ปาฐกถาพเิ ศษ ปว๋ ย อ๊งึ ภากรณ์ คร้งั ท่ี ๑๖
เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
ค�ำน�ำ
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เริ่มจัด
แสดงปาฐกถาพิเศษ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ต้ังแต่ปี 2530 โดยมี
วัตถปุ ระสงค์ 3 ประการ คือ
1. เผยแพรช่ อ่ื เสยี งและเกยี รตคิ ณุ ของศาสตราจารย์ ปว๋ ย
องึ๊ ภากรณ์
2. เพอ่ื สดดุ แี ละประกาศเกยี รตคิ ณุ นกั วชิ าการทม่ี ผี ลงาน
ทางวิชาการอนั ดีเดน่ และมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
3. เพอ่ื สง่ เสรมิ สนบั สนนุ และเผยแพรก่ ารศกึ ษาและการ
ค้นคว้าทม่ี ีความเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
เพ่ือให้การแสดงปาฐกถาพิเศษ ป๋วย อ๊ึงภากรณ์ บรรลุ
วตั ถ-ุ ประสงคด์ งั กลา่ ว คณะเศรษฐศาสตร์ไดค้ ดั เลอื กปาฐกจาก
นกั วชิ าการ หรอื บคุ คลทมี่ คี วามเชย่ี วชาญดา้ นสงั คมศาสตรแ์ ละ
การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม กอปรกบั เกยี รตปิ ระวตั อิ นั แสดงถงึ
คณุ ธรรมและจติ สำ� นกึ รับใช้และแก้ไขปญั หาสงั คม
ส�ำหรบั การแสดงปาฐกถาพเิ ศษ ป๋วย อ๊ึงภากรณ์ ครงั้ น้ี
เป็นครงั้ ท่ี 16 ซึง่ ถอื เปน็ วาระพเิ ศษ เพราะเป็นการครบรอบ
30 ปีของการจดั งานแสดงปาฐกถาฯ คณะกรรมการคัดเลือก
ปาฐกจึงได้มีมติให้เชิญ ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล มาแสดง
ปาฐกถาฯ ครงั้ นี้
ชือ่ ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล แทบไมต่ ้องการคำ� น�ำหรือ
ค�ำนิยมใดๆ เพราะท่านเป็นนักวิชาการทางด้านสังคมศาสตร์
ชน้ั นำ� ของประเทศทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ ความคดิ ในสงั คมการเมอื งไทย
มาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง แนวคิดต่างๆ ของท่านถูก
ถ่ายทอดออกมาอย่างยอดเย่ียมทั้งในรูปผลงานทางวิชาการ
และวรรณศลิ ป์เป็นจำ� นวนมาก นอกจากนนั้ ทา่ นยงั ไดอ้ ทุ ศิ ตน
เป็นปัญญาชนสาธารณะให้กับสังคมไทยพยายามแบ่งปัน
ความรู้และประสบการณ์ท่ีท่านได้สั่งสมมาเพื่อเป็นประโยชน์
แก่คนรุ่นหลัง
อาจารย์เสกสรรค์เป็นหน่ึงในต้นแบบที่นักวิชาการรุ่น
ต่อๆ มาควรเอาเป็นแบบอย่างไม่ใช่เพียงเพราะท่านเคย
ดำ� รงตำ� แหนง่ ส�ำคญั ต่างๆ ไม่วา่ จะเป็นคณบดคี ณะรัฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ระหว่างปี พ.ศ. 2536-38)
เลขาธกิ ารคนแรกของมลู นธิ สิ บื นาคะเสถยี ร หรอื เพราะรางวลั
ทท่ี า่ นไดร้ บั ไมว่ า่ จะเปน็ นกั เขยี นรางวลั ศรบี รู พา (ปี พ.ศ. 2546
ร่วมกับ ธีรยุทธ บุญมี) ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ใน
ปี พ.ศ. 2552 แต่ยังด้วยเพราะความเป็นต้นแบบในการเป็น
นักวิชาการ น่ันคืองานพูดงานเขียนของท่านจะต้องผ่านการ
คน้ ควา้ ขอ้ มลู อยา่ งครบถว้ นมกี ารประมวลความคดิ ในประเดน็
ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ แสดงความคิดเห็นของท่านต่อ
ประเด็นต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา และมีการเรียบเรียงด้วย
ภาษาอันงดงามเพ่ือให้ผู้อ่านผู้ฟังสามารถเข้าใจถึงส่ิงที่ท่าน
กำ� ลงั นำ� เสนอได้อยา่ งเตม็ ท่ี
การที่ท่านอุทิศตนเป็นปัญญาชนสาธารณะยังเป็นอีก
คุณูปการส�ำคัญที่นักวิชาการรุ่นหลังควรเอาเป็นเย่ียงอย่าง
เร่ืองดังกล่าวเป็นเร่ืองที่ส�ำคัญมากในสภาวะปัจจุบันที่เรา
ทุกคนควรช่วยกนั ขบคดิ เพอ่ื ใหเ้ ศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
ของไทยเดินไปข้างหน้าอย่างยั่งยนื และเปน็ ธรรมอยา่ งแท้จรงิ
การจดั งานแสดงปาฐกถาพเิ ศษ ปว๋ ย องึ๊ ภากรณ์ ครงั้ ที่ 16
ท้ังด้านการเขียนบทความ และการจัดท�ำวิดีทัศน์ประวัติและ
ผลงานขององค์ปาฐกคร้ังน้ีมิอาจส�ำเร็จลุล่วงไปได้ หาก
ปราศจากการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างดีย่ิงจาก
ทุกภาคส่วน คณะเศรษฐศาสตร์ขอขอบคุณบุคคลต่างๆ ดัง
รายนามต่อไปน้ี
ศ.ดร.ชยั วฒั น์ สถาอานันท์
วชิระ บวั สนธ์
นธิ นิ นั ท์ ยอแสงรัตน์
ผศ.ดร.บุญเลิศ วเิ ศษปรีชา
ผศ.ดร.ประจกั ษ์ ก้องกรี ติ
ดร.พชั ราภา ตนั ตราจิน
นติ ยสาร WAY
ผศ.ปกปอ้ ง จันวิทย์
และ
ดร.เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ ปาฐกการแสดงปาฐกถาพเิ ศษ
ปว๋ ย องึ๊ ภากรณ์ ครงั้ ที่ 16 น้ี ในหวั ขอ้ ประเทศไทยในความคดิ
ความคิดในประเทศไทย
คณะกรรมการจัดการแสดง
ปาฐกถาพเิ ศษ ป๋วย องึ๊ ภากรณ์ คร้งั ท่ี 16
เสกสรรค ์
ประเสริฐกุล
ประจกั ษ์ กอ้ งกรี ติ
อาจารยเ์ สก
ผมมีโอกาสได้พบ ‘เสกสรรค์ ประเสริฐกุล’ หรอื ‘อาจารย์เสก’
ตวั จรงิ เปน็ ครงั้ แรกเมือ่ เดอื นตุลาคม 2536 ในงานร�ำลกึ 20 ปี
เหตุการณ์ 14 ตุลา ท่ีหอประชุมธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
12 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
(ปจั จุบนั คอื หอประชมุ ศรบี ูรพา) ตอนนั้นผมยังเป็นเดก็ มัธยม
นุ่งขาสั้น เรียนอยู่มัธยมปลาย ไม่ประสีประสาหรือมีความรู้
เร่ืองสังคมการเมืองมากมายแต่อย่างใด แต่ด้วยความที่เริ่ม
อ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และสังคม พอเห็นโฆษณา
ประชาสมั พนั ธง์ านดงั กลา่ ว จงึ สนใจและชวนพที่ ร่ี จู้ กั นงั่ รถเมล์
จากบา้ นไปสนามหลวง
วันนั้นผู้จัดเชิญอาจารย์เสกมาเล่าเรื่องราวและถ่ายทอด
มุมมองของตนต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หน้าส�ำคัญของ
สังคมไทย ที่เขาเข้าไปมีบทบาทในฐานะผู้น�ำการต่อสู้ ผมฟัง
