และขอบคณุ คณะท�ำ งานซ่ึงช่วยให้การ
ด�ำ เนินงานวิจัยค้นควา้ สถาปัตยกรรมสมัยโมเดริ ์นของไทยเปน็ ไปอย่างราบรน่ื และน่ายนิ ดี
(ร องศาสตราจารยส์ ภุ าวดี รัตนมาศ)
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลา้ เจา้ คุณทหารลาดกระบงั
รายช่อื คณะทำ�งาน
1. รองศาสตราจารย์ สุภาวดี รตั นมาศ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร ์
สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ เจ้าคุณทหารลาดกระบงั
e-mail: [email protected]
2. อาจารย์ปรญิ ญา ชแู ก้ว คณะสถาปัตยกรรมศาสตร ์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลา้ เจา้ คณุ ทหารลาดกระบัง
e-mail: [email protected]
3. คณุ ปองขวัญ สุขวัฒนา ลาซูส
สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชปู ถมั ภ์
e-mail: [email protected]
4. รองศาสตราจารย์ ชาตรี ประกติ นนทการ คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร ์
มหาวทิ ยาลัยศิลปากร
e-mail: [email protected]
5. อาจารย์นราธปิ ทบั ทนั คณะวศิ วกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก วทิ ยาเขตอุเทนถวาย
e-mail: [email protected]
6. นางสาว แวววเิ ชยี ร อภิชาตวิ รพนั ธุ์
Tokai University
e-mail: [email protected]
7. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ พงศ์สันต์ สวุ รรณะชฏ คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร ์
สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าเจา้ คณุ ทหารลาดกระบัง
e-mail: [email protected]
สารบญั 5
52
บทท่ี 1 อาคารสมัยโมเดริ ์นในประเทศไทย ควรคา่ แกก่ ารอนรุ ักษ ์
บทท่ี 2 Minimum Documentation Fiche 2003 102
composed by national working party of: Thailand 125
บทท่ี 3 DOCOMOMO INTERNATIONAL 132
ภาคผนวก
บรรณานุกรม
5
อาคารสมัยโมเดริ น์ ในประเทศ ไทย
ควรค่าแก่การอนุรักษ์
6
กลุม่ อาคารหมายเลข 1 (group of buildings no.1)
พพิ ิธภณั ฑแ์ ห่งการเรยี นรูก้ ารประปาไทย
ชอื่ ปจั จบุ นั (current name) 2. สมาคมสถาปนกิ สยามในพระบรมราชปู ถมั ภไ์ ดม้ อบ
รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคาร
พพิ ธิ ภัณฑ์แหง่ การเรยี นรกู้ ารประปาไทย สถาบนั และอาคารสาธารณะ ใหก้ บั พพิ ธิ ภณั ฑแ์ หง่ การเรยี นรู้
การประปาไทย ในปี พ.ศ. 2557
ช่ือดง้ั เดมิ (original name)
โรงกรองน้�ำสามเสน ปที ก่ี อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
of construction )
ท่ตี ้ัง (location) พ.ศ. 2452 – 2473
เลขที่ 220 ถนนพระรามท่ี 6 แขวงสามเสนใน ผ้อู อกแบบ (architectural designer)
เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร 1. ที่สูบน้�ำ พ.ศ. 2457 และอาคารท่ีขังน้�ำบริสุทธิ์
ประเภทของอาคารในปจั จบุ นั (current typology) ออกแบบโดยบรษิ ทั ย.ี กลูเซอร์ ประเทศอติ าล ี
2. โรงเกรอะน้ำ� ถังพกั นำ�้ และโรงกรองนำ�้ 1 ออกแบบ
พพิ ธิ ภณั ฑ์ (museum) : REC (Recreation) โดยบรษิ ทั ยูไนเต็ด อนิ ยเี นยี ประเทศอังกฤษ
ประเภทของอาคารเมื่อแรกสร้าง (original ประวตั คิ วามเปน็ มาของกลุ่มอาคาร (history
typology) of buildings)
โรงกรองนำ้� (water supply) : PBS (Public services) พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5
ไดม้ พี ระบรมราชโองการดำ� รสั เหนอื เกลา้ ฯ ประกาศกำ� หนด
การปกป้องค้มุ ครอง (state of protection) จดั การประปา และเรม่ิ กอ่ สรา้ งในปี พ.ศ. 2452 โดยใหจ้ ดั ทำ�
น�้ำบริโภคด้วยการขุดคลองส่งน้�ำจากบริเวณคลองเชียงราก
1. ดแู ลรักษาโดยการประปานครหลวง
7
มาถงึ คลองสามเสน และตงั้ โรงกรองน�ำ้ ขึ้นทสี่ ามเสน ภายใต้ ส�ำรวจ ศึกษา บรู ณะและซ่อมแซมตัวอาคารทั้งภายนอก
ความรบั ผดิ ชอบของกรมศขุ าภบิ าล ซงึ่ การกอ่ สรา้ งมาแลว้ เสรจ็ และภายใน รวมทงั้ ภมู ทิ ศั น์โดยรอบของพนื้ ทอ่ี นรุ ักษ์ ซึ่งได้
ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 6 เรียนเชิญเจ้าหน้าท่ีจากกรมศิลปากรมาให้ค�ำแนะน�ำและ
และพระองค์ทรงเสด็จเป็นประธานในพระราชพิธีเปิดกิจการ ดูแลอย่างใกล้ชดิ ใหเ้ ป็นไปตามหลกั วชิ าการอนุรักษ์อาคาร
และเร่ิมใช้งานครงั้ แรกเม่อื วนั ท่ี 14 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2457 สำ� หรบั สภี ายนอกของอาคารเลอื กใชส้ เี หลอื งหมากสกุ ซงึ่ นา่
ในนาม “ประปากรงุ เทพฯ” สงั กดั กรมชา่ งสขุ าภบิ าล กระทรวง จะเปน็ สเี ดมิ ของอาคาร เนอ่ื งจากยงั คงมองเหน็ ชนั้ สเี ดมิ ทพ่ี บ
นครบาล ตอ่ มาภายหลังกรมชา่ งสขุ าภิบาลไดเ้ ปลี่ยนชื่อเป็น จากบริเวณท่ีสแี ละปนู ใหมก่ ะเทาะออกไป และเปน็ สีที่นิยม
กรมโยธาเทศบาล และกระทรวงนครบาลไดเ้ ปลย่ี นช่อื เป็น ใช้กันอย่างแพร่หลายทางตะวันตก รวมถึงส่ิงก่อสร้างใน
กระทรวงมหาดไทย ตอ่ มาเมอื่ ปี พ.ศ. 2482 การประปา ประเทศไทยทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสมยั นนั้ ดว้ ย รวมงบประมาณดำ� เนนิ
กรุงเทพฯ ได้โอนไปสงั กัดเทศบาลนครกรุงเทพฯ และโอน การประมาณ 33 ลา้ นบาท ส่วนในระยะที่ 3 ระยะสดุ ท้าย
กลับมากรมโยธาเทศบาล เมือ่ ปี พ.ศ. 2495 และโอนไปรวม จะด�ำเนินการในปี 2557 โดยจัดท�ำส่ือการเรียนรู้และ
เป็นการประปานครหลวงเมือ่ วันท่ี 16 สงิ หาคม พ.ศ. 2510 นทิ รรศการภายในตัวอาคาร โดยพจิ ารณาดำ� เนินการให้เกิด
โดยการประปานครหลวงได้พิจารณาอนุรักษ์กลุ่มอาคารเดิม ผลกระทบกับอาคารเดิมน้อยท่ีสุด ในกรอบงบประมาณ
ทใ่ี ชใ้ นกระบวนการผลติ นำ�้ ของโรงกรองนำ�้ สามเสน ทกี่ อ่ สรา้ ง ดำ� เนนิ การทง้ั สนิ้ 45 ลา้ นบาท และคาดวา่ จะดำ� เนนิ การแลว้
ขนึ้ ในสมัยรัชกาลท่ี 5 และรัชกาลที่ 6 ซ่งึ ปจั จบุ นั ได้ยกเลิก เสรจ็ ภายในปี 2557 รวมงบประมาณทัง้ หมดที่การประปา
การใชง้ านไปแล้ว ไว้เป็นกลุ่มอาคารอนุรกั ษ์เพอ่ื จดั ท�ำเป็น นครหลวงดำ� เนินการเองทง้ั สิ้น 78 ลา้ นบาท ซึง่ ในระหวา่ งน้ี
พิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้การประปาไทย เพื่อเผยแพร่ คณะท�ำงานย่อยฯ ได้เสนอให้การประปานครหลวงจัดต้ัง
พระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ หน่วยงานเข้ามาดูแลอาคารอนุรักษ์และพิพิธภัณฑ์แห่งการ
ของกษัตริย์ไทยที่มีต่อการพัฒนาและส่งเสริมงานด้านระบบ เรยี นรเู้ มอ่ื โครงการแลว้ เสรจ็ ทงั้ น้ี เพอ่ื ความยง่ั ยนื คงคณุ คา่
การประปา และบรู ณะฟน้ื ฟโู รงกรองนำ�้ ชดุ แรกใหอ้ นชุ นรนุ่ หลงั และเป็นแหล่งเรียนรู้คู่การประปานครหลวงและชาติไทย
ไดศ้ กึ ษา เรยี นรเู้ กยี่ วกบั ววิ ฒั นาการความเปน็ มาของการผลติ ตลอดไป
น�ำ้ ประปาต้งั แตอ่ ดตี จนถงึ ปัจจุบนั และใชเ้ ป็นศนู ย์กลางแหง่
การเรยี นรรู้ ะบบประปาของไทย เผยแพรป่ รชั ญาแนวคดิ และ ลกั ษณะของอาคาร (building character)
องคค์ วามรเู้ รอื่ งการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรนำ้� ปลกู ฝงั และสรา้ ง พิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้การประปาไทยประกอบด้วย
จติ สำ� นกึ ใหก้ บั เยาวชนในการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรน้ำ� ซ่งึ จะเป็น
แหลง่ เรยี นรทู้ ค่ี งคณุ คา่ ทางประวตั ศิ าสตรข์ องชาตไิ ทยสบื ตอ่ ไป หมู่อาคารจำ� นวน 9 อาคาร ได้แก่ อาคารเรอื นรบั รอง
เจ้าพระยายมราช หอที่รวมกญุ แจไฟฟ้า (หอกุญแจ) อาคาร
การปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลงอาคารหลงั จากกอ่ สรา้ ง โรงสูบน�ำ้ อาคารโรงเกรอะนำ้� ถงั ตกตะกอน (ถงั พกั นำ้� ) 1
แลว้ เสรจ็ (summary of important changes และ 2 อาคารโรงกรองนำ�้ 1 และ 2 และอาคารทข่ี งั นำ�้ บรสิ ทุ ธ์ิ
after completion) ส�ำหรับอาคารโรงกรองน�้ำนับเป็นอาคารทางวิศวกรรมท่ี
แสดงถึงการใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ชัดเจนและ
การประปานครหลวงได้แบ่งการด�ำเนินงานซ่อมแซม ทนั สมัยทสี่ ุดแหง่ หนง่ึ ในยุคนั้น ส่วนอาคารอนื่ ๆ ลักษณะ
บูรณะกลุ่มอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้การประปาไทย แบบเรยี บงา่ ย โครงสรา้ งผสมระหวา่ งคอนกรตี เสรมิ เหลก็ กบั
เปน็ 3 ระยะ ตง้ั แตป่ ี 2554 จนถงึ ปจั จบุ นั ในความรบั ผดิ ชอบ ระบบกำ� แพงรบั นำ้� หนกั ตวั อาคารมลี กั ษณะเปน็ รปู สเี่ หลย่ี ม
ของคณะท�ำงานย่อยโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ แบบสมมาตร หลังคาทรงปั้นหยาผสมหน้าจั่ว ออกแบบ
(คณะทำ� งานย่อยฯ) โดยในระยะที่ 1 และ 2 ไดด้ ำ� เนินการ แนวเส้นประตูหน้าต่างเป็นระเบียบในแนวเดียวกัน ประดับ
8
ตกแตง่ ด้วยบัวปนู ปั้น โค้งหรือเหลีย่ มตามแนวกรอบประตู พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
หนา้ ตา่ งและโดยรอบอาคาร นอกจากนอ้ี าคารโรงสบู นำ้� ยงั มี ผทู้ รงมวี สิ ยั ทศั นอ์ นั ยาวไกล เนอื่ งจากพระองคท์ รงตระหนกั วา่
การประดบั ดว้ ยลวดลายไมฉ้ ลุ ทเ่ี รยี กวา่ “เรอื นขนมปงั ขงิ ” นำ้� สะอาดมคี วามสำ� คญั ตอ่ สขุ อนามยั ของพสกนกิ ร นอกจากน้ี
บรเิ วณกรอบหนา้ ต่างของอาคารเพ่อื ความสวยงามอกี ด้วย อาคารโรงกรองน้�ำนับเป็นอาคารทางวิศวกรรมที่แสดงถึง
การใช้โครงสร้างแบบใหม่ท่ีชัดเจนและทันสมัยท่ีสุดแห่งหนึ่ง
การประเมนิ (evaluation) ในยคุ นน้ั เป็นตัวอยา่ งของอาคารทเ่ี นน้ ประโยชน์ใช้งานทีด่ ี
ท่ีสุดที่ยงั หลงเหลืออยู่ถงึ ปัจจุบัน
โรงกรองน้�ำสามเสนเป็นโรงงานผลิตน้�ำแห่งแรกของ
ประเทศไทย มีจุดเร่ิมต้นมาจากพระมหากรุณาธิคุณของ
กลุม่ อาคารหมายเลข 2 (group of buildings no.2)
พพิ ิธบางลำ�พู
ชื่อปจั จบุ นั (current name) ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology)
พิพิธบางลำ� พู
พพิ ธิ ภัณฑ์ (museum) : REC (Recreation)
ชอ่ื ดง้ั เดมิ (original name)
ประเภทของอาคารเมื่อแรกสร้าง (original
โรงเรียนชา่ งพิมพ์วดั สังเวช typology)
ที่ตง้ั (location) โรงเรยี น (school) : EDC (Education)
เลขท่ี 5 ถนนพระสเุ มรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร การปกปอ้ งคมุ้ ครอง (state of protection)
กรุงเทพมหานคร
1. ดแู ลรกั ษาโดยกรมธนารกั ษ์
9
2. กรมศลิ ปากรขนึ้ ทะเบยี นเปน็ โบราณสถานในปี พ.ศ. พ.ศ. 2501 ไดม้ ีการสร้างโรงพมิ พ์คุรุสภาขน้ึ ใหมท่ ล่ี าดพรา้ ว
2544 จงึ ยา้ ยแทน่ พมิ พไ์ ปรวมไวท้ ใ่ี หมท่ ง้ั หมด และใชอ้ าคารโรงพมิ พ์
3. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้มอบ เดมิ เปน็ คลงั สนิ คา้ ของครุ สุ ภา จนกระทงั่ ปี พ.ศ. 2538 จงึ ปดิ ลง
รางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคารสถาบนั เนื่องจากหมดสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์ อาคารท้ังหมด
และอาคารสาธารณะ ใหก้ บั โรงเรยี นชา่ งพมิ พว์ ดั สงั เวช (เดมิ ) ในพนื้ ท่ีจึงถกู ท้ิงรา้ งลง ตอ่ มากรมธนารกั ษ์ไดเ้ รมิ่ รอ้ื อาคาร
ในปี พ.ศ. 2554 บางหลงั ลง ทำ� ใหช้ าวชมุ ชนบางลำ� พทู เี่ หน็ ถงึ ความสำ� คญั ทาง
ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม รวมตัวกันเพือ่ คดั ค้าน
ปที ่ีก่อสรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition การรอื้ อาคารทเี่ หลอื อยจู่ นกระทง่ั เกดิ การรวมตวั เปน็ ประชาคม
of construction ) บางล�ำพู และสามารถผลักดันให้อาคารโรงเรียนช่างพมิ พ์
วัดสังเวชและอาคารโรงงานของโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช
พ.ศ. 2475 ขนึ้ ทะเบยี นเปน็ โบราณสถานโดยกรมศลิ ปากรในปี พ.ศ. 2544
ผอู้ อกแบบ (architectural designer) การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
1. อาคารโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช ไม่ปรากฏชื่อ changes after completion)
ผู้ออกแบบ ในปี พ.ศ. 2556 กรมธนารกั ษไ์ ดเ้ ขา้ มาปรบั ปรงุ ฟ้นื ฟู
2. อาคารโรงงานของโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช
ออกแบบโดยพระสาโรชรัตนนิมมานก ์ อาคารโรงเรยี นชา่ งพมิ พว์ ดั สงั เวช อาคารโรงงานของโรงเรยี น
ช่างพิมพ์วัดสังเวช และพื้นที่ระหว่างอาคารท้ัง 2 หลัง
ประวตั ิความเปน็ มาของอาคาร (history of เพ่ือใช้เป็นพิพิธภัณฑ์และลานกิจกรรมเอนกประสงค์
building) ส�ำหรับหน่วยงานราชการและประชาชนท่ีอยู่อาศัยโดยรอบ
โรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช (เดิม) ตั้งอยู่ริมฝั่งคลอง
ลกั ษณะของอาคาร (building character)
บางลำ� พู ตรงขา้ มกบั โรงเรยี นวดั สงั เวช พน้ื ทเี่ ดมิ ของโรงเรยี น
ชา่ งพมิ พว์ ดั สงั เวชเปน็ บา้ นของพระยานรนารถภกั ดี (เอม ณ อาคารโรงเรยี นชา่ งพิมพว์ ดั สังเวชเป็นอาคารสงู 2 ชน้ั
มหาไชย) ตอ่ มาได้ตกเป็นทีร่ าชพัสดุ และกระทรวงพาณิชย์ ผงั พ้ืนอาคารเปน็ รปู ตวั แอล (L) ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
ไดข้ อใชเ้ ป็นที่เกบ็ หนงั สอื บญั ชี และสงิ่ ของของห้างเยอรมัน แบบเรยี บงา่ ย ตวั อาคารและหลงั คาเปน็ คอนกรตี บานประตู
