กแนาะนร�ำ ทอ่ งเท่ยี ว
เส้นทางแสวงบุญทวั่ ไทย
ในมติ ิทางศาสนา
กระทรวงวฒั นธรรม กรมการศาสนา
แนะน�ำ การทอ่ งเที่ยวเสน้ ทางแสวงบุญทั่วไทย ในมติ ทิ างศาสนา 1
แนะน�ำ การท่องเท่ียวเสน้ ทางแสวงบุญท่ัวไทย
ในมิติทางศาสนา
ผู้จดั พมิ พ ์ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
ปีท่พี ิมพ ์ พ.ศ. ๒๕๖๒
จำ�นวนพิมพ์ ๖,๐๐๐ เลม่
ทีป่ รึกษา อธบิ ดีกรมการศาสนา
นายกิตติพนั ธ์ พานสวุ รรณ รองอธิบดกี รมการศาสนา
นางศรนี วล ลภั กติ โร ผู้อำ�นวยการส�ำ นักพฒั นาคณุ ธรรมจริยธรรม
นายส�ำ รวย นักการเรียน ผอู้ �ำ นวยการกองศาสนปู ถมั ภ์
นายพูลศักด์ิ สขุ ทรพั ยท์ วีผล เลขานกุ ารกรมการศาสนา
นางสรุ ยี ์ เกาศล ที่ปรกึ ษากรมการศาสนา
นายชวลิต ศิริภริ มย ์ ที่ปรกึ ษากรมการศาสนา
นางสาวพไิ ล จริ ไกรศริ ิ
คณะทำ�งาน ผอู้ �ำ นวยการกลมุ่ สง่ เสรมิ เครอื ขา่ ยคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
นายธนพล พรมสวุ งษ ์ นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
นายเอกสทิ ธิ์ คล้ายแดง นกั วชิ าการศาสนาปฏบิ ัตกิ าร
นางสาวปรยี า เพ็ชรแต้มทอง เจา้ หน้าท่วี เิ คราะหโ์ ครงการ
นายนนทวัฒน์ วรศรี เจา้ หนา้ ที่วิเคราะห์โครงการ
นายสิทธิพล พลู สวสั ด์ิ
พมิ พ์ท่ี
หา้ งหุ้นส่วนจ�ำ กัด โรงพิมพอ์ ักษรไทย (น.ส.พ. ฟ้าเมอื งไทย)
เลขท่ี ๘๕, ๘๗, ๘๙, ๙๑ ซอยจรัญสนทิ วงศ์ ๔๐ ถนนจรัญสนิทวงศ์
แขวงบางย่ีขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐
โทร. ๐−๒๔๒๔−๔๕๕๗, ๐−๒๔๒๔−๐๖๙๔ โทรสาร ๐−๒๔๓๓−๒๘๕๘
นายไพสฐิ ปวณิ วิวัฒน์ ผพู้ ิมพ์ผ้โู ฆษณา
2 แนะนำ�การทอ่ งเท่ียวเส้นทางแสวงบุญทวั่ ไทย ในมิตทิ างศาสนา
คำ�นำ�
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ตระหนักในคุณค่าและความสำ�คัญของการส่งเสริม
การทอ่ งเทีย่ วในมิติทางศาสนาควบคู่ไปกบั การสนบั สนนุ ให้มกี ารพฒั นาจิตใจ โดยผลักดนั ให้มีการน�ำ ทนุ
ทางวัฒนธรรมในมิตทิ างศาสนา มาใชใ้ นการพัฒนาประเทศ โดยบูรณาการการทำ�งาน ของทุกภาคสว่ น
ของสงั คมทงั้ ภาครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการร่วมมอื กนั สร้างพลัง ในการทำ�ความดเี พอ่ื
ประโยชนข์ องประชาชนและประเทศชาติ วางรากฐานในการพฒั นาประเทศ ในระยะยาวท่ตี ง้ั อยบู่ นฐาน
ของความได้เปรียบเชิงวัฒนธรรมและศาสนาอันเป็นพ้ืนฐานของการดำ�เนินชีวิต ที่มีอยู่คู่ประเทศไทย
นำ�มาต่อยอดด้วยองค์ความรู้สมัยใหม่ ผนวกกับการบริหารจัดการอย่าง เป็นระบบ เสริมสร้างสังคมดี
เติมคุณค่าเพิ่มมูลค่า เพ่ิมรายได้ในพ้ืนที่ให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง
เพ่ือน�ำ สูโ่ มเดลพฒั นาประเทศไทย ๔.๐ ที่จะน�ำ พาประเทศไปสคู่ วามมั่นคง มัง่ คง่ั อยา่ งยง่ั ยืน
หนงั สือเล่มน้ี กรมการศาสนา มุง่ หวังเพอ่ื ที่จะ แนะน�ำ การท่องเทยี่ วเส้นทางแสวงบญุ ในมิติ
ทางศาสนา ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ โดยกรมการศาสนาได้ส่งเสริมการพัฒนาและจัดระบบการท่องเท่ียว
ภายในวัดและศาสนสถาน ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ อันจะนำ�ไปสู่การสร้างความเลื่อมใสให้แก่
ผ้เู ขา้ ไปเยย่ี มชม ท้งั ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศ ทำ�ใหว้ ัดกลับมาเปน็ ศนู ยร์ วมจิตใจของพทุ ธศาสนกิ ชน
ให้ชาวพุทธและนักท่องเท่ียวได้ประทับใจในคุณค่าของศาสนสถาน ตลอดจนได้สัมผัสกับประสบการณ์
ทงี่ ดงาม ด้วยอัธยาศัยไมตรี และเสริมศรัทธาด้วยแรงบญุ ท่ที ำ�ได้ดว้ ยตนเอง
หวังเป็นอย่างย่ิงว่าหนังสือนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้สนใจท่ัวไปเกิดการเร่ิมต้น การเข้าศึกษา
เรยี นรหู้ ลกั ธรรมทางศาสนาภายในวดั ตา่ งๆ ตามเสน้ ทางบญุ ทม่ี คี ณุ คา่ ควรแกก่ าร ไปสมั ผสั ดว้ ยหวั ใจแหง่ ศรทั ธา
เกดิ การซมึ ซบั หลกั ธรรมค�ำ สอนทางศาสนาและน�ำ มาปรบั ใชใ้ นชวี ติ กอ่ ใหเ้ กดิ ความสงบรม่ เยน็ ในสงั คมตอ่ ไป
(นายกิตตพิ นั ธ์ พานสวุ รรณ)
อธบิ ดกี รมการศาสนา
แนะนำ�การทอ่ งเท่ียวเสน้ ทางแสวงบญุ ทว่ั ไทย ในมิติทางศาสนา 3
สารบัญ
๔๘๑๘๑๗๑๒๒๗๒๗๒๗๓๓๖๓๖๓๖๔๖๔๕๑๕๔๕๙๒๔๗๕๒๒๐๙๓๖๖๔๙๑๓๘๐๖๒๕๕๑๓๙๑๖๕๘๓๐๑๖๘๖๑ ค�ำ นำ�
การทอ่ งเท่ยี วเสน้ ทางแสวงบุญในมิตทิ างศาสนา
l ความเป็นมาและความส�ำ คญั
l วตั ถปุ ระสงค์
l ประโยชนแ์ ละคุณค่าทเ่ี กิดขึ้น
แนะนำ�การท่องเทย่ี วเส้นทางแสวงบุญในมิติทางศาสนา ภาคเหนอื
l จงั หวัดกำ�แพงเพชร
l จงั หวัดตาก
l จงั หวัดนครสวรรค ์
l จังหวัดพจิ ิตร
l จังหวัดพษิ ณุโลก
l จังหวัดล�ำ ปาง
l จงั หวดั ล�ำ พนู
แนะน�ำ การท่องเท่ยี วเส้นทางแสวงบญุ ในมติ ทิ างศาสนา ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
l จังหวัดขอนแกน่
l จังหวัดนครพนม
l จังหวัดบุรีรัมย์
l จงั หวดั เลย
l จงั หวดั หนองคาย
l จงั หวัดอ�ำ นาจเจรญิ
l จงั หวดั อุบลราชธานี
แนะน�ำ การท่องเทีย่ วเส้นทางแสวงบุญในมิติทางศาสนา ภาคกลาง
l จังหวัดกาญจนบรุ ี
l จงั หวัดจันทบุรี
l จังหวัดนครปฐม
l จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
l จงั หวดั เพชรบรุ ี
l จงั หวดั ลพบุรี
l จงั หวดั สมุทรปราการ
l จงั หวดั สระบุรี
แนะน�ำ การทอ่ งเท่ยี วเสน้ ทางแสวงบุญในมิตทิ างศาสนา ภาคใต ้
l จังหวดั กระบี่
l จังหวดั ตรงั
l จังหวัดนครศรีธรรมราช
l จังหวัดสงขลา
l จังหวัดสตูล
l จังหวัดสุราษฎรธ์ าน ี
การทอ่ งเที่ยวเส้นทางบุญ : ท่องเทีย่ วเชงิ ธรรมะ นำ�มติ ิทางศาสนา
สร้างคา่ นยิ มและจิตสำ�นึกทีด่ ีให้กบั สงั คมไทย
ความเป็นมาและความส�ำคัญ
รัฐบาลโดยนายกรฐั มนตรี พลเอกประยทุ ธ์ จันทร์โอชา
ได้ก�ำหนดยุทธศาตร์ชาติในระยะ ๒๐ ปี โดยมีเป้าหมายการ
พัฒนาประเทศสู่ความม่ันคง ม่ังค่ัง และยั่งยืน โดยก�ำหนดเป็น
โมเมลพัฒนาประเทศไทย ๔.๐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยปัญญา
สร้างความเข้มแข็งจากภายใน เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่โลกด้วย
ความสมดลุ สรา้ งคนใหเ้ ปน็ มนษุ ยท์ สี่ มบรู ณ์ และสรา้ งสงั คมไทย
ใหเ้ ป็นสงั คมทเ่ี กอื้ กลู ภายใตห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผ่านกลไกประชารัฐ มีเป้าหมายหลักผลักดันให้ประชาชน
มรี ายไดเ้ พมิ่ ขนึ้ ท�ำใหป้ ระเทศหลดุ พน้ จาการเปน็ ประเทศทอี่ ยใู่ น
กบั ดกั รายไดป้ านกลาง และคนในชาตไิ ดร้ บั การพฒั นาใหเ้ ปน็ คนดี มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม มจี ติ ส�ำนกึ
ถึงประโยชนข์ องชาตเิ ปน็ ส�ำคญั
เพอ่ื สนองนโยบายของรฐั บาลสกู่ ารปฏบิ ตั ิ และสอดคลอ้ ง
กับทิศทางการพัฒนาประเทศตามร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติฉบับท่ี ๑๒ กระทรวงวัฒนธรรม โดยรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายอิทธิพล คุณปล้ืม ได้ก�ำหนด
นโยบายหลกั ๔ ประการ คอื ๑) สบื สาน : งานวฒั นธรรมของชาติ
๒) รกั ษา :รกั ษาและหวงแหนมรดกทางวัฒนธรรม ๓) ตอ่ ยอด :
ด้วยการน�ำคุณค่าของวัฒนธรรม สร้างสรรค์สินค้าและบริการ
สร้างรายได้จากการท่องเท่ียวและบริการทางวัฒนธรรม
๔) หลกั ธรรมาภิบาล : ยึดหลักธรรมาภบิ าลและการสร้างคุณค่าทางสังคม เร่งสรา้ งสรรค์วิถชี วี ติ
และสงั คมคณุ ภาพ ด้วยการน�ำมิติทางวฒั นธรรมมาสรา้ งค่านยิ มและจติ ส�ำนึกที่ดีใหก้ ับสังคมไทย
การใช้ชีวิตอยา่ งมคี ณุ ภาพ เคารพและรบั ผิดชอบตอ่ สังคมส่วนรวม
แนะนำ�การท่องเที่ยวเส้นทางแสวงบญุ ทว่ั ไทย ในมิตทิ างศาสนา 1
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคีเครือข่าย เป็นชุมชน
คณุ ธรรมในรูปแบบของ บวร พลงั ๓ ประสาน ได้แก่ บ้าน วดั โรงเรียน โดยสง่ เสรมิ ให้คนใน
ชุมชนมีคุณธรรมจรยิ ธรรม ยึดมัน่ ในหลกั ธรรมทางศาสนา นอ้ มน�ำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอ
เพยี งมาเป็นหลักในการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ให้สามารถด�ำเนินชีวติ อยา่ งมัน่ คง บนพนื้ ฐานของการ
พึ่งพาตนเอง ความพอมีพอกิน การรู้จักพอประมาณ และการค�ำนึงถึงความมีเหตุผล และด�ำรง
ชวี ติ ตามวถิ วี ฒั นธรรมไทย มคี วามเออ้ื อาทร ภมู ปิ ญั ญา มขี นบธรรมเนยี มประเพณที ด่ี งี ามของไทย
โดยส่งเสรมิ ให้วัดเปน็ ศนู ย์กลางและเปน็ ศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน ตลอดจนเป็นศูนยก์ าร
เรยี นรศู้ ลี ธรรมของชมุ ชน เพอ่ื รว่ มมอื รว่ มใจกนั จดั กจิ กรรมตา่ งๆ ของชมุ ชน ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ขุ แก่
คนในชมุ ชน น�ำไปสคู่ วามสงบรม่ เยน็ โดยผา่ นกระบวนการของการน�ำวฒั นธรรมการอยรู่ ว่ มกนั ของ
คนในชุมชน มาเปน็ แรงขับเคลอ่ื นเพอื่ ให้เกดิ คุณค่าจากการน�ำทนุ ทางวฒั นธรรม ทรพั ยากร และ
ส่ิงแวดล้อม เป็นเคร่อื งมือเติมเต็มดว้ ยภูมิปัญญาของมนษุ ย์ เสรมิ สรา้ งความม่ันคงทางเศรษฐกจิ
สังคมอยู่เยน็ เปน็ สุข มคี วามโดดเด่นทัง้ ในเรอ่ื งประวัตศิ าสนาสถาปตั ยกรรม พระพุทธรปู โบราณ
วตั ถทุ ี่มีความศักด์สิ ทิ ธ์และมีความงดงาม
ด้วยตระหนักถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาของชาติไทย ท่ีได้ส่ังสมมาแต่บรรพกาล
กระทรวงวฒั นธรรม โดยกรมการศาสนาจงึ ไดส้ ง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ใหว้ ดั และศาสนสถานทมี่ คี วาม
พร้อมเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามเส้นทางแสวงบุญในมิติทางศาสนา” ของ
