The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ร่างกายของเรา ป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by natecha.pm1001, 2021-08-06 10:13:49

ร่างกายของเรา ป.6

ร่างกายของเรา ป.6

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2

รา่ งกายของเรา

จดั ทาโดย นางสาวเนตรชนก เพ็งมาก

เราเรียนอะไรกนั บา้ ง?

• สารอาหารและการเจริญเตบิ โต
• ระบบยอ่ ยอาหารของรา่ งกาย

ทบทวนความรเู้ ดมิ

การเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกาย

https://quizizz.com/join/quiz/5ed76dce35149
e001bf238a0/start?referrer=5d77050d1ba9d1
001b291df5

วิทยาศาสตร์ ป.6

จงึ ควรเลือกรบั ประทำนอำหำรใหไ้ ดร้ ับสำรอำหำร

ทำไมนกั เรียน ครบถว้ นในปริมำณทเ่ี หมำะสมกับเพศและวัย

? ของตนเอง

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

กำรเจรญิ เติบโตของร่ำงกำยมนษุ ย์

วัยทำรก วยั กอ่ นเรยี น วัยเรียน วัยรนุ่ วยั หน่มุ สำว วยั กลำงคน วัยสงู อำยุ

0 − 1 ปี 1 − 6 ปี 7 − 12 ปี 13 − 19 ปี 20 − 39 ปี 40 − 59 ปี 60 ปขี ึน้ ไป

วัยเดก็ วยั รุน่ วยั ผใู้ หญ่

วิทยาศาสตร์ ป.6 วัยเด็ก

วยั ทำรก ฟันน้ำนมเร่มิ ขึ้นเมอ่ื อำยปุ ระมำณ 5 – 6 เดอื น
ผวิ หนงั ออ่ นนุม่ สว่ นใหญม่ สี ีชมพู
ชว่ งอำยุ มกี ลำ้ มเน้อื นอ้ ย แขนและขำงออยเู่ กือบตลอด

ปี0 − 1

วิทยาศาสตร์ ป.6 วยั เด็ก

วยั กอ่ นเรยี น รูปร่ำงค่อยๆ ยดื ตวั ออก ใบหนำ้ และศรี ษะจะ
เล็กลง เม่ือเทยี บกบั ขนำดตัว
ช่วงอำยุ ควำมสูงเฉลี่ยเพ่มิ ขน้ึ ประมำณปีละ
7.5 เซนตเิ มตร
ปี1 − 6 แขน ขำ ลำตัว และคอเรียวยำวขน้ึ อกและ
ไหลก่ ว้ำงข้นึ มอื กับเทำ้ ใหญ่และแข็งแรงขึน้

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 วัยเดก็

วัยเรยี น ฟนั น้ำนมเรมิ่ หลดุ มีฟันแทง้ อกขน้ึ มำแทนท่ี
สว่ นสูงเพิ่มขึ้นประมำณ 4 - 5 เซนติเมตรต่อปี
ชว่ งอำยุ น้ำหนักตวั เพิ่มขึ้นประมำณ 2 – 3 กโิ ลกรมั

ปี7 − 12

วิทยาศาสตร์ ป.6 วยั รุ่น

วยั รุ่น เพศชำยเริม่ มีหนวดเครำ เสียงห้ำว
ชว่ งแรกเพศหญงิ จะมนี ้ำหนักและสว่ นสงู
ชว่ งอำยุ มำกกวำ่ เพศชำย
เพศหญิงเริ่มมปี ระจำเดือน
ปี13 − 19
แขน ขำ เรมิ่ ยำวข้ึน

วิทยาศาสตร์ ป.6 วยั ผ้ใู หญ่

วยั หนมุ่ สำว เพศชำยไหล่กวำ้ ง ขนำดของต้นแขนเพิ่มข้นึ
เพศชำยและเพศหญิง มีพัฒนำกำรของ
ชว่ งอำยุ ร่ำงกำยอยำ่ งเตม็ ที่
เพศหญงิ เต้ำนมและสะโพกเจรญิ เตม็ ที่
ปี20 − 39

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 วยั ผู้ใหญ่

วยั กลำงคน ผวิ เร่ิมไมเ่ ตง่ ตึง เคล่อื นไหวเรม่ิ ชำ้ ลง นำ้ หนกั
ตัวเพิม่ ข้ึน
ช่วงอำยุ สำยตำเริ่มยำว

