เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๕๘ ง หน้า ๘ ๑๑ มนี าคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา
ข. กาหนดสถานพยาบาลในการนาส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้สอดคล้องกับระดับขีดความสามารถ
ตามความจาเป็นและข้อบ่งช้ีทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมิให้นาสิทธิการประกัน การขึ้นทะเบียน
สถานพยาบาล หรือความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือเง่ือนไขใด ๆ
มาเปน็ เหตปุ ฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉนิ ใหไ้ มไ่ ดร้ ับการปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ อย่างทนั ทว่ งที
ค. กาหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ช่วยเวชกรรมและผู้ช่วยอานวยการท่ีจะรับข้ึนทะเบียน
ใหป้ ฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ ในทอ้ งถน่ิ หรือเขตพ้นื ท่ีทีร่ บั ผิดชอบ โดยไมเ่ กนิ กวา่ อานาจหนา้ ที่ ขอบเขตความรับผดิ ชอบ
และขอ้ จากัดของผู้ปฏิบัตกิ ารนนั้
ง. กาหนดมาตรการใหม้ ีการปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานการปฏิบตั ิการฉุกเฉนิ ท้งั ในการบริบาล
ผปู้ ่วยฉุกเฉนิ การส่อื สาร และเกณฑ์วธิ ีช่วยเวชกรรม
จ. กาหนดเกณฑ์วธิ ีหรือวิธปี ฏิบัติสาหรบั ผู้ป่วยทไี่ ม่ต้องลาเลียง
ฉ. กาหนดการบันทึกขอ้ มูลการปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ ทางเวชกรรมทกุ ขนั้ ตอน
ช. กาหนดเคร่ืองมือ อุปกรณ์ และองค์ประกอบอ่ืนที่จะนามาใช้ปฏิบัติการฉุกเฉิน
กบั ผูป้ ว่ ยฉุกเฉินโดยตรง รวมทง้ั ตรวจสอบใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานการปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉิน
ซ. กาหนดขอบเขตและข้อจากัดในการปฏิบัติการฉุกเฉินตามเกณฑ์วิธี นโยบาย
และหัตถการ ต้ังแต่การรับแจ้ง การจ่ายงาน การตรวจคัดแยก การบาบัดรักษา และการลาเลียง
หรอื ไม่ลาเลยี งผปู้ ่วยฉกุ เฉนิ ของผ้ชู ว่ ยเวชกรรมและผู้ช่วยอานวยการนนั้
ฌ. กาหนดเกณฑข์ ั้นต่าในการเริม่ ตอบสนองของผู้ชว่ ยเวชกรรมตอ่ การเจ็บป่วยฉุกเฉิน
ญ. ส่ังจากัดสิทธิหรอื ขอบเขตความรับผิดชอบในการปฏิบตั กิ ารฉุกเฉินของผู้ชว่ ยเวชกรรม
หรือผู้ช่วยอานวยการในสังกัดกรณีไมป่ ฏิบตั ิตามหลกั เกณฑเ์ งือ่ นไขและมาตรฐานทก่ี าหนด
ฎ. กาหนดมาตรฐานอปุ กรณ์และองค์ประกอบอนื่ ทตี่ ้องใช้ในการปฏบิ ัติการฉกุ เฉนิ ภายใต้
การอานวยการ
ฎ. ให้คาปรึกษาแนะนาเก่ียวกับนโยบายด้านการแพทย์ฉุกเฉิน แก่ผู้บริหารการแพทย์
ฉกุ เฉินระดับหนว่ ยปฏบิ ัติการหรือสถานพยาบาลในเขตทอ้ งถน่ิ หรอื พนื้ ที่ที่รบั ผิดชอบ
(๓) จัดให้วุฒิแพทย์ฉุกเฉินหรือแพทย์อานวยการปฏิบัติการฉุกเฉินตามข้อ (๑) และ (๒)
สามารถเข้าถึงขอ้ มูลทั้งปวงทางการแพทยฉ์ ุกเฉินท่ีบันทึกไว้ เฉพาะเพ่อื ประโยชนใ์ นดาเนนิ การและกากับดแู ล
กระบวนการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติการฉุกเฉินของท้องถ่ินหรือพื้นที่นั้น
ใหม้ ีประสิทธิภาพ
(๔) รับรอง ต่ออายุ พัก หรือเพิกถอนการรับรององค์กรการฝึกอบรมการปฐมพยาบาล
และชว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ขัน้ พ้ืนฐาน หรือองค์กรการฝึกอบรมผปู้ ฏิบัตกิ ารประเภทและระดับอื่นตามที่ กพฉ.
มอบหมาย รวมท้ังอนุมัติให้ ต่ออายุ พัก หรือเพิกถอนประกาศนียบัตรอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์
หรือประกาศนียบัตรประเภทและระดับอ่ืน ตามที่ กพฉ. มอบหมาย ในเขตท้องถิ่นหรือพ้ืนท่ีท่ีรับผิดชอบ
94
เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๕๘ ง หน้า ๙ ๑๑ มนี าคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา
ท้ังนี้ โดยคาแนะนาของคณะวุฒิแพทย์ฉุกเฉินหรือแพทย์อานวยการปฏิบัติการฉุกเฉินตาม (๒)
ตามเกณฑ์และวิธีการท่ี อศป. กาหนด
(๕) มีความร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรอ่ืนในการช่วยเหลือระหว่างกัน รวมท้ัง
การวางแผนและการจัดการสาธารณภัย ตลอดจนการตอบสนองตอ่ อุบัตภิ ัยวตั ถุอนั ตรายและกจิ กรรมอนื่
ท่ีเก่ียวข้อง
ข้อ ๑๐ ให้หน่วยปฏิบัติการประเภทปฏิบัติการอานวยการระดับท่ีปรึกษา มีขอบเขต
ความรับผิดชอบ และข้อจากัด เช่นเดียวกับหน่วยปฏิบัติการประเภทปฏิบัติการอานวยการระดับสูงตามข้อ ๙
และเพมิ่ เตมิ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) จัดให้มีการอานวยการตรงสาหรับโรคหรือภัยเฉพาะด้านหรือพื้นท่ีเฉพาะที่รับผิดชอบ
หรอื ทั้งประเทศตลอดเวลา
(๒) จัดให้มีการอานวยการทั่วไปสาหรับโรคหรือภัยเฉพาะด้าน หรือพื้นที่เฉพาะที่รับผิดชอบ
หรือท้ังประเทศ โดยมีคณะวุฒิแพทย์ฉุกเฉินหรือแพทย์เฉพาะทางสาขานั้น มีหน้าท่ีให้คาแนะนา
ในการอานวยการทวั่ ไป ดงั ตอ่ ไปนี้
ก. กาหนดและจัดการปฏิบัติการฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการสาหรับโรคหรือภัยเฉพาะด้าน
หรือพื้นท่ีเฉพาะท่ีรับผิดชอบ หรือทั้งประเทศ ให้เป็นไปตามเกณฑ์วิธีท่ีสอดคล้องต้องกันตามมาตรฐาน
การส่ือสาร เกณฑ์วิธีจ่ายงาน และเกณฑ์วิธีปฏิบัติการแพทย์ตามหลักเกณฑ์ เง่ือนไข และมาตรฐาน
ท่ี กพฉ. กาหนด
ข. กาหนดสถานพยาบาลในการนาส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้สอดคล้องกับระดับขีดความสามารถ
ตามความจาเป็นและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ฉุกเฉินสาหรับโรคหรือภัยเฉพาะด้าน หรือพ้ืนท่ีเฉพาะท่ี
รบั ผิดชอบหรือทง้ั ประเทศโดยมใิ ห้นาสทิ ธิการประกนั การข้นึ ทะเบยี นสถานพยาบาล หรอื ความสามารถ
ในการรับผิดชอบค่าใช้จา่ ยของผู้ปว่ ยฉุกเฉินหรือเง่อื นไขใด ๆ มาเป็นเหตุปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉินให้ไม่ได้รบั
การปฏบิ ัติการฉุกเฉินอยา่ งทนั ท่วงที
ค. กาหนดคุณสมบัตเิ ฉพาะของผู้ปฏิบัติการท่ีมขี ีดความสามารถในการปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ
สาหรับโรคหรอื ภยั เฉพาะดา้ น หรือพื้นทีเ่ ฉพาะท่รี บั ผิดชอบ หรอื ท้ังประเทศ
ง. กาหนดมาตรการให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินสาหรับโรคหรือ
ภัยเฉพาะดา้ น หรอื พ้ืนทเี่ ฉพาะท่ีรับผดิ ชอบ หรอื ทัง้ ประเทศ
จ. กาหนดเกณฑ์วิธีหรือวิธีปฏิบัติสาหรับการปฏิบัติการที่ไม่ต้องมีการลาเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน
สาหรับโรคหรอื ภยั เฉพาะด้าน หรือพ้นื ทีเ่ ฉพาะทรี่ ับผิดชอบ หรือทั้งประเทศ
ฉ. กาหนดใหม้ ีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ ทางเวชกรรมทุกข้นั ตอน ตลอดจน
เข้าถึงข้อมูลทั้งปวงที่บันทึกไว้ดังกล่าว เพื่อดาเนินการและกากับดูแลกระบวนการปฏิบัติการฉุกเฉิน
และแผนงานพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติการฉุกเฉินสาหรับโรคหรือภัยเฉพาะด้าน หรือพื้นท่ีเฉพาะที่
รบั ผิดชอบ หรือท้ังประเทศใหม้ ปี ระสิทธิภาพ
95
เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๕๘ ง หน้า ๑๐ ๑๑ มนี าคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา
ช. กาหนดเครื่องมือ อุปกรณ์ และองค์ประกอบอื่นสาหรับโรคหรือภัยเฉพาะด้าน
หรือพ้ืนที่เฉพาะท่ีรับผิดชอบ หรือท้ังประเทศ ที่จะนามาใช้ปฏิบัติการฉุกเฉินกับผู้ป่วยฉุกเฉินโดยตรง
รวมท้งั ตรวจสอบใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานการปฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉนิ
(๓) รับรอง ต่ออายุ พัก หรือเพิกถอนการรับรององค์กรการฝึกอบรมการปฏิบัติการแพทย์
ข้ันพื้นฐานและช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง หรือองค์กรการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการประเภทและระดับอ่ืน
ตามท่ี กพฉ. มอบหมาย รวมทั้งอนมุ ัติให้ ต่ออายุ พัก หรือเพิกถอนประกาศนยี บตั รพนักงานฉุกเฉิน
การแพทย์ หรอื ประกาศนยี บตั รประเภทและระดบั อื่นตามท่ี กพฉ. มอบหมาย ในเขตท้องถิ่นหรอื พนื้ ท่ี
ท่ีรับผิดชอบ ทั้งนี้ โดยคาแนะนาของคณะวุฒิแพทย์ฉุกเฉินหรือแพทย์อานวยการปฏิบัติการฉุกเฉิน
ตาม (๒) ตามเกณฑ์และวธิ ีการท่ี อศป. กาหนด
(๔) ให้คาแนะนาแก่ กพฉ. ในการดาเนินการต่อหน่วยปฏิบัติการภายใต้การอานวยการ
