แนวทางการเปด ใหหนว ยงานอื่นเขา มามบี ทบาทรวม
ในการจดั บรกิ ารสาธารณะ
คูมือการจดั ทาํ สญั ญาขอตกลงระหวา งภาครฐั กบั ภาคประชาสังคมหรอื ชุมชน
ในการทํางานรว มกนั เพื่อจัดและสง มอบบริการสาธารณะ
โดย สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
สาํ นักงานศนู ยว ิจัยและใหค าํ ปรกึ ษาแหง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร
สารบญั หนา
บทนาํ 1
1
ทําไมตอ งรว มมือกนั ? 6
บริบทการดําเนนิ งานของรฐั ท่ีเปลยี่ นแปลงไป
ทางเปดสําหรับการรวมมอื กัน: ขอ กําหนดเชิงนโยบาย 9
ในการสง เสรมิ การบรหิ ารราชการแบบมีสวนรวม 9
28
หากรว มมือกันจะตอ งทาํ อยา งไร ? 38
รปู แบบและวธิ กี ารในการเปด ใหหนวยงานอืน่ 47
เขามามีบทบาทรว มในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 52
กระบวนการสรางความรวมมอื
ความรว มมือจะประสบความสําเร็จไดตองคํานึงอะไรบาง ?
บทสรุปจากกรณีศกึ ษา
บรรณานุกรม
บทนํา
แนวทางการเปดใหภาคสวนอ่ืนเขา มามีบทบาทรวมในการจัดบริการสาธารณะ
ใหประสบความสําเร็จ ตองอาศัยหรือสรางความรวมมือแบบประชารัฐที่เนนประชาชน
เปนศูนยกลาง โดยยึดหลักการบริหารราชการแบบมีสวนรวมตามกรอบแนวคิดวาดวย
การบริหารกิจการบานเมืองแบบรวมมือกัน เนื่องดวยภาครัฐไมสามารถดําเนินงาน
ใหสําเร็จไดเพียงฝายเดียว แตสถานการณและบริบทในปจจุบันนี้ ทําใหภาคสวนตาง ๆ
ท้งั ภาคประชาสงั คม ภาคเอกชน หรือองคก รปกครองสว นทอ งถ่ินเขามามีบทบาทมากข้ึน
ในการแกไ ขปญ หาและตอบสนองความตอ งการของประชาชนหรือสงั คม
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการรวมกับสํานักงานศูนยวิจัยและ
ใหคําปรึกษาแหงมหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร ดําเนินกิจกรรมในการสรางระบบการบรหิ าร
ราชการแบบประชารฐั ในการจดั บรกิ ารสาธารณะ ซ่งึ เปนสวนหนึ่งของโครงการขบั เคล่ือน
การบริหารราชการแบบประชารัฐท่ีเนนประชาชนเปนศูนยกลาง โดยการศกึ ษาและนํารอง
รูปแบบหรือวิธีการเปดใหภาคประชาสังคม/ชุมชน หรือภาคสวนอื่นเขามามบี ทบาทรวม
ในการจดั บริการสาธารณะไปสูก ารปฏิบตั ิจรงิ ในหนว ยงานนํารอ ง ซึ่งสามารถเปน แนวทาง
แกหนวยงานภาครัฐอ่ืนตามรูปแบบท่ีเหมาะสมจากผลการศกึ ษาวิจัยทีผ่ า นมาใน 3 รูปแบบ
ไดแก ภาคีหุนสวนโดยอาศัยเงินอุดหนุนจากหนวยงานภาครัฐท่ีเปนเจาของภารกิจ
(Grant) ภาคีหุนสวนโดยภาครัฐจัดสรรงบประมาณภายใตขอบเขตระยะเวลาและ
กลุมเปาหมายเฉพาะ (Performance-based Contracting or Procurement) และภาคี
หุนสวนในการจัดทําบริการสาธารณะรวมกับหนวยงานภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจ
ใหบรรลุเปาหมายในระยะยาว (Commissioning) ทั้งน้ี เพื่อใหเปนสัญญาหรือขอตกลง
ในการจดั บริการสาธารณะรวมกันระหวางภาครัฐกับภาคสว นอ่นื
คูมือเลมนี้ มุงเนนเก่ียวกับแนวทางการเปดใหภาคประชาสังคม/ชุมชน หรือ
ภาคสวนอื่นเขามามีบทบาทรวมในการจัดบริการสาธารณะกับหนวยงานภาครัฐผูมอบ
ภารกิจ มอบอํานาจใหดําเนินการแทน ประกอบดวย แนวคิด รูปแบบ และบทสรุปจาก
กรณีศึกษาที่ไดดําเนินการในหนวยงานนํารองใน 2 ภารกิจ คือ ดานการดูแลเด็ก และ
ดา นการดแู ลผูสูงอายุ ซึ่งเก่ียวกับการพฒั นาคณุ ภาพชีวิตของประชาชนทมี่ ีความเกี่ยวของ
กับการจัดบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่จําเปนมาดําเนินการ และยังมุงใหเกิดการขับเคล่ือน
การพัฒนาระบบราชการตามแนวทางประชารัฐไปสูก ารปฏบิ ตั สิ าํ หรบั ชว ยเกื้อหนนุ การทํางาน
ของรัฐใหบ รรลุวัตถุประสงคไ ด
-/
ทาํ ไมต้องรว่ มมือกนั ?
บรบิ ทการดําเนนิ งานของรัฐท่เี ปล่ียนแปลงไป
“การมีสวนรวม” หรือ “การบริหารราชการแบบมีสวนรวม” เปนหลักสําคัญ
ประการหน่ึงของการบริหารกิจการบานเมืองท่ีดี ซงึ่ มีคํามากมายท่ีทับซอนในเชิงความหมาย
และมีรูปแบบที่ใกลเคียงกัน อาทิ การบริหารงานโดยอาศัยเครือขายความรวมมือ
การบริหารงานแบบรวมมือกันหลายภาคสวน การบริหารงานบนฐานของความเปนภาคี
หุนสวน การบูรณาการการดาํ เนนิ งานรวมกัน การสนธิกําลัง ฯลฯ แมวาคาํ และแนวคดิ
จะมีอยูอยางหลากหลาย แตหัวใจสาํ คัญของการบริหารราชการแบบมีสวนรวม คือ
ประการที่หน่ึง การตระหนักวา “รัฐ” โดยหนวยงานใดหนวยงานหน่ึง มิอาจ
ขบั เคลื่อนงานไดโ ดยลําพงั อกี ตอ ไป หรือยากท่จี ะบรรลุผลทต่ี ัง้ ไว
ประการท่สี อง การสรา ง “สัมพันธภาพ” กับหนวยงาน องคกร หรือกลุมคนตาง ๆ
ทงั้ ในภาครัฐและภาคสว นอ่นื ๆ เพอ่ื สรา งระบบการดาํ เนินงานรว มกัน
ดังน้ัน “การมีสวนรวม” ในการบริหารราชการแผนดิน หรือ “การบริหาร
ราชการแบบมสี ว นรว ม” จึงหมายถึง การสรางสภาวะแวดลอมและระบบงานทีเ่ ก้ือกูล
ตอหนวยงานของรัฐและกลุมองคกรในภาคสวนตาง ๆ ท่ีจะสามารถเขามาแสดง
บทบาทบนฐานของความรวมมือเพ่ือ “รวมคิด รวมทํา” ในกิจการสาธารณะตาง ๆ
อันจะยงั ประโยชนสขุ ตอสังคมโดยรวม
แนวทางการเปดิ ให้หน่วยงานอืน่ เขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 1
ภายใตค วามเปลยี่ นแปลงในบริบททางสังคมท้ังเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี
ภูมิสงั คม วิถีชีวิต ฯลฯ ลว นผลักดันใหสงั คมโลกกาวเขาสูสภาวการณที่เรยี กวา “สภาวะ
สังคมไรศูนยกลาง” (Centerless society) ซึ่งองคกรหรือสถาบันทางสังคมหนวยใด
หนวยหนึ่ง ไมสามารถชี้นํา กําหนดทิศทาง และขับเคลื่อนสังคมไปอยางมีเอกภาพ
เหมือนในอดีตไดอกี ตอ ไป ดงั น้ัน การบริหารงานภาครฐั จงึ หมายถึงสภาวะทร่ี ัฐไมอ าจจะ
“ปกครอง” สังคม (Ungovernability) ภายใตกระบวนทัศนแบบเดมิ ที่ออกขอกฎหมาย
และนโยบายตาง ๆ เพื่อกําหนดทิศทางหรือช้ีนําความเปลี่ยนแปลงไปตามเจตจํานง
ขณะเดียวกัน ภาคสวนอื่น ๆ ท้ังภาคเอกชน และภาคประชาสงั คมในระนาบตา ง ๆ ก็เตบิ โต
จนสามารถเขามามีบทบาทเทียบเคียงหรือทดแทนบทบาทของรัฐในการจัดการแกไขปญหา
และความตองการตาง ๆ ในสังคมไดอยางเขมแข็ง โดยชวงสองทศวรรษสุดทายของ
ศตวรรษที่ 20 ซง่ึ กลไกภาครฐั เกดิ “การปฏิรูประบบราชการ” ภายใตแนวคดิ ใหม ๆ ก็เปนผลให
โครงสรางและรูปแบบการดาํ เนินงานของรัฐในการจัดการกับปญหาและความตองการ
ของประชาชนอยูในสภาพที่ “แตกกระจาย” (Fragmentations) เปนอยางมาก
กรอบแนวคดิ สาํ คัญของการบริหารราชการในยุคปจจุบันจึงวางอยูบ นมโนทัศนหนึง่
ที่ยอมรับตอสภาพการณขางตน นั่นคือ มโนทัศนวาดวย “การอภิบาล” (Governance)1
โดยรัฐตองยอมรับถึงการดํารงอยูที่หลากหลายและกระจัดกระจายของ “ตัวแสดง”
(actors) ตาง ๆ ทางสังคมที่มีบทบาทเก่ียวพันทั้งโดยตรงโดยออมตอประเด็นสวนรวม
หรือพ้ืนที่สาธารณะ ในสถานการณเชนน้ี รัฐจึง “ไมสามารถ” และ/หรือ “ไมพึง”
พยายามท่ีจะดาํ เนินงานเพียงลําพังเพื่อจะผูกขาดในการดําเนินงานโดยเบ็ดเสร็จภายใต
หนว ยงานของตนเหมอื นในอดตี แตรฐั ตองแสวงหาความรว มมือหรอื ระบบการดาํ เนินงาน
รวมกนั ทง้ั ระหวางหนว ยงานภาครัฐดว ยกันเองและกบั ภาคสวนอนื่ ๆ ซึ่งยอมจะเก้อื กูลตอ
ความสาํ เร็จของงานมากกวา ดว ยเหตนุ ้ี
1 ดูเพมิ่ เตมิ วสนั ต เหลอื งประภัสร และชาย ไชยชิต, “การอภิบาล (Governance) ในฐานะมโนทัศน
ทางการบริหารรฐั กิจ” รฐั ศาสตรส าร ปท ่ี 39 ฉบบั ท่ี 3 (กันยายน - ธนั วาคม 2561).
