คมู่ ือแนวทางปฏิบตั ิ
การรบั รองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๖๔
คู่่�มืือแนวทางปฏิบิ ััติิการรัับรองรถบริิการการแพทย์ฉ์ ุุกเฉิิน พ.ศ. ๒๕๖๔
Guidelines for the Certification of Ground Ambulances A.D.2021
ISBN : 978-616-7951-60-7
ที่่ป� รึึกษา :
เรืืออากาศเอกอััจฉริิยะ แพงมา
ดร.นายแพทย์์ไพโรจน์์ บุญุ ศิิริคิ ำ�ำ ชััย
บรรณาธิิการ :
นายแพทย์์พงศ์์ธร เกีียรติิดำ�ำ รงวงศ์์
นายอรรถพล ถาน้้อย
พว.ดร.ณญาดา เผือื กขำ�ำ
พว.กิิตติิเดช ศรีีสุุวรรณ
นายสิิทธิศิ ัักดิ์์� กี่�ส่ วัสั ดิ์์�คอน
นายโชคชัยั นุ่�มกลิ่น�
ผู้้�ช่ว่ ยบรรณาธิกิ าร
พว.สุุพััตรา ลีีเลิศิ
นางสาวสััจภรณ์์ ธนศิริ ิิศาสตร์์
นายฌาณิสิ า จำำ�ปาทอง
พิิมพ์์ครั้�งที่�่ ๑ พฤศจิิกายน ๒๕๖๔
จำำ�นวน ๕,๕๐๐ เล่ม่
จััดพิิมพ์์โดย : สถาบัันการแพทย์ฉ์ ุกุ เฉินิ แห่ง่ ชาติิ (สพฉ.)
โทรศัพั ท์์ : ๐๒-๘๗๒-๑๖๖๙ โทรสาร : ๐๒-๘๗๓-๑๖๐๓
www.niems.go.th
พิมิ พ์์ที่�่ : บริษิ ััท ปัญั ญมิติ รการพิิมพ์์ จำ�ำ กััด
โทรศััพท์์ / โทรสาร : ๐๒-๘๗๓-๒๐๙๘
คำนำ
ตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๑(๑) กำหนดให้คณะกรรมการ
การแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับระบบบริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน และมาตรา ๑๕(๒) และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑
กำหนดให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ มอี ำนาจหนา้ ที่ จดั ทำมาตรฐานและหลักเกณฑ์เก่ียวกับระบบการ
แพทย์ฉุกเฉินเสนอต่อคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน รวมทั้งกำหนดเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติการฉุกเฉินตาม
มาตรฐานและหลกั เกณฑ์ท่คี ณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินกำหนด
เพื่อให้การปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีความปลอดภัย พาหนะสำหรับลำเลียงขน
ย้ายผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญ รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน
การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติแล้วนั้น ประชาชน ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเรียกใช้บริการได้อย่างมั่นใจว่าได้
มาตรฐาน หนังสือคูม่ ือแนวทางปฏิบัตกิ ารรบั รองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ ฉบบั นี้ไดจ้ ดั ทำขึ้น
เพื่อเป็นประโยชน์ของชุดปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ทุกระดับ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการขอรับรอง
มาตรฐานรถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉนิ
คู่มือแนวทางปฏิบัติการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ จะเป็นแนวทางให้
นายทะเบียนระดับหน่วย ระดับจังหวัด ระดับเขต และระดับชาติ ถือใช้ปฏิบัติในการขอรับรองมาตรฐานรถ
บรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉิน ต่อไป
กลมุ่ งานรับรองและกำกบั มาตรฐานหนว่ ยปฏบิ ัตกิ าร
สำนกั รบั รองและกำกบั มาตรฐานหน่วยปฏิบัติการ
คำนยิ ม
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ประสานงาน กำกับดูแล มาตรฐาน
ด้านการปฏิบัติการการแพทยฉ์ ุกเฉนิ ของประเทศไทย ทงั้ ทางบก ทางอากาศ และทางนำ้ เพอื่ ให้การปฏิบัติการ
ในระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีความปลอดภัย พาหนะสำหรับลำเลียงขนย้ายผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญ
รถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉินที่ผา่ นการรบั รองมาตรฐานจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแหง่ ชาติแลว้ นั้น ประชาชน
ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเรียกใช้บริการได้อย่างมั่นใจว่าได้มาตรฐาน ซึ่งคณะทำงานได้ดำเนินการจัดทำ
คู่มือแนวทางปฏิบัติการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ปฏิบัติการทุก
ระดบั ได้ใช้ปฏิบัตใิ นการขอรบั รองมาตรฐานรถบริการการแพทยฉ์ กุ เฉนิ
ขอขอบคุณกลุ่มงานรับรองและกำกับมาตรฐานหน่วยปฏิบัติการ สำนักรับรองและกำกับ
มาตรฐาน และคณะทำงานทุกส่วนจากทุกหน่วยงาน ที่ได้ดำเนินการจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติการรับรองรถ
บริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ เพื่อใช้ประกอบการตรวจรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
ทั้งประเภทลำเลยี งผู้ปว่ ยและประเภทไมล่ ำเลยี งผู้ป่วย และเปน็ ประโยชนก์ ับหนว่ ยปฏิบัติการฉุกเฉนิ การแพทย์
ทุกระดบั ให้เปน็ ไปตามมาตรฐานตอ่ ไป
เรืออากาศเอก
(อจั ฉรยิ ะ แพงมา)
เลขาธกิ ารสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแหง่ ชาติ
สารบัญ
คำนำ
คำนยิ ม
สารบัญ
บทนำ
บทท่ี ๑ เกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการรับรองมาตรฐาน................................................................................5
เงอ่ื นไขการตรวจประเมินรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉิน ..........................................................................5
การยกเลกิ การรบั รองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน.................................................................6
เกณฑ์การรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินประเภทลำเลยี งผูป้ ว่ ย .....................................................7
เกณฑ์การรบั รองรถบรกิ ารการแพทย์ประเภทไม่ลำเลียงผู้ป่วย......................................................... 15
วิธกี ารและข้ันตอน ........................................................................................................................... 20
บทท่ี ๒ เอกสารแบบฟอรม์ การขอและการประเมนิ สำหรบั รับรอง ............................................................... 36
บทท่ี ๓ การรบั รองรถใชใ้ นสถานการณร์ ับสง่ ผปู้ ว่ ยกรณโี รคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา่ 2019 ................................ 67
พาหนะที่จะขอขนึ้ ทะเบยี น............................................................................................................... 68
เกณฑ์การตรวจประเมินรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉิน (ชัว่ คราว) ......................................................... 69
ขั้นตอนการขอรบั รองรถบรกิ ารการแพทย(์ ช่วั คราว)......................................................................... 70
บทที่ ๔ ตัวอย่างเอกสาร .............................................................................................................................. 74
ข้อกำหนดการแสดงเคร่ืองหมายและตราสัญลักษณ์ ......................................................................... 83
คำแนะนำและแนวทางปฏบิ ตั ขิ องรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉนิ .......................................................... 85
ภาคผนวก .................................................................................................................................................... 87
บทน�ำ
บทนำ
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) เป็นสถาบันทีจ่ ดั ต้ังขึน้ ตามพระราชบญั ญัติการแพทย์
ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อเป็นองค์กรรับผิดชอบการบริหารจัดการ การประสานระหว่างหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้ง
ภาครัฐ และเอกชน รวมถึงการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการ
การจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ทั้งนี้เหตุผลดังกล่าวได้ปรากฏในส่วนของหมายเหตุ เหตุผลประกอบในการ
ประกาศใช้พระราชบัญญัติ
ตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๑(๑) กำหนดให้คณะกรรมการ
การแพทย์ฉกุ เฉนิ (กพฉ.) มอี ำนาจหน้าท่ีในการกำหนดมาตรฐานและหลกั เกณฑ์ เกี่ยวกับระบบบริการการแพทย์
ฉุกเฉิน และมาตรา ๑๕(๒) และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแหง่ ชาติ มีอำนาจหนา้ ท่ี จดั ทำมาตรฐานและหลกั เกณฑเ์ ก่ียวกบั ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
เสนอต่อคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน รวมทั้งกำหนดเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติการฉุกเฉินตามมาตรฐานและ
หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินกำหนด ซึ่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้มีกำหนดให้มีการ
ตรวจมาตรฐานรถปฏบิ ตั ิการการแพทยฉ์ ุกเฉิน ตามคู่มือแนวทางปฏิบตั ิ “การรับรองรถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉิน
พ.ศ.๒๕๕๖ เพื่อให้การลำเลียงผู้ป่วยหรือขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉินจากจดุ เกิดเหตุ หรือจากสถานที่ให้การบำบัดรักษา
พยาบาลเบอ้ื งต้นนอกสถานพยาบาลมายงั สถานพยาบาลอย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยระหวา่ งการลำเลียงหรือ
ขนส่งนั้น ผู้ป่วยฉุกเฉินจะได้รับการดูแล บำบัดรักษา ตามขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติการ จนเต็มขีด
ความสามารถอันจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการเจ็บป่วยฉุกเฉิน เป็นไป
ตามมาตรฐานที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำหนด โดยยานพาหนะเพื่อการลำเลียงหรือขนส่งของชุด
ปฏิบัติการทางบกให้ใช้ “รถปฏิบัติการฉุกเฉิน” ( Emergency Medical Service Ambulance : EMS
Ambulance) โดยเป็นรถที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการลำเลียงหรือขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ยานพาหนะดังกล่าวให้
แสดงสัญลักษณ์บ่งบอกการเป็นรถปฏิบัติการฉุกเฉินตามที่กำหนดไว้ในส่วนของมาตรฐานการแสดงสัญลักษณ์
และเครอ่ื งหมาย โดยหนว่ ยปฏิบตั กิ ารมีหน้าทใ่ี นการตรวจ ดแู ล บำรงุ รักษาให้อยู่ในสภาพพรอ้ มใช้งานเสมอ
เพื่อให้การตรวจมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ตาม
ประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง เกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการรับรองมาตรฐานรถบริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะทำงานได้ร่วมกนั จัดทำ “ค่มู ือแนวทางปฏิบตั กิ ารรับรองรถบริการการแพทย์
ฉุกเฉิน” โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ ความเป็นมา/ความสำคัญของการรับรองรถบริการ
การแพทย์ฉุกเฉินรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นพาหนะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการออกปฏิบัติการรับ-ส่งผู้ป่วย
ฉุกเฉิน ฉะนั้นจึงต้องมีการตรวจรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ส่วนที่ ๒ เกณฑ์วิธีและแนวทางปฏิบัติการ
รับรองรถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉิน การรับรองและการอนุญาตพาหนะปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ ทางบก ขน้ั ตอนการตรวจ
รับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและขออนุญาตสัญญาณไฟวับวาบและเสียงสัญญาณ
การลงทะเบยี นข้อมลู ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ คุณลักษณะยานพาหนะและเกณฑก์ ารตรวจประเมิน หน่วยตรวจรับรอง
และอนุญาต และเงื่อนไขการตรวจรับรองและอนุญาต ส่วนที่ ๓ เอกสารสำหรับการรับรองรถบริการการแพทย์
ฉุกเฉิน ได้แก่ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ประกาศและข้อกำหนด
22
สำสนำักนงักางนาตนำตรำวรจวแจหแ่งหช่งาชตาิ รตะิ เรบะียเบียกบรมกกรามรกขานรสข่งนทสา่งงทบากงแบลกะแกลฎะกกรฎะกทระวทง รปวรงะปการศะสกถาาศบสันถกาบารันแกพาทรแย์ฉพุกทเยฉ์ฉินุกเฉิน
แหแง่ หชง่ าชตาิ ตเริ ื่อเรงอ่ื เงกณเกฑณ์ วฑิธ์ กีวิธารกี าแรละแแลนะวแทนาวงทกาางรกราับรรรอบั งรมอางตมราฐตานรฐราถนบรถกิ บารกิ ารแกพารทแยพ์ฉทุกเยฉฉ์ ินุกเพฉ.นิศ.พ๒.๕ศ.๖๒๔๕๖๔
3
3
บทที่ ๑
เกณฑ์ วธิ ีการ และแนวทางการรบั รองมาตรฐานรถบริการการแพทยฉ์ กุ เฉนิ
บทที่ ๑
เกณฑ์ วธิ ีการ และแนวทางการรบั รองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ
เพื่อให้การจัดให้มีการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ และ
เป็นไปตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง เกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการรับรองมาตรฐานรถ
บริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ และเพื่อให้การช่วยเหลือ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตหรือฉุกเฉินเร่งด่วน ตามขีด
ความสามารถของหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน หรือสถานพยาบาล ในการดูแลผู้ป่วยและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มี
ศักยภาพเหมาะสม เป็นไปด้วยความ รวดเร็ว ทันเวลา สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติจึงได้ กำหนดเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ
ดงั นี้
เงอื่ นไขการตรวจประเมินรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉนิ
รถที่จะขอรับการรับรองมาตรฐานเป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ต้องมีลักษณะหรือได้รับการจด
ทะเบียน ดังนี้
๑. เป็นรถที่สงั กัดในหนว่ ยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรือองค์กรอืน่ ที่ขึ้นทะเบียน
ปฏบิ ัติงานในระบบบรกิ ารแพทย์ฉกุ เฉนิ หรอื ผ่านการรบั รองตามเกณฑ์ท่ี สพฉ.กำหนด
๒. จดทะเบียนในนามหน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคล หรือผู้ปฏิบัติการที่มีบันทึกข้อตกลงหรือ
สญั ญารว่ มปฏบิ ตั กิ ารกับหนว่ ยงานของรัฐ หรอื นติ ิบคุ คล
๓. จดทะเบยี น ต่อทะเบยี น ชำระภาษรี ถยนต์ และภาษสี รรพสามติ ถูกต้องครบถ้วน
๔. ในกรณีเป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินประเภทลำเลียงผู้ป่วยต้องจดทะเบียนเป็นรถพยาบาล
ตามกฎหมายว่าดว้ ยพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒
๕. การขอรับรองเป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินครั้งแรก รถต้องมีอายุไม่เกิน ๗ ปี นับจากวันที่จด
ทะเบยี น
๖. จดั ให้มปี ระกนั ภัยรถยนต์ภาคสมัครใจโดยมีความคุ้มครองตามกรมธรรมรถยนต์
หากหน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ในพื้นที่พิเศษ พื้นที่ห่างไกล พื้นท่ี
ขาดแคลน พื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ต้องการจัดให้มีรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินแต่ไม่เป็นไปตาม เกณฑ์ วิธีการ และ
แนวทางการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ให้ดำเนินการพิจารณาผ่านคณะกรรมการที่กำกับดูแลด้าน
การแพทยฉ์ ุกเฉนิ ระดับจังหวัด และสง่ เร่อื งให้ สพฉ. พจิ ารณาเปน็ กรณีไป
วิธีการขอรับการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน สพฉ.อาจมอบหมายให้บุคคลหรือ
หน่วยงานอ่ืนตรวจสภาพหรือเอกสารหลักฐานเบ้ืองต้น หรือให้เปน็ ไปตามขั้นตอนการรับรองมาตรฐานรถบริการ
การแพทยฉ์ ุกเฉินที่ สพฉ. กำหนด ซึ่งอาจกำหนดใหย้ น่ื และแสดงรายละเอียดในระบบสารสนเทศ
ให้ถือว่ารถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน จาก
สพฉ. ให้ไว้แล้วก่อนประกาศนี้มีผลใช้บังคับ เป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตาม
ประกาศนี้ไปจนถึงวันหมดอายุเดมิ กรณีที่มีการเปลี่ยนผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือเปลี่ยนผู้ครอบครองรถบริการการแพทย์
ฉุกเฉิน ให้เป็นหน้าที่ของผู้ขอรับรองที่ต้องแจ้งการเปลี่ยนผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือเปลี่ยนผู้ครอบครอง กรณีที่ผู้ถือ
5
กรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองรายใหม่ไม่ผ่านการประเมิณตามเกณฑ์ที่ สพฉ. กำหนด ให้ถือว่าการรับรองมาตรฐานรถ
บรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉินส้ินสุดลง
การยกเลิกการรับรองมาตรฐานรถบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉิน
ในกรณีที่หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือ หน่วยงาน หรือองค์กรอื่น ที่ยื่นขอความจำนงค์รับรอง
รถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ ไม่เปน็ ไปตามเงอ่ื นไขและเกณฑท์ ี่กำหนดเป็นเหตุให้ สพฉ. สามารถยกเลิกการรับรอง
มาตรฐานรถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉนิ ได้
๑. หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ท่ีไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
ตามเกณฑท์ ี่ สพฉ. กำหนด
๒. หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรอื องค์กรอืน่ ไดส้ ิน้ สภาพ หรือยุบหรือยกเลิก
หรือมกี ารควบรวมเขา้ ด้วยกัน
๓. ใช้รถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉินในการทำความผิดต่อกฎหมายอาญาอย่างรา้ ยแรง
๔. ฝ่าฝนื หรือกระทำการผดิ กฎจราจร จนเป็นเหตใุ หม้ ีผู้อน่ื ได้รับบาดเจบ็ สาหัส
๕. หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
ตามเกณฑ์ที่ สพฉ. กำหนด ซึ่งถูกจำกัดสิทธิตามมาตรา ๒๙ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน
พ.ศ.๒๕๕๑ และไมด่ ำเนินการปรบั ปรุงแก้ไขตามที่ กพฉ. หรอื สพฉ. ส่งั การและการน้ันกระทบต่อการมาตรฐาน
การดำเนินการ หรือความปลอดภัยในการปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉิน
๖. ผู้ปฏิบัติการซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ิ หรือผู้ครอบครองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินท่ีมีบันทึก
ข้อตกลง หรือสัญญาร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคล พ้นสภาพจากการเป็นผู้ปฏิบัติการของ
หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรอื องค์กรอื่น ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานตามเกณฑ์ที่ สพฉ.
