The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัฒนธรรม ปีที่ 54 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2558 ย้อนยุคอย่างสร้างสรรค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2022-03-29 23:18:23

วัฒนธรรม ปีที่ 54 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2558

วัฒนธรรม ปีที่ 54 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2558 ย้อนยุคอย่างสร้างสรรค์

Keywords: วัฒนธรรม

หนา้ กาลหรือเกยี รตมิ ขุ ท่ปี ระตูทางเขา้ วังสลุ ต่านแห่งยอร์กยา
บนเกาะชวา

ใบนาครตอิคง วหานม้าเชก่ือาบลาหลี

ฐานท่ีมั่นอันแข็งแกร่งของศาสนิกชนฮินดูในอินโด-  ๑
นเี ซยี คอื เกาะบาหล ี เกาะเลก็ ๆ ทม่ี พี ลเมอื งอยรู่ าว ๔ ลา้ นคน ๒
ทา่ มกลางวงลอ้ มของชาวมสุ ลมิ ทมี่ อี ยมู่ ากถงึ รอ้ ยละ ๘๗ จาก
ประชากรทั้งหมดกว่า ๒๓๐ ล้านคนของอนิ โดนเี ซีย 

ตามศาสนสถาน วัง และบ้านเรือนของชาวบาหลี 
มักสร้างซุ้มประตูทางเข้าชั้นนอกที่มีลักษณะคล้ายประตูที่ถูก
ผ่าครึ่งแยกออกจากกัน เรียกว่า “จันทิ เปินตัร”  ซึ่งเปรียบ
เสมอื นเขาไกรลาส ทซี่ งึ่ พระศวิ ะประทบั บำ� เพญ็ เพยี รจนบรรลุ
โมกษะ (การรู้แจ้งหรือการบรรลุธรรม) แล้วจึงเกิดปาฏิหาริย์
ภูเขาไกรลาสแยกออกเป็นสองส่วน กลายเป็นประตูสองข้าง
ดังกล่าว จึงถือเป็นประตูแห่งความรู้แจ้งทางปัญญาของชาว
บาหลี  ประตูแยกน้ียังหมายถึงความสมดุลของโลกคือหญิง
กับชาย ความดกี ับความชว่ั  

เมื่อผ่านประตูช้ันแรกเข้ามาแล้ว จะมีประตูช้ันที่ ๒ 
คอื “มหาเมร”ุ  หรอื  “กรู อิ ากงุ ” (The gateway to the heaven) 
มีรูปลักษณ์คล้ายภูเขา และมีประตูทางเข้าอยู่ตรงกลาง ซ่ึง
หมายความวา่ เมอื่ ชำ� ระลา้ งจติ ใจใหส้ ะอาด โดยผา่ นประตแู หง่
ความด-ี เลวมาแลว้  กส็ ามารถเดนิ เขา้ ประตสู ศู่ าสนสถานชนั้ ใน
สดุ   เปรยี บดงั่ ทพิ ยวมิ านบนยอดเขาพระสเุ มรบุ นสรวงสวรรค์
ภายในเปน็ ทตี่ ง้ั ศาลสำ� หรบั เซน่ สรวงบชู าเทพเจา้ ชนั้ สงู สดุ  คอื
พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม  ในวันปรกติ ประตูท่ี ๒ 
นปี้ ดิ อยเู่ สมอ ถา้ จะเดนิ ผา่ นตอ้ งเขา้ ประตเู ลก็ ทางซา้ ยและขวา
ส่วนประตูใหญ่ตรงกลางซ่ึงถือเป็นประตูแห่งสรวงสวรรค์ จะ
เปดิ เฉพาะเมอ่ื มงี านสำ� คญั ทางศาสนาหรอื ในการตอ้ นรบั แขก
บา้ นแขกเมอื งเท่านน้ั

เหนือประตูกูริอากุง หรือ “มหาเมรุ” มักมีลวดลาย
ปูนปั้นคล้ายรูปหน้ากาลหรือเกียรติมุขประดับอยู่ทุกประต ู
ชาวบาหลีเรียกว่า “บารอง” เปรียบเป็นตัวแทนแห่งคุณธรรม
ความดี และถือเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องอ�ำนาจภูตผี
วิญญาณช่ัวร้ายทั้งมวล  ชาวบาหลียังเช่ือว่าประตูท่ีมีบารอง
ประดบั ไว ้ คอื ประตแู หง่ ความตายของผโู้ งเ่ ขลา ผปู้ ระกอบดว้ ย
อวิชชา คือความมืดบอดในจิตใจ มาบดบังความดีงาม 

100 วัฒนธ รม

ขณะเดียวกันก็เป็นประตูแห่งชีวิตของผู้รู้แจ้ง  การเดินผ่าน 
เขา้ ประตนู จี้ งึ เทา่ กบั เอาอวชิ ชาในใจตนมาใหห้ นา้ กาลกลนื กนิ
เพ่มิ พนู สริ ิมงคลแก่ชวี ิต

พลงั อำ� นาจของเกยี รตมิ ขุ หรอื หนา้ กาลตามความเชอ่ื
ในคติฮินดูยังส่งอิทธิพลให้แก่พุทธสถานด้วย ดังปรากฏการ
ประดับรูปหน้ากาล ณ บุโรพุทโธ  บนเกาะชวาภาคกลาง 
พุทธศาสนสถานในลัทธิมหายานที่ใหญ่ท่ีสุดในโลกแห่งน้ี 
สรา้ งขน้ึ ราวป ี ๑๓๕๐ โดยกษตั รยิ ร์ าชวงศไ์ ศเลนทร ์ ซง่ึ นา่ จะมี 
ความเชอื่ ตามคตเิ รอ่ื งลมหายใจศกั ดสิ์ ทิ ธแิ์ ละคตเิ รอ่ื งกาลเวลา
ซ่ึงตามความหมายของหน้ากาลหรือกาละ ซ่ึงหมายถึงผู้ 
กลืนกินทุกส่ิงทุกอย่าง สามารถเข้ากันได้กับพุทธศาสนา 
จึงนิยมประดับลายหน้ากาลไว้ที่ซุ้มประตูทางเข้าพุทธสถาน

๓ หในนวา้ ัฒกนาลธรปรรมะเดขบั มศราสนสถาน

๑ อารยธรรมเขมรโบราณได้รับอิทธิพลความเชื่อทาง
ศาสนาฮินดูและพุทธศาสนาจากอินเดียอย่างมาก รวมทั้งคติ
หนา้ กาลหรอื เกียรตมิ ขุ เหนือประตทู างเขา้ ศาสนสถาน  ความเชื่อเรื่องหน้ากาลหรือเกียรติมุข ซ่ึงมักปรากฏตาม 
ทป่ี รัมบานัน เกาะชวาภาคกลาง ศาสนสถานเช่นกัน  ลายหน้ากาลนี้เป็นลวดลายส�ำคัญและ 
แพรห่ ลายมากในศลิ ปะเขมรทงั้ ทพ่ี บในประเทศกมั พชู าและไทย  
๒ มักปรากฏอยู่ตามทับหลังหรือหน้าบันเหนือประตูทางเข้า 
เพอ่ื ปอ้ งกันสง่ิ ชวั่ รา้ ยมิใหเ้ ขา้ มาสศู่ าสนสถานเป็นส�ำคัญ 
ศาลบชู าเทพเจา้ ภายในศาสนสถานฮินดบู นเกาะบาหล ี
ตกแต่งดว้ ยหน้ากาลตามส่วนตา่ งๆ ในบางยุคลายหน้ากาลท่ีมองเห็นทางด้านหน้า 
เปน็ ลวดลายสำ� คญั ทปี่ รากฏอยโู่ ดดๆ โดยไมม่ รี ปู เทวดาเขา้ มา
๓ เก่ียวข้อง โดยอยู่ตรงกลางทับหลัง และมักจะคายท่อนพวง
มาลัยที่ตกแต่งด้วยลวดลายพรรณพฤกษา ซ่ึงน่าจะเป็นการ
มหาเมร ุ (กูริอากงุ ) ประตูชน้ั ในของศาสนสถานฮนิ ดบู นเกาะบาหล ี ผสมผสานระหวา่ งคตเิ รอื่ งลมหายใจศกั ดส์ิ ทิ ธ ์ิ รว่ มกบั รปู แบบ
มีรปู หน้ากาลอย่เู หนอื ประตู ศิลปะในท้องถิ่นที่นิยมท�ำลายพวงมาลัย ซ่ึงพวงมาลัยในคติ
อนิ เดยี หมายถงึ ความอดุ มสมบรู ณน์ นั่ เอง ดงั เชน่ ทปี่ รากฏบน
ทับหลัง ศิลปะแบบพระโค ท่ีปราสาทหินพนมวัน จังหวัด
นครราชสีมา หรือทับหลังศิลปะเกลียงที่ปราสาทเมืองต�่ำ
จังหวดั บุรีรัมย์ เป็นตน้  

 กรกฎาคม-กนั ยายน ๒๕๕๘ 101

ในสมัยต่อมาหน้ากาลจะมีเทวดาประทับภายในซุ้ม ๔
เรือนแก้วอยู่ข้างบน  ลายลักษณะนี้นิยมมากบนทับหลังใน ๕
ศิลปะแบบบาปวน นครวัด และบายน  ถ้าหน้ากาลมองเห็น
ด้านข้าง เช่นหน้ากาลตามกรอบหน้าบัน มักคายรูปสัตว์ เช่น
สิงห์หรือนาค และมีขากรรไกรล่าง  ส่วนหน้ากาลที่หันหน้า
ตรงและปรากฏอยู่ตรงกลางทับหลังนั้น ในศิลปะเขมรสมัย
แรกๆ บางคร้ังจะสลักลายหน้ากาลท่ีมีแขนหรือช่วงแขนเข้า
มาประกอบด้วย แต่ในสมัยหลังต้ังแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๖
เป็นต้นมา หน้ากาลมักจะมีแขนเสมอ จนกระทั่งในราวกลาง
พทุ ธศตวรรษท ่ี ๑๗ หนา้ กาลมเี ขยี้ วคหู่ นง่ึ งอกออกมาจากปาก 
และหน้ากาลได้วิวัฒนาการกลายเป็นหน้าสิงห์หรือสิงหมุข
อย่างแท้จริงเพราะมีริมฝีปากล่าง นอกจากนั้นเราจะเห็น 
ลายหน้ากาลกับลายมกรอาจแทนที่กันได้ตามปลายของ 
กรอบหน้าบนั  ลูกกรง และทอ่ นำ้�



