The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2557

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-05-30 00:12:25

ทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2557

ทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2557

Keywords: มรดกภาพยนตร์ของชาติ

คำ�นำ�
หอภาพยนตร์ (องคก์ ารมหาชน)

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงวฒั นธรรม ได้ประกาศใหว้ นั ท่ี ๔ ตลุ าคม เป็น
วนั อนรุ กั ษภ์ าพยนตรไ์ ทย ทง้ั นเ้ี พราะ วนั น้ี ๔ ตลุ าคม เมอื่ ๔๘ ปลี ว่ งมาแลว้ คอื เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๐๙
ทสี่ ถานไี ทยโทรทศั น์ ชอ่ ง ๔ บางขนุ พรหม มกี ารประชมุ ของคณะอนกุ รรมการการสอ่ื สารมวลชน
ในคณะกรรมการชาตวิ า่ ดว้ ยองค์การยูเนสโกแหง่ ประเทศไทย ซ่งึ มพี ระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า-
เปรมบรุ ฉตั ร ทรงเปน็ ประธาน เราไมท่ ราบวา่ วาระการประชมุ วนั นนั้ มหี วั ขอ้ อะไรบา้ ง แตด่ เู หมอื น
ว่า หัวข้อส�ำคัญที่สุดเพราะเป็นเร่ืองเดียวที่ปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ก็คือ เรื่องท่ี
คณะอนุกรรมการมมี ติเสนอแนะให้หอสมุดแหง่ ชาติ เปดิ แผนกเก็บฟิล์มภาพยนตร์ ในฐานะเป็น
หลักฐานประวัติศาสตร์และศิลปวฒั นธรรม

แม้ว่าข้อเสนอแนะน้ีจะไม่ส�ำเร็จเป็นจริง แต่น่ีคือมติแห่งประวัติศาสตร์ของการอนุรักษ์
ภาพยนตร์ในประเทศไทย เพราะเป็นคร้ังแรกที่มีการแสดงเจตนาสาธารณะอย่างเป็นทางการ
เรียกรอ้ งให้มีการอนุรกั ษ์ภาพยนตร์ข้ึนในประเทศไทย

หอภาพยนตร์ กระทรวงวัฒนธรรม จึงก�ำหนดและประกาศให้วันที่ ๔ ตุลาคม เป็นวัน
อนุรกั ษภ์ าพยนตรไ์ ทย โดยริเรม่ิ มาตั้งแตป่ ี พ.ศ. ๒๕๕๔ ทัง้ นเ้ี พอื่ นอ้ มร�ำลึกและให้เกยี รติแด่มติ
และเจตนาของคณะอนกุ รรมการชุดดังกลา่ ว

กิจกรรมส�ำคัญอย่างหนึ่งในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย คือการประกาศข้ึนทะเบียน
ภาพยนตรม์ รดกของชาตเิ ปน็ ประจำ� ทกุ ปี ปลี ะประมาณ ๒๕ เรอ่ื ง ซง่ึ ในปนี เ้ี ปน็ ปที ี่ ๔ การประกาศ
ภาพยนตรม์ รดกของชาติกค็ รบ ๑๐๐ เรอ่ื งพอดี แต่สงิ่ ทีเ่ ราไดเ้ พยี รพยายามประกาศเครือ่ งหมาย
วา่ ภาพยนตรน์ น้ั มคี ณุ คา่ สำ� คญั ยง่ิ ของชาติ จะปลอ่ ยใหส้ ญู หายหรอื เสอ่ื มโทรมไปไมไ่ ดน้ น้ั จะไมใ่ ช่
แคร่ ้อยเร่ืองเหลา่ น้ี เราเพยี งได้เดินทางมาถึงแคจ่ ุด ๆ หน่ึงเทา่ นั้น ซ่ึงยังจะตอ้ งมกี ารสานตอ่ ๆ ไป
และขณะเดยี วกนั นน้ั หอภาพยนตร์ ยงั มภี ารกจิ ตอ้ งสง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนไดร้ ู้ โดยในปนี ี้ นอกจาก
การจัดฉายภาพยนตร์มรดกของชาติในโปรแกรมการจดั ฉายท่โี รงภาพยนตร์ และการใหบ้ รกิ ารที่
ห้องสมุดและโสตทศั นสถาน เชดิ ทรงศรี แลว้ หอภาพยนตร์ ยงั ไดเ้ ผยแพร่ภาพยนตรท์ ไี่ ดร้ บั การ
ข้ึนทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติในเร่ืองที่สามารถเผยแพร่ได้ ผ่านทางช่องทางยูทูบของหอ
ภาพยนตร์ เพ่อื ใหผ้ ้ทู ีส่ นใจไดเ้ รียนรู้ ได้ชน่ื ชม และไดใ้ ชป้ ระโยชน์สงู สุดจากภาพยนตร์เหล่านน้ั
ต่อไป



2

คำ�กลา่ วของรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงวฒั นธรรม
นายวีระ โรจนพ์ จนรัตน์

การประกาศขน้ึ ทะเบียนมรดกภาพยนตรข์ องชาติ ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๕๗
เนือ่ งในวนั อนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย
วันเสารท์ ่ี ๔ ตลุ าคม ๒๕๕๗

ณ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ศาลายา นครปฐม

ท่านคณะกรรมการพิจารณาข้ึนทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ท่านผู้อ�ำนวยการ
หอภาพยนตร์ ผู้มเี กียรติ และส่ือมวลชนทกุ ทา่ น

ผมรสู้ กึ ยนิ ดที ไ่ี ดม้ าเปน็ ประธานการประกาศขน้ึ ทะเบยี นมรดกภาพยนตรข์ องชาติ ประจำ�
ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จัดขึน้ เปน็ ปที สี่ ่ี

ภาพยนตรน์ บั เปน็ ศลิ ปวฒั นธรรมประเภทหนง่ึ ภาพยนตรห์ นงึ่ เรอ่ื ง มคี วามหมายมากกวา่
การสรา้ งความบนั เทงิ ใหผ้ ชู้ ม เพราะภาพยนตรเ์ ปน็ สอื่ ทสี่ ะทอ้ นสงั คมในมติ ติ า่ ง ๆ โดยผา่ นจนิ ตนาการ
ของผูเ้ ขียนบท ผสู้ รา้ ง และเมอ่ื วนั เวลาผา่ นไป ภาพยนตร์จงึ เปน็ ส่วนหน่งึ ของประวัติศาสตร์ ซ่งึ
บอกเลา่ เรอ่ื งราวในอดีต ผ่านภาพและเสยี งท่ีสะท้อนวิถีชวี ิต ความเปน็ อยู่ สภาพเศรษฐกจิ สังคม
ในช่วงเวลานั้น ๆ อย่างชดั เจน ภาพยนตร์จงึ นับเปน็ มรดกวฒั นธรรมท่มี ีคณุ ค่าของชาติ

ในฐานะรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวฒั นธรรม ซง่ึ กำ� กบั ดแู ลหอภาพยนตร์ (องคก์ ารมหาชน)
ผมขอชน่ื ชมการประกาศขน้ึ ทะเบยี นมรดกภาพยนตรข์ องหอภาพยนตร์ ขอขอบคณุ คณะกรรมการ
ซงึ่ เปน็ ผทู้ รงคณุ วฒุ แิ ละเปน็ บคุ คลภายนอก ทสี่ ละเวลามารว่ มกนั ดแู ละพจิ ารณาตดั สนิ ภาพยนตร์
ท่ีสมควรได้รับการข้ึนทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติในปีน้ี ซึ่งทราบว่าต้องใช้เวลาและ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างมาก กว่าจะได้ข้อสรุปเป็นผลการตัดสินในวันน้ี นอกจากนี้
ขอขอบคุณประชาชนทม่ี สี ว่ นรว่ ม โดยการเสนอช่อื ภาพยนตร์เรอ่ื งตา่ งๆ เข้ามาให้คณะกรรมการ
พจิ ารณาดว้ ย นบั เปน็ ความคดิ ทดี่ ขี องหอภาพยนตร์ ทเ่ี ปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนไดม้ สี ว่ นรว่ ม เพราะ
การอนรุ กั ษม์ รดกใด ๆ ของชาติ ไมค่ วรเปน็ เพยี งหนา้ ทขี่ องหนว่ ยงานหรอื บคุ ลากรของรฐั โดยลำ� พงั
แต่จำ� เปน็ จะตอ้ งใหส้ าธารณชนไดร้ บั รู้ ตระหนกั และมสี ว่ นร่วม ไมว่ ่ามากหรอื นอ้ ย การอนุรกั ษ์
มรดกของชาติ จงึ จะส�ำเร็จและยั่งยืน เกิดความร้สู กึ หวงแหนและภาคภูมใิ จรว่ มกนั

ขอให้หอภาพยนตร์เผยแพร่ภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ทั้ง ๓ ปีที่ผ่านมาและใน
ปนี ใี้ หก้ วา้ งขวาง เพอ่ื ใหป้ ระชาชน เยาวชน และผสู้ นใจ ไดร้ บั รแู้ ละมโี อกาสใชป้ ระโยชนจ์ ากมรดก
ภาพยนตร์ของชาตเิ หลา่ น้ีให้มากยิง่ ขน้ึ

โอกาสน้ี ผมขอประกาศรบั รองการขน้ึ ทะเบยี นมรดกภาพยนตรข์ องชาติ ประจำ� ปี พ.ศ.
๒๕๕๗ ทง้ั ๒๕ เรอ่ื ง ขออวยพรให้โครงการนด้ี �ำเนนิ ไปด้วยดแี ละประสบผลส�ำเรจ็ ทกุ ประการ

3

สารบัญ

[ ร. ๕ เสดจ็ ประพาสกรงุ สต็อกโฮล์ม ] ๑๒
เสด็จอินโดจีน พ.ศ. ๒๔๗๓ ๑๔
[ Siamese Society ] ๑๖
Sound Patch Work ๑๘
[ ปัตตานีในอดีต ] ๒๒
ข้าวก�ำมอื เดียว ๒๔
พรายตะเคยี น ๒๖
งานวนั ชาตะ นายพลตรหี ลวงพิบูลสงคราม ๒๘
นายกรฐั มนตรี ณ ทำ� เนยี บ วงั สวนกหุ ลาบ ๓๐
พ่ชี าย ๓๒
[ จ�ำเริญ - จิมม่ี ] ๓๖
สันติ - วีณา ๓๘
ชว่ั ฟา้ ดินสลาย ๔๐
เศรษฐอี นาถา ๔๒
รักริษยา ๔๔
[ หาบข้าว นวดขา้ ว สีขา้ ว แตง่ งานภาคใต้ ] ๔๖
ตลาดพรหมจารยี ์ ๔๘
ส�ำเพ็ง ๕๐
คนทรงเจ้า ๕๒
คนเลีย้ งชา้ ง ๕๔
กล้ิงไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ๕๖
กาลครงั้ หนึง่ เมอื่ เชา้ นี้ ๕๘
นางนาก ๖๐
ดอกฟา้ ในมอื มาร ๖๒
มนตร์ กั ทรานซิสเตอร ์ ๖๔
แฟนฉัน

4

หลักเกณฑ์ทใ่ี ช้ในการพจิ ารณาคัดเลือกภาพยนตร์
ข้ึนทะเบียนมรดกภาพยนตรข์ องชาติปที ่ี ๔

• คุณค่าทางประวตั ิศาสตรแ์ ละความทรงจำ�
เป็นภาพยนตร์ท่ีถ่ายทอดเร่ืองราวของ สถานท่ี กาลสมัย บุคคล เหตุการณ์ ที่
เก่ยี วขอ้ งกบั คนไทยและสังคมไทย ในมิติต่าง ๆ เชน่ มานษุ ยวิทยา สังคมวทิ ยา เศรษฐกิจ
การเมือง วฒั นธรรม ทง้ั ในฐานะปจั เจกและกลมุ่ หรือมวลชน สามารถทำ� ใหผ้ ชู้ มเขา้ ถงึ และ
เข้าใจมิติเหล่านน้ั ในเชิงประวัติศาสตร์หรือความทรงจ�ำ
• คุณค่าทางศิลปะภาพยนตร์
เปน็ ผลงานภาพยนตรท์ สี่ รา้ งสรรค์ อนั แสดงถงึ ศลิ ปะวิทยาทางด้านภาพยนตร์
• มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
เปน็ ภาพยนตร์ทมี่ คี วามโดดเด่นเป็นพเิ ศษ มเี อกลกั ษณ์เฉพาะตวั เชน่ การนำ� เสนอ
ภาพยนตรน์ นั้ ไมว่ ่าการถา่ ยทำ� การแสดง การตัดต่อ ฯลฯ มคี วามคิดริเริ่ม ไมเ่ คยมีแบบ
อยา่ งมาก่อนในภาพยนตร์อืน่ ๆ
• บรู ณภาพ
คือความสมบูรณ์ครบถ้วนของผลงานภาพยนตร์ตรงตามต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์
ภาพยนตรท์ อ่ี อกฉายแลว้ อาจถูกตัดทอน ถูกเสรมิ เติมแตง่ เพมิ่ เตมิ ถูกดดั แปลงไปด้วยเหตุ
ตา่ ง ๆ
• ความเส่ยี งต่อการสญู เสียหรือยากแกก่ ารหาทดแทน
เปน็ ภาพยนตรท์ ่ยี ังมฟี ลิ ์มตน้ ฉบับหรอื สำ� เนาในรูปแบบอ่ืนใดอยู่ แต่ตกอยใู่ นภาวะ
ความเสีย่ งท่จี ะสูญเสยี ภาพยนตรน์ ั้นไป ด้วยเหตปุ ัจจยั ต่าง ๆ เช่น มีตน้ ฉบับหรอื ส�ำเนาอยู่
เพยี งชุดเดยี ว หรอื ภาพยนตรน์ ้ันกำ� ลงั เสอ่ื มสภาพ หรอื สภาพการจดั เกบ็ ไมป่ ลอดภยั ไม่ได้
มาตรฐาน เปน็ ตน้
• อทิ ธิพลตอ่ คนและสังคม
ภาพยนตร์ท่ีสามารถส่งผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อปัจเจกชนและหรือต่อ
สงั คม ไมว่ า่ ทางดา้ นพฤตกิ รรม ความคดิ ความเชอ่ื อารมณ์ ฯลฯ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ กระแสสมยั
นิยมเกดิ การเปลี่ยนแปลง ค่านิยม ขนบธรรมเนียม ไมว่ า่ ช่วั ระยะเวลาสน้ั หรือย่ังยนื นาน

5

รายชื่อคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกภาพยนตร์
ข้ึนทะเบยี นมรดกภาพยนตร์ของชาตปิ ที ่ี ๔

ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยธุ ยา ประธานกรรมการ
กรรมการ
กติ ตศิ ักดิ์ สุวรรณโภคนิ กรรมการ
นกั วิจารณ์ภาพยนตร์ กรรมการ
กรรมการ
ผศ.สุวรรณา เกรยี งไกรเพ็ชร์ กรรมการ
นกั วชิ าการอสิ ระ

พิชัยวฒั น์ แสงประพาฬ
นักวชิ าการภาพยนตร์

วภิ ว์ บูรพาเดชะ
นกั เขยี น

บรรจง ปสิ ัญธนะกูล
ผกู้ ำ� กบั ภาพยนตร์

6

อ.ศักดนิ า ฉตั รกลุ ณ อยธุ ยา
ประธานกรรมการ

ภาพยนตร์นอกจากจะคุ้นเคยกันในฐานะเป็นส่ือท่ีให้ทั้งความบันเทิงและความรู้กับผู้คน
ทั่วโลกมากว่าหน่ึงร้อยปี ภาพยนตร์ยังมีฐานะเป็นบันทึกและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ส�ำคัญ
ยิ่งของมวลมนุษยชาติอีกด้วย ในประเทศไทยภาพยนตร์มีบทบาทและอิทธิพลอย่างย่ิงต่อชนชาว
ไทยกวา่ รอ้ ยปเี ชน่ กนั ในฐานะบนั ทกึ และหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรภ์ าพยนตรจ์ งึ เปน็ สง่ิ ทม่ี คี ณุ คา่
ยิ่งทีจ่ ะต้องเก็บรกั ษาไวใ้ ห้เปน็ มรดกของชาติ เพ่ือคนรุ่นตอ่ ๆ ไปจะได้ชืน่ ชมและใชป้ ระโยชน์จาก
ภาพยนตร์เหล่านั้น การขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติจึงถือเป็นภารกิจส�ำคัญยิ่งของ
หอภาพยนตร์ (องคก์ ารมหาชน)

หอภาพยนตร์ (องคก์ ารมหาชน) ไดด้ ำ� เนนิ การขน้ึ ทะเบยี นภาพยนตรม์ รดกของชาตติ อ่ เนอื่ ง
มาทกุ ปตี ้ังแตป่ ี พ.ศ. ๒๕๕๔ ปีละครั้ง ปนี เี้ ปน็ ครั้งที่ ๔ แลว้ ในแตล่ ะปีจะมภี าพยนตรไ์ ดร้ บั การ
คดั เลือกให้ขึน้ ทะเบยี นเป็นภาพยนตรม์ รดกของชาติจ�ำนวน ๒๕ เรือ่ ง รวม ๔ ครง้ั เรามีภาพยนตร์
๑๐๐ เร่อื งท่ไี ด้รับการพิจารณาให้เปน็ ภาพยนตร์มรดกของชาติ

การขึ้นทะเบียนนอกจากจะท�ำให้ภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นทะเบียนน้ันได้รับ
การดูแลอนุรักษ์อย่างดยี ง่ิ เป็นพิเศษ เพือ่ ใหม้ ่ันใจวา่ ภาพยนตร์เหล่านัน้ จะไม่สญู หายไปและจะถูก
เกบ็ รกั ษาไวเ้ ปน็ มรดกของชาตสิ บื ตอ่ ไปแลว้ การขนึ้ ทะเบยี นภาพยนตรย์ งั เปน็ การเผยแพร่ แนะนำ�
ให้สงั คมได้รู้จักคุ้นเคยเหน็ คุณค่าของภาพยนตร์เหลา่ นนั้ อกี ท้ังยงั เป็นการช่วยกระตุน้ ใหส้ ังคมได้
หนั มาใหค้ วามสำ� คญั และตระหนกั ในคณุ คา่ ของภาพยนตรโ์ ดยรวมโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ฟลิ ม์ ภาพยนตร์
ทก่ี ำ� ลงั จะกลายเปน็ อดตี และถกู ทอดทงิ้ ทำ� ลายในโลกยคุ ดจิ ทิ ลั หวงั วา่ ผคู้ นในสงั คมไทยจะชว่ ยกนั
เป็นหูเป็นตา ดูแลเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาเพื่อให้บันทึกและหลักฐาน
ประวัติศาสตร์เหลา่ น้จี ะไมส่ ูญหายทำ� ลายไป