กำหนด ไมว่ ่ากรณใี ด ๆ และไม่สามารถหาสังกดั ใหม่ได้ ภายใน ๙๐ วนั นับแต่วนั ทีพ่ ้นจากสภาพดังกลา่ ว
๗. มกี ารรอ้ งเรยี นหรือตรวจพบหรือความปรากฏวา่ รถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉิน ไมม่ ีลักษณะที่เป็น
สาระสำคัญตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉนิ แหง่ ชาติเรื่อง เกณฑ์ วธิ กี าร และแนวทางการรับรองมาตรฐาน
รถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔
เมื่อความปรากฏหรือมีการร้องเรียนตาม กรณีอันเป็นเหตุที่ สพฉ. ใช้ในการยกเลิกการรับรอง
มาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือเหตุฝ่าฝืนตามมาตรา ๒๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน
พ.ศ.๒๕๕๑ ให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง และหากพบว่ามีมูลกระทำผิด ให้ สพฉ. หรือหน่วยงานที่ได้รับ
มอบหมาย จะมีหนังสือตักเตือนหรือยกเลิก และให้ใช้หนังสือตักเตือนประกอบการพิจารณาต่ออายุการรับรอง
ด้วย หากมีการตักเตือนแล้วไม่ปรับปรุงแก้ไข ให้ สพฉ.ประกาศยกเลิกการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์
ฉกุ เฉนิ
66
เกณฑ์การรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ ประเภทลำเลยี งผู้ปว่ ย
ส่วนที่ ๑
เครืองมอื และอุปกรณ์การแพทย์
๑. ระดับปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน หมายถึง รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งดำเนินกิจการ
ปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐานตามการอำนวยการ ให้แก่ผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการเสียชีวิตหรือการ
รนุ แรงขนึ้ ของการบาดเจบ็ หรอื อาการปว่ ยน้ันในหว้ งเวลาขณะทำการปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ น้นั
เครอื่ งมือและอปุ กรณ์การแพทยท์ ่จี ำเป็นตอ้ งมี
๑. เตียงเคลอื่ นยา้ ยผู้ป่วย มีล้อเขน็ มีเขม็ ขัดนิรภยั รดั ผ้ปู ว่ ย ไม่น้อยกวา่ ๓ จดุ และสามารถปรับนั่งได้
ล้อรถเข็นหมุนได้รอบ 360 องศาอย่างน้อย ๒ ล้อ มีกลไกสำหรับช่วยเข็นขึ้นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน สามารถ
รองรับน้ำหนักทั้งหมดได้ไม่น้อยกว่า 150 กิโลกรัม เป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองคุณภาพ
มาตรฐานสากล (EN ๑๗๘๙) ผา่ นการรับรองมาตรฐานการทดสอบการชนด้วยแรงไมน่ ้อยกว่า ๑๐ G ตามมาตรฐาน
(EN 1865) หรอื มาตรฐานอน่ื หรือการทดสอบอน่ื ทเ่ี ทียบเท่าพร้อมแนบเอกสาร หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ เพมิ่ เติม
มีเบาะรองนอนตลอดตามยาวของเตียง สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ มีช่องสำหรับเสียบเสาน้ำเกลือ
ทั้งด้านซ้ายและขวา พร้อมเสาน้ำเกลือจำนวน 1 ต้น สามารถปรับระดับสูงต่ำได้ และยึดติดกับโครงเตียงได้อย่าง
ม่นั คง
๒. มรี ะบบป้องกนั การกระดกของเตยี งเมื่อผู้ป่วยน่ังบรเิ วณปลายเตียง สว่ นท้ายเตยี งจะต้องมีความ
มั่นคงไมก่ ระดกลม้
๓. มีกลไกในการพับขาเตียงให้พับไปกับฐานเตียงโดยแยกบังคับให้ขาเตียงพับขึ้นทีละขา และเมื่อ
ดึงเตียงลงจากรถล้อคู่หลังและคู่หน้าจะกางออกเองโดยอัตโนมัติ (Automatic Loading Stretcher) มีราว
ปอ้ งกันผปู้ ว่ ยตกเตียงท้งั สองขา้ ง สามารถพับเกบ็ ไปดา้ นล่างได้
๔. มีกลไกในการยึดตรึงผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเลื่อนหลุดไปด้านหน้าหรือด้านหลังระหว่างการ
เคล่อื นย้าย โดยอาจเป็นเขม็ ขดั นิรภัยรดั ผ้ปู ว่ ยไม่นอ้ ยกว่า ๓ จดุ หรือกลไกอื่นเพม่ิ เตมิ
๕. ฐานเตียง มีกลไกในการยึดตรึงระหว่างฐานเตียงและเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้
เตียงหลดุ ออกจากฐานเตียงขณะเคลื่อนย้าย ผ่านการรบั รองมาตรฐานการทดสอบการชนด้วยแรงไม่น้อยกว่า ๑๐ G
ตามมาตรฐาน (EN ๑๘๖๕) หรอื ตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพม่ิ เติม
๖. ฐานเตียงสำหรับติดตั้งบนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน มีความมั่นคงปลอดภัย โดยฐานเตียง
ได้รับการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙) หรือ (EN 1865) หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ
เพมิ่ เตมิ
๗. มี Long Spinal Board พร้อมสายรัดตรึง ที่ยึดตรึงศีรษะ (Head Immobilizer) สามารถใช้ล็อค
ศรี ษะผู้ปว่ ย/ผู้บาดเจ็บกับแผ่นกระดานรองหลังได้อย่างมั่นคง โดยมกี ลไกสำหรับประคองศีรษะผ้ปู ่วย/ผู้บาดเจ็บและ
มีฐานรองสำหรับยึดติดกับแผ่นกระดานรองหลัง ได้รับการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙)
หรอื (EN 1865) หรือตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพิม่ เติม
๘. มอี ุปกรณใ์ นการยึดตรงึ แขนขาในกรณีผู้ป่วยมแี ขนขาผดิ รปู ไม่น้อยกว่า ๓ ขนาด
7
๙. มีเฝอื กคอชนิดแขง็ (Hard Collar) ไมน่ อ้ ยกวา่ 3 ขนาด
๑๐. มีเฝอื กดาม แขน ขา
๑๑. มีแหล่งกำเนิดออกซิเจน พร้อมระบบจ่ายก๊าซ ชุด Regulator (ชุดลดแรงดัน) ที่ใช้งานได้ดี/
ปลอดเช้อื
๑๑.๑. มกี ลไกยึดตรึง ไมใ่ หห้ ลุดออกจากจุดยดึ ในกรณที ่ีเกิดอุบัติเหตุ
๑๑.๒. มกี ลไกในการปรบั อัตราการไหลของออกซิเจน สามารถปรับอัตราการไหล 0 – 15
ลติ ร/นาที หรอื มกี ลไกทส่ี ามารถใหอ้ อกซเิ จนกบั ผ้ปู ว่ ยได้เพยี งพอกบั ความต้องการ
๑๒. มีแหล่งกำเนิดออกซิเจนแบบพกพานำ้ หนักรวมไม่เกิน 5 กโิ ลกรมั สำหรบั เคล่ือนยา้ ยได้สะดวก
พร้อมกระเป๋าหิ้วพร้อมชุดยึดบนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน (EN 1789) หรือตามที่ สพฉ.
ประกาศ เพิ่มเตมิ
๑๓. มีอุปกรณ์เพื่อใช้ในการวัดและติดตามสัญญาณชีพซึ่งได้แก่ อุณหภูมิร่างกาย, ชีพจร,
ความดันโลหิต และความอมิ่ ตัวของออกซเิ จนในฮโี มโกลบนิ จากชีพจร (Pulse Oximetry)
๑๔. มีกระเป๋าปฐมพยาบาลพร้อมอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ ถุงมือปราศจากเชื้อ สำลี ไม้พันสำลี
ผ้าก๊อซชนิดบางและหนา Elastic Bandage ขนาด ๔ และ ๖ นิ้ว พลาสเตอร์เหนียว กรรไกร แอลกอฮอล์ น้ำเกลือ
สำหรบั ล้างแผล อุปกรณ์ลา้ งตา
๑๕. มีอุปกรณ์สำหรับดูดเสมหะ และมีกลไกการยึดตรึงอุปกรณ์ดูดเสมหะ ไม่มีส่วนประกอบท่ี
อาจจะแตกไดเ้ มื่อเกดิ อบุ ัตเิ หตุ
๑๖. มชี ุดสำหรบั หนบี สายสะดือ
๑๗. มเี ครอื่ งมือตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลอื ด
๑๘. อาจมีเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator)
และมกี ลไกในการยดึ ตรึงเครือ่ งดังกลา่ วประจำยานพาหนะ/สามารถเคล่ือนยา้ ยไปใชน้ อกยานพาหนะได้
๑๙. มีอปุ กรณ์และกระเป๋าสำหรับเก็บอุปกรณ์ตามมาตรฐาน BLS, PHTLS
๒๐. มีอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการเปิดทางเดินหายใจและช่วยเหลือการหายใจเบื้องต้น เช่น Pocket
Mask, Oro Pharyngeal Airway
๒๑. มี Self Inflating Bag สำหรับชว่ ยหายใจ ผ้ใู หญ่ เด็ก และเด็กแรกเกดิ
๒๒. มเี ก้าอ้ีพร้อมล้อเขน็ สำหรับเคล่ือนย้ายผ้ปู ่วยข้ึนลงบันได (Stair chair)
88
๒. ระดับปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูงและขั้นเฉพาะทาง หมายถึง รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งได้
ดำเนินกิจการปฏิบตั ิการการแพทย์ขั้นสงู ตามการอำนวยการ ให้แก่ผู้ปว่ ยฉุกเฉินที่มีความเส่ียงสูงต่อการเสียชวี ิต
หรือการรุนแรงขึ้นในห้วงเวลาขณะทำการปฏิบัติการฉุกเฉิน และดำเนินกิจการจัดการปฏิบัติการแพทย์เฉพาะ
ทางให้แก่ผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงสูงยิ่งต่อการเสียชีวิต การเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือการรุนแรงขึ้นของการ
บาดเจบ็ หรอื อาการป่วยนน้ั อย่างรวดเร็วในห้วงเวลาขณะทำการปฏิบัติการฉุกเฉนิ นั้น
เครอื่ งมือและอุปกรณ์การแพทย์ท่จี ำเปน็ ตอ้ งมี
๑. เตียงเคล่อื นย้ายผู้ป่วย มีลอ้ เข็น มเี ข็มขัดนริ ภยั รดั ผู้ปว่ ย ไมน่ อ้ ยกว่า ๓ จุด และสามารถปรับน่ังได้
ล้อรถเข็นหมุนได้รอบ ๓๖๐ องศาอย่างน้อย ๒ ล้อ มีกลไกสำหรับช่วยเข็นขึ้นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน สามารถ
รองรับน้ำหนักทั้งหมดได้ไม่น้อยกว่า ๑๕๐ กิโลกรัม เป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองคุณภาพ
มาตรฐานสากล (EN ๑๗๘๙) ผ่านการรับรองมาตรฐานการทดสอบการชนด้วยแรงไม่น้อยกวา่ ๑๐ G ตามมาตรฐาน
(EN ๑๘๖๕) หรือมาตรฐานอ่ืนหรือการทดสอบอื่นที่เทียบเท่าพร้อมแนบเอกสาร หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ เพ่ิมเติม
มีเบาะรองนอนตลอดตามยาวของเตียง สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ มีช่องสำหรับเสียบเสาน้ำเกลือ
ทั้งด้านซ้ายและขวา พร้อมเสาน้ำเกลือจำนวน ๑ ต้น สามารถปรับระดับสูงต่ำได้ และยึดติดกับโครงเตียงได้อย่าง
มน่ั คง
๒. มรี ะบบปอ้ งกันการกระดกของเตยี งเม่ือผปู้ ว่ ยนง่ั บริเวณปลายเตยี ง สว่ นทา้ ยเตียงจะต้องมีความ
มั่นคงไม่กระดกล้ม
๓. มีกลไกในการพับขาเตียงให้พับไปกับฐานเตียงโดยแยกบังคับให้ขาเตียงพับขึ้นทีละขา และเมื่อ
ดึงเตียงลงจากรถล้อคู่หลังและคู่หน้าจะกางออกเองโดยอัตโนมัติ (Automatic Loading Stretcher) มีราว
ป้องกนั ผู้ปว่ ยตกเตียงทงั้ สองขา้ ง สามารถพบั เกบ็ ไปด้านล่างได้
๔. มีกลไกในการยึดตรึงผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเลื่อนหลุดไปด้านหน้าหรือด้านหลังระหว่างการ
เคลื่อนยา้ ย โดยอาจเปน็ เข็มขัดนิรภัยรดั ผูป้ ว่ ยไมน่ ้อยกว่า ๓ จดุ หรอื กลไกอ่นื เพมิ่ เตมิ
๕. ฐานเตียง มีกลไกในการยึดตรึงระหว่างฐานเตียงและเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้
เตยี งหลดุ ออกจากฐานเตียงขณะเคลื่อนย้าย ผา่ นการรับรองมาตรฐานการทดสอบการชนด้วยแรงไมน่ ้อยกว่า ๑๐ G
ตามมาตรฐาน (EN 1865) หรือตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพมิ่ เติม
๖. ฐานเตียงสำหรับติดต้งั บนรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉิน มคี วามมนั่ คงปลอดภยั โดยฐานเตียงได้รับ
การทดสอบความปลอดภยั ตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙) หรือ (EN 1865) หรือตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพ่ิมเติม
๗. มี Long Spinal Board พร้อมสายรัดตรึง ที่ยึดตรึงศีรษะ (Head Immobilizer) สามารถใช้ล็อค
ศีรษะผู้ป่วย/ผู้บาดเจ็บกับแผ่นกระดานรองหลังได้อย่างมั่นคง โดยมีกลไกสำหรับประคองศีรษะผู้ป่วย/ผู้บาดเจ็บ
และมีฐานรองสำหรับยึดติดกับแผ่นกระดานรองหลัง ได้รับการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙)
หรอื (EN 1865) หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ เพมิ่ เติม
๘. มอี ุปกรณ์ในการยึดตรงึ แขนขาในกรณีผปู้ ว่ ยมแี ขนขาผิดรูป ไม่นอ้ ยกวา่ ๓ ขนาด
๙. มีเฝอื กคอชนิดแข็ง (Hard Collar) ไมน่ ้อยกว่า ๓ ขนาด
๑๐. มเี ฝือกดาม แขน ขา
9
๑๑. มีแหล่งกำเนิดออกซิเจน พร้อมระบบจ่ายก๊าซ ชุด Regulator (ชุดลดแรงดัน) ที่ใช้งานได้ดี/ปลอด
เช้ือ
๑๑.๑ มีกลไกยดึ ตรึง ไมใ่ ห้หลดุ ออกจากจุดยึดในกรณีท่เี กดิ อุบตั ิเหตุ
๑๑.๒ มีกลไกในการปรับอัตราการไหลของออกซิเจน สามารถปรับอัตราการไหล
0 - 15 ลติ ร/นาที หรือมีกลไกท่สี ามารถใหอ้ อกซเิ จนกับผู้ปว่ ยได้เพียงพอกับความต้องการ
๑๒. มแี หลง่ กำเนิดออกซิเจนแบบพกพาน้ำหนักรวมไม่เกนิ 5 กิโลกรัมสำหรบั เคล่ือนยา้ ยได้สะดวก
พร้อมกระเป๋าหิ้วพร้อมชุดยึดบนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน (EN 1789) หรือตามที่ สพฉ.