2 แนวทางการเปิดให้หนว่ ยงานอ่นื เข้ามามีบทบาทร่วมในการจดั บริการสาธารณะ
หนึ่ง รัฐตองปรับบทบาทจาก “ผูแกปญหาในแบบดั้งเดิม” ไปสูฐานะ
“ผูอํานวยความสะดวกใหเกิดการสรางทางเลือกเพื่อการแกปญหาทางสังคมรวมกับ
ภาคสวนอื่น ๆ” (From traditional role of “Problem Solver” to “Solution
Enabler”) กลาวคอื รฐั ตองปรับเปลยี่ นจากการเปน ผูปกปอ งดูแลสังคม (Paternalism/
Regulator) ที่แสวงหาแนวทางและมาตรการในการรับมือและจัดการกับปญหา
และความตองการตาง ๆ ภายในสังคมตลอดเวลา ไปสูการเปนผูเกื้อหนุนและกระตุน
ผมู ีสวนเกย่ี วของในภาคสวนตา ง ๆ ใหการเกดิ การสนทนาแลกเปลยี่ นเพอื่ นําไปสกู ารกําหนด
ทางเลอื กในการจัดการปญ หาท่ีเปนไปไดและยอมรับรว มกนั กลไกรฐั จงึ ตองมีบทบาทนํา
ในการจัดสัมพันธภาพและดึงดูดใหผูมีสวนเกี่ยวของเขามา “รวมคิด” เพื่อกําหนด
ทางเลือกใหม ๆ และมีความหลากหลายในการจัดการกับปญหาตาง ๆ ไดอยางตอเน่ือง
สรางสรรค และมีนวัตกรรม
สอง รัฐควรปรับรูปแบบการขับเคลื่อนงานจากการแสวงหาแนวทาง
ภายใตโครงสรางที่ตายตัวไปสูการจัดวางสถาปตยกรรมของทางเลือกที่เรียบงาย
แตมีความหลากหลายในการจัดการกับปญหาตาง ๆ (From Finding Mode of
Implementation to Simplifying Choice Architecture) กลาวคือ รัฐจะตองมี
บทบาทนําในการสราง “ระบบนิเวศน” (Ecosystem) ที่เหมาะสมและเกื้อกูลตอ
การดึงดูดผูเกี่ยวของที่อยูในภาคสวนตาง ๆ ใหสามารถเขามา “รวมทํา” เพื่อขับเคลอ่ื นงาน
รวมกับรัฐในประเด็นทางนโยบายเฉพาะหนึ่ง ๆ ไดอยางเปนระบบและยั่งยืน ดังน้ัน
การสรางระบบความรวมมือจึงสามารถปรากฏออกมาไดหลายรูปแบบตามความเหมาะสม
ของประเดน็ ทางนโยบายและตวั แสดงท่ีเก่ียวขอ งตาง ๆ ไดอยางยดื หยุน
การบริหารราชการแบบมีสวนรวม จึงเปนการปรับบทบาทของรัฐไปสูการเปน
ผูอํานวยความสะดวกและสรางสภาวะแวดลอมทเ่ี หมาะสมตอการดึงดูดภาคสวนตาง ๆ
ทางสังคมไดเ ขามาแสดงบทบาทในการ “รวมคิด รวมทาํ ” เพื่อแกไขปญหาและสนองตอบ
ตอความตองการทางสังคมรวมกันกับรัฐนั่นเอง ประโยชนของการบริหารราชการ
แบบมีสว นรว มซง่ึ เอื้อใหเ กดิ ผลดี ดงั น้ี
แนวทางการเปดิ ให้หนว่ ยงานอนื่ เข้ามามีบทบาทรว่ มในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 3
การลดตนทุนและขอจํากัดในการจัดบริการสาธารณะ กลาวคือ
ดวยทรัพยากรและศักยภาพทางการบริหารที่จํากัดมากขึ้นของภาครัฐ
การดําเนินงานรวมกันกับภาคสวนตาง ๆ ยอมเกื้อกูลตอการลดตนทุน
ในการจัดบรกิ ารสาธารณะ และ/หรือรวมกันดาํ เนินการในกลุมโครงสรา ง
พืน้ ฐานตา ง ๆ หรือการบรกิ ารสาธารณะท่ีจะตอ งอาศยั งบลงทุนสงู ได
การพัฒนาประเภท รปู แบบ และคุณภาพการบรกิ ารสาธารณะ กลาวคือ
ความรวมมือกับภาคสวนตาง ๆ ยอมเกื้อกูลตอการออกแบบระบบ
บริการสาธารณะท่สี อดรบั กับความตองการเฉพาะของแตล ะกลมุ ผบู รกิ าร
รวมถึงสามารถยกระดับคุณภาพของการบริการใหดีขึน้ ในรูปแบบ
การบูรณาการรว มกัน โดยเฉพาะการบริการสาธารณะในกลมุ ทเี่ กย่ี วขอ งกบั
คุณภาพชีวติ หรือลักษณะจําเพาะของผรู ับบรกิ าร เชน กลุม เดก็ และเยาวชน
กลุมผสู งู อายุ กลมุ ผูพกิ าร เปน ตน
การสรางนวัตกรรมบนฐานของความรูและการวิจัย กลาวคือ ภายใต
บริบทที่เปล่ียนแปลง ทําใหรัฐตองเผชญิ กับปญหาและความตองการใหม ๆ
ตลอดเวลา และไมสามารถใชวิธีเดิมแกปญหาได ดังนั้น จึงเกิดแนวคิด
การสรางระบบความรวมมอื กับกลุมคนในภาคสวนตา ง ๆ ที่มีองคความรู
ความเชี่ยวชาญ และการศึกษาวิจัยในแตละประเด็น เพื่อสรางมาตรการ
ทางนโยบายในการจัดการปญ หารวมกนั ซงึ่ มีความสําคญั มากข้ึนในปจ จบุ ัน
กลาวโดยสรุป การบริหารราชการแบบมสี วนรวม จึงมิใชฐานคิดที่ตองการ
ลดทอนอํานาจหรือบทบาทของรัฐลง หากแตเปนการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน
ในการบริหารราชการจากบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เพ่ือใหเกิดประโยชน
ตอการขับเคลื่อนงานของรัฐมากที่สุด เพราะถึงที่สุดแลว รัฐยังคงเปนตัวแสดง
เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถกระทําการในนามของ “ผลประโยชนสาธารณะ” (Public
Interest) ไดโ ดยชอบธรรม
4 แนวทางการเปิดใหห้ น่วยงานอ่ืนเขา้ มามบี ทบาทร่วมในการจดั บรกิ ารสาธารณะ
มโนทศั นว์ ่าดว้ ยการอภิบาล (Governance)
การอภบิ าล (Governance)
รัฐปรับบทบาทจาก “ผแู กป ญ หา รฐั เก้ือหนนุ และกระตุน รวม
ในแบบดงั้ เดิม” ไปสฐู านะ ผมู ีสว นเกีย่ วขอ งใหเกดิ คดิ
“ผอู ํานวยความสะดวก” การสนทนาแลกเปลี่ยน
เพอ่ื นาํ ไปสกู ารกาํ หนดทางเลือก รวม
ใหเกิดการสรา งทางเลอื ก ในการจัดการปญหาท่ีเปนไปได ทาํ
เพือ่ การแกป ญหาทางสังคม
และยอมรับรว มกนั
รวมกบั ภาคสว นอื่น ๆ
รฐั ปรบั รปู แบบการขบั เคลอื่ นงาน รฐั มีบทบาทนําในการสรา ง
จากการแสวงหาแนวทาง ภายใต “ระบบนเิ วศน” ทีเ่ หมาะสมและ
โครงสรา งทต่ี ายตัวไปสกู ารจดั วาง เกื้อกูลตอ การดงึ ดูดผูมีสวนไดสว นเสยี
ใหสามารถเขา มาขับเคลื่อนงาน
สถาปตยกรรมของทางเลอื ก
ทเ่ี รยี บงา ยแตม คี วามหลากหลาย รวมกบั รัฐ
ในการจัดการกบั ปญ หาตา ง ๆ
ลดตนทุนและขอจํากัดในการจัดบริการสาธารณะ
พฒั นาประเภท รูปแบบ และคุณภาพการบริการสาธารณะ
สรางนวัตกรรมบนฐานของความรแู ละการวิจยั
แนวทางการเปิดใหห้ นว่ ยงานอืน่ เขา้ มามีบทบาทร่วมในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 5
ทางเปิดสําหรบั การรว่ มมือกัน:
ข้อกาํ หนดเชิงนโยบายในการส่งเสรมิ
การบริหารราชการแบบมสี ่วนรว่ ม
ในปจจุบันการบริหารราชการแผนดินไดมุงเนนการขับเคลื่อนภารกิจรวมกัน
ระหวางหนวยงานหรือหลากหลายภาคสวน ซึ่งปรากฏใหเห็นทั้งกรอบนโยบายและ
ยุทธศาสตรตาง ๆ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ยุทธศาสตรชาติ 20 ป พ.ศ. 2561 - 2580 ซึ่งเปน
กรอบทิศทางการพัฒนาประเทศระยะยาวท่ีมุงเนนการสรางสมดุลระหวางการพัฒนา
ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม โดยการมีสวนรวมของทุกภาคสวน
ในรูปแบบ “ประชารฐั ” ภายใตวสิ ัยทศั นป ระเทศไทยมคี วามมัน่ คง มง่ั คั่ง ยงั่ ยนื และเปน
ประเทศพฒั นาแลว ดว ยหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
โดยที่แนวทางการบริหารราชการแบบมีสวนรวมมีความสอดคลองกับประเด็น
ยุทธศาสตรท่ี 6 “ยุทธศาสตรชาติดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการ
ภาครัฐ” ซึ่งมุงเนนการทํางานอยางเปนระบบและสอดคลองกับทิศทางการพัฒนา
ประเทศในทุกมิติ โดยรูปแบบการทํางานของภาครัฐนั้น ตองมุงเนนการเปดโอกาสให
ภาคสวนตาง ๆ ไดเขามามีสวนรวมในการดําเนินการใหบริการสาธารณะ ตรวจสอบ
การดําเนินงานของหนวยงานภาครัฐและภาคสวนอื่น ๆ อยางเหมาะสม นอกจากนี้
ยังกําหนดทิศทางใหหนวยงานภาครัฐมีการบริหารงานแบบบูรณาการโดยมียุทธศาสตรชาติ
เปนเปาหมายและเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ และทุกพื้นท่ี
รวมท้ังการสงเสริมใหประชาชนและทุกภาคสวนมสี ว นรว มในการพัฒนาประเทศในฐานะ
ภาคหี นุ สวน
6 แนวทางการเปดิ ให้หน่วยงานอน่ื เขา้ มามีบทบาทร่วมในการจดั บรกิ ารสาธารณะ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2564)
เปนแผนแมบทหลักของการพัฒนาประเทศสาํ หรับสงเสริมการบริหารราชการแบบมีสวนรวม
ที่มุงเนนการปฏิรูปประเทศในมิติตาง ๆ โดยใหความสาํ คัญกับการมีสวนรวมของภาคี
ทั้งในระดับกลุมอาชีพ ระดับภาค และระดับประเทศ ซ่ึงภายใตแผนระดับชาติในประเด็น
ยุทธศาสตรที่ 6 “การบริหารจัดการในภาครัฐ การปองกันการทุจริตประพฤตมิ ิชอบและ
ธรรมาภิบาลในสังคมไทย” มุงเนนปรับเปล่ียนการขับเคลื่อนภารกิจของรัฐใหเกิด
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล และบรรลุเปาประสงคของยุทธศาสตรชาติ 20 ป
โดยการสงเสริมการเพ่ิมบทบาทและศักยภาพขององคกรปกครองสวนทองถิ่นดําเนิน
ภารกิจข้ันพ้ืนฐานเพ่ือตอบสนองความตองการของประชาชนในพ้ืนที่ตามขีดความสามารถ
ตลอดจนเปดโอกาสใหภาคประชาสังคมและประชาชนในพ้ืนที่เขามารวมมีบทบาทเปน
ผูจัดทําบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน รวมถึงการจางเหมาใหภาคเอกชนเขามารวมเปน
ผูจ ัดทําบริการสาธารณะใหมากท่ีสดุ
นอกจากน้ี ยังมุงเนนปรับปรุงกลไกการปฏิบัติงานของภาครัฐใหมีลักษณะ
บูรณาการ สามารถสงเสริมกระบวนการผลติ และการใหบรกิ ารของภาคเอกชนไดอยางมี
ประสิทธิภาพ และสอดคลองกับทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยสนับสนุน
กลไกการรวมมือกันระหวางรัฐ เอกชน ประชาชน และประชาสังคม ภายใตรูปแบบ
“ประชารัฐ” ใหเ ปน จดุ เช่อื มตอในการพัฒนาประเทศไดอยางสมบรู ณ
นโยบายรัฐบาลดานการพัฒนาประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) เปน
นโยบายสําคัญในการเพ่ิมขีดความสามารถและศักยภาพของประเทศไทย เพื่อเผชญิ กับ
ประเด็นทาทายและการเปลีย่ นแปลงในมติ ิตาง ๆ ในสังคมปจจบุ นั ดังน้ัน การบรหิ ารงาน
ภาครัฐจึงตองพัฒนารูปแบบการดําเนนิ งานโดยการดึงเอาขีดความสามารถและศักยภาพ
ของภาคสวนตาง ๆ เขามารวมทํางานกับภาครัฐอยางใกลชิด ผานกลไก “ประชารัฐ”
ซึ่งเปนการบูรณาการการทาํ งานรว มกันระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสงั คม
ท้ังน้ี หนวยงานภาครัฐตองมีบทบาทเปน “ผูอํานวยความสะดวก” (Facilitator) พรอมเปด
โอกาสใหประชาชนและภาคสวนอ่ืน ๆ เขามามีสว นรวมตามกระบวนการประชาธิปไตย
เพ่ือลดโอกาสหรือความสุมเสี่ยงที่อาจขัดแยงกับประชาชนหรือผูมีสวนไดสว นเสยี
แนวทางการเปดิ ใหห้ น่วยงานอ่ืนเขา้ มามีบทบาทร่วมในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 7
กรอบนโยบายและยุทธศาสตรขางตนเปนขอกําหนดในการปรับเปล่ียนทิศทาง
และแนวทางการดําเนินงานของภาครัฐจากแบบด้ังเดิมท่ีมุงขับเคล่ือนภารกิจเพียงลําพัง
ฝายเดยี ว ไปสูการบูรณาการการดําเนินงานรวมกันกับภาคสว นอื่น ๆ ทั้งภาคเอกชน
ภาคประชาสงั คม และองคกรปกครองสว นทองถน่ิ ทั้งนี้ ยังเพิ่มโอกาสในการเขาถึงบริการ
สาธารณะและตอบสนองความตอ งการของประชาชนหรอื กลมุ เปาหมายไดอ ยา งแทจ รงิ
ข้อกาํ หนดเชิงนโยบายในการมีส่วนรว่ มด้วยรปู แบบประชารฐั
ยทุ ธศาสตรช าติ 20 ป แผนพฒั นาเศรษฐกิจและ นโยบายรัฐบาล
พ.ศ. 2561 - 2580 สงั คมแหงชาติ ฉบับที่ 12
(พ.ศ. 2560 - 2564)
ประเดน็ ยุทธศาสตรที่ 6 ประเดน็ ยุทธศาสตรท ่ี 6 นโยบายการพัฒนา
“ยุทธศาสตรช าติ “การบริหารจดั การ ประเทศไทย 4.0
ในภาครัฐ การปองกนั (Thailand 4.0)
ดานการปรับสมดุลและ
พฒั นาระบบการบรหิ าร การทุจริตประพฤติมิชอบ • ตอ งพัฒนารปู แบบ
และธรรมาภบิ าล การดาํ เนินงาน
จดั การภาครัฐ” ในสังคมไทย” โดยการดงึ เอา
ขีดความสามารถ
• รูปแบบการทาํ งานของ • มงุ เนน ปรบั เปล่ียน และศักยภาพของ
ภาครฐั นน้ั ตองมุงเนน การขับเคลอ่ื นภารกจิ ภาคสวนตา ง ๆ
การเปดโอกาสให ของรัฐใหเกดิ ประสิทธภิ าพ เขามารวมทาํ งานกบั
ภาคสวนตาง ๆ และประสทิ ธิผล ภาครฐั อยางใกลช ิด
ไดเขา มามสี วนรว ม ผานกลไก “ประชารฐั ”
ในการดาํ เนินการ • มุง เนน ปรบั ปรงุ กลไก
ใหบ ริการสาธารณะ การปฏบิ ตั งิ านของภาครฐั
ในรูปแบบ“ประชารัฐ” ใหม ลี กั ษณะบรู ณาการ
โดยสนบั สนุนกลไก
การรวมมอื กันระหวางรฐั
เอกชน ประชาชน และ
ประชาสงั คม ภายใต
รปู แบบ “ประชารฐั ”
8 แนวทางการเปดิ ใหห้ นว่ ยงานอ่ืนเขา้ มามบี ทบาทร่วมในการจัดบรกิ ารสาธารณะ
หากรว่ มมอื กนั จะตอ้ งทาํ อยา่ งไร ?