กรมการศาสนา โดยร่วมกับภาคคณะสงฆ์ ชุมชน ส�ำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ และ
หนว่ ยงานตา่ งๆ รวมพลงั ประสานประชารฐั สรา้ งความเขา้ ใจและก�ำหนดมาตรฐานในการใหบ้ รกิ าร
แกน่ กั ทอ่ งเทยี่ ว ใหเ้ กดิ เปน็ วดั ทอ่ งเทยี่ วตามรปู แบบของกรมการศาสนา โดยจดั เตรยี มความพรอ้ ม
ภายในวัดและศาสนสถาน ศาสนบคุ คล พน้ื ที่บริบทชมุ ชน ก�ำหนดจัดกจิ กรรมการทอ่ งเที่ยวของ
ชุมชนตามปฏิทินงานเทศกาลของชุมชน ให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายที่ใช้บริการ เพ่ือเป็นทาง
เลือกที่เหมาะสมและอ�ำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่สนใจ เดินทางไปท่องเที่ยวในลักษณะ
เชงิ ธรรมะ ปฏบิ ตั ธิ รรม ไหวพ้ ระ เรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรแ์ ละเยย่ี มชม ผลติ ภณั ฑส์ นิ คา้ ของชมุ ชนคณุ ธรรม
ทวั่ ประเทศ
2 แนะนำ�การท่องเท่ียวเสน้ ทางแสวงบุญท่วั ไทย ในมติ ทิ างศาสนา
วตั ถุประสงค์
๑. เพื่อให้วัด/ศาสนสถานท่ีมีความพร้อมเปนแหลงทองเที่ยวในทุกภูมิภาคท่ัวประเทศ
ไดดําเนนิ การจดั กิจกรรมเสนทางทองเท่ียวแสวงบุญในเทศกาลตา งๆ ซ่ึงเปนวนั สาํ คญั ทางศาสนา
ตลอดทั้งปตามตารางกิจกรรมของวัด เปิดโอกาสใหพุทธศาสนิกชนท่ีมาทองเที่ยวในวัด ไดรับ
ความสขุ ทง้ั ทางกายและใจ
๒. เพือ่ ใหว ดั เปน แหลง ทองเทยี่ ว และเรยี นรู้ หลกั ธรรมค�ำสอน ศลิ ปวฒั นธรรมประเพณี
อันดีงาม ธํารงรักษาไว้ซ่ึงความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา สรางความประทับใจใหแก
นักทอ งเทย่ี ว
๓. เพ่ือเปนการสนับสนุนและสงเสริมการทองเที่ยวของไทยในมิติศาสนา ใหเกิดเปน
เครอื ขา ยการทองเท่ียวเชงิ ธรรมะ โดยมีวัดเปน็ ศูนย์กลางของการจัดกิจกรรม
๔. เพื่อวางระบบการจัดการเสน ทางทอ งเท่ียวแสวงบญุ ใหก ับวัดและชมุ ชน เพือ่ รองรบั
ความตองการของการทองเที่ยวเชิงธรรมะ สรางความเช่ือมโยง และสรางความเทาเทียมในการ
แสวงหาโอกาสบนพืน้ ฐานของการพฒั นาการทองเที่ยวในมติ ทิ างศาสนาของชุมชน
๕. เพื่อบูรณาการความรวมมือและสงเสริมสนับสนุนบทบาทภาครัฐภาคเอกชนและ
ภาคประชาชน ตามหลกั ประชารัฐ ใหม ีสวนรว มในการสืบสาน สรางสรรคตอยอดการทอ งเทีย่ ว
ในมิตทิ างศาสนา สรางเสริมเศรษฐกิจชุมชนใหเขมแขง็
ประโยชน์และคณุ คา่ ท่เี กิดข้ึน
ประโยชนแ์ ละคุณคา่ ต่อประชาชน
๑. มีวัด/ศาสนสถานเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาแม่น้�ำ ล�ำคลอง ในทุกพื้นท่ีโดยใช้มิติ
ทางศาสนา สร้างคนดีมคี ุณธรรมจริยธรรม
๒. ชุมชนคุณธรรมมีความเข้มแข็งด้วยพลังบวร ความร่วมมือร่วมใจระหว่างคนในชุมชน
และหน่วยงานทกุ ภาคสว่ น รว่ มกิจกรรมในรปู แบบประชารัฐ ดูแล รักษาสิง่ แวดลอ้ มให้เกดิ ความ
ตอ่ เนอื่ งและย่งั ยนื
๓. เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นท่ีเห็นประโยชน์และคุณค่าของแม่น้�ำลพบุรี
เกิดความภาคภมู ิใจ พร้อมท่จี ะช่วยกันดแู ลรักษา
๔. ประเพณที อ้ งถนิ่ เกย่ี วกบั แมน่ ำ�้ ในชมุ ชนไดร้ บั การสบื ทอดใหเ้ ปน็ รากฐานของการพฒั นา
แหล่งน�้ำอย่างย่ังยืนโดยมีประเพณีเป็นเคร่ืองเช่ือมโยงร้อยรัดความสัมพันธ์ของคนในชุมชนและ
นอกชมุ ชน
แนะนำ�การทอ่ งเทีย่ วเสน้ ทางแสวงบุญทั่วไทย ในมิตทิ างศาสนา 3
ประโยชนแ์ ละคุณคา่ ต่อชมุ ชนและสังคม
๑. เปนการใชทุนทางสังคมและวัฒนธรรมท่ีมีอยูใหเกิดประโยชนตอภาคการท่องเที่ยว
และบรกิ าร กอ่ ใหเ้ กดิ รายได้
๒. เป็นการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวเชิงธรรมะในมิติทางศาสนา เกิดเครือขาย
การทองเทยี่ วเชงิ สรางสรรค อยา่ งกว้างขวาง
๓. เกิดระบบการบริหารจัดการชุมชนท่ีมีประสิทธิภาพ ด้วยความสมัครสมานสามัคคี
สร้างความเขม้ แขง็ ใหเ้ กิดขึน้ ในชมุ ชน
๔. เกิดเป็นองค์ความรู้และภูมิปัญญาของชุมชน ถ่ายทอดสู่เยาวชนให้ธ�ำรงรักษาไว้เป็น
สมบัตจิ ากภมู ปิ ญั ญาของคนร่นุ สูร่ ุ่น
๕. เกดิ การบรู ณาการความรว มมอื ของทกุ ภาคสว่ น ตามนโยบายประชารฐั ทงั้ ภาครฐั และ
ภาคประชาสังคม ใหมสี วนรว่ มในการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรชมุ ชนรว่ มกนั สร้างประโยชน์รว่ ม
สร้างรายไดใ้ ห้กบั คนในชุมชน อย่างยง่ั ยนื
4 แนะนำ�การท่องเทย่ี วเสน้ ทางแสวงบุญท่วั ไทย ในมิตทิ างศาสนา
แนะนำ�การท่องเทย่ี วเสน้ ทางแสวงบุญ
ในมติ ิทางศาสนา
ภาค
เหนือ
แนะนำ�การทอ่ งเท่ียวเสน้ ทางแสวงบญุ ทว่ั ไทย ในมติ ทิ างศาสนา 5
ภาคเหนอื จงั หวัด แนะนำ�การทอ่ งเท่ยี วเสน้ ทางแสวงบญุ ทว่ั ไทย
ในมติ ิทางศาสนา
ก�ำ แพงเพชร
จงั หวดั ก�ำแพงเพชร เปน็ เมอื งเกา่ ทน่ี บั วา่ มคี วามส�ำคญั ทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละเจรญิ รงุ่ เรอื ง
มาตง้ั แตส่ มัยทวารวดี เป็นทต่ี ง้ั ของเมืองโบราณหลายเมอื ง เช่น เมอื งชากงั ราว นครชมุ ไตรตรึงษ์
เทพนคร และเมืองคณฑี นอกจากนี้เมืองก�ำแพงเพชรยังเป็นเมืองท่ีสองที่สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชได้ครองเมือง มบี รรดาศักด์เิ ปน็ “พระยาวชิรปราการ” ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ไดเ้ ปลี่ยน
เมอื งก�ำแพงเพชรเป็นจังหวดั ก�ำแพงเพชร
ปัจจุบันจังหวัดก�ำแพงเพชรเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งหน่ึง
เพราะมีโบราณสถานเก่าแก่ซ่ึงก่อสร้างด้วยศิลาแลงหลายแห่งรวมอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์
ก�ำแพงเพชร ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม
แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้ขึ้นทะเบยี นเป็นมรดกโลก เมื่อวนั ท่ี ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔
ซงึ่ จงั หวดั ก�ำแพงเพชรมเี ส้นทางท่องเทย่ี วในมติ ทิ างศาสนาทน่ี ่าสนใจ ประกอบด้วย
๑. วัดทงุ่ สนุ่นรตั นาราม ตง้ั เมือ่ พ.ศ. ๒๔๙๒ โดยชาวบ้านเช้ือสายลาวครง่ั และลาวเวียง
ไดอ้ พยพโยกยา้ ยถ่นิ ฐาน มาจบั จองที่ดินเพอ่ื ท�ำมาหากนิ ซึ่งในขณะน้นั ยังเป็นปา่ ดงดบิ เตม็ ไปด้วย
สัตว์ป่า อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้�ำและมีต้นสนุ่น ชาวบ้านจึงเรียกบ้านตัวเองว่า “บ้านทุ่งสนุ่น”
เมื่อมีประชากรอพยพเข้ามาอยเู่ รือ่ ยๆ จนกลายเปน็ ชมุ ชนใหญ่ ชาวบา้ นจึงรว่ มใจกันสรา้ งวัดขึน้
นาบุญวัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของก�ำแพงเพชร
อยภู่ ายในบรเิ วณวดั ทงุ่ สนนุ่ รตั นาราม ซงึ่ เปน็ สถานทปี่ ฏบิ ตั ธิ รรมของพระสงฆแ์ ละยงั ใชเ้ ปน็ สถานที่
จัดงานบุญและงานประเพณตี ่างๆ มปี ชู นียวัตถุทีส่ �ำคญั ได้แก่ หลวงพอ่ พระเจ้าบญุ ล้าน พระพทุ ธรปู
ศิลปะล้านช้าง พระธาตุข้าวเปลือก ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึงรูปปั้นพญานาคราช
แห่งลุ่มน้�ำปงิ
6 แนะนำ�การท่องเที่ยวเส้นทางแสวงบุญทวั่ ไทย ในมติ ิทางศาสนา
ภาคเหนือ
๒. วดั พระบรมธาตุ พระอารามหลวง หรอื วัดพระบรมธาตนุ ครชมุ เปน็ วดั ทสี่ ร้างขึ้น
มาพรอ้ มกบั เมอื งนครชุม เป็นวดั ประจ�ำเมือง วดั พระบรมธาตรุ า้ งมากว่า ๓๐๐ ปี จนกระท่งั ถงึ
ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตารามได้ทราบว่ามีเจดีย์โบราณ
บรรจุพระบรมสารรี ิกธาตุอยูร่ ิมนำ�้ ปิง ฝัง่ ตะวนั ตกตรงข้ามเมืองเกา่ สามองค์ ได้ให้ประชาชาชนได้
แผ้วถางจนพบเจดีย์ตามจารึกและปฏิสังขรณ์ขึ้น พ.ศ. ๒๔๑๔
๓. อุทยานประวัติศาสตร์ก�ำแพงเพชร ก�ำแพงเพชรเป็นเมืองโบราณท่ีปรากฏหลักฐาน
ไมน่ อ้ ยกว่า ๕๐๐ ปี ตัวเมืองต้งั อยรู่ ิมฝั่งของแม่นำ้� ปิง ภายในตวั เองและนอกก�ำแพงเพชรมโี บราณ
สถานขนาดใหญ่น้อยเป็นจ�ำนวนมาก อุทยานประวัติศาสตร์ก�ำแพงเพชรได้รับการยกย่องให้เป็น
มรดกโลกทางวฒั นธรรมในปพี งศ. ๒๕๓๔ รว่ มกบั อทุ ยานประวตั ศิ าสตรส์ โุ ขทยั ศรสี ชั นาลยั โบราณ
สถานทีส่ �ำคญั ไดแ้ ก่ วัดพระนอน วัดพระสอี่ ิริยาบถ วัดฆ้องชัย วัดนาคเจ็ดเศยี ร เป็นตน้
ติดต่อสอบถาม : ส�ำนักงานวัฒนธรรมจงั หวดั ก�ำแพงเพชร โทร. ๐ ๕๕๗๐ ๕๐๘๙
เสน้ ทาง
ทอ่ งเท่ียว
แนะน�ำ การทอ่ งเท่ียวเสน้ ทางแสวงบญุ ทั่วไทย ในมิติทางศาสนา 7
ภาคเหนอื จงั หวดั แนะนำ�การทอ่ งเทยี่ วเส้นทางแสวงบญุ ท่ัวไทย
ในมิตทิ างศาสนา
ตาก
จังหวัดตากเป็นจังหวัดที่มีความเป็นมาในประวัติศาสตร์ ควรค่าแก่การสนใจ เป็นเมืองที่
พระมหากษตั รยิ ใ์ นอดตี ไดเ้ สดจ็ มาชมุ นมุ กองทพั ทเ่ี มอื งตากนแ้ี ลว้ ถงึ ๔ พระองค์ คอื พอ่ ขนุ รามค�ำแหง
มหาราชทรงชนช้างกับขนุ สามชนเจ้าเมอื งฉอด สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอสิ รภาพ
ณ เมืองแครง และทรงยกทัพกลับราชอาณาจักรไทยโดยผ่านดินแดนเมืองตากเป็นแห่งแรก
สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชทรงน�ำทพั ไปตหี วั เมอื งฝา่ ยเหนอื และไดส้ รา้ งวดั พระนารายณท์ เี่ ชงิ สะพาน
กติ ติขจรปจั จบุ นั และสมเด็จพระเจ้ากรงุ ธนบุรีเคยได้รับพระบรมราชโองการแต่งตัง้ เปน็ เจา้ เมือง
ตาก และเป็นผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทยจากพม่า ครงั้ ที่ ๒ จงั หวัดตากมเี สน้ ทางทอ่ งเทยี่ วในมิติ
ทางศาสนาท่ีน่าสนใจ ประกอบดว้ ย
๑. ศาลสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ตงั้ อยบู่ นถนนจรดวิถีถอ่ ง เดมิ ศาลนี้แตเ่ ดมิ อย่ทู ี่
วดั ดอยเขาแก้วฝง่ั ตรงข้ามกบั ตัวเมอื ง ตอ่ มาในพ.ศ. ๒๔๙๐ ไดม้ กี ารสรา้ งขึน้ ใหม่โดยมอบหมาย