ประกาศ เพิ่มเติม
๑๓. มีอุปกรณ์เพื่อใช้ในการวัดและติดตามสัญญาณชีพซึ่งได้แก่ อุณหภูมิร่างกาย ชีพจร
ความดันโลหิต อัตราการหายใจ และความอ่ิมตัวของออกซิเจนในฮีโมโกลบินจากชีพจร (Pulse Oximetry)
หรอื อน่ื ๆ ที่จำเปน็ ต่อผู้ป่วย
๑๔. มีกระเป๋าปฐมพยาบาลพร้อมอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ ถุงมือปราศจากเชื้อ สำลี ไม้พันสำลี
ผ้าก๊อซชนิดบางและหนา Elastic Bandage ขนาด ๔ และ ๖ นิ้ว พลาสเตอร์เหนียว กรรไกร แอลกอฮอล์ น้ำเกลือ
สำหรบั ลา้ งแผล อปุ กรณ์ลา้ งตา
๑๕. มีอุปกรณ์สำหรับดูดเสมหะ และมีกลไกการยึดตรึงอุปกรณ์ดูดเสมหะ ไม่มีส่วนประกอบท่ี
อาจจะแตกได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
๑๖. มอี ุปกรณ์ท่ีจำเปน็ สำหรับการช่วยเหลือการคลอดฉุกเฉนิ
๑๗. มีเคร่ืองมอื ตรวจวัดระดบั นำ้ ตาลในเลือด
๑๘. มีเครื่องฟ้ืนคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้า (Defibrillator หรือ Automated External Defibrillator)
และมีกลไกในการยึดตรึงเครอ่ื งดังกล่าวประจำยานพาหนะ /สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้นอกยานพาหนะได้
๑๙. มีอปุ กรณ์และกระเป๋าสำหรับเก็บอุปกรณต์ ามมาตรฐาน ACLS, ATLS , PHTLS
๒๐. มีอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการเปิดทางเดินหายใจและช่วยเหลือการหายใจเบื้องต้นและขั้นสูง เช่น
Pocket Mask, Oro Pharyngeal Airway, Endotracheal Tube, Supraglottic Airway With Gastric Access เปน็ ตน้
๒๑. มี Self Inflating Bag สำหรบั ชว่ ยหายใจ ผู้ใหญ่ เด็ก และเดก็ แรกเกดิ
๒๒. มี Portable Respirator ซึ่งมีความสามารถในการช่วยหายใจในเด็กและผู้ใหญ่สามารถทำ
Low Flow Ventilation และสามารถทำ PEEP (Positive End Expiration Pressure)
๒๓. ยาและเวชภัณฑ์ ตามรายละเอียดท่ีกำหนด และมีคุณภาพสำหรับใช้กับผู้ป่วย จำนวน/ปริมาณ
ตามความจำเป็นอย่างน้อยเทา่ กับมาตรฐาน ACLS, ATLS, PHTLS
๒๔. มเี กา้ อพี้ รอ้ มลอ้ เข็น สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ปว่ ยข้ึนลงบนั ได (Stair Chair)
10 10
สว่ นท่ี ๒
เคร่ืองมอื และอุปกรณ์สนับสนนุ การปฏิบัติการฉุกเฉินของรถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉิน
๑. ติดตั้งไฟสัญญาณวับวาบ แสงแดง - น้ำเงิน โดยไฟสัญญาณวับวาบแสงแดงจะต้องอยู่ฝั่งขวา
เหนือศีรษะของผขู้ ับขแ่ี สงน้ำเงินอย่ฝู ่ังซา้ ยเหนือศีรษะของผู้ขับข่ี และเสยี งสัญญาณพร้อมอุปกรณ์ โดยการติดตั้ง
ดังกล่าวต้องดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์
การขออนุญาตใชไ้ ฟสญั ญาณวบั วาบและเสียงสญั ญาณ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
๒. มีสัญลักษณ์หน่วยงานสังกัดขนาดชัดเจน ชื่อหน่วยงานสังกัดมีขนาดความสูงไม่น้อยกว่า ๑๐
เซนติเมตร
๓. มเี ครื่องขยายเสยี งขนาดไมน่ ้อยกว่า ๑๐๐ วัตต์ พร้อมลำโพง ใช้กับไฟกระแสตรง ๑๒ โวลต์ พรอ้ ม
ใช้งาน
๔. มีชุดอุปกรณ์ที่มีกลไกในการแปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่มีแรงดัน ๑๒ โวลต์ เป็นไฟฟ้า
กระแสสลับที่มีแรงดัน ๒๒๐ โวลต์ ความถี่ ๕๐ เฮิรตซ์ ขนาดไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ วัตต์ (เป็นแบบ Pure Sine
Wave) พร้อมปลั๊กไฟฟ้า ๒๒๐ โวลต์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ จุดและมีปลั๊กไฟฟ้าแบบที่ USB อย่างน้อย ๑ จุด
และมีชุดสายพว่ งต่อแบบมว้ นสำหรับใชไ้ ฟฟ้า ๒๒๐ โวลต์
๕. มีสวิทซ์ตัดไฟฟ้า (Circuit Breaker) สำหรบั ห้องปฏิบัตกิ ารซึ่งตดิ ต้ังอยู่ในห้องคนขบั
๖. มีเครื่องวิทยุคมนาคม กรณียื่นขอรับรองครั้งแรกให้ดำเนินการตามระเบียบสถาบันการแพทย์
ฉกุ เฉนิ แหง่ ชาติ ว่าด้วยการควบคุมการใช้เครอ่ื งวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) พ.ศ. ๒๕๖๒
และเป็นไปตามการอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติกำหนด
ในกรณีต่ออายุรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินต้องมีหนังสืออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการ
กิจการกระจายเสยี งกิจการโทรทัศน์และกจิ การโทรคมนาคมแห่งชาติ
๗. อุปกรณค์ วบคุมสถานการณ์
- กรวยยาง - กระบองไฟกระพรบิ
- ไฟฉายส่องสวา่ ง - เทปจราจร
- เส้ือสะทอ้ นแสง - นกหวดี
๘. มีกล้องบันทึกภาพภายในรถและการจราจร สามารถบันทึกภาพได้ตลอดระยะเวลาปฏิบัติ
ภารกจิ และสามารถเชือ่ มตอ่ กบั ศูนย์ควบคมุ รถพยาบาลได้
๙. มีระบบติดตามและระบุตำแหน่งรถยนต์ ที่สามารถเชื่อมกับระบบที่ สพฉ. กำหนด (ศูนย์รับ
แจ้งเหตแุ ละสั่งการ หรอื กรมขนส่งทางบก)
๑๐. มีเครอ่ื งดบั เพลงิ แบบยกหิ้ว มมี าตรฐาน มอก. สามารถดับเพลงิ ได้ ตาม Class A B C ไดร้ ะยะเวลา
ไม่นอ้ ยกว่าถงั ดบั เพลิงชนดิ เหลวระเหยชนิดไมม่ ีสาร CFC ขนาดไมน่ ้อยกว่า ๕ ปอนดพ์ ร้อมตดิ ตงั้ ๑ ชุด
11
๑๑. มีอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมการติดเชื้อที่เพียงพอกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ได้แก่
ถุงมือ Mask ถุงขยะติดเชื้อ ผ้ากันเปื้อน รองเท้าบู๊ต น้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวภายในรถ น้ำยาล้างมือแบบแห้ง
ส่วนท่ี ๓
ส่วนประกอบดา้ นรถหรือยานพาหนะ (ด้านโครงสร้างความปลอดภัย)
๑. เป็นรถหรือพาหนะสำหรับการบริการการแพทย์ฉุกเฉินตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มี
มิติขนาดและอุปกรณ์ ส่วนควบเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.๒๕๒๒ ตัวถังสีขาวและมี
แถบสีเหลืองฉุกเฉินการแพทย์ Sulphur Yellow รหัสสี RAL ๑๐๑๖ เป็นหลัก (แถบสีเหลืองอาจเป็นสติกเกอร์
หรือสที ารถ) คาดรอบรถหรือพาหนะ มขี นาดความกวา้ งไมน่ ้อยกวา่ ๑๐ เซนตเิ มตร
๒. ตดิ ฟลิ ์มกรองแสงชนิดมาตรฐาน เพอ่ื ความเปน็ สว่ นตัวและความปลอดภัยของผปู้ ว่ ย เมอ่ื วดั การ
ผ่านของแสงแล้วต้องผ่านทัง้ กระจกและฟิลม์ กรองแสงท่ีมีแสงผ่านได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐
๓. ห้องคนขบั มผี นังกน้ั แยกออกจากช่วงหลังซึ่งจัดเป็นห้องปฏิบัติการ มวี ัสดุกั้นแบ่งและมีกลไกใน
การสื่อสารถึงกันได้ โดยห้องคนขับและห้องปฏิบัติการ ชุดผนังต้องออกแบบให้มีความแข็งแรง ปลอดภัยกับ
ผู้โดยสารและผู้ขับเมือ่ เกดิ การชน (เช่น UN-ECE R๖๖ หรือตามมาตรฐานตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชน หรือการ
ทดสอบอื่นที่เทยี บเทา่ หรือดกี วา่ หรอื ตามที่ สพฉ. กำหนดเพิ่มเตมิ ) พร้อมเอกสารยืนยนั
๔. มีระบบปรับอากาศ มีคณุ สมบตั ดิ ังนี้
๔.๑ ติดตั้งพัดลมไฟฟ้าระบายอากาศ จำนวน ๑ เครื่อง โดยมีสวิทซ์ปิด – เปิด อยู่ในชุดควบคุม
เดยี วกันที่แผงท้งั หมด โดยทตี่ ดิ ต้ังดา้ นบนของห้องปฏบิ ัติการรอยต่อจะต้องเชื่อมด้วยวัสดุถาวรกันนำ้ อย่างดี โดย
ฝาครอบด้านนอกตัวรถและในตวั รถที่สามารถกันน้ำอยา่ งดี
๔.๒ ในห้องคนขับและห้องปฏิบัติการ ติดตั้งระบบปรับอากาศตามมาตรฐาน ผู้ผลิตและติดต้ัง
ระบบกรองอากาศฆ่าเชื้อโรค (มีระบบเครื่องปรับอากาศที่มีการติดตั้ง Filter หรือ ระบบที่ฆ่าเชื้อและกรองฝุ่น
ละอองได้) โดยอาจแยกระบบปรับอากาศของห้องคนขับออกจากห้องปฏิบัติการได้ และติดตั้งพัดลมไฟฟ้าหรือ
เครื่องระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ
๔.๓ ในกรณีที่รถมีระบบปรับอากาศเดียวไม่สามารถแยกระบบปรบั อากาศของห้องคนขับออก
จากหอ้ งปฏิบัตกิ าร จะต้องมีกลไกในการป้องกันมใิ ห้อากาศในห้องปฏิบัติการกลบั เข้าไปสหู่ ้องคนขบั ได้
๕. ในห้องคนขับมวี ิทยุพร้อมชุดแสดงภาพจากกล้องส่องหลังและแผนที่ดาวเทียมเพื่อชว่ ยในการหา
เส้นทางมีวทิ ยพุ ร้อมลำโพง และมีสัญญาณแจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกท่นี ่งั
๖. หอ้ งคนขับมีประตู ปดิ - เปิด ทงั้ ด้านซา้ ยและดา้ นขวาทีม่ กี ญุ แจล็อค
๗. ห้องปฏิบัตกิ าร
๗.๑ มีกลไกในการเข้าถึงส่วนของห้องปฏิบัติการ โดยมีระบบล็อคป้องกันการเหวี่ยงของประตู
เมื่อเปดิ ใช้งาน
๗.๒ มีขนาดความสูงที่เหมาะสมในการปฏิบัติการช่วยชีวิต วัดจากพื้นเตียงของผู้ป่วยใน
ห้องปฏิบัติการถึงด้านบนสุดของห้องปฏิบัติการ โดยมีความสูงไม่น้อยกว่า ๙๐๐ มิลลิเมตร หรือมีความสูงท่ี
12 12
เพียงพอทีส่ ามารถปฏิบตั ิการฉุกเฉนิ ได้อย่างสะดวก หรอื มเี ครือ่ งช่วยกระบวนการปมั้ และฟื้นคืนชีพผู้ป่วย (Auto
CPR)
๘. มีแผน่ บังแสงแดดกระจกดา้ นหน้าซา้ ย - ขวา ขา้ งละ ๑ อนั
๙. มชี นั้ สำหรบั เก็บเอกสารทางการแพทย์ เปน็ แบบลอ็ คไดม้ ฝี าปดิ ทแ่ี น่นหนา
๑๐. มเี ครอ่ื งประจไุ ฟแบตเตอรี่ (Battery Charger)
๑๑. มีชุดแปลงไฟฟ้าจากกระแสตรง ๑๒ โวลต์ เป็นกระแสสลับ ๒๒๐ โวลต์ ๕๐ เฮิรตซ์
เพือ่ ใชก้ ับเครื่องมือแพทย์
๑๒. มีชดุ ควบคุมระบบไฟฟา้ , ไฟฟา้ แสงสวา่ ง (Cut Out) ของหอ้ งปฏิบัตกิ าร อยู่ในหอ้ งคนขบั
๑๓. ในห้องคนขับและห้องปฏิบัติการ ติดตั้งระบบปรับอากาศ แยกควบคุมแอร์ทั้งสองห้อง สามารถ
ปรับทิศทาง – ระดบั ความเยน็ ได้
๑๔. ส่วนที่ใช้เพื่อการบำบัดรักษาที่อยู่ด้านหลังของส่วนผู้ขับขี่จัดเป็นห้องปฏิบัติการให้มีพื้นท่ี
เพยี งพอสำหรับการจัดวางเตียงพร้อมผู้ป่วยฉุกเฉินในลักษณะนอนราบ มปี ระตูปิดด้านท้าย ปิดล็อคสนิทเมื่อมีการ
ลำเลียงหรือขนย้ายผู้ป่วย และต้องมีพื้นที่สำหรับผู้ปฏิบัติการในการให้การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างเพียงพอ
ดังน้ี (เฉพาะรถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉินขน้ั สูงและขัน้ เฉพาะทาง)
๑๔.๑ ด้านหวั เตยี ง จดั ให้มีระยะหา่ งระหว่างขอบเตยี งด้านหวั ห่างขอบ ผนงั กั้นส่วนของคนขับ
ให้เพียงพอกบั การปฏบิ ตั กิ ารดแู ล ระบบ ทางเดนิ หายใจจากด้านหัวเตียง
๑๔.๒ ความสูงของส่วนที่ใช้เพื่อการปฏิบัติการฉุกเฉินเพียงพอในการปฏิบัติการ เช่น การช่วย
ฟนื้ คืนชพี (CPR)
๑๔.๓ จัดให้มีที่นั่งพร้อมเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งสำหรับผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน ท่ีสามารถให้การดูแล
ผู้ปว่ ยฉกุ เฉินได้อย่างสะดวก
๑๔.๔ ห้องปฏิบัติการด้านซ้ายมีประตู ปิด – เปิด ด้านหลังมีประตูปิด – เปิด ได้สะดวก สำหรับ
ยกเตยี งผปู้ ว่ ยเข้า – ออกจากรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉนิ
๑๔.๕ หอ้ งปฏบิ ัตกิ าร มไี ฟฟา้ ให้แสงสวา่ งเพียงพอ
๑๕. ผนังและฝ้าเพดานภายในห้องปฏิบัติการทำด้วยวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายในกรณีอุบัติเหตุ
และไม่ปลดปลอ่ ยควันพษิ ในกรณีท่เี กดิ ไฟไหม้ มีไฟให้แสงสว่าง เป็นไฟ LED แบบสำหรับใช้ทางการแพทย์ ติดต้ัง
ตามตำแหน่งทเี่ หมาะสมจำนวน ๔ ชดุ แยกสวทิ ซ์ปดิ – เปดิ แตล่ ะชดุ ให้มีความสวา่ งเพียงพอ
๑๖. พนื้ ผวิ พาหนะภายในสว่ นห้องปฏบิ ตั ิการมีพนื้ ผวิ เรียบไม่ล่ืน ทนต่อสารเคมเี พื่อทำความสะอาด
๑๗. ในห้องปฏิบัติการฝ่ังประตูด้านข้างสามารถรองรับผูโ้ ดยสารได้ ๒ ทนี่ ่ัง และมีกลไกในการปรับ
เบาะเพื่อให้มี Clearance ช่องทางเดินไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร มีชุดเก้าอี้นั่งเดี่ยว ๒ ที่นั่ง ปรับเอนนอนได้
ติดตั้งบนฐานเก้าอี้ยึดล็อคกับพื้นรถตามมาตรฐานการรองรับการกระแทก ๑๐ G (พร้อมแนบเอกสารรับรอง)
หรอื การทดสอบอื่นที่ได้มาตรฐานเทียบเท่า พรอ้ มเข็มขัดนริ ภัยแบบดึงร้ังสี่จุดปลดล็อคเดียวติดต้ังกับเก้าอี้ทุกตัว
ยึดติดกับโครงสร้างรถอย่างมั่นคงตามมาตรฐาน UN-ECE R ๑๔, UN-ECE R๑๖ หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ
เพิ่มเตมิ
13
๑๘. ภายในหอ้ งปฏิบตั กิ ารส่วนท้ายสุดดา้ นบนตดิ ตั้งโคมไฟสปอร์ตไลท์ชนดิ ปรบั ได้ มีสวิทช์ควบคุม
ชนิด ๒ ทาง สามารถควบคมุ การเปิด – ปิดได้ จากห้องคนขับและส่วนทา้ ยของหอ้ งปฏิบตั ิการ
๑๙. มีที่จัดเก็บอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์อื่นที่จำเป็นอย่างเป็นสัดส่วน เป็นระเบียบและมีความ
ปลอดภัยจากการหลดุ ร่วงปลิวออกจากทจ่ี ัดเกบ็ ในกรณที ี่มกี ารชนหรือกระแทกหรือพลกิ คว่ำของรถ
๒๐. บนเพดานรถมีที่แขวนภาชนะใส่น้ำเกลือ/เลือด สามารถแขวนพร้อมกันได้ เพดานด้านในมีท่ี
แขวนภาชนะใสน่ ำ้ เกลือหรือเลือดแบบกล่องเปิดเมื่อไม่ไดใ้ ช้งานจะไม่มีสว่ นหน่ึงสว่ นใดยืน่ ออกมาจากเพดานเม่ือ
ดึงออกมาใช้งานสามารถแขวนภาชนะพร้อมกันได้ ๒ ที่ และมีที่รัดภาชนะทั้ง ๒ แบบสามารถปรับขนาดได้
(สำหรบั รถบริการบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉินทางบกระดับปฏบิ ตั ิการแพทย์ข้นั สูงและระดบั เฉพาะทาง)
๒๑. มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ โดยมีความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไม่ต่ำกว่า
ประเภท ๕ (แบบประกัน ๒ บวก แบบประกัน ๓ บวก)
14 14
เกณฑก์ ารรบั รองรถบริการการแพทยป์ ระเภทไมล่ ำเลียงผ้ปู ่วย
รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินประเภทไม่ลำเลียงผู้ป่วย คือ เป็นรถที่ไม่มีเตียงสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน
แต่และสามารถปฏิบัติการอำนวยการหรือลำเลียง ยาเวชภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องมือสื่อสาร หรือ
บุคลากรทางการแพทย์ สำหรบั ใหบ้ รกิ ารผู้ป่วยฉุกเฉิน แบง่ ออกเปน็ ๒ ประเภท
๑ ประเภทสนบั สนนุ การปฏบิ ตั ิการอำนวยการ
๑.๑ รถสนบั สนนุ การสอ่ื สารในสถานการณฉ์ ุกเฉนิ
๑.๒ รถสนบั สนุนการ รบั - สง่ สญั ญาณดาวเทียม
๑.๓ รถบญั ชาการในสถานการณฉ์ ุกเฉิน
เครอ่ื งมือและอุปกรณ์สนบั สนุนการปฏิบตั ิการฉุกเฉนิ ของรถหรอื พาหนะจำเป็นต้องมี
ก. ตดิ ตง้ั ไฟสญั ญาณวบั วาบ แสงแดง - น้ำเงนิ โดยไฟสัญญาณวบั วาบแสงแดงจะต้องอยู่ฝั่งขวา
เหนือศรี ษะของผ้ขู ับข่ีแสงน้ำเงินอยู่ฝัง่ ซ้ายเหนือศีรษะของผขู้ ับขี่ และเสยี งสัญญาณพร้อมอุปกรณ์ โดยการติดตั้ง
ดังกล่าวต้องดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามประกาศและข้อกำหนดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง
กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้ไฟสญั ญาณไฟวบั วาบและเสยี งสัญญาณ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
ข. มีเครื่องขยายเสียงขนาดไม่น้อยกว่า ๑๐๐ วัตต์ พร้อมลำโพง ใช้กับไฟกระแสตรง ๑๒ โวลต์
พร้อมใช้งาน
ค. มีชุดอุปกรณ์ที่มีกลไกในการแปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่มีแรงดัน ๑๒ โวลต์ เป็นไฟฟ้า
กระแสสลับที่มีแรงดัน ๒๒๐ โวลต์ ความถี่ ๕๐ เฮิรตซ์ ขนาดไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ วัตต์ (เป็นแบบ Pure Sine
