การรับพระราชทานสิ่งของหลายส่งิ การรับพระราชทานส่งิ ของส่ิงเดยี ว
การจัดโต๊ะหมใู่ นพิธีรับเครือ่ งราชอิสรยิ าภรณ์ 41
รับมอบจากประธานพิธี
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
๒.๔ การตง้ั โตะ๊ หมใู่ นการรบั เสดจ็ ฯ หรอื ตามเสน้ ทางเสดจ็ ฯ ถอื เปน็ การจดั โตะ๊ หมู่
รบั เสด็จ ฯ อนั เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของพสกนิกร ผซู้ งึ่ อยูภ่ ายใตพ้ ระบรมโพธสิ มภาร
ได้แสดงออกในโอกาสท่ีสถาบันพระมหากษัตริย์ได้เสด็จพระราชด�ำเนินมายังท้องถิ่นของตน
ซง่ึ นบั เปน็ สิรมิ งคลแก่ตนเองและชุมชนทีต่ นอยู่อาศยั การจัดโต๊ะหมู่รบั เสดจ็ ฯ มีวธิ ีการจัดตัง้ ดังนี้
การจดั โตะ๊ หม่บู ูชาในการรับเสดจ็ ฯ หรอื ตามเสน้ ทางเสดจ็ ฯ
การจัดโต๊ะหมู่บชู าในการรับเสด็จฯ หรอื ตามเสน้ ทางเสดจ็ ฯ
42 ศาสนพธิ แี ละมารยาทไทย
๒.๕ การตง้ั โตะ๊ หมใู่ นพธิ ถี วายสกั การะเนอ่ื งในวนั สำ� คญั ของสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
ในโอกาสต่าง ๆ เป็นการจัดกิจกรรมท่ีข้าราชการ พ่อค้า และประชาชน มีความร�ำลึกถึง
พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณท่ีพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ได้ทรงปฏิบัติอันเป็น
คณุ ประโยชนแ์ กป่ ระเทศชาตแิ ละประชาชน ซง่ึ ประชาชนชาวไทยไดจ้ ดั ขนึ้ ในสว่ นภมู ภิ าค อนั เปน็ การ
รำ� ลกึ ถึงพระองคอ์ กี โสดหนึง่ เชน่ วันจกั รี วนั ปยิ มหาราช ซึ่งมกี ารจัดโตะ๊ หมู่เพ่อื ถวายสกั การะ ดงั น้ี
การจดั โตะ๊ หมวู่ ันจักรี การจัดโต๊ะหมวู่ นั ปิยมหาราช
๒.๖ การตั้งโต๊ะหมู่บชู าในพิธปี ระชุมหรือสัมมนา ในพิธีประชมุ สมั มนา อบรม หรือ
การประสาทปริญญาบัตรที่ไม่มีศาสนพิธีในพิธีการ ดังนั้น เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีท่ีมีต่อ
สถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อนั ถอื เปน็ ประเพณี และวฒั นธรรมอนั ดีงามของสังคมไทย
และเพ่ือความเป็นสิริมงคลในการประกอบพิธีท่ีไม่ใช่เก่ียวกับนานาชาติและการประชุมปกติของ
คณะกรรมการ นิยมตั้งธงชาติ โต๊ะหมู่ และพระฉายาลักษณ์หรือพระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จ
พระเจ้าอยหู่ ัว เพอ่ื ใหค้ รบ ๓ สถาบนั คอื ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์ ซึ่งเป็นการแสดงความ
เคารพต่อสถาบันท้ัง ๓ ของสังคมไทย อันเป็นสิ่งท่ีดีงามและมีการปฏิบัติสืบสานต่อเนื่องกันมาจน
เป็นประเพณวี ัฒนธรรมอันดงี ามของสังคมไทย ที่ได้รว่ มกันอนุรกั ษด์ ว้ ยความภาคภูมิใจในภมู ิปญั ญา
แนวคิดทีม่ ีต่อสถาบนั ของบรรพบุรุษ
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 43
การจัดโตะ๊ หมู่ในหอ้ งประชมุ
ข้อควรการปฏิบตั ขิ องประธานในพธิ ปี ระชมุ หรือสมั มนา
๑) ประธานในพธิ ี จุดธปู เทยี นบูชาพระรัตนตรยั โดยเรม่ิ จดุ เทยี นดา้ นซ้าย และด้านขวา
จดุ ธปู จากซา้ ย กลาง และขวา ตามล�ำดบั
๒) ประธานในพิธี กราบ ๓ ครง้ั (กราบเบญจางคประดิษฐ์)
๓) เมื่อประธานบชู าพระรัตนตรัยเสรจ็ แล้ว ใหย้ นื ขน้ึ ถอยหลงั ๑ กา้ ว ยืนตรงคอ้ มศีรษะ
ค�ำนับคร้ังเดียว ซ่ึงถือว่าได้เคารพต่อธงชาติ และพระฉายาลักษณ์ไปพร้อมกันแล้ว ตามหนังสือ
ที่ ศธ ๑๓๐๓/๕๕๔๑ ลงวันท่ี ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๑ และหนังสือ ที่ พว. ๐๐๑/๓๗๓๕
ลงวันท่ี ๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๑ เรื่อง ขอหารือเร่ืองการแสดงความเคารพ ณ ที่บูชา ดังภาคผนวก
หน้าท่ี ๒๐๙
๒.๗ การตงั้ โตะ๊ หมบู่ ชู าหนา้ ศพ การจดั โตะ๊ หมลู่ กั ษณะนไี้ มม่ รี ปู แบบการจดั ทแ่ี นน่ อน
เพียงแต่จัดเพื่อประดับดอกไม้ให้ดูสวยงาม ส่วนการบูชาจะใช้เครื่องทองน้อยหรือกระถางธูป
เชิงเทียนก็ได้ตามแต่จะจัดหาได้โดยสะดวกไม่เดือดร้อน หากเป็นศพท่ีอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์
หรือการจัดงานท่ีเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานของพระสงฆ์นิยมต้ังเครื่องทองน้อย ๒ ชุด
44 ศาสนพธิ ีและมารยาทไทย
ส�ำหรับบูชาศพชุดหน่ึง และส�ำหรับจุดแทนศพเพ่ือบูชาธรรมอีกชุดหนึ่ง ใช้โต๊ะหมู่ ๒ ตัว สูงต่�ำ
ลดหลั่นกันลงมา ตัวสูงวางด้านในใช้วางเครื่องทองน้อยส�ำหรับศพบูชาธรรม ตัวต�่ำอยู่ด้านนอก
ส�ำหรับเจ้าภาพจุดเพ่ือสักการะศพ การต้ังเครื่องทองน้อยน้ันมีข้อสังเกต คือ จะบูชาสิ่งใด ให้หัน
ดอกไม้ไปทางน้ัน ส่วนการจัดโต๊ะหมู่บูชา อัฐิ รูปภาพ ป้ายชื่อ รูปหล่อ ในการท�ำบุญอุทิศให้จัด
ลักษณะเดียวกัน
อนึง่ ในงานศพทั่วไป ที่บูชามักมี ๒ ประเภท คอื
๑. ท่บี ชู าสาธารณะ
๒. ทีบ่ ูชาในพธิ ีการ
ประเภทท่ี ๑ ส�ำหรับบุคคลท่ัวไปจุดบูชาศพ นิยมใช้กระถางธูปขนาดใหญ่ จุดบูชาได้
ตลอดเวลา ปัจจุบันในส่วนกลางศาลาสวดอภิธรรมศพจะเป็นห้องปรับอากาศ ดังน้ัน จึงไม่อนุญาต
ให้จุดธูปเทียนบูชาสาธารณะในศาลา เพียงแต่เข้าไปสักการะหรือกราบศพโดยไม่ต้องจุดธูปเทียน
แต่ถา้ เจา้ ภาพต้องการใหม้ จี ะจัดตง้ั ไว้ภายนอกศาลา
ประเภทที่ ๒ ประธานพธิ ีหรือเจ้าภาพจดุ บูชาหรือสกั การะศพ หลักจากประธานจดุ เทยี น
บชู าพระธรรม เบื้องหนา้ พระสงฆ์ พระอภธิ รรม
การจดั โตะ๊ หมบู่ ชู าหนา้ ศพพระสงฆ์ 45
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม
การจดั เตรียมอาสนส์ งฆ์
๓. การต้งั พัดยศสมณศกั ดแ์ิ ละพดั รอง
การจัดท่ีต้ังพัดยศสมณศักดิ์และพัดรอง ให้ตั้งไว้ถัดลงมาจากโต๊ะหมู่บูชา ก่อนพระสงฆ์
เน่ืองจากพัดยศสมณศักด์ิเป็นการแสดงถึงฐานันดรของพระสงฆ์รูปน้ัน ๆ ซึ่งการตั้งพัดรองหรือ
ตาลปัตรก็พึงตั้งในลักษณะเดียวกับการต้ังพัดยศสมณศักดิ์ เพ่ือความเข้าใจง่ายขึ้นให้พึงจ�ำว่า
พัดยศสมณศกั ดิ์หรอื พดั รองให้ตง้ั ถดั จากโตะ๊ หมบู่ ูชา
๔. การวงสายสญิ จน์
การวงสายสิญจน์ให้เวียนขวาตามเข็มนาฬิกา ลงด้านหลังพระพุทธรูปแล้ว ให้วงที่ฐาน
พระพุทธรูปหรือขอบโต๊ะหมู่ตัวท่ีประดิษฐานพระพุทธรูปโดยเวียนขวา ๓ รอบ ให้เหลือกลุ่ม
สายสิญจน์ส�ำหรับพระสงฆ์ถือใส่พานวางไว้ด้านหน้าประธานสงฆ์ ควรวางพานรองสายสิญจน์
ไว้ท้ายอาสน์สงฆ์ด้วย ส�ำหรับในงานพระราชพิธี พระราชกุศล หรืองานเสด็จพระราชด�ำเนิน
ให้วงท่ีขอบโต๊ะหมู่ตัวที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแล้วผูกยึดท่ีหลักพัดยศสมณศักด์ิหรือพัดรอง
เหลอื กล่มุ สายสิญจน์สำ� หรับพระสงฆถ์ อื ใส่พานวางไว้ด้านขวาหรือด้านซ้ายมือประธานสงฆ์
46 ศาสนพิธีและมารยาทไทย
๕. การเดินสายโยงหรือแถบทอง
การเดินสายโยงหรือแถบทองหรอื สายโยง เป็นสงิ่ ทโี่ ยงมาจากศพ อฐั ิ ภาพถ่าย ป้ายอทุ ิศ
ให้เดินชดิ ฝาผนงั ถ้าเดนิ ผา่ นโตะ๊ หมู่บูชา ให้ผา่ นด้านหลังโต๊ะหมู่บูชา และให้เดินต่ำ� กว่าพระพทุ ธรปู
ควรระวังไม่ให้สายโยงหรือแถบทองน้ันเกาะหรือเกี่ยวกับโต๊ะหมู่บูชา ควรเดินให้ชิดไปทาง
ประธานสงฆ์แล้วเช่ือมต่อที่พานภูษาโยง ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างประธานสงฆ์ ภูษาโยงนั้น ศาสนพิธีกร
ควรวัดความยาว เม่ือลาดต้ังแต่ต้นอาสน์สงฆ์ถึงพระสงฆ์รูปสุดท้ายให้พอดี ท�ำเครื่องหมายไว้ว่า
จะยกภูษาโยงลงมาจากพานเพ่ือตั้งไว ้ ณ เบ้อื งหนา้ ประธานสงฆใ์ หพ้ อดีกบั การทอดผ้าบังสุกุล
๖. การตั้งครอบหรอื ภาชนะทำ� น�้ำพระพุทธมนต์
ภาชนะใส่น�้ำส�ำหรับท�ำน�้ำพระพุทธมนต์ ปัจจุบันนิยมใช้ครอบส�ำริดทองแดง หรือ
ทองเหลือง หากไม่มีสามารถใช้บาตรหรือขันแทนได้ ภายในใส่น�้ำสะอาด และติดเทียนบริเวณ
ฝาครอบสำ� หรบั ประธานจดุ เพอ่ื ถวายประธานสงฆท์ ำ� นำ้� พระพทุ ธมนตไ์ วใ้ หเ้ รยี บรอ้ ย เมอ่ื ประธานสงฆ์
เข้าน่ังประจ�ำอาสนสงฆ์เรียบร้อยแล้ว จึงน�ำครอบน้�ำมนต์หรือภาชนะใส่น�้ำวางไว้เบื้องหน้า
ประธานสงฆ ์ สำ� หรบั เทยี นทำ� นำ�้ พระพทุ ธมนต์ ควรใชเ้ ทยี นขผ้ี งึ้ แท้ นยิ มใชเ้ ทยี นขนาดนำ�้ หนกั ๑ บาท
หรือจะหย่อนหรอื เกินบ้างตามความเหมาะสม
๗. การจัดเครอ่ื งรบั รองพระสงฆ์
ตามประเพณีนิยมจะต้องมีการจัดเคร่ืองรับรองพระสงฆ์ และแขกผู้มาร่วมงาน แต่ในที่นี้
จะขอกล่าวเฉพาะในส่วนที่ต้องเตรียมเครื่องรับรองส�ำหรับพระสงฆ์ ซึ่งประกอบด้วยเครื่อง
รับรองหลัก ดังน้ี น้�ำร้อน น้�ำเย็น ภาชนะใส่น้�ำดื่มไว้ถวายพระสงฆ์ ส่ิงที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง
คือ กระโถน ซ่ึงถือเป็นส่ิงจ�ำเป็น เนื่องจากพระสงฆ์เม่ือนั่งในพิธีกรรม ไม่สามารถลุกเพื่อจะน�ำ
สิง่ ทไ่ี ม่ใชแ้ ล้วไปทิง้ ทอ่ี ่ืนได้ ส�ำหรบั การจัดตง้ั เคร่ืองรับรองพระสงฆ์นน้ั ให้ตัง้ กระโถน น้�ำรอ้ น นำ้� เยน็
โดยตงั้ กระโถนเปน็ หลกั ไวด้ า้ นใน ระวงั อยา่ ใหล้ ำ้� ไปดา้ นหลงั หรอื ออกมาดา้ นนอกมากนกั ใหพ้ ระสงฆ์
หยบิ ใชไ้ ดส้ ะดวก และควรต้ังให้เปน็ แนวตรงกันท้งั ด้านขวาง ดา้ นยาว เมือ่ พระสงฆ์เข้านง่ั ทีป่ ระจำ� ยัง
อาสนสงฆเ์ รยี บรอ้ ยแลว้ ใหป้ ระเคนน�้ำร้อน น้�ำเยน็ ให้เรียบรอ้ ย
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 47
๘. เครื่องไทยธรรมสำ� หรบั ถวายพระสงฆ์
เม่ือพระสงฆ์ได้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว เจ้าภาพมักจะมีการถวาย
เคร่ืองไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ดังนั้น ควรมีการจัดเตรียมเครื่องไทยธรรมไว้ด้านท้ายอาสน์สงฆ์
เมอื่ พระสงฆป์ ระกอบพธิ กี รรมทางศาสนา และฉนั ภตั ตาหารเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหน้ ำ� เครอ่ื งไทยธรรม
มาวางไว้เบื้องหน้าพระสงฆใ์ นพิธีทุกรปู แล้วเชญิ ประธานหรอื เจ้าภาพประเคนพระสงฆ์
๙. ภาชนะสำ� หรับกรวดน้�ำ
การกรวดน้�ำเป็นการอุทิศแผ่ส่วนบุญกุศลท่ีตนได้บ�ำเพ็ญ ส่งไปให้แก่บุรพชนตลอดจน
สรรพสตั วท์ งั้ ปวง เปน็ การอธษิ ฐานจติ ในสง่ิ ทป่ี ระสงคใ์ หส้ ำ� เรจ็ ตามความปรารถนา ผเู้ ปน็ ศาสนพ์ ธิ กี ร
จะต้องตรวจสอบภาชนะส�ำหรับใส่น�้ำกรวดให้เรียบร้อย แล้วจัดต้ังไว้ท้ายอาสน์สงฆ์เช่นเดียวกับ
เคร่ืองไทยธรรม
๑๐. เชิงเทยี นและเทียนชนวน
เป็นอุปกรณ์ท่ีอ�ำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เป็นประธานในพิธี หรือเจ้าภาพ ในการจุด
ธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ผู้เป็นศาสนพิธีกรจะต้องจัดเตรียมให้เรียบร้อย ดูการติดเทียนเข้ากับ
เชิงเทียนให้แน่น เพราะอาจหลุดจากเชิงเทียนได้ จัดเตรียมไว้ท้ายอาสน์สงฆ์ เม่ือถึงเวลางานพิธี
จะไดจ้ ุดแล้วนำ� ไปมอบให้ประธานหรอื เจา้ ภาพจุดธปู เทียนบชู าพระรัตนตรยั
๑๑. การทาเชอื้ ชนวน ธปู เทียน
การทาเช้ือชนวนธปู เทยี น เพอื่ ตอ้ งการให้ส่งิ ที่จดุ บชู านน้ั ตดิ ไฟง่าย ดงั น้นั เมอ่ื ประธาน
จะจดุ บชู าสง่ิ ใด ศาสนพธิ กี รควรเตรยี มทาเชอื้ ชนวนธปู เทยี น หรอื สงิ่ ทจี่ ะจดุ ใหเ้ รยี บรอ้ ยกอ่ นถงึ เวลา
พิธตี ามก�ำหนดการประมาณไมเ่ กินครงึ่ ชว่ั โมง หากเตรยี มไว้นานเกินไปจะท�ำให้จุดติดช้า
วธิ ที �ำเชอ้ื ชนวน
(๑) เตรยี มขวดแก้ว ฝาโลหะขนาดพอสมควร ล้างเช็ดใหแ้ หง้ และสะอาด
(๒) น�ำเศษเทียนข้ผี ึ้งแทท้ เี่ หลอื จากใช้ในพิธีตา่ ง ๆ แล้ว ตดั เปน็ ชน้ิ เลก็ ๆ ใสไ่ ว้ในขวด
(๓) นำ� นำ้� มนั เบนซินใส่ลงไปในขวดให้ทว่ มเทียน ปดิ ฝาทง้ิ ไวป้ ระมาณ ๑ คืน
(๔) คนใหเ้ ทียนกบั น้ำ� มนั ผสมเปน็ เนื้อเดยี วกนั ไมค่ วรใหเ้ หลวหรือขน้ เกนิ ไป
48 ศาสนพิธีและมารยาทไทย
(๕) ปดิ ฝาเกบ็ ไว้ เมอื่ ตอ้ งการนำ� มาใช้ ใหน้ ำ� ปลายธปู ชบุ ลงไปในขวดเชอ้ื ชนวน หลงั จากนนั้
พันด้วยส�ำลี และชุบลงไปในขวดเชื้ออีก ๑ คร้ัง น�ำมาแต่งให้สวยงาม และทาตรงบริเวณไส้เทียน