เรอ่ื งราวที่ถ่ายทอดจากปากคำ� ของอาจารยเ์ สกอยู่ ณ มุมหนงึ่
ในหอประชมุ ทา่ มกลางคนฟังท่ีอดั แนน่ กันอยา่ งลน้ หลาม
ผมกลับบ้านดว้ ยความประทับใจและอม่ิ เอมใจ
หน่ึงปีให้หลัง ผมมีโอกาสได้พบอาจารย์เสกอีกคร้ัง
ณ ที่เดิม ในงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ ตอนนผ้ี มเปลย่ี นสถานะจากเดก็ นกั เรยี นกลายเปน็
นกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลยั เตม็ ขน้ั ของคณะรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 13
ธรรมศาสตร์ ปีน้ันเป็นปีครบรอบ 60 ปี มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตรพ์ อดบิ พอดี (ธรรมศาสตรก์ อ่ ตง้ั ในปี 2477 สองปี
ให้หลังการปฏิวัติของคณะราษฎรเพ่ือผลิตพลเมืองแบบใหม่
ให้กับสังคม) ผมยังจ�ำความรู้สึกวันนั้นได้ว่าตัวเองดีใจอย่าง
บอกไม่ถกู ด้วยเหตผุ ลสองประการ หน่งึ มีโอกาสไดเ้ ข้าเรยี น
ในมหาวิทยาลยั และคณะท่ีตัวเองใฝฝ่ นั สอง ไดเ้ จอและไดฟ้ งั
ถอ้ ยความคดิ จากคนทเ่ี ปน็ แรงบนั ดาลใจและแบบอยา่ งของผม
อันที่จริง จะบอกว่าผมเจออาจารย์เสกครั้งแรกที่หอ
ประชมุ ธรรมศาสตรค์ งจะไมถ่ กู นัก เพราะก่อนไดเ้ จอตัวเปน็ ๆ
ผมไดร้ จู้ กั กบั ชายผนู้ ผี้ า่ นตวั หนงั สอื ของเขามากอ่ นหนา้ นนั้ แลว้
จากหนงั สอื หลายเลม่ อาทิ มหาวทิ ยาลยั ชีวติ เดินปา่ เสาะหา
ชวี ติ จรงิ เร่รอ่ นหาปลา ฯลฯ การผ่านพบทางตัวอักษรกอ่ ให้
เกดิ ความผกู พนั และแรงบนั ดาลใจ กระทงั่ นำ� ไปสจู่ ดุ เปลย่ี นใน
ชวี ติ โดยเฉพาะเรอ่ื งราวทเ่ี ขาบนั ทกึ ไว้ใน มหาวทิ ยาลยั ชวี ติ ที่
บอกเลา่ เรอ่ื งราวของคนหนมุ่ วยั แสวงหาทเี่ ตม็ ไปดว้ ยพลงั และ
ความฝันในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีกว่าเดิม ท�ำให้ผมหันเห
ชวี ติ จากการมงุ่ หนา้ สกู่ ารเปน็ วศิ วกรตามกระแสในยคุ สมยั นนั้
ตดั สนิ ใจเขา้ เรยี นทางรฐั ศาสตรเ์ พอื่ ทำ� ตามความฝนั ของตนเอง
14 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
ณ จุดน้ันผมไม่รู้จักว่ารัฐศาสตร์คืออะไร กระท่ังไม่รู้ว่า
เรียนจบแล้วจะไปประกอบอาชีพอะไรได้ รู้แต่ว่าอยากเรียนรู้
เรือ่ งสังคมการเมืองและอยากเปล่ยี นแปลงสังคม ผมเช่อื วา่ คง
มีคนหนมุ่ สาวอีกไมน่ ้อยทัง้ รนุ่ ก่อนหนา้ และรนุ่ หลังทไี่ ด้รับผล
สะเทอื นทางความคดิ จากความคดิ และตวั อกั ษรของอาจารยเ์ สก
ผมเคยเลา่ เรอ่ื งนใ้ี หแ้ กฟงั หนหนง่ึ ตอนทเ่ี ราเปน็ ลกู ศษิ ย-์
อาจารย์กันแลว้ แกยิ้มและตอบส้นั ๆ แบบผู้ใหญท่ ีม่ เี มตตาวา่
“น่ีผมต้องมสี ่วนรับผดิ ชอบกบั ชวี ติ คุณด้วยแล้วส”ิ
ผมไม่คิดเลยว่าจากนักอ่านท่ีรู้จักปัญญาชนนักคิดนัก
เขยี นผนู้ ผ้ี า่ นตวั อกั ษร จะไดก้ ลายมาเปน็ ลกู ศษิ ย์ กลายมาเปน็
เพ่ือนร่วมงาน และเป็นคนท่ีได้รับเกียรติให้เขียนความเรียง
สัน้ ๆ แนะนำ� ‘เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ ’ ในฐานะองคป์ าฐกของ
การแสดงปาฐกถาพิเศษ ป๋วย อึง๊ ภากรณ์
เนอื่ งดว้ ยขอ้ เทจ็ จรงิ ทวี่ า่ อาจารยเ์ สกมปี ระวตั กิ ารทำ� งาน
และบทบาทตอ่ สงั คมการเมอื งไทยมาอยา่ งยาวนานตง้ั แตส่ มยั
วัยหนุ่ม ประกอบกับผลงานทางวิชาการและทางวรรณศิลป์
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 15
จ�ำนวนมาก คงเป็นการยากที่จะกล่าวครอบคลุมถึงเร่ืองราว
เหลา่ น้นั ไดอ้ ยา่ งครบถ้วนรอบด้าน ผมจงึ ต้องออกตัวไว้ตง้ั แต่
ต้นว่าข้อเขียนชิ้นนี้คงเป็นได้เพียงมุมมองที่มีต่อความคิดและ
ผลงานของ ‘เสกสรรค์ ประเสริฐกลุ ’ ผ่านสายตาของลกู ศษิ ย์
คนหนง่ึ เท่านน้ั และคงตอ้ งกลา่ วสำ� ทับอีกช้ันหนึ่งด้วยว่า เปน็
สายตาของความเคารพและชน่ื ชมตอ่ ครูของเขา
จากคนเฝ้ าโบสถ ์
ถึงจติ วิญญาณเพื่อบา้ นเมอื ง
ชีวิตของ ‘เสกสรรค์ ประเสริฐกุล’ เป็นชีวิตของสามัญ
ชนที่ไม่สามัญ ชีวิตเขาผูกโยงเก่ียวพันกับความเปล่ียนแปลง
ของประเทศ กระทง่ั ครง้ั หนงึ่ เขามสี ว่ นสรา้ งประวตั ศิ าสตรข์ อง
ประเทศน้ใี นฉากตอนทส่ี �ำคญั
‘เสกสรรค์ ประเสริฐกุล’ เกิดเดือนมีนาคม 2492 ใน
หมู่บ้านชาวประมง ท่ีปากอ่าวแม่น�้ำบางปะกง จังหวัด
ฉะเชงิ เทรา เปน็ ลกู หลานสามญั ชนเฉกเชน่ เดยี วกบั ประชากร
16 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
อกี หลายสิบล้านคนในประเทศน้ี
ภาพลักษณ์ของอาจารย์เสกในที่สาธารณะอันเน่ืองจาก
บทบาทในชว่ งเหตกุ ารณ์ 14 ตลุ า และหลงั จากนน้ั ทำ� ใหส้ งั คม
จดจ�ำเขาในฐานะนักต่อสู้ที่เร่าร้อน แต่จากวัยเด็กถึงวัยหนุ่ม
เขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบชุมชนดั้งเดิมและถูกหล่อ
หลอมโดยวัฒนธรรมโบราณ ดงั ทเ่ี คยเลา่ ไว้ว่า “ผมโตมาจาก
รากเหงา้ และวฒั นธรรมทางจติ วญิ ญาณทเี่ ปน็ ของดงั้ เดมิ มากๆ
คอื โตมาในวัด แล้วอย่กู บั ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ …”
เมื่อมีเร่ืองตึงเครียดหรือเข้าสู่ห้วงยามแห่งความทุกข์
อาจารย์เสกมักย้อนกลับไปในวัยเด็กในฐานะคนเฝ้าโบสถ์
“หลบั ตานกึ ถงึ ภาพตวั เองนอนหลบั อยขู่ า้ งพระประธานในโบสถ์
… ชว่ งนนั้ ผมรูส้ ึกว่าชวี ิตมนั เรียบง่ายและอบอุ่นที่สุด เอาจีวร
พระเปน็ ผ้าหม่ นอนอยู่ในโบสถก์ บั หลวงตา ผมรสู้ กึ ว่ามนั เปน็
ความสุขที่ผมหวนระลึกได้เป็นระยะๆ”1 ช่วงชีวิตในวัยเด็ก
เฉกเชน่ นไ้ี ดห้ ลอ่ หลอมและกอ่ รปู จติ วญิ ญาณของเขา ซงึ่ เขาได้
เดนิ ทางกลบั มาเชอ่ื มตอ่ กบั มนั อกี ครง้ั หนง่ึ ในชว่ งหลงั ของชวี ติ
1 “วิถคี นนอก” บทสมั ภาษณ์เสกสรรค์ ประเสรฐิ กุล ตพี ิมพ์ในนติ ยสาร WAY ฉบบั ท่ี
29 (31 ตุลาคม 2552).
