The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัฒนธรรม ปีที่ 57 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2561 วัฒนธรรมคุณค่าสู่มูลค่า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2022-03-29 23:06:46

วัฒนธรรม ปีที่ 57 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2561

วัฒนธรรม ปีที่ 57 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2561 วัฒนธรรมคุณค่าสู่มูลค่า

Keywords: วัฒนธรรม

พพิ ธิ ภัณฑ์ในหลวงรกั เรา พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เปิดให้บริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์
พพิ ิธภณั ฑใ์ นหลวงรกั เรา (หยุดทุกวันจันทร์และนักขัตฤกษ์) และทุกๆ อาทิตย์จะมีกิจกรรม
ดา้ นเกษตร หลักสูตรอบรมต่างๆ ใหเ้ ขา้ รว่ มตลอดปี เรียนรูแ้ ลว้ สามารถ
นำ� ไปใชไ้ ดจ้ รงิ เหมาะสำ� หรบั ผปู้ กครอง นกั เรยี น นกั ศกึ ษา เกษตรกร และ
ประชาชน เพ่ือสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิด แหล่งเรียนรู้
ที่มคี ณุ คา่ เพอื่ นำ� ไปสู่วิถีชวี ิตพอเพยี งตามรอยพอ่

สอบถามรายละเอียดเพ่ิมเติมได้ท่ี www.wisdomking.or.th
ทาง facebook แฟนคลับพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ
Line ID: @wisdomkingfan โทรศัพท์ ๐ ๒๕๒๙ ๒๒๑๒-๓, ๐๘ ๗๓๕๙
๗๑๗๑, ๐๙ ๔๖๔๙ ๒๓๓๓

ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๑ 99

แผ่นดินเดียว

เรอ่ื ง/ภาพ : สิริญา ปเู หลก็

ดนตรีปีใหม่

ชาวไลทยีซภู เู ขา

ประเทศไทย นอกจากจะประกอบดว้ ยชาวไทย และ
กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ท่ีอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์และมี
ความสุขสมบูรณ์ บนพ้ืนท่ีสูงของภาคเหนือซ่ึงส่วนใหญ่
เปน็ พืน้ ทีต่ ะเข็บชายแดน อกี ทงั้ ยงั เปน็ พน้ื ทีต่ ้นนำ�้ ลำ� ธาร
ของแม่น�้ำสายส�ำคัญต่างๆ ยังมชี าวชาติพันธภ์ุ เู ขา หรือ
ชาวไทยภูเขา อาศัยอยู่ร่วมกันอีกหลากหลายเผ่าพันธุ์
ผสู้ นั ทดั กรณแี บง่ ชาวชาตพิ นั ธภ์ุ เู ขาไทยออกเปน็ สามกลมุ่
ด้วยกัน กลุ่มแรก คือกลุ่ม ๖ ชาติพันธุ์ใหญ่ คือ
ชาวชาตพิ นั ธภ์ุ เู ขาไทยกลมุ่ ทมี่ จี ำ� นวนประชากรมากอพยพ
เข้ามาอยู่ในแผ่นดินไทยยาวนานนับร้อยปี มีอยู่ด้วยกัน
๖ ชาตพิ ันธ์ุ ภาษาองั กฤษเขียนวา่ The sixth major of
hill tribes of Thailand ไดแ้ ก่ ชาวมง้ (แมว้ ) ชาวเมยี่ น
(เยา้ ) ชาวอาขา่ (อกี อ้ ) ชาวลาฮู (มเู ซอ) ชาวกะเหรยี่ ง (ปกา
กะญอ) และชาวลีซู (ลีซอ) และกลุ่มท่ีสอง เป็นชาว
ชาติพันธุ์ภูเขาท่ีแม้จะมีการตั้งถิ่นฐานมาแล้วนานนับร้อย
ปี แต่ก็มีจ�ำนวนน้อยเป็นกลุ่มย่อยท่ีมีอีกมากมายหลาก
หลายกลมุ่ อันประกอบด้วย ชาวปะโอ หรอื ตองสู่ ชาว
ละวา้ หรอื ละเวอื ะ (เชยี งใหม-่ แมฮ่ อ่ งสอน) ชาวลวั ะ(นา่ น)
ชาวบีซู ชาวขมุ ชาวถ่ิน ชาวมลาบรี หรอื ชาวตองเหลอื ง
เปน็ ตน้ และกลุ่มทส่ี าม อันเป็นชาวไทยภูเขา กลุ่มซง่ึ ได้
รบั พระมหากรณุ าธคิ ณุ อยา่ งเปน็ พเิ ศษ เพงิ่ จะมกี ารอพยพ
โยกย้ายเข้ามาอยู่ในแผ่นดินไทย เพียงในแผ่นดินรัชกาล
ท่ี ๙ น้ีเท่านั้น อันไดแ้ ก่ ชาวดาระอ้ัง และชาวคะฉิ่น

100

นกั ดนตรีคนเดยี วเลน่ ซอื บึ พณิ ของลซี ู ให้กบั พ่นี ้องลซี นู ับรอ้ ยคน เตน้ เฉลิมฉลองปใี หม่ลีซอู ยา่ งสนกุ สนาน

ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๑ 101



ชาวลีซู ประวัติและการตั้งถิ่นฐาน ๑. สองสาวลีซูช่วยกันเล่นซือบึ ให้พี่น้อง
เตน้ กนั ในชว่ งตน้ ๆ ของวนั พธิ กี รรมทผี่ คู้ น
ชาวลซี ู (Lisu) หรอื ลซี อ กเ็ ปน็ ชาวชาตพิ นั ธไ์ุ ทยภเู ขา หนง่ึ ในกลมุ่ ใหญ่ ๖ ชาตพิ นั ธ์ุ ยังมาร่วมเต้นกันไม่มากนัก
คำ� วา่ ลซี ู หมายถงึ ชนผใู้ ฝร่ ู้ มคี วามหมายมาจากรากศพั ท์ ๒ คำ� คอื คำ� วา่ “ล”ี มาจาก ๒. ความสวยงามของการประดับเคร่ืองเงิน
ค�ำว่าอ๊ิหล่ี ซึ่งหมายถึง จารีตประเพณี วัฒนธรรม และวิถีปฏิบัติแห่งชีวิต ส่วนคำ� ลงบนเครอื่ งแตง่ กายชดุ สำ� คญั ในวนั ปใี หม่
ทส่ี อง คอื คำ� วา่ “ซ”ู มคี วามหมายวา่ การศกึ ษา หรอื เรยี นรู้ จากขอ้ อา้ งองิ ของนกั เขยี น ๓. พ่อเฒ่ามาดเท่ นักดนตรีเอกของลีซูไทย
แนวชาตพิ นั ธ์วุ รรณา ชาวอเมรกิ า ชอ่ื ISABEL KHUN เขยี นไว้ว่า ชาวลีซู ชอบชีวติ
อิสระ ชอบร้องรำ� ท�ำเพลง ขยันทำ� มาหากนิ อยบู่ นพืน้ ทภี่ เู ขาสงู

102

ชาวลีซู มีดนตรีของชาวลีซู เป็นดนตรีพิเศษ ๓
ที่มคี วามเปน็ มายาวนาน มคี วามไพเราะลกึ ซึ้ง ซึง่ ได้
รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
ของชาติ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นับเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาวชาติพันธุ์ภูเขาแรกๆ ที่ได้รับการ
ข้ึนทะเบียน ซ่ึงจริงๆ แล้ว ชาวไทยภูเขายังมี
มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอีกหลากหลายท่ีมี
ความเหมาะสม เช่น มรดกวัฒนธรรมด้านเส้ือผ้า
พัสตราภรณ์ มรดกการละเล่นทางวัฒนธรรมของ
ชาวอาขา่ หรือดนตรีของชาวลาฮู เปน็ ต้น



ในประเทศไทยไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรในเรื่องท่ีมาของชาวลีซู แต่ความเช่ือที่
เลา่ ขานสบื ทอดกันต่อมา เทียบเคียงกบั เรือ่ งราวของชาวลีซใู นประเทศตา่ งๆ เชื่อวา่ ชาวลซี ู
เริ่มแรกมีถ่ินอาศัยบริเวณท่ีราบสูงทางตะวันออกของธิเบต ผู้เช่ียวชาญด้านลีซูได้กล่าวไว้ว่า
ชนชาติลซี ูด้ังเดมิ มีมากวา่ ๔,๐๐๐ ปี ไดอ้ พยพลงตามล�ำนำ�้ หยาหลง จนลงมาถงึ ตน้ นำ�้ แมน่ ้ำ�
แยงซี ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างมณฑลยูนนาน และมณฑลเสฉวน แล้วจึงค่อยพากันย้าย
ถน่ิ ฐานมาตามเทอื กเขาต่างๆ และสายน�ำ้ ใหญ่ คอื หยาหลง แยงซี แมน่ ำ้� โขง แม่นำ�้ สาละวนิ
แม่น�้ำกก แม่น้�ำอิรวดี และแม่น้�ำพรหมบุตร อันเป็น “เจ็ดสายน้�ำเก้าขุนเขา” ซ่ึงชาวลีซู
เคยมชี มุ ชนใหญใ่ นหลายๆ พน้ื ท่ี เชน่ ทหี่ ยง่ เซงิ ทางตะวนั ออกของ แมน่ ำ�้ แยงซี ระหวา่ งเมอื ง
ลี่เจียงกับเมืองหยง่ เซิง จะมที ่รี าบแห่งหนง่ึ ซึ่งจนถงึ วนั นี้ก็ยังเรียกวา่ ลซี ูเถ่ยี นซง่ึ มคี วามหมาย
ว่าทงุ่ นาของชาวลีซู

ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๑ 103

ยิง่ ดึกดน่ื มดื คำ่� วงเต้นปใี หม่ของชาวลซี ูกย็ งิ่ คกึ คัก แถมยังมีสาวๆ ขี้อายมาร่วมวงดว้ ยอกี มาก
104

นักวิชาการชื่อ ซ๋ือฟู่เซียง ลีซูคนแรกท่ีจบมหาวิยาลัยยูนนาน
ไดท้ ำ� การคน้ ควา้ ประวตั ศิ าสตรล์ ซี ู งานของเขากลา่ ววา่ ชาวลซี มู ตี วั ตน
อยู่ในมณฑลยูนนานเป็นชุมชนใหญ่ มีความเจริญรุ่งเรือง ท�ำการ
ค้าขายในเขตภูเขา หาสมนุ ไพร และหนังสตั ว์ มีฝมี ืออย่างยง่ิ ในการ
ใชห้ น้าไมล้ า่ สัตว์ และมคี วามร้ทู างดา้ นยาจากพชื ลีซอู ยกู่ ันหนาแน่น
ในลมุ่ นำ้� สาละวนิ คอื นเู่ จยี ง และทรี่ าบเปาซานเถงิ่ ชง เปน็ เวลาหลาย
พันปี ตอ่ มาจึงมกี ารต้งั ถ่นิ ฐานท่ี ไท้ผิง่ หยิ่งเจียงเมอ่ื ประมาณพนั ปี
ทีผ่ า่ นมา ตอ่ มากม็ ีการอพยพลงใต้เขา้ มาในโมเมก็ และโมโกก และ
แคว้นฉานของชาวไทใหญ่ และได้เริ่มทยอยเข้าสู่ดินแดนสยาม
ในราวคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ สุดท้ายลีซูก็ข้ามแม่น�้ำกกเข้ามาอยู่ใน
ประเทศไทยอย่างถาวรในครสิ ตศ์ ตวรรษ ท่ี ๒๐
จากหลักฐานและค�ำบอกเล่าจากผู้เฒ่าชาวลีซูในประเทศไทย
ชาวลซี ู มาตงั้ ถน่ิ ฐานเปน็ ชมุ ชนครงั้ แรกอยทู่ บ่ี า้ นหว้ ยสา้ น อำ� เภอเมอื ง
จงั หวดั เชยี งราย เม่อื ปี ๒๔๕๑ ในปัจจุบันชาวลีซูกระจายกนั ต้งั บา้ น
เรอื นอยู่ในพ้นื ท่ี ๙ จงั หวัดภาคเหนือของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัด
เชยี งใหม่ เชยี งราย แมฮ่ อ่ งสอน ตาก พะเยา ลำ� ปาง สโุ ขทยั เพชรบรู ณ์
และกำ� แพงเพชร ปัจจุบันมีชาวลีซทู อี่ าศยั อย่ใู นประเทศไทย จ�ำนวน
ประมาณ ๗๐,๐๐๐ คน