ท่ปี ระธานจะจุดใหเ้ รยี บร้อย ถา้ หากเชอ้ื แหง้ หรือเชอื้ มีลกั ษณะแข็ง ให้เตมิ น�ำ้ มันเบนซนิ ลงไป หรอื
นำ� ขวดเชอ้ื ชนวนไปวางไว้ทที่ ม่ี ีอากาศร้อน
๑๒. การจัดเตรยี มเวลาในพิธกี าร
งานท่ีเป็นทางการ ควรมีการก�ำหนดรูปแบบที่ชัดเจน เพ่ือให้มีการปฏิบัติงานอย่าง
ต่อเนื่องมีการก�ำหนดเวลาในแต่ละขั้นตอนของงานที่แน่นอน ดังนั้น เรื่อง เวลา ถือเป็นส่ิงส�ำคัญ
ศาสนพิธีกรจะต้องจัดล�ำดับเวลาของพิธีการนั้น ๆ ให้เหมาะสม ไม่เกิดการสะดุดหรือรอคอยเวลา
อนั เปน็ การแสดงใหเ้ หน็ ความบกพร่องของผดู้ ำ� เนินการ เพราะบางพิธเี ปน็ เวลาบงั คับ เชน่ เวลาฤกษ์
เวลาพระสงฆ์ฉันภัตตาหาร เป็นต้น ซ่ึงผู้ด�ำเนินการหรือศาสนพิธีกรควรค�ำนึงถึงเวลาแต่ละข้ันตอน
ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ดังนั้น จึงควรจัดสรรเวลาให้เหมาะสม เพื่อความสะดวกในการก�ำหนดเวลา
เร่ิมตน้ และเวลาส้ินสดุ ของพธิ ี ดงั น้ี
(๑) เวลาเริ่มตน้ พธิ ี ต้ังแต่ผ้รู ว่ มพธิ พี ร้อมกัน
(๒) เวลาที่ประธานจะเดนิ ทางมาถงึ จุดธปู เทียนบชู าพระรตั นตรยั และเริ่มเข้าสู่พธิ ีการ
(๓) เวลาพระสงฆเ์ จรญิ พระพทุ ธมนต์ สวดพระพุทธมนต์ หรอื แสดงพระธรรมเทศนา
(๔) เวลาของพิธี ทมี่ ฤี กษเ์ รมิ่ ตน้ และสิ้นสุดแหง่ ฤกษ์ เชน่ พิธวี างศลิ าฤกษ์ เปดิ อาคาร
(๕) เวลาทพ่ี ระสงฆ์ฉันภัตตาหาร
(๖) เวลาส้ินสุดของงาน
การเตรียมเวลาน้ี เม่ือค�ำนวณและก�ำหนดเวลาแล้ว ให้ระบุไว้ในก�ำหนดการ และ
ผู้ด�ำเนินการควรมีความรู้ในเร่ืองพิธีแต่ละข้ันตอนด้วย เพื่อน�ำมาปรับให้ยืดหยุ่นได้ตามความ
เหมาะสม ทัง้ น้ีเพอ่ื ใหก้ ารปฏบิ ัติพธิ ีเป็นไปอยา่ งต่อเนอื่ ง เรยี บรอ้ ย และสวยงาม
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 49
การปฏบิ ตั ิงานศาสนพธิ ี
เมอื่ ถงึ เวลาจะเรมิ่ ปฏบิ ตั พิ ธิ ี ศาสนพธิ กี รควรแบง่ หนา้ ทป่ี ฏบิ ตั งิ านของแตล่ ะคน ใหเ้ รยี บรอ้ ย
ใครมีหน้าท่ีท�ำอะไร ผู้ท่ีได้รับมอบหน้าที่จะต้องรับผิดชอบหน้าที่ให้เรียบร้อยจนกว่าจะเสร็จพิธี
ถ้าหากมีปัญหาหรือมีเหตุที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ท่ีได้รับมอบได้ จะต้องแจ้งให้ผู้ร่วมปฏิบัติทราบ
หรือมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติแทน เช่น การเชิญเทียนชนวน การเชิญพัดรองถวาย การจุดธูปเทียนบูชา
การอาราธนาศลี การอาราธนาพระปริตร และการอาราธนาธรรม เป็นต้น
๑. การเชญิ เทยี นชนวน
เทียนชนวน คอื อุปกรณ์อ�ำนวยความสะดวกส�ำหรับประธานพิธีใชใ้ นการจุดธปู เทยี นบูชา
พระรัตนตรยั หรอื จดุ ในกรณีอื่น ๆ ซึ่งทำ� ให้การจุดน้ัน ๆ ง่ายขึ้น ศาสนพธิ กี รผูป้ ฏบิ ัตหิ น้าท่ีเชญิ เทียน
ชนวนควรปฏิบตั ิ ดังนี้
๑) ถือเชิงเทียนชนวนด้วยมือขวา ใช้ฝ่ามือรองรับใต้ฐานเชิงเทียนชนวน ใช้นิ้วหัวแม่มือ
จบั ดา้ นบนฐานเชงิ เทียนชนวน มอื ซา้ ยถอื ไฟแชก็ พร้อมจุด ยนื รออย่ทู า้ ยอาสนส์ งฆ์
๒) เริ่มพิธี ศาสนพิธีกรจุดเทียนชนวนท่ีบริเวณท้ายสงฆ์ แล้วเชิญเดินเข้าไปประมาณ
กลางอาสน์สงฆ์
๓) เมื่อประธานพิธีน่ังอยู่ ให้เดินเข้าไปท่ีประธานสามารถมองเห็น (ประมาณบริเวณ
กลางอาสนส์ งฆ)์ ใหแ้ สดงความเคารพประธานพธิ ี (คำ� นบั วิธกี ารปฏบิ ตั ิ ให้ยืนตวั ตรง สน้ เทา้ ชิดกนั
ปลายเท้าห่างกนั เลก็ นอ้ ย มือข้างขวาถือเทียนชนวน ในลักษณะแขนต้งั ฉากกับพน้ื เอยี งปลายเทียน
ชนวนออกเลก็ นอ้ ย มอื ซา้ ยถือไฟแชค็ คอ้ มช่วงไหลแ่ ละศีรษะลงเล็กน้อย แลว้ เงยหน้าขึ้นในท่าตรง)
เม่ือประธานพิธีลุกเดินไปท่ีหน้าโต๊ะหมู่บูชา หรือท่ีซึ่งต้องจุดธูปเทียน ศาสนพิธีกรพึงเดินไปถึงที่
ประธานจะจดุ นงั่ คุกเขา่ ส่งเทียนชนวนทางดา้ นขวามือของประธานพธิ ี (ถา้ สถานทบี่ งั คบั ก็สามารถ
ส่งทางด้านซ้ายมือของประธานพิธีได้ ไม่จ�ำเป็นต้องแทรกตัวของศาสนพิธีกร เพ่ือต้องการเข้าไปส่ง
ทางด้านขวามือของประธานพิธี) ให้ปลายเทียนหันออกนอกตัวประธาน เพื่อป้องกันน�้ำตาเทียน
หยดใส่ประธาน แล้ววางมือให้เรียบร้อย ไม่ต้องประนมมือ แต่ให้เตรียมพร้อมท่ีจะรับเทียนชนวน
คนื หลงั จากประธานพธิ จี ุดเรียบร้อยแล้ว
ในกรณีท่ีพระสงฆ์เป็นประธานในพิธี เมื่อประธานในพิธีรับเทียนชนวนจากเจ้าหน้าที่
ใหเ้ จา้ หนา้ ทพ่ี นมมอื ไหวป้ ระธาน และวางมอื ใหเ้ รยี บรอ้ ย เมอ่ื ประธานสง่ เทยี นชนวนคนื ใหพ้ นมมอื ไหว้
และใช้มือขวารับเทียนชนวนคืน แล้วเดินเข่าถอยหลัง ๒ ก้าว ลุกข้ึน ยืนตรง (ไม่ต้องค�ำนับ) และ
เดินออกไปดับเทยี นชนวนดา้ นทา้ ยอาสนส์ งฆ์
50 ศาสนพธิ แี ละมารยาทไทย
การเชิญเทยี นชนวน การสง่ เทียนชนวน
ในกรณีที่ประธานพิธีเข้ามายังบริเวณพิธีและเดินเข้าไปยังโต๊ะหมู่บูชาหรือสถานท่ีจุดบูชา
สกั การะ ศาสนพธิ กี รพงึ จดุ เทยี นชนวน เดนิ ตามประธานเยอ้ื งไปทางขวามอื ประธาน เมอื่ ถงึ สถานทจ่ี ดุ
ให้ศาสนพิธีกรน่ังคุกเขา่ ส่งเทียนชนวนใหป้ ระธานพิธที างดา้ นขวามือของประธาน
๔) เมอ่ื ประธานจดุ ธปู เทยี นเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ สง่ เทยี นชนวนคนื ศาสนพธิ กี รพงึ รบั เทยี น
ชนวนคืนด้วยมือขวา โดยการหงายฝ่ามือขวารองรับใต้ฐานเทียนชนวน แล้วใช้หัวแม่มือจับด้านบน
ถอยออกมาได้ระยะพอสมควร ลกุ ขึ้นยนื คำ� นบั ประธาน แลว้ เดินถอยออกไปทางท้ายอาสน์สงฆท์ นั ที
๕) เม่ือถึงบริเวณท้ายอาสน์สงฆ์จงึ ดบั เทียนชนวน ไมค่ วรใช้เปา่ หรอื ใชม้ ือโบกหรอื สะบัด
เพื่อดบั เทียน แต่ให้ใช้วิธหี าวัสดุ เชน่ ใบไม้ หรือวัสดุอ่ืน โดยวิธีจับหรอื รูดไส้เทียนใหด้ ับ
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 51
อน่ึง สำ� หรับการสง่ เทยี นชนวนให้ประธานจดุ เทียนน้�ำมนต์ก็พงึ กระท�ำในลกั ษณะเดียวกัน
ต่างกันแต่เพียงว่า เมื่อประธานพิธีจุดเทียนท�ำน้�ำพระพุทธมนต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ศาสนพิธีกร
พึงเรียนให้ประธานพิธีประเคนภาชนะท�ำน�้ำพระพุทธมนต์ด้วย และเมื่อถอยออกมาแล้วต้องรอดู
จนกว่าพระสงฆ์จะท�ำน้�ำพระพุทธมนต์เสร็จ แต่ถ้าหากเทียนท�ำน�้ำพระพุทธมนต์ดับก่อนที่พระสงฆ์
จะท�ำน้�ำพระพุทธมนต์เสร็จ ศาสนพิธีกรพึงจุดเทียนชนวนเข้าไปจุดเทียนน�้ำพระพุทธมนต์เอง
โดยไม่ตอ้ งเชญิ ประธานพิธเี ข้าไปจดุ อีก
ประธานรับเทยี นชนวน
52 ศาสนพิธแี ละมารยาทไทย
๒. การเชญิ พดั รองถวาย
ในงานพิธีบางพิธีมีการจัดท�ำพัดรองหรือตาลปัตรที่ระลึกถวายแด่พระสงฆ์ นิยมจุด
ธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยก่อน แล้วเชิญประธานพิธีถวายพัดรอง ด้วยเหตุผลว่า การที่จะกระท�ำ
พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาควรบูชาพระรัตนตรัยก่อนการถวายส่ิงหนึ่งส่ิงใด ดังน้ัน ศาสนพิธีกร
ควรจัดเตรียมพัดรองเพื่อถวายพระสงฆ์ โดยการจัดเรียงพัดรองวางบนตะลุ่มหรือพานหรือโตก
โดยให้ใบพดั แยกกนั ดา้ มพดั ทบั สลบั กนั ไป เวลาจะถวายให้ใชศ้ าสนพิธกี ร ๒ คน คนหนงึ่ เชญิ พัดรอง
เลม่ หนง่ึ เขา้ ไปทำ� ความเคารพประธานพธิ ี (คำ� นบั ) เพอื่ เขา้ ไปถวายพดั รองแดพ่ ระสงฆ์ และอกี คนหนงึ่
เชิญตะลุ่มหรือพานพัดรอง เดินตามผู้เชิญพัดรองเพ่ือให้ผู้เชิญพัดรองหยิบพัดรองส่งให้ประธาน
พิธีถวายพระสงฆ์ทีละด้ามตามล�ำดับ ตั้งแต่ประธานสงฆ์จนถึงพระสงฆ์รูปสุดท้าย เมื่อส่งพัดรองให้
ประธานถวายพระสงฆค์ รบแลว้ ใหท้ �ำความเคารพประธานพิธี (ค�ำนบั ) พร้อมกนั แล้วถอยออกไป
๓. การอาราธนาศลี อาราธนาพระปรติ ร และอาราธนาธรรม
การอาราธนา คอื การนมิ นตใ์ หพ้ ระสงฆป์ ระกอบพธิ ตี า่ ง ๆ ในพธิ กี รรมทางพระพทุ ธศาสนา
เชน่ ใหศ้ ลี เจริญพระพทุ ธมนต์ หรือสวดพระพุทธมนต์ หรอื แสดงพระธรรมเทศนา ในการอาราธนา
แต่ละพิธกี รรม ศาสนพิธีกรผทู้ ำ� หนา้ ทอ่ี าราธนาจะตอ้ งศึกษาและมีความรูใ้ นแต่ละพิธวี ่า ล�ำดับหรอื
ขนั้ ตอนไหน อาราธนาใหพ้ ระสงฆท์ ำ� อะไร ตามวัตถปุ ระสงคข์ องการบ�ำเพ็ญกุศลของพธิ นี ัน้ ๆ
๑) งานพิธีที่ไม่มีการเจริญพระพุทธมนต์ หรือสวดพระพุทธมนต์ มีแต่เพียงการ
เจริญชัยมงคลคาถา หรอื การถวายทานต่าง ๆ เชน่ การถวายสังฆทาน เม่อื ประธานพธิ จี ุดธูปเทยี น
บูชาพระรัตนตรัยและกลับไปน่งั ทีน่ ่งั เรยี บรอ้ ยแลว้ พงึ เดินเขา้ ไปประมาณพระสงฆร์ ูป ที่ ๕ หรอื ๖
จากทา้ ยสงฆ์ ยนื ตรงหนั หนา้ ไปทางประธาน ทำ� ความเคารพ (ถา้ ประธานเปน็ พระสงฆ์ พงึ ประนมมอื ไหว้
ประธานเป็นฆราวาส พึงค�ำนับ) แล้วหันหน้าไปทางประธานสงฆ์ในพิธีโดยยืนอยู่ที่เดิมน้อมไหว้
(การน้อมไหว้พระ วิธีการปฏิบัติ ให้ประนมมือ แล้วยกข้ึนพร้อมกันค้อมศีรษะลง หัวแม่มือจรด
หว่างค้ิว ปลายนิ้วชี้แนบสว่ นบนของหนา้ ผาก) แล้วยนื ตัวตรง ประนมมอื ระหว่างอก
กล่าวค�ำอาราธนาศีล ไม่ควรเสียงดังหรือเบาเกินไป เม่ือกล่าวค�ำอาราธนาจบแล้ว ให้ยืน
รอรบั ศลี เมอ่ื ประธานสงฆ์ในพธิ ีให้ศลี พึงรบั ศีลโดยว่าตามไปทีละข้อ ๆ จนถงึ ขอ้ สุดทา้ ย จากนั้น
ประนมมือฟังประธานสงฆใ์ นพธิ สี รุปท้ายศลี เรียบรอ้ ยแลว้ พงึ น้อมไหว้ จากน้ันหันไปท�ำความเคารพ
ประธานพธิ ีแล้วถอยออกไปทางทา้ ยอาสนส์ งฆ ์
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 53
ส�ำหรบั งานพธิ หี ลวงหรืองานพธิ ที ีเ่ สดจ็ พระราชดำ� เนินในสถานท่ีต่าง ๆ เม่อื อาราธนา
แล้วไมต่ ้องเปลง่ เสยี งรับศลี ตามประธานสงฆ์ พงึ ยืนสงบโดยรับศีลในใจ จนประธานสงฆ์ถวายศีลจบ
จึงหันไปถวายความเคารพองคป์ ระธานพธิ ี (การถวายความเคารพ ท�ำในลกั ษณะเดียวกบั การคำ� นบั
แต่ค้อมตัวต�่ำพอสมควร) แล้วถอยออกไปทางท้ายอาสน์สงฆ์ เพ่ือเตรียมพร้อมในการปฏิบัติงานที่
เกีย่ วข้องต่อไป
๒) งานพธิ ที ม่ี กี ารเจรญิ หรอื สวดพระพทุ ธมนตอ์ ยา่ งเดยี ว ศาสนพธิ กี รจะตอ้ งอาราธนา
ศีล และอาราธนาพระปริตร การอาราธนาศีลและอาราธนาพระปริตรพึงปฏิบัติเหมือนข้อ ๑ คือ
เมอื่ ทำ� ความเคารพประธานพธิ แี ลว้ หนั ไปประนมมอื นอ้ มไหวป้ ระธานสงฆใ์ นพธิ ี กลา่ วคำ� อาราธนาศลี
ประธานสงฆ์กล่าวสรุปศีลจบ ศาสนพิธีกรน้อมไหว้แล้ว กล่าวค�ำอาราธนาพระปริตร เม่ือกล่าว
ค�ำอาราธนาพระปริตรจบ น้อมไหว้ไปทางประธานสงฆ์ในพิธี หันไปท�ำความเคารพประธานพิธีแล้ว
ถอยออกไปทางทา้ ยอาสนส์ งฆ์ และคอยปฏิบตั งิ านในข้นั ตอนต่อไป
๓) งานพธิ ที ม่ี กี ารเจรญิ พระพทุ ธมนตห์ รอื สวดพระพทุ ธมนต์ ทม่ี กี ารแสดงพระธรรม
เทศนารวมอยู่ในพิธีนั้นและต่อเนื่องกัน ศาสนพิธีกรพึงปฏิบัติโดยอาราธนาพระปริตรให้พระสงฆ์
สวดพระพทุ ธมนตห์ รอื เจรญิ พระพทุ ธมนตก์ อ่ น เมอ่ื พระสงฆส์ วดพระพทุ ธมนตห์ รอื เจรญิ พระพทุ ธมนต์
จบแล้ว ก่อนเร่ิมพิธีแสดงพระธรรมเทศนา ประธานจุดเทียนส่องธรรม และเคร่ืองทองน้อยบูชา
ธรรมศาสนพิธีกรพึงนิมนต์พระสงฆ์ขึ้นน่ังยังธรรมาสน์เทศน์แล้ว ศาสนพิธีกรจึงอาราธนาศีลและ
อาราธนาธรรม ตามล�ำดับ
เมอ่ื พระสงฆแ์ สดงพระธรรมเทศนาจบ ศาสนพธิ กี รพงึ เขา้ ไปรบั พดั รองและคมั ภรี เ์ ทศน์
ออกมาทางทา้ ยอาสน์สงฆ์ และควรจดั ผูช้ ว่ ยศาสนพิธกี รเข้าไปดูแลพระสงฆล์ งจากธรรมมาสน์ด้วย
อนง่ึ ถา้ พธิ แี สดงพระธรรมเทศนาจดั กอ่ นพธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนตห์ รอื สวดพระพทุ ธมนต์
ศาสนพิธีกรพึงอาราธนาศีล รับศีล จบแล้ว จึงอาราธนาธรรม ตามล�ำดับ และต้องเผดียงพระสงฆ์
องคแ์ สดงพระธรรมเทศนาใหท้ ราบว่า ในกรณนี ้ี ให้อนโุ มทนา (ยถา วาริวหา....) บนธรรมาสน์ ดงั น้นั
ศาสนพธิ กี รจงึ ตอ้ งเชญิ ทก่ี รวดนำ้� ไปใหป้ ระธานในชว่ งน ี้ และเมอ่ื ถงึ เวลาพระสงฆเ์ จรญิ พระพทุ ธมนต์
หรอื สวดพระพทุ ธมนต์ จงึ อาราธนาพระปรติ รต่อไป โดยไม่ต้องอาราธนาศีลอีก