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 17
จากเด็กหนุ่มที่เติบโตมากับวัดและชุมชนนอกกรุงเทพฯ
ชะตาชีวิตส่วนตัวพัดพาให้เข้าไปเกี่ยวพันกับชะตากรรมของ
บ้านเมือง เข้าไปเป็นส่วนหน่ึงของประวัติศาสตร์ และเปลี่ยน
ประวัติศาสตร์ของประเทศ
อาจารย์เสกเข้าเรียนในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ ในแผนกรัฐศาสตร์ศึกษาท่ีมีเสน่ห์ จามริกเป็น
ผู้บุกเบิก โดยมุ่งหวังผลิตบัณฑิตให้เป็นนักคิดผู้ใฝ่รู้มากกว่า
เปน็ โรงป้อนขา้ ราชการนกั ปกครองเขา้ สูร่ ะบบ แตบ่ รรยากาศ
ของบา้ นเมอื ง ทำ� ใหค้ นรนุ่ เขาใชช้ วี ติ อยนู่ อกหอ้ งเรยี นมากกวา่
ในชนั้ เรยี น ความไมเ่ ปน็ ธรรมทางสงั คมและการปกครองแบบ
ใชอ้ ำ� นาจตามอำ� เภอใจและกดขข่ี ม่ เหงประชาชนของผมู้ อี ำ� นาจ
คงไม่อาจท�ำให้คนหนุ่มสาวท่ีมีจิตส�ำนึกเพ่ือบ้านเมืองคนใด
จ�ำยอมนงิ่ เฉยอยไู่ ด้
หลายคนชอบกล่าวว่า “สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” ผม
ไม่เห็นด้วยกับค�ำกล่าวน้ี เพราะไม่คิดว่าวีรบุรุษถูกสร้างข้ึน
โดยอัตโนมัติจากสถานการณ์ หากปราศจากความกล้าหาญ
ความเสยี สละ และการมจี ติ สำ� นกึ เพอื่ บา้ นเมอื งทม่ี นั่ คงเดด็ เดย่ี ว
18 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
เป็นพ้ืนฐาน วีรบรุ ุษย่อมมอิ าจถือก�ำเนดิ เราเห็นมามากแลว้
ในประวัติศาสตร์ท้ังของไทยและของโลกว่า สถานการณ์ท่ี
บีบค้ันเพียงใดก็อาจสร้างได้แต่เพียงการเอาตัวรอดและ “อยู่
เปน็ ” เทา่ น้นั
กอ่ นเหตกุ ารณ์14ตลุ าคม2516ในวยั ยส่ี บิ ตน้ ๆอาจารยเ์ สก
เขียนกลอนไว้ช้นิ หน่งึ วา่
“วันนม้ี ดื ใช่มืดสนทิ
ไฟดวงนิดยงั มีแสง
ขอเพียงลมพดั มาแรง
เถา้ มอดแดงก็จะลาม”
แนน่ อนวา่ ประวตั ศิ าสตร์14ตลุ าบรรจเุ รอื่ งราวและความฝนั
ของคนมากมาย ไมใ่ ช่เพียงชายทช่ี ือ่ ‘เสกสรรค์ ประเสริฐกลุ ’
ทว่าหากไม่บันทึกบทบาทการน�ำท่ีโดดเด่นและเด็ดขาดของ
ผู้น�ำนักศึกษาคนนี้ การบันทึกจดจารประวัติศาสตร์การต่อสู้
14 ตุลา ย่อมไมค่ รบถ้วนสมบูรณ์
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 19
อาจารย์เสกเขียนไว้ในงานชิ้นหนงึ่ วา่ “หากความรุนแรง
ทางการเมืองเป็นบาดแผลทางสังคม สิ่งท่ีเกิดขึ้นในปี 2516
คงตอ้ งนบั เปน็ แผลใหญท่ เ่ี จบ็ รา้ วไปทงั้ เรอื นรา่ ง”2 หลงั จากนนั้
สงั คมไทยถกู กรดี ลกึ จากความขดั แยง้ จนเกดิ เปน็ รอยแผลใหญ่
อกี หลายครง้ั สำ� หรบั ‘เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ ’ ชวี ติ ของเขาเตม็
ไปด้วยบาดแผลเชน่ กนั
บ ท บ า ท ผู ้ น� ำ นั ก ศึ ก ษ า ใ น เ ห ตุ ก า ร ณ ์ ลุ ก ขึ้ น สู ้ ค ร้ั ง
ประวตั ศิ าสตรข์ องประชาชนกำ� หนดเสน้ ทางชวี ติ ของ ‘เสกสรรค์
ประเสริฐกุล’ หลังจากนั้นโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในสภาพ
สังคมที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรมและช่องว่างท่ีถ่างกว้าง
ลิบลับระหวา่ งผู้ม่ังมีกบั คนส่วนใหญข่ องประเทศ อาจารยเ์ สก
และคนรุ่นเขาอีกจ�ำนวนไม่น้อยเลือกเดินไปบนเส้นทางที่ถูก
ปักป้ายว่าเป็นฝ่าย “ซ้าย” เขากลายเป็นนักปฏิวัติที่สุดท้าย
ผดิ หวงั กบั แนวทางปฏวิ ตั ทิ เี่ ขาสงั กดั และนนั่ นำ� ไปสวู่ กิ ฤตติ วั ตน
ในช่วงหลังออกจากป่ากลับเข้าสู่เมือง กระท่ังเขาเคยเรียก
ตนเองวา่ เป็น “ส่ิงชำ� รดุ ทางประวัตศิ าสตร”์
2 เสกสรรค์ ประเสรฐิ กุล, “ถ้าหากไมม่ ีวนั นัน้ ” ผู้จัดการรายวนั , 21 มิ.ย. – 5 ก.ค.
2536.
20 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
ผมคดิ วา่ อาจารย์เสกผดิ หวังรนุ แรง เพราะเขาจรงิ จงั และ
ซอ่ื สตั ยก์ บั สง่ิ ทเี่ ขาคดิ และเชอื่ มนั ไมใ่ ชแ่ คเ่ รอ่ื งการเมอื งในมติ ิ
แคบๆ แตม่ นั คอื การอทุ ศิ ชวี ติ ใหก้ บั คณุ คา่ ความหมายบางอยา่ ง
และเช่ือว่าสังคมสามารถดีข้ึนกว่าเดิมได้ คนท่ีไม่มีความฝัน
แรงกลา้ ย่อมมอิ าจเจ็บรา้ วรนุ แรง
ส�ำหรับคนทั่วไป อาจจะรู้จัก ‘เสกสรรค์ ประเสริฐกุล’
จากป้ายช่ือสรรพคุณหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้น�ำนักศึกษา
อาจารยม์ หาวทิ ยาลยั นกั รบ นกั เลง สภุ าพบุรษุ ลกู ผู้ชาย นกั
ปฏิวัติ ปัญญาชนสาธารณะ คนเดือนตุลา หรือจากต�ำแหน่ง
ต่างๆ ที่ติดตัวเขา ไล่เรียงตั้งแต่คณบดี เลขาธิการมูลนิธิสืบ
นาคะเสถยี ร นักเขยี นรางวัลศรีบูรพา ศลิ ปินแหง่ ชาติ ฯลฯ แต่
คำ� เรยี กขานเหลา่ นเ้ี ปน็ เพยี งนยิ ามภายนอกทอ่ี าจไมไ่ ดบ้ ง่ บอก
หรือสะทอ้ นออกถงึ ตวั ตนภายใน
แนล่ ะ คนทกุ คนยอ่ มดำ� เนนิ ชวี ติ ไมม่ ากกน็ อ้ ยโดยไมอ่ าจ
สลดั หลดุ จากคำ� นยิ ามทเ่ี รามอบใหต้ วั เอง แตก่ ารมสี ตริ เู้ ทา่ ทนั
นนั่ ตา่ งหากทสี่ �ำคญั ยงิ่ กวา่ เสกสรรค์เขยี นถึงประเดน็ นว้ี า่ ครัง้
หนง่ึ เขา “พยายามตัดแต่งชีวติ ให้เป็นไปตามค�ำจำ� กัดความที่
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 21
ตนเองยดึ มนั่ ... ยอมสทู้ นกบั ทณั ฑท์ รมานและยนิ ดที ะเลาะกบั
โลกทง้ั โลกเพยี งเพอ่ื รกั ษาตวั ตนใหเ้ ปน็ ไปตามทจี่ นิ ตนาการเอา
ไว…้ ” สดุ ทา้ ย “ผมพบวา่ ความเป็นจริงของชวี ิตมีรายละเอยี ด
ซับซ้อนเกนิ กว่าจะถกู คุมขงั ไว้ในนิยามเหลา่ น้นั ” และ “แนล่ ะ
มนั ไม่ใชเ่ รอื่ งงา่ ยทจ่ี ะออกจากโลกทเ่ี ราบญั ญตั ขิ นึ้ และยง่ิ ยาก
กวา่ นน้ั อีกท่จี ะตืน่ รู้ในลกั ษณะสญุ ตาของส่งิ ต่างๆ”3
คร้ังหน่ึงผมก็เคยรูจ้ ักอาจารย์เสกจากนิยามเหล่านน้ั ผม
ยึดถือผู้น�ำนักศึกษาคนเดือนตุลาผู้น้ีเป็นไอดอล ผมเข้าเรียน
หนงั สอื ในยคุ ทอี่ าจารยเ์ สกเปน็ คณบดี และผมพยายามดำ� เนนิ
รอยตามบทบาทการเปน็ ปญั ญาชนสาธารณะของครคู นน้ี มาถงึ
วนั นี้ ในฐานะลกู ศษิ ยค์ นหนง่ึ ผมพบวา่ อาจารยเ์ สกไดก้ า้ วขา้ ม
นิยามตัวตนเหล่าน้ัน ท้ังค�ำจ�ำกัดความท่ีตนเองยึดม่ันและ
คำ� จำ� กดั ความทส่ี งั คมมอบใหเ้ ขา ในวนั นเ้ี ขามคี วามสขุ และสงบ
ไมต่ า่ งจากสมยั เปน็ คนเฝ้าโบสถ์ในวัยเดก็ เพยี งแตใ่ นปจั จุบนั
เขาเป็นปัญญาชนผู้เฝ้ามองสังคมอย่างห่วงใย และในยามท่ี
บ้านเมืองเดือดร้อน เขายังคงออกเรี่ยวแรงและเป็นสติให้กับ
สงั คมในแบบเดยี วกับทีเ่ ขาทำ� มาอยา่ งสม�่ำเสมอ
3 เสกสรรค์ ประเสรฐิ กุล, บตุ รธิดาแห่งดวงดาว (กรงุ เทพฯ: สามญั ชน, 2552), น.
12-13.