ใหก้ รมศลิ ปากรเปน็ ผอู้ อกแบบ และไดส้ รา้ งตวั ศาลเปน็ ศาลาแบบจตั รุ มขุ พรอ้ มกบั หลอ่ พระบรมรปู
สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราชขนาดใหญ่ กวา่ องคจ์ ริงเล็กน้อย
๒. วัดชัยชนะสงคราม (วัดท่าแค) หลวงพ่อโต สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการท�ำศึก
ชนะพม่า มีหลวงพ่อโตซ่ึงสร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ด�ำรงต�ำแหน่งเป็นหลวงยกกระบัตร
เจ้าเมืองตาก ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ เลืองชื่อในความศักด์ิสิทธ์ินิมิตได้ตามค�ำขอดังจะเห็นได้
จากมกี ารแสดงลเิ กแก้บนเปน็ ประจ�ำเกือบทกุ ค่ำ� คืน
๓. วัดสีตลาราม (วดั น้ำ� หกั ) สงั กดั คณะสงฆธ์ รรมยุติกนิกาย ไดร้ บั พระราชทานนามว่า
“วัดสตี ลาราม” จากพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ ฯ (รัชกาลที่ ๖) มีอโุ บสถที่โดดเด่น สวยงาม
สรา้ งตามแบบศิลปะตะวันตกเปน็ วดั ทม่ี สี ถาปตั ยกรรมแบบยุโรปทง่ี ดงาม
8 แนะน�ำ การทอ่ งเท่ียวเส้นทางแสวงบุญทวั่ ไทย ในมิติทางศาสนา
ภาคเหนือ
๔. พพิ ธิ ภณั ฑเ์ มอื งเฉลมิ พระเกยี รติ จดั ตง้ั ขนึ้ เนอื่ งในโอกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา
๘๐ พรรษา ๒๕๕๐ โดยใชจ้ วนผวู้ า่ ราชการจังหวัดตาก (หลังเกา่ ) พร้อมทั้งมีการจดั แสดงโบราณ
วัตถุต่างๆ ของเมืองตากที่ทรงคุณค่าไว้ให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต
ของชาวเมืองตากในอดตี
๕. วัดพระบรมธาตุ เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นในราวสมัยสุโขทัย ภายในวัดมีพระเจดีย์ใหญ่
สีทอง มลี กั ษณะทรงสเ่ี หลย่ี ม รายล้อมดว้ ยเจดยี ์ย่อย คล้ายเจดยี ์ชเวดากอง บรรจพุ ระเกศาธาตุ
และพระบรมสารกี ธาตุสว่ นพระนลาฏ ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรปู ท่ีส�ำคัญคอื พระพทุ ธรูป
ปน้ั ปดิ ทอง “หลวงพอ่ ทนั ใจ” (พระพุทธรปู ที่สรา้ งเสรจ็ ภายในหน่งึ วัน)
๖. ชมุ ชนคณุ ธรรมตน้ แบบตา้ ตงกอกซอย เปน็ ถนนสายวฒั นธรรมกาดตา้ ตง ถอื ไดว้ า่ เปน็
ชุมชนที่น้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิต เป็นต้นแบบที่ดี
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คนในชมุ ชนมวี ถิ ชี วี ิตแบบเรียบง่าย มีอัตลกั ษณโ์ ดดเดน่ จากเรอื นไมเ้ ก่า
รมิ แมน่ ำ�้ ปงิ มแี หลง่ เรยี นรทู้ างวฒั นธรรมขอ้ มลู ดา้ นประเพณี อาทติ น้ แบบก�ำเนดิ กระทงสาย โบราณสถาน
ภาพถา่ ย ถกู รวบรวมไวใ้ นบ้านเรือนไม้เกา่
๗. วดั ชลประทานรงั สรรค์ หรอื เรยี กวา่ “วดั จดั สรร” สรา้ งขน้ึ โดยกรมชลประทานจดั สรา้ ง
ขน้ึ เพอ่ื ทดแทนวดั เดมิ ในต�ำบลบา้ นนา เนอ่ื งจากทตี่ งั้ เดมิ อยใู่ นเขตทจี่ ะถกู นำ�้ ทว่ มตามโครงการสรา้ ง
เขื่อนภูมิพลโครงการไฟฟ้าพลังน�้ำยันฮี พระพุทธรูปทองค�ำศักดิ์สิทธิ์ คือ หลวงพ่อทันใจจ�ำนวน
๓ องค์ และศาสนวัตถุต่างๆ เชน่ พระพทุ ธรปู ทองสมั ฤทธ์ิ หบี ลวดลายทองท่ีบรรจพุ ระธรรม
แนะนำ�การท่องเท่ยี วเส้นทางแสวงบุญทั่วไทย ในมิตทิ างศาสนา 9
ภาคเหนอื
ติดตอ่ สอบถาม : ส�ำนักงานวฒั นธรรมจังหวดั ตาก โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๗๗๒๒, ๐ ๕๕๕๑ ๗๖๔๖
เสน้ ทาง
ทอ่ งเที่ยว
10 แนะนำ�การท่องเทย่ี วเสน้ ทางแสวงบุญทั่วไทย ในมิติทางศาสนา
จงั หวัด แนะนำ�การท่องเทีย่ วเสน้ ทางแสวงบญุภาทค่ัวเหไทนยอื
ในมติ ิทางศาสนา
นครสวรรค์
จงั หวดั นครสวรรค์ เปน็ จงั หวดั ทต่ี งั้ อยใู่ นตอนบนของภาคกลาง หรอื บางหนว่ ยงานจดั ใหอ้ ยู่
ในตอนลา่ งของภาคเหนอื จงึ ไดร้ บั สมญานามวา่ เปน็ “ประตสู ภู่ าคเหนอื ” มพี น้ื ทป่ี ระมาณ ๙,๕๙๗
ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดท่ีมีความส�ำคัญในทางประวัติศาสตร์อีกจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย
มีพ้ืนท่ีติดต่อกับหลายจังหวัด ได้แก่ ด้านเหนือ ติดต่อกับจังหวัดพิจิตรและก�ำแพงเพชร
ทางตะวนั ออกตดิ กบั จงั หวดั เพชรบรู ณแ์ ละลพบรุ ี ดา้ นใตต้ ดิ กบั จงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี ชยั นาท และอทุ ยั ธานี
ส่วนด้านตะวันตกตดิ กับจังหวัดตาก
สภาพภูมิประเทศของจังหวัดนครสวรรค์อยูใ่ นดนิ แดนของล่มุ น้�ำ เป็นตน้ ก�ำเนดิ ของแมน่ ้�ำ
สายหลกั ของภาคกลาง นนั่ คอื แมน่ ำ�้ เจา้ พระยา อนั เปน็ การไหลบรรจบของแมน่ ำ้� สสี่ ายจากภาคเหนอื
ได้แก่ แมน่ ้�ำปิง แมน่ ้�ำวงั แมน่ ้�ำยม และแมน่ ำ้� น่าน ด้วยเหตุนี้ จงั หวดั นครสวรรคจ์ ึงมีชื่อเรียกอีก
อยา่ งหน่งึ ว่า เมืองสแ่ี คว นอกจากนยี้ ังมีภเู ขาขนาดยอ่ มกระจัดกระจายในอ�ำเภอตา่ งๆ มเี สน้ ทาง
ทอ่ งเท่ยี วในมติ ทิ างศาสนาท่ีนา่ สนใจ ประกอบด้วย
๑. วัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง เดิมมีนามว่า “วัดหัวเมือง” หรือวัดศีรษะเมือง
ตั้งขึ้นเมือ่ ไดเ้ ปลี่ยนช่อื เป็น “วัดนครสวรรค์” ในรัชสมัยของรชั กาลท่ี ๕ เพ่อื ใหส้ อดคล้องกบั ช่อื
ของมณฑลนครสวรรค์ เป็นวดั เกา่ แกค่ ูบ่ ้านค่เู มืองมาแตโ่ บราณ
๒. วดั วรนาถบรรพต พระอารามหลวง หรือวัดเขากบ เปน็ วัดเก่าแกท่ างประวัตศิ าสตร์
ของจงั หวดั นครสวรรค์ สรา้ งมาตงั้ แตส่ มยั สโุ ขทยั เปน็ ราชธานี ตง้ั อยเู่ ชงิ เขากบ ในอดตี เคยเปน็ วดั รา้ ง
มีซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างต่างๆ มีซากวิหารพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) เจดีย์ใหญ่ และ
รอยพระพทุ ธบาทจ�ำลอง
แนะนำ�การทอ่ งเทยี่ วเส้นทางแสวงบญุ ท่วั ไทย ในมติ ิทางศาสนา 11
ภาคเหนอื
๓. วดั ครี ีวงศ์ ตั้งอยบู่ นเขาดาวดึงส์ มีองค์มหาเจดยี ์ศักดิส์ ิทธคิ์ ือพระจฬุ ามณีเจดีย์ ซ่งึ เป็น
ทองเหลืองอร่าม เน่ืองจากวัดท่ีต้ังอยู่บนภูเขา ท�ำให้สามารถจะมองเห็นภูมิทัศน์อันสวยงามของ
เมืองนครสวรรค์ไดอ้ ยา่ งงดงาม
๔. ศาลเจา้ พอ่ เทพารักษ-์ เจา้ แมท่ ับทิม ตัง้ อยบู่ นถนนสายนครสวรรค์-ชมุ แสง หันหนา้ ลง
ส่แู มน่ ำ�้ เจ้าพระยา บริเวณท่ีมแี มน่ ้�ำสองสี ๔ สายมารวมกนั เรยี กวา่ ปากนำ�้ โพ ศาลเดิมเปน็ อาคาร
ไม้ใต้ถุนสูง จากป้ายไม้กลางศาลเขียนว่า “บ๊นเถ่ากงเบียว” ระบุปีที่สร้างศาลใหม่เป็นภาษาจีน
หรอื ค.ศ. ๑๙๐๙
ตดิ ตอ่ สอบถาม : ส�ำนักงานวฒั นธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ โทร. ๐ ๕๖๒๕ ๗๒๐๑ - ๒
เส้นทาง
ท่องเที่ยว
12 แนะน�ำ การท่องเทีย่ วเสน้ ทางแสวงบุญท่ัวไทย ในมิติทางศาสนา
จังหวัด แนะน�ำ การทอ่ งเที่ยวเส้นทางแสวงบุญภาทค่วั เหไทนยอื
ในมติ ทิ างศาสนา
พิจิตร
จงั หวดั พจิ ิตร เป็นจังหวัดหน่งึ ท่ีตัง้ อยทู่ างภาคกลางตอนบนระหวา่ งจังหวัดนครสวรรคก์ บั
จงั หวดั พษิ ณโุ ลก มพี นื้ ทป่ี ระมาณ ๔,๕๓๑ ตารางกโิ ลเมตร จงั หวดั พจิ ติ รมแี มน่ ำ�้ นา่ นและแมน่ ำ้� ยม
ไหลผา่ น และมตี วั เมืองอยรู่ มิ ฝั่งแม่น�ำ้ นา่ น
ในสมัยรัตนโกสินทร์ เมืองพิจิตรเป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก แต่ก็ยังมีเจ้าเมืองปกครอง
ดังเช่นเมืองอื่นๆ เม่ือถึงสมัยรัชกาลท่ี ๕ โปรดให้ย้ายเมืองพิจิตรมาต้ังที่บ้านคลองเรียง ซ่ึงเป็น
คลองขุดใหมล่ ดั แม่น�ำ้ น่านท่ีต้นื เขิน คลองเรยี งจงึ กลายเป็นแม่น้�ำนา่ นไป สว่ นบริเวณเมืองพจิ ติ ร
เก่ายังปรากฏโบราณสถานอยู่หลายแห่ง ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา มีเส้นทาง
ทอ่ งเท่ียวในมิติทางศาสนาทีน่ ่าสนใจ ประกอบด้วย
๑. กจิ กรรมตกั บาตรรบั อรณุ ณ ก�ำแพงแหง่ ความภกั ดี เปน็ กจิ กรรมทจี่ ดั ขน้ึ โดยส�ำนกั งาน
วฒั นธรรมของจงั หวดั พจิ ติ ร เพอ่ื สบื เปน็ การอนรุ กั ษ์ เสรมิ สรา้ ง สบื สานประเพณอี นั ดงี ามของชาว
พทุ ธให้เกิดความตระหนกั และความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแทจ้ รงิ
๒. พิพิธภัณฑเ์ มืองพจิ ติ ร ต้งั อยู่ ณ ศาลากลางจังหวดั พจิ ติ ร (หลังเดมิ ) ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗
ได้ด�ำเนินงานโครงการจัดต้ังพิพิธภัณฑ์เมืองพิจิตร ได้มอบหมายให้ส�ำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด
พิจิตร เป็นหน่วยด�ำเนินการจัดสร้างปรับปรุงอาคารเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร เพ่ือเป็น
แหล่งเรียนรู้ทางวฒั นธรรมขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วิถชี ีวิต ตลอดจนวรรณกรรมท่เี ป็นต�ำนาน
เมอื งพิจิตร
๓. วัดทา่ หลวง พระอารามหลวง สร้างขน้ึ เมอ่ื พ.ศ. ๒๓๘๘ ในสมัยรัชกาลท่ี ๓ อย่รู มิ
ฝั่งแม่น�้ำน่านฝั่งตะวันตก ใกล้ศาลากลางจังหวัด ภายในอุโบสถเป็นท่ีประดิษฐานหลวงพ่อเพชร
พระพุทธรปู ปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน เป็นพระพทุ ธรูปคู่บ้านคู่เมอื งพิจติ ร
แนะน�ำ การทอ่ งเท่ียวเส้นทางแสวงบญุ ท่วั ไทย ในมติ ทิ างศาสนา 13
ภาคเหนือ
๔. วัดนักบุญยอแซฟ เปน็ วัดคริสต์ (นกิ ายคาทอลิก) ตัง้ อยูเ่ ลขที่ ๗๙ หมู่ ๘ ถนนพจิ ติ ร-
ตะพานหนิ ต�ำบลทา่ หลวง อ�ำเภอเมอื งพิจิตร จงั หวดั พิจติ ร ปจั จบุ ันมีบาทหลวงส�ำราญ ลออสทิ ธิ
ภิรมย์ เป็นผรู้ ับผิดชอบวัดนักบุญยอแซฟ
๕. มัสยิดดิยาอุ้ลอิสลาม พิจิตร เป็นมัสยิดที่เป็นศูนย์กลางในการยึดเหนี่ยวจิตใจของ
ชาวไทยมสุ ลิมในจงั หวัดพิจติ ร ชาวไทยมสุ ลมิ ในจังหวดั พิจิตร เลา่ ว่า มุสลมิ รุ่นแรกท่ีอพยพเข้ามา
ในจงั หวัดพิจิตรมาจากปากีสถาน เม่ือประมาณ ๘๐ ปีท่ีผา่ นมา