ปี40 − 59 หูเรม่ิ ตงึ

เส้นผมเรม่ิ หงอก

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 วยั ผู้ใหญ่

วยั สูงอำยุ ผวิ หนังแตกแห้งและเหี่ยวยน่ ผมเรม่ิ
เปลยี่ นเป็นสีขำวและหลดุ ร่วง
ช่วงอำยุ สมองเริ่มเสอื่ ม

60 ปขี ึน้ ไป กล้ำมเน้ือลีบ กระดกู เปรำะ

วิทยาศาสตร์ ป.6

กจิ กรรมลองทาดู

คาช้ีแจงให้นักเรยี นดแู ผนภาพแลว้ ตอบคาถามตอ่ ไปนี้

1.จากแผนภาพรา่ งกายของเรามีการเจรญิ เตบิ โตอย่างไรบ้าง
ความยาวแขน ความยาวขา และส่วนสูงเพ่ิมขน้ึ
2.นักเรยี นคดิ วา่ สิ่งใดบา้ งทาใหร้ า่ งกายเราเจรญิ เติบโต
อาหารท่รี บั ประทาน การออกกาลงั กาย และการพักผอ่ นทีเ่ พียงพอ

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

วิธกี ำรตดิ ตำมกำรเจรญิ เติบโตของตนเอง

ชงั่ นำ้ หนักและวัดส่วนสงู ของตนเองสมำ่ เสมอ

อยำ่ งนอ้ ยปลี ะ 2 ครงั้

สำรวจและจดบนั ทกึ กำรเปล่ียนแปลงทำงรำ่ งกำยตนเอง

และนำมำเปรยี บเทียบกับเกณฑม์ ำตรฐำน

สงั เกตหรอื สอบถำมเพื่อนในวยั เดียวกัน

เพือ่ เปรยี บเทียบกำรเจรญิ เตบิ โตของตนเองกับเพ่ือน

ควรเข้ำรบั กำรตรวจสุขภำพประจำปี

วิทยาศาสตร์ ป.6

แบบฝกึ พัฒนาการเรยี นรู้

คาชี้แจง ให้นกั เรยี นดูแผนภาพแล้วตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

1.ภาพท่ี 2 มกี ารเจรญิ เตบิ โตแตกต่างจากภาพที่ 1 อยา่ งไร
• นา้ หนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้น
• แขน ขา ลาตัวและคอเรยี วยาวขึ้น
• อกและไหลก่ วา้ งขน้ึ
• มือและเท้าจะมขี นาดใหญแ่ ละแข็งแรงขึ้น

วิทยาศาสตร์ ป.6

แบบฝกึ พัฒนาการเรยี นรู้

คาช้ีแจง ให้นกั เรยี นดแู ผนภาพแลว้ ตอบคาถามต่อไปน้ี

2.นักเรยี นเจรญิ เติบโตใกล้เคยี งกบั ภาพหมายเลขใด

หมายเลข 3 เพราะ มนี า้ หนักตวั และส่วนสงู เพ่ิมมากขึน้ มีฟนั แทง้ อกขนึ้ มา
แทนฟันนา้ นม แขนขาเรมิ่ ยาวขน้ึ เพศหญงิ เรมิ่ มปี ระจาเดือน เพศชายเรม่ิ
มีหนวดเครา

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

แบบฝึกพัฒนาการเรยี นรู้

คาชี้แจง ให้นักเรยี นดูแผนภาพแล้วตอบคาถามต่อไปนี้

3.ภาพหมายเลข 4 มลี กั ษณะการเจรญิ เตบิ โตใดที่เราสามารถสังเกตเหน็ ไดช้ ัด
ผมเรมิ่ หงอก ผิวหนังแหง้ แตกลายและผิวหนงั เรม่ิ เห่ียวยน่

วิทยาศาสตร์ ป.6

แบบฝกึ พัฒนาการเรยี นรู้

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นดูแผนภาพแล้วตอบคาถามตอ่ ไปนี้

4.นกั เรยี นมีวิธตี ิดตามการเจรญิ เติบโตของตนเองอย่างไรบา้ ง

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 สารอาหารท่จี าเปน็ ตอ่ การเจรญิ เติบโต
ของรา่ งกาย