ตามมาตรา ๒๙ วรรคสองและวรรคสาม แหง่ พระราชบญั ญัติการแพทย์ฉกุ เฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕) แจ้งต่อผู้มีอานาจหน้าท่ี ในกรณีท่ีพบว่าผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลใด
ไมป่ ฏิบัตติ ามประเภท ระดับ อานาจหน้าท่ี ขอบเขตความรบั ผดิ ชอบ และข้อจากดั ในการปฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉนิ
(๖) ให้คาปรึกษาแนะนาแก่ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินในระดับต่าง ๆ และองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินท่ีเป็นผู้บริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถ่ินหรือพ้ืนท่ี เกี่ยวกับนโยบาย
การบรหิ ารจดั การและการดาเนินงานการแพทยฉ์ กุ เฉนิ
(๗) ให้คาแนะนาในการกาหนดเกณฑ์การศึกษา ฝึกอบรม ทดสอบ และการคงไว้
ซึ่งคุณสมบัติและขีดความสามารถ เพื่อการต่ออายุการขึ้นทะเบียนของผู้ช่วยเวชกรรมและผู้ช่วยอานวยการ
ในการปฏิบัติการฉุกเฉนิ สาหรบั โรคหรือภยั เฉพาะด้าน หรอื พื้นทีเ่ ฉพาะท่รี บั ผดิ ชอบ หรือท้ังประเทศ
(๘) กาหนดและปรับปรุงแก้ไขเกณฑ์วิธี นโยบาย และวิธีปฏิบัติการฉุกเฉินท่ีเก่ียวข้องกับ
การดแู ลรักษาผู้ปว่ ยฉุกเฉนิ ท้งั ปวง ต้ังแต่การสอ่ื สารและการจา่ ยงาน จนถึงการคดั แยก การบาบัดรกั ษา
และการลาเลียงผปู้ ว่ ยฉกุ เฉินสาหรับโรคหรือภัยเฉพาะดา้ น หรอื พ้นื ท่ีเฉพาะทรี่ บั ผดิ ชอบ หรอื ท้ังประเทศ
(๙) มีความร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรอ่ืนในการช่วยเหลือระหว่างกัน รวมทั้งการวางแผน
และการจัดการสาธารณภัย ตลอดจนการตอบสนองตอ่ อบุ ตั ภิ ัยวตั ถุอนั ตรายและกิจกรรมอน่ื ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
ขอ้ ๑๑ การใดที่อ้างถึงหน่วยปฏิบัติการประเภทช่วยเวชกรรม หรือหน่วยปฏิบัตกิ ารประเภท
ช่วยอานวยการให้หมายความถงึ หน่วยปฏิบตั กิ ารประเภทปฏิบตั ิการแพทย์หรอื หน่วยปฏิบตั กิ ารประเภท
ปฏิบตั ิการอานวยการตามประกาศน้ี
96
เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๕๘ ง หน้า ๑๑ ๑๑ มนี าคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา
ข้อ ๑๒ บรรดาอานาจหน้าที่ของ กพฉ. ตามประกาศนี้ กพฉ. อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการข้ึน
หรอื มอบหมายคณะอนกุ รรมการคณะหน่ึงคณะใดให้ปฏบิ ตั ิหน้าทแี่ ทนก็ได้
ข้อ ๑๓ กรณีอ่ืนใดท่ีในประกาศน้ีไม่ได้กาหนดไว้เป็นการเฉพาะ ให้นาความตามข้อบังคับ
ประกาศ และระเบยี บคณะกรรมการการแพทย์ฉกุ เฉินท่ีไดต้ ราและประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาแลว้
มาบงั คบั ใชโ้ ดยอนโุ ลม
ข้อ ๑๔ ใหเ้ ลขาธิการรกั ษาการตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วนั ท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖2
เรืออากาศเอก อจั ฉริยะ แพงมา
เลขาธกิ ารสถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉินแหง่ ชาติ
97
1
ประกาศสถาบนั การแพทย์ฉุกเฉินแหง ชาติ
เรือ่ ง เกณฑ์ วธิ กี าร และแนวทางการรับรองมาตรฐานรถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉนิ
พ.ศ. ๒๕๖๔
โดยที่เปนการสมควรกําหนดเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์
ฉกุ เฉนิ เพ่ือให้เปน ไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์เกย่ี วกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินท่ีคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
มีมติในการประชุมคร้ังที่ ๑/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ และใช้สําหรับการรับรองมาตรฐานรถบริการ
การแพทย์ฉุกเฉินตามประกาศสํานักงานตํารวจแหงชาติ เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้ไฟสัญญาณ
วับวาบและเสยี งสญั ญาณ ลงวันท่ี ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ และทแี่ ก้ไขเพ่มิ เติม (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๕ (๒) และ (๙) แหงพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๕๑ สถาบนั การแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง ชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังตอ ไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ เรียกวา “ประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแหงชาติ เร่ือง เกณฑ์ วิธีการ และ
แนวทางการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ ๒ ประกาศนใ้ี ห้มผี ลใชบ้ ังคับ ตง้ั แตวนั ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เปนตน้ ไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกบรรดา กฎ คําสั่ง หรือคูมือแนวทางปฏิบัติที่เก่ียวกับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
อ่นื ๆ ในสวนท่ีกําหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรอื ซง่ึ แย้งกับความในประกาศนี้
ขอ้ ๔ ในประกาศน้ี
“รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน” หมายความวา รถหรือยานพาหนะทางบกทุกชนิดยกเว้นรถไฟหรือ
รถราง ท่ปี ฏิบตั กิ ารฉุกเฉนิ นับแตก ารรบั รู้ถึงภาวะการเจ็บปว ยฉุกเฉินจนถึงการดําเนนิ การใหผ้ ู้ปวยฉุกเฉินได้รับการ
บําบัด รักษาให้พน้ ภาวะฉุกเฉิน ซ่งึ รวมถงึ การประเมิน การจัดการ การประสานงาน การควบคุม ดแู ล การติดตอส่ือสาร
การลําเลียงหรือขนสง การตรวจวินิจฉัย และการบําบัดรักษาพยาบาลผู้ปวยฉุกเฉินท้ังนอกสถานพยาบาล
และในสถานพยาบาล
“สพฉ.” หมายความวา สถาบนั การแพทยฉ์ ุกเฉินแหงชาติ
ข้อ ๕ รถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉิน ท่ี สพฉ. จะรับรองมาตรฐาน เพ่ือใชป้ ระกอบการพจิ ารณาอนุญาต
ให้ใชไ้ ฟสญั ญาณวบั วาบและเสยี งสัญญาณตามกฎหมายวา ดว้ ยการจราจรทางบก แบง ออกเปน ๒ ประเภท
(๑) ประเภทลําเลียงผ้ปู วย ซึ่งเปนรถท่ีมีเตียงและมีพ้ืนท่ีในการปฏิบัตกิ ารแพทยส์ ําหรับผู้ปว ยฉุกเฉนิ
ซึง่ มีลกั ษณะ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมอื ตามภาคผนวก ๑ แนบทา้ ยประกาศน้ี
(๒) ประเภทไมลําเลียงผู้ปวย ซึ่งเปนรถที่ไมมีเตียงสําหรับผู้ปวยฉุกเฉิน แตสามารถปฏิบัติการแพทย์
และปฏบิ ตั กิ ารอํานวยการหรือลําเลียงอวยั วะ ยา เวชภัณฑ์ เคร่ืองมอื ทางการแพทย์ เครื่องมือสือ่ สาร หรอื บุคลากร
ทางการแพทย์ สําหรับให้บริการผู้ปวยฉุกเฉิน ซึ่งมีลักษณะ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือ ตามภาคผนวก ๒ แนบท้าย
ประกาศน้ี
98
2
ข้อ ๖ หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ที่ประสงค์จะขอรับการรับรอง
มาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ต้องข้ึนทะเบียนปฏิบัติงานในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน หรือผ่านการรับรอง
ตามเกณฑ์ท่ี สพฉ. กําหนด
ข้อ ๗ รถที่จะขอรับการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ต้องมีลักษณะหรือได้รับ
การจดทะเบยี น ดังน้ี
(๑) จดทะเบียนในนามหน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคล หรือผู้ปฏิบัติการท่ีมีบันทึกข้อตกลง
หรอื สัญญารว่ มปฏิบตั กิ ารกับหน่วยงานของรฐั หรอื นิตบิ ุคคล
(๒) จดทะเบียน ตอ่ ทะเบียน ชาํ ระภาษรี ถยนต์ และภาษีสรรพสามติ ถูกต้องครบถ้วน
(๓) ในกรณีเป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินประเภทลําเลียงผู้ปวยต้องจดทะเบียนเป็นรถพยาบาล
ตามกฎหมายวา่ ด้วยพระราชบัญญตั ิรถยนต์ พ.ศ. 2522
(๔) การขอรับรองเป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินคร้ังแรก รถต้องมีอายุไม่เกิน ๗ ปี นับจากวันท่ี
จดทะเบยี น
(๕) จัดให้มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจโดยมีความคุ้มครองตามกรมธรรมรถยนต์ตามภาคผนวก ๑
แนบทา้ ยประกาศนี้
กรณีในพื้นท่ีพิเศษ พ้ืนท่ีห่างไกล พ้ืนที่ขาดแคลน พ้ืนที่ที่เข้าถึงได้ยาก ต้องการจัดให้มีรถบริการ
การแพทย์ฉุกเฉินแต่ไม่เป็นไปตาม เกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
ให้ดําเนินการพิจารณาผ่านคณะกรรมการท่ีกํากับดูแลด้านการแพทย์ฉุกเฉินระดับจังหวัด และส่งเร่ืองให้ สพฉ.