7

กิตติศกั ด์ิ สุวรรณโภคิน
กรรมการ

การท่มี ีโอกาสไดย้ กยอ่ งเชดิ ชูเกยี รติของใครนน้ั ถือได้ว่า
เปน็ การไดร้ ับเกียรตอิ ยา่ งสงู เช่นกัน ทกุ คร้ังท่ไี ดท้ ำ� หน้าท่ีน้ี จะมี
ความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดสรรผลงานที่
ทรงคณุ ค่า ควรแก่การยกยอ่ ง และในกรณนี ้กี ็สมควรที่จะไดเ้ กบ็
เอาไวเ้ ปน็ มรดกแก่ลกู หลานตอ่ ไปอกี ดว้ ย
งานนี้ทำ� ใหไ้ ดพ้ บผลงานทีเ่ ปน็ ความรู้ใหม่ งานท่ถี อื วา่ เปน็ milestone ของไทย ทง้ั ในแง่
ของศิลปะ บันทึกประวัติศาสตร์ บันทึกความเป็นไปของสังคมไทย งานหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า
ลักษณะและรูปแบบบางอย่างอยู่คู่กับสังคมไทยมานานนักหนาแล้ว จนสมควรจะถือได้ว่า น่ีคือ
เอกลักษณ์ของไทยทีบ่ างคร้ังเราอาจจะลืมเลอื นไปวา่ มีอยู่
ข้อจำ� กัดด้านจำ� นวนผลงานทจ่ี ะยกยอ่ งในแต่ละปี ท�ำให้เกดิ อาการรักพเ่ี สียดายนอ้ ง แตก่ ็
เชื่อว่า ผลงานดี ๆ เชน่ น้ี ปหี นา้ ก็คงจะได้รับคัดเลือกต่อไป
ผศ.สุวรรณา เกรียงไกรเพช็ ร์

กรรมการ

ข้าพเจ้าเป็นคนชอบดูภาพยนตร์ แต่ไม่เคยได้มีโอกาส
เขา้ ไปยงุ่ เกยี่ วหรอื เรยี นรเู้ รอ่ื งใด ๆ ทง้ั สน้ิ เกยี่ วกบั ภาพยนตร์ เมอื่
ไดร้ บั คำ� ชวนใหร้ ว่ มเปน็ ผคู้ ดั เลอื กภาพยนตรท์ จี่ ะขนึ้ ทะเบยี นมรดก
แห่งชาติ จึงค่อนข้างแปลกใจ แต่ก็ยินดีรับค�ำชวนและแปลกใจ
ตัวเองอยู่เหมอื นกนั ทรี่ ับท�ำในสิง่ ท่ีไม่มีความรู้ อาจเป็นเพราะคดิ
วา่ ภาพยนตรก์ ม็ ลี กั ษณะเปน็ เรอื่ งเลา่ และเปน็ ศลิ ปะ ทำ� นองเดยี วกบั วรรณกรรมซง่ึ เปน็ ทง้ั วชิ าความ
รู้และความบันเทิง(สว่ นตวั )ของขา้ พเจา้
เมอื่ ไดม้ โี อกาสดหู นงั ทม่ี ผี เู้ สนอชอ่ื เขา้ มารว่ มรบั การคดั เลอื ก ทง้ั ในสาขาหนงั เรอื่ งและหนงั
สารคดี กร็ สู้ กึ ยนิ ดมี ากทค่ี ดิ ไมผ่ ดิ เพราะไดร้ บั ความรเู้ กย่ี วกบั ศลิ ปะและคณุ ภาพของงานภาพยนตร์
ได้รับความบันเทิงจากการดูหนังบางเร่ืองท่ีเคยดูเม่ืออายุยังไม่ถึงสิบขวบ และจ�ำได้เพียงฉากบาง
ฉากที่ติดตามาจนได้เห็นอีกครั้งในโอกาสนี้ ได้เห็นนักแสดงอาวุโสที่ล่วงลับไปแล้ว ได้ยินเสียง
ประกอบแบบการพากย์ทีค่ ุ้นเคยและลมื เลือนไปแลว้ ไดเ้ หน็ หนังสารคดี หนังขา่ ว หนังบ้าน หนัง
ชุดสารคดีส�ำหรับฉายทางโทรทัศน์ สารพัดสารพัน แม้บางเร่ืองจะมีภาพเหลืออยู่เพียงไม่ก่ีนาที

8

บางเรอ่ื งมภี าพทเ่ี พง่ แลว้ เพง่ อกี กย็ งั มองไมค่ อ่ ยออกวา่ เปน็ ใครหรอื เปน็ อะไร รวมทงั้ ไดด้ หู นงั ทเี่ พงิ่
เข้าโรงฉายไปเม่ือไม่นานมาน้ี ซ่ึงข้าพเจ้ามีโอกาสได้ดูบ้างไม่ได้ดูบ้าง ก็มาได้เห็นได้รู้ได้บันเทิงใน
งานคดั เลือกนเี้ อง

“หนงั เรื่อง” ทไ่ี ด้ดนู ้นั มีทั้งทีต่ วั บทเดิมมาจากงานวรรณกรรมท่ีมีช่อื เสียง และทีเ่ ขยี นบท
ข้ึนใหม่เพ่ือการท�ำหนังโดยตรง เร่ืองราวท่ีถ่ายทอดออกมาเป็นภาพน้ัน นอกจากจะเล่า “เร่ือง”
แลว้ ยงั เลา่ ถงึ สงั คมในชว่ งเวลาทสี่ รา้ ง (แมบ้ างเรอ่ื งจะเปน็ การ “ยอ้ นยคุ ” แตก่ ส็ ะทอ้ นทงั้ ชว่ งเวลา
ที่ย้อนกลับไปและช่วงเวลาของการสร้างอยู่น่ันเอง) ทั้งผู้คน วิถีชีวิต สถานที่ต่าง ๆ ท�ำให้เข้าใจ
แจม่ ชดั วา่ เกณฑใ์ นการคดั เลอื กขอ้ หนง่ึ ทร่ี ะบถุ งึ อทิ ธพิ ลตอ่ ผชู้ มและสงั คมนน้ั มคี วามหมายทส่ี ำ� คญั
ต่องานศลิ ปะแขนงนี้ ไมน่ อ้ ยไปกวา่ ศลิ ปะอน่ื ๆ โดยไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งขนึ้ อยกู่ บั “ความโบราณ” หรอื
“ความทนั สมยั ” เช่นเดียวกบั เกณฑ์ทว่ี ่าด้วยคุณภาพของผลงาน เฉพาะตรงนี้ ขอกลา่ วเจาะจงถงึ
หนงั ท่ีไดร้ บั การคัดเลอื กเรื่องหนง่ึ คือ พรายตะเคียน ซ่งึ ข้อมูลประกอบแจง้ ว่าเป็นหนงั สน้ั ส�ำหรบั
ฉายประกอบกอ่ นการฉายหนงั เรอื่ ง คงจะคลา้ ยกบั การฉายหนงั ขา่ ว หรอื ยอ้ นไปอกี ถงึ การมดี นตรี
หนา้ โรงทำ� นองโหมโรงรอคนนน่ั เอง หนงั เรอื่ งนเี้ ปน็ หนงั เงยี บ ขาวดำ� เนอ้ื เรอ่ื งแบบหนงั ผแี กมตลก
ในชว่ งเวลาประมาณ ๑๕ นาที ไดป้ ระจกั ษว์ า่ หนงั ผโี บราณเรอื่ งนเี้ ปน็ ตน้ แบบหนงั ผไี ทยอยา่ งแทจ้ รงิ
เพราะเมอื่ ยอ้ นคดิ ถงึ หนงั สารพดั ผใี นปจั จบุ นั ไมเ่ หน็ วา่ แตกตา่ งหรอื พฒั นาขนึ้ มากนกั นอกจากใน
เชงิ เทคโนโลยแี ละการรบั แนวคดิ มาจากวฒั นธรรมอน่ื บา้ ง ในสว่ นของประเภทและลกั ษณะผี รวม
ทัง้ โครงเรอ่ื งและมุกตลกนน้ั ต้องเรียกวา่ เปน็ วฒั นธรรมหนังผีทลี่ งตวั และตายตัวชัดเจน

ในส่วนของ “หนังสารคดี” ซึ่งรวมไว้ทั้งหนังข่าว หนังบ้าน หนังทดลองในยุคแรกเร่ิม
ข้าพเจา้ ตระหนกั ว่า นอกจากไดร้ ับรูเ้ หตุการณเ์ กา่ ๆ ได้เห็นภาพผู้คน สงั คม ความคดิ และความ
เปล่ียนแปลงแล้ว ยังมหี นงั ยุคเกา่ ทถ่ี ่ายท�ำเล่น ๆ เชงิ ทดลองบางเรอ่ื งใชผ้ ้แู สดงเป็นกลมุ่ เดก็ เลน่
มอญซอ่ นผา้ กาฟักไข่ เสอื ข้ามหว้ ย การแตง่ ตัวและอาการกิรยิ าเปน็ ธรรมชาตแิ ท้ ๆ การได้ดหู นัง
ประเภทนที้ ำ� ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจชวี ติ ไทยวฒั นธรรมไทยทเี่ ปน็ จรงิ โดยไมต่ กแตง่ ในขณะทไี่ ดร้ บั ความ
บันเทิงอยา่ งนึกไมถ่ ึงด้วย เปน็ ความบันเทงิ แห่งสาระทีซ่ มึ ซาบเขา้ ในสมองและจิตใจโดยไม่รตู้ ัว

หนงั ทไ่ี ดร้ บั การคดั เลอื กใหข้ นึ้ ทะเบยี นมรดกในปนี ี้ มจี ำ� นวน ๒๕ เรอื่ งตามขอ้ กำ� หนดของ
หอภาพยนตร์ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าหนังทง้ั หมดท่ไี ด้ดูนนั้ ล้วนมคี ุณคา่ ทส่ี มควรจะเป็น “แหล่งเรียนรู้
แหง่ ชาต”ิ ได้ท้ังส้นิ งานการตดิ ตาม ขอรับ ขอคนื ฟิลม์ หรอื การบนั ทึกดว้ ยเทคโนโลยอี ืน่ ๆ รวมทัง้
การบูรณะวัสดุบนั ทึก จงึ สำ� คัญสำ� หรับทุกคนในสงั คม

เมื่อเสร็จส้ินภารกิจการคัดเลือก ข้าพเจ้าคิดว่าตัวเองไม่ได้รู้อะไรขึ้นมากนักในแง่ศิลปะ
ภาพยนตร์ แตท่ ้ังหมดท้ังปวงนีท้ �ำให้ขา้ พเจ้าในฐานะ “คนด”ู ผเู้ สพศลิ ปะ เข้าใจแจม่ ชดั ว่าการขึ้น
ทะเบยี นมรดกภาพยนตรแ์ ห่งชาติน้ัน มคี วามส�ำคญั และมปี ระโยชน์อย่างย่ิงแกค่ นสร้าง คนแสดง
คนดูและสังคมโดยรวม ไม่เฉพาะในส่วนของภาพยนตร์เท่านั้น หากมีความเก่ียวเนื่องไปถึงงาน
ศิลปะทุกแขนง เปน็ การแสดงออกของชีวติ ท่มี ที ัง้ ความประณีตและล่มุ ลกึ

ขา้ พเจา้ จงึ เห็นด้วยอยา่ งยิง่ กับคำ� ขวญั ของหอภาพยนตร์ที่วา่ ภาพยนตร์ยังใหเ้ กดิ ปัญญา

9

พิชยั วัฒน์ แสงประพาฬ
กรรมการ

ภาพยนตร์เหมือนมีมนต์วิเศษ โลกบนจอภาพยนตร์
เชอ้ื เชญิ เราเขา้ ไปสัมผัสเสมอ จะทกุ ข์ จะสขุ จะสนกุ จะทดท้อ
เราหลดุ ลอยไปไดไ้ กลดจุ ในความฝนั ไมว่ า่ จอทนี่ ำ� เสนอจะเปลยี่ น
ไปอยา่ งไร จอใหญย่ กั ษ์ จนกระทงั่ จอขนาดพกพา มนตท์ ว่ี า่ ไมเ่ คย
คลาย กระนน้ั หากพจิ ารณาใหถ้ ว้ นถี่ มหศั จรรยแ์ หง่ ภาพยนตรย์ งั
เปลี่ยนจอภาพทั้งหลายให้กลายเป็นกระจกวิเศษท่ีส่องสะท้อนตัวตนของเรา ส�ำนึกต่อสังคม ต่อ
ยคุ สมยั ต่อความเป็นไปของชีวติ จรงิ ...
ผมร้สู กึ ยนิ ดี และขอขอบพระคณุ คณะกรรมการทุกทา่ น คุณโดม สุขวงศ์ และเจ้าหน้าท่ี
ของหอภาพยนตรฯ์ ผ้มู ีสว่ นเก่ยี วข้อง ส�ำหรบั โอกาสในการรว่ มงานส�ำคัญครั้งนี้ครบั

บรรจง ปสิ ญั ธนะกลู
กรรมการ

ผมรสู้ กึ เปน็ เกยี รตอิ ยา่ งมากในการเปน็ สว่ นหนงึ่ ของคณะ
กรรมการท่ีร่วมคัดเลือกภาพยนตร์ให้รับการข้ึนทะเบียนมรดก
ภาพยนตร์ของชาติในครั้งนี้ หลายคร้ังที่รู้สึกใจหายท่ีได้เห็นว่า
หนงั ในดวงใจในอดตี ทม่ี คี ณุ คา่ มากมายทง้ั ดา้ นศลิ ปะการเลา่ เรอ่ื ง
และบันทึกประวัติศาสตร์ช่วงส�ำคัญในยุคนั้น รวมถึงส่งอิทธิพล
มหาศาลให้กับการท�ำหนังในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับงานในยุคผมด้วย การเก็บรักษาหนังจึงมีคุณ
คา่ มาก ๆ ผมจึงยนิ ดีมาก ๆ ทไ่ี ด้เป็นสว่ นหนง่ึ ในหนา้ ประวัติศาสตร์น้คี รับ

10

วิภว์ บรู พาเดชะ
กรรมการ

ภาพยนตร์เปน็ มากกวา่ ความบันเทงิ
ภาพยนตร์ยังเป็นศิลปะ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์

วัฒนธรรม และสงั คมอกี ด้วย
ประเดน็ น้กี ลา่ วไปกค็ งไมใ่ ช่เรือ่ งแปลก เพราะบทบาทของ

ภาพยนตร์กเ็ ป็นเช่นนั้นจริง ๆ และหลาย ๆ คร้ังกย็ ังเปน็ มากกวา่ น้ันอีกด้วย แต่ถึงกระน้ัน เวลา
พดู ถงึ คำ� วา่ ภาพยนตร์ คนสว่ นใหญก่ ย็ งั คงหลงลมื บทบาทดา้ นอนื่ ๆ ของศาสตรด์ า้ นนไี้ ป หลงเหลอื
ไว้เพยี งแค่ความบนั เทงิ เท่าน้นั

ผมคิดว่าการที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จัดการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของ
ชาตอิ ยา่ งตอ่ เนอื่ งมาแลว้ ถงึ ปที ่ี ๔ ซงึ่ มกี ารนำ� ภาพยนตรเ์ รอื่ งยาว (หรอื ทเ่ี รยี กกนั วา่ หนงั ใหญ่ หนงั
จอเงนิ หรอื หนงั โรง) มารว่ มพจิ ารณากบั ภาพยนตรส์ ารคดี ภาพยนตรส์ นั้ และภาพยนตรข์ า่ ว ทำ� ให้
เราได้เหน็ และไดเ้ ขา้ ใจบทบาทของภาพยนตรอ์ ย่างลกึ ซึ้งมากขนึ้

สารภาพตามตรงว่า แม้ผมจะเป็นคนที่ดูหนังค่อนข้างเยอะ แต่ก็ไม่เยอะถึงขนาดท่ีจะไป
ตามหาดูหนงั สารคดเี ก่า ๆ หรอื กระทัง่ ภาพยนตรไ์ ทยยุคเกา่ ๆ บางเรอ่ื ง ดังน้นั การไดม้ าท�ำหน้าที่
รว่ มคดั เลอื กภาพยนตรเ์ พอื่ ขน้ึ ทะเบยี นมรดกภาพยนตรข์ องชาตใิ นครง้ั นี้ จงึ เหมอื นเปน็ กจิ กรรมที่
ทำ� ใหผ้ มไดม้ โี อกาสชมผลงานหาชมยากเหลา่ นน้ั หนงั บางเรอ่ื งถงึ กบั ทำ� ใหผ้ มขนลกุ ในความสำ� คญั
ทางประวตั ศิ าสตรข์ องมนั ในขณะทห่ี นงั บางเรอ่ื งเหมอื นกบั ยานเวลาชนั้ ดที ที่ ำ� ใหผ้ มไดเ้ หน็ ภาพใน
อดตี ทนี่ ึกจินตนาการอย่างไรกค็ งนึกได้ไม่เหมอื นภาพท่ีได้เห็นจากฟิล์มเก่าเหลา่ น้ี

ในฐานะสื่อมวลชนคนหนึ่ง ท่ีบังเอิญมีโอกาสอันดีได้รับเชิญมาช่วยงานครั้งน้ี ผมจะขอ
สญั ญาวา่ จะทำ� หนา้ ทสี่ อ่ื มวลชนทด่ี ดี ว้ ยการบอกตอ่ และพยายามเผยแพรข่ า่ วสารเกยี่ วกบั กจิ กรรม
นี้ รวมทงั้ หนงั ที่ไดร้ บั การขน้ึ ทะเบียนเหลา่ นใี้ ห้เปน็ ทร่ี ับรูใ้ นวงกวา้ งตอ่ ไป

และในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมอยากขอแสดงความขอบคณุ อยา่ งสดุ หัวใจตอ่ ทีมงานของ
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ที่มุ่งม่ันท�ำงานนี้ เพราะภาพยนตร์เป็นความความบันเทิง เป็น
ศิลปะ เปน็ หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ วัฒนธรรม และสังคม ดังนั้นคนทท่ี �ำหน้าทเ่ี ก็บส่งิ เหล่านี้
เอาไว้ให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไป จึงเป็นผูท้ ีก่ ำ� ลังท�ำงานอนั ย่ิงใหญ่ และเปน็ งานเพอ่ื สว่ นรวมโดยแท้