รฮานิ หดูตู-าพมทุ คธต  ิความเชื่อ

ตามความเชื่อของชาวฮินดู  ราหูเป็นหนึ่งในเทพ  ๔
นพเคราะห์ ผู้ก่อให้เกิดคราสของพระอาทิตย์และพระจันทร์
โดยมีเรื่องราวปลีกย่อยทั้งที่แตกต่างและคล้ายคลึงกันใน  เทวดาประทบั น่ังในซ้มุ เหนอื หน้ากาลทค่ี ายท่อนพวงมาลัย  
แต่ละคัมภีร์  บางคัมภีร์เล่าว่าราหูเป็นอสูรตนหนึ่งท่ีไปแอบ ปราสาทเมืองตำ่�  จังหวดั บรุ ีรัมย์
ดม่ื นำ�้ อมฤตซงึ่ ไดจ้ ากการกวนเกษยี รสมทุ ร แตพ่ ระอาทติ ยก์ บั
พระจนั ทรม์ าพบเขา้  จงึ ฟอ้ งพระนารายณ ์  พระองคจ์ งึ ลงโทษ ๕
โดยเอาจักรขว้างตัดกายราหูออกเป็นสองส่วน  แต่จากการที่
ราหูได้ด่ืมน�้ำอมฤตไปแล้วจึงกลายเป็นอมตะ เพียงแต่ไม่มี ภาพสลกั รปู ศวิ นาฏราชประทบั อยเู่ หนือหน้ากาล  
ท่อนล่าง นับแต่น้ันมาด้วยความอาฆาตแค้น เมื่อพระจันทร์ ปราสาทศขี รภมู ิ จังหวัดสรุ นิ ทร์
และพระอาทติ ยโ์ คจรมาใกล ้ ราหกู จ็ ะคอยจบั เขา้ ปากกลนื กนิ เสยี  
แต่แล้วก็ต้องหลุดออกทางท้องทุกทีไป กลายเป็นต�ำนาน
อธิบายปรากฏการณ์สุรยิ คราสและจันทรคราส

คติเร่ืองราหูคงเป็นมุขปาฐะที่ไทยรับมาจากชาว
อินเดีย  ในเอกสารทางพุทธศาสนาเรียกราหูว่า “อสุรินทระ”
เป็นพญาอสูรที่น่าเกรงขาม มีร่างกายใหญ่โต  ในส่วนท่ี
เก่ียวข้องกับพระพุทธเจ้ามีกล่าวไว้ในหลายคัมภีร์ เช่น ใน 
จันทปริตรและสุริยปริตร กล่าวไว้ว่า จันทเทวบุตรและ 

102 วฒั นธ รม

สุริยเทวบุตรถูกอสุรินทราหูจับ ด้วยมีเหตุเคียดแค้นกันมา  ความเชื่อด้ังเดิมที่ว่ากบหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ต่อมา 
แต่ชาติปางก่อน จึงพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ เชตวัน  เม่ือรับคติฮินดูเข้ามาจึงรับเอาวรรณกรรมและมุขปาฐะเรื่อง
มหาวิหาร เพื่อขอพระองค์เป็นท่ีพ่ึง  พระองค์จึงตรัสให้  ราหูอมจันทร์เข้ามา เมื่อผสมผสานกับความเช่ือแบบพุทธ 
อสุรินทราหูปล่อยท้ังสององค์เสีย อสุรินทราหูจึงยอมปล่อย ก็ท�ำให้ทัศนคติของคนพื้นเมืองเปลี่ยนไป โดยก�ำหนดให้กบ
เพราะกลวั วา่ ศรี ษะของตนจะแตกเปน็ เจด็ เสย่ี ง และชวี ติ จะไม่ เปน็ ราหเู ปน็ เทพฝา่ ยอธรรม และเดอื นหรอื พระจนั ทรเ์ ปน็ เทพ
ได้รับความสุข  ส่วนในคัมภีร์ทางล้านนากล่าวว่า เม่ือราหูยัง ฝา่ ยธรรมแทน
ไมไ่ ดฟ้ งั ธรรมเทศนาของพระพทุ ธเจา้  กม็ กั จะกลนื กนิ เทวบตุ ร
ทั้งสองเสมอ ต่อเมื่อได้ฟังธรรมพระพุทธเจ้าจึงไม่ได้กลืนกิน จะเห็นได้ว่าคติความเชื่อในเร่ืองของหน้ากาลหรือ
อีก ได้แต่เอาฝ่ามือดึงคางมาทับทรวงอก แล้วแลบล้ินเลียอยู่ เกียรติมุข และราหูตามแบบศาสนาฮินดูและพุทธศาสนาใน
เท่านั้น อษุ าคเนย ์ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ อทิ ธพิ ลวฒั นธรรมอนิ เดยี ทก่ี ระจาย
ไปอยา่ งกวา้ งขวาง 
หลายต�ำนานทเี่ กยี่ วกับราหูมกั กลา่ วว่าราหูเป็นอสรู
ดังนั้นรูปแบบทางศิลปกรรมของราหูจึงมีหน้าเป็นอสูรหรือ และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชนพื้นเมืองใน
ยักษ์  ส่วนต�ำนานที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย คือการท่ีราหูถูกตัด
ออกเป็นสองท่อน  ดังนั้นราหูในศิลปะไทยจึงมีหน้าเป็นยักษ์ อุษาคเนยต์ ราบจนถึงทกุ วนั น้ี  
มงกุฎและเคร่ืองทรงก็เป็นแบบของฝ่ายยักษ์ สีกายมีทั้งสีเน้ือ
และสเี ขยี ว หากทำ� ครง่ึ ทอ่ น นยิ มแสดงใหเ้ หน็ เฉพาะสว่ นแขน
และมือ บางครั้งมีล�ำตัวท่อนบนปรากฏให้เห็นบ้าง  รูปแบบ
ทางศิลปกรรมของราหูจึงไปคล้ายกับหน้ากาลหรือเกียรติมุข
ซึง่ เปน็ อสรู หนา้ ยกั ษ์เชน่ กัน

กบกนิ เดือน บรรณานกุ รม
กิตติ์ธนัตถ์ ญาณพิสิษฐ์. “‘กบกินเดือน’ ในฮูปแต้มเมืองขอนแก่น 
ความเช่ือเรื่องกบกินเดือนคงเป็นความเชื่อพื้นเมือง และมหาสารคาม.” เมอื งโบราณ ปที  ่ี ๓๙ ฉบบั ท ี่ ๓ (กรกฎาคม – 
ด้ังเดิมของชนชาติไทก่อนที่เรื่องราหูของอินเดียจะแพร่เข้ามา กันยายน ๒๕๕๖).
เพราะคนไทในเวยี ดนาม ลาว จีน พม่า และไทย มคี วามเชือ่ ขนิษฐา มากทวี. คติความเชื่อเร่ืองพระราหูในวัฒนธรรมลาวในภาค
เรื่องกบกินเดือน โดยก�ำหนดให้กบเป็นความหมายของเทพ ตะวันออกเฉียงเหนือ. การค้นคว้าอิสระหลักสูตรปริญญา 
ฝ่ายธรรมและเดือนเป็นเทพฝ่ายอธรรม (ผู้ลักขโมย) ดัง ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ 
ปรากฏในวรรณกรรมอีสานว่าชายผู้หนึ่งได้ไปพบเปลือกไม้ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๓
วเิ ศษ ซงึ่ หากนำ� มาเคยี้ วแลว้ พน่ ใสส่ ตั วท์ ต่ี ายแลว้ กจ็ ะสามารถ ธรี ภาพ โลหติ กุล. มนตราอาเซยี น. กรงุ เทพฯ : มติชน, ๒๕๕๖.
ฟื้นข้ึนมาได้  ต่อมาได้ถูกพระจันทร์ขโมยไป กบตัวหนึ่งซึ่ง  พลอยชมพู ยามะเพวัน. พัฒนาการจากหน้ากาลมาเป็นราหูในสมัย
ชายคนนน้ั เคยชบุ ชวี ติ ใหจ้ งึ อาสาไปตดิ ตามนำ� ยามาคนื ให ้ แต่ รัตนโกสินทร์. การค้นคว้าอิสระหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตร- 
พอกบเข้าไปใกล้พระจันทร์เม่ือใด ชาวบ้านนึกว่ากบจะกิน มหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย 
พระจันทร์ เลยพากันตีฆ้องกลองช่วยพระจันทร์ กบจึงไม่ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร ปีการศึกษา ๒๕๕๔.
สามารถน�ำยากลับมาคืนได้ แต่กบก็ยังพยายามอยู่ตลอดมา มลู นธิ สิ ารานกุ รมวฒั นธรรมไทย. สารานกุ รมวฒั นธรรมไทย ภาคเหนอื
เลม่  ๑๑. กรุงเทพฯ : ธนาคารไทยพาณชิ ย,์  ๒๕๔๒. 
การก�ำหนดให้กบเป็นเทพฝ่ายดีก็เน่ืองมาจาก  สมิทธิ ศิริภัทร์ และ มยุรี วีระประเสริฐ. ทับหลัง. กรุงเทพฯ : กรม 
ศลิ ปากรและธนาคารไทยพาณชิ ย,์  ๒๕๓๒.
อ รุ ณ ศั ก ดิ์   กิ่ ง ม ณี .   ทิ พ ย นิ ย า ย จ า ก ป ร า ส า ท หิ น .   ก รุ ง เ ท พ ฯ   : 
เมืองโบราณ, ๒๕๕๕.

 กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๘ 103

ศิ ล ป ะ ไ ท ย ร่ ว ม ส มั ย

สมั ภาษณ์ : ศรณั ย ์ ทองปาน
ภาพ : มลู นธิ หิ ลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)

และ จรี วุฒ ิ หงสกลุ

หทวงัำ� นม้อายก กับ “ครเู อ้” อษั ฎาวธุ  สาครกิ

อัษฎาวุธ สาคริก นิยามตัวตนว่าเขาเป็นนักกิจกรรมดนตรีอิสระ 
ส่วนส�ำหรับลูกศิษย์ลูกหา เขาคือ “ครูเอ้” ครูดนตรีไทย แต่พร้อมกันน้ัน
อัษฎาวุธยังเป็นทายาทช้ันเหลนของ “มหาดุริยกวีลุ่มเจ้าพระยา” ท่านครู 
หลวงประดษิ ฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) และมตี �ำแหนง่ เปน็ เลขาธกิ ารมลู นธิ ิ
หลวงประดษิ ฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) ดว้ ย  นอกจากนนั้ เขาและมติ รสหาย
ในวงดนตรี “กอไผ่” คือเหล่านักดนตรีไทยผู้อยู่เบ้ืองหลังความส�ำเร็จของ
โหมโรง ต้ังแตฉ่ บบั ภาพยนตร์ในปี ๒๕๔๗ ฉบบั ละครโทรทัศน์เม่อื ป ี ๒๕๕๕
จนถึงละครเวที โหมโรง เดอะมิวสคิ ัล ในปีนี ้   

ชีวิตที่คลุกคลีกับดนตรีไทยมาต้ังแต่เยาว์วัย จนเติบใหญ่มาเป็น 
ครบู าอาจารยส์ ายน ้ี ท�ำให ้ “ครเู อ”้  มมี มุ มองทน่ี า่ สนใจอนั เนอื่ งดว้ ยดนตรไี ทย 
ในสังคมปจั จบุ นั  รวมถึงการสืบทอดมรดกวัฒนธรรมแขนงนี้ไปสอู่ นาคต

104 วัฒนธ รม

 กรกฎาคม-กนั ยายน ๒๕๕๘ 105

บรรยา  กาศแห่งการเรียนรู้ อ่ืนฟัง รวมถึงได้เจอผู้หลักผู้ใหญ่อีกเยอะแยะ อย่างพี่เนาว์
(เนาวรตั น ์ พงษไ์ พบลู ย)์  พเี่ อนก (เอนก นาวกิ มลู ) ใครตอ่ ใคร
“การเติบโตมาในครอบครัวดนตรีไทยก็มีทั้งส่วนท่ี  ในยคุ นน้ั   เรากเ็ หน็ วา่ ดนตรมี นั มปี ระโยชนม์ ากกวา่ มาลอ้ มวง
ส่งเสริม และมีท้ังแรงต้าน แต่ส่ิงหน่ึงก็คือเราไม่เคยมีความ เล่นกันอย่างเดียว  มันคือความสนุกสนาน มันมีเพ่ือน มันมี
รู้สึกว่าถูกยัดเยียด  ตั้งแต่เด็กๆ ท่ีบ้านเราเห็นว่าอาช่าง  บรรยากาศ”  
(“ครูช่าง” ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง) ก็มา ครูบุญยงค์ เกตุคง 
ก็มา ครูประสิทธ์ิ ถาวร ก็มา  เย็นๆ พ่อซ้อมดนตรี เราก็ฟัง แรงกดดนั
ครคู นโนน้ มาพดู มาคยุ  กค็ อ่ ยๆ ซมึ ซบั ไป แตไ่ มเ่ คยเรยี นดนตรี
ในระบบเลย  จนมีอยู่วันหนึ่ง สัก ป. ๔ ป. ๕ ไปที่ห้องสมุด “อันน้ันคือเร่ืองของการผลักดันการสนับสนุน แต ่
โรงเรียน เราเห็นรูปคนคนหน่ึง ใส่ชุดโบราณ เราก็ ‘ใครนะ ?’ ช่วงหนึ่งก็มีเร่ืองของความกดดัน พอเราเร่ิมรู้แล้วว่าทวดเรา
เพราะมันคุ้นมากไง แล้วพอกลับมาท่ีบ้าน หลายวันต่อมา  เปน็ ใคร ใครเปน็ ใคร มลู นธิ กิ ำ� ลงั ทำ� อะไร แลว้ ถา้ เผอ่ื โตขนึ้  เรา
ไปเปดิ หนงั สอื เจอ ‘หลวงประดษิ ฐไพเราะ’ เรากย็ งั  ‘ใครนะ ?’ ตอ้ งทำ� อะไร มนั กม็ คี วามกดดนั เหมอื นกนั  วา่ เราจะท�ำไดไ้ หม
อยู่เลย เพราะความที่เป็นเด็ก แล้วท่ีบ้านการท่ีจะเรียกมานั่ง อย่างสมัยเรียนผมท�ำกิจกรรมเยอะ เป็นนักฟุตบอลโรงเรียน
(แล้วบอกว่า) เอ้...อย่างน้ันนะอย่างนี้นะ มันไม่มี มันเป็น นักฟุตบอลมหาวิทยาลัย เขียนรูป ทำ� อะไรเยอะแยะ  ขณะท่ี
บรรยากาศมากกวา่ ”   บางคน วันเสาร์วันอาทิตย์จะไปทำ� อะไรก็ได้ แต่เรากลับต้อง
มานั่งสอนดนตรี บางทีก็ต้องไปหาครูบาอาจารย์อะไรอย่างน ้ี
ก�ำเนิด “วงกอไผ่”  คอื ในชวี ติ เราชว่ งหนงึ่ กม็ ที ร่ี สู้ กึ ขนึ้ มาวา่  เอะ๊  ! จะยงั ไงด ี ทำ� ไม
เราต้องมารับผิดชอบอะไรท่ีไม่เหมือนคนอ่ืนด้วย (แต่) จริงๆ
“พอเราเรมิ่ โตขนึ้  พอ่ กใ็ ชว้ ธิ กี ารเปดิ เทปในรถ นง่ั ไป แลว้ มนั ไมใ่ ชเ่ รอื่ งใหญ ่ เปน็ เรอื่ งทเ่ี ราคดิ ไปเองทง้ั นน้ั   ถา้ เรารู้
ส่งโรงเรียนกลับจากโรงเรียน มันก็ค่อยๆ ซึม เราถาม พ่อก็ ว่าเราก�ำลังท�ำอะไรอยู่ เราทำ� ได้แค่ไหน อะไรท่ีควรทำ�  อะไร
เล่าก็คุย มันก็ค่อยๆ เรียนมาในระบบนั้น แล้วเผอิญเราไม่ได้ ไม่ควรท�ำ อะไรอยากท�ำ อะไรต้องท�ำ ถ้าสามารถจัดสรรได้
ส่ือสารคนเดียว มีเพ่ือนร่วมกลุ่มกัน มีพ่ีหน่อง (อานันท ์ มนั กเ็ ป็นไปตามธรรมชาติของมนั ”
นาคคง) มีพี่นิก (ชัยภัค ภัทรจินดา) มีประสาร (ประสาร 
วงศว์ โิ รจนร์ กั ษ)์  ทเ่ี ปน็ เพอ่ื นตา่ งโรงเรยี น แตว่ า่ มาเชอ่ื มโยงกนั ยคุ แสวงหา
มีความรกั ในดนตรคี ล้ายๆ กัน  
“ผมจบรัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ เคยท�ำงานในระบบ
“ในยุคแรกๆ จะไปเจอกันแถวๆ ศูนย์สังคีตศิลป์ ราชการทส่ี ำ� นกั งานปฏริ ปู ทด่ี นิ ฯ หรอื  ส.ป.ก. ทำ� อยไู่ ด ้ ๖ เดอื น 
(ธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด สาขาสะพานผ่านฟ้า) แล้วเผอิญ  ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว ก็ออกไปเป็น sound engineer แล้วก ็
พ่ีใหญ่นายวง คือพี่หน่อง ไม่ได้เร่ิมต้นจากความรักดนตรี ไปเป็นหัวหน้าฝ่ายศิลปวัฒนธรรมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี 
โดยตรง แต่เป็นความสนใจเร่ืองวรรณกรรม เร่ืองของ  สุรนารี อีก ๖–๗ ปี ตอนนั้นท่านอาจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน 
เพลงพื้นบ้าน  ก็ท�ำให้ดนตรีของแต่ละคนท่ีเคยเล่นกันอยู ่ ทา่ นไปแกไ้ ขหลกั สตู ร ทนี่ น่ั เขาเปน็ วศิ วะฯ หมดเลย ทา่ นบอก
แบบหนึ่ง ไดม้ ามหี นา้ ท่ที �ำอะไรอย่างอืน่ ดว้ ย คือเอาดนตรีไป ว่าไม่ได้ ต้องมีแง่มุมของศิลปะ ของสุนทรียะด้วย ก็เลยได้ไป
คุยกับคนโน้นคนนี้ แทนที่จะเล่น เขมรไทรโยค เหมือนกัน  ทำ� ตรงนน้ั   อยทู่ น่ี นั่  ๖–๗ ปกี ค็ ดิ วา่ ถงึ เวลาแลว้ เพราะวา่ ฐาน
ทุกคร้ัง เราก็เอาบริบท เอาเนื้อหาต่างๆ ไปใส่ในน้ัน เอา 
เขมรไทรโยค กลับไปสู่การสื่อสารในวิธีอ่ืน เอาไปเล่นให้ใคร