๔) งานพิธีที่มีการแสดงพระธรรมเทศนาอย่างเดียว หรืองานมีหลายพิธี แต่จัด
คนละเวลา พงึ ถือวา่ เปน็ คนละงาน คนละตอน การอาราธนาหรอื การจุดธปู เทียนบูชา พงึ กระท�ำโดย
แยกปฏบิ ตั ิเปน็ คนละตอน
54 ศาสนพิธีและมารยาทไทย
การอาราธนาในพธิ แี สดงพระธรรมเทศนา มขี อ้ ปลกี ยอ่ ยอกี คอื งานใดทปี่ ระธานพธิ กี ด็ ี
ศพก็ดี อัฐิก็ดี หรือผู้ล่วงลับ ท่ีเป็นพระสงฆ์ เม่ือศาสนพิธีกรอาราธนาศีล และรับศีลจบแล้ว
รอให้ประธานและ/หรือเจ้าภาพจดุ เครือ่ งทองน้อยบชู าธรรม และประธานหรือเจา้ ภาพจุดเคร่ืองทอง
นอ้ ยหนา้ ศพ หรอื อัฐิ เพ่อื บชู าธรรมแทนอฐั ิหรือผู้ท่ลี ว่ งลับไปแลว้ ก่อน จงึ อาราธนาธรรมตอ่ ไป
การอาราธนาศีลในงานพธิ ี
๔. การจดั เตรยี มอาหารและจตุปัจจยั เครอ่ื งไทยธรรม
ในงานพิธีที่นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์หรือสวดพระพุทธมนต์ และมีการถวาย
อาหาร ศาสนพิธีกรควรประสานเตรียมการเร่ืองอาหารถวายพระสงฆ์ให้เรียบร้อยก่อนพระสงฆ์จะ
เจรญิ พระพทุ ธมนต์ หรอื สวดพระพทุ ธมนตจ์ บ เมอ่ื พระสงฆส์ วดบทถวายพรพระ (พาหงุ ฯ) ศาสนพธิ กี ร
พึงจัดผู้ช่วยหรือเจ้าหน้าที่ยกอาหารมาตั้งไว้เบ้ืองหน้าพระสงฆ์พร้อมท้ังน้�ำดื่ม และจัดโต๊ะส�ำหรับ
ตัง้ อาหารบูชาพระพุทธใหเ้ รยี บร้อย เมื่อพระสงฆเ์ จริญพระพุทธมนต์ หรือสวดพระพทุ ธมนต์จบแล้ว
ศาสนพิธีกรพึงท�ำความเคารพ และเชิญประธานพิธีและผู้มีเกียรติประเคนภัตตาหารแด่พระสงฆ์
หากประธานในพธิ ีเปน็ พระสงฆ์ ศาสนพธิ กี รยกอาหารเพ่อื ให้ประธานประเคนถวายพระสงฆด์ ว้ ย
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 55
การจัดเตรียมและยกอาหารนี้ หากพระสงฆ์ฉันภัตตาหารรวมกันเป็นวงหรือเป็นโต๊ะ
ควรรอให้พระสงฆ์เจริญหรือสวดพระพุทธมนต์จบแล้ว และนั่งเป็นวงหรือน่ังประจ�ำท่ีโต๊ะก่อน
แลว้ จงึ ยกอาหารมาให้ประธานหรือเจ้าภาพประเคนพระสงฆ์
เมื่อศาสนพิธีกรสังเกตเห็นว่า พระสงฆ์ฉันภัตตาหารคาวเรียบร้อยครบทุกรูปแล้ว
พึงยกภตั ตาหารคาวออกพร้อม ๆ กนั และยกภัตตาหารหวานเขา้ ไปต้งั ครบทุกรูปแลว้ เชิญประธาน
และผมู้ เี กยี รตมิ าประเคนภตั ตาหารหวานพรอ้ มกนั อกี ครง้ั หนงึ่ แตใ่ นบางกรณปี ระธานและผมู้ เี กยี รติ
ต้องท�ำกิจอย่างอ่ืน ไม่สามารถมาถวายภัตตาหารหวานได้ ศาสนพิธีกรพึงถวายเอง เพ่ือพระสงฆ์
จะได้ไม่ต้องรอ ในระหว่างท่ีพระสงฆ์ฉันภัตตาหารศาสนพิธีกรพึงท�ำหน้าที่ปฏิบัติพระสงฆ์ด้วย
ควรส�ำรวจดูว่า พระสงฆ์ต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น อาหาร น�้ำดื่ม กระดาษเช็ดมือ
เป็นต้น จะได้จัดหามาถวายเพ่ิมเติม มารยาทอย่างหนึ่งที่ศาสนพิธีกรต้องพึงระวัง คือ ก่อนจะยก
ภัตตาหารคาวหรือหวานเข้า - ออก ต้องรอให้พระสงฆ์ฉันเสร็จครบทุกรูปก่อน (ซ่ึงตามธรรมเนียม
หรือประเพณีปฏิบัติของศาสนพิธีกรท่ีปฏิบัติสืบต่อกันมาให้ใช้วิธีสังเกตประธานสงฆ์ในพิธีเป็นหลัก
เน่ืองจากธรรมเนียมของพระสงฆ์ให้พระสงฆ์ผู้อาวุโสน้อยสังเกตพระสงฆ์ผู้มีอาวุโสมากกว่า
และให้พระสงฆ์ผู้มีอาวุโสมากกว่าเอื้อเฟื้อแก่พระสงฆ์ผู้มีอาวุโสน้อยกว่า ด้วยการฉันภัตตาหาร
คอยพระสงฆร์ ปู อนื่ ๆ เมอ่ื ประธานสงฆเ์ หน็ วา่ พระสงฆส์ ว่ นใหญฉ่ นั ภตั ตาหารเสรจ็ แลว้ จะแสดงอาการ
ใหศ้ าสนพธิ กี รหรอื ผทู้ ำ� หนา้ ทปี่ ฏบิ ตั พิ ระสงฆไ์ ดท้ ราบ ดว้ ยอาการรวบชอ้ นหรอื ปดิ ฝาสำ� รบั ภตั ตาหาร
ให้ผู้ปฏิบัติเห็น) เน่ืองจากหากยกภัตตาหารเข้า – ออกในขณะท่ีพระสงฆ์บางรูปยังฉันไม่เสร็จ
จะเป็นเสมอื นการเรง่ พระสงฆ์ ซึง่ ถือเป็นการเสยี มารยาทของศาสนพิธกี ร
จตปุ จั จยั เคร่อื งไทยธรรม จะตอ้ งจดั เตรียมวางไว้ทโ่ี ตะ๊ ดา้ นทา้ ยอาสนส์ งฆก์ อ่ นเร่มิ พิธเี สมอ
เมื่อยกส�ำรับภัตตาหารออกหมดแล้ว ศาสนพิธีกรพึงท�ำความสะอาดอาสน์สงฆ์ ซึ่งอาจเปื้อนหรือ
เปยี กนำ้� เสรจ็ แลว้ ยกเครอื่ งไทยธรรมมาวางเรยี งไวใ้ หส้ วยงามเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยเบอ้ื งหนา้ พระสงฆ์
หากมแี จกนั ดอกไม้ ก�ำดอกไม้ พวงมาลัย ใหว้ างเปน็ อันดบั แรกแลว้ จึงวางสิง่ อ่นื ๆ ต่อไป (การวางให้
วางหนั ดอกไมเ้ ขา้ หาพระสงฆ์เนื่องจากเป็นการถวายเครื่องไทยธรรมดว้ ยความเคารพ ถา้ ประธานพิธี
เป็นพระสงฆ์ผู้ใหญ่ให้หันดอกไม้มาทางประธานพิธี) เมื่อวางจตุปัจจัยไทยธรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เชญิ ประธานพธิ แี ละผมู้ เี กยี รตมิ าประเคนจตปุ จั จยั ไทยธรรม โดยการประเคนดอกไมก้ อ่ นแลว้ ประเคน
สิ่งอน่ื เป็นล�ำดับไป
อนง่ึ เป็นธรรมเนยี มทีเ่ จ้าภาพจะถวายปจั จยั ในการบำ� เพญ็ กุศลด้วย ศาสนพธิ กี รพงึ เตรียม
ใบปวารณาเขียนจ�ำนวนเงินและชื่อเจ้าภาพ จัดใส่ซองให้เรียบร้อย และรวมถวายในเวลาท่ีถวาย
เครื่องไทยธรรมน้ีด้วย ส่วนปัจจัยหรือเงินท่ีจะถวาย พึงมอบให้ไวยาวัจกรรับไป โดยให้เซ็นช่ือรับ
ในบัญชพี ระสงฆ์ เพ่ือปอ้ งกนั ปัญหาซึ่งอาจจะเกิดขึน้ แกศ่ าสนพธิ กี รได้
56 ศาสนพธิ แี ละมารยาทไทย
การจัดเครอ่ื งไทยธรรมถวายพระสงฆ์
๕. การประเคน
การประเคนพระสงฆ์ จะเป็นชายหรือหญิงไม่มีห้าม แต่ต้องท�ำให้ถูกลักษณะของการ
ประเคน คือ
(๑) ส่ิงของที่จะประเคนน้ัน ต้องไม่ใหญ่หรือหนักเกินไป เป็นส่ิงของท่ีคนปกติ
คนเดียวยกไหว โดยต้องยกสิ่งของนน้ั ให้ข้นึ พน้ จากพ้นื ทส่ี ่งิ ของน้นั ตง้ั อยู่
(๒) ผู้ประเคนต้องเข้ามาในหัตถบาส คือ อยู่ห่างจากพระภิกษุผู้รับประเคนไม่เกิน
๑ ศอก หรอื พงึ น�ำของประเคนเขา้ ไปให้ใกลพ้ ระผ้รู บั ประเคนประมาณ ๑ ศอก จะนง่ั หรือยืนแล้วแต่
สถานทที่ พ่ี ระภิกษุน้ันอำ� นวย
(๓) ผู้ประเคนน้อมสง่ิ ของนั้นเขา้ มาถวายด้วยกริ ิยาอาการแสดงความเคารพ
(๔) กิริยาอาการที่น้อมสิ่งของเข้ามาถวายน้ัน จะส่งถวายด้วยมือก็ได้ หรือจะตัก
สง่ ถวายด้วยของเนื่องดว้ ยกาย เชน่ ใชท้ ัพพตี กั ถวายก็ได้
(๕) พระภิกษผุ ้รู บั ประเคน จะรบั ด้วยมือกไ็ ด้ ผ้าทอดรบั ก็ได้ หรือภาชนะรบั เชน่
บาตรหรอื จานรบั สงิ่ ของทเี่ ขาตักถวายก็ได้
ผปู้ ระเคน ตอ้ งเขา้ ไปอยใู่ นทใี่ กลร้ ะยะดงั กลา่ ว แลว้ ยกสงิ่ ของใหพ้ น้ ขน้ึ จากพนื้ แลว้ นอ้ ม
ถวายส่ิงของทต่ี อ้ งประเคน คือ สิง่ ทีจ่ ะพึงบริโภค เช่น อาหาร น้�ำร้อน น�้ำเย็น เป็นต้น เมื่อประเคน
แล้วอย่าไปจับต้องหรือเลื่อนหากจะมีการเลื่อนส่ิงหนึ่งสิ่งใดพระสงฆ์จะเป็นผู้เลื่อนเอง เนื่องจาก
เมอื่ จับต้องแล้วจะตอ้ งประเคนใหม่ ถา้ สง่ิ ของนั้นไมใ่ ช่สิ่งของทใ่ี ชบ้ ริโภคกไ็ ม่ตอ้ งประเคน
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 57
๖. การเชิญท่ีกรวดนำ้�
เป็นธรรมเนียมอย่างหน่ึงของผู้ท�ำบุญหรือบ�ำเพ็ญกุศล เม่ือพิธีการต่าง ๆ ด�ำเนินการไป
จนถึงขั้นตอนสุดท้าย จะมีการกรวดน้�ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติสนิทมิตรสหายและสรรพสัตว์
ศาสนพิธีกรต้องเตรียมที่กรวดน�้ำ โดยท�ำความสะอาดและใส่น้�ำพร้อมต้ังไว้ที่โต๊ะเครื่องไทยธรรม
ด้านท้ายอาสน์สงฆ์ เม่ือประธานพิธีถวายจตุปัจจัยไทยธรรมเสร็จและกลับไปน่ังเรียบร้อยแล้ว
ศาสนพิธีกรพึงเชิญท่ีกรวดน้�ำด้วยมือซ้าย ประคองด้วยมือขวาให้ม่ันคง เดินเข้าไปใกล้จะถึง
ประธานพิธี ท�ำความเคารพ (ค�ำนับ) น่ังคุกเข่าเดินเข่า (การเดินเข่า วิธีการปฏิบัติ ให้น่ังตัวตรง
ปลายเท้าตั้ง และใช้เข่าเดินไปข้างหน้า ห้ามลากปลายเท้าโดยเด็ดขาด หากในมือถือสิ่งของ
ให้ถือลักษณะข้อศอกตั้งฉากกับพื้น หากไม่มีส่ิงของในมือ ให้ปล่อยมือไว้ข้างล�ำตัว ปลายนิ้วแตะ
ตะเข็บกางเกงด้านข้าง) เข้าไปทางด้านหน้า โดยให้เย้ืองไปทางเข่าซ้ายของประธานพิธีเล็กน้อย
ไม่ชิดหรือห่างเกินไป พอให้ประธานพิธีจับที่กรวดน�้ำได้สะดวก ถือท่ีรองรับน้�ำไว้ด้วยมือท้ังสอง
ย่ืนให้ประธาน ไม่สูงหรือต่�ำเกินไป พอให้ประธานพิธีเทน้�ำกรวดได้โดยไม่ต้องก้มลงหรือยกแขนสูง
กว่าปกติ เม่อื พระสงฆเ์ ริม่ อนุโมทนา “ยถา วารวิ หา...........” ประธานพธิ ีเริ่มเทน�ำ้ ลงยงั ที่รองรบั นำ้�
ท่ีศาสนพิธีกรถืออยู่ เม่ือสังเกตเห็นว่า ประธานพิธีเทน�้ำกรวดจวนหมดแล้ว ศาสนพิธีกรพึงปล่อย
มือขวาออกจากท่ีรองรับน้�ำให้ใช้มือซ้ายถือไว้มือเดียว ยกมือขวาข้ึนรับเต้าน้�ำกรวดท่ีประธานพิธี
เทหมดแลว้ น�ำเตา้ น้�ำกรวดมาชดิ กับที่รองรบั น้ำ� เดินเขา่ ถอยหลังออกมาจากประธานพิธพี อสมควร
ลุกข้ึนยืนท�ำความเคารพประธานพิธีแล้วถอยออกไปทางท้ายอาสน์สงฆ์ น�ำน�้ำกรวดไปเทใต้ต้นไม้ที่
เหมาะสมตามประเพณโี บราณ และต้องเทด้วยอาการส�ำรวมและสภุ าพ ไม่เทในที่ทไ่ี มส่ ะอาด ไม่สาด
หรือควำ�่ ภาชนะทใี่ สน่ �้ำ หากมพี ธิ ีอืน่ ๆ ต่อจากพธิ ีน้นั อีก ศาสนพธิ กี รตอ้ งใสน่ ำ้� ในเต้าน�ำ้ กรวดไวท้ นั ที
เพ่ือพรอ้ มทจี่ ะใช้ในพธิ ตี ่อไป การกรวดนำ้� ในพิธีตา่ ง ๆ หากเป็นพิธใี หญ่ ๆ หรอื งานพธิ ที เี่ ป็นทางการ
นิยมใช้ท่ีกรวดน�้ำส�ำหรับประธานพิธีท่ีเดียวเท่าน้ัน ส่วนในงานพิธีของชาวบ้านหรืองานท�ำบุญ
ตามวดั วาอารามจะใชท้ กี่ รวดนำ้� หลายท่กี ็ได้ มไิ ดม้ ีขอ้ ห้ามอันใด
อน่ึง ในพิธีท่ีเป็นทางการไม่นิยมน�ำท่ีกรวดน�้ำไปตั้งไว้ให้ประธานพิธีก่อน เช่น ที่โต๊ะเคียง
ด้านหน้า เพราะอาจท�ำให้เกิดข้อผิดพลาดแก่ประธานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานอวมงคล ซึ่งเคยมี
เร่ืองเล่าว่า ในงานอวมงคลงานหน่ึง ศาสนพิธีกรได้น�ำที่กรวดน้�ำไปต้ังไว้ที่โต๊ะเคียงของประธานพิธี
เมอ่ื ประธานพธิ ที อดผ้าบงั สุกุลและกลบั มานง่ั ทีเ่ รียบร้อยแลว้ เมอ่ื พระสงฆ์ตั้งพัดพจิ ารณาผ้าบังสุกุล
ประธานพิธีก็หยิบที่กรวดน้�ำมากรวดน�้ำก่อนที่พระสงฆ์จะอนุโมทนา เป็นต้น ซึ่งบางท้องถิ่นก็มีการ
กรวดน�ำ้ เมอ่ื พระสงฆ์พจิ ารณาผ้าบงั สุกลุ เช่นเดยี วกนั
58 ศาสนพธิ ีและมารยาทไทย
การเชิญทีก่ รวดน้�ำ
๗. การประพรมนำ�้ พระพทุ ธมนต์
เม่ือพระสงฆ์อนุโมทนาจบแล้ว ถ้าเป็นงานพิธีมงคลจะนิมนต์พระสงฆ์ประพรมน้�ำ
พระพุทธมนต์เพ่ือความเป็นสิริมงคล ส่วนมากนิยมพระสงฆ์รูปที่เป็นประธานสงฆ์ประพรมน้�ำ
พระพุทธมนต์ให้ ควรเชิญประธานพิธีหรือเจ้าภาพเข้ารับการประพรมน�้ำพระพุทธมนต์จาก
พระสงฆ์ก่อน ถ้าเป็นงานพิธีมงคลสมรสให้เชิญคู่บ่าวสาวเข้ารับการประพรมน�้ำพระพุทธมนต์ก่อน
บุคคลอ่ืน เสร็จแล้วจะนมิ นตพ์ ระสงฆป์ ระพรมน้�ำพระพทุ ธมนตใ์ นทอี่ ื่น ๆ หรือการประพรมรวมกัน
เป็นหมู่ ๆ ศาสนพิธีกรต้องเชิญภาชนะน้�ำพระพุทธมนต์เดินตามโดยเย้ืองไปทางด้านซ้ายของ
พระสงฆ์รูปท่ีประพรมนำ�้ พระพุทธมนต์
สิ้นสุดพิธี เม่ือสิ้นสุดกิจกรรมในศาสนพิธีแล้ว ส่ิงท่ีศาสนพิธีกรจะต้องด�ำเนินการต่อไป
เพ่ือให้การปฏิบัติหน้าท่ีศาสนพิธีกรเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมบูรณ์ ในช่วงสุดท้ายของ
ศาสนพิธี คือ
๑) รับพระสงฆ์ลงจากอาสนส์ งฆ์
๒) ประสานงานการส่งพระสงฆ์กลบั วดั
๓) ดับธปู เทยี นทโ่ี ตะ๊ หม่บู ูชาใหเ้ รยี บร้อย
๔) ส่งคืนอุปกรณ์ทย่ี มื มาใช้ในงานพิธี
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 59
ศาสนาไมไ่ ด้อย่แู คก่ ับพระกับเณร
แตอ่ ยู่กับผ้ปู ฏิบตั ิธรรมท่วั ไป
ฆราวาส ญาติโยมกต็ าม
หากมีศลี ประพฤติธรรม
ศาสนาก็อยู่กับคนนน้ั นนั่ แหละ
หลวงปอู่ ่อนสา สขุ กาโร
บทท่ี ๓
แนวทางการจัดงานศาสนพธิ ี
กบั สถาบันพระมหากษตั รยิ ์
สังคมไทยได้ยอมรับกันทั่วไปว่า ศาสนามีความส�ำคัญต่อวัฒนธรรมประเพณี เพราะมีผล
ต่อความรู้สึกนึกคิด ประเพณี และความเชื่อ ซึ่งได้ส่ือออกมาในลักษณะกิจกรรมของศาสนพิธี
ซ่ึงเป็นพธิ ีกรรมทางศาสนาทีถ่ ือปฏบิ ตั เิ ป็นแบบอย่าง ประเพณี และธรรมเนยี มสืบตอ่ กนั มาในขณะที่