ด้วยบริบทของการให้ความส�ำคัญแบบเดียวกัน ในบางโอกาส ผมก็อยากให้มีการข้ึน
ทะเบียนรายชื่อบุคคลท่ีท�ำงานให้หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) เอาไว้ให้คนไทยทุกคนได้รับรู้
เชน่ กันเดียวกนั นะครบั

11

[ ร. ๕ เสด็จประพาสกรงุ สตอ็ กโฮล์ม ]

พ.ศ. ๒๔๔๐
ความยาว ๑ นาที
ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ด�ำ / เงยี บ
ผถู้ ่ายภาพ Ernest Florman
ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จฯ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศ
สวเี ดน ในคราวเสดจ็ ฯ ประพาสยโุ รป ครงั้ ท่ี ๑ เมอื่ วนั ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๔๔๐ ชา่ งถา่ ยหนงั
คนแรกของสวเี ดนคอื Ernest Florman ตง้ั กล้องคอยอยทู่ ่ที ่าเรอื Logardstappan หนา้
พระราชวงั หลวง บนั ทึกเหตกุ ารณ์สำ� คัญขณะเรอื พายพระทนี่ ั่ง ออรส์ ะวาเดน เขา้ เทยี บท่า
พระเจา้ ออสการ์ท่ี ๒ พระเจา้ กรงุ สวีเดนและนอร์เวย์เสด็จขน้ึ จากเรอื ก่อน คอยรับพระเจ้า
กรุงสยามซึ่งเสดจ็ ขนึ้ ตามมา ทรงแลกจมุ พิตกนั แลว้ ทรงน�ำเสดจ็ ออกไป สมเด็จพระบรม
โอรสาธริ าชและเจ้านายอนื่ ๆ ที่ตามเสด็จ ขึ้นจากเรือเป็นล�ำดับ
พระพุทธเจ้าหลวงได้ทอดพระเนตรภาพยนตร์นี้ในพิพิธภัณฑ์เมืองสต็อกโฮล์ม
เมื่อเสด็จพระราชด�ำเนินทอดพระเนตรในวันรุ่งขึ้น และทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จ
พระนางเจ้าเสาวภาผอ่ งศรวี า่ “มีหนงั ฝรง่ั มนั ถ่ายไวด้ ีมาก” ทำ� ให้มกี ารคน้ พบฟิล์มมว้ นน้ี
ในปี ๒๕๒๖ และเป็นน้�ำหนักส�ำคัญที่ท�ำให้ราชการและรัฐบาลยอมรับเสียงเรียกร้องให้มี
การจัดตัง้ หนว่ ยงานเก็บรกั ษาภาพยนตรข์ ้นึ

12

13

เสดจ็ อินโดจีน พ.ศ. ๒๔๗๓

พ.ศ. ๒๔๗๓
ความยาว ๘๐ นาที
ฟลิ ม์ ๑๖ มม. / ขาว-ดำ� / เงยี บ
ผูส้ รา้ ง พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยหู่ วั

หลงั จากเสดจ็ ขน้ึ ครองราชยใ์ นปี พ.ศ. เปน็ ทมี ผสมระหวา่ งนกั กฬี าญวนและฝรงั่ เศส)
๒๔๖๘ พระราชกรณียกิจท่ีส�ำคัญอย่างหน่ึง ในวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๓ เวลา
คือการเสด็จเย่ียมราษฎร และการเจริญ ๑๗.๐๐ น. ท่ีสปอร์ตคลับ Cercle Sportif
สัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ อินโดจีนเป็น ไซง่ อ่ นทางการของอนิ โดจนี ฝรงั่ เศสไดจ้ ดั การ
จดุ หมายท่ี ๒ โดยในการเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ แข่งขันนี้ข้ึนเพ่ือถวายทอดพระเนตรใน
ครัง้ นี้ สมเด็จพระนางเจ้าร�ำไพพรรณไี ดเ้ สด็จ วโรกาสท่เี สด็จเยือนอินโดจีนครั้งนี้ พระบาท
พร้อมขา้ ราชบรพิ าร พระองคท์ รงบันทึกการ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนาง
เดนิ ทางครงั้ นน้ั ดว้ ยกลอ้ งถา่ ยภาพยนตร์ เปน็ เจ้าพระบรมราชินีทอดพระเนตรพร้อมกับ
ภาพยนตร์ส่วนพระองค์โดยให้ช่ือเร่ืองว่า มองสเิ ออร์ ปากสี แยร์ ผสู้ ำ� เร็จราชการแควน้
“เสด็จอินโดจีน พ.ศ. ๒๔๗๓” ความยาว อินโดจีน การแข่งขันวันนั้นได้กลายเป็นการ
ทง้ั สิน้ ๗ มว้ น (ประมาณ ๘๐  นาที) โดยทรง แข่งขันครั้งส�ำคัญในประวัติศาสตร์วงการ
ถา่ ยตงั้ แตเ่ สดจ็ จากทา่ ราชวรดษิ ฐโ์ ดยประทบั ฟุตบอลทีมชาตไิ ทย เพราะเปน็ คร้งั แรกท่ที มี
เรือพระท่ีนั่งมหาจักรี ในวันท่ี ๑๐ เมษายน ฟตุ บอลในนามทมี ชาตไิ ทย หรอื ทมี ชาตสิ ยาม
พ.ศ. ๒๔๗๓ จนกระทง่ั วนั เสดจ็ กลบั พระนคร ขณะนนั้ ไดอ้ อกไปแขง่ ขนั ในตา่ งประเทศ กบั
โดยรถไฟ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ ฯ ทรง ทีมต่างชาติ ครั้งนั้นนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติ
ถา่ ยภาพยนตรโ์ ดยละเอยี ดตลอดการเดนิ ทาง สยาม ประดับตรา “พระมหามงกุฎ” การ
กวา่ หน่ึงเดือน ซึ่งมเี หตุการณ์ส�ำคญั มากมาย แข่งขนั เปน็ ไปอย่างดเุ ดือด บนสนามดนิ  ครงึ่
แรกนักฟุตบอลไทยหกล้มหัวเข่าเคล็ดเป็น
เชน่ ในมว้ นท่ี ๑ ทรงบันทกึ เหตกุ ารณ์ เหตใุ หต้ อ้ งออกจากการแขง่ ขนั กอ่ นทนี่ กั กฬี า
การแข่งขันฟุตบอลเช่ือมสัมพันธไมตรี ไทยจะชนะอยา่ งขาดลอยไป ๔ ประตู ตอ่ ๐
ระหว่างทมี ฟตุ บอลสยาม กับ ทีมไซง่ ่อน (ซึง่

14

หลังจบการแข่งขัน พระบาทสมเด็จพระเจ้า- มอยส์เข้าเฝ้าเพื่อถวายส่ิงของ และแสดง
อยู่หัวได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้ การใช้หน้าไม้และเต้นร�ำถวาย ทรงบันทึก
นักกีฬาเข้าเฝ้า พระราชทานพระหัตถ์ให้ ภาพยนตร์ชาวมอยส์ท่ีเข้าเฝ้าด้วยความสน
นักกีฬาสัมผัส เป็นเกียรติแก่หัวหน้าทีม พระราชหฤทัยในเชิงชาติพันธุ์  เมื่อเสด็จไป
ฟุตบอลสยาม คือขุนประสิทธิ์วิทยกร (ฮก ใกล้เมืองตุริน ทรงประสบอุบัติเหตุรถไฟ
คปุ ตะวานชิ ) พรอ้ มทงั้ มพี ระราชดำ� รสั ชมเชย ขบวนก่อนหน้าน้ันตกรางอยู่ ก็ทรงบันทึก
ว่าเล่นดีมาก ผู้ส�ำเร็จราชการแห่งแคว้น เหตุการณไ์ ว้ในเชงิ ข่าวอกี ดว้ ย
อินโดจีนเป็นผู้มอบถ้วยรางวัลแก่ทีมฟุตบอล
สยาม   ภาพยนตรส์ ว่ นพระองคข์ องพระบาท-
สมเดจ็ พระปกเกลา้ ฯ น้ี มีคณุ ค่าทำ� นองเดยี ว
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระ กบั พระราชหตั ถเลขา “ไกลบา้ น” ในพระพทุ ธ-
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงถ่ายภาพยนตร์ เจ้าหลวง เพียงแต่พระบาทสมเด็จพระปก-
สถานที่ส�ำคัญที่ได้ไปเยือน อาทิ สถาน- เกลา้ ฯ พระราชนพิ นธด์ ว้ ยกลอ้ งถา่ ยภาพยนตร์
ปาสเตอร์ ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยที่ก่อตั้งโดย แทนที่จะเป็นปากกา
หลุยส์ ปาสเตอร์ นกั เคมีชาวฝรั่งเศส และได้
ขยายตัวไปในประเทศตา่ ง ๆ รวมทง้ั ประเทศ
เวียดนาม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าทรง
ทอดพระเนตรการผลิตยารักษาไข้มาลาเรีย,
พิพิธภัณฑ์ไกดินซึ่งแต่เดิมเป็นต�ำหนักเก่า
โบราณสถานศิลปะจามโบราณท่ีเมืองนาตรัง
หรือเหตุการณ์น่าสนใจระหว่างการเสด็จฯ
เช่น ทอดพระเนตรการรีดนมวัวด้วยมือและ
การท�ำเนยในฟาร์มท่ีเมืองดาลัด ราษฎรชาว

15

[ Siamese Society ]

พ.ศ. ๒๔๖๓
ความยาว ๑๐ นาที
ฟิลม์ ๓๕ มม. / ขาว-ด�ำ / เงยี บ
ผ้สู ร้าง Richard Berton Holmes

เอกสารและข้อเขียนด้านประวัติ- บางกะปิและเปล่ียนชื่อเป็นโรงเรียนวัฒนา
ศาสตร์ภาพยนตรไ์ ทย เคยกลา่ วว่า การถา่ ย วิทยาลัย เธอเล่าว่าครั้งหน่ึง ฝร่ังช่ือริชาร์ด
ทำ� ภาพยนตรค์ รงั้ แรกในประเทศไทย เรม่ิ โดย เบอร์ตัน โฮล์ม ชาวอเมริกันได้เข้ามาติดต่อ
ฝร่ังชาวอเมริกนั ชอ่ื ริชาร์ด เบอรต์ ัน โฮลม์ แหม่มโคเจ้าของโรงเรียน ขอใช้สถานท่ีและ
ได้เดินทางเข้ามาถ่ายท�ำในสมัยรัชกาลท่ี ๕ ครนู กั เรยี นเปน็ ตวั แสดงภาพยนตร์ เพอ่ื สาธติ
ราวปี พ.ศ. ๒๔๕๓ โดยถา่ ยทโี่ รงเรยี นกลุ สตรี วฒั นธรรม ขนบประเพณีของชาวสยาม เช่น
วงั หลัง หรอื โรงเรียนแหมม่ โค (ซ่ึงปัจจุบนั คือ การแตง่ ตวั ของสตรี และเดก็ การตอ้ นรบั ขบั สู้
บริเวณโรงพยาบาลศริ ิราช) แสดงวัฒนธรรม ของเจา้ ของบา้ นเมอ่ื มแี ขกมาเยอื น การละเลน่
ขนบธรรมเนียม ของชาวสยาม แต่ที่ผ่านมา ของเด็กนักเรียน เธอเล่าว่าแหม่มโคยอมให้
ไม่เคยมีใครได้เห็นภาพยนตร์ดังกล่าว นอก นายโฮล์มถ่าย เพราะเวลานั้นต้องการเงินไว้
จากการค้นพบข้อเขียนของ ต. ประทีปเสน สำ� หรบั การยา้ ยโรงเรยี นจากวงั หลงั ไปบางกะปิ
ครูโรงเรียนสตรีวังหลัง ซึ่งต่อมาย้ายไปอยู่ท่ี จงึ ขอให้ฝรงั่ จ่ายเงนิ ชว่ ยโรงเรียนด้วย

16

รชิ ารด์ เบอรต์ นั โฮลม์ เปน็ ผมู้ อี าชพี หอภาพยนตร์ได้เคยพบฟิล์มภาพ-
ชอื่ เสยี งในการบรรยายเรอื่ งบา้ นเมอื งประเทศ ยนตร์บันทึกเกี่ยวกับบ้านเมืองและชีวิตชาว
ต่าง ๆ โดยการตระเวนเดินทางท่องเท่ียวไป สยามจากประเทศสวีเดน เป็นบางส่วนของ
ท่ัวโลก เพ่ือถ่ายภาพและภาพยนตร์ แลว้ นำ� ภาพยนตร์ของเบอร์ตัน โฮลม์ แตม่ เี พียงบาง
ออกจัดฉายประกอบการบรรยายเก็บค่าชม ส่วน แสดงการแต่งกาย โดยเฉพาะวิธีนุ่งผ้า
จากผู้สนใจชมในสหรัฐอเมริกา จากการค้น โจงกระเบนของสตรี ตอ่ มา ไดพ้ บวา่ มผี เู้ ผยแพร่
คว้าขอ้ มูล พบหลักฐานวา่ ปี พ.ศ. ๒๔๕๓ มี ภาพยนตร์ของเบอร์ตัน โฮล์ม บนยูทบู เรือ่ ง
คณะถ่ายท�ำภาพยนตร์ของบริษัทเบอร์ตัน Thailand In Siamese Society circa 1925
โฮล์ม เดินทางเข้ามาถา่ ยท�ำจรงิ แตต่ วั โฮลม์ พบว่าคือ ภาพยนตร์ท่ีเบอร์ตันโฮล์มเข้ามา
เองไมไ่ ด้เดินทางเขา้ มาดว้ ย ทวา่ ในปี ๒๔๖๓ ถ่ายในคร้ังท่ี ๒ ปี ๒๔๖๓ แสดงเรื่องราว
เขาและคณะได้เดินทางเข้ามาสยามอีกครั้ง สอดคลอ้ งกับท่ี ต. ประทีปเสนเขยี นเลา่ ไว้
และถ่ายท�ำภาพยนตร์เพ่ือแสดงชีวิตความ
เป็นอยู่ของชาวสยาม ส�ำหรับน�ำออกฉาย
ประกอบการบรรยายของเขาในสหรฐั อเมรกิ า

17

Sound Patch Work

พ.ศ. ๒๔๗๓
ความยาว ๕.๔๘ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ� / เสยี ง
ผูส้ รา้ ง พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จ้าบุรฉตั รไชยากร
กรมพระก�ำแพงเพชรอัครโยธิน

พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จ้าบุร- แต่โดยส่วนพระองค์ ยังคงทรงถ่าย
ฉัตรไชยากร กรมพระกำ� แพงเพชรอัครโยธิน ภาพยนตร์เป็นพระราชนิยมอย่างท่ีเรียกว่า
ทรงเปน็ นกั ภาพยนตรส์ มคั รเลน่ ทส่ี ำ� คญั ทส่ี ดุ สมัครเล่นตลอดมา ซ่ึงเป็นการทรงถ่ายด้วย
คนหน่งึ ในสยาม ทรงถา่ ยภาพยนตรเ์ ป็นงาน ฝีพระหัตถ์เองและที่ให้ข้าราชบริพารท�ำ
สว่ นพระองคม์ าตงั้ แตท่ รงศกึ ษาอยใู่ นประเทศ หน้าท่ีถ่ายถวาย ทรงเรียกภาพยนตร์ส่วน-
อังกฤษ เป็นพระราชนิยมส่วนพระองค์ แต่ พระองคน์ ว้ี า่ “บา้ นดอกไมฟ้ ลิ ม์ ” ซง่ึ หมายถงึ
เมอ่ื ทรงรบั ราชการมพี ระภารกจิ ตามตำ� แหนง่ ภาพยนตร์ของวังบ้านดอกไม้ที่ประทับของ
หนา้ ทต่ี ามลำ� ดบั จนทรงเปน็ เสนาบดกี ระทรวง พระองค์ หอภาพยนตร์แห่งชาติได้รับมอบ
พาณชิ ยแ์ ละคมนาคม ทรงก�ำกบั ดแู ลกจิ การ ฟลิ ม์ ภาพยนตรส์ ว่ นพระองคน์ จ้ี ากพระทายาท
สำ� คญั ตา่ ง ๆ ของชาติ เชน่ การคมนาคมขนสง่ จ�ำนวนหลายร้อยม้วน ซ่ึงเกือบทั้งหมดเป็น
การส่ือสาร ไปรษณยี ์โทรเลข โทรศัพท์ วิทยุ ภาพยนตรข์ นาด ๑๖ มม.
ส่ือสาร วิทยุโทรเลข วิทยุโทรศัพท์ วิทยุ
กระจายเสยี ง การพาณชิ ยกรรม อตุ สาหกรรม Sound Patch Work น้ีเป็นฟิล์ม
ฯลฯ ทรงใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการ ภาพยนตรม์ ว้ นหนงึ่ ในบรรดาฟลิ ม์ ภาพยนตร์
โฆษณาเผยแพร่ การอบรม และการบันเทิง สว่ นพระองคน์ บั รอ้ ยมว้ นของกรมพระกำ� แพง-
ทรงจัดตั้งกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว ข้ึนใน เพชรอัครโยธิน บางม้วนทรงถ่ายส�ำหรับ
กรมรถไฟหลวง ทำ� หน้าทเี่ ปน็ ศูนยผ์ ลิตภาพ- เป็นการส่วนพระองค์จริง ๆ คือมิได้ส�ำหรับ
ยนตร์ข่าวสารสารคดีและภาพยนตร์บันเทิง ฉายให้คนอืน่ หรอื คนทั่วไปดู แตบ่ างม้วนทรง
ของชาติ เพอ่ื นำ� ออกเผยแพรส่ สู่ าธารณะ โดย ถ่ายขึ้นส�ำหรับใช้เป็นสื่อให้ความรู้หรือเผย
เฉพาะคือโรงภาพยนตร์ท่ัวไป แพรพ่ ระกรณยี กจิ ตา่ ง ๆ ทที่ รงเกย่ี วขอ้ ง เพอื่
ใชเ้ ผยแพรแ่ ก่เจ้าหน้าท่ขี องหน่วยงานต่าง ๆ