106 วัฒนธ รม

 กรกฎาคม-กนั ยายน ๒๕๕๘ 107

ของสงั คมดนตรจี รงิ ๆ การขบั เคลอื่ นจรงิ ๆ มนั อยทู่ ก่ี รงุ เทพฯ เพราะว่าครูส่วนใหญ่ท่านจะหนักไปทางปฏิบัติ คนบรรยาย
บา้ นเราก็อยูท่ ่ีกรงุ เทพฯ ก็เลยตัดสินใจกลับเขา้ มา แล้วไปอยู่ ไมม่  ี คนพดู มากไม่ม ี พอดีเราก็เปน็ คนพูดมาก (หวั เราะ)
วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ (มหาวิทยาลัยมหิดล) อีก ๑๔–๑๕ ปี
กอ่ นจะตดั สนิ ใจลาออกมาเกอื บ ๓ ปแี ลว้ ครบั ทจ่ี รงิ งานสอน “ผมชอบทุกคลาส (class–ช้ันเรียน) ท่ีเข้าไปสอน 
หนังสือเป็นงานท่ีรักมาก แล้วในช่วงจังหวะหน่ึงของชีวิต  แม้จะสอนเร่ืองเดิม แต่มันไม่เคยมีเร่ืองเดิมเลย เราจะดูหน้า
ก็ยงั คดิ วา่ เปน็ งานท่ที �ำไดด้ ีทส่ี ดุ ” ห้องว่าเด็กต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร แล้วก็เอาสิ่งท่ีใกล้
ตัวเขาท่ีสุด พยายามเช่ือมโยงกับอดีตให้ได้ โดยเฉพาะเรา 
“ครูเอ”้   สอนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งท่ีมันผ่านมาแล้ว อย่างประวัติศาสตร์
ดนตร ี ถา้ มนั ไมใ่ กลเ้ ขา หนงึ่  ไมจ่ ำ�  สอง ไมเ่ ปน็ ประโยชน ์ เอา
“ชว่ งทส่ี อนวทิ ยาลยั ดรุ ยิ างคศลิ ป ์ ภาควชิ าดนตรไี ทย ไปท�ำอะไรต่อไม่ได้  ช่วงแรกของการพูดคุยแต่ละคลาสจะ
และตะวันออก แรกเร่ิมเดิมทีไปสอนเรื่องการบันทึกเสียง  เปน็ การเลา่ เรอ่ื งวา่ เกดิ อะไรขนึ้  ผมใชก้ ารเรยี นรสู้ ดๆ จากวทิ ยุ
แต่จริงๆ แล้วหลักของเราน่าจะเป็นดนตรีไทยมากกว่า หลัง ท่ีฟังตอนขับรถไปสอนเป็นข้อมูลอย่างหนึ่ง  ส่วนข้อมูล 
จากนนั้ เลยไปสอนการปฏบิ ตั เิ ครอ่ื งดนตรไี ทย แตท่ โ่ี ดนหนกั ๆ อีกอย่างหน่ึง เราท�ำเร่ืองจดหมายเหตุในอดีต เราก็พยายาม
เลยคือวิชาบรรยายท้ังหลาย ประวัติดนตรีไทย อะไรต่ออะไร เช่ือมโยงข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ พยายามให้เด็กมองเห็นว่า 
ทกุ สงิ่ ทุกอยา่ งมันเก่ียวขอ้ งกนั   

108 วัฒนธ รม

“ผมมองว่าปัญหาอย่างหนึ่งของการเรียนดนตรีไทย “บางคลาสเข้าไปปุ๊บ ตามธรรมชาติ เด็กไปน่ังอยู่
คอื มนั ไมไ่ ดส้ รา้ งบรรยากาศ มนั ไมส่ รา้ งลมหายใจทมี่ ชี วี ติ  เมอ่ื หลังห้องหมดเลย เราก็ใช้วิธีเดินไปหลังห้อง แหวกโต๊ะเข้าไป
คณุ เรยี นอะไรกต็ าม หมดคลาสนอี้ อกไปปบุ๊  คณุ จะไมเ่ หน็ มนั เอา้  ! พวกขา้ งหนา้ หนั กลบั มา ขา้ งหลงั เขา้ มาชน อะไรอยา่ งนี้
ท่ีไหนอีกเลย ผมก็ต้องพยายามหยิบยกอะไรที่เห็นแล้วจะดึง คือพยายามให้มันไม่เป็นห้องเรียน ให้เป็นท่ีแลกเปลี่ยน
กลบั ไปสสู่ งิ่ ทพี่ ดู คยุ กนั  จะมากจะนอ้ ยกไ็ มเ่ ปน็ ไร พยายามให้ มากกว่า ความลับก็คือไม่เคยมีการสอบเลย เรามองที่ความ
มันเชื่อมโยง ส่วนเขาจะขยายความอะไรได้แค่ไหนก็เป็นเรื่อง สม�่ำเสมอนะ เรามาเจอกันทุกคร้ัง เราพูดคุยกันรู้เร่ือง เขียน
ของเขา อะไรมาสง่ ก็พอแล้ว”   

“อย่างเข้าไปคลาสแรก เราไม่รู้จักใครเลย เขาก็ไม่รู้ นักกจิ กรรมดนตรี
จักเราเหมือนกัน ก็เล่าให้เด็กฟังหมดเลย ชีวิตของเรา แต่ก็
เล่าด้วยวิธีการสนุกๆ แบบของเรา เคยสอบตกมาแล้วก่ีรอบ “บางคนยังบอกว่าผมออกจากการเป็นครูช้าเกินไป
เคยผ่านอะไรมาแล้วแค่ไหน พอท้ายช่ัวโมงก็บอกว่าคุณรู้จัก เพราะว่าส่วนหน่ึงเราเป็นนักท�ำนู่นท�ำน่ีด้วย แล้วการเป็นครู
ผมแล้ว คราวหน้าท�ำให้ผมรู้จักคุณหน่อย ด้วยวิธีอะไรก็ได้ มันใช้เวลาเยอะมาก ผมสอนเยอะมาก ทุ่มเทมาก  เม่ือออก
พับกระดาษก็ได้ เขียนแผนที่ก็ได้ แต่งเพลงก็ได้ ให้มาส่ง
คราวหน้า 

ปัญหาอย่างหนงึ่ ของการเรียนดนตรไี ทย 
คอื มนั ไม่ได้สรา้ งบรรยากาศ มนั ไมส่ รา้ งลมหายใจทมี่ ี
ชีวติ  เม่อื คุณเรยี นอะไรกต็ าม หมดคลาสน้อี อกไปป๊บุ  
คณุ จะไมเ่ หน็ มันทไ่ี หนอีกเลย

 กรกฎาคม-กนั ยายน ๒๕๕๘ 109

มาแล้วก็กลับมาร้ือฟื้นกิจกรรมท่ีคุณย่าชิ้น (คุณหญิงชิ้น  จ�ำกัด (มหาชน)] มาช่วย ได้ส�ำนักงานทรัพย์สินฯ (มูลนิธิ
ศิลปบรรเลง ธิดาคนหนึ่งของหลวงประดิษฐไพเราะ) ได้ริเร่ิม ส�ำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) มาช่วย เป็น
ขน้ึ   ท่านเขยี นไว้ตัง้ แตป่  ี ๒๔๙๘ ตอนหลังมาพมิ พใ์ นหนงั สือ โครงการต่อเนื่อง  ท่ีงดงามคือเราเร่ิมจากเงินน้อย แต่เราม ี
งานศพของทา่ น วา่ อยากจะรวบรวมผลงานของคณุ พอ่  อยาก มุมของการให้ที่มาก จริงๆ แล้วมันเป็นการประกวดดนตรีที่ 
จะตอบแทนบญุ คณุ แผน่ ดนิ  แตเ่ ราไมม่ คี น สง่ิ ทเ่ี ราจะท�ำไดค้ อื มีรางวัลเป็นตัวเงินน้อยมาก เราใช้วิธีการเหมือนบอกบุญ 
ตอ้ งสรา้ งคนกอ่ น  ทา่ นใชเ้ วลาตงั้ แตป่  ี ๒๔๙๘ จนถงึ  ๒๕๒๔ ทอดกฐนิ เลย รา้ นนจี้ ะใหเ้ ครอ่ื งดนตรอี ะไรเดก็ บา้ ง คนนเ้ี ขยี น
สอนดนตรีท่ัวไปหมด แทนท่ีท่านจะสอนคนเก่ง ท่านกลับลง หนังสือจะให้ต�ำราอะไรแก่เด็กบ้าง แล้วเอามากองรวมกัน 
ไปสอนรากหญ้า สอนนักเรียนท่ัวๆ ไป ท่านเป็นคุณหญิงนะ เลยกลายเป็นว่าเด็กแทบทุกคนที่มาประกวดก็จะได้รางวัล 
แต่น่ังรถเมล์ไปสอน สอนโรงเรียนนายเรือ สอนโรงเรียน  กันหมด” 
วดั บวรฯ สอนไปหมด เพอื่ สรา้ งคน เพาะเมลด็ พนั ธข์ุ องดนตรี
ขนึ้ มา  ส่งิ ทอี่ ยากท�ำ

“เมื่อตอนอยู่มหิดลเราสร้างคนในลักษณะหนึ่ง  “จริงๆ แล้วอยากท�ำสิ่งท่ีปู่ย่าตายายท้ิงไว้ให้ ให้
พอออกมาปุ๊บ ก็มารื้อฟื้นการประกวดดนตรีไทย ‘ศรทอง’  เรยี บรอ้ ย  ผมเกดิ มาในยคุ ทจ่ี ะหาอะไรกห็ ายาก เชน่ อยากจะ
ชิงถ้วยพระราชทานขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  การประกวดนี้เคยจัดมา ฟังครูคนนี้เล่น...อยู่ไหน ? ไม่มี  อยากเห็นรูปครูคนน้ี...ไม่ม ี
ตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ แล้วหยุดไป ๗ ปี เราก็โดดเข้ามาท�ำเต็มท ี่
ก็ได้ภาคเอกชน อย่างไทยเบฟเวอเรจ [บริษัทไทยเบฟเวอเรจ

110 วัฒนธ รม

ถา้ ท�ำมาก หวงั มาก ท้ายทีส่ ุดก็เสมอตวั   
ทำ� นอ้ ย หวงั มาก ผดิ หวงั แนน่ อน แตถ่ า้ ท�ำมาก หวงั นอ้ ย 
อันน้ีนา่ จะเปน็ สิ่งท่ียนื ยาวมากกว่า