รูปแบบและวธิ กี ารในการเปิดใหห้ น่วยงานอ่นื
เข้ามามบี ทบาทรว่ มในการจดั บรกิ ารสาธารณะ
ในการแสวงหาความรวมมือหรอื การดําเนินงานรว มกันทั้งระหวางภาครัฐดวยกัน
หรือกับภาคสวนอ่ืน เพ่ือการขับเคลื่อนงานบริการสาธารณะใหบรรลุตามนโยบายที่กําหนด
และสนองตอบตอความตอ งการของประชาชน ภาครัฐจึงตองสรา งกลไกหรอื วีธีการผลักดัน
ท่ีกอใหเกิดความรวมมือระหวางผูมีสวนไดส วนเสีย ดวยการสงเสริมใหภาคประชาสังคม
หรือชุมชนเขามามีสวนรวมในการจัดบริการสาธารณะตามรูปแบบจากผลการศึกษา
ในโครงการศึกษาและพัฒนาระบบและวิธีการทํางานเพื่อสงเสริมการมีสวนรวมของ
ภาคประชาสังคมในการจัดทาํ บริการสาธารณะ โดยกาํ หนดรปู แบบหรอื วธิ ีการดังกลาวมาจาก
กรอบแนวคิดวาดวยการบรหิ ารกจิ การบานเมอื งแบบรว มมือกนั (Collaborative Governance)
ท่ีมีการพัฒนาภาคีหุนสวน (Partners) เปนสวนสําคัญ นอกเหนือจาก “หนวยงานรัฐ
สว นกลาง” เขามาทํางานรว มกบั หรอื แทนทห่ี นว ยงานรฐั สว นกลางในรปู แบบของการมอบหมาย
ภารกิจของรฐั ใหภาคสวนอื่นเปนผูด ําเนินการแทน ซึง่ ควรทํางานเชิงรุกในการแสวงหา
ภาคีหุนสวนที่จะรับมอบภารกิจไปดําเนินการ โดยเฉพาะการเปดโอกาสใหภาคีหุนสวน
จากภาคเอกชน ภาคประชาสงั คม และองคกรปกครองสว นทองถ่ินเขามารบั มอบภารกจิ
จะสงเสริมใหเกิดการบริหารกจิ การบา นเมืองอยางมีปฏสิ มั พนั ธ (Interactive Governance)
แนวทางการเปิดให้หนว่ ยงานอ่นื เข้ามามบี ทบาทร่วมในการจดั บริการสาธารณะ 9
ที่สอดรับตอสังคมโดยรวม ดังนั้น การปกครองที่มาจากทุกภาคสวนถือเปนคําตอบตอ
การรับมือกับความหลากหลาย พลวัตร และความซับซอนทางสังคม และสามารถ
ตอบสนองตอปญ หาทางสงั คมที่สาํ คญั ได2
การพฒั นาภาคหี ุนสวน (Partners) ระหวา งหนว ยงานภาครฐั และภาคีหนุ สวน
(ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรอื องคก รปกครองสวนทองถน่ิ ) มีลักษณะสําคญั คอื
มคี วามสัมพันธรว มกันแบบผูม อบภารกจิ (ภาครัฐ) และผูรบั มอบภารกจิ
(ภาคหี ุนสวน) ผา นการทาํ สญั ญาหรือขอ ตกลงเพื่อเช่อื มโยงความสัมพนั ธ
อยางใกลช ิด
ตอ งยนิ ยอมพรอมใจ และตกลงรว มกนั ทุกฝาย
ทาํ ขอตกลง/สัญญา โครงการ แผนการดาํ เนินงาน และรายละเอียดเกยี่ วกบั
บทบาทหนาทแี่ ตล ะฝาย รวมถึงแหลง ที่มาของทรพั ยากรและงบประมาณ
ในการสนับสนุนการดําเนนิ งาน
ความสําคัญของการพัฒนาภาคีหุนสวน (Partners) ตองใหทุกฝายท่ีเก่ียวของ
เล็งเห็นและมีเปาหมายเพ่ือสรา งการบรหิ ารกิจการบานเมืองแบบรว มมือกัน ทุกฝายตอง
ยินยอมพรอมใจและมีทศั นคติทด่ี ที ่จี ะทาํ งานรว มกันอยางตอ เนือ่ งและเปน ระบบ สามารถ
รวมระดมความคิดเห็น กําลังกายและกําลังใจ ทรัพยากร และการแลกเปลี่ยนเรียนรู
รวมกันเพื่อใหการทํางานเกิดผล โดยตองสลายความเปน พวกเขาพวกเราหรือการแขงขนั
เพ่ือเอาชนะในการทํางานเพื่อประโยชนสุขของประชาชน ดังนนั้ การพัฒนาภาคีหุนสว น
จึงไมใชการทํางานแบบเนนการบังคับบัญชาสั่งการตามสายบังคับบัญชาแบบเดิม
ในระบบราชการหรือการใชวิธีการแบบวาจางหรือสัญญาจางเหมาภายนอก (Outsourcing)
2 Jan Kooiman et al., "Interactive Governance and Governability: An Introduction," The Journal
of Transdisciplinary Environmental Studies 7, no. 1 (2008).
10 แนวทางการเปดิ ให้หน่วยงานอืน่ เขา้ มามบี ทบาทร่วมในการจัดบรกิ ารสาธารณะ
ในระบบตลาด แตความสัมพันธระหวางหนวยงานรัฐสวนกลางและภาคีหุนสวนตองมี
ความสัมพันธแบบ “ผูมอบหมายภารกิจ” และ “ผูรับมอบภารกิจ” ผานการทําสัญญา
หรือขอ ตกลงเพ่ือเช่อื มโยงความสัมพนั ธของแตล ะฝา ยอยา งใกลชดิ กัน
รูปแบบและวิธีการในการเปดใหหนวยงานอ่ืนเขามามีบทบาทรวมในการจัด
บริการสาธารณะภายใตกรอบแนวคิดการบริหารกิจการบานเมืองแบบรวมมือกัน
(Collaborative Governance) สําหรับจัดการความสัมพันธระหวางหนวยงานรัฐ
สว นกลางกบั ภาคสวนอื่น แบงออกเปน 3 รูปแบบ ไดแ ก หน่ึง รปู แบบการใหเ งินอุดหนนุ
(Grant) สอง รูปแบบการทําสัญญาขอตกลง (Performance-based Contracting)
และ สาม รูปแบบกลไกขับเคล่ือนงานภายใตสัญญารวม (Commissioning) โดยมี
สาระสําคัญดงั นี้
รปู แบบและวธิ กี ารในการเปิดใหห้ นว่ ยงานอ่นื เขา้ มามบี ทบาทร่วม
ในการจัดบรกิ ารสาธารณะ
รูปแบบการใหเ งนิ อดุ หนุน การรวมกนั จัดทาํ ภารกิจภายใตเปาหมายทภ่ี าคีหุนสว น
(Grant) รวมกันกาํ หนดโดยอาศยั เงินอุดหนนุ จากหนว ยงานภาครฐั
ทเ่ี ปนเจา ของภารกจิ
รูปแบบการทาํ สญั ญา การทาํ สัญญาเปน ภาคีหนุ สว นโดยหนวยงานภาครัฐ
ขอตกลง (Performance- จดั สรรงบประมาณสําหรบั จัดบรกิ ารสาธารณะภายใต
ขอบเขตระยะเวลาและกลมุ เปาหมายเฉพาะ
based Contracting)
รูปแบบกลไกขับเคลอื่ นงาน รูปแบบการเปดใหห นว ยงานอนื่ ๆ เขามารวมเปนภาคี
ภายใตสัญญารว ม หุนสวนจดั ทําบรกิ ารสาธารณะกับหนวยงานภาครฐั
(Commissioning) เพ่อื ขบั เคลอื่ นภารกจิ ใหบ รรลุเปาหมายในระยะยาว
แนวทางการเปิดให้หน่วยงานอ่ืนเข้ามามีบทบาทร่วมในการจัดบริการสาธารณะ 11
1. รปู แบบการใหเ้ งินอุดหนนุ (Grant):
การรว่ มกันจดั ทาํ ภารกิจภายใต้เป้าหมายท่ภี าคีหุ้นส่วนร่วมกันกําหนด
โดยอาศัยเงินอุดหนุนจากหน่วยงานภาครัฐท่เี ป�นเจ้าของภารกจิ
หลักการพ้ืนฐาน
จัดสรรเงินงบประมาณอุดหนุนจากหนวยงานรัฐสวนกลางที่เปนเจาของภารกิจ
มอบใหแกภาคสวนอ่ืนท่ีเปนผรู บั มอบภารกิจ นําไปดําเนินการตามภารกิจที่ตกลงรวมกนั
ซึ่งมาจากการกําหนดขอบเขตและเปาหมายรว มกัน เพ่ือใหหนวยงานรฐั สวนกลางผมู อบ
ภารกิจแนใจไดวาจะบรรลวุ ัตถุประสงคต ามท่ีตองการ ในขณะเดียวกัน ผูรับมอบภารกิจ
ก็ตอ งยินดีและสามารถดาํ เนินการทส่ี อดคลองกบั ภารกิจดังกลาวได
รูปแบบและวิธีการ
มุงเนนการจัดทําโครงการรวมกัน (Project-based Cooperation) ระหวาง
หนวยงานรัฐสวนกลางและภาคสวนอื่นตามขอบเขต กลุมเปาหมาย ทรัพยากร
งบประมาณ และกรอบระยะเวลาที่กําหนดรวมกันอยางชัดเจน โดยอาจทําขอตกลง
ที่เปนทางการในรูปแบบบันทึกขอตกลง (MOU) เพ่ือกําหนดบทบาทหนาท่ีในการขับเคล่ือน
โครงการรวมกัน หรืออาจตั้งคณะกรรมการรวมเฉพาะกิจ (Joint Committee) โดยมี
องคประกอบ คือ (1) หนวยงานรัฐสวนกลางที่เปน ผูมอบหมายภารกิจ (2) ภาคสวนอื่น
ที่เปนผูรับมอบภารกิจ ซึ่งในท่ีน้ีหมายถึงภาคประชาสังคมและองคกรปกครองสวนทองถิ่น
และ (3) ภาคสวนอื่นสนับสนุนที่อาจไมใชผูมอบหมายภารกิจหรือผูรับมอบภารกิจ
แตทั้งสองฝายนั้นเล็งเห็นวาสามารถชวยเหลือในการดําเนินภารกิจได อาทิ ตวั แทนจาก
ประชาชน สถาบันทางวิชาการ หรอื บคุ คลสาํ คัญในพืน้ ที่ เปนตน
12 แนวทางการเปดิ ให้หนว่ ยงานอนื่ เขา้ มามบี ทบาทร่วมในการจัดบริการสาธารณะ
ภารกิจท่ีเหมาะสม
เปนภารกิจที่มุงเนนการสงเสริมและพัฒนาการจัดบริการสาธารณะที่มี
การกําหนดระยะเวลาการดําเนินงานท่ีชัดเจน รวมถึงมีความยืดหยุนและความคลองตวั
สูงกวาการทาํ งานปกติ อาทิ การพัฒนาระบบการทาํ งาน การพฒั นาบคุ ลากร การพัฒนา
งานวิชาการและวิจัย การจัดทําฐานขอมูล การสํารวจขอมูล การจัดทํารายงาน
สถานการณปญหาตาง ๆ เปนตน เนื่องจากภาคสวนอ่ืนมีความคลองตัว ทักษะ และ
ความสามารถในการดําเนินงานหรือเขาถึงขอมูลไดดีกวาหนวยงานรัฐสวนกลาง เชน
ภารกิจดานการประเมินสภาพปญหาและความตองการของเด็กหรือการจัดทําระบบ
ฐานขอมูลคุมครองผูสูงอายุ ที่องคกรปกครองสวนทองถิ่นและองคกรพัฒนาเอกชน
ในพ้ืนที่มีความพรอมสูงในการเขาถึงและเขาใจปญหาของกลุมเปาหมายอยางรอบดาน
และสามารถเขาไปชวยเหลือหรือจัดการไดรวดเร็วกวา ซ่ึงจะทําใหไดขอมูลที่ถูกตอง
นา เชอ่ื ถอื และละเอียดอยางเพยี งพอตอ การพฒั นาบรกิ ารสาธารณะ3
3 ดูความสําคัญขององคกรปกครองสวนทองถ่ินในฐานะหนวยงานสําคัญในการจัดบริการสาธารณะ
แกผสู ูงอายุใน ศศิพฒั น ยอดเพชร, บรกิ ารทอ งถิ่นเพ่อื การเปลี่ยนแปลงทดี่ ีสาํ หรบั ผสู ูงอายุ (กรุงเทพมหานคร:
บริษัทซันแพคเก็จจิ้ง (2014) จํากัด, 2560). และดูความสําคัญของการจัดเก็บขอมูลผูสูงอายุที่ควรให
องคกรปกครองสวนทองถิ่นดําเนินงานเพราะเปนหนวยที่มีความใกลชิดกับผูสูงอายุและมีเครือขาย
ในพ้นื ทที่ ีส่ ามารถเขาถึงผสู ูงอายุอยูแ ลวใน วฒุ สิ าร ตันไชย et al., โครงการเพ่ือพฒั นากลไกการบริหาร
จดั การเชิงพืน้ ทอี่ ยางบรู ณาการและมีประสทิ ธิผล, (กรงุ เทพมหานคร: สถาบนั พระปกเกลา, 2562).
