The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัฒนธรรม ปีที่ 57 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2561 สืบล้านนา ภูมิปัญญาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2022-03-29 22:59:01

วัฒนธรรม ปีที่ 57 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2561

วัฒนธรรม ปีที่ 57 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2561 สืบล้านนา ภูมิปัญญาไทย

Keywords: วัฒนธรรม

นอกจากเขาสัตว์แล้ว ยังมีประเภทหนังสัตว์ท่ีหายาก
กระดกู สัตว์ เครอ่ื งเงนิ เคร่ืองเขิน เครอื่ งดนตรี มดี ขนาดต่างๆ
หลายรูปแบบ หอก กริช เครอื่ งไมเ้ คร่อื งมอื ตา่ งๆ รวมทัง้ ของใช้
และผ้าโบราณของชนเผ่าต่างๆ ทว่ั โลก ทอ่ี าจารย์สะสมมาดว้ ย
ตวั เองเวลาเดินทางท้งั ในและต่างประเทศทั่วโลก และทอ่ี าจารย์
เป็นผู้ออกแบบ และให้ช่างทั้งในและต่างประเทศลงมือ
ท�ำมาเฉพาะ ของท่ีตั้งโชว์ไว้เป็นของรักของหวงของอาจารย์
ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนเป็นของท่ีมีค่า
มีตอนหน่ึงในหนังสือที่อาจารย์ได้พูดถึงบ้านด�ำและของ
สะสมไว้วา่
“ผมชอบของพวกนี้ โดยธรรมชาตทิ เ่ี ปน็ รปู ทางอนิ ทรยี วตั ถุ
เป็นออร์แกนิกฟอร์ม อย่างเวลาเราเรียนหนังสือ เราต้องเรียน
สัตว์กินหญ้ากีบเดี่ยว สัตว์กินหญ้ากีบคู่ สัตว์กินเนื้อคน เด็ก
ผู้ใหญ่ในห้องกายวิภาคเก็บของพรรค์น้ีไว้ ทีนี้ พอผมเก็บได้
มากตามสมควรอย่างเวลาไปอยู่อเมริกา ในยุโรปเนี่ย ...มันมี
เขากวางหลน่ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในเดอื นตลุ าคมทมี่ นั จะผลดั เขา
แล้วผมก็เก็บมา ...เวลาเดินไปแล้วเจอท่ีไหนก็เก็บมาในตลอด
เวลา ๓๕ ปี มันมีมากขึ้น ผมก็อยากจะเก็บมันเอาไว้รวมกัน
เขา้ เปน็ ทเี่ ปน็ ทาง กจ็ งึ เอามาทำ� เปน็ ประโยชนใ์ ชส้ อยบา้ ง ทำ� เปน็
เก้าอี้ โตะ๊ ตู้ ต่งั ...”

กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๖๑ 99

100

พิพิธภัณฑ์บ้านด�ำ เป็นหนึ่งในโครงการ บ้านศิลปินแห่งชาติ ปัจจุบัน
กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้พัฒนาพ้ืนที่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านงานศิลปะ
ท้ังด้านวรรณศิลป์ ทัศนศิลป์ และศิลปะการแสดง เพ่ือเพ่ิมพูนองค์ความรู้
ทกั ษะ และความคิดสรา้ งสรรคใ์ ห้แก่เยาวชน นักศกึ ษาและประชาชน

• พพิ ิธภณั ฑ์บ้านดำ� เปดิ ใหเ้ ขา้ ชมทุกวนั (คา่ เข้าชม ๘๐ บาท)

ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐–๑๗.๐๐ น.

• ตง้ั อยู่ท่ี บา้ นด�ำ นางแล ๔๑๔ หมู่ ๑๓ ต�ำบลนางแล

อ�ำเภอเมอื ง จงั หวัดเชียงราย ๕๗๑๐๐
สามารถเดินทางได้โดยใช้ถนนเส้น ซุปเปอร์ไฮเวย์ตรงไปทางแม่สาย
ผ่านมหาวิทยาลยั ราชภฏั เชียงรายไปประมาณ ๓ กโิ ลเมตร ถงึ หมู่บา้ น
นางแล ให้สังเกตซ้ายมือจะเป็นบริษัทเสริมสุข จากน้ันจะเห็นซอยทาง
ด้านซ้ายมือ ให้เล้ียวไป ตามเส้นทางจะมีป้ายสีฟ้าบอกทางเป็นระยะ
จากปากซอยถึงบา้ นด�ำ ประมาณ ๓๐๐ เมตร

“ผมเปน็ นกั วาดรปู ผมจำ� เปน็ ตอ้ งมเี ครอ่ื งลบั จนิ ตนาการผม
ให้เฉียบคม เช่นว่า ต้องมีหัวกะโหลก มีซากของสัตว์กินเน้ือ
กีบเดี่ยวหรือกีบคู่ เอาไว้เรียนกายวิภาค ไว้เขียนรูปในทาง
ทัศนศิลป์ ...ผมต้องมสี ัตวก์ ินเนอ้ื ตอ้ งมีเขีย้ ว เลบ็ หนัง เพราะ
ว่าท้ังรูป รส กล่ิน เสียง สัมผัส มันเร้าอารมณ์และท�ำให้
จินตนาการผมเฉียบคม ถ้าเผ่ือผมไม่ได้สัมผัสกับของพรรค์นี้
จินตนาการจะพุ่งขึ้นมาเป็นทิพย์ภาวะหรืออะไรที่ย่ิงใหญ่กว่า
ธรรมชาติไม่ได้ และเมื่อผมมีแล้ว ก็เหมือนมีเรือ ผมข้ามฟาก
ได้แล้ว ก็ไม่มีความจ�ำเป็นที่จะต้องมาแบกเรือข้ามไป ผมก็เอา
เรือไว้ให้คนอื่นได้ข้ามต่อไป เพราะฉะนั้นข้าวของที่ผมมี ผมไม่
เคยมองวา่ เปน็ สมบตั ิมคี า่ ผมเอาไว้ทำ� งาน เวลาเขยี นรูป เอาไว้
เปน็ แรงบันดาลใจ”
สำ� หรบั ผม สมบตั บิ า้ นยี้ งั นบั วา่ นอ้ ย ทงั้ หลายทง้ั ปวงเหลา่ นี้
เป็นส่ิงท่ีผมจะต้องเล่าเรียนศึกษา น�ำเอาแก่นแกนเหล่านั้น
มาเคี่ยวกร�ำจนกระทั่งมันตกผลึก จึงน�ำมาสู่งานศิลปะของผม
เพราะฉะนนั้ จงึ หลกี เลยี่ งไมไ่ ดท้ จี่ ะตอ้ งมสี มบตั บิ า้ เหลา่ นไี้ ว้ อนั น้ี
คือทัง้ เหตุและผลและทีม่ าทีไ่ ปของมัน”
บ้านด�ำ นางแล ทุกอย่างท่ีสะสมอยู่ในบ้านทุกๆ หลัง
มีประโยชน์กับการท�ำงานศิลปะของอาจารย์ถวัลย์ท้ังสิ้น และ
ในปจั จุบันบ้านด�ำกไ็ ดก้ ลายเปน็ สมบตั ิอนั ล้�ำคา่ ของแผ่นดิน

กรกฎาคม - กนั ยายน ๒๕๖๑ 101

แผ่นดินเดียว

เรือ่ ง : สรุ ิยา วงศช์ ัย พิพธิ ภัณฑล์ ้อื ลายคำ�
ภาพ : อภนิ นั ท์ บัวหภกั ดี / อดุล ตณั ฑโกศยั

เรื่องราว

แผห่า่งนชผาตืนิพผันธ้าุ์ ทอไทล้ือ

บนผืนผ้าทอของชาวไทลื้อนานาชาติ
มีท้ังลายน�้ำไหลลายภูเขาสูง ๆ ต�่ำ ๆ
ลายพันธุ์ไม้ ดอกไม้ ลายรูปสัตว์
ลายเรขาคณิต แม้กระทั่ง ลายเครื่องบิน
ลายปืนกล และลายเฮลิคอปเตอร์
สะท้อนเร่ืองราวการด�ำรงอยู่
ของชาติพันธุ์ท่ีมีการต่อสู้
การโยกย้ายจากดินแดนมาตุภูมิ
เดินทางไกลสู่ ถิ่นอาศัย
ที่มิใช่ ถ่ินก�ำเนิด...
แล้วลวดลายผ้าทอ
ของชาวไทลื้อในประเทศไทยเล่า
พวกเขาบันทึกเรื่องราวใด
ไว้ในผืนผ้าอันงดงามอัศจรรย์นี้

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง บ้านหยวน เมืองเชียงค�ำ
เล่าเรื่องการอพยพ โยกย้ายของชาวไทลื้อ
102

กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๖๑ 103

ไทล้ือ ชาวชาติพันธ์ุท่ีมีเชื้อชาติและวัฒนธรรมงดงาม ๒
ประดุจดังร่วมสายโลหิตบรรพบุรุษเดียวกันกับชาวล้านนาไทย
ท่ัวไป ชนชาติไทลื้อมีถ่ินฐานที่อยู่อาศัยในบริเวณที่เรียกว่า หากด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของดินแดนสิบสองปันนา
แคว้นสิบสองปันนา ที่ในปัจจุบันเป็นเขตปกครองพิเศษของ เป็นพื้นท่ีสูงมีภูเขามากมาย เมืองส�ำคัญแต่ละเมืองจะตั้งอยู่
สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในครั้งกระโน้นมีเมืองส�ำคัญ ในท่ีราบลุ่มเล็กๆ ที่แวดล้อมไปด้วยภูเขาสูง มีสภาพเหมือน
๑๒ เมอื ง ๕ เมืองตะวันตก และ ๖ เมืองตะวันออก และมีเมือง เมอื งอยใู่ นหลมุ ทเ่ี รยี กวา่ หลมุ เมอื ง การจะตดิ ตอ่ สอื่ สารกบั เมอื ง
อนั เปน็ ทรี่ าบขนาดกวา้ งใหญท่ สี่ ดุ รมิ แมน่ ำ�้ โขงคอื เมอื งเชยี งรงุ่ อน่ื ๆ ทำ� ไดย้ ากลำ� บากตอ้ งเดนิ ทางขน้ึ เขาลงเขากนั เปน็ เวลานาน
เปน็ ที่ตง้ั ของ “หอค�ำเวยี งเชยี งรงุ่ ” มีเจา้ ฟ้าประทบั ทพี่ ระราชวงั หลายวนั สาเหตุดงั กล่าวจึงท�ำให้ เมอื งแต่ละเมอื งของดนิ แดน
นาม “เวียงผาคราง” ท�ำหน้าท่ีประดุจดังพระราชาผู้ปกครอง สิบสองปันนา มีวิวัฒนาการท่ีเป็นตัวของตัวเองในทุกเรื่องราว
ดนิ แดนสิบสองปันนาของชาวไทลอ้ื ทั้งมวล แม้กระท่ังในเรื่องของการแต่งกาย ซึ่งย่อมหมายรวมไปถึงวิธี
คิดประดิษฐ์ผืนผ้าทอต่างๆ ที่จะมีความหลากหลายแตกต่าง
ภูมิประเทศ ที่แบ่งแยก กนั ของรายละเอยี ดฝีมอื การทอผา้ การออกแบบลวดลาย และ
และพลังอ�ำนาจแห่งสองฝ่ายฟ้า การแตง่ กายโดยรวม ระหว่างเมืองต่อเมืองท่เี ปน็ ไทล้อื ดว้ ยกัน
คอ่ นขา้ งมาก
จากบันทึกของมหามุ้งแช่ ปราชญ์ชาวไทลื้อได้กล่าวถึง แต่ท่ีส�ำคัญย่ิงกว่าน้ันก็คือ การรวมก�ำลังกันเพ่ือป้องกัน
ประวตั ชิ นชาติลือ้ ว่า เจา้ เจิงหาญ คอื วีรบุรษุ ผูก้ ่อตงั้ อาณาจกั ร ตัวเองของชาวไทลื้อเป็นส่ิงที่ท�ำได้ยากยิ่ง ด้วยความห่างไกล
หอค�ำสิบสองปันนา เป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์เชียงรุ่ง ซึ่งได้ ไปมายากล�ำบากของแต่ละเมือง จึงท�ำให้แทบทุกครั้งที่มี
ประกาศอิสรภาพไม่ข้ึนต่ออาณาจักรต้าหล่ีของจีน และเป็น กองกำ� ลงั ขนาดใหญบ่ กุ เขา้ มาในดนิ แดน ชาวลอื้ กม็ อิ าจจะรวม
ผู้รวบรวมชาวไทล้ือให้เป็นปึกแผ่นราวพุทธศักราช ๑๗๒๓ ก�ำลังกันต่อสู้ได้ทันท่วงที โดยมีกองก�ำลังขนาดใหญ่ท่ีอยู่ใกล้
หรือ ๘๐๐ กว่าปีมาแล้ว เจ้าเจิงหาญจึงเถลิงพระนามเป็น กบั ชาวไทลอื้ ทสี่ ดุ ๒ กลมุ่ คอื อาณาจกั รจนี และอาณาจกั รพมา่
สมเด็จพระหอคำ� เชยี งรุ่งท่ี ๑ ได้ขยายอาณาจกั รและรวบรวม ซ่ึงในท่ีสุดรัฐสิบสองปันนาของชาวไทลื้อ ก็จ�ำต้องยอมรับ
ชาวไทล้ือกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยให้เป็นปึกแผ่นแว่นแคว้น โดยมี พลงั อำ� นาจของทง้ั สองฝา่ ยดว้ ยการสง่ เครอ่ื งบรรณาการใหเ้ ปน็
ศูนยก์ ลางอยทู่ หี่ อคำ� แห่งเวียงเชยี งร่งุ ประจ�ำ จนมคี ำ� กลา่ วเปรยี บเปรยวา่ ชนชาวลอ้ื มี .. มา่ นเปน็ พอ่
ฮอ่ เปน็ แม่


104

๑. การแตง่ กายอยา่ งของชาวลอ้ื เชยี งของบา้ นศรดี อนไชย
๒. สาวๆ ล้ือกับซ่ินแบบเมืองน่าน
๓. เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแบบของชาวล้ือเชียงค�ำ



พลังอ�ำนาจที่สาม การเข้าไปเทครัวเอาไพร่พลเมืองของล้านนา และ
และการอพยพคร้ังใหญ่สู่แผ่นดินสยาม หลวงพระบาง ไมไ่ ดเ้ กดิ ขน้ึ ครง้ั เดยี ว ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็
พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หวั รชั กาลท่ี ๕ เจ้าสรุ ิยพงษ์ผรติ เดช
แต่พลังอ�ำนาจท้ังสองข้ัวของชาวไทล้ือก็มีวันจะต้อง เจา้ นครนา่ นยงั ไดย้ กทพั ไปตหี วั เมอื งลอ้ื หลายเมอื ง เชน่ เมอื งพง
กระทบกระทง่ั กนั และในคราวทที่ ง้ั สองพลงั อำ� นาจฟาดฟนั กนั เมอื งหยว่ น เมงิ มาง เมิงลา สามารถน�ำครัวไทลอ้ื จ�ำนวนมาก
อยูน่ ั้น พลงั อ�ำนาจทสี่ ามก็มาถึงสบิ สองปนั นา ดินแดนล้านนา ลงมาไว้เพ่ิมท่ี ท่าวังผา จังหวัดน่าน และอีกส่วนหนึ่งให้มา
ในสมยั พระยากาวลิ ะ มีปฏิบตั ิการ.. ฟืน้ ม่าน.. คือต่อสู้ขับไล่ ตงั้ ถน่ิ ฐานทเี่ มอื งเชยี งคำ� ใกลฝ้ ง่ั แมน่ ำ้� ลาว ซง่ึ กค็ อื ไทลอ้ื อำ� เภอ
อ�ำนาจพม่าออกจากล้านนา เป็นเหตุให้เมืองเชียงใหม่ เชียงค�ำ จังหวัดพะเยา แล้วเจ้าหลวงเมืองน่านยังมีบัญชาให้
ตอ้ งกลายเปน็ เมอื งรา้ ง เจา้ นายสายตระกลู เจา้ เจด็ ตนพรอ้ มกบั ชาวไทล้ือทอ่ี าศยั อยู่ ทบี่ า้ นนาไฮ่ จังหวดั นา่ น มาตัง้ ถิ่นฐานอยู่
เจ้าเมืองน่าน เจ้าเมืองหลวงพระบาง ร่วมกับกองทัพสยาม บริเวณบ้านปอ บ้านโล๊ะ บ้านงาว และบ้านกลางลุ่มน้�ำงาว
ไดย้ กขนึ้ ไปเทครวั เอาไพรพ่ ลจากหวั เมอื งทางตอนเหนอื ทงั้ ชาวลอ้ื อ�ำเภอเวียงแกน่ ในปัจจบุ นั อกี ด้วย
จากสิบสองปันนา เขินจากเชียงตุง ยองจากเมืองยอง เง้ียว นบั ตง้ั แตค่ ราวนน้ั จนวันน้ี ในภูมิภาคลา้ นนา นับได้ว่า
(ไทใหญ่) จากหัวเมืองลุ่มแม่น้�ำคง ลงมาฟื้นฟูหัวเมืองส�ำคัญ มีชาวไทลื้ออยู่อาศัยมากมายแทบทุกจังหวัด หากแต่จากการ
ของล้านนาอนั ได้แก่ เชยี งใหม่ ล�ำพนู ล�ำปาง นา่ น และให้ตง้ั ทม่ี ากนั จากเมืองตา่ งๆ หลากหลาย จงึ ทำ� ให้มคี วามแตกต่าง
ร ก ร า ก ถิ่ น ฐ า น อ ยู ่ ต า ม เ มื อ ง ดั ง ก ล ่ า ว สื บ ม า ถึ ง ป ั จ จุ บั น ของขนบประเพณขี องชาวไทลอื้ เหลา่ นน้ั อยบู่ า้ ง โดยเฉพาะหาก
นักประวัติศาสตร์เรียกสมัยน้ีว่ายุค “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้า กล่าวถึงเร่ืองวัฒนธรรมการแต่งกาย เอกลักษณ์และฝีมือของ
ใส่เมอื ง” การทอผา้ ซงึ่ เป็นลักษณะเด่นทีส่ ดุ อย่างหนึ่งของชาวชนชาตินี้
สำ� หรบั ดินแดนสิบสองปันนาในช่วงนน้ั นับได้วา่ เปน็ การ ก็จะมีความแตกต่างกันในระดับหน่ึง ยิ่งสังคมเมืองปัจจุบัน
อพยพโยกยา้ ยครง้ั ใหญท่ สี่ ดุ ในประวตั ศิ าสตร์ เมอื งลอื้ บางเมอื ง พัฒนาก้าวหน้าขึ้นไป การเก็บรักษาวัฒนธรรมด้ังเดิมของ
ถงึ กบั กลายเปน็ เมอื งรา้ ง กลา่ วกนั วา่ เรอื่ งราวการอพยพผคู้ น ชาวไทล้ือก็ย่ิงเปล่ียน และส�ำหรับฝีมือการทอผ้าและศิลปะ
จากดินแดนภูเขาลงสทู่ ีร่ าบลมุ่ ตอ้ งขา้ มแมน่ �ำ้ ล�ำธารหลายสบิ การแต่งกายแบบชาวไทล้ือที่ยังคงรักษาฝีมือเอาไว้ได้อย่าง
สาย โดยเฉพาะแมน่ �ำ้ โขงอนั กว้างใหญใ่ นคราวน้ันไดถ้ ูกบันทกึ ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในเทคนิคเฉพาะตัวคอื เทคนคิ เกาะลว้ ง
เรื่องราวไว้บนผืนผ้าของชาวไทล้ือ ที่มีท้ังลวดลายของสายน้�ำ ก็มีอยู่ด้วยกันเพียง ๓ แหล่งใหญ่เท่าน้ันนั่นคือ กลุ่มไทล้ือ
ไหลและมีรูปร่างของภูเขาสูงๆ ต่�ำๆ ต้นไม้ใบไม้รวมท้ัง อำ� เภอเวยี งแกน่ อำ� เภอเชยี งของ จังหวดั เชยี งราย กลุม่ ไทล้อื
สงิ สาราสตั วท์ ไ่ี ดพ้ บตลอดเสน้ ทางยากลำ� บากนนั้ อยา่ งมากมาย อำ� เภอเชยี งคำ� จงั หวดั พะเยา และกลมุ่ ไทลอ้ื อำ� เภอปวั อำ� เภอ
เฉลิมพระเกียรติ อ�ำเภอทงุ่ ชา้ ง จงั หวดั น่าน