Wave) พร้อมปลั๊ก ไฟฟ้า ๒๒๐ โวลต์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ จุดและมีปล๊ักไฟฟ้าแบบท่ี USB อย่างน้อย ๑ จุด
และมีชุดสายพ่วงต่อแบบม้วนสำหรับใช้ไฟฟ้า ๒๒๐ โวลต์
ง. มีเครื่องวิทยุคมนาคม ในกรณียื่นขอรับรองครั้งแรกให้ดำเนินการตามระเบียบสถาบัน
การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ว่าด้วยการควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer)
พ.ศ. ๒๕๖๒ และเป็นไปตามการอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และ
กจิ การโทรคมนาคมแห่งชาติกำหนด
ในกรณีต่ออายุรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้มีหนังสืออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการ
กระจายเสยี งกิจการโทรทศั นแ์ ละกจิ การโทรคมนาคมแหง่ ชาติ
จ. อปุ กรณค์ วบคมุ สถานการณ์
- กรวยยาง - กระบองไฟกระพรบิ
- ไฟฉายส่องสวา่ ง - เทปจราจร
- เส้ือสะทอ้ นแสง - นกหวีด
ฉ. กล้องบนั ทึกภาพภายในรถและการจราจร สามารถบันทึกภาพได้ตลอดระยะเวลาปฏิบตั ิภารกิจ
ช. มีระบบติดตามและระบุตำแหน่งรถยนต์ที่สามารถเชื่อมกับระบบที่ สพฉ. กำหนดได้ (ศูนย์
รบั แจง้ เหตแุ ละสง่ั การ หรือกรมขนส่งทางบก)
15
ซ. มีเครื่องดับเพลิงแบบยกหิ้ว มีมาตรฐาน มอก. สามารถดับเพลิงได้ ตาม Class A B C ได้
ระยะเวลาไมน่ ้อยกว่าถังดบั เพลิงชนดิ เหลวระเหยชนิดไม่มีสาร CFC ขนาดไม่น้อยกว่า ๕ ปอนด์พรอ้ มติดต้ัง ๑ ชุด
ฌ. มีอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมการติดเชื้อที่เพียงพอกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ถุงมือ
Mask ถุงขยะติดเช้ือ ผ้ากันเป้ือน รองเท้าบตู๊ น้ำยาทำความสะอาดพื้นผวิ ภายในรถ น้ำยาล้างมือแบบแหง้
ญ. มชี ดุ ปฐมพยาบาลและทำแผลเบื้องต้น
ฎ. มีศักยภาพในการรับส่งสัญญาณหรือเป็นแม่ข่ายในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือสถานการณ์ภัย
พิบัติ ระดบั จงั หวัด ระดบั เขตหรอื ระดบั ประเทศได้
สว่ นประกอบดา้ นรถหรือยานพาหนะ (ด้านโครงสร้างความปลอดภัย)
๑. เป็นรถหรือพาหนะสำหรับการบริการการแพทย์ฉุกเฉินตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่มีมิติขนาดและอุปกรณ์ ส่วนควบเป็นไปตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.๒๕๒๒ ตัวถังสีขาวและมีแถบสเี หลอื ง
ฉุกเฉินการแพทย์ Sulphur Yellow รหัสสี RAL ๑๐๑๖ เป็นหลัก (แถบสีเหลืองอาจเป็นสติกเกอร์หรือสีทารถ)
คาดรอบรถหรอื พาหนะ มีขนาดกวา้ งไม่นอ้ ยกวา่ ๑๐ ซม.
๒. มีสัญลักษณ์หน่วยงานสังกัดขนาดชัดเจน ชื่อหน่วยงานสังกัดมีขนาดความสูงไม่น้อยกว่า ๑๐
เซนติเมตร
๓. ติดฟิล์มกรองแสงชนิดมาตรฐาน เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ป่วย เมื่อวัด
การผ่านของแสงแลว้ ต้องผา่ นทงั้ กระจกและฟลิ ์มกรองแสงที่มแี สงผ่านได้ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 40
๔. ในห้องคนขับมีวิทยุพร้อมชุดแสดงภาพจากกล้องส่องหลังและแผนท่ีดาวเทียมเพ่ือช่วยในการ
หาเส้นทางมีวิทยุพร้อมลำโพง และมีสัญญาณแจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งมีระบบกล้องบันทึกภาพ
หน้ารถท่ีสามารถบันทกึ ภาพได้ตลอดระยะเวลาปฏบิ ตั ิภารกิจและสามารถเช่ือมต่อกับศนู ย์ควบคมุ รถพยาบาลได้
๒.ประเภทสนับสนนุ การปฏบิ ัติการแพทย์
๒.๑ ประเภทรถจักรยานยนต์ (Motorlance) เป็นหน่วยปฏบิ ัติการประเภทปฏิบัติการแพทย์
ระดบั พ้ืนฐานขึ้นไป หรอื หน่วยปฏิบตั ิการประเภทอำนวยการระดับพน้ื ฐานข้นึ ไป
เคร่ืองมือและอุปกรณส์ นบั สนุนการปฏิบัติการฉกุ เฉนิ ของรถหรอื พาหนะจำเป็นตอ้ งมี
ก. มีชุดปฐมพยาบาล และอุปกรณป์ ฐมพยาบาลและทำแผลพ้ืนฐาน
ข. มสี ญั ลักษณร์ ะบุสงั กดั หนว่ ยงานได้อย่างชดั เจน
ค. ติดตั้งไฟสัญญาณวับวาบ แสงแดง - น้ำเงิน โดยไฟสัญญาณวับวาบแสงแดงจะต้องอยู่
ฝั่งขวามือของผู้ขับขี่แสงน้ำเงินอยู่ฝั่งซ้ายมือของผู้ขับขี่ และเสียงสัญญาณพร้อมอุปกรณ์ โดยการติดตั้งดังกล่าว
ต้องดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามประกาศและข้อกำหนดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง กำหนด
หลกั เกณฑก์ ารขออนุญาตใชไ้ ฟสัญญาณไฟวบั วาบและเสียงสัญญาณ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
ง. มเี คร่อื งขยายเสยี งพร้อมลำโพง ทีพ่ รอ้ มใชง้ าน
ส่วนประกอบด้านรถหรอื พาหนะ (ด้านโครงสร้างความปลอดภยั )
๑. มมี าตรฐานและผา่ นการรับรองจากผผู้ ลิต
๒. เปน็ ไปตามกฎหมายว่าดว้ ยพระราชบัญญตั ริ ถยนต์ พ.ศ.๒๕๒๒
16 16
๒.๒ ประเภทรถยนต์
๒.๒.๑ รถลำเลียงยา เวชภณั ฑ์ เคร่ืองมอื ทางการแพทย์ ผปู้ ฏบิ ัติการ หรอื อวยั วะสำคัญ
เครื่องมอื และอุปกรณส์ นับสนนุ การปฏบิ ัติการฉุกเฉินของรถหรือพาหนะจำเป็นต้องมี
ก. ติดตั้งไฟสัญญาณวับวาบ แสงแดง-น้ำเงิน โดยไฟสัญญาณวับวาบแสงแดงจะต้องอยู่ฝ่ัง
ขวาเหนือศีรษะของผู้ขับขี่แสงน้ำเงินอยู่ฝั่งซา้ ยเหนือศีรษะของผู้ขับขี่ และเสียงสัญญาณพร้อมอุปกรณ์ โดยการ
ติดต้ังดังกล่าวต้องดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง กำหนด
หลักเกณฑ์การขออนญุ าตใชไ้ ฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
ข. มีเครื่องขยายเสียงขนาดไม่น้อยกว่า ๑๐๐ วัตต์ พร้อมลำโพง ใช้กับไฟกระแสตรง ๑๒ โวลต์
พรอ้ มใชง้ าน
ค. มีชุดอุปกรณ์ที่มีกลไกในการแปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่มีแรงดัน ๑๒ โวลต์
เปน็ ไฟฟา้ กระแสสลบั ทีม่ แี รงดนั ๒๒๐ โวลต์ ความถี่ ๕๐ เฮิรตซ์ ขนาดไม่นอ้ ยกวา่ ๑,๐๐๐ วตั ต์ (เปน็ แบบ Pure
Sine Wave) พร้อมปลั๊กไฟฟ้า ๒๒๐ โวลต์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ จุดและมีปลั๊กไฟฟ้าแบบท่ี USB อย่างน้อย ๑
จดุ และมีชุดสายพว่ งตอ่ แบบมว้ นสำหรบั ใชไ้ ฟฟา้ ๒๒๐ โวลต์
ง. มีเครื่องวิทยุคมนาคมในกรณีขอรับรองครั้งแรกให้ดำเนินการตามระเบียบสถาบัน
การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ว่าด้วยการควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer)
พ.ศ. ๒๕๖๒ และเป็นไปตามการอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และ
กจิ การโทรคมนาคมแห่งชาติกำหนด
ในกรณีต่ออายรุ ถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉินใหม้ ีหนังสืออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการ
กระจายเสยี งกจิ การโทรทศั น์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
จ. อุปกรณค์ วบคุมสถานการณ์
- กรวยยาง - กระบองไฟกระพริบ
- ไฟฉายส่องสวา่ ง - เทปจราจร
- เสอ้ื สะทอ้ นแสง - นกหวดี
ฉ. มีระบบบันทึกภาพภายในรถและการจราจร สามารถบันทึกภาพต่อเนื่องได้ตลอดระยะเวลา
ปฏบิ ตั กิ าร
ช. มีระบบติดตามและระบุตำแหน่งรถยนต์ที่สามารถเชื่อมกับระบบที่ สพฉ. กำหนดได้
(ศูนยร์ บั แจ้งเหตุและส่ังการ หรือกรมขนสง่ ทางบก)
ซ. มีเครื่องดับเพลิงแบบยกหิ้ว มีมาตรฐาน มอก. สามารถดับเพลิงได้ ตาม Class A B C
ไดร้ ะยะเวลาไมน่ ้อยกว่าถังดับเพลงิ ชนิดเหลวระเหยชนิดไมม่ ีสาร CFC ขนาดไม่น้อยกวา่ ๕ ปอนดพ์ รอ้ มตดิ ตั้ง ๑ ชดุ
ฌ. มีอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมการติดเชื้อที่เพียงพอกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
ได้แก่ ถุงมือ Mask ถุงขยะติดเชื้อ ผ้ากันเปื้อน รองเท้าบู๊ต น้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวภายในรถ น้ำยาล้างมือ
แบบแหง้
ญ. มีอปุ กรณ์ปฐมพยาบาลและทำแผลพืน้ ฐาน
๒.๒.๒ รถแพทยฉ์ ุกเฉิน (Doctor Car)
17
เคร่อื งมอื และอุปกรณ์การแพทยท์ ี่จำเปน็ ต้องมี
๑. มีแหล่งกำเนิดออกซิเจนแบบพกพานำ้ หนักรวมไม่เกิน 5 กิโลกรัม สำหรับเคล่ือนย้ายได้
สะดวกพร้อมกระเป๋าห้วิ พร้อมชุดยึดบนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินท่ีได้มาตรฐาน (EN 1789) หรือตามที่ สพฉ.
ประกาศ เพม่ิ เติม
๒. มีอุปกรณ์เพื่อใช้ในการวัดและติดตามสัญญาณชีพซึ่งได้แก่ อุณหภูมิร่างกาย ชีพจร
ความดันโลหิต อัตราการหายใจ และความอิ่มตัวของออกซิเจนในฮีโมโกลบินจากชีพจร (Pulse Oximetry)
หรอื อืน่ ๆ ทจ่ี ำเป็นต่อผปู้ ่วย
๓. มีกระเป๋าปฐมพยาบาลพร้อมอุปกรณ์พืน้ ฐาน ไดแ้ ก่ ถุงมอื ปราศจากเชื้อ สำลี ไม้พันสำลี
ผ้าก๊อซชนิดบางและหนา Elastic Bandage ขนาด ๔ และ ๖ นิ้ว พลาสเตอร์เหนียว กรรไกร แอลกอฮอล์ น้ำเกลือ
สำหรับล้างแผล อปุ กรณล์ า้ งตา
๔. มีอุปกรณ์สำหรับดูดเสมหะ และมีกลไกการยึดตรึงอุปกรณ์ดูดเสมหะ ไม่มีส่วนประกอบ
ท่ีอาจจะแตกได้เมือ่ เกิดอุบัตเิ หตุ
๕. มีอุปกรณท์ จ่ี ำเป็นสำหรบั การชว่ ยเหลือการคลอดฉกุ เฉนิ
๖. มเี ครอ่ื งมอื ตรวจวัดระดบั นำ้ ตาลในเลือด
๗. มีเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้า (Defibrillator หรือ Automated External
Defibrillator) และมีกลไกในการยึดตรึงเครื่องดังกล่าวประจำยานพาหนะ /สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้นอก
ยานพาหนะได้
๘. มอี ุปกรณแ์ ละกระเป๋าสำหรบั เกบ็ อปุ กรณต์ ามมาตรฐาน ACLS, ATLS , PHTLS
๙. มีอปุ กรณ์ท่ีใชเ้ พื่อการเปิดทางเดินหายใจและชว่ ยเหลอื การหายใจเบอ้ื งต้นและข้ันสูง เชน่
Pocket Mask, Oro Pharyngeal Airway, Endotracheal Tube, Supraglottic Airway With Gastric Access เป็นตน้
๑๐. มี Self Inflating Bag สำหรบั ชว่ ยหายใจ ผู้ใหญ่ เด็ก และเด็กแรกเกดิ
๑๑. มี Portable Respirator ซึ่งมีความสามารถในการช่วยหายใจในเด็กและผู้ใหญ่
สามารถทำ Low Flow Ventilation และสามารถทำ PEEP (Positive End Expiration Pressure)
๑๒. ยาและเวชภัณฑ์ ตามรายละเอียดที่กำหนด และมีคุณภาพสำหรับใช้กับผู้ป่วย จำนวน/
ปรมิ าณตามความจำเปน็ อย่างน้อยเท่ากับมาตรฐาน ACLS, ATLS, PHTLS
สว่ นประกอบดา้ นรถหรือยานพาหนะ (ด้านโครงสร้างความปลอดภัย)
๑. เป็นรถหรือพาหนะสำหรับการบริการการแพทย์ฉุกเฉินตามประกาศสำนักงานตำรวจ
แหง่ ชาติ ทีม่ มี ิติขนาดและอุปกรณ์ ส่วนควบเป็นไปตามพระราชบัญญัตริ ถยนต์ พ.ศ.๒๕๒๒
๒. มสี ญั ลกั ษณห์ นว่ ยงานสังกัดขนาดชัดเจน ช่ือหน่วยงานสังกัดมีขนาดความสูงไม่น้อยกว่า
๑๐ เซนตเิ มตร
๓. ในห้องคนขับมีวิทยุพร้อมชุดแสดงภาพจากกล้องส่องหลังและแผนที่ดาวเทียมเพื่อช่วย
ในการหาเส้นทางมวี ิทยพุ รอ้ มลำโพง และมีสัญญาณแจ้งเตือนการคาดเข็มขดั นิรภยั ทุกทน่ี ่ังมี
๔. มีสญั ลักษณร์ ะบสุ ังกดั หนว่ ยงานทีใ่ หช้ ดั เจน
18 18
๕. มีทจ่ี ดั เก็บอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์อ่นื ทีจ่ ำเป็นอยา่ งเป็นสัดสว่ น เป็นระเบียบและ
มีความปลอดภัยจากการหลุดร่วง ปลิวออกจากที่จัดเก็บในกรณีที่มีการชนหรือกระแทกหรือพลิกคว่ำของรถ
บริการการแพทยฉ์ ุกเฉนิ
19
วธิ ีการและขนั้ ตอน
วธิ ีการขอรบั การรบั รองและขั้นตอนการรับรองรถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉนิ
๑. หนว่ ยปฏบิ ัติการ โดยนายทะเบยี นหนว่ ยปฏิบตั ิการย่ืนแบบคำรอ้ งขอรับการตรวจรับรองรถบริการ
การแพทย์ฉกุ เฉิน (REQ001) ผา่ นทางระบบสารสนเทศฯ หรือหากหนว่ ยปฏบิ ตั กิ ารมีขอ้ ติดขัดไม่สามารถยื่นแบบ
คำร้องผ่านทางระบบสารสนเทศฯ สามารถยื่นเป็นเอกสารได้ ถ้าหน่วยปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่นอกเขต
กรุงเทพมหานครสามารถยื่นเอกสารผ่านทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือถ้าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สามารถย่นื เอกสารผา่ นทางสำนกั การแพทยก์ รุงเทพมหานคร
๒. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจสอบรถ
บริการการแพทย์ฉุกเฉินตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง เกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการ
รับรองมาตรฐานรถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๖๔ และดำเนินการส่งเร่ืองผ่านระบบสารสนเทศฯ หรอื หาก
ไม่สามารถดำเนนิ การทางระบบสารสนเทศได้ สามารถสง่ เอกสารมาทีส่ ถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง่ ชาติ
๓. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ดำเนินการพิจารณาตรวจสอบรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินตาม
ประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง เกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการรับรองมาตรฐานรถบริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๖๔ และให้การรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินผ่านระบบสารสนเทศฯ โดยจัดทำ
หนังสือรับรองและให้ความเห็นชอบรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการขอใช้ไฟสัญญาณวับวา บ/เสียงสัญญาณ
เพื่อการปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (NIEMS CER) ภายใน ๖๐ วัน นับจากวันที่ได้รับการร้องขอผ่าน
ระบบสารสนเทศ หรือ ทางไปรษณีย์
๔. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แจ้งผลการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินผ่านระบบ
สารสนเทศฯ หรือในรูปแบบไปรษณีย์ ไปยงั สำนกั งานสาธารณสุขจังหวัด สำนกั การแพทย์กรุงเทพมหานคร และ
หนว่ ยปฏบิ ัติการ
๕. หน่วยปฏิบัติการ, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ยื่นขอ
อนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ โดยใช้หนังสือรับรองและให้ความเห็นชอบฯ(NIEMS CER)
พรอ้ มเอกสารแนบตามทีส่ ำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดยืน่ ประกอบการขออนุญาต ย่นื ได้ดังนี้
๕.๑ ตา่ งจังหวัดย่ืนคำขอที่ กองบงั คบั การตำรวจภธู รจังหวดั
๕.๒ กรงุ เทพมหานครย่นื คำขอที่ กองบังคับการตำรวจจราจร
๖. การอนญุ าตให้ใชไ้ ฟสญั ญาณวับวาบและเสยี งสัญญาณ
๖.๑ ต่างจงั หวัดอนุญาตโดยผวู้ า่ ราชการจงั หวัด
๖.๒ กรุงเทพมหานครอนญุ าตโดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
๗. หน่วยปฏิบัติการเมือ่ ได้รับการอนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ แล้ว ให้ดำเนินการ
แจ้งผลการไดร้ ับการอนุญาตผ่านระบบสารสนเทศ ฯ ภายใน 60 วันหลังจากที่ไดร้ ับอนญุ าต
20 20
ขน้ั ตอนการรับรองรถบริการการแพทยฉ์ กุ เฉิน
ผู้รับผดิ ชอบ ขั้นตอน เอกสาร
หนว่ ยปฏบิ ตั กิ าร ยืน่ แบบค�ำ ร้องขอรบั การตรวจ ระบบสารสนเทศ
นายทะเบยี นหน่วยปฏิบตั กิ าร รบั รองรถบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉิน แบบฟอร์ม REQ001
สำ�นักงานสาธารณสขุ จงั หวัด
ตรวจสอบรถบรกิ าร ประกาศ สพฉ.