พิจารณาเปน็ กรณีไป
ขอ้ ๘ รถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉินท่ี สพฉ. ออกหนงั สอื รบั รองมาตรฐานแลว้ ใหร้ ะยะเวลา การรับรอง
มผี ลคราวละ ๓ ปี
ทั้งนี้รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินท่ีจะขอต่ออายุการรับรองมาตรฐาน ต้องมีอายุรถไม่เกิน ๑๒ ปี
นบั แตว่ นั ทจี่ ดทะเบยี น เว้นแตร่ ถบริการการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ทมี่ ีความจาํ เปน็ ตาม ขอ้ ๗ วรรคสอง
ข้อ ๙ ให้รถท่ีผ่านการรับรองมาตรฐานและได้รับการอนุญาตเป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน มีสิทธิ
ใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณไซเรนได้ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก โดยให้ติดตั้งไฟสัญญาณ
วับวาบไว้บนหลังคารถ โดยวางตําแหน่งไฟสัญญาณวับวาบแสงแดงไว้ที่ด้านขวาเหนือผู้ขับข่ีแสงนํ้าเงินอยู่ฝงซ้าย
เหนือศีรษะของผ้ขู บั ขี่
ข้อ ๑๐ กรณีดังต่อไปน้ี เป็นเหตุที่ สพฉ. ใช้ในการยกเลิกการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์
ฉุกเฉิน
(๑) หนว่ ยปฏบิ ตั กิ าร สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรือองค์กรอื่นที่ไมเ่ ปน็ ไปตามข้อ ๖
(๒) หน่วยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานหรือองค์กรอ่ืนได้สิ้นสภาพ หรือยุบ
หรอื ยกเลกิ หรอื มกี ารควบรวมเขา้ ดว้ ยกัน
(๓) ใช้รถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉนิ ในการทําความผิดต่อกฎหมายอาญาอย่างรา้ ยแรง
(๔) ฝา ฝน หรอื กระทาํ การผดิ กฎจราจร จนเป็นเหตใุ หม้ ีผู้อ่ืนไดร้ บั บาดเจ็บสาหัส
99
3
(๕) หนวยปฏิบัติการ สถานพยาบาล หรือหนวยงาน หรือองค์กรอ่ืนตามข้อ ๖ ซ่ึงถูกจํากัดสิทธิตาม
มาตรา ๒๙ วรรคสาม และไมดําเนินการปรับปรุงแก้ไขตามท่ี กพฉ. หรือ สพฉ. ส่ังการและการน้ันกระทบตอการ
มาตรฐานการดําเนินการ หรือความปลอดภยั ในการปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ
(๖) ผู้ปฏิบัติการซ่ึงเปนเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ครอบครองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินท่ีมีบันทึก
ข้อตกลง หรือสัญญารวมปฏิบัติการตามข้อ ๗ (๑) พ้นสภาพจากการเปนผู้ปฏิบัติการของหนวยปฏิบัติการ
สถานพยาบาล หรือหนวยงานหรือองค์กรอ่ืนตามข้อ ๖ ไมวากรณีใด ๆ และไมสามารถหาสังกัดใหมได้ ภายใน
๙๐ วนั นับแตวันท่ีพน้ จากสภาพดงั กลาว
(๗) มีการร้องเรียนหรือตรวจพบหรือความปรากฏวารถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ไมมีลักษณะที่เปน
สาระสาํ คญั ตามภาคผนวก ๑ หรือภาคผนวก ๒ แนบทา้ ยประกาศนี้
เม่ือความปรากฏหรือมีการร้องเรียนเหตุตามวรรคหน่ึง หรือเหตุฝาฝนตามมาตรา ๒๙ (๓)
แหงพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๕๑ ให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง และหากพบวามีมูลกระทําผิด
ให้ สพฉ. มีหนังสือตักเตือนหรือยกเลิก และให้ใช้หนังสือตักเตือนประกอบการพิจารณาตออายุการรับรองด้วย
หากมกี ารตักเตือนแล้วไมปรบั ปรุงแก้ไข ให้ สพฉ.ประกาศยกเลิกการรับรองมาตรฐานรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉนิ
ข้อ ๑๑ วิธีการขอรับการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน สพฉ. อาจมอบหมายให้บุคคล
หรือหนวยงานอื่นตรวจสภาพหรือเอกสารหลักฐานเบื้องต้น หรือให้เปนไปตามขั้นตอนการรับรองมาตรฐานรถ
บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ท่ี สพฉ. กําหนด ซึ่งอาจกําหนดให้ย่ืนและแสดงรายละเอียดในระบบสารสนเทศ
ตามภาคผนวก ๓ แนบท้ายประกาศน้ี
แบบหนงั สือรบั รองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ หรือตราสัญลกั ษณ์ของรถบริการการแพทย์
ฉกุ เฉินท่ไี ดผ้ านการรบั รองมาตรฐานแลว้ ให้เปนไปตามภาคผนวก ๔ แนบทา้ ยประกาศนี้
ข้อ ๑๒ ให้ถือวารถบริการการแพทย์ฉุกเฉินท่ีได้รับการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
จาก สพฉ. ให้ไว้แล้วกอนประกาศนี้มีผลใช้บังคับ เปนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินท่ีได้รับการรับรองมาตรฐาน
ตามประกาศน้ีไปจนถึงวันหมดอายุเดิม กรณีที่มีการเปล่ียนผู้ถือกรรมสิทธ์ิหรือเปลี่ยนผู้ครอบครองรถบริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน ให้เปนหน้าท่ีของผู้ขอรับรองที่ต้องแจ้งการเปล่ียนผู้ถือกรรมสิทธ์ิหรือเปล่ียนผู้ครอบครอง
กรณีท่ีผู้ถือกรรมสิทธ์ิหรือผู้ครอบครองรายใหมไมผานการประเมินตามข้อ ๖ และข้อ ๗ ให้ถือวา
การรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉนิ สน้ิ สดุ ลง
ข้อ ๑๓ ให้เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแหงชาติ เปนผู้รักษาการตามประกาศน้ี กรณีที่มี
ปญหาต้องวินิจฉัยเก่ียวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ หรือมีเหตุอันสมควรให้ยกเว้นหรือผอนผันการปฏิบัติ
ตามประกาศน้ี ให้สํานักรับรองและกํากับมาตรฐาน หรือหนวยงานใน สพฉ. ท่ีได้รับมอบหมาย เสนอความเห็น
เพ่ือประกอบการพิจารณาของเลขาธิการสถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉินแหง ชาติเปน กรณีไป
ประกาศ ณ วันท่ี มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔
เรืออากาศเอก
(อจั ฉริยะ แพงมา)
เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉนิ แหง ชาติ
100
4
ภาคผนวก แนบท้ายประกาศสถาบันการแพทยฉ์ ุกเฉินแหง ชาติ
เร่อื ง เกณฑ์ วธิ กี าร และแนวทางการรบั รองมาตรฐานรถบริการการแพทยฉ์ กุ เฉนิ
พ.ศ. ๒๕๖๔
ภาคผนวก 1
เกณฑ์การรับรองรถบริการการแพทย์ประเภทลาเลียงผูป้ วย
_________________________________
สวนท่ี ๑
เครื่องมอื และอุปกรณ์การแพทย์
ระดับปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน หมายถึง รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งดําเนินกิจการปฏิบัติ
การแพทย์ขนั้ พ้ืนฐานตามการอาํ นวยการ ให้แกผ่ ู้ปวยฉุกเฉินที่มคี วามเสีย่ งตา่ํ ต่อการเสยี ชวี ิตหรือการรุนแรงขึ้นของ
การบาดเจ็บ หรืออาการปวยนน้ั ในห้วงเวลาขณะทาํ การปฏิบตั กิ ารฉุกเฉินนั้น
เคร่ืองมอื และอุปกรณ์การแพทย์ท่ีจาเปน็ ต้องมี
๑. เตียงเคล่ือนย้ายผู้ปวย มีล้อเข็น มีเข็มขัดนิรภัยรัดผู้ปวย ไม่น้อยกว่า ๓ จุด และสามารถปรับนั่งได้
ล้อรถเข็นหมุนได้รอบ 360 องศาอย่างน้อย ๒ ล้อ มีกลไกสําหรับช่วยเข็นข้ึนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน สามารถ
รองรับน้ําหนักทั้งหมดได้ไม่น้อยกว่า 150 กิโลกรัม เป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองคุณภาพ
มาตรฐานสากล (EN ๑๗๘๙) ผ่านการรับรองมาตรฐานการทดสอบการชนด้วยแรงไม่น้อยกว่า ๑๐ G ตามมาตรฐาน
(EN 1865) หรือมาตรฐานอื่นหรือการทดสอบอื่นที่เทียบเท่าพร้อมแนบเอกสาร หรือตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพ่ิมเติม
มีเบาะรองนอนตลอดตามยาวของเตียง สามารถถอดล้างทําความสะอาดได้ มีช่องสําหรับเสียบเสานํ้าเกลือ
ทั้งด้านซ้ายและขวา พร้อมเสานํ้าเกลือจํานวน 1 ต้น สามารถปรับระดับสูงต่ําได้ และยึดติดกับโครงเตียงได้อย่าง
มนั่ คง
๒. มีระบบป้องกันการกระดกของเตียงเมื่อผู้ปวยนั่งบริเวณปลายเตียง ส่วนท้ายเตียงจะต้องมีความ
มนั่ คงไมก่ ระดกลม้
๓. มีกลไกในการพับขาเตียงให้พับไปกับฐานเตียงโดยแยกบงั คับให้ขาเตียงพับขึ้นทีละขา และเมื่อดึง
เตียงลงจากรถล้อคู่หลังและคู่หน้าจะกางออกเองโดยอัตโนมัติ (Automatic Loading Stretcher) มีราวป้องกัน
ผูป้ ว ยตกเตียงทง้ั สองขา้ ง สามารถพับเกบ็ ไปด้านล่างได้
๔. มีกลไกในการยึดตรึงผู้ปวยเพื่อป้องกันการเลื่อนหลุดไปด้านหน้าหรือด้านหลังระหว่างการ
เคลอื่ นยา้ ย โดยอาจเปน็ เขม็ ขัดนริ ภัยรัดผู้ปวยไมน่ ้อยกว่า ๓ จุด หรอื กลไกอ่ืนเพม่ิ เติม
๕. ฐานเตียง มีกลไกในการยึดตรึงระหว่างฐานเตียงและเตียงเคล่ือนย้ายผู้ปวย เพ่ือปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เตียง
หลุดออกจากฐานเตียงขณะเคลื่อนย้าย ผ่านการรับรองมาตรฐานการทดสอบการชนด้วยแรงไม่น้อยกว่า ๑๐ G ตาม
มาตรฐาน (EN 1865) หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ เพิ่มเตมิ