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

สำรอำหำรทจ่ี ำเป็นต่อกำรเจรญิ เตบิ โตของรำ่ งกำย

อำหำร หมำยถงึ ส่งิ ทเี่ รำ

รบั ประทำนเขำ้ ไปในร่ำงกำยได้

แกงจดื เตำ้ หหู้ มูสบั ยำวนุ้ เสน้ ปลำทอด อย่ำงปลอดภัยและมปี ระโยชน์ต่อ

ร่ำงกำย

ตม้ ยำกุ้ง ผัดผักรวมมิตร ตม้ ขำ่ ไก่

น้ำพริก-ปลำทู ขำ้ วผัด แกงเขียวหวำนไก่

วิทยาศาสตร์ ป.6 1หม่ทู ่ี

อำหำรหลกั เนื้อสตั ว์ นม ไข่
ถ่ัวชนดิ ต่ำงๆ
2หมทู่ ่ี
3หมทู่ ่ี
ขำ้ ว แปง้ เผอื ก มนั นำ้ ตำล
และอำหำรแปรรปู จำกแป้ง พืชผกั ชนดิ ตำ่ งๆ

5หมทู่ ่ี 4หมทู่ ่ี

ไขมันและน้ำมนั จำกพืชหรือสตั ว์ ผลไม้ชนดิ ตำ่ ง ๆ

หมู่

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

กิจกรรมลองทาดู

คาช้ีแจง ให้นักเรยี นนาชื่อสารอาหารทก่ี าหนดใหเ้ ตมิ ลงใตภ้ าพ
อาหารให้ถูกตอ้ ง

โปรตนี คำร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตำมินและเกลอื แร่ น้ำ

โปรตนี คำร์โบไฮเดรต วติ ำมินและเกลอื แร่

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

กจิ กรรมลองทาดู

คาช้ีแจง ให้นักเรยี นนาชื่อสารอาหารท่ีกาหนดใหเ้ ติมลงใตภ้ าพ
อาหารให้ถูกต้อง

โปรตนี คำรโ์ บไฮเดรต ไขมนั วติ ำมินและเกลอื แร่ น้ำ

ไขมัน วิตำมินและเกลอื แร่ นำ้

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 สารอาหารมี 6 ประเภท ได้แก่

น้า เกลือแร่
วิตามิน
โปรตีน

คารโ์ บไฮเดรต เนย ไขมนั

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

สารอาหารประเภทคารโ์ บไฮเดรต ให้พลงั งาน

ประโยชน์

ใหพ้ ลังงำนแกร่ ่ำงกำยในกำรทำกจิ กรรมต่ำง ๆ
ให้ควำมอบอุน่ แกร่ ่ำงกำย

ให้พลงั งานเพื่อทากิจกรรม

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 ให้พลงั งาน

สารอาหารประเภทโปรตีน

ประโยชน์

สร้ำงเซลลก์ ลำ้ มเนอ้ื และเนอื้ เยอื่ กระดกู
ซอ่ มแซมส่วนท่ีสึกหรอ
ชว่ ยเสรมิ สรำ้ งภูมติ ำ้ นทำนใหร้ ำ่ งกำย

สรา้ งภมู ิต้านทานต่อเชือ้ โรค

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 ให้พลงั งาน

สารอาหารประเภท ไขมนั

ประโยชน์

ใหค้ วำมอบอนุ่ แกร่ ่ำงกำย
เป็นตวั ทำละลำยวติ ำมนิ A D E และ K

โทษของไขมนั

หากร่างกายได้รบั ไขมนั มากเกินไป
อาจจะทาให้เกิดภาวะโรคอ้วน

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 ไม่ให้พลงั งาน

สารอาหารประเภท วิตามิน

ประโยชน์

ชว่ ยควบคมุ กำรทำงำนของร่ำงกำยใหป้ กติ
ช่วยสรำ้ งภูมติ ำ้ นทำนโรคต่ำง ๆ
ชว่ ยให้รำ่ งกำยเจริญเตบิ โตและมสี ขุ ภำพดี