แนวทางการเปดิ ให้หนว่ ยงานอื่นเขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจดั บริการสาธารณะ 13
ลกั ษณะรูปแบบการใหเ้ งินอดุ หนุน (Grant)
หนว ยงานภาครัฐ ภาคหี ุน สวน องคกรปกครองสว นทองถิ่น/
ภาคประชาสงั คม
- มีงบประมาณและอํานาจหนาที่
- ขาดประสทิ ธิภาพและความคลองตัว - ขาดงบประมาณและบุคลากร
- การดาํ เนินงานไมท ัว่ ถงึ ท่ีมีอํานาจหนาท่ีตามกฎหมาย
- มศี ักยภาพการดําเนนิ งาน
จดั ทาํ ขอตกลงหรอื การจดั สรร - มกี ารดําเนินงานอยา งตอเน่อื ง
ลงนาม MOU งบประมาณอดุ หนุน
จัดต้งั คณะกรรมการ
กาํ หนดเปา หมาย, ภารกิจ, ของรัฐแบบรายโครงการ เฉพาะกิจ
ระยะเวลารว มกัน ฯลฯ - ภาครัฐ+องคก รปกครอง
สว นทองถน่ิ / ภาคประชาสังคม
- ความสมั พนั ธเทา กนั
ดาํ เนนิ ภารกจิ ทีม่ รี ะยะเวลาเรม่ิ ตนและสน้ิ สดุ ชดั เจน งานทเ่ี กย่ี วขอ งกบั การพฒั นาระบบงาน การพฒั นา
บคุ ลากร งานในเชิงวชิ าการ การจัดทาํ ฐานขอมลู การสาํ รวจความประเมนิ ความตอ งการของกลมุ เปาหมาย
14 แนวทางการเปดิ ใหห้ น่วยงานอืน่ เขา้ มามีบทบาทร่วมในการจัดบรกิ ารสาธารณะ
ข้ันตอนการดําเนนิ งานของรปู แบบการใหเ้ งินอุดหนุน (Grant)
การเตรยี ม ผมู อบภารกิจ ผรู ับมอบภารกิจ
1 ความพรอ ม (หนวยงานรฐั สว นกลาง)
(องคกรปกครองสวนทองถน่ิ /
(Preparation) กาํ หนดภารกิจ ระบเุ งื่อนไข ภาคประชาสังคม)
คณุ สมบัติของผูรบั มอบภารกิจ
และรายละเอยี ดกจิ กรรม เตรยี มความพรอมยืน่
ท่ชี ัดเจน ขอเสนอและเอกสาร
ทเ่ี ก่ียวขอ งในการขอรับ
เงินอุดหนุน
การยื่น กําหนดรปู แบบหลกั เกณฑ ยื่นขอเสนอ รวมท้งั ทํา
2 ขอ เสนอ และข้นั ตอนในการยนื่ ขอเสนอ ความเขา ใจหลกั เกณฑ เง่ือนไข
และการพิจารณาเงินอุดหนุน วิธีการขนั้ ตอน และงบประมาณ
(Application) ใหช ัดเจน พรอมใหคาํ ปรกึ ษา ในการดําเนินงาน
การรบั จัดสรรเงนิ อดุ หนุน และอาจ รับงบประมาณ ซึ่งสามารถ
พฒั นาขีดความสามารถ เชน เพิม่ เตมิ แกไ ข หรือผอ นปรน
3 งบประมาณ การฝก อบรมเชิงปฏิบตั กิ าร เง่ือนไขหรือขอ กําหนดได
(Recipe) เก่ียวกบั การจดั ทาํ บญั ชี โดยไมกระทบตอวตั ถปุ ระสงค
งบประมาณ และหลักฐาน ของการดําเนินภารกิจ
การใชจา ยตาง ๆ เปน ตน
การจัดทํา ใหคําปรึกษา ติดตาม วางแผนการดาํ เนนิ งาน ใชจ า ย
บรกิ ารสาธารณะ และประเมินผลการทาํ งาน งบประมาณอยา งเปน ระบบ
อยางตอเนื่องตลอด และชดั เจน จดั ทาํ รายงาน
ตามที่ไดร บั การดาํ เนินงาน ความคืบหนาเปนระยะ และ
4 การจดั สรร ตารางบัญชสี รุปการใชจ า ย
แนบทา ย หากติดขัดควรแจง
เงินอุดหนุน เปนลายลกั ษณอกั ษร
(Delivery on เพอ่ื แกไ ขไดท ันทว งที
funded activity)
แนวทางการเปิดใหห้ นว่ ยงานอ่ืนเขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจัดบริการสาธารณะ 15
การยน่ื ขอเสนอ (Application) หนว ยงานรัฐสวนกลางควรกําหนดรูปแบบ หลกั เกณฑ
และข้ันตอนในการย่ืนขอ เสนอและการพิจารณาเงนิ อดุ หนนุ เชน
เกณฑด า นความเชีย่ วชาญและความชาํ นาญ
เกณฑดานการกาํ หนดมาตรฐานขององคาร
เกณฑพนื้ ที่ใหบ รกิ ารเปา หมาย
เกณฑดา นผลงาน/ประวตั ิหรอื ชือ่ เสยี งทไ่ี ดร บั การยอมรับเปน ท่ีประจกั ษ
เกณฑด านความสามารถในการสรางภาคีเครือขา ยหรอื การขยายผลในอนาคต
16 แนวทางการเปิดใหห้ น่วยงานอน่ื เข้ามามบี ทบาทรว่ มในการจดั บริการสาธารณะ
2. รปู แบบการทาํ สัญญาข้อตกลง
(Performance-based Contracting or Procurement):
การทาํ สัญญาเป�นภาคหี นุ้ ส่วนโดยหน่วยงานภาครัฐจดั สรรงบประมาณ
สําหรบั จดั บริการสาธารณะภายใตข้ อบเขตระยะเวลา
และกลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ
หลักการพ้ืนฐาน
เหมาะสําหรับหนวยงานภาครัฐที่ประสบปญหาหรือมีขอจํากัดดานศักยภาพ
ในการจัด บริการสาธารณะแกก ลุมเปาหมาย โดยมีภาคสวนอนื่ ทพ่ี รอ มใหบริการไดดีกวา
ซึ่งหนวยงานภาครัฐจัดสรรงบประมาณแกผูรับมอบภารกิจ ผานการจัดทําสัญญาขอตกลง
(Performance- based Contracting) ทก่ี ําหนดขอบเขตและเปาหมาย (Goals) รว มกัน
รูปแบบและวิธีการ
จัดทําขอตกลงและเง่ือนไขความรวมมือในการจัดบริการสาธารณะท่ีกําหนด
รวมกัน (Service-based Cooperation) โดยอยูภายใตกรอบขอตกลง เปาหมายและ
ผลลัพธของงบประมาณที่หนวยงานรัฐสวนกลางกําหนดไวในเบ้ืองตน หรืออาจตั้ง
คณะกรรมการเฉพาะกจิ (Joint Committee) เพ่อื รวมทําหนาทข่ี ับเคลื่อนภารกจิ ภายใต
ขอบเขตของสญั ญาใหบรรลเุ ปาหมายทวี่ างไวรวมกัน โดยมอี งคประกอบ คือ (1) หนวยงานรัฐ
สวนกลางท่ีเปนผูมอบหมายภารกิจ (2) ภาคสวนอื่นที่เปนผูรับมอบภารกิจ ซ่ึงในท่ีนี้
หมายถงึ ภาคประชาสงั คมและองคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ และ (3) ภาคสว นอนื่ สนบั สนนุ
ทีอ่ าจไมใ ชผ มู อบหมายภารกจิ และผูรบั มอบภารกิจ
แนวทางการเปิดให้หน่วยงานอืน่ เข้ามามบี ทบาทร่วมในการจัดบรกิ ารสาธารณะ 17
ภารกิจท่ีเหมาะสม
เหมาะสําหรบั ภารกจิ หรอื บรกิ ารสาธารณะท่มี ีความตอเน่ืองมากกวางานประจาํ
ท่ีตองปฏิบัติอยูแลว โดยสามารถขยายขอบขายงานของตนใหภาคสวนอ่ืนทาํ งานแทนได
ซึ่งชว ยลดคา ใชจ า ยและภาระในการบรหิ ารจดั การ นอกจากน้ี ยงั เหมาะสาํ หรบั การจัดทํา
ภารกิจใหมท ี่ขาดประสบการณและบทเรียนถึงความเปนไปไดและความทาทายในการดําเนิน
ภารกิจในระยะยาว ท้งั นี้ เพอ่ื ขยายผลไดต อไปในอนาคต โดยไมกระทบตอ การดาํ เนนิ งานหลัก
ของหนวยรัฐสว นกลาง
ตัวอยางภารกิจทเี่ หมาะสมสําหรบั การนําตวั แบบสัญญาขอตกลง อาทิ ภารกิจ
ดานการบริหารจัดการสถานพินิจและสถานแรกรับเด็กในกระบวนการฟนฟูเด็กและ
การคืนเด็กสูสังคม ภารกิจดานสถานดูแลเด็ก การจัดทําสถานสงเคราะห สถานฟนฟู
สถานศกึ ษาสาํ หรับเดก็ ออทสิ ตกิ และการจดั ทาํ หลักสูตรที่เหมาะสม การรับเรือ่ งรองเรียน
ผูบริโภค เปนตน การมอบหมายภารกิจโดยทีห่ นวยงานรัฐสวนกลางไมจําเปนตองขยาย
หนวยงานหรือเพิ่มบุคลากรตามภารกิจเพื่อรองรับกลุมเปาหมายในพ้ืนที่ตาง ๆ อีกทั้ง
ยังชวยสนับสนุนการดําเนินงานของภาคสวนอ่ืน ดานประกันรายไดข้ันตํ่าและปริมาณงาน
ในการดําเนินงานในแตละภารกิจได เน่ืองจากท่ีผานมาภาคสวนอ่ืนตองทํางานโดยอาศยั
งบประมาณจากการบรจิ าคหรือระดมทุนในรปู แบบตา ง ๆ ทําใหองคกรมีรายไดไมแนน อน
มีขอจํากัดในการรองรับกลุมเปาหมายผูรับบริการ การใชบ ุคลากรในรูปของอาสาสมัคร
แบบชั่วคร้ังชั่วคราว หรือการขาดบุคลากรบางสาขาวิชาชีพท่ีชวยใหการทํางานอยางมี
มาตรฐานหรอื มีประสิทธิผล4
4 ภาคประชาสังคมในไทยเดิมมักไดรับการสนบั สนุนดานงบประมาณจากตางประเทศ แตการเปล่ียนแปลง
ของประเทศไทยท่ีเขาสูประเทศกลุมรายไดปานกลาง ทําใหผูบริจาคในตางประเทศเริ่มลดการสนับสนุน
งบประมาณลงและนาํ เงินไปใหการสนับสนุนประเทศอ่ืนท่ียากจนกวา อีกทง้ั ยังตองพ่ึงพาอาสาสมคั ร
ที่ทํางานชั่วครั้งชั่วคราวในการดําเนินภารกิจเน่ืองจากไมสามารถวาจางบุคลากรประจาํ หรือบุคลากร
ในบางสาขาวิชาชีพได ดูใน ธนาคารพัฒนาเอเชีย, "รายงานเร่ือง ภาคประชาสังคมในประเทศไทย
โดยสังเขป," https://www.adb.org/sites/default/files/publication/ 29444/csb-tha-th.pdf.
18 แนวทางการเปิดให้หน่วยงานอื่นเข้ามามีบทบาทร่วมในการจดั บริการสาธารณะ
สําหรับภารกิจในตางประเทศที่ใกลเคียง อาทิ ระบบดูแลสุขภาพแหงชาติ
ของสหราชอาณาจักร (National Healthcare Service: NHS) ท่ีอาศัยการทําขอตกลง
เพ่ือการมอบหมายภารกจิ ของ NHS ตอสถานบรกิ ารดานสาธารณสขุ ซง่ึ ระบรุ ายละเอียด
ดานการบรหิ ารจัดการ ดานระยะเวลาของสญั ญา และดานงบประมาณ ควบคูกับการทํา
ขอตกลงระดับการใหบริการ (Service Level Agreements: SLAs) เพ่ือสรางความยืดหยุน
และความคลองตัวในการปรับเปลี่ยนหรือแกไขรายละเอียดของการใหบริการและ
การประเมินผลโดยท่ีไมกระทบตอตัวสัญญาหรือบันทึกขอตกลงความรวมมือ เชน NHS
อาจทําสัญญาหรือบันทึกขอตกลงความรวมมือ ในระยะเวลา 5 ป แตจะทํา SLAs
ทุก ๆ 1 ป เปน ตน โดยทั่วไป NHS จะกําหนดใหท ํา SLAs สําหรับการมอบหมายงาน
ดานบริการท่ีใชงบประมาณสูง (วงเงนิ ตั้งแต 1,000 ปอนดสเตอลิง ข้ึนไป) และตองเปน
ขอ ตกลงระยะยาว (ระยะเวลาไมน อยกวา 12 เดอื น)5
5 NHS Improvement, "Memorandum of Understanding Guidance: Corporate Services Productivity
Programme," (London: National Healthcare Service, 2018), 4. และ Mark Mawdsley, "Trust Guidance
for Nhs Contracts and Slas," (London: NHS Trust, 2017), 8.