๖. อุทยานเมืองเก่าพิจติ ร ต้งั อยภู่ ายในบริเวณสวนรุกขชาติกาญจนกมุ าร ซงึ่ เช่อื วา่ เปน็ ท่ี
ตงั้ ของเมืองพิจิตรเกา่ สร้างในสมยั พระยาโคตรบอง มีลักษณะเป็นเมืองโบราณ ประกอบไปด้วย
ก�ำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่าฯ มีส่ิงที่น่าสนใจคือ เจดีย์มหาธาตุ ศาลหลักเมือง เกาะศรีมาลา
ถ�้ำไกรทอง-ชาละวัน
๗. ศาลหลักเมืองจังหวัดพิจิตร สร้างเม่ือ พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นสถาปัตยกรรมไทย ศาลา
ทรงไทยจตุรมขุ เปดิ โล่ง บรเิ วณพ้นื ดา้ นบนจะปูด้วยหินออ่ น มกี �ำแพงรอบนอก ดา้ นลา่ งจะเปน็ ที่
ประดิษฐานรูปปนั้ ของพระยาโคตรบอง ชาวบ้านเรยี กวา่ “พ่อปู่”
๘. วัดโพธ์ิประทับช้าง สร้างในสมัยของสมเด็จพระเจ้าเสือ ประมาณปี พ.ศ. ๒๒๔๒
ไดร้ บั พระราชทานวสิ งุ คามสมี าเมอื่ พ.ศ. ๒๒๔๔ ปจั จบุ นั วดั โพธป์ิ ระทบั ชา้ งไดร้ บั การขน้ึ ทะเบยี นเปน็
โบราณสถาน โดยภายในมปี ชู นยี วตั ถสุ �ำคญั คอื อโุ บสถ (ศลิ ปะแบบอยธุ ยาตอนปลาย) พระพทุ ธรปู
“หลวงพ่อโต” เปน็ พระพุทธรูปสมัยกรุงศรีอยุธยา มอี ายุได้ ๓๐๐ ปีเศษ
14 แนะน�ำ การทอ่ งเท่ยี วเสน้ ทางแสวงบุญทว่ั ไทย ในมติ ทิ างศาสนา
ภาคเหนอื
๙. ชุมชนคุณธรรมน้อมน�ำหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงวัดดงกลาง เป็นชุมชน
คุณธรรมต้นแบบมีวัดกลางเป็นศูนย์รวมจิตใจ
ของคนในชุมชน โดยพระครูวิจารณ์ ธรรมโสภิต
เจ้าอาวาสวัดดงกลาง เป็นผู้น�ำ ส่งเสริมให้คนใน
ชุมชนยึดม่ันในหลักธรรมทางศาสนา มีกิจกรรม
ที่โดดเด่นคือ ตลาดชุมชนทุกวันเสาร์และอาทิตย์
ชมรมจักรยานบ้านดงกลาง ร�ำวงเพื่อสุขภาพ
ต�ำบลดงกลาง เปน็ ต้น
ติดต่อสอบถาม : ส�ำนักงานวฒั นธรรมจงั หวดั พิจิตร โทร. ๐ ๕๖๖๑ ๒๖๗๕
เสน้ ทาง
ทอ่ งเทีย่ ว
แนะนำ�การท่องเทยี่ วเส้นทางแสวงบุญทว่ั ไทย ในมติ ิทางศาสนา 15
ภาคเหนอื จงั หวดั แนะน�ำ การท่องเทีย่ วเสน้ ทางแสวงบุญทัว่ ไทย
ในมิตทิ างศาสนา
พิษณุโลก
จังหวัดพิษณุโลก เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางตอนบนของประเทศไทย มีประชากรใน
พ.ศ. ๒๕๕๘ จ�ำนวน ๘๖๓,๔๐๔ คน มีพ้ืนที่ ๑๐,๘๑๕.๘๕๔ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครอง
ส่วนภูมิภาคออกเป็น ๙ อ�ำเภอ มีเทศบาลนครพิษณุโลกเป็นเขตเมืองศูนย์กลางของจังหวัดและ
เปน็ ทต่ี งั้ ศาลากลางจงั หวดั มอี าณาเขตตดิ ตอ่ กบั แขวงไชยบรุ ี ประเทศลาวทางทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
ของจงั หวดั
ในปจั จบุ นั ทพี่ ษิ ณโุ ลก มหี ลกั ฐานชดั เจนวา่ เปน็ แหลง่ ผลติ เครอ่ื งถว้ ยคณุ ภาพดี ซง่ึ มอี ยทู่ ว่ั ไป
บรเิ วณฝง่ั แมน่ ำ�้ น่านและแม่นำ้� แควน้อย โดยเฉพาะทีว่ ดั ตาปะขาวหาย พบเตาเผาเครื่องถว้ ยเป็น
จ�ำนวนมาก พรอ้ มเครอ่ื งถว้ ยจ�ำพวกโอง่ อา่ ง ไห ฯลฯ เครอื่ งถว้ ยเหลา่ น้ี นอกจากจะใชใ้ นทอ้ งถนิ่ แลว้
ยังเป็นสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศด้วย วินิจฉัยว่าน่าจะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ นับว่าเมืองพิษณุโลกมีความส�ำคัญยิ่งทางเศรษฐกิจ คือ
เปน็ แหลง่ ทรพั ยากรของกรงุ ศรอี ยธุ ยา มเี สน้ ทางทอ่ งเทย่ี วในมติ ทิ างศาสนาทน่ี า่ สนใจ ประกอบดว้ ย
๑. พระราชวงั จันทน์ เปน็ พระราชวังโบราณ ต้ังอยรู่ มิ แมน่ �ำ้ นา่ นฝ่ังตะวนั ตก ทางด้านทิศ
เหนือของเมืองพิษณุโลก เป็นสถานท่ีเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและ
เปน็ ที่ประทับของพระองคเ์ ม่ือทรงด�ำรงต�ำแหนง่ อปุ ราช พ.ศ. ๒๕๓๕
๒. ศาลหลักเมือง ประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้�ำน่านฝั่งตะวันตก ออกแบบอาคารโดย
กรมศลิ ปากรเป็นแบบยอดปรางค์ มีฐานกวา้ ง ๑๖.๖๐ เมตร สงู ๑๐.๖๕ เมตร เปน็ เสาทท่ี �ำจาก
ไมม้ งคลหลายชนิด ประกอบดว้ ยสามส่วน คือ สว่ นล�ำตน้ (จากโคนล�ำตน้ ล�ำต้นถึงลูกฟกั ) ท�ำจาก
ไมร้ าชพฤกษ์ ส่วนที่สอง เปน็ ทอ่ นลูกแก้ว ท�ำจากไม้ชิงชัน สว่ นทีส่ าม เปน็ สว่ นยอด (ยอดบังตมู )
ประกอบด้วยลูกแก้วท�ำจากไม้สักทองตายพราย และได้น�ำไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกท่ี
วดั พระศรีรตั นศาสดาราม
16 แนะนำ�การทอ่ งเท่ยี วเสน้ ทางแสวงบุญท่วั ไทย ในมติ ทิ างศาสนา
ภาคเหนือ
๓. วดั พระศรรี ตั นมหาธาตวุ รมหาวหิ าร (วดั ใหญ)่ ตง้ั อยรู่ มิ ฝง่ั แมน่ ำ้� นา่ นดา้ นทศิ ตะวนั ออก
ตรงขา้ มกบั ศาลากลางจงั หวดั พษิ ณโุ ลก เปน็ พระอารามหลวงชน้ั เอก เปน็ วดั ทมี่ ปี ระวตั ยิ าวนานมา
ตง้ั แตส่ มยั กรงุ สโุ ขทยั มสี ถาปตั ยกรรม ศลิ ปกรรม และประตมิ ากรรมทงี่ ดงาม และเปน็ ทป่ี ระดษิ ฐาน
พระพุทธชนิ ราช
๔. วัดราชบูรณะ ต้ังอยู่ใจกลางเมืองพิษณุโลก ติดฝั่งแม่น�้ำน่าน เย้ืองกับวัดพระศรีรัตน
มหาธาตุวรมหาวิหาร ตรงข้ามกับวัดนางพญา โดยมีถนนมิตรภาพตัดผ่ากลาง สร้างขึ้นในสมัย
สุโขทยั กอ่ นรชั สมยั พระยาลไิ ท
๕. วัดจันทรต์ ะวนั ออก สรา้ งข้นึ เมอื่ พ.ศ. ๒๒๗๖ เป็นวดั ที่ตั้งอยู่ริมแม่น�ำ้ น่าน จงึ ไดถ้ ูก
นำ้� เซาะตลง่ิ พงั ทางวดั ไดย้ า้ ยสถานทสี่ รา้ งเสนาสนะมาแลว้ ถงึ ๓ ครง้ั วดั จนั ทรต์ ะวนั ออกถงึ แมจ้ ะ
เปน็ วัดท่ีสรา้ งขึ้นใหม่ แตก่ เ็ ชือ่ วา่ พระยาจกั รีเคยยกทัพและมาหยุดพกั ทวี่ ดั จนั ทรต์ ะวันออก
๖. วัดจันทร์ตะวันตก ตั้งอยู่ริมแม่น้�ำน่านบริเวณสะพานสุพรรณกัลยา อยู่ตรงข้ามกับ
วดั จันทร์ตะวนั ออก โดยมีแมน่ ้ำ� น่านกน้ั กลาง สรา้ งข้นึ ตงั้ แต่สมยั อยุธยา
แนะนำ�การทอ่ งเทยี่ วเส้นทางแสวงบญุ ทัว่ ไทย ในมติ ิทางศาสนา 17
ภาคเหนือ
ติดต่อสอบถาม : ส�ำนักงานวฒั นธรรมจงั หวัดพษิ ณุโลก โทร. ๐ ๕๕๒๕ ๒๒๘๖
เส้นทาง
ท่องเที่ยว
18 แนะนำ�การทอ่ งเทย่ี วเส้นทางแสวงบญุ ทวั่ ไทย ในมติ ิทางศาสนา
จงั หวัด แนะน�ำ การทอ่ งเท่ียวเสน้ ทางแสวงบุญภาทคั่วเหไทนยือ
ในมติ ิทางศาสนา
ล�ำ ปาง
จงั หวดั ล�ำปาง เปน็ จังหวัดหน่งึ ในภาคเหนอื ตอนบน ต้ังอยูใ่ นแอ่งทร่ี าบล้อมรอบด้วยภเู ขา
มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน มีชื่อเรียกอย่างหลากหลายต้ังแต่ เขลางค์นคร, เวียงละกอน
นครล�ำปาง ฯลฯ ในภายหลังเป็นที่รู้จักกันดีอีกชื่อหนึ่งว่า เมืองรถม้า ท่ีสัมพันธ์กับเอกลักษณ์
ของล�ำปาง ล�ำปางตั้งอยู่ในพ้ืนท่ีราบลุ่มรอบล้อมด้วยหุบเขาจากทุกด้าน ท�ำให้มีลักษณะเป็น
แอ่งกระทะ มีแม่น�ำ้ ส�ำคัญคือ แม่น�ำ้ วงั ที่มีต้นนำ้� อยทู่ ตี่ อนเหนอื บรเิ วณอ�ำเภอวงั เหนอื ท่ีไหลลง
จากเหนือสู่ใต้ พ้ืนท่ีราบที่กว้างใหญ่ที่สุดอยู่บริเวณตอนกลางนั่นคือ บริเวณอ�ำเภอเมืองล�ำปาง
อ�ำเภอเกาะคา และอ�ำเภอห้างฉตั ร
พนื้ ทข่ี องภาคเหนอื ประกอบดว้ ยภเู ขากระจายอยู่ ๓ ใน ๔ ของภาค นน่ั ไดต้ ดั แบง่ ทรี่ าบลมุ่
แม่น้�ำให้กระจายออกจากกันไม่เป็นผืนใหญ่เหมือนที่ราบในภาคกลางหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จงั หวดั ล�ำปางเปน็ ทร่ี าบ ทอ่ี ยรู่ ะหวา่ งทวิ เขาผปี นั นำ้� ซง่ึ เปน็ ทวิ เขาทมี่ ลี กั ษณะซบั ซอ้ น โดยแนวของ
ทิวเขาเอง ต่างเช่ือมต่อกันเป็นโครงข่ายอยู่ทางซีกตะวันออกของภาคเหนือ มีเส้นทางท่องเที่ยว
ในมิตทิ างศาสนาทนี่ า่ สนใจ ประกอบดว้ ย
๑. วัดปงสนุกด้านเหนือ วัดปงสนุกด้านเหนือ เป็นวัดโบราณ ท่ีต้ังอยู่ในเขตเมืองเก่า
ภายในบริเวณวัดประกอบไปด้วยวัดปงสนุกด้านเหนือและวัดปงสนุกด้านใต้ โดยมีพระอุโบสถ
องคพ์ ระธาตุ และวิหารพระนอน แต่จะแยกพระวหิ ารในการประกอบศาสนพิธี
๒. วดั พระแกว้ ดอนเต้าสุชาดารามวรวหิ าร เกิดจากการรวมตวั ของวดั พระแกว้ ดอนเตา้
กับวัดสุชาดาราม ซึ่งทั้งสองวัดน้ีมีอาณาเขตติดต่อกัน และได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง
เรยี กรวมกันเป็น “วัดพระแก้วดอนเตา้ สุชาดารามวรวิหาร”
แนะน�ำ การทอ่ งเท่ียวเสน้ ทางแสวงบุญทว่ั ไทย ในมิติทางศาสนา 19
ภาคเหนือ
๓. ส�ำนกั ปฏบิ ตั ิธรรมหลวงพอ่ เกษม เขมโก ตัง้ อยอู่ �ำเภอเมอื ง บรเิ วณชานเมอื ง บนถนน
สายล�ำปาง-แจ้ห่ม มีรูปปน้ั ขนาดใหญ่ของหลวงพ่อเกษมยนื เดน่ อย่ดู ้านหน้า หลังรปู ปนั้ มีมณฑป
ลักษณะเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ มีรูปปั้นหุ่นข้ีผึ้งของหลวงพ่อเกษม และด้านซ้ายเป็นท่ีตั้ง
โลงแกว้ กระจกใสบรรจุศพ
๔. วดั พระเจดยี ซ์ าวหลงั เปน็ วดั ทงี่ ดงามแหง่ หนง่ึ ของจงั หวดั ล�ำปาง “ซาว” เปน็ ภาษาเหนอื
หมายถึง ๒๐ และ “หลัง” หมายถึง องค์ วัดเจดีย์ซาวหลัง จึงหมายถึง วัดท่ีมีเจดีย์ ๒๐ องค์
จากหลกั ฐานการขดุ พบพระเครอื่ งสมยั หรภิ ญุ ไชยทอี่ งคพ์ ระเจดยี ์ ท�ำใหส้ นั นษิ ฐานไดว้ า่ วดั นสี้ รา้ ง
มานานกวา่ พนั ปี
ตดิ ตอ่ สอบถาม : ส�ำนกั งานวัฒนธรรมจังหวดั ล�ำปาง โทร. ๐ ๕๔๒๒ ๘๗๖๓
เส้นทาง
ท่องเท่ียว
20 แนะนำ�การทอ่ งเทยี่ วเสน้ ทางแสวงบุญทว่ั ไทย ในมติ ิทางศาสนา
จังหวดั แนะน�ำ การท่องเท่ียวเส้นทางแสวงบญุภาทค่วั เหไทนยือ
ในมิตทิ างศาสนา
ลำ�พูน
จังหวัดล�ำพูน เป็นจังหวัดท่ีมีขนาดเล็กท่ีสุดในภาคเหนือ นับเป็นอีกจังหวัดหน่ึงที่มี
ประวัติศาสตร์เก่าแก่ ยาวนาน เคยเป็นท่ีต้ังของนครหริภุญชัย ในสมัยพระนางจามเทวีเดิมชื่อ
เมืองหริภุญไชย เปน็ เมืองโบราณ มีอายปุ ระมาณ ๑,๓๔๓ ปี ตามพงศาวดารโยนกเล่าสบื ต่อกัน
ถึงการสร้างเมืองหริภุญไชย โดยฤๅษีวาสุเทพ เป็นผู้เกณฑ์พวกเม็งคบุตรหรือชนเช้ือชาติมอญ
มาสร้างเมืองน้ีข้ึน ในพื้นท่ีระหว่างแม่น�้ำสองสาย คือ แม่น�้ำกวงและแม่น�้ำปิง เม่ือมาสร้างเสร็จ