กรกฎาคม - กนั ยายน ๒๕๖๑ 105

ผ้าทอของชาวไทล้ือ เคร่ืองแต่งกายชาวล้ือในเมืองจีน

การทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทลื้อ จังหวัดน่าน เพื่อที่จะใส่ลายข้ึนแล้วสอดให้เกิดลวดลาย ผ้าห่มลายตาราง
ก็คอื ผา้ ซิ่นของผ้หู ญงิ ไทลอ้ื ทเี่ รียกวา่ ซนิ่ ตา ซง่ึ เปน็ ผ้าซน่ิ ท่มี ี เรยี กกนั วา่ “ผา้ หม่ ตาแสง” หรอื “ผา้ หม่ สแี่ ป” หรอื เรยี กอกี อยา่ งวา่
สองตะเข็บ มีลักษณะโครงสร้างประกอบด้วยสามส่วน คือ “ผา้ หม่ ตาโก้ง” เป็นผา้ ฝ้ายทอยกดอก สีทน่ี ิยมคือ สดี �ำ แดง
หัวซิ่นสีแดง ตัวซ่ินลายขวางหลากสีต่อตีนซ่ินสีด�ำ ความเด่น ขาว ทอให้เกิดเป็นลายตารางส่ีเหล่ียมขนาดใหญ่ ลวดลาย
จะอยทู่ ต่ี วั ซน่ิ ซงึ่ มีรวิ้ ลายขวางสลบั สสี ดใส และตรงช่วงกลางมี มีขนาดเลก็ ส่ีเหลย่ี มขนมเปยี กปนู เปน็ การทอท่ยี าก ลายใหญ่
ลวดลายที่ทอดว้ ยเทคนิคขดิ จก เกาะ หรอื ลว้ ง เป็นลวดลาย ซับซ้อน ราคาแพง ปัจจุบันไม่นิยมใช้ แต่ก็ยังคงมีการทอ
ต่างๆ ทง้ั รูปพรรณพฤกษา รูปสัตว์ในวรรณคดี และลวดลาย อยบู่ ้าง
เรขาคณติ เอกลกั ษณก์ ารทอผา้ ทเ่ี ปน็ สดุ ยอดของชาวไทลอ้ื คอื ส่วนวัฒนธรรมการแต่งกายในกลุ่มของชาวล้ือในแถบ
การทอผ้าดว้ ยเทคนิคเกาะ หรือ ลว้ ง (Tapestry Weaving) อำ� เภอเชยี งของ จงั หวดั เชยี งราย ซงึ่ มหี มบู่ า้ นไทลอ้ื ๒ หมบู่ า้ น
หรอื เปน็ ทร่ี จู้ กั กนั วา่ ลายนำ้� ไหล ซง่ึ เปน็ เทคนคิ ทมี่ คี วามยงุ่ ยาก ทม่ี ชี อื่ เสยี งในการทอผา้ ไดแ้ ก่ บา้ นศรดี อนชยั และบา้ นหาดบา้ ย
ซับซ้อน แต่ท�ำใหเ้ กิดลวดลายและสีสันท่ีงดงามแปลกตา และ ผ้าทอของบ้านศรีดอนชัยนั้นโดดเด่นด้านลวดลายท่ีทอด้วย
เป็นอัตลักษณ์โดดเด่นเฉพาะกลุ่ม ท่ีแตกต่างจากผ้าซ่ิน เทคนคิ เกาะเปน็ ลายขนาดใหญป่ ระมาณ ๑๐-๑๕ ซม. สสี นั สดใส
ของกลุ่มชาติพันธ์ุไทอ่ืนๆ นอกจากผ้าซ่ินแล้ว ชาวไทล้ือ สว่ นบา้ นหาดบา้ ยนน้ั เดน่ ดา้ นลวดลายทท่ี อดว้ ยเทคนคิ จก สีสัน
ยังทอผา้ ชนดิ อน่ื ๆ ด้วย เชน่ ตุง และผ้าหลบ เปน็ ตน้ สดใส การแต่งกายของหญิงมีลกั ษณะ เปน็ เสือ้ ป๊ัดแขนยาวเขา้
ส่วนผ้าไทลื้อของอ�ำเภอเชียงค�ำ อันเป็นอัตลักษณ์จะมี รปู พอดตี ัว ตัดเย็บจากผา้ ฝา้ ยสีครามเข้มหรือผา้ แพร สาบเสอ้ื
เสื้อปั๊ด ผ้าถุงลายผักแว่น น้�ำไหลผักแว่น เป็นชุดที่เป็น ตกแตง่ ดว้ ยแถบผา้ สตี า่ งๆ ชายเสอื้ เปน็ รปู ปลายแหลมตรงกลาง
เอกลักษณ์ของชาวไทลื้อเชียงค�ำ ทอด้วยเทคนิคเกาะ มีลาย ลำ� ตวั เรยี กวา่ เสอ้ื หยด (ยอดแหลม สว่ นลกั ษณะผา้ ซน่ิ เปน็ ซน่ิ
ประกอบทอดว้ ยเทคนคิ ขดิ เสอื้ ผา้ จะมกี ารทอลวดลายทบี่ ง่ บอก ลายริ้วแบบมาตรฐานของไทลื้อสอบสองปันนา มีลายตกแต่ง
ถงึ ฐานะทางสงั คมของผสู้ วมใส่ โดยผา้ ของไทลื้อแยกออกเป็น ตรงกลางตวั ซน่ิ ทอดว้ ยลวดลายเรขาคณติ และลายจกดอกตา่ งๆ
๒ ประเภทคือ ผ้าทใี่ ชใ้ นพิธกี รรมและผา้ ส�ำหรับใชใ้ นครวั เรือน ใชเ้ สน้ ฝา้ ยหลากสสี นั สว่ นการแตง่ กายของชาย เสอื้ และกางเกง
ผ้าท่ใี ชใ้ นครัวเรือน เช่น “ผา้ ห่มตำ�่ กา้ ว” ที่ปจั จุบนั หาคนทำ� ไม่ ตดั เยบ็ ดว้ ยผา้ สคี รามเสอ้ื มลี กั ษณะคอกลมตกแตง่ ดว้ ยลวดลาย
ไดแ้ ลว้ ตำ่� กา้ วเปน็ ภาษาลอื้ มี ๒ ความหมาย คอื ๑. เปน็ ชอ่ื ลาย หรือแถบผ้าหลากสีหรือริบบ้ินจีนเย็บติดหรือขลิบตรงสาบเสื้อ
๒. เปน็ วธิ กี ารทำ� “ตำ�่ ” แปลวา่ การทอ “กา้ ว” แปลวา่ การงา้ งไม้ และแขน ปักเย็บขอบรอยต่อโดยใช้เส้นไหมสีต่างๆ กางเกง
ตดั เยบ็ แบบสามสว่ น ขลบิ ผา้ หลากสี และรบิ บนิ้ จนี ตรงปลายขา
การจดั แสดงเครอ่ื งแตง่ กายไทลอ้ื ในพพิ ธิ ภณั ฑล์ อ้ื ลายคำ� กางเกง