๖. ฐานเตียงสําหรับติดตั้งบนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน มีความม่ันคงปลอดภัย โดยฐานเตียงได้รับ
การทดสอบความปลอดภยั ตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙) หรอื (EN 1865) หรอื ตามที่ สพฉ. ประกาศ เพิม่ เตมิ
101
5
๗. มี Long Spinal Board พรอ้ มสายรัดตรึง ทย่ี ึดตรึงศีรษะ (Head Immobilizer) สามารถใช้ล็อคศีรษะ
ผู้ปวย/ผู้บาดเจ็บกับแผ่นกระดานรองหลังได้อย่างมั่นคง โดยมีกลไกสําหรับประคองศีรษะผู้ปวย/ผู้บาดเจ็บและมี
ฐานรองสําหรับยึดติดกับแผ่นกระดานรองหลัง ได้รับการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙) หรือ
(EN 1865) หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ เพ่มิ เติม
๘. มีอปุ กรณใ์ นการยดึ ตรึงแขนขาในกรณผี ูป้ ว ยมีแขนขาผดิ รูป ไมน่ ้อยกว่า ๓ ขนาด
๙. มเี ฝือกคอชนิดแขง็ (Hard Collar) ไมน่ ้อยกวา่ 3 ขนาด
๑๐. มีเฝือกดาม แขน ขา
๑๑. มีแหล่งกําเนดิ ออกซิเจน พร้อมระบบจา่ ยกา ซ ชดุ Regulator (ชุดลดแรงดนั ) ท่ีใช้งานได้ด/ี ปลอดเชือ้
๑๑.๑. มกี ลไกยดึ ตรงึ ไม่ใหห้ ลดุ ออกจากจุดยดึ ในกรณีทเ่ี กิดอุบัติเหตุ
๑๑.๒. มีกลไกในการปรับอัตราการไหลของออกซิเจน สามารถปรับอัตราการไหล 0 - 15 ลิตร/นาที
หรือมกี ลไกท่สี ามารถให้ออกซเิ จนกับผูป้ วยได้เพยี งพอกบั ความต้องการ
12. มีแหล่งกําเนิดออกซิเจนแบบพกพาน้ําหนักรวมไม่เกิน 5 กิโลกรัมสําหรับเคล่ือนย้ายได้สะดวก
พร้อมกระเป๋าหิ้วพร้อมชุดยึดบนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ไดม้ าตรฐาน (EN 1789) หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ
เพ่ิมเติม
13. มีอุปกรณ์เพ่ือใช้ในการวัดและติดตามสัญญาณชีพซึ่งได้แก่ อุณหภูมิร่างกาย ชีพจร
ความดันโลหิต และความอมิ่ ตวั ของออกซเิ จนในฮโี มโกลบนิ จากชพี จร (Pulse Oximetry)
14. มีกระเป๋าปฐมพยาบาลพร้อมอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ ถุงมือปราศจากเช้ือ สําลี ไม้พันสําลี
ผ้ากอซชนิดบางและหนา Elastic Bandage ขนาด ๔ และ ๖ น้ิว พลาสเตอร์เหนียว กรรไกร แอลกอฮอล์ น้ําเกลือ
สําหรบั ล้างแผล อปุ กรณล์ า้ งตา
15. มีอุปกรณ์สําหรับดูดเสมหะ และมีกลไกการยึดตรึงอุปกรณ์ดูดเสมหะ ไม่มีส่วนประกอบที่อาจ
จะแตกไดเ้ มอ่ื เกดิ อุบัติเหตุ
16. มีชุดสําหรบั หนบี สายสะดอื
17. มเี ครือ่ งมือตรวจวดั ระดับนํา้ ตาลในเลอื ด
18. อาจมีเคร่ืองฟืนคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟาชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator) และ
มีกลไกในการยดึ ตรึงเครื่องดังกลา่ วประจาํ ยานพาหนะ/สามารถเคล่อื นย้ายไปใชน้ อกยานพาหนะได้
19. มีอุปกรณ์และกระเป๋าสําหรบั เก็บอุปกรณ์ตามมาตรฐาน BLS, PHTLS
20. มีอุปกรณ์ท่ีใช้เพื่อการเปิดทางเดินหายใจและช่วยเหลือการหายใจเบ้ืองต้น เช่น Pocket Mask
Oro Pharyngeal Airway
21. มี Self Inflating Bag สาํ หรับช่วยหายใจ ผใู้ หญ่ เด็ก และเดก็ แรกเกดิ
๒๒. มีเกา้ อพี้ ร้อมลอ้ เขน็ สําหรับเคลือ่ นย้ายผู้ปวยขึ้นลงบันได (Stair chair)
ระดับปฏิบัติการแพทยขั้นสูงและขั้นเฉพาะทาง หมายถึง รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินซ่ึงได้
ดําเนินกิจการปฏิบัติการการแพทย์ข้ันสูงตามการอํานวยการ ให้แก่ผู้ปวยฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต
หรือการรุนแรงขึ้นในห้วงเวลาขณะทําการปฏิบตั ิการฉุกเฉิน และดําเนินกิจการจัดการปฏิบัติการแพทย์เฉพาะทาง
ให้แก่ผู้ปวยฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงสงู ยงิ่ ต่อการเสียชีวิต การเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจบ็
หรอื อาการปวยน้ันอย่างรวดเร็วในห้องเวลาขณะทําการปฏิบตั ิการปฏบิ ตั ิการฉกุ เฉิน นนั้
102
6
เครอ่ื งมือและอปุ กรณก์ ารแพทย์ท่จี าเป็นตอ้ งมี
๑. เตียงเคล่ือนย้ายผู้ปวย มีล้อเข็น มีเข็มขัดนิรภัยรัดผู้ปวย ไม่น้อยกว่า ๓ จุด และสามารถปรับน่ังได้
ล้อรถเข็นหมุนได้รอบ 360 องศาอย่างน้อย ๒ ล้อ มีกลไกสําหรับช่วยเข็นข้ึนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน สามารถ
รองรับนํ้าหนักทั้งหมดได้ไม่น้อยกว่า 150 กิโลกรัม เป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตท่ีได้รับการรับรองคุณภาพ
มาตรฐานสากล (EN ๑๗๘๙) ผ่านการรับรองมาตรฐานการทดสอบการชนด้วยแรงไม่น้อยกว่า ๑๐ G ตามมาตรฐาน
(EN 1865) หรือมาตรฐานอ่ืนหรือการทดสอบอ่ืนที่เทียบเท่าพร้อมแนบเอกสาร หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ เพ่ิมเติม
มีเบาะรองนอนตลอดตามยาวของเตียง สามารถถอดล้างทําความสะอาดได้ มีช่องสําหรับเสียบเสาน้ําเกลือ
ทั้งด้านซา้ ยและขวา พร้อมเสาน้ําเกลือจํานวน 1 ต้น สามารถปรบั ระดับสูงต่ําได้ และยดึ ตดิ กบั โครงเตยี งได้อย่างมนั่ คง
๒. มีระบบป้องกันการกระดกของเตียงเมื่อผู้ปวยนั่งบริเวณปลายเตียง ส่วนท้ายเตียงจะต้องมีความ
ม่ันคงไมก่ ระดกล้ม
๓. มีกลไกในการพับขาเตียงให้พับไปกับฐานเตียงโดยแยกบังคับให้ขาเตียงพับขึ้นทีละขา
และเม่ือดึงเตียงลงจากรถล้อคู่หลังและคู่หน้าจะกางออกเองโดยอัตโนมัติ (Automatic Loading Stretcher)
มรี าวปอ้ งกันผปู้ วยตกเตียงท้งั สองข้าง สามารถพับเกบ็ ไปด้านล่างได้
๔. มีกลไกในการยึดตรึงผู้ปวยเพื่อป้องกันการเลื่อนหลุดไปด้านหน้าหรือด้านหลังระหว่างการ
เคลอ่ื นย้าย โดยอาจเป็นเข็มขัดนริ ภยั รดั ผูป้ ว ยไม่น้อยกวา่ ๓ จดุ หรอื กลไกอ่ืนเพ่ิมเติม
๕. ฐานเตียง มีกลไกในการยึดตรึงระหว่างฐานเตียงและเตียงเคล่ือนยา้ ยผ้ปู วย เพื่อป้องกันไม่ให้เตียง
หลุดออกจากฐานเตียงขณะเคลื่อนย้าย ผ่านการรับรองมาตรฐานการทดสอบการชนด้วยแรงไม่น้อยกว่า ๑๐ G ตาม
มาตรฐาน (EN 1865) หรอื ตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพมิ่ เติม
๖. ฐานเตียงสําหรับติดต้ังบนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน มีความม่ันคงปลอดภัย โดยฐานเตียงได้รับ
การทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙) หรือ (EN 1865) หรอื ตามที่ สพฉ. ประกาศ เพมิ่ เตมิ
๗. มี Long Spinal Board พร้อมสายรัดตรึง ทย่ี ดึ ตรงึ ศีรษะ (Head Immobilizer) สามารถใช้ล็อคศีรษะ
ผู้ปวย/ผู้บาดเจ็บกับแผ่นกระดานรองหลังได้อย่างม่ันคง โดยมีกลไกสําหรับประคองศีรษะผู้ปวย/ผู้บาดเจ็บ
และมีฐานรองสําหรับยึดติดกับแผ่นกระดานรองหลัง ได้รับการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน (EN ๑๗๘๙)
หรือ (EN 1865) หรอื ตามท่ี สพฉ. ประกาศ เพ่ิมเติม
๘. มอี ุปกรณ์ในการยดึ ตรงึ แขนขาในกรณผี ปู้ ว ยมีแขนขาผดิ รูป ไมน่ อ้ ยกว่า ๓ ขนาด
๙. มเี ฝือกคอชนดิ แขง็ (Hard Collar) ไมน่ อ้ ยกว่า 3 ขนาด
๑๐. มีเฝอื กดาม แขน ขา
๑๑. มีแหล่งกําเนิดออกซิเจน พร้อมระบบจ่ายกาซ ชุด Regulator (ชุดลดแรงดัน) ที่ใช้งาน
ได้ดี/ปลอดเช้ือ
๑1.๑ มีกลไกยึดตรึง ไมใ่ ห้หลุดออกจากจุดยึดในกรณที เ่ี กิดอบุ ตั ิเหตุ
๑1.๒ มีกลไกในการปรับอัตราการไหลของออกซิเจน สามารถปรับอัตราการไหล 0 - 15 ลิตร/นาที
หรอื มีกลไกท่ีสามารถให้ออกซเิ จนกับผูป้ วยไดเ้ พยี งพอกบั ความต้องการ
12. มีแหล่งกําเนิดออกซิเจนแบบพกพานํ้าหนักรวมไม่เกิน 5 กิโลกรัมสําหรับเคล่ือนย้ายได้สะดวก
พร้อมกระเปาหิ้วพร้อมชดุ ยึดบนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินท่ีได้มาตรฐาน (EN 1789) หรือตามที่ สพฉ. ประกาศ
เพม่ิ เติม
103
7
13. มีอุปกรณ์เพ่ือใช้ในการวัดและติดตามสัญญาณชีพซึ่งได้แก่ อุณหภูมิร่างกา ย ชีพจร
ความดนั โลหติ อตั ราการหายใจ และความอิ่มตวั ของออกซิเจนในฮีโมโกลบินจากชีพจร (Pulse Oximetry) หรืออื่น ๆ
ทีจ่ ําเป็นต่อผปู้ วย
14 มีกระเป๋าปฐมพยาบาลพร้อมอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ ถุงมือปราศจากเชื้อ สําลี ไม้พันสําลี ผ้าก๊อซ
ชนิดบางและหนา Elastic Bandage ขนาด ๔ และ ๖ น้ิว พลาสเตอร์เหนียว กรรไกร แอลกอฮอล์ นํ้าเกลือสําหรับ
ลา้ งแผล อปุ กรณ์ลา้ งตา
15. มีอุปกรณ์สําหรับดูดเสมหะ และมีกลไกการยึดตรึงอุปกรณ์ดูดเสมหะ ไม่มีส่วนประกอบท่ีอาจ