ได้ส่งทตู ไปเชิญราชธดิ ากษตั รยิ เ์ มืองละโว้พระนาม “จามเทว”ี มาเปน็ ปฐมกษัตริยป์ กครองเมือง
หรภิ ญุ ไชยสบื ราชวงศก์ ษตั รยิ ต์ อ่ มาหลายพระองค์ จนกระทง่ั ถงึ สมยั พญายบี าจงึ ไดเ้ สยี การปกครอง
ให้แก่พญามังราย ผู้รวบรวมแว่นแคว้นทางเหนือเข้าเป็นอาณาจักรล้านนา มีเส้นทางท่องเท่ียว
ในมติ ิทางศาสนาท่นี ่าสนใจ ประกอบด้วย
๑. วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เป็นโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองล�ำพูน ก่อสร้าง
ในสมัยพระเจา้ อาทิตยราช ราวปี พ.ศ. ๑๔๔๐ ภายในมีองค์พระธาตุที่บรรจุอฐั ิของพระพุทธเจา้
๒. วัดพระยืน เป็นวัดหนึ่งในวัดส่ีมุมเมือง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก มีเจดีย์ประธาน
ทรงปราสาท สร้างเลียนแบบสถาปตั ยกรรมพมา่ ภายในวัดมสี ่ิงทนี่ า่ สนใจคอื พระพทุ ธรูปเก่าแก่
และหลักศลิ าจารึกตัวอกั ษรทีใ่ ช้เป็นอกั ษรไทยคล้ายกบั ท่ปี รากฏบนจารึกสุโขทยั
๓. วัดสังฆาราม (ประตูลี้) เป็นอารามส�ำคัญท่ีพระนางจามเทวีโปรดให้สร้างขึ้นสมัย
พระนางได้เสด็จมาจากกรุงละโว้ข้ึนมาปกครองหริภุญชัยนครเป็นองค์ปฐมกษัตริย์ แต่เดิม
พระอารามแหง่ นี้มเี ชื่อเรียกวา่ “มหาลดาราม” โยนกว่า “มหาสฐานราม” เพื่อใหเ้ ป็นพระอาราม
ประจ�ำจตุรทศิ ดา้ นทิศทกั ษณิ ของพระนครและเพอ่ื เปน็ ที่อยูอ่ าศัยของพระภิกษุ
แนะน�ำ การท่องเที่ยวเสน้ ทางแสวงบุญท่วั ไทย ในมิติทางศาสนา 21
ภาคเหนือ
๔. อนุสาวรยี พ์ ระนางจามเทวี กอ่ ต้งั ขึ้นเม่อื พ.ศ. ๒๕๒๕ พระนางจามเทวีเปน็ องคป์ ฐม
กษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย พระนางเป็นปราชญ์ท่ีมีความกล้าหาญทางคุณธรรม พระนางได้น�ำ
พระพุทธศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรมเผยแพรใ่ นดินแดนลา้ นนาไทย ซึ่งท�ำใหด้ นิ แดนล้านนาไทยเจรญิ
ร่งุ เรืองมาจนถงึ ทุกวันน้ี
๕. วัดมหาวัน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองล�ำพูนเป็นวัดหนึ่งในสี่วัดของวัดสี่มุมเมือง
ท่มี ีสภาพสมบูรณ์ทส่ี ดุ วัดนีส้ ร้างมาตง้ั แตค่ ร้ังพระนางจามเทวีเสดจ็ ขนึ้ ครองเมืองหริภุญชยั
๖. วัดจามเทวี สร้างเม่อื ประมาณปี พ.ศ. ๑๒๙๘ เปน็ ฝีมือของชาวขอม มลี กั ษณะเปน็
ส่ีเหลี่ยมซ้อนชั้นตามแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย มีพระพุทธรูปปางประทานพรยืนอยู่ในซุ้ม
ท้งั หมดมี ๖๐ องค์ ภายในบรรจุอัฐิพระนางจามเทวี ตอ่ มายอดพระเจดียไ์ ด้หักหายไป ชาวบา้ น
จึงเรยี กว่า “ก่กู ดุ ” หรือที่มีชื่อเรยี กว่า “พระเจดียส์ วุ รรณจงั โกฏ”ิ
๗. วัดพระคงฤาษี เป็นวัดหน่ึงในวัดสี่มุมเมือง ต้ังอยู่ทางทิศเหนือ สร้างขึ้นในสมัย
พระนางจามเทวีเป็นพระอารามหลวงในสมัยนั้น วัดน้ีมีช่ือเสียงเน่ืองด้วยมีพระพิมพ์ที่เรียกว่า
“พระคง” ท่เี ปน็ ทร่ี จู้ ักกนั ของชาวเมืองล�ำพูน
22 แนะน�ำ การทอ่ งเท่ียวเส้นทางแสวงบญุ ทั่วไทย ในมิติทางศาสนา
ภาคเหนือ
๘. วัดสันป่ายางหลวง เดิมเป็นศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์ มีพระจากพม่าเข้ามา
เผยแผ่พุทธศาสนามีชาวบ้านเล่ือมใสจึงได้เปลี่ยนจากเทวสถานเป็นวัดชื่อว่า “ขอมล�ำโพง” เป็น
วดั ทางพุทธศาสนาวดั แรกของล้านนา ต่อมาในปี พ.ศ. ๑๒๐๒ ไดบ้ รู ณปฏิสงั ขรณว์ ัดและเปลีย่ น
ช่ือใหม่ว่า “วัดอาพัฒนารามป่าไม้ยางหลวง” ใช้เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระนางจามเทวี
และได้เปลี่ยนชื่อมาเปน็ วดั สนั ป่ายางหลวงจนถึงปัจจุบัน
๙. กูช่ ้าง-กู่มา้ รปู ทรงสถปู เป็นทรงกระบอกปลายมน ศลิ ปะแบบพยู่ (ศรเี กษตรในพม่า)
เป็นสุสานช้างศึก-ม้าศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ช้างศึกช่ือว่า “ภู่ก�่ำงาเขียว” ซึ่งหมายถึง
ชา้ งผวิ สคี ลำ้� งาสเี ขยี วทรงอนภุ าพฤทธใิ์ นยามสงคราม ชาวเมอื งถอื วา่ กชู่ า้ ง-กมู่ า้ แหง่ นเี้ ปน็ สงิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธิ์
ประจ�ำเมอื งอีกดว้ ย
๑๐. วัดรมณียาราม ช่ือเดิมว่า วัดกู่ละมัก ถือเป็นวัดแรกและวัดเก่าแก่สุดกว่าวัดใดๆ
ทเี่ จา้ แม่จามเทวีทรงสร้างไวใ้ นเมืองหริภญุ ชัย โดยไมป่ รากฏช่อื เดิมมากอ่ น ตอ่ มาวัดนี้ถูกท้งิ ไว้ให้
รกรา้ ง เมอื่ มพี ระมหาเถระจากเมอื งอ่นื เดินทางมากไ็ ด้ต้ังช่ือให้ใหม่วา่ “รมณียาราม” แตช่ าวบ้าน
จะเรียกวา่ “วดั กลู่ ะมัก”
ตดิ ตอ่ สอบถาม : ส�ำนกั งานวฒั นธรรมจังหวดั ล�ำพนู โทร. ๐ ๕๓๕๑ ๐๒๔๓
แนะน�ำ การท่องเท่ียวเสน้ ทางแสวงบญุ ท่ัวไทย ในมิติทางศาสนา 23
ภาคเหนือ
เส้นทาง
ทอ่ งเที่ยว
24 แนะนำ�การทอ่ งเท่ียวเส้นทางแสวงบญุ ทั่วไทย ในมติ ทิ างศาสนา
ภาคเหนือ
แนะนำ�การทอ่ งเที่ยวเสน้ ทางแสวงบุญ
ในมิตทิ างศาสนา
ภาค
เตฉะียวงันเหออนกือ
แนะน�ำ การทอ่ งเทีย่ วเส้นทางแสวงบุญทัว่ ไทย ในมิตทิ างศาสนา 25
จงั หวดัภาคตะวันออกเฉียงเหนอื แนะนำ�การท่องเทีย่ วเสน้ ทางแสวงบุญทว่ั ไทย
ในมิตทิ างศาสนา
ขอนแก่น
จงั หวดั ขอนแกน่ เปน็ จงั หวดั ทม่ี ขี นาดพน้ื ทใี่ หญเ่ ปน็ อนั ดบั ที่ ๖ ของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
และมปี ระชากรมากเปน็ อนั ดบั ๓ ของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เปน็ จงั หวดั ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารของกลมุ่
จงั หวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง จงั หวดั ขอนแกน่ มเี ทศบาลนครขอนแกน่ เปน็ ศนู ยก์ ลาง
ของจังหวดั ซึง่ ตงั้ อยู่ในจดุ ที่ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒) และทางหลวงแผ่นดิน
หมายเลข ๑๒ (ถนนสายเศรษฐกจิ ตะวนั ออก-ตะวนั ตก) ตัดผา่ น ซงึ่ เป็นเส้นทางส�ำคัญอีกเส้นหนึ่ง
ในการเดนิ ทางจากภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลางเขา้ ไปสภู่ าคเหนอื ตอนลา่ งทอี่ �ำเภอหลม่ สกั
จังหวัดเพชรบูรณ์ และเดินทางเข้าสู่ประเทศลาวทางด้านทิศใต้ของลาว อาณาเขตทางทิศเหนือ
ตดิ กบั จงั หวดั เลย จงั หวดั หนองบวั ล�ำภู และจงั หวดั อดุ รธานี ทศิ ตะวนั ออกตดิ กบั จงั หวดั มหาสารคาม
และจงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุ ทศิ ใตต้ ดิ กบั จงั หวดั บรุ รี มั ยแ์ ละจงั หวดั นครราชสมี า ทศิ ตะวนั ตกตดิ กบั จงั หวดั ชยั ภมู ิ
และจงั หวัดเพชรบูรณ์ มเี ส้นทางท่องเท่ยี วในมิติทางศาสนาทนี่ า่ สนใจ ประกอบด้วย
๑. วัดไชยศรี ต้ังอย่ทู อี่ �ำเภอเมอื งจงั หวดั ขอนแก่น เป็นวดั เกา่ แกม่ ีอายรุ อ้ ยกวา่ ปี สิง่ ที่นา่
สนใจภายในไดแ้ ก่ โบสถ์ วัดไชยศรตี งั้ วัดเมอื่ วนั ที่ ๒๒ มนี าคม ๒๔๐๘ ชาวบ้านเรยี กวา่ “วดั ใต้”
๒. วัดท่าประชุม ตั้งเม่ือพ.ศ. ๒๔๖๕ เดิมช่ือว่าวัดท่าแขก โดยมีพระพล ศรีตาลแก้ว
เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการสร้างวัด มีปูชนียวัตถุ คือ พระสุรนาฏ และพระโมคคัลลานะ และ
พระสารีบตุ ร
๓. วดั ใหมส่ ามัคคี สร้างเมือ่ พ.ศ. ๒๔๒๓ เปน็ วัดท่ีลกู ศษิ ย์พระอาจารยพ์ ร ไดส้ รา้ งใหม่
ที่บ้านหนองเขียด ช่ือว่า “วัดใหมส่ ามัคค”ี น�ำพระพทุ ธรูป ๒ องคท์ ี่ไดม้ าจากนายอ�ำคาชาวลาวมา
เพื่อเก็บรักษาไว้และน�ำมาบรรจุไว้กับพระบรมสารีริกธาตุในเจดีย์ และถวายนามว่า “พระบรม
ธาตสุ องพี่นอ้ ง”
26 แนะนำ�การท่องเทีย่ วเส้นทางแสวงบุญท่ัวไทย ในมิตทิ างศาสนา
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
๔. วัดเฉลียงทอง เป็นวัดที่มีต้นเฉลียงทองใหญ่ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีประวัติความเป็นมาของ
อ�ำเภอภูผาม่าน บริเวณดังกลา่ วจึงถือได้ว่าเป็นแผน่ ดนิ แหง่ แรกทขี่ องชาวภูผามา่ น
ติดต่อสอบถาม : ส�ำนักงานวัฒนธรรมจังหวดั ขอนแกน่ โทร. ๐ ๔๓๒๔ ๕๐๑๓
เส้นทาง
ท่องเทีย่ ว
แนะนำ�การทอ่ งเทย่ี วเสน้ ทางแสวงบญุ ทวั่ ไทย ในมติ ิทางศาสนา 27
จงั หวัดภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื แนะนำ�การทอ่ งเทย่ี วเสน้ ทางแสวงบญุ ท่วั ไทย
ในมติ ทิ างศาสนา
นครพนม
จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนตั้งอยู่ในแอ่งสกลนคร
นบั เปน็ เมอื งชายแดนทม่ี คี วามอดุ มสมบรู ณ์ ความสวยงามของทวิ ทศั น์ และมคี วามหลากหลายของ
วัฒนธรรมและชาติพันธุ์ รวมท้งั ประวตั ศิ าสตร์ท่ียาวนานมีพระธาตพุ นมเปน็ ปชู นียสถานคบู่ า้ นคเู่ มอื ง
พน้ื ทด่ี ้านเหนือและตะวันออกของจงั หวัดตดิ กับแมน่ ำ�้ โขงโดยตลอด
สภาพโดยทว่ั ไปของจงั หวดั นครพนมเปน็ ทร่ี าบลมุ่ มที รี่ าบสงู และภเู ขาอยบู่ า้ ง มแี มน่ ำ�้ สายสนั้ ๆ
เป็นสาขาย่อยแยกจากแม่น�้ำโขงมาหล่อเลี้ยงความอุดมสมบูรณ์ภายในพื้นท่ี พ้ืนท่ีส่วนใหญ่
มแี มน่ ำ�้ โขงไหลผา่ น นครพนมจงึ นบั วา่ เปน็ จงั หวดั ทม่ี แี หลง่ นำ้� ทสี่ มบรู ณม์ าก ดา้ นตะวนั ออกมแี มน่ ำ�้
โขงทอดยาวก้ันพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับลาว มีเส้นทางท่องเที่ยวในมิติทางศาสนาที่น่า
สนใจ ประกอบด้วย
๑. วดั พระธาตุพนม วรมหาวิหาร ตัง้ เมื่อ พ.ศ. ๒๐๐๐ เปน็ ทตี่ ้ังองค์เจดียพ์ ระธาตุพนม
ซง่ึ บรรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาตสุ ว่ นพระอรุ ะของพระพทุ ธเจา้ มอี ายเุ กา่ แกม่ ากประมาณ ๒,๕๐๐ กวา่ ปี
มีสงิ่ ส�ำคัญคือพระธาตุพนม ลกั ษณะเปน็ พระธาตุรูปส่เี หลี่ยมกอ่ ดว้ ยอฐิ มีลวดลายสลักลงบนแผน่
อฐิ สวยงามมาก
๒. วัดธาตุเรณู เดิมช่ือวัดกลาง เพราะต้ังอยู่กลางเมืองหรือต้ังอยู่ระหว่างกลางของวัด