และส�ำ นักการแพทย์ การแพทยฉ์ ุกเฉนิ ระบบสารสนเทศ
กรุงเทพมหานคร แบบฟอรม์ EVA 01 - 05
ตรวจสอบ
สถาบนั การแพทย์ พจิ ารณา ประกาศ สพฉ.
ฉุกเฉินแห่งชาติ ระบบสารสนเทศ
สถาบนั การแพทย์ ใหก้ ารรับรอง ระบบสารสนเทศ
ฉกุ เฉนิ แห่งชาติ หนังสอื รบั รองและให้ความ
หน่วยปฏบิ ตั ิการ, แจง้ ผลการรบั รอง
สำ�นักงานสาธารณสขุ จังหวดั , รถบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉิน เหน็ ชอบฯ
สำ�นักการแพทยก์ รุงเทพมหานคร ขออนญุ าตใชไ้ ฟสญั ญาณวับวาบ หนงั สอื รบั รองและ
หนว่ ยปฏบิ ตั กิ าร ให้ความเห็นชอบฯ
และเสียงสัญญาณ ระบบสารสนเทศ
แจ้งผลการได้รบั การอนญุ าต
ภายใน 60 วนั
21
วิธกี ารรบั รองและข้นั ตอนการรบั รอง (กรณรี ถที่จะขอรับรองไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ท่ีกำหนด)
๑. หน่วยปฏิบัติการ โดยนายทะเบียนหน่วยปฏิบัติการยื่นแบบคำร้องขอรับการตรวจรับรองรถ
บรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉิน (REQ001) ผ่านทางระบบสารสนเทศฯ หรือหากหน่วยปฏบิ ัติการมีข้อติดขัดไม่สามารถ
ยื่นแบบคำร้องผ่านทางระบบสารสนเทศฯ สามารถยื่นเป็นเอกสารได้ ถ้าหน่วยปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่นอกเขต
กรุงเทพมหานครสามารถยื่นเอกสารผ่านทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือถ้าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สามารถยืน่ เอกสารผ่านทางสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร
๒. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจสอบรถ
บริการการแพทย์ฉุกเฉิน พบว่ามีคุณลักษณะไม่เป็นไปตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง
เกณฑ์ วิธกี าร และแนวทาการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉนิ พ.ศ. ๒๕๖๔
๓. ผู้ตรวจประเมินหรือผ้รู บั ผดิ ชอบงานการแพทย์ฉุกเฉนิ เสนอเร่ืองเขา้ คณะกรรมการที่กำกับดูแล
ด้านการแพทย์ฉุกเฉินระดับจังหวัดพิจารณาความเหมาะสมและส่งเรื่องมาที่ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
ดำเนินผ่านระบบสารสนเทศฯ หรือหากไม่สามารถดำเนินการทางระบบสารสนเทศได้ สามารถส่งเอกสารมาท่ี
สถาบันการแพทยฉ์ กุ เฉินแห่งชาติ
๔. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ดำเนินการพิจารณาตรวจสอบรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
และให้การรับรองผ่านระบบสารสนเทศฯ โดยจัดทำหนังสือรับรองและให้ความเห็นชอบรถบริการการแพทย์
ฉุกเฉินและการขอใช้ไฟสัญญาณวับวาบ/เสียงสัญญาณ เพื่อการปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
(NIEMS CER) ภายใน ๖๐ วนั นบั จากวนั ท่ไี ดร้ ับการรอ้ งขอผ่านระบบสารสนเทศ หรอื ทางไปรษณยี ์
๕. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แจ้งผลการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินผ่านระบบ
สารสนเทศ ฯ หรอื ในรปู แบบไปรษณีย์ ไปยังสำนกั งานสาธารณสุขจังหวดั หรอื สำนกั การแพทย์กรุงเทพมหานคร
และหนว่ ยปฏบิ ัตกิ าร
๖. หน่วยปฏิบัติการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ยื่นขอ
อนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ โดยใช้หนังสือรับรองและให้ความเห็นชอบฯ (NIEMS CER)
พร้อมเอกสารแนบตามท่ีสำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติกำหนดยื่นประกอบการขออนญุ าต ยืน่ ไดด้ งั นี้
๖.๑ ตา่ งจงั หวดั ยืน่ คำขอที่ กองบงั คบั การตำรวจภธู รจังหวัด
๖.๒ กรุงเทพมหานครยื่นคำขอที่ กองบงั คบั การตำรวจจราจร
๗. การอนญุ าตใหใ้ ชไ้ ฟสญั ญาณวบั วาบและเสียงสญั ญาณ
๗.๑ ต่างจังหวัดอนญุ าตโดยผู้วา่ ราชการจังหวดั
๗.๒ กรงุ เทพมหานครอนุญาตโดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
๘. หน่วยปฏิบัตกิ ารท่ีได้รับการอนญุ าตใช้ไฟสญั ญาณวบั วาบและเสียงสญั ญาณ ใหด้ ำเนนิ การแจง้
ผลการไดร้ บั การอนุญาตผ่านทางระบบสารสนเทศ ฯ ภายใน 60 วันหลงั จากท่ีได้รับอนุญาต
22 22
ขั้นตอนการรับรอง
กรณีรถท่จี ะขอรบั รองไม่เป็นไปตามเกณฑท์ ก่ี �ำ หนด
ผูร้ ับผิดชอบ ข้ันตอน เอกสาร
หน่วยปฏิบัติการ ยนื่ แบบคำ�รอ้ งขอรับการตรวจ ระบบสารสนเทศ
นายทะเบยี นหนว่ ยปฏิบัตกิ าร รับรองรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉิน แบบฟอรม์ REQ001
สำ�นกั งานสาธารณสุขจังหวัด
ตรวจสอบรถบรกิ าร ประกาศ สพฉ.
และสำ�นักการแพทย์ การแพทยฉ์ กุ เฉิน ระบบสารสนเทศ
กรงุ เทพมหานคร แบบฟอร์ม EVA 01 - 05
คณะกรรมการท่กี ำ�กบั พจิ ารณา ระบบสารสนเทศ
ดูแลด้านการแพทย์ฉุกเฉิน หนงั สอื การรับรองรถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉิน
กรณีไม่เป็นไปตามประกาศ
ระดบั จังหวัด
พิจารณา
สถาบันการแพทย์ พจิ ารณา ประกาศ สพฉ.
ฉุกเฉนิ แห่งชาติ ระบบสารสนเทศ
สถาบนั การแพทย์ ใหก้ ารรบั รอง ระบบสารสนเทศ
ฉุกเฉนิ แห่งชาติ หนังสือรบั รองและใหค้ วาม
หนว่ ยปฏิบัติการ, แจ้งผลการรับรอง
ส�ำ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวัด, รถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉนิ เห็นชอบฯ
ส�ำ นกั การแพทยก์ รุงเทพมหานคร ขออนุญาตใช้ไฟสญั ญาณวบั วาบ หนังสือรับรองและ
หน่วยปฏิบัตกิ าร ใหค้ วามเหน็ ชอบฯ
และเสยี งสัญญาณ ระบบสารสนเทศ
แจ้งผลการได้รบั การอนุญาต
23
ภายใน 60 วนั
วิธกี ารการรับรองและขั้นตอนการรบั รอง
(กรณหี นว่ ยงานภาคเอกชน หรือนิตบิ คุ คลภาคเอกชนท่ปี ระกอบกิจการรับส่งผู้ป่วย)
๑. หน่วยปฏิบัติการ โดยนายทะเบียนหน่วยปฏิบัติการยื่นแบบคำร้องขอรับการตรวจรับรองรถบริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน(REQ001) กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ผ่านทางระบบสารสนเทศรับรองพาหนะ
บริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือหากไม่สามารถดำเนินการทางระบบสารสนเทศได้ สามารถส่งเอกสารมาทีส่ ถาบัน
การแพทยฉ์ กุ เฉินแห่งชาติ
๒. สถาบันการแพทยฉ์ ุกเฉินแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณารถบริการการแพทย์ฉกุ เฉินตาม
ประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่อง เกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการรับรองมาตรฐานรถบริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๖๔ และให้การรับรองผ่านระบบสารสนเทศฯ โดยจัดทำหนังสือรับรองและให้ความ
เหน็ ชอบรถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ และการขอใช้ไฟสัญญาณวับวาบ/เสียงสัญญาณ เพื่อการปฏิบัติการในระบบ
การแพทย์ฉุกเฉิน (NIEMS CER) ภายใน ๖๐ วัน นับจากวันที่ได้รับการร้องขอผ่านระบบสารสนเทศ หรือ ทาง
ไปรษณีย์
๓. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แจ้งผลการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินผ่านระบบ
สารสนเทศ ฯ หรอื ในรปู แบบไปรษณีย์ ไปยงั หน่วยปฏบิ ัติการ
๔. หน่วยปฏิบัติการ ยื่นขออนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ โดยใช้หนังสือรับรองและให้
ความเหน็ ชอบฯ พรอ้ มเอกสารแนบตามท่สี ำนักงานตำรวจแหง่ ชาติกำหนดย่ืนประกอบการขออนญุ าต ย่นื ไดด้ ังน้ี
๔.๑ ตา่ งจงั หวัดย่ืนคำขอที่ กองบงั คบั การตำรวจภูธรจงั หวดั
๔.๒ กรุงเทพมหานครยน่ื คำขอที่ กองบังคับการตำรวจจราจร
๕. การอนุญาตให้ใชไ้ ฟสญั ญาณวับวาบและเสยี งสญั ญาณ
๕.๑ ตา่ งจงั หวัดอนุญาตโดยผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
๕.๒ กรุงเทพมหานครอนญุ าตโดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
๖. หน่วยงานภาคเอกชน หรือนิติบุคคลภาคเอกชนที่ประกอบกิจการรับส่งผู้ป่วย ที่ได้รับการอนุญาต
ใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ ให้ดำเนินการแจ้งผลการได้รับการอนุญาตผ่านระบบสารสนเทศ ฯ
ภายใน 60 วนั หลังจากท่ไี ดร้ ับอนญุ าต
24 24
ขน้ั ตอนการรับรอง
กรณีหนว่ ยงานภาคเอกชน หรอื นิตบิ ุคคลภาคเอกชนทีป่ ระกอบกิจการรับส่งผู้ปว่ ย
ผู้รับผดิ ชอบ ขั้นตอน เอกสาร
หนว่ ยปฏบิ ัติการ ยนื่ แบบคำ�ร้องขอรับการตรวจ ระบบสารสนเทศ
นายทะเบยี นหนว่ ยปฏบิ ัติการ รับรองรถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉิน แบบฟอร์ม REQ001
สถาบนั การแพทย์ ตรวจสอบรถบรกิ าร ประกาศ สพฉ.
ฉุกเฉินแห่งชาติ การแพทยฉ์ กุ เฉิน ระบบสารสนเทศ
แบบฟอรม์ EVA 01 - 05
ให้การรับรอง
สถาบนั การแพทย์ แจ้งผลการรบั รอง ระบบสารสนเทศ
ฉกุ เฉินแห่งชาติ รถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉนิ หนังสือรบั รองและใหค้ วาม
หนว่ ยปฏบิ ัตกิ าร ขออนญุ าตใช้ไฟสญั ญาณวบั วาบ
หน่วยปฏิบตั กิ าร เห็นชอบฯ
และเสยี งสญั ญาณ หนังสือรบั รองและ
แจ้งผลการได้รับการอนุญาต ใหค้ วามเหน็ ชอบฯ
ระบบสารสนเทศ
ภายใน 60 วัน
25
ขน้ั ตอนรบั รองรถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉิน
กรณเี ปลีย่ นแปลงผู้ครอบครอง/ผู้ถือกรรมสิทธิ์ สำหรบั รถท่ียังปฏิบัตงิ านในหนว่ ยปฏบิ ตั กิ ารเดมิ
๑. ผู้ครอบครอง/ผู้ถือกรรมสิทธิ์ รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ดำเนินการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลกับ
กรมการขนสง่ ทางบก และแจง้ ผลการเปล่ียนแปลงไปทห่ี น่วยปฏบิ ตั ิการ
๒. หน่วยปฏิบัติการ โดยนายทะเบียนหน่วยปฏิบัติการตรวจสอบเอกสารและบันทึกข้อมูลผ่านระบบ
สารสนเทศ ฯ หากไม่สามารถบันทึกผ่านระบบสารสนเทศฯได้ ให้ส่งเอกสารมาที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
หรือสำนกั การแพทย์กรงุ เทพมหานคร
๓. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ
สารสนเทศฯ หากไม่สามารถดำเนินการทางระบบสารสนเทศได้ สามารถส่งเอกสารมาที่สถาบนั การแพทย์ฉุกเฉิน
แห่งชาติ
๔. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ พิจารณาความถูกต้องตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน
แหง่ ชาติ เรอ่ื ง เกณฑ์ วธิ กี าร และแนวทางการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ พ.ศ. ๒๕๖๔ และให้
การรบั รองผ่านระบบสารสนเทศฯ โดยจัดทำหนังสือรับรองและให้ความเหน็ ชอบรถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉินและ
การขอใช้ฟสัญญาณวับวาบ/เสียงสัญญาณเพื่อการปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (NIEMS CER) ภายใน
๖๐ วนั นับจากวนั ทีไ่ ด้รับการรอ้ งขอผ่านระบบสารสนเทศ หรอื ทางไปรษณีย์
๕. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แจ้งผลการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินผ่านระบบ
สารสนเทศ ฯ หรือในรูปแบบไปรษณีย์ ไปยังสำนกั งานสาธารณสุขจงั หวดั หรอื สำนกั การแพทย์กรุงเทพมหานคร
และหน่วยปฏิบัติการ
๖. หน่วยปฏิบัติการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ยื่นขออนุญาตใช้
ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ โดยใช้หนังสือรับรองและให้ความเห็นชอบฯ พร้อมเอกสารแนบตามที่
สำนักงานตำรวจแห่งชาตกิ ำหนดยนื่ ประกอบการขออนุญาต ย่ืนไดด้ งั นี้
๖.๑ กรงุ เทพมหานครยน่ื คำขอที่ กองบงั คับการตำรวจจราจร
๖.๒ ต่างจงั หวดั ยนื่ คำขอท่ี กองบงั คบั การตำรวจภธู รจงั หวัด
๗. การอนุญาตใหใ้ ช้ไฟสญั ญาณวบั วาบและเสียงสญั ญาณ
๗.๑ กรงุ เทพมหานครอนุญาตโดยผบู้ ญั ชาการตำรวจนครบาล
๗.๒ ต่างจงั หวัดอนุญาตโดยผู้ว่าราชการจังหวดั
๘. หน่วยปฏิบัติการที่ได้รับการอนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ ให้ดำเนินการแจ้งผล
การได้รับการอนุญาตผ่านระบบสารสนเทศ ฯ ภายใน 60 วนั หลังจากทไ่ี ด้รับอนุญาต
26 26
ข้ันตอนการรับรองกรณีเปลย่ี นแปลงผคู้ รอบครอง/ผถู้ อื กรรมสทิ ธิ์
สำ�หรบั รถทยี่ ังปฏบิ ตั งิ านในหน่วยปฏิบัติการ
ผรู้ บั ผดิ ชอบ ข้ันตอน เอกสาร
ผู้ครอบครอง ผู้ถอื กรรมสิทธ์ิ ดำ�เนนิ การเปลีย่ นแปลง สำ�เนาค่มู ือจดทะเบียนรถยนต์
หน่วยปฏิบัตกิ าร แกไ้ ขข้อมูล กรมธรรมป์ ระกนั ภัยรถยนต์
นายทะเบียนหน่วยปฏิบตั กิ าร ตรวจสอบเอกสาร ระบบสารสนเทศ
ส�ำ นักงานสาธารณสุขจงั หวัด ตรวจสอบ ระบบสารสนเทศ
และส�ำ นกั การแพทย์ หนังสือแจ้งเปล่ียนชือ่ ผู้ครอบครองฯ
กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบข้อมลู
ประกาศ สพฉ.