พระมหากษัตริย์ในฐานะทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ได้ทรงเป็นแบบอย่างของการปฏิบัติ
พระราชกรณียกิจด้านศาสนพิธีสืบต่อกันมาได้อย่างสมบูรณ์ไม่คลาดเคล่ือนจากอดีตถึงปัจจุบัน
จนกลายเป็นราชประเพณีสืบมา ซึ่งพุทธศาสนิกชนชาวไทยได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ เพ่ือเป็นการ
สบื ทอดกจิ กรรมดา้ นศาสนพธิ ใี หค้ งอยแู่ ละแพรห่ ลายไปสสู่ ถาบนั ตา่ ง ๆ ของสงั คมไทยทงั้ ในสว่ นกลาง
และภมู ภิ าค
ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ในส่วนภูมิภาค เช่น จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน
หรือ องค์กรเอกชน ได้มีการจัดกิจกรรมที่เก่ียวเน่ืองกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นจ�ำนวนมาก
อันเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีและความจงรักภักดีท่ีพสกนิกรชาวไทยมีต่อสถาบัน
พระมหากษัตริย์ ดังน้ัน เพ่ือให้การจัดกิจกรรมในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคท่ีเก่ียวกับสถาบัน
พระมหากษัตริย์เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงได้รวบรวมน�ำเสนอไว้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม
รว่ มกันไว้เป็นเอกสารเผยแพร่สืบไป
๑. วันจักรี
วนั จักรี ตรงกับวันท่ี ๖ เมษายนของทกุ ๆ ปี เป็นวันคลา้ ยวนั ประดิษฐานพระราชวงศจ์ กั รี
ถือเป็นงานรัฐพิธี เป็นโอกาสที่พสกนิกรชาวไทยจะได้มีโอกาสร�ำลึกในมงคลท่ีเกิดจาก
พระมหากรุณาธิคุณ อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล ในส่วนกลางจัดให้มีพิธีถวาย
ราชสักการบูชาพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พิธีน้ีไม่มีพระสงฆ์)
ท่เี ชิงสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพระพทุ ธยอดฟา้ )
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 61
ส�ำหรับในส่วนภูมิภาค หากมีการจัดกิจกรรมเพ่ือเป็นการถวายพระเกียรติ อันเป็นการ
ระลึกถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณที่พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์
ไดป้ กครองพสกนกิ รดว้ ยหลกั ทศพธิ ราชธรรม และไดท้ รงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ อนั เปน็ คณุ ประโยชน์
แก่ประชาชนและประเทศชาติ สมควรที่พสกนิกรจะได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีที่มีแด่
พระบรมวงศ์จักรี เพื่อพร้อมกันถวายพระพรชัยมงคล ขอให้เทพยดาเบื้องบนโปรดอภิบาล
พระบรมวงศ์จักรี ให้เสด็จสถิตเป็นศรีสถาพรอยู่คู่ประเทศชาติช่ัวนิรันดร์และให้พระเกียรติคุณ
อเนกอนันต์แผไ่ พศาลไปท่วั ทกุ ทิศานุทศิ ผูเ้ ปน็ พธิ ีกรพึงดำ� เนนิ การ ดังน้ี
การเตรียมการ
๑) จดั เตรียมพระบรมรปู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ๙ รัชกาล
๒) จดั เตรยี มพระฉายาลกั ษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๓) จัดเตรียมโต๊ะหมู่บูชา จ�ำนวน ๓ ชุด ชุดท่ี ๑ ประดิษฐานพระพุทธรูป ชุดท่ี ๒
ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๙ รัชกาล และชุดท่ี ๓ ประดิษฐาน
พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หวั
๔) เตรยี มจัดพุม่ ดอกไม้ หรอื แจกันดอกไม้ประดับตามความเหมาะสม
๕) จดั เตรยี มเครอ่ื งทองน้อยวางทีโ่ ต๊ะหมู่บชู าแถวกลาง ตัวล่าง (หรอื ตัวที่ ๒ ถัด ขน้ึ ไป
จากตัวล่าง) ติดธูปเทียนให้พร้อม โดยหันด้านท่ีมีพุ่มดอกไม้ไปยังพระบรมรูปพระบาทสมเด็จ
พระเจา้ อยหู่ วั ๙ รชั กาล และหนั ดา้ นธปู เทยี นออกดา้ นนอก (เพอื่ ผเู้ ปน็ ประธานพธิ จี ดุ ถวายราชสกั การะ)
๖) จดั โตะ๊ ส�ำหรบั วางพานพุ่มไว้หน้าโตะ๊ หม่บู ูชา พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ๙ รัชกาล
จำ� นวน ๑ ตัว ในกรณีมกี ารวางพานพมุ่ ถวายราชสกั การะ
๗) จัดเตรยี มเครือ่ งใช้พิธีสงฆ์ (งานพิธมี งคล)
๘) จัดเตรียมกรวยดอกไม้ ธูปเทียนแพ จ�ำนวน ๑ ชุด วางไว้ที่โต๊ะหมู่บูชาแถวกลาง
ตวั ลา่ ง (หรือตวั ท่ี ๒ ถัดขน้ึ ไปจากตัวลา่ ง) หนา้ พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอย่หู ัว รัชกาลปัจจบุ นั
เพ่ือผูเ้ ปน็ ประธานจะได้เปิดกรวยถวายราชสักการะสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั รชั กาลปจั จบุ นั
๙) จัดโต๊ะส�ำหรับพักพานพุ่ม จ�ำนวน ๑ ตัว ตั้งไว้ทางด้านซ้ายของโต๊ะหมู่บูชาห่างจาก
โต๊ะหมู่บูชาประมาณ ๕ เมตร พักพานพุ่มไว้ พานพุ่มน้ีจะเป็นคู่หรือเดี่ยว จะเป็นพุ่มดอกไม้สด
หรอื ดอกไม้แห้ง หรอื พุม่ ทอง พมุ่ เงินก็ได้
๑๐) จดั เตรยี มเทียนชนวนไวเ้ พื่อสง่ ใหป้ ระธานพิธีจุดเครอื่ งทองนอ้ ย
๑๑) จัดเตรียมแท่นกราบส�ำหรับประธานกราบหน้าโต๊ะหมู่บูชา หลังจากวางพุ่มดอกไม้
และจุดเครือ่ งทองนอ้ ยแลว้
๑๒) ถ้ามพี ธิ บี วงสรวงต้องมีการจัดเตรยี ม และตัง้ เครอื่ งบวงสรวงดว้ ย
62 ศาสนพธิ ีและมารยาทไทย
ผังการจดั กจิ กรรมวันจักรี (มีพธิ ีสงฆ)์
๑. พระบรมฉายาลกั ษณห์ รอื พระบรมสาทสิ ลกั ษณ์ อดตี บรุ พกษตั รยิ ร์ าชจกั รวี งศ์ ๙ รชั กาล
และเครอื่ งทองน้อย
๒. พระฉายาลักษณ์ หรือพระสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเคร่ืองสักการะ
(ดอกไม้ธปู เทียนแพ)
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 63
แนวทางการปฏิบัติงาน
ในการปฏิบัติหากมีหน่วยงานหรือบุคคลอ่ืนมีความประสงค์จะวางพุ่มดอกไม้ ควรแนะน�ำ
ให้หน่วยงานหรือบุคคลนั้น วางก่อนที่ประธานจะเดินทางมาถึงบริเวณพิธี เมื่อใกล้จะถึงเวลา
ตามก�ำหนดการ ให้ผ้รู ว่ มพธิ ถี วายราชสักการะยนื เข้าแถวให้เปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยทีบ่ รเิ วณดา้ นหนา้
โต๊ะหมู่บูชา เว้นระยะห่างพอสมควร ข้าราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาว สวมหมวกยืนด้านหน้า
ส่วนผู้มีเกียรติท่ัวไปแต่งกายชุดสากล หรือชุดสุภาพ ยืนเข้าแถว เม่ือประธานเดินทางมาถึง
ผู้ท่ีไม่ได้ไปยืนเข้าแถว แต่นั่งอยู่ท่ีเก้าอ้ีให้ลุกข้ึนยืนเป็นการต้อนรับและให้เกียรติผู้ท�ำหน้าท่ีประธาน
พิธดี ว้ ย
ล�ำดับขัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน
๑) เมื่อประธานมาถงึ พิธี เรยี นเชิญประธานจดุ ธปู เทียนบูชาพระรตั นตรยั
๒) เจ้าหน้าทอ่ี าราธนาศลี ประธานและผูร้ ่วมพิธรี ับศีล (ไมต่ อ้ งกล่าวตามเน่อื งจากมกี าร
ใช้พัดยศ
๓) ในกรณีมีพิธีบวงสรวง ประธานพิธีถวายพุ่มดอกไม้เคร่ืองราชสักการะ (ถ้ามีการ
ถวายพุ่มดอกไม้ ๒ พุ่ม ให้ประธานวางพุ่มด้านขวาของประธานพิธีก่อน แล้วจึงวางพุ่มด้านซ้าย)
แล้วจุดเคร่ืองทองน้อยเบอ้ื งหนา้ พระบรมรูป ๙ รชั กาล กราบถวายราชสกั การะ ๑ ครงั้ (ไม่แบมือ
ท่แี ทน่ กราบ) ออกไปจุดธปู เทยี นเคร่ืองบวงสรวง (ดรุ ยิ างคบ์ รรเลงเพลงสาธกุ าร)
๔) เมื่อเสร็จพิธีบวงสรวง ประธานอ่านอาศิรวาทปฐมราชสดุดี จบ (ดุริยางค์บรรเลง
เพลงสรรเสรญิ พระบารมี ขณะนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา)
๕) ประธานพิธีถวายพุ่มดอกไม้ และเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะ
เบ้อื งหน้าพระฉายาลกั ษณ์สมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั รัชกาลปจั จบุ ัน ถวายความเคารพ แล้วถอยออกมา
ยืนเบื้องหน้าผ้รู ว่ มพธิ ี กล่าวนำ� ถวายพระพรชัยมงคล จบ (ดุรยิ างคบ์ รรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมี
ขณะนี้พระสงฆ์เจริญชยั มงคลคาถา)
๖) ในกรณมี พี ธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนต์ เพอื่ ถวายพระราชกศุ ล เจา้ หนา้ ทอี่ าราธนาพระปรติ ร
๗) พระสงฆเ์ จรญิ พระพุทธมนต์
๘) จบแล้ว ฉันภัตตาหารเรยี บรอ้ ยแล้ว
๙) ประธานพธิ ี และผ้รู ่วมพิธี ประเคนจตุปจั จัยไทยธรรม
๑๐) ประธานพิธีกรวดนำ�้ รับพร
๑๑) พระสงฆอ์ นุโมทนา ถวายอดเิ รก เสรจ็ พธิ ี
หมายเหตุ
๑) พระสงฆ์ในพิธีใชพ้ ัดยศสมณศกั ดิ์ ถวายอดเิ รก (พระสงฆ์ทีถ่ วายอดิเรกได้ จะต้องเปน็
พระราชาคณะ และใช้พดั ยศสมณศกั ด์ิ หรือพระครูสญั ญาบัตรเจ้าคณะจงั หวัด รองเจา้ คณะจังหวดั
และเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก ซ่ึงถือพัดเปลวเพลิง และต้องตั้งพัดยศสมณศักด์ิในการ
ถวายอดิเรก)
64 ศาสนพธิ แี ละมารยาทไทย
๒) ขณะประธานสงฆถ์ วายอดเิ รก ประธานพิธแี ละผู้ร่วมพิธลี ดมอื ลง
๓) เมือ่ พระสงฆ์รูปที่ ๒ รับ “ภวตุ สพฺพมงฺคลํ ...” ประธานพิธแี ละผ้รู ว่ มพธิ พี ึงประนมมอื
ขึน้ เพื่อรบั พรต่อ จนกว่าพระสงฆจ์ ะสวดจบบท
๒. วันปยิ มหาราช
วันปิยมหาราช กาลอันเป็นอภิลักขิตสมัย คล้ายวันสวรรคตแห่งองค์พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั ผู้ทรงพระคณุ อนั ประเสริฐ ซ่งึ ได้กำ� หนดไวใ้ นวันที่ ๒๓ ตลุ าคมของทุกปี
อันเป็นวันที่พสกนิกรชาวไทยแผ่นดินสยามน้อมร�ำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทางราชการได้ก�ำหนดให้วันนี้เป็นวันส�ำคัญของชาติ เรียกว่า
“วนั ปิยมหาราช” หรอื “วันถวายบังคมพระบรมรปู ทรงม้า”
ส�ำหรับในส่วนกลาง เพื่อเป็นการน้อมร�ำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เนอ่ื งในอภลิ กั ขติ สมยั คลา้ ยวนั สวรรคตในพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจ้าอยู่หวั สมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวไดท้ รงบ�ำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ๒ ประการ คือ
๑) เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงวางพวงมาลาพระบรมราชานสุ าวรยี ์ ณ ลานพระราชวงั ดสุ ติ
๒) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ก�ำหนดเป็นงานพระราชพิธีทรงบ�ำเพ็ญพระราชกุศล
ทักษิณานปุ ระทานเป็นประจ�ำทุกปี มกี ารสวดพระพทุ ธมนต์ ถวายพระธรรมเทศนา และสดบั ปกรณ์
นิมนตพ์ ระสงฆ์ จ�ำนวน ๕๗ รูป เท่าพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
ซง่ึ ตอ้ งนมิ นตพ์ ระสงฆว์ ดั ทเี่ กยี่ วกบั พระบรมอฐั พิ ระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระบรมอฐั ิ
สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และพระบรมอัฐิสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี
พระพนั วสั สาอยั ยกิ าเจา้ เปน็ สำ� คญั สว่ นนอกนนั้ นมิ นตต์ ามลำ� ดบั สมณศกั ดจิ์ ากสงู ลงมา งานพระราชพธิ นี ี้
จดั ท่พี ระท่นี ่งั อมรินทรวนิ จิ ฉัย
ส�ำหรับส่วนราชการในภมู ิภาค หากจะจัดพธิ เี พ่อื เป็นการนอ้ มร�ำลกึ ถงึ พระมหากรุณาธิคุณ
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีของ
ประชาชนชาวไทยทม่ี ีแดพ่ ระองค์ทา่ น ก็สามารถด�ำเนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ได้ แตผ่ ู้ทำ� หนา้ ที่ศาสนพธิ ีกร
พึงท�ำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า มีการจัดกิจกรรมใดบ้าง มีพิธีใด มีพระสงฆ์หรือไม่ เพื่อจะได้จัด
เตรยี มงาน สถานท่ี และพิธีการไดถ้ ูกต้องเหมาะสม
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 65
การเตรียมการ
๑) จัดเตรียมโต๊ะหมู่บูชา ๒ ชุด ส�ำหรับตั้งเพ่ือบูชาพระรัตนตรัย จ�ำนวน ๑ ชุด
(ในกรณีมีพิธีสงฆ์) ส�ำหรับตั้งเพ่ือถวายเคร่ืองราชสักการะหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๕
จ�ำนวน ๑ ชุด
๒) ในกรณีไม่มีพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลท่ี ๕ จะต้องจัดเตรียมพระบรมรูปหล่อ
หรือ พระบรมฉายาลกั ษณ์ หรอื พระบรมสาทิสลักษณ์ เพื่อประดิษฐานในสถานที่จดั ท�ำพิธี