จะแตกได้เมอ่ื เกดิ อุบัติเหตุ
16. มอี ปุ กรณ์ทจ่ี ําเป็นสําหรบั การชว่ ยเหลอื การคลอดฉุกเฉิน
17. มเี คร่อื งมือตรวจวดั ระดบั นํา้ ตาลในเลือด
18. มีเคร่ืองฟ้ืนคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้า (Defibrillator หรือ Automated External Defibrillator) และมี
กลไกในการยดึ ตรงึ เครอื่ งดังกล่าวประจาํ ยานพาหนะ /สามารถเคล่ือนยา้ ยไปใชน้ อกยานพาหนะได้
19. มีอปุ กรณแ์ ละกระเป๋าสําหรบั เกบ็ อปุ กรณ์ตามมาตรฐาน ACLS ATLS หรือ PHTLS
20. มีอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการเปดทางเดินหายใจและช่วยเหลือการหายใจเบ้ืองต้นและขั้นสูง
เชน่ Pocket Mask, Oro Pharyngeal Airway, Endotracheal Tube, Supraglottic Airway With Gastric Access เป็นตน้
21. มี Self Inflating Bag สาํ หรับช่วยหายใจ ผใู้ หญ่ เดก็ และเดก็ แรกเกิด
22. มี Portable Respirator ซงึ่ มีความสามารถในการชว่ ยหายใจในเด็กและผู้ใหญส่ ามารถทาํ Low
Flow Ventilation และสามารถทาํ PEEP (Positive End Expiration Pressure)
23. ยาและเวชภัณฑ์ ตามรายละเอียดที่กําหนด และมีคณุ ภาพสําหรับใช้กับผู้ปวย จาํ นวน/ปรมิ าณตาม
ความจาํ เปน็ อยา่ งน้อยเท่ากับมาตรฐาน ACLS ATLS PHTLS
๒๔. มีเก้าอ้ีพรอ้ มล้อเขน็ สําหรับเคลือ่ นย้ายผู้ปวยขนึ้ ลงบันได (Stair chair)
สวนท่ี ๒
เครื่องมือและอุปกรณ์สนบั สนนุ การปฏิบัตกิ ารฉุกเฉินของรถบรกิ ารการการแพทย์ฉุกเฉิน
1. ติดต้งั ไฟสัญญาณวบั วาบ แสงแดง - นา้ํ เงิน โดยไฟสญั ญาณวับวาบแสงแดงจะต้องอยฝู่ งขวาเหนือ
ศีรษะของผขู้ บั ข่ีแสงนาํ้ เงินอย่ฝู ง ซา้ ยเหนือศรี ษะของผู้ขับข่ี และเสยี งสัญญาณพรอ้ มอุปกรณ์ โดยการติดตัง้ ดงั กล่าว
ต้องดําเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามประกาศสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เร่ือง กําหนดหลักเกณฑ์การขอ
อนุญาตใช้ไฟสญั ญาณวับวาบและเสยี งสญั ญาณ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
2. มีสัญลักษณ์หน่วยงานสังกัดขนาดชัดเจน ช่ือหน่วยงานสังกัดมีขนาดความสูงไม่น้อยกว่า ๑๐
เซนตเิ มตร
3. มีเครื่องขยายเสียงขนาดไม่น้อยกว่า 100 วัตต์ พร้อมลําโพง ใช้กับไฟกระแสตรง 12 โวลต์
พรอ้ มใช้งาน
4. มีชุดอุปกรณ์ที่มีกลไกในการแปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่มีแรงดัน 12 โวลต์ เป็นไฟฟ้า
กระแสสลับที่มีแรงดัน 220 โวลต์ ความถ่ี 50 เฮิรตซ์ ขนาดไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ วัตต์ (เป็นแบบ Pure Sine
Wave) พร้อมปลกั๊ ไฟฟ้า 220 โวลต์ จาํ นวนไมน่ อ้ ยกวา่ 2 จดุ และมปี ล๊กั ไฟฟ้าแบบที่ USB อยา่ งน้อย 1 จดุ และมี
ชุดสายพ่วงต่อแบบม้วนสําหรับใช้ไฟฟา้ 220 โวลต์
104
8
5. มีสวิทซต์ ดั ไฟฟา (Circuit Breaker) สาํ หรับหอ้ งปฏบิ ัติการซงึ่ ตดิ ตัง้ อยใู่ นห้องคนขบั
6. มเี คร่ืองวทิ ยุคมนาคม กรณยี ่ืนขอรับรองครงั้ แรกให้ดาํ เนนิ การตามระเบยี บสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน
แห่งชาติ ว่าด้วยการควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) พ.ศ. 2562 และ
เปนไปตามการอนุญาตของสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสยี งกิจการโทรทศั น์และกจิ การโทรคมนาคม
แห่งชาติกําหนด
ในกรณีต่ออายุรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินต้องมีหนังสืออนุญาตจาก สํานักงานคณะกรรมการ
กิจการกระจายเสียงกจิ การโทรทัศนแ์ ละกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
7. อปุ กรณ์ควบคมุ สถานการณ์
- กรวยยาง - กระบองไฟกระพรบิ
- ไฟฉายสอ่ งสวา่ ง - เทปจราจร
- เส้อื สะท้อนแสง - นกหวดี
8. มีกล้องบันทึกภาพภายในรถและการจราจร สามารถบันทึกภาพได้ตลอดระยะเวลาปฏิบัติภารกิจ
และสามารถเช่อื มตอ่ กบั ศนู ยค์ วบคมุ รถพยาบาลได้
9. มีระบบติดตามและระบุตาํ แหนง่ รถยนต์ ทสี่ ามารถเชอ่ื มกบั ระบบที่ สพฉ. กําหนด
10. มีเคร่ืองดับเพลิงแบบยกห้ิว มีมาตรฐาน มอก. สามารถดับเพลิงได้ ตาม Class A B C ได้ระยะเวลา
ไม่นอ้ ยกว่าถงั ดับเพลงิ ชนิดเหลวระเหยชนิดไมม่ ีสาร CFC ขนาดไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ปอนดพ์ ร้อมตดิ ต้งั ๑ ชดุ
11. มีอุปกรณ์ปองกันและควบคุมการติดเช้ือที่เพียงพอกับจํานวนเจ้าหน้าท่ีท่ีปฏิบัติงาน
ได้แก่ ถุงมือ Mask ถงุ ขยะติดเช้ือ ผา้ กันเปอื้ น รองเท้าบตู นํา้ ยาทาํ ความสะอาดพ้ืนผวิ ภายในรถ นํา้ ยาลา้ งมือแบบแห้ง
สวนที่ ๓
สว นประกอบด้านรถหรอื ยานพาหนะ (ดา้ นโครงสรา้ งความปลอดภัย)
๑. เปนรถหรือพาหนะสําหรับการบริการการแพทย์ฉุกเฉินตามประกาศสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่มีมิติ
ขนาดและอุปกรณ์ ส่วนควบเปนไปตามกฎหมายวา่ ด้วยพระราชบญั ญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ตัวถังสีขาวและมีแถบสี
เหลืองฉุกเฉินการแพทย์ Sulphur Yellow รหัสสี RAL 1016 เปนหลัก (แถบสีเหลืองอาจเปนสติกเกอร์หรือสีทา
รถ) คาดรอบรถหรือพาหนะ มีขนาดความกวา้ งไมน่ ้อยกวา่ ๑๐ เซนตเิ มตร
2. ติดฟิล์มกรองแสงชนิดมาตรฐาน เพื่อความเปนส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ปวย เม่ือวัด
การผ่านของแสงแล้วต้องผ่านท้งั กระจกและฟลิ ์มกรองแสงทมี่ แี สงผา่ นได้ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 40
3. ห้องคนขับมีผนังก้ันแยกออกจากช่วงหลังซึ่งจัดเปนห้องปฏิบัติการ มีวัสดุกั้นแบ่งและมีกลไก
ในการสื่อสารถึงกันได้ โดยห้องคนขับและห้องปฏิบัติการ ชุดผนังต้องออกแบบให้มีความแข็งแรง ปลอดภัยกับ
ผู้โดยสารและผู้ขับเม่ือเกิดการชน (เช่น UN-ECE R66 หรือตามมาตรฐานต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการชน หรือการ
ทดสอบอน่ื ทเี่ ทยี บเท่าหรอื ดกี วา่ หรอื ตามที่ สพฉ. กําหนดเพ่มิ เติม) พรอ้ มเอกสารยืนยนั
4. มีระบบปรบั อากาศ มคี ณุ สมบตั ดิ งั นี้
4.1 ติดตั้งพัดลมไฟฟาระบายอากาศ จํานวน 1 เครื่อง โดยมีสวิทซ์ปิด – เปิด อยู่ในชุดควบคุม
เดียวกันท่ีแผงท้ังหมด โดยที่ติดตั้งด้านบนของห้องปฏิบัติการรอยต่อจะต้องเช่ือมด้วยวัสดุถาวรกันน้ําอย่างดี โดย
ฝาครอบดา้ นนอกตัวรถและในตวั รถท่สี ามารถกนั น้ําอยา่ งดี
105
9
4.2 ในห้องคนขับและห้องปฏิบัติการ ติดตั้งระบบปรับอากาศตามมาตรฐาน ผู้ผลิตและติดต้ัง
ระบบกรองอากาศฆ่าเชื้อโรค (มรี ะบบเครื่องปรับอากาศท่ีมีการติดตงั้ Filter หรือ ระบบท่ีฆ่าเช้อื และกรองฝนุ่ ละออง
ได้) โดยอาจแยกระบบปรับอากาศของห้องคนขับออกจากห้องปฏิบัติการได้ และติดตั้งพัดลมไฟฟาหรือเครื่อง
ระบายอากาศในหอ้ งปฏิบัตกิ าร
4.3 ในกรณีที่รถมีระบบปรับอากาศเดียวไม่สามารถแยกระบบปรับอากาศของห้องคนขับออก
จากห้องปฏิบัติการ จะต้องมีกลไกในการปอ งกนั มิให้อากาศในห้องปฏบิ ัตกิ ารกลับเขา้ ไปสหู่ ้องคนขับได้
5. ในห้องคนขับมีวิทยุพร้อมชุดแสดงภาพจากกล้องส่องหลังและแผนที่ดาวเทียมเพ่ือช่วยในการหา
เสน้ ทางมีวิทยพุ รอ้ มลําโพง และมสี ัญญาณแจ้งเตอื นการคาดเขม็ ขัดนิรภยั ทกุ ท่นี ง่ั
6. ห้องคนขบั มปี ระตู ปดิ - เปิด ทงั้ ดา้ นซ้ายและดา้ นขวาท่มี ีกุญแจล็อค
7. หอ้ งปฏบิ ตั ิการ
7.1 มีกลไกในการเข้าถึงส่วนของห้องปฏิบัติการ โดยมีระบบล็อคปองกันการเหว่ียงของประตู
เมื่อเปดิ ใช้งาน
7.2 มีขนาดความสูงที่เหมาะสมในการปฏิบัติการช่วยชีวิต วัดจากพื้น เตียงของผู้ป่วย
ในห้องปฏิบัติการถึงด้านบนสุดของห้องปฏิบัติการ โดยมีความสูงไม่น้อยกว่า 900 มิลลิเมตร หรือมีความสูง
ที่เพียงพอที่สามารถปฏิบัติการฉุกเฉินได้อย่างสะดวก หรือมีเครื่องช่วยกระบวนการปมและฟนคืนชีพผู้ป่วย
(Auto CPR)
8. มีแผน่ บงั แสงแดดกระจกดา้ นหนา้ ซา้ ย - ขวา ขา้ งละ 1 อนั
9. มชี ้นั สําหรับเก็บเอกสารทางการแพทย์ เปนแบบลอ็ คได้มีฝาปิดท่แี น่นหนา
10. มีเคร่ืองประจไุ ฟแบตเตอรี่ (Battery Charger)
11. มีชุดแปลงไฟฟาจากกระแสตรง ๑๒ โวลต์ เปนกระแสสลับ ๒๒๐ โวลต์ ๕๐ เฮิรตซ์
เพื่อใช้กับเครอื่ งมอื แพทย์
12. มีชดุ ควบคมุ ระบบไฟฟา , ไฟฟา แสงสวา่ ง (Cut Out) ของห้องปฏิบัติการ อยูใ่ นห้องคนขับ
13. ในหอ้ งคนขับและห้องปฏิบัติการ ติดตั้งระบบปรับอากาศ แยกควบคมุ แอรท์ ั้งสองห้อง สามารถปรบั