แต่ปัจจุบันน้ีจากการท่ีเราเก็บสะสม ค้นคว้า รวบรวม ของ  ดนตรไี ทยกับโลกดจิ ทิ ลั
ทุกอย่างมากองอยู่รอบตัวหมดแล้ว  ต้ังใจจะท�ำเป็นแหล่ง
เรยี นร ู้ จะเรยี กวา่  ‘พพิ ธิ ภณั ฑ’์  คงไมไ่ ดห้ รอก เพราะมนั ไมไ่ ด้ “อาตั๊กบอกว่าการไหลบ่าของเทคโนโลยี เหมือนคน
ถกู ตอ้ งตามหลกั เขา คอื รวบรวมขอ้ มลู  สงิ่ ของ หลกั ฐานตา่ งๆ ป่าถือหอกไปสู้กับทหารมีปืน สู้ไม่ได้หรอก ทางที่ดีที่สุดต้อง
แปลงจากส่ิงท่ีมี ให้อายุยืนยาวข้ึน เช่นท�ำเป็นไฟล์ดิจิทัล เอามาเป็นพวก เหมือนน้�ำกับน�้ำมันที่มาปะทะกัน ถ้าน�้ำมัน
อำ� นวยความสะดวกใหค้ นเขา้ ถงึ สงิ่ เหลา่ นไ้ี ดง้ า่ ย แตส่ ว่ นวา่ ทำ� มันน้อยกว่าก็จะถูกนำ�้ ดันออกไปได้ แต่ถ้าเราทำ� ตัวเป็นเกลือ
เสรจ็ แล้ว เขาจะสนใจหรือไมส่ นใจกแ็ ลว้ แต่  อาตกั๊ –อาจารย์ เราก็จะละลายอยู่ในน้�ำ โดยรักษาความเค็มไว้ได้  เราต้อง
ชนก สาคริก สอนว่าถ้าท�ำมาก หวังมาก ท้ายที่สุดก็เสมอตัว เลือกเอาความเปล่ียนแปลงมารองรับส่ิงที่เรามีเราเป็น 
ท�ำน้อย หวังมาก ผิดหวังแน่นอน แต่ถ้าท�ำมาก หวังน้อย  อย่างคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะท่านก็ไม่เคยปฏิเสธความ
อันนี้น่าจะเป็นส่ิงที่ยืนยาวมากกว่า ท�ำให้เราท�ำมากเต็มท ี่ เปลี่ยนแปลง  
แล้วก็หวังให้มนั น้อยๆ”
“แต่ขณะเดียวกัน เมื่อสื่อเปล่ียนไป ลักษณะการ
เรียนรู้เปลี่ยนไป ก็สร้างลักษณะนิสัยหรือสันดานท่ีเปลี่ยนไป
ด้วย เช่นมีคนคลิกเข้ามา ‘ขอเพลงเดี่ยวอันน้ีครับ’ ซึ่งถ้าเป็น
ขนั้ ตอนในอดตี  กวา่ คณุ จะไดเ้ พลงเดย่ี ว คณุ ตอ้ งไปเรยี น ตอ้ ง
ไปปฏิบัติครู เพ่ือให้เกิดคุณค่าอะไรต่างๆ เหล่านี้ แต่เดี๋ยวน้ี
มนั งา่ ย เมอื่ ไดง้ า่ ยกห็ ายงา่ ย เพราะฉะนน้ั กระบวนการเรยี นรู้

อย่างเกา่  ในบางกรณีก็ยังตอ้ งรักษาไว”้  

 กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๘ 111

เ ปิ ด อ่ า น ห้าเดอื นกลางซากอฐิ ปนู ทอี่ ยธุ ยา
กองบรรณาธิการ
น. ณ ปากนำ้�
112 วฒั นธ รม ส�ำนักพมิ พ์เมืองโบราณ พิมพ์ครงั้ ท ี่ ๔, ๒๕๕๘
๕๓๖  หนา้  ๕๕๐ บาท

การกลับมาสู่ท้องตลาดของผลงานชิ้นส�ำคัญโดย น. ณ ปากน�้ำ (ประยูร อุลุชาฎะ
๒๔๗๑–๒๕๔๓) ศิลปินแห่งชาติผู้เป็นทั้งจิตรกรและปราชญ์ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ  ช่วง
ระหว่างปี ๒๕๐๙–๒๕๑๐ ท่านได้ลงพื้นท่ีออกส�ำรวจ ลุยป่ารก เพ่ือบันทึกภาพ ร่างภาพ
สเกตช์ เก็บข้อมูลรายละเอียดของโบราณสถานอยุธยาเป็นเวลาถึง ๕ เดือน  น่ีจึงเป็น
งานส�ำรวจเก่ียวกับอยุธยาท่ีทรงคุณค่าเพราะเป็นข้อมูลปฐมภูมิ ท้ังรายละเอียด ภาพร่าง
ลายเส้น และภาพถ่ายเก่าของโบราณสถานในอยุธยาก่อนได้รับการบูรณะ ผู้ที่ช่ืนชอบงาน
ศิลปะไทยไมค่ วรพลาด

ทแแลลอ้ ะะงโรสบัตนรนาาโมณกหสรลาินวชทงปรสร ์ มใะนเัยพบสณรุโบิขี ททัยท าองยปธุ รยะาว ตั ธศิ นาบสรุ ตี ร์

กรมศลิ ปากร ๒๕๕๗
๑๒๐  หนา้  

สนามหลวงคือพ้ืนที่ส�ำคัญของราชธานีในดินแดนไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย สืบเน่ือง
มาถึงสมัยรัตนโกสินทร์  หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพัฒนาการของสนามหลวงในแต่ละยุค
ลักษณะทางกายภาพ ความส�ำคัญ และความสัมพันธ์ต่อการสร้างความรู้สึกร่วมของคนใน
สงั คม ผา่ นพระราชพธิ สี ำ� คญั คอื พระราชพธิ จี รดพระนงั คลั แรกนาขวญั  อนั สมั พนั ธก์ บั วถิ ชี วี ติ
การเพาะปลูกของผู้คน และงานพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพที่สะท้อนคติความเช่ือ
ของคนไทย

ชวี ิตอทุ ิศเพ่อื สยาม

เบอร์ธา่  เบล๊านท์ แมค็ ฟารแ์ ลนด์
เด็กวัฒฯ รุน่  ๑๐๐ แปลและเรยี บเรียง  จัดพิมพโ์ ดยคณะบุคคลวฒั นา ๑๐๐, ๒๕๕๗  
๓๓๕  หนา้  ๓๙๐ บาท

ชวี ประวตั ขิ องอำ� มาตยเ์ อก พระอาจวทิ ยาคม หรอื นายแพทย ์ จอรจ์  บ.ี  แมค็ ฟารแ์ ลนด์
ชาวอเมรกิ นั ทเ่ี กดิ ในแผน่ ดนิ สยามชว่ งปลายรชั กาลท ่ี ๔  หนงั สอื เลม่ นเ้ี ขยี นโดยภรรยาของทา่ น
คุณพระอาจวิทยาคมเป็นบุคคลส�ำคัญผู้บุกเบิกการเรียนการสอนวิชาแพทย์แบบตะวันตก
ในประเทศสยาม  เรื่องราวมากมายในหนังสือจึงเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การแพทย์
เช่น ความยากล�ำบากในการต้ังโรงเรียนแพทย์หลวง การรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์แบบ
ตะวนั ตกอนั เปน็ สงิ่ ใหมส่ ำ� หรบั คนไทย ความขดั แยง้ กบั หมอแผนโบราณ  นอกจากนนั้ ยงั เปน็
บันทึกของสังคมไทยและเหตุการณ์ต่างๆ ต้ังแต่สมัยรัชกาลท่ี ๕ ถึงสงครามโลกคร้ังท่ี ๒
เม่ือคุณพระและภรรยาตอ้ งตกอยูใ่ นฐานะ “ชนชาตศิ ัตร”ู  ในประเทศอันเปน็ ที่รกั ของทา่ น

ลูกชายแดน คมู่ ือ โภชนาการกับการลดน�า้ หนัก
ดแู ลสุขภาพ แตล่ ะเมนูมีเคลด็ ลับช่วยลดนา้� หนัก
เชาวลติ  ขันคำ� ดว้ ยอาหาร ทกุ เมนทู �าง่าย อร่อย มคี ณุ คา่
ส�ำนกั พมิ พบ์ รรณกิจ ๑๙๙๑, ๒๕๕๗ 
๒๖๔  หน้า ๑๘๐ บาท องสตรอาห
ารรบร
สงครามเป็นสิ่งที่โหดร้ายที่ไม่มีใครอยากประสบ หากแต่ชีวิตคนเราก็ไม่อาจเลือกได้ และวิเคโภชนาการ
ตามใจนึก  หนังสือเล่มน้ีเป็นเส้ียวหน่ึงแห่งความทรงจ�ำของเด็กชายชาวญ้อในครอบครัว
ชาวนาทอ่ี าศยั อยทู่ บี่ า้ นใหมป่ ากฮอ่ ง ต�ำบลคลองนำ้� ใส อำ� เภออรญั ประเทศ จงั หวดั สระแกว้ 50 เมนูอาหารลดน�า้ หนัก
ทเี่ ลา่ ถงึ วถิ ชี วี ติ ชาวนาในภาคตะวนั ออกของไทย และความนา่ สะพรงึ กลวั ของสงครามชว่ งปี 50 เมนูราะหคณคาทาง
๒๕๒๒–๒๕๓๙  ที่รัฐบาลเฮงสัมรินของเขมร กวาดล้างเขมรแดงตามแนวชายแดนไทย-
กัมพูชา  เสียงปืน ระเบิด และความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ผู้เขียนโดนลูกหลงจากสะเก็ด อาหารลดน�า้ หนกั
ระเบดิ จนเกอื บเอาชวี ติ ไมร่ อดในวยั เยาว ์ ถกู ถา่ ยทอดใหผ้ อู้ า่ นไดร้ บั รเู้ รอื่ งราวสว่ นหนงึ่ ทเี่ กดิ
กบั คนกลมุ่ เลก็ ๆ บนแผน่ ดนิ ไทย  หนงั สอื เลม่ นไ้ี ดร้ บั รางวลั หนงั สอื ดเี ดน่  ประจำ� ป ี ๒๕๕๘ ร่งุ รัตน์ แจ่มจันทร์ และ รญิ เจรญิ ศริ ิ
สำ� หรบั เดก็ วยั รนุ่ อาย ุ ๑๒–๑๘ ป ี ประเภทบนั เทงิ คด ี จากสำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ

อ้วนลงพงุ  ไขมันตับ คมุ อาหาร 
ลดนำ้� หนกั อยา่ งไรใหไ้ ดผ้ ล

ดร. นพ. ปิยะวฒั น ์ โกมลมิศร์ และ ดร. นพ. สมบัต ิ ตรีประเสรฐิ สขุ
ศูนยโ์ รคตับ โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ ์ ๒๕๕๗
๖๔  หน้า ๑๒๐ บาท

ตบั เปน็ อวยั วะสำ� คญั ของระบบการดดู ซมึ สารอาหารเลย้ี งรา่ งกาย แตห่ ลายคนอาจละเลย
ซ่ึงผลพวงอย่างหนึ่งของผู้ที่มีนำ�้ หนักเกินคือ การเกิดภาวะไขมันเกาะตับ ท่ีสามารถนำ� ไปสู่
การอกั เสบของตบั และตบั แขง็ ได ้  สองนายแพทยผ์ เู้ ชยี่ วชาญดา้ นโรคตบั จงึ เขยี นหนงั สอื เลม่ น้ี
เพ่ือให้ผู้อ่านเห็นความส�ำคัญของการควบคุมน้�ำหนัก อันจะส่งผลต่อตับและการเกิด
โรคอน่ื ๆ ตามมา ทน่ี า่ สนใจคอื  ประสบการณก์ ารลดนำ�้ หนกั ของหนงึ่ ในสองผเู้ ขยี นทเี่ คยเปน็
ตับอักเสบอันเนื่องจากไขมันพอกตับ โดยสามารถลดน�้ำหนัก ๑๔ กิโลกรัมในเวลาแค่ ๓
เดือน โดยไม่ต้องอดอาหาร เพียงแค่ปรับพฤติกรรมการกินและออกก�ำลังกายเป็นประจ�ำ
การลดนำ้� หนักและมสี ุขภาพที่ดจี งึ ไม่ใช่สง่ิ ทย่ี ากเกินไป 

๕๐ เมนูอาหารลดน�้ำหนกั

รุ่งรตั น ์ แจม่ จนั ทร์ และ ริญ เจริญศริ ิ
สำ� นกั พมิ พส์ ารคดี ๒๕๕๘
๑๔๗  หนา้  ๒๕๙ บาท

หากเอย่ ถงึ  “อาหารสขุ ภาพ” ในความคดิ ของหลายคนคงจะตอ้ งนกึ ถงึ อาหารรสจดื ๆ มี
แต่ผักเป็นส่วนประกอบหลัก แต่หนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนความคิดดังกล่าว ด้วยอาหาร ๕๐
เมนูท่ีท�ำง่าย อร่อย เหมาะส�ำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน�้ำหนักโดยไม่ต้องอดอาหาร  แต่ละ
สูตรจะระบุจ�ำนวนแคลอรีและสารอาหารต่อหน่วยบริโภค รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการ
ใช้วัตถุดิบหรือวิธีการปรุงในแต่ละเมนู  เรียกได้ว่าท้ังอิ่ม อร่อย สุขภาพดี ได้ง่ายๆ ด้วย

หนังสอื เลม่ น้ี  

 กรกฎาคม-กนั ยายน ๒๕๕๘ 113

ปวัฒริทนัศธนรร์ ม ๐๑

๐๒

สงกรานต์...สบื สานประเพณไี ทย  ๐๓
สขุ ใจไทยท่ัวหล้า ๒๕๕๘
นางสาวนันทิยา สว่างวุฒิธรรม อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
เม่ือวันท่ี ๑๓ เมษายนเวียนมาบรรจบ น่ันคือวาระแห่ง กล่าวว่า งานสงกรานต์ในปีนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
การก้าวย่างสู่ปีใหม่แบบไทย เป็นช่วงเวลาท่ีครอบครัวได้กลับมา จากศูนย์การค้าสยามพารากอน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
พร้อมหน้า ลูกหลานได้แสดงความกตัญญูต่อบุพการี  ผู้คนร่วม กรงุ เทพมหานคร สภาวฒั นธรรมกรงุ เทพมหานคร วฒั นธรรมจงั หวดั
สืบสานพุทธศาสนา  เหล่าน้ีคือสาระคุณค่าแห่งประเพณีสงกรานต์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายทางวัฒนธรรม ร่วมกันจัด
หนง่ึ ในประเพณไี ทยท่ีมีมายาวนาน กิจกรรม “สงกรานต์...สืบสานประเพณีไทย สุขใจทั่วหล้า ๒๕๕๘”
เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการธำ� รงรักษามรดกทางภูมิปัญญา
กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้ วัฒนธรรมท่ีดีงาม ซ่ึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมตามโครงการสืบทอด
รณรงคส์ ง่ เสรมิ คณุ คา่ อนั ดงี ามของประเพณสี งกรานตใ์ หแ้ กป่ ระชาชน ประเพณี ส่งเสริมค่านิยมและความเป็นไทยให้กับประชาชนเกิดเป็น
อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด  เพ่ือสร้างแบบอย่างอันถูกต้อง ทั้งวิถี ความภาคภูมิใจ  อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ปฏิบัติและการละเล่นร่ืนเริง ท่ีแฝงไว้ซึ่งภูมิปัญญาไทยอันแสดงถึง และเพิ่มรายไดท้ างเศรษฐกิจให้ประเทศอีกดว้ ย
เอกลกั ษณท์ างวฒั นธรรม  โดยในปนี  ี้ สวธ. ไดจ้ ดั กจิ กรรม “สงกรานต.์ ..
สบื สานประเพณไี ทย สขุ ใจไทยทว่ั หลา้  ๒๕๕๘” เนน้ การจดั งานแบบ ส�ำหรับการจัดกิจกรรมเพ่ือเป็นต้นแบบของงานสงกรานต์นี้
ไทยและมอญ ทง้ั ในส่วนกลางและส่วนภมู ภิ าคท่วั ประเทศ  สวธ. ได้ด�ำเนินการสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน เผยแพร่
ประเพณสี งกรานต ์ ณ ทำ� เนยี บรฐั บาล เมอื่ วนั ท ่ี ๓๑ มนี าคม ๒๕๕๘

114 วัฒนธ รม

๐๔ ๐๑  

รมว. กระทรวงวฒั นธรรม 
มอบชดุ รดนำ้� ขอพรใหแ้ ก ่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตร ี
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

๐๒

พิธีรดน�้ำขอพรศลิ ปนิ แห่งชาติ

๐๓

งานสงกรานตต์ ามแบบวิถีไทย ณ วดั รอบกรุงเทพมหานคร

๐๔

รมว. กระทรวงวัฒนธรรม และ รมว. กระทรวงการท่องเทยี่ วและกฬี า 
ร่วมสรงน�้ำพระพทุ ธรปู  ในพิธีเปดิ งาน “สงกรานตเ์ มษาผ้าขาวมา้ ครองโลก”

๐๕ 

นทิ รรศการชดุ รดน�้ำขอพรส่ภี าค และการแสดงทางวฒั นธรรม 
ณ ศูนยก์ ารคา้ สยามพารากอน

๐๕

โดยม ี รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวฒั นธรรม ปลดั กระทรวงวฒั นธรรม ทั้งของชาวไทยและมอญ  กระจายไปยังวัดส่ีมุมเมืองของกรุงเทพ-
รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ ผู้บริหารระดับสูง เข้าพบ มหานครจ�ำนวนเจ็ดแห่ง ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พลเอก ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร  วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขต
ประยทุ ธ์ จันทร์โอชา เพ่อื มอบชดุ รดน้�ำขอพร   ปทมุ วนั   วดั พระศรมี หาธาตวุ รมหาวหิ าร เขตบางเขน  วดั เสมยี นนารี
พระอารามหลวง เขตจตุจักร  วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร เขต
อีกหน่ึงกิจกรรมส�ำคัญท่ี สวธ. จัดขึ้นเป็นประจ�ำทุกปีคือ บางกอกนอ้ ย  
งานรดนำ้� ขอพรศลิ ปนิ แหง่ ชาต ิ ผมู้ ผี ลงานดเี ดน่ ดา้ นวฒั นธรรม และ
ผบู้ รหิ ารวฒั นธรรม เมอ่ื วนั ท ี่ ๙ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ศนู ยว์ ฒั นธรรม สว่ นงานสงกรานตต์ ามประเพณแี บบชาวมอญ ณ วดั สทุ ธาโภชน์
แห่งประเทศไทย ประกอบด้วยนิทรรศการเผยแพร่คุณค่าสาระของ เขตลาดกระบงั  และ วดั บางกระด ี่ เขตบางขนุ เทยี น เนน้ ความงดงาม
สงกรานต ์ การสาธติ ชดุ รดนำ้� ขอพรสภ่ี าค การสาธติ อาหารคาวหวาน ของวิถีชีวิตชาวมอญ เช่น พิธีท�ำบุญตักบาตร การก่อเจดีย์ทราย
ในเทศกาลสงกรานต์  โดยมี พลอากาศเอก ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร นิทรรศการประวัติความเป็นมาของชาวมอญ พิธีท�ำบุญตักบาตร
รองนายกรฐั มนตร ี เปน็ ประธานในพธิ  ี  งานนถี้ อื เปน็ ตน้ แบบของการ แกงรวมแบบมอญ การสง่ ขา้ วสงกรานต ์ (ขา้ วแชแ่ ละขา้ วตม้ ) การอทุ ศิ
จดั พธิ ีรดน้�ำขอพรผอู้ าวโุ สตามแบบสงกรานตข์ องไทย บุญด้วยธงตะขาบ พิธีสรงน�้ำพระแบบมอญ พิธีรดน้�ำด�ำหัวผู้สูงอายุ
ขบวนแห่หงส์ธงตะขาบ การแสดงทะแยมอญ การเล่นสะบ้าทอย
นอกจากน้ีแล้ว สวธ. ร่วมกับสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร การเลน่ ผีอจี  ู้ และการเล่นผกี ระดง้  
สืบสานประเพณีสงกรานต์โดยมุ่งเน้นรูปแบบกิจกรรมแบบดั้งเดิม
กิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ท้ังเจ็ดวัดรอบกรุงเทพ-
มหานคร ไดร้ บั ความส�ำเรจ็ เปน็ อยา่ งดยี ง่ิ  มปี ระชาชนทงั้ ชาวไทยและ
ชาวตา่ งชาต ิ ใหค้ วามสนใจเขา้ รว่ มเรยี นรวู้ ฒั นธรรมประเพณไี ทยอยา่ ง
คบั คง่ั   นอกจากความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ จากการเลน่ สาดน้�ำแลว้
ทกุ คนยังได้รว่ มเปน็ สว่ นหนึง่ ในการสืบสานวัฒนธรรม และนำ� คณุ คา่
ความงดงามแห่งประเพณีสงกรานต์ไปเป็นแบบอย่างให้ผู้อ่ืนปฏิบัติ
ตามไดอ้ ย่างเหมาะสม