แนวทางการเปิดใหห้ น่วยงานอนื่ เขา้ มามีบทบาทร่วมในการจัดบริการสาธารณะ 19
รปู แบบการทําสัญญาข้อตกลง (Performance-based Contracting)
หนว ยงานภาครฐั ภาคหี ุนสว น องคก รปกครองสว นทองถน่ิ /
ภาคประชาสังคม
- มีงบประมาณและภารกิจ
- มเี ปาหมายและผลลพั ธข องภารกิจ - มศี กั ยภาพการดําเนินงาน
- การดาํ เนินงานไมทว่ั ถึง และขาดประสิทธิภาพ - มกี ารดําเนินงานอยางตอเนอ่ื ง
- มีคณุ ภาพ ตอบสนองกลมุ เปา หมาย
หนา ท่ี “จัดหา”ภารกจิ ที่มี อาศยั ภารกิจและทรพั ยากร หนา ที่ “จัดทํา” ภารกจิ ที่มี
คณุ ภาพเพอื่ ใหบริการ ของหนว ยงานเจา ของภารกิจ คุณภาพเพื่อใหบริการ
ตอบสนองกลุม เปาหมาย ตอบสนองกลุม เปาหมาย
พนั ธสญั ญา – รเิ ร่ิมจากภาครฐั -> เปด ใหห นว ยงานอนื่ เขา มารว มดาํ เนนิ งาน
Contractual ดาํ เนนิ ภารกจิ ทภ่ี าครัฐรเิ รมิ่ แตข าดประสบการณ ภารกิจท่มี ี จดั ตงั้
Relationship ความตอเนื่องและเปนงานประจํา โดยมีองคกรปกครองสวนทอ งถ่นิ / คณะกรรมการ
ภาคประชาสังคม ดาํ เนนิ งานคขู นานกนั
เฉพาะกจิ
20 แนวทางการเปิดให้หน่วยงานอ่ืนเขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจดั บริการสาธารณะ
ข้ันตอนการดาํ เนินงานของรปู แบบการทําสัญญาขอ้ ตกลง
(Performance-based Contracting)
ภาครัฐประกาศ หนว ยงานภาครฐั ประกาศการจัดสรรงบประมาณอุดหนุน
สาํ หรับการจดั บรกิ ารสาธารณะโดยภาคสวนอน่ื ซ่งึ ประกอบดว ย
1 รายการภารกิจ ขอบเขตงาน วัตถปุ ระสงค ระยะเวลา หลักเกณฑการพจิ ารณาคดั เลือก
เพื่อเปดรับ วธิ ีการจดั สรรงบประมาณ และการประเมินโครงการทีช่ ัดเจน
ขอ เสนอ
ภาคสว นอื่น ภาคสว นอน่ื ย่ืนขอเสนอแผนการดาํ เนินโครงการในฐานะ
ผูรับมอบภารกิจตอ หนวยงานภาครัฐ หรือหนว ยงานภาครัฐสวนกลาง
2 ยื่นขอเสนอโครงการ เจา ของภารกจิ
ตอ หนวยงาน
เจาของภารกจิ
ภาคสว นอน่ื ภาคสว นอ่ืนนาํ เสนอรายละเอยี ดแผนการดําเนินโครงการ โดยมี
3 นาํ เสนอ คณุ สมบตั ติ ามเงอื่ นไขดา นศกั ยภาพทหี่ นว ยงานรฐั สว นกลางกําหนด
หลักเกณฑคุณสมบัติ เชน ความเชยี่ วชาญ มาตรฐานองคก ร พ้นื ทบ่ี รกิ าร
รายละเอยี ด ประสบการณ/ ผลงาน และความสามารถในการสรา งเครือขาย
ภาครัฐพจิ ารณา พจิ ารณาประเมินและคัดเลือกภาคสว นอ่ืนท่เี สนอรายละเอยี ด
และคดั เลือก จากความโดดเดนของโครงการ ความสมเหตสุ มผลดานงบประมาณ
4 ขอเสนอโครงการ ความเชยี่ วชาญ ความเสยี่ งท่อี าจเกดิ ขนึ้ ความคุมคา ในเชงิ ประสิทธภิ าพ
ท่ีผา นเกณฑ และประสิทธผิ ล เปน ตน เพ่อื เปน คูสญั ญาจดั ทําบริการสาธารณะ
โดยการจัดสรรงบประมาณของหนวยงานภาครฐั สว นกลาง
ภาครฐั จัดสรร หนว ยงานรฐั สว นกลางจัดสรรงบประมาณงวดแรก เพื่อใหผูรบั มอบ
5 งบประมาณ ภารกิจที่ดาํ เนนิ การจัดบริการสาธารณะภายใตข อ ตกลงทก่ี าํ หนดข้ึน
งวดท่ี 1
แนวทางการเปิดใหห้ นว่ ยงานอืน่ เข้ามามีบทบาทรว่ มในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 21
การประเมนิ ผล หนวยงานรฐั สวนกลางจดั ประเมินผลงานข้นั กลางในการจดั ทํา
6 การดําเนนิ งาน บรกิ ารสาธารณะของผรู บั มอบภารกจิ คสู ญั ญา โดยอาศัยวิธกี าร
ประเมินจากภายในและภายนอก รวมถงึ ควรจัดทํารายงานรว มกับ
ระยะกลาง การลงพ้นื ท่ดี ว ย
ภาครัฐจัดสรร หนวยงานรัฐสวนกลางอาจจดั ทาํ ประเมนิ ผลการดําเนนิ การข้นั กลาง
ตามจาํ นวนงวดงานท่ีทั้งสองฝายตกลงกนั ซง่ึ โดยทว่ั ไปมีการประเมนิ ผล
7 งบประมาณ และจัดทํารายงานระหวางการดาํ เนนิ งานเพยี งงวดเดียวเทา นน้ั
งวดท่ี 2
การประเมินผล หนวยงานรฐั สวนกลางประเมินผลการจดั บริการสาธารณะของ
8 หลังสิ้นสุด ผูรบั มอบภารกจิ คูสัญญาภายหลงั ส้นิ สดุ การดําเนินภารกิจและ
ปด โครงการ
การดําเนนิ งาน
9 การปด บัญชี ปดบัญชีงบประมาณโครงการ โดยการจดั ทําและตรวจสอบผล
งบประมาณ การดาํ เนนิ งานทางการบญั ชเี กย่ี วกบั คาใชจ ายตา ง ๆ ตลอดกระบวนการ
ดาํ เนนิ งาน ทง้ั นี้ เพอ่ื พจิ ารณาหรอื ศึกษาปญหา หรือความเหมาะสม
ตอการดําเนินโครงการ
22 แนวทางการเปิดใหห้ นว่ ยงานอืน่ เข้ามามบี ทบาทร่วมในการจดั บริการสาธารณะ
3. รปู แบบกลไกขบั เคลื่อนงานภายใตส้ ัญญารว่ ม
(Commissioning):
การเปิดใหห้ น่วยงานอื่น ๆ เขา้ มาร่วมเป�นภาคีหุ้นส่วนจัดทํา
บรกิ ารสาธารณะกบั หนว่ ยงานภาครฐั เพ่ือขบั เคล่อื นภารกิจ
ให้บรรลุเป้าหมายในระยะยาว
หลักการพ้ืนฐาน
เหมาะกับภารกิจที่เนนความสัมพันธบนพื้นฐานของความไววางใจและ
ความใกลชิดเพื่อบรรลุเปาหมายของการทํางานเชิงยุทธศาสตรรวมกัน โดยคาดหวังให
ภาคีหุนสวนแตละฝา ยระดมทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณมาจัดบริการสาธารณะ
ภายใต “โครงสรา งความสัมพันธท ีเ่ ปน ทางการ” ในรูปขององคก รกลางเพอื่ ขับเคลอื่ นงาน
จากการต้ังกลไกคณะกรรมการบริหารบุคลากรและงบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐ
ภายใตสญั ญาท่ีรว มกันจัดทาํ ข้ึน (Commissioning)
รูปแบบและวิธีการ
มุงเนนสรางความเปนหุนสวนระยะยาวระหวางหนวยงานรัฐสวนกลางและ
ภาคสวนอนื่ บนพ้นื ฐานของความรวมมอื บนฐานการออกแบบระบบบริหารจัดการภารกิจ
รวมกัน (Managerial-based Commissioning) โดยยึดนโยบายเปนกรอบและสราง
ความรว มมอื กับทุกภาคสวนอยา งเปนทางการ รวมถึงมกี ารขับเคล่ือนภารกจิ แบบรวมคิด
รวมทําตามที่ตกลงรวมกันในทุกขั้นตอนตั้งแตก ารกําหนดระดับความสําคัญของภารกิจ
และผลลัพธข้ันสุดทาย การประเมนิ ระดับความจําเปนและความตองการของประชาชน
การวางกรอบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรภาครัฐ และการออกแบบการดําเนิน
กจิ กรรม เปนตน สําหรับกลไกการทํางานเปนแบบทางการและมลี กั ษณะบรู ณาการเพื่อทํางาน
รวมกันเปนการเฉพาะ เชน คณะกรรมการบรหิ ารกองทุน หรือองคกรไมแ สวงกําไร เปนตน
แนวทางการเปดิ ใหห้ นว่ ยงานอนื่ เข้ามามีบทบาทร่วมในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 23
ภารกิจท่ีเหมาะสม
เนนการทํางานในภารกิจที่หลากหลายภายใตนโยบายและแผนงานรวมกัน
อยางเปนทางการเพ่ือขับเคล่ือนงานในระดับพื้นท่ีและบูรณาการทรัพยากรระหวาง
หนว ยงานรัฐสวนกลางและภาคสวนอ่ืนทเ่ี กย่ี วของโดยเฉพาะจากภาคประชาสังคมและองคกร
ปกครองสวนทองถ่ิน ซึ่งดําเนินภารกิจในอํานาจหนาท่ีของหนวยงานภาครัฐไดอยางถูกตอง
เชน องคก รการกศุ ล หรอื คณะกรรมการรวมท่ีมีการแตง ตั้งจากภาครฐั อยางเปนทางการ
ตัวอยางภารกิจท่เี หมาะสม เชน งานดานการคุมครองสทิ ธิเด็กในระดับจังหวัด
โดยอาศัยคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัดเพ่ือดําเนินภารกิจดานการดําเนินระบบคุมครอง
สิทธิเด็กแบบครบวงจรในระดับพ้ืนท่ี ซ่ึงสรางความรว มมือระหวางภาครัฐกับภาคประชาสังคม
ภายใตความสัมพันธท่เี ปนทางการในการรวบรวมทีมสหวิชาชีพมาทํางานรวมกัน การจัดใหมี
คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนสําหรับผูพิการ การจัดตั้งองคกรอิสระ
เพอ่ื คุมครองผูบรโิ ภคในระดบั พ้ืนที่ การจดั ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคดีผบู ริโภค เปน ตน
สําหรับภารกิจในตางประเทศ เชน แพลตฟอรมยุทธศาสตรระดับภูมิภาค
เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจทองถิ่น ซ่ึงเปนกลไกทางการในระดับภูมิภาคและทองถ่ิน ที่พยายาม
กระตุน ใหเกดิ การรว มมอื กันระหวางองคก รสาํ คญั ทเ่ี ก่ยี วของกับการพัฒนาเศรษฐกจิ ทั้งจากรัฐ
ในระดับชาติ ระดับทองถ่ิน และเอกชน รวมถึงภาคสวนอื่นจากชุมชนนโยบายท่ีเก่ียวของ
สัมพันธหรือไดรับผลกระทบกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพ่ือกอใหเกิดการออกแบบและการนํา
ยุทธศาสตรการพัฒนาเศรษฐกิจอยางยัง่ ยืนไปสูการปฏิบัติ และมุงกระตุนการสรางนวัตกรรม
ผานการสรา งคลสั เตอรทีเ่ ช่อื มโยงเอาภาคเอกชนและภาคการวิจัยกับการศึกษาไวด วยกนั
ตัวอยางประเทศสวีเดนท่ีพัฒนาแพลตฟอรมท่ีเปนกลไกทางการในระดับภูมิภาคโดยไดรบั
การสนับสนุนจากหนว ยงานรัฐสว นกลางจาํ นวนมาก เชน Swedish Agency for Economic and
Regional Growth (NUTEK) ที่เนนสงเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม Sweden's Innovation
Agency (VINNOVA) ท่ีสงเสริมระบบนวัตกรรมทอ งถิ่น และ Almi Group (ALMI) เนนกระตุน
ความเปนผูประกอบการและสรา งผูประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก เปน ตน 6
6 OrganisationforEconomicCo-operationandDevelopment,"NewFormsofGovernanceforEconomic
Development," (Paris: Organisation for Economic Co-operation and Development, 2004), 19-20.