๓) จัดเตรียมเคร่ืองราชสักการะที่น�ำมาแสดงความเคารพบูชา ประกอบด้วยพวงมาลัย
ดอกไม้สดหรือพุ่มดอกไม้สด และมีธรรมเนียมปฏิบัติว่า ถ้ามิใช่เป็นวันสวรรคตแห่งองค์พระบรม
ราชานสุ าวรยี ร์ ชั กาลท ่ี ๕ ควรสกั การะดว้ ยพมุ่ ดอกไมส้ ด หรอื พวงมาลยั ดอกไมส้ ด และไมใ่ ชแ้ ถบแพร
หรือผ้าผกู เปน็ โบสดี �ำ เชน่ วนั ท่ี ๖ เมษายน ซึ่งเปน็ วนั ท่รี ะลึกมหาจกั รี แตว่ นั ที่ ๒๓ ตลุ าคม ถือเปน็
วนั สวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั ใหใ้ ช้แถบแพรหรือผ้าผูกเป็นโบด�ำได้
๔) จัดเตรียมเคร่ืองบูชาพระรัตนตรัย (กรณีมีพิธีสงฆ์) จัดเตรียมเครื่องทองน้อย เพื่อให้
ประธานจดุ บูชาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรยี ์ รชั กาลที่ ๕
๕) เตรยี มการนิมนตพ์ ระสงฆ์ (มีพธิ ีสงฆ์) กรณนี ใี้ ช้พัดรอง หรือตาลปตั ร
๖) จดั เตรยี มเครื่องใชพ้ ิธสี งฆ์ (งานพธิ ีอวมงคล)
๗) จัดเตรียมขาหยั่ง (ควรให้มีความสูงจากยอดพวงดอกไม้ถึงพื้นประมาณ ๒ เมตร,
๓ เมตร, ๔ เมตร แต่ไม่ควรเกนิ ๖ เมตร)
66 ศาสนพิธแี ละมารยาทไทย
ผงั การจดั กิจกรรมวนั ปิยมหาราช (มพี ิธสี งฆ์)
หมายเหตุ ๑ โต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมรูปหรือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว รชั กาลที่ ๕
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 67
แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน
ในการปฏิบตั ิ หากมีหน่วยงานหรือบคุ คลอน่ื มีความประสงคจ์ ะวางพมุ่ ดอกไม้ ควรแนะนำ�
ให้หน่วยงานหรือบุคคลน้ัน ๆ วางพุ่มดอกไม้หรือพวงดอกไม้ก่อนท่ีประธานจะเดินทางมาถึง
บริเวณพิธี เม่ือใกล้จะถึงเวลาตามก�ำหนดการ ให้ผู้ร่วมพิธีถวายสักการะยืนเข้าแถวให้เป็น
ระเบียบเรียบร้อยท่ีบริเวณด้านหน้าโต๊ะหมู่บูชา เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ เว้นระยะห่าง
พอสมควร ข้าราชการแต่งเคร่ืองแบบปกตขิ าว สวมหมวกยืนด้านหนา้ ส่วนผู้มเี กยี รตทิ ่ัวไปแตง่ กาย
ชุดสากล หรือชุดสุภาพ ยนื เข้าแถวด้านหลัง เมื่อประธานเดินทางมาถงึ บริเวณพธิ ี ผู้ทไี่ มไ่ ดย้ นื เข้าแถว
แตน่ งั่ อยูท่ ี่เก้าอ้ใี หล้ ุกข้ึนยืน เป็นการตอ้ นรับและใหเ้ กียรตผิ ทู้ ำ� หน้าทปี่ ระธานพธิ ี
๑) เมอื่ ประธานมาถงึ บรเิ วณพธิ ี เรยี นเชญิ ประธานถวายสกั การะวางพวงดอกไม ้ ยงั ขาหยง่ั
ทีจ่ ดั เตรียมไว้ และวางพมุ่ ดอกไม้ยงั โต๊ะทจ่ี ัดเตรียมไว้
๒) จุดธปู เทียนเครือ่ งทองนอ้ ย (กราบทีแ่ ท่นกราบ ๑ ครงั้ ไม่แบมอื ) ยนื ข้นึ ถอยออกมา
ยืนด้านหน้าแถว ถวายความเคารพ (กรณีสวมหมวก แสดงความเคารพ ด้วยการวันทยหัตถ์
กรณีไม่สวมหมวก ให้โคง้ ค�ำนบั พร้อมกนั ๑ ครัง้ )
๓) เดนิ เข้าสสู่ ถานท่ปี ระกอบพธิ ีสงฆ์
๔) จดุ ธปู เทยี นบชู าพระรัตนตรยั (กราบ ๓ คร้งั )
๕) กรณีมีพระบรมรูป หรือพระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระบรมสาทิสลักษณ์ ในสถานที่
ประกอบพธิ ีสงฆ์ ให้จุดธูปเทียนเครอื่ งทองน้อย และกราบทแ่ี ทน่ กราบ ๑ ครั้ง ไม่แบมอื
๖) เจา้ หน้าทีอ่ าราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล ประธานพิธีและผรู้ ่วมพธิ ีรับศีล
๗) เจ้าหนา้ ท่อี าราธนาพระปรติ ร
๘) พระสงฆ์สวดพระพทุ ธมนต์ จบแล้ว
๙) ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์
๑๐) ประธานพธิ ี และผู้รว่ มพิธี ประเคนจตปุ จั จัยไทยธรรม
๑๑) เจา้ หนา้ ที่ลาดผ้ารองโยง และลาดผา้ ภษู าโยง
๑๒) ประธานพิธี และผรู้ ่วมพธิ ี ทอดผ้าไตรบงั สุกลุ
๑๓) เม่ือทอดผ้าเสรจ็ เจา้ หน้าท่ีเช่อื มต่อแถบทองกับผา้ ภษู าโยง
๑๔) พระสงฆ์พิจารณาผา้ บงั สกุ ุล
๑๕) ประธานพธิ ี กรวดน้�ำ รับพร
๑๖) พระสงฆ์อนโุ มทนา เสรจ็ พธิ ี
หมายเหตุ
(๑) ในพิธีนี้ พระสงฆใ์ ชพ้ ดั รองหรอื ตาลปัตร (ไม่ใช้พัดยศสมณศกั ดิ)์
68 ศาสนพิธีและมารยาทไทย
(๒) งานพิธีท่ีมีลักษณะงานเช่นนี้ เช่น วันที่ ๒๕ พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันท่ีระลึก
รัชกาลที่ ๖ ส�ำนักพระราชวัง ได้ออกหมายก�ำหนดการเสด็จพระราชด�ำเนิน ทรงวางพวงมาลา
ถวายราชสักการะท่ีพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่ีสวนลุมพินี
กรงุ เทพมหานคร ขา้ ราชการแตง่ เครอื่ งแบบปกตขิ าว หากสว่ นราชการใดจะจดั พธิ ถี วายสกั การะ หรอื
จัดพิธสี งฆ์ พงึ จัดอนโุ ลมตามพธิ กี ารที่จดั ในวันปยิ มหาราช ทง้ั พิธีวางพวงดอกไม้ และพธิ บี ำ� เพญ็ กศุ ล
๓. วนั เฉลมิ พระชนมพรรษา
วันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ ปวงชน
ชาวไทยและชาวต่างประเทศท่ีอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารต่างก็ถือเป็นเรื่องที่ปลื้มปีติยินดี
ในอนั ทจ่ี ะรว่ มกนั เฉลมิ ฉลองในวาระสำ� คญั เชน่ น้ี เนอ่ื งจาก ทรงเปน็ ทเ่ี ทดิ ทนู ของไพรฟ่ า้ ประชาราษฎร์
ท่ัวราชอาณาจักรไทย ซึ่งในการจัดงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ได้มีการจัดให้เป็นไปตาม
พระราชประเพณีท้ังงานในส่วนท่ีเป็นพระราชพิธี รัฐพิธี ศาสนพิธี และงานเฉลิมฉลองอื่น ๆ ท้ังน้ี
เพ่ือเปน็ การแสดงออกซ่งึ ความจงรักภกั ดที พ่ี สกนกิ รมแี ดส่ มเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว
สำ� หรบั การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ถา้ ส่วนราชการหรอื องคก์ รตา่ ง ๆ จะจดั เพื่อ
เป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พึงจัดก�ำหนดการโดยอนุโลมตามหมายก�ำหนดการ
ของส�ำนักพระราชวัง ซ่ึงได้ก�ำหนดรูปแบบการจัดกิจกรรมเน่ืองในวันเฉลิมพระชนมพรรษาไว้
๓ แบบ คือ
แบบท่ี ๑ การลงนามถวายพระพรชัยมงคล
แบบที่ ๒ การลงนามถวายพระพร และประชมุ สดุดีถวายพระพรชยั มงคล
แบบท่ี ๓ การลงนามถวายพระพร และบ�ำเพ็ญกศุ ลถวายพระราชกศุ ล
การเตรียมการ แบบที่ ๑ การลงนามถวายพระพรชัยมงคล
๑) จัดแตง่ หอ้ งประชมุ หรือหอ้ งโถง หรือศาลาประชาคม ตามความเหมาะสมของสถานที่
ตกแต่งประดับธงชาติ ตามประทปี โคมไฟ ตามระเบยี บท่ที างราชการก�ำหนดไว้
๒) ภายในห้องประชมุ หรอื หอ้ งโถง หรือเวที ตั้งโต๊ะหมู่ ๕ หรอื หมู่ ๗ หรือ หมู่ ๙ แล้วแต่
ความสะดวกและเหมาะสม ประดับแจกันดอกไม้ พุ่มดอกไม้ อญั เชิญพระรปู หรือ พระฉายาลกั ษณ์
หรือพระสาทิสลักษณ์ ประดิษฐานบนโต๊ะหมู่ตัวกลางแถวบน (ตัวสูงสุด) หรือประดิษฐาน
พระฉายาลกั ษณ์ พระสาทิสลักษณ์ บนขาหยง่ั ก็ได้ แต่โต๊ะหมู่ตวั กลางแถวบน (ตัวสูงสดุ ) ไมค่ วรวาง
สิ่งใด เสมือนประหนึง่ วา่ พระฉายาลักษณ์ หรอื พระสาทิสลกั ษณ์ ประดิษฐานอย่บู นโตะ๊ หมตู่ ัวสูงนั้น
๓) ต้ังพานธปู เทียนแพและกรวยดอกไม้สดไวบ้ นโตะ๊ หมูต่ วั กลาง แถวกลาง
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 69
๔) จดั โตะ๊ พรอ้ มเกา้ อส้ี ำ� หรบั ลงนามถวายพระพรไวส้ ว่ นใดสว่ นหนงึ่ ของสถานที่ เพอ่ื ลงนาม
ถวายพระพร ในที่นี้เพ่ือความเหมาะสมควรตั้งไว้ด้านซ้ายของโต๊ะหมู่ท่ีประดิษฐานพระฉายาลักษณ์
หรือพระสาทสิ ลกั ษณ์
๕) จดั สมดุ พรอ้ มปากกาวางไวบ้ นโตะ๊ และควรมเี จา้ หนา้ ทรี่ บั รองกำ� กบั สมดุ ลงนามไวด้ ว้ ย
๖) ก�ำหนดเวลาลงนามถวายพระพรชัยมงคล ทางราชการสำ� นกั พระราชวงั กำ� หนดไวใ้ น
หมายกำ� หนดการ เรม่ิ แตเ่ วลา ๙ นาฬกิ า ถงึ ๑๗ นาฬกิ า แตง่ กายเครอ่ื งแบบปกตขิ าว พอ่ คา้ ประชาชน
แตง่ สากลนยิ ม หรอื ชุดสภุ าพ ส่วนท้องถิน่ ควรปฏิบตั ติ ามก�ำหนดการส�ำนักพระราชวงั โดยอนโุ ลม
70 ศาสนพธิ ีและมารยาทไทย
แนวทางปฏิบัติงาน
๑) เมือ่ ถงึ เวลาตามกำ� หนดการจดั เจ้าหนา้ ทร่ี บั รองก�ำกับสมดุ ลงนามประจำ� ทโี่ ต๊ะลงนาม
ถวายพระพรชยั มงคล
๒) ผู้มาลงนามถวายพระพรชยั มงคล ลงนามในสมดุ ทจ่ี ดั ไว้เรยี บร้อยแล้ว
๓) เดนิ ไปยนื ณ เบอื้ งหนา้ พระรปู พระฉายาลกั ษณ์ หรือ พระสาทสิ ลักษณ์
๔) แสดงความเคารพพระรูป พระฉายาลักษณ์ หรือ พระสาทสิ ลักษณ์ เสรจ็ พธิ ี
แบบที่ ๒ การลงนามถวายพระพรและชมุ นมุ สดุดี ถวายพระพรชัยมงคล
๑) จดั แตง่ หอ้ งประชุม หรอื หอ้ งโถง หรอื ศาลาประชาคม ตามความเหมาะสมของสถานที่
๒) ตกแต่งประดับธงชาติ ตามประทปี โคมไฟตามระเบยี บทที่ างราชการกำ� หนดไว้
๓) ภายในห้องประชุมหรือห้องโถง หรือเวที ต้ังโต๊ะหมู่ ๕ หรือ หมู่ ๗ หรือ หมู่ ๙
แล้วแต่ความสะดวกและความเหมาะสม ประดับแจกันดอกไม้ พุ่มดอกไม้ อัญเชิญพระบรมรูป
พระฉายาลักษณ์ หรือ พระสาทิสลักษณ์ ประดิษฐานบนโต๊ะหมู่ตัวกลางแถวบน (ตัวสูงสุด)
หรือประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ พระสาทิสลักษณ์ บนขาหยั่งก็ได้ แต่โต๊ะหมู่ตัวกลางแถวบน
(ตัวสูงสุด) ไม่ควรวางส่ิงใด เสมือนประหน่ึงว่าพระฉายาลักษณ์ หรือพระสาทิสลักษณ์ประดิษฐาน
อยูบ่ นโต๊ะหมู่ตวั สูงนน้ั
๔) ตงั้ พานธปู เทียนแพและกรวยดอกไมส้ ดไว้บนโตะ๊ หมู่ตวั กลาง แถวกลาง
๕) จัดโต๊ะพร้อมเก้าอี้ส�ำหรับลงนามถวายพระพรไว้ส่วนใดส่วนหนึ่งของสถานที่
เพ่ือลงนามถวายพระพร ในที่น้ีเพ่ือความเหมาะสมควรตั้งไว้ด้านซ้ายของโต๊ะหมู่ที่ประดิษฐาน
พระฉายาลักษณ์ หรือ พระสาทสิ ลกั ษณ์
๖) จดั สมดุ พรอ้ มปากกาวางไวบ้ นโตะ๊ และควรมเี จา้ หนา้ ทรี่ บั รองกำ� กบั สมดุ ลงนามไวด้ ว้ ย
๗) ก�ำหนดเวลาและมีชุมนุมสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล ในแบบท่ี ๒ น้ี
อนุโลมตามหมายก�ำหนดการของส�ำนักพระราชวัง ก�ำหนดเสด็จพระราชด�ำเนินออกมหาสมาคม
พระบรมวงศานวุ งศ์ ขา้ ราชการเฝา้ กราบบงั คมทูลถวายพระพรชยั มงคล เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๐ นาที
การแต่งกายขา้ ราชการแต่งเครอื่ งแบบเตม็ ยศ ประชาชนแต่งสากลนยิ ม หรือชุดสุภาพ ส่วนทอ้ งถน่ิ
ควรปฏบิ ัติตามก�ำหนดการส�ำนักพระราชวงั
๘) จดั เตรียมค�ำประกาศถวายสดดุ เี ฉลมิ พระเกยี รติใหป้ ระธานพธิ ี
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 71
แนวทางปฏบิ ัติงาน
๑) เม่อื ถึงเวลาผู้รว่ มพิธมี าประชมุ พร้อมกันบริเวณพธิ ีแลว้
๒) จะจดั ให้นง่ั เกา้ อี้ หรือยืนตามลำ� ดับความเหมาะสม ข้าราชการแต่งเครอื่ งแบบเต็มยศ
อยดู่ า้ นหนา้ ผมู้ เี กยี รติ พอ่ คา้ คฤหบดี ประชาชนทไี่ มไ่ ดแ้ ตง่ เครอื่ งแบบ ควรอยดู่ า้ นหลงั ผทู้ แี่ ตง่ เครอื่ ง
แบบเต็มยศ
๓) ประธานเขา้ สหู่ อ้ งประชมุ เดนิ ตรงไปยนื ทหี่ นา้ โตะ๊ หมปู่ ระดษิ ฐานพระฉายาลกั ษณ์ หรอื
พระสาทสิ ลกั ษณ์
๔) เปดิ กรวยทป่ี ดิ กระทงดอกไมธ้ ปู เทยี นแพออกวางไว้ด้านขา้ ง
๕) ถอยออกมา ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ หรือ พระสาทิสลกั ษณ์
๖) เจ้าหน้าทส่ี ่งคำ� ประกาศสดดุ ีเฉลิมพระเกยี รติถวายพระพรชยั มงคลให้ประธานพธิ ี
๗) ประธานพิธีอ่านค�ำสดุดเี ฉลิมพระเกยี รติถวายพระพรชยั มงคล จบ
๘) ดุริยางคบ์ รรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จบ
๙) ประธานพิธี และผรู้ ว่ มพธิ ีถวายความเคารพพร้อมกัน
๑๐) เสรจ็ พธิ ี
72 ศาสนพธิ ีและมารยาทไทย
แบบที่ ๓ การลงนามถวายพระพรชัยมงคล และบ�ำเพ็ญกลุ ถวายเปน็ พระราชกศุ ล
๑) จัดเตรียมตกแต่งสถานที่ ห้องประชุมหรือห้องโถง หรือศาลาประชาคม ตามความ
เหมาะสมของสถานท่ี
๒) ตกแตง่ ประดบั ธงชาติ ตามประทปี โคมไฟ ตามระเบียบทีท่ างราชการก�ำหนดไว้
๓) จัดเตรียมอาสน์สงฆ์ ส�ำหรับพระสงฆ์นั่ง ๑๐ รูป (อาสน์สงฆ์จะต้องสูงกว่าเก้าอี้ท่ี
ประธานพิธี ขา้ ราชการ หรือผู้รว่ มพธิ ีน่ัง ถ้าจดั งานพิธตี อนเชา้ ควรจะเริ่มเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.