 กรกฎาคม-กนั ยายน ๒๕๕๘ 115

 สวธ. สร้างการมสี ่วนร่วมกบั ชุมชน เปิด ๑๑ ถนนสายวัฒนธรรม

กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เชียงของ จังหวัดเชียงราย เซราะกราว วอล์คกิ้งสตรีท ถนนพิทักษ์
ได้ด�ำเนิน โครงการถนนสายวัฒนธรรม โดยรวมพลังภาคส่วนต่างๆ จงั หวดั บรุ รี มั ย ์ หนา้ พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาต ิ จงั หวดั สงขลา กำ� แพง
ขับเคลื่อนกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชุมชน น�ำมิติความหลากหลาย ประวัติศาสตร์เมืองกระบ่ี จังหวัดกระบ่ี ตลาดต้าน�้ำบ้านต้นตาล
ของวัฒนธรรมท้องถ่ิน การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม สินค้าทาง (วัฒนธรรมไทยวน) จังหวัดสระบุรี  ตลาดร้อยสิบเก้าปีเจ็ดเสมียน
วัฒนธรรม  ตลอดจนกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัด จงั หวดั ราชบรุ  ี ถนนอฏั ฐารส หนา้ วดั พระธาตหุ รภิ ญุ ชยั วรมหาวหิ าร
มาร่วมสร้างสรรค์ถนนสายวัฒนธรรมให้มีความหลากหลาย เกิดการ จงั หวดั ล�ำพนู  และ ตรอกโรงยา จงั หวัดอุทยั ธานี  
มสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน นำ� มาซงึ่ ความภาคภมู ใิ จในมรดกทางวฒั นธรรม
ของท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาต่อยอดให้เกิดคุณค่าทางสังคม จิตใจ นอกจากการเพ่ิมมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนแล้ว  ถนน
และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน ทั้งนี้มุ่งหวังให้มีการดำ� เนิน สายวัฒนธรรมยังเป็นพื้นท่ีเรียนรู้ส�ำหรับทุกกลุ่มวัย ควบคู่กับการ
กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เป็นเสน่ห์น่าจดจำ� แก่ผู้มาเยือน โดย สวธ. ได้ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ในระบบ นอกระบบ
ด�ำเนินการเปิดถนนสายวัฒนธรรมในภูมิภาคต่างๆ รวม ๑๑ แห่ง และเรียนรู้ตามอัธยาศัย สร้างความม่ังคั่ง เศรษฐกิจมีความม่ันคง
ได้แก่ ตลาดนครชุม จังหวัดก�ำแพงเพชร ตลาดร้อยปีเมืองย่า สังคมมีภูมิคุ้มกัน น�ำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างย่ังยืน และเกิดเป็น
จังหวัดนครราชสีมา ข่วงเมืองน่าน จังหวัดน่าน ย่านเก่าเล่าเมือง แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาถนนสายวัฒนธรรมของชุมชน
โดยประชาชนในพืน้ ทเ่ี ป็นผูร้ ่วมคิดร่วมทำ�  

116 วฒั นธ รม

การประกวดดนตรี
และการแสดงพ้ืนบา้ น ๒๕๕๘

ดนตรแี ละการแสดงพนื้ บา้ นของไทยมเี สนห่  ์ สนกุ สนาน นมุ่ นวล ชม...ชิมอาหารอาเซยี น 
แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค  เป็นสิ่งส�ำคัญท่ีแสดงให้เห็นถึง เรียนร้วู ฒั นธรรม 
รูปแบบทางวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชน  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
(สวธ.) จงึ ไดจ้ ดั  การประกวดดนตรแี ละการแสดงพนื้ บา้ น พทุ ธศกั ราช เพ่ือเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมฯ อาเซียนในเดือน
๒๕๕๘  เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม- ธันวาคม ๒๕๕๘ กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
ราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ (สวธ.) ได้จัดให้มี การสาธิต นิทรรศการ และร่วมชิมอาหารประจ�ำ
และเปน็ เวทใี หเ้ ดก็  เยาวชน และผมู้ คี วามสามารถทางศลิ ปะการแสดง ชาติอาเซียน ในงาน ยลพิพิธภัณฑ์ยามค่�ำ เลิศล�้ำอาหารอาเซียน
ได้เผยแพร่ผลงาน อีกท้ังเป็นแรงดลใจให้ผู้ที่ได้เข้าชมการประกวด (Night Museum and ASEAN Cuisine) เมื่อวันท่ี ๑๗ มีนาคม
สนใจในศลิ ปวฒั นธรรมไทย  โดยไดแ้ บง่ การจดั ประกวดออกเปน็ แปด ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดย ศาสตราจารย์
ประเภท ดังน้ี วงกลองสะบัดชัย วงกลองต่ึงโนง วงร�ำวงมาตรฐาน กิตติคุณ ดร. วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็น
วงรำ� โทน วงเซงิ้ วงเรอื มอนั เร วงดนตรโี นรา และ วงซมั เปง็   โดยวง ประธานเปิดงาน และร่วมชม ชิม อาหารประจ�ำชาติอาเซียนทั้ง
ชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ๑๐ ประเทศ ร่วมกับ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ
สยามบรมราชกุมารี พร้อมเกียรติบัตรจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นางสาวนันทิยา สว่างวุฒิธรรม อธิบดีกรม
และเงินรางวัล ๕๐,๐๐๐ บาท  ส่งเสริมวัฒนธรรม คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
กระทรวงวัฒนธรรม คณะทูตานุทูต และผู้ประกอบการด้านการ
โดยเมอื่ วนั ท ่ี ๑๐–๑๑ มนี าคม ๒๕๕๘ สวธ. รว่ มกบั  ส�ำนกั งาน ท่องเทีย่ ว 
วฒั นธรรมจงั หวดั ขอนแกน่  จดั การประกวดดนตรแี ละการแสดงพนื้ บา้ น
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๘  ประเภท วงเซง้ิ  ซง่ึ เปน็ การแสดงพน้ื บา้ นในแถบ ภายในงาน สวธ. ได้จัดให้มีการสาธิตอาหารอาเซียนที่มี
อีสานตอนบน และ วงเรือมอันเร การแสดงพ้ืนบ้านในแถบอีสานใต้ ความโดดเด่นและคล้ายคลึงกันของประเทศสมาชิก ๑๐ ประเทศ
โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวนันทิยา สว่างวุฒิธรรม อธิบดี นอกเหนือไปจากความเอร็ดอร่อยเฉพาะตัวที่ดึงดูดให้เกิดความ
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการประกวด และมีคณะ นิยมชมชอบอาหารของแต่ละชาติแล้ว ผู้ร่วมงานยังได้รับความรู้
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คุณแม่ฉวีวรรณ พันธุ ศิลปินแห่งชาติ เรอื่ งอาหารทม่ี รี ายละเอยี ดอนั นา่ สนใจ น�ำมาซงึ่ ความเขา้ ใจในพนื้ ฐาน
พุ ท ธ ศั ก ร า ช   ๒ ๕ ๓ ๖   คุ ณ พ ่ อ ฉ ล า ด   ส ่ ง เ ส ริ ม   ศิ ล ป ิ น แ ห ่ ง ช า ติ การด�ำเนินชีวิตของคนแต่ละชนชาติในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนถึง
พุทธศักราช ๒๕๔๘ ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาลัย ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ การกนิ  การอย ู่ ความเชอ่ื  และภมู ปิ ญั ญา ในการ
นาฏศิลป์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และมหาวิทยาลัย สรา้ งสรรคอ์ าหารแตล่ ะจานอีกด้วย
ราชภัฏสุรินทร์ ให้เกียรติตัดสินการประกวด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล-
พลาซ่า ขอนแก่น โดยวงท่ีชนะเลิศทุกประเภทจะได้รับมอบถ้วย
พระราชทานฯ และได้ร่วมการแสดงในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ณ หอประชุมใหญ ่ ศูนย์วฒั นธรรมแหง่ ประเทศไทย

 กรกฎาคม-กนั ยายน ๒๕๕๘ 117

สืบสายเส้นไหม ณ บ้านผ้มู ผี ลงานดเี ดน่ ทางวฒั นธรรม   

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดบ้านผู้มีผลงานดีเด่น
ทางดา้ นวฒั นธรรม นายปรชี าเกยี รต ิ บณุ ยเกยี รต ิ สาขาศลิ ปะ (การชา่ งศลิ ปะและการชา่ งฝมี อื ) พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๔ ณ บา้ นเลขท ่ี ๑๒๓ หม ู่ ๒
ถนนล�ำพูน-ดอยต ิ ตำ� บลเวียงยอง อ�ำเภอเมอื งล�ำพนู  จงั หวดั ล�ำพูน เมอื่ วนั ท ี่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๘