ทัง้ ๒ คอื คือ วดั เหนอื และวัดใต้
๓. วดั ธาตศุ รคี ณุ เดมิ เปน็ วดั รา้ ง ถกู คน้ พบเมอ่ื ประมาณ พ.ศ. ๒๓๔๐ - ๒๓๖๐ โดยผอู้ พยพ
ชาวผู้ไทวังและผู้ไทยกะโป ผู้น�ำกลุ่มคนน้ีได้เดินส�ำรวจที่ต้ังหมู่บ้าน แล้วพบเจดีย์เก่ากลางป่า
และพบหอคุณ (ศาลเจ้าพอ่ หลักเมอื ง) ในบรเิ วณเดยี วกนั จงึ ไดส้ ร้างท่ีอยอู่ าศัย และบรู ณะวัดข้ึน
และตั้งชอ่ื วา่ “วัดศรคี ุณ” มีสงิ่ ส�ำคญั คือ พระธาตศุ รีคณุ
28 แนะน�ำ การท่องเที่ยวเสน้ ทางแสวงบญุ ทั่วไทย ในมิติทางศาสนา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
๔. วัดธาตุมหาชัย เดิมชอ่ื ว่า วัดโฆษการาม บ้านมหาชยั เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้เปลย่ี นช่ือ
เปน็ วัดธาตุมหาชยั ท่ตี ง้ั วัดเปน็ เนนิ ดินลกู รัง ชาวบา้ นเรยี กเนนิ น้ีว่า เนินมหาชัย
๕. วัดมรุกขนคร เดิมชื่อเมืองศรีโคตรบูรณ์ พญานครานุรักษ์ ได้เปลี่ยนช่ือเป็น “เมือง
มรุกขนคร ต่อมาพระบรมราชา (กู่แก้ว) ได้ย้ายจากเมืองท่าแขกมาต้ังที่ทางฝั่งขวาแม่น้�ำโขงตรง
ปากห้วยบงั ฮวก และได้สรา้ งวดั ในกลางตัวเมืองชอ่ื ว่า “วัดมรุกขนคร”
๖. วัดธาตุประสิทธ์ิ เดิมช่ือ “วัดธาตุ” ต้ังขึ้นพร้อมกับการสร้างบ้านนาหว้า พระธาตุ
ประสิทธ์ิแห่งน้ีแต่เดิมแล้วเป็นเจดีย์เก่าแก่ท่ีช�ำรุดทรุดโทรมปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ โดยภายในมี
พระพทุ ธรปู เกา่ แกอ่ ยหู่ ลายองค์ ซง่ึ กไ็ ดม้ กี ารบรู ณะตอ่ เตมิ สบื เนอ่ื งมาโดยเลยี นแบบพระธาตพุ นม
๗. วัดพระธาตุท่าอุเทน สร้างข้ึนเม่ือปี พ.ศ. ๒๔๕๔ บ้านท่าอุเทน มีพระธาตุท่าอุเทน
ประดิษฐานอยู่ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยหลวงปสู่ ที ตั ถ์ ได้อญั เชญิ มาจากเมืองย่างกุ้ง
ประเทศพม่า
๘. วดั มหาธาตุ และพระธาตนุ คร เดมิ ชอ่ื วา่ “วดั มง่ิ เมอื ง” สนั นษิ ฐานวา่ คงมกี ารสรา้ งมา
พรอ้ มกับเมอื งนครพนมในอดตี ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดมหาธาตุ” เพราะในอดีต “วดั ม่งิ เมอื ง”
มีพระธาตซุ ่งึ บรรจพุ ระอรหนั ตสารรี กิ ธาตุ มพี ระธาตุใหญ่บา้ งเลก็ บา้ งหลายสบิ องค์
แนะน�ำ การทอ่ งเท่ยี วเส้นทางแสวงบญุ ท่วั ไทย ในมติ ิทางศาสนา 29
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
๙. วัดไตรภูมิ เรม่ิ ตง้ั วัดเม่อื พ.ศ. ๒๓๗๖ โดยมอี ญั าครู ะค�ำ (ครบู าตาน้อย) เป็นผู้สรา้ งวัด
แหง่ น้ี การตงั้ บา้ นตงั้ เมอื งแตโ่ บราณ นยิ มทห่ี าท�ำเลใกลแ้ มน่ ำ�้ สรา้ งเมอื งแลว้ สรา้ งวดั ควบคกู่ นั ดงั นน้ั
วัดไตรภมู ิ จึงมชี อ่ื เดมิ ว่า “วดั ใต้” เพราะเหตุวา่ วัดไตรภมู ิเปน็ วดั ทต่ี ัง้ อย่ทู างใต้สดุ ของเมืองท่าอุเทน
๑๐. ชุมชนคุณธรรมบ้านท่าเรือ อ�ำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ๑ ใน ๑๐ สุดยอด
ชุมชนคุณธรรมต้นแบบ แลกเปล่ียนเรียนรู้การด�ำเนินงานและขับเคล่ือนชุมชนคุณธรรมต้นแบบ
มอี ตั ลกั ษณโ์ ดดเดน่ ของกลมุ่ ชาตพิ นั ธไ์ุ ท-อสี าน ทส่ี ามารถธ�ำรงรกั ษาวฒั นธรรม ความเปน็ รากเหงา้
ของชุมชนไว้ได้
ตดิ ต่อสอบถาม : ส�ำนักงานวัฒนธรรมจังหวดั นครพนม โทร. ๐ ๔๒๕๑ ๖๑๘๗
เส้นทาง
ท่องเที่ยว
30 แนะนำ�การท่องเทย่ี วเส้นทางแสวงบุญท่ัวไทย ในมติ ิทางศาสนา
จังหวดั แนะนำ�การท่องเทย่ี วเสภน้ าทคาตงะแวสันวองอบกเญุ ฉียทง่วั เหไทนยอื
ในมติ ทิ างศาสนา
บุรรี มั ย์
จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นจังหวัดหน่ึงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีจ�ำนวนประชากร
มากเป็นอนั ดบั ท่ี ๕ และมพี น้ื ทีก่ วา้ งเปน็ อนั ดับที่ ๑๗ ของประเทศไทย จังหวดั บุรรี มั ยเ์ ปน็ ทต่ี ้งั
ของโบราณสถานส�ำคญั สมยั อารยธรรมขอมอยา่ งพนมรงุ้ และเมอื งตำ่� และในปจั จบุ นั เปน็ ทตี่ ง้ั ของ
ศนู ย์กีฬาขนาดใหญ่ ซ่งึ ประกอบดว้ ยสโมสรฟุตบอล, สนามแขง่ รถ และคา่ ยมวย บรุ รี มั ย์เป็นเมอื ง
แห่งความร่ืนรมย์ตามความหมายของช่ือเมืองท่ีน่าอยู่ส�ำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นเมืองที่น่ามา
เยอื นส�ำหรับคนต่างถนิ่ เมืองปราสาทหินในเขตจังหวดั บุรีรมั ย์มากมไี ปดว้ ย ปราสาทหนิ ใหญ่นอ้ ย
อันหมายถงึ ความรงุ่ เรืองมาแตอ่ ดีต มีเส้นทางท่องเทย่ี วในมติ ิทางศาสนาท่นี ่าสนใจ ประกอบดว้ ย
๑. วดั สนวนนอก เดมิ เรียกว่า วัดอสี าน เพราะวัดตั้งอยูเ่ ฉยี งไปทางทศิ อีสานของหมบู่ า้ น
เจา้ คณะต�ำบลสวายจกี ในขณะนน้ั เหน็ วา่ ชอื่ เดมิ ซำ�้ กบั วดั อน่ื ทอ่ี ยใู่ กลเ้ ขตการปกครอง จงึ ไดเ้ ปลย่ี น
ชอ่ื วัดนเี้ ป็น “วดั สนวนนอก” เพราะหมู่บ้านสนวนมีวดั อยู่ ๒ วดั คอื “วัดสนวนใน” เนอื่ งจากทต่ี ง้ั
วัดอยู่ลกึ เขา้ ไปในหม่บู า้ นส่วนวดั สนวนนอกแหง่ นี้อย่นู อกหม่บู ้านจงึ ได้ช่อื ว่า “วดั สนวนนอก”
๒. ชุมชนคุณธรรมวดั สนวนนอก ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๔๘ บ้านสนวนมสี ภาพเปน็ ป่าทบึ
มตี น้ ไมช้ อ่ื วา่ “ตน้ สนวน” นายด�ำเปน็ ชา่ งตเี หลก็ จากจงั หวดั รอ้ ยเอด็ ไดเ้ ขา้ มาตงั้ รกรากเปน็ คนแรก
และเหน็ วา่ มีต้นสนวนอยมู่ าก จงึ ไดต้ ้งั ชอ่ื หมู่บ้านว่า “บา้ นสนวน”
แนะนำ�การท่องเที่ยวเสน้ ทางแสวงบุญทวั่ ไทย ในมติ ิทางศาสนา 31
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
๓. วดั สนวนใน เป็นวดั เกา่ แก่วดั หนึง่ ต้ังเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๔๒๕ ได้รบั พระราชทาน
วสิ งุ คามสมี า เมอื่ วนั ท่ี ๘ เมษายน ๒๔๓๒ ภายในวดั มอี โุ บสถทสี่ วยงามสรา้ งขนึ้ ในรชั กาลที่ ๔ เปน็
อโุ บสถไมท้ ่ีมคี วามเก่าแก่และทรงคณุ ค่าทางวฒั นธรรม
๔. วนอุทยานเขากระโดง เปน็ ปากปลอ่ งภูเขาไฟท่ดี ับสนิทแลว้ รอบบรเิ วณปกคลมุ ดว้ ย
ปา่ ไมท้ ่ีอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาศัยของสตั ว์ปา่ ขนาดเล็ก ชอื่ เดิมคือ “พนมกระดอง” ภาษาเขมร
แปลว่า ภูเขากระดอง (เต่า) เป็นภูเขาท่ีมีรูปลักษณ์คล้ายกระดองเต่า ต่อมาเรียกเพ้ียนเป็น
“กระโดง”
๕. วัดป่าเขานอ้ ย เปน็ วดั ปา่ กรรมฐานสายหลวงปูม่ ่ัน ภรู ทิ ัตโต ได้พัฒนาขน้ึ ตามปณธิ าน
ของ หลวงปูส่ ุวจั น์ สวุ โจ อดตี เจ้าอาวาสและวิปัสสนาจารย์ เน่อื งจากเปน็ วัดเกา่ ทอ่ี ยูใ่ กลต้ วั เมือง
สะดวกแกก่ ารเดนิ ทาง มีสภาพเปน็ ป่าเขาเหมาะแกก่ ารเจรญิ วปิ ัสสนากรรมฐาน
๖. ปราสาทหินพนมรุ้งจ�ำลอง (บุรีรัมย์ แคสเซิล) มีความคล้ายคลึงและขนาดเท่ากับ
ของจริง แม้กระทั่งท�ำเลที่ตั้งซ่ึงค�ำนวณให้ตรงกับจุดขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ผ่านประตู ๑๕ ช่อง
พรอ้ มระบบแสงสีเสยี งรอบตวั ปราสาทอกี ดว้ ย
๗. พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๑ หรือพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลก ต้งั อยบู่ ริเวณวงเวียนสแี่ ยกถนนสายบุรีรัมย์-สตึก สร้างขึ้นในปี ๒๕๓๙
เพ่ือเฉลิมเกียรตแิ ก่พระมหากษัตริยร์ ชั กาลท่ี ๑ ซึ่งเป็นผกู้ ่อตั้งเมอื งบรุ ีรัมย์
๘. วัดกลาง พระอารามหลวง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์มาแต่โบราณ เดิมเป็น
วดั ร้างโบราณ สมเดจ็ พระเจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึก (สมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก) เสดจ็ ผ่าน
ขณะเดนิ ทัพไปตเี มืองจ�ำปาศักด์ิ จึงโปรดเกล้าใหว้ ัดร้างเป็นวดั มีพระสงฆ์ใหช้ อ่ื วา่ “วัดแปะใหญ่”
ต่อมาในสมัยรัชกาลท่ี ๕ ได้เปล่ียนช่ือเป็น “วัดกลาง” ถือเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์
มาแตโ่ บราณ
๙. ศาลหลักเมืองจังหวัดบุรรี มั ย์ เปน็ ศาลหลกั เมอื ง ต้งั อยใู่ จกลางเมอื งบรุ ีรัมย์ ออกแบบ
ในรปู แบบศลิ ปะขอมโบราณ ลกั ษณะของศาลหลกั เมอื งจะเปน็ เหมอื นองคป์ รางคม์ ยี อดทง้ั หมด ๕ ชนั้
แตล่ ะชั้นประดับกรีบขนุน และเทพประจ�ำทิศเพอ่ื ปกปอ้ งรกั ษาทิศตา่ งๆ
32 แนะน�ำ การท่องเท่ียวเส้นทางแสวงบญุ ทัว่ ไทย ในมติ ทิ างศาสนา
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
ตดิ ต่อสอบถาม : ส�ำนกั งานวฒั นธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ โทร. ๐ ๔๔๖๖ ๖๕๗๗
เสน้ ทาง
ทอ่ งเทยี่ ว
แนะนำ�การทอ่ งเท่ียวเสน้ ทางแสวงบญุ ท่วั ไทย ในมิติทางศาสนา 33
จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนอื แนะนำ�การทอ่ งเทีย่ วเส้นทางแสวงบุญทั่วไทย
ในมิตทิ างศาสนา
เลย
จงั หวดั เลย เปน็ จงั หวดั หนง่ึ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนบนของประเทศไทย ตงั้ อยใู่ น
แอง่ สกลนครและอยใู่ นกลมุ่ จงั หวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนบน ๑ หา่ งจากกรงุ เทพมหานคร
ประมาณ ๕๔๐ กโิ ลเมตร มีสภาพภมู ปิ ระเทศทง่ี ดงาม อากาศหนาวเย็น เป็นแหล่งเพาะปลูกไม้
ดอกไม้ประดับที่ส�ำคญั แหง่ หน่งึ ของประเทศ และยังเป็นเมืองท่องเทย่ี วท่สี �ำคัญอีกด้วย
จงั หวดั เลยตง้ั อยบู่ นพนื้ ทรี่ าบสงู โคราช หรอื ทเี่ รยี กกนั วา่ แอง่ สกลนคร ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ส่วนใหญ่เป็นทิวเขาในแนวทางทิศเหนือใต้ และจะมีพื้นที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาท่ีไม่ใหญ่มากนัก
สลบั กันอยใู่ นแนวเทอื กเขา จังหวดั เลยมภี เู ขาสูงกระจดั กระจาย โดยเฉพาะทางตะวนั ตกและทาง
ด้านใต้ของจังหวัด ทั้งนี้ยังมีแหล่งน�้ำส�ำคัญคือแม่น้�ำโขงในบริเวณตอนบนของจังหวัด มีเส้นทาง