22 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
ส่ิงทน่ี ่าเสียดาย คือ บอ่ ยครั้งเขาถูกวพิ ากษ์วิจารณ์โดยที่
เนื้อหาของค�ำวิจารณ์นั้น มุ่งไปที่ตัวตนของเขามากกว่าสาระ
ความคิดท่ีเขาน�ำเสนอ เป็นค�ำวิจารณ์ท่ีมุ่งด่าทอมากกว่าโต้
เถยี งทางความคดิ และทส่ี ำ� คญั การวพิ ากษส์ ว่ นใหญม่ กั จะเกดิ
ข้ึนโดยที่ผ้วู พิ ากษ์ไม่ไดอ้ ่านงานของเขาเลยดว้ ยซ้�ำ
ไม่ว่าใครจะนิยามอาจารย์เสกว่าอย่างไร เขาคือครูบา
อาจารย์ที่ลูกศิษย์อย่างผมเคารพนับถือได้อย่างสนิทใจ เขา
ไม่เคยมีประวัติของการแสวงหาต�ำแหน่ง อ�ำนาจ ลาภยศ
สรรเสรญิ อยา่ งฉาบฉวย ไมเ่ คยสนบั สนนุ รปู แบบการใชอ้ ำ� นาจ
และโครงสร้างที่กดขี่ข่มเหงเอารัดเอาเปรียบคนตกทุกข์ได้
ยาก เขายงั คงยืนอยา่ งเดด็ เด่ียวมน่ั คง ณ จุดยนื เดียวกบั ทเี่ ขา
เคยยืนในอดตี
ปัญญาชนคนนอก
(เพื่อ) สาธารณะ
‘เสกสรรค์ ประเสรฐิ กุล’ ด�ำเนนิ วถิ ีชีวิตแบบคนนอก คือ
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 23
ไม่คล้อยตามสังคมกระแสหลักและแบบแผนธรรมเนียมที่เขา
ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย เขาด�ำเนินชีวิตอย่างทระนงบนหนทาง
ท่ีเขาเลือก ซ่ึงเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง
จ�ำนวนไมน่ อ้ ยทอี่ ึดอัดคบั ข้องกับสงั คม
แตใ่ นวถิ ที างปญั ญาชนผมคดิ วา่ อาจารยเ์ สกเปน็ ปญั ญาชน
คนนอกที่มีจิตผูกพันกับสังคมท่ีเขาอาศัยอยู่อย่างแน่นแฟ้น
แนน่ อนวา่ เขาไมใ่ ชป่ ญั ญาชนตามแบบแผน ตลอดชวี ติ เขาไมเ่ คย
ขอตำ� แหนง่ ทางวชิ าการ และเกษยี ณอายไุ ปแบบเงยี บๆ แตส่ ง่ิ
ทผี่ มคดิ วา่ เขาท�ำมาตลอดคอื การอทุ ิศปญั ญาใหก้ ับสงั คมน้ี
ในยคุ หลงั เรามกั ไดย้ นิ คำ� วา่ “เนตบิ รกิ ร” และ “รฐั ศาสตร์
บรกิ าร” ถขี่ ึ้น อนั เนอ่ื งจากปรากฏการณท์ น่ี กั วชิ าการทงั้ สอง
สาขาใช้ความรู้และความสันทัดในศาสตร์ของตนเพื่อรับใช้
สนองตอบผมู้ อี ำ� นาจ มากกวา่ ตอบสนองผลประโยชนส์ าธารณะ
วิถีของอาจารย์เสกต้องจัดว่าอยู่ในทิศทางตรงกันข้าม
ความรู้ทางวิชาการของเขามีเป้าหมายท่ีการสื่อสารเพื่อรับใช้
สาธารณะและมุ่งเปล่ียนแปลงสังคมไปในทิศทางท่ีปรับปรุง
24 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
สภาพชวี ติ ความเปน็ อย่ขู องผู้เสียเปรยี บทางสังคม
ในแง่เบ้าหลอมทางวิชาการ อาจารย์เสกร�่ำเรียนและ
ฝกึ ปรอื มาในทางรฐั ศาสตร์ ทั้งระดบั ปรญิ ญาตรี โท และเอก
แนน่ อนวา่ ปญั ญาชนผนู้ ไี้ มไ่ ดแ้ ยกศาสตรท์ เ่ี ขาเรยี นอยา่ งแยก
สว่ นจากสาขาวชิ าความรอู้ น่ื ๆ เพราะการมองปญั หาอยา่ งแยก
ส่วนคือสิ่งท่ีเขาคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์เสมอมา เน่ืองจาก
น�ำไปสู่การมองปัญหาอย่างไม่รอบด้าน แยกการเมืองจาก
เศรษฐกิจ จากสงั คมวฒั นธรรม จากศาสนาและวิทยาศาสตร์
และปรากฏการณท์ างธรรมชาติ ราวกบั วา่ แตล่ ะมติ อิ ยแู่ ยกขาด
โดยไมส่ ัมพนั ธก์ นั
ทว่าคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การเล่าเรียนมาอย่างยาวนาน
ในทางรัฐศาสตร์ย่อมมีส่วนหล่อหลอมมุมมองและก่อรูปบท
วิเคราะห์ของเขาต่อปัญหาบ้านเมือง เขาได้รับฝึกปรือทาง
รัฐศาสตร์มาในส�ำนักธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งมีความ
เขม้ แขง็ ทางปญั ญาในทางทฤษฎแี ละปรชั ญาการเมอื งมาอยา่ ง
ยาวนาน เขาเปน็ ลกู ศษิ ยข์ องอาจารยเ์ สนห่ ์ จามรกิ ปรมาจารย์
คนส�ำคญั ของธรรมศาสตร์
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 25
ในเวลาตอ่ มา เขาได้ไปศกึ ษาปรญิ ญาเอกทม่ี หาวทิ ยาลยั
ชั้นน�ำที่สุดแห่งหน่ึงของสหรัฐอเมริกา คือมหาวิทยาลัย
คอร์เนลล์ (Cornell) ซ่ึงนับว่าเป็นตักศิลาของการศึกษา
การเมอื งเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ณ ทน่ี นั่ ครสู องคนทเ่ี คยี่ วกรำ�
เขาอย่างเข้มงวดในทางปัญญาคือ ศาสตราจารย์เบเนดิค
แอนเดอร์สัน (Benedict Anderson) หรือ “ครูเบน” นัก
รัฐศาสตร์ท่ีมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกจากหนังสือว่าด้วย
ชาตินิยมในฐานะชุมชนในจินตกรรม และอีกท่านหน่ึงคือ
ศาสตราจารย์จอรจ์ เคฮนิ (George McT. Kahin) ซง่ึ คนไทย
ท่ัวไปอาจจะไม่รู้จักนัก แต่อาจารย์เคฮินคือหนึ่งในผู้บุกเบิก
การศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นมาในสหรัฐ และท�ำให้
คอรเ์ นลลก์ ลายเปน็ มหาวทิ ยาลยั ชน้ั นำ� ของโลกในดา้ นดงั กลา่ ว4
สาขาวิชาเอกของอาจารย์เสกเมื่อคร้ังเรียนที่คอร์เนลล์
คอื การเมืองเปรียบเทียบ ส่วนวิชาโทคือทฤษฎกี ารเมอื ง และ
การเมืองเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
4 เสกสรรค์เลา่ ถงึ ชีวิตและประสบการณข์ องเขาชว่ งท่ีเป็นนกั ศึกษาปรญิ ญาเอกท่ี
คอรเ์ นลลแ์ ละความสมั พันธ์ของเขากับครูท้ังสองไว้ใน “อารมณ์ตะวันตก” ตพี ิมพ์ใน
วหิ ารท่ีว่างเปล่า (กรงุ เทพฯ: สามัญชน, 2544), น. 155-194.
26 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
อาจารย์เสกสอบวิทยานิพนธ์ผ่านในเดือนตุลาคม พ.ศ.
2530 และเดินทางกลับประเทศไทย มาสอนหนังสือท่ีคณะ
รัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ บ้านเก่าทางปญั ญาของ
เขา โดยรบั เงนิ เดอื น 4 พนั กวา่ บาทในยคุ เศรษฐกจิ ฟองสบู่ เขา
รบั ผดิ ชอบสอนวชิ าการเมืองเปรียบเทยี บ การเมืองไทย ผ้นู ำ�
ทางการเมือง การเมืองเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ และการเมือง
ภาคประชาชน (ซง่ึ เขาทำ� วิจัยและเขียนหนงั สือเลม่ ส�ำคญั ท่ีใช้
อา้ งองิ อยา่ งกวา้ งขวาง) ผเู้ ขยี นมโี อกาสเรยี นกบั อาจารยเ์ สกใน
วชิ าเหลา่ นี้ ไดม้ มุ มองทเี่ ปน็ รากฐานในการคดิ วเิ คราะหป์ ญั หา
การเมืองไทยสบื มาถงึ ภายหลงั และภูมใิ จท่ีเมื่อตนเองมาเปน็
อาจารย์ก็ได้มีโอกาสสานตอ่ กลุ่มวิชาเหล่านี้จากอาจารย์เสก
วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของอาจารย์เสกมีชื่อเต็มใน
ภาษาอังกฤษว่า “The Transformation of the Thai State
and Economic Change (1855-1945)” ศกึ ษาการเปลยี่ นรปู
ของรัฐไทยอันสืบเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ นับ
ตง้ั แตส่ นธสิ ญั ญาเบาวร์ งิ (ทรี่ าชอาณาจกั รสยามทำ� กบั สหราช
อาณาจกั ร) ในปี พ.ศ. 2398 มาจนถงึ สน้ิ สดุ สงครามโลกครงั้ ที่
สอง นบั วา่ เปน็ งานวจิ ยั คน้ ควา้ ทคี่ รอบคลมุ ชว่ งเวลาอนั ยาวนาน
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 27
และตอ้ งใชเ้ อกสารหลกั ฐานจำ� นวนมาก เปน็ การศกึ ษารฐั ศาสตร์
ในแนวทางประวัติศาสตร์แบบ Macro history จุดเน้นอยู่ที่
การอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคมที่มีวิวัฒนาการ
จากสยามเก่าสู่สยามใหม่จนก่อเกิดเป็นรัฐไทยอย่างท่ีเรารู้จัก
หน้าค่าตา กล่าวคือ เป็นรัฐที่มีลักษณะรวมศูนย์ผูกขาดและ
ครอบง�ำสังคม แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาบกพร่องในมิติ
ของสำ� นกึ ความเป็นชาติ
ในแวดวงวิชาการด้านไทยศึกษา ทุกคนทราบกันดีว่ามี
งานส�ำคญั 3 ช้ินท่ีเป็นงานคลาสสิกที่ “ตอ้ งอา่ น” หากอยาก
ท�ำความเข้าใจการเปล่ียนแปลงของรัฐไทยจากรัฐจารีตมาสู่
รฐั สมยั ใหม่ งานทั้ง 3 ช้นิ ได้แก่ Siam Mapped ของธงชัย
วนิ จิ จะกลู , The Rise and Decline of Thai Absolutism โดย
กลุ ลดา เกษบญุ ช-ู มดิ้ และชน้ิ ทสี่ ามคอื วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาเอก
ของเสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ สองเลม่ แรกตพี มิ พเ์ ปน็ หนงั สอื แลว้
นับเป็นเร่ืองน่าเสียดายอย่างยิ่งว่างานของอาจารย์เสกยังไม่
ถูกตีพิมพ์ท้ังในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผมหวงั วา่ ในเวลา
อนั ใกลน้ ้ี งานชิน้ นี้จะมโี อกาสตพี ิมพ์และถา่ ยทอดออกมาเปน็
ภาษาไทยเพ่อื เผยแพร่ส่วู งกวา้ ง
28 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
อย่างไรก็ตาม หากใครสนใจแง่มุมการวิเคราะห์ท่ีเกี่ยว
กับวิวัฒนาการของรัฐไทย และความสัมพันธ์ท่ีรัฐมีกับสังคม
อาจลองหาอ่านจากงานวิชาการช้ินส�ำคัญของเขา ได้แก่ “รัฐ
ไทยในกฎหมายตราสามดวง”, “พฒั นาการของความสมั พนั ธ์
ระหว่างรัฐกับสังคมในประเทศไทย: แง่คิดเก่ียวกับพลวัต
ทางการเมอื ง และการพฒั นาประชาธปิ ไตย” และงานชน้ิ ลา่ สดุ
เรือ่ ง “การเมอื งภาคประชาชนในระบอบประชาธปิ ไตยไทย”5
ในฐานะนกั รฐั ศาสตร์ บทวเิ คราะหข์ องอาจารยเ์ สกมคี วาม
ลุม่ ลึก เพราะประกอบด้วยสายตาท่ยี าวไกลกลับไปสูอ่ ดีต มุม
มองของเขาจงึ ไมค่ บั แคบเหมอื นงานทางรฐั ศาสตรจ์ ำ� นวนมาก
ทม่ี กั จะตดั ทง้ิ ปจั จยั ทางประวตั ศิ าสตร์ บทวเิ คราะหท์ างวชิ าการ
ของเขาเน้นไปท่ีการน�ำเสนอภาพใหญ่เชิงมหภาคอย่างเป็น
ระบบ และสบื สาวใหเ้ หน็ ทมี่ าทไี่ ปวา่ สภาพการณ์ในปจั จบุ นั เปน็
ผลพวงของการบรรจบกันของเหตุปัจจัยต่างๆ อย่างไร และ
5 เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ “รฐั ไทยในกฎหมายตราสามดวง,” ใน กฎหมายตราสามดวง
กบั สังคมไทย (กรงุ เทพฯ: ส�ำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, 2533);
พัฒนาการของความสัมพันธ์ระหวา่ งรัฐกบั สงั คมในประเทศไทย: แง่คิดเก่ยี วกับ
พลวตั ทางการเมือง และการพัฒนาประชาธปิ ไตย (กรงุ เทพฯ: สถาบันพัฒนาและ
ฝึกอบรมนักข่าว หนังสือพมิ พ์ผจู้ ดั การ, 2538); การเมืองภาคประชาชนในระบอบ
ประชาธิปไตยไทย (กรงุ เทพฯ: อมรนิ ทร,์ 2548).