106

ผ้าทอไทล้ือ ในอุษาคเนย์ ชาวล้ือจะอาศัยอยู่แถบเมืองยอง เมืองยู้ เมืองหลวย เมือง
เชยี งลาบ เมอื งไร เมืองพะยาก เมืองโก เมอื งโตน๋ เมืองเลน
และที่กล่าวมาน้ีแหละคือ ลวดลายผ้าทอไทล้ือ หลักๆ และเชียงตงุ เปน็ ต้น ปจั จุบนั ชาวไทลอื้ ในพม่าไม่ค่อยได้ผลิต
ทอี่ ยใู่ นประเทศไทย คราวนล้ี องหนั กลบั ไปดทู มี่ าของชาวไทลอ้ื เส้อื ผา้ ตามแบบเอกลกั ษณ์ของตนเองสกั เทา่ ไรแล้ว
ทส่ี บิ สองปนั นา ซงึ่ ในปจั จบุ นั เปน็ พนื้ ทเ่ี ขตปกครองตนเองหนงึ่ และทั้งหมดนี้แหละคือ เร่ืองราวแห่งชาวชาติพันธุ์
ของสาธารณรฐั ประชาชนจนี จากการเปลยี่ นแปลงการปกครอง ผ่านผืนผ้าของชาวไทลื้อ ในวันนี้ทาง สปป.ลาว ช่างทอผ้า
ของจีนในสมัยสงครามปฏิวัติ การลุกฮือข้ึนปฏิวัติวัฒนธรรม ชาวไทล้ือจ�ำนวนมากเป็นเพียงผู้รับค�ำสั่งซื้อ โดยผ่านการ
ของเยาวชนจนี ในชว่ งนนั้ ไดม้ สี ว่ นทำ� ลายวฒั นธรรมดงั้ เดมิ ของ ท�ำตลาดและออกแบบจากประเทศไทย ในขณะท่ีประเทศ
ชาวไทลอื้ ใหส้ ญู สน้ิ ไปเปน็ จำ� นวนมาก พระราชวงั หลวงเวยี งผาคราง สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ถูกบุกรุกร้ือค้นท�ำลาย การปกครองโดยระบบเจ้าฟ้าล่มสลาย ไม่ได้มีการให้ความส�ำคัญกับผ้าทอไทล้ือใดๆ แล้ว ปัจจุบัน
มรดกวฒั นธรรมมากมายตอ้ งยกั ยา้ ยถา่ ยเทหลบซอ่ น และมรดก ประชากรส่วนใหญ่ของชาวชาติพันธุ์น้ีกลับมีอยู่อาศัยใน
ผ้าทอสวยๆ ของชาวลื้อในคร้ังกระโน้นก็นับได้ว่าสูญหายไป ประเทศไทยเปน็ จำ� นวนมากทส่ี ดุ ในขณะเดยี วกนั มรดกสำ� คญั
แทบไม่เหลือ ยงิ่ เรอื่ งการทอผา้ คงมแี ตท่ ป่ี ระเทศไทยนเี้ ทา่ นน้ั ทม่ี กี ารสง่ เสรมิ
ในวันนี้ชาวลื้อในประเทศจีน ใส่ผ้าซิ่นต๋าไทล้ือ สีแดง รกั ษา มกี ารท�ำการคา้ กันอย่างเป็นกิจจะลกั ษณะ รวมท้ังมีการ
เขียว ชมพู ดำ� ต่อดว้ ยตีนซิน่ สีเขยี ว และดำ� บางผนื ต่อด้วย อนรุ กั ษส์ บื ทอดผา้ ทอไทลอ้ื ดว้ ยการเปดิ พพิ ธิ ภณั ฑใ์ หป้ ระชาชน
ก�ำมะหยี่ ผ้าแพรจีนอย่างดีตามฐานะผู้สวมใส่ ผา้ ซิ่นมักจะทอ ได้เข้าชมในความงดงามของผ้าทอมือท่ีมีเอกลักษณ์โดดเด่น
ด้วยผา้ ฝา้ ย สวมเสื้อปั๊ด ทอจากผา้ โรงงานหลากสีสัน ยังมีการ อย่างท่ไี มอ่ าจหาไดใ้ นผ้าทอของชาติพันธ์ุใด
ทอผา้ ทใ่ี ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั อยบู่ า้ ง เชน่ ผา้ ทน่ี ำ� ไปใชใ้ นพธิ กี รรม
ถวายเปน็ พุทธบชู า เชน่ ตงุ ผา้ เชด็ หลวง ผา้ ห่อพระธรรม และ สาวๆ ล้ือ เมืองเงิน สปป.ลาว
ยังใช้เป็นสื่อกลางในการอุทิศท�ำบุญให้กับผู้ล่วงลับไปแล้ว
นอกจากนั้นยังมีการทอผ้าหลบ (ผ้าปูท่ีนอน) ท่ีมีเอกลักษณ์
สวยงามเปน็ ลวดลาย ทอดว้ ยเทคนคิ ขดิ ลายใหญ่ เชน่ ลายสงิ ห์
ม้า ชา้ ง ดอกหับ ดอกกาบ นก ปราสาท ดอกไม้ เพอื่ บ่งบอก
ถงึ วถิ ชี วี ติ ความอดุ มสมบรู ณ์ และการเกดิ การตาย ทแี่ ฝงดว้ ย
ธรรมะ หากแตใ่ นชีวิตประจ�ำวนั ทวั่ ไป ชาวล้ือก็พากันเปลยี่ น
ไปใชผ้ ้าพมิ พล์ วดลายทนั สมยั จากโรงงานกนั ไปหมดแลว้
ส่วนชาวไทล้ือใน สปป.ลาว ปัจจบุ ันมชี าวล้อื อาศยั อยู่ที่
แขวงหลวงพระบาง แขวงไชยะบรุ ี แขวงพงสาลี แขวงหลวงนำ้� ทา
แขวงอุดมไชย และแขวงบ่อแก้ว มีความหลากหลายมาก
การแตง่ กายและฝมี อื การทอผา้ กม็ คี วามคลา้ ยคลงึ กบั ชาวลอ้ื ใน
ประเทศไทยมาก โดยเฉพาะชาวไทลื้อที่อาศัยอยู่ในแขวง
หลวงน�้ำทา ซ่ึงจะทอผ้าด้วยฝ้ายหลากสี ผ้าทอมีลวดลาย
หลากหลาย มกี ารทอเปน็ รปู ตวั สตั ว์ ธรรมชาติ และบนั ทกึ เรอื่ งราว
ในอดีตใว้ในผนื ผา้ เชน่ ผา้ ซ่นิ ผา้ กง้ั เชน่ ลายเฮลิคอปเตอร์
เคร่อื งบิน จรวด และอาวธุ สงคราม เป็นตน้
ส่วนชาวไทล้ือ ในสหภาพเมียนมา ก็มีความเป็นอยู่
ใกล้เคียงกับชาวไทใหญ่จนกลมกลืนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน

กรกฎาคม - กนั ยายน ๒๕๖๑ 107













วัฒนธรรมวพิ ากษ์

เร่อื ง : ไมตรี ลิมปิชาติ

รักษ์ชุดไทยภาพ:กองบรรณาธกิ าร

ภาพ : อดลุ ตัณฑโกศัย
114

“หลังจากละครทวี เี รอ่ื งบุพเพสนั นิวาส
จากจอไปเพยี งไมก่ ี่เดือน
คนไทยเรม่ิ ห่างเหนิ ชดุ ไทย
ท�ำท่าจะกลับมาเหมือนเดิมอีก
แสดงใหเ้ ห็นว่า
คนไทยชอบท�ำอะไรตามกระแสเสมอ”