ถา้ มีการถวายภัตตาหารพระสงฆ์ จะตอ้ งมกี ารจดั เตรียมสถานท่ไี ว้ให้พรอ้ ม)
๔) จัดเตรียมนิมนต์พระสงฆ์ไว้ก่อนวันงานพิธี (ให้หมายเหตุไว้ท้ายฎีกานิมนต์ใช้พัดยศ
โปรดถึงก่อนเวลา) แจง้ พระสงฆใ์ ห้ชัดเจน
๕) จดั เตรยี มอปุ กรณ์เครอ่ื งใชพ้ ธิ ีบำ� เพญ็ กศุ ลในงานมงคล
๖) จดั เตรียมเครอื่ งรับรองพระสงฆ์
๗) จัดเตรยี มเคร่อื งไทยธรรมถวายพระสงฆ์
๘) จดั เตรยี มโตะ๊ หมปู่ ระดษิ ฐานพระพทุ ธรปู จำ� นวน ๑ ชดุ ตง้ั ไวท้ ห่ี วั อาสนส์ งฆ ์ พรอ้ มจดั
แตง่ ดอกไม้ธปู เทยี นใหพ้ ร้อม
๙) จัดตงั้ โตะ๊ หมู่ ๕ หรอื หมู่ ๗ หรือ หมู่ ๙ จำ� นวน ๑ ชดุ แลว้ แตค่ วามสะดวกและ
ความเหมาะสม ประดับแจกันดอกไม้ พุ่มดอกไม้ อัญเชิญพระรูป หรือ พระฉายาลักษณ์
หรือพระสาทิสลักษณ์ ประดิษฐานบนโต๊ะหมู่ตัวกลางแถวบน (ตัวสูงสุด) หรือจะประดิษฐาน
พระฉายาลักษณ์ พระสาทิสลักษณ์ บนขาหยั่งก็ได้ แต่โต๊ะหมู่ตัวกลางแถวบน (ตัวสูงสุด) ไม่ควร
วางสง่ิ ใด เสมอื นประหนง่ึ วา่ พระฉายาลกั ษณ์ หรอื พระสาทสิ ลกั ษณป์ ระดษิ ฐานอยบู่ นโตะ๊ หมตู่ วั สงู นน้ั
๑๐) ต้งั พานธปู เทยี นแพและกรวยดอกไม้สดไว้บนโตะ๊ หมู่ตวั กลาง แถวลา่ ง
แนวทางปฏิบัติงาน
๑) เม่ือข้าราชการ ผู้มีเกียรติ พร้อมกันยังมณฑลพิธี เจ้าหน้าท่ีรับรองเชิญข้าราชการ
ผมู้ ีเกียรติ นัง่ ตามลำ� ดับชัน้ ต�ำแหนง่
๒) เจ้าหน้าทพี่ ธิ ีจัดเตรยี มพธิ กี ารต่าง ๆ ใหเ้ รยี บรอ้ ยพรอ้ มท่จี ะปฏิบตั ิงาน
๓) ใกล้ถึงเวลาท่ีประธานจะเข้าสู่มณฑลพิธี เจ้าหน้าท่ีพิธีการนิมนต์พระสงฆ์ข้ึนนั่ง
ยังอาสน์สงฆ์ ใหต้ ง้ั พัดยศของพระสงฆ์แต่ละรปู ไวท้ างด้านโต๊ะหมู่บชู า (หรือก่อนพระสงฆแ์ ต่ละรูป)
๔) ประธานพธิ ี เดนิ เขา้ สมู่ ณฑลพธิ ี ขา้ ราชการและผมู้ เี กยี รตทิ กุ ทา่ นทน่ี งั่ รอรบั ประธานพธิ ี
ลุกขึน้ ยืนดว้ ยความเคารพ เพอ่ื เปน็ การรบั ประธานพธิ ี
๕) ประธานพิธีตรงไปท่ีโต๊ะหมู่เคร่ืองบูชา จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย
กราบท่ีแทน่ กราบ ๓ ครั้ง
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 73
๖) ถวายความเคารพพระฉายาลกั ษณ์ (ค�ำนับ)
๗) น่งั ยงั เก้าอป้ี ระธานท่ีจดั เตรียมไว้
๘) เจา้ หน้าท่ีอาราธนาศีล
๙) ประธานพธิ ี และผมู้ เี กยี รติประนมมอื รบั ศีลจบ
๑๐) ประธานพิธีลุกจากท่ีนั่ง เดินไปยังโต๊ะหมู่ท่ีประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ ผู้มีเกียรติ
ทุกท่านยนื พร้อมกับประธานพธิ ี
๑๑) ประธานพิธีเปิดฝากรวยดอกไม้ธูปเทียนแพออกวางไว้ด้านข้างพานธูปเทียนแพ
แล้วถอยหลังออกมาประมาณ ๑ - ๒ กา้ ว
๑๒) ประธานถวายความเคารพ (ค�ำนับ) พระฉายาลักษณ์ ผู้ร่วมพิธีทุกท่านถวายความ
เคารพพร้อมกบั ประธานพิธี
๑๓) ประธานพิธีอ่านค�ำสดดุ เี ฉลมิ พระเกยี รตถิ วายพระพรชัยมงคล จบ ถวายความเคารพ
พรอ้ มกนั (ขณะนพี้ ระสงฆเ์ จรญิ ชยั มงคลคาถา) และเมอ่ื ดรุ ยิ างคบ์ รรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมี จบ
ถวายความเคารพพร้อมกันอกี ครัง้ หนึ่ง
๑๔) ประธานพธิ ีกลบั ไปนัง่ ยังเกา้ อี้ที่เดมิ
๑๕) (กรณมี กี ารเจริญพระพทุ ธมนต)์ เจ้าหนา้ ทอ่ี าราธนาพระปริตร
๑๖) พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ (หากไม่มีการเจริญพระพุทธมนต์ ไม่ต้องอาราธนา
พระปรติ ร เมื่อประธานพิธีกลบั มานง่ั ยงั เก้าอ้ีเรียบร้อยแล้ว พระสงฆ์สวดถวายพรพระ จบ)
๑๗) ถวายภตั ตาหารแดพ่ ระสงฆ์ เมื่อพระสงฆฉ์ ันภัตตาหารเรยี บร้อยแลว้
๑๘) เจ้าหน้าทต่ี ้ังเคร่ืองจตปุ ัจจยั ไทยธรรม เบ้ืองหนา้ พระสงฆ์
๑๙) เชิญประธานพธิ ี และขา้ ราชการผใู้ หญ่ถวายจตปุ จั จยั ไทยธรรมแล้ว กลับน่ังท่ีเดิม
๒๐) พระสงฆต์ ั้งพดั ยศอนุโมทนา และถวายอดิเรกแดส่ มเด็จพระเจา้ อยู่หัว
๒๑) ประธานพิธกี รวดนำ้� รบั พร
๒๒) เจา้ หน้าทีน่ ิมนต์พระสงฆล์ งจากอาสน์สงฆ์
๒๓) ประธานพิธีลุกไปกราบท่ีแท่นกราบหน้าเครื่องนมัสการโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัย
(ผ้รู ว่ มพธิ ียนื พรอ้ มกับประธาน)
๒๔) ประธานพิธีเดินไปยังหน้าโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ถวายความเคารพพระฉายาลกั ษณ์ ผรู้ ่วมพิธถี วายความเคารพพรอ้ มกบั ประธาน
หมายเหตุ
๑) พระสงฆใ์ ชพ้ ัดยศ
๒) ประธานสงฆ์ท่ีถวายอดิเรกจะต้องมีสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ หรือพระครู
เจ้าคณะจังหวัด พระครูรองเจ้าคณะจังหวัด พระครูเจ้าอาวาสพระอารามหลวงช้ันเอก ซ่ึงถือพัด
เปลวเพลงิ เทา่ นัน้
74 ศาสนพิธแี ละมารยาทไทย
๓) เมื่อประธานสงฆ์ถวายอดิเรกแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประธานพิธีและผู้ร่วมพิธี
ลดมอื ลง จบคำ� ถวายอดิเรกแลว้ เมื่อพระสงฆ์รปู ท่ี ๒ รับ “ภวตุ สพพฺ มงฺคลํ...” จงึ ยกมอื ขึน้ ประนม
ไปจนจบ
๔) กำ� หนดการแต่งกาย ข้าราชการแต่งเครอื่ งแบบเตม็ ยศ
๕) หากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระองค์ใด ให้ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์
พระองคน์ นั้ เชน่ วนั เฉลมิ พระชนมพรรษาของสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั กใ็ หป้ ระดษิ ฐานพระฉายาลกั ษณ์
ของสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว เป็นต้น
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 75
๔. การถวายผา้ พระกฐินพระราชทาน
การถวายผา้ กฐนิ เปน็ กาลทาน เนอื่ งจากพระผมู้ พี ระภาคเจา้ ไดด้ ำ� รถิ งึ ความยากลำ� บากของ
พระภิกษุ ๓๐ รูป ชาวเมืองปาฐา ที่เดินทางมายังพระเชตวันวิหาร ด้วยหวังจะเข้าเฝ้าพระผู้มี
พระภาคเจา้ แตเ่ มอ่ื เดินทางมายังไม่ถงึ ทป่ี ระทบั ของพระผูม้ พี ระภาคเจ้ากถ็ งึ กาลเขา้ พรรษาเสียกอ่ น
จึงจ�ำเป็นต้องพักจ�ำพรรษา ณ เมืองสาเกต ครั้นเมื่อออกพรรษาก็รีบเดินทางผ่านโคลนตม
ซ่ึงมีน้�ำอยู่ในหลุมในบ่อท�ำให้จีวรเปรอะเปื้อนโคลนตม พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ให้ประชุมสงฆ์
และทรงอนุญาตให้ภิกษุรับผ้ากฐินเพ่ือน�ำไปตัดไตรจีวรได้เมื่อออกพรรษาแล้ว ด้วยทรงพิจารณา
เห็นวา่ “กฐนิ ตถฺ าโร จ นาเมส สพพฺ พทุ ฺเธหิ อนุญญฺ าโต คอื การกรานกฐินนพี้ ระพุทธเจ้าทุกพระองค์
ได้ทรงอนุญาตมา” ดังนั้น การถวายผ้ากฐินจึงเป็นกาลทานตามพระวินัยปิฎกได้ก�ำหนดกาลไว้ คือ
ต้ังแต่วันแรม ๑ ค่�ำ เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๒ ซ่ึงเป็นงานบุญที่มีปีละคร้ัง ส�ำหรับ
การถวายผา้ กฐินในปัจจุบัน มีรายละเอยี ดดงั น้ี
๑) พระกฐินหลวง คือ ผ้าพระกฐินท่ีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นองค์เอกอัคร
พุทธศาสนูปถัมภก เสด็จพระราชด�ำเนินไปถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง หรือทรงพระกรุณา
โปรดเกลา้ ฯ ให้ผแู้ ทนพระองค์ ไปถวายแทนตามหมายของส�ำนักพระราชวัง
๒) พระกฐินพระราชทาน คือ ผ้าพระกฐินที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่
กระทรวง ทบวง กรม องค์การ สโมสร สมาคม หรือเอกชนผู้มีเกียรติ ขอพระราชทานผ่าน
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม เพอ่ื น�ำไปถวายพระอารามหลวง
๓) กฐินทั่วไปหรือกฐินราษฎร์ คือ ผ้ากฐินท่ีพุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธาน�ำไปถวาย
ณ วัดต่าง ๆ ท่ีไม่ใช่พระอารามหลวง พุทธศาสนิกชนกับทางวัดท่ีจะน�ำไปถวาย โดยการไปกราบ
นมสั การกบั เจา้ อาวาสวดั นน้ั วา่ “มคี วามประสงคจ์ ะนำ� ผา้ กฐนิ มาถวายพระสงฆจ์ ำ� พรรษา ณ อารามน้ี
และสามารถกำ� หนดวันทีจ่ ะนำ� ผ้ากฐนิ มาถวายกับทางวดั ให้เรยี บรอ้ ย”
พระอารามหลวง ๑๖ พระอาราม ทส่ี งวนไว้ไมใ่ หม้ กี ารขอพระราชทานผา้ พระกฐนิ มดี ังนี้
๑) วัดพระเชตพุ นวมิ ลมังคลาราม กรงุ เทพมหานคร
๒) วัดอรณุ ราชวราราม กรุงเทพมหานคร
๓) วัดราชโอรสาราม กรุงเทพมหานคร
๔) วดั ราชประดษิ ฐส์ ถติ มหาสมี าราม กรุงเทพมหานคร
๕) วัดเบญจมบพติ รดสุ ิตวนาราม กรุงเทพมหานคร
๖) วดั บวรนเิ วศวิหาร กรงุ เทพมหานคร
๗) วัดราชบพิธสถติ มหาสมี าราม กรงุ เทพมหานคร
๘) วัดสทุ ศั นเทพวราราม กรุงเทพมหานคร
76 ศาสนพธิ ีและมารยาทไทย
๙) วัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร
๑๐) วดั มกุฏกษัตริยาราม กรงุ เทพมหานคร
๑๑) วดั เทพศิรนิ ทราวาส กรุงเทพมหานคร
๑๒) วดั มหาธาตยุ วุ ราชรังสฤษฎ ์ิ กรงุ เทพมหานคร
๑๓) วดั พระปฐมเจดยี ์ จงั หวัดนครปฐม
๑๔) วัดนเิ วศธรรมประวตั ิ จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา
๑๕) วัดสวุ รรณดาราราม จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
๑๖) วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จงั หวดั พิษณุโลก
ส�ำหรับในที่นี้จะกล่าวถึงการจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ซ่ึงกรมการศาสนา
จะจัดท�ำประกาศกรมการศาสนา เร่ืองการขอรับพระราชทานผ้าพระกฐิน แล้วแจ้งให้ส่วนราชการ
กระทรวง ทบวง กรม รัฐวสิ าหกจิ บรษิ ัทห้างรา้ น สมาคม มูลนธิ ิ และเจ้าอาวาสพระอารามหลวง
เพ่ือแจ้งก�ำหนดระยะเวลาที่จะท�ำการถวายผ้าพระกฐิน ซึ่งผู้ท่ีมีความประสงค์ขอรับพระราชทาน
สามารถดำ� เนนิ การตามขัน้ ตอนต่าง ๆ ดังนี้
๑. กรุงเทพมหานคร ผู้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินสามารถแจ้งความประสงค์
โดยประสานกบั กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม โทร. ๐๒ ๒๐๙ ๓๗๒๑ - ๒
และเจา้ อาวาสพระอารามหลวงโดยตรง ซง่ึ มขี ั้นตอนดงั นี้
(๑) ผู้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินควรประสานสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจาก
กรมการศาสนาหรือพระอารามหลวงน้ันๆ ว่ามีใครแจ้งความประสงค์ไว้ก่อนแล้วหรือไม่ เมื่อได้
พระอารามหลวงที่ต้องการแล้ว ให้ท�ำหนังสือเรียนอธิบดีกรมการศาสนา เพื่อขอรับพระราชทาน
ผา้ พระกฐนิ
(๒) กรมการศาสนามหี นงั สอื ตอบรบั การขอผา้ พระกฐนิ พระราชทาน และแจง้ กำ� หนด
วนั ถวายใหผ้ ้ขู อรบั พระราชทาน และเจา้ อาวาสพระอารามหลวงนนั้ ๆ ได้ทราบ
(๓) เม่ือกรมการศาสนาจัดเตรียมเครื่องพระกฐินพระราชทานเรียบร้อยแล้ว จะมี
หนงั สอื แจง้ ใหผ้ ขู้ อรบั พระราชทานผา้ พระกฐนิ มารบั ผา้ พระกฐนิ และเครอื่ งพระกฐนิ พระราชทานดว้ ย
ตนเอง ทีก่ องศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม เพอื่ นำ� ไปถวายยังพระอารามหลวง
ท่ีไดข้ อพระราชทานไว้
๒. ส่วนภูมิภาค หรือพระอารามท่ีอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ผู้ขอรับพระราชทาน
ผ้าพระกฐนิ สามารถแจง้ ความประสงค์ โดยประสานกบั กองศาสนปู ถัมภ์ กรมการศาสนา กระทรวง
วฒั นธรรม โทร. ๐๒ ๒๐๙ ๓๗๒๑ - ๒ เจา้ อาวาสพระอารามหลวงโดยตรง และส�ำนักงานวฒั นธรรม
จงั หวดั ทเ่ี ปน็ ทตี่ ง้ั พระอาราม ซงึ่ ผทู้ ม่ี คี วามประสงคข์ อรบั พระราชทานสามารถดำ� เนนิ การตามขน้ั ตอน
ต่าง ๆ ดังน้ี
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 77
(๑) ผู้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินควรประสานสอบถามข้อมูลเบ้ืองต้นจาก
กรมการศาสนาหรือพระอารามหลวงนั้นๆ หรือส�ำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดที่เป็นท่ีตั้งพระอาราม
ว่ามีใครแจ้งความประสงค์ไว้ก่อนแล้วหรือไม่ เม่ือได้พระอารามหลวงที่ต้องการแล้ว ควรมีหนังสือ
ถึงวัฒนธรรมจังหวัด ประสานงานกับเจ้าอาวาสพระอารามหลวง และมีหนังสือถึงกรมการศาสนา
เพือ่ ด�ำเนนิ การในสว่ นทเี่ ก่ยี วขอ้ งตอ่ ไป
(๒) กรมการศาสนามหี นงั สอื ตอบรบั การขอผา้ พระกฐนิ พระราชทาน และแจง้ กำ� หนด
วนั ถวายใหผ้ ขู้ อรบั พระราชทาน ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั และเจา้ อาวาสพระอารามหลวงนน้ั เพอื่ ใหผ้ ขู้ อรบั
พระราชทานประสานงานกับทางวดั ก�ำหนดวันถวายผา้ พระกฐินพระราชทานต่อไป
(๓) เม่ือกรมการศาสนาจัดเตรียมเครื่องพระกฐินพระราชทานเรียบร้อยแล้ว
จะมีหนังสือสอบถามผู้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินว่า “มีความประสงค์จะรับเครื่องพระกฐิน
พระราชทานที่กรมการศาสนาด้วยตนเอง หรือมีความประสงค์จะให้กรมการศาสนาจัดส่งไปยัง
สำ� นกั งานวฒั นธรรมจังหวดั ในจงั หวัดซ่ึงเป็นสถานท่ตี ั้งของพระอารามหลวงท่ไี ดจ้ องไว้”
(๔) กรมการศาสนามีหนังสือแจ้งผู้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐิน เพ่ือก�ำหนด
ช่วงวันเวลาให้มารับเครื่องพระกฐินพระราชทานที่กรมการศาสนา หรือส�ำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด
แลว้ แต่กรณีตามความประสงค์ของผขู้ อรับพระราชทาน
การเตรียมการ
๑) การเตรียมสถานที่ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในพระอุโบสถ (ตามแผนผังการจัด
สถานที)่
๒) จัดท�ำก�ำหนดการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน เพ่ือให้มีความเรียบร้อยสวยงาม
และสมพระเกียรติ
๓) จัดเตรียมโต๊ะหมู่บูชา ประดับแจกัน พุ่มดอกไม้ โต๊ะหมู่ตัวกลางสูงสุดประดิษฐาน
พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โต๊ะหมู่ตัวกลาง
แถวกลางประดิษฐานผ้าพระกฐินพระราชทาน ถดั ลงมาตวั กลางแถวล่าง วางพานดอกไม้ธูปเทียนแพ
(บนหลงั ธูปเทียนแพ มีกระทงดอกไมก้ รวยครอบ)
๔) ตรวจสอบเครอ่ื งพระกฐนิ พระราชทานครบตามจำ� นวนทกี่ รมการศาสนากำ� หนดไวห้ รอื ไม่
๕) จดั เตรียมเทียนชนวน ท่กี รวดนำ�้ ค�ำถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน
๖) จดั เตรยี มพานสำ� หรบั ประดษิ ฐานผา้ พระกฐนิ พระราชทาน เบอื้ งหนา้ พระบรมฉายาลกั ษณ์
๗) จัดเตรียมโต๊ะ พานแว่นฟ้า และพานวางเทียนปาฏิโมกข์ ต้ังหน้าพระสงฆ์รูปท่ี ๒
ส�ำหรับใหผ้ ูข้ อรบั พระราชทานผ้าพระกฐนิ วางผ้าพระกฐินพระราชทานถวายพระสงฆ์
๘) จัดเตรียมท่ีกรวดนำ�้ เทยี นชนวน
78 ศาสนพธิ แี ละมารยาทไทย
แนวทางปฏบิ ัติงาน
๑) จดั แตง่ ธปู เทียนเครือ่ งนมสั การพระพุทธปฏิมาในพระอโุ บสถให้เรยี บรอ้ ย
๒) จดั โตะ๊ หมบู่ ชู าเพอ่ื ประดษิ ฐานพระฉายาลกั ษณส์ มเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ
บดนิ ทรเทพยวรางกรู ทตี่ วั สงู สดุ แถวกลางประดษิ ฐานผา้ พระกฐนิ พระราชทานไวท้ ต่ี วั กลาง แถวกลาง
และวางพานดอกไมธ้ ูปเทยี นแพไว้ท่โี ตะ๊ หมู่ตวั กลางแถวล่าง
๓) ผ้าพระกฐินพระราชทาน ให้แกะพลาสติกออก แล้วจึงติดค�ำถวายบนผ้าพระกฐิน
พระราชทาน และวางผา้ หม่ พระประธานไวบ้ นคำ� ถวายผา้ พระกฐนิ ควรใชเ้ ทปใสยดึ ตดิ ใหแ้ นน่ ปอ้ งกนั
ไม่ให้เลื่อนตก (ส�ำหรับพระอารามหลวงท่ีสังกัดธรรมยุต หรือพระอารามหลวงท่ีสังกัดมหานิกาย
ซึ่งมีอยู่ ๕ พระอาราม ซึ่งมีผ้าขาวให้ใช้ริบบิ้นผูกผ้าขาวติดกับผ้าพระกฐินพระราชทานไว้ให้
เรยี บร้อยกอ่ น แลว้ จึงติดค�ำถวายไวบ้ นผา้ ขาว และน�ำผ้าหม่ พระประธานวางไวบ้ นค�ำถวาย และต้อง
ใชเ้ ทปติดใหแ้ นน่ เชน่ กนั )
คำ� ถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทาน
ประธานพิธหี นั หนา้ ไปยงั พระประธานประจ�ำพระอโุ บสถ
กล่าว นโม ๓ จบ
“นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ ”
“นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมฺมาสมพฺ ทุ ธฺ สฺส”
“นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมมฺ าสมฺพุทฺธสฺส”
เสร็จแล้วหันหน้าไปด้านพระสงฆ์ กล่าวค�ำถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทาน ดงั นี้
“ผา้ พระกฐนิ ทานกบั ทงั้ ผา้ อานสิ งั สบรวิ ารทง้ั ปวงน้ี ของสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ
บดนิ ทรเทพยวรางกรู ผทู้ รงพระคณุ อนั ประเสรฐิ กอปรดว้ ยพระราชศรทั ธา โปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม
ให้ ...................................(กล่าวช่ือหน่วยงาน หรือองค์กรผู้ขอรับพระราชทาน) น้อมน�ำถวายแด่
พระภิกษุสงฆ์ ซ่ึงจ�ำพรรษากาลถ้วนไตรมาสในอาวาสวิหารนี้ ขอพระสงฆ์จงรับผ้าพระกฐินทาน
กระท�ำกฐนิ ัตถารกิจ ตามพระพุทธานญุ าตนั้น เทอญ”
๔) เม่ือใกล้ถึงเวลาตามก�ำหนดการ ให้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานมาวางไว้บน
ตะลุ่มมกุ หรือพานเบอ้ื งหน้าพระฉายาลกั ษณ์
๕) เคร่ืองบริวารผ้าพระกฐินพระราชทาน ให้น�ำออกจากกล่องหรือพลาสติก แล้วจัดใส่
ตะลมุ่ หรอื พานหรือภาชนะทเี่ หมาะสม และจดั วางใหเ้ รียบรอ้ ยสวยงาม
๖) จัดโต๊ะปูด้วยผ้าขาว ต้ังไว้ทางท้ายอาสน์สงฆ์ ส�ำหรับวางเคร่ืองบริวารผ้าพระกฐิน
และเคร่ืองจตุปจั จยั ไทยธรรมทจี่ ดั ถวายพระภิกษสุ ามเณร
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 79
ตัวอยา่ ง
กำ� หนดการ
ในการ (หนว่ ยงาน,องคก์ ร ........................................................ถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทาน
ณ วดั ..................................................................ตำ� บล.........................................................................