ช่วยให้ร่างกายทางานได้เป็ นปกติ

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 B1 A ชว่ ยบำรุงสำยตำลล ชว่ ยบำรุง
ประเภทของวิตามิน D ลล ผวิ พรรณ
ช่วยทำใหก้ ลำ้ มเน้ือทำงำนไดด้ ลแ ล B2 วิตามิน วิตามิน หากขาดจะทาให้ผมรว่ ง ผิวหนัง
ชว่ ยป้องกนั โรคเหน็บชำ แห้งเป็ นสะเกด็
หากขาดจะทาให้เป็ นโรคเหน็บชา ท่ีละลาย ที่ละลาย
ชว่ ยใหก้ ร ดกู ลล ฟันลขง็ ลรงลล
ช่วยป้องกนั โรคปำกนกกร จอก ในน้า ในไขมนั E ทำใหเ้ ป็นโรคกร ดกู อ่อน
ลล ช่วยป้องกนั กำรอกั เสบท่ตแ ำ CK หากขาดจะทาให้รา่ งกาย
ลล ปำก เจริญเติบโตช้า
หากขาดจะทาให้ริมฝี ปากแห้ง
ลิ้นแตก ตามวั ชว่ ยควบคมุ กำรทำงำนของร บบ
สบื พนั ธุ์
ชว่ ยป้องกนั โรคเลอื ดออกตำมไรฟัน หากขาดอาจทาให้เป็ นหมนั
ลล ทำใหร้ บบขบั ถำ่ ยทำงำนได้ดแ และ
หากขาดจะทาให้เลอื ดออกตาม มีบตุ รยาก
ไรฟัน เหงือกบวม
ช่วยทำใหเ้ ลอื ดลขง็ ตวั เพ่อื หำ้ ม
เลอื ดท่แไหลออกจำกบำดลผล
หากขาดจะทาให้เลอื ดแขง็ ตวั
ช้าเมอ่ื มแี ผล

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

สารอาหารประเภท เกลือแร่ ไม่ให้พลงั งาน

ประโยชน์

ช่วยควบคมุ การทางานของรา่ งกายให้ปกติ
ช่วยชะลอความเสื่อมของรา่ งกาย
ช่วยให้รา่ งกายเจริญเติบโตและมีสขุ ภาพดี

ช่วยชะลอความเส่ือมของร่างกาย

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

เกลือแร่ ท่ีควรร้จู กั

ประโยชน์ ผลจากการขาด

Ca แคลเซียม • เสริมสร้างกระดกู และฟันให้ • ทาให้เป็นโรคกระดกู
แขง็ แรง ออ่ น กระดกู เปราะ

• ช่วยในการทางานของกลา้ มเนื้อ และหกั ง่าย ฟันผุ

และประสาท

P ฟอสฟอรสั ประโยชน์ ผลจากการขาด
• ทาหน้าท่ีรว่ มกบั แคลเซียมใน • มอี าการต่างๆ คลา้ ย

การสร้างกระดกู และฟัน กบั การขาดแคลเซียม

เหลก็ ประโยชน์ ผลจำกกำรขำด

Fe • เป็นสว่ นประกอบสาคญั ของสาร • ทาให้เป็นโรคโลหิตจาง

เฮโมโกลบินในเมด็ เลือดแดง อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

เกลือแร่ ท่ีควรร้จู กั

ไอโอดีน ประโยชน์ ผลจากการขาด

I • ควบคมุ การเผาผลาญอาหารให้ • ทาให้เป็นโรคคอพอก

เกิดพลงั งาน

Na โซเดียม ประโยชน์ ผลจากการขาด
F ฟลอู อไรด์ • ควบคมุ ความสมดลุ ของน้า
• ทาให้รา่ งกาย
ภายในและภายนอกเซลล์ ออ่ นเพลีย ความดนั
โลหิตตา่ และเป็น
ประโยชน์ ตะคริวง่าย
• เป็นสารเคลือบฟันป้องกนั ฟันผุ
ผลจากการขาด

• ทาให้ฟันผงุ ่าย

วทิ ยาศาสตร์ ป.6 ไม่ให้พลงั งาน

สารอาหารประเภท น้า

ประโยชน์

ช่วยในการขบั ถา่ ยของเสีย
เปน็ สว่ นประกอบของอวัยวะและสว่ นตำ่ ง ๆ ของร่ำงกำย
ชว่ ยลำเลียงสำรในรำ่ งกำย ควบคมุ อณุ หภูมริ ่ำงกำยใหค้ งที่

ช่วยให้การขบั ถา่ ยของเสียดีขึน้

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

แบบฝกึ พัฒนาการเรยี นรทู้ ี่ 2

คาชี้แจง ให้นกั เรยี นดภู าพแลว้ วิเคราะหว์ า่ ส่วนประกอบของอาหาร
ชนิดใดมีสารอาหารประเภทใด