24 แนวทางการเปดิ ใหห้ น่วยงานอ่ืนเข้ามามีบทบาทรว่ มในการจัดบรกิ ารสาธารณะ
ลกั ษณะรูปแบบกลไกขับเคลือ่ นงานภายใตส้ ัญญารว่ ม
(Commissioning)
หนวยงานภาครฐั ภาคหี ุนสว น องคกรปกครองสว นทองถน่ิ /
ภาคประชาสงั คม
- มีงบประมาณและภารกิจ เลง็ เหน็
- มเี ปาหมายและผลลัพธข องภารกิจ ความสําคัญ - มีศักยภาพการดําเนนิ งาน
- การดาํ เนนิ งานไมท่วั ถึง และขาดประสทิ ธิภาพ ของการทํางาน - มีการดําเนนิ งานอยางตอเนอ่ื ง
เชงิ ยุทธศาสตร - มีคณุ ภาพ ตอบสนองกลุมเปา หมาย
นติ บิ คุ คล โครงสรางความสัมพนั ธ คณะกรรมการบรหิ าร
แบบเปนทางการ
- จดแจงเปน องคกร ประกอบดว ยตัวแทน
ไมแ สวงหาผลกําไร
- งบอุดหนนุ จากรัฐ ภาคหี ุนสว นทกุ ฝาย
- ระดมทรพั ยากร บุคลากร
งบประมาณจากภาคีหุนสว น
ดาํ เนนิ การจัดองคก รความรว มมอื กนั ระหวางภาครฐั องคกรปกครองสว นทอ งถ่ิน ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน
เชน กรณศี ูนยร ับแจง เหตกุ ารละเมิดสทิ ธิ ศนู ยบาํ บัดผตู ิดยาเสพติด เปนตน
แนวทางการเปิดใหห้ น่วยงานอื่นเขา้ มามีบทบาทร่วมในการจดั บริการสาธารณะ 25
ข้ันตอนการดาํ เนนิ งานของรปู แบบกลไกขับเคลือ่ นงานภายใต้สัญญารว่ ม
(Commissioning)
การจดั ลาํ ดับ หนว ยงานรัฐสวนกลางทเ่ี ปน ผมู อบภารกิจและภาคสว นอ่นื ทเ่ี ปน
ความสาํ คญั ของ คสู ัญญา มีการตัดสนิ ใจรว มกนั อยา งเสมอภาค โดยมีการจาํ แนก
1 ภารกิจและ หนาทอี่ ยางชัดเจน ซึ่งหนว ยงานรฐั สวนกลางควรมีบทบาท
ขับเคลือ่ นภารกจิ ในฐานะผจู ดั การโครงการ (Project Manager)
ผลลพั ธ สวนภาคสวนอนื่ ทเ่ี ขามาเปนหุนสว นควรมบี ทบาทในฐานะของ
ฝา ยปฏบิ ัติการ ทงั้ นี้ โครงสรางความรว มมอื ควรมีลกั ษณะทางการ
เปนฝายเลขานกุ ารรวมกัน และมฝี ายสนับสนุนมารองรบั
การทํางานผานการตัง้ สํานักงานเลขานกุ ารเพอ่ื ทําหนาที่
ในเชิงประสานและบรหิ ารงานความรว มมือ
การประเมิน นําขอ มูลเกี่ยวกบั สภาพปญ หาและขอ เทจ็ จริงมาเปน สวนหนึง่
ของการจดั บรกิ ารสาธารณะใหส อดคลองตามวตั ถุประสงคข อง
2 ความจําเปนและ ภารกิจและกลมุ ผรู ับบริการ โดยใชกระบวนการปรึกษาหารือ
ความตอ งการของ รว มกบั กลุมผรู ับบรกิ ารเพื่อใหไ ดแนวทาง กระบวนการ และวิธกี าร
ที่สอดคลองและเหมาะสมทสี่ ุด
กลุมเปา หมาย
การจดั สรร ควรประเมินทรพั ยากรและงบประมาณที่จาํ เปนตองใช
โดยการวิเคราะหผลลพั ธร ว มกบั ความตอ งการของผูรับบริการ
3 ทรพั ยากร เปน สําคญั กรณีงบประมาณไมเพยี งพออาจพิจารณาภารกจิ
เพือ่ การจัดบรกิ าร รองลงมาเปนตวั เลือกตอไป
สาธารณะ
26 แนวทางการเปดิ ใหห้ นว่ ยงานอน่ื เข้ามามบี ทบาทร่วมในการจดั บรกิ ารสาธารณะ
การกาํ หนด กําหนดรูปแบบการจัดบริการสาธารณะใหส อดคลอ งกับ
รูปแบบการจดั กลมุ เปาหมาย และงบประมาณสําหรบั จดั สรรใหภาคสว นอ่ืน
4 บรกิ ารสาธารณะ ทเ่ี ปน ภาคหี นุ สวนดาํ เนินการจริงในฐานะผูรับมอบหมายภารกจิ
ทเ่ี หมาะสมกับ แทนรฐั
กลุม เปาหมาย
5 การจัดบรกิ าร จัดบรกิ ารสาธารณะตามที่กาํ หนด รวมทง้ั ประเมินวาควรดําเนนิ การ
สาธารณะ จดั บริการสาธารณะรปู แบบใดและวธิ ีการใด โดยตอ งอยใู นวสิ ัยของ
ขดี ความสามารถและศกั ยภาพของภาคสว นอ่นื ท่รี ับมอบหมาย
ดาํ เนนิ การไดจ ริง
การติดตามและ หนว ยงานรัฐสว นกลางเจา ของภารกจิ ตอ งมกี ระบวนการติดตาม
6 ประเมินผล และประเมนิ ผลความสําเรจ็ การจัดบริการสาธารณะท่ีไดมอบหมาย
ใหภาคสว นอ่นื ที่เปน ภาคหี ุน สว นดําเนนิ การ โดยรว มมอื กบั
กลมุ ผใู หบรกิ ารในฐานะผมู ีสวนไดเสยี ผลของการทาํ ภารกิจและ
ขอมูลท่ีไดค วรนํามาใชในการประเมนิ ผลและวิเคราะหร ว มกนั
เพอ่ื ปรับปรุง พัฒนา หรอื ยกระดับการจดั บริการสาธารณะใหมี
คณุ ภาพดขี ึ้นหรือขยายไปยงั ภารกจิ อื่นตามความเหมาะสม
แนวทางการเปิดให้หนว่ ยงานอนื่ เข้ามามบี ทบาทร่วมในการจัดบรกิ ารสาธารณะ 27
กระบวนการสรา้ งความรว่ มมือ
การสรางความรวมมือกับผูมีสวนไดสวนเสียจากแนวคิดการบริหารกิจการ
บานเมืองแบบรวมมือกัน (Collaborative Governance) และการถอดบทเรียน
กระบวนการขับเคล่ือนโครงการนํารองภายใตขอบเขตการดําเนินงานของโครงการ
ขบั เคลื่อนการบรหิ ารราชการแบบประชารฐั ทเี่ นน ประชาชนเปนศูนยก ลาง สามารถกําหนด
รูปแบบกระบวนการสรางความรวมมือตามแนวทางการบริหารราชการแบบมีสวนรวม
ออกเปน 8 ขัน้ ตอนหลกั ดังน้ี
ข้ันตอนการสรา้ งความร่วมมอื ตามแนวทางการบริหารราชการแบบมีส่วนรว่ ม
1 2 3
การประยุกตใ ช การเจรจากบั การแสวงหา
หนวยงานเจาของ
ตวั แบบ หนวยงานรับมอบ
ภารกิจ ภารกิจ
6
การจดั ตงั้ 5 4
จัดทําขอตกลงหรือ การหารอื เบอ้ื งตน
คณะทํางานรวมและ ลงนามบันทึกขอ ตกลง เพือ่ กาํ หนดภารกิจ
จัดทาํ แผนปฏบิ ตั กิ าร ความรว มมอื (MOU)
และกจิ กรรม
7 8
การดาํ เนินกิจกรรม การประเมนิ ผล
ตามแผนปฏบิ ตั ิการ การดาํ เนินงาน
28 แนวทางการเปดิ ใหห้ น่วยงานอืน่ เขา้ มามบี ทบาทร่วมในการจดั บริการสาธารณะ
ขัน้ ตอนท่ี 1 การประยกุ ตใ ชตัวแบบ
หนวยงานรัฐสวนกลางท่ีเปนเจาของภารกิจควรพิจารณาถึงความพรอมและ
ความเปน ไปไดในการดําเนินงานตามรูปแบบและวธิ ีการในการเปดใหห นวยงานอนื่ เขามา
มีบทบาทรวมในการจัดบริการสาธารณะของสามรูปแบบ วารูปแบบใดมีความเหมาะสม
และสอดคลองกับความตองการมากที่สุด ซ่ึงอาจพิจารณาไดหลายหลักเกณฑ เชน ลักษณะ
ของภารกิจ ขอบเขตและกรอบระยะเวลาในการดําเนินงาน ความพรอมดานทรัพยากรและ
งบประมาณ ความตอ งการของฝา ยบรหิ ารและเจา หนาทข่ี องหนว ยงานรฐั สว นกลาง ความพรอ ม
ของภาคสวนอื่นที่จะเปนผูรับมอบหมาย ความสัมพันธระหวางผูมอบหมายภารกิจและผูรับ
มอบหมายภารกิจ เปน ตน ทั้งน้ี สามารถพจิ ารณาคุณลกั ษณะของแตละรูปแบบไดด ังนี้
ตัวแบบ คุณลักษณะ
รปู แบบการให
เงินอดุ หนุน - มงุ เนน การจัดทําโครงการรวมกนั (Project-based
Cooperation) ในโครงการท่กี าํ หนดระยะเวลา
(Grant) การดาํ เนนิ งานชัดเจน
- เหมาะสมกับภารกิจทก่ี าํ หนดระยะเวลาการดาํ เนินงาน
รปู แบบการทํา ท่ีชดั เจนไมใ ชง านประจําของหนวยงานรัฐสว นกลาง เชน
สญั ญาขอตกลง การจดั ทาํ ระบบฐานขอ มลู การสาํ รวจขอมลู การฝก อบรม เปนตน
(Performance-
- รว มมือบนฐานของการจดั ทําบรกิ ารสาธารณะรว มกนั
based (Service-based Cooperation) ในบริการท่ตี องดาํ เนนิ การ
Contracting) อยางตอเนือ่ งโดยไมไ ดมรี ะยะเวลาเปนขอ จาํ กดั
- เหมาะสมกับภารกิจหรือบริการสาธารณะทอี่ าศัย
ความตอ เน่อื งมากกวาหรือเปน ภารกจิ ทีอ่ ยูในรูปของ
งานประจําท่ีหนว ยงานรัฐสว นกลางตองปฏิบตั ิอยแู ลว
- เปน ภารกจิ ที่หนว ยงานรัฐสว นกลางยังมีขอ จาํ กัดหรอื
ศักยภาพที่จําเปน ตองไดร บั การหนนุ เสรมิ หรือเพมิ่ เตมิ
ศกั ยภาพและขีดความสามารถดา นตาง ๆ
แนวทางการเปดิ ใหห้ น่วยงานอน่ื เขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจัดบรกิ ารสาธารณะ 29
ตัวแบบ คณุ ลักษณะ
รปู แบบกลไก - รวมมือบนฐานการออกแบบระบบบริหารจดั การภารกจิ
ขบั เคล่อื นงาน รวมกนั (Managerial-based Commissioning) เพอ่ื ดาํ เนิน
ภายใตส ญั ญารว ม โครงการหรอื บริการทอี่ ยูภ ายใตป ระเดน็ ทางนโยบาย
(Commissioning) หรือยทุ ธศาสตร
- เหมาะสมกับการดาํ เนินงานตามภารกจิ ที่หลากหลาย
ภายใตนโยบายหรอื ยทุ ธศาสตร
ข้ันตอนท่ี 2 การเจรจากับหนวยงานเจา ของภารกจิ
การแสวงหาและเจรจากับหนวยงานรัฐสวนกลางที่เปนเจาของภารกิจให
ดําเนินการมอบหมายภารกิจตามที่พิจารณาของสามรูปแบบเปนข้ันตอนจําเปนในกรณี
หนวยงานรัฐสวนกลางยังไมมีนโยบายหรือทิศทางการดําเนินงานท่ีจะมอบหมายภารกิจ
ใหกบั ภาคสว นอื่น โดยการแสวงหา เจรจา และชกั ชวน มี 2 ลักษณะ คือ
หนึ่ง ริเร่ิมจากภายใน เปนการริเร่มิ โดยผูบริหารหรือเจาหนาที่ของหนวยงานรัฐ
ซ่ึงเริ่มจาก (1) นําเสนอความคิดและศึกษาความเปนไปไดในการมอบหมายภารกิจของ
หนวยงานใหกับภาคสวนอื่น (2) สรางกระบวนการรับรูความคิดและความเปนไปได
ในการมอบหมายภารกิจใหเกิดกับผบู ริหารและบุคลากรภายในองคกร และ (3) นําขอเสนอ
จากความคิดหรือผลการศึกษามาผลักดันเปนนโยบายการมอบภารกิจของหนวยงาน
โดยอาจบรรจุในแผนปฏิบัติราชการประจําป แผนยุทธศาสตรของหนวยงาน หรอื คาํ รับรอง
การปฏิบัติราชการของผูบริหารและเจาหนาที่ของหนวยงานภาครัฐ ซ่ึงฝายบริหารมี
บทบาทสําคญั ในการกระตุนและสรา งบรรยากาศที่เอือ้ ใหเกดิ กระบวนการนําเสนอความคิด
สรางความตระหนักรู และการผลักดันใหการมอบภารกิจเปนนโยบายของหนวยงาน
ในขณะท่ีเจาหนาที่ผูป ฏิบัติงานมกี ารเริ่มเสนอความคิดและศึกษาความเปนไปไดของ
การมอบภารกิจ แลวนําเสนอตอฝายบริหารและบุคลากรในองคกรใหเล็งเห็นถึง
ความสําคญั
30 แนวทางการเปดิ ใหห้ น่วยงานอนื่ เข้ามามีบทบาทรว่ มในการจดั บริการสาธารณะ
สอง ริเริ่มจากภายนอก การสรางความรวมมือระหวางหนวยงานภาครัฐ
กับภาคสวนอนื่ โดยเฉพาะองคก รภาคประชาสงั คมและองคก รปกครองสว นทองถน่ิ ทั้งน้ี
สามารถเกิดจากการผลักดันของ “ฝายที่สาม” ได เชน ภาคเอกชน ภาควิชาการ
ภาคประชาชน และตัวประชาชนเองทต่ี องการใหเกิดความเปลีย่ นแปลงในการจดั บริการ
สาธารณะ
ทั้งน้ี เพ่ือใหเกิดการมอบหมายภารกิจ การมีสวนรวมในระยะยาวและสราง
วัฒนธรรมการบรหิ ารราชการแบบมสี ว นรวมในหนว ยงานรฐั โดยควรสงเสรมิ ใหห นว ยงาน
รฐั ทุกแหงใหความสําคัญตอการมอบหมายภารกิจและการสรางการมีสว นรวมในวงกวา ง
ซึ่งอาจขอความชวยเหลอื ทางวิชาการจากสถาบันการศกึ ษาในการสนับสนุนทางวิชาการ
และการศึกษาความเปน ไปได รวมถงึ มีสว นรวมในการเจรจากับหนวยงานรัฐสวนกลางดวย
ในการนี้ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สํานักงาน ก.พ.ร.) สามารถ
ทําหนาที่เปน “ฝายที่สาม” เพ่ือสงเสริมการมอบหมายภารกิจและสรางการมีสวนรวม
เชน การจัดทําโครงการนํารองเพื่อมอบหมายภารกิจ การติดตามผลการดาํ เนินงาน
การมอบหมายภารกิจ การทํางานเพื่อจับคูและขยายขอบขายความรวมมือระหวาง
หนว ยงานรัฐสว นกลางและภาคสว นอื่นทีม่ คี วามสามารถ เปนตน
ขั้นตอนที่ 3 การแสวงหาหนว ยงานรบั มอบภารกิจ
พิจารณาเชนเดียวกับขั้นตอนที่สอง เน่ืองจากภาคสวนอ่ืนอยางภาคประชาสังคม
และองคกรปกครองสว นทองถน่ิ อาจไมม ีนโยบายหรอื ทิศทางการดําเนนิ งานทจี่ ะแสวงหา
ความรวมมือกับหนวยงานรัฐสวนกลางที่เปนเจาของภารกิจ หรือยังไมมีความสนใจตอ
ภารกิจที่หนวยงานรัฐสวนกลางตองการมอบหมาย ดวยเหตุนี้ จึงตองทําการแสวงหา
เจรจา และชกั ชวนใหภาคสวนอน่ื มาดําเนินการรบั มอบภารกิจ ซึ่งทาํ ไดใน 2 ลักษณะ คอื
หน่ึง ริเริ่มจากภายใน เริ่มจากที่ภาคสวนอื่นแสวงหาและชักชวนใหหนวยงานรฐั
สวนกลางท่ีเปนเจาของภารกิจทําการมอบหมายภารกิจ โดย (1) เปนผูริเริ่มนําเสนอ
ความคิดและศึกษาความเปนไปไดของการรับมอบภารกิจ (2) สรางกระบวนการรับรูความคิด
ในการรับมอบหมายภารกิจและใหความสาํ คัญกับการทํางานรวมกับหนวยงานรฐั สวนกลาง
แนวทางการเปดิ ใหห้ น่วยงานอ่ืนเขา้ มามีบทบาทร่วมในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 31
และ (3) ผลักดันใหหนวยงานรฐั สวนกลางที่เปนเจา ของภารกิจหรือหนวยงานท่ีมีภารกจิ
ดานการกําหนดทิศทางและพัฒนาระบบการบริหารงานภาครัฐไทยนําขอเสนอการมอบหมาย
ภารกิจไปกาํ หนดเปน นโยบาย
จุดแข็งของการริเร่ิมในลักษณะน้ีคือ ภาคสวนอ่ืนยอมทราบถึงลักษณะของ
ภารกิจที่ตองการ ความตองการดานทรัพยากรและการอํานวยความสะดวก รวมทั้ง
การเสริมสรางศักยภาพในการดําเนินภารกจิ และความตอ งการดานกฎระเบียบท่ีเอือ้ ตอ