อ�ำเภอ................................................................จงั หวดั .......................................................................
วนั ท.่ี ..........................เดอื น.............................................พ.ศ. .............................
วนั ท.ี่ ............เดอื น......................พ.ศ. ..................
เวลา......................น.
- ขา้ ราชการ ผ้มู เี กยี รติ ผู้ร่วมพิธี พร้อมกัน ณ พระอโุ บสถ
- ประธานเดินทางถึงหน้าพระอุโบสถ ไปที่โต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์
สมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู
- เปดิ กรวยดอกไมถ้ วายสักการะพระฉายาลกั ษณ์
- ถวายความเคารพ (คำ� นบั หรอื ถอนสายบวั แล้วแต่กรณ)ี
- ยกผา้ พระกฐนิ ขึ้นอุ้มประคองไว้ตรงอก ยนื ตรง
(ดนตรบี รรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมี) จบ
- ถวายความเคารพ
- อมุ้ ประคองผ้าพระกฐนิ พระราชทานเขา้ ส่พู ระอโุ บสถ
- วางผา้ พระกฐนิ พระราชทานไว้ทพี่ านแวน่ ฟ้า ตรงหนา้ พระสงฆ์รปู ที่ ๒
- จดุ ธูปเทียนบูชาพระประธานประจำ� พระอโุ บสถ
- กราบท่ีแทน่ กราบ ๓ ครัง้
- หยิบผา้ ห่มพระประธานซง่ึ วางอยบู่ นคำ� กล่าว สง่ ให้เจา้ หนา้ ท่ี
- ยกผา้ พระกฐินพระราชทานข้ึนประคองลักษณะประนมมอื
- หันหน้าไปยังพระประธานประจ�ำพระอโุ บสถ กล่าว นะโม ๓ จบ
- จบแล้ว หันหนา้ ไปด้านพระสงฆ์ กล่าวค�ำถวายผา้ พระกฐนิ ที่ติดบนผ้าไตร
- วางผา้ พระกฐินพระราชทานไว้บนพานแว่นฟ้า ยกประเคนพระสงฆ์รูปที่ ๒
- ยกพานเทียนปาฏิโมกข์ ประเคนพระสงฆร์ ูปที่ ๒
- ประธานไปนั่งเกา้ อี้ทีจ่ ัดเตรียมไว้
- พระสงฆ์ท�ำพธิ กี ฐนิ กรรม
- พระเถระองค์ครองลุกออกไปครองผ้าพระกฐิน เสร็จแลว้ กลบั เขา้ มานงั่ ยงั ท่ีเดิม
(ขณะนี้ถา้ มกี ารบรรเลงดนตรีไทย จะบรรเลงเพลงสาธุการ เมอ่ื พระเถระครองผา้ เสร็จ
จะกลบั มานัง่ ยงั อาสน์สงฆท์ ่เี ดมิ ใหด้ นตรีหยุดบรรเลงเพลงทนั ที)
80 ศาสนพิธีและมารยาทไทย
- ประธานประเคนเคร่ืองพระกฐินพระราชทาน (ถ้ามีพัดรองที่ระลึกให้ประเคนต่อจาก
เครอ่ื งพระกฐนิ พระราชทาน)
- ประธานและผูม้ เี กยี รตปิ ระเคนจตปุ จั จยั ไทยธรรมแดพ่ ระสงฆท์ ุกรปู
- ประกาศยอดจ�ำนวนเงินที่มีผู้บริจาคร่วมโดยเสด็จพระราชกุศล เพ่ือถวายแด่พระภิกษุ
สามเณร และถวายจตปุ ัจจยั บ�ำรงุ พระอาราม
- พระสงฆ์อนโุ มทนา ถวายอดิเรก
- ประธานกรวดน�้ำ - รบั พร
- ประธานกราบลาพระประธานประจ�ำพระอุโบสถ
- ประธานกราบลาพระสงฆ์
- เสรจ็ พธิ ี
หมายเหตุ
๑) ถ้าไม่มีโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ และผ้าพระกฐินพระราชทานให้จัด
เจ้าหน้าที่ ซ่ึงแต่งเคร่ืองแบบปกติขาวอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานส่งให้ผู้เป็นประธานพิธีถวาย
ผา้ พระกฐินพระราชทาน ณ เชงิ บนั ไดหรือหน้าประตพู ระอโุ บสถ
๒) เมอื่ ประธานพธิ รี บั ผา้ พระกฐนิ พระราชทานจากเจา้ หนา้ ทแี่ ลว้ ใหอ้ มุ้ ประคองในลกั ษณะ
ประนมมือ ยืนตรงแสดงความเคารพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะประธาน
รบั ผา้ พระกฐนิ พระราชทานจากเจา้ หนา้ ท่ี ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมี ผ้รู ว่ มพิธยี นื ตรง
เป็นการถวายความเคารพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จบ ประธานอุ้มประคองผ้าไตรเข้าสู่พระอุโบสถ)
ผู้ร่วมพิธียืนตรงเพื่อต้อนรับผ้าพระกฐินพระราชทานและประธานพิธี เมื่อประธานพิธีกล่าวคำ� ถวาย
ผ้าพระกฐินพระราชทาน และประเคนพระสงฆ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประธานพิธีและผู้ร่วมพิธี
นงั่ ยังทน่ี ัง่ พรอ้ มกนั
๓) ในพิธีนี้ พระสงฆ์ที่มีสมณศักด์ิใช้พัดยศสมณศักดิ์ พระสงฆ์ที่ไม่มีสมณศักดิ์ให้ใช้วิธี
ประนมมอื (ไม่ใช้พดั รองหรือตาลปตั ร)
๔) ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ต้องมีการถวายอดิเรก พระอารามที่ไม่มี
พระราชาคณะ ตอ้ งนมิ นตพ์ ระราชาคณะจากพระอารามหรอื วดั อนื่ มาเปน็ ผถู้ วายอดเิ รก และพระสงฆ์
ทจ่ี ะถวายอดเิ รกไดจ้ ะตอ้ งเปน็ พระราชาคณะ หรอื พระครเู จา้ คณะจงั หวดั พระครรู องเจา้ คณะจงั หวดั
และพระครูเจ้าอาวาสพระอารามหลวงช้นั เอก ทถ่ี ือพัดเปลวเพลงิ ขึ้นไป
๕) ในกรณีที่เจ้าอาวาสมีสมณศักด์ิต�่ำกว่าพระสงฆ์รูปอ่ืนภายในพระอารามเดียวกัน
ใหเ้ จา้ อาวาสน่งั อาสนะก่อนพระสมณศักด์ิรปู น้นั ซง่ึ มสี มณศักดิ์สงู กวา่ แตไ่ ม่ไดเ้ ปน็ เจา้ อาวาส
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 81
๖) ในกรณที ผี่ ขู้ อรบั พระราชทานจดั สรา้ งพดั รองทร่ี ะลกึ หรอื ตาลปตั รทรี่ ะลกึ ถวายพระสงฆ์
ไมต่ ้องใช้พดั รองหรอื ตาลปัตรทร่ี ะลกึ อนโุ มทนา ให้ตง้ั พัดยศตงั้ แตอ่ นโุ มทนาจนเสรจ็ พธิ ี
๗) ในขณะท่ี ประธานสงฆ์กลา่ วค�ำถวายอดิเรก
“อติเรกวสสฺ สตํ ชีวต.ุ
อติเรกวสสฺ สตํ ชีวตุ.
อตเิ รกวสฺสสตํ ชีวต.ุ
ทีฆายุโก โหตุ อโรโค โหต.ุ
ทีฆายโุ ก โหตุ อโรโค โหตุ.
สขุ ิโต โหตุ มหาวชิราลงกฺ รณราชา.
สทิ ฺธกิ ิจฺจํ สิทฺธิกมมฺ ํ สทิ ธฺ ิลาโภ ชโย นจิ ฺจ.ํ
มหาวชริ าลงกฺ รณราชวรสฺส ภวตุ สพฺพทา
ขอถวายพระพร”
ประธานพิธีและผ้รู ว่ มพิธีทกุ ท่านลดมือลง เมื่อพระสงฆ์รปู ที่ ๒ รบั “ภวตุ สพฺพมงคฺ ํ.....”
ประธานพธิ ีและผรู้ ว่ มพธิ จี งึ ยกมอื ขึ้นประนมเพ่อื รบั พรตอ่ ไป
๘) การถวายเคร่ืองพระกฐนิ พระราชทานจดั ใหป้ ระธานถวายตามลำ� ดับ ดงั น้ี
บาตร เครื่องนอน เครื่องใช้ท่ีเกี่ยวกับอาหาร เคร่ืองที่เกี่ยวกับแสงสว่าง เครื่องมือโยธา
พดั รองหรอื ตาลปตั รท่รี ะลกึ และเครอ่ื งใช้หรอื จตุปัจจัยไทยธรรมท่ผี ู้ขอรับพระราชทานจัดถวาย
การถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทาน ในปจั จบุ นั หนว่ ยงาน องคก์ ร และสอ่ื ตา่ ง ๆ มคี วามเขา้ ใจ
และสับสนเกี่ยวกับเร่อื ง “ผู้แทนพระองค์” สง่ ผลให้มีการด�ำเนินการตา่ ง ๆ ไม่ถูกตอ้ งเหมาะสมหลาย
ประการ ท�ำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิด ส�ำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงได้มีหนังสือถึง
ปลดั กระทรวงวฒั นธรรม ท่ี นร ๐๕๐๘/ว๒๘๙ ลงวนั ท่ี ๒๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๕ เกยี่ วกบั คำ� จำ� กดั ความ
“ผู้แทนพระองค์” จึงขออธบิ ายโดยสังเขปดังนี้ ในงานพระราชพธิ ี งานพระราชานเุ คราะห์ ผู้ท่ีจะเปน็
ผูแ้ ทนพระองคไ์ ดน้ ั้น ต้องเป็นผูท้ ส่ี มเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว พระบรมวงศ์ หรอื พระอนวุ งศ์ ทรงพระกรณุ า
โปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม หรือ โปรดเกลา้ โปรดกระหม่อม หรอื โปรดใหป้ ฏิบัติ หรอื ปฏิบตั ิหน้าท่ี
แทนพระองค์ สำ� นกั ราชเลขาธกิ ารจะมหี นงั สอื แจง้ ไปยงั กองราชเลขานกุ ารในพระองค์ หรอื กองกจิ การ
ในพระองค์ หรือ กองงานในพระองค์ ของแตล่ ะพระองคท์ ี่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ให้ทรงเป็นผู้แทนพระองค์ และมีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ขอพระราชทาน
พระมหากรุณา เลขาธิการพระราชวัง สมุหราชองครักษ์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง
มหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถอ่านรายละเอียดเพ่ิมเติมได้จาก
ภาคผนวก หน้าที่ ๒๑๒ - ๒๑๖
82 ศาสนพธิ แี ละมารยาทไทย
บทที่ ๔
แนวทางการจัดงานมงคลพิธี
การจัดงานที่เป็นพิธีการมักจะมีล�ำดับข้ันตอน เพ่ือให้การด�ำเนินกิจกรรมในพิธีต่าง ๆ
เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนั้น เพื่อให้ผู้ที่ท�ำหน้าที่ประธานในพิธีและผู้ร่วมปฏิบัติงานพิธีมีความ
เข้าใจตรงกันในการท่ีจะด�ำเนินกิจกรรม ศาสนพิธีกรจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในล�ำดับ
ขั้นตอน วธิ กี าร ลกั ษณะของการจัดงานพธิ ตี า่ ง ๆ ไม่วา่ จะเป็นงานมงคล งานอวมงคล งานกศุ ลพธิ ี
หรืองานบญุ พิธี ของงานพธิ ตี า่ ง ๆ อยา่ งชดั เจน เพ่ือให้การปฏิบัติงานพิธเี ปน็ ไปด้วยความเรยี บร้อย
สวยงาม นำ� มาซงึ่ ความศรทั ธาเล่อื มใสของผทู้ ่ีเข้าร่วมพิธี จะไดก้ ล่าวรายละเอยี ดดังนี้
งานกศุ ลพธิ ี
งานกุศลพิธี คือ การจัดงานด้วยปรารภเหตุการณ์สร้างกุศลให้เกิดแก่ตนเอง เพื่อความ
เป็นสวัสดิมงคล ซ่ึงบุคคลน้ัน ๆ จะจัดเองหรือบุคคลอื่นจัดให้ก็ได้ เช่น การบรรพชาสามเณร
การบรรพชาอุปสมบทเปน็ พระภกิ ษุ การสมาทานศลี ๕ ศลี ๘ หรอื การถืออุโบสถศีล การแสดงตน
เป็นพุทธมามกะ ส�ำหรบั ในท่นี ี้จะกล่าวถึงพธิ แี สดงตนเป็นพุทธมามกะไวเ้ พยี งพิธีเดยี ว
พธิ ีแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ
๑) ไปนมสั การพระสงฆ์เพ่ือแจง้ ความประสงค์ นดั หมายวัน เวลา และนมิ นตพ์ ระสงฆ์
๒) ในวันประกอบพิธี ผู้แสดงตนแต่งกายชุดสีขาวล้วน ชุดนักเรียน หรือชุดสุภาพสีอ่อน
พรอ้ มกนั ณ สถานทีป่ ระกอบพธิ ี
๓) จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยเปล่งวาจาบูชาพระรัตนตรัย กราบ ๓ ครั้ง (กราบ
เบญจางคประดิษฐ์ วิธีการปฏิบัติ เป็นการใช้อวัยวะท้ัง ๕ คือ หน้าผาก มือ และข้อศอกท้ัง ๒
เขา่ ท้งั ๒ สัมผัสกับพน้ื ผ้ชู าย น่งั คุกเข่าตัวตรงปลายเท้าตง้ั ปลายเทา้ และสน้ เท้าชดิ กัน น่งั บนส้นเท้า
เท้าท้ังสองห่างกันพอประมาณ มือทั้งสองวางคว่�ำเหนือเข่าท้ังสองข้าง นิ้วชิดกัน (ท่าเทพบุตร)
ส�ำหรับผู้หญิง น่ังคุกเข่าตัวตรงปลายเท้าราบ เข่าถึงปลายเท้าชิดกัน น่ังบนส้นเท้า มือทั้งสอง
วางคว่�ำเหนือเข่าท้ังสองข้าง นิ้วชิดกัน (ท่าเทพธิดา) เมื่อพร้อมแล้ว ยกมือขึ้นในท่าประนมมือ
(อัญชลี) ยกมือข้ึนไหว้ตามระดับท่ี ๑ (การไหว้พระ) แล้วทอดมือท้ังสองลงพร้อม ๆ กัน ให้มือ
และแขนท้ังสองข้างราบกับพ้ืน คว่�ำมือห่างกันเล็กน้อย พอให้หน้าผากจรดพื้นระหว่างมือทั้งสอง
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 83
ผู้ชาย ศอกทั้งสองข้างต่อจากเข่าราบไปกับพ้ืน หลังไม่โก่ง ผู้หญิง ศอกท้ังสองข้างคร่อมเข่า
เลก็ นอ้ ย ราบไปกบั พนื้ หลงั ไมโ่ กง่ ทำ� ๓ จงั หวะใหค้ รบ ๓ ครงั้ ยกมอื ขน้ึ ไหวใ้ นทา่ ไหวพ้ ระ แลว้ วางมอื
คว�ำ่ เหนอื เข่าทัง้ สองข้าง ในทา่ เตรยี มกราบ จากนัน้ ให้เปลย่ี นอริ ยิ าบถตามความเหมาะสม
๔) ถือพานเครื่องสักการะเข้าไปหาพระสงฆ์ วางพานไว้ด้านขวามือแล้วกราบ ๓ คร้ัง
ยกพานเครอื่ งสกั การะถวาย (วธิ กี ารประเคนสง่ิ ของแกพ่ ระสงฆ์ กรณที พี่ ระสงฆน์ งั่ กบั พนื้ ใหถ้ อื สง่ิ ของ
เดินเข่าเข้าไประยะหัตถบาสแล้วยกส่ิงของข้ึนประเคน ผู้ชายจะประเคนสิ่งของในลักษณะมือต่อมือ
สว่ นผูห้ ญิงจะต้องวางบนผา้ รับประเคน) กราบ ๓ ครง้ั
๕) เปลง่ วาจากล่าวคำ� นมัสการ (นะโม ๓ จบ) และค�ำปฏิญาณตนเปน็ พุทธมามกะ จบ
๖) เมื่อพระสงฆร์ บั ว่า สาธุ แลว้ กราบ ๓ คร้ัง นง่ั ราบกบั พ้ืน ประนมมือรบั ฟงั โอวาทจาก
พระสงฆ์ เม่ือจบโอวาทแล้ว รับว่า สาธุแล้วน่ังคุกเข่าประนมมือ อาราธนาศีล ๕ รับศีลจบแล้ว
กราบ ๓ คร้ัง