18

ตามแตจ่ ะเกยี่ วขอ้ ง แตค่ งมไิ ดม้ ีพระประสงค์ ของภาพเส้นเสียง และท�ำเป็นเส้นสายฟ้า
ส�ำหรบั เผยแพรส่ ู่สาธารณะ ตามด้วยชื่อเรื่อง เขียนเป็นอักษรภาษา
องั กฤษ Sound Patch Work ในลายเสน้ ของ
ส�ำหรับภาพยนตร์ Sound Patch ภาพเสน้ เสยี งระบบแสงเชน่ กนั จากนน้ั ตดั เขา้
Work น้ี เป็นภาพยนตรข์ นาด ๑๖ มม. และ ฉากแรก เหน็ นายรอ้ ยโทเขยี น ธีมากร กลา่ ว
ถ่ายท�ำพิเศษคือมีการบันทึกเสียงด้วย ซ่ึง กับผู้ชมโดยขยับปากอย่างชัดถ้อยค�ำ ซึ่งแม้
สันนิษฐานว่าเป็นการบันทึกเสียงระบบแสง ไมม่ เี สยี งกอ็ าจจบั ความไดว้ า่ “ตอ่ ไปนโ้ี ปรดฟงั
(optical sound) แต่มิได้บันทึกลงในแถบ ภาพยนตรม์ ีเสียง” แล้วแนะน�ำส่ิงท่ีจะให้ชม
ฟลิ ม์ ทบี่ นั ทกึ ภาพโดยตรง หากแยกอยอู่ กี มว้ น ฉากแรก วา่ เปน็ การแสดงของตวั ละครสามตวั
หนง่ึ ตา่ งหาก ซงึ่ นา่ เสยี ดายทแี่ ถบฟลิ ม์ เสยี งน้ี แต่ก�ำกบั และแสดงโดยคน ๆ เดียวคอื นาย-
มิได้มีอยู่ในบรรดาฟิล์มภาพยนตร์ที่หอภาพ- รอ้ ยโท เขยี น ธมี ากร แลว้ หนงั กต็ ดั ไปเขา้ ฉาก
ยนตร์แห่งชาติได้รบั มอบมา ให้ ร้อยโทเขยี น ทม่ี นี ายรอ้ ยโทเขยี นออกมายนื หนา้ ฉากบงั ตา
ธีมากร (บิดาของพูนสวัสดิ์ ธีมากร ช่างถ่าย แสดงเป็นชายหนุ่มในชุดขุนนางนุ่งผ้าม่วง
ภาพยนตร์และนักแสดงตลกมีชื่อเสียง) ซึ่ง สวมเสอื้ ราชปะแตน สวมหมวกและถอื ไมเ้ ทา้
เวลาน้ันเป็นข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข
ท�ำหน้าที่ผู้ประกาศหรือโฆษกของสถานีวิทยุ
กระจายเสียง วังพญาไทเป็นผู้น�ำชม จาก
ลักษณะการถ่ายท�ำของภาพยนตร์ เข้าใจว่า
ตน้ ฉบบั จะเปน็ การถา่ ยทำ� เปน็ ภาพยนตรเ์ สยี ง
โดยบันทึกเสียงลงในจานเสียง แต่ฟิล์มที่
ตกทอดมาถงึ หอภาพยนตร์ ไมพ่ บจานเสยี ง

ภาพยนตร์ เรม่ิ ดว้ ยไตเตลิ ตราบรุ ฉตั ร
เป็นรูปวาด เส้นสายลายวาดบ่งบอกลกั ษณะ

19

แถลงเรอ่ื ง แลว้ เดนิ หายไปหลงั ฉากบงั ตา กลบั ชมสถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี ง วงั พญาไท เรมิ่ ตน้
ออกมาอีกทีกลายเป็นชายขี้เมา หัวเถิกล้าน เห็นนายร้อยโท เขียน ธีมากร ก�ำลังพูดกับ
เปน็ งา่ ม กอดขวดเหลา้ เดนิ โซหนา้ เซหลงั และ ผู้ชมอย่างชัดถ้อยชัดค�ำ จนอ่านปากได้ว่า
พูดพล่าม (หรือร้องเพลง?) ก่อนจะเดินหาย “ต่อไปน้ี ข้าพเจ้าจะพาท่านชม ห้องส่งวิทยุ
ไปหลงั ฉาก บงั ตา และกลับออกมากลายเปน็ กระจายเสียง ที่พญาไท” แล้วภาพยนตร์ก็
หญิงนางหน่ึง เดินโซซัดโซเซกมุ ท้อง แลว้ ลม้ ฉายให้เห็นห้องต่าง ๆ ในสถานีวิทยุ ซึ่งเป็น
ลงนอนชักดิน้ ชักงอขาดใจตาย สถานีวิทยุกระจายเสียงสาธารณะเป็นทาง
การสถานีแรกของสยาม อันเป็นผลงานหน่ึง
ภาพยนตร์ตัดไปฉากที่สอง เป็นการ ของกรมพระกำ� แพงเพชรอคั รโยธนิ โดยกรม
ทดลองถ่ายท�ำเชิงถ่ายพลิกแพลง เห็นตุ๊กตา ไปรษณีย์โทรเลข เช่าพื้นที่ของโรงแรมวัง
สตั ว์ คอื ลาไขลานตวั หนง่ึ วางอยูบ่ นพน้ื ก�ำลัง พญาไทของกรมรถไฟหลวง (นอกเหนือจาก
เคลื่อนทไ่ี ปเป็นวงรอบ ๆ สนั นิษฐานว่า เป็น โรงแรมรถไฟทหี่ วั หนิ ) ซงึ่ เคยเปน็ วงั ทป่ี ระทบั
การถ่ายตกุ๊ ตาลาไขลาน ซึ่งปกติอยู่นิ่ง ๆ แต่ ของพระพันปีหลวง พระนางเจ้าเสาวภา-
เม่ือไขลาน ลาจะส่ายหัวไปมาเท่านั้น แต่ ผอ่ งศรี และพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ ฯ
อาศัยการถ่ายแบบหยุดขยบั (stop motion นายรอ้ ยโทเขยี น นำ� ผ้ชู มไปชมห้องตา่ ง ๆ ที
action) เพื่อท�ำให้เห็นว่าตุ๊กตาลานั้นเดินไป ละห้อง ได้แก่ “ห้องรับแขก” “ห้องบังคับ
ได้เองด้วย เสียง” “ห้องผู้ประกาศ” ซึ่งเห็นตัวอักษร
เขยี นบอกทปี่ ระตหู อ้ งวา่ หอ้ งสง่ ๓ ตอ่ ไปนาย
ภาพยนตร์ตัดไปฉากท่ีสาม เป็นการ รอ้ ยโทเขียนมาถงึ “ห้องประสมเสยี ง” (?) ซงึ่
ทดลองถ่ายเชิงศิลปะภาพยนตร์ คือถ่ายให้ ทบี่ านประตหู อ้ งมอี กั ษรเขยี นความวา่ หอ้ งสง่
เหน็ ครง่ึ ตวั บนของชายคนหนงึ่ สวมชฎาแสดง ๒ สุดท้ายนายร้อยโทเขียน พามาแนะน�ำ
ทา่ รา่ ยรำ� แตป่ รากฏเปน็ เงาดำ� ตดั กบั ฉากหลงั “ห้องประสมเสียง” อยู่หน้าห้องซึ่งท่ีบาน
สีขาว

ภาพยนตร์ตัดไปฉากท่ีสี่ เป็นฉากน�ำ

20

ประตมู อี กั ษรเขยี นว่า ห้องสง่ ๑ ซงึ่ เม่ือเปดิ โดยเฉพาะทางด้านการเป็นนักภาพยนตร์
ประตูเข้าไปภายในห้อง เห็นวงดนตรีไทย สมัครเล่น และภาพยนตร์ทดลอง ขณะ
ประเภทเคร่ืองสายผสมก�ำลังบรรเลงเพลง เดียวกัน ยังเป็นภาพยนตร์บันทึกสถานีวิทยุ
แลว้ ภาพยนตร์น�ำไปสหู่ ้องผปู้ ระกาศ นั่งอยทู่ ่ี กระจายเสยี งแห่งแรกของประเทศ ซ่งึ พัฒนา
โต๊ะผ้ปู ระกาศ ผู้ประกาศเคาะเครือ่ งทำ� เสยี ง เป็นสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน
สัญญานของสถานี แล้วประกาศ (ว่าอะไรดู ท�ำให้เราสามารถเห็นสภาพของอุปกรณ์
ปากไมถ่ นดั อาจจะประกาศปดิ สถาน?ี ) แล้ว เครื่องไม้เคร่ืองมือของสถานี สภาพการ
ผู้ประกาศวางหัวเข็มเล่นจานเสียง จบฉาก ตกแต่งห้องซึ่งเคยเป็นห้องพระบรรทมของ
เห็นไตเติลท้ายขึ้น เป็นตัวอักษร ภาพวาด พระเจ้าแผ่นดิน ให้กลายมาเป็นห้องส่งวิทยุ
ลวดลายของเส้นเสยี ง ค�ำว่า The End กระจายเสียง เห็นภาพเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา
ของนักวิทยุรุ่นบุกเบกิ ของชาติ และที่สุดเปน็
Sound Patch Work นี้ จึงมคี ุณค่า ประจักษ์พยานแห่งการพัฒนาบ้านเมืองให้
เป็นหนึ่งในผลงานภาพยนตร์ส่วนพระองค์ กา้ วไปทันโลกดว้ ยวิสัยทศั น์ของสยามเอง
ของ กรมพระก�ำแพงเพชรอัครโยธิน ผู้ทรง
เป็นบิดาแห่งการใช้เทคโนโลยีของประเทศ

21

[ ปัตตานีในอดตี ]

[ พ.ศ. ๒๔๗๙ ]
ความยาว ๒๑.๐๓ นาที
ฟลิ ์ม ๓๕ มม. / ขาว-ด�ำ / เงียบ

ภ า พ ย น ต ร ์ ข า ว ด� ำ นิ ร น า ม ที่ ห อ - บุคคลซ่ึงต่อมากลายเป็นผู้ท่ีมีบทบาทโดด-
ภาพยนตร์ ไดร้ ับมอบจากครอบครวั นายเนย เด่นทางการเมืองในจังหวัดปัตตานีและใน
วรรณงาม เจ้าของสายหนังและโรงหนัง ระดับประเทศ และยังถ่ายภาพงานออกร้าน
เฉลิมวัฒนา แห่งนครราชสีมา มีลักษณะ ฉลองรัฐธรรมนูญของจังหวัดปัตตานี ท�ำให้
เป็นภาพยนตร์แนะน�ำจังหวัดปัตตานี เม่ือ เหน็ การละเลน่ ตา่ ง ๆ ของจงั หวดั เชน่ รองเงง็
ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗๙ โดยเนือ้ หาแบ่งเป็น มะโย่ง กฬี าพนื้ เมือง คือววั ชน ภาพนางงาม
๓ ส่วน สว่ นแรกแสดงสถานทที่ ่องเทยี่ วของ ปัตตานี ส่วนสุดท้ายคือการบันทึกการซ้อม
จังหวัด น้�ำตกทรายขาว ส่วนท่ีสองถ่าย และแขง่ ขนั การชกมวยไทยคเู่ อกของ “สมาน
ขา้ หลวงในจวน ยงั ปรากฏใหเ้ หน็ บคุ คลสำ� คญั และสมพงษ์” (ซึ่งหอภาพยนตร์สันนิษฐาน
คือ หลวงวจิ ิตรวาทการ และ พระยาอดุ รธานี วา่ เปน็ สมาน ดลิ กวลิ าศ (สมญานาม Gentle-
ศรีโขมสาครเขตต์ ข้าหลวงประจ�ำจังหวัด man หรอื สุภาพบรุ ษุ สงั เวียน) และ สมพงษ์
ปัตตานี (ผู้ว่าราชการ) ในขณะน้ัน และขุน เวชสิทธ์ิ (สมญานาม ซ้ายปรมาณู) สองยอด
เจรญิ วรเวชช์ หรอื นายแพทยเ์ จรญิ สืบแสง มวยไทยชอ่ื กอ้ งในยุคน้นั )

22

[ ปัตตานีในอดีต ] เป็นการบันทึก คณุ งามความดใี หแ้ กจ่ งั หวดั ไดร้ บั การยกยอ่ ง
ภาพประวัติศาสตร์ต่างๆ ท่ีหาดูได้ยากในยุค นับถือจากประชาชนชาวปัตตานีอย่างมาก
ปจั จบุ นั และนา่ จะเปน็ หลกั ฐานชนิ้ สำ� คญั ทใ่ี ช้ และเมื่อมีการเลือกต้ังท้ังในระดับท้องถิ่น
ศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศไทยหลัง อย่างสภาเทศบาล หรือระดับชาติในฐานะ
เปลยี่ นแปลงการปกครองในปี ๒๔๗๕ ไดเ้ ปน็ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ขุนเจริญวรเวชช์
อยา่ งดี ยกตวั อยา่ งเชน่ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ก็ได้รับเลอื กตั้งทง้ั สน้ิ จนกระทัง่ ในปี ๒๔๙๕
พระยาอุดรธานีศรีโขมสาครเขตต์กับนาย ขุนเจริญวรเวชช์ถูกจับกุมในฐานะ “ขบถ
ขนุ เจรญิ วรเวชช์ โดยก่อนหน้าท่ีพระยาอุดร- สันติภาพ” ในข้อหามีการกระท�ำอันเป็น
ธานศี รโี ขมสาครเขตต์จะถกู ส่งจากส่วนกลาง คอมมวิ นิสต์ และถกู ขงั นานถึง ๕ ปี และถูก
ให้มาด�ำรงต�ำแหน่งข้าหลวงประจ�ำจังหวัด จบั ในขอ้ หาเดยี วกนั นอี้ กี ครงั้ ในปี ๒๕๐๑ จาก
ปัตตานีนั้น เขาได้เคยจับกุมคณะเผยแพร่ คณะปฏวิ ตั ิ
ลทั ธคิ อมมวิ นสิ ตใ์ นจงั หวดั อดุ รธานี ในขณะที่
เขาด�ำรงต�ำแหน่งเป็นข้าหลวงประจ�ำจังหวัด
อดุ รธานีมากอ่ น สว่ นขนุ เจรญิ วรเวชช์ ซง่ึ เปน็
บุคคลท่ีจังหวัดปัตตานียกย่องให้เป็นผู้สร้าง

23

ข้าวกำ�มือเดียว

A HANDFUL OF RICE

พ.ศ. ๒๔๘๓
ความยาว ๖๙.๒๐ นาที
ฟลิ ์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ� / เสียง
ผสู้ ร้าง Svensk Filmindustris
ผ้กู �ำกบั Paul Fejos และ Gunnar Skoglund

ออกจะเป็นเร่ืองไม่ธรรมดา ท่ีมีฝรั่งจาก สวีเดนครอบครัวหน่ึง ซึ่งก�ำลังจะต้องย้ายออก
ประเทศหา่ งไกลจากประเทศไทยคอื สวเี ดน เดนิ ทาง จากบ้านไปอยู่ที่อ่ืน ทุกคนในบ้านก�ำลังช่วยกัน
ขา้ มนำ้� ขา้ มทะเลเขา้ มาถา่ ยทำ� ภาพยนตรป์ ระเภท เกบ็ ของ ขณะกำ� ลงั เกบ็ ของในครวั สมาชกิ คนหนงึ่
เรื่องแสดงในประเทศไทย ใช้คนไทยในท้องถ่ิน ดงึ กลอ่ งบรรจขุ า้ วสารออกมาจากลน้ิ ชกั กลอ่ งนน้ั
เปน็ ผแู้ สดง เมอื่ ปี ๒๔๘๓ และทนี่ า่ สนใจกค็ อื เรอ่ื ง มีขา้ วสารตดิ ก้นอยสู่ กั ก�ำมือ เดก็ ๆ ถามวา่ นเี่ ปน็
ทเี่ ขาทำ� เปน็ ภาพยนตรน์ นั้ เปน็ เรอ่ื งปกตธิ รรมดา กลอ่ งบรรจอุ ะไร ผใู้ หญต่ อบวา่ นค่ี อื ขา้ ว และถาม
ของวถิ กี ารดำ� รงชวี ติ ของคนไทยสว่ นใหญใ่ นสมยั เดก็ ๆ วา่ รูไ้ หมวา่ ข้าวมาจากไหน ภาพยนตรซ์ มู
นนั้ คอื ชวี ติ ชาวนา การทำ� นาขา้ ว ดงั นนั้ ยอ่ มตอ้ ง เข้าไปใกลส้ ุดทเี่ มลด็ ข้าวในกล่อง และอธบิ ายตอ่
มีสาเหตุหรือแรงดลใจพิเศษอะไรบางอย่างที่ท�ำ อย่างให้ความรู้ว่า ข้าวที่ดีท่ีสุดของโลกคือข้าวท่ี
ใหค้ นทำ� หนงั อกี มมุ โลกหนง่ึ เดนิ ทางมาทำ� หนงั ใน มาจากแหลง่ ผลติ ทปี่ ระเทศสยาม ภาพยนตรแ์ สดง
ทอ่ี นั หา่ งไกลจากทีแ่ ละวิถีชวี ติ ของเขา ด้วยภาพพิเศษเห็นเมล็ดข้าวกระเด็นออกจาก
ภาพของแผนที่ทวีปเอเซีย ซึ่งเปิดให้เห็นว่าคือ
นักค้นคว้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย แผนทขี่ องประเทศไทย มเี สยี งอธบิ ายวา่ ดนิ แดน
ได้ค้นพบภาพยนตร์น้ี จากประกาศแจ้งความ นคี้ อื อขู่ า้ วของโลก แลว้ จากนน้ั ภาพยนตรก์ น็ ำ� เขา้
ฉายภาพยนตรน์ ใ้ี นประเทศไทยเมอื่ ปี ๒๔๙๓ ท่ี สเู่ รอ่ื งราวของชาวสยามกบั การทำ� นาขา้ ว ผกู เรอ่ื ง
ศาลาเฉลิมกรุง โดยใช้ชื่อไทยว่า “คู่ชีวิต” และ ใหเ้ หน็ ตง้ั แตเ่ รม่ิ ตน้ ชายหญงิ คหู่ นง่ึ เขา้ พธิ แี ตง่ งาน
ต่อมาเม่ือเร่ิมมีการจัดตั้งหอภาพยนตร์แห่งชาติ กนั แลว้ ออกจากหมบู่ า้ นไปหกั รา้ งถางพงตงั้ บา้ น
ราวปี ๒๕๒๖ หอภาพยนตร์ได้ขอบริจาคส�ำเนา เร่ิมต้นครอบครัวใหม่ หมู่บ้านให้แพะมาตัวหน่ึง
ฟิล์มภาพยนตร์เรอ่ื งนใ้ี นฉบบั ยอ่ ลงเปน็ ฟิลม์ ๑๖ ให้เดินตามแพะไป แพะหยุดกินที่ใดก็หมายว่าท่ี
มม. เขา้ มาประเทศไทย ๑ ชุด เพ่ือฉายรณรงค์ให้ ตรงนน้ั เหมาะจะตัง้ ตนชวี ิตทำ� กนิ ผัวมีหมาไปตวั
สงั คมไทยเหน็ คณุ คา่ ความจำ� เปน็ ของการอนรุ กั ษ์ หนง่ึ เมยี มลี งิ ไปตวั หนง่ึ ทงั้ คชู่ ว่ ยกนั หกั รา้ งถางพง
ภาพยนตร์ เปน็ ท่ีท�ำนา และสรา้ งกระต๊อบเปน็ ท่ีพักพิง เรม่ิ