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 29
คล่ีคลายมาอยา่ งไรจากประวตั ศิ าสตร์ คนที่ชอบบทวิเคราะห์
ในเชงิ ฟนั ธง หวอื หวาวบู วาบ หรอื งานเขยี นทนี่ ำ� เสนอทางออก
เฉพาะหนา้ อยา่ งเป็นรูปธรรม จงึ มกั จะหงุดหงดิ ผดิ หวงั และ
ไม่สบอารมณ์
เพราะนั่นไม่ใชส่ ่งิ ท่ีเขาตงั้ ใจน�ำเสนอ
สำ� หรบั ผม วธิ ที ดี่ ที สี่ ดุ ในการอา่ นงานของอาจารยเ์ สกคอื
อา่ นมนั ในฐานะ “แผนท”ี่ ทช่ี ว่ ยบอกสภาพภมู ปิ ระเทศทางการ
เมอื ง เศรษฐกิจ และสงั คมวฒั นธรรมท่ีเราก�ำลงั อาศัยอยู่ เพอ่ื
ใหเ้ ราไดเ้ ข้าใจเง่ือนไขท่เี ปน็ จริง กอ่ นท่ีจะตดั สินใจก้าวเดินตอ่
ไปข้างหนา้ อยา่ งรอบคอบ6
ส่ิงท่ีเราวางใจได้จากงานของอาจารย์เสกคือ เขาแสดง
ทัศนะต่อปัญหาการบ้านการเมืองอย่างตรงไปตรงมาและ
ซอื่ สตั ยต์ อ่ ความจรงิ หากยดึ ถอื เปน็ แผนทน่ี ำ� ทาง จงึ เปน็ แผนที่
ที่คอ่ นขา้ งแม่นย�ำและสอดคล้องกบั สภาพความเปน็ จริง
6 สำ� หรับคนที่สนใจ สามารถหาอ่านงานปาฐกถาในวาระตา่ งๆ ของเสกสรรค์ได้ใน
อำ� นาจแหง่ ความวา่ ง ความวา่ งแห่งอำ� นาจ (กรงุ เทพฯ: สามัญชน, 2551); จากจติ
วญิ ญาณถึงบา้ นเมือง (กรุงเทพฯ: สามญั ชน, 2553); ความฝนั เดอื นตุลา (กรุงเทพฯ:
สามญั ชน, 2551).
30 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ที่ ๑๖
วหิ ารท่ีไม่ว่างเปล่า
“มนษุ ยท์ กุ ผนู้ ามลว้ นตอ้ งสรา้ งวหิ ารธรรมของตนเอง การ
เตบิ โตทางจติ วญิ ญาณเปน็ สง่ิ ทท่ี ำ� แทนกนั ไมไ่ ด้ ทกุ คนจะตอ้ ง
ชำ� ระจิตใจดว้ ยตนเองเพื่อเปิดพืน้ ทใี่ ห้กบั ความรแู้ จ้ง”7
‘เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ ’ เองกผ็ ่านการเดนิ ทางเพื่อคน้ หา
วหิ ารในใจมาอยา่ งยาวนานต้ังแต่เลกิ เปน็ นักปฏวิ ตั ิ เขาถึงกับ
เคยกล่าวว่า “การเดินทาง ‘ภายใน’ ของผมกลับต้องฟันฝ่า
ภมู ปิ ระเทศท่โี หดร้ายทารณุ ยิ่งกวา่ ”8
ในมติ จิ ติ วญิ ญาณ อาจารยเ์ สกคน้ หาและกลน่ั กรองความรู้
ความเขา้ ใจผา่ นประสบการณต์ รงของตนเอง บวกกบั การศกึ ษา
ผา่ นคนท่เี ขาเรียกว่า “ครทู างจิตวิญญาณ” ตงั้ แตท่ ะไลลามะ
หลวงพอ่ ตชิ นทั ฮนั ห์ อาจารยพ์ ทุ ธทาส อาจารยม์ นั่ หลวงพอ่ ชา
กฤษณมูรติ ปรมาจารย์เหล่าจ๊ือ ธรรมาจารย์ฝ่ายทิเบตอย่าง
7 เสกสรรค์ ประเสริฐกลุ , “ผา่ นพน้ จึงค้นพบ” ใน ผา่ นพน้ จึงค้นพบ (กรงุ เทพฯ:
สามัญชน, 2551), น. 99.
8 เสกสรรค์ ประเสรฐิ กุล, “วิหารทว่ี า่ งเปลา่ ” ใน วิหารที่วา่ งเปล่า (กรุงเทพฯ:
สามัญชน, 2544), น. 98.
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 31
โซเกยี ล รินโปเช และเชอเกยี ม ตรงุ ปะ ตัวผมเองอา่ นหนงั สือ
ในแนวทางนี้คอ่ นข้างน้อย ต่อเมอ่ื มาอา่ นงานของอาจารยเ์ สก
จึงรู้สึกว่าได้เรียนรู้ค่อนข้างมาก และเปิดมิติใหม่ให้กับการ
เดินทางภายในของตนเอง
อาจารย์เสกพยายามท�ำความเข้าใจชีวิตจากสองมุมมอง
ทง้ั ภายนอกและภายใน เขาไถถ่ ามและเรียนรูท้ ่มี าของเอกภพ
จนตระหนกั วา่ มนษุ ยเ์ ราเปน็ เพยี งสว่ นประกอบอนั กระจอ้ ยรอ่ ย
และเปราะบางของจักรวาลอันกว้างใหญ่ การเดินทางเข้าสู่
โลกด้านในท�ำให้เขาตระหนักถึงความไม่เท่ียงแท้ ทุกสิ่งล้วน
แปรเปลยี่ นเกิดดับอย่ตู ลอดเวลา
การผนวกมมุ มองดา้ นจติ วญิ ญาณและประสบการณต์ รง
ของชวี ติ เขา้ กบั องคค์ วามรทู้ างรฐั ศาสตรท์ เี่ ขารำ�่ เรยี นมา ทำ� ให้
บทวิเคราะห์ของเขามีความลึกซึ้งมากกว่าบทความวิชาการ
ท่ัวไป เพราะเขาเล็งเห็นถึงความเส่ือมทรุดทางจิตวิญญาณ
ของผู้คนซ่ึงเปน็ ต้นตอรากเหง้าของปัญหาสงั คมนานัปการ ใน
รปู แบบของการกดขเี่ อารดั เอาเปรยี บทน่ี ำ� ไปสคู่ วามเหลอื่ มลำ�้
ความไมเ่ ป็นธรรม นานวันเขา้ ได้ทำ� ลายเย่ือใยทางสงั คมลงไป
32 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
อยา่ งยอ่ ยยบั การแก้ปญั หาสงั คมในทัศนะของอาจารย์เสกจึง
ต้องท�ำทั้งสองด้านควบคู่กันคือ การปรับเปลี่ยนเง่ือนไขทาง
วัตถุเพ่ือลดความไม่เป็นธรรมทางสังคม ในขณะเดียวกันก็
ตอ้ งยกระดบั จติ วญิ ญาณใหผ้ คู้ นมจี ติ สำ� นกึ ทเ่ี คารพตนเองและ
เพอื่ นมนุษย์มากข้นึ 9
สมั พนั ธภาพของสรรพสิ่ง
สนั ติภาพ และประชาธปิ ไตย
‘เสกสรรค์ ประเสริฐกุล’ อายุครบ 60 ปีเม่ือเดือน
มีนาคม 2552 และเกษียณอายุจากต�ำแหน่งอาจารย์ประจ�ำ
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเดือนกันยายน
ปีเดียวกัน ช่วงน้ันผมเรียนปริญญาเอกอยู่ที่ต่างประเทศ จึง
ไม่ได้มีโอกาสได้พบปะสนทนา ได้แต่เพียงตามอ่านข้อเขียน
และปาฐกถาต่างๆ จากแดนไกล
9 เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, “บทส�ำรวจความทกุ ข์” ใน ผา่ นพ้นจึงคน้ พบ (กรุงเทพฯ:
สามญั ชน, 2551), น. 31-37.