สถาบันการแพทย์ ตรวจสอบ ระบบสารสนเทศ
ฉุกเฉนิ แห่งชาติ
พจิ ารณา ระบบสารสนเทศ
สถาบันการแพทย์ หนังสือรับรองและใหค้ วาม
ฉกุ เฉินแหง่ ชาติ ใหก้ ารรบั รอง
หน่วยปฏิบตั ิการ, เหน็ ชอบฯ
สำ�นักงานสาธารณสขุ จังหวัด, แจง้ ผลการรบั รอง หนงั สือรบั รองและ
สำ�นกั การแพทยก์ รงุ เทพมหานคร รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ให้ความเหน็ ชอบฯ
หน่วยปฏิบตั กิ าร ขออนุญาตใช้ไฟสัญญาณวบั วาบ
ระบบสารสนเทศ
และเสียงสัญญาณ
แจ้งผลการได้รับการอนุญาต
ภายใน 60 วัน
27
ขน้ั ตอนการขอรับรองรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉิน
กรณไี ดร้ บั การรับรองแลว้ แต่มีการยา้ ยรถไปหนว่ ยงานอ่ืน หรือผู้ครอบครอง/ผู้ถือกรรมสทิ ธย์ิ า้ ยหนว่ ยสังกัด
๑. หน่วยปฏิบตั ิการ/ผ้คู รอบครอง/ผู้ถอื กรรมสิทธิ์ รถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉิน ดำเนินการเปลย่ี นแปลง
แก้ไขข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก และแจ้งผลการเปลี่ยนแปลงไปที่หน่วยปฏิบัติการสังกัดเดิม และหน่วย
ปฏบิ ัตกิ ารสังกัดใหม่
๒. หน่วยปฏิบัติการสังกัดใหม่ประสานงานให้หน่วยปฏิบัติการสังกัดเดิมแจ้งย้ายข้อมูลมายังพื้นที่
ปลายทาง โดยนายทะเบียนหน่วยปฏิบัติการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง บันทึกผ่านระบบสารสนเทศฯ
หรือหากไม่สามารถบันทึกผา่ นระบบสารสนเทศฯ ได้ให้ส่งเอกสารมายังสำนกั งานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนัก
การแพทย์กรงุ เทพมหานคร
๓. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ
สารสนเทศ ฯ หากไม่สามารถดำเนินการทางระบบสารสนเทศได้ สามารถส่งเอกสารมาท่ีสถาบันการแพทย์
ฉกุ เฉินแห่งชาติ
๔. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ พิจารณาความถูกต้องตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน
แห่งชาติ เรื่อง เกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔
และแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ผ่านระบบ
สารสนเทศฯ
๕. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ให้การรับรองผ่านระบบสารสนเทศฯ โดยจัดทำหนังสือรับรอง
และให้ความเห็นชอบรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการขอใช้ ไฟสัญญาณวับวาบ/เสียงสัญญาณเพื่อการ
ปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (NIEMS CER) ภายใน ๖๐ วัน นับจากวันที่ได้รับการร้องขอผ่านระบบ
สารสนเทศ หรือ ทางไปรษณยี ์
๖. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แจ้งผลการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินผ่านระบบ
สารสนเทศ ฯ หรือในรูปแบบไปรษณยี ์ ไปยงั สำนกั งานสาธารณสุขจงั หวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร
หน่วยปฏบิ ัติการ
๗. หน่วยปฏิบัติการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ยื่นขอ
อนญุ าตใชไ้ ฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ โดยใช้หนังสือรับรองและให้ความเห็นชอบฯ พรอ้ มเอกสารแนบ
ตามท่ีสำนักงานตำรวจแหง่ ชาติกำหนดยนื่ ประกอบการขออนุญาต ยืน่ ไดด้ งั นี้
๗.๑ กรงุ เทพมหานครย่นื คำขอท่ี กองบังคบั การตำรวจจราจร
๗.๒ ต่างจงั หวัดยื่นคำขอที่ กองบงั คับการตำรวจภธู รจงั หวัด
๘. การอนญุ าตใหใ้ ช้ไฟสญั ญาณวับวาบและเสียงสญั ญาณ
๘.๑ กรงุ เทพมหานครอนญุ าตโดยผู้บญั ชาการตำรวจนครบาล
๘.๒ ต่างจงั หวดั อนญุ าตโดยผู้ว่าราชการจงั หวดั
๙. หน่วยปฏิบัติการที่ได้รับการอนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ ให้ดำเนินการแจ้งผล
การได้รับการอนุญาตผา่ นระบบสารสนเทศ ฯ ภายใน 60 วันหลงั จากทไ่ี ดร้ ับอนุญาต
28 28
ข้ันตอนการขอรบั รองกรณีไดร้ ับการรบั รองแล้วแตม่ กี ารย้ายรถไปหนว่ ยงานอ่ืน
หรือผคู้ รอบครอง/ผู้ถือกรรมสิทธ์ิย้ายหนว่ ยสังกดั
ผู้รับผิดชอบ ขนั้ ตอน เอกสาร
หน่วยปฏบิ ตั กิ าร ผูค้ รอบครอง ดำ�เนินการเปลี่ยนแปลง ส�ำ เนาคมู่ ือจดทะเบียนรถยนต์
ผู้ถือกรรมสทิ ธิ์ แก้ไขขอ้ มูล กรมธรรม์ประกนั ภัยรถยนต์
หนังสอื แจง้ ย้ายหนว่ ยปฏบิ ัติการ
หน่วยปฏิบตั ิการใหม่ ตรวจสอบเอกสาร
นายทะเบียนหน่วยปฏิบตั ิการ ระบบสารสนเทศ
ส�ำ นกั งานสาธารณสุขจังหวัด ตรวจสอบ ระบบสารสนเทศ
และส�ำ นกั การแพทย์ หนงั สอื แจง้ ย้ายหน่วยปฏิบตั กิ าร
กรงุ เทพมหานคร ตรวจสอบขอ้ มลู
ประกาศ สพฉ.
สถาบันการแพทย์ ตรวจสอบ ระบบสารสนเทศ
ฉุกเฉนิ แห่งชาติ
พจิ ารณา ระบบสารสนเทศ
สถาบนั การแพทย์ หนังสือรับรองและใหค้ วาม
ฉุกเฉินแหง่ ชาติ ให้การรบั รอง
หน่วยปฏิบัติการ, เหน็ ชอบฯ
ส�ำ นกั งานสาธารณสขุ จังหวดั , แจง้ ผลการรบั รอง หนงั สอื รบั รองและ
สำ�นักการแพทย์กรงุ เทพมหานคร รถบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ให้ความเหน็ ชอบฯ
หน่วยปฏบิ ัตกิ าร ขออนญุ าตใช้ไฟสัญญาณวับวาบ
ระบบสารสนเทศ
และเสียงสัญญาณ
แจ้งผลการได้รบั การอนุญาต
ภายใน 60 วนั
29
ขั้นตอนการขอรับรองรถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉิน
กรณไี ดร้ บั การรบั รองแลว้ แต่มีการเปลีย่ นชื่อหนว่ ยปฏิบัติการ
๑. หนว่ ยปฏิบตั ิการ ดำเนนิ การเปลย่ี นแปลงแก้ไขชื่อหนว่ ยปฏิบตั ิการกับหน่วยงานทเี่ กี่ยวข้อง
๒. หน่วยปฏิบัติการ โดยนายทะเบียนหน่วยปฏิบัติการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ บันทึกผ่านระบบ
สารสนเทศฯ หากไมส่ ามารถดำเนินการทางระบบสารสนเทศได้ ให้ส่งเอกสารมายังสำนกั งานสาธารณสุขจังหวัด
หรือสำนักการแพทย์กรงุ เทพมหานคร
๓. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ
สารสนเทศฯ หากไม่สามารถดำเนินการทางระบบสารสนเทศได้ ให้ดำเนินการจัดส่งเอกสารมายังสถาบัน
การแพทยฉ์ ุกเฉนิ แห่งชาติ
๔. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ พิจารณาความถูกต้องตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน
แห่งชาติ เร่ือง เกณฑ์ วธิ ีการ และแนวทาการรบั รองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ พ.ศ. ๒๕๖๔ และแจ้ง
ผลการพิจารณาผา่ นระบบสารสนเทศฯ ไปยังสำนกั งานสาธารณสุขจงั หวดั หรอื สำนกั การแพทย์กรุงเทพมหานคร
๕. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ให้การรับรองผ่านระบบสารสนเทศฯ โดยจัดทำหนังสือรับรอง
และให้ความเห็นชอบรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการขอใช้ ไฟสัญญาณวับวาบ/เสียงสัญญาณเพื่อการ
ปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (NIEMS CER) ภายใน ๖๐ วัน นับจากวันที่ได้รับการร้องขอผ่านระบบ
สารสนเทศ หรือ ทางไปรษณีย์
๖. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แจ้งผลการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินผ่านระบบ
สารสนเทศ ฯ หรอื ในรูปแบบไปรษณีย์ ไปยงั สำนักงานสาธารณสุขจังหวดั หรอื สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร
หน่วยปฏบิ ตั กิ าร
๗. หน่วยปฏบิ ตั ิการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนกั การแพทย์กรุงเทพมหานคร ย่ืนขออนุญาตใช้
ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ โดยใช้หนังสือรับรองและให้ความเห็นชอบฯ พร้อมเอกสารแนบตามท่ี
สำนักงานตำรวจแหง่ ชาตกิ ำหนดย่ืนประกอบการขออนุญาต ยืน่ ไดด้ งั น้ี
๗.๑ กรุงเทพมหานครย่ืนคำขอท่ี กองบังคับการตำรวจจราจร
๗.๒ ตา่ งจังหวดั ย่นื คำขอท่ี กองบังคบั การตำรวจภูธรจังหวัด
๘. การอนุญาตให้ใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสญั ญาณ
๘.๑ กรงุ เทพมหานครอนญุ าตโดยผูบ้ ัญชาการตำรวจนครบาล
๘.๒ ต่างจังหวดั อนญุ าตโดยผวู้ ่าราชการจังหวดั
๙. หน่วยปฏิบัติการที่ได้รับการอนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ ให้ดำเนินการแจ้งผล
การได้รับการอนุญาตผ่านระบบสารสนเทศรับรองพาหนะบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ภายใน 60 วันหลังจากที่
ได้รับอนญุ าต
30 30
ข้ันตอนการขอรบั รองกรณีได้รบั การรับรองแลว้ แต่มกี ารเปลีย่ นชื่อหน่วยปฏบิ ัติการ
ผ้รู ับผดิ ชอบ ข้นั ตอน เอกสาร
หน่วยปฏิบัติการ เปลยี่ นแปลงแกไ้ ขขอ้ มูล ระบบสารสนเทศ
หน่วยปฏบิ ตั กิ าร ตรวจสอบเอกสาร หนังสือแจ้งเปลีย่ นชอ่ื หนว่ ยปฏบิ ัตกิ าร
นายทะเบยี นหนว่ ยปฏิบัตกิ าร
ระบบสารสนเทศ
สำ�นักงานสาธารณสขุ จงั หวดั ตรวจสอบ ระบบสารสนเทศ
และสำ�นกั การแพทย์ หนงั สือแจ้งเปลยี่ นชือ่ หนว่ ยปฏิบตั ิการ
กรงุ เทพมหานคร ตรวจสอบขอ้ มูล
ประกาศ สพฉ.