การทํางานไดอยางตรงจุด อยางไรก็ตาม ยังมีจุดออนดานการทําหนาที่ประสานงานกับ
หนวยงานรฐั ท่ีเปนเจา ของภารกิจและหนวยงานอืน่ ท่ีเกยี่ วของ ความนา เช่ือถือขององคกร
และความสามารถในการดาํ เนินงานทีม่ ีขอ จาํ กัด ดังนั้น ผูบริหารและเจา หนาทขี่ ององคก รน้ี
ควรยกระดับการทาํ งานของตนเองเพือ่ สามารถรบั มอบภารกจิ มาดาํ เนินงานไดในอนาคต
สอง ริเริม่ จากภายนอก เกิดจากการผลักดนั ของ “ฝา ยท่สี าม” ทเ่ี ปนหนว ยงาน
ทําหนาท่ีกําหนดทิศทางและพัฒนาระบบการบริหารงานภาครัฐไทย โดยมีวัตถุประสงค
ใหเกิดความเปล่ียนแปลงในการจัดบรกิ ารสาธารณะ
ทั้งนี้ เพื่อใหเกิดการมอบหมายภารกิจ การมีสวนรวมในระยะยาวและ
สรางความรวมมือกับภาคสวนอื่น โดยหนวยงานภาครัฐควรสงเสริมใหภาคสวนอื่น
เห็นความสําคัญของการรับมอบภารกิจและเขามามีสวนรวมในวงกวาง เพื่อสราง
ความไววางใจในการทํางานรวมกัน ทั้งนี้ หนวยงานภาครัฐอาจขอความชวยเหลือ
ทางวิชาการจากสถาบันการศึกษาหรือเครือขายในการสนับสนุนทางวิชาการ และ
ประเมินความเปนไปได รวมทั้งมีสวนรวมในการเจรจากับภาคสวนอ่ืน ในกรณีดังกลาว
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สํานักงาน ก.พ.ร.) สามารถทําหนาท่เี ปน
“ฝายท่ีสาม” เพื่อสงเสริมความรวมมือกับภาคสวนอื่นอยางภาคประชาชนและองคกร
ปกครองสวนทองถิ่นใหมากข้ึน มีการประเมินทัศนคติ ความพรอม ศักยภาพ และ
ประสบการณของภาคสวนอื่นที่จะรับมอบภารกิจ เชน ศึกษาลักษณะการทํางานของ
ภาคสวนอ่ืนวามีภารกิจคลายคลึงกับหนวยงานรัฐเจาของภารกิจ สํารวจทาที ทัศนคติ
หรือความขัดแยงตอหนวยงานรัฐเจาของภารกิจ สภาพความพรอมดานบุคลากร
งบประมาณ เครื่องมอื และขดี ความสามารถในการรบั มอบหมายภารกิจ เปนตน
32 แนวทางการเปดิ ให้หน่วยงานอ่นื เขา้ มามีบทบาทรว่ มในการจัดบรกิ ารสาธารณะ
ขัน้ ตอนที่ 4 การหารือเบอ้ื งตนเพ่ือกําหนดภารกจิ และกิจกรรม
ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมดานขอจํากัด ระยะเวลา และความเปนไปได
ของการทํางานรวมกันในรูปแบบ “ภาคีหุนสวน” เพื่อกําหนดภารกิจและกิจกรรม
ในการขบั เคลื่อนการดําเนินงานใหสําเรจ็ ลุลว ง โดยทง้ั สองฝายควรหารอื ตามลาํ ดบั ดังนี้
หนึ่ง กําหนดกรอบวิสัยทัศนร วมในการดําเนนิ ภารกิจ (Shared Common
Visions) คือ การกําหนดภารกิจที่สองฝายเห็นสมควรตามความสมัครใจ พรอมระบุ
รายละเอียดของวสิ ยั ทศั นเกี่ยวกับสิ่งที่จะทําในระยะยาว รวมทั้งความคาดหวังในการดําเนิน
ภารกิจดังกลา ว
สอง พจิ ารณาความเปน ไปไดแ ละลําดับความสําคัญของการดําเนินกิจกรรม
ตามภารกิจ (Priorities and Possibilities) เพื่อพิจารณาวา มีความเปนไปไดที่จะ
ดําเนินการทั้งดานเทคนิค ดานเศรษฐศาสตร ดานการปฏิบัติงาน และดานระยะเวลา
รวมทง้ั ลําดบั ความสําคัญโดยประเมินถึงปจจัยที่เกื้อหนุน ขอจํากัดของท้ังสองฝา ย และ
กรอบเชิงสถาบัน เชน กฎหมาย ระเบียบ งบประมาณ ระยะเวลา ฯลฯ ท่ีอาจสงผลกระทบ
ตอการดําเนนิ กิจกรรมภายใตภารกจิ ทจ่ี ะเกิดข้นึ ในอนาคต
สาม ถกเถียงเพื่อเลือกโครงการหรือกิจกรรมที่เหมาะสมสําหรับดําเนินการ
ตามภารกิจ (Project and Activity Selections) ควรคัดเลอื กโครงการและกิจกรรม
ตามภารกจิ หลงั จากพิจารณาความเปนไปไดและลําดบั ความสาํ คัญแลว โดยใหสอดคลอ ง
กับความเปนไปไดและลําดับความสําคัญ ท้ังนี้ อาจเลอื กจากความตองการของสองฝาย
และความตอ งการของประชาชน หรอื อาจคัดเลอื กตามความเรง ดวนของการแกไ ขปญหา
ตามสถานการณในแตละชวงเวลา โดยไมกระทบหรือสรางความเสียหายแกประโยชน
สาธารณะ
สี่ จัดทํารางขอตกลงกันเพ่ือดําเนินภารกิจดวยความสมัครใจ (Mutual
Agreements) คือ การทาํ รางขอตกลงที่ทั้งสองฝายเห็นสมควร ซ่ึงควรมีเน้ือหาสาระ
ที่กําหนดภารกิจในการมอบหมายอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบของท้ังสองฝาย
รวมถึงรายละเอียดดานการบริหารงานและธุรการ ซ่ึงขอตกลงสามารถทําไดหลายรูปแบบ
แตส ว นใหญในราชการไทยนิยมในรปู แบบของบันทึกขอตกลงความรวมมือ (MOU)
แนวทางการเปิดให้หน่วยงานอืน่ เขา้ มามบี ทบาทร่วมในการจัดบริการสาธารณะ 33
ลาํ ดับการหารือเบือ้ งตน้ เพ่ือกาํ หนดภารกจิ และกจิ กรรมโครงการ
กําหนดกรอบ พจิ ารณา ถกเถียง ทํารา ง
วสิ ัยทัศนรว ม ความเปน ไปได เพอ่ื เลอื ก ขอตกลงกนั
ในการดาํ เนิน โครงการหรือ เพื่อดาํ เนิน
และลาํ ดับ กิจกรรม
ภารกจิ ความสาํ คญั ทเ่ี หมาะสม ภารกจิ
ของการดาํ เนนิ สาํ หรบั ดว ย
โครงการและ ดาํ เนนิ การ ความสมัครใจ
กจิ กรรม ตามภารกจิ
ตามภารกิจ
ข้นั ตอนท่ี 5 จดั ทําขอตกลงหรอื ลงนามบนั ทกึ ขอตกลงความรวมมอื (MOU)
การจัดทําขอตกลงหรือการลงนามบันทึกขอตกลงความรว มมือ (MOU) เปนขั้นตอน
ท่ีสําคัญตอการสรางการรับรูและความตระหนักของบุคลากรภาครัฐในหนวยงานท่ีเก่ียวของ
วาตองดําเนินงานใหบรรลุตามขอตกลงที่ไดลงนามไว จึงตองประกาศใหสาธารณชน
และผูมีสว นเก่ียวของรับรูถึงการมีกิจกรรมและความสาํ คญั ของบันทกึ ขอตกลงเพ่ือยกระดับ
การจัดบริการสาธารณะของท้ังสองฝาย อันจะชวยสรางผลกระทบเชิงบวกท่ีแสดงถึง
ความกระตือรือรนและความตั้งใจในการขับเคลื่อนภารกิจของหนวยงานรัฐใหบรรลุ
เปาหมายรวมกัน รวมถึงแสดงความกาวหนาและชวยในการประชาสัมพันธตอการดาํ เนินงาน
ตามภารกจิ ทเ่ี ปนรูปธรรมไดอยา งชดั เจน
ขณะเดียวกัน ท้ังสองฝายตองทําหนาท่ีส่ือสารกับบุคลากรภายในองคกรและ
ผูมีสวนไดสวนเสียที่เก่ียวของ ถึงทิศทางการทํางานตามรายละเอียดในบันทึกขอตกลง
เพื่อใหการทํางานเปนไปอยางเอกภาพ ลดความขัดแยงหรือการทํางานภายในองคกร
ที่ไมสอดคลองกับรายละเอียดตามบันทึกขอตกลง ดวยเหตุน้ี ผูบริหารขององคกรและ
ฝายที่ทําหนาที่สื่อสารภายในและภายนอกองคกรจึงมีบทบาทสําคัญในการสื่อสาร
34 แนวทางการเปดิ ใหห้ นว่ ยงานอื่นเขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจัดบรกิ ารสาธารณะ
ใหชัดเจน เขาใจงาย และนําไปสูการปฏิบัติไดจริง อีกทั้งองคกรควรใชการสื่อสาร
ในรปู แบบของการสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) เพ่ือสรางการรับรูและ
เขา ใจตอประเดน็ ท่เี กีย่ วกับบนั ทกึ ขอ ตกลงอยางตอเน่ืองดว ย
ขัน้ ตอนที่ 6 การจัดต้งั คณะทาํ งานรวมและจัดทาํ แผนปฏบิ ัตกิ าร
ในการตั้งคณะทาํ งานรวมเปน รูปแบบการดําเนินงานท่ีทาํ ใหเ กิดความชัดเจนตอ
บทบาทหนาท่ีในการดําเนนิ งานตามบันทึกขอตกลงความรว มมือ (MOU) รูปแบบการจัดต้ัง
คณะกรรมการรวมอาจใชประกาศหรือคําส่ังแตงต้ังโดยผูบริหารสูงสุดของหนว ยงานรัฐ
สวนกลางผเู ปนเจาของภารกิจ หรือหนวยงานของภาคสว นอ่ืนท่เี ปนผรู ับมอบภารกจิ กไ็ ด
ในคณะทาํ งานรว มอาจกําหนดใหมีคณะทํางานยอย และคณะทํางานหลัก เพื่อขับเคลอ่ื น
การดําเนินงานตามภารกิจเฉพาะดาน แลวกําหนดใหคณะทํางานรวมทําหนาที่หลัก
ในการกํากับทิศทางภาพรวมของการดําเนินภารกิจใหเปนไปตามนโยบายหรือแผนการ
ดําเนินงาน รวมทั้งติดตามและประเมินผลการดําเนินงานอยางตอเน่อื ง เพ่ือใหการทํางาน
มปี ระสทิ ธภิ าพสูงสดุ
องคป ระกอบของคณะทาํ งานรว มที่ต้งั ข้ึนควรประกอบดวยบคุ ลากรของหนวยงานรฐั
สวนกลางเจาของภารกิจ ภาคสวนอื่นท่เี ปนผูรับมอบภารกิจ และผูมีสวนไดสวนเสียอ่ืนท่ีเปน
ฝายสนับสนุนการดําเนินภารกิจตามที่เห็นสมควร โดยสมาชิกของคณะทํางานชุดตาง ๆ
ควรเปน บุคคลท่หี นวยงานหรือภาคสวนอื่นมอบหมายใหป ฏบิ ัติหนาทเี่ ปน การเฉพาะเพ่ือให
สามารถดาํ เนินงานไดอยางตอเน่ือง และควรเปนผูที่สามารถตัดสินใจในฐานะผูแทนได
เพอ่ื ปอ งกันการสง ผแู ทนท่ไี มสามารถระบผุ รู บั ผดิ ชอบหรือไมมอี ํานาจในการตดั สนิ ใจ
สาํ หรับการจดั ทําแผนปฏบิ ัตกิ าร (Action Plan) ควรวางกรอบการทาํ งานในโครงการ
หรือกิจกรรมหลักและโครงการหรือกิจกรรมยอยที่ชัดเจน โดยกําหนดวัตถุประสงค
เปา หมาย ตัวชี้วัดความสําเรจ็ บทบาทหนาทแี่ ตล ะฝาย กระบวนการ ขน้ั ตอน ระยะเวลา
และทรัพยากรที่นํามาใช นอกจากน้ี ควรจัดทํากระบวนการที่เอ้ือใหเกิดการมีสวนรวม
จากผูมีสว นไดสวนเสียและประชาชน เพื่อใหมีแผนปฏิบัติการท่ีตอบสนองความตองการ
ของประชาชนและสอดคลองกบั ภารกจิ
แนวทางการเปิดใหห้ นว่ ยงานอนื่ เข้ามามบี ทบาทรว่ มในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 35
ขั้นตอนที่ 7 การดาํ เนนิ กจิ กรรมตามแผนปฏบิ ตั กิ าร
ดําเนินกิจกรรมรวมกันตามบทบาทหนาที่และงบประมาณที่ไดกําหนดไว
ในแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อใหการทํางานสําเร็จลุลวงตามเปาหมาย ทั้งนี้
ระหวางกระบวนการขบั เคลือ่ นงาน ควรมีการถอดบทเรียนและประเมินสถานการณตาง ๆ
ทสี่ ง ผลกระทบ เพอ่ื ปรึกษาหารอื และแสวงหาทางออกทเี่ หมาะสมรวมกันตอไป
สําหรับดานอํานาจหนาที่ของการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมตามภารกิจ
ควรพิจารณาถึงขอบเขตของอํานาจหนาทต่ี ามท่ีระบใุ นกฎหมายหรอื ระเบียบ เพอื่ ปองกัน
ขอโตแ ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดข้ึนในอนาคต สวนกรณีท่ียังไมมีกฎหมายหรือระเบียบ
ก็สามารถระบุการมอบอํานาจในการทําภารกิจ หรืออาจตองออกกฎหมายหรือระเบียบ
เพิ่มเติม ดงั น้ัน ทัง้ สองฝายควรหารือเพ่ือใหมีกฎหมายหรือระเบียบท่ีจําเปนกอนดาํ เนิน
กิจกรรม เน่ืองจากมีความสําคัญตอการจัดทํางบประมาณท่ีใชดวย ทั้งนี้ หนวยงานรัฐ
เจาของภารกิจควรเปนหลักในการจัดทํารางกฎหมายหรือระเบียบ และประสานงานกับ
หนวยงานที่เก่ียวของ เชน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการปรึกษารายละเอียด
และความเปนไปไดในทางกฎหมาย หรือกรมสงเสริมการปกครองทองถ่ินท่ีเก่ียวกับ
องคกรปกครองสวนทองถ่ิน เปนตน อยางไรก็ตาม ในชวงแรกของการมอบหมายภารกิจ
ควรกําหนดอํานาจหนาท่ีตามที่กฎหมายระบุไวอยางชัดเจน โดยไมจําเปนตองออกฎหมาย
หรือระเบยี บเพิ่มเติมอีก
ดานงบประมาณที่ใชในการดําเนนิ งาน ทั้งสองฝา ยควรตกลงถึงแหลงงบประมาณ
ท่ีจะใชใหชดั เจน เชน งบประมาณแผนดนิ ของหนวยงานรฐั เจา ของภารกิจ หรืองบรายได
ของหนวยงานรัฐที่รับมอบภารกิจ อยางไรก็ตาม เพ่ือใหเกิดความคลองตัวในการดําเนิน
ภารกิจ ควรแสวงหางบประมาณจากแหลง อ่ืนท่ีสามารถใชไดแ ละไมอ ยูในกรอบกฎหมาย
หรือระเบียบดานงบประมาณท่ีเครงครัด เพ่ือใหเกิดความคลองตัวตอการใชจาย
งบประมาณ อาทิ เงินบริจาค เปนตน แตการใชจายงบประมาณดังกลาวควรอาศัย
ระเบียบเฉพาะท่ีจัดทาํ ขึ้นและมีการใชงบประมาณอยางโปรง ใส
36 แนวทางการเปิดให้หน่วยงานอ่ืนเขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจัดบริการสาธารณะ
ขัน้ ตอนท่ี 8 การประเมินผลการดําเนนิ งาน
พิจารณาความสําเร็จของการดําเนินงานโครงการหรือกิจกรรมตาง ๆ ตาม
ตัวชี้วัดที่กําหนดไวในแผนปฏิบัติการ ท้ังน้ี การติดตามประเมินผลเปนการประเมิน
ระหวางดําเนินกิจกรรมยอย หรือระหวางดําเนินโครงการเปนระยะ ๆ ก็ได และควรมี
กระบวนการถอดบทเรียนการบรหิ ารราชการแบบมีสวนรว มที่เกิดข้ึนวา มีปญหา อุปสรรค
และขอจํากัดอยางไร เพื่อรวบรวมและรวมแสวงหาแนวทางปรับปรุงแกไขและพัฒนา
ใหดียิ่งขึ้น รวมทั้งผลการประเมนิ ในบางกรณีอาจนํามาเปนขอเสนอแนะแกผูที่มีอํานาจ
ตอไปได อน่ึง คณะกรรมการรวมควรกําหนดกรอบ วิธีการ และตวั ชี้วัดสําหรับการประเมิน
ความสาํ เรจ็ ของโครงการหรือกิจกรรมยอยตามแผนปฏิบัติการทเี่ กดิ ข้ึนอยา งชัดเจนดว ย
แนวทางการเปดิ ใหห้ น่วยงานอ่ืนเขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจดั บรกิ ารสาธารณะ 37
ความรว่ มมอื จะประสบความสําเรจ็ ได้
ต้องคาํ นึงอะไรบา้ ง ?