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 33
ผมอา่ นงานปาฐกถาแตล่ ะชน้ิ ดว้ ยความประทบั ใจ และพบ
วา่ แตล่ ะชนิ้ มฐี านะมากกวา่ บทความวชิ าการ หากเปน็ ความเรยี ง
ทสี่ วยงามในเชงิ วรรณศลิ ป์ และเปน็ ขอ้ คดิ เตอื นใจทส่ี อ่ื สารกบั
สังคมอย่างลุ่มลึกและรอบด้าน ผมมาทราบจากข้อเขียนของ
อาจารย์เสกในภายหลังว่า เขาจริงจังและท�ำงานหนักกับการ
ปาฐกถาของเขา ใช้เวลาค้นคว้าและเรียบเรียงเป็นแรมเดือน
เพราะถอื วา่ มนั คอื การถา่ ยทอดบทเรยี นและสง่ ทอดภมู ปิ ญั ญา
สู่สงั คม ในจารีตที่สืบเน่อื งมาตัง้ แตส่ ังคมโบราณ
แมว้ า่ บทบาทการเปน็ อาจารย์ในรวั้ มหาวทิ ยาลยั ยตุ ลิ ง แต่
บทบาทการเปน็ ปัญญาชนไมเ่ คยยตุ ิ อนั ที่จริงแล้ว เขาไม่เคย
แยกบทบาทเหลา่ นีอ้ อกจากกนั เลย
เพ่ือเตรียมเขียนความเรียงขนาดสั้นช้ินน้ี ผมโชคดีท่ีได้
มีโอกาสกลับไปนั่งอ่านทบทวนงานของอาจารย์เสกซ่ึงมีอยู่
มากมายหลายสบิ เลม่ ผมพบลกั ษณะสำ� คญั บางประการทอ่ี ยาก
จะขอบันทึกไว้ ณ ทนี่ ้ี
34 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ที่ ๑๖
ประการแรก หลายคนบอกว่ามีความแตกต่างระหว่าง
“เสกสรรค์หนุ่ม” กับ “เสกสรรค์ชรา” คือเสกสรรค์หนุ่มน้ัน
หมกมุ่นครนุ่ คิดแตเ่ รอ่ื งปญั หาการบา้ นเมืองและมีท่วงทำ� นอง
ลีลาการคดิ การเขียนที่เรา่ ร้อนรุนแรง ในขณะที่เสกสรรคช์ รา
นนั้ หนั มาสแู่ นวทางธรรมและมลี ลี าการเขยี นทส่ี งบนง่ิ เยอื กเยน็
ผมกลบั ไม่พบรอยตดั เช่นนน้ั ชัดเจนนกั
ผมพบความสืบเนื่องและผสมผสานในการเดินทางทาง
ความคดิ ของอาจารยเ์ สก เพยี งแตน่ ำ�้ หนกั อาจจะแตกตา่ งกนั ไป
ในงานแต่ละชิ้น กล่าวคือในด้านหนึ่งเขาหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่อง
ปญั หาบา้ นเมอื ง ปัญหาสงั คม ในขณะเดียวกนั ก็สนใจประเด็น
คุณค่าความหมายของชีวิตและการเดินทางด้านในมาตั้งแต่
แรกเรมิ่ ผลติ ผลงาน ผมอา่ นงานในชว่ งตา่ งๆ ของเขาและพบวา่
มีความร้อยเรียงต่อเนื่องมาตั้งแต่ คล่ืนเสรีภาพ, เลียบเลาะ
ชายคาโลก, ทางทากและสายน�ำ้ เช่ียว, เพลงเอกภพ, หว้ งยาม
แหง่ ความพา่ ยแพ้มาจนถงึ งานในชว่ งหลงั อยา่ งวหิ ารทว่ี า่ งเปลา่ ,
ผ่านพบไม่ผูกพัน, วันที่ถอดหมวก, ผ่านพ้นจึงค้นพบ และ
วันท่ีหัวใจกลับบา้ น
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 35
ประการที่สอง งานของอาจารย์เสกครอบคลุมเรื่องราว
หลากหลาย เรอื่ งการเมืองเปน็ เพียงมติ ิเดียวเท่านัน้ เขาสนใจ
ประเดน็ ทางสงั คม การเปลย่ี นแปลงทางวฒั นธรรม อารยธรรม
โบราณ เร่ืองราวของชีวิตผู้คน ธรรมชาติและสัตว์น้อยใหญ่
กำ� เนดิ ของมนษุ ย์ เร่ืองของดวงดาว จิตวญิ ญาณ การเดินทาง
ดา้ นใน ไปถงึ การคน้ หาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสรรพสง่ิ ในเอกภพ
ในทศั นะผม มปี ญั ญาชนไทยไมก่ ค่ี นนกั ทเี่ ขยี นถงึ ความรู้
หลากหลายแขนงไดอ้ ย่างนา่ อ่านและชวนตดิ ตามเช่นนี้ ความ
กว้างขวางและหลากหลายของประเด็นท่ีเขาสนใจ ส่วนหน่ึง
มาจากประสบการณ์ในชวี ติ และการเดนิ ทาง อกี สว่ นหนง่ึ มาจาก
ฉนั ทะในการอา่ น ใครเคยไปบา้ นอาจารยเ์ สกคงไมป่ ระหลาดใจ
เพราะจะพบชั้นหนังสือท่ีเต็มไปด้วยหนังสือเก่ียวกับศาสนา
ประวตั ิศาสตร์โบราณ วทิ ยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟสิ ิกส์ ไป
จนถึงนิยายและวรรณกรรมจากทกุ มุมโลก ลา่ สุดเมอื่ ทราบว่า
ผเู้ ขยี นกำ� ลงั จะเดนิ ทางไปอนิ เดยี อาจารยเ์ สกอตุ สา่ หส์ ละเวลา
รวบรวมรายช่ือวรรณกรรมชิ้นเยี่ยมๆ โดยนักเขียนอินเดีย
มาให้ผมถงึ 20 กวา่ เล่ม!
36 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
กล่าวอย่างถึงที่สุด ในการเดินทางทางปัญญาของ
อาจารย์เสก เขาสนทนากับตัวเองและโลกเพื่อเพียรพยายาม
“สังเคราะห์เอกภาพและองคร์ วมของชวี ิต”10
หลังจากมีโอกาสได้น่ังอ่านงานเขียนต่างๆ ของอาจารย์
เสก ผมพบวา่ มเี สน้ ดา้ ยทางความคดิ ทรี่ อ้ ยรดั ประเดน็ ตา่ งๆ เขา้
ดว้ ยกัน คอื การใหค้ วามสนใจกบั จติ ส�ำนึก (consciousness)
ในความหมายของการมี “สติระลึกรู้ความสัมพันธ์” ระหว่าง
ตนเองกบั สง่ิ อน่ื รอบตวั รวมถงึ ตวั ตนของตนเองดว้ ยไมว่ า่ จะเปน็
ส�ำนึกเร่ืองประเทศชาติ ส�ำนึกส่วนรวม ส�ำนึกประชาธิปไตย
ส�ำนกึ เร่อื งธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ฯลฯ อาจารยเ์ สกค้นหา
รูปแบบของการด�ำรงอยู่ท้ังภายในและภายนอกที่สอดผสาน
กลมกลนื ไมเ่ บยี ดเบยี นขม่ เหงกนั และกนั เออ้ื เฟอ้ื และตระหนกั
ถงึ การดำ� รงอยขู่ องเพอ่ื นมนษุ ยท์ มี่ คี ณุ คา่ ศกั ดศิ์ รเี ทา่ เทยี มกนั
ผมชอบเป็นพิเศษเม่ืออาจารย์เสกกล่าวถึงสัมพันธภาพ
หลากมติ ิในชวี ติ ของคนเรา
10 เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ “ดับตะเกยี งดูดาว” ใน ผา่ นพน้ จงึ คน้ พบ (กรงุ เทพฯ:
สามญั ชน, 2551), น.19.
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 37
“ชีวติ โดยเนอื้ แทเ้ ปน็ สมั พนั ธภาพซ่ึงประกอบด้วยความ
สมั พันธ์ใหญส่ ามประการ อนั ไดแ้ กค่ วามสมั พนั ธ์กบั
ตัวเอง ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และความสัมพันธ์กับ
โลกธรรมชาตหิ รอื จกั รวาล การเขา้ สคู่ วามสมั พนั ธเ์ หลา่ น้ี
แทจ้ รงิ แลว้ ไมม่ ีทางเลอื กเปน็ อนื่ นอกจากต้องผนึกแนบ
เป็นหนงึ่ เดยี ว”11
ส่ิงน้ีเช่ือมโยงกับภาวะที่เรามักเรียกกันว่า “สันติภาพ”
เพราะเม่ือสัมพันธภาพเกิดข้ึนอย่างประสานสอดคล้อง ย่อม
บงั เกดิ สนั ตภิ าพกบั ตนเอง กบั ผอู้ นื่ และกบั จกั รวาล โดยเฉพาะ
สันตภิ าพในใจตนเองซง่ึ ผมคดิ ว่าส�ำคัญเปน็ ท่สี ดุ
เมื่อทดลองน�ำกรอบคิดเรื่องสัมพันธภาพของส่ิงต่างๆ
ดังกล่าวไปจับความคิดของอาจารย์เสกในเร่ืองต่างๆ ผมพบ
ความลกึ ซง้ึ และความกระจา่ งแจง้ ในทางความคดิ ดงั ทเ่ี ขามอง
เหน็ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างเสรภี าพ เสมอภาค และภราดรภาพ
“เสรีภาพ…ไม่ใชอ่ ดุ มคตทิ างการเมืองท่ีอยู่ได้โดยล�ำพงั
11 เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ , “บนั ทึกจากผเู้ ขียน” ใน ผ่านพบไมผ่ ูกพัน (กรงุ เทพฯ:
สามญั ชน, 2548), น. 11.