และออสเตรยี ในปี พ.ศ. 2467 หลงั จากนนั้ อกี 1 ปี กรมตำ� รา หนา้ ต่าง บนั ได และพ้ืนเป็นไมส้ กั สว่ นอาคารโรงงานของ
กระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบจากกรมตรวจเงินแผ่นดิน โรงเรยี นช่างพิมพว์ ัดสงั เวช ซงึ่ ออกแบบโดยพระสาโรชรตั น
เพอื่ ใชเ้ ปน็ รา้ นกลางสำ� หรบั จดั จำ� หนา่ ยแบบเรยี น จงึ ดำ� เนนิ นิมมานก์ สถาปนกิ ส�ำคญั ตง้ั แต่รชั กาลท่ี 6 เปน็ อาคารไมส้ กั
การรอื้ และซอ่ มแซมอาคารเดมิ ดา้ นถนนพระสเุ มรุ ตอ่ มาใน 2 ช้ัน ทอดตวั ยาวรมิ คลองบางล�ำพู ผงั พืน้ อาคารเปน็ รูป
ปี พ.ศ. 2475 ได้มีการสร้างโรงงานของโรงเรียนช่างพิมพ์ สี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นล่างใต้ถุนโล่ง โครงเสาเฟอร์โรคอนกรีต
วัดสงั เวชขึ้นบริเวณรมิ ถนนซอยเข้าโรงเรยี นวัดสังเวช และ ชั้นบนเป็นโครงสร้างไม้ โครงสร้างหลังคาเป็นไม้มุงด้วย
อาคารโรงเรยี นชา่ งพมิ พว์ ดั สงั เวช ดา้ นถนนพระสเุ มรุ เพอ่ื ใช้ กระเบอ้ื ง พื้นทร่ี ะหว่างอาคารทง้ั 2 หลังเปน็ สนามหญา้
เปน็ โรงเรยี นสอนการพมิ พแ์ หง่ แรกของประเทศ โดยนกั เรยี น
ทม่ี าเรียนท้ังภาคทฤษฎี (ภาคเชา้ ) และรับงานพมิ พ์ (ภาค การประเมิน (evaluation)
บา่ ย) ได้รับค่าจา้ งตอบแทน จนกระทัง่ หยดุ ทำ� การสอนและ
รบั งานพิมพใ์ นปี พ.ศ. 2489 หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2493 โรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชเป็นโรงเรียนสอนการพิมพ์
ไดเ้ ปลยี่ นชอื่ เปน็ โรงพมิ พค์ รุ สุ ภาพระสเุ มรุ สงั กดั องคก์ ารคา้ แห่งแรกของประเทศไทย
ของคุรุสภา ท�ำหน้าท่ีพิมพ์ต�ำราแบบเรียนต่างๆ ต่อมาในปี
10
อาคารหมายเลข 3 (building no.3)
ตึกกลม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ช่อื ปจั จบุ นั (current name) ประเภทของอาคารเม่ือแรกสร้าง (original
typology)
ตกึ กลม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหิดล
อาคารเรียนของมหาวิทยาลัย (university) : EDC
ช่อื ด้งั เดมิ (original name) (Education)
ตึกกลม คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล การปกป้องคุ้มครอง (state of protection)
1. ดแู ลรักษาโดยมหาวิทยาลยั มหิดล
ท่ีต้ัง (location)
2. สมาคมสถาปนกิ สยามในพระบรมราชปู ถมั ภไ์ ดม้ อบ
มหาวิทยาลัยมหิดล เลขท่ี 272 ถนนพระรามที่ 6 รางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคารสถาบนั
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรงุ เทพมหานคร และอาคารสาธารณะ ให้กับตึกกลม คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหดิ ล ในปี พ.ศ. 2553
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology) ปที ก่ี อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
of construction )
อาคารเรียนของมหาวิทยาลัย (university) : EDC พ.ศ. 2508
(Education)
11
ผอู้ อกแบบ (architectural designer) การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก
ก่อสรา้ งแล้วเสรจ็ (summary of important
นายอมร ศรีวงศ์ changes after completion)
ตลอดระยะเวลาท่ีผ่านมา ตกึ กลมได้รบั การดูแลรกั ษา
ประวตั คิ วามเป็นมาของอาคาร (history of
building) เป็นอย่างดีจากคณะวิทยาศาสตร์ รวมทั้งไม่มีการต่อเติม
หรอื เปลยี่ นแปลงอาคารไปจากเดมิ
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล เดิมมสี ถานะ
เป็นโรงเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัย ลกั ษณะของอาคาร (building character)
แพทย์ศาสตร์ มีศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข
ปูชนียบุคลส�ำคัญด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยเป็น ตึกกลมเปน็ อาคารเรียนขนาด 1,500 ที่น่ัง ประกอบ
ผกู้ อ่ ตงั้ ในปี พ.ศ. 2503 แลว้ ไดย้ กฐานะเปน็ คณะวทิ ยาศาสตร์ ดว้ ยห้องบรรยายใหญ่ 1 ห้อง ความจุ 500 ท่นี ง่ั และหอ้ ง
การแพทยแ์ ละคณะวทิ ยาศาสตรต์ ามลำ� ดบั มนี กั ศกึ ษารนุ่ แรก บรรยายเลก็ 4 หอ้ ง ความจหุ ้องละ 250 ทีน่ งั่ ด้านลา่ ง
จำ� นวน 65 คน ในครั้งแรกดำ� เนินการเรียนการสอนที่ตกึ อาคารเปน็ โถงขนาดใหญแ่ ละมลี านกวา้ งรอบตกึ โดยแนวคดิ
เทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ต่อมาได้ย้าย การออกแบบเพอื่ ตอ้ งการใหท้ กุ ๆ ตำ� แหนง่ ของอาคารสามารถ
สถานท่ตี ัง้ มาพื้นทีบ่ นถนนพระรามท่ี 6 ตรงขา้ มกระทรวง ไดย้ นิ และมองเหน็ เทา่ เทียมกนั ทกุ จุด
อตุ สาหกรรม และไดร้ บั อนมุ ตั งิ บประมาณสรา้ งอาคารบรรยาย
กับอาคารทดลองวิทยาศาสตร์เพ่ือให้เป็นสถานท่ีเรียน การประเมิน (evaluation)
ส�ำหรับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ในปีพ.ศ. 2508 เมื่อ
ชาวบ้านย้ายออกจากพ้ืนที่ชุมชนแออัดสะพานเสาวนีย์ ตึกกลม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต์ นายกรฐั มนตรใี นขณะนนั้ ไดส้ งั่ การให้ เป็นอาคารประวัติศาสตร์ควบคู่กับการก่อต้ังมหาวิทยาลัย
เทศบาลน�ำขยะมาถมจนเต็มพื้นที่แล้วก่อสร้างอาคารเรียน โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และมีความโดดเด่น
ซึ่งก็คือ “อาคารเรียนตึกกลม” พร้อมไปกับการก่อสร้าง เปน็ เอกลกั ษณ์ กลา่ วคือ เปน็ ทรงกลมเมอื่ มองจากดา้ นบน
โรงพยาบาลรามาธบิ ดี โดยมนี ายอมร ศรีวงศ์ เป็นสถาปนกิ และเม่ือมองจากดา้ นขา้ งจะมลี ักษณะคล้ายกบั จานบิน
ผอู้ อกแบบ ตกึ กลมหลงั นใี้ ช้งบประมาณการก่อสรา้ งทงั้ ส้นิ
4 ลา้ นบาท โดยไดร้ บั การสนบั สนนุ จากรัฐบาลไทยและ
มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชด�ำเนินเป็น
องค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์เม่ือวันท่ี 19 สิงหาคม
พ.ศ. 2508 และเสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ทรงประกอบพิธเี ปิด
เมอ่ื วันท่ี 26 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2511 นอกจากตกึ กลมจะใช้
เพ่ือการเรียนการสอนแล้ว ยังใชเ้ ปน็ สถานทีจ่ ัดกิจกรรมใน
วาระโอกาสพเิ ศษต่างๆ ของคณะ เชน่ พธิ ีไหว้ครปู ระจำ� ปี
งานปาฐกถาพเิ ศษ งานประชุมวชิ าการตา่ งๆ เป็นต้น
12
อาคารหมายเลข 4 (building no.4)
อาคาร 6 สาขาวิชาวิศวกรรมเคร่อื งจักรกลเกษตร
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน นครราชสีมา
ช่ือปจั จุบนั (current name) ประเภทของอาคารเม่ือแรกสร้าง (original
typology)
อาคาร 6 สาขาวชิ าวิศวกรรมเคร่ืองจกั รกลเกษตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน นครราชสีมา อาคารเรียนของวิทยาลัย (college) : EDC
(Education)
ชื่อดง้ั เดมิ (original name)
การปกปอ้ งคุ้มครอง (state of protection)
อาคาร 6 แผนกวชิ าชา่ งกลการเกษตร วทิ ยาลยั เทคนคิ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื นครราชสีมา 1. ดแู ลรกั ษาโดยมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน
นครราชสมี า
ทีต่ ้ัง (location) 2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันและอาคารสาธารณะ ให้กับอาคาร 6 แผนก
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา วชิ าช่างกลเกษตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน
เลขท่ี 744 ถนนสรุ นารายณ์ อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสมี า นครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2557
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current ปีท่กี อ่ สรา้ งแล้วเสร็จ (year of competition
typology) of construction )
พ.ศ. 2505
อาคารเรียนของมหาวิทยาลัย (university) : EDC
(Education)
13
ผ้อู อกแบบ (architectural designer) แม้เวลาจะผ่านไปถึงห้าสิบปีท่ีมีพัฒนาการของแผนกวิชา
อาจารย์ ดร. เทอดทูล ขำ� วไิ ล ช่างกลเกษตรท่ีได้มีการเปิดสอนในสาขาอ่ืนๆ ที่เก่ียวเน่ือง
ในระดบั ปรญิ ญาตรใี นเวลาต่อมาจนถงึ ปจั จบุ ัน แตอ่ าคาร
ประวัติความเปน็ มาของอาคาร (history of หลังน้ีก็ยังมีรูปลักษณ์และการใช้งานท่ีไม่แตกต่างไปจาก
building) เมือ่ สมยั แรกเริม่ โดยสดั สว่ นอาคารท้ังหมดยังคงเดมิ มีการ
ซ่อมบ�ำรุงเล็กน้อยในบางจุดที่เส่ือมโทรมตามกาลเวลา
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน นครราชสีมา แต่ยงั รักษาโครงร่างเดิมของอาคารไวเ้ ปน็ อยา่ งดี
เดิมมีสถานะเป็นวิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นครราชสมี า โดยมี อาจารย์ ดร.วทญั ญู ณ ถลาง ปชู นยี บคุ คล ลักษณะของอาคาร (building character)
ด้านสถาปัตยกรรมและส่ิงแวดล้อมของประเทศไทย อาคาร 6 สาขาวิชาวิศวกรรมเคร่ืองจักรกลเกษตร
เปน็ ผอู้ ำ� นวยการตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2500 – 2510 โดยในชว่ งเวลา
ดงั กลา่ วเปน็ ชว่ งของการบกุ เบกิ กอ่ สรา้ ง และเรมิ่ ตน้ การสอน มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่โดดเด่นเป็น
ในวชิ าตา่ ง ๆ โดยเนน้ การผลติ ชา่ งเทคนคิ ระดบั สงู เพอื่ รองรบั เอกลักษณ์ มคี วามสมดุลแบบสมมาตร เป็นการออกแบบ
การพัฒนาของประเทศในสถานการณ์ท่ีประเทศไทย เสน้ สายอาคารใหม้ ลี กั ษณะเบา ลอยตวั และแสดงสจั จะ
ยังขาดแคลนแรงงานและเครื่องมือเคร่ืองใช้เก่ียวกับการ ของวัสดุ โดยเฉพาะบันไดทางข้ึนด้านหน้าและหลังคา
กอ่ สรา้ งทง้ั หลาย ทำ� ใหผ้ บู้ รหิ ารในยคุ แรกทปี่ ระกอบไปดว้ ย แผน่ พบั คอนกรตี ทมี่ กี ารออกแบบและกอ่ สรา้ งอยา่ งประณตี
กลุ่มสถาปนิกและวิศวกรต้องใช้แนวคิดในการก่อสร้าง มีการวางผังพื้นอย่างแยบยลโดยด้านหน้าท�ำเป็นอาคาร
อาคารให้มีประโยชน์ใช้สอยสูงสุดและประหยัดงบประมาณ สองชั้น ช้ันล่างเป็นห้องเรียนและช้ันบนเป็นส�ำนักงาน
อันสอดคล้องกับแนวทางของสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ มีการเว้นที่ว่างแบบเล่นระดับระหว่างผังพื้นที่อาคาร
ในยุคน้ัน ด้วยการออกแบบอาคารและค�ำนวณโครงสร้าง ด้านหน้ากับด้านในของอาคารที่เป็นโรงฝึกงาน ออกแบบ
โดยอาจารยท์ สี่ อนอยใู่ นสถาบนั และใชแ้ รงงานของนกั ศกึ ษา เป็นช้ันเดียวโล่ง เพดานสูง มีการเลือกใช้วัสดุที่ท�ำให้เกิด
เป็นหลักในการก่อสร้าง ส�ำหรับอาคาร 6 แผนกวิชา การถ่ายเทอากาศระหว่างอาคารด้านหน้าและด้านหลัง
ช่างกลเกษตร ถูกสรา้ งขนึ้ เพ่อื เป็นอาคารเรียนของนักศึกษา ถงึ กนั ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
แผนกวิชาช่างกลเกษตรซ่ึงได้เปิดท�ำการสอนข้ึนในปี
พ.ศ. 2506 เพ่ือมงุ่ หมายผลิตช่างเทคนคิ ระดบั สูงที่มคี วามรู้ การประเมิน (evaluation)
ความเชี่ยวชาญในการซ่อมบ�ำรุงเครื่องมือเครื่องจักรท่ีใช้
ในงานด้านการเกษตร อาคาร 6 สาขาวิชาวศิ วกรรมเครื่องจักรกลเกษตร
เป็นอาคารประวัติศาสตร์ท่ีควบคู่กับการก่อต้ังวิทยาลัย
การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก เทคนิคภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา ซง่ึ สะทอ้ น
กอ่ สร้างแลว้ เสร็จ (summary of important ภาพลกั ษณ์ความทนั สมัยของวิทยาลัยฯ ในยคุ สมัยนั้น โดย
changes after completion) อาคารมีรูปทรงและการก�ำหนดพื้นท่ีเว้นว่างเพื่อการใช้งาน
อาคาร 6 แผนกวิชาชา่ งกลเกษตรถกู ใช้งานต่อเนื่อง ท่ีนา่ ประทับใจ และเป็นตัวอย่างของอาคารที่เนน้ ประโยชน์
ใช้สอยท่ีดี มีความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากสภาพ
เร่ือยมาตั้งแต่เร่ิมต้นเปิดสอนในระดับประกาศนียบัตร แวดลอ้ มในการสรา้ งความสบาย
วชิ าชพี และประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชน้ั สงู สาขาชา่ งกลเกษตร
14
อาคารหมายเลข 5 (building no.5)
อาคารอำ�นวยการ โรงพยาบาลอานนั ทมหดิ ล
ช่อื ปจั จุบนั (current name) ประเภทของอาคารเม่ือแรกสร้าง (original
typology)
อาคารอ�ำนวยการ โรงพยาบาลอานันทมหิดล
โรงพยาบาล (hospital) : HLT (Health)
ชอ่ื ด้งั เดมิ (original name)
การปกปอ้ งค้มุ ครอง (state of protection)
ตึกอานันทมหดิ ล
1. ดูแลรกั ษาโดยกรมแพทยท์ หารบก
ทต่ี งั้ (location) 2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
เลขท่ี 35 หมู่ 6 ตำ� บลเขาสามยอด อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั สถาบันและอาคารสาธารณะ ให้กับอาคารอ�ำนวยการ
ลพบุรี โรงพยาบาลอานนั ทมหดิ ล ในปี พ.ศ. 2551
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current ปที ก่ี อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
typology) of construction )
โรงพยาบาล (hospital) : HLT (Health) พ.ศ. 2480
15
ผู้ออกแบบ (architectural designer) การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก
ไมป่ รากฏหลักฐานช่อื ผู้ออกแบบ กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
changes after completion)
ประวัติความเปน็ มาของอาคาร (history of อาคารอำ� นวยการ โรงพยาบาลอานนั ทมหดิ ล ไดร้ บั การ