ทอ่ งเท่ียวในมติ ทิ างศาสนาทน่ี า่ สนใจ ประกอบด้วย
๑. วดั ศรคี ุณเมือง ต้ังอยเู่ ลขที่ ๓๗๕ บ้านเชยี งคาน ถนนชายโขง หมทู่ ่ี ๑ ต�ำบลเชยี งคาน
อ�ำเภอเชียงคาน ตง้ั เมื่อ ๒๑๙๙ สรา้ งวดั ขึน้ พรอ้ มการต้ังบ้านเมอื ง เป็นวดั เก่าแกช่ าวบา้ นเรยี กว่า
วดั ใหญ่ ไดร้ ับพระราชทานวสิ ุงคามสีมาเม่ือ พ.ศ. ๒๒๒๐
๒. วัดมหาธาตุ ตั้งวดั เม่ือ พ.ศ. ๒๑๙๗ พรอ้ มกับการก่อตง้ั เมืองเชยี งคาน เปน็ วัดเก่าแก่
ค่บู า้ นคู่เมืองของอ�ำเภอเชียงคาน ชาวบ้านเรียกวา่ วัดหลวงพ่อใหญ่
๓. วดั ทา่ แขก สรา้ งเมอ่ื พ.ศ. ๒๒๐๙ เปน็ วดั โบราณเกา่ แกส่ รา้ งในสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์
มหาราช กรงุ ศรอี ยธุ ยาตอนปลาย สรา้ งขน้ึ เพอ่ื อทุ ศิ สว่ นกศุ ลแดพ่ ระมเหสแี ละพระธดิ าของพระองค์
ทส่ี ้ินพระชนม์เน่ืองจากเรอื อบั ปางในระหวา่ งการเดินทางไปเยีย่ มพระสหายที่นครจ�ำปาสกั
34 แนะน�ำ การทอ่ งเทยี่ วเสน้ ทางแสวงบุญทัว่ ไทย ในมติ ิทางศาสนา
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
๔. แหลง่ ผลติ มะพรา้ วแก้ว ของดเี มอื งเลย ชุมชนบ้านนอ้ ย เดิมช่ือ “บ้านนอ้ ยหาโพง”
เน่ืองจากมีศพนางโพงไหลมาเกยหากท้ายหมู่บ้าน เดิมทีบ้านน้อยยังไม่เป็นหมู่บ้านได้มีราษฎร
อพยพมาจากบา้ นทา่ นาจนั ทรม์ าตงั้ บา้ นเรอื นอยปู่ ระมาณ ๖ หลงั คาเรอื น ตอ่ มาเมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๕๒
ได้มีราษฎรอพยพตามมาอีก เน่ืองจากภูมิประเทศมีความเหมาะสมในการด�ำรงชีพและประกอบ
อาชีพเข้ามาต้ังบ้านเรือนเพ่ิมจ�ำนวนมากขึ้น นางฟองโคตรหัวหน้าหมู่บ้าน จึงได้ย่ืนหนังสือขอ
จดทะเบยี นจดั ตงั้ หมบู่ า้ นตามพระราชบญั ญตั โิ ดยใชช้ อื่ วา่ “บา้ นนอ้ ยหาดพรหม” เนอ่ื งจากหมบู่ า้ น
มีหาดหินสวยเหมือนพรมปไู ว้ ตอ่ มาเปล่ียนเปน็ บา้ นน้อย
๕. วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน (พระพุทธบาทภูควายเงิน) ตั้งเม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๐
โดยชาวบา้ นชว่ ยกนั กอ่ สรา้ งขน้ึ เพอื่ ดแู ลรกั ษารอบพระพทุ ธบาททพ่ี รานปา่ ลา่ เนอ้ื ไปพบบนกอ้ นหนิ
ต้ังชอ่ื วา่ พระพุทธบาทภูควายเงิน ชาวบ้านเรยี กวา่ วัดพระพุทธบาท
๖. วดั โพนชยั (บ้านเด่นิ ) ตัง้ เม่อื พ.ศ. ๒๑๐๓ ชาวบา้ นชว่ ยกนั ปราบพน้ื ท่ซี ง่ึ เป็นรปู เนนิ
คล้ายจอมปลวกท่มี ีเรือ่ งเลา่ วา่ เปน็ ขุยของพญานาค จงึ ตั้งชื่อว่าวดั โพนชัย
๗. วัดโพธ์ศิ รี (บา้ นนาเวียง) วัดโพธ์ิศรนี าเวียง ตง้ั อย่เู ลขที่ ๘๓ บา้ นนาเวียง หมู่ที่ ๑๒
อ�ำเภอด่านซ้าย จังหวดั เลย สร้างเมอ่ื พ.ศ. ๒๓๖๔ ชาวบา้ นเรียกวา่ วดั นาเวียง
ติดต่อสอบถาม : ส�ำนักงานวัฒนธรรมจงั หวัดเลย โทร. ๐ ๔๒๘๑ ๐๖๐๑
เสน้ ทาง
ท่องเทย่ี ว
แนะนำ�การท่องเที่ยวเส้นทางแสวงบุญทั่วไทย ในมติ ทิ างศาสนา 35
จงั หวดัภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื แนะน�ำ การทอ่ งเทีย่ วเส้นทางแสวงบุญทัว่ ไทย
ในมิติทางศาสนา
หนองคาย
หนองคาย เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ต้ังอยู่ในแอ่งสกลนครและ
อยใู่ นกลมุ่ จงั หวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนบน ๑ เปน็ จงั หวดั ชายแดนซง่ึ มพี น้ื ทสี่ ว่ นใหญต่ ดิ ฝง่ั
แมน่ ำ�้ โขง ตรงขา้ มกบั ประเทศลาว มพี นื้ ทแี่ คบแตย่ าว และมชี อื่ เสยี งดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว โดยเฉพาะ
การชมบง้ั ไฟพญานาคในวนั ออกพรรษา
จงั หวดั หนองคายเปน็ จงั หวดั ชายแดนทมี่ เี อกลกั ษณพ์ เิ ศษโดยมพี น้ื ทที่ อดขนานยาวไปตาม
ล�ำน้�ำโขง ความกว้างของพ้ืนท่ีทอดขนานไปตามล�ำน�ำ้ โขงโดยเฉลย่ี ประมาณ ๒๐ - ๒๕ กโิ ลเมตร
ชว่ งทก่ี วา้ งทสี่ ดุ อยทู่ อี่ �ำเภอเฝา้ ไร่ และชว่ งทแี่ คบทส่ี ดุ อยทู่ อ่ี �ำเภอทา่ บอ่ จงั หวดั หนองคายมอี �ำเภอ
ที่อยตู่ ดิ กบั ล�ำน้ำ� โขง ๖ อ�ำเภอ คอื อ�ำเภอสงั คม อ�ำเภอทา่ บ่อ อ�ำเภอศรเี ชียงใหม่ อ�ำเภอเมอื ง
อ�ำเภอโพนพสิ ัย และอ�ำเภอรตั นวาปี และมีอาณาเขตตดิ ตอ่ กับ ประเทศลาว คอื แขวงเวียงจนั ทน์
นครหลวงเวียงจันทน์ และแขวงบอลิค�ำไซ มีเส้นทางท่องเท่ียวในมิติทางศาสนาที่น่าสนใจ
ประกอบด้วย
๑. วัดโพธ์ิชัย เดิมเป็นวัดร้างเรียกว่า “วัดผีผิว” ได้มีการบูรณะและเปล่ียนชื่อใหม่เป็น
“วัดโพธ์ชิ ยั ” และไดอ้ ัญเชิญพระเสริมจากวัดหอกอ่ งมาประดิษฐานท่พี ระอุโบสถ วัดโพธชิ์ ัยไดร้ ับ
พระราชทานวิสุงคามสมี า พ.ศ. ๒๕๒๓ ยกฐานะขึน้ เปน็ พระอารามหลวงชั้นตรี ชนดิ สามัญหลวง
๒. พระธาตุหลา้ หนอง (พระธาตุกลางน�้ำ) เดิมองค์พระธาตุหลา้ หนองได้สร้างข้นึ รมิ ฝั่ง
แม่น้�ำโขงปัจจุบันตล่ิงริมฝั่งแม่น้�ำโขงได้พังทลายลงไปเรื่อยๆ จึงท�ำให้องค์พระธาตุหล้าหนองต้ัง
อยู่บรเิ วณกลางล�ำน�ำ้ โขง ในหน้าแล้ง ฐานองคพ์ ระธาตจุ ะโพล่พน้ น้ำ� ขึ้นมา คนทวั่ ไปจึงเรียกองค์
พระธาตุหล้าหนองว่า “พระธาตุกลางน้�ำ”
36 แนะน�ำ การท่องเท่ยี วเสน้ ทางแสวงบุญทวั่ ไทย ในมิตทิ างศาสนา
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
๓. วดั มณโี คตร เปน็ วดั ทอ่ี ยรู่ มิ ฝง่ั หว้ ยหลวง บรเิ วณทล่ี �ำหว้ ยหลวงไหลลงสแู่ มน่ ำ�้ โขง เปน็ วดั
ทปี่ ระดษิ ฐานพระพทุ ธรปู ส�ำคญั ประจ�ำอ�ำเภอโพนพสิ ยั จงั หวดั หนองคาย คอื “หลวงพอ่ พระเสย่ี ง”
และศลิ าจารึก ซงึ่ เปน็ ใบเสมาหินทรายแบบแผน่ แบน จารึกดว้ ยอักษรไทยน้อยท้ังสองด้าน
๔. วัดมฤคทายวัน (วดั ดงแขม) หรอื เรียกวา่ “ดงพระ” โดยพระพิมลธรรมได้เปลี่ยนชอ่ื
ใหมเ่ ปน็ วดั มฤคทายวนั สง่ิ ส�ำคญั ภายในวดั หลวงพอ่ พระศรอี ารยิ ์ เปน็ พระพทุ ธรูปปางนาคปรก
สมัยลพบุรี แกะสลกั ด้วยหินทรายด�ำ
๕. วดั พระธาตบุ ังพวน สรา้ งขึ้นในสมัยของเจา้ จันทรบ์ ุรี ผู้ครองนครเวียงจนั ทร์ ไดม้ กี าร
บูรณะอกี ครงั้ ในสมยั พระเจา้ ไชยเชษฐาธิราช โดยโปรดให้กอ่ พระเจดีย์ใหญค่ รอบองค์เดมิ ไว้
๖. วัดพระธาตบุ ุ เปน็ สถานท่ตี ้งั ของ “พระมหาธาตุโพนจกิ เวยี งงัว” และ “พระธาตบุ ”ุ
มีลกั ษณะเปน็ ฐานกลมฉาบปนู ซอ้ นกนั ๔ ช้นั ดา้ นบนเป็นศิลาแลงรปู คลา้ ยดอกบัวตูม ปลายสดุ
เป็นลูกแกว้ กลมฉาบปูน ตามต�ำนานเปน็ พระธาตปุ ดิ รูพญานาค ซง่ึ พญานาคได้ “บุ” (ภาษาอีสาน
แปลวา่ โผลพ่ ้นดน้ ดน้ั ขน้ึ มา) พนื้ ดนิ เปน็ รูขึ้นมา ซากโบราณสถานอฐิ (วิหาร) อยบู่ ริเวณดา้ นหน้า
พระธาตุโพนจกิ
๗. วดั เทพพลประดิษฐาราม เดิมชือ่ วัดสิริเทพพล ชาวบา้ นเรียก วดั ทงุ่ สร้างตัง้ แต่ครงั้
สมัยพระเจา้ อนรุ ทุ ธราชครองเมืองเวยี งจนั ทนอ์ งค์สุดท้าย
๘. วัดศรีชมพูองค์ต้ือ เม่ือสร้างเรียกว่า วัดโกศีล ปัจจุบันเรียกว่า วัดศรีชมพูองค์ต้ือ
เปน็ วดั ทป่ี ระดษิ ฐานหลวงพอ่ องคต์ อื้ หลวงพอ่ พระเจา้ องคต์ อ้ื กอ่ สรา้ งขนึ้ ในสมยั พระเจา้ ไชยเชษฐา
ธิราช กษตั รยิ เ์ วียงจนั ทร์
๙. วดั หนิ หมากเปง้ กอ่ ตงั้ เมอื่ พ.ศ. ๒๔๘๒ กอ่ สรา้ งโดยพระอาจารยห์ ลา้ ไดร้ บั พระราชทาน
วิสุงคามสีมาเม่ือ พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้พัฒนาขึ้นอย่างมากในสมัยหลวงปู่เทสก์ เป็นวัดส�ำคัญของ
พระสายวิปัสสนากรรมฐาน
แนะนำ�การท่องเทยี่ วเส้นทางแสวงบุญทว่ั ไทย ในมติ ิทางศาสนา 37
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
ตดิ ตอ่ สอบถาม : ส�ำนกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั หนองคาย โทร. ๐ ๔๒๔๑ ๓๒๔๗ - ๘
เส้นทาง
ทอ่ งเที่ยว
38 แนะน�ำ การท่องเทย่ี วเสน้ ทางแสวงบุญทั่วไทย ในมิติทางศาสนา
จงั หวัด แนะนำ�การท่องเทยี่ วเสภ้นาทคาตงะแวสนั วองอบกเญุ ฉียทงวั่ เหไทนยอื
ในมติ ทิ างศาสนา
อ�ำ นาจเจริญ
อ�ำนาจเจริญ เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีประวัติศาสตร์มาอย่าง
ยาวนานจากการค้นพบแหล่งชุมชนโบราณ โบราณสถาน และโบราณวัตถุตามท่ีกรมศิลปากร
ค้นพบและสันนิษฐานไว้ตามหลกั ฐานทางโบราณคดี (ใบเสมาอายรุ าว ๑,๐๐๐ ป)ี และไดต้ ง้ั เปน็
เมอื งมานานหลายรอ้ ยปี ได้รบั การจัดต้งั ขน้ึ เปน็ จงั หวัดเมือ่ วนั ท่ี ๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ พร้อม
กับจังหวดั หนองบัวล�ำภูและจงั หวดั สระแกว้ เดมิ เปน็ อ�ำเภอในจงั หวดั อุบลราชธานี ประกอบดว้ ย
อ�ำเภออ�ำนาจเจริญ (ปจั จุบันคอื อ�ำเภอเมอื งอ�ำนาจเจริญ) อ�ำเภอชานมุ าน อ�ำเภอปทุมราชวงศา
อ�ำเภอพนา อ�ำเภอหัวตะพาน อ�ำเภอเสนางคนิคม และก่ิงอ�ำเภอลืออ�ำนาจ (ปัจจุบันคืออ�ำเภอ
ลืออ�ำนาจ) ค�ำว่าอ�ำนาจเจริญเป็นค�ำยืมจากภาษาเขมร มีความหมายตามตัว คือ อ�ำนาจเจริญ
เมืองท่ีมีสมญานามว่า เมืองข้าวหอมโอชา ถ่ินเสมาพันปี มีเส้นทางท่องเที่ยวในมิติทางศาสนา
ท่นี า่ สนใจ ประกอบด้วย
๑. พทุ ธอทุ ยานพระมงคลมงิ่ เมอื ง เปน็ พระพทุ ธรปู คบู่ า้ นคเู่ มอื งของชาวจงั หวดั อ�ำนาจเจรญิ
ทใ่ี ชบ้ รรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาตุ โบราณวตั ถทุ างพทุ ธศาสนาทห่ี กั พงั เชน่ เศยี รพระพทุ ธรปู ใบเสมาเกา่
และสิง่ ศกั ดส์ิ ิทธติ์ า่ งๆ ไวท้ ใ่ี ตฐ้ าน
๒. วัดพระศรีเจริญ บ้านหัวตะพาน เดิมบ้านหัวตะพานเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ตั้งอยู่ในยุค
เดียวกันกบั เมืองอุบลราชธานี บา้ นหัวตะพานเดมิ มชี ่อื วา่ “บ้านหัวขวด”
๓. วัดอ�ำนาจ สร้างขึ้นพร้อมกับการตั้งชุมชนบ้านหม้อหรือบ้านค่อใหญ่ก่อนตั้งเมือง
อ�ำนาจเจรญิ เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๔๐๑ โดยมฐี านะเปน็ หมบู่ า้ น มพี ระพทุ ธรปู ปางมารวชิ ยั คอื พระเจา้ ใหญ่