38 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
หากควรถูกผกู โยงไวก้ บั ความเสมอภาคและภราดรภาพ
ด้วย ความเสมอภาคท�ำให้เราต้องเคารพเสรภี าพของ
ผ้อู ื่นในขณะทก่ี ล้าเสนอความแตกตา่ งของตน สว่ น
ภราดรภาพจะท�ำใหก้ ารแลกเปล่ียนความเห็นดำ� เนินไป
ดว้ ยความเปน็ มติ รและชว่ ยเปน็ หมอนรองกระแทกให้
สงั คมในระหวา่ งที่มีความขดั แย้ง”12
งานของอาจารยเ์ สกในชว่ งหลายปมี านี้ ชใี้ หเ้ หน็ ถงึ ความ
จำ� เปน็ ในการสรา้ งฉนั ทมตแิ ละบรู ณาการทางการเมอื งขน้ึ มาใหม่
เพื่อกอบกู้สังคมไทยให้ออกจากบ่วงของวิกฤติความขัดแย้ง
ส�ำหรับอาจารยเ์ สก
“ประเด็นหลักแหง่ ยุคสมัยไมไ่ ดอ้ ยูท่ ท่ี �ำใหค้ นไทย
ทง้ั หมดหรือสว่ นใหญค่ ดิ เห็นตรงกันในทกุ เรื่อง หากแต่
อยทู่ กี่ ารสรา้ งระบบการเมอื ง และวฒั นธรรมทางการเมอื ง
ท่มี ีพน้ื ท่เี พยี งพอทจ่ี ะรองรบั ความแตกตา่ งทัง้ ปวง
และมกี ระบวนการทำ� งานในระบบทสี่ ามารถแก้ไขความ
12 เสกสรรค์ ประเสริฐกลุ , “จติ วิญญาณประชาธปิ ไตยกบั ศักด์ศิ รีความเปน็ มนุษย”์
ปาฐกถาน�ำในการประชมุ วิชาการประจำ� ปี ครง้ั ท่ี 2 โครงการเมธวี จิ ยั อาวโุ ส สกว.,
7 ก.ย. 2556 ศูนยม์ านุษยวิทยาสิรนิ ธร ตพี ิมพ์ใน ความฝนั เดอื นตุลา (กรุงเทพฯ:
สามัญชน, 2557), น.24
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 39
ขดั แยง้ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตลอดจนมที ง้ั จรรยาวตั ร
และจรรยาบรรณในการอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสร้างสรรค์และ
ศานต”ิ 13
จะท�ำเช่นน้ันได้ก็ต้องท�ำให้ทุกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองมีพ้ืนที่
และตัวเองได้รับความเป็นธรรม นั่นหมายถึงการเปิดพื้นที่
ทางการเมืองให้ผู้คนหลากหลายกลุ่มมีสิทธิและเสรีภาพ
ในการตอ่ รอง รอ้ งทกุ ข์ และประกาศความฝนั ของพวกเขา และ
น่ันหมายถึงการปรับเปลี่ยนสัมพันธภาพทางอ�ำนาจระหว่าง
รัฐกับประชาชนเสียใหม่ รวมทั้งการลดความเหล่ือมล้�ำทาง
เศรษฐกจิ สงั คมระหวา่ งคนในชาติ
ความเหล่ือมล�้ำเป็นปัญหาใหญ่ในทัศนะของอาจารย์เสก
เพราะมนั ทำ� ลายทงั้ ความเสมอภาค ภราดรภาพ และสนั ตภิ าพ
ในสังคม
“ความเหล่อื มล้�ำสุดขว้ั คอื ท่มี าของความขัดแยง้ รนุ แรง
13 เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ , “การเมืองภาคประชาชนกับอนาคตการเมืองไทย”
ปาฐกถาพเิ ศษในพธิ มี อบรางวัลธรรมาภบิ าลดีเดน่ แกผ่ ู้ประกอบการธรุ กจิ ขนาดย่อม
แห่งปี 2551 วนั ท่ี 9 มนี าคม 2551 ตพี มิ พ์ใน อ�ำนาจแห่งความวา่ ง ความวา่ งแห่ง
อ�ำนาจ, อา้ งแล้ว, น. 204.
40 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
ในประเทศไทย ต้ังแตส่ มยั สงครามประชาชนในชนบท
มาจนถึงกรณกี ระชบั พ้ืนทีด่ ้วยกระสนุ จรงิ ท่รี าชประสงค์
… เราไม่มีทางทจี่ ะสรา้ งเสถยี รภาพทางการเมอื งได้เลย
ถ้าหากไม่มีความพยายามแก้ไขปรบั ปรุงให้ช่องว่างทาง
ชนชั้นเหล่าน้ีลดน้อยลง”
เขาชี้ว่าความเหล่ือมล้�ำท่ีสูงมากในสังคมไทย “ตัดเฉือน
ความสมั พนั ธ”์ ทผี่ คู้ นมตี อ่ กนั และเปน็ บอ่ เกดิ ของความแตกรา้ ว
ทางความคดิ อยา่ งยากทจี่ ะประสาน14
หากใครตามอ่านงานของอาจารย์เสกจะพบว่า ปัญหา
ความเหลื่อมล�้ำเป็นประเด็นที่เขาน�ำเสนอมาเน่ินนานแล้ว
ตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามเสื้อสี ว่าความเหลื่อมล�้ำสุดขั้วท�ำให้
ประเทศไทยกลายสภาพเป็น “หน่ึงรัฐสองสังคม” โดยสอง
สังคมน้ันอาศัยอยู่ในรัฐเดียวกัน แต่มีวิถีชีวิต ผลประโยชน์
และความคิดอ่านทางการเมืองที่ต่างกันราวอยู่คนละโลก ข้อ
สงั เกตและคำ� เตอื นของเขาสอดคลอ้ งอยา่ งยง่ิ กบั ขอ้ คน้ พบของ
14 เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ “ความฝนั เดือนตุลา: 40 ปีแหง่ การแสวงหาเสรภี าพ ความ
เสมอภาค และความเปน็ ธรรมในประเทศไทย” ปาฐกถาพเิ ศษเนอ่ื งในงานเปิด “หมุด
14 ตลุ า” จดั โดยมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ วนั ที่ 14 ตุลาคม 2556 พมิ พ์ใน ความฝนั
เดอื นตลุ า, น. 81-82.
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 41
นกั วชิ าการชนั้ นำ� จำ� นวนมากในระยะหลงั ถงึ อนั ตรายของความ
เหลอื่ มลำ�้ ตอ่ ประชาธปิ ไตยและสนั ตสิ ขุ ในสงั คม ซงึ่ กำ� ลงั กลาย
เป็นปญั หาท้าทายใหญข่ องโลกในปจั จุบนั 15
ล�ำพังการปรับเปล่ียนสถาบันและกระบวนการทางการ
เมือง และลดความเหลอ่ื มลำ้� ยงั ไมเ่ พียงพอ สดุ ทา้ ย ประเดน็
ส�ำคัญอยู่ท่ีการสร้างเน้ือดินทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม
ท่ีเหมาะสมเพ่ือท่ีประชาธิปไตยจะเติบโตงอกงามได้ ดังที่เขา
กลา่ ววา่
“ระบอบประชาธปิ ไตยจ�ำเปน็ ต้องมวี ัฒนธรรม
ประชาธิปไตยดำ� รงอย่คู ูก่ ัน … ซ่งึ อาจจะไม่เหมือนเรอื่ ง
ความดีความชว่ั เชิงศาสนา หากเปน็ ศลี ของพลเมอื ง
เช่น ตอ้ งรบั ฟังผ้อู น่ื เคารพผ้อู น่ื และปกป้องเสรีภาพ
ของผู้อืน่ ไมน่ อ้ ยไปกวา่ การยนื ยนั สิทธเิ สรภี าพของ
ตนเอง”16
15 งานชิน้ สำ� คัญได้แก่ Joseph E. Stiglitz, The Price of Inequality: How Today’s
Divided Society Endangers Our Future (W. W. Norton & Company, 2012);
Steven Levitsky and Daniel Ziblatt, How Democracies Die (Crown, 2018).
16 เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, “จิตวิญญาณประชาธิปไตยกบั ศักดศ์ิ รีความเป็นมนษุ ย์,”
อ้างแล้ว, น. 37.