ภาพจาก : www.ch3thailand.com

ผมเขยี นตน้ ฉบบั กอ่ นทจี่ ะมกี ารแขง่ ขนั กฬี าเอเชยี่ นเกมสท์ ่ี เปน็ อยา่ งอนื่ ไปไมไ่ ด้ มอี ยา่ งเดยี วคอื ผรู้ บั ผดิ ชอบเรอื่ งน้ี ไมเ่ หน็
อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพหลายวัน กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ก็คง ด้วยน่ันเอง ที่ผมอยากให้นักกีฬาไทยแต่งชุดไทยก็เพราะผม
เหมอื นกบั ครงั้ ทแี่ ลว้ คอื นกั กฬี าไทยจะเดนิ ลงสนามในวนั เปดิ มนั่ ใจวา่ ชดุ ไทยเกอื บทกุ ชดุ สวยงามไมม่ ที ตี่ ิ
การแข่งขันด้วยชุดสากลท่ีเรียกส้ันๆ ว่า “สูท” ไม่เพียงแต่ ผมจงึ อยากใหน้ ำ� มาแตง่ อวดชาวโลก โดยเฉพาะการแขง่ ขนั
การแขง่ ขนั เอเชย่ี นเกมสเ์ ทา่ นน้ั ไมว่ า่ จะเปน็ ซเี กมสห์ รอื โอลมิ ปกิ กฬี าระดบั ชาตนิ น้ั จะมกี ารถา่ ยทอดสดไปทวั่ โลก เทา่ กบั เปน็ การ
ในวันเปิดการแข่งขัน นักกีฬาไทยจะต้องลงสนามในชุดสากล ประชาสัมพันธ์ประเทศไทย โดยไม่ได้ลงทุนเพ่ิมเติมอะไรเลย
เสมอ ขณะท่ีอินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และแม้แต่ประเทศ ชุดประจ�ำชาติของไทยรู้จักกันในนาม “ชุดไทยพระราชนิยม”
ในทวปี อาฟรกิ าบางประเทศกย็ งั ใสช่ ดุ ประจำ� ชาตลิ งสนาม ส�ำหรับสุภาพบุรุษเรียกว่า เส้ือพระราชทาน ส่วนสุภาพสตรี
ผมเคยเขียนบทความลงคอลัมน์สบายๆ สไตล์ไมตรี เปน็ ชดุ ไทย ประกอบดว้ ยสไบเฉยี ง ใชผ้ า้ ยาว มเี ชงิ หรอื ยกทง้ั ตวั
ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และลงหนังสือพิมพ์สยามกีฬามาแล้ว ซง่ึ มจี บี ยกขา้ งหนา้ มชี ายพก ใชเ้ ขม็ ขดั ไทยคาด (จะเปน็ เขม็ ขดั
หลายครงั้ วา่ อยากใหน้ กั กฬี าไทยแตง่ กายดว้ ยชดุ ไทยลงสนาม เงิน ทองหรือนาคก็ได้) ส่วนท่อนบนเป็นสไบ เปิดบ่าชายสไบ
จะเลอื กชดุ แบบไหนกไ็ ด้ โดยใหผ้ ชู้ ายแตง่ กายอยา่ งหนง่ึ ผหู้ ญงิ คลมุ ไหล่ ทงิ้ ชายดา้ นหลงั ยาวตามทเี่ หน็ สมควร
อกี อยา่ งหนง่ึ แตข่ อ้ เสนอของผมไมเ่ ปน็ ผล ทไี่ มเ่ ปน็ ผล เหตผุ ล

กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๖๑ 115

ผมคงไม่ต้องบอกรายละเอียดมากกว่าน้ีว่าชุดไทยสวย เพราะเนื้อเรื่องดี ผู้แสดงแสดงได้ดี ทุกอย่างดีหมด จึงทำ� ให้
อยา่ งไร นา่ รกั แคไ่ หน เพราะผอู้ า่ นคงจะรวู้ า่ ชดุ ไทยเปน็ อยา่ งไร คนดูช่ืนชอบช่ืนชมไปตามๆ กัน และดูกันทุกเพศทุกวัยทั้ง
ไม่ได้รู้อย่างเดียว ต้องเคยเห็นด้วย หรือถ้าผมน�ำมาเขียนให้ ประเทศ สง่ ผลใหค้ นไทยทไ่ี มค่ อ่ ยจะรเู้ รอื่ งเกยี่ วกบั การแตง่ กาย
ละเอยี ดกค็ งไมส่ ามารถบรรยายชดุ ไทยแตล่ ะชดุ เปน็ ตวั หนงั สอื ชดุ ไทยไดร้ จู้ กั สว่ นคนทร่ี จู้ กั แลว้ กไ็ ดร้ มู้ ากขน้ึ
ให้ได้เห็นภาพชัดเจนเท่ากับของจริงได้ เพียงแต่ผมอยากให้ ด้วยอิทธิพลของละครบุพเพสันนิวาส ท�ำให้คนไทย
ผู้อ่านทุกท่าน พิจารณาถึงชุดไทยแต่ละชุดดู ก็จะเห็นเลยว่า จ�ำนวนมากหันมาแต่งกายด้วยชุดไทย คนไทยแต่งชุดไทย
ออกแบบไดด้ เี หลอื เกนิ สว่ นไหนทคี่ วรกระชบั กก็ ระชบั สว่ นไหน ไปท�ำบุญที่วัด แม้ไปชมโบราณสถาน เช่น ท่ีสุโขทัยก็พากัน
ที่ควรพล้ิวไหว หรือปล่อยชายให้งดงามอย่างไร ก็จะมีอยู่ใน แตง่ กายดว้ ยชดุ ไทย สว่ นใหญจ่ ะซอ้ื ชดุ ไทยเอง แตก่ ม็ อี ยไู่ มน่ อ้ ย
ชดุ ไทย การเลอื กผ้า เลือกสี เข้ากันได้อยา่ งดแี ละเหมาะทจ่ี ะ ที่ไปเช่าในงาน ช่วงที่ว่านี้ชุดไทยขายดีเป็นพิเศษ คนไทย
ใช้ในงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานประเพณี แต่งชุดไทยดูแล้วน่ารัก ก็ต้องขอขอบคุณละครทีวีเร่ือง
ทอ้ งถน่ิ งานทำ� บญุ ไหวพ้ ระ หรอื แมแ้ ตช่ ดุ อยกู่ บั บา้ นเฝา้ กบั เรอื น บพุ เพสนั นวิ าส ทที่ ำ� ใหค้ นไทยหนั มาสนใจชดุ ไทย หลายจงั หวดั
ก็ดูดีนา่ รัก ไดจ้ ดั งาน พร้อมกับได้เชิญชวนให้ผู้เขา้ รว่ มงานทุกคนแต่งกาย
ชดุ ไทยของฝา่ ยชายจะดทู ะมดั ทะแมง ดแู ขง็ แตไ่ มก่ ระดา้ ง ด้วยชุดไทย ปรากฏว่าได้ผล คือได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง
สวมใส่แล้วท�ำให้เห็นถึงความเป็นชายไทยท่ีเป็นท้ังนักสู้และ ทว่า หลังจากละครทีวีเร่ืองบุพเพสันนิวาสจากจอไปเพียง
นักรัก เท่าที่ผมสังเกต เด็กรุ่นหลังๆ ไม่ค่อยจะรู้จักชุดไทย ไม่ก่ีเดือน คนไทยเร่ิมห่างเหินชุดไทยท�ำท่าจะกลับมา
อยา่ วา่ คนทยี่ งั เปน็ เดก็ เลย แมผ้ ใู้ หญก่ แ็ ทบไมร่ จู้ กั ชดุ ไทย นบั วา่ เหมอื นเดมิ อีก แสดงใหเ้ หน็ วา่ คนไทยชอบทำ� อะไรตามกระแส
โชคดที เี่ มอื่ เรว็ ๆ นมี้ ลี ะครทวี ี เรอื่ งบพุ เพสนั นวิ าสใหค้ นไทยได้ เสมอ หรือว่าน่ีคือ วัฒนธรรมอย่างหน่ึงของคนไทยท่ีไม่ดีเลย
ดกู นั ทง้ั ประเทศ บพุ เพสนั นวิ าสเปน็ ละครเชงิ ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย แต่ถึงอย่างไร ผมเช่ือว่า ชุดไทยจะต้องอยู่กับเมืองไทยตลอด
ทม่ี เี นอ้ื เรอื่ งความเปน็ คนไทย ตวั ละครทกุ ตวั แตง่ ชดุ ไทย ฉากใน ไปเพราะเปน็ ชุดทส่ี วยงามที่สดุ ในโลก
ละครกเ็ ปน็ บา้ นเรอื นไทย แสดงใหเ้ หน็ วถิ ชี วี ติ ไทย ทว่ี า่ โชคดกี ็

116

ชดุ ไทยสำ� หรบั บรุ ษุ …มตี น้ ก�ำเนดิ มาจากไหน

ชดุ ไทยสำ� หรบั ผหู้ ญงิ นนั้ แตง่ กนั ตามชดุ ไทยพระราชทาน
หรอื ชดุ พระราชนยิ ม ซง่ึ สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ีนาถ
ในรัชกาลที่ ๙ โปรดเกล้าฯ ให้ศึกษาค้นคว้าสร้างสรรค์
การแต่งกายของสตรีให้มีเอกลักษณ์ไทย ให้มีความคล่องตัว
เหมาะสมกับวิถีชีวิตปัจจุบัน จนเกิดเป็นชุดไทยพระราชทาน
หรือพระราชนิยมท้ัง ๘ แบบ ดังที่ทราบกันดีในหมู่สตรีไทย
อยู่แล้ว
แต่ชุดไทยส�ำหรับผู้ชายน้ัน มีต้นก�ำเนิดมาจากไหนกัน
ชายไทยทส่ี วมเสอื้ ราชปะแตน (เสอื้ สทู สขี าว คอตง้ั สงู กระดมุ
ห้าเม็ด) หรือเสื้อพระราชทาน นุ่งโจงกระเบน สวมถุงเท้า
ยาวถึงเข่า และสวมรองเท้าหุ้มส้น ซึ่งถูกน�ำมาใช้คร้ังแรก
ในสมยั รัชกาลที่ ๕
อนั ทจี่ รงิ เสอ้ื ราชปะแตนนี้ เกดิ ขน้ึ ในเดอื นธนั วาคม พ.ศ.
๒๔๑๕ ในคราวทรี่ ชั กาลท่ี ๕ เสดจ็ ประพาสอนิ เดยี ซง่ึ ขณะนนั้
ทรงมพี ระชนมายเุ พยี ง ๑๙ พรรษา ผตู้ ามเสดจ็ ทงั้ หลายไดแ้ ตง่
เครื่องแบบเส้ือฝร่ัง คือใส่เส้ือเปิดอกคล้องผ้าผูกคอ (ผูกเน็กไท)
แตน่ ุ่งโจงกระเบน ไมน่ งุ่ กางเกงแบบฝร่งั และที่เมอื งกัลกัตตา
แหง่ นี้ มชี า่ งเสอื้ ฝมี อื ดอี ยมู่ าก พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจ้าอยหู่ วั จึงโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ัดฉลองพระองค์ใสเ่ ล่น แบบปดิ
ตง้ั แตค่ อมดี มุ กลดั ตลอดแนว เพอ่ื ทไี่ มต่ อ้ งผกู เนก็ ไท เปน็ ทพี่ อ
พระราชหฤทยั เปน็ อยา่ งมาก เจา้ พระยาภาสกรวงศ์ (พร บนุ นาค)
ราชเลขานุการในขณะน้ัน จึงได้ขอพระราชทานพระบรม
ราชานญุ าตคิดชอื่ ถวายวา่ ราชแพตเทิร์น (Raj Pattern)