ส่วนประกอบ สำรอำหำรท่ีพบ

ข้ำว คำรโ์ บไฮเดรต
หมสู บั โปรตนี
นำ้ มนั ไขมนั
ใบกระเพรำ
ไข่ดำว วิตำมินและเกลือแร่
โปรตนี

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

กิจกรรมกลมุ่ สัมพันธ์

คาช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นดูภาพแล้ววิเคราะห์วา่ ส่วนประกอบของอาหาร
ชนดิ ใดมสี ารอาหารประเภทใด

สว่ นประกอบ สำรอำหำรที่พบ

เสน้ สปำเก็ตต้ี คำรโ์ บไฮเดรต
กุ้ง โปรตนี
ถ่วั ฝักยำว ไขมัน
ใบโหระพำ
พริกไทย วิตำมนิ และเกลอื แร่
โปรตนี

วิทยาศาสตร์ ป.6

สดั ส่วนอาหารและพลงั งานท่ีรา่ งกายต้องการ

แผนภูมแิ ท่งแสดงควำมตอ้ งกำรพลงั งำนที่ควรไดร้ ับใน 1 วนั (สำหรับคนไทย)

กิโลแคลอรี (Kcal)

2500 13 45 68 9 12 13 15 16 18 9 12 13 15 16 18 19 30 31 50 51 70 71 ปี ขึน้ 19 30 31 50 51 70 71 ปี ขนึ้ อายุ
2400− (ปี )
2300−
2200−
2100−
2000−
1900−
1800−
1700−
1600−
1500−
1400−
1300−
1200−
1000−



เดก็ เลก็ วยั รนุ่ ชาย วยั รนุ่ หญิง ไป ไป

เพศชาย เพศหญิง

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

เมอื่ เราได้รบั พลงั งานน้อยหรือมากเกินไป

พลงั งานท่ีได้รบั น้อยกว่าพลงั งานที่ พลงั งานที่ได้รบั มากกว่าพลงั งานที่

ต้องการ ต้องการ

ปริมาณ ปริมาณ
พลงั งาน พลงั งาน
ท่ีร่างกาย ที่ร่างกายได้รบั
ต้องการ
ปริมาณ ปริมาณ
พลงั งาน พลงั งาน
ท่ีร่างกาย ที่ร่างกาย
ได้รบั ต้องการ

พลงั งานที่น้อยกว่าความต้องการของร่างกายจะ พลงั งานที่มากเกินความต้องการของรา่ งกายจะถกู
ทาให้ร้สู ึกอ่อนเพลยี มึนงง ไม่สดช่ืน และไม่มีแรง สะสมในรปู ของไขมนั ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอว้ น

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

ธงโภชนาการ

กลมุ่ ขา้ ว แป้ง ควรรบั ประทานปริมาณมากท่ีสดุ 8-12 ทพั พี
กลมุ่ ผกั และผลไม้ ต่อวนั ให้สารอาหารประเภทคารโ์ บไฮเดรต
กล่มุ เนื้อสตั ว์ ถวั่ ไข่ และนม ซ่ึงเป็นแหล่งพลงั งานหลกั
กลุม่ น้ามนั น้าตาล และเกลอื
มีใยอาหารและให้สารอาหารประเภทวิตามินและ
น้า เกลือแร่ ควรรบั ประทานปริมาณรองลงมา โดย
รบั ประทานผกั 4-6 ทพั พีต่อวนั รบั ประทานผลไม้
3-5 ส่วนต่อวนั
ให้สารอาหารประเภทโปรตีนและเกลือแร่ ควรรับประทาน
ปริมาณที่พอเหมาะ โดยรบั ประทานเนื้อสตั ว์ 6-12 ช้อนโต๊ะต่อวนั
ส่วนนมด่ืมได้ วนั ละ 1-2 แก้ว

ให้สารอาหารประเภทไขมนั และเกลือแร่ ควรรบั ประทานในปริมาณ
น้อยท่ีสดุ เท่าที่จาเป็น

นอกจากสารอาหารในธงโภชนาการแล้ว น้ากเ็ ป็นสารอาหารหนึ่ง
ที่ร่างกายขาดไม่ได้ โดยน้าช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
ทางานได้เป็นปกติ เราควรด่ืมน้าสะอาดอย่างน้อยวนั ละ 6-8 แก้ว