ระบบครอบครัวและเครือญาติ

ครอบครัวของชาวลซี ู จะถอื การสบื สายโลหติ ทางฝ่ายบิดาเปน็
ส�ำคัญ เมื่อบุตรชายคนโตแต่งงานต้องน�ำภรรยาเข้ามาอยู่บ้านบิดา
มารดาของตน เพราะถือว่าบุตรชายเป็นผู้ได้รับมรดกสืบแซ่สกุลและ
บุตรชายคนโตเป็นใหญ่ในบรรดาพ่ีน้องตระกูลที่มีอยู่ในไทย ได้แก่
ตะ๊ หมิ (ตามหี่ รอื แสนม)ี่ หยา่ จา (แซย่ า่ ง) หลจ่ี า (แซล่ )ี้ นหุ ล่ี (แซล่ )ี้
ซญ่อหมิ (แซ่มี่) โอชือ (แมวป่า) จูจา (แซ่จู) จญาจา (สินจ้าง)
งัว่ ผา่ (เลายีป่ า) หวา่ จา (แสนว่าง) ซือผ่า ตงจา (สตี อน)
วัฒนธรรมทีส่ วยงามอย่างหน่งึ ของลซี คู ือไมว่ า่ จะอยทู่ ไี่ หนกจ็ ะ
นับญาติกัน แม้ว่าจะมีตระกูลคนละอย่างคนละแซ่แต่ก็จะเก่ียวโยง
ดา้ นแม่ ดา้ นยาย ดา้ นทวด จะมกี ารสบื สาวหาตน้ ตระกลู จนเจอความ
เกี่ยวดองกัน และคนลีซูจะไม่นิยม เรียกชื่อเฉยๆ จะต้องเรียกตาม
ศักดิ์ พ่ี น้า อา ลงุ บางที คนอายนุ อ้ ย อาจมีศกั ดิ์เปน็ ปู่ก็ได้ คนลซี ู
จะร้สู ึกเสยี หนา้ ถ้าเรียกไม่ถกู ตอ้ ง หรือจัดล�ำดบั ไมถ่ ูก ลูกสะใภจ้ ะไม่
น่งั กนิ ขา้ วกับพอ่ สามี หรือ พช่ี ายสามี จะรอใหผ้ ู้ชายกินข้าวเสร็จก่อน
แลว้ คอ่ ยกนิ หรอื ไมก่ ก็ นิ แยกโตะ๊ หรอื แมแ้ ตก่ ารนงั่ คยุ กนั ในทสี่ าธารณะ
หรือไปไรไ่ ปสวน ต้องไปกบั สามีหรอื แม่สามีรว่ มดว้ ย ซึ่งถอื เป็นจารตี
ประเพณีท่งี ดงามในดา้ นการวางตวั ของลูกสะใภ้

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๑ 105

โครงสร้างการปกครองและสังคม ๒

ในอดีตโครงสร้างการปกครองที่ไม่เป็นทางการมีบทบาท การทำ� มาหากนิ และวถิ กี ารผลติ พน้ื บา้ น
ส�ำคัญมากในชุมชน เช่น มือหมือผะ (ผู้น�ำด้านพิธีกรรม)
ท�ำหน้าที่ด้านพิธีกรรม หน่ีผะ(หมอผี) ท�ำหน้าท่ีเช่ือมโยง อาชีพท่ีส�ำคัญของชาวลีซูคือ การท�ำไร่ข้าว ซึ่งในไร่ข้าว
ระหวา่ งโลกมนษุ ย์กบั โลกของวญิ ญาณ โชโหมว่ โชตี (ผอู้ าวุโส) จะมพี รกิ ทานตะวนั ถว่ั แตง บวบ ฟกั ฟกั ทองและผกั ตา่ งๆ
บคุ คลทมี่ อี ายุ และเปน็ ทเี่ คารพนบั ถอื ของชมุ ชน ทำ� หนา้ ทใี่ หค้ ำ� การท�ำไร่ขา้ วเพยี งเพอ่ื บริโภคภายในครอบครวั ตลอดปมี ากกวา่
ปรึกษาในกจิ กรรมหรือขอ้ พพิ าทตา่ งๆ ของชุมชน ขายเป็นสินค้า การท�ำไร่ข้าวโพดมีความส�ำคัญรองจากการท�ำ
ในปัจจุบัน ชาวลีซูอยู่ภายใต้โครงสร้างการปกครอง ไรข่ า้ ว ขา้ วโพดทผี่ ลติ ไดน้ ำ� ไปเลย้ี งสตั ว์ และบางสว่ นนำ� มาหมกั
ของรฐั ไทย เชน่ ชมุ ชนทว่ั ไป มผี ใู้ หญบ่ า้ น กำ� นนั อบต. แต่ ต้มกลั่นเป็นสุราข้าวโพด เพื่อดื่มในระหว่างงานพิธีฉลอง
ในโบราณนน้ั คำ� เรยี กผใู้ หญบ่ า้ น คอื ฮว่ าทผู า่ ถา้ แปลตรงตวั ปีใหม่ หรืองานพิธอี ื่นภายในครวั เรือนและหมู่บา้ น สว่ นพชื ผัก
คอื ผดู้ กั สตั ว์ น่าจะมาจากผู้ที่เป็นผู้น�ำในการล่าสัตว์สามารถ อื่นๆ ก็ปลูกแต่เพียงพอส�ำหรับบริโภคในครอบครัวเท่านั้น
หาเลยี้ งคนทง้ั หมู่บา้ นได้ หรอื ป้องกนั หม่บู ้านจากสตั วร์ า้ ยได้ นอกจากนี้แล้วชาวลีซูยังเลี้ยงสตั วต์ ่างๆ เชน่ ไก่ หมู แพะ แกะ
ประชากรส่วนใหญ่ของลีซูนับถือศาสนาลีซูด้ังเดิม ม้าอีกด้วยโดยเฉพาะหมูและไก่น้ันเป็นสัตว์เล้ียงที่จะขาด
(Animism) ปัจจุบันมีกิจกรรมวัฒนธรรม และพิธีกรรม เสียมิได้ ทุกหลังคาเรือนจะเลี้ยงสัตว์ทั้งสองชนิดน้ีเพ่ือ
ตามความเชื่อแบบดั้งเดิมปฏิบัติกันอยู่ เช่น เทศกาลปีใหม่ ใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตามประเพณีของเผ่า
งานบรู ณะอาปาโหมฮ่ ี หลฮี่ ฉี วั (บรู ณะหลมุ ฝงั ศพ) และพธิ ที ำ� บญุ ชาวลีซูมีส�ำนวนว่า ล�ำบากไม่กลัว แต่กลัวอดอยาก ลีซูจะ
เรยี กขวัญ เป็นต้น นอกจากตวั อยา่ งพิธกี รรมตา่ งๆ ท่กี ลา่ วมา ขยันท�ำมาหากิน ลีซูชอบท�ำอาหารเก็บไว้ให้มีกินตลอดปี
ข้างต้นแล้วยังมีพิธีกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการทรัพยากร เช่น การท�ำผักกาดดอง เน้ือหมักดอง ผักกาดดองตากแห้ง
ธรรมชาติ อยา่ งบอ่ น้ำ� และพชื ผักตา่ งๆ อีกด้วย หน่อไมด้ อง เป็นตน้

๑๒

๑. แม่หลวงขุนแจ๋ หรือผู้ใหญ่บ้านหญิงบ้านขุนแจ๋
๒. สองสาวนักดนตรี ท�ำหน้าท่ีในวันปีใหม่อย่างเข้มแข็ง
๓. เคร่ืองดนตรีฝู่หลู หรือ แคนน้�ำเต้า มีท้ังขนาดใหญ่
และขนาดกลาง มีผู้เล่นได้จ�ำนวนไม่มากนัก
๔. ฝู่หลูขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะมือ เป็นที่นิยมใช้มากกว่าขนาดอื่นๆ

106

มรดกวัฒนธรรมล้�ำเลิศ ๓

มรดกทางวฒั นธรรมลซี ู มอี ยหู่ ลากหลายสง่ิ อาทิ ภาษาพดู เครื่องดนตรีมากวุ หรือ จ้ิงหน่อง เป็นเคร่ืองดนตรี
อาหาร การแตง่ กาย นยิ ายพนื้ บา้ น แตก่ น็ บั วา่ เสมอกบั ชาตพิ นั ธ์ุ ที่นับได้ว่าสูญหายไปแล้วจากสังคมลีซูประเทศไทย ตัวอย่าง
ภูเขาอื่นๆ แต่ที่โดดเด่นจนได้รับการขึ้นบัญชีมรดกทาง บทเพลงลีซู มกั จะเกยี่ วขอ้ งกบั ชีวติ ประจำ� วนั ธรรมชาติ และ
วัฒนธรรมของชาติ คอื ดนตรีของลีซู ซึง่ จะมคี วามผูกพนั กับ วิถีชีวิตของลีซู เช่นเพลงปีใหม่ มีเน้ือร้องภาษาลีซูว่า
งานประเพณปี ใี หม่ (กัวเชยี ะ) การเต้นปีใหม่ของชาวลซี ู และ “เบยี๊ ะมา หวีล่ ี่ ซือวี ชุ่ว หยา่ จ่า หงี่มา บวิ อาหลา่ ซือเพีย๊ ะ
การเตน้ ในโอกาสอ่นื ๆ เช่น ต้อนรับแขกบา้ นแขกเมอื ง ดำ� หวั ปูลู เมเห หล่า ถขิ ุ ถิขัว๊ ะ เขย๊ี ะเก๊ียะ หม่า” แปลวา่ “ภมุ รินทร์
ผู้ใหญ่บ้าน ด�ำหัวสถานที่ราชการท่ีให้การช่วยเหลือดูแลชุมชน บนิ ซอกซอนเกสรไม้ คนู่ กไพรเลน่ ลมชมเวหา ใบไมป้ ลวิ พลว้ิ ไหว
เพอ่ื เปน็ การตอบแทนความดมี นี ำ�้ ใจตอ่ ชมุ ชนและเตน้ กนั ในงาน ในพนา หนึ่งปคี รงั้ รีบกลับมา ร่วมปีใหม่ คิดถึงกัน”
บญุ ใหญ่ เชน่ ทำ� บญุ ศาลา แตง่ งานใหญ่ กนิ ขา้ วใหม่ เปน็ ตน้ จากบทเพลงตัวอย่างนี้ จะเห็นได้ว่า เนื้อร้องมีความ
ในการเต้นทุกครั้ง จะมีการล้มหมูหรือล้มวัวเพื่อมา ออ่ นโยน เชอื่ มโยงวถิ ชี วี ติ กบั ธรรมชาติ การเปรยี บเปรยระหวา่ ง
ประกอบอาหารเลย้ี งผมู้ ารว่ มงาน ลกั ษณะการเตน้ จะมนี กั ดนตรี ธรรมชาติกับคน ความผูกพันของวัฒนธรรมกับวิถีชีวิตลีซู
เป็นผู้ก�ำหนดจังหวะดนตรี ส่วนชาวบ้านท่ีมาร่วมเต้นจะจับมือ ท่ีบ่งบอกว่า งานปีใหม่คือการรวมตัวรวมใจของลีซู เพื่อการ
กนั เปน็ วงกลมแลว้ เตน้ กนั ไปตามจงั หวะเพลงโดยมกี ารรอ้ งเพลง เฉลมิ ฉลองใหห้ ายเหนอ่ื ยจากงานทที่ ำ� มาทง้ั ปี แคห่ นง่ึ ปหี นงึ่ ครงั้
รว่ มกันเปน็ บทเพลงสั้นๆ ทสี่ รา้ งความสนกุ สนาน ท่ีจะมาพบเจอกัน พ่ีน้องลีซูจงกลับมาบ้านเกิด มาร่วมเต้นร�ำ
เพลงร้องของลซี ู (โมะกวั่ กัวตว๋ั ) ในอดีตเปน็ เพลงรอ้ งท่ใี ช้ รบั ประทานอาหารรว่ มกัน
ในโอกาสต่างๆ เช่น การทำ� พธิ กี รรม และกิจกรรมตา่ งๆ แตใ่ น และนี่คือตัวอย่างเล็กๆ ตัวอย่างหน่ึงท่ีท�ำให้ชาวลีซู
ปัจจุบันจะได้ยินเฉพาะในช่วงงานปีใหม่ลีซู ซ่ึงตรงกับช่วง มีส�ำนวนเล่าขานว่า ถ้าได้เกิดอีกครั้ง อยากเกิดมาเป็นคนลีซู
ตรษุ จนี เพลงรอ้ งโมะกว่ั กวั ตว๋ั เปน็ เพลงทต่ี อ้ งใชป้ ฏภิ าณไหวพรบิ ปีไหม่ก็สนุก “ลีซู” อิสระชนแห่งเทือกดอยสูง ผู้ช่ืนชอบการ
ในการคิดเนื้อร้องเพ่ือร้องโต้ตอบกัน โดยมากจะเป็นฝ่ายชาย รอ้ งร�ำท�ำเพลง และขยนั ขันแขง็ ในการทำ� มาหากิน
สอนฝา่ ยหญงิ ร้อง และจะยึดท�ำนองเดิมไปตลอด เชน่ เดยี วกบั
เพลงไทยพื้นเมอื งประเภทร้อยเนือ้ ท�ำนองเดยี ว ขอบพระคณุ ขอ้ มูลจาก เจริญ สินล้ี
ซือบือ เปน็ เครือ่ งดนตรีประเภทเครื่องสาย ดว้ ยเสยี งทีด่ ัง ประธานสมาพันธ์ลีซนู านาชาติแหง่ ประเทศไทย
กังวานของเคร่ืองดนตรี ประกอบกับส�ำเนียงของบทเพลงที่
ไพเราะ มีเทคนิคการสะบัดสาย และเล่ือนเสยี ง รวมทงั้ ทา่ ทาง ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๑ 107
การบรรเลงท่ีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงท�ำให้ซือบือเป็นเครื่อง
ดนตรีที่ส�ำคัญของชาวลีซู ท่ีบ่งบอกความเป็นลีซูอย่างแท้จริง
และเปน็ สิง่ ทีค่ นลซี มู ีความภาคภูมิใจ
เครอื่ งดนตรฝี หู่ ลู เปน็ เครอ่ื งดนตรปี ระเภทเครอื่ งเปา่ ลน้ิ
อสิ ระ แบง่ ออกเปน็ ๓ ประเภท ไดแ้ ก่ ปาลฝิ หู่ ลู (ฝหู่ ลขู นาดเลก็ )
ฝู่หลูแลแล (ฝหู่ ลขู นาดกลาง) และฝู่หลูนาอุ (ฝูห่ ลขู นาดใหญ่)
เครื่องดนตรีหย่ีลุ เป็นเคร่ืองดนตรีประเภทขลุ่ยตรง มีท้ังแบบ
เปา่ ปลาย และเปา่ ขา้ ง บทเพลงทีบ่ รรเลงมไี ม่มาก ยงั พอมีให้
พบเห็นโดยทั่วไป แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในกลุ่มเยาวชน
ปัจจุบันมีการดัดแปลงเอาขลุ่ยหย่ีลุมาบรรเลงบทเพลงพ้ืนเมือง
บา้ ง หรอื เปา่ เลน่ เพอ่ื ความสนกุ สนาน การทำ� ขลยุ่ หยลี่ ใุ ชก้ รรมวธิ ี
ไมซ่ บั ซอ้ น แต่บทเพลงน้ันกำ� ลงั สญู หาย