ม.ร.ว.กระต่าย อศิ รางกรู ล่ามหลวงในคณะราชทูตไทย ผ้แู ตง่ หนังสอื นริ าศ
เมืองลอนดอน และอธิบดีพิพากษาศาลต่างประเทศคนแรกของไทย
ในเครอื่ งแตง่ กายชดุ ผา้ ไทยอนั สง่างาม
ถา่ ยภาพโดย จอห์น ทอมสนั (John Thomson) ประมาณ พ.ศ. ๒๔๐๘

กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๖๑ 117

ชุดราชปะแตนเป็นเสมือนเครื่องแบบของข้าราชการ สืบเนื่องมาถึงสมัยพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ด�ำรง
พลเรอื นไป โดยสว่ นมากสวมกบั ผา้ นงุ่ โจงสกี รมทา่ ซงึ่ เรยี กกนั ต�ำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยแนวคิดของการก�ำหนดรูปแบบ
ส้ันๆ ว่า ผ้าม่วง ซ่ึงตัดด้วยผ้าแพรบ้าง ผ้าลายบ้าง เสื้อ เคร่ืองแต่งกายไทยให้มีลักษณะเฉพาะแต่ยังเป็นสากล
ราชปะแตนเป็นท่ีนิยมอยู่นาน ไม่แต่เฉพาะสวมกับผ้าม่วง จึงได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานแบบจากพระบาทสมเด็จ
เท่านั้น แต่ยังนิยมสวมกับกางเกงแพรอีกด้วย ต่อมาในสมัย พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซ่ึงก็ได้พระราชทาน
จอมพล ป.พิบลู สงคราม เปน็ นายกรฐั มนตรี ได้มปี ระกาศว่า แบบเส้ือตามทเ่ี คยทรงอยู่บอ่ ยๆ โดยเป็นเสือ้ สูทคอตงั้ ทีเ่ รียก
ดว้ ยรฐั นยิ ม ลงวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ให้ประชาชน กนั วา่ “คอแมนดารนิ ” (Mandarin Collar) หรือ “คอเหมา”
แต่งกายตามแบบสากลนิยม การแต่งกายท่ีไม่เรียบร้อย เช่น (Mao Collar) เรียกว่า “เสื้อชุดไทย” หรือ “เส้ือชุดไทย
นงุ่ แตก่ างเกงชน้ั ใน หรอื ไมส่ วมเสอื้ หรอื นงุ่ ผา้ ลอยชาย ตลอด พระราชทาน” โดยมี ๓ แบบคือ ๑ ชดุ ไทยแบบแขนส้ันส�ำหรับ
จนนงุ่ โสรง่ นุ่งกางเกงแพร นงุ่ ผ้าโจงกระเบน กใ็ ห้แตง่ เฉพาะ งานกลางวัน ๒. ชุดไทยแขนยาว ส�ำหรับงานกลางคืน และ
อยใู่ นบา้ น ไมค่ วรแตง่ ในทช่ี มุ นมุ ชน เสอื้ ราชปะแตนกบั ผา้ มว่ ง ๓. ชุดไทยแขนยาวคาดเอว ใช้ในโอกาสพิธีการท่ีส�ำคัญหรือ
จงึ หายไป พฒั นามาเปน็ เสอื้ ราชปะแตนกบั กางเกงขายาวสขี าว งานทเี่ ปน็ ทางการ หลงั จากนน้ั คณะรฐั มนตรจี งึ มมี ตใิ หส้ วมเสอื้
เป็นเคร่ืองแบบข้าราชการ ที่เรียกว่า “เคร่ืองแบบปกติขาว” พระราชทานนี้แทนชุดสากล นับต้ังแต่วันที่ ๒๖ กันยายน
ในปัจจุบนั พ.ศ. ๒๕๒๓ ซงึ่ มลี กั ษณะพเิ ศษทแี่ ตกตา่ งจากเสอื้ ราชปะแตน
เดิม คือสามารถเลือกใช้ผ้าตามแต่ละท้องถ่ินมาตัดเย็บ
เพ่ือเป็นการสนับสนุนอาชีพและรายได้ของชาวบ้านจากภาค
ต่างๆ เส้ือชายไทยจึงมีสีสันและลวดลายแปลกตาอย่างที่
ไมเ่ คยเห็นมากอ่ น กลายเป็นทนี่ ยิ มในวงกวา้ ง
หากลองสบื คน้ ขอ้ มลู ทางประวตั ศิ าสตรจ์ ะพบวา่ ลกั ษณะ
ของเสอื้ สทู ปกตงั้ แขนยาวน้ี เป็นรูปแบบเดียวกับยูนิฟอร์มของ
เหล่าทหารในวัฒนธรรมตะวันตกในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษ
ที่ ๑๙ โดยเป็นเคร่ืองแบบทหารม้า สมัยจักรพรรดินโปเลียน
ของฝรง่ั เศสและแบบเสอื้ สไตล์ Leather Neck ของเหลา่ ทหาร
เรืออเมริกันและอังกฤษ บางท่านอาจจะคิดไปว่ารัชกาลท่ี ๕
น่าจะทรงทอดพระเนตรเห็นแบบเสื้อลักษณะน้ีผ่านบรรดา
เคร่ืองแบบกษัตริย์และผู้น�ำประเทศคร้ังเสด็จเยือนประเทศ
แถบยโุ รป ไมว่ า่ จะเปน็ พระเจา้ ซารน์ โิ คลสั ท่ี ๒ แหง่ รสั เซยี หรอื
ประธานาธิบดีเฟลิกซ์ โฟร์ แห่งฝร่ังเศส จะเป็นการหยิบยืม
สิ่งของท่ีมีอยู่ก่อนมาประยุกต์ใหม่ให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย
หรือไม่ แต่ในความเป็นจรงิ แลว้ เสือ้ คอปกต้งั นี้ เราพอจะเหน็
ไดจ้ ากภาพของรชั กาลท่ี ๔ ทฉี่ ลองพระองค์เครือ่ งแบบทหาร
และของทหารไทยในสมัยนั้นด้วย ซ่ึงน่าจะได้รับอิทธิพลจาก
ชาวต่างชาติท่เี ดนิ ทางเขา้ มาต้งั แต่สมัยอยธุ ยาแลว้

เจา้ พระยาสุรพนั ธพ์ สิ ทุ ธ์ิ (เทศ บุนนาค)
ผวู้ า่ ราชการเมืองเพชรบรุ ใี นสมยั รัชกาลท่ี ๕

118

ดร.ซนุ ยดั เซน็ ไดเ้ ขา้ มาเมอื งไทยตงั้ แตป่ ี พ.ศ. ๒๔๔๖
โดยเดนิ ทางสลบั ไปมาระหวา่ งไทย มาเลเซยี และสงิ คโปร์ ทา่ น
ไดเ้ ขา้ เฝา้ ฯ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั (ครงั้ ยงั
ดำ� รงพระอสิ รยิ ยศเปน็ สยามมกฎุ ราชกมุ าร) เพอื่ ขอพระราชทาน
พระราชานุญาตพบปะกับชาวจีนในประเทศไทย ท่านได้มา
ปราศรัยปลุกระดมให้ชาวจีนโพ้นทะเลในสยาม ท่ีลงหลัก
ปักฐานอยู่แถวย่านเยาวราชและส�ำเพ็ง สนับสนุนการปฏิวัติ
โคน่ ลม้ ราชวงศช์ งิ ชว่ งเวลานนั้ ขา้ ราชการชาวสยาม กน็ งุ่ ผา้ มว่ ง
สวมเสอื้ ราชปะแตนอยแู่ ลว้
อย่างไรก็ตามในประเทศจีนน้ัน มีชุดที่เก่าแก่กว่าชุด
จงซานจวง ซึ่งทุกวันนี้คนจีนยังนิยมสวมใส่กัน เรียกกันว่า
“ถงั จวง” หมายถงึ ชดุ ราชวงศถ์ งั แตเ่ ปน็ ชดุ ของสมยั ราชวงศช์ งิ
ตอนปลาย (พ.ศ. ๒๑๘๗–๒๔๕๔) ทเ่ี รยี กเชน่ น้ี เพราะราชวงศ์
ถงั เปน็ ราชวงศท์ ชี่ าวจนี ภาคภมู ใิ จมาตงั้ แตส่ มยั โบราณ ถงั จวง
คอื เสอ้ื คอจนี ทม่ี ลี กั ษณะเปน็ คอตง้ั ใชผ้ า้ แพรปกั ลายหรอื ผา้
ตว่ น สาบเสอื้ อาจเปน็ แนวตรงหรอื แนวเฉยี ง กระดมุ เสอื้ ใชผ้ า้
ถกั เปน็ ปมและมหี ว่ งรงั ดมุ ถา้ นกึ ภาพไมอ่ อกใหน้ กึ ถงึ ยามทมี่ ี
ประชุมเอเปค พ.ศ. ๒๕๔๔ ท่ีประเทศจีน คือ ชุดที่ผู้น�ำ
รัชกาลท่ี ๖ สวมบทนกั โบราณคดีในละคร ทรงฉลองพระองคช์ ุดนคี้ อปกคลา้ ยกับ นานาชาตใิ สก่ นั นนั่ แหละ
ชุด “จงซานจวง” ของจีน ในสายตาชาวตะวนั ตกสทู ปกตง้ั นไ้ี ดบ้ ง่ บอกถงึ ความเปน็