วิทยาศาสตร์ ป.6

ตวั อย่างการเปรียบเทียบสดั ส่วนอาหาร

กลมุ่ ขา้ ว-แป้ง ข้าวสกุ 1 ทพั พี บะหม่ี 1 ก้อน ขนมจีน 1 จบั ขนมปัง 1 แผ่น
ผกั คะน้าสกุ 1 ทพั พี
กลมุ่ ผกั ผกั บงุ้ จนี สกุ 1 ฟักทองสกุ 1 ทพั พี แตงกวาดิบ 2 ผล
กล่มุ ผลไม้ เงาะ 4 ผล ทพั พี องุ่น 6 − 8 ผล มะละกอสกุ 6 − 8 ชิ้น
เนื้อหมสู กุ 1 ช้อนโตะ๊
(1 ส่วน) กล้วยน้าว้า 1 ไข่ไก่ 1 ฟอง เต้าห้แู ขง็ 1 ชิ้น
นมสด 1 แก้ว ผล 2 4
กลมุ่ เนื้อสตั ว์
ปลาทู 1 ช้อนโตะ๊ นมพร่องมนั เนย 1 แก้ว
กลมุ่ นม
โยเกิรต์ 1 ถ้วย

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

จากตารางตวั อย่างการเปรียบเทียบสดั ส่วนอาหาร เราจะพบว่าการตวงนับ
ปริมาณอาหารจะใช้หน่วยแบบครวั เรอื นไทย ซึ่งมีตวั อย่าง ดงั นี้

ทพั พี ช้อนโตะ๊ หรอื ช้อนกินขา้ ว ส่วน แก้ว

ใช้ตวงปริมาณอาหารกล่มุ ของ ใช้ตวงปริมาณอาหารกลมุ่ ใช้ตวงปริมาณอาหารกล่มุ ใช้ตวงปริมาณอาหารกล่มุ นม
เนื้อสตั ว์ เช่น ผลไม้ คือ ผลไม้ 1 ส่วน เช่น
ขา้ ว แป้ง ผกั เช่น

• ปข้ารวะม1าณทพั 6พ0ี หกรรือมั 21 ถ้วยตวง • เนื้อหมสู กุ 1 ช้อนโตะ๊ ประมาณ • สาหรบั ผลไมท้ ี่เป็นผล เช่น กล้วย • นมสด 1 แก้ว ประมาณ 200
• ผกั สกุ 1 ทพั พี หรือ 1 ถ้วยตวง 15 กรมั น้าว้า 1 ผล เงาะ 4 ผล มิลลิลิตร หรือ 200 ลกู บาศก์
เซนติเมตร หรือ ซีซี (cc)
ประมาณ 40 กรมั 2 • ไข่ไก่ 1 ฟอง ประมาณ 25 กรมั • สาหรบั ผลไม้ที่หนั ่ เป็นชิ้น เช่น
• ขนมปัง 1 แผน่ ประมาณ 30 กรมั มะละกอสกุ สบั ปะรด หรือแตงโม • โยเกิรต์ 1 ถ้วย ประมาณ 150 กรมั
2 6 − 8 ชิ้น ประมาณ 70 − 120
กรมั

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

การรบั ประทานอาหารในแต่ละมือ้ ควรคานึงปริมาณและคณุ ค่าสารอาหารที่ได้รบั ให้
เหมาะสมกบั เพศ วยั และสภาพแวดลอ้ มของแต่ละบคุ คล เช่น

วยั เดก็ ต้องการโปรตีนสงู กว่าปกติ เพราะเป็นวยั ท่ีรา่ งกายกาลงั เจริญเติบโต

วยั ผใู้ หญ่ ต้องการโปรตีน คารโ์ บไฮเดรต และไขมนั สงู กว่าวยั สงู อายุ
เพราะเป็นวยั ท่ีต้องใช้พลงั งานในการทางานสงู

วยั สงู อายุ ต้องการคารโ์ บไฮเดรตและไขมนั น้อยลง แต่ต้องการโปรตีน วิตามิน
เกลือแร่ เพอื่ นาไปซ่อมแซมและชะลอความเส่ือมของร่างกาย

สตรีมีครรภ์ ต้องการสารอาหารทกุ ประเภทสงู กวา่ ทุก ๆ วยั เพราะ
อาหารบางส่วนถกู นาไปใช้เลี้ยงทารกในครรภแ์ ละนาไปผลิตน้านม