building)
ในปี พ.ศ. 2480 พนั เอก หลวงพบิ ลู สงคราม (ยศขณะนนั้ ) ดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องต้ังแต่เมื่อแรกสร้างมาจนถึง
ปัจจบุ ัน รวมทัง้ ไมม่ ีการต่อเตมิ หรือเปล่ียนแปลงอาคารไป
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ย้ายหน่วยทหาร จากเดิม
บางสว่ นจากกรงุ เทพมหานครมาต้ังที่จงั หวัดลพบุรี พรอ้ ม
ได้จัดต้ังโรงพยาบาลไว้ในจังหวัดลพบุรีเพื่อรองรับการ ลกั ษณะของอาคาร (building character)
รักษาพยาบาลของทหารและประชาชนในจังหวัดลพบุรี
รวมท้ังจังหวัดใกล้เคียง แต่กระทรวงกลาโหมไม่มีเงินพอ อาคารอำ� นวยการ โรงพยาบาลอานนั ทมหดิ ล เปน็ อาคาร
ที่จะสร้างโรงพยาบาล จึงได้มีหนังสือกราบทูลไปยังคณะ ทสี่ รา้ งขนึ้ ตงั้ แตเ่ มอื่ เรมิ่ ตง้ั โรงพยาบาล มลี กั ษณะเปน็ อาคาร
ผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2 ช้ัน รูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ผังเป็นรูปผืนผ้า
อานนั ทมหดิ ล รัชกาลท่ี 8 และได้รบั ความเหน็ ชอบ อีกท้ัง หลังคาทรงตัดไม่มีการตกแต่งประดับลวดลาย ซ่ึงเป็น
ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชทรัพย์ สถาปตั ยกรรมแบบท่นี ยิ มสรา้ งในช่วงเวลาน้ัน
ส่วนหน่ึงในการก่อสร้างและได้รับพระราชทานพระบรม
ราชานญุ าตใหใ้ ชพ้ ระนาม “ตกึ อานนั ทมหดิ ล” ซง่ึ ปจั จบุ นั คอื
อาคารอ�ำนวยการ โรงพยาบาลอานันทมหิดล การกอ่ สร้าง
ได้เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2480 และแล้วเสร็จในปีต่อมา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จพระราช
ด�ำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิด เม่ือวันศุกร์ที่ 6 มกราคม
พ.ศ. 2481 ในระยะแรกท่ีโรงพยาบาลยงั ไมส่ ามารถรองรับ
การรกั ษาพยาบาลใหแ้ กผ่ ปู้ ว่ ยไดเ้ พยี งพอเนอ่ื งจากงบประมาณ
ของกองทัพบกส่วนใหญ่ต้องใช้ในการป้องกันประเทศ
ในสงครามมหาเอเชยี บรู พา ต่อมาในปี พ.ศ. 2486 สงคราม
มหาเอเชยี บรู พาทวคี วามรนุ แรงขนึ้ ทำ� ใหม้ ที หารไดร้ บั บาดเจบ็
จากสงครามเปน็ จำ� นวนมาก จนโรงพยาบาลพระมงกฎุ เกลา้
ซ่ึงเป็นโรงพยาบาลหลักของกองทัพบกไม่สามารถรับผู้ป่วย
ไดเ้ พยี งพอ กองทพั บกจงึ ไดด้ ำ� เนนิ การปรบั ปรงุ โรงพยาบาล
อานันทมหิดล จนสามารถให้การรักษาผู้ป่วยได้เพียงพอ
เพ่ือช่วยแบ่งเบาภารกิจด้านการรักษาพยาบาลให้แก่
กองทพั บกได้ และสามารถสนับสนุนภารกิจของกองทัพบก
ไดต้ ลอดมา รวมทั้งการดูแลทหารและประชาชนท่ีเจ็บปว่ ย
ในพืน้ ท่จี ังหวัดลพบุรี
16
อาคารหมายเลข 6 (building no.6)
อาคารไปรษณียก์ ลาง
ชือ่ ปัจจุบัน (current name) ประเภทของอาคารเม่ือแรกสร้าง (original
typology)
อาคารไปรษณยี ก์ ลาง สถานทีร่ บั ฝากบรกิ ารไปรษณยี แ์ ละโทรเลข และทีต่ ั้ง
ช่อื ดัง้ เดมิ (original name) สำ� นกั งานใหญข่ องกรมไปรษณยี โ์ ทรเลข (civic and public
building) : ADM (Administration)
อาคารไปรษณีย์กลาง
การปกป้องคมุ้ ครอง (state of protection)
ท่ีต้ัง (location)
ดแู ลรกั ษาโดยบริษัท ไปรษณยี ์ไทย จำ� กดั โดยวา่ จ้าง
1160 ถนนเจริญกรุง แขวงสีพ่ ระยา เขตบางรกั บริษทั อิมแพค็ เอก็ ซบิ ชิ น่ั แมเนจเมน้ ท์ จำ� กดั มาเป็น
กรุงเทพมหานคร 10500 ผบู้ รหิ ารโครงการ
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current ปที กี่ อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
typology) of construction)
พพิ ิธภัณฑ,์ สถานทีจ่ ดั เลี้ยง, ร้านอาหาร, และสถานที่ พ.ศ. 2478 – 2483
บริการไปรษณีย์ (museum) : REC (Recreation)
(restaurant) : COM (Commercial) (civic and public
building) : ADM (Administration)
17
ผอู้ อกแบบ (architectural designer) เสอื่ มโทรมลงโดยลำ� ดบั ตอ่ มา เมอ่ื วนั ท่ี 9 เมษายน พ.ศ. 2547
กรมศิลปากรได้ประกาศให้อาคารท่ีท�ำการไปรษณีย์กลาง
นายหมิว อภัยวงศ์ (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น จิตรเสน เปน็ สถานทท่ี ่มี ีความสำ� คญั ทางประวตั ศิ าสตร์ หลังจากน้นั
อภัยวงศ์) ในราวปี พ.ศ. 2548 ผู้ดูแลอาคารได้จัดต้ังคณะกรรมการ
ข้นึ เพ่ือพิจารณาด�ำเนนิ การบูรณะอาคารใหมท่ ง้ั หมด โดยมี
ประวัตคิ วามเปน็ มาของอาคาร (history of เป้าหมายเพ่ือเปล่ียนแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ท่ีให้ความรู้
building) แก่คนท่ัวไปในด้านของกิจการไปรษณีย์และโทรเลขของ
ประเทศไทย นอกจากน้ียังกำ� หนดให้เปน็ สถานท่ใี หบ้ รกิ าร
กิจการไปรษณีย์เริ่มจัดให้มีในประเทศไทยโดยใช้พ้ืนที่ ในการจัดเลี้ยงตา่ งๆ จนในปี พ.ศ. 2556 อาคารได้รบั การ
ของกงสลุ องั กฤษ ณ สถานกงสลุ องั กฤษประจำ� ประเทศไทย ปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ พร้อมมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ
ต�ำบลบางรัก จังหวัดพระนคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2424 เมือ่ วนั ที่ 4 สงิ หาคม พ.ศ. 2556
รฐั บาลไทยไดข้ ยายงานทางดา้ นน้ี จนในปี พ.ศ. 2426 กไ็ ดเ้ ปดิ
ทท่ี ำ� การไปรษณยี ข์ นึ้ เปน็ แหง่ แรก บรเิ วณรมิ แมน่ ำ�้ เจา้ พระยา ลักษณะของอาคาร (building character)
(บริเวณสะพานพระปกเกล้าฝ่งั พระนครในปัจจบุ ัน) มชี อ่ื ว่า
“ไปรสนยี าคาร” เมอ่ื การดำ� เนนิ งานขยายตวั อยา่ งกวา้ งขวาง อาคารไปรษณยี ก์ ลางมแี ผนผงั เปน็ รปู ตวั ที (T) ความสงู
และเจริญเติบโตพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ท�ำให้อาคาร 4 ช้นั รวมช้ันใตด้ นิ 1 ชั้น โครงสรา้ งคอนกรีตเสริมเหลก็
ไปรสนยี าคารไมเ่ หมาะสมทจ่ี ะรองรบั จงึ ไดย้ ้ายทที่ �ำการ รูปทรงอาคารเป็นลักษณะของงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
ไปใชท้ สี่ ถานฑตู องั กฤษเดมิ บางรกั แตใ่ นเวลาตอ่ มารฐั บาลวา่ ช่วงตน้ (Early Modern) กล่าวคือยงั คงออกแบบใหม้ ี
กิจการไปรษณยี ์เจริญก้าวหนา้ มากอาคารไปรสนยี าคารเดิม ลกั ษณะแผนผงั และรปู ทรงทส่ี บื เนอ่ื งจากรปู แบบสถาปตั ยกรรม
ไม่เหมาะสมเน่ืองจากไม่ได้สร้างขึ้นส�ำหรับเป็นที่ท�ำการ Neo-Classic ทเ่ี น้นแนวแกนอาคารและความสมมาตรของ
ไปรษณยี โ์ ดยตรง จงึ ไดท้ ำ� การออกแบบกอ่ สรา้ งตกึ ทที่ ำ� การ รปู ดา้ นหนา้ อาคาร โดยออกแบบใหม้ รี ปู ดา้ นทเ่ี นน้ สว่ นกลาง
ไปรษณีย์ข้ึนใหม่ ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบทันสมัย และสว่ นริมอาคารท้ัง 2 ข้าง ในลกั ษณะท่คี ล้ายแบ่งอาคาร
ณ บริเวณต�ำบลบางรัก โดยสถาปนิกชื่อ หมิว อภัยวงศ์ ออกเป็น 5 สว่ น เน้น 3 ส่วน ส่วนหน้ากว้าง 103.80 เมตร
เปน็ ผอู้ อกแบบ ตวั อาคารเรม่ิ ทำ� การกอ่ สรา้ งเมอื่ พ.ศ. 2478 ลึก 38.52 เมตร ส่วนหลังกวา้ ง 22 เมตร ลกึ 96 เมตร
และเปดิ ใชง้ านจรงิ เมื่อวันท่ี 24 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2483 แตใ่ นขณะเดยี วกนั กม็ กี ารลดทอนรายละเอยี ดของสถาปตั ยกรรม
ใหเ้ รยี บงา่ ยขน้ึ ตามแบบอยา่ งสถาปตั ยกรรมสมยั ใหม่ ผวิ นอก
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก อาคารตกแต่งด้วยซีเมนต์เซาะร่องให้เป็นแนวเสมือนว่า
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important อาคารกอ่ ดว้ ยหนิ อาคารหลงั นมี้ จี ดุ เดน่ ทสี่ ำ� คญั อกี ประการคอื
changes after completion) ที่ปลายยอดอาคารส่วนกลาง มีประติมากรรมรูปครุฑ
อาคารไปรษณีย์กลาง ท�ำหน้าท่ีเป็นสถานท่ีรับฝาก ขนาดใหญ่ ขนาด 2 เท่าตวั คน ประดับตกแตง่ อยู่ 2 ข้าง
เป็นศิลปกรรมแนว Realistic Art เน้นรูปร่างและ
บรกิ ารไปรษณยี แ์ ละโทรเลข และที่ต้ังส�ำนกั งานใหญ่ของ สัดส่วนมนุษย์แบบเหมือนจริงซึ่งเป็นที่นิยมท�ำกันในช่วง
กรมไปรษณีย์โทรเลขมาเป็นเวลาหลายสิบปี ซึ่งภายหลัง ทศวรรษ 2470 – 2480 ออกแบบโดย ศลิ ป์ พีระศรี
สำ� นกั งานใหญไ่ ดย้ า้ ยไปอยู่ ณ สถานทแี่ หง่ อน่ื คงเหลอื เพยี ง
การเป็นสถานท่ีรับฝากไปรษณีย์เท่านั้น ซ่ึงสภาพอาคาร
18
อาคารหมายเลข 7 (building no.7)
กรฑี าสถานแหง่ ชาติ (สนามศภุ ชลาศยั )
ช่อื ปัจจุบนั (current name) ประเภทของอาคารเม่ือแรกสร้าง (original
typology)
กรีฑาสถานแหง่ ชาติ (สนามศภุ ชลาศยั ) สนามกฬี า (sports centre) : REC (Recreation)
ชอื่ ด้งั เดมิ (original name) การปกป้องคุ้มครอง (state of protection)
กรีฑาสถานแห่งชาติ (สนามศภุ ชลาศยั ) ดแู ลรักษาโดยกรมพลศึกษา กระทรวงการทอ่ งเทย่ี ว
และกีฬา
ทตี่ ง้ั (location)
ปที กี่ อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
154 ถนนพระรามท่ี 1 แขวงวงั ใหม่ เขตปทมุ วนั of construction )
กรงุ เทพมหานคร พ.ศ. 2481
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology)
สนามกีฬา (sports centre) : REC (Recreation)
19
ผอู้ อกแบบ (architectural designer) กรีฑาสถานแห่งชาติทั้งหมด การปรับปรุงน้ีแม้จะท�ำให้
สภาพอาคารโดยรวมดขี นึ้ แตก่ ารออกแบบปรบั ปรงุ ดงั กลา่ ว
นายหมวิ อภยั วงศ์ (ภายหลังเปลยี่ นชื่อเป็น จติ รเสน ไดล้ ะเลยลกั ษณะรปู แบบสถาปัตยกรรมของงานอาร์ต เดโค
อภัยวงศ)์ (Art Deco) ซงึ่ เปน็ รปู แบบอาคารเดมิ
ประวตั คิ วามเป็นมาของอาคาร (history of ลักษณะของอาคาร (building character)
building)
รปู แบบอาคารออกแบบดว้ ยรปู ทรงของสถาปตั ยกรรม
ในปี พ.ศ. 2476 รฐั บาลไดจ้ ดั ตง้ั กรมพลศกึ ษา ภายใต้ อาร์ต เดโค (Art Deco) ที่เน้นการออกแบบเล่นกับ
สังกัดของกระทรวงธรรมการ โดยมีเปา้ หมายเพอื่ สนบั สนุน เส้นสายแนวตัง้ (streamline) ท่ีชัดเจน กนั สาดแผ่นบางๆ
ให้ประชาชนคนไทยมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐบาล หนา้ ตา่ งเขา้ มมุ อาคาร หรอื การออกแบบแนวเสาองิ ใหแ้ สดง
ก�ำหนดนยิ ามไว้ คือ มจี ริยศึกษา พทุ ธศิ ึกษา และพลศกึ ษา ออกถึงเสน้ แนวต้งั เปน็ ตน้ สนามศุภชลาศยั ออกแบบเป็น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2477 นาวาโท หลวงศุภชลาศัย อธิบดี สนามฟตุ บอลพนื้ หญา้ ขนาดมาตรฐาน พรอ้ มลวู่ ิง่ รอบนอก
กรมพลศึกษาคนแรก มีด�ำริในการจัดหาสถานที่ต้ัง อฒั จันทรท์ ศิ ตะวนั ตก มจี ำ� นวน 20 ช้ัน ตอนกลางออกแบบ
สนามกฬี ากลางกรมพลศกึ ษา จงึ ไดม้ อบหมายใหก้ รมพลศกึ ษา เปน็ ทป่ี ระทบั พระบรมวงศานวุ งศห์ รอื ผแู้ ทนพระองค์ มหี ลงั คา
ขอเชา่ สถานทจี่ ากจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั รมิ ถนนพระราม 1 รูปเพิงแหงนไม่มีเสาค้�ำปกคลุมตลอดแนว และอัฒจันทร์
เพ่ือใช้เป็นสถานที่ท�ำงานและเพื่อจัดสร้าง “กรีฑาสถาน ทศิ เหนือ มจี �ำนวน 20 ช้ันเทา่ กัน นอกจากนี้ รปู ดา้ นหน้า
แห่งชาติ” เพื่อให้เป็นสนามกีฬาที่ได้มาตรฐานสากล อาคารตรงมขุ ทางเข้าอาคารกลาง บริเวณยอดมมุ ซา้ ยและ
โดยวา่ จ้าง หมิว อภัยวงศ์ เป็นสถาปนิกผ้อู อกแบบอาคาร ขวาออกแบบเป็นประติมากรรมปูนปั้นนูนสูงขนาดใหญ่
ได้เริ่มท�ำการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2480 แล้วเสร็จและ เป็นภาพพระพลบดีทรงช้างไอยราพต สัญลักษณ์ประจ�ำ
เปิดใช้งานบางส่วนในปี 2481 โดยท�ำการจัดการแข่งขัน กรมพลศึกษา สว่ นอาคารรมิ สุดทางซ้ายขวา ออกแบบเป็น
กรีฑาประชาชนชายข้ึน ท้ังนี้ตัวอาคารทั้งหมดจะมาแล้ว หอสงู สองขา้ ง ระหว่างมุขกลางและหอคอยทั้งสองขา้ ง ทง้ั นี้
เสรจ็ สมบรู ณใ์ นราวปี พ.ศ. 2484 การกอ่ สร้างอัฒจันทร์ทศิ ตะวนั ออกและทิศใต้ ไดด้ ำ� เนนิ ไป
อย่างต่อเน่ือง จนแลว้ เสร็จสมบรู ณต์ ามมาในภายหลัง
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
changes after completion)
ในปี พ.ศ. 2551 มกี ารปรบั ปรงุ บรเิ วณกรฑี าสถานแหง่ ชาติ
คร้งั ใหญ่เนือ่ งในโอกาสครบรอบ 70 ปี การปรบั ปรงุ อาคาร
ประกอบดว้ ย สว่ นหนา้ ปะรำ� ทป่ี ระทบั ภายในสนามศภุ ชลาศยั
ได้ทำ� การประดับดว้ ยพระบรมมหาราชวงั จำ� ลอง ณ บรเิ วณ
หน้ามุขทางขึ้น ตกแต่งคล้ายกับพระราชวังวินด์เซอร์
ที่สหราชอาณาจกั ร ทาสอี าคารใหม่ทง้ั หมด ปลกู ตน้ ไม้รอบ
บริเวณสนาม ติดตั้งเก้าอี้บนอฒั จันทร์ท้งั หมด และปรับพื้น
สนามหญ้าใหม่ ตลอดจนปรับปรุงพ้ืนถนนภายในบริเวณ
20
อาคารหมายเลข 8 (buildings no.8)
อาคารโดม มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ชอื่ ปัจจุบัน (current name) ประเภทของอาคารเมื่อแรกสร้าง (original
typology)
อาคารโดม มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ทที่ ำ� งานของ ดร.ปรดี ี พนมยงค์ (university) : EDC
ช่ือดั้งเดิม (original name) (Education) ศูนย์บัญชาการงานของเสรีไทยในช่วง
สงครามโลกครั้งที่ 2 (civic andpublic building) : ADM
อาคารโดม มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ (Administration)
ที่ตั้ง (location) การปกป้องคมุ้ ครอง (state of protection)
เลขที่ 2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวงั 1. ดแู ลรกั ษาโดยมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร ์