ทศิ ทาง – ระดบั ความเย็นได้
14. สว่ นท่ใี ชเ้ พือ่ การบําบัดรักษาท่ีอย่ดู ้านหลังของส่วนผู้ขับขี่จดั เปนห้องปฏิบตั ิการให้มีพ้ืนท่ีเพียงพอ
สําหรับการจัดวางเตียงพร้อมผู้ป่วยฉุกเฉินในลักษณะนอนราบ มีประตูปิดด้านท้าย ปิดล็อคสนิทเม่ือมีการลําเลียง
หรือขนย้ายผู้ป่วย และต้องมีพ้ืนท่ีสําหรับผู้ปฏิบัติการในการให้การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างเพียงพอ ดังนี้
(เฉพาะรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉนิ ขัน้ สูงและขนั้ เฉพาะทาง)
14.1 ด้านหวั เตียง จดั ให้มรี ะยะหา่ งระหวา่ งขอบเตยี งดา้ นหวั ห่างขอบ ผนังกนั้ สว่ นของคนขับให้
เพยี งพอกับการปฏบิ ตั กิ ารดูแล ระบบ ทางเดินหายใจจากดา้ นหัวเตยี ง
14.2 ความสงู ของส่วนที่ใชเ้ พ่ือการปฏิบัติการฉุกเฉินเพยี งพอในการปฏบิ ัติการ เช่น การช่วยฟนคนื ชีพ (CPR)
14.3 จัดให้มีท่ีนั่งพร้อมเข็มขัดนิรภัยทุกที่น่ังสําหรับผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน ท่ี สามารถให้การดูแล
ผู้ปว่ ยฉกุ เฉนิ ไดอ้ ยา่ งสะดวก
14.4 ห้องปฏิบัติการด้านซ้ายมีประตู ปิด – เปิด ด้านหลังมีประตูปิด – เปิด ได้สะดวก สําหรับยก
เตียงผู้ปว่ ยเข้า – ออกจากรถบรกิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉนิ
14.5 หอ้ งปฏบิ ัติการ มีไฟฟา ใหแ้ สงสว่างเพียงพอ
106
10
15. ผนังและฝาเพดานภายในห้องปฏิบัติการทําด้วยวัสดุท่ีไมกอให้เกิดอันตรายในกรณีอุบัติเหตุ
และไมปลดปลอยควันพิษในกรณีท่ีเกิดไฟไหม้ มีไฟให้แสงสวาง เปนไฟ LED แบบสําหรับใช้ทางการแพทย์ ติดต้ัง
ตามตําแหนง ที่เหมาะสมจํานวน 4 ชดุ แยกสวทิ ซ์ปิด – เปิดแตละชดุ ให้มีความสวางเพียงพอ
16. พื้นผิวพาหนะภายในสว นห้องปฏิบตั ิการมีพ้ืนผิวเรียบไมลื่น ทนตอสารเคมีเพื่อทําความสะอาด
17. ในห้องปฏิบัติการฝงประตูด้านข้างสามารถรองรับผู้โดยสารได้ ๒ ที่น่ัง และมีกลไกในการปรับ
เบาะเพื่อให้มี Clearance ชองทางเดินไมน้อยกวา ๒๐ เซนติเมตร มีชุดเก้าอ้ีน่ังเดี่ยว 2 ท่ีน่ัง ปรับเอนนอนได้
ติดตั้งบนฐานเก้าอ้ียึดล็อคกับพ้ืนรถตามมาตรฐานการรองรับการกระแทก 10 G (พร้อมแนบเอกสารรับรอง)
หรือการทดสอบอนื่ ท่ีได้มาตรฐานเทียบเทา พร้อมเข็มขัดนริ ภัยแบบดึงรงั้ ส่ีจุดปลดล็อคเดียวติดตั้งกับเก้าอี้ทกุ ตัวยึด
ตดิ กบั โครงสรา้ งรถอยา งมั่นคงตามมาตรฐาน UN-ECE R 14, UN-ECE R16 หรอื ตามที่ สพฉ. ประกาศ เพมิ่ เติม
18. ภายในห้องปฏิบัติการสวนท้ายสุดด้านบนติดต้ังโคมไฟสปอร์ตไลท์ชนิดปรับได้ มีสวิทช์ควบคุม
ชนิด 2 ทาง สามารถควบคุมการเปิด – ปิด ได้ จากหอ้ งคนขบั และสวนทา้ ยของหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
19. มีท่ีจัดเก็บอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์อ่ืนท่ีจําเปนอยางเปนสัดสวน เปนระเบียบ
และมีความปลอดภยั จากการหลุดรว งปลิวออกจากทจ่ี ัดเกบ็ ในกรณีที่มีการชนหรอื กระแทกหรอื พลิกควํา่ ของรถ
20. บนเพดานรถมีท่ีแขวนภาชนะใสนํ้าเกลือ/เลือด สามารถแขวนพร้อมกันได้ เพดานด้านใน
มีที่แขวนภาชนะใสนํ้าเกลือหรือเลือดแบบกลองเปิดเมื่อไมได้ใช้งานจะไมมีสวนหนึ่งสวน ใดยื่นออกมาจากเพดาน
เมื่อดึงออกมาใช้งานสามารถแขวนภาชนะพร้อมกันได้ 2 ที่ และมีที่รัดภาชนะทั้ง 2 แบบสามารถปรับขนาดได้
(สาํ หรับรถบรกิ ารบริการการแพทย์ฉกุ เฉินทางบกระดับปฏบิ ัติการแพทย์ขน้ั สงู และระดับเฉพาะทาง)
21. มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ โดยมีความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไมต่ํากวา
ประเภท ๕ (แบบประกัน 2 บวก แบบประกัน 3 บวก)
107
11
ภาคผนวก ๒
เกณฑ์การรับรองรถบรกิ ารการแพทย์ประเภทไมล าเลียงผปู้ วย
รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินประเภทไม่ลําเลียงผู้ปวย คือ เป็นรถท่ีไม่มีเตียงสําหรับผู้ปวยฉุกเฉิน
แต่และสามารถปฏิบัติการอํานวยการหรือลําเลียง ยาเวชภัณฑ์ เคร่ืองมือทางการแพทย์ เคร่ืองมือสื่อสาร หรือ
บุคลากรทางการแพทย์ สําหรบั ให้บริการผปู้ ว ยฉุกเฉิน แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท
1. ประเภทสนบั สนุนการปฏบิ ัตกิ ารอานวยการ
1.1 รถสนับสนุนการสื่อสารในสถานการณฉ์ ุกเฉนิ
1.2 รถสนบั สนนุ การ รบั – ส่ง สญั ญาณดาวเทยี ม
1.3 รถบญั ชาการในสถานการณฉ์ กุ เฉนิ
เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์สนบั สนุนการปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ ของรถหรือพาหนะจาเป็นต้องมี
ก. ติดตั้งไฟสัญญาณวับวาบ แสงแดง - นํ้าเงิน โดยไฟสัญญาณวับวาบแสงแดงจะต้องอยู่ฝงขวา
เหนือศีรษะของผู้ขับขี่แสงนํ้าเงินอยู่ฝงซ้ายเหนือศีรษะของผู้ขับข่ี และเสียงสัญญาณพร้อมอุปกรณ์ โดยการติดตั้ง
ดังกล่าวต้องดําเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามประกาศและข้อกําหนดของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
เรือ่ ง กําหนดหลักเกณฑก์ ารขออนุญาตใช้ไฟสญั ญาณไฟวบั วาบและเสยี งสัญญาณ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
ข. มีเคร่ืองขยายเสียงขนาดไม่น้อยกว่า 100 วัตต์ พร้อมลําโพง ใช้กับไฟกระแสตรง 12 โวลต์
พรอ้ มใชง้ าน
ค. มีชุดอุปกรณ์ที่มีกลไกในการแปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่มีแรงดัน 12 โวลต์ เป็นไฟฟ้า
กระแสสลับที่มีแรงดัน 220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ขนาดไม่ น้อยกว่า 1,000 วัตต์ (เป็นแบบ Pure Sine
Wave) พร้อมปลั๊กไฟฟ้า 220 โวลต์ จํานวนไม่น้อยกว่า 2 จุดและมีปลั๊กไฟฟ้าแบบที่ USB อย่างน้อย 1 จุด
และมีชุดสายพ่วงต่อแบบม้วนสาํ หรับใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์
ง. มีเครื่องวิทยุคมนาคม ในกรณีย่ืนขอรับรองคร้ังแรกให้ดําเนินการตามระเบียบสถาบันการแพทย์
ฉุกเฉินแห่งชาติ ว่าด้วยการควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถ่ี (Synthesizer) พ.ศ. 2562
แล ะเป็น ไปตาม กา ร อนุ ญ าต ข องสํ านั กง าน คณ ะ กร ร ม การ กิจ กา ร ก ร ะจ าย เสี ย งกิ จ ก าร โ ทร ทั ศน์ แล ะ กิ จ ก า ร
โทรคมนาคมแหง่ ชาติกําหนด
ในกรณีต่ออายุรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้มีหนังสืออนุญาตจากสํานักงานคณะกรรมการกิจการ
กระจายเสยี งกจิ การโทรทศั น์และกจิ การโทรคมนาคมแหง่ ชาติ
จ. อปุ กรณค์ วบคมุ สถานการณ์
- ขวาน - เชือกคลอ้ งตวั พร้อมอุปกรณย์ ดึ เหน่ยี ว
- กรวยยาง - กระบองไฟกระพรบิ
- กรรไกรตดั เหลก็ - ไฟฉายสอ่ งสว่าง
- เทปจราจร - เส้อื สะทอ้ นแสง
- รองเทา้ บตู๊ - นกหวดี
- อุปกรณ์ตดั ถา่ งโลหะแบบใช้มือ (ถา้ ม)ี
108
12
ฉ. กล้องบนั ทึกภาพภายในรถและการจราจร สามารถบันทกึ ภาพได้ตลอดระยะเวลาปฏิบัตภิ ารกิจ
ช. มีระบบติดตามและระบุตําแหน่งรถยนต์ที่สามารถเชอ่ื มกับระบบท่ี สพฉ. กาํ หนดได้
ซ. มีเคร่ืองดับเพลิงแบบยกหิ้ว มีมาตรฐาน มอก. สามารถดับเพลิงได้ ตาม Class A B C ได้ระยะเวลา
ไมน่ อ้ ยกวา่ ถงั ดบั เพลิงชนิดเหลวระเหยชนิดไมม่ สี าร CFC ขนาดไม่นอ้ ยกว่า ๕ ปอนด์พร้อมติดต้ัง ๑ ชดุ
ฌ. มีอุปกรณ์ปองกันและควบคุมการติดเชื้อท่ีเพียงพอกับจํานวนเจ้าหน้าที่ท่ีปฏิบัติงาน ได้แก่ ถุงมือ
Mask ถุงขยะตดิ เชอ้ื ผ้ากันเป้อื น รองเทา้ บตู น้ํายาทาํ ความสะอาดพืน้ ผวิ ภายในรถ นํา้ ยาลา้ งมอื แบบแหง้
ญ. มีชุดปฐมพยาบาลและทาํ แผลเบื้องต้น
ฎ. มีศักยภาพในการรับส่งสัญญาณหรือเป็นแม่ข่ายในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือสถานการณ์ภัยพิบัติ
ระดบั จังหวดั ระดับเขตหรือระดบั ประเทศได้
สว นประกอบดา นรถหรอื ยานพาหนะ (ดานโครงสรา งความปลอดภัย)
๑. เป็นรถหรือพาหนะสําหรับการบริการการแพทย์ฉุกเฉินตามประกาศสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
ที่มีมิติขนาดและอุปกรณ์ ส่วนควบเป็นไปตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ตัวถังสีขาวและมีแถบสีเหลือง
ฉุกเฉินการแพทย์ Sulphur Yellow รหัสสี RAL 1016 เป็นหลัก (แถบสีเหลืองอาจเป็นสติกเกอร์หรือสีทารถ)
คาดรอบรถหรอื พาหนะ มีขนาดกว้างไมน่ อ้ ยกว่า ๑๐ ซม.