มองผา่ นหนามเตย

เรื่อง : อู๋ คุณากร
ภาพ : บรษิ ัทเอม็ พิคเจอร์ส จ�ำกัด
108

เป็นอีกหน่ึงปรากฎการณ์ของวงการภาพยนตร์ไทยในปีนี้
เลยทีเดียว เพียงเปิดตัวหนังวันแรกก็ท�ำรายได้ไปถึง ๕๐ ล้านบาท
และยังแซงหน้าหนังท�ำรายได้สูงสุดแห่งปี โดยใช้เวลาไปเพียงแค่
๔ วันเท่าน้ัน! และสามารถเบียดหนังฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวูดอย่าง
เช่น Venom หรือ Holloween ที่เวลาฉายไลเ่ ลย่ี กนั ได้อยา่ งสสู ีเลย
ทเี ดยี ว เปน็ หนงั ไทยทนี่ า่ จบั ตามองวา่ จะทำ� รายไดร้ ว่ มถงึ พนั ลา้ นบาท
ต่อจากภาพยนตร์ “พีม่ ากพระโขนง” ท่เี คยเป็นปรากฏการณ์มาแลว้
ในปี ๒๕๕๖ โมเดลใหม่ในแวดวงอุตสาหกรรมหนังไทยกับการวาง
เนื้อหาสร้างฐานแฟนคลับจากละครโทรทัศน์ที่มีเรตติ้งสูงต่อยอดสู่
จอภาพยนตร์ ทุบสถติ ริ ายไดถ้ ลม่ ทลายไปกว่า ๓๕๐ ล้านบาท ใน
เวลาเพียง ๑ สัปดาห์!

ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๑ 109

ความเปน็ มาของภาพยนตร์ กระแสตอบรับ

นาคี ๒ เป็นภาพยนตร์ไทยแนวแฟนตาซี-ระทึกขวัญ ตัวภาพยนตร์มีกระแสตอบรับที่ดีมากเนื่องจาก
สรา้ งมาจากนวนยิ ายในชอื่ เดยี วกนั ของ ตรี อภริ มุ เลา่ เกย่ี วกบั เป็นการต่อยอดกระแสความแรงของเน้ือหาเดิมที่เคย
ความเช่ือและความศรัทธาท่ีอยู่คู่กับชาวไทยมายาวนาน ประสบความส�ำเร็จจากการเป็นละครมาก่อน ท�ำให้เม่ือน�ำมา
อย่าง “พญานาค” เกิดจากความส�ำเร็จของละครโทรทัศน์ สรา้ งเปน็ ภาพยนตรจ์ งึ มฐี านผชู้ มกลมุ่ ทช่ี นื่ ชอบและอยากดเู พอ่ื
เร่ือง “นาคี” ท่ีออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ติดตามเร่ืองราวต่อ ตัวหนังท�ำรายได้ทุบสถิติอย่างต่อเนื่อง
ชอ่ ง ๓ เมือ่ พ.ศ. ๒๕๕๙ เน่ืองจากกระแสตอบรบั และเรตต้งิ เพียงเข้าฉายวันแรกก็ท�ำรายได้ไปกว่า ๕๐ ล้านบาท ท�ำลาย
ทด่ี ี ทำ� ใหช้ อ่ ง ๓ เสนอใหท้ ำ� ภาคตอ่ เพอ่ื ออกอากาศอกี ครง้ั แต่ สถิติหนังท�ำรายได้ ๑๐๐ ล้านบาทในเวลาเพียง ๒ วัน (สถิติ
พงษพ์ ฒั น์ วชริ ะบรรจง ผกู้ ำ� กบั ของละครเรอ่ื งนเ้ี ลง็ เหน็ วา่ นาคี เดมิ ของ “พมี่ ากพระโขนง” ที่เคยทำ� ไดใ้ นชว่ ง ๔ วันแรกทีอ่ อก
สามารถเตบิ โตไปไดม้ ากกวา่ น้ี จงึ ตดั สนิ ใจนำ� โครงเรอ่ื งมาเรยี บ ฉายเม่อื ปี ๒๕๕๖) อีกทง้ั ๔ วนั แรกของสปั ดาห์ฉาย ทำ� รายได้
เรียงบทใหม่ท้ังหมด เพือ่ สร้างเปน็ ภาพยนตร์และออกฉายเมอ่ื เกินกว่า ๒๐๐ ล้านบาท และภายในสัปดาห์เดียวท�ำรายได้
วนั ท่ี ๑๘ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เนอ้ื เรอ่ื งโดยรวมเลา่ ถงึ เหตกุ ารณ์ รวมกวา่ ๓๕๐ ลา้ นบาท ไมเ่ พยี งแคก่ ารตอบรบั อยา่ งถลม่ ทลาย
ทเี่ กดิ ขนึ้ ใน พ.ศ. ๒๕๖๐ หรือ ๖๐ ปี นบั จากเหตุการณใ์ นละคร ในตลาดประเทศไทยเท่านั้น นาคี ๒ ยังสามารถสร้าง
เรือ่ ง นาคี ท่ีเกดิ ใน พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยเลา่ ผ่านสองตวั ละครใหม่ ปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดภาพยนตร์ในลาวได้ด้วยเช่นกัน
นำ� แสดงโดย ณเดชน์ คูกมิ ิยะ และอรุ ัสยา เสปอรบ์ นั ด์ เน่ืองจากวัฒนธรรมท่ใี กล้เคยี ง โดยได้ฤกษ์เข้าฉายในวันเดียว
กับไทยและทำ� รายไดใ้ นวันแรกถึง ๗ แสนบาท และทำ� รายได้
ตลอดโปรแกรมฉายรวมท้งั ส้นิ ราว ๔ ลา้ นบาท ทำ� ใหค้ าดว่า
ตลอดโปรแกรมการฉายรวม ๔ สัปดาห์ในลาวนา่ จะทำ� รายได้
ไมต่ �่ำกวา่ ๙ ล้านบาท

กระบวนการผลติ

ภาพยนตร์ นาคี ๒ ผลติ โดยบรษิ ทั ดู เอน็ เตอรเ์ ทนเมน้ ท,์
เซิรช์ เอน็ เตอรเ์ ทนเมน้ ท์ และบีฮีมอธ แคปติ อล จัดจ�ำหน่าย
โดยบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส ก�ำกับโดยพงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง
ทีมเขียนบทน�ำโดย โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้ก�ำกับและ
มือเขียนบทแนวระทึกขวัญแนวหน้าของไทย และใช้สถานที่
ถ่ายท�ำคือสถานที่ท่องเท่ียวส�ำคัญในแต่ละจังหวัดอีกด้วย
ทั้งปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ถ�้ำพุหวาย จังหวัด
อุทัยธานี และน้�ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยการ
ถา่ ยท�ำมกี ารถา่ ยฉากท้งั แบบปกตแิ ละแบบ “บลสู กรีน” เพ่อื นำ�
ฉากดังกล่าวมาเข้ากระบวนการปั้นแบบด้วยการใช้เทคโนโลยี
คอมพวิ เตอร์ กราฟกิ (Computer Graphic) โดยไดท้ มี ซจี เี ดมิ
คือ แฟตแคต (Fatcat) มาสานต่องานกราฟิกเดิมของละคร
ทเ่ี คยทำ� มากอ่ น ซง่ึ มคี วามคนุ้ ชนิ ในตวั แบบอยแู่ ลว้ จงึ ทำ� ใหช้ น้ิ
งานสามารถเดนิ หนา้ ไดด้ ว้ ยดี ดว้ ยความละเอยี ดและทนุ ทม่ี าก
ขนึ้ โดยใชง้ บประมาณการสรา้ งซจี กี วา่ ๒๐ ลา้ นบาทเลยทเี ดยี ว
เปน็ เรอ่ื งทน่ี า่ ภมู ใิ จทคี่ นไทยสามารถหนงั ทำ� ออกมาไดใ้ กลเ้ คยี ง

110

งานสากล นบั วา่ เปน็ การเตบิ โตทด่ี ขี องวงการซจี ไี ทย นอกจาก เนือ้ เร่ืองย่อ
นนั้ ยงั ไดเ้ พลงประกอบหนงั อยา่ ง สายแนนหวั ใจ ของ กอ้ ง หว้ ย
ไร่ ทผี่ สมความทนั สมยั กบั สำ� เนยี งเพลงอสี านไดอ้ ยา่ งนา่ สนใจ เน้ือเร่อื งด�ำเนนิ โดย “สรอ้ ย” (อุรสั ยา เสปอรบ์ นั ด์) สาว
หนงั ยงั ใชเ้ สนห่ ์กลิน่ อายแบบอสี านท้ังสิ้น ท้งั ฉากหลัง หม่บู ้าน ดอนไม้ป่าผู้เติบโตมาพร้อมกับความเช่ือและศรัทธาต่อเจ้าแม่
ความเชื่อ ภาษาถิน่ ไดอ้ ย่างดแี ละมีเอกลักษณ์ ซ่ึงคนอสี านน่า นาคี ช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ และคอยดูแลเทวาลัย
จะชอบอกชอบใจ และเข้าถึงความเป็นอีสานและคนอีสานได้ อันเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้าน สร้อยจึงมีความผูกพันกับเจ้าแม่
เป็นอย่างดี เพราะนาคีใช้ภาษาอีสานส�ำเนียงอุบลราชธานีใน นาคีมาต้ังแต่เด็กๆ แต่หลังจากท่ี “ร.ต.อ.ป้องปราบ” (ณเดช
การด�ำเนินเร่อื ง นักแสดงอย่างแตว้ ณฐพร ทมุ่ เทถงึ ขนาดฝกึ คูกิมิยะ) ถูกย้ายมาประจ�ำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ก็เกิดคดีลึกลับ
เวา้ ภาษาอสี านตอ่ เนอ่ื ง ทงั้ ในกองถา่ ยท�ำและนอกเวลาทำ� งาน สะเทือนขวัญแก่หมู่บ้านมากมาย โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้น
และแม้ส�ำเนียงจะแปร่งหรือเพ้ียนไปบ้าง แต่แค่นี้ก็ได้ใจคน อย่างไม่น่าเชื่อ และเป็นคดีที่มีเง่ือนง�ำและคลี่คลายไม่ได้
อสี านไปเตม็ ๆ จนชาวบา้ นเชอื่ วา่ สง่ิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ นน้ั เปน็ ฝมี อื ของเจา้ แมน่ าคี หลาย
เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ยง่ิ พาใหช้ าวบา้ นตา่ งแนใ่ จวา่ สรอ้ ยเปน็ รา่ ง
ประทบั ของเจา้ แมน่ าคี แมแ้ ตต่ วั สารวตั รปอ้ งปราบเองซงึ่ ไมเ่ คย
เช่ือในเรื่องราวล้ีลับเหนือธรรมชาติ ยังลังเลต่อค�ำกล่าวหาที่
สร้อยได้รับ จนเกิดเป็นเรื่องราวเหตุการณ์มากมายที่น่าสนใจ
และติดตามค้นหาในภาพยนตร์เรื่องน้ีเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็น
แฟนละครด้วยแล้วไมค่ วรพลาด!