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current สถาบันและอาคารสาธารณะ ให้กับอาคารโดม ในปี
typology) พ.ศ. 2548
สำ� นกั งานของมหาวทิ ยาลยั (university) : EDC
(Education)
21
ปที กี่ อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition ต่างๆ ออกจากอาคารและอนรุ กั ษ์ซ่อมบำ� รงุ อาคาร โดยใช้
of construction ) ชั้นท่ี 3 เป็นหอประวตั ศิ าสตร์เกียรตยิ ศแห่งมหาวทิ ยาลัย
พ.ศ. 2478 – 2479 ธรรมศาสตร์
ผู้ออกแบบ (architectural designer) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
นายหมวิ อภยั วงศ์ (ภายหลังเปล่ียนชอื่ เปน็ จติ รเสน changes after completion)
อภัยวงศ)์ ในช่วงระหวา่ งปี พ.ศ. 2503 – 2515 มหาวิทยาลัย
ประวตั คิ วามเป็นมาของอาคาร (history of ธรรมศาสตร์ได้ท�ำการรื้อถอนอาคาร 4 ปีกตึกโดม
building) ดา้ นทา่ พระอาทติ ยเ์ พอื่ ทำ� การกอ่ สรา้ งหอ้ งเอท ี และรอื้ ถอน
อาคาร 1 ในปี พ.ศ. 2520 เพื่อสร้างอาคารอเนกประสงค์
มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองก่อตั้งขึ้น ท�ำให้อาคารมีความยาวดังท่ีเห็นในปัจจุบัน ต่อมาใน
โดย ดร.ปรดี ี พนมยงค์ รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย ปี พ.ศ. 2528 ได้มีการตอ่ เตมิ อาคารโดยกอ่ สร้างมุขเพ่ิม
ในสมยั นน้ั ปจั จบุ นั มกี ารลดทอนชอื่ เหลอื เพยี ง มหาวทิ ยาลยั ออกไปทางดา้ นหลงั เพอื่ ใชเ้ ปน็ อนสุ รณส์ ถานผปู้ ระศาสนก์ าร
ธรรมศาสตร์ ในเบ้ืองแรกมีจุดประสงค์ให้เป็นตลาดวิชา ปรดี ี พนมยงค์
ลักษณะมหาวทิ ยาลัยเปดิ ในปี พ.ศ. 2477 ซงึ่ มีทีต่ ั้งท่ี
เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา ในปีถัดมาได้ซื้อที่ดินริมแม่น้�ำ ลักษณะของอาคาร (building character)
เจ้าพระยาบริเวณท่าพระจันทร์และท่าพระอาทิตย์ซ่ึงเป็น
ของกองพนั ทหารราบที่ 4 โดย ดร.ปรดี ไี ดใ้ หน้ ายหมวิ อภยั วงศ์ อาคารโดมเปน็ อาคาร 3 ชน้ั โดยปกี ซา้ ยและขวามี 2 ชน้ั
(ต่อมาเปล่ียนช่ือเป็นจิตรเสน) สถาปนิกที่จบจากฝร่ังเศส มีผงั เปน็ สเ่ี หลีย่ มผืนผ้ายาว โครงสร้างคอนกรตี เสริมเหล็ก
มาออกแบบตกึ บญั ชาการของมหาวทิ ยาลยั ซงึ่ รจู้ กั กนั ในชอื่ ผนงั กอ่ อฐิ ฉาบปนู หลังคาส่วนมขุ ตรงกลางบนสดุ เปน็ ยอด
“ตกึ โดม” โดยปรบั ปรงุ เชอ่ื มอาคารทางการทหารทม่ี อี ยเู่ ดมิ แหลมแปดเหลยี่ ม มคี วามสงู 16 เมตร เดมิ มงุ ดว้ ยกระเบอื้ ง
4 หลังซ่ึงสรา้ งในสมยั รชั กาลท่ี 6 เข้าดว้ ยกัน และเพ่มิ เติม ไมส้ กั ปจั จบุ นั เปลยี่ นเปน็ กระเบอ้ื งสนี ำ�้ ตาล หลงั คาสว่ นอน่ื ๆ
ส่วนตรงให้สูงขึ้นพร้อมมีหลังคายอดเหลี่ยมที่เป็นท่ีมาของ เป็นหลังคาจว่ั
ชอ่ื ตกึ การกอ่ สร้างอาคารได้เรมิ่ ข้นึ ใน พ.ศ. 2478 เสรจ็
สมบรู ณ์ในเดอื นมีนาคม พ.ศ. 2479 ผ้รู บั เหมากอ่ สรา้ ง
คือนายบุญชู ยี่ห้อเอ้ียมกี่ ผู้ควบคุมการก่อสร้างคือ
นายหมวิ อภยั วงศ์ ตกึ โดมเปน็ ทที่ ำ� งานของ ดร.ปรดี ี พนมยงค์
ผู้ประศาสนก์ ารคนแรกของมหาวทิ ยาลัย (ต�ำแหนง่ นต้ี อ่ มา
เปล่ียนมาใชค้ �ำวา่ อธิการบด)ี รวมถงึ เปน็ ศนู ยบ์ ัญชาการ
งานของเสรีไทยในชว่ งสงครามโลกครั้งท่ี 2 ปัจจุบัน อาคาร
โดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ส�ำคัญหนึ่งของมหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ โดยทางมหาวิทยาลัยได้มีการย้ายหน่วยงาน
22
อาคารหมายเลข 9 (building no.9)
อาคารศลิ ปวฒั นธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั
ชอื่ ปจั จุบนั (current name) ประเภทของอาคารเมื่อแรกสร้าง (original
typology)
อาคารศลิ ปวฒั นธรรม จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั
อาคารเรียนของมหาวิทยาลยั (university) : EDC
ชือ่ ดั้งเดมิ (original name) (Education)
อาคารเคมี 1 การปกปอ้ งคุ้มครอง (state of protection)
ทตี่ ้ัง (location) 1. ดูแลรักษาโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั
2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
เลขท่ี 254 ถนนพญาไท แขวงวงั ใหม่ เขตปทมุ วัน มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
กรงุ เทพมหานคร สถาบันและอาคารสาธารณะ ให้กับอาคารศิลปวัฒนธรรม
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย ในปี พ.ศ. 2550
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology)
อาคารศิลปวัฒนธรรม (art gallery) : REC
(Recreation)
23
ปที ก่ี อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition เพอื่ การเรยี นการสอนอยหู่ ลายปี เมอื่ จฬุ าลงกรณเ์ รม่ิ ปรบั ผงั
of construction ) มหาวิทยาลัยเพ่ือให้สอดรับกับแผนแม่บทในการพัฒนา
พ.ศ. 2480 มหาวทิ ยาลยั จึงได้มกี ารพจิ ารณาอาคารเกา่ ท่มี คี ุณค่าทาง
สถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเพื่อการ
ผู้ออกแบบ (architectural designer) อนรุ ักษ์และปรับเปลยี่ นการใช้สอยใหม่ อาคารเคมี 1 ได้รับ
การปรับเปลี่ยนเป็นอาคารศิลปวัฒนธรรมเพื่อใช้ในการจัด
พระสาโรชรัตนนิมมานก์ แสดงศลิ ปะและมกี ารแสดงดนตรกี บั นาฏศลิ ป์ โดยเรมิ่ เปดิ
ใชใ้ นปี พ.ศ. 2554
ประวตั คิ วามเป็นมาของอาคาร (history of
building) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
เมอ่ื พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 6 changes after completion)
ทรงโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหส้ ถาปนาโรงเรยี นขา้ ราชการ ผังเดิมของอาคารเป็นรูปคล้ายตัวยู (U) แต่เม่ือ
พลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวข้ึน
เปน็ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั แหง่ แรกของสยาม เปลี่ยนแปลงการใช้สอยแล้วได้ต่อเติมส่วนตรงกลางเป็น
เมอื่ วันท่ี 26 มนี าคม พ.ศ. 2459 มคี ณะวชิ าเริม่ ต้น 4 คณะ โรงมหรสพส�ำหรับการแสดงตา่ งๆ
คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ กบั คณะคณะอกั ษรศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ ลกั ษณะของอาคาร (building character)
ทร่ี วมอยใู่ นคณะเดยี วกนั มตี กึ ขาวเปน็ อาคารเรยี นหลงั แรก
(ปัจจุบนั คอื อาคารชวี ะ 1) ของแผนกวทิ ยาศาสตร์ ต่อมา อาคารศิลปวฒั นธรรม จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั เปน็
คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาสร้างอาคาร อาคาร 2 ชัน้ รูปแบบสถาปตั ยกรรมสมัยใหม่ซ่ึงเนน้ ความ
เพิ่มอีกหลายหลังโดยเฉพาะอาคารเรียนด้านวิทยาศาสตร์ เรยี บงา่ ย ไมม่ กี ารประดบั ตกแตง่ ตวั อาคาร และมโี ครงสรา้ ง
ซ่ึงมีแผนกเคมี แผนกฟิสิกส์ แผนกชีววิทยา และแผนก คอนกรีตเสริมเหลก็ ซงึ่ เป็นทน่ี ยิ มตามการพัฒนาทางการ
คณติ ศาสตร์ หน่งึ ในนนั้ คือ ตึกเคมี ซึ่งตอ่ มาได้เรียกชอื่ ว่า กอ่ สร้างสมยั นน้ั
“อาคารเคมี 1” ออกแบบโดยพระสาโรชรัตนนิมมานก์
(สาโรช สขุ ยางค)์ สถาปนกิ กรมศลิ ปากรและเปน็ อาจารยแ์ ผนก
สถาปตั ยกรรมศาสตร์ (ขณะนน้ั อยใู่ นคณะวศิ วกรรมศาสตร)์
ของจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ดว้ ย สรา้ งขนึ้ ในปี พ.ศ. 2480
เมอื่ แผนกทางวทิ ยาศาสตรท์ ง้ั หมดไดแ้ ยกเปน็ คณะวทิ ยาศาสตร์
ในปี พ.ศ. 2491 และในเวลาตอ่ มาก็ไดพ้ ัฒนาหลกั สูตร
เพม่ิ สาขาวชิ าทางวทิ ยาศาสตรอ์ กี หลายสาขา จงึ สรา้ งอาคาร
ใหม่ข้ึนเพ่ือตอบรับกับการเรียนการสอนท่ีมีมากขึ้นเป็น
ล�ำดับ จนทำ� ให้ในทส่ี ดุ แลว้ อาคารเคมี 1 ซ่งึ เป็นอาคารเก่า
และตงั้ อยหู่ า่ งจากกลมุ่ อาคารคณะวทิ ยาศาสตรง์ ดการใชง้ าน
24
อาคารหมายเลข 10 (building no.10)
อาคารส�ำ นกั งานยาสูบเชียงราย
ชอื่ ปจั จุบัน (current name) ประเภทของอาคารเมื่อแรกสรา้ ง (original
typology)
อาคารสำ� นกั งานยาสูบเชียงราย
ส�ำนักงาน (civic and public building) : ADM
ชื่อดัง้ เดมิ (original name) (Administration)
อาคารสำ� นักงานยาสูบเชยี งราย การปกปอ้ งค้มุ ครอง (state of protection)
ทีต่ ง้ั (location) 1. ดแู ลรกั ษาโดยโรงงานยาสบู กระทรวงการคลงั
2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภไ์ ด้มอบ
เลขท่ี 674 ถนนธนาลัย ต�ำบลเวยี ง อ�ำเภอเมอื ง รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคาร
จงั หวดั เชียงราย สถาบนั และอาคารสาธารณะ ใหก้ บั อาคารสำ� นกั งานยาสบู
เชียงราย ในปี พ.ศ. 2553
ประเภทของอาคารในปจั จุบนั (current
typology) ปที ก่ี อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
of construction )
ส�ำนักงาน (civic and public building) : ADM
(Administration) พ.ศ. 2507
25
ผ้อู อกแบบ (architectural designer) โถงบันไดเป็นส�ำนักงาน โดยส�ำนักงานด้านขวาของโถง
บนั ไดมคี วามยาวมากกว่าและมรี ะเบียงล้อมรอบ 3 ดา้ น
ไม่ปรากฏชื่อผู้ออกแบบ ส่วนพ้ืนที่ใช้สอยช้ันบนประกอบด้วยโถงบันไดกลางอาคาร
โดยชานพักบันไดถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่กลายเป็น
ประวตั ิความเปน็ มาของอาคาร (history of ระเบียงยื่นยาวออกมาจากตัวอาคารคลุมทางเข้าด้านหน้า
building) โดยไมม่ ีเสารองรับ ดา้ นซา้ ยของโถงบันไดเปน็ ส�ำนักงาน
ส�ำนักงานยาสบู เชียงรายเรมิ่ ต้งั ข้ึนโดย บริษัท ยาสูบ ส่วนด้านขวาของโถงบันไดเป็นห้องประชุมและมีระเบียง
ลอ้ มรอบ 3 ดา้ น สำ� หรบั หอ้ งน้ำ� มีทั้งชั้นลา่ งและช้นั บน จดุ
องั กฤษ – อเมริกัน (ไทย) จ�ำกดั (บี.เอ.ท.ี ) เมอ่ื ปี พ.ศ. 2476 เด่นของอาคารคือ หลังคาห้องประชุมช้ันบนเป็นหลังคา
เดิมบริษัทตั้งส�ำนักงานในท่ีดินและโรงเรือนซ่ึงเช่าจาก คอนกรีตเสรมิ เหล็กแบบโครงสรา้ งเปลอื กบาง (Thin Shell
เอกชน ตอ่ มารฐั บาลรบั ซอ้ื กจิ การจากบรษิ ัทมาเป็นของรฐั Structure) ลักษณะคว�ำ่ หงายสลบั กัน 5 ผืน และหลังคา
โดยกรมสรรพาสามิต เร่ิมด�ำเนนิ การเมือ่ วนั ที่ 1 กนั ยายน ยังใชเ้ ป็นฝ้าเพดานภายในหอ้ งประชุมอกี ด้วย ส่วนหลังคา
พ.ศ. 2484 จากน้ันกรมสรรพสามิตจึงได้ซ้ือที่ดินพร้อม ส�ำนักงานและโถงบันไดเป็นหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็ก
โรงเรือนจากบริษัทป่าไม้อิสเอเชยี ติก เอ.อาฟริกนั ทถ่ี นน แบนเรยี บ
ธนาลยั และท่ถี นนสิงหไคล อ�ำเภอเมือง จ�ำนวน 2 แปลง
ในราคา 25,000 บาท แล้วจงึ ยา้ ยสำ� นกั งานยาสบู มาอยู่ใน การประเมนิ (evaluation)
ท่ีตงั้ ปัจจบุ นั ต้ังแต่วันท่ี 24 มกราคม พ.ศ. 2485 เปน็ ตน้ มา
หลังจากน้ันจึงเริ่มด�ำเนินการก่อสร้างอาคารส�ำนักงาน อาคารส�ำนักงานยาสูบเชียงรายเป็นอาคารที่สะท้อน
ยาสูบเชียงราย เมอื่ วนั ท่ี 25 มถิ ุนายน พ.ศ. 2507 และเปิด ภาพลักษณ์ความทันสมัยของเมืองเชียงรายในยุคสมัยน้ัน
ทำ� การเมอ่ื วนั ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2509 ตวั อาคารมคี วามโดดเดน่ ทางด้านวศิ วกรรม และมรี ปู แบบ
ทางสถาปตั ยกรรมที่นา่ สนใจ
การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
changes after completion)
ตลอดระยะเวลาทผ่ี า่ นมา อาคารสำ� นกั งานยาสบู เชยี งราย
ได้รับการดแู ลรกั ษาเปน็ อยา่ งดีจากโรงงานยาสูบ กระทรวง
การคลงั รวมทัง้ ไม่มกี ารตอ่ เตมิ หรอื เปลีย่ นแปลงอาคารไป
จากเดมิ
ลักษณะของอาคาร (building character)
อาคารส�ำนักงานยาสูบเชียงราย เปน็ อาคารคอนกรตี
เสริมเหล็กสงู 2 ชั้น ลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบสมยั
ใหม่ ผงั พ้ืนอาคารเป็นรูปสเ่ี หล่ียมผนื ผ้า พนื้ ทใี่ ชส้ อยชัน้
ล่างประกอบด้วยโถงบันไดกลาง อาคารดา้ นซา้ ยขวาของ
26
อาคารหมายเลข 11 (building no.11)
โรงภาพยนตรส์ กาลา
ชื่อปจั จุบัน (current name) ประเภทของอาคารเมื่อแรกสร้าง (original
typology)
โรงภาพยนตรส์ กาลา
โรงภาพยนตร์ (cinema) : REC (Recreation)
ชอ่ื ดง้ั เดิม (original name)
การปกป้องคมุ้ ครอง (state of protection)
โรงภาพยนตร์สกาลา
1. ดูแลรกั ษาโดยบรษิ ทั สยามมหรสพ จ�ำกดั
ที่ต้ัง (location) 2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
เลขท่ี 184 ซอยสยามสแควร์ 1 แขวงปทุมวัน สถาบนั และอาคารสาธารณะ ใหก้ บั โรงภาพยนตรส์ กาลาใน
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. 2555
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current ปที กี่ อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
typology) of construction )
โรงภาพยนตร์ (cinema) : REC (Recreation) พ.ศ. 2512
27
ผูอ้ อกแบบ (architectural designer) ลักษณะของอาคาร (building character)
พันเอกจิระ ศิลปะกนก
โรงภาพยนตร์สกาลา มีลักษณะทางสถาปัตยกรรม
ประวัติความเป็นมาของอาคาร (history of โรงภาพยนตรใ์ นรปู แบบสมยั ใหมช่ ว่ งหลงั (Late Modernist)
building) ผสมกบั การประดับลวดลายแบบอารต์ เดโค (Art Deco)
ด้านหนา้ อาคารยกพื้นข้นึ สงู เปิดเปน็ ทางเขา้ โดยใช้ลกั ษณะ
โรงภาพยนตรส์ กาลา ตัง้ อยทู่ ่สี ยามสแควร์ซ่ึงเป็นท่ดี ิน ของซมุ้ โคง้ ภายในชนั้ บนทเี่ ปน็ ทางเขา้ ชมภาพยนตรม์ ลี กั ษณะ
ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั โดยเรมิ่ ให้เอกชนเชา่ เพ่อื การ เป็นโครงสร้างทรงโค้งมีเสารองรับตามจุดต่างๆ เพดาน
พฒั นาพน้ื ทตี่ งั้ แตป่ ี พ.ศ. 2505 เปน็ ตน้ มา คณุ พสิ ฐิ ตนั สจั จา ระหว่างเสาประดับเป็นรูปคล้ายเฟืองขนาดใหญ่ ซึ่งกลาย
ซึ่งเปน็ ผู้เรมิ่ ธรุ กจิ เครือเอเพ็กซ์ ไดเ้ ริม่ สร้างโรงภาพยนตร์ เป็นลักษณะเฉพาะของโรงภาพยนตร์น้ี
ในบรเิ วณนั้น โดยมโี รงภาพยนตร์สยาม โรงภาพยนตร์ลโิ ด
และโรงภาพยนตรส์ กาลา ซงึ่ กอ่ สรา้ งต่อเนอ่ื งกนั เป็นลำ� ดับ
โดยบริษัท เซาท์ อีสเอเซีย ก่อสร้าง จ�ำกัด รบั ผดิ ชอบการ
กอ่ สรา้ งโรงภาพยนตรส์ กาลานนั้ สรา้ งเสรจ็ และเปดิ ใหบ้ รกิ าร
กับผ้ชู มเป็นครั้งแรกเมือ่ วันท่ี 31 ธันวาคม 2512 ดว้ ย
ภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง สองสงิ ห์ตะลยุ ศกึ นำ� แสดงโดย
จอหน์ เวนย์ กับ รอ็ ค ฮัดสนั ต่อมายา่ นสยามสแควร์ได้รบั
การพัฒนาเป็นแหล่งการค้าท่ีได้รับความนิยมอย่างมากโดย
เฉพาะสำ� หรบั วยั รุ่น โรงภาพยนตร์ในเครือเอเพก็ ซ์กเ็ ปน็
ตวั แทนของความบันเทิงในย่านน้ี กอ่ นทสี่ ื่ออย่างวดิ ีโอจะ
เข้ามาในเมอื งไทย แมว้ ่าต่อมาจะมกี ารสรา้ งโรงภาพยนตร์
แบบตา่ งๆ ทมี่ คี วามทนั สมยั แตโ่ รงภาพยนตรส์ กาลากย็ งั คง
รักษากลมุ่ ลกู ค้าผู้ชมได้ไมน่ ้อย นอกจากโรงภาพยนตร์ทีอ่ ยู่
ชัน้ บนของตัวอาคาร เครอื เอเพ็กซ์ก็ริเรม่ิ การใชพ้ ้นื ท่ีชนั้ ลา่ ง
ให้เป็นร้านค้าและร้านอาหารขนาดเล็กท่ีตอบรับผู้ชมท่ีรอ
รอบภาพยนตร์
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
changes after completion)
ตลอดระยะเวลาท่ผี า่ นมา โรงภาพยนตรส์ กาลาได้รบั
การดูแลรกั ษาเปน็ อย่างดีจากผู้ครอบครอง รวมทั้งไมม่ ีการ
ต่อเติมหรือเปล่ียนแปลงอาคารไปจากเดิม
28
อาคารหมายเลข 12 (building no.12)
อาคารสถานีรถไฟเชยี งใหม่
ช่อื ปัจจุบนั (current name) ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology)
อาคารสถานรี ถไฟเชียงใหม่ อาคารสถานรี ถไฟ (railway station building) : TRC
ชื่อดงั้ เดมิ (original name) (Transport Communications)
อาคารสถานีรถไฟเชยี งใหม่ ประเภทของอาคารเมื่อแรกสรา้ ง (original
typology)
ที่ตงั้ (location) อาคารสถานรี ถไฟ (railway station building) : TRC
ถนนเจริญเมือง ต�ำบลวัดเกต อ�ำเภอเมือง จังหวัด (Transport Communications)
เชยี งใหม่
29
การปกปอ้ งคมุ้ ครอง (state of protection) เปลี่ยนพ้ืนท่ีใช้สอยอาคารสถานีเชียงใหม่ โดยปรับผังพื้น
1. ดูแลรกั ษาโดยการรถไฟแหง่ ประเทศไทย อาคารให้ต่างไปจากแบบท่ีหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ
ท�ำการออกแบบไว้เล็กน้อยและได้เพิ่มอาคารที่ใช้เป็นพื้นท่ี
2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ ส�ำหรับร้านอาหารและห้องน�้ำภายในบริเวณอาคารสถานี
มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร โดยอาคารที่ท�ำการก่อสร้างเพ่ิมเติมก็ได้รับการออกแบบ
สถาบนั และอาคารสาธารณะ ใหก้ บั อาคารสถานรี ถไฟเชยี งใหม่ ให้มีรูปแบบท่สี อดคลอ้ งและกลมกลืนกับอาคารเดิม
ในปี พ.ศ. 2549
ลกั ษณะของอาคาร (building character)
ปที ก่ี ่อสร้างแลว้ เสรจ็ (year of competition อาคารสถานรี ถไฟเชยี งใหมม่ ผี งั พนื้ อาคารเปน็ รปู สเี่ หลย่ี ม
of construction )
ผนื ผา้ แบง่ พืน้ ท่อี อกเป็น 3 สว่ น คอื สว่ นด้านทิศ
พ.ศ. 2490 – 2491 ตะวันตกเป็นอาคาร 2 ชั้น ผังรปู สเ่ี หล่ียมผนื ผา้ ประกอบ
ดว้ ยหอ้ งจำ� หนา่ ยตว๋ั หอ้ งทำ� งานของนายสถานแี ละพนกั งาน
ผอู้ อกแบบ (architectural designer) การรถไฟ ส่วนด้านทิศตะวันออกประกอบด้วยส่วนทำ� งาน
เจ้าหน้าท่ี ห้องรับรอง ห้องน้�ำ ห้องฝากสัมภาระและ
หมอ่ มเจ้าโวฒยากร วรวรรณ หอนาฬกิ า ซ่ึงเป็นจุดเด่นและเป็นเอกลกั ษณท์ ่สี �ำคญั ของ
สถานีรถไฟแห่งน้ี และส่วนกลางอาคารเป็นโถงพักคอย
ประวตั ิความเป็นมาของอาคาร (history of ซง่ึ เชอ่ื มตอ่ สว่ นตะวนั ตก สว่ นตะวนั ออก และชานชาลาเขา้ ไว้
building) ด้วยกัน รูปแบบสถาปัตยกรรมอาคารสถานรี ถไฟเชยี งใหม่
ในระหว่างสงครามโลกครัง้ ที่ 2 อาคารสถานีรถไฟ เป็นอาคารก่ออฐิ ฉาบปนู แบบไทยภาคกลางประยกุ ต์ เชน่
การใช้ตัวเหงาปั้นลมที่หลังคา ใช้หลังคาจตุรมุขซ้อนช้ัน
เชียงใหมห่ ลังเดิมไดถ้ ูกเครอ่ื งบนิ บี 24 ทิง้ ระเบดิ พนิ าศสิ้น บริเวณหอนาฬิกา รวมไปถึงการประดับตกแต่งส่วนราย
เมอื่ วนั ที่ 21 ธันวาคม 2486 หลงั จากน้ัน กรมรถไฟหลวง ละเอียดบรเิ วณเสา บวั หวั เสา เป็นต้น ผสมกบั รูปแบบ
ได้ด�ำเนินการออกแบบและจัดสร้างอาคารสถานีรถไฟ สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกในการออกแบบผังอาคารตาม
เชียงใหม่หลังปัจจุบันข้ึน อาคารได้รับการออกแบบโดย ประโยชน์ใช้สอย และการใช้ผนังชั้นบนของอาคารด้าน
หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ ในปี พ.ศ. 2489 ซง่ึ ปรากฏ ทศิ ตะวนั ตกรปู แบบฮาฟ ทิมเบอร์ (Half timber)
ข้อความในแบบพิมพ์เขียวอาคารสถานีรถไฟเชียงใหม่ว่า
ลอกจากแบบเดิม 12 ม.ค. 89 ช�ำรุด อาคารสถานรี ถไฟ การประเมนิ (evaluation)
เชยี งใหมห่ ลงั นเ้ี ปิดใชง้ านในปี พ.ศ. 2491
อาคารสถานีรถไฟเชียงใหม่เป็นอาคารสถานีรถไฟ
การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก ขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบด้วยศิลปสถาปัตยกรรม
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important ผสมผสานระหวา่ งไทยและตะวนั ตกทมี่ เี อกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั
changes after completion)
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการต่อเติมและปรับ
30
อาคารหมายเลข 13 (building no.13)
อาคารท่ีท�ำ การพสั ดุ การรถไฟแห่งประเทศไทย
ชื่อปัจจบุ นั (current name) ประเภทของอาคารเม่ือแรกสร้าง (original
typology)
อาคารทท่ี ำ� การพสั ดุ การรถไฟแหง่ ประเทศไทย อาคารทท่ี ำ� การพสั ดุ (warehouse) : TRC (Transport
ชอ่ื ดัง้ เดมิ (original name) Communications)
อาคารท่ที ำ� การพัสดุ การรถไฟแหง่ ประเทศไทย การปกป้องคุ้มครอง (state of protection)
ท่ีต้ัง (location) 1. ดูแลรักษาโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย
2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
เลขท่ี 1 การรถไฟแหง่ ประเทศไทย แขวงรองเมอื ง มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
เขตปทุมวัน กรงุ เทพมหานคร สถาบันและอาคารสาธารณะ ให้กับอาคารที่ท�ำการพัสดุ
ในปี พ.ศ. 2549
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology) ปีทก่ี ่อสร้างแล้วเสรจ็ (year of competition
อาคารสำ� นกั งาน (office building) : TRC (Transport of construction )
พ.ศ. 2471 – 2474
Communications)
31
ผอู้ อกแบบ (architectural designer) รางแรกมาจอ่ อยหู่ นา้ อาคารทศิ ตะวนั ตก จดุ ตดั ของรางรถไฟ
หลวงสขุ วัฒนส์ ุนทร ทง้ั 2 เสน้ ทำ� เปน็ แปน้ กลมหมนุ ไดส้ ำ� หรบั ปรบั รางใหเ้ ปลยี่ น
แกนได้ ปัจจบุ นั ลานคอนกรตี เปน็ ทจี่ อดรถ
ประวตั คิ วามเป็นมาของอาคาร (history of
building) ลกั ษณะของอาคาร (building character)
แต่เดิมน้ัน อาคารคลังพัสดุของกรมรถไฟหลวงมีอยู่
อาคารท่ีท�ำการพัสดุมีผังพื้นอาคารเป็นรูปตัวยู (U)
กระจัดกระจายและไม่อยเู่ ปน็ ศูนยเ์ ดียวกนั ดงั น้นั จงึ มีดำ� ริ รูปแบบทางสถาปัตยกรรมเป็นแบบสมัยใหม่ โครงสร้าง
ทจ่ี ะกอ่ สรา้ งอาคารพสั ดกุ ลางทยี่ ศเสขนึ้ การกอ่ สรา้ งเรมิ่ ตน้ อาคารเป็นระบบเสาและคานคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคา
ในปี พ.ศ. 2471 งานตอกเสาเข็มและงานรากฐานแลว้ เสรจ็ อาคารทิศตะวันตกเป็นหลังคาทรงปั้นหยา เหนือหลังคา
ในปี พ.ศ. 2472 หลังจากน้นั จึงเรม่ิ งานโครงสร้างประธาน ปน้ั หยามหี ลงั คาจวั่ อกี ชนั้ หนง่ึ เพอื่ ระบายอากาศ สว่ นหลงั คา
ของอาคารพสั ดุกลาง อาคารพัสดุกลางหลังน้กี ่อสรา้ งเสรจ็ อาคารทิศเหนือและอาคารทิศใต้เป็นหลังคาคอนกรีตแบน
และเปดิ ท�ำการในวันที่ 16 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2474 หลัง ผสมกับหลังคาปั้นหยา เหนือหลังคาปั้นหยามีหลังคาจั่ว
จากน้ันมีการร้ือถอนอาคารคลังพัสดุต่างๆ ได้แก่ อาคาร อีกช้ันหน่ึงเพื่อระบายอากาศเช่นกัน จุดเด่นของอาคารอยู่
พสั ดกุ ลางหลงั เดมิ คลงั ไปรษณยี โ์ ทรเลข คลงั พสั ดสุ งิ่ ของคนื ท่ีผนังภายนอกทั้งหมดก่ออิฐเปิดผิว ยกเว้นช้ัน 2 และ 3
คลังพัสดุยศเสเดิม คลังพัสดุเครื่องมือส�ำรวจ คลังพัสดุ ของอาคารทิศตะวันตกเป็นผนังโครงและฝาไม้ มีระเบียง
กองโรงแรม และคลังพสั ดุโทรเลข จากนนั้ กม็ ีการโยกย้าย ทางเดินยาวไปตลอดแนวอาคารท้ังด้านหน้าและด้านหลัง
เปล่ียนแปลงกองและสำ� นักงานตา่ งๆ ในอาคารพัสดกุ ลาง ของอาคาร พ้ืนอาคารทศิ ตะวนั ตกเป็นพ้นื ไม้เทคอนกรีตทับ
หลงั ใหม่ ในชว่ งสงครามโลกครั้งท่ี 2 อาคารหลงั นเี้ คยใช้ หน้าวางบนตงเหล็ก ชอ่ งประตูหน้าต่างเป็นกรอบสเ่ี หลี่ยม
เปน็ ทท่ี ำ� การกรมรถไฟหลงั จากทอ่ี าคารกรมรถไฟโดนระเบดิ เรยี บงา่ ย มที งั้ ขนาดปกตแิ ละขนาดใหญแ่ ลว้ แตพ่ น้ื ทใี่ ชส้ อย
ทำ� ลาย ปจั จบุ นั อาคารท่ีทำ� การพสั ดใุ ชเ้ ปน็ ทีท่ ำ� งานของ
หนว่ ยงานตา่ งๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย การประเมิน (evaluation)
การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก อาคารท่ีท�ำการพัสดุเป็นตัวอย่างอาคารอีกหลังหนึ่ง
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important ทสี่ รา้ งเพอื่ สนองจดุ ประสงคใ์ นทางใชง้ าน แตว่ ธิ กี ารออกแบบ
changes after completion) และการเลอื กใชร้ ะบบโครงสรา้ งและวสั ดกุ อ่ สรา้ ง ทำ� ใหอ้ าคาร
ในปี พ.ศ. 2494 ไดม้ กี ารต่อเติมปกี อาคารท้งั สอง หลงั นเ้ี ปน็ อาคารแบบโมเดริ น์ ยคุ บกุ เบกิ ของสยามทนี่ า่ สนใจ
อย่างยิง่
(อาคารทิศเหนือและอาคารทิศใต้) ให้เป็นตึก 3 ช้ัน
เหมือนอาคารด้านหน้า (อาคารทิศตะวันตก) ในช่วงน้ัน
ระหวา่ งอาคารทง้ั สาม เป็นลานคอนกรีตขนาดใหญส่ ำ� หรบั
ขนถา่ ยสนิ ค้าทจ่ี ะเข้ามาเกบ็ ในคลงั สร้างเปน็ รางรถไฟจาก
ทิศเหนือว่ิงตัดทะลุเข้ามาในตัวตึกส่วนท่ีเป็นคลังพัสดุท้ัง
2 ปกี เส้นหน่งึ อกี เสน้ หน่ึงวง่ิ จากทศิ ตะวนั ออกตดั ฉากกับ
32
อาคารหมายเลข 14 (building no.14)
วังวารชิ เวสม์
ชอ่ื ปจั จบุ นั (current name) ประเภทของอาคารเมอ่ื แรกสรา้ ง (original
typology)
วงั วาริชเวสม์ วัง (palace) : RES (Residential)
ชื่อดง้ั เดิม (original name) การปกปอ้ งค้มุ ครอง (state of protection)
วงั วารชิ เวสม์ 1. ดแู ลรกั ษาโดยสำ� นกั งานทรพั ยส์ นิ สว่ นพระมหากษตั รยิ ์
ทตี่ ง้ั (location) เช่าโดย บริษัท แมชช่งิ สตดู ิโอ จ�ำกดั (มหาชน)
เลขที่ 305 ซอยสโุ ขทยั 6 ถนนสโุ ขทยั เขตดสุ ิต 2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
มอบรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภท
กรงุ เทพมหานคร เคหะสถานและบา้ นเรอื นเอกชน ให้กับวังวาริชเวสม์ ในปี
พ.ศ. 2551
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology)
อาคารส�ำนักงาน (office) : COM (Commercial)
33
ปที ก่ี อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition รกั ษาเปน็ อยา่ งดีจากผูค้ รอบครอง รวมทง้ั ไมม่ กี ารตอ่ เติม
of construction ) หรอื เปลย่ี นแปลงอาคารไปจากเดมิ
พ.ศ. 2476
ลักษณะของอาคาร (building character)
ผอู้ อกแบบ (architectural designer)
พระสาโรชรัตนนิมมานก์ ตำ� หนกั ของวงั วารชิ เวสมม์ ี 2 ชนั้ รปู แบบสถาปตั ยกรรม
ผสมระหวา่ งสถาปตั ยกรรมสมยั ใหมแ่ บบอารต์ นโู ว (Art
ประวัตคิ วามเป็นมาของอาคาร (history of Nouveau) กับแบบโคโลเนียล หลังคาปั้นหยาผสมจ่ัว
building) ช้นั ล่างด้านหนา้ เว้นช่องเสาตอนบนทำ� เปน็ วงโคง้ เปิดโล่ง
วังวาริชเวสม์เป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
การประเมนิ (evaluation)
พระองค์เจ้าหญิงประภาพรรณพิไลย (ประสูติเมื่อวันท่ี 13
สิงหาคม พ.ศ. 2428) กับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์ วงั วารชิ เวสมเ์ ปน็ อาคารหลงั แรก ๆ ในชว่ งของการเปลยี่ น
เจ้าหญิงวาปีบุษบากร (ประสูติเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ยุคทางสถาปตั ยกรรมจากตอนปลายสมัยรชั กาลที่ 7 ซงึ่ ยัง
พ.ศ. 2434) พระขนษิ ฐา ซง่ึ ทั้งสองพระองค์เป็นพระธดิ า มีความคดิ ทต่ี ิดกับรูปแบบเดิม อิงกบั อิทธพิ ลสถาปัตยกรรม
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเจ้าจอม ตะวนั ตกแบบโบราณมาสยู่ คุ ตน้ รชั กาลที่ 8 ทมี่ คี วามทนั สมยั
มารดาพร้อม พระต�ำหนักนี้สร้างข้ึนในปี พ.ศ. 2476 และเปน็ สากลมากยิ่งขึน้ การกอ่ สร้างจงึ เน้นความประหยัด