ลือชัย หรือ พระฤทธิ์ลือชัย ฉากด้านหลังก่ออิฐปูนรูปพญานาคส่ือความหมายว่า มีพระยานาค
คอยคมุ้ ครองรักษาพระเจา้ ใหญ่ลอื ชัย ท่ปี ระดษิ ฐานในพระอโุ บสถ
แนะนำ�การท่องเทยี่ วเส้นทางแสวงบุญทวั่ ไทย ในมิติทางศาสนา 39
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
๔. วัดพระเหลาเทพนิมิต เดิมช่ือวัดศรีโพธิ์ชยารามคามวดี พระอุโบสถของวัดมีรูปทรง
สถาปตั ยกรรมแบบลา้ นนา มพี ระประธาน คอื “พระเหลาเทพนมิ ติ ร” เปน็ พระพทุ ธรปู คบู่ า้ นคเู่ มอื ง
ทีม่ ีศิลปะล้านช้างสกลุ ช่างเวียงจันทร์
๕. วดั สทุ ธกิ าวาส เดมิ ชอื่ วา่ วดั พระธาตพุ นมจ�ำลอง เปน็ วดั เกา่ แกข่ องจงั หวดั อ�ำนาจเจรญิ
ภายในมีพระธาตุนาป่าแซง พระธาตศุ ักดส์ิ ทิ ธิ์สถานทีป่ ระดิษฐานพระบรมสารรี ิกธาตุ ๑๑๓ องค์
ได้บรรจุไว้ ๒ แหง่ ได้แก่ บรเิ วณยอดพระธาตุ และกลางพระธาตุ
๖. วดั เขาครี ีวงกต เป็นวัดท่ตี ง้ั อยเู่ ทือกเขาภมู ะโรง มีหินภเู ขาสลบั ซับซอ้ น มที างเดนิ วก
ไปเวยี นมารอบภเู ขาเพราะรอ่ งรอยนำ�้ เซาะ ถา้ เปน็ ฤดฝู นจะมนี ำ�้ ไหลตลอดเวลา ลอดถำ�้ ไปทะลภุ เู ขา
อกี ฝากหนงึ่ เมอ่ื หมดฤดฝู นนำ�้ กจ็ ะแหง้ กลายเปน็ ทางเดนิ ใหน้ กั ทอ่ งเทยี่ วไดเ้ ขา้ ไปสมั ผสั ธรรมชาติ
ท่ามกลางปา่ ไม้นานาพันธ์ุ
๗. วดั ภพู นมดี พระอาจารยป์ ญั ญา จากวดั สปุ ฏั วนารามวรวหิ าร จงั หวดั อบุ ลราชธานไี ดม้ า
ปฏิบัติธรรมร่วมกบั พระอาจารย์เพยี ว พระอาจารย์โจ ระหว่างวปิ สั สนากรรมฐาน พระอาจารย์ปัญญา
นิมติ อศั จรรย์ขน้ึ จงึ รว่ มกับชาวบา้ น ก่อสรา้ งเจดีย์ท�ำจากจงึ ไดส้ รา้ งเจดีย์เพอ่ื ความเปน็ สิรมิ งคล
ตดิ ต่อสอบถาม : ส�ำนักงานวัฒนธรรมจงั หวัดอ�ำนาจเจรญิ โทร. ๐ ๔๕๕๒ ๓๑๒๓ - ๔
40 แนะน�ำ การทอ่ งเทีย่ วเส้นทางแสวงบญุ ทั่วไทย ในมิตทิ างศาสนา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เสน้ ทาง
ทอ่ งเท่ียว
แนะน�ำ การท่องเท่ยี วเสน้ ทางแสวงบุญทั่วไทย ในมิตทิ างศาสนา 41
จงั หวดัภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื แนะนำ�การท่องเท่ียวเส้นทางแสวงบุญทัว่ ไทย
ในมิติทางศาสนา
อุบลราชธานี
อบุ ลราชธานี เปน็ จงั หวดั ขนาดใหญใ่ นภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนลา่ ง ซง่ึ ตง้ั อยทู่ างตะวนั ออก
สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศไทย มีประชากรถึง ๑,๘๖๙,๖๓๓ ล้านคน
ทงั้ ยงั เปน็ ต�ำบลทต่ี ง้ั ของเสน้ เวลาหลกั ของประเทศ ทเี่ สน้ แวง ๑๐๕ องศาตะวนั ออก โดยเปน็ จงั หวดั
แรกทไี่ ดเ้ ห็นดวงอาทติ ยก์ อ่ นพนื้ ที่อื่นๆ ของประเทศไทย สามารถชมปรากฏการณ์ตะวันออ้ มโขง
ในช่วงฤดูหนาวช่วงก่อนส้ินปีและปีใหม่ และยังมีภาษาถิ่นวัฒนธรรมและประเพณีท่ีโดดเด่น คือ
ประเพณีแห่เทียนพรรษาทุ่งศรีเมืองอุบลราชธานีและสถานท่ีท่องเท่ียวทางธรรมชาติอีกมากมาย
ไมว่ า่ จะเปน็ ผาแตม้ ผาชนะได สามพนั โบก เสาเฉลยี ง นำ�้ ตกแสงจนั ทร์ และ ความงามตามธรรมชาติ
ของแมน่ �ำ้ โขง มเี สน้ ทางทอ่ งเทีย่ วในมิตทิ างศาสนาท่นี า่ สนใจ ประกอบดว้ ย
๑. วดั ศรอี บุ ลรตั นาราม สรา้ งเมอ่ื พ.ศ. ๒๓๙๘ เดมิ เปน็ สวนของทา่ นอปุ ฮาดโท (ตน้ ตระกลู
ณ อบุ ล) โดยระหวา่ งการถวายท่ีดนิ ต่อหนา้ พระเถระ ในยามราตรีของวันนน้ั เกิดนมิ ิตประหลาด
คือมีแสงสว่างพวยพุ่งขึ้นเป็นสีเหลืองทองภายในบริเวณสวนนั้น จึงได้ถือนิมิตมงคลนี้ต้ังช่ือวัดว่า
“วดั ศรีทอง” ต่อมาไดเ้ ปลยี่ นชื่อจากวดั ศรีทองเป็น “วัดศรีอุบลรตั นาราม”
๒. วดั สุปัฏนารามวรวหิ าร เป็นวดั ธรรมยุติกนิกายแหง่ แรกของภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
และจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับพระราชทานนามวัดจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รชั กาลท่ี ๔ สมยั สมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี ๗ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทาน
นามวัดให้ใหม่สมกบั เปน็ พระอารามหลวงชน้ั ตรี ชนดิ วรวหิ าร วา่ “วดั สุปฏั นารามวรวิหาร
42 แนะนำ�การทอ่ งเทย่ี วเส้นทางแสวงบญุ ทวั่ ไทย ในมติ ิทางศาสนา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
๓. วดั หลวง ในปี พ.ศ. ๒๓๒๔ เจ้าปทุมวรราชสรุ ิยะวงศ์ (ทา้ วค�ำผง) ไดอ้ พยพมาจากดอน
มดแดง มาที่ดงอผู่ งึ้ เพราะเหน็ วา่ ท่แี ห่งนีเ้ หมาะสมทีจ่ ะตั้งบ้านเมืองใหม่ และสร้างวัดเพ่ือเป็นศรี
สงา่ แกบ่ า้ นเมอื ง จงึ ใหพ้ ระสงฆท์ อี่ พยพมาดว้ ยลงมอื กอ่ สรา้ ง เมอ่ื สรา้ งเสรจ็ ไดต้ งั้ นามวา่ “วดั หลวง”
ซง่ึ ถอื เป็นวดั แรกของเมืองอบุ ลราชธานี ๔. วดั มหาวนาราม หรอื ท่ีเรยี กกนั ท่ัวไปวา่ “วัดปา่ ใหญ่”
เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นสถานท่ีประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ศักด์ิสิทธ์ิ
คบู่ ้านคเู่ มอื ง นามว่าพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง
๕. วัดทุ่งศรีเมือง สร้างข้ึนใน พ.ศ. ๒๓๕๖ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๒ เป็นวัดเก่าแก่เดิม
เปน็ ป่าชายทงุ่ ดงอูผ่ ึ้ง สรา้ งข้นึ โดยเจา้ คุณพระอรยิ วงศาจารย์ญาณวิมลอุบลภบิ าล สงั ฆปาโมกข์
(สุย้ หลกั ค�ำ) ซ่งึ ด�ำรงต�ำแหน่งเจา้ คณะเมอื งอุบลราชธานใี นสมยั นัน้
๖. วดั มณวี นาราม (วดั ปา่ นอ้ ย) สร้างเม่อื ประมาณ พ.ศ. ๒๓๓๒ ท่ีชายดงอ่ผู ้งึ ผู้สรา้ ง
คือ อปุ ฮาดก�่ำ ผ้สู ร้างเมืองอบุ ลราชธานี และเป็นเจา้ เมอื งคนแรก มีพระค่บู ้านคู่เมืองทีส่ �ำคัญ คือ
พระแกว้ โกเมน เปน็ พระพทุ ธรปู ปางมารวชิ ยั และมเี จดยี ป์ ชู ะนยี าจารยต์ ง้ั อยู่ เปน็ สถาปตั ยกรรมอสี าน
๗. วัดพระธาตุหนองบัว สร้างขึ้นเม่ือ พ.ศ. ๒๔๙๘ โดยนายฟอง สิทธิธรรม รัฐมนตรี
กระทรวงเกษตรในสมยั น้นั เปน็ วดั ราษฎร์ นกิ ายธรรมยตุ สิ่งท่ีโดดเด่นคอื พระธาตเุ จดยี ม์ หาโพธ์ิ
หรือพระธาตุหนองบัว ได้จ�ำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นวัดเดียวในภาค
อสี านที่มแี บบนี้
๘. วดั ดอนธาตุ หรอื วดั เกาะแกว้ พระนอนคอนสวรรคว์ เิ วกพทุ ธกจิ ศาสนา เดมิ เปน็ เกาะ
กลางล�ำแม่นำ�้ มลู ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ หลวงป่เู สาร์ ได้สรา้ งเกาะดอนธาตแุ หง่ นขี้ นึ้ เป็นวดั ปา่ กรรมฐาน
เพราะมีความเหมาะสมที่จะเป็นสถานท่ีปฏิบัติธรรมและที่จ�ำพรรษาได้ท�ำพิธีวางศิลาฤกษ์ในปี
พ.ศ. ๒๕๔๔
๙. วดั สริ นิ ธรวรารามภพู รา้ ว หรอื วดั ภพู รา้ ว หรอื ทนี่ ยิ มเรยี กกนั วา่ วดั เรอื งแสง เปน็ วดั ท่ี
ตง้ั อยเู่ นนิ เขาสงู อโุ บสถศลิ ปะลา้ นชา้ งและศลิ ปะตน้ กลั ปพฤกษท์ ดี่ า้ นหลงั อโุ บสถทสี่ ามารถเรอื งแสง
ได้เม่อื ทอ้ งฟา้ เรมิ่ มืดลง
แนะนำ�การทอ่ งเที่ยวเส้นทางแสวงบุญทว่ั ไทย ในมติ ทิ างศาสนา 43
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
ตดิ ตอ่ สอบถาม : ส�ำนักงานวฒั นธรรมจังหวดั อุบลราชธานี โทร. ๐ ๔๕๒๔ ๔๕๓๓
เส้นทาง
ท่องเทยี่ ว
44 แนะนำ�การทอ่ งเที่ยวเสน้ ทางแสวงบญุ ทว่ั ไทย ในมติ ิทางศาสนา
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
แนะนำ�การท่องเท่ยี วเส้นทางแสวงบญุ
ในมิตทิ างศาสนา
ภาค
กลาง
แนะน�ำ การท่องเทย่ี วเส้นทางแสวงบุญท่วั ไทย ในมติ ิทางศาสนา 45
ภาคกลาง จงั หวดั แนะน�ำ การทอ่ งเทยี่ วเสน้ ทางแสวงบญุ ทว่ั ไทย
ในมติ ทิ างศาสนา
กาญจนบุรี
จงั หวดั กาญจนบรุ ี เปน็ จงั หวดั หนง่ึ ทตี่ งั้ อยใู่ นภาคตะวนั ตกของประเทศไทย มพี น้ื ทท่ี งั้ หมด
ประมาณ ๑๙,๔๗๓ ตารางกิโลเมตร มีพื้นท่ีใหญ่เป็นอันดับ ๓ ของประเทศ รองจากจังหวัด
นครราชสีมา และจังหวัดเชียงใหม่ และมีพื้นท่ีใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตก มีระยะทางห่างจาก
กรุงเทพมหานครประมาณ ๑๒๙ กิโลเมตร มีชายแดนติดต่อกบั ประเทศพม่าระยะทางประมาณ
๓๗๐ กิโลเมตร มอี าณาเขตตดิ ต่อกับจังหวดั ใกล้เคยี ง ได้แก่ ทิศเหนือ จรดจงั หวัดตากและจังหวดั
อทุ ยั ธานี ทศิ ใต้ จรดจงั หวดั ราชบรุ ี ทศิ ตะวนั ออก จรดจงั หวดั สพุ รรณบรุ แี ละนครปฐม ทศิ ตะวนั ตก
จรดประเทศพมา่ มีเส้นทางทอ่ งเทย่ี วในมติ ิทางศาสนาท่นี ่าสนใจ ประกอบดว้ ย
๑ วดั พุตะเคียน ตัง้ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ ชาวบา้ นพุตะเคยี นรว่ มกันสรา้ งวัดขึน้ ดา้ นหลังยงั
มรี างรถไฟสมยั สงครามโลกครงั้ ท่ี ๒ ปจั จบุ นั วดั พตุ ะเคยี นตงั้ อยทู่ บี่ า้ นพตุ ะเคยี น ถนนกาญจนบรุ ี -
สงั ขละบรุ ี
๒. วัดหาดง้ิว ต้ังชื่อวัดตามช่ือของหมู่บ้าน โดยมีนายบุญล้อม มงคล และนายเช่ือ
แก้วประดษิ ฐ์ เปน็ ผมู้ อบท่ีดินใหส้ ร้างวดั และนายประถม ตัง้ ชยั ภมู ิ เปน็ ผ้อู ุปถมั ภ์วัดมาตลอด
๓. วดั วงั กระแจะ เดมิ เปน็ ทพ่ี กั สงฆข์ องพระธดุ งคท์ วั่ ไป ชาวบา้ นไดร้ ว่ มกนั บ�ำรงุ พฒั นาจน
เปน็ วดั สมบรู ณจ์ นถงึ ปจั จบุ นั จนกระทง่ั ไดร้ บั อนญุ าตจดั ตง้ั วดั โดยมหี ลวงพอ่ ชบุ เปน็ เจา้ อาวาสวดั
รปู แรก เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๑๓
๔. วัดปรังกาสี เปน็ วดั เงยี บสงบ ร่มรน่ื มีเรือโบราณสมยั สงครามโลกครั้งที่ ๒ จมอยใู่ น
แมน่ �้ำแควนอ้ ย สภาพเปน็ ไมต้ ะเคียนอย่ใู นสภาพสมบูรณ์ คาดวา่ เปน็ เรอื ของทหารญีป่ ุน่
46 แนะนำ�การทอ่ งเทีย่ วเส้นทางแสวงบุญทั่วไทย ในมิติทางศาสนา