2. มีสัญลักษณ์หน่วยงานสังกัดขนาดชัดเจน ช่ือหน่วยงานสังกัดมีขนาดความสูงไม่น้อยกว่า ๑๐
เซนตเิ มตร
3. ติดฟล์มกรองแสงชนิดมาตรฐาน เพ่ือความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ปวย เม่ือวัดการ
ผา่ นของแสงแล้วต้องผ่านทัง้ กระจกและฟล ม์ กรองแสงท่ีมีแสงผา่ นได้ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 40
4. ในห้องคนขับมีวิทยุพร้อมชุดแสดงภาพจากกล้องส่องหลังและแผนท่ีดาวเทียมเพ่ือช่วยในการหา
เส้นทางมวี ิทยุพรอ้ มลําโพง และมีสัญญาณแจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนริ ภยั ทุกที่น่ังมีระบบกล้องบันทึกภาพหน้ารถที่
สามารถบนั ทกึ ภาพได้ตลอดระยะเวลาปฏิบัตภิ ารกจิ และสามารถเชือ่ มต่อกับศูนย์ควบคุมรถพยาบาลได้
2. ประเภทสนับสนุนการปฏบิ ัตกิ ารแพทย์
2.๑ ประเภทรถจกั รยานยนต์ (Motorlance)
เป็นหน่วยปฏิบัติการประเภทปฏิบัติการแพทย์ระดับพ้ืนฐานขึ้นไป หรือหน่วยปฏิบัติการ
ประเภทอาํ นวยการระดับพ้นื ฐานข้นึ ไป
เคร่ืองมือและอปุ กรณส์ นับสนุนการปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉนิ ของรถหรือพาหนะจาํ เปน ตอ งมี
ก. มีชุดปฐมพยาบาล และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและทําแผลพืน้ ฐาน
ข. มสี ญั ลกั ษณร์ ะบุสงั กดั หนว่ ยงานไดอ้ ยา่ งชัดเจน
ค. ติดต้ังไฟสัญญาณวับวาบ แสงแดง - นํ้าเงิน โดยไฟสัญญาณวับวาบแสงแดงจะต้องอยู่ฝงขวา
มือของผู้ขับข่ีแสงน้ําเงินอยู่ฝงซ้ายมือของผู้ขับข่ี และเสียงสัญญาณพร้อมอุปกรณ์ โดยการติดตั้งดังกล่าวต้อง
ดําเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามประกาศและข้อกําหนดของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เร่ือง กําหนด
หลักเกณฑ์การขออนญุ าตใช้ไฟสญั ญาณไฟวบั วาบและเสยี งสัญญาณ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
ง. มเี ครื่องขยายพร้อมลาํ โพง ทพ่ี ร้อมใชง้ าน
109
13
สวนประกอบดา้ นยานรถหรือพาหนะ (ดา้ นโครงสรา้ งความปลอดภัย)
๑. มีมาตรฐานและผ่านการรบั รองจากผผู้ ลติ
๒. เปน็ ไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยพระราชบัญญตั ิรถยนต์ พ.ศ.2522
2.๒ ประเภทรถยนต์
๒.๒.1. รถลาํ เลยี งยา เวชภณั ฑ์ เครอ่ื งมอื ทางการแพทย์ ผู้ปฏบิ ตั ิการ หรอื อวัยวะสาํ คญั
๒.๒.๒ รถแพทย์ฉุกเฉิน ( Doctor Car)
เครอ่ื งมือและอุปกรณส์ นับสนนุ การปฏิบัติการฉกุ เฉนิ ของรถหรอื พาหนะจําเปน็ ต้องมี
ก. ติดตั้งไฟสัญญาณวับวาบ แสงแดง-นํ้าเงิน โดยไฟสัญญาณวับวาบแสงแดงจะต้องอยู่ฝงขวา
เหนือศีรษะของผู้ขับข่ีแสงนํ้าเงินอยู่ฝงซ้ายเหนือศีรษะของผู้ขับขี่ และเสียงสัญญาณพร้อมอุปกรณ์ โดยการติดตั้ง
ดังกล่าวต้องดําเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามประกาศสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เร่ือง กําหนดหลักเกณฑ์
การขออนญุ าตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสญั ญาณ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
ข. มเี ครอ่ื งขยายเสียงขนาดไม่น้อยกว่า 100 วตั ต์ พร้อมลําโพง ใช้กับไฟกระแสตรง 12 โวลต์ พร้อมใชง้ าน
ค. มีชุดอุปกรณ์ท่ีมีกลไกในการแปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงท่ีมีแรงดัน 12 โวลต์ เป็นไฟฟ้า
กระแสสลับที่มีแรงดัน 220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ขนาดไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ วัตต์ (เป็นแบบ Pure Sine
Wave) พร้อมปล๊ักไฟฟ้า 220 โวลต์ จํานวนไม่น้อยกว่า 2 จุดและมีปล๊ักไฟฟ้าแบบที่ USB อย่างน้อย 1 จุด และ
มีชุดสายพ่วงตอ่ แบบม้วนสาํ หรบั ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์
ง. มีเคร่ืองวิทยุคมนาคมในกรณีขอรับรองครั้งแรกให้ดําเนินการตามระเบียบสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน
แห่งชาติ ว่าด้วยการควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถ่ี (Synthesizer) พ.ศ. 2562 และ
เป็นไปตามการอนุญาตของสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม
แห่งชาติกาํ หนด
ในกรณีต่ออายุรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้มีหนังสืออนุญาตจากสํานักงานคณะกรรมการกิจการ
กระจายเสียงกิจการโทรทศั น์และกจิ การโทรคมนาคมแห่งชาติ
จ. อุปกรณค์ วบคุมสถานการณ์
- ขวาน - เชอื กคล้องตัวพรอ้ มอุปกรณ์ยดึ เหน่ยี ว
- กรวยยาง - กระบองไฟกระพรบิ
- กรรไกรตัดเหลก็ - ไฟฉายส่องสว่าง
- เทปจราจร - เสื้อสะทอ้ นแสง
- รองเทา้ บตู๊ - นกหวีด
ฉ. มรี ะบบบันทกึ ภาพภายในรถและการจราจร สามารถบนั ทึกภาพตอ่ เน่ืองได้ตลอดระยะเวลาปฏบิ ัติการ
ช. มรี ะบบตดิ ตามและระบุตาํ แหนง่ รถยนต์ที่สามารถเชื่อมกับระบบท่ี สพฉ. กําหนดได้
ซ. มีเครื่องดับเพลิงแบบยกห้ิว มีมาตรฐาน มอก. สามารถดับเพลิงได้ ตาม Class A B C ได้ระยะเวลาไม่
น้อยกวา่ ถงั ดบั เพลิงชนิดเหลวระเหยชนิดไม่มสี าร CFC ขนาดไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ปอนดพ์ รอ้ มติดต้ัง ๑ ชดุ
ฌ. มีอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมการติดเชื้อท่ีเพียงพอกับจํานวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ได้แก่ ถุงมือ
Mask ถงุ ขยะติดเชือ้ ผ้ากันเป้ือน รองเทา้ บ๊ตู นาํ้ ยาทําความสะอาดพ้ืนผิวภายในรถ นาํ้ ยาลา้ งมอื แบบแหง้
ญ. มอี ุปกรณ์ปฐมพยาบาลและทําแผลพืน้ ฐาน
ฎ. มอี ุปกรณก์ ารแพทยต์ ามวัตถุประสงค์ของการใช้รถยนต์
110
14
สวนประกอบดานรถหรอื ยานพาหนะ (ดานโครงสรา งความปลอดภยั )
๑. เป็นรถหรือพาหนะสําหรับการบริการการแพทย์ฉุกเฉินตามประกาศสํานักงานตํารวจแหงชาติ
ท่ีมีมิติขนาดและอุปกรณ์ สวนควบเปน็ ไปตามพระราชบัญญตั ิรถยนต์ พ.ศ.2522
2. มีสัญลักษณ์หนวยงานสังกัดขนาดชัดเจน ช่ือหนวยงานสังกัดมีขนาดความสูงไมนอยกวา ๑๐
เซนตเิ มตร
3. ในหองคนขับมีวิทยุพรอมชุดแสดงภาพจากกลองสองหลังและแผนที่ดาวเทียมเพื่อชวยในการหา
เสน ทางมวี ิทยพุ รอมลาํ โพง และมีสญั ญาณแจง เตอื นการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกทน่ี ่ังมี
๔. มีสัญลกั ษณร์ ะบุสงั กดั หนว ยงานท่ีใหช ดั เจน
๕. มีท่ีจัดเก็บอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์อื่นท่ีจําเป็นอยางเป็นสัดสวน เป็นระเบียบและมีความ
ปลอดภัยจากการหลุดรวง ปลิวออกจากที่จัดเก็บในกรณีท่ีมีการชนหรือกระแทกหรือพลิกควํ่าของรถบริการ
การแพทยฉ์ กุ เฉิน
111
15
ภาคผนวก 3
ขน้ั ตอนการรบั รองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
30 5
.
.
112
16
วิธีการขอการรบั รอง
1. หน่วยปฏบิ ตั ิการยนื่ คาํ ขอรับรองผา่ นระบบสารสนเทศรบั รองพาหนะบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉนิ
2. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด สํานักการแพทย์กรุงเทพมหานคร
องค์การบริหารส่วนจังหวัดท่ีดําเนินการด้านการแพทย์ฉุกเฉินตรวจสอบความถูกต้อง ตามประกาศสถาบันการแพทย์
ฉุกเฉนิ แหง่ ชาติ เร่อื ง เกณฑ์ วธิ กี าร และแนวทาการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 256๔
2.1 กรณีข้อมูลถูกต้องตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติให้ดําเนินการตาม
ขอ้ ถัดไป
2.2 กรณีไมถ่ กู ต้องแจง้ กลับไปยงั หนว่ ยปฏิบัตกิ ารทีข่ อรบั รอง
3. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ให้การรับรองผ่านระบบสารสนเทศรับรองพาหนะบริการ
การแพทย์ฉุกเฉนิ
4. แจ้งผลการรับรองไปยังหน่วยปฏิบัติการหรือสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ขอรับรอง
ในรูปแบบไปรษณยี ์อเิ ล็คทรอนิกส์ผ่านระบบสารสนเทศรบั รองพาหนะบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉนิ
5. หน่วยปฏิบัติการหรือสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด ยื่นขออนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบ โดยใช้
หนังสือรับรองและให้ความเห็นชอบฯ พร้อมเอกสารแนบตามที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติกําหนดยื่นประกอบ
การขออนญุ าต ดงั นี้
5.1 กรงุ เทพมหานครย่นื คาํ ขอท่ี กองบงั คบั การตาํ รวจจราจร
5.2 ตา่ งจังหวัดยน่ื คําขอที่ กองบังคบั การตํารวจภูธรจงั หวัด
6. อนญุ าตใหใ้ ช้ไฟสัญญาณวบั วาบ
6.1 กรงุ เทพมหานครอนญุ าตโดยผู้บัญชาการตํารวจนครบาล
6.2 ต่างจงั หวัดอนุญาตโดยผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
7. หน่วยปฏิบัติการท่ีได้รับการอนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบ ให้ดําเนินการแจ้งผลการได้รับ
การอนญุ าตผา่ นระบบสารสนเทศรับรองพาหนะบริการการแพทย์ฉุกเฉนิ
113
17
17
หนงั สอื รบั รห_อน_งัง_ส_หอื _รร_ภอื ับ_สาร__ัอญค__งผ__ล_ห_นัก_ร_ษว_ภือ__ณสกา__ัญค__์ใ4ผ_น_ล__นกัก__ษวา__รณก__ใ_์ให_4_นก_ก_าา_รร_ใร_หับกราอรงรบั รอง
1. หนังสอื รบั 1ร.อหงนแังลสะือใรหบั ครอวงาแมลเะหใ็นหคชวอาบมรเหถ็นบชรอิกบารรถกบารริกแาพรกทายรฉ์แุกพเทฉยินฉ์ กุ ฯเฉิน ฯ
114
18
2. สัญลักษณในการใหก ารรบั รอง
ตัวอยางสัญลกั ษณแบบท่ี 1
XXXXX
ตัวอยางสญั ลักษณแบบที่ 2
60 ซม.