 จะวา่ ไปแลว้ เสอื้ ราชปะแตน มคี วามคลา้ ยคลงึ กบั ชดุ จนี ตะวนั ออก เม่ือวงดนตรี The Beatles เดนิ ทางไปอินเดยี แลว้
ทเี่ รยี กวา่ ชดุ “จงซานจวง” ภาษาจนี กลาง คอื “ซนุ จง ซาน” เอาสูทปกตงั้ น้มี าสวมจนโดง่ ดงั ก่อนถูกตั้งฉายาใหมว่ ่า “The
แปลตรงๆ คอื ชดุ แบบ ดร.ซนุ ยดั เซน็  ซงึ่ ถอื เปน็ ชดุ ทางการ Nehru Jacket” ตามชือ่ ของชวาหระลาล เนหร์ ู (Jawaharlal
ของจีน ท่ีใส่ออกหน้าออกตาได้ส�ำหรับข้าราชการทั่วไป Nehru) นายกรฐั มนตรคี นแรกของประเทศอนิ เดยี จะวา่ ไปแลว้
รวมไปจนถงึ ทา่ นผนู้ ำ� จนี ประธานาธบิ ดสี จี นิ ผงิ กใ็ สเ่ ปน็ ประจำ� ชุดประจ�ำชาติของแต่ละในประเทศอาเซียน อาทิ กัมพูชา
เป็นเส้ือผ้าที่แฝงความหมายไว้ข้างใน อาทิ กระดุมหน้ามี สปป.ลาว มาเลเซยี สงิ คโปร์ เวยี ดนาม อนิ โดนเี ซยี กม็ ลี กั ษณะ
กระดุม ๕ เม็ด ส่ือถึงอ�ำนาจในการปกครอง ๕ อย่าง คอตง้ั คลา้ ยกนั จงึ เชอ่ื มโยงสรปุ ไดว้ า่ .. รปู แบบเสอื้ ไดถ้ อื กำ� เนดิ
ตามทฤษฏขี อง ดร.ซนุ ยดั เซน็ ไดแ้ ก่ รฐั บาล สภานติ บิ ญั ญตั ิ จากวัฒนธรรมพื้นเมืองของตะวันออก ท่ีประยุกต์มาจาก
ศาล คณะกรรมการสอบ และผคู้ มุ กฏ มกี ระดมุ ขอ้ มอื สองขา้ ง มุมมองของตะวันตก ผ่านการปรุงแต่งให้ทันสมัย ผนวกกับ
ฝั่งละ ๓ เม็ด แทนลัทธิไตรราษฎร์ หมายถึง ตัวประชาชน โจงกระเบนดั้งเดิมของไทย กลายเป็นชุดไทยในยุคปัจจุบัน
อ�ำนาจของประชาชน และสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของ ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ�้ำใคร ที่เหลือเป็นหน้าท่ีของเราทุกคนว่า
ประชาชน ซง่ึ ไปพอ้ งกแั นวคดิ ของพรรคอกี ๓ อยา่ ง คอื ความ จะสามารถรักษามรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งบ่งบอกตัวตนของ
เท่าเทียมกัน อิสรภาพ และภราดรภาพ กระเป๋ามี ๔ ใบ ชนชาติไทยเอาไว้ได้นานแค่ไหน รักไทยก็ช่วยกันอนุรักษ์
แทนคณุ ธรรมทงั้ ส่ี คอื ความถกู ตอ้ ง ความยตุ ธิ รรม ศลี ธรรม และใส่ชดุ ไทยกันเถอะนะครบั
และเกยี รตยิ ศ

กรกฎาคม - กนั ยายน ๒๕๖๑ 119

เปดิ อา่ น

เร่อื ง : กองบรรณาธิการ

ภาชนะดนิ เผา ยคุ ก่อน ท้าวแสนปม เมนูข้าว คาวหวานท่ัวไทย
ประวัติศาสตรใ์ นประเทศไทย
ผเู้ ขียน : พระราชนพิ นธ์ในรชั กาลที่ ๖ ผ้เู ขยี น : กองบรรณาธิการข่าวสด
ผ้เู ขียน : รศ.ดร.ธนิก เลศิ ชาญฤทธ์ ส�ำนกั พิมพ์ : วิสดอม ส�ำนักพิมพ์ : มตชิ น
ส�ำนกั พิมพ์ : มิวเซยี มเพรส

ภาชนะดนิ เผาเครอื่ งใชใ้ นครวั เรอื น ท้าวแสนปมเป็นนิทานพื้นบ้านที่ เร่ืองราวของร้านอาหาร และ
ในยคุ สมยั ตา่ งๆ ประดษิ ฐกรรมยุคแรก คนไทยรจู้ กั กนั มาชา้ นาน พระบาทสมเดจ็ สูตรอาหารต่างๆ ของคนไทยท่ัวทั้ง
ในสยาม เรอื่ งราววถิ ชี วี ติ มนษุ ยโ์ บราณ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงน�ำนิทาน ประเทศ สรรหาเมนูอาหารคาวหวาน
ยุคพันปี ความหมายเชิงสัญลักษณ์ เรื่องนี้มาดัดแปลงเป็นบทละครร�ำซ่ึงได้ แปรและปรุงจาก "ข้าว" ครบทุกรส
ของภาชนะดนิ เผา บอกเรอื่ งราวภาชนะ รับการยกย่องว่าเป็นกระบวนกลอนที่ดี สดทกุ สูตร เพือ่ เปน็ ลายแทงนำ� คุณไป
ดินเผาเคร่อื งอุทิศในหลุมศพ ที่สุดของพระองค์ อีกท้ังยังทรงตัดตอน สู่เมนูอาหารท่ีแปรและปรุงจากข้าว
สำ� คญั ในเรอื่ งมาพระราชนพิ นธเ์ ปน็ ละคร รวมทง้ั เสน้ ทางไปส่รู า้ นเด็ดๆ ท่ัวไทย
ดึกด�ำบรรพ์ท่ีมีรูปแบบการน�ำเสนอ ทีม่ ีเมนูขา้ วคาวหวานครบครนั
ท่นี ่าสนใจอีกทางหนงึ่

120

ยาสมุนไพร สดุ ยอด เมอื งไทย เมือ่ ยายอายเุ ท่าหนู
ต�ำรับเก่าด้ังเดิม หลวงปู่ศุข มอี ะไรเป็นทีส่ ุด
ผเู้ ขยี น : ยายนาง
ผเู้ ขียน : ด�ำรงธรรม ผู้เขยี น : กอง บก.ฝา่ ยวชิ าการ บคุ๊ ส์ ทู ยู ส�ำนักพิมพ์ : นานมีบุ๊คส์
สำ� นักพมิ พ์ : ไทยควอลติ บ้ี ๊คุ ส์ ส�ำนกั พิมพ์ : บุค๊ ส์ ทู ยู

หลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลอง รวมสุดยอดความรู้ที่เน้นเรื่อง เร่ืองราวของยายนาง เกิดและ
มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โดดเดน่ จำ� เปน็ และสำ� คญั และอะไร เตบิ โตมาในหมบู่ า้ นเลก็ ๆ มมุ หนงึ่ ของ
พระเกจิอาจารย์ผู้เล่ืองช่ือข้ามชาติ ทเี่ ปน็ ทสี่ ดุ ในเมอื งไทย เพอ่ื เปดิ ประตู ภาคอีสานอันกว้างใหญ่ มีพ่อ
อดตี จากยคุ สมัยรัชกาลที่ ๕ สู่ปัจจุบัน แหง่ ความรสู้ โู่ ลกกวา้ ง เชน่ เรอื่ งรลู้ กึ เป็นครูประชาบาล และมีแม่เป็นลูก
คอื พระอาจารยอ์ งคส์ ำ� คญั ของพระเจา้ รอบตั วทั่ วไท ย ท่ีสุ ด ข อ ง ท่ี สุ ด ชาวนา ชีวิตของเด็กชาวบ้านอีสาน
บรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดม ในประเทศไทย เปน็ ตน้ เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว มีอะไรท่ีเป็น
ศักดิ์ ผู้สืบทอดวิทยาคุณและคัมภีร์ ความสุข เป็นความทุกข์ ต้องฝ่าฟัน
ยาในพระนาม "หมอพร" นอกจาก กนั บา้ ง
พระเวทย์อันทรงคุณวิเศษนักแล้ว
ต�ำรายาสมุนไพรของพระคุณเจ้าก็มี
ประสิทธิผลร่�ำลือจรดแผ่นดินแผ่นน�้ำ
ดุจเดียวกัน

กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๖๑ 121

วัฒนธรรมปริทัศน์

เชิดชูเกียรติ ๑๗ ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๐

ศิลปินคือผู้สร้างสรรค์งานศิลป์ประดับไว้ให้โลกใบนี้
คงความงดงาม น�ำความสุนทรีมามอบให้กับทุกผู้คน สร้าง
ความสุข ปลกุ ความฝนั แบง่ ปนั ก�ำลังใจ งานศิลปะจงึ มีคณุ ค่า
ต่อชวี ิตและสงั คม
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้
ด�ำเนินการคัดเลือกศิลปินใน ๓ สาขา ได้แก่ วรรณศิลป์
ทศั นศลิ ป์ และศลิ ปะการแสดง ทมี่ ผี ลงานเป็นท่ปี ระจกั ษ์ เพอ่ื
ยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ โดยนับต้ังแต่
พ.ศ. ๒๕๒๘ ถึงปัจจบุ ัน มศี ิลปนิ แห่งชาตทิ ัง้ สนิ้ ๒๙๕ ราย

122

ส�ำหรับพุทธศักราช ๒๕๖๐ คณะกรรมการวัฒนธรรม
แหง่ ชาติ ไดป้ ระกาศยกยอ่ งศลิ ปนิ แหง่ ชาติ จำ� นวน ๑๗ คน ดงั นี้
สาขาทศั นศลิ ป์
นายสมศกั ด์ิ เชาวนธ์ าดาพงศ์ (จติ รกรรม)
นายศราวธุ ดวงจ�ำปา (ประติมากรรม)
นายเสวต เทศนธ์ รรม (ประติมากรรม)
นายสมชาย แก้วทอง (การออกแบบแฟชน่ั )
นายสนิ พงษ์หาญยทุ ธ (สถาปตั ยกรรม)
สาขาวรรณศลิ ป์
นางเพ็ญศรี เคียงศิริ
นายพบิ ูลศกั ด์ิ ลครพล
นายเทพศริ ิ สขุ โสภา
สาขาศลิ ปะการแสดง
นางสาวสุรางค์ ดรุ ยิ พนั ธุ์ (คีตศิลป์)
นางรตั ตยิ ะ วิกสิตพงศ์ (นาฏศลิ ปไ์ ทย)
นายบุญศรี รัตนัง (ดนตรพี ื้นบ้านล้านนา)
นายวริ ชั อยถู่ าวร (ดนตรีสากล)
ทา่ นผหู้ ญงิ วราพร ปราโมช ณ อยธุ ยา (นาฏศลิ ปส์ ากล)
นายพิมพป์ ฏิภาณ พ่งึ ธรรมจิตต์ (ดนตรไี ทยสากล)
ศาสตราจารยม์ ทั นี โมชดารา รัตนิน (ละครเวท)ี
นายยทุ ธนา มกุ ดาสนทิ (ภาพยนตรแ์ ละละครโทรทศั น)์
นายคเณศ เคา้ มูลคดี (ภาพยนตรแ์ ละละครโทรทัศน์)
โดยเมอื่ วนั ท่ี ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๑ สมเดจ็ พระเทพรตั นราช-
สดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหศ้ ลิ ปนิ
แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๐ จ�ำนวน ๑๗ คน เข้าเฝ้าฯ
เพื่อรับพระราชทานเคร่ืองหมายเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ณ ศาลาดสุ ดิ าลยั สวนจติ รลดา พระราชวงั
ดสุ ติ โดยมรี องนายกรฐั มนตรี นายวษิ ณุ เครอื งาม กราบบงั คมทลู
ถวายรายงาน
และเพอื่ เปน็ การเผยแพรผ่ ลงานในการสรา้ งแรงบนั ดาลใจ
ให้กับผู้มีความรักในเส้นทางศิลปะ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้
จัดนิทรรศการศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ระหว่าง
วนั ที่ ๗ - ๑๔ สิงหาคม ที่ผา่ นมา ณ ห้องนิทรรศการหมนุ เวยี น
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หวังให้ผู้ชมได้น�ำปรัชญาใน
การทำ� งานและการดำ� เนนิ ชวี ติ ของ ๑๗ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ มาเปน็
แนวทางและสร้างก�ำลังใจในการรังสรรค์ผลงานของตนเอง
ต่อไปในอนาคต

กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๖๑ 123

กดนารตแรสีไทดยง

ครูดนตรีอาวุโส

แห่งรัตนโกสินทร์

เพ่ือเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเทพรัตนราช-
สดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
เอกอัครราชูปถัมภกมรดก
วัฒนธรรมไทยและ “วิศิษฏศิลปิน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิม
พระชนมพรรษา ๒ เมษายน พร้อมด้วยส�ำนึกในพระ
มหากรุณาธิคุณ ท่พี ระองค์ทรงเปน็ ร่มโพธ์ิแกว้ ต่อวงการดนตรี
ไทยตลอดมา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมจึง
ได้จัดการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เมื่อ
วนั ท่ี ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ หอประชุมใหญ่ ศนู ยว์ ฒั นธรรม
แหง่ ประเทศไทย

ในปนี ก้ี ารแสดงดนตรไี ทยโดยครูอาวโุ สแหง่ รตั นโกสนิ ทร์
ได้รบั เกยี รตจิ ากครอู าวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ ทั้งชาย-หญงิ รวม
๓๘ ทา่ น รวมถงึ ลกู ศษิ ยแ์ ละลกู หลานครอู าวโุ ส อกี จำ� นวน ๑๕ คน
ร่วมขับร้องและบรรเลงบทเพลงไทยอันไพเราะกันอย่างสดุ ฝมี อื
ประกอบดว้ ย ๖ รายการแสดง คอื รำ� ถวายพระพรโดย ครนู าฏศลิ ป์
อาวโุ สหญงิ และชาย การบรรเลงดนตรีไทยวงดนตรีไทยพิเศษ
เพลงทองย่อนและเพลงพราหมณ์ดีดน้�ำเต้า การบรรเลงวง
ปี่พาทย์ผสมเครื่องสาย เพลงโหมโรงมหาราช การบรรเลง
ดนตรีไทย วงปี่พาทย์ไม้นวม เพลงสดุ สงวน (เถา) ต่อด้วย
การบรรเลงดนตรี วงปี่พาทย์ไม้นวม เพลงไกรลาศส�ำเริง
โดยวงลูกศิษย์ครูอาวุโส และการบรรเลงดนตรีไทย วงเคร่ือง
สายผสม เพลงรำ� วงมาตราฐาน โดยครอู าวโุ สหญงิ และชาย และ
ปิดท้ายด้วยการแสดงชุดพิเศษโดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
จากสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงขบั รอ้ ง
เพลงนางครวญ (เถา) รว่ มกบั วงดนตรีบ้านปลายเนนิ

124

มหกรรมวฒั นธรรมแหง่ ชาติ
เฉลมิ พระเกยี รติสมเด็จพระนางเจา้ สริ กิ ิต์ิ
พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙
อัคราภิรักษศลิ ปนิ

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน
“มหกรรมวฒั นธรรมแหง่ ชาติ เฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนางเจา้
สริ กิ ิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลท่ี ๙ อัคราภิรกั ษศลิ ปิน”
สมั ผสั มรดกภมู ปิ ญั ญาทว่ั ไทย โครงการวฒั นธรรมดเี ดน่ ยกยอ่ ง
เชดิ ชเู กยี รตเิ ครอื ขา่ ยชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วเชงิ วฒั นธรรม เผยผลงาน
วิจัยระดับชาติ อุดหนุนผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิศิลปาชีพ ล้ิมรส
อาหารอร่อยร้านร้อยปี อาหารยอดนิยม เลือกซ้ือของดีจาก
ท้องถ่ินท่ัวประเทศ ระหว่างวันที่ ๓-๕ สิงหาคม ๒๕๖๑
ณ เพลนารี ฮอลล์ ศนู ยก์ ารประชมุ แหง่ ชาติสริ กิ ติ ์ิ
โดยนายวษิ ณุ เครอื งาม รองนายกรฐั มนตรี ใหเ้ กยี รตเิ ปน็
ประธานเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติฯ ได้กล่าวถึง
คุณค่าของการจัดงานครั้งนี้ว่า การน�ำเสนออัตลักษณ์ทาง
วฒั นธรรม ทม่ี คี วามโดดเดน่ ของแตล่ ะทอ้ งถ่นิ เปน็ การสรา้ ง
ความภาคภูมิใจให้แก่ชาวบ้านเจ้าของภูมิปัญญา และเปิด
โอกาสให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ความหลากหลายทาง
วฒั นธรรมทง้ั ในระดบั ชมุ ชนและประชาชน รวมทง้ั เปน็ การสง่ เสรมิ
รายได้จากทนุ ทางวัฒนธรรมตามนโยบายของรฐั บาล

กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๖๑ 125






Click to View FlipBook Version