พระสาโรชรตั นนิมมานก์ (สาโรช สขุ ยางค)์ เปน็ สถาปนกิ และเรยี บงา่ ย เนอื่ งจากบา้ นเมอื งขณะนนั้ อยใู่ นสภาวะเศรษฐกจิ
ผอู้ อกแบบและควบคมุ การกอ่ สรา้ งบนทด่ี นิ มรดกของเจา้ จอม ตกตำ่� วัสดกุ อ่ สรา้ งเปลย่ี นจากวัสดธุ รรมชาติมาเปน็ วัสดุท่ี
มารดาพรอ้ ม แตพ่ ระองคเ์ จา้ หญงิ ประภาพรรณพไิ ลยไมโ่ ปรด คงทนถาวรโดยน�ำคอนกรีตเสริมเหล็กมาใช้แทนไม้หรือปูน
ทนี่ ่ี จงึ เสดจ็ ยา้ ยไปประทบั ทว่ี งั รมิ ถนนวทิ ยุ พระองคเ์ จา้ หญงิ ทงั้ ในสว่ นทเี่ ปน็ โครงสรา้ งและองคป์ ระกอบตกแตง่ ใชล้ วดลาย
วาปีบุษบากรจึงประทับท่ีวังวาริชเวสม์น้ีเพียงพระองค์เดียว เรขาคณิตแทนลวดลายฉลแุ บบเดมิ (บา้ นขนมปังขิง) นอก
จนสนิ้ พระชนม์ในวนั ที่ 15 ธนั วาคม พ.ศ.2525 ช่อื ตำ� หนัก จากนยี้ งั เปน็ ยคุ เปลย่ี นสถาปนกิ จากทเ่ี คยเปน็ เจา้ นายขนุ นาง
ไดร้ ับการตงั้ ชื่อจากสมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ วดั เทพศริ ิน หรอื ชาวตา่ งชาตมิ าเปน็ สามญั ชน สะทอ้ นใหเ้ หน็ ววิ ฒั นาการ
ทราวาส วา่ “วารชิ เวสม”์ ค�ำวา่ วารชิ หมายถงึ นำ้� หรอื เชงิ รปู แบบและโครงสรา้ งทางสถาปตั ยกรรมในประเทศไทย
ดอกบวั และเวสม์ หมายถงึ ทอี่ ยรู่ วมกัน ดงั นนั้ วาริชเวสม์
หมายถึง ที่อยขู่ องผู้เกดิ จากน�ำ้ ซึง่ สอดคล้องกบั ค�ำวา่ วาปี
ทีห่ มายถึงบงึ น้�ำ
การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
changes after completion)
ตลอดระยะเวลาท่ผี ่านมา วังวาริชเวสมไ์ ด้รบั การดูแล
34
อาคารหมายเลข 15 (building no.15)
อาคารประสานมิตร มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ
ช่ือปจั จบุ นั (current name) ประเภทของอาคารเมื่อแรกสร้าง (original
typology)
อาคารประสานมติ ร มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ
อาคารเรียนของมหาวิทยาลัย (university) : EDC
ชอ่ื ดั้งเดิม (original name) (Education)
อาคาร 3 มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒประสานมติ ร การปกป้องคมุ้ ครอง (state of protection)
ทตี่ ั้ง (location) 1. ดูแลรักษาโดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ประสานมติ ร
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร เลขที่ 114 2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
กรุงเทพมหานคร สถาบันและอาคารสาธารณะ ให้กับอาคารประสานมิตร
ในปี พ.ศ. 2550
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology) ปที กี่ อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
of construction )
หอจดหมายเหตุ สำ� นักงาน สถาบนั วัฒนธรรมและ พ.ศ. 2493
ศิลปะของมหาวิทยาลัย (university) : EDC (Education)
35
ผอู้ อกแบบ (architectural designer) 2548 – 2549 บรู ณะปรบั ปรงุ อาคารเพอ่ื เปน็ อาคารอนรุ กั ษ์
นายเพีย้ น สมบตั เิ ปย่ี ม และเรียกชื่อว่า “อาคารประสานมิตร” อาคารยังเป็นท่ีต้ัง
ของสถาบนั วฒั นธรรมและศิลปะ และเป็นท่ปี ฏิบัติงานของ
ประวัตคิ วามเป็นมาของอาคาร (history of อธิการบดี รองอธกิ ารบดี ประธานยุทธศาสตร์ และงาน
building) สวสั ดิการ ดว้ ยการอนุรักษ์ท่ดี ีและการใชส้ อยท่ีเหมาะสม
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒพัฒนามาจากโรงเรียน อาคารประสานมิตรจึงด�ำรงอยู่อย่างภาคภูมิ เป็นหน่ึงใน
ตวั แทนของสถาปตั ยกรรมสมยั ใหมใ่ นประเทศไทย และเปน็
ฝกึ หดั ครชู ้นั สูงซงึ่ สถาปนาในปี พ.ศ. 2492 แลว้ ได้ยกระดบั เอกลักษณ์ที่ส�ำคัญย่ิงของประชาคมชาวมหาวิทยาลัย
เปน็ วทิ ยาลยั วชิ าการศกึ ษาใน พ.ศ. 2497 จนถงึ ปี พ.ศ. 2517 ศรนี ครินทรวิโรฒตลอดมา
ไดพ้ ฒั นาขน้ึ เปน็ มหาวทิ ยาลยั ดงั ในปจั จบุ นั อาคารประสานมติ ร
หรอื อาคาร 3 มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒประสานมติ ร ลกั ษณะของอาคาร (building character)
กอ่ สรา้ งขนึ้ โดยไดร้ บั การอนมุ ตั จิ ากศาสตราจารยห์ มอ่ มหลวง อาคารประสานมิตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
ปิ่น มาลากุล ซ่งึ ในขณะน้นั ดำ� รงตำ� แหน่งปลดั กระทรวง
ศึกษาธกิ าร ทำ� พิธกี อ่ รากอาคารในวันศกุ รท์ ่ี 18 สิงหาคม ตอนกลางเปน็ 3 ชนั้ ปกี สองขา้ ง 2 ชนั้ มคี วามยาว 96 เมตร
พ.ศ. 2493 โดยพระยาศราภัยพพิ ัฒน์ (เลอ่ื น ศราภยั วานชิ ) ตอนกลางอาคารกว้าง 19 เมตร ปีกสองขา้ งกว้าง 10 เมตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี พ้นื ที่ทั้งหมด 1,233 ตารางเมตร หลงั คาป้นั หยา ช่วงกลาง
ใชง้ บประมาณเปน็ จำ� นวนเงิน 1,386,000 บาท ด�ำเนินการ เปิดจ่ัว หลังคากระเบ้ืองลอนคู่ รูปแบบสถาปัตยกรรม
ก่อสร้างโดยบริษัทสมสมัยเฟอร์นิเจอร์ และเปิดใช้อาคาร แบบสมัยใหม่ ดูเรียบง่ายและสง่างาม มีการตกแต่งด้วย
เมื่อปี พ.ศ. 2495 เป็นอาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียน ลกู กรงซเี มนตห์ ล่อเปน็ ลายเรขาคณิต พืน้ ทางเดินภายใน
ฝึกหัดครูชน้ั สงู เป็นห้องทำ� งานของคณะผเู้ ชยี่ วชาญจาก ปกู ระเบ้ืองหินขัด ส่วนพื้นหอ้ งเป็นพ้นื ไม้
มหาวทิ ยาลยั อินเดียนา สหรัฐอเมริกา ท่มี ีโครงการความ
รว่ มมือดว้ ย และเปน็ สำ� นักงานบรหิ ารของศาสตราจารย์ การประเมนิ (evaluation)
ดร. สาโรช บัวศรี ผอู้ �ำนวยการโรงเรยี นฝึกหัดครชู ้นั สูงและ
อธกิ ารวิทยาลัยวชิ าการศกึ ษาใน พ.ศ. 2496 ตามลำ� ดับ อาคารประสานมิตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
เปน็ อาคารเรียนหลงั แรกของโรงเรยี นฝกึ หัดครูชนั้ สูง
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
changes after completion)
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ไดม้ กี ารปรบั ปรงุ อาคาร
ประสานมิตร 4 ครัง้ คร้ังแรกคือในปี พ.ศ. 2526 – 2530
เปน็ การซอ่ มแซมท่ัวไป คร้ังที่ 2 ในปี พ.ศ. 2541 ปรับปรงุ
ห้อง 314 เป็นห้องนิทรรศการช่ัวคราว คร้ังท่ี 3 ในปี
พ.ศ. 2541 ปรับปรุงอาคารเพื่อจดั ตงั้ เป็นหอจดหมายเหตุ
มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ และคร้งั ที่ 4 ในปี พ.ศ.
36
อาคารหมายเลข 16 (building no.16)
อาคารโรงรถจักรแกง่ คอย
ช่ือปจั จุบัน (current name) การปกปอ้ งคุ้มครอง (state of protection)
1. ดแู ลรักษาโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย
อาคารโรงรถจกั รแก่งคอย
2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
ชื่อด้ังเดมิ (original name) มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
สถาบนั และอาคารสาธารณะ ใหก้ บั อาคารโรงรถจกั รแกง่ คอย
อาคารโรงรถจักรแกง่ คอย ในปี พ.ศ. 2556
ทต่ี ัง้ (location) ปที ก่ี อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
ยา่ นสถานรี ถไฟแกง่ คอย ตำ� บลแกง่ คอย อำ� เภอแกง่ คอย of construction )
พ.ศ. 2485 – 2486
จงั หวดั สระบรุ ี
ผู้ออกแบบ (architectural designer)
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology) นายป่นิ (ไมท่ ราบนามสกลุ )
อาคารโรงรถจกั ร (locomotive depot) : TRC ประวัตคิ วามเป็นมาของอาคาร (history of
(Transport Communications) building)
อาคารโรงรถจักรแก่งคอยถูกสร้างข้ึนเพื่อทดแทน
ประเภทของอาคารเมอ่ื แรกสรา้ ง (original
typology) อาคารโรงรถจักรเดิมท่ีมีขนาดเล็กและไม่สามารถรองรับ
อาคารโรงรถจกั ร (locomotive depot) : TRC การซอ่ มบำ� รุงรถจกั รไอนำ�้ ทม่ี จี ำ� นวนมากขึ้น นอกจากเปน็
(Transport Communications)
37
สถานท่ีส�ำหรับซ่อมบ�ำรุงรถจักรไอน้�ำแล้วอาคารโรงรถจักร โรงรถจกั รแบง่ ออกเปน็ 3 สว่ น คอื สว่ นโถงกลาง สว่ นสำ� นกั งาน
แกง่ คอยยังเป็นสถานท่เี กบ็ เคร่ืองจกั รและอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ที่ และส่วนห้องมือกล ส�ำหรับโถงกลางกว้าง 38.25 เมตร
ขนยา้ ยมาจากโรงงานมกั กะสนั ในระหวา่ งสงครามโลกครง้ั ที่ 2 ยาว 55 เมตร ดา้ นสกดั เปน็ โครงสรา้ งเสาคานไมต้ อ่ เนอื่ งกนั
อีกด้วย ถือเป็นโรงรถจักรที่ใหญ่ที่สุดในพ้ืนที่นอกเขต 7 ชว่ ง หลังคาของแตล่ ะชว่ งเปน็ ทรงเพงิ มีกระจกปดิ ตาย
กรุงเทพมหานคร หลังจากทีอ่ าคารโรงรถจักรแก่งคอยถกู ยาวตลอดแนวอาคารทางด้านตะวันตกเฉยี งเหนอื เพอ่ื ใหม้ ี
เปดิ ใชไ้ ด้ไมก่ ีเ่ ดือน ฝา่ ยสัมพันธมิตรไดพ้ ยายามท้งิ ระเบดิ ท่ี แสงสวา่ งเพยี งพอตอ่ การทำ� งานภายในอาคาร ระหวา่ งแตล่ ะ
ยา่ นสถานรี ถไฟแกง่ คอยและโรงรถจกั รแหง่ ใหมน่ ้ี เนอ่ื งจาก ชว่ งเสามกี ารวางรางไปตามความยาวอาคารจำ� นวน 7 แนวราง
เป็นที่ต้ังของกองทหารญี่ปุ่นและเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เห็น บริเวณใต้รางแต่ละรางขุดลึกลงไปเป็นคูคอนกรีตส�ำหรับ
ไดช้ ดั เจน แตก่ ลบั พลาดเปา้ หมายทำ� ใหล้ กู ระเบดิ ตกใสต่ ลาด ชา่ งซ่อมใตท้ อ้ งรถได้ และมบี อ่ ถ่ายล้อเชื่อมตอ่ ระหว่างราง
แกง่ คอยและบา้ นเรอื นราษฎรทำ� ใหม้ ผี เู้ สยี ชวี ติ เปน็ จำ� นวนมาก ที่ 2 และรางท่ี 3 นอกจากนีบ้ รเิ วณมมุ โถงกลางด้านทิศ
นอกจากน้ีสะเก็ดระเบิดยังท�ำให้หลังคาบางส่วนของโรง ตะวันออกเฉียงเหนือมีห้องน�้ำที่สร้างขึ้นมาภายหลังเพื่อ
รถจักรเสยี หาย และยังมีเศษสะเกด็ ระเบิดท่ียังคงฝังอยู่ใน ทดแทนห้องน�้ำเดิมท่ีอยู่ภายในส่วนส�ำนักงานซ่ึงได้เปลี่ยน
เนอ้ื ไมข้ องเสาตน้ หนงึ่ ในโรงรถจกั รโดยไมม่ กี ารดดั แปลงหรอื เปน็ ห้องทำ� งานหนว่ ยซอ่ มรถจักรและรถพว่ ง ส่วนต่อมาคือ
ปรบั ปรงุ ใหมแ่ ตอ่ ยา่ งใด หลงั จากนน้ั โรงรถจกั รไดเ้ ปน็ สถานท่ี ส่วนส�ำนักงานซึ่งวางขนานไปกับโถงกลางทางด้านทิศ
ซอ่ มบำ� รงุ รถจักรไอน�้ำเรอ่ื ยมาจนถึงปี พ.ศ. 2512 ทีม่ ีการ ตะวนั ตกเฉียงเหนือ กว้าง 4.50 เมตร ยาว 48.50 เมตร
ซอ่ มรถจกั รไอนำ้� ครงั้ สดุ ทา้ ย กอ่ นทจี่ ะเปลย่ี นมาเปน็ สถานท่ี ประกอบด้วยหอ้ งทที่ �ำการสารวตั รเวรกลางคืน หอ้ งท�ำงาน
ซอ่ มบำ� รงุ รถจกั รดเี ซล ปจั จบุ นั โรงรถจกั รแกง่ คอยเปน็ สถานที่ หนว่ ยซอ่ มรถจกั รและรถพ่วง หอ้ งเก็บพัสดุ ห้องทท่ี ำ� การ
ซอ่ มหวั รถจกั รทใี่ ชล้ ากจงู ขบวนสนิ คา้ ตา่ ง ๆ เชน่ นำ้� มนั แปง้ ด้านการจัดการพนกั งานรถจักร หอ้ งทำ� งานสารวตั รรถพ่วง
น้ำ� ตาล ขา้ ว และปูนซีเมนต์ เปน็ ต้น รวมทัง้ ซอ่ มบ�ำรงุ แกง่ คอย และห้องเจ้าหน้าทีธ่ รุ การ และสว่ นสดุ ทา้ ยเป็น
รถพว่ งต่างๆ ได้แก่ รถพ่วงบรรทกุ แก๊ส รถพว่ งบรรทุก ห้องเครื่องมือกลตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอาคาร
น�ำ้ มัน และรถพว่ งส�ำหรบั บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ กวา้ ง 4.50 เมตร ยาว 15 เมตร ผนังของสำ� หรับส่วน
ส�ำนักงาน ส่วนหอ้ งมอื กล และบางสว่ นของโถงกลาง เปน็
การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก ผนังไม้ตีเกล็ดตามนอนซึ่งต้ังอยู่บนผนังก่ออิฐฉาบปูนสูง
ก่อสร้างแล้วเสรจ็ (summary of important จากพ้นื 90 เซนตเิ มตร หลงั คาสว่ นส�ำนักงาน สว่ นหอ้ ง
changes after completion) มือกลเป็นหลงั คาทรงเพิงมงุ ดว้ ยกระเบ้อื งลอนคู่ ประตูและ
หนา้ ตา่ งของโรงรถจกั รเปน็ ไม้ ปจั จบุ นั มบี างสว่ นเปลย่ี นเปน็
ในปี พ.ศ. 2495 ได้มีการต่อเติมอาคารโรงรถจักร กระจกกรอบอลมู ิเนียมท่สี ่วนสำ� นกั งาน
แก่งคอยทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้เพ่ือใช้เป็นส่วนของ
โรงงาน ออกแบบโดยนายชลิต ศริ ภิ าคย์ ปจั จุบนั ใช้เป็นหอ้ ง การประเมนิ (evaluation)
เครอ่ื งมอื กล
อาคารโรงรถจกั รแกง่ คอยเปน็ สงิ่ กอ่ สรา้ งทม่ี เี อกลกั ษณ์
ลกั ษณะของอาคาร (building character) โดดเดน่ ไดร้ ับการออกแบบทีส่ อดคลอ้ งกับการใช้สอยและ
อาคารโรงรถจกั รแกง่ คอย เปน็ อาคารไมช้ น้ั เดยี ว ผงั พน้ื สภาพเศรษฐกิจในชว่ งสงครามโลกครง้ั ท่ี 2 และเป็นอาคาร
โรงรถจกั รแหง่ เดยี วของการรถไฟแหง่ ประเทศไทยทม่ี โี ครงสรา้ ง
อาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร เปน็ ไมแ้ ละยังคงใชง้ านอยู่
38
อาคารหมายเลข 17 (building no.17)
อาคารสมาคมนิสิตเก่าจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
ในพระบรมราชปู ถัมภ์
ชือ่ ปัจจุบัน (current name) ประเภทของอาคารเม่ือแรกสร้าง (original
typology)
อาคารสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใน
พระบรมราชปู ถัมภ์ อาคารสมาคมนสิ ติ เกา่ (university alumni building) :
REC (Recreation)
ชอื่ ดัง้ เดมิ (original name)
การปกป้องคุม้ ครอง (state of protection)
อาคารสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใน
พระบรมราชูปถมั ภ์ 1. ดแู ลรกั ษาโดยสมาคมนสิ ติ เกา่ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
ในพระบรมราชูปถัมภ ์
ท่ตี ้งั (location) 2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ สถาบันและอาคารสาธารณะ ให้กบั อาคารศิลปวัฒนธรรม