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๑ 111

วิเคราะห์การทำ� ตลาดของภาพยนตร์

การทำ� ตลาดคนดขู องหนงั เรอื่ งนาคี ๒ แทบจะเรยี กไดว้ า่
สมบูรณ์เลยทีเดียว เริ่มจากตัวละครหลักของหนังเร่ืองนี้ได้
นกั แสดงชั้นน�ำของช่อง ๓ อย่าง ณเดชน์ คกู ิมยิ ะ และอรุ ัสยา
เสปอร์บันด์ มารับบท ซ่ึงนักแสดง ๒ คนน้ีเป็นนักแสดงที่มี
ฐานแฟนคลับมหาศาล จัดเป็นแม่เหล็กคนดูอย่างดี และยัง
เลือกสองพระนางจากนาคีภาคแรก ที่มีเรตต้ิงสูงสุดในช่วง
ออนแอร์อย่าง “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ และ “เคน” ภูภูมิ
พงศภ์ าณุภาค มาเสริมทัพ แมจ้ ะมีบทบาทในภาค ๒ น้อยมาก
แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันให้คนพูดถึง ต่อมาคือเนื้อหาของตัว
ภาพยนตร์ ซงึ่ ดงึ เอาความเชอื่ และวฒั นธรรมของชาวไทย ทไ่ี ม่
วา่ จะเดก็ หรอื ผใู้ หญก่ ต็ อ้ งเคยไดย้ นิ เรอื่ งของ “ตำ� นานพญานาค”
นอกจากคนไทยแล้ว คนลาวเองก็มีความเชื่อท่ีใกล้เคียงกัน
อีกด้วย ตัวหนังยังใส่วัฒนธรรมและความเป็นอีสานลงไป
ซ่ึงจัดเป็นกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่เพราะมีประชากรจ�ำนวน
มากและยังเชอ่ื มถงึ คนในประเทศลาวอีกด้วย
อีกกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมน่ันคือการสร้างฐานผู้ชมจากแฟน
ละคร แม้ว่าตัวเรื่องจะเปล่ียนจากจอโทรทัศน์ โดดมาสู่
จอภาพยนตร์ เป็นการดงึ ใหค้ นดูละครมาดูภาพยนตร์ ซึง่ แฟน
คลับต่างก็มาด้วยความตั้งใจเพราะติดตามละครนาคีภาค ๑
จึงพลาดไม่ได้กับเหตุการณ์ต่อเน่ืองท่ีอาจจะคลี่คลายปม
ทผี่ กู ไวใ้ นฉบบั ละคร หรอื เรอ่ื งราวความเปน็ ไปหลงั จากตอนจบ
เท่านั้นยังไม่พอ การประชาสัมพันธ์มีการจัดกิจกรรมภาคพื้น
ควบค่ไู ปในเวลาเดียวกนั โดยพาสองนักแสดงน�ำ แตว้ ณฐพร
และ ญาญา่ อุรสั ยา ไปรำ� บวงสรวงท่วี ัดปา่ คำ� ชะโนด จงั หวดั
อุดรธานี อีกท้ังทางจังหวัดหนองคายได้เชิญญาญ่าไปร�ำ
บวงสรวงบูชาพญานาคริมฝั่งโขงในเทศกาลออกพรรษาบ้ังไฟ
พญานาค ณ ลานนาคาเบกิ ฟา้ อำ� เภอโพนพสิ ยั กอ่ นวนั เขา้ โรง
เพียงหน่ึงสัปดาห์ และทีมการตลาดได้ร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนี
เพล็กซ์ กรปุ๊ จดั กจิ กรรมการจองต๋ัวล่วงหนา้ รบั ทนั ที “เหรยี ญ
ปกปัก รักษา” ท่ีปลุกเสกโดยพระครูวิศิษฐ์พิทยาคม จ�ำนวน
๑ ชดุ อกี ด้วย ถอื เปน็ การท�ำการตลาดร่วมกันท่เี ฉียบขาดสดุ ๆ
ของท้ังค่ายผู้ผลิตและโรงภาพยนตร์ อีกทั้งยังมีการโปรโมตที่
เขม้ ขน้ ทง้ั ในโซเชยี ลและรายการโทรทศั นต์ า่ งๆ โดยหนงั เรอ่ื งนี้
ประสบความส�ำเร็จอย่างมหาศาล ส่วนหนึ่งมาจากการวาง
กลยทุ ธท์ ด่ี แี ละการเลอื กเวลาฉายซง่ึ เปน็ ชว่ งออกพรรษานนั่ เอง

112

ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น�้ำโขงทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว
ตา่ งมคี วามศรทั ธาพญานาคเปน็ อยา่ งมาก และเชอ่ื วา่ แมน่ ำ�้ โขง
เกดิ จากการเคลอ่ื นตัวของพญานาค โดยมีต�ำนานวา่ ในวนั ออก
พรรษาหรือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ช้ันดาวดึงส์
พญานาคแหง่ แมน่ ำ�้ โขงตา่ งชนื่ ชมยนิ ดี จงึ เฮด็ (จดุ ) บง้ั ไฟถวาย
การเสด็จกลับของพระพุทธเจ้าจนกลายเป็นประเพณีทุกปี
ปรากฏการณ์ “บัง้ ไฟพญานาค” นับว่าเป็นเร่ืองเหลือเช่ือ และ
เป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้�ำโขงอย่างแท้จริง เพราะ “บั้งไฟ
พญานาค” หรือลูกไฟสีชมพูประหลาดนี้ จะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ในช่วงวันออกพรรษาเท่านั้น และจะเห็นได้ชัดในเขตอ�ำเภอ
โพนพิสัย จังหวดั หนองคาย ตรงขา้ มทางฝง่ั ลาวคือเวยี งจนั ทน์
นั่นเอง ซ่ึงเป็นช่วงเวลาที่ชาวอีสานได้หยุดพักจากการท�ำงาน
และกลับมาบ้านเพือ่ สืบทอดประเพณอี อกพรรษา การทำ� ตลาด
ในช่วงนจ้ี ึงถือวา่ ถกู เวลาจรงิ ๆ
การใช้วัฒนธรรมอีสานเล่าเร่ืองล้ีลับอันเกี่ยวข้อง
กับพญานาค ท่ีชาวลุ่มแม่น้�ำโขงศรัทธากันมากว่าพันปี
สร้างความสนใจให้ตลาดหนังต่างประเทศได้เป็นอย่างมาก
ละครเรื่องนาคีได้รับรางวัล Special Award for Foreign
Drama (ละครต่างประเทศยอดเยย่ี ม) จากงาน International
Drama Festival in Tokyo 2017 ทป่ี ระเทศญีป่ นุ่ ท�ำให้ในงาน
TELEFILM 2018 ที่เวียดนาม หรือแม้แต่ Mipcom 2018
เมืองคานส์ ประเทศฝรง่ั เศส เปน็ ตลาดคา้ หนงั ทีใ่ หญ่ทีส่ ุดโลก
ทุกช่องทุกสถานีจากทั่วโลกจะมารวมกัน หลายประเทศจาก
ทว่ั โลกไดซ้ อ้ื ลขิ สทิ ธเ์ิ รอื่ งนาคที งั้ หนงั และละครไปฉายนำ� รายได้
เข้าประเทศหลายร้อยล้าน ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีของ
อุตสาหกรรมบันเทิง ท่ีได้น�ำความเป็นไทยออกสู่สายตา
ชาวโลก และแน่นอนว่า..เค้าลางในการสร้างนาคีภาคต่อไปได้
เกดิ ขึน้ แลว้

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๑ 113

วฒั นธรรมวิพากษ์

เรอื่ ง : ฌาววิ ิธ ฉนั ทรางกูร
ภาพ : กองบรรณาธกิ าร
114

ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ละครเวทแี ละภาพยนตร)์
ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ อาจารยด์ า้ นการแสดงระดบั แนวหนา้ ของเมอื ง
ไทยและเจา้ ของโรงเรยี นภทั ราวดมี ธั ยมศึกษา หวั หนิ

การแสดงพื้นบ้านเป็นม่านสะท้อนวิถีชีวิตและความเชื่อ “การอบรมจะเน้นรู้จักขนบเดิม เพ่ิมเติมความคิด
ของคนในท้องถิ่น เป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างอัตลักษณ์ทาง สร้างสรรค์เพื่อให้มีความร่วมสมัย การจัดวางท่ีเหมาะสม
วัฒนธรรมของกลุ่มคนและชุมชนได้เป็นอย่างดี หากแต่ใน เราสรา้ งความเชือ่ มั่นใหช้ าวลิเก ถา้ สรา้ งผลงานที่ดี ร้องเพราะ
สถานการณ์ปัจจุบัน การแสดงพ้ืนบ้านหลายอย่างก�ำลังเลือน ไมเ่ พี้ยน ทกุ คำ� ต้องคม รำ� สวย”
หายไป ดว้ ยกระแสโลกาภวิ ฒั นท์ ถี่ าโถมเขา้ มาอยา่ งรวดเรว็ จน เปน็ คำ� กลา่ วของครเู ลก็ ภทั ราวดี มชี ธู น ครทู ม่ี ไี ฟ มคี วาม
น่าเปน็ หว่ งวา่ สถานภาพของการแสดงพน้ื บ้านของไทยจะเปน็ คิดสร้างสรรค์ มีพลังในการท�ำงานท่ีไม่เคยหยุดน่ิง คิดนอก
อย่างไรในอนาคตข้างหนา้ หากไม่ปรบั ตวั ใหเ้ ข้ากับยคุ สมยั จะ กรอบและทำ� อะไรลำ้� หนา้ อยเู่ สมอ มวี ธิ กี ารถา่ ยทอดวชิ าแกศ่ ษิ ย์
มโี อกาสสญู สิ้นไปหรอื ไม่ ซึ่งจรงิ ๆ แลว้ การแสดงพน้ื บา้ นนน้ั ท่ีสนุกสนาน ย่ิงเม่ือได้มาดูการแสดงของนักเรียนจากโรงเรียน
มมี ลู คา่ ทางเศรษฐกจิ ทใี่ ชต้ อ้ นรบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว ใชแ้ สดงในงาน ภัทราวดีมัธยมศึกษา หัวหิน ในเทศกาลศิลปะและการแสดง
เทศกาลและประเพณี หรือสามารถใช้เป็นกิจกรรมบันเทิงและ เจด็ เสมยี น ทต่ี ลาดเจด็ เสมยี น จงั หวดั ราชบรุ นี ี้ ทำ� ใหเ้ ราไดเ้ ปดิ
สนั ทนาการทส่ี รา้ งรายไดใ้ หช้ าวบา้ น ลองมาฟงั นานาทศั นะจาก โลกทัศน์ เปิดมุมมองใหม่ ได้เห็นการแสดงท่ีหลุดจากกรอบ
ศลิ ปนิ ครผู สู้ อน ผถู้ า่ ยทอด และผมู้ บี ทบาทในการสง่ เสรมิ การ ท้งั ทีแ่ สดงกันบนลานพน้ื ปนู ธรรมดาท่ไี ม่มีแมแ้ ต่ฉาก แต่เด็กๆ
แสดงพนื้ บ้านวา่ แต่ละท่านมแี นวคดิ เชน่ ไร สามารถถา่ ยทอดสอื่ สารออกมาไดอ้ ยา่ งสนกุ สนานเรา้ ใจ จนไม่
สามารถละสายตาได้เลยทีเดียว ค�ำถามเดียวที่เราอยากรู้จาก
ครูเล็ก ซ่ึงเคยเป็นท่ีปรึกษาโครงการพัฒนาทักษะและเทคนิค
การแสดงพนื้ บา้ นใหก้ บั กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม วา่ การแสดงพนื้
บ้านวนั น้ีควรมกี ารปรับตัวอย่างไร

ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๑ 115

นกั แสดงลเิ กจากหลายคณะเขา้ เรยี นเทคนคิ การแสดง
ใหม้ คี วามรว่ มสมยั ทโ่ี รงละครวกิ หวั หนิ

ครวู า่ หลกั ๆ แลว้ กต็ อ้ งเรมิ่ จากการพฒั นาศกั ยภาพศลิ ปนิ อยา่ งลเิ กเปน็ ศลิ ปะการแสดงพน้ื บา้ นทเี่ กา่ แก่ กรมสง่ เสรมิ
พน้ื บ้านก่อน ให้มคี ณุ ภาพท้ังดา้ นทกั ษะ มีความคดิ สรา้ งสรรค์ วัฒนธรรมได้มอบโอกาสให้ครูไปช่วยอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะ
และสตปิ ญั ญา ดว้ ยความรู้ ความเข้าใจ ในรากวัฒนธรรมไทย พ้ืนบ้านของไทย สอนทกั ษะดา้ นศิลปศาสตร์เรม่ิ จากการแสดง
จากน้ันเขาจะสามารถวิเคราะห์และพัฒนาการแสดงพ้ืนบ้าน พนื้ บา้ น ลเิ ก ตอ่ ดว้ ยโนรา ซงึ่ ไมไ่ ดส้ อนเฉพาะทกั ษะหรอื เทคนคิ
ของตนเองใหเ้ หมาะสมในแตล่ ะยคุ สมยั ไดเ้ องอยา่ งลงตวั แต่สอนวิธีคิด เพื่อเป็นต้นแบบท่ีดีให้กับศิลปินพื้นบ้านและ
ศลิ ปะมนั คอื ความดี ความงาม มนั อยู่รอบตัวเรา ศลิ ปะ เยาวชน รวมถึงความรับผิดชอบของศิลปินในการสร้าง
พ้ืนบ้าน มันคือความดีความงามของคนในท้องถ่ิน ไม่ต้องไป ประชาชนทีด่ ีงาม ไมใ่ ช่แคท่ ำ� มาหากนิ ไปวันๆ เราจดั กิจกรรม
บอกเขาหรอกว่าต้องปรับตัวอย่างไร แต่ควรส่งเสริมให้เขา ให้ได้เรียนรู้หลากหลายศาสตร์ เพ่ือไปพัฒนาทักษะตัวเอง
ได้เรียนรู้ ฝึกฝนจนมีทักษะ มีความช�ำนาญ พอมันมีมากเข้า ท้ังการแสดง การสร้างบท การจัดดนตรีประกอบการแสดง
เราก็เอาความคิดสร้างสรรค์ใส่เข้าไป เอาเทคนิคเข้าไปใส่ การจัดฉาก แสง เสียง นอกจากเรียนรู้ท่ีโรงละครวิกหัวหิน
เขาจะรู้ได้เองว่าควรท�ำอย่างไร พลิกแพลงให้มันน่าสนใจ จะพาออกไปเรียนการจัดแสง-เสียงเวทีภายนอกในพื้นท่ีต่างๆ
กวา่ เดมิ และเอาไปตอ่ ยอดทำ� อะไรไดบ้ า้ ง มันตอ้ งรู้และเขา้ ใจ ใหเ้ ขารจู้ กั พลกิ แพลงสรา้ งสรรคก์ ารแสดงใหเ้ หมาะสมกบั พน้ื ที่
มากพอแล้วมันจะผสมผสานได้เอง ท่ีส�ำคัญหน่วยงานหรือ ไม่วา่ งานเล็กหรือใหญ่ เพื่อใหล้ เิ กมศี ักดิศ์ รี อยูก่ บั พ้ืนที่สวยๆ
องค์กรที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาช่วยกัน บางที่ถ้าเขาเข้มแข็ง ดูเท่ ดูโก้ ไม่ใช่อยู่กบั ทร่ี กๆ แลว้ ต่างคนต่างเลน่ คนทั่วไปอาจ
เขากอ็ ยกู่ นั ไดเ้ อง แต่บางท่ีที่เขายงั อ่อนแออยู่ ลูกหลานไมช่ ว่ ย มองว่าลิเกไม่ทันสมัย แต่หากลิเกพัฒนาสร้างบทละครให้ทัน
กันสืบทอด ก็ต้องเข้าไปมีบทบาทให้ได้รับการสืบทอดไปยัง สมยั แล้ว กจ็ ะกา้ วไปข้างหนา้ ไดต้ ลอด เราอยากให้ผ้ชู มเข้ามา
คนรุ่นต่อไปก่อน อย่าให้ศิลปะเหล่านั้นมันตายไปพร้อมกับ ชมความสวยงามของนาฏศิลป์ การรอ้ ง การร�ำ ไม่ใช่มาดแู ค่
ศลิ ปนิ เราตอ้ งพฒั นาศลิ ปะพนื้ บา้ นใหอ้ ยใู่ นสงั คมอยา่ งมเี กยี รติ ชดุ สวยหรอื นกั แสดงหนา้ ตาดเี ทา่ นน้ั เพราะถา้ แคน่ นั้ กจ็ ะทำ� ให้
บนความเข้าใจรากฐานของศลิ ปวัฒนธรรมประจ�ำชาติ การแสดงพน้ื บา้ นหายไป แตถ่ า้ ทำ� ใหเ้ ขาเขา้ ถงึ ความงดงามของ
นาฏศิลป์ หรือศิลปะการแสดงพนื้ บา้ นได้ มันก็จะยง่ั ยนื ตอ่ ไป

116

แม่ครบู ัวเรียว รัตนมณภี รณ์

ศิลปินแห่งชาติประจ�ำปี ๒๕๕๙ ต้นต�ำรับนาฏศิลป์แห่ง
ล้านนา ผู้ดัดแปลงลีลาการฟ้อนสาวไหมเชิงต่อสู้แบบชายให้
ออ่ นช้อยงดงามเหมาะกบั สตรี ตามแบบนาฏศิลป์ไทย

ในฐานะศลิ ปนิ แหง่ ชาตแิ ละอาจารยภ์ มู ปิ ญั ญาไทย อกี ทงั้ ก็มนี ักศึกษามาเรียนวันเสารอ์ าทิตย์ ซงึ่ เขามวี ชิ าติดตัวก็ไปทำ�
ยงั เปน็ วทิ ยากรพเิ ศษใหก้ บั หลายมหาวทิ ยาลยั แมค่ รคู ดิ วา่ การ เป็นอาชีพได้ ยิ่งในช่วงปิดเทอมก็มาเรียนกันเป็นเรื่องเป็นราว
แสดงพน้ื บา้ นนาฏศลิ ปล์ า้ นนาจะมที ศิ ทางเปน็ ไปอยา่ งไรในยคุ แม่ครูก�ำลังคิดจะเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ ที่สวนรีสอร์ท
ปจั จุบัน ม่อนม่วนใจ๋ เพื่อสอนให้คนที่สนใจได้มีโอกาสเข้ามาเรียนกัน
แมค่ ดิ วา่ ไมว่ า่ กระแสโลกจะเปลย่ี นแปลงไปอยา่ งไรกต็ าม ซึง่ มนั มีทพี่ กั อย่ดู ้วย มันสะดวกส�ำหรับคนท่ีเดินทางมาไกลๆ
แต่นาฏศิลปล์ า้ นนาของเรากย็ งั อยู่ได้ ไมม่ ีวันหายไปหรอก เรา ส่วนทางเทศบาลเชียงรายเอง ก็เปิดมหาลัยของผู้สูงวัย
มีความรักในวัฒนรรมของเราอย่างเข้มแข็ง เรามีองค์กร (มหาวิทยาลัยวัยท่ีสาม นครเชียงราย) ซึ่งจัดสอนหลายสาขา
หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนท่ีคอยช่วยกัน ไม่ว่าเด็ก วิชา ทีเ่ หมาะสำ� หรับผสู้ ูงอายุ เชน่ การทอ่ งเท่ียว คอมพิวเตอร์
ร่นุ ใหม่จะใชเ้ วลาไปกบั มือถือ หรืออะไรกแ็ ล้วแต่ แตค่ วามเป็น ภาษาอังกฤษ พุทธศาสนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม มีการ
ไทยไม่มีทางลบเลือนไปอย่างแน่นอน เรื่องนี้ทางกรมส่งเสริม สอนฟ้อนเจิง ฟ้อนเล็บ ทางดนตรี ก็มีสอนสะล้อ ซึง ซึ่งมี
วฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรมกใ็ หง้ บประมาณมาทางเชยี งราย ผูส้ งู วยั จาก ๖๔ ชมุ ชนในเชียงรายมาเรียนฟรี และเรยี นจบไป
นท่ี กุ ปี จัดการอบรมปีละครง้ั แม่กไ็ ปอบรมให้ ปกติแมไ่ ปสอน ๒ รุ่น ไม่น้อยกว่า ๖๐๐ คน แม่ก็ไปสอนให้ ซ่ึงเขาสามารถ
พิเศษที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กับมหาวิทยาลัยราชภัฏ ไปถ่ายทอดให้ลูกหลาน เวลามีงานพิธีต่างๆ ไปฟ้อน ไปร�ำ
เชยี งราย และอยา่ งทน่ี เี่ อง ทบี่ า้ นแม่ก็เปิดสอน สอนช่างฟอ้ น ไปท�ำให้ลูกหลานดู เด็กรุ่นใหม่ก็จะซึมซับจากปู่ยาตายาย
สอนดนตรีพ้ืนเมือง อย่างเช่น กลองสะบัดชัย สะล้อซอซึง ไปโดยปรยิ าย

ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๑ 117

อานันท์ นาคคง

นกั มานษุ ยวทิ ยาดา้ นดนตรี ผกู้ อ่ ตง้ั วงดนตรที ง้ั แนวอนรุ กั ษ์
และแนวพฒั นายาวนานกวา่ สามทศวรรษ