การพัฒนาการดาํ เนินงานในรูปแบบภาคีหุนสวน (Partnership) ตามรูปแบบ
และวิธีการในการเปดใหหนวยงานอื่นเขามามีบทบาทรวม ไดแก รปู แบบการใหเงินอุดหนุน
(Grant) รูปแบบการทําสัญญาขอตกลง (Performance-based Contracting) และ
รูปแบบกลไกขับเคลื่อนงานภายใตสัญญารว ม (Commissioning) ผานเครื่องมือของ
การจัดทําขอตกลง (Agreement) สัญญา (Contract) หรือบันทึกความรวมมือ (MOU)
ซึ่งจําเปนตองมีการสรางเงื่อนไขหรือปจจัยที่เอื้ออํานวยตอการดําเนินการรวมกัน
ระหวางภาครัฐ ภาคประชาสงั คม องคกรปกครองสว นทอ งถิ่น หรอื องคกรชมุ ชนใหเ ขามา
มีสวนรวมในการจัดบริการสาธารณะ เพื่อใหเ กิดความสําเร็จในความรวมมือ อันเปน
การยกระดับการใหบริการสาธารณะของภาครัฐที่ประชาชนสามารถเขาถึงบริการได
และเกิดความพงึ พอใจสงู สดุ โดยมปี จ จยั สนบั สนุน ดงั น้ี
38 แนวทางการเปิดให้หนว่ ยงานอื่นเขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจดั บริการสาธารณะ
ปั จจยั จากสภาพแวดล้อม:
การมสี ภาพแวดลอ้ มทเ่ี กอ้ื หนนุ ตอ่ การมอบหมายภารกจิ
1. ปจจัยดานนโยบาย โดยรฐั บาลควรดําเนนิ การ ดงั น้ี
กําหนดนโยบายและประกาศเจตนารมณที่ชัดเจนและเปนรูปธรรม
ในการเปดโอกาสใหภาคสว นอื่นเขามามีสวนรวมขับเคล่ือนภารกิจหรอื
จัดบรกิ ารสาธารณะรวมกับหนว ยงานรัฐสว นกลาง เชน ยุทธศาสตรชาติ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ หรือคําแถลงนโยบายของ
คณะรัฐมนตรี
กําหนดมาตรการกระตุนและสงเสริมใหภาครัฐมอบหมายภารกิจให
ภาคสวนอืน่ รว มดาํ เนินการกับหนว ยงานภาครฐั สวนกลางอยางเปนรปู ธรรม
ควรตดิ ตามและประเมินผลการสงเสริมการบริหารราชการแบบมสี ว นรว ม
การจดั บริการสาธารณะ และการมอบหมายภารกิจ
2. ปจจัยดานโครงสรางเชิงสถาบัน โดยรัฐบาลควรมีนโยบายมอบให
หนวยงานท่ีเก่ียวของกับการพัฒนาระบบราชการ เชน สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา
ระบบราชการ (สํานักงาน ก.พ.ร.) เพื่อทําหนาที่สงเสริมการบริหารราชการแบบมีสวนรวม
และการมอบหมายภารกิจตามนโยบายที่กําหนดไว โดยการสงเสริมและสนับสนุนให
หนวยงานภาครัฐสวนกลาง ดําเนินภารกิจรวมกับภาคสวนอื่นเพื่อแบงเบาภาระงาน
ซึ่งชวยลดขอจํากัดและอุปสรรคจากการขาดแคลนทรัพยากร ความเช่ียวชาญ หรือ
งบประมาณ นอกจากนี้ ควรมีบทบาทในเชิงวิชาการเกี่ยวกับรูปแบบการสงเสริม
ความรวมมือตามรูปแบบการใหเงินอุดหนุน (Grant) รูปแบบการทําสัญญาขอตกลง
(Performance-based Contracting) และรูปแบบกลไกขับเคลอื่ นงานภายใตสัญญารว ม
(Commissioning)
แนวทางการเปิดใหห้ นว่ ยงานอนื่ เข้ามามบี ทบาทร่วมในการจัดบริการสาธารณะ 39
3. ปจจัยดานกฎระเบียบและขอกฎหมาย หนวยงานภาครัฐและภาคสวนอ่ืน
รวมกันพิจารณาเกี่ยวกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือขอบังคบั ตาง ๆ ท่ีเปนอุปสรรคตอ
การมอบภารกิจเพื่อดําเนินการ โดยพิจารณาจากประโยชนสาธารณะที่เกิดขึ้นเปนหลัก
รวมทั้งรัฐบาลควรสนับสนุนการแกไขกฎหมายเพื่อความคลองตัวในการปฏิบัติงาน
ตามภารกิจ
4. ปจจัยดานกระบวนการจัดสรรงบประมาณ ภาครัฐควรมีการทํางาน
อยางเปนระบบดว ยการพฒั นากลไกการทาํ งานในรปู แบบสญั ญาเพอ่ื มอบหมายภารกิจให
ภาคสวนอื่น และไดรับการจัดสรรงบประมาณของหนวยงานภาครัฐสวนกลาง รวมถึง
มีกฎระเบียบที่คลองตัว ยืดหยุน และปรับเปลี่ยนแนวคิดเนนการมีสวนรวมของภาคสวนอ่ืน
มากขึ้น โดยสัญญาที่เกิดขึ้นตองตั้งอยูบนหลักการคิดตนทุนตอหนวย มีการกําหนด
ตัวชี้วัด ผลลพั ธท่ีคาดหวัง และมุงเนนผลลัพธมากกวา กระบวนการ
5. ปจจัยดานการบริหารงานภาครัฐ ควรรวมกับภาคีหุนสว นในการวิเคราะห
หาจุดแข็งและจุดออนรวมกัน เพื่อใหหนวยงานรัฐสวนกลางเสริมสรางขีดความสามารถ
และศักยภาพใหภาคีหุนสวนสามารถดําเนินการไดอยางมีประสทิ ธิภาพและประสิทธิผล
โดยอาจมีมาตรการเสริมสรา งทักษะ ความเปนมืออาชีพของบุคลากร และความเชีย่ วชาญ
ใหกับบุคลากรของภาคีหุนสวน เชน การออกแบบขอสัญญา การประเมินสภาพปญหา
และความตองการของประชาชนหรือผูรับบริการเปาหมาย การเสรมิ สมรรถนะของบุคลากร
ในการจัดบริการสาธารณะ การกําหนดผลลัพธและตัวช้ีวัด การจัดทํางบประมาณ บัญชี
และรายงานผลการดาํ เนินงาน การสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศขอมูลองคความรู
ที่เกี่ยวของ และการอํานวยความสะดวกดานทรัพยากร (บุคลากร งบประมาณ และ
สถานที่) รวมท้ังอาจมีการยืมตัวบุคลากรภาครัฐและผูปฏิบัติงานในภาคประชาสังคม
มาทํางานรว มกัน
40 แนวทางการเปิดให้หน่วยงานอื่นเขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจดั บรกิ ารสาธารณะ
6. ปจจัยดานวิชาการ ในระยะเร่ิมตน ควรใหภาควิชาการที่มีความเชี่ยวชาญ
เขามารวมสังเกตการณ รวบรวมขอมลู ประสบการณ วิเคราะห และสังเคราะหองคความรู
ในเชิงกระบวนการและเนื้อหาสาระ ตั้งแตชวงเริ่มตนจนส้ินสุดการดําเนินงาน เพื่อชวย
พัฒนากลไกหรือวิธีการท่เี หมาะสม และเผยแพรตัวแบบความรวมมือไปยังหนวยงานอ่ืน ๆ
หรือขยายขอบขายภารกิจใหมากขึ้น ทั้งนี้ หนวยงานรัฐควรติดตามการทํางานของ
ภาควิชาการ และใหขอเสนอแนะ เพื่อใหไดผลการวิจัยและขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
ที่ถูกตองและสามารถนําไปปฏิบัติไดจริง รวมทั้งอํานวยความสะดวกดานการบริหาร
จดั การและการประสานงานดวย
ปั จจัยด้านผูน้ าํ :
การมีผนู้ าํ ทก่ี ระตอื รอื ร้นรเิ รม่ิ การบรหิ ารราชการแบบมสี ่วนร่วม
ความสําเร็จท่ีสําคัญของการสงเสรมิ การบริหารราชการแบบมีสว นรวมในรูปแบบ
สรรคสรางองคความรูรวมกัน (Knowledge Co-creation) ตองอาศัย “ผูนํา” ท่ีมีวิสัยทศั น
มีความคิดริเริม่ สรางสรรค มีความสามารถในการเจรจาโนมนาวชักจูง มีความกลาหาญ
ตอการสรางการเปลี่ยนแปลง มีกระบวนทัศนและทัศนคติที่ดีตอการทํางานรวมกับ
หนวยงานอ่ืน ๆ รวมถึงการสอ่ื สารและสรางความเขาใจภายในองคกรได เพ่ือนําพาองคกร
สกู ารเปลย่ี นแปลงไดใ นภาพใหญ
แนวทางการเปิดให้หน่วยงานอ่นื เขา้ มามีบทบาทร่วมในการจัดบริการสาธารณะ 41
นอกจากนี้ ผูนําขององคกรควรมีความชาญฉลาดเชิงกลยุทธ เชน การสราง
แนวรวมทางความคิดกับผูบริหารระดับสูงและผูบริหารระดับกลางภายในองคกร
การปรับปรุงและพัฒนาวิธีคิดของหนวยงานภายในดานการส่ือสารองคกร หนวยงาน
ดานนโยบายและแผนงาน หนวยงานดา นการพัฒนาระบบบริหารงาน โดยเฉพาะหนว ยงาน
ที่รับผิดชอบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) ตองระบุ
ใหผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการผลักดันและขับเคลื่อนงานในรูปแบบการบริหารราชการ
แ บ บ มี ส ว น ร ว ม เ ป น ผ ล ลั พ ธ ก า ร ทํ า ง า น ใ น แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก า ร ป ฏิ บั ติ ร า ช ก าร
(Performance Appraisal) ทผี่ ูปฏิบัติงานตอ งรบั รู และไมเ หน็ วา เปน “งานฝาก”
ปั จจยั ด้านภาครฐั :
หน่วยงานภาครฐั สนองตอบต่อการสรา้ ง
การบริหารราชการแบบมสี ่วนรว่ มและการมอบหมายภารกจิ
1. ปจจัยดานการสรางเสริมทางความคิด วัฒนธรรม และคานิยมใหม
หนวยงานภาครัฐผูมอบภารกิจควรกําหนดเรื่องการมีสวนรวมในวิสัยทศั น คานิยม พันธกิจ
และยุทธศาสตรขององคกรอยางชัดเจน เพ่ือสรางการส่ือสารและรับรูจ นเกิดความตระหนกั
และกระตือรือรนในการนาํ ไปปฏิบัตขิ องแตล ะสวนงานภายในองคก รไปในทศิ ทางเดียวกนั
โดยเฉพาะหนวยงานที่ขับเคลื่อนภารกิจหลักขององคกร (Core Functional Unit)
จําเปนตองอาศัยกลยุทธการสื่อสารภายในและภายนอกองคกร (Internal & External
Communication Strategy) ไปพรอ มกนั
42 แนวทางการเปดิ ให้หนว่ ยงานอ่ืนเขา้ มามบี ทบาทรว่ มในการจัดบริการสาธารณะ