เขตปทมุ วัน กรงุ เทพมหานคร จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย ในปี พ.ศ. 2553
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current ปีที่กอ่ สร้างแล้วเสร็จ (year of competition
typology) of construction )
อาคารสมาคมนสิ ติ เกา่ (university alumni building) : พ.ศ. 2510
REC (Recreation)
39
ผู้ออกแบบ (architectural designer) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
นายเจน สกลธนารกั ษ์ changes after completion)
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อาคารสมาคมนิสิตเก่า
ประวัตคิ วามเปน็ มาของอาคาร (history of
building) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้รับการ
สมาคมนสิ ติ เกา่ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ดแู ลรกั ษาเปน็ อยา่ งดจี ากผคู้ รอบครอง รวมทง้ั ไมม่ กี ารตอ่ เตมิ
หรือเปลีย่ นแปลงอาคารไปจากเดมิ
(สนจ.) ก่อต้ังข้ึนเมื่อวันท่ี 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489
โดยคณะผกู้ อ่ ตง้ั สมาคมนสิ ติ เกา่ ผบู้ รหิ ารมหาวทิ ยาลยั และ ลักษณะของอาคาร (building character)
คณาจารย์ จ�ำนวน 1,350 คน ร่วมประชมุ เพือ่ ก่อตั้งสมาคม
โดยในคร้ังแรกนั้นใช้ช่ือว่า สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์ อาคารสมาคมนิสิตเก่ามีลักษณะทางสถาปัตยกรรม
มหาวิทยาลยั ตอ่ มาไดร้ ับพระมหากรณุ าธคิ ุณจากพระบาท สมัยใหมแ่ บบ Brutalist เปน็ ทรงสี่เหลี่ยม ผนังอาคารเป็น
สมเด็จพระเจ้าอยู่หวั อานนั ทมหดิ ล รัชกาลท่ี 8 ทรงรับ แบบปิดทบึ สือ่ ถึงความเป็นอิสระจากภายนอก แต่ยังคง
สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้ในพระบรม รับแสงสว่างและระบายอากาศโดยอาศัยการจัดวางระนาบ
ราชูปถมั ภ์ เมื่อวนั ท่ี 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 มีพระเจ้า ตืน้ ลึกของผนงั เพม่ิ ความนา่ สนใจของตัวอาคารด้วยการใช้
วรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ วรรณไวทยากรทรงเปน็ นายกสมาคม เทคโนโลยีการหล่อคอนกรีตให้เป็นผิวลอนลูกฟูกเพ่ือให้
พระองคแ์ รก มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ สง่ เสรมิ ความสามคั คี สงเคราะห์ เกิดแสงเงาบนพื้นผิวตัวอาคารและเพ่ิมความน่าสนใจ
ซง่ึ กนั และกนั สง่ เสรมิ การกฬี า การบนั เทงิ การศกึ ษาเผยแพร่ ภายในอาคารแบ่งเป็นห้องต่างๆ เพื่อจัดกิจกรรมของทาง
วทิ ยาการ สง่ เสรมิ เกียรติแหง่ สถานศึกษาและสมาชกิ ผู้ได้ สมาคม เช่น หอ้ งจัดเล้ียง หอพัก ห้องกฬี าในรม่ ห้องประชุม
ประกอบกจิ อันเปน็ ประโยชนม์ ชี อ่ื เสียง การด�ำเนินงานของ และหอ้ งสมุด เป็นต้น
สมาคมครงั้ แรกนนั้ ใชพ้ นื้ ทบ่ี รเิ วณรา้ นไชยณรงคเ์ ปน็ สำ� นกั งาน
หลังจากนั้น 2 ปีจึงย้ายมาใช้เรือนเก่าที่เคยเป็นบ้านพัก การประเมนิ (evaluation)
ผู้บัญชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ต�ำแหน่งน้ีเปล่ียน อาคารสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใน
เป็นอธิการบดีในเวลาต่อมา) ปัจจุบันเรือนเก่านี้ คือ
“เรอื นภะรตราชา” ซงึ่ เปน็ อาคารทไี่ ดร้ บั รางวลั อาคารอนรุ กั ษ์ พระบรมราชูปถัมภ์ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นด้วยรูป
ศลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ จากสมาคมสถาปนกิ สยาม ในพระบรม ลักษณ์ภายนอกและการจัดสรรพื้นท่ีใช้สอยภายในของตัว
ราชูปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2540 จนกระท่ังเม่ือจุฬาลงกรณ์ อาคารท่ีสะท้อนถึงรสนิยมและกิจกรรมของผู้มีการศึกษา
มหาวทิ ยาลยั มอี ายุครบ 50 ปี ทางสมาคมจงึ ได้รับอนมุ ัตใิ ห้ ซึ่งแตกต่างจากพื้นท่ีและสังคมแวดล้อมโดยรอบท่ีเป็นที่อยู่
จัดสร้างอาคารท่ีท�ำการถาวรของสมาคมข้ึนบนพื้นที่ขนาด อาศัยของชนช้ันแรงงานอยา่ งส้ินเชิง
ครึ่งไร่ ริมถนนพญาไท โดยนายเจน สกลธนารักษ์ เป็น
สถาปนิกออกแบบ
40
อาคารหมายเลข 18 (building no.18)
ศาลาเฉลมิ กรุง
ชอ่ื ปจั จุบัน (current name) ประเภทของอาคารเมื่อแรกสร้าง (original
typology)
ศาลาเฉลมิ กรงุ โรงภาพยนตร์ (cinema) : REC (Recreation)
ช่อื ด้ังเดิม (original name) การปกป้องคมุ้ ครอง (state of protection)
ศาลาเฉลมิ กรุง 1. ดูแลรกั ษาโดยบริษัท เฉลมิ กรุง มณที ศั น์ จำ� กัด
ท่ีตั้ง (location) 2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
เลขท่ี 66 ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
สถาบันและอาคารสาธารณะ ให้กับศาลาเฉลิมกรุง ในปี
เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร พ.ศ. 2537
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current ปที กี่ อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
typology) of construction )
โรงภาพยนตร์ (cinema) : REC (Recreation) พ.ศ. 2473 – 2476
41
ผอู้ อกแบบ (architectural designer) รักษาเปน็ อยา่ งดจี ากผ้คู รอบครอง รวมทัง้ ไมม่ ีการตอ่ เตมิ
หรอื เปลย่ี นแปลงอาคารไปจากเดมิ
หม่อมเจา้ สมยั เฉลมิ กฤดากร
ลักษณะของอาคาร (building character)
ประวัตคิ วามเป็นมาของอาคาร (history of ศาลาเฉลิมกรุงเป็นอาคารกล่องสี่เหล่ียมที่เรียบเกลี้ยง
building)
เมอ่ื รชั กาลท่ี 7 ทรงขนึ้ ครองราชสมบตั ใิ นปี พ.ศ. 2468 ความสูง 3 และ 4 ช้ัน โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
ผนังก่ออฐิ ฉาบปูน ตัวอาคารแบ่งเป็น 2 สว่ น คอื ส่วนทเ่ี ปน็
พระองคม์ ีพระราชด�ำรจิ ะจดั งานฉลองพระนครครบ 150 ปี โถงหน้า และส่วนโรงภาพยนตร์ จุดเด่นของอาคารอยู่ที่
ทจ่ี ะมขี นึ้ ในปี พ.ศ. 2475 และในการเฉลมิ ฉลองวาะระพเิ ศษ ทางเขา้ ด้านหนา้ ทีต่ ัดมุมฉากแลว้ แบง่ เปน็ 3 ช่อง ช่องกลาง
ดงั กลา่ ว พระองคไ์ ดม้ พี ระราชดำ� รจิ ดั สรา้ งถาวรวตั ถสุ ำ� คญั ขน้ึ กวา้ งประมาณ 2 เทา่ ของชอ่ งรมิ เสน้ รอบรปู ของทางเขา้
เพอ่ื เป็นที่ระลึก คอื ปฐมบรมราชานสุ าวรยี ร์ ัชกาลที่ 1 ใกลเ้ คยี งกบั รูปส่ีเหล่ยี มจตั รุ ัส การเจาะชอ่ งประตหู นา้ ตา่ ง
และสะพานพระพทุ ธยอดฟ้า ในขณะเดียวกันพระองค์ก็ได้ เป็นไปตามประโยชน์ใช้สอยและไม่ยึดติดกับระบบสมมาตร
พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างโรงมหรสพ จึงได้ช่องประตูหน้าต่างท่ีมีขนาดและรูปร่างท่ีแตกต่างกัน
ท่ีทันสมัยข้ึน ณ ย่านธุรกิจที่ส�ำคัญมากที่สุดในสมัยนั้น ไปตามหนา้ ทีข่ องห้องที่อยภู่ ายใน เหนอื ผนังทางเขา้ ทแ่ี บ่ง
(หวั มมุ ถนนเจรญิ กรงุ ตดั กบั ถนนตรเี พชร) โดยมงุ่ หวงั ใหเ้ ปน็ เปน็ 3 ชอ่ ง ประดบั ดว้ ยองคป์ ระกอบรปู วงกลมชอ่ งละ 1 วง
หนึ่งในอนุสรณ์สำ� คญั ในวาระฉลองพระนครครบ 150 ปี ลักษณะเป็นโลหะฉลุลายไทยประยุกต์แบบเรขาคณิตเป็น
ดว้ ยเชน่ กนั โดยมอบหมายให้ หมอ่ มเจา้ สมยั เฉลมิ กฤดากร รปู หัวลิง หัวยักษแ์ ละหัวฤาษี ตามแบบลายฉลหุ นงั ใหญ่
เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ และ อาจารย์นารถ โพธปิ ระสาท ภายในหอ้ งโถงหนา้ ของโรงภาพยนตรม์ บี รรยากาศเรยี บงา่ ย
เปน็ ผคู้ ำ� นวณโครงสรา้ ง พระองคพ์ ระราชทานนามโรงมหรสพ แบบโมเดิร์น ภายในโรงภาพยนตรม์ เี พดานสูง 15 เมตร
แหง่ น้ีวา่ “ศาลาเฉลิมกรุง” ซ่งึ ถอื ว่าเปน็ โรงภาพยนตร์ท่ี ท่ีนั่งผู้ชมวางลดหลั่นตามพื้นรูปข้ันบันได การตกแต่งค่อน
เปดิ ฉายภาพยนตรเ์ สยี งเปน็ แหง่ แรกในประเทศไทย ศาลา ข้างเรียบ ทเี่ ดน่ ชดั คือ แนวกลางของฝา้ เพดานท่ีเดินเส้น
เฉลิมกรุงถือเป็นโรงภาพยนตร์ท่ีทันสมัยท่ีสุดในเอเชีย เปน็ แถบยาวสลบั สตี ลอดความยาวของโรงภาพยนตร์ แสดง
ตะวนั ออกเฉยี งใตข้ ณะนนั้ สามารถรองรบั ผคู้ นไดเ้ ปน็ พนั คน ให้เหน็ อทิ ธพิ ลของศิลปะอาร์ค เดโค (Art Deco)
มกี ารออกแบบตกแตง่ ภายในอยา่ งวจิ ติ รงดงามดว้ ยศลิ ปะไทย
สอดผสานกับศิลปะตะวันตก มีระบบเสียงท่ีสมบูรณ์แบบ การประเมิน (evaluation)
มีระบบปดิ – เปิดม่านอตั โนมัติ ท่สี ำ� คญั คอื เป็นโรงมหรสพ
แห่งแรกของประเทศไทยท่ีมีการใช้ระบบปรับอากาศแบบ ศาลาเฉลิมกรุงเป็นโรงภาพยนตร์ที่เปิดฉายภาพยนตร์
ระบายความรอ้ นดว้ ยน�ำ้ (Chilled Water System) เสียงเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และเป็นหน่ึงในอนุสรณ์
สำ� คัญในวาระฉลองพระนครครบ 150 ปี
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
changes after completion)
ตลอดระยะเวลาทผี่ า่ นมา ศาลาเฉลมิ กรงุ ไดร้ บั การดแู ล
42
อาคารหมายเลข 19 (building no.19)
ร้านถวิล
ชื่อปจั จุบนั (current name) ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology)
ร้านถวลิ บา้ นพักอาศยั และรา้ นตัดเสอ้ื ผา้ (house) : RES
ชื่อด้ังเดิม (original name) (Residential) (tailor’s shop) : COM (Commercial)
ไมม่ ี ประเภทของอาคารเม่อื แรกสรา้ ง (original
typology)
ท่ีต้ัง (location) บ้านพกั อาศัย (house) : RES (Residential)
เลขที่ 35 – 39 ถนนชา้ งมอ่ ย ตำ� บลศรภี มู ิ อำ� เภอเมอื ง
จังหวัดเชยี งใหม่
43
การปกป้องคุ้มครอง (state of protection) ลักษณะของอาคาร (building character)
1. ดูแลรักษาโดยครอบครวั เทยี นนิมิต ร้านถวิลเปน็ อาคารคอนกรตี เสรมิ เหล็ก 3 คูหา 2 ชัน้
2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ ในยุคแรกๆ ของเชียงใหม่ สร้างในช่วงท่ีมีวัสดุก่อสร้าง
มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร สมัยใหม่เข้ามาอย่างแพร่หลายโดยการขนส่งโดยทางรถไฟ
พาณชิ ย์ ให้กับร้านถวิล ในปี พ.ศ. 2551 ดังนนั้ โครงสร้างอาคารสว่ นใหญ่ ได้แก่ พื้น เสาและคาน
จึงเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีการเจาะช่องระบายอากาศ
ปีทก่ี ่อสรา้ งแลว้ เสร็จ (year of competition ที่พ้ืนชั้นสองให้ทะลุกันระหว่างชั้นล่างและชั้นบน และมี
of construction ) การท�ำดาดฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกกรงเหล็กดัดบริเวณ
พ.ศ. 2492 ระเบยี งประดับด้วยครีบคอนกรตี เสริมเหล็ก และลวดลาย
ปูนเปลอื ยหล่อ
ผู้ออกแบบ (architectural designer)
การประเมิน (evaluation)
นางถวลิ และนายเซยี มจยุ้ แซเ่ ตยี และผรู้ บั เหมากอ่ สรา้ ง
ชาวญวน ร้านถวลิ เปน็ อาคารท่มี รี ปู แบบทางสถาปตั ยกรรมแบบ
โมเดริ น์ ซ่ึงถือวา่ มเี อกลักษณเ์ ฉพาะตัว แตกตา่ งจากอาคาร
ประวตั ิความเปน็ มาของอาคาร (history of หลงั อน่ื ๆ ของยา่ นชา้ งม่อยในชว่ งเวลานน้ั
building)
นางถวิลและนายเซียมจยุ้ แซเ่ ตยี ได้สร้างอาคารหลังน้ี
โดยวา่ จา้ งผรู้ บั เหมากอ่ สรา้ งชาวญวน โดยประสงคใ์ หอ้ าคาร
มีความพิเศษและแตกต่างจากอาคารพาณิชย์หลังอ่ืน
ในย่านช้างม่อย จึงเป็นผลให้อาคารมีลักษณะเฉพาะตัว
ตั้งแต่แรกอาคารหลังนี้ใช้เพ่ือพักอาศัยเพียงอย่างเดียว
ปจั จุบันชน้ั บนใช้เป็นท่พี ักอาศยั สว่ นช้นั ลา่ งเป็นรา้ นตัดเสอื้
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
changes after completion)
ในปี พ.ศ. 2515 ปรับปรงุ พ้นื ท่ีช้ันล่างเปน็ รา้ นขาย
เคร่อื งปัน้ ดนิ เผา ขายยาและของช�ำ ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2520
ไดเ้ ปลย่ี นเป็นรา้ นตดั เสื้อจนกระทัง่ ถงึ ปจั จบุ นั
44
อาคารหมายเลข 20 (building no.20)
โรงสี หบั โห้ หน้ิ
ชือ่ ปจั จุบัน (current name) ประเภทของอาคารเมอื่ แรกสร้าง (original
typology)
โรงสี หบั โห้ หิ้น โรงสขี า้ ว (rice mill) : COM (Commercial)
ช่อื ดงั้ เดิม (original name) การปกปอ้ งค้มุ ครอง (state of protection)
โรงสี หับ โห้ ห้ิน 1. ดูแลรกั ษาโดยทายาทตระกลู รัตนปราการ
ที่ตั้ง (location) 2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้
เลขท่ี 13 ถนนนครนอก ตำ� บลบอ่ ยาง อำ� เภอเมือง มอบรางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประเภทอาคาร
พาณชิ ย์ ใหก้ ับโรงสี หับ โห้ หนิ้ ในปี พ.ศ. 2554
จงั หวัดสงขลา
ปีท่ีก่อสรา้ งแลว้ เสร็จ (year of competition
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current of construction )
typology) พ.ศ. 2464
ทา่ เทียบเรือ (dock) : COM (Commercial)
45
ผู้ออกแบบ (architectural designer) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก
ก่อสร้างแล้วเสร็จ (summary of important
ไมป่ รากฏหลักฐาน changes after completion)
ตลอดระยะเวลาท่ีผ่านมามีการปรับปรุงเปล่ียนแปลง
ประวตั ิความเป็นมาของอาคาร (history of
building) พ้ืนท่ีภายในอาคารเพื่อใช้ในกิจการต่างๆ ของตระกูล
โรงสี หับ โห้ ห้ิน สรา้ งโดยขนุ ราชกจิ การีย์ (ซุ่นเลีย่ ง รตั นปราการ แตย่ งั คงรกั ษาสภาพอาคารภายนอกไวไ้ ดเ้ หมอื น
เมอื่ แรกสรา้ ง
เสาวพฤกษ์) เป็นโรงสีข้าวใช้เครื่องจักรไอน้�ำขนาดใหญ่
มปี ลอ่ งไฟสงู 34 เมตร สร้างตามมาตรฐานประเทศองั กฤษ ลักษณะของอาคาร (building character)
ช่อื “หับ โห้ หนิ้ ” เปน็ ภาษาฮกเกี้ยนหมายถงึ ความ โรงสี หับ โห้ ห้ิน ประกอบด้วยอาคาร 4 หลัง เช่ือม