ภาพยนตร์เปิดเร่ืองขึ้นท่ีบ้านของชาว

24

ปลูกข้าว สักพักหนึ่งก็มีเสือลายพาดกลอนมา ภาพยนตร์เรื่องน้ี ฝรั่งจากแดนไกลซ่ึง
รงั ควาญกนิ แพะเป็นอาหาร ผวั ตอ้ งสละหมาของ บริโภคข้าวที่ดีท่ีสุดในโลกจากแผ่นดินสยามซ่ึง
ตัวเป็นเหย่ือล่อจับเสือเพราะเมียไม่ยอมสละลิง เป็นอู่ข้าวโลก เขาอาจจะรู้สึกอยากจะสร้างหนัง
ผวั เอาหนงั เสอื ไปขายทต่ี ลาดไดเ้ งนิ มาอวดเมยี วา่ เพื่อสดุดีสยามและชาวนาสยาม สาเหตุที่ผู้สร้าง
จะเอาไวซ้ อื้ ควายมาชว่ ยไถนาเพราะตนสวมแอก ภาพยนตร์ชาวสวีเดนตกลงใจเดินทางมาถ่ายท�ำ
ไถไม่ไหวแล้ว แต่เจ้ากรรมลิงของเมียด้วยความ ภาพยนตร์ในสยามอนั ไกลโพ้น ก็เพราะเขาได้รบั
ซนประสาลิงรอ้ื คน้ ทเ่ี กบ็ ซ่อนเงนิ ทำ� ให้เงนิ หลน่ ค�ำเชิญชวนจากชาวสยามชั้นสูงทางภาคเหนือ
ลงกองไฟเตาหงุ ขา้ วในบา้ น เงนิ กไ็ หมห้ มด ขา้ วท่ี จากการที่ได้ติดต่อทางธุรกิจกัน ภาพยนตรถ์ ่าย-
เพงิ่ ปลูกก็จะตายเพราะแล้ง ฝนฟา้ ไมต่ ก วนั หนง่ึ ท�ำโดยตลอดที่จังหวัดเชียงใหม่ บางฉากถ่ายใน
ผวั จงึ ลาเมยี วา่ จะไปหางานทำ� เอาดาบหนา้ ใหเ้ มยี คุ้มเจ้าหลวงท่ีเชียงใหม่ ผู้แสดงล้วนเป็นคนใน
อยดู่ แู ลนาและบา้ น ผวั ไปหางานไดเ้ ปน็ คนบงั คบั ท้องถิน่ ตัวแสดงสำ� คัญคอื ผัวหนุ่มเมยี สาว ซ่ึงใน
ชา้ งทำ� งานชกั ลากซงุ ในบรษิ ทั ปา่ ไม้ ซงึ่ ภาพยนตร์ หนังและไตเติลระบุว่า พ่อชาย แม่หญิง หอ-
ถอื โอกาสแสดงใหเ้ หน็ ภาพการทำ� ปา่ ไมใ้ นปา่ ภาค ภาพยนตร์เคยน�ำภาพยนตร์น้ีไปฉายที่จังหวัด
เหนือของสยาม ระหว่างน้ีทางบ้านนา ชาวบ้าน เชียงใหม่ เจา้ ดวงเดือน ณ เชยี งใหม่ มาดูและเลา่
พยายามตอ่ สกู้ บั ภยั แลง้ ดว้ ยการลงแขกสรา้ งฝาย วา่ พอ่ ชายคอื นายต๊ิบ แม่หญิงช่อื คำ� ป้ยุ ท้งั สอง
กั้นน�้ำในล�ำน้�ำ เพ่ือน�ำมาใช้ท�ำนา ภาพยนตร์จึง เป็นเด็กท�ำงานอยู่ในคุ้มเจ้าหลวงซึ่งคือบิดาของ
แสดงใหเ้ หน็ ภมู ปิ ญั ญาการทำ� ฝายกน้ั นำ�้ ของชาวนา ท่าน และเล่าสนุก ๆ วา่ หลังจากเล่นหนงั น้แี ล้ว
สยาม จนอยมู่ าวนั หนงึ่ ขณะผวั ทำ� งานอยบู่ นหลงั ท้งั สองกห็ นตี ามกันออกไปจากคุ้ม ไปเป็นผวั เมีย
ช้างในป่าไม้ เห็นฝนฟ้ามาแล้วดีใจ อยู่ต่อไปไม่ กันจริง ๆ แต่ต่อมาค�ำปุ้ยหนีกลับมา เพราะทน
ได้ ขอเลกิ ทำ� งานเบกิ เงนิ กลบั ไปหาเมยี และทำ� นา นายตบ๊ิ ไมไ่ ด้
ระหวา่ งทางไดแ้ วะซอ้ื ผา้ ซน่ิ ฝากเมยี และซอื้ ควาย
มาชว่ ยทำ� นา ฉากสดุ ทา้ ย ผวั มาถงึ บา้ น เมยี กำ� ลงั ภาพยนตรน์ ้ี ปจั จบุ นั มคี ณุ คา่ เปน็ เอกสาร
กวาดขา้ วเปลือกในลาน เหน็ ผวั มากด็ ใี จ แตน่ าง ประวตั ศิ าสตร์ เชงิ สังคมวิทยา เชงิ ชาตพิ นั ธ์ุ เชิง
กก็ วาดขา้ วใสก่ ำ� มอื ยน่ื ใหผ้ วั ดวู า่ ทำ� นาเกอื บตาย มนุษยวิทยา ภาษาศาสตร์ และเป็นบันทึกความ
ได้ขา้ วก�ำมือเดยี ว ทรงจำ� ของยคุ สมยั ทฟี่ น้ื กลบั มามชี วี ติ ชวี าทกุ ครงั้
ทฉี่ าย

25

พรายตะเคยี น

วนั แรกฉาย ๒๑ พฤศจกิ ายน ๒๔๘๓
ความยาว ๘ นาที

ฟิล์ม ๓๕ มม. / ขาว-ดำ� / เงียบ
บรษิ ทั สร้าง ศรบี ูรพาภาพยนตร์
ผู้อ�ำนวยการสรา้ ง สดศรี ภักดจี ิตต์

หากจะพูดว่าหนังผีกับหนังไทยเป็น ตามเข้าสู่วงการภาพยนตร์ต่อเน่ืองมาจนถึง
ของคกู่ นั คงจะวา่ ได้ ตงั้ แตย่ คุ แรกทคี่ นไทยเรมิ่ ปจั จบุ นั และสรา้ งภาพยนตรม์ าอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
สรา้ งหนงั ชนดิ เดนิ เรอื่ งออกฉายในโรงภาพยนตร์ ปลายปี พ.ศ. ๒๔๘๑ สดศรีได้น�ำบท
หนังผีก็มีปรากฏให้เห็นไม่นานหลังจากน้ัน ประพันธช์ ื่อดงั ของ ป. อนิ ทรปาลิต คอื “ลูก
บางเร่ืองฮิตจนได้รับการต่อหรือสร้างใหม่ กำ� พร้า” มาสรา้ งเปน็ ภาพยนตรพ์ ากย์ ได้น�ำ
หลายตอ่ หลายครง้ั จวบจนปจั จุบนั อาทิเรอ่ื ง ไปฉายในหลายจงั หวดั ซึ่งไดร้ ับเสียงตอบรบั
นางนาคพระโขนง น่าเสียดายที่หนังผีไทย เป็นอย่างดีจากผู้ชม จนต้องสร้างภาคต่อใน
เรอ่ื งแรก คอื “ปโู่ สมเฝา้ ทรพั ย”์ (๒๔๗๖) ของ อีกไม่กี่เดือนถัดมา คือในเดือนพฤษภาคม
ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ไม่หลงเหลือให้เราได้ พ.ศ. ๒๔๘๒
ศกึ ษา พรายตะเคยี น จึงเปน็ หนงั ผที ่ีเก่าที่สดุ ในการฉาย “ลกู กำ� พรา้ ” ภาค ๒ สดศรี
ท่ีค้นพบว่ายังมีฟิล์มภาพยนตร์หลงเหลืออยู่ ไดส้ รา้ งภาพยนตรส์ น้ั เรอ่ื ง “นางนาคพระโขนง
ในปจั จุบนั ตอนใหม”่ เพื่อฉายประกอบ ในรายการฉาย
สร้างโดยบริษัท ศรีบูรพาภาพยนตร์ ลูกก�ำพร้าด้วย ซึ่งน่าจะเป็นการยึดขนบการ
ของ สดศรี ภกั ดีจิตต์ (ชอื่ จริง สดศรี ภกั ด-ี จดั รายการฉายภาพยนตรแ์ ตค่ รง้ั ยคุ หนงั เงยี บ
วิจิตร) บรษิ ทั สร้างภาพยนตรไ์ ทยยคุ ๒๔๘๐ ซงึ่ จะมกี ารฉายภาพยนตรห์ ลากประเภท มที งั้
ซงึ่ ประสบความสำ� เรจ็ จากการนำ� บทประพนั ธ์ ภาพยนตรข์ ่าว ภาพยนตร์ส้นั ภาพยนตรช์ ดุ
ของพระเจา้ บรมวงศก์ รมพระนราธปิ ประพนั ธ-์ ตอ่ และภาพยนตรเ์ รื่องยาว และการทำ� เช่น
พงศ์ เรอื่ ง สาวเครอื ฟา้ มาสรา้ งเปน็ ภาพยนตร์ นค้ี งประสบความสำ� เรจ็ เปน็ อยา่ งดี ดงั นน้ั เมอื่
พากย์ในนามบริษัท บูรพาภาพยนตร์ สดศรี สรา้ ง ลกู กำ� พรา้ ภาคจบ ซง่ึ ไดร้ วบเอาภาค ๓ -
จงึ เปน็ ผกู้ รยุ ทางใหต้ ระกลู ภกั ดวี จิ ติ รเดนิ รอย ๔ มาฉายในคราวเดียวกัน สดศรีจึงได้สร้าง

26

ภาพยนตร์สั้นฉายประกอบอีก คือ เร่ือง ลลี าการพากย์ พรายตะเคยี น และ ลกู กำ� พรา้
“พรายตะเคียน” ท่ีน่าสนใจคือสดศรียังคง ภาค ๓ – ๔ เม่อื ออกฉายครัง้ แรกนน้ั ผพู้ ากย์
เลือกเอาเร่ืองผี ๆ มาท�ำเป็นภาพยนตร์ คอื พ. ปญั ญาพล หรอื เพญ็ ปญั ญาพล เจา้ ของ
ประกอบอีกคร้ังหน่ึง แสดงว่าคงจะถูกจริต คณะละครปัญญาพล และ ศรี ปัญญาพล
นักชมภาพยนตร์ในสมัยน้ันก็อาจเป็นได้ ลูกสาว ร่วมพากย์
พรายตะเคียน เป็นเร่ืองของผีนางพราย
ตะเคียนที่มาหลอกชาวบ้าน ในเร่ืองเราจะ “พรายตะเคยี น” มคี ณุ คา่ เปน็ ตวั อยา่ ง
เหน็ นกั แสดงชายทเ่ี ลน่ บทเปน็ ชาวบา้ นวงิ่ หนี ของต้นตระกูลหนังผีแบบไทย ๆ ซึ่งผสม
ผหี นา้ ขาวอยา่ งจา้ ละหวนั่ โดยมหี มอผนี งุ่ ขาว ผสานรสชาติต่าง ๆ ให้น่ากลวั นา่ ตน่ื เต้น น่า
ห่มขาวน่ังในวงล้อมสายสิญจน์ท�ำการท่อง หวั เราะ ซ่งึ ขนบในทางแสดงตลก เชน่ การวง่ิ
มนตไ์ ล่ผี แต่กไ็ ม่มีทที า่ จะส�ำเรจ็ ทง้ั หมอผที งั้ ไลห่ นผี ี หนลี งโอง่ ลงนำ�้ อาจจะรบั มาโดยตรง
ชาวบ้านหนีผีไปคนละทิศคนละทาง บ้างปีน จากหนงั ตลกสน้ั ๆ ยคุ หนงั เงยี บซง่ึ ดกู นั อยทู่ วั่
หนีข้ึนต้นไม้ เป็นไปอย่างสนุกสนาน กลาย โลก และอาจน่าแปลกใจที่ขนบนี้ยังสืบทอด
เป็นหนงั ผีตลก มาถงึ ผสู้ ร้างหนงั ผีไทยในปจั จุบัน คอื หนังผที ่ี
มีฉากวิ่งหนีผีปีนข้ึนต้นไม้ มีหมอผีน่ังอยู่ใน
ธรรมเนียมของหนังพากย์ ผู้พากย์ วงล้อมสายสิญจน์ เหมือนที่ปรากฏในพราย
สามารถเสกตัวละครให้มีชีวิตชีวาย่ิงขึ้นด้วย ตะเคยี น ไมม่ ผี ดิ เพีย้ น

27

งานวันชาตะ นายพลตรหี ลวงพบิ ูลสงคราม
นายกรฐั มนตรี

ณ ทำ�เนียบ วังสวนกุหลาบ

พ.ศ. ๒๔๘๔
ความยาว ๖ นาที
ฟิลม์ ๓๕ มม. / ขาว-ด�ำ / เสียง
อำ� นวยการสร้าง [กรมโฆษณาการ]
จอมพล ป. พิบูลสงคราม หนึ่งในคณะนายทหารผู้ร่วมก่อการเปล่ียนแปลงการ
ปกครองในปี ๒๔๗๕ ดำ� รงตำ� แหนง่ นายกรฐั มนตรใี นปี ๒๔๘๑ เปน็ ผนู้ ำ� ทางการเปลย่ี นแปลง
ประเพณแี ละวฒั นธรรม เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งแนวคดิ ในการสรา้ งชาติ นบั เปน็ ผนู้ ำ� ทรงอทิ ธพิ ล
และสร้างความเปลีย่ นแปลงมากทส่ี ดุ คนหนึ่งในประวัตศิ าสตรไ์ ทย
ภาพยนตรเ์ รอ่ื งนี้ บนั ทกึ เหตกุ ารณง์ านวนั คลา้ ยวนั เกดิ ของพลตรหี ลวงพบิ ลู สงคราม
ซง่ึ เปน็ ต�ำแหนง่ ณ ขณะนน้ั ของจอมพลป.พิบลู สงคราม ในวนั ที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๘๔ ใน
ตอนเชา้ พระยาพหลพลพยหุ เสนาซงึ่ ในขณะนนั้ บวชเปน็ พระมารบั บาตรในตอนเชา้ โดยมี
ขา้ ราชการระดบั สงู มารว่ มงานเปน็ จำ� นวนมาก ประชาชนยงั ไดร้ วบรวมเงนิ เพอื่ จดั ซอื้ อาวธุ
ยุทโธปกรณ์ อาทิ ปืนใหญ่ รถถัง และเครื่องบินเพ่ือเป็นของขวัญวันเกิดแด่พลตรีหลวง
พิบูลสงคราม นอกจากนี้ยังได้เห็นทา่ นผหู้ ญงิ ละเอียด กับ นติ ย์ ลกู ชายคนเล็กทอ่ี ายุไมถ่ งึ
หน่งึ เดอื น แมไ้ มม่ ีหลกั ฐานแน่ชัดว่าผลติ โดยหน่วยงานใด อาจจะเปน็ ของกรมโฆษณาการ
แต่ต้นเร่ืองปรากฏภาพวาดตราไก่ ซ่ึงเป็นปีเกิดของหลวงพิบูลสงคราม รูปไก่น้ันเขียนให้
สงา่ ดจุ พญาอนิ ทรี ภาพยนตรเ์ รอ่ื งนน้ี ำ� เสนอสถานะอำ� นาจพลตรหี ลวงพบิ ลู สงครามในขณะ
นั้น และยังได้สะทอ้ นวัฒนธรรมร่วมสมยั ในยคุ มาลานำ� ไทยอีกด้วย