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

ตวั อยา่ งปริมาณอาหารสาหรบั คนในวยั ต่างๆ ท่ีควรรบั ประทานใน 1 วนั

ชนิ ดของอาหาร วยั ก่อนวยั เรียน วยั เรียน วยั หนุ่มสาว วยั ผใู้ หญ่
ไข่
1 ฟอง 1 ฟอง 1 ฟอง 1 − 1 ฟอง
นม
2−4 3−4 3−4 2
ขา้ วท่ีหงุ สกุ แล้ว
เนื้อสตั วแ์ ละ แก้ว แก้ว แก้ว 0−1
เครอ่ื งในสตั ว์
1 − 3 ถ้วยตวง 4 − 5 ถ้วยตวง 5 − 6 ถ้วยตวง แก้ว
ไขมนั หรือน้ามนั
2 ประมาณ 180 กรมั ประมาณ 200 กรมั 3 − 6 ถ้วยตวง
ผกั ใบเขียว (≈ 3 − 1 ถ้วยตวง) (≈ 1 ถ้วยตวง)
3 − 4 ช้อนโตะ๊ ประมาณ 150 กรมั
ผลไม้ 4 2 1 − 3 ช้อนโต๊ะ
2 ช้อนโตะ๊ 2 (≈ 3 ถ้วยตวง)
4 − 8 ช้อนโต๊ะ 2 1 − 3 ช้อนโตะ๊ 1 − 2 ถ้วยตวง 4
2
มอื้ ละ 3 ผล มอื้ ละ 1 − 1 ผล 2 1 − 4 ช้อนโตะ๊
4 1 − 1 ถ้วยตวง 2 2

2 1 − 2 ถ้วยตวง

มอื้ ละ 1 − 1 ผล มอื้ ละ 1 − 1 ผล
2 2

วทิ ยาศาสตร์ ป.6

วตั ถเุ จือปนอาหาร

คือ สารเคมีท่ีช่วยเสริมหรอื ช่วยเพ่ิมสมบตั ิบางอย่างให้กบั อาหาร เช่น

วตั ถใุ ห้ความหวานแทนน้าตาล วตั ถปุ รงุ แต่งรสอาหาร
สารควบคมุ ความเป็นกรด สารควบคมุ ความเป็นกรด

สารแต่งกล่ินสงั เคราะห์ สารให้ความข้นเหนียว
สารแต่งกล่ินเลียนแบบธรรมชาติ

สีสงั เคราะห์

วิทยาศาสตร์ ป.6 5 ดืม่ นมให้เหมาะสมตามวยั

หลกั โภชนบญั ญตั ิ 6 กินอาหารท่ีมไี ขมนั แต่พอสมควร

1 กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ ประการ 7 หลีกเล่ียงการกินอาหารท่ีหวาน
ให้หลากหลาย และหมนั่ ดแู ล จดั และเคม็ จดั
น้าหนักตวั
8 กินอาหารท่ีสะอาด ปราศจาก
2 กินขา้ วเป็นหลกั สลบั กบั อาหาร การปนเปื้ อน
ประเภทแป้งบางมอื้
9 งดหรอื ลดเคร่ืองด่มื ที่มี
3 กินพชื ผกั ให้มากและกินผลไม้ แอลกอฮอล์
เป็ นประจา

4 กินปลา เนื้อสตั วไ์ มต่ ิดมนั
ไข่ และถวั่ เมลด็ แห้งเป็นประจา

วิทยาศาสตร์ ป.6

ทาไม ? สรุป
นักเรียน
จึงควรเลือกรบั ประทานอาหารให้ได้รบั สารอาหาร
ครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสมกบั เพศและวยั ของตนเอง

เพราะอาหารช่วยให้ เพราะอาหารช่วยให้ เพราะอาหารช่วยให้
รา่ งกายเจริญเติบโต รา่ งกายแขง็ แรง และ พลงั งานแก่ร่างกาย
ในการทากิจกรรมต่าง
มีสขุ ภาพดี






ระบบยอ่ ยอาหารทาหนา้ ทอ่ี ะไร ?

ระบบยอ่ ยอาหาร มีหนา้ ทเ่ี ปลี่ยนอาหารที่บริโภคเข้าไป

ให้กลายเป็นพลังงาน เพอื่ ใหร้ ่างกายนาไปใช้
รวมทั้งขับกากอาหารหรือของเสียออกนอกรา่ งกาย

ระบบย่อยอาหารประกอบดว้ ยอวยั วะ
อะไรบา้ ง?


Click to View FlipBook Version