สถาบนั การแพทย์ ตรวจสอบ ระบบสารสนเทศ
ฉุกเฉินแหง่ ชาติ
พิจารณา ระบบสารสนเทศ
สถาบนั การแพทย์ หนงั สือรับรองและใหค้ วาม
ฉกุ เฉนิ แห่งชาติ ให้การรบั รอง
หนว่ ยปฏิบตั กิ าร, เห็นชอบฯ
สำ�นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั , แจง้ ผลการรบั รอง หนงั สอื รับรองและ
สำ�นกั การแพทย์กรุงเทพมหานคร รถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉนิ ให้ความเห็นชอบฯ
หน่วยปฏิบัติการ ขออนญุ าตใชไ้ ฟสญั ญาณวบั วาบ
ระบบสารสนเทศ
และเสยี งสญั ญาณ
แจง้ ผลการได้รบั การอนุญาต
ภายใน 60 วนั
31
ขน้ั ตอนกรณหี นว่ ยปฏบิ ัตกิ ารปิดกจิ การหรอื ถกู ยกเลกิ กจิ การ
๑. หนว่ ยปฏบิ ตั กิ าร โดยนายทะเบยี นหนว่ ยปฏบิ ัตกิ ารดำเนนิ การแจ้งขอ้ มูลการปดิ กจิ การหรอื ถูกยกเลิก
กิจการผ่านระบบสารสนเทศ ฯ หากไม่สามารถดำเนินการทางระบบสารสนเทศได้ ให้ดำเนินการจัดส่งเอกสาร
มายังสถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉินแหง่ ชาติ สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวัด สำนกั การแพทย์กรงุ เทพมหานคร
๒. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร
บันทกึ การปดิ กิจการหรือถกู ยกเลิกกิจการ ผ่านทางระบบสารสนเทศฯ
๓. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของหน่วยปฏิบัติการ และดำเนินการ
ยกเลิกการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินในสังกัดหน่วยปฏิบัติการ พร้อมทั้งแจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุข
จงั หวดั สำนกั การแพทย์กรงุ เทพมหานคร ผา่ นทางระบบสารสนเทศฯ หรือรปู แบบไปรษณยี ์
๔. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรอื สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ทำหนังสอื แจ้งยกเลิกการรับรอง
ไปยังสำนักงานตำรวจแหง่ ชาติ ดงั น้ี
๔.๑ กรงุ เทพมหานครแจ้งที่ กองบงั คบั การตำรวจจราจร
๔.๒ ตา่ งจงั หวัดแจง้ ที่ กองบงั คับการตำรวจภธู รจังหวัด
32 32
ข้ันตอนกรณีหน่วยปฏบิ ัติการปิดกจิ การหรอื ถกู ยกเลิกกจิ การ
ผรู้ ับผดิ ชอบ ขัน้ ตอน เอกสาร
หนว่ ยปฏิบตั กิ าร แจง้ ข้อมลู การปดิ กจิ การ ระบบสารสนเทศ
นายทะเบยี นหน่วยปฏิบตั ิการ บนั ทกึ ข้อมลู หนงั สอื แจ้งปดิ กจิ การ
สถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉินแหง่ ชาติ ตรวจสอบข้อมลู
สำ�นกั งานสาธารณสุขจงั หวัด และ ระบบสารสนเทศ
ส�ำ นักการแพทยก์ รงุ เทพมหานคร ระบบสารสนเทศ
สถาบันการแพทย์ฉกุ เฉินแห่งชาติ
สถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉนิ แห่งชาติ ตรวจสอบ ระบบสารสนเทศ
ส�ำ นกั งานสาธารณสุขจังหวดั , หนังสอื แจ้งผลการยกเลิก
แจ้งผลการยกเลกิ กิจการ
สำ�นกั การแพทย์กรงุ เทพมหานคร แจง้ ยกเลิกการรบั รอง หนังสือแจ้งยกเลกิ
การรับรอง
33
ขัน้ ตอนการระงับ พกั เพิกถอนหนังสือรบั รอง
๑. มีการร้องเรยี น กระทำผิดกฎหมาย หรือการตรวจสอบ จากผูต้ รวจประเมินหรือการสุ่มตรวจ
๒. สำนกั งานสาธารณสุขจังหวัด หรอื สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ดำเนนิ การแจ้งข้อมูลให้สถาบัน
การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อดำเนินการ พกั เพกิ ถอน หนังสือรบั รองและให้ความเห็นชอบรถบริการการแพทย์
ฉุกเฉินและการขอใช้ไฟสัญญาณวับวาบ/เสียงสัญญาณ เพื่อการปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (NIEMS
CER)
๓. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อ พัก เพิกถอน หนังสือรับรองฯ
ภายใน ๖๐ วนั นับจากวนั ท่ไี ดร้ บั การรอ้ งขอผ่านระบบสารสนเทศ หรอื ทางไปรษณยี ์
๔. แจ้งผลการพัก เพิกถอน หนังสือรับรองฯ ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักการแพทย์
กรงุ เทพมหานคร ผา่ นทางระบบสารสนเทศฯ หรอื รปู แบบไปรษณีย์
๕. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร แจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ดงั นี้
๕.๑ กรุงเทพมหานครแจง้ ที่ กองบงั คบั การตำรวจจราจร
๕.๒ ตา่ งจงั หวดั แจง้ ที่ กองบังคับการตำรวจภธู รจงั หวัด
๖. สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวัด หรอื สำนกั การแพทย์กรุงเทพมหานคร แจง้ ผลการพัก เพกิ ถอน การใช้
ไฟสญั ญาณวับวาบและเสียงสญั ญาณ ให้ดำเนนิ การแจง้ ผลผา่ นระบบสารสนเทศ ฯ
34 34
ข้ันตอนการระงบั พกั เพิกถอนหนงั สอื รับรอง
ผู้รบั ผิดชอบ ข้ันตอน เอกสาร
ผตู้ รวจประเมนิ รอ้ งเรียน, ตรวจสอบ หนงั สือรอ้ งเรียน
สำ�นักงานสาธารณสุขจงั หวัด และ แจง้ ข้อมูล หนงั สือแจ้งผลการตรวจสอบ
สำ�นกั การแพทย์กรุงเทพมหานคร พจิ ารณา
สถาบนั การแพทย์ฉุกเฉินแหง่ ชาติ ระบบสารสนเทศ
หนังสอื แจง้ การยกเลกิ
ระบบสารสนเทศ
สถาบนั การแพทยฉ์ ุกเฉนิ แห่งชาติ ตรวจสอบ ระบบสารสนเทศ
สำ�นกั งานสาธารณสุขจังหวัด และ หนังสอื แจ้งผลการระงบั เพกิ ถอน
ส�ำ นักการแพทย์กรงุ เทพมหานคร แจ้งผลการระงับเพกิ ถอน หนังสอื แจ้งการระงบั เพกิ ถอน
ส�ำ นักงานสาธารณสุขจงั หวัด และ แจ้งการระงับเพิกถอน
สำ�นกั การแพทยก์ รุงเทพมหานคร การใชส้ ญั ญาณไฟฯ การใชส้ ญั ญาณไฟฯ
แจง้ ผลการระงับเพกิ ถอน ระบบสารสนเทศ
การใชส้ ัญญาณไฟฯ
35
บทที่ ๒
เอกสารแบบฟอร์มการขอและการประเมนิ สำ�หรบั การรบั รองรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉนิ
บทที่ ๒
เอกสารแบบฟอร์มการขอและการประเมินสำหรบั การรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ
เพื่อให้การรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
และมีประสิทธิภาพ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้จัดทำแบบฟอร์มคำร้องขอรับการตรวจรับรองรถบริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน ใบรายงานผลการตรวจรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและอุปกรณ์ทางการแพทยส์ ำหรับรถบริการ
การแพทยฉ์ กุ เฉนิ เพือ่ ใช้ในการตรวจสอบรถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉนิ โดยมเี อกสารดงั นี้
- แบบคำร้องขอรบั การตรวจรับรองรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉิน (REQ 001)
- แบบคำร้องขอรับการตรวจรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรณีเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครอง/ผู้ถือ
กรรมสิทธ์ิ สำหรับรถทีป่ ฏบิ ตั ิงานในหนว่ ยปฏิบัติงานเดิม (REQ 002)
- แบบคำร้องขอรับการรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรณีได้รับการรับรองแล้วแต่มีการย้ายรถไป
หนว่ ยงานอน่ื หรือผคู้ รอบครอง/ผ้ถู ือกรรมสทิ ธ์ิยา้ ยหนว่ ยสงั กัด (REQ 003)
- แบบคำรอ้ งขอรับการรบั รองรถบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉินกรณไี ดร้ ับการรับรองแลว้ แต่มกี ารเปลี่ยนชอื่
หน่วย (REQ 004)
-แบบประเมินการตรวจรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและอุปกรณ์ทางการแพทยส์ ำหรบั รถบริการการแพทย์
ฉกุ เฉินประเภทลำเลยี งผปู้ ว่ ย ระดับปฏบิ ัติการแพทย์ขัน้ พนื้ ฐาน (EVA 01)
- แบบประเมินการตรวจรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉนิ และอุปกรณท์ างการแพทย์สำหรับรถบรกิ าร
การแพทยฉ์ ุกเฉินประเภทลำเลียงผู้ป่วย ระดบั ปฏิบัติการแพทย์ขน้ั สูงและขนั้ เฉพาะทาง (EVA 02)
-แบบประเมินการตรวจสภาพรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินประเภทไม่ลำเลียงผู้ป่วยประเภทสนับสนุนการ
ปฏิบัติการ(รถสนับสนุนการสื่อสารในสถานการณ์ฉุกเฉิน รถสนับสนุนการ รับ – ส่ง สัญญาณดาวเทียม และรถ
บัญชาการสถานการณ์ฉกุ เฉนิ ) (EVA 03)
-แบบประเมนิ การตรวจสภาพรถบริการการแพทยฉ์ กุ เฉินประเภทสนับสนนุ การปฏิบตั ิการแพทย์
(รถจักรยานยนต์) (Motorlance) (EVA 04)
-แบบประเมินการตรวจสภาพรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินประเภทสนับสนุนการปฏิบัติการแพทย์
(ประเภทรถยนต)์ รถลำเลียงยา เวชภณั ฑ์ เครอื่ งมือทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัตกิ าร หรืออวัยวะสำคญั (EVA 05)
-แบบประเมนิ การตรวจสภาพรถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉินประเภทสนบั สนนุ การปฏิบตั กิ ารแพทย์
(ประเภทรถแพทย์ฉุกเฉนิ ( Doctor Car)) (EVA 06)
37
FORM REQ001
แบบคำรอ้ งขอรบั การตรวจรับรองรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉนิ
เขยี นที่ ........................................................
วันที่ ..................................................
เรียน ………………………(เลขาธกิ ารสถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉนิ แหง่ ชาติ หรือ นายแพทยส์ าธารณสุขจงั หวัดหรือ
ผูอ้ ำนวยการสำนักการแพทย์กรงุ เทพมหานคร)
ขา้ พเจา้ ช่ือ.(.ผบู้ รหิ ารการแพทย์ฉุกเฉินของหนว่ ยปฏิบัติการ)…ท่ีอย.ู่ ......................................................
หน่วยปฏิบตั กิ ารทีส่ ังกัด .............................................................. ทีต่ ั้ง................................................................
ขอรบั การตรวจรบั รองเปน็ รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ในระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ชื่อผู้ครอบครองรถ .............................................................ทีอ่ ยู่.........................................................................
.............................................................................................................................................................. ................
ขอรบั การรบั รองใหม่ ขอต่ออายุการรับรอง (เคยได้รบั การรับรองจาก สพฉ. )
ประเภทรถที่ขอการรบั รอง ระดบั ปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขั้นสงู ระดับปฏบิ ัตกิ ารแพทยข์ น้ั เฉพาะทาง
ประเภทลำเลียงผู้ป่วย
ระดบั ปฏบิ ตั ิการแพทยข์ ั้นพนื้ ฐาน
ประเภทไมล่ ำเลียงผ้ปู ่วย (สนับสนนุ การปฏบิ ตั ิการอำนวยการ)
รถสนบั สนุนการสอื่ สารในสถานการณ์ฉกุ เฉนิ รถสนับสนุนการ รบั - สง่ สญั ญาณดาวเทียม
รถบญั ชาการในสถานการณฉ์ กุ เฉิน
ประเภทไมล่ ำเลยี งผ้ปู ่วย (สนับสนุนการปฏบิ ตั กิ ารแพทย)์
ประเภทรถจกั รยานยนต์ (Motorlance) รถแพทย์ฉกุ เฉิน ( Doctor Car)
รถลำเลียงยา, เวชภณั ฑ,์ เคร่อื งมือทางการแพทย์, ผูป้ ฏิบตั กิ าร, หรอื อวยั วะสำคัญ
ลกั ษณะ รย.๑ รย.๒ รย.๓ รย.๔ อนื่ ๆ ระบ…ุ ………………………………………
** หมายเหต:ุ สามารถเลือกขอรับการรบั รองได้ ๑ ประเภทเท่านนั้
หมายเลขตัวถัง…………………………………………………………หมายเลขทะเบยี น ........................................ ปีทีจ่ ด
ทะเบียน………………………หมวดจังหวัด ................................ ยี่ห้อรถ .................................ส.ี .....................
..................……………………………
()
ผบู้ รหิ ารการแพทย์ฉุกเฉนิ ของหน่วยปฏิบตั ิการ
วันที…่ ………/………………/………………
38 38
FORM REQ002
แบบคำรอ้ งขอรบั การรบั รองรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉนิ
กรณเี ปล่ียนแปลงผคู้ รอบครอง/ผ้ถู ือกรรมสทิ ธ์ิ สำหรับรถทีป่ ฏิบัตงิ านในหน่วยปฏบิ ัตงิ านเดิม
เขียนที่ ........................................................
วันที่ ..................................................
เรียน ………………………(เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรอื นายแพทยส์ าธารณสุขจงั หวัดหรือ
ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์กรงุ เทพมหานคร)
ขา้ พเจ้าช่ือ.(.ผู้บริหารการแพทยฉ์ กุ เฉินของหน่วยปฏบิ ัตกิ าร) ชื่อ..........................................................
ชอื่ หน่วยปฏิบตั ิการ ..................................................................... ทตี่ ้ัง................................................................
ขอแกไ้ ขข้อมลู รถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ ในระบบการแพทยฉ์ กุ เฉนิ กรณเี ปลี่ยนแปลงผู้ครอบครอง/ผู้
ถือกรรมสิทธ์ิ สำหรับรถทีป่ ฏิบัตงิ านในหนว่ ยปฏบิ ตั ิงานเดิม ดังรายละเอียดต่อไปน้ี
รถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉิน หมายเลขทะเบยี น .......................................ทะเบยี นจังหวัด......................
ปที ีจ่ ดทะเบียน ...................... หมายเลขตวั ถงั ………………….....………………… ยีห่ อ้ รถ .......................ส.ี ..................
ชื่อผู้ครอบครองรถ (เดิม) ...................................................……….........................................................................
ชื่อผู้ครอบครองรถ (ใหม่).....................................................................................................................................
ขอหนังสือรับรองและให้ความเห็นชอบ ฯ ฉบบั ใหม่
ประเภทรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉินทข่ี อแก้ไข
ประเภทลำเลยี งผู้ป่วย
ระดบั ปฏบิ ตั ิการแพทย์ข้ันพน้ื ฐาน ระดบั ปฏบิ ตั ิการแพทยข์ น้ั สงู ระดบั ปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั เฉพาะทาง
ประเภทไม่ลำเลยี งผปู้ ่วย (สนับสนุนการปฏบิ ตั กิ ารอำนวยการ)
รถสนบั สนุนการส่ือสารในสถานการณฉ์ ุกเฉิน รถสนบั สนุนการ รบั - สง่ สญั ญาณดาวเทียม
รถบญั ชาการในสถานการณ์ฉกุ เฉิน
ประเภทไม่ลำเลยี งผูป้ ่วย (สนบั สนุนการปฏิบัติการแพทย)์
ประเภทรถจักรยานยนต์ (Motorlance) รถแพทยฉ์ ุกเฉิน ( Doctor Car)
รถลำเลียงยา, เวชภัณฑ,์ เคร่ืองมือทางการแพทย์, ผู้ปฏิบตั กิ าร, หรอื อวัยวะสำคัญ
ลงชอื่ ..................……………………………
()
ผูบ้ ริหารการแพทยฉ์ กุ เฉินของหน่วยปฏบิ ตั กิ าร
39
FORM REQ003
แบบคำร้องขอรบั การรับรองรถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉนิ
กรณไี ด้รับการรบั รองแล้วแต่มีการยา้ ยรถไปหนว่ ยงานอืน่
หรือผู้ครอบครอง/ผูถ้ ือกรรมสทิ ธย์ิ า้ ยหน่วยสังกดั
เขียนที่ ........................................................
วันท่ี ..................................................
เรยี น ………………………(เลขาธิการสถาบนั การแพทย์ฉุกเฉนิ แหง่ ชาติ หรือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรอื
ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์กรงุ เทพมหานคร)
ขา้ พเจ้าช่ือ.(.ผู้บริหารการแพทย์ฉกุ เฉนิ ของหนว่ ยปฏบิ ัติการ) ชื่อ..........................................................
ชอื่ หน่วยปฏบิ ัติการ ..................................................................... ท่ตี ้ัง................................................................
ขอแก้ไขข้อมลู รถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ ในระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ กรณไี ด้รับการรบั รองแล้วแต่มีการ
ยา้ ยรถไปหนว่ ยงานอน่ื หรือผูค้ รอบครอง/ผู้ถือกรรมสทิ ธยิ์ ้ายหน่วยสังกัด ดงั รายละเอยี ดตอ่ ไปนี้
รถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉิน หมายเลขทะเบยี น................................... หมวดจงั หวัด .............................
ปที จ่ี ดทะเบียน ............................................................. ยีห่ อ้ รถ ...................................... สี ..........................
หมายเลขตัวถังรถ .........................................................ช่ือผคู้ รอบครอง ................................................................
ทอ่ี ย.ู่ ...................................................................................................................................................................
หน่วยปฏิบตั ิการที่สงั กัด (เดิม)…………........…….................................................................................................
หนว่ ยปฏิบัติการทสี่ งั กัด (ใหม่).......................................................................................................................
ขอหนังสือรบั รองและให้ความเหน็ ชอบ ฯ ฉบบั ใหม่
ประเภทรถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉนิ ทขี่ อแกไ้ ข
ประเภทลำเลยี งผู้ปว่ ย
ระดบั ปฏบิ ตั ิการแพทยข์ ั้นพื้นฐาน ระดบั ปฏบิ ตั ิการแพทยข์ ้ันสงู ระดับปฏิบตั กิ ารแพทย์ขน้ั เฉพาะทาง
ประเภทไมล่ ำเลยี งผู้ปว่ ย (สนับสนุนการปฏบิ ตั ิการอำนวยการ)
รถสนบั สนุนการส่ือสารในสถานการณ์ฉุกเฉนิ รถสนับสนนุ การ รับ - สง่ สัญญาณดาวเทยี ม
รถบัญชาการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ประเภทไมล่ ำเลียงผูป้ ว่ ย (สนับสนนุ การปฏบิ ัตกิ ารแพทย์)
ประเภทรถจกั รยานยนต์ (Motorlance) รถแพทยฉ์ กุ เฉนิ ( Doctor Car)
รถลำเลียงยา, เวชภัณฑ,์ เคร่อื งมือทางการแพทย์, ผปู้ ฏิบตั ิการ, หรืออวยั วะสำคัญ
ลงช่ือ ..................……………………………
()
ผู้บรหิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉินของหน่วยปฏิบัติการ
40 40
FORM REQ004
แบบคำรอ้ งขอรับการรับรองรถบริการการแพทยฉ์ ุกเฉนิ
กรณไี ดร้ ับการรบั รองแล้วแต่มีการเปลี่ยนชื่อหนว่ ย
เขียนที่ ........................................................
วันท่ี ..................................................
เรยี น ………………………(เลขาธกิ ารสถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉินแห่งชาติ หรือ นายแพทยส์ าธารณสุขจงั หวดั หรือ
ผ้อู ำนวยการสำนกั การแพทย์กรงุ เทพมหานคร)
ขา้ พเจ้าช่ือ.(.ผูบ้ รหิ ารการแพทย์ฉกุ เฉินของหนว่ ยปฏิบัติการ) ชอ่ื ..........................................................
ชอ่ื หนว่ ยปฏบิ ัติการ ..................................................................... ท่ตี งั้ ................................................................
ขอแก้ไขขอ้ มูลรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน กรณไี ด้รบั การรับรองแล้วแต่มีการ
ยา้ ยรถไปหนว่ ยงานอ่นื หรอื ผู้ครอบครอง/ผูถ้ อื กรรมสทิ ธยิ์ ้ายหนว่ ยสังกัด ดงั รายละเอยี ดต่อไปนี้
รถบริการการแพทยฉ์ กุ เฉิน หมายเลขทะเบียน................................... หมวดจังหวดั .............................
ปที ี่จดทะเบยี น ............................................................. ยีห่ อ้ รถ ...................................... สี ..............................