28

29

พช่ี าย

วนั แรกฉาย ๓๑ ธนั วาคม ๒๔๙๔ จากคุก ชอบกับใหญ่ตั้งใจกลับตัวเป็นคนดี
ความยาว ? นาที ผดิ กบั ยง่ิ ทหี่ นั กลบั ไปเปน็ โจรเหมอื นเดมิ ชอบ
ฟิล์ม ๑๖ มม. / สี / พากย์ หางานอย่างยากล�ำบาก และได้โคจรมาเจอ
บริษัทสร้าง ลูกไทยภาพยนตร์ ใหญซ่ ึ่งประสบชะตากรรมไมต่ ่างกัน แม้จะมี
ผอู้ �ำนวยการสร้าง จนั ตรี สาริกบุตร เงนิ ติดตัวเพียงเล็กน้อย ชอบก็ยังอตุ สา่ หแ์ บง่
ผกู้ �ำกับ เนรมติ (อ�ำนวย กลัสนิมิ) เงนิ ใหใ้ หญเ่ ปน็ ทนุ ตง้ั ตวั ยงิ่ รขู้ า่ ววา่ ชอบกำ� ลงั
ผแู้ สดง ส. อาสนจนิ ดา, สมควร กระจา่ งศาสตร,์ ลำ� บากจงึ ชวนใหไ้ ปออกปลน้ ดว้ ยกนั แตช่ อบ
ทกั ษณิ แจ่มผล, ม.ล. รุจิรา อิศรางกูร, ทตั ปฏิเสธ ชัย น้องชายของชอบซึ่งฝันเป็นนัก
เอกทตั , จำ� รญู หนวดจมิ๋ , สมพงษ์ พงษ์มติ ร, ประพันธ์และก�ำลังต้องการเงินไปขอ ผาณิต
อธกึ อรรถจินดา, ทองอ้อน กมเลศร์, มารศรี แฟนสาวแต่งงาน จึงแอบไปเข้าแก๊งของยิ่ง
อศิ รางกรู , จันตรี สาริกบตุ ร, รชั นี ชยั เสวต, โดยไมบ่ อกพช่ี าย ชอบวนเวยี นมาพบกบั ใหญ่
สงวน รัตนทัศนีย์ อกี ครง้ั แตบ่ ดั นใี้ หญร่ ำ�่ รวยราวเศรษฐจี ากการ
พนัน ใหญ่จึงตอบแทนบุญคุณชอบด้วยการ
ภาพยนตร์เรื่องน้ีสร้างข้ึนโดยความ พาไปฝากฝังให้ท�ำงานในคณะละคร และยัง
รว่ มมอื นกั แสดงละครเวที เพอ่ื หารายไดช้ ว่ ย เสนองานประพันธ์ของชยั เรื่อง “พช่ี าย” ให้
เหลอื ครอบครวั ของจอก ดอกจนั หวั หนา้ คณะ คณะละครน�ำไปสร้าง แต่แล้ว ยิ่งก็กลับมา
ลูกไทยที่เสียชีวิตขณะแสดงละครเวทีท่ีศาลา แกแ้ คน้ เพราะเขา้ ใจผดิ คดิ วา่ ชอบเอาแผนการ
เฉลมิ ไทย เปน็ ภาพยนตรท์ ร่ี วมศลิ ปนิ แหง่ ชาติ ไปบอกตำ� รวจ ชอบจำ� เปน็ ตอ้ งหยบิ ปนื ขนึ้ อกี
สาขาการแสดงหลายทา่ นไวด้ ว้ ยกนั ตง้ั แตบ่ ท ครงั้ เพือ่ ทำ� หน้าที่ “พช่ี าย”
ประพนั ธแ์ ละการกำ� กบั ของครเู นรมติ (อำ� นวย
กลัสนิมิ) ร่วมด้วยการแสดงของ ส. อาสน- เปน็ ภาพยนตรซ์ ง่ึ รว่ มใจรว่ มแรงสรา้ ง
จินดา, สมควร กระจ่างศาสตร์, สมพงษ์ โดยคนที่เป็นเพ่ือนร่วมงาน ครูกับศิษย์ ใน
พงษ์มติ ร และมารศรี อศิ รางกูร เร่ืองราวของ วงการละครเวที ถา่ ยทำ� ในโรงละครศาลาเฉลมิ -
สามโจร ชอบ ใหญ่ และ ยงิ่ ทเี่ พงิ่ พน้ โทษออก ไทย บันทึกโลกของคนละครในวาระที่ก�ำลัง
จะผนั เปลี่ยนไปเปน็ โลกของคนภาพยนตร์

30

31

[ จำ�เรญิ – จิมม่ี ]

พ.ศ. ๒๔๙๗
ความยาว ๒๖ นาที
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ� / เงียบ

เปน็ ภาพยนตรบ์ นั ทกึ เหตกุ ารณส์ ำ� คญั แบง่ รุน่ แบ่งน�้ำหนัก กอ่ นหนา้ น้ี ในระยะกอ่ น
ระดับชาติและเป็นประวัติการณ์ครั้งหน่ึงใน สงครามโลกครั้งท่ี ๒ เราเคยมี พระองค์เจ้า
ประวัติศาสตร์การกีฬาของชาติ โดยเฉพาะ พีระพงษ์ภาณุเดช ทรงเป็นแชมเปี้ยนการ
วงการมวยสากลอาชีพของไทย เพราะเป็น แข่งรถประลองความเร็วระดับโลกในยุโรป
การบันทึกเหตุการณ์เม่ือครั้งท่ีนักมวยไทย แต่ดูเหมือนสนามแข่งและการแข่งขันจะอยู่
คนแรกได้ข้ึนชกชิงต�ำแหน่งแชมเปี้ยนโลก ห่างไกลจากความคุ้นเคยของคนไทย ไมร่ สู้ กึ
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ นั่นคือการชกระหว่าง เร้าใจเท่ากีฬามวย จ�ำเริญ ทรงกิตรัตน์ จึง
จ�ำเริญ ทรงกิตรัตน์ นักมวยไทย ในฐานะ กลายเป็นขวัญใจชาวไทยและเป็นความหวัง
ผทู้ า้ ชงิ กบั จมิ ม่ี คารทั เธอรแ์ ชมเปย้ี นโลก มวย ทางจิตใจของคนไทยทัง้ ประเทศ
สากลรุ่นแบนตัมเวธของสมาคมมวยนานา-
ชาติ (สมาคมมวยโลกปจั จบุ นั ) ชาวออสเตรเลยี ข้อน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ จ�ำเริญ
ก�ำหนดชกกนั ในกรุงเทพ วนั ที่ ๒ พฤษภาคม หรือชอื่ จรงิ สำ� เริง ศรีมาดี เปน็ ชาวนครพนม
๒๔๙๗ ณ เวทมี วยชวั่ คราวกลางแจง้ ในสนาม เรยี นจบพลศกึ ษา เปน็ นกั มวยไทยอาชพี กอ่ น
ศภุ ชลาศยั กรีฑาสถานแหง่ ชาติ จะเปลย่ี นมาชกมวยสากล และเปน็ ตำ� รวจ จงึ
ไดร้ บั การสนบั สนนุ จากกรมตำ� รวจ โดยเฉพาะ
เหตุการณ์คร้ังน้ัน นับว่าเป็นความ ในยคุ ของ พล.ต.อ. เผา่ ศรยี านนท์ อธบิ ดกี รม
ทรงจ�ำครั้งส�ำคัญคร้ังหนึ่งของคนไทยทั้ง ตำ� รวจภายใตด้ วงอาทติ ยน์ ี้ ไมม่ อี ะไรทตี่ ำ� รวจ
ประเทศ เพราะเป็นอีกครั้งในน้อยครั้งที่คน ไทยทำ� ไมไ่ ด้ จำ� เรญิ จงึ ไมเ่ ปน็ เพยี งขวญั ใจและ
ไทยจะแสดงความสามารถระดับโลก โดย- ความหวงั ของชาวไทยในยคุ หลงั เชอ่ื ผนู้ ำ� ชาติ
เฉพาะด้านกีฬา ซึ่งกีฬามวยถือว่าเป็นกีฬา พน้ ภยั ซงึ่ รอ่ งรอยของกระแสชาตนิ ยิ มยงั มอี ยู่
ยอดนิยมอย่างหนึ่งของคนไทย และมีความ ในขณะที่ท่านผู้น�ำก็กลับมา แต่จ�ำเริญเป็น
หวังว่ามวยนี่แหละท่ีเราจะสู้เขาได้ เพราะมี ขวญั ใจและความหวังของตำ� รวจไทยดว้ ย

32

33

ภาพยนตร์น้ี ไม่ปรากฏช่ือผู้สร้างผู้- ออกกำ� ลงั กาย เตน้ ชกลม และซอ้ มลงนวมกบั
ถา่ ย หอภาพยนตร์แหง่ ชาติ ไดร้ ับบริจาคมา คู่ซ้อมเป็นนักมวยไทย มีประชาชนมาชม
จากนางพสิ มยั เลก็ ประเสรฐิ แห่งพิสมยั ฟิล์ม จำ� นวนมาก จากนนั้ ภาพยนตรใ์ หเ้ หน็ การซอ้ ม
ทา่ ตะโก นครสวรรค์ ซง่ึ เปน็ บรกิ ารภาพยนตร์ ของจ�ำเริญ มีการออกก�ำลัง เต้นชกลม ชก
หรือสายหนังรายใหญ่ของจังหวัด และหยุด แปน้ กระโดดเชอื ก และซอ้ มลงนวมกบั คซู่ อ้ ม
กจิ การในระยะทเ่ี รมิ่ มกี ารจดั ตง้ั หอภาพยนตร์ ซ่ึงเป็นนักมวยฝรั่ง แล้วให้เห็นการพักผ่อน
คณุ พสิ มยั และครอบครวั จงึ บรจิ าคฟลิ ม์ ภาพ- ของจำ� เรญิ เลน่ ลกู หนิ กบั พวกเดก็ ชาย ตอ่ จาก
ยนตร์ต่าง ๆ ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับ นน้ั ภาพยนตรแ์ สดงการประชมุ คณะกรรมการ
การจัดจ�ำหน่ายและจัดฉายภาพยนตร์แก่ แข่งขัน เห็นมิสเตอร์แนต แฟลชเชอร์
หอภาพยนตรแ์ หง่ ชาติ ภาพยนตรน์ รี้ วมอยใู่ น บรรณาธกิ ารนติ ยสารเดอะรงิ แลว้ ตอ่ ดว้ ยการ
บรรดาภาพยนตรแ์ ละของตา่ ง ๆ ทไี่ ดร้ บั มอบ ชั่งน�้ำหนักของนักมวยทั้งสอง สุดท้ายเป็น
มา ซึ่งแสดงว่าในสมัยน้ัน โรงภาพยนตร์ยัง เหตุการณ์วันชก ๒ พฤษภาคม ๒๔๙๗
ตอ้ งฉายภาพยนตรข์ า่ ว สารคดี เป็นปกตดิ ้วย ภาพยนตร์ถ่ายให้เห็นท้องฟ้ามืดทมึนด้วย
เมฆฝน สภาพในสนามศภุ ชลาศยั กอ่ นแขง่ ขนั
ภาพยนตรน์ ี้ คงจะเปน็ ภาพยนตรข์ า่ ว ใกล้ค�่ำ ที่แขง่ ขนั ซึง่ ตง้ั เวทีไว้กลางแจง้ กลาง
หรือเบื้องหลังข่าว บันทึกเหตุการณ์และการ สนาม ซง่ึ เตม็ ไปด้วยผู้ชมแนน่ สนาม เหน็ หอ้ ง
แขง่ ขนั ชกมวยชงิ แชมปโ์ ลกครงั้ ประวตั ศิ าสตร์ พักนักมวย นักมวยที่จะขึ้นชกในรายการนี้
ดงั กลา่ ว เรมิ่ ตน้ ดว้ ยการแหโ่ ดยขบวนรถยนต์ กำ� ลงั เตรยี มตวั ผกู ผา้ พนั มอื นวดตวั ภายนอก
นำ� นกั มวยทง้ั สองไปตามถนนราชดำ� เนนิ กลาง สนามก็มีผู้คนเข้ามาเพื่อชมการแข่งขัน
และนอก มปี ระชาชนมาตอ้ นรบั หนาแนน่ สอง เร่ือย ๆ สุดท้ายเป็นบันทึกการแข่งขัน เร่ิม
ฝั่งถนน เห็นจ�ำเริญและจิมม่ีน่ังคู่กันบนท้าย จากการชกของคมู่ วยไทยคหู่ นง่ึ มฝี นตกหนกั
รถเก๋งเปิดประทุน ซ่ึงในรถเห็นอาจารย์เจือ ผู้ชมเปียกปอน บ้างเอาผ้าพลาสติกคลุมร่าง
จักษุรักษ์ นั่งไปด้วย ขบวนแห่ไปท่ีท�ำเนียบ นา่ เสยี ดายทเี่ หตกุ ารณย์ งั ไมท่ นั ถงึ การชกของ
นายกรฐั มนตรี เขา้ พบนายกรฐั มนตรี ตอนคำ�่ คสู่ �ำคัญ ภาพยนตร์จบหรอื ขาดหว้ นอยเู่ พียง
มีงานเล้ยี งรับรอง นายกรัฐมนตรี จอมพล ป. เท่าน้ี
พิบูลสงคราม และท่านผู้หญิงละเอียด เพ่ือ
เปน็ เกยี รตแิ ละใหข้ วญั กำ� ลงั ใจแกจ่ ำ� เรญิ เหน็ แม้จะไม่มีเหตุการณ์ส�ำคัญคือการ
พลต�ำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรม ชกของจ�ำเรญิ และจมิ มี่ แตภ่ าพยนตรท์ เ่ี หลือ
ต�ำรวจ ต่อไปเป็นภาพการซ้อมของจิมมี่ ที่ อยเู่ ท่านี้ ซงึ่ ยาวประมาณ ๒๖ นาที มคี ุณคา่
คา่ ยซ้อมฉววี งษ์ และบาร์ โบส เห็นจิมมซี่ ้อม เป็นบันทึกวันส�ำคัญวันหน่ึงในประวัติศาสตร์

34

ชาตไิ ทย สามารถยอ้ นใหเ้ ราเหน็ อารมณค์ วาม ชงิ แชมปท์ ว่ี า่ กบั โรแบร์ โคฮงั นกั มวยฝรงั่ เศส
รู้สึกของคนไทยเม่ือ ๖๐ ปีที่แล้ว และเป็น ซง่ึ เดนิ ทางมาชกกนั ทกี่ รงุ เทพ เมอื่ ๑๙ กนั ยายน
อนุสรณข์ อง จำ� เริญ ทรงกิตรตั น์ ขวัญใจชาว ๒๔๙๗ โดยมกี ารแหแ่ หนและจัดการแข่งขัน
ไทยและต�ำรวจไทย ซ่ึงเขามีโอกาสท�ำความ ย่ิงใหญ่ไม่แพ้ครั้งแรก และปรากฏว่าจ�ำเริญ
ฝันและความหวังของคนไทยท่ีจะได้ช่ือว่า แพค้ ะแนนอกี ไม่กี่เดอื นต่อมา โคฮงั ถูกปลด
คนไทยกเ็ กง่ ท่สี ุดในโลกถงึ สามครัง้ ติด ๆ กนั จากแชมป์เพราะหลีกเลี่ยงไม่ยอมป้องกัน
นั่นคือ การชกชิงแชมป์โลกกับจิมม่ี คร้ังน้ี ต�ำแหน่งกับราอูล มาเชียส นักมวยเม็กซิกัน
จ�ำเริญแพ้คะแนน หลังจากชกกันกลางสาย สมาคมมวยนานาชาติจึงให้จ�ำเริญ ชิงแชมป์
ฝนไปได้ ๑๒ ยก ตามก�ำหนด ๑๕ ยก แต่ ท่ีว่างกับมาเชียส โดยเดินทางไปชกกันท่ี
เพราะในยก ๑๒ ดวงไฟนอี อนเหนอื เวทถี กู ลม สหรฐั อเมริกา เม่ือ ๙ มนี าคม ๒๔๙๘ ปรากฏ
ฝนพดั หลน่ ลงแตกบนพนื้ เวที บาดเทา้ นกั มวย ว่าจ�ำเริญแพ้น็อคยกที่ ๑๑ ปิดต�ำนานความ
ซ่ึงต้องถอดรองเท้าชก ท�ำให้คณะกรรมการ หวงั และความฝนั ของคนไทยในสมยั น้ัน
ตอ้ งยตุ กิ ารชกและนบั คะแนน ตอ่ มาจมิ มสี่ ละ
ตำ� แหนง่ และแขวนนวม จำ� เรญิ ถกู เลอื กใหช้ ก

35

สนั ต-ิ วณี า

วันแรกฉาย ๓๐ ธันวาคม ๒๔๙๗ นอกจากเรอื่ งราวความสำ� เรจ็ ของการ
ความยาว ? นาที สรา้ งหมดุ หมายสำ� คญั ใหแ้ กว่ งการภาพยนตร์
ฟิลม์ ๓๕ มม. / สี / เสียง ไทยบนเวทรี ะดบั นานาชาตแิ ลว้ สนั ต-ิ วณี า ยงั
บรษิ ทั สร้าง หนมุ านภาพยนตร์ มีเร่ืองราวความคับข้องใจของรัตน์ เปสตันยี
ผู้อ�ำนวยการสร้าง โรเบริ ์ต จี นอรธ์ , ผู้สร้างภาพยนตร์เร่ืองนี้ ท่ีถูกเรียกเก็บภาษี
รกั ษ์ ปณั ยารชุน จ�ำนวนสูงถึง ๕,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ เพ่ือน�ำ
ผกู้ �ำกับ มารตุ (ทวี ณ บางชา้ ง) เขา้ กลอ้ ง Mitchell BNC ซง่ึ เปน็ รางวลั พิเศษ
ผ้แู สดง พนู พนั ธ์ รงั ควร, เรวดี ศริ วิ ิไล, วิชยั ทไ่ี ดจ้ ากสมาคมผสู้ รา้ งภาพยนตรแ์ หง่ อเมรกิ า
ภตู โิ ยธนิ , จมน่ื มานพนรศิ ร,์ ร.ท. นญู บญุ รตั น-์ จึงท�ำให้ผู้สร้างต้องขอเปลี่ยนเป็นกล้อง
พนั ธ,์ ด.ช. วรี ะชยั แนวบญุ เนยี ร, ด.ญ. ปยิ ะฉตั ร, Mitchell NC ซึ่งราคาถูกกว่าแทน แล้วน�ำ
ด.ช. พิบลู ทุมมานนท์ สว่ นตา่ งมาจา่ ยเปน็ คา่ ภาษี นอกจากนี้ ผสู้ รา้ ง
ยังถูกเรียกเก็บภาษีน�ำเข้าฟิล์มภาพยนตร์
ส�ำหรับผู้ท่ีสนใจศึกษาประวัติศาสตร์ ตน้ ฉบับของ สนั ติ - วีณา ทถ่ี ูกสง่ กลบั มาจาก
ภาพยนตร์ไทย คงจะคุ้นชื่อภาพยนตร์เร่ือง ญปี่ นุ่ ท�ำให้รตั น์ตัดสินใจท้งิ ฟิล์มต้นฉบบั ไวท้ ี่
สนั ต-ิ วณี า เปน็ อยา่ งดี เนอื่ งจากเปน็ ภาพยนตร์ ญปี่ นุ่ กอ่ นจะสง่ ตอ่ ไปเกบ็ ไวท้ แ่ี ลบ็ ในประเทศ
ไทยเรื่องยาวเรื่องแรกท่ีได้รับรางวัลระดับ องั กฤษ แตร่ ะหวา่ งขนสง่ ทางเรอื ฟลิ ม์ ตน้ ฉบบั
นานาชาติ จากงานประกวดภาพยนตรน์ านา- ไดร้ บั ความเสยี หาย จงึ ทำ� ใหป้ จั จบุ นั ไมม่ ฟี ลิ ม์
ชาติแหง่ เอเชียอาคเนย์ ท่ปี ระเทศญี่ปนุ่ ในปี ตน้ ฉบบั สนั ติ - วณี า สว่ นฟลิ ม์ ทใี่ ชส้ ำ� หรบั ฉาย
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึง่ สันต-ิ วณี า ได้รับรางวัลถ่าย ก็ไมห่ ลงเหลอื อยู่ในประเทศไทย
ภาพยอดเยี่ยม (รัตน์ เปสตันยี) ก�ำกับศิลป์
ยอดเยย่ี ม (อุไร ศิริสมบตั )ิ และ รางวลั พิเศษ แต่จากข้อมูลที่หลงเหลืออยู่ ท�ำให้
จากสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งอเมริกาใน ทราบเรื่องย่อของภาพยนตร์เร่ืองนี้ ว่าเป็น
ฐานะที่เป็นภาพยนตร์ท่ีแสดงวัฒนธรรมของ เรื่องของ สันติ เด็กตาบอดซึ่งก�ำพร้าพ่อแม่
เอเชยี ได้เป็นอยา่ งดี ตงั้ แตย่ งั เดก็ ทกุ เชา้ วณี า เพอ่ื นบา้ นวยั ไลเ่ ลย่ี
กันจะชว่ ยจงู สันตไิ ปโรงเรยี น ท�ำให้ ไกร ซงึ่ มี