สถานะภาพของการแสดงพืน้ บา้ นวันนเี้ ป็นอย่างไร ทางเทคโนโลยี และอีกส่วนหน่ึงก็มีความเกี่ยวพันกับการท่ีมี
สภาพกอ่ นหนา้ ของศลิ ปะการแสดงและดนตรพี นื้ บ้าน ก็ สถานศึกษาทางด้านการแสดงและดนตรี โดยเฉพาะมีจ�ำนวน
คอื การแสดงศลิ ปะพนื้ บา้ นซง่ึ มมี ากมายหลากหลายชนดิ กำ� ลงั เพ่มิ มากขน้ึ ดว้ ย
เรียวลีบเล็กลง เช่น การละเล่นเท่งตุ๊ก ของจันทบุรี มังคละ การขยายตัวของการศึกษาไทยมีส่วนท�ำให้การแสดง
ของพิษณุโลก งิ้วแต้จ๋ิว ของคนไทยเชื้อสายจีน ในขณะที่อีก พนื้ บา้ นฟ้นื ตัวหรอื ไม่
หลายประเภทกก็ ำ� ลังอยู่ในระหว่างการตอ่ สู้ทเี่ ขม้ ข้น มกี ารนำ� ใชค่ รบั เพราะมันเปน็ หลกั สูตรการศกึ ษา เปน็ ภาคบังคบั
เอาความทนั สมยั เขา้ มาเตมิ เตม็ เชน่ ลเิ ก ลำ� ตดั ของภาคกลาง แต่อย่างที่บอกในด้านกว้างดี แต่ในด้านลึกกลับไม่ใช่ สิ่งท่ีได้
โนราของภาคใต้ หนงั ประโมทัย ของภาคอสี าน หรอื เพลงซอ เปลย่ี นแปลงไปแลว้ นนั่ กค็ อื เรอื่ งของความลมุ่ ลกึ นนั่ คอื เรอื่ ง
พื้นเมืองของภาคเหนือ ของฝมี อื ในการแสดงทเี่ ปลย่ี นแปลงไป การแสดงหลายสงิ่ หลาย
แต่ส�ำหรับปัจจุบัน ด้วยการขยายตัวของสถานศึกษาที่มี อย่างท่ีกลับมา ยังมาแต่แม่ไม้ ลูกไม้ยังไม่มา ถ้าเป็นเพลง
หลักสูตรดนตรี และการแสดงท�ำให้เหตุการณ์เหล่าน้ันได้ผ่าน ท�ำนองเพลงก็มาแล้ว แต่ลูกเล่น กลเม็ดเด็ดพรายในการเล่น
พ้นไปแล้วระดับหนึ่ง ศิลปะการแสดงพ้ืนบ้านในวันน้ีได้รับ ทง้ั หลายไดห้ ายตามตวั ศลิ ปนิ รนุ่ ใหญไ่ ป และยงั ไมท่ นั มรี นุ่ กลาง
การกลา่ วถงึ และฟน้ื ฟู และมโี อกาสจะกลบั คนื สสู่ งั คมไดอ้ กี ครง้ั ขึ้นมาสืบทอดแต่ส่ิงเหล่าน้ีไม่ใช่ความสิ้นหวัง ยังเป็นส่ิง
หากแต่ส่ิงท่ีเปลี่ยนแปลงไปก็คือ ในขณะที่ด้านกว้างดี น่ันคือ ที่สามารถจะสรรหาอะไรมาทดแทนได้ ต้องใช้เวลา ซึ่งจะน�ำ
มีผู้รู้จักมากข้ึน มีผู้น�ำเอาส่ิงเก่าๆ เร่ืองราวเดิมๆ มาปัดฝุ่น กลบั คนื มาไดใ้ นอนาคต
มากขน้ึ อกี ทง้ั การเผยแพรก่ ท็ ำ� ไดง้ า่ ยขน้ึ อยา่ งรวดเรว็ และกวา้ ง ถา้ เปน็ อยา่ งนน้ั การเปดิ กวา้ งดา้ นการสอ่ื สารสงั คม ทำ� ให้
ไกลมากยงิ่ ขนึ้ การนำ� การแสดงสผู่ ชู้ มทไ่ี มจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งมตี วั กลาง ความสามารถของผูแ้ สดงดอ้ ยลงหรอื ไม่
ด้วยส่ือสังคมออนไลน์ ท�ำให้ผู้แสดงสามารถส่ือตรงสู่ผู้ชมได้ ถ้ามองอย่างนั้นก็มีส่วนใช่ และไม่น่าจะใช่ แน่ละ
โดยอิสระ และโดยทันที ซึ่งเร่ืองนี้ส่วนหน่ึงข้ึนกับความเจริญ การเปิดกว้างของส่ือสารสังคม ท�ำให้มีจ�ำนวนผู้เล่นมากข้ึน
ดังนั้น ผู้เล่นจึงมีความจ�ำเป็นจะต้องพัฒนาผลงาน เพ่ือสร้าง
ความโดดเด่นและอยู่รอด ดังน้ันจึงเป็นความจ�ำเป็นที่จะต้อง
พัฒนาความสามารถทางการแสดงใหด้ ีย่ิงๆ ขน้ึ ต่อไป

118

สื่อพื้นบ้านในด้านศิลปะการแสดง ในอดีตเคยท�ำหน้าท่ี ถามว่าส่ือพื้นบ้านจะอยู่ได้ไหมในโลกท่ีเปล่ียนแปลง
ทั้งเป็นส่วนหน่ึงของการด�ำเนินพิธีกรรม การตอกย้�ำความเชื่อ ตอบว่ามีโอกาสท้ังอยู่ได้และอยู่ไม่ได้ แต่ถ้าจะอยู่ได้ก็ต้อง
การสร้างความบันเทิงเริงรมย์ และเป็นกระบวนการให้ความรู้ ยอมรับเงื่อนไขของการอยู่รอดในความเปลี่ยนแปลง เงื่อนไข
ความคิดแก่สังคมด้วยกลวิธีท่ีแยบยลกว่าการส่ังสอนธรรมดา ของวธิ กี ารสบื ทอดความรู้ เงอ่ื นไขของเวทใี นโลกเทคโนโลยใี หม่
ด้วยวาจาหรือลายลักษณ์ ถูกผลติ โดยศิลปนิ ไรน้ าม ไรช้ อ่ื เสยี ง และเงื่อนไขของศรัทธาความเชื่อที่ถูกบิดเบือนออกไปจากเดิม
นกั แสดงทบี่ างทไี มอ่ าจเรยี กวา่ มอื อาชพี แตเ่ ปน็ คนรกั สมคั รเลน่ ไปสู่การใช้งานในพ้ืนที่และเวลาใหม่ ค�ำว่าอนุรักษ์อาจจะยัง
ทดลองคิดสร้างสรรค์จากสิ่งแวดล้อมที่มีท่ีเติบโตมา สืบทอด จ�ำเป็นอยู่ เพ่ือพยุงความส�ำคัญของสื่อในเชิงประวัติศาสตร์
ดว้ ยความจ�ำ จากปากต่อปาก จากรนุ่ สู่ร่นุ จากชมุ ชุนส่ชู มุ ชน ทมี่ าทไี่ ป และการใหค้ วามสำ� คญั ของอดตี ผเู้ ปน็ เจา้ ของกรรมวธิ ี
จากพื้นที่หน่ึงเล่ือนไหลไปสู่พื้นท่ีอ่ืนๆ อาจจะคงอยู่หรือถูก การสรา้ งสรรค์ แตว่ า่ กต็ อ้ งหาทางพฒั นาประยกุ ตใ์ หเ้ หมาะสม
เปลี่ยนแปลงดว้ ยความผันผวนของสังคม เศรษฐกิจ การเมอื ง ไปด้วย ซึ่งค�ำว่าเหมาะสม ไม่มีค�ำจ�ำกัดความแน่นอนว่า
ความเช่อื หรืออะไรก็ตามที่สง่ ผลกระทบตอ่ ส่ือพ้นื บ้านนั้นๆ เท่าไร อย่างไร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความรู้ความเข้าใจ
สังคมท่ีเปลี่ยนแปลงไป ส่ือพ้ืนบ้านก็ผันเปลี่ยนไป ของการพัฒนา การประยุกตน์ ั้น
ตามเวลาและพื้นท่ีด้วย ในโลกของการศึกษาสืบทอดความรู้ที่ ส่ิงที่น่าเป็นห่วง คือการเสพสื่อพื้นบ้าน ในสังคมท่ี
สถาบนั การศกึ ษา โรงเรยี น วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั หรอื องคก์ ร เปลย่ี นแปลง เราขาดการใหค้ วามรทู้ เี่ ปน็ จรงิ ความรทู้ เ่ี ตอื นให้
หน่วยงานราชการมาท�ำหน้าท่ีแทนครอบครัว แทนชุมชน เห็นความส�ำคัญ ความลึกซึ้งของส่ือ ความดีงามที่ซ่อนอยู่
ในโลกของสื่อเทคโนโลยีที่ท�ำหน้าท่ีแทนเวทีงานวัด แทน ในความเรยี บงา่ ยของส่อื และเรามุง่ การขาย การใชป้ ระโยชน์
ลานนวดขา้ ว แทนทอ้ งท่งุ แทนท้องน้�ำ ในโลกของการโฆษณา ในเชิงธุรกิจผลประโยชน์มากกว่าการท�ำงานด้วยศรัทธา
ชวนเช่ือที่ท�ำหน้าท่ีแทนศรัทธาความเช่ือประจ�ำฤดูกาลหรือ ส่งิ เหล่านีไ้ ม่รูว้ ่าจะคลี่คลายอย่างไร คงเปน็ ความหวงั ทจ่ี ะเหน็
ศรทั ธาความเชอื่ ประจำ� ปี สอื่ พนื้ บา้ นถกู ดดั แปลงไปตามบรบิ ท คนท่ีเสพสื่อพื้นบ้านและใช้งานส่ือพื้นบ้านอย่างเห็นคุณค่า
ของเวลาและพื้นที่ โดยเฉพาะคนที่มีส่วนในการจัดสรร จรงิ ๆ เกิดขนึ้ บา้ ง
ความเปล่ียนแปลง และคนท่ีเสพส่ือพน้ื บ้านนั้นๆ ดังนั้น ความคิด วิสัยทัศน์ ของตัวศิลปินน้ันต่างหาก
ท่ีจะเป็นปัจจัยช้ีขาดท่ีส�ำคัญ ไม่ใช่ความสนับสนุนของค่าย
การแสดง และไมใ่ ชเ่ งนิ คา่ จา้ งแสดงมลู คา่ มหาศาลอกี ตอ่ ไป

ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๑ 119

เปิดอา่ น

เร่อื ง : กองบรรณาธกิ าร

Thailand Only สะกดรอยสนิ ไซ บนั ทึกการเดนิ ทางของ
เร่อื งแบบนี้ มีแตไ่ ทยๆ อ็องรี มโู อต์
ผู้เขยี น : นทั ธ์หทัย วนาเฉลมิ
ผู้แต่ง : เวทิน ชาติกุล ส�ำนักพิมพ์ : อมรินทร์พรนิ้ ตง้ิ ผ้เู ขียน : อ็องรี มโู อต์
ภาคนิ ลขิ ิตธนกลุ แอนด์พับลชิ ชิง่ ผ้แู ปล / เรียบเรียง :
สำ� นักพมิ พ์ : อมรนิ ทรพ์ รน้ิ ตงิ้ สะกดรอยสินไซเป็นหนังสือ กรรณกิ า จรรย์แสง
แอนด์พับลชิ ชิง่ สารคดีที่ได้รับรางวัลยอดเย่ียม สำ� นกั พิมพ์ : มตชิ น
เปน็ หนงั สอื เลม่ เดยี วทรี่ วมความ นายอนิ ทรอ์ ะวอรด์ ประจำ� ปี ๒๕๕๘ สยามสมยั รัชกาลท่ี ๔ ในบนั ทึก
เป็นไทยไว้ครบภายใน ๒๔๐ หน้า ผู้เขียนได้ศึกษาเร่ืองราวและความ ของมูโอต์น้ัน เรียกได้ว่าเป็น
ประกอบไปด้วยผูค้ น ปรากฏการณ์ เป็นมาของ สนิ ไซ หรือ สังขศ์ ลิ ป์ชยั “พระเอก” ของเล่ม เขาน�ำเสนอ
ต�ำนาน ศิลปะวัฒนธรรม ข้าวของ นอกจากเป็นเรื่องท่ีคนไทยรู้จักเป็น ข้อมูลภาพที่เป็นจริงของบ้านเมือง
อาหารการกิน และอีกสารพัดเร่ือง อยา่ งดแี ลว้ หลายกลมุ่ ชนในดนิ แดน สยามในหลายๆ ภมู ภิ าค ตลอดจน
ไทยๆ ตั้งแตส่ มยั รวมเลอื ดเน้ือชาติ อุษาคเนย์ที่นับถือพุทธศาสนายังมี ความคดิ เหน็ วถิ ชี วี ติ และความสมั พนั ธ์
เชื้อไทยจนถึงปัจจุบัน น�ำเสนอ วรรณกรรมเร่ืองนี้เป็นมรดกตกทอด ระหว่างประชาชนกับรัฐในสมัยน้ัน
ในรูปแบบอินโฟกราฟิก พิมพ์สี กันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า เช่น กลุ่มคน รวมทั้งเล่าถึงการมีอยู่ของดินแดน
สวยงาม ท�ำให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย มอญ คนไต คนลาว และคนเขมร กมั พชู า “ปราสาทนครวัด” ปิดท้าย
มีข้อมูลครบถ้วนถูกต้อง จากแหล่ง คนมอญเรยี กสงั ขศ์ ลิ ปช์ ยั วา่ สงั คทา ดว้ ยเมอื งลาว ดนิ แดนสขุ สงบงดงาม
วิชาการที่เช่ือถือได้ นักเรียน คนลา้ นนาเรยี ก สงั ขส์ งิ หธ์ นชู ยั สว่ น สุดปลายเส้นทางป่าดงพญาไฟและ
นักศึกษาใช้ประกอบในการท�ำ ชาวบ้านเขมรเรียก สังข์ศรชัย แต่ เมืองหลวงพระบาง จดุ หมายในการ
รายงานไดไ้ มต่ อ้ งกลวั พลาด ส่วนใหญ่แล้วจะเรียกคล้ายกันคือ เดินทางที่เต็มไปด้วยความล�ำบาก
สังข์ศลิ ป์ชยั แตเ่ ขากไ็ ปถึงได้ในทสี่ ุด แม้ต้องจบ
120 ชวี ติ ลงในวยั ๓๕ ปี ก็ตาม