หมายเลขตวั ถังรถ ..................................................................ชือ่ ผู้ครอบครองรถ .................................................
ทอ่ี ย่.ู .....................................................................................................................................................................
ชอื่ หน่วยปฏิบัติการ (ชอ่ื เดมิ )…………………………….......................................................................................………
ชอื่ หนว่ ยปฏบิ ัตกิ าร (ช่ือใหม่)...............................................................................................................................
ขอหนงั สือรับรองและให้ความเห็นชอบ ฯ ฉบบั ใหม่
ประเภทรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ขอแก้ไข
ประเภทลำเลยี งผู้ป่วย
ระดบั ปฏบิ ัติการแพทยข์ ้ันพนื้ ฐาน ระดบั ปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขนั้ สงู ระดบั ปฏิบตั ิการแพทยข์ นั้ เฉพาะทาง
ประเภทไมล่ ำเลียงผปู้ ่วย (สนบั สนุนการปฏิบัตกิ ารอำนวยการ)
รถสนับสนุนการส่อื สารในสถานการณ์ฉกุ เฉนิ รถสนบั สนุนการ รับ - สง่ สัญญาณดาวเทยี ม
รถบัญชาการในสถานการณ์ฉกุ เฉนิ
ประเภทไม่ลำเลยี งผู้ป่วย (สนับสนนุ การปฏบิ ัตกิ ารแพทย์)
ประเภทรถจักรยานยนต์ (Motorlance) รถแพทย์ฉกุ เฉนิ ( Doctor Car)
รถลำเลยี งยา, เวชภัณฑ,์ เครื่องมือทางการแพทย์, ผู้ปฏบิ ัตกิ าร, หรืออวยั วะสำคญั
ลงชอื่ ..................……………………………
()
ผู้บรหิ ารการแพทย์ฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการ
41
FORM EVA 01
แบบประเมิน FORM EVA 01
การตรวจรถบริการการแพทยฉ์ กุ เฉนิแบแบลปะอระุปเมกินรณ์ทางการแพทยส์ ำหรบั รถบรกิ ารการแพทย์
การตรวจรถบรฉกิ ากุ รเกฉานิ รปแพระทเยภฉ์ ทกุ ลเฉำินเลแยี ลงะผอปูุ้ กว่ รยณร์ทะาดงบักาปรฏแิบพตัทิกยส์าำรหแรพบั ทรยถ์ขบร้นั ิกพา้ืนรกฐาารนแพทย์
ดว้ ยขฉา้ พกุ เฉจ้านิ .ป...ร..ะ..เ..ภ..ท...ล...ำ..เ.ล...ีย..ง..ผ..ป.ู้ ..ว่.…ย…ร…ะ…ดับ…ป…ฏ…ิบ…ตั ผิกู้ตารรวแจพปทระยเข์มนั้ิ พเล้ืนขฐทาี่..น............................................
ได้ทำการตรดว้วจยปข้ารพะเจมา้ ิน....ส..ภ...า..พ...ข...อ...ง..ร..ถ...แ..ล...ะ..อ…ุป…ก…ร…ณ…์ป…ร…ะ…จผำรตู้ ถรวบจรปิกราะรเมกนิารเลแขพทที่...ย..์ฉ...กุ ..เ..ฉ..ิน...ข...อ...ง..ห...น..ว่...ย....ป...ฏ...บิ ...ัตกิ ารฉกุ เฉนิ
ขไดอ้ทงหำกนาว่รยตงรวาจนปชระอื่ เ.ม..ิน....ส..ภ..า..พ...ข..อ..ง.ร..ถ..แ..ล...ะ..อ..ปุ ..ก..ร..ณ...ป์..ร..ะ..จ..ำ..ร..ถ..บ..ร..ิก..า..ร..ก..า..ร..แ..พ..ท...ย..์ฉ..ุก..เ.ฉ..นิ...ข..อ..ง.หปนระว่ ยเภปทฏหิบนตั ว่ิกยางราฉนุกเฉนิ ภาครฐั
ของหภนา่วคยเงอากนชชนอื่ ......อ...ง..ค...์ก..ร...ป...ก..ค...ร..อ...ง..ส...่ว..น...ท...อ้ ..ง..ถ...่ิน.................ม..ูล...น...ิธ..หิ...ร..อื...อ...ง..ค..์ก...รปกราะรเภกทุศหลนอว่ ่นื ยๆงาน อภื่นาๆค.ร..ัฐ..........………
พหปหปพมทีทบมทีทบาา่ี่ีจี่่จีววภยยา่ด่าดเมาเมททลลคคี ีคะขะขเุณเอุณตเบตบกลัวียลัวถชักยี นถกังันษน…งั…ษณ…………ณะ…………ระอ………ถ…รงบ……ถ……ครบ์ก…………กิ รร……า……ปกิร……ก……กา……ครา……รรหก……อ…แมา…งพรหว…ส…ทแดมว่……จพยนว…ัง์ฉ…ทดทหุก……จอ้ยวเฉง…ัง์ฉ…ัดถหินกุ…….่นิ ว.เ….แฉ…ร.ดั .ล…า.นิ .…ะย..…..อ.ก….แ.…ร..าุป..ล…า..ร…ก..ะมย..…..รห.อลู.ก.ณ..ม….นา.ปุ ..าป์..รธิ…ก..ย..ริห..รหเ..ะ.รล.ณ..จม.ือข...ำ.อาป์.ทร.ยยง.ระถ.คหี่เ.ะเ.ลบ์ก้อฯ.จ.ขรียร.ำ.กถทนดรยาะังถ.ร.ี่ห.น.เ.ก..บ.อ้ฯ.ี้.ศุ...ยีร..ล..ถ.น.ด.อ.....่นืัง.......น..ๆ..........ี้..........................................อ..........่นื.......ส.ๆ......ี...............ม..........….ี...........…...........…........…ส.….....ี…..…......…..ม.…....ห…ี..ม.….า..ย…..เ.…ห..ต.….ุ..….หมายเหตุ
หหมมววดดเคเครื่อรง่ือมงือมแือลแะลอะุปอกปุรณกร์กณาร์กแาพรทแยพ์ ทย์
๑ เเตตยี ยี งงเคเคลลื่อน่อื ยน้ายยา้ ผยปู้ ผว่ ้ปูยว่ มยลี ้อมเลีข้อ็นเขม็นีเข็มมขีเขดั น็มิรขภดั ยั นริรดั ภผยัู้ปรว่ ยดั ผไมู้ป่น่ว้อยยไกมว่นา ้อ๓ยจกดุ วา่แล๓ะจุด และ เอกสารรับรอเงอกสารรับรอง
สสาามมาารถรปถปรับรนับ่ังนไดั่งไ้ ลด้อ้ ลรถอ้ เรขถ็นเหขม็นุนหไมด้รุนอไบดร้ 3อ6บ03อ6งศ0าออยง่าศงานอ้อยย่า๒งนล้ออ้ ยม๒ีกลลไกอ้ สำมหีกรลับไกสำหรับ ผลิตภัณฑ์จาผกลติ ภัณฑ์จาก
แ1เแ(ชตE1(ชเตแตลนEาว่ต5Nยีนา่ว5มยะNบีย0งมยบเมข๑0เงขเมอสว๑าเกข๗็นอกตาสาากิโ๗น็๘ขมลกสรตาพิโ้นึ๘ฐข๙าากมลสรรารรรร้ึน)ฐ๙าาก้อนถถัมาผรรหรร)มถบนถ่าถ(ัรมเเผอหEรนปสถือบดNิา่ก(รากเ็นตอEรลนปานือาผา1ดNิกร้ากร็นำ้ตมลกลง8ารเาทผาติท1การบั้า6รมรี่ลภลำกง8รสร5แคทือิตทัณาอับพ6พ)วจรี่ภงำฑฉรหาส5ทำมแคณัม.อ์จนรพยาพ)วปสาืองตวฉ์ฑฉหาทกมะรมนรกุม.์จะผอรฐยาาเป1สกาือาฉผู้ตาต์ฉดนกาะนิลรรมรุกตศไฐะผกอิตฐาดเ้นสาากทาฉู้ผตาเ้นารพดมนาี่ไินลสรมทอดิม่ศชีไฐากติาื่นดด้รสเม่อาราทตบัเสห้นาาถงรพมิมี่อไกสรรมรทอดม่ิบถชีือาำอมาื่นด้รรหปเกก่องรีเตรบัสหรบรารางถบัิมบัรัรบบัอกสารรทรชนะเบรือาำอสมอนดระ้รำหกกงงยีอีเดดสหรรคบราาบงอว้บับันับรัรบุณนาเยบสักทสรชนะเอแภองูสทอานดรนร้ำตานื่นงียั้งองดสหตพ่ำหคท้ำไบงไอล้วนมเมมี่เุณดนกเอยทบาน่ักสด้ลอดแตภแียอ้อทไาือนตรดรลบาย่ืนนั้งฐางะ้ไตเทพกหท้ำทมามไยลวั้งมเมนย่นม่าี่เึดกด่าอทสาพน่า้อดต้าลดว๑ตาียรย้อนิดไือขกต้รอ๐ดบกกยซอลฐามว้ไเทับ้ากงGทมาม่ายวั้งนยน่า่ ด่าสพา้อ้าว๑ารยนขก้อ๐กซอลมว้างG่าย โรงงานผ้ผู ลิตโหรรงอืงานผผู้ ลิตหรือ
โแคลรงะเขตียวงาไดพ้อรย้อ่ามงมเสั่นาคนงำ้ เกลือจำนวน 1 ต้น สามารถปรับระดบั สูงตำ่ ได้ และยึดติดกับ งจตาาัวนกแบทครน่มูิษจือัทดั กหจาำรรจตงหือใาาวัชนนกแ้า่ บทยครนู่มิษจอื ทัดั กหจาำรรหือใชน้า่ ย
๒ มโีรคะรบงเบตปีย้องงไกดัน้อกยา่ารงกมรั่นะคดงกของเตียงเมื่อผู้ป่วยนั่งบริเวณปลายเตียง ส่วนท้ายเตียง
๒ จมะีรตะอ้ บงมบีคปว้อามงกม่นัันคกงาไรมก่กรระะดดกกลข้มองเตียงเมื่อผู้ป่วยนั่งบริเวณปลายเตียง ส่วนท้ายเตียง
๓ ขกรมพม(จมมพ(ขAะลAีากีกบั ะuีากีกับหไลuลเtตกแลกวลเไoไtแอกล้อก่า็บกไoไmลน่ืกง็บะใกงใไmกนปนเมะเใaใไพมานกปดtนกีคเaร่มิiืม่าอcา้กาดtวกเเรนiคดรื่ตาอาcา้LาพยลลึรมงมินoดรับLา่ึืด่เอพมaยลตึงงขoนตdับัน่ไ่าึดเียาaรยดตiงขคnเงตึdง้้าตไียลgางผยรดiียnไเงงู้ึงปS้ตงมจโลgผtใ่ดวียก่าrหงูe้ยยปSกงรจ้พtอเtใระ่วcพาrับหาถดehยกจื่อไ้พลeกtเปเรปcพป้อrับลกถ)h้อ็คนื่ม้อัไบมลeงปูเ่หฐปรีขก้อrกาลา)็ม้ัอนคนวับังมขงกปูเ่แหฐัดตรีกา้อลาลานยีรันงะนวเงัิรงกลคกโปเภแนัดตืู่อ่าห้อัยลผยียรนนรงปู้แะเงหัดก้าว่ยลคโผลนัจยดกืู่อ่หู้ปุะตดผบยนกนก่วไ้ปูังแปยหเาค้า่วยตดงไับลจยยีกมอ้าใุะตดงบ่นอหนทกกไ้กอัง้ขหงั้ปเาคยเาสนตอดงเกับอ้ตายีงอว้างใหียโง่าอหขนดทงร้าก้พขหยื๓อั้งงเอาับดสนอสจเัตข้อา้ตางุาดึน้โนงหียมโนขทหหดางรม้าีลลรรพยือัตงถืะอังอับดิ สัตข้าาึน้โนมนทหามีลลรัตถะังิ
๓
๔
๔
๕ ฐราะนหเตวีย่างกมาีกรลเคไกลใื่อนนกยาร้ายยึดตโดรยึงรอะาหจวเป่าง็นฐเาขน็มเตขียัดงนแิรลภะเัยตรียัดงผเคู้ปล่วื่อยนไยม้า่นย้อผู้ปยก่วยว่าเพ๓่ือ จุด หรือ
ปก้อลงไกกันอไน่ืมเ่ใพห่ิม้เตเีตยงิมหลุดออกจากฐานเตียงขณะเคลื่อนย้าย ผ่านการรับรองมาตรฐาน
๕ กฐาารนทเดตสียองบกมาีกรลชไนกดใ้วนยกแารรงยไมึด่นต้อรยึงกรวะ่าหว๑่า๐งฐGาตนาเตมมียางตแรลฐะาเนตีย(EงNเค1ล8ื่อ6น5ย)้าหยผรือู้ป่วย เพ่ือ
ตปา้อมทงก่ี สันพไฉม.่ใปหร้เะตกียางศหเลพุด่มิ อเตอมิ กจากฐานเตียงขณะเคลื่อนย้าย ผ่านการรับรองมาตรฐาน
การทดสอบการชนด้วยแรงไม่น้อยกว่า ๑๐ G ตามมาตรฐาน (EN 1865) หรือ
ตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพิ่มเติม
42
42 42
ท่ี รายการ มี หมายเหตุ
๖ ฐานเตยี งสำหรับติดตงั้ บนรถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉิน มีความมน่ั คงปลอดภยั โดย สำเนา
ฐานเตยี งไดร้ ับการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙) หรือ (EN ใบรบั รองมาตรฐาน
1865) หรอื ตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพ่มิ เติม อุตสาหกรรม
(มอก.)
๗ มี Long Spinal Board พร้อมสายรัดตรึง ท่ยี ึดตรึงศีรษะ (Head Immobilizer)
สามารถใช้ล็อคศีรษะผปู้ ว่ ย/ผู้บาดเจ็บกับแผน่ กระดานรองหลังได้อย่างมั่นคง โดยมี สำเนา
กลไกสำหรบั ประคองศีรษะผู้ป่วย/ผู้บาดเจ็บและมีฐานรองสำหรบั ยึดติดกบั แผ่น ใบรับรองมาตรฐาน
กระดานรองหลงั ได้รับการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙) หรือ อตุ สาหกรรม
(EN 1865) หรือตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพ่มิ เติม (มอก.)
๘ มอี ปุ กรณใ์ นการยึดตรึงแขนขาในกรณผี ปู้ ่วยมีแขนขาผดิ รปู ไมน่ ้อยกว่า ๓ ขนาด
๙ มีเฝือกคอชนดิ แข็ง (Hard Collar) ไม่นอ้ ยกว่า 3 ขนาด
๑๐ มีเฝอื กดาม แขน ขา
๑๑ มีแหล่งกำเนิดออกซิเจน พร้อมระบบจ่ายก๊าซ ชุด Regulator (ชุดลดแรงดัน) ที่ใช้งานได้ดี/
ปลอดเช้อื
๑๑.๑. มีกลไกยดึ ตรึง ไมใ่ หห้ ลุดออกจากจุดยดึ ในกรณที เี่ กิดอุบัติเหตุ
๑๑.๒. มีกลไกในการปรับอัตราการไหลของออกซิเจน สามารถปรับอัตราการ
ไหล 0 - 15 ลิตร/นาที หรือมีกลไกที่สามารถให้ออกซิเจนกับผู้ป่วยได้เพียงพอกับ
ความต้องการ
๑๒ มีแหล่งกำเนิดออกซิเจนแบบพกพาน้ำหนักรวมไม่เกิน 5 กิโลกรัมสำหรับ
เคลื่อนย้ายได้สะดวกพร้อมกระเปา๋ ห้ิวพร้อมชุดยึดบนรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉินที่
ไดม้ าตรฐาน (EN 1789) หรือตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพิ่มเตมิ
๑๓ มีอุปกรณ์เพื่อใช้ในการวัดและติดตามสัญญาณชีพซึ่งได้แก่ อุณหภูมิร่างกาย ชีพจร
ความดันโลหิต และความอิ่มตัวของออกซิเจนในฮีโมโกลบินจากชีพจร (Pulse
Oximetry)
๑๔ มกี ระเปา๋ ปฐมพยาบาลพรอ้ มอุปกรณ์พน้ื ฐาน ได้แก่ ถงุ มือปราศจากเชอ้ื สำลี ไม้พัน
สำลี ผ้าก๊อซชนิดบางและหนา Elastic Bandage ขนาด ๔ และ ๖ นิ้ว พลาสเตอร์
เหนยี ว กรรไกร แอลกอฮอล์ นำ้ เกลอื สำหรับล้างแผล อุปกรณล์ า้ งตา
๑๕ มีอุปกรณ์สำหรับดูดเสมหะ และมีกลไกการยึดตรึงอุปกรณ์ดูดเสมหะ ไม่มี
ส่วนประกอบทอ่ี าจจะแตกได้เมอ่ื เกิดอุบัตเิ หตุ
๑๖ มชี ดุ สำหรับหนบี สายสะดอื
๑๗ มีเครอ่ื งมือตรวจวดั ระดบั นำ้ ตาลในเลอื ด
๑๘ อาจมีเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External
Defibrillator) และมีกลไกในการยึดตรงึ เคร่ืองดังกล่าวประจำยานพาหนะ/สามารถ
เคล่อื นยา้ ยไปใช้นอกยานพาหนะได้
๑๙ มอี ุปกรณ์และกระเปา๋ สำหรบั เก็บอุปกรณ์ตามมาตรฐาน BLS, PHTLS
43
43