36

นิสัยเกเรไม่พอใจและหาเร่ืองแกล้งสันติอยู่ ความสขุ สงบอยา่ งแท้จริง
เปน็ นจิ วนั หนงึ่ พระภกิ ษวุ ัยชราเพง่ิ กลบั จาก ตลอดระยะเวลาทผ่ี า่ นมาหอภาพยนตร์
ธุดงค์แวะมาเย่ยี มสันติ และขอรบั สันติไปอยู่
ทวี่ ดั เขานอ้ ย ตลอดเวลาทส่ี นั ตอิ าศยั อยใู่ นถำ�้ ไดพ้ ยายามตดิ ตามฟลิ ม์ ภาพยนตรเ์ รอ่ื ง สนั ต-ิ
กับหลวงตา วีณายังคงแวะเวียนไปหาอย่าง วณี า มาโดยตลอดจากขอ้ มลู ทวี่ า่ มกี ารซอ้ื ขาย
สม�่ำเสมอ ทุกเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน กอ็ ปปภ้ี าพยนตรเ์ รอื่ งนใี้ หก้ บั สหภาพโซเวยี ต
สันติจะนั่งเป่าขลุ่ยบนก้อนหินข้างถ้�ำรอคอย และ สาธาณรฐั ประชาชนจนี ซงึ่ ในทส่ี ดุ ความ
การมาของวีณา แต่แลว้ วันหนงึ่ วณี ากห็ ายไป พยายามค้นหานั้นก็ประสบความส�ำเร็จเมื่อ
สนั ตปิ ฏบิ ตั อิ ยา่ งเดมิ วนั แลว้ วนั เลา่ โดยไมร่ วู้ า่ หอภาพยนตร์ ไดร้ บั คำ� ยนื ยนั วา่ ฟลิ ม์ ภาพยนตร์
วณี าถกู กกั ตวั ใหอ้ ยแู่ ตใ่ นบา้ น เพราะไกรกำ� ลงั เรื่อง สันติ - วีณา อยู่ที่คลังฟิล์มภาพยนตร์
ให้แม่มาสู่ขอวณี า วีณาหอบเส้ือผ้ามาขอรอ้ ง ของ Gosfilmofond ของประเทศรสั เซยี และ
ให้สันติพาเธอหนี สร้างความโกรธแค้นแก่ หอภาพยนตร์แห่งชาติของจีน ปัจจุบัน หอ-
ไกรเปน็ อนั มาก สงั่ ลกู นอ้ งตามลา่ สนั ตกิ บั วณี า ภาพยนตร์ กำ� ลงั ประสานเพอ่ื บรู ณะภาพยนตร์
อยา่ งบ้าคลง่ั และกระหน่ำ� ชกสันตไิ ม่ย้ังทันที ไทยเร่ืองส�ำคัญนี้ และเพ่ือให้ประชาชนชาว
ทเ่ี จอตวั วณี ารบี ไปตามหลวงตามาชว่ ยไดท้ นั ไทยได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ใน
สันติเอาแต่เหม่อลอยไร้สติอย่างหนักย่ิงรู้ว่า สภาพที่สมบรู ณ์ท่ีสุดเท่าทเ่ี ปน็ ไปได้
ใกล้ถึงวันแต่งงานของวีณา จนไม่ได้ยินเสียง
หนิ ทก่ี ำ� ลงั รว่ งหลน่ ในถำ�้ หลวงตารบี วง่ิ เขา้ ไป
ฉุดสันติและเป็นฝ่ายถูกก้อนหินทับตาย ตา
ของสันตมิ องเห็นอีกครง้ั ภาพแรกท่ีสันติเหน็
คือภาพความตายของหลวงตาซ่ึงเลี้ยงดูสันติ
มาตั้งแต่เด็ก สันติจึงตัดสินใจบวชเพ่ือหา

37

ชั่วฟา้ ดนิ สลาย

วันแรกฉาย ๓๐ ธนั วาคม ๒๔๙๘ เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้แก่ รางวัลบทประพนั ธ์
ความยาว ๑๐๗ นาที ยอดเยี่ยม (เรียมเอง) บันทึกเสียงยอดเย่ียม
ฟลิ ์ม ๓๕ มม. / สี / เสยี ง (ปง อศั วนิ กิ ลุ ) และถา่ ยภาพ ๓๕ มม. ยอดเยยี่ ม
บริษัทสร้าง หนุมานภาพยนตร์ (รัตน์ เปสตนั ย)ี
ผู้อำ� นวยการสร้าง รตั น์ เปสตันยี
ผ้กู �ำกับ มารุต (ทวี ณ บางชา้ ง) โศกนาฏกรรมรักสามเส้าระหว่าง
ผแู้ สดง ชนะ ศรีอุบล, งามตา ศภุ พงศ,์ เฮม พะโป้ ราชาป่าไม้ท่ากระดานแห่งจังหวัด
สุขเกษม, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, ล้อต๊อก, ก�ำแพงเพชร อายุกว่า ๕๐ ปี ท่ีตัดสินใจ
สมพงษ์ พงษ์มิตร แตง่ งานใหมก่ บั ยพุ ดี สาวนอ้ ยวยั เพยี ง ๒๐ ปี
ซงึ่ มคี วามรสู้ งู เขา้ สงั คมเกง่ ทคี่ า่ ยทา่ กระดาน
ภาพยนตร์เรื่องน้ีดัดแปลงจากบท ยุพดีเดินทางมาอยู่ท่ีค่ายและได้พบกับส่าง-
ประพันธ์ของเรียมเอง หรอื ครมู าลยั ชูพนิ จิ หมอ่ ง หลานชายวยั ๒๔ ปขี องพะโป้ ซง่ึ สำ� เรจ็
สรา้ งในระบบฟลิ ม์ ๓๕ มม. เสยี งในฟลิ ม์ เปน็ วิชาการป่าไม้จากประเทศพม่า และได้รับ
ผลงานการแสดงเร่ืองแรก งามตา ศุภพงศ์ มอบหมายใหท้ ำ� งานแทนอาของเขา สา่ งหมอ่ ง
และประจวบ ฤกษ์ยามดี ภาพยนตร์เร่ืองนี้ เป็นชายหนุ่มรูปงามจึงท�ำให้ยุพดีสนใจเขา
ได้รับ ๓ รางวัลจากการประกาศรางวัลจาก มากกว่าคนอนื่ เมื่อมีโอกาสใกล้ชดิ กนั ยพุ ดี
การประกวดภาพยนตร์ตุ๊กตาทองครั้งแรก จงึ ตดั สนิ ใจไดว้ า่ คนทเี่ ธอตอ้ งการคอื สา่ งหมอ่ ง
มใิ ชพ่ ะโป้ ทง้ั สองแอบลกั ลอบพบกนั อยเู่ สมอ
จนกระทง่ั วนั หนง่ึ ทพี่ ะโปไ้ ปธรุ ะในเมอื งเหมอื น
ทกุ ๆ ครัง้ แตม่ ันเป็นเพียงอุบายทพ่ี ะโปว้ าง
ไว้เพ่ือหาโอกาสจับผิดเมียสาวกับหลานชาย
จนความจรงิ ปรากฏ พะโปแ้ สดงความใจกวา้ ง
ในเมอื่ ยพุ ดกี บั สา่ งหมอ่ งตอ้ งการจะอยกู่ นั จน
ช่ัวฟ้าดินสลาย พะโป้จึงท�ำให้ท้ังสองได้อยู่
ด้วยกนั สมปรารถนา

38

39

เศรษฐอี นาถา

วนั แรกฉาย ๒๒ ธนั วาคม ๒๔๙๙ รางวลั ตกุ๊ ตาทองส�ำหรับผู้แสดงประกอบชาย
ความยาว ๑๑๗ นาที ยอดเยีย่ ม คอื เจิม ป้ันอำ� ไพ ภาพยนตร์สรา้ ง
ฟิลม์ ๑๖ มม. /สี / พากย์ โดย เอส. อาร์ ฟลิ ม์ ซึ่งหมายถงึ นายสรุ ิยน
บรษิ ทั สรา้ ง เอส. อาร.์ ฟิลม์ ไรวา นกั การคา้ และนกั อตุ สาหกรรม คนสำ� คญั
ผู้อ�ำนวยการสร้าง จำ� นงค์ ไรวา ทส่ี ดุ คนหนงึ่ ในยคุ สมยั นน้ั ซงึ่ มไิ ดเ้ ปน็ นกั สรา้ ง
ผู้ก�ำกบั วสันต์ สุนทรปักษิน ภาพยนตรอ์ าชพี แตผ่ สู้ ร้างภาพยนตรต์ ัวจรงิ
ผูแ้ สดง เสถียร ธรรมเจรญิ , ระเบียบ อาชนะ ขาดแคลนทุน จึงขอการสนับสนุนจากนาย
โยธนิ , ประภาพรรณ นาคทอง, เจมิ ปน้ั อำ� ไพ, สรุ ิยน ไรวา
จ�ำนง คุณะดิลก, สมชาย สามภิ ักด์,ิ สมศกั ด์ิ
วรี ะเทวนิ , ทศั นยี ์ ชวู สั วตั , ดอกดนิ กญั ญามาลย,์ เศรษฐีอนาถา สร้างจากนิยายเร่ือง
เจริญ แสงสุวรรณ, จิตรกร สุนทรปักษิน, เดยี วกนั ของ สนั ต์ เทวรกั ษ์ ซง่ึ ตพี มิ พเ์ ปน็ เลม่
ศริณทิพย์ ศริ วิ รรณ, นวลจนั ทร์ วรรณวีรากร จ�ำหน่ายเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๘ และท�ำเป็น
ภาพยนตรอ์ อกฉายในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ก�ำกับ
เศรษฐีอนาถา เป็นภาพยนตร์ไทยซึ่ง การแสดงโดย วสันต์ สนุ ทรปักษิน นกั แสดง
ตวั เองเปน็ หลกั หมายในประวตั ศิ าสตร์ เพราะ ละครเวที ซึ่งก้าวข้ึนมาเป็นนักแสดงและ
เป็นภาพยนตร์ไทยท่ีได้รับรางวัลภาพยนตร์ กำ� กบั ภาพยนตร์ (ซ่ึงการประกวดภาพยนตร์
ยอดเยีย่ ม จากการประกวดภาพยนตรร์ ะดับ รางวลั ตกุ๊ ตาทองครงั้ แรกนี้ วสนั ต์ สทุ รปกั ษนิ
ชาตคิ รงั้ แรกของประเทศไทย คอื การประกวด ได้รับรางวัลก�ำกับการแสดงยอดเย่ียมจาก
ภาพยนตรร์ างวลั ตกุ๊ ตาทอง ซงึ่ จดั โดยสมาคม ภาพยนตรเ์ รอื่ ง ทางเปล่ยี ว)
หอการคา้ กรงุ เทพ เม่อื พ.ศ. ๒๕๐๐ กลา่ วได้
ว่า เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการตัดสินว่าเป็น เร่ือง เศรษฐีอนาถา ด�ำเนินเรื่องราว
ภาพยนตร์ไทยท่ีดีท่ีสุดครั้งแรกในประวัติ- ของนายจอน บางคอแหลม พนักงานบ�ำรุง
ศาสตรภ์ าพยนตรไ์ ทย และเปน็ ภาพยนตรท์ ด่ี ี รักษารถไฟ ขี้เมา ซึ่งวันหนึ่งขณะท�ำงาน
ท่สี ดุ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๐๐ นอกจากนั้นยังได้ หยอดนำ้� มนั หลอ่ ลนื่ หวั รถจกั รและตรู้ ถไฟ ได้
พบกับ ประพนธ์ ธนพิทักษ์ ผู้โดยสารหนุ่ม
มหาเศรษฐซี งึ่ อกหกั เพราะ กนั ทมิ า ชา่ งตดั เสอื้

40

สาวผยู้ ากจนไมร่ บั รกั เขาเพราะเขาเปน็ เศรษฐี ไมใ่ ชพ่ ระเอก ดังน้ันจงึ เป็นตวั ประกอบ บทนี้
ประพนธ์จึงเป็นเศรษฐีอนาถา เพราะไร้รัก แสดงโดยนายเจิม ปั้นอ�ำไพ ซ่ึงมิได้เป็นนัก
ประพนธ์เกิดคุยถูกคอกับนายจอนขี้เมา ซึ่ง แสดงอาชพี และไมเ่ คยแสดงอะไรมาก่อน แต่
คอยแต่พูดว่าคนเป็นเศรษฐีคงจะมีความสุข แกเป็นช่างไฟฟ้าประจ�ำโรงภาพยนตร์ศาลา
เหลอื ลน้ ประพนธน์ กึ สนกุ จงึ เสนอใหเ้ งนิ นาย เฉลมิ ไทย ผกู้ ำ� กบั เหน็ บคุ ลกิ ทา่ ทางและหนา้ ตา
จอนสบิ ลา้ นบาทเพอื่ ใหล้ องเปน็ เศรษฐดี สู กั ที เหมาะสมเป็นนายจอน จึงเลือกมาเป็นตัว
แต่มีข้อแม้ว่าต้องใช้เงินให้หมดภายในหนึ่งปี แสดง แลว้ นายเจมิ กช็ นะนกั แสดงคนอนื่ ๆ ได้
โดยประพนธไ์ มร่ รู้ ะแคะระคายวา่ แทจ้ รงิ แลว้ รางวัลผู้แสดงประกอบยอดเยี่ยม ซ่ึงก็เป็น
นายจอนคือบดิ าของกนั ทิมา ชา่ งตดั เสอ้ื สาว ประวัติการณ์ เพราะเป็นคนแรกในประวัติ-
ที่ตนหมายปอง แต่กันทิมารู้ จึงยิ่งเกลียด ศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
ประพนธ์ เพราะเห็นว่าประพนธ์หมายจะใช้
เงินซ้ือตัวเธอ ที่สุดนายจอนพบว่าการเป็น เศรษฐอี นาถา จงึ มคี ณุ คา่ ในฐานะหลกั
มหาเศรษฐีหาจ�ำเป็นว่าจะต้องมีความสุข หมายส�ำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของ
ล้นพ้นไม่ แต่เขาก็กลายเป็นคนกลาง คลาย ชาติ
ปมให้กันทิมายอมรักประพนธ์ได้ นายจอน
เศรษฐีอนาถาตวั จริงจึงไม่อนาถา

น่าสังเกตว่า นายจอน บางคอแหลม
คือตัวละครน�ำหรือตัวเอกของเรื่อง แต่ด้วย
เหตทุ ว่ี งการภาพยนตรไ์ ทยในกาลสมยั นนั้ ยงั
ยึดติดว่า พระเอกต้องเป็นคนดี คนงาม และ
ตอ้ งไดก้ บั นางเอก จงึ มองวา่ จอน บางคอแหลม