พุทธศักราชอสั ดง นานาชาตใิ นแผ่นดนิ อยธุ ยา เกรด็ ประวตั ศิ าสตร์
กับทรงจ�ำของทรงจำ� ประวตั ิศาสตรค์ วามสมั พนั ธ์ บนแผน่ ดนิ อยธุ ยา
ของแมวกหุ ลาบด�ำ สยามกบั ตะวันตก
ผูเ้ ขยี น : สาละ บุญคง
ผูเ้ ขียน : วรี พร นติ ปิ ระภา ผ้เู ขียน : ภาสกร วงศต์ าวัน ส�ำนกั พิมพ์ : บคุ๊ สโตน
ส�ำนักพิมพ์ : มตชิ น ส�ำนักพิมพ์ : ศรีปัญญา

ประวัติศาสตร์และการเปล่ียน แผ่นดินไทยตั้งอยู่ก่ึงกลาง หนังสือเล่มน้ีได้รวบรวมประวัติ
แปลงทางการเมือง ชักพาให้ชีวิต ระหวา่ งสองอารยธรรมใหญ่ นั่นคือ ความเป็นมาของกรุงศรีอยุธยา
ความรัก ตอ้ งระหกระเหินเกินบรรยาย อารยธรรมจนี และอารยธรรมอนิ เดยี มหานครอันรุ่งเรือง มีความเจริญ
ค ร อ บ ค รั ว จี น อ พ ย พ ที่ พ ย า ย า ม จึงเป็นทางผ่านของการสังสรรค์ ถึงขีดสุด ท้ังทางด้านการเมือง
ตามหา “บา้ น” ทงั้ ในความหมายของ อารยธรรมท่ีน่าสนใจ แม้ในเวลา การปกครอง ศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรม
สถานที่และบ้านภายในจิตใจ ซ่ึง ต่อมาที่โลกก้าวหน้าและพัฒนาขึ้น การค้า ความสัมพันธ์ระหว่าง
ตัวละครต่างรู้สึกในทางเดียวกันว่า ท่ีตั้งของไทยก็ดูเหมือนจะเป็นจุด ประเทศ รวมถึงบุคคลท่ีมีบทบาท
ไมอ่ าจหยดั ยนื อยา่ งเตม็ ตวั ในพนื้ ทใี่ ดๆ สนใจของนานาชาตอิ ยไู่ มน่ อ้ ย ทำ� ให้ ส�ำคัญในสมัยสมเด็จพระนารายณ์
ได้ จะเดนิ ตอ่ กแ็ ปลกแยก จะหวนกลบั มีชาวต่าวชาติเข้ามาสังสรรค์และ ซง่ึ เปน็ ยคุ ทองแหง่ ราชอาณาจกั ร โดย
กไ็ มอ่ าจยอ้ นคนื โศกนาฏกรรมของผคู้ น เคล่ือนไหวอาศัยอยู่ในดินแดนน้ี สรปุ เหตกุ ารณส์ ำ� คญั ในรชั กาลตา่ งๆ
บนประเทศ ซ่ึงถูกหยิบเหตุการณ์ อยู่เสมอ น่ีคือหนังสือเล่มหน่ึง เกร็ดประวัติศาสตร์ บนแผ่นดิน
ส�ำคัญต่างๆ ในประเทศเข้าไปอยู่ใน ที่ บ อ ก ก ล ่ า ว ใ ห ้ เ ห็ น ถึ ง ค น จ า ก อยธุ ยากอ่ นถงึ กาลตอ้ งลม่ สลาย โดย
ความทรงจำ� ของแมวตวั หนง่ึ ทเ่ี ลา่ สกู่ นั ชาติต่างๆ ท่ีเข้ามาในอยุธยาอย่าง น�ำมาร้อยเรียงให้เราต้องตระหนัก
ฟงั โดยทมี่ นั เองกไ็ มร่ ตู้ น้ สายปลายเหตุ สมบูรณ์และครบทกุ ชาตทิ ีส่ �ำคญั ยอ้ นถึงคณุ ค่าในอดตี อกี ครง้ั
เป็นนวนยิ ายของนักเขยี นซีไรต์
ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๑ 121

วัฒนธรรมปริทรรศน์

เรือ่ ง : ศาตนนั ท์ จันทรวบิ ูลย์
ภาพ : ก่ิงทอง มหาพรไพศาล

ยเู นสโก ประกาศรบั รองโขนไทย
เปน็ มรดกวฒั นธรรมทจี่ บั ตอ้ งไม่ไดข้ องมนษุ ยชาติ

ถอื เป็นชว่ งเวลาแหง่ ความภาคภมู ใิ จของคนไทย หลังจาก ดังกลา่ ว มีผลใหป้ ระเทศไทยไดร้ ับประโยชนใ์ นหลายด้าน เช่น
ได้ทราบข่าว ผลการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลของ สามารถนำ� เสนอ “รายการตวั แทนของมรดกวฒั นธรรมทจี่ บั ตอ้ ง
ยเู นสโก ครงั้ ท่ี ๑๓ ระหว่างวนั ท่ี ๒๖ พฤศจกิ ายน - ๑ ธันวาคม ไมไ่ ดข้ องมนษุ ยชาต”ิ ทเ่ี ปน็ ของไทยตอ่ ยเู นสโก เปน็ การแสดงตวั ตน
๒๕๖๑ ณ สาธารณรัฐมอริเชียส ซึ่งมีผู้แทนจากประเทศภาคี ของไทยในเวทนี านาชาติ และยงั สามารถขอความชว่ ยเหลอื หรอื
อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ เชน่ การฝกึ อบรม การแลกเปลยี่ น
ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง ขอ้ มลู หรอื การทำ� กจิ กรรมรว่ มกนั กบั ประเทศสมาชกิ รวมถงึ การ
สหประชาชาติ (ยเู นสโก) เขา้ รว่ มประชมุ ๑๘๑ ประเทศ โดยที่ ของบประมาณ หรอื เทคนคิ ในการสง่ เสรมิ รกั ษามรดกภมู ปิ ญั ญาฯ
ประชมุ ไดพ้ จิ ารณาและประกาศ ขน้ึ บญั ชี “Khon, masked dance ของไทย ท้ังยังสร้างความภาคภูมิใจแก่คนในชาติ และท�ำให้
drama in Thailand” (การแสดงโขนในประเทศไทย) ให้เป็น
รายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
อยา่ งเปน็ ทางการ เมื่อวนั ที่ ๒๙ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๑
การประกาศรับรองของยูเนสโก ในครั้งน้ี จึงเป็นเร่ือง
ที่น่ายินดีและสร้างช่ือเสียง เกียรติภูมิให้ประเทศไทยได้รับการ
ยอมรบั ในเวทนี านาชาติ ดว้ ย “โขน” ถอื เปน็ รายการตวั แทนมรดก
ภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมของประเทศไทย รายการแรกทนี่ ำ� เสนอ
ตอ่ ยเู นสโกพจิ ารณา หลงั จากไทยไดเ้ ขา้ รว่ มภาคอี นสุ ญั ญาวา่ ดว้ ย
การสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมท่ีจับต้องไม่ได้ของยูเนสโก
เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๙ การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ

122

นานาชาตไิ ดร้ บั รถู้ งึ มรดกภมู ปิ ญั ญาของประเทศไทย และมสี ว่ น ยกย่องให้เปน็ ศลิ ปะการแสดงท่ีวจิ ิตร งดงาม ทรงคุณคา่ ยิง่
ชว่ ยสง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ ว อกี ดว้ ย ซงึ่ การรบั รองมรดกวฒั นธรรมฯ เพื่อให้คนไทยได้ร่วมยินดีและภาคภูมิใจ กรมส่งเสริม
ของยเู นสโก มจี ดุ ประสงคห์ ลกั คอื การชน่ื ชมการมอี ยขู่ องมรดก วฒั นธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม ไดก้ ำ� หนดจัดกจิ กรรม
ทางวฒั นธรรมของประเทศภาคสี มาชกิ ไมใ่ ชก่ ารแสดงความเปน็ เฉลมิ ฉลองโขน ตลอดปี ๒๕๖๒ ประกอบด้วย ๓ ส่วน ได้แก่
เจา้ ของใดๆ ทัง้ สิ้น ๑) กจิ กรรมยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตใิ หก้ บั บคุ คล องคก์ รผทู้ ำ� คณุ ประโยชน์
“โขน” เป็นศิลปะการแสดงท่ีมีความส�ำคัญ กรมส่งเสริม ตอ่ วงการโขน ๒) การเผยแพรอ่ งคค์ วามรใู้ นรปู แบบตา่ งๆ เชน่ การ
วฒั นธรรม (สวธ.) กระทรวงวฒั นธรรม ไดม้ กี ารประกาศขนึ้ บญั ชี เสวนา การผลติ สอ่ื สง่ิ พมิ พ์ จดั พมิ พห์ นงั สอื องคค์ วามรเู้ กย่ี วกบั โขน
“โขน” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ มาตั้งแต่ปี การผลติ -ฉายภาพยนตรแ์ อนเิ มชันรามเกียรต์ิ ตอน รามาวตาร
พ.ศ. ๒๕๕๒ ด้วย “โขน” เปน็ นาฏศิลป์และศลิ ปะช้ันสงู ทเี่ กา่ แก่ นิทรรศการเผยแพร่ความรู้ รวมท้ังการจัดท�ำคลังข้อมูลโขนใน
ของไทย มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีเอกลักษณ์โดดเด่น รปู แบบดจิ ทิ ลั และ ๓) จดั งานมหกรรมการแสดงโขน ทง้ั ในสว่ น
รวมศาสตรแ์ ละศลิ ปห์ ลายแขนงเขา้ ไวด้ ว้ ยกนั ทง้ั นาฏศลิ ป์ ดนตรี กลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนกลางได้จัดให้ชมโขนรอบพเิ ศษ
วรรณกรรม พธิ กี รรม และงานชา่ งฝมี อื ตา่ งๆ “โขน” เปน็ มหรสพ ตอน “พเิ ภกสวามภิ กั ด”ิ์ เมอื่ วนั ที่ ๓-๔ ธนั วาคม ๒๕๖๑ ทผี่ า่ นมา
ทบ่ี รรพชนสรา้ งสรรคข์ นึ้ และยงั คงสบื ทอดจากรนุ่ สรู่ นุ่ จนปจั จบุ นั สำ� หรบั ในปี ๒๕๖๓ คณะกรรมการสง่ เสรมิ และรกั ษามรดก
มกี ารบรรจุหลักสตู รการเรยี น การสอนโขนในสถาบันการศึกษา ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ได้เสนอ นวดไทย เพ่ือขึ้นบัญชีของ
หลายระดบั คณุ คา่ ของโขน จงึ มใิ ชแ่ คเ่ พยี งศลิ ปะการแสดง แตย่ งั ยเู นสโก ซง่ึ ขณะนอ้ี ยใู่ นรายการพจิ ารณาของยเู นสโกเรยี บรอ้ ยแลว้
ผสานและสะท้อนถึงวิถแี หง่ ความเป็นไทยไวอ้ ย่างชดั เจน และมี ตลอดจนยังมีการศึกษาแนวทางการเสนอมรดกวัฒนธรรม
การพฒั นารปู แบบของการแสดงโขนในแบบฉบบั ของตนเองจนเปน็ ภูมิปัญญาที่มีความคล้ายคลึงกันกับประเทศต่างๆ เพื่อเสนอ
อัตลักษณ์ โดยเฉพาะโขนในประเทศไทยได้รับการยอมรับและ เพิม่ เตมิ ดว้ ย

ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๑ 123

สุดยอดศิลปะไทย
ในรัชกาลที่ ๙

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมสง่ เสรมิ วัฒนธรรม (สวธ.) “ผมู้ ศี ลิ ปะอนั เลอเลศิ ” หรอื “ผเู้ ปน็ ใหญใ่ นศลิ ปนิ ” แดพ่ ระองค์
ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงานนิทรรศการ เพ่ือเป็นการสดุดีพระเกียรติคุณและใน
“สุดยอดศิลปะไทยในรัชกาลที่ ๙” เพื่อน้อมร�ำลึกถึง ฐานะทพ่ี ระองคท์ รงมคี ณุ ปู การอปุ ถมั ภแ์ ก่
พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จ ศิลปินท้ังหลายด้วย กระทรวงวัฒนธรรม
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้ด�ำเนิน
นาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต โครงการ “สดุ ยอดศลิ ปะไทยในรชั กาลท่ี ๙”
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ พระองค์ทรงเป็น อนั ไดแ้ ก่ สดุ ยอดภาพยนตรไ์ ทย สดุ ยอด
พระมหากษัตริย์ที่มีพระอัจฉริยภาพใน ละครโทรทัศน์ไทย และสุดยอดเพลงไทย
การสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะหลากหลายแขนง
ทั้งทางด้านดนตรี จิตรกรรม ถ่ายภาพ ในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๒-๒๑ ตุลาคม
วรรณกรรม และหัตถกรรม และเม่ือวันท่ี ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ทผ่ี ่านมา ณ Hall of Fame ชน้ั M ศนู ย์การค้าสยาม
๒๕๒๙ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้น้อมเกล้าน้อม พารากอน
กระหม่อมถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน” ซึ่งแปลว่า

พิธีรับถ้วยพระราชทานฯ บุคคล องค์กร ที่ทำ�คุณประโยชน์
ในการส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านอย่างต่อเนื่อง

เมอื่ วนั ที่ ๒๒ ตลุ าคม ๒๕๖๑ นางฉวรี ัตน์ เกษตรสนุ ทร บรมราชกุมารี และโล่รางวัลยกย่องบุคคล องค์กรดีเด่น
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจ�ำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ในการส่งเสรมิ วฒั นธรรมการอ่าน ประจำ� ปี ๒๕๖๑ แบ่งเป็น
รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม ๕ ประเภท ดังน้ี ๑. ผู้ทรงคณุ วฒุ ทิ ่ีมคี ณุ ูปการในการส่งเสริม
วัฒนธรรมการอ่าน ๒. เด็กและเยาวชนส่งเสริมวัฒนธรรม
124 การอา่ น ๓. บคุ คลส่งเสริมวฒั นธรรมการอา่ น ๔. องค์กรหรอื
กลุ่มบุคคลสง่ เสรมิ วัฒนธรรมการอ่าน (ระดบั ชุมชน/ทอ้ งถิ่น)
๕. องคก์ รสง่ เสรมิ วัฒนธรรมการอา่ น (ระดบั ประเทศ) ณ ศนู ย์
การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ
ครั้งที่ ๒๓ และเทศกาลหนังสือเดก็ และเยาวชน ครัง้ ที่ ๑๒
กรมส่งเสริมวฒั นธรรม ตระหนักถึงความสำ� คญั ของการ
อ่านเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนไทย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
ทกุ ภาคสว่ นในสงั คมจะรว่ มกนั สรา้ งสรรคแ์ ละสง่ เสรมิ วฒั นธรรม
การอา่ นให้ยัง่ ยนื สบื ไป

เปิดตัวต้นเขว้า ไม้ใหญ่ทรงคุณค่า
แห่งนครกาหลง จังหวัดชัยภูมิ

นายวรี ะ โรจนพ์ จนรตั น ์ รฐั มนตรี ธรรมชาติ มอี ายกุ วา่ ๓๐๐ จากหลกั ฐาน
วา่ การกระทรวงวฒั นธรรม เปน็ ประธาน ทางโบราณคดี สนั นษิ ฐานวา่ ในอดตี พน้ื ท่ี
เปิดโครงการวัฒนธรรมสู่การท่องเท่ียว อ�ำเภอคอนสวรรค์เป็นเมืองโบราณชื่อ
ต้นไม้ใหญ่ “รุกข มรดกของแผ่นดิน “นครกาหลง” ซ่ึงพบว่ามีอายุมาต้ังแต่
ใตร้ ่มพระบารม”ี ตน้ เขว้า ณ โรงเรียน สมยั ทวารวดี โดยมพี ระยาขนุ หาญอพยพ
บ้านคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ โดยมี ผู้คนมาจากแถบจังหวัดนครราชสีมา
นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริม แล้วมาต้ังถ่ินฐานในบริเวณน้ี โดยมี
วัฒนธรรม นายณรงค์ วุ่นซ้ิว ผู้ว่า ต้นเขว้านี้เติบใหญ่อยู่บริเวณดังกล่าว
ราชการจังหวัดชัยภูมิ นายยุทธชัย ปจั จบุ นั ชาวคอนสวรรคร์ ว่ มกนั ดแู ลรกั ษา
สายค�ำมี นายอ�ำเภอคอนสวรรค์ และ ต้นเขว้าเป็นอย่างดี เพื่อพัฒนาให้เป็น
ภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม ร่วมงาน แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และ
เมอ่ื วนั ที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของ
ส�ำหรับต้นเขว้าต้นนี้ เป็นต้นไม้ ชมุ ชน สรา้ งรายไดใ้ หป้ ระชาชนในชมุ ชน
ใหญ่ทรงคุณค่า มีความสวยงามตาม ท้องถ่นิ จังหวดั ชัยภมู ติ อ่ ไป

วธ. เช่ือมโยงเส้นทางสายไหมจัดมหกรรมผ้า “ร้อยแก่นสารสินธุ์”

นายวีระ โรจนพ์ จนรจั น์ รัฐมนตรี มหาสารคาม และกาฬสนิ ธ์ุ เพอ่ื เชอ่ื มโยง และประชาชนชาวขอนแก่น รวมถึง
วา่ การกระทรวงวฒั นธรรม เปน็ ประธาน เส้นทางสายไหม ภายใต้บริบทและ นักท่องเท่ยี วเข้ารว่ มงานอย่างคับค่งั
เปดิ งานมหกรรมผา้ “ร้อยแกน่ สารสนิ ธ”์ุ ความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไหม และ ภายในงานมหกรรมผ้าร้อยแก่น
ประจำ� ปี ๒๕๖๑ เมอื่ วนั ท่ี ๑๗ พฤศจกิ ายน ผลติ ภณั ฑจ์ ากไหมของกลุ่มจังหวัด ซ่ึง สารสินธุ์ มีการจัดแฟชั่นโชว์ผ้าไทยที่
๒๕๖๑ ณ ถนนคนเดิน อ�ำเภอเมือง เปน็ ทนุ ทางวฒั นธรรมของทอ้ งถน่ิ โดยมี งดงาม แสดงถงึ ลายผ้าอันเป็นเอกลษั ณ์
จงั หวดั ขอนแกน่ เพ่อื ยกระดบั การผลิต นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริม ของท้องถ่ิน ได้แก่ ลายสาเกต จงั หวัด
การจัดการผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จาก วัฒนธรรม นายศรัทธา คชพลายุกต์ ร้อยเอ็ด ลายสร้อยดอกหมาก จังหวัด
ไหมของกลมุ่ จงั หวดั “รอ้ ยแกน่ สารสนิ ธ”์ุ รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ขอนแกน่ วฒั นธรรม มหาสารคาม ผ้าไหมแพรวา จังหวัด
ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น จั ง ห วั ด ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ กาฬสินธุ์ และลายแคนแกน่ คณู จังหวัด
ขอนแก่น นอกจากนั้นยังมีการสาธิต
ภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรม การท�ำมัดหม่ี
และการออกร้านผ้าไทย ให้ได้จับจ่าย
ซ้ือหาเพ่ือสนับสนุนรายได้ให้กับกลุ่ม
ทอผ้าไหมจากจังหวดั ตา่ งๆ

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๑ 125

วธ.จัดงานเยือนเหมันต์ล้านนาสัมผัส
คุณค่าภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม”

เมอื่ วนั ท่ี ๑๑ - ๑๒ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ กระทรวงวฒั นธรรม
โดยกรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม จดั งาน “เยอื นเหมนั ตล์ า้ นนา สมั ผสั
คุณค่าภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ณ ลานเอนกประสงค์
ประตทู ่าแพ อำ� เภอเมือง จงั หวัดเชียงใหม่
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
วัฒนธรรม กล่าวว่า “วัฒนธรรมเป็นมรดกล้�ำค่าที่บ่งบอกถึง
เอกลักษณ์ความเป็นมาของชนในชาติ ประเทศไทยมีมรดก การท่องเท่ียวให้กับจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย งานน้ีเกิดข้ึนได้
ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท่ีส�ำคัญจ�ำนวนมาก สามารถน�ำมา จากการบูรณาการร่วมกันของ สมาคมกลองและศิลปะ
สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ทั้งยังส่งเสริมให้คนใน การแสดงลา้ นนา ศลิ ปนิ ขบั ซอล้านนา สภาวัฒนธรรมจังหวดั
ทอ้ งถนิ่ มคี วามรกั ความผกู พนั และภาคภมู ใิ จในบา้ นเกดิ ของตน” เชยี งใหม่ สำ� นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั เชยี งใหม่ และหนว่ ยงาน
งาน “เยือนเหมันต์ล้านนา สัมผัสคุณค่าภูมิปัญญาทาง ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ร่วมมือกัน โดยได้รับการ
วฒั นธรรม” น้ี ถอื เปน็ การเปดิ เวทกี ารแสดงทางศลิ ปวฒั นธรรม สนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ส่งผลให้
ล้านนา ได้แก่ กลอง ฟอ้ นเมอื ง และการขบั ซอ กอ่ ให้เกดิ การ ศลิ ปะการแสดงของลา้ นนาไดเ้ ผยแพรส่ สู่ ายตานกั ทอ่ งเทยี่ วทง้ั
อนุรกั ษ์ สบื สานศลิ ปะการแสดงพนื้ บา้ นใหค้ งอยู่ และส่งเสรมิ ชาวไทยและตา่ งชาติ

ลอยกระทงปลอดภัย สืบสานวัฒนธรรมไทย ใส่ใจสายน�้ำและสิ่งแวดล้อม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม ถงึ พระคณุ ของสายนำ�้ ดงั นนั้ กระทงทนี่ ำ� มาลอยจงึ ควรประดษิ ฐ์
จัดกิจกรรมต้นแบบงานลอยกระทง ประจ�ำปี ๒๕๖๑ ณ ด้วยวัสดุที่ย่อยสลายง่าย ไม่เป็นพิษต่อส่ิงแวดล้อม และ
วดั ราชาธวิ าสวหิ าร กรงุ เทพฯ และตา่ งจังหวดั ระหว่างวนั ที่ ไมค่ วรเลน่ พลุ ดอกไมไ้ ฟ ในที่ชุมชนหรอื สถานที่ทีเ่ ส่ยี งต่อการ
๒๑-๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ภายใต้แนวคิด "ลอยกระทง บาดเจบ็ หรอื อบุ ตั เิ หตเุ พลงิ ไหม้ ไมแ่ ตง่ กายดว้ ยชดุ ลอ่ แหลม
ปลอดภยั สบื สานวฒั นธรรมไทย ใสใ่ จสายนำ้� และสงิ่ แวดลอ้ ม” ร่วมกิจกรรมด้วย
โดยนายวรี ะ โรจนพ์ จนรตั น์ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวฒั นธรรม ความสนุกสนาน
ประธานเปดิ งานไดก้ ลา่ ววา่ “ประเพณลี อยกระทงคอื การรำ� ลกึ รื่นเริงมีน�้ำใจไมตรี
ให้กัน และเป็น
เจ้าบ้านที่ดีในการ
ตอ้ นรบั นกั ทอ่ งเทย่ี ว
ท่ีมาร่วมงานลอย
กระทง ใหเ้ กิดความประทบั ใจในประเพณีไทย และเหน็ คณุ ค่า
ที่แท้จริงของประเพณีไทยต่อไป” และสวธ.ยังได้จัดงาน
ลอยกระทงอาเซยี น ที่จังหวัดขอนแก่นและระนอง เพื่อเชื่อม
ความสัมพันธ์และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมระหว่างประเทศ
เพ่อื นบ้านอกี ด้วย

126




Click to View FlipBook Version