ในครั้งนี้นับเป็นการเปิดบ้านผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมหลังแรก โดย นายมานัส ทารัตน์ใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
ไดก้ ลา่ ววา่  กรมสง่ เสริมวัฒนธรรม เล็งเหน็ ว่าบ้านนายปรชี าเกยี รติ บณุ ยเกยี รต ิ ผูม้ ผี ลงานดีเดน่ ทางด้านวฒั นธรรม สามารถจดั ตั้งเปน็ สถานท่ี
จดั แสดงผลงานชดุ ฉลองพระองคส์ มเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถได ้ โดยนายปรชี าเกยี รตไิ ดถ้ วายงานรบั ใชท้ อผา้ ไหมยกดอกลวดลาย
โบราณส�ำหรับตัดชุดฉลองพระองค์ นอกจากนั้นแลว้ ยังจัดแสดงผ้าไหมยกดอกลำ� พูนลวดลายโบราณ  อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรูศ้ ิลปหัตถกรรม
ดา้ นการทอผา้ อยา่ งครบวงจร ตงั้ แตก่ ารทำ� เสน้ ไหม การยอ้ มส ี รวมถงึ การทอผา้ ไหมลวดลายโบราณ โดย สวธ. มงุ่ หวงั ทจ่ี ะอนรุ กั ษแ์ ละถา่ ยทอด
องคค์ วามรูด้ า้ นศิลปหตั ถกรรมพน้ื บา้ นของทา่ นแก่อนชุ นรนุ่ หลงั  เพอื่ สบื สานมรดกภูมปิ ญั ญาของชาติ ให้อย่คู ู่ชมุ ชนและสงั คมสืบไป ผู้สนใจเข้า
ชม สามารถนัดหมายวันเวลาไดท้ ห่ี มายเลขโทรศัพท ์ ๐-๕๓๕๑-๐๕๒๔

เปิดศนู ยว์ ัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา  ตอ่ ย
แหล่งเรยี นรภู้ ูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น หว้ ยไร ่ เพชรบรู ณ์

เมอ่ื วนั ท ่ี ๒๗ กมุ ภาพนั ธ ์ ๒๕๕๘ กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม รว่ มกบั  สำ� นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั
เพชรบูรณ์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร องค์การบริหารส่วนต�ำบลห้วยไร่
สถานศึกษาสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนที่ จัดพิธีเปิดศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ให้เป็นแหล่ง
เรียนรู้เพื่ออนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชน โดยได้รับเกียรติจากอธิบดีกรม
ส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พระเทพรัตนกวี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์
วฒั นธรรมจงั หวดั เพชรบรู ณ ์ พรอ้ มดว้ ยผทู้ รงคณุ วฒุ ทิ างวฒั นธรรม รว่ มเปดิ ศนู ยว์ ฒั นธรรมเฉลมิ ราช

นางสาวนันทิยา สว่างวุฒิธรรม อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า สวธ. ได้ดำ� เนินงาน
โครงการศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว เน่ืองในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา ด้วยการจัด
เก็บรวบรวมความทรงจ�ำของพสกนิกรท่ีมีต่อพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในพนื้ ทน่ี น้ั ๆ และจดั ทำ� ฐานขอ้ มลู มรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมของชมุ ชนอยา่ งเปน็ ระบบ และพฒั นา
ต่อยอดมรดกภูมปิ ัญญาให้เปน็ สนิ คา้ และบรกิ ารเศรษฐกจิ เชงิ สรา้ งสรรค ์

ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ต้ังอยู่ในบริเวณวัดโฆษา หมู่ ๒ ต�ำบลห้วยไร่ อ�ำเภอหล่มสัก
จังหวดั เพชรบรู ณ ์ เปดิ ใหบ้ ริการทกุ วัน ต้งั แต่เวลา ๐๘.๐๐–๑๖.๐๐ น.

118 วฒั นธ รม

สวธ. สง่ เสรมิ แหลง่ เรยี นรทู้ างวฒั นธรรม
ของชมุ ชนภาคกลางและภาคตะวนั ออก


กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ตระหนักถึงบทบาทและความสำ� คัญของเครือข่ายแหล่งเรียนรู้
ทางวฒั นธรรมของชมุ ชน เชน่  พพิ ธิ ภณั ฑพ์ น้ื บา้ น บา้ นศลิ ปนิ แหง่ ชาต ิ ศนู ยว์ ฒั นธรรมในสถานศกึ ษา
เปน็ ตน้  แหลง่ เรยี นรทู้ างวฒั นธรรมของชมุ ชน คอื สถานทหี่ รอื ศนู ยร์ วมทม่ี คี ณุ คา่ ของคนในชมุ ชน ประกอบดว้ ยสาระความร ู้ และกจิ กรรมทเี่ กย่ี วกบั วถิ ี
ชีวิต สวธ. จึงได้จัด สัมมนาทางวิชาการ เร่ืองแนวทางการด�ำเนินงานแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน เครือข่ายแหล่งเรียนรู้ภาคกลางและ
ภาคตะวันออก ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ ๒๓–๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ โดย นางสาวนันทิยา สว่างวุฒิธรรม
อธิบดีกรมส่งเสรมิ วัฒนธรรม เปน็ ประธานเปิดงาน  
วัตถุประสงค์ของโครงการแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๕ รอบ ในปี ๒๕๕๘  และเป็นการพัฒนาต่อยอดแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ให้มีความเหมาะสมกับชุมชน อีกท้ังเพิ่ม
ความน่าสนใจให้แก่การจัดแสดง ดึงดูดผู้คนจากภายนอกให้เข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น  นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้ส่งเสริมด้านการ
ศกึ ษาแลว้  ยงั เปน็ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทส่ี ำ� คญั  อนั สง่ ผลใหค้ นในชมุ ชนมรี ายไดเ้ พม่ิ ขนึ้  เปน็ ตามนโยบายการสรา้ งแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทางวฒั นธรรมของกระทรวง
วฒั นธรรม

การประกวดแกะสลกั ผกั ผลไม้ 
สบื สานวฒั นธรรมของชาติ

นางสาวนันทิยา สว่างวุฒิธรรม อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานมอบโล่รางวัล
และเกยี รตบิ ตั รใหแ้ กท่ มี เยาวชนทชี่ นะเลศิ  การประกวดแกะสลกั ผกั ผลไม ้ เมอ่ื วนั ท ี่ ๑๒ มนี าคม
๒๕๕๘ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  การแกะสลักผักผลไม้เป็นมรดกภูมิปัญญาทาง
วฒั นธรรมของชาตทิ ่ไี ด้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเมอื่ ปี ๒๕๕๗ ประเภทงานศลิ ปกรรมพน้ื บ้าน
การจัดประกวดในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ชุมชน เยาวชน ร่วมสืบทอดอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาที่ข้ึนทะเบียนแล้ว ให้เป็นที่รู้จัก
กวา้ งขวางเพิ่มข้นึ   โดยมีโรงเรยี นท่ผี ่านรอบคัดเลอื กจ�ำนวน ๑๓ โรงเรียน ใน ๓ ประเภท ไดแ้ ก่ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่
ทมี ราชวตั รสามคั ค ี โรงเรยี นราชวตั รวทิ ยา กรงุ เทพมหานคร  ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้  รางวลั ชนะเลศิ  ไดแ้ ก ่ ทมี บา้ นนำ้� พรุ อ้ น ๑ โรงเรยี นบา้ นนำ้� พรุ อ้ น
จงั หวัดสุพรรณบุรี และระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย รางวลั ชนะเลศิ  ไดแ้ ก่ ทมี มนตส์ วรรคแ์ หง่ สายน�้ำ วิทยาลยั เทคนคิ พัทลุง

การเลอื กตั้งประธานสภาวฒั นธรรมแห่งประเทศไทย

เมอื่ วนั ท ี่ ๒ มนี าคม ๒๕๕๘ กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม โดยกองกจิ การเครอื ขา่ ยทางวฒั นธรรม จดั การประชมุ หารอื เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ คณะกรรมการ
สภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และลงคะแนนเลือกประธานสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซ่ึงได้จัดการเลือกต้ังขึ้นเป็นคร้ังแรก เพื่อเตรียมพร้อม
ส�ำหรับการขับเคล่ือนงานวัฒนธรรมระดับนโยบายและเชื่อมโยงงานวัฒนธรรมระดับต่างๆ ตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓
ผลการเลอื กตั้งปรากฏวา่ ได ้ นายอ�ำนวย จ่นั เงนิ  ผู้แทนองคก์ รเครอื ขา่ ยภาคชุมชนจากลพบุรี เปน็ ประธานสภาวัฒนธรรมแหง่ ประเทศไทย

นายมานัส ทารัตน์ใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประธานการประชุมกล่าวว่า คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยมีบทบาท
สำ� คญั ในการกำ� หนดนโยบายและแผนแมบ่ ทวฒั นธรรมแหง่ ชาต ิ เพราะผทู้ ไี่ ดร้ บั เลอื กเปน็ ประธานสภา
วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จะต้องปฏิบัติหน้าท่ี กรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ด้วย  ซึ่งคณะ
กรรมการสภาฯ ชดุ นี้มวี าระการด�ำรงต�ำแหนง่  ๓ ป ี มบี ทบาทเป็นศูนยก์ ลางในการแลกเปลีย่ นความรู้
แนวคิดในการด�ำเนินงานวัฒนธรรมโดยเชื่อมโยง ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมขององค์กรภาคีและ
เครอื ขา่ ยวฒั นธรรมเพอ่ื การอนรุ กั ษ ์ ฟน้ื ฟ ู พฒั นาภมู ปิ ญั ญา ศลิ ปวฒั นธรรมอนั ดขี องทอ้ งถน่ิ และของ
ชาติ  ส่วนสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สวธ. ได้จัดการประชุมปรึกษาหารือเพ่ือให้ได้มาซึ่งคณะ

กรรมการสภาวฒั นธรรมแหง่ ประเทศไทยตามที่กฎหมายกำ� หนด เมอ่ื วนั ท่ี ๑ มีนาคม ๒๕๕๘  

 กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๘ 119



โบต๋นั มโหรี ประวตั ศิ าสตร์คนบางกอก
ทิพยบุปผาแหง่ อษุ าคเนย์ วงดนตรดี ึกดำ� บรรพ์ ท่ีพิพธิ บางล�ำพ ู

ฉวัฒบนบั ธหนรม้า

เสน่หอ์ ยา่ งไทย ดีไซน์ไทยในโลกรว่ มสมยั


Click to View FlipBook Version