41

รกั ริษยา

วนั แรกฉาย ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๐ ดว้ ยการเทยี่ วเตรย่ ามราตรจี นถกู ฤทธิ์ เจา้ ของ
ความยาว ๙๖ นาที สถานบันเทิงซ่ึงมีเบื้องหลังค้าของเถื่อนมอม
ฟลิ ์ม ๓๕ มม. / สี / เสยี ง เหล้าและตกเป็นเมียของฤทธใิ์ นท่ีสุด ไมน่ าน
บรษิ ทั สรา้ ง กรรณสูตภาพยนตร์ หลังจากนั้นฤทธิ์ก็ออกลายเจ้าชู้ ปัทมาจึง
ผอู้ �ำนวยการสร้าง เฑยี รร์ กรรณสูต เปดิ โปงเบื้องหลงั ของฤทธแ์ิ ก่ต�ำรวจ ก่อนจะ
ผู้ประพันธ์ ถาวร สุวรรณ กลับมาอาศัยอยู่กับเชษฐซ่ึงบัดนี้ได้แต่งงาน
ผกู้ ำ� กบั มารุต (ทวี ณ บางชา้ ง) กบั มนตจ์ ันทรเ์ ปน็ ท่ีเรียบรอ้ ยแล้ว ภาพเชษฐ
ผู้แสดง ชนะ ศรีอุบล, อมรา อัศวนนท์, พะเนา้ พะนอมนตจ์ นั ทรท์ ำ� รา้ ยจติ ใจของปทั มา
พงษล์ ดา พิมลพรรณ, ประจวบ ฤกษย์ ามดี, จนเธออดคิดไม่ได้ว่าความโชคร้ายที่เธอต้อง
เยาวนารถ ปญั ญะโชติ, ม.ร.ว. ประสทิ ธิ์ศกั ดิ์ ประสบ ก็นับจากวันท่ีสมรและมนต์จันทร์
สงิ หรา, สำ� ราญจติ อมาตยกุล ปรากฏตัว และในท่ีสุดโอกาสก็มาถึง ปัทมา
ไม่รอช้าที่จะท�ำลายชีวิตมนต์จันทร์ให้สาสม
รักริษยา เล่าเร่ืองราวของ ปัทมา แตแ่ ลว้ กต็ อ้ งตกใจสดุ ขดี เมอ่ื ไดเ้ หน็ มนตจ์ นั ทร์
หญงิ สาวทถี่ ูกเลยี้ งมาอยา่ งตามใจ และความ ยงั มชี วี ติ ปทั มารบี หนอี อกจากบา้ นดว้ ยความ
พยายามของเธอที่จะโหยหาความรัก จนก่อ กลัวความผิด ความผิดจากความริษยาท่ีเธอ
ให้เกิดโศกนาฏกรรม ภาพยนตร์เปิดเรื่องใน ไมไ่ ด้เป็นคนกอ่ เชษฐออกตามหาปัทมากอ่ น
วนั เกดิ ของประจกั ษ์ ชชั วาลย์ เศรษฐมี า่ ย โดย จะพบเธอเป็นศพในท้องทะเล
ปัทมา ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของประจักษ์
เปน็ ตวั ตงั้ ตวั ตจี ดั งานวนั เกดิ แกป่ ระจกั ษอ์ ยา่ ง บทบาททเี่ ขม้ ขน้ ของ ปทั มา ไดร้ บั การ
ใหญ่โต แตไ่ ม่ทันคาดคดิ จู่ ๆ บิดาก็ประกาศ ถา่ ยทอดโดย อมรา อศั วนันท์ นักแสดงหญงิ
จะแตง่ งานใหม่กับสมร แม่ม่ายลกู ติด ปัทมา ปชู นยี บคุ คลของไทย มผี ลงานการแสดงตงั้ แต่
ซงึ่ เคยแตถ่ กู หอ้ มลอ้ มเอาใจ จงึ รสู้ กึ เหมอื นถกู ยคุ กอ่ นปี ๒๕๐๐ ทย่ี งั มชี วี ติ อยู่ แตน่ า่ เสยี ดาย
สมรมาแย่งความรักจากพ่อ ซ�้ำร้ายยังถูก ที่มีภาพยนตร์ผลงานการแสดงในยุคแรก ๆ
มนตจ์ นั ทร์ ลกู ตดิ ของสมรแยง่ ความสนใจจาก ของเธอ ในฐานะนกั แสดงนำ� หลงเหลอื เพยี ง
เชษฐ ชชั วาลย์ พชี่ าย ปทั มาจงึ ประชดทง้ั สอง ไม่กี่เร่ือง ความเข้มข้นของบทบาทท�ำให้เธอ
ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง ในฐานะนักแสดงน�ำ

42

หญงิ ยอดเยย่ี ม จากการประกาศรางวลั ตกุ๊ ตา- ได้รบั มาเปน็ ฟิลม์ ๑๖ มม. และสว่ นทา้ ยเรอ่ื ง
ทองครั้งท่ี ๒ ในปี ๒๕๐๑ แล้ว ตัวละคร กลับสูญหายไป แต่กระน้ันเราก็ไม่สามารถ
ปัทมาน้ันน่าจะได้รับการศึกษาอย่างจริงจัง ปฏิเสธคุณค่าของภาพยนตร์ท่ีหลงเหลืออยู่
เพราะตวั ละครนางเอกตวั นี้ ตา่ งจากภาพลกั ษณ์ ได้ โดยเฉพาะคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ของ
นางเอกไทยท่ีหลายคนมักจะเชื่อกัน ปัทมา ภาพยนตร์ไทยในยุคต้น ๒๕๐๐ และแฟช่ัน
เป็นตัวละครหญิงท่ีไม่ยอมคน และไม่ปกปิด ตา่ ง ๆ ในยคุ ทถี่ กู เรยี กวา่ ยคุ โกห๋ ลงั วงั ทหี่ ลาย
ความปรารถนาของตัวเอง ถึงแมว้ ่าตัวเธอจะ คนถวลิ หา ทง้ั การใสก่ ระโปรงสมุ่ วาดคว้ิ ใหญ่ ๆ
ถูกลงโทษในตอนทา้ ยของเรือ่ งกต็ าม ปลายเชิด ปากสีจัด ซ่ึงแสดงให้เห็นอิทธิพล
รักริษยา เป็นภาพยนตร์ไทยยุคต้น ทางแฟชน่ั จากตะวันตก ภาพยนตรเ์ ร่อื งน้ี ยัง
ศักราช ๒๕๐๐ ท่ียังหลงเหลืออยู่เพียงไม่ก่ี ทำ� ใหผ้ ชู้ มไดม้ โี อกาสเหน็ อมราในยคุ ทเี่ ธอถอื
เรื่อง ในขณะทีภ่ าพยนตร์ในยคุ เดยี วกันนยิ ม เปน็ ผนู้ ำ� แฟชนั่ ผหู้ ญงิ และเหตผุ ลเชงิ ประจกั ษ์
สร้างด้วยฟลิ ม์ ๑๖ มม. แตภ่ าพยนตร์เร่ืองน้ี ที่ท�ำให้เธอได้รับขนานนามว่า Elizabeth
สรา้ งด้วยฟลิ ์ม ๓๕ มม. ตามมาตรฐานสากล Taylor ของไทย
แต่เป็นท่ีน่าเสียดายที่ฟิล์มที่หอภาพยนตร์

43

หาบขา้ ว นวดข้าว
สขี ้าว แต่งงานภาคใต้

[ พ.ศ. ๒๕๑๑-๑๒ ]
ความยาว ๑๘ นาที
ฟลิ ม์ ๑๖ มม. / ขาว-ด�ำ / เงยี บ
ผดู้ ำ� เนนิ งาน ภญิ โญ จิตต์ธรรม และ สทุ ธิวงศ์ พงษ์ไพบลู ย์
ภาพยนตร์บันทึกกรรมวิธีเก็บข้าวทางภาคใต้ การแข่งชนวัว และการแต่งงาน
ในอดีต ต้ังแต่น�ำมัดข้าววางใส่บนไม้คาน หาบข้าวกลับบ้าน น�ำมัดข้าวใส่ในยุ้ง และวิธี
นวดขา้ วแบบทางภาคใตโ้ ดยการใชเ้ ทา้ ยำ�่ ซงึ่ เปน็ วธิ กี ารทเ่ี หน็ ไดเ้ ฉพาะทางภาคใต้ กอ่ นจะ
แยกรวงข้าวออกจากเมล็ด แล้วน�ำข้าวไปตากแดด แล้วค่อยน�ำข้าวมาสีด้วยเครื่องสีข้าว
แบบโบราณ นำ� ขา้ วทไี่ ดจ้ ากการสไี ปกวดั เอาเปลอื กขา้ วออก แลว้ จงึ ใชค้ รกกระเดอ่ื งตำ� ขา้ ว
ก่อนจะน�ำข้าวที่ต�ำแล้วไปกวัดอีกคร้ังหนึ่งเป็นอันแล้วเสร็จ ต่อด้วยการแข่งชนวัว ซึ่งเป็น
กีฬาพ้ืนบา้ นของชาวภาคใต้ และพธิ แี ต่งงานของชาวภาคใต้
เป็นตัวอย่างของการตั้งใจใช้ส่ือภาพยนตร์บันทึกวิถีของข้าวและชาวนาภาคใต้ มี
ความงามอยา่ งธรรมชาติของความจดั เจนในการด�ำเนินชวี ติ และลลี าการเคลือ่ นไหวทีห่ าก
ไม่มองผา่ นกลอ้ งถา่ ยภาพยนตรก์ ็ไม่อาจเหน็

44

45

ตลาดพรหมจารยี ์

วนั แรกฉาย ๓๐ มิถุนายน ๒๕๑๖ ไทยโทรทัศน์ ช่อง ๔ และเป็นเจ้าของคณะ
ความยาว ๑๒๐ นาที ละครโทรทัศน์ เปน็ ผู้เขยี นบท ผกู้ �ำกบั และผู้
ฟลิ ม์ ๓๕ มม. / สี / เสียง แสดง ราวปี ๒๕๑๓ สักกะลาออกจากวงการ
บรษิ ัทสร้าง 67 การละครและภาพยนตร์ โทรทศั นม์ าเปน็ ผสู้ รา้ งภาพยนตร์ เรม่ิ ดว้ ยการ
ผปู้ ระพนั ธ์ เนอื่ งนอ้ ย ศรัทธา สรา้ งภาพยนตร์เร่ือง วมิ านสลมั ออกฉายใน
ผกู้ �ำกบั สกั กะ จารุจินดา ปี ๒๕๑๔ ก่อนจะสร้าง ตลาดพรหมจารีย์
ผู้แสดง สายัณห์ จันทรวิบูลย์, ดวงดาว ออกฉายในปี ๒๕๑๖
จารุจินดา, ราชันย์ กาญจนมาศ, เปียทิพย์
คมุ้ วงศ,์ พภิ พ ภภู่ ญิ โญ, จำ� นงค์ บำ� เพญ็ ทรพั ย,์ ตลาดพรหมจารีย์ ได้รับค�ำช่ืนชม
กุ้ย สร้อยคีรี, จ�ำรัก ช�ำนาญประดิษฐ์, จากนกั วจิ ารณ์ วา่ เปน็ ภาพยนตรไ์ ทยทผ่ี สู้ รา้ ง
ประกอบ ออ่ นนุ่ม, ด.ญ. ออ้ ย วงศ์สมเพชร, พยายามยกระดับให้พ้นจากความเป็นน้�ำเน่า
สุวรรณา วงศส์ มเพชร, พาส พรานนก ของหนังไทยในระยะน้ัน มีผู้เห็นว่า ผลงาน
หนงั ไทยเรอ่ื งนี้ เปรยี บเทยี บไดก้ บั หนงั กระแส
ตลาดพรหมจารยี ์ เปน็ หนง่ึ ในผลงาน นีโอเรียลลิสต์ของวงการหนังอิตาลีในระยะ
ของนักสร้างภาพยนตร์ไทยท่ีได้รับการพูดถึง หลังสงครามโลกคร้ังที่ ๒ ใหม่ ๆ น่ันคือเปน็
จากนักวิจารณ์ภาพยนตร์ในระยะก่อน ๑๔ หนังท่ีสะท้อนเรื่องราวของคนเล็กคนน้อย
ตลุ าคม วา่ เปน็ “คลนื่ ลกู ใหม”่ ซงึ่ ไดแ้ ก่ เปย๊ี ก เรื่องราวในชวี ิตจริง แสดงความเปน็ ไปตามที่
โปสเตอร์ สักกะ จารุจนิ ดา และ มจ.ชาตร-ี มันควรเป็นจริง ๆ และมักใช้คนแสดงท่ีเป็น
เฉลมิ ยุคล ชาวบ้านจริง ๆ ผู้สร้าง ตลาดพรหมจารีย์
พยายามถา่ ยทำ� ใหภ้ าพยนตรอ์ อกมาดสู มจรงิ
ตลาดพรหมจารยี ์ ออกฉายราวสเี่ ดอื น ด้วยการไปถ่ายในสถานท่ีจริง การแต่งกาย
ก่อนเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา เป็นผลงานของ แต่งหน้าของผู้แสดงให้สมกับวิถีชีวิตของชาว
สักกะ จารุจินดา (ชาติ จารุจินดา) ผู้สร้าง ประมง
ภาพยนตร์ไทย ซ่ึงผันตัวเองมาจากคนใน
วงการโทรทศั น์ เปน็ ฝา่ ยศลิ ปกรรมของสถานี เรอื่ งราวของครอบครวั ชาวประมง ซง่ึ
มี พอ่ แม่ ลกู เลี้ยงสาวร่นุ ลูกสาวเลก็ ๆ และ

46

ปู่ แกมเปน็ หวั หนา้ ครอบครวั อยากจะหลดุ พน้ ถอื จดหมายไปให้แมงดาท่บี า้ น แตด่ ว้ ยความ
จากความยากจน และความยากล�ำบากของ เดด็ เดยี่ ว เปยี หนซี มซานออกมาจากซอ่ งกลบั
การท�ำมาหากนิ ด้วยการจับปลา เพราะเขามี มายงั บา้ นทตี่ นเหน็ วา่ เปน็ ทปี่ ลอดภยั ทสี่ ดุ แต่
แต่เรือเล็กติดใบ สามารถหากินด้วยการจับ กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะคราวนี้แกมจะจับ
ปลาตามชายฝั่ง ในขณะท่ีปลาเล็กปลาน้อย เธอสง่ กลบั ไปซอ่ ง มแี ตแ่ มเ่ ลยี้ งซง่ึ สดุ จะทนได้
หายไปหมด เพราะเรอื ประมงขนาดใหญท่ ใ่ี ช้ จงึ เขา้ ชว่ ยใหเ้ ธอหนไี ปเสยี เปยี หนไี ปขอความ
อวนลาก กวาดปลาไปจนหมด แกมต้องการ ช่วยเหลือจาก แฝง เพื่อนชายซ่ึงเป็นความ
เคร่ืองยนต์ติดท้ายเรือใบของเขาเพ่ือออกไป หวังสุดท้าย แต่กลับถูกแฝงประณามด่าทอท่ี
จับปลาในท้องทะเลนอกชายฝั่ง ท�ำอย่างไร หายไปหลายวัน เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเปีย
เขาจึงจะหาเงินมาซ้ือเคร่ืองยนต์ แม้จะเป็น เต็มใจไปขายตัว เมอื่ ความหวังสดุ ท้ายดับสน้ิ
เคร่ืองยนต์เก่า ๆ ก็ตามที ด้วยความกดดัน ลง เปยี จึงเดินไปที่หนา้ ผา กระโดดลงสูท่ ะเล
จากการดนิ้ รนเพื่อชีวติ และครอบครวั กับคำ� จบชีวิตอันแสนอาภัพช�้ำชอก เป็นการแตก
ดูถูกของเพ่ือนบ้าน ท่ีสุดแกมหน้ามืดตามัว สลายของความสมั พนั ธใ์ นครอบครวั และการ
สิน้ คิดถึงกับแอบตกลงขายเปยี เดก็ สาวท่ีตน แตกสลายของจติ ใจของมนุษย์
เกบ็ มาเลย้ี งเหมอื นลกู ใหพ้ วกทำ� ธรุ กจิ โสเภณี
ท่ีมาเสนอขอซื้อเพราะเป็นหญิงพรหมจารีย์ ตลาดพรหมจารีย์ ได้รางวัลพระ-
ราคาดี ความอยากไดเ้ ครอ่ื งยนตเ์ พอ่ื ชว่ ยชวี ติ สุรสวดีในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ๓ รางวลั คอื รางวลั
ของครอบครวั ครอบงำ� จติ ใจทำ� ใหแ้ กมตกปาก นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม (เปียทิพย์
รบั คำ� แกมรบี เอาเงนิ กอ้ นนน้ั ไปซอื้ เครอ่ื งยนต์ คุ้มวงศ์) รางวัลผู้ออกแบบและจัดเครื่อง
เก่า ๆ ทันที และพาครอบครัวทดลองน่ังเรือ แต่งกาย และรางวัลพิเศษ ให้กับการแสดง
ด้วยเครื่องยนต์ท่ีไม่มีใครล่วงรู้ว่าเขาได้มา ชีวติ ความเปน็ อย่ขู องคนไทยอยา่ งสมจริง
อยา่ งไร เปยี นง่ั ไปดว้ ยความดใี จระคนตนื่ เตน้
ในคราวแรก แต่เหมือนฟ้าดินจะให้สัญญาณ
แห่งโศกนาฏกรรม เมื่อพายุฝนเกิดขึ้นกลาง
ทะเลไกลจากชายฝ่งั เคร่ืองยนตเ์ กดิ ดับ เมื่อ
ครอบครัวรอดชีวิตกลับมาถึงฝั่งได้ แมงดาก็
มาทวงข่มขู่ถึงบ้านให้แกมรีบส่งสินค้าไว ๆ
เมอ่ื ปญั หาถาโถมมาเชน่ น้ี ดว้ ยเปน็ คนซอ่ื แกม
จึงต้องท�ำตามข้อตกลงลับ ออกอุบายให้เปีย

47

สำ�เพง็

CHINA TOWN MONTAGE

พ.ศ. ๒๕๒๕
ความยาว ๖๐ นาที
ฟิลม์ ๑๖ มม. / สี / เสยี ง
ผู้ก�ำกับ สรุ พงษ์ พินจิ ค้า

ส�ำเพ็ง เป็นผลงานภาพยนตร์สร้าง- เป็นไปของย่านส�ำเพ็ง เยาวราช แทบจะทุก
สรรคโ์ ดย สรุ พงษ์ พนิ จิ คา้ นกั สรา้ งภาพยนตร์ ตารางเมตร เพ่ือบอกเล่าเร่ืองราวใน ๑ วัน
อสิ ระ ในขณะทอ่ี ายเุ พยี ง ๒๗ ปี เมอ่ื ปี ๒๕๒๕ จากเชา้ จรดเยน็ ไปจนถงึ รงุ่ สางของวนั ใหม่ ให้
ซง่ึ เปน็ งานสรา้ งขน้ึ เพราะ ตวั สรุ พงษอ์ ยากจะ เห็นความเป็นส�ำเพ็งในสายตาของเขาบนจอ
ท�ำแต่ไม่มีใครจ้างท�ำ เขาจึงให้เหตุผลกับตัว ภาพยนตร์ ๑ ชว่ั โมง ใชว้ ธิ กี ารตดั ตอ่ เดนิ เรอื่ ง
เองว่า จะสร้างภาพยนตร์เร่ืองเพ่ือเป็นการ และการประกอบเพลงบรรเลง โดยไมม่ คี ำ� พดู
เฉลมิ ฉลองในวาระครบรอบสองรอ้ ยปกี รงุ เทพ บรรยายใด ๆ เลย โดยเขาเวลาผลติ ภาพยนตร์
มหานคร สุรพงษ์ตัดสินใจสร้างภาพยนตร์นี้ เร่ืองน้ีนานกว่า ๖ เดอื น
ในแบบวนั แมนโชว์ โดยเกดิ แรงดลใจจากการ
สังเกตความเคลื่อนไหวเป็นไปในย่านไชน่า- ในช่วงท่ีภาพยนตร์สารคดีก่ึงทดลอง
ทาวน์ของกรงุ เทพ หรือ ส�ำเพง็ เขาถอื กลอ้ ง เรอ่ื งนฉี้ ายประกวดในงานประกวดภาพยนตร์
๑๖ มม. ออกไปถา่ ยภาพยนตร์ บันทึกความ สารคดีสมัครเล่น ได้รับเสียงตอบรับท้ังในแง่
ที่ว่าเป็นภาพยนตร์ทดลองท่ีดีท่ีสุดของไทย

48


Click to View FlipBook Version