๗) ผแู้ สดงตนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ (ถ้ามี)
๘) พระสงฆ์อนุโมทนา
๙) ผแู้ สดงตนกรวดนำ�้ – รบั พร
๑๐) ผแู้ สดงตนกราบ ๓ ครัง้ เป็นเสร็จพิธี
คำ� บชู าพระรตั นตรัย
อิมินา สักกาเรนะ พทุ ธัง ปูเชมิ
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปเู ชมิ
อิมินา สักกาเรนะ สงั ฆงั ปูเชมิ
(ถ้าหลายคน เปล่ยี น ปูเชมิ เปน็ ปูเชมะ)
ค�ำกลา่ วแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ
คำ� กล่าวแสดงตนสำ� หรบั ผูช้ ายคนเดียว ตง้ั นะโม ๓ จบ
“เอสาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัญจะ
สังฆญั จะ พทุ ธะมามะโกติ มงั สังโฆ ธาเรตุ”
คำ� กลา่ วแสดงตนสสำหรบั ผูห้ ญิงคนเดยี ว
เหมอื นกับค�ำกล่าวแสดงตนของชาย เพียงแต่เปลย่ี นค�ำ
ว่า พุทธะมามะโกติ เป็น พทุ ธะมามะกาติ เทา่ น้ัน
84 ศาสนพิธีและมารยาทไทย
ค�ำแปล
ข้าแต่พระสงฆ์ผ้เู จรญิ ข้าพเจา้ ขอถึง พระผู้มพี ระภาคเจา้ พระองค์นน้ั แม้ปรนิ ิพพานแล้ว
ทัง้ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะทรี่ ะลกึ นับถือ ขอพระสงฆจ์ งรับ ข้าพเจา้ ไวเ้ ปน็ พุทธมามกะด้วยเถดิ
ค�ำกล่าวแสดงตนส�ำหรับผ้ชู ายหลายคน
“เอเต มะยัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามะ
ธัมมัญจะ สังฆญั จะ พุทธะมามะโกติ โน สงั โฆ ธาเรต”ุ
คำ� กล่าวแสดงตนสำ� หรับผู้หญงิ หลายคน
เหมอื นค�ำกล่าวแสดงตนของชายหลายคน
เพียงแต่เปล่ียนค�ำว่า เอเต มะยัง เป็น เอตา มะยัง และว่า พุทธะมามะโกต ิ
เปน็ พุทธะมามะกาติ เท่านัน้
งานบญุ พธิ ี
งานบุญพิธี คือ การท�ำบุญเพ่ือให้เกิดความสุขสวัสดีและความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง
ญาติพนี่ ้อง ครอบครวั หรือบุคคลอ่นื ทม่ี ีความปรารถนาดตี อ่ กนั สถานที่ ทีเ่ รยี กวา่ งานมงคล และ
การทำ� บญุ อุทศิ ใหแ้ ก่บรรพบุรษุ หรอื บคุ คลทเ่ี สียชวี ิตไปแล้ว เรียกวา่ งานอวมงคล สำ� หรบั ในบทนี้จะ
กล่าวถงึ เฉพาะงานบญุ พธิ ที ่เี ปน็ มงคลเท่านัน้
การจัดพธิ ที ำ� บญุ งานมงคลทว่ั ไป
พิธที �ำบุญงานมงคลทว่ั ไป คอื การทำ� บุญและถวายพระสงฆ์ท่ัว ๆ เมอ่ื มีโอกาสอนั สมควร
มิได้ปรารภเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเป็นกรณีพิเศษ เช่น การท�ำบุญเน่ืองในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
เป็นตน้ มีล�ำดับขั้นตอนของงาน ดงั น้ี
การเตรียมการ
๑) นิมนต์พระสงฆ์ตามจ�ำนวนที่มีความประสงค์ ส่วนมากงานมงคลจะนิมนต์พระสงฆ์
จ�ำนวน ๕ รูป ๗ รูป หรือ ๙ รูป หรือตามจ�ำนวนทเ่ี จ้าของงานประสงค์จะใหน้ ิมนต์ ควรแจง้ ไว้ในฎกี า
นิมนต์ให้เรยี บรอ้ ยในเรอื่ ง วัน เวลา และสถานทีใ่ หช้ ัดเจน การรบั - ส่ง พระสงฆ์
๒) จัดเตรยี มโต๊ะหมบู่ ูชา และเครอื่ งนมสั การ พร้อมพระพทุ ธรปู
๓) อาสนส์ งฆ์ส�ำหรบั พระสงฆน์ ั่งเจริญพระพุทธมนต์
๔) เคร่ืองอุปกรณ์ศาสนพิธีส�ำหรับงานมงคล เช่น สายสิญจน์ ที่กรวดน้�ำ พานรอง
สายสิญจน์ ครอบส�ำหรับทำ� น้ำ� พระพทุ ธมนต์ เทียนท�ำน�ำ้ พระพทุ ธมนต์ (เทียนขี้ผงึ้ น�้ำหนัก ๑ บาท)
ก�ำหญา้ คาสำ� หรับประพรมนำ�้ พระพุทธมนต์
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 85
๕) เครอื่ งรับรองพระสงฆ์ เช่น ภาชนะใสน่ ำ�้ รอ้ น - น้�ำเย็น กระโถน
๖) ถา้ มกี ารถวายภตั ตาหาร จะตอ้ งมกี ารจดั เตรยี มภตั ตาหารคาว - หวาน ไวถ้ วายพระสงฆ์
๗) ส�ำรับหรือเครื่องใส่อาหารคาว - หวาน เพ่ือบูชาพระพุทธ และส�ำรับอาหาร
คาว - หวาน ส�ำหรับบชู าพระภูมิเจ้าท่ี
๘) จตุปจั จยั ไทยธรรมถวายพระสงฆ์ เท่ากบั จำ� นวนพระสงฆ์ทน่ี มิ นตไ์ ว้
แนวทางการปฏิบตั ิงาน
๑) ผมู้ ีเกียรติพร้อมกนั ณ บริเวณสถานทีป่ ระกอบพิธี
๒) เมอ่ื ถึงเวลาท่ีก�ำหนดประกอบพิธี นมิ นตพ์ ระสงฆ์ขน้ึ ประจำ� อาสนส์ งฆ์
๓) ประธานหรอื เจา้ ภาพจุดธปู เทยี นบูชาพระรัตนตรยั แล้ว กราบ ๓ ครงั้
๔) เจ้าหนา้ ที่อาราธนาศลี
๕) เจ้าภาพ และผู้มีเกียรตริ บั ศีล
๖) เจ้าหนา้ ท่ีอาราธนาพระปรติ ร แล้ว ฟงั พระสงฆเ์ จรญิ พระพุทธมนต์
๗) เม่ือพระสงฆ์สวดบท นโม ๘ บท ใกล้จะจบ ประมาณบทท่ี ๖ จุดเทียนชนวน
ส่งให้เจ้าภาพหรือประธานจุดเทียนท�ำน�้ำพระพุทธมนต์ เม่ือพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถึง
บท “อเสวนา จ พาลาน.ํ ..”
๘) เมื่อจุดเทียนน�้ำพระพุทธมนต์แล้ว ประธานหรือเจ้าภาพยกครอบน�้ำพระพุทธมนต์
ประเคนพระสงฆอ์ งคต์ ้น
๙) พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบท “พาหุ...” หรือ บท “มหาการุณิโก นาโถ...”
ให้จดั เตรียมยกสำ� รบั บูชาข้าวพระพทุ ธ มาตั้งยังท่ที จี่ ดั เตรียมไว้หนา้ เครื่องบูชาพระพทุ ธ
๑๐) จดั เตรยี มและยกภตั ตาหารสำ� หรบั ถวายพระสงฆม์ าตงั้ ไวย้ งั ทที่ พ่ี ระสงฆจ์ ะฉนั ภตั ตาหาร
๑๑) เชิญประธานหรือเจา้ ภาพประเคนภัตตาหารแด่พระสงฆ์
๑๒) เม่ือพระสงฆ์เสร็จภัตตกิจแล้ว ให้ยกเคร่ืองจตุปัจจัยไทยธรรมต้ังไว้ ณ เบื้องหน้า
พระสงฆแ์ ต่ละรปู
๑๓) เชิญเจา้ ภาพหรอื ประธานประเคนเครื่องจตปุ ัจจยั ไทยธรรมแด่พระสงฆ์
๑๔) พระสงฆอ์ นุโมทนา
๑๕) เจา้ ภาพหรือประธานกรวดน�ำ้ - รบั พร
๑๖) เสร็จพธิ ีท�ำบญุ
86 ศาสนพธิ แี ละมารยาทไทย
การจัดพธิ ีทำ� บุญงานมงคลเฉพาะงาน
๑. พธิ ีหล่อพระพทุ ธรปู
การหลอ่ พระพทุ ธรปู หรอื พระสงฆท์ เ่ี ปน็ บรู พาจารย์ ในปจั จบุ นั ถอื เปน็ สง่ิ ทน่ี า่ ปตี ยิ นิ ดี และ
เป็นกศุ ลอยา่ งยิง่ เน่ืองจากเปน็ การสร้างพระขึน้ ด้วยตนเอง แทนท่จี ะเป็นการเชา่ (ซือ้ )
เพราะเปน็ การกระท�ำท่เี กิดจากความศรทั ธาและถกู ต้องตามโบราณประเพณี เนือ่ งจากการท่ีจะหลอ่
หรอื สรา้ งพระนนั้ จะตอ้ งมกี ารอญั เชญิ เทวดามาชมุ นมุ เพอ่ื รบั ทราบและอนโุ มทนาในการอนั เปน็ มงคล
และที่เปน็ กศุ ลส�ำคัญ ก็เพราะได้ท�ำบุญโดยชว่ ยให้ผ้รู ่วมพธิ ีได้มสี ่วนร่วมจัดกิจกรรมและ
เกดิ พทุ ธานสุ สตอิ ยเู่ สมอ ยง่ิ กวา่ นน้ั ยงั เชอื่ กนั วา่ สามารถทำ� ใหผ้ สู้ รา้ งและผรู้ ว่ มพธิ มี ชี าตารงุ่ โรจนห์ รอื
ดีข้นึ กวา่ ธรรมดา ท�ำให้หมดเคราะห์ หมดโศกได้
การเตรยี มการ
๑) รว้ั ก่าย
๒) ราชวัตรฉัตรธง
๓) ตน้ กล้วย ตน้ อ้อย จำ� นวน ๘ คู่
๔) สายสญิ จน์ สำ� หรับวงบริเวณราชวัตรฉตั รธง และโยงไปทีพ่ ิธีสงฆ์
๕) มณฑลพิธี ตัง้ ห่างจากบรเิ วณเผาหุน่ เททอง
๖) โลหะต่าง ๆ ที่จะใช้หลอ่ พระพทุ ธรปู หรือพระบรุ พาจารย์
๗) เคร่ืองนมัสการพระรัตนตรยั (โต๊ะหม่บู ชู า ดอกไม้ ธูป เทยี น เปน็ ต้น)
๘) เทยี นวปิ ัสสี จ�ำนวน ๑ เล่ม น้ำ� หนักประมาณ ๑๒ บาท ไส้ ๓๒ เสน้
๙) เคร่อื งใช้พธิ สี งฆ์ (ตามทก่ี ลา่ วไว้ในบทท่ี ๒ เรือ่ งการเตรียมการและปฏิบัติงาน)
๑๐) ถ้ามีพธิ ีบวงสรวง (จะต้องจดั เตรยี มเคร่อื งบวงสรวงบูชาเทวดาประจ�ำฤกษ)์
๑๑) ช้อนสำ� หรับประธานหรือเจา้ ภาพใส่ทองและเทลงส่เู บ้าหลอมทอง
๑๒) นิมนต์พระสงฆ์เจรญิ พระพุทธมนต์ (ถา้ เป็นส่วนราชการ นิยมนิมนตพ์ ระสงฆ์ ๑๐ รูป
ถ้าเปน็ เอกชนนยิ มนมิ นตพ์ ระสงฆ์ ๙ รูป)
๑๓) นมิ นตพ์ ระสงฆอ์ ธิษฐานจิต ประจำ� ทิศท้งั ๔ ตามราชวตั รฉตั รธง
๑๔) เทียน ๔๐ เล่ม ธูป ๔๐ ดอก (ส�ำหรับเจ้าภาพหรือประธานจุดบูชาหรือสังเวย
เทวดา เพื่อบชู าเทวดานพเคราะห์ ๙ องค์ ตามกำ� ลงั เทวดาแต่ละองค์ ดาวฤกษ์ ๒๗ พระอินทร์ ๑
พระพรหม ๑ พระยม ๑ และพระกาล ๑)
๑๕) ครอบน้�ำพระพทุ ธมนต์ พร้อมกำ� หญา้ คาที่ประพรมน้�ำพระพทุ ธมนต์
๑๖) เคร่อื งจตุปจั จัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม 87
แนวทางการปฏบิ ตั งิ าน พธิ บี วงสรวงบชู าฤกษ์ (กอ่ นถงึ เวลาฤกษเ์ ททองประมาณ ๒ ชวั่ โมง)
๑) เจา้ หนา้ ที่จดั โตะ๊ เครอ่ื งบวงสรวงบชู าฤกษ์ - สงั เวยเทวดา (กลางแจง้ นอกปะรำ� พธิ ี)
๒) จดุ ธูปเทยี นทโ่ี ต๊ะเคร่อื งบวงสรวงบูชาฤกษ์ - สังเวยเทวดา
๓) พราหมณ์ หรือ โหร อา่ นโองการท�ำพธิ บี วงสรวงบชู าฤกษ์ - สงั เวยเทวดา
๔) นมิ นต์พระสงฆข์ น้ึ ประจ�ำอาสนส์ งฆ์
๕) ประธานหรอื เจา้ ภาพจุดธปู เทยี นบชู าพระรัตนตรยั กราบพระ ๓ ครงั้
๖) เจา้ หนา้ ท่ีอาราธนาศลี
๗) ประธานหรอื เจ้าภาพ และผู้รว่ มพิธรี บั ศลี
๘) เจ้าหน้าทอ่ี าราธนาพระปรติ ร
๙) พระสงฆ์เจรญิ พระพุทธมนต์
๑๐) ก่อนท่ีจะขน้ึ บท “พุทธํ...” เชญิ เจ้าภาพจดุ เทยี นชัย และเทยี นมงคล
๑๑) เมือ่ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ก่อนจะถึงบท “อเสวนา จ พาลาน.ํ ..” เชิญเจ้าภาพ
จดุ เทยี นทำ� น�้ำพระพทุ ธมนต์ และประเคนครอบน้ำ� พระพุทธมนต์แด่พระสงฆอ์ งคต์ ้น
๑๒) พระสงฆ์เจริญพระพทุ ธมนตจ์ บ
๑๓) ใกล้เวลาฤกษ์เททองหล่อพระ นิมนต์พระสงฆ์เถราจารย์น่ังประจ�ำอาสน์สงฆ์
เพื่ออธษิ ฐานจิตทส่ี ่มี ุมของราชวัตรฉตั รธง
๑๔) นิมนตป์ ระธานสงฆป์ ระพรมนำ�้ พระพทุ ธมนตท์ ว่ั บรเิ วณสถานทป่ี ระกอบพิธเี ททอง
๑๕) ครั้นได้เวลาปฐมฤกษ์ เจ้าหน้าท่ีเชิญประธานพิธีหรือเจ้าภาพจุดเทียนวิปัสสีที่หน้า
โตะ๊ หม่บู ูชา แล้วออกไปยงั สถานทีเ่ ททอง
๑๖) เจ้าหนา้ ทน่ี ำ� เบ้าหลอมทองมาวาง ณ เบื้องหน้าประธานหรอื เจา้ ภาพ
๑๗) เจา้ หนา้ ที่น�ำทองท่ีจัดเตรยี มไว้สง่ ให้ประธานพิธหี รอื เจ้าภาพ
๑๘) ประธานหรอื เจ้าภาพรับทองจากเจ้าหนา้ ที่แล้ว ใส่ทองลงไปในชอ้ นที่เจ้าหน้าทถ่ี ือ
๑๙) ประธานหรือเจา้ ภาพรบั ด้ามช้อนทใ่ี ส่ทองแล้ว และเทลงในเบา้ หลอมทอง
๒๐) ประธานหรอื เจา้ ภาพถอื ปลายสญิ จนข์ า้ งหนง่ึ และอกี ขา้ งหนง่ึ เจา้ หนา้ ทน่ี ำ� ไปเชอ่ื มตอ่
กับอุปกรณ์ท่ีเกี่ยวกับเบ้าหลอมทอง ประธานหรือเจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีประนมมืออธิษฐานจิต
จนกว่าชา่ งหล่อจะเททองลงหุ่นหลอ่ พระเสรจ็ เรียบรอ้ ยทกุ หนุ่
๒๑) ขณะช่างหล่อเททองลงห่นุ พระสงฆ์เจริญชยั มงคลคาถาบท “ชยนโฺ ต โพธยิ า มเู ล...”
ต่อด้วย “โส อตฺถลทฺโธ สุขิโต...” (ถ้าประธานหรือเจ้าภาพเป็น สตรี ให้ต่อด้วย สา อตฺถลทฺธา
สุขิตา...”) แล้วต่อด้วย “สกฺกตฺวา พุทฺธรตนํ..., นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ..., ยงฺกิญฺจิ รตนํ โลเก...,
สพฺเพ พุทธฺ า พลปปฺ ตตฺ า... ๓ จบ , ภวตุ สพพฺ มงคลํ...”
๒๒) ประธานหรือเจา้ ภาพถวายเคร่ืองจตุปัจจัยไทยธรรมแดพ่ ระสงฆ์
๒๓) พระสงฆ์อนโุ มทนา
๒๔) ประธานหรือเจา้ ภาพกรวดนำ�้ - รบั พร
๒๕) เสรจ็ พิธเี ททองหลอ่ พระ
88 ศาสนพธิ แี ละมารยาทไทย
๒. พธิ พี ุทธาภิเษก หรือ มงั คลาภเิ ษก
เม่อื มกี ารหลอ่ พระพุทธรูป หลอ่ รูปพระเถราจารย์ บุรพาจารย์ การจดั สร้างพระกรง่ิ หรือ
การจดั สรา้ งวตั ถมุ งคล มกี ารปลกุ เสกพระพมิ พห์ รอื เครอื่ งรางของขลงั ในการเชน่ น้ี จะมพี ธิ พี ทุ ธาภเิ ษก
หรือมงั คลาภเิ ษก ซงึ่ มกั จะทำ� พิธีเช่นนใี้ นอโุ บสถหรอื ศาลาที่มีพระประธานประดษิ ฐานอย่ปู ระจ�ำ
การจัดสถานท่พี ธิ ีพุทธาภิเษก การจดั สถานที่พธิ พี ุทธาภเิ ษก
พระสงฆเ์ จรญิ พระพทุ ธมนต์ในพธิ พี ุทธาภเิ ษก สมเดจ็ พระราชาคณะ จุดเทียนชัย
สมเด็จพระราชาคณะประพรมน้ำ� พทุ ธมนต์ พระสงฆส์ วดพทุ ธาภิเษก
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม
89
ผงั การจดั พธิ ีพทุ ธาภเิ ษก
90 ศาสนพธิ แี ละมารยาทไทย