42 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
ท้ังนี้ “โลกทัศนแ์ บบอ�ำนาจนิยม จารีตนิยม อุปถัมภ์นยิ ม
และชาตินิยมแบบเผด็จการ” ไม่ใช่กรอบคิดท่ีสอดคล้องกับ
จิตวิญญาณประชาธปิ ไตย
ในปาฐกถาเน่ืองในวาระครบรอบ 40 ปี 14 ตุลา ที่หอ
ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นปาฐกถา
ท่ีทรงพลังอย่างยิ่ง อาจารย์เสกกล่าวไว้อย่างรวบรัดงดงาม
ว่า ประชาธิปไตยมิใช่อะไรอ่ืน หากคือระบอบการปกครองที่
“อสิ รภาพของปจั เจกบคุ คลถกู นำ� มาเชอื่ มรอ้ ยกนั ดว้ ยพนั ธกจิ ที่
มเี พอ่ื สว่ นรว่ ม”17 สำ� หรบั ผม นค่ี อื ประชาธปิ ไตยทพี่ วกเราควร
ชว่ ยกนั สร้างและผลักดนั ให้เป็นจริงในสงั คมไทย
ความฝันและอดุ มคติ
‘เสกสรรค์ประเสรฐิ กลุ ’เคยกลา่ วถงึ อาจารยป์ ว๋ ยอง๊ึ ภากรณ์
17 เสกสรรค์ ประเสริฐกลุ , “เจตนารมณ์ 14 ตลุ า คือประชาธปิ ไตย” ปาฐกถาในงาน
รำ� ลึก 40 ปี 14 ตลุ า จดั โดยคณะกรรมการ 14 ตลุ าเพอ่ื ประชาธปิ ไตยสมบรู ณ์, วันที่
13 ตุลาคม 2556 หอประชุมใหญม่ หาวิทยาลัยธรรมศาสตร ์
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 43
ไว้ในปาฐกถาครัง้ หนง่ึ ของเขาวา่
“ในสถานการณท์ ี่สังคมยังสับสนหรอื เงียบงัน การท่ี
ใครสกั คนหรอื สองสามคนออกมาให้สติผกู้ มุ อำ� นาจ
ย่อมมีประโยชน์อย่างย่ิงต่อการตืน่ รู้ของคนจำ� นวน
มาก … ปูชนยี บคุ คลทา่ นหน่ึงที่เปน็ แบบอย่างในเร่อื ง
ดังกล่าวคอื ทา่ นอาจารย์ป๋วย อึง๊ ภากรณ์ … ชว่ งก่อน
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไมน่ าน ท่านอาจารยป์ ๋วย
ได้เขยี นจดหมายเปิดผนึกข้นึ มาหลายฉบบั เพอ่ื เตือนสติ
หวั หน้ารฐั บาล ท้งั ๆ ทีป่ ระเทศไทยช่วงน้นั ยังอยู่ภายใต้
การปกครองแบบเผดจ็ การ และประชาชนตกอยู่ใน
อาณาจักรแห่งความกลวั ความกล้าหาญของท่านได้
ปลกุ เรา้ ให้ก�ำลังใจปญั ญาชนจำ� นวนมาก และนบั เป็น
ก้าวแรกๆ บนหนทางการต่อส้เู พื่อประชาธิปไตย”18
ส�ำหรับผม กล่าวถึงท่ีสุดแล้ว ‘เสกสรรค์ ประเสริฐกุล’
เปน็ นกั อดุ มคติ ในความหมายเดยี วกบั ทอ่ี าจารยป์ ว๋ ย อง๊ึ ภากรณ์
เป็นนักอุดมคติ ส�ำหรับอาจารย์ป๋วย อุดมคติไม่ใช่ความฝัน
18 เสกสรรค์ ประเสริฐกลุ , “การเมืองภาคประชาชนกับอนาคตการเมอื งไทย,” อ้าง
แล้ว, น. 217-218.
44 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
เล่ือนลอย ท่ีส�ำคัญท่านกล่าวว่าอุดมคติ “ไม่ได้มีไว้กิน แต่
มีไว้เพื่อท�ำให้เป็นจริง” อุดมคติเปรียบเสมือนแสงสว่าง ณ
ปลายทางทเี่ ราตอ้ งการเดนิ ทางไปใหถ้ งึ 19 อดุ มคตจิ งึ ทำ� หนา้ ท่ี
เป็นหมุดหมายให้ชีวิตของปัจเจกและสังคมมีแผนท่ีน�ำทางที่
ชดั เจนและสวยงาม กลา่ วในแงน่ ี้ สงั คมทปี่ ราศจากอดุ มคตคิ อื
สังคมทยี่ อมจำ� นนอยูก่ บั ความเลวร้ายของปจั จุบนั คอื สังคมที่
ไม่มีเข็มทิศน�ำทาง ซ่ึงนานวันเข้าก็อาจกลายสภาพเป็นสังคม
ท่ีหลงทางโดยไมร่ ตู้ วั
‘เสกสรรค์ ประเสรฐิ กลุ ’ เปน็ นกั อดุ มคตทิ ดี่ ำ� เนนิ รอยตาม
อาจารยป์ ว๋ ย ปชู นยี บคุ คลทเ่ี ขาเคารพนบั ถือ ในสภาวะวิกฤติ
ของบ้านเมือง เขายังยึดมั่นในหลักการอย่างคงเส้นคงวาและ
เชื่อมั่นในศักยภาพของสามัญชนว่าจะสามารถร่วมกันสร้าง
สงั คมทสี่ นั ตสิ ขุ และเปน็ ธรรมขนึ้ มาได้ มแี ตน่ กั อดุ มคตทิ ม่ี นั่ คง
เทา่ นนั้ ทอี่ ทุ ศิ แรงกายและสตปิ ญั ญาเพอ่ื คน้ หาแนวทางบรรลถุ งึ
สังคมท่วี าดฝันไว้ใหเ้ ปน็ จรงิ ข้นึ มา
19 ปว๋ ย อง๊ึ ภากรณ,์ อุดมคติ (กรุงเทพฯ, มูลนธิ โิ กมลคีมทอง, 2517).
ป ร ะ เ ท ศ ไ ทย ใ น ค ว า มคิ ด
ค ว า มคิ ด ใ นป ร ะ เ ท ศ ไ ทย
ปาฐกถาพิเศษ ปว๋ ย องึ๊ ภากรณ์
โดย ดร.เสกสรรค์ ประเสรฐิ กุล
9 มนี าคม 2561
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทา่ นผู้มเี กยี รติท้งั หลาย
วนั นเ้ี ปน็ วนั คลา้ ยวนั เกดิ ของศาสตราจารยป์ ว๋ ย องึ๊ ภากรณ์
ซงึ่ เปน็ บรรพชนทา่ นหนงึ่ ในทางความคดิ และจติ วญิ ญาณของ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนั้นจึงต้องถือเป็นวันส�ำคัญของ
พวกเรา
48 ปาฐกถาพิเศษ ป๋ วย อึง๊ ภากรณ์ ครงั้ ท่ี ๑๖
กอ่ นอน่ื ผมคงตอ้ งขอขอบคณุ คณะเศรษฐศาสตรท์ กี่ รณุ า
ให้เกียรติเชิญผมมาพูดในวาระพิเศษน้ี ในฐานะท่ีเคยเป็นทั้ง
นกั ศกึ ษาและอาจารยธ์ รรมศาสตร์ ผมเองกเ็ คารพนบั ถอื อาจารย์
ปว๋ ย ดงั นน้ั จงึ เปน็ เรอ่ื งชวนปตี ทิ จ่ี ะไดค้ ารวะทา่ นดว้ ยความคดิ
เรื่องบา้ นเมอื งสกั สองสามประเด็น
สง่ิ ท่จี ะพดู ในวนั นม้ี าจากมมุ มองง่ายๆ ทีผ่ มไมค่ อ่ ยได้ใช้
วิเคราะห์สภาพสังคมหรือใช้พิจารณาสถานการณ์บ้านเมือง
เทา่ ใด แต่จะใช้คอ่ นขา้ งมากในชีวติ ส่วนตวั
มมุ มองทว่ี า่ นค้ี อื โลกทเี่ ราเหน็ คอื โลกทเี่ ราคดิ และเรามกั
จะมองไม่เห็นสิ่งที่ไม่ได้คิดเอาไว้แล้วล่วงหน้า พูดให้ละเอียด
ข้ึนคอื คนเราจะเห็นโลกเปน็ แบบไหน มกั ข้นึ อยกู่ ับความร้สู ึก
นึกคิดท่ีเขามีอยู่ สัมผัสของเขามักจะเก็บข้อมูลเฉพาะส่วนที่
ความคิดของเขารู้จักเท่าน้ัน อะไรท่ีไม่รู้จักอยู่ก่อนก็ตัดท้ิงไป
หรือมองไม่เหน็ เสยี ดื้อๆ เข้าทำ� นองพอ่ ครัวไมส่ นใจเรือ่ งสสี ัน
ของไก่เท่ากับเน้ือของมัน หรือในทางกลับกันศิลปินก็อาจจะ
เหน็ แต่ความงามของไก่จนลืมนกึ ถงึ ดา้ นท่ีเป็นอาหาร
ดังนัน้ ประเด็นแรกที่สำ� คญั กค็ อื มนุษย์เราโดยทว่ั ไปมกั
จะเหน็ โลกไดจ้ �ำกัด และเห็นโลกแตกต่างกันไป ข้ึนอยูก่ ับฐาน
ความคดิ ที่มีอยใู่ นตัวเขา
ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย | เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 49
อย่างไรกต็ าม ไม่วา่ คนเราจะมองเหน็ โลกต่างกันแคไ่ หน
ส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มจะเชื่อว่าโลกที่ตัวเองเห็นเป็นโลกแห่ง
ความจริง จากนั้นก็ผลิตความเห็นออกมายืนยันสายตาของ
ตน รวมท้ังพร้อมจะโต้แย้ง กระทั่งทะเลาะกับคนอ่ืนเพราะ
ความเห็นไม่ตรงกัน
อนั ท่ีจริงค�ำว่า view ในภาษาอังกฤษกบั ค�ำว่า ความเหน็
ในภาษาไทยนั้นมีความหมายตรงกันอย่างน่าประหลาด และ
เรื่องน้ีถ้าเราคิดต่อสักนิดก็คงไม่ต้องทะเลาะกับใคร เพราะ
มนุษย์แต่ละคนไม่มีวันท่ีจะเห็นภาพหรือวิวอะไรได้ครบถ้วน
เน่ืองจากจุดท่ียืนอยู่และความจ�ำกัดของสายตา มีแต่ต้องใช้
หลายมมุ มอง หรอื ไม่ก็ถามคนที่มองจากมมุ อน่ื จึงจะไดภ้ าพ
ที่สมบรู ณข์ ้นึ
แต่ก็อีกนั่นแหละ ในความเป็นจริงของสังคมไทย เรา
ไมไ่ ด้มีพฤตกิ รรมที่ rational ขนาดนนั้ ตลอด 10 กว่าปีมานี้
บา้ นเมอื งของเราตกอยใู่ นความขดั แยง้ ในระดบั ทไ่ี มม่ ใี ครฟงั ใคร
และความขดั แยง้ ทางความคดิ กน็ บั เปน็ สาเหตสุ ำ� คญั อยา่ งหนง่ึ
ท่ีทำ� ใหเ้ ราปรองดองกันได้ยาก
แน่ละ ในสภาพปกติ มนุษย์เราก็มองโลกแตกต่างกัน
ในแทบทกุ เรอื่ งอยแู่ ลว้ แตน่ นั่ ไมไ่ ดห้ มายความวา่ จะตอ้ งนำ� ไปสู่