สามคั คี ความกลมเกลียว ความเจริญรงุ่ เรือง โดยเริ่มดำ� เนนิ
กิจการในปี พ.ศ. 2470 มนี ายสุชาติ รตั นปราการ เป็น ตอ่ กนั ดา้ นหนา้ ของอาคารทงั้ หมดขนานไปกบั ถนนนครนอก
ผูจ้ ัดการ ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2484 กองทพั เรือญป่ี ุน่ ได้บุกยดึ มคี วามยาวรวมกนั 70 เมตร ดา้ นขา้ งของอาคารลกึ 25 เมตร
เมืองสงขลาและได้ใช้โรงสีเป็นคลังเก็บเวชภัณฑ์กองทัพ ดา้ นหลงั ตดิ ทะเลสาบสงขลา อาคารหลงั แรกเป็นอาคาร
ภาคพื้นบูรพาตลอดระยะสงครามโลกคร้ังท่ี 2 หลังจาก ชัน้ เดียว ถดั มาเป็นอาคารสูงสองชนั้ อาคารทงั้ 2 หลงั น้ี
สงคราม มกี ารปรบั ปรงุ พน้ื ทโ่ี รงสเี พอ่ื ใชเ้ ปน็ ทา่ เทยี บเรอื ดว่ น เคยใช้เป็นท่ีวางเครื่องจักรไอน้�ำซ่ึงน�ำเข้ามาจากประเทศ
รบั สง่ ผโู้ ดยสารระหวา่ งอำ� เภอระโนดและอำ� เภอเมอื งสงขลา อังกฤษ ถัดมาเปน็ อาคารสขี ้าวซึง่ เปน็ อาคารสงู โปร่งพรอ้ ม
เป็นท่ีทดลองผลิตน�้ำมะเน็ดออกจ�ำหน่าย น้�ำมะเน็ดเป็น กบั มีทางเขา้ ออก อาคารหลงั สดุ ท้ายเป็นอาคารชัน้ เดยี วซ่ึง
น้�ำอัดลมรุ่นโบราณรสเปร้ียวอมหวาน บรรจุในขวดแก้ว เคยใช้เป็นส�ำนักงานและที่จอดรถ โครงสร้างของอาคาร
คอคอด และไดป้ รับปรงุ อาคารด้านใต้เปน็ โรงผลิตน�้ำแขง็ ทงั้ หมดสรา้ งดว้ ยไมเ้ นอ้ื แขง็ ผนงั ภายนอกบดุ ว้ ยสงั กะสหี นา
ขนาดเล็ก ต่อมาได้เกิดกิจการโรงสีข้าวขนาดเล็กขึ้นมาก นำ� เขา้ จากประเทศอังกฤษ หลงั คาของอาคารหลังที่ 1 และ
ทำ� ใหป้ รมิ าณขา้ วเปลอื กทเี่ ขา้ มาปอ้ นโรงสลี ดนอ้ ยลงจนตอ้ ง หลังที่ 4 เป็นหลงั คาจว่ั หลังคาของอาคารหลังที่ 2 เป็น
ปดิ ตวั ลงในปี พ.ศ. 2494 หลงั จากนน้ั ในปี พ.ศ. 2495 – 2527 หลังคาสองช้ัน ชั้นล่างเป็นหลังคาทรงปั้นหยาและช้ันบน
โรงสีได้แปรสภาพเป็นโกดังยางพาราส�ำหรับขนส่งต่อด้วย เปน็ หลงั คาจ่วั สว่ นหลังคาของอาคารสีขา้ วเป็นหลงั คาจ่ัว
เรือล�ำเลียงไปยังเรือเดินสมุทรซึ่งจอดบังคลื่นลมอยู่ใกล้ๆ สามชัน้ หลังคาของอาคารหลงั ท่ี 1, 2 และ 3 มงุ ด้วยสงั กะสี
เกาะหนู เพือ่ นำ� ยางไปจำ� หน่ายยงั ต่างประเทศ เมอ่ื ทา่ เรอื ชนดิ เดียวกนั กับผนงั ภายนอกอาคาร ส่วนหลังท่ี 4 มงุ ด้วย
นำ�้ ลกึ สงขลาเปดิ ดำ� เนนิ การในปี พ.ศ. 2527 ทำ� ใหก้ ารขนสง่ กระเบ้อื งลอนคู่ โดยอาคารท้งั หมดทาดว้ ยสแี ดง ชาวสงขลา
สนิ คา้ ดว้ ยเรอื ลำ� เลยี งตอ้ งหยดุ กจิ การไป ทายาทของตระกลู จึงเรยี กอาคารหลงั นว้ี า่ โรงสแี ดง
จึงใช้ท่าเทียบเรือโรงสีแดงให้บริการเรือประมงขนาดเล็ก
ต่อมาจนถึงปจั จุบัน การประเมิน (evaluation)
โรงสี หับ โห้ หิน้ เป็นโรงสีขา้ วขนาดใหญ่ มีการใช้
เครอ่ื งจกั รและเทคโนโลยจี ากประเทศองั กฤษ นบั วา่ มคี วาม
ทนั สมยั เปน็ อยา่ งมากเมอื่ เปรยี บเทยี บกบั โรงสอี น่ื ๆ ของเมอื ง
สงขลาในเวลานัน้
46
อาคารหมายเลข 21 (building no.21)
คุรุสัมมนาคาร
ชอ่ื ปัจจุบัน (current name) ประเภทของอาคารเมื่อแรกสร้าง (original
typology)
ครุ สุ ัมมนาคาร อาคารเรยี นของวทิ ยาลยั (college) : EDC (Education)
ช่อื ด้งั เดิม (original name) การปกป้องค้มุ ครอง (state of protection)
ครุ สุ มั มนาคาร ดูแลรักษาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
นครราชสีมา
ทต่ี ัง้ (location)
ปที กี่ อ่ สร้างแลว้ เสร็จ (year of competition
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน นครราชสมี า of construction )
เลขที่ 744 ถนนสุรนารายณ์ อ�ำเภอเมือง จังหวัด
นครราชสีมา พ.ศ. 2503
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current ผูอ้ อกแบบ (architectural designer)
typology)
อาคารเรยี นของมหาวทิ ยาลัย (university) : EDC อาจารย์ ดร. วทญั ญู ณ ถลาง และอาจารยน์ คร ศรวี จิ ารณ์
(Education)
47
ประวัตคิ วามเป็นมาของอาคาร (history of ถ่ายแรงจากแผ่นหลังคาคอนกรีตมาสู่จุดรับหลังคาท่ีเป็น
building) เสาเอน 3 จุดค้�ำยันไว้ และมผี นงั ก่อดว้ ยหินทรายเต้ีย ๆ
ครุ สุ มั มนาคาร เกดิ จากแรงของเหลา่ คณาจารยว์ ทิ ยาลยั เป็นแนวขอบเขตระหว่างภายนอกและภายในของอาคาร
ซงึ่ ใชเ้ ป็นห้องประชุม ดา้ นหลังเวทีของหอ้ งประชุมมผี นงั ไม้
เทคนิคภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ นครราชสีมา ทตี่ ้องการ เนื้อแข็งสงู เปน็ ฉาก จากทางเขา้ มีการลดระดบั พื้นและทีน่ ่ัง
ออกแบบอาคารเพื่อใช้เป็นสถานที่ส�ำหรับการแสดงหรือ ลงไป โดยท่ีนง่ั หนา้ เวทีจะเปน็ ระดบั ต�ำ่ ที่สดุ ซึ่งชว่ ยใหเ้ กิด
การประชมุ หลงั จากทก่ี อ่ ตง้ั วทิ ยาลยั ไดร้ าว 3 ปี เพอื่ รองรบั มุมมองในการใช้สอยและการป้องกันเสียงรบกวนจาก
เหล่าคณาจารย์และนักศึกษาที่เร่ิมเปิดแผนกวิชาเพิ่มข้ึน ภายนอกได้ดี
ภายใต้การออกแบบของสองสถาปนิกซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง
วทิ ยาลยั อาจารย์ ดร.วทญั ญู ณ ถลาง ในฐานะผอู้ ำ� นวยการ การประเมิน (evaluation)
วทิ ยาลยั คนแรก และอาจารยน์ คร ศรวี ิจารณ์ โดยได้ อาคารคุรุสัมมนาคารเป็นอาคารประวัติศาสตร์ท่ีเกิด
ม.ร.ว.จาตุรีสาน ชุมพล ร่วมออกแบบโครงสร้าง และมี
บริษัท วู ซี ยิน จ�ำกดั เป็นผ้รู ับเหมากอ่ สร้าง โดยมีเหลา่ ควบคกู่ บั การกอ่ ตง้ั วทิ ยาลยั เทคนคิ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
นักศึกษาร่วมเป็นแรงงานก่อสร้าง ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี นครราชสมี า ซง่ึ สะทอ้ นภาพลกั ษณค์ วามทนั สมยั ของวทิ ยาลยั ฯ
พ.ศ. 2503 ในยคุ สมยั นัน้ อาคารมคี วามโดดเด่นทางวิศวสถาปตั ยกรรม
และมีรูปทรงที่งดงามนา่ ประทบั ใจ งานฝีมือเชิงช่างมคี วาม
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารหลังจาก ประณีตสูง และเป็นตัวอย่างของอาคารที่เน้นประโยชน์
ก่อสรา้ งแล้วเสร็จ (summary of important ใชส้ อยทด่ี ี มคี วามเขา้ ใจในการใชป้ ระโยชนจ์ ากสภาพแวดลอ้ ม
changes after completion) ในการสร้างความสบายและความเปน็ ส่วนตวั แก่ผใู้ ช้อาคาร
ตลอดระยะเวลาท่ผี า่ นมา ครุ สุ มั มนาคาร ได้รบั การ
ดแู ลรกั ษาเปน็ อยา่ งดจี ากผคู้ รอบครอง รวมทง้ั ไมม่ กี ารตอ่ เตมิ
หรือเปลย่ี นแปลงอาคารไปจากเดิมมากนัก มกี ารซ่อมบำ� รงุ
เล็กน้อยในบางจุดท่ีเส่ือมโทรมตามกาลเวลาแต่ยังรักษา
โครงร่างและบูรณภาพด้งั เดมิ ของอาคารไวเ้ ป็นอยา่ งดี
ลกั ษณะของอาคาร (building character)
อาคารคุรุสัมมนาคารเป็นโครงสร้างเปลือกแข็งบาง
(Thin Shell) หลังคาเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กชิ้นเดียว
ขนาดใหญ่ไม่มีรอยต่อ รูปทรงโค้งคล้ายอานม้า มีการ
เปลยี่ นถา่ ยผวิ ควำ�่ ลงหรอื ทเ่ี รยี กวา่ ไฮเพอบริ คิ พาลาโบลอยด์
(Hyperbolic Paraboloid) มมุ มองจากดา้ นบนจะเหน็
หลงั คาเปน็ แผน่ คอนกรตี สขี าวรปู หกเหลย่ี มทพ่ี บั สลบั ปลาย
ของมมุ ขึ้น - ลง โดยปลายมุมทโ่ี นม้ ปลายพุง่ ลงสู่พื้นดินได้
48
อาคารหมายเลข 22 (building no.22)
อาคารอำ�นวยการเดมิ หรือ อาคาร 1 มหาวทิ ยาลัย
เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก วทิ ยาเขตอเุ ทนถวาย
ชอื่ ปจั จุบนั (current name) ประเภทของอาคารเม่อื แรกสร้าง (original
typology)
อาคารอำ� นวยการเดมิ หรอื อาคาร 1 มหาวทิ ยาลยั อาคารสำ� นักงานของโรงเรียน (school) : EDC
เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอเุ ทนถวาย
(Education)
ชอื่ ดง้ั เดิม (original name)
การปกป้องคุ้มครอง(state of protection)
อาคารอ�ำนวยการ โรงเรียนชา่ งก่อสรา้ งอเุ ทนถวาย
1. ดูแลรักษาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
ทต่ี ัง้ (location) ตะวันออก วทิ ยาเขตอเุ ทนถวาย
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก วิทยาเขต 2. กรมศิลปากรขึน้ ทะเบยี นเป็นโบราณสถาน
อุเทนถวาย เลขท่ี 225 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน ปที กี่ อ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (year of competition
เขตปทุมวนั กรงุ เทพมหานคร of construction )
พ.ศ. 2484
ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology) ผูอ้ อกแบบ (architectural designer)
อาคารสำ� นกั งานของมหาวิทยาลยั (university) :
ไมป่ รากฏชอ่ื ผอู้ อกแบบ
EDC (Education)
49
ประวัตคิ วามเปน็ มาของอาคาร (history of การซอ่ มแซมอาคารอ�ำนวยการครงั้ ใหญ่ โดยยังคงรูปแบบ
building) ตามเดมิ เนอื่ งจากอาคารไดร้ บั ความเสยี หายจากชว่ งสงคราม
ในปี พ.ศ. 2475 เจ้าพระยาธรรมศกั ดิ์มนตรี เสนาบดี มหาเอเชียบูรพา และในปี พ.ศ. 2508 ได้มกี ารซอ่ มแซม
สว่ นหลงั คาของอาคารอีกครัง้
กระทรวงศึกษาธกิ าร ไดม้ ดี �ำริจะเปดิ โรงเรยี นชา่ งก่อสรา้ ง
อเุ ทนถวายเปน็ โรงเรยี นชา่ งกอ่ สรา้ งแหง่ แรกของประเทศไทย ลักษณะของอาคาร (building character)
โดยเปิดการเรียนเมอื่ ปี พ.ศ. 2476 อาจารย์หลวงวศิ าล
ศิลปกรรม เป็นอาจารยใ์ หญ่ ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2483 โรงเรยี น อาคารอ�ำนวยการโรงเรียนช่างกอ่ สรา้ งอเุ ทนถวายเปน็
ช่างกอ่ สรา้ งอเุ ทนถวาย ไดเ้ รม่ิ กอ่ สรา้ งอาคารอำ� นวยการ อาคารคอนกรตี สงู สองชนั้ ผงั พนื้ อาคารเปน็ รปู สเ่ี หลยี่ มผนื ผา้
ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหลังแรกของโรงเรียน มีบันไดภายนอกและภายในท้ังสองฝั่งส�ำหรับข้ึนชั้นบน
โดยใช้ครูอาจารย์ของโรงเรียนเป็นผู้ฝึกฝนดูแลนักเรียน อาคาร ลกั ษณะทางสถาปัตยกรรมแบบเรยี บง่าย หลังคา
ชา่ งกอ่ สรา้ งรนุ่ แรกๆ เปน็ แรงงานในการกอ่ สรา้ ง ตามเทคนคิ แบนทรงปน้ั หยามงุ ดว้ ยกระเบอื้ งลอน ชอ่ งเปดิ เปน็ ไมเ้ นอื้ แขง็
วธิ แี ละวสั ดกุ อ่ สรา้ งทหี่ าไดใ้ นยคุ สมยั นนั้ การกอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ และกระจก บนั ไดและพน้ื เปน็ ไมเ้ นอื้ แขง็ ชน้ั ลา่ งฝง่ั สนามหญา้
และเปดิ ใช้อาคารในปี พ.ศ. 2484 หลังจากเขา้ ใชอ้ าคาร มีการยกพน้ื ระเบยี งย่ืนเป็นเวที
ดงั กลา่ วไดไ้ มถ่ งึ 1 ปี ประเทศไทยเขา้ สสู่ งครามมหาเอเชยี บรู พา
(สงครามโลกครั้งท่ี 2) กองทหารญ่ีปุ่นได้เข้ายึดสถานท่ี การประเมิน (evaluation)
โรงเรียนส�ำหรับใช้เป็นท่ีท�ำการและท่ีพักในช่วงสงคราม อาคารอ�ำนวยการเดิม เป็นอาคารที่มีคุณค่าทาง
จนกระทง่ั ในปี พ.ศ. 2489 ทางโรงเรยี นจงึ ไดร้ บั มอบสถานท่ี
คนื อยา่ งเปน็ ทางการ โดยโรงเรยี นมสี ภาพเสยี หายอยา่ งหนกั ประวัติศาสตร์ในยุคก่อตั้งโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย
ทวา่ อาคารหลงั ดงั กลา่ วเปน็ อาคารเพยี งไมก่ ห่ี ลงั ของโรงเรยี น เป็นอาคารคอนกรตี เสริมเหลก็ หลังแรกของโรงเรียน โดยใช้
ที่รอดจากการถูกท้ิงระเบิดในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา แรงงานครอู าจารยแ์ ละนกั เรยี นในการกอ่ สรา้ ง ตามเทคนคิ วธิ ี
หลงั จากน้ัน อาคารดังกลา่ วถกู ใชเ้ ปน็ ส�ำนักงานบริหารของ เทคโนโลยีการก่อสร้างและวัสดุที่หาได้ในยุคสมัยนั้น
โรงเรยี นเรอื่ ยมา จนกระทั่งโรงเรียนยกระดบั เปน็ วิทยาลัย จัดเป็นผลผลิตจากการเรียนการสอนวิชาชีพช่างก่อสร้าง
ต่อมาในราวปี พ.ศ. 2533 –2534 ได้มีการยา้ ยสำ� นกั งาน ยคุ ใหมโ่ ดยชา่ งกอ่ สรา้ งไทยซงึ่ เรมิ่ เกดิ ขน้ึ ในยคุ สมยั นนั้ ถอื เปน็
บรหิ ารไปยังอาคาร 7 ทส่ี รา้ งข้ึนใหม่ นบั แต่นน้ั เป็นต้นมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรียนรู้พัฒนาการ
อาคารอ�ำนวยการได้ถูกเปล่ียนช่ือเป็นอาคาร 1 และถูกใช้ ทางเชงิ ชา่ งกอ่ สรา้ ง นอกจากนอ้ี าคารดงั กลา่ วยงั มคี วามสำ� คญั
เปน็ ทท่ี ำ� การสมาคมผปู้ กครองและครอู เุ ทนถวาย โดยชนั้ บน ทางจิตใจของศิษย์และคณาจารย์ของโรงเรียน เน่ืองจาก
ของอาคารซ่ึงเป็นห้องประชุมยังเป็นที่เก็บอัฐิปูชนียบุคคล เปน็ สถานทเ่ี กบ็ อฐั ปิ ชู นยี บคุ ลทสี่ ำ� คญั ของชาติ อาทิ สถาปนกิ
ของวงการช่างก่อสร้าง ครูใหญ่ และอาจารย์ใหญ่ของ ศาสตราจารย์ หลวงวศิ าลศิลปกรรม ราชบณั ฑติ ครูใหญ่
โรงเรยี นชา่ งก่อสรา้ งอุเทนถวายเอาไว้ คนแรกของโรงเรียน รวมถงึ อัฐขิ องครใู หญ่และอาจารย์ใหญ่
อกี หลายทา่ น
การปรับปรุงเปล่ียนแปลงอาคารหลังจาก
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ (summary of important
changes after completion)
ในปี พ.ศ. 2490 อาจารยจ์ รญั สมชนะ ไดค้ วบคุม
50
อาคารหมายเลข 23 (building no.23)
โรงภาพยนตร์ทหานบก
ชอ่ื ปจั จุบนั (current name) ประเภทของอาคารในปัจจุบัน (current
typology)
โรงภาพยนตรท์ หานบก ส�ำนักงานกิจการรกั ษาความปลอดภยั
ชอ่ื ดงั้ เดิม (original name) ประเภทของอาคารเม่ือแรกสร้าง (original
typology)
โรงภาพยนตร์ทหานบก โรงภาพยนตร์ (cinema) : REC (Recreation)
ทีต่ ง้ั (location) การปกป้องคุม้ ครอง (state of protection)
ยงั ไมม่ ี
ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวงเวียนศรีสุริโยทัย
อำ� เภอเมือง จังหวดั ลพบุรี