10 ซม.
Logo TEMSA ภ -ภ ฤ QR Code
115
1
ประกาศสถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง่ ชาติ
เรือ่ ง เกณฑ์ วธิ กี าร และแนวทางการรบั รองมาตรฐานชดุ ปฏิบตั กิ าร/หน่วยปฏิบัติการ (ชวั่ คราว)
และอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (ช่ัวคราว) เพอ่ื การสนับสนุนการปฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉิน กรณโี รคติดเชอื้
ไวรสั โคโรนา 2019 พ.ศ. ๒๕๖๔
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๕ (๒) และ (๙) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมติคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน คร้ังที่ ๔ /๒๕๖๔ เม่ือวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๔
สถาบันการแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง่ ชาติ จงึ ออกประกาศไว้ ดังตอ่ ไปน้ี
ข้อ ๑ ประกาศน้ี เรียกว่า “ประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เร่ือง เกณฑ์ วิธีการ และ
แนวทางการรับรองมาตรฐานชุดปฏิบัติการ/หน่วยปฏิบัติการ (ชั่วคราว) และอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์
(ชั่วคราว) เพอ่ื การสนับสนนุ การปฏิบัติการฉุกเฉนิ กรณีโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ ๒ ประกาศน้ีให้ใช้บงั คับต้งั แต่วันท่ี ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“ชดุ ปฏบิ ตั ิการ (ชั่วคราว) หมายถึง ชดุ ปฏิบตั ิการในหนว่ ยปฏบิ ัติการนอกเหนือจากที่ สพฉ. เคยขึ้น
ทะเบียนไว้ ซ่ึงผา่ นการประเมินตามท่ี สพฉ. กําหนด และมาปฏิบัติการสนับสนุนการปฏิบัติการฉุกเฉินกรณีโรค
ติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019
“หน่วยปฏบิ ตั กิ าร (ช่วั คราว) หมายถงึ หนว่ ยงานหรอื องค์กรนอกเหนอื จากท่ี สพฉ. เคยข้นึ ทะเบียนไว้
ซงึ่ ผา่ นการประเมนิ ตามที่ สพฉ. กําหนด และมาปฏิบัติการสนับสนุนการปฏิบัติการฉุกเฉิน กรณีโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019
“อาสาสมัครฉกุ เฉนิ การแพทย์ (ชว่ั คราว) หมายถงึ บุคคลท่ีไม่เคยได้รับประกาศนยี บตั รตามกฎหมาย
วา่ ด้วยการแพทยฉ์ กุ เฉนิ หรือเคยได้รบั ประกาศนยี บตั รตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉินแต่ประกาศนียบัตร
ดังกล่าวหมดอายุ ซ่งึ ผา่ นการประเมินตามที่ สพฉ. กาํ หนด และได้ขน้ึ ทะเบียนเปน็ การช่ัวคราวเพื่อการปฏิบัติการ
สนบั สนนุ การปฏิบัติการฉุกเฉิน กรณีโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019
“รถบริการการแพทย์ฉกุ เฉิน” หมายถงึ รถหรอื ยานพาหนะทางบกทุกชนิด ยกเว้นรถไฟหรือรถราง
ท่ีปฏิบัติการฉุกเฉินนับแต่การรับรู้ถึงภาวการณ์เจ็บปวยฉุกเฉินจนถึงการดําเนินการให้ผู้ปวยฉุกเฉิน
ไดร้ บั การบําบัด รักษาให้พ้นภาวะฉุกเฉิน ซ่ึงรวมถึงการประเมิน การจัดการ การประสานงาน การควบคุม ดูแล
การติดต่อส่ือสาร การลําเลียงหรือขนส่ง การตรวจวินิจฉัย และการบําบัดรักษาพยาบาลผู้ปวยฉุกเฉินทั้ง
นอกสถานพยาบาลและในสถานพยาบาล
116
2
หมวด ๑
ชุดปฏิบตั กิ าร/ หนว ยปฏิบตั ิการ (ชวั่ คราว)
________________________________
ข้อ ๔ กรณีท่ีมีผู้ปวยฉุกเฉินซ่ึงเจ็บปวยจากโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 มีความจาเป็นต้องได้รับ
การบาบัดรักษา การประเมิน การจัดการ การประสานงาน การควบคุม ดูแล การลาเลียงหรือขนส่งการตรวจ
วนิ ิจฉยั และการบาบัดรักษาพยาบาลผู้ปวยฉกุ เฉินท้ังนอกสถานพยาบาลและในสถานพยาบาล ให้ชุดปฏิบัติการ/
หน่วยปฏิบัติการ (ชั่วคราว) เป็นหน่วยปฏิบัติการสาหรับการปฏิบัติการฉุกเฉินเพ่ือให้ผู้ปวยฉุกเฉินได้รับการ
ค้มุ ครองสิทธติ ามกฎหมายว่าด้วยการแพทยฉ์ ุกเฉนิ
ขอ้ ๕ ชดุ ปฏบิ ัติการ/หนว่ ยปฏบิ ตั ิการ (ช่ัวคราว) ประเภทปฏิบตั กิ ารแพทยม์ รี ะดบั ดังน้ี
(๑) ระดับพื้นฐาน ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการซ่ึงดาเนินการกิจการปฏิบัติการแพทย์ขั้นพ้ืนฐานตาม
การอานวยการ ให้แกผ่ ปู้ วยฉกุ เฉินทมี่ ีความเสีย่ งต่าต่อการเสยี ชีวติ หรือการรนุ แรงข้นึ ของการบาดเจบ็ หรืออาการ
ปว ยนน้ั ในห้วงเวลาขณะทาการปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉินนน้ั
(๒) ระดับสูง ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการซ่ึงดาเนินการกิจการจัดการปฏิบัติการแพทย์ข้ันสูงตาม
การอานวยการ ให้แก่ผู้ปวยฉุกเฉินท่ีมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นในห้วงเวลาขณะทาการ
ปฏบิ ัติการฉุกเฉินนั้น
(๓) ระดบั เฉพาะทาง ได้แก่ หนว่ ยปฏิบตั ิการซง่ึ ดาเนนิ กิจการจัดการปฏบิ ัติการแพทย์เฉพาะทางให้แก่
ผูป้ ว ยฉกุ เฉนิ ทม่ี คี วามเสี่ยงสูงย่ิงต่อการเสียชีวติ การเกดิ ภาวะแทรกซอ้ น หรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรือ
อาการปว ยนั้นอยา่ งรวดเร็วในหว้ งเวลาขณะทาการปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉินน้ัน
ข้อ ๖ ชุดปฏิบัติการ/หน่วยปฏิบัติการ (ช่ัวคราว) ที่มีความประสงค์จะขอรับการประเมินและ
ขึ้นทะเบียนกับ สพฉ. เพื่อการสนับสนุนการปฏิบัติการฉุกเฉิน กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะต้องมี
องคป์ ระกอบและเป็นไปตามเกณฑ์ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) เป็นหนว่ ยงานของรฐั หรือเอกชน
(๒) มพี าหนะเพ่ือปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉิน กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
(๓) มีอปุ กรณ์ส่ือสาร ซ่ึงสามารถประสานงานกบั หนว่ ยปฏิบัติการอานวย หรือ สพฉ. ได้ตลอดเวลา
ข้อ ๗ พาหนะที่จะขอข้ึนทะเบียนเป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ในชุดปฎิบัติการ/หน่วยปฏิบัติการ
(ช่ัวคราว) ตอ้ งมีลกั ษณะครบถ้วน ดงั น้ี
(๑) จดทะเบียนในนามหน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคล หรือผู้ปฏิบัติการ หรืออาสาสมัครฉุกเฉิน
การแพทย์ (ชว่ั คราว)
(๒) จดทะเบียน ตอ่ ทะเบยี น และชาระภาษรี ถยนตเ์ รยี บรอ้ ยแลว้
(๓) มีประกันภาคบงั คบั (พ.ร.บ.)
(๔) มีอปุ กรณ์ปองกนั การแพรก่ ระจายของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019
117
3
ขอ้ ๘ ชดุ ปฏบิ ตั กิ าร/หน่วยปฏิบตั ิการ (ชว่ั คราว) และรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ท่ีผ่านการประเมิน
จาก สพฉ. และไดข้ น้ึ ทะเบียนตามประกาศนี้ ใหม้ รี ะยะเวลาการรับรอง ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ สพฉ. ออกหนังสือ
รบั รอง แตห่ ากมีเหตผุ ลความจาเป็นหรือการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ยังมีความรุนแรงอยู่
สพฉ. อาจตอ่ อายุการรบั รองไดค้ ราวละไมเ่ กนิ ๑๘๐ วัน นับแตว่ ันท่คี รบกาหนด
ใหร้ ถบริการการแพทย์ฉกุ เฉนิ ในชุดปฏบิ ตั ิการ/หน่วยปฏิบัติการ (ชั่วคราว) ที่ได้รับรองตามวรรคหน่ึง
ใชไ้ ฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณไซเรนได้ตามความจาเปน็ เร่งด่วน และความรนุ แรงของผู้ปว ยฉุกเฉิน ทั้งน้ี
ผู้ขบั ขี่รถบรกิ ารการแพทย์ฉุกเฉนิ ตอ้ งปฏิบัตติ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยการจราจรทางบกโดยเคร่งครัด
ทั้งน้ี ให้ถือว่าชุดปฏิบัติการ/หน่วยปฏิบัติการ (ชั่วคราว) เป็นชุดปฏิบัติการและหน่วยปฏิบัติการ
อันมีสิทธไิ ดร้ ับการสนบั สนนุ อดุ หนุนและชดเชยตามกฎหมายวา่ ด้วยการแพทย์ฉกุ เฉิน
หมวด ๒
อาสาสมคั รฉุกเฉนิ การแพทย (ช่ัวคราว)
_______________________
ข้อ ๙ ให้อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (ชั่วคราว) เป็นผู้ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์
ฉกุ เฉิน โดยมอี านาจหน้าท่ี ขอบเขต ความรับผดิ ชอบ และขอ้ จากดั เฉพาะเพ่ือการสนบั สนุนการปฏบิ ตั ิการฉุกเฉิน
กรณโี รคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 อนั เกยี่ วขอ้ งกบั การลาเลยี ง ขนสง่ ผปู้ ว ยฉกุ เฉินโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019
ข้อ ๑๐ ผู้มีสทิ ธขิ อข้ึนทะเบียนเปน็ อาสาสมัครฉกุ เฉนิ การแพทย์ (ชว่ั คราว) ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ดงั นี้
(๑) อายไุ มต่ ่ากวา่ ๑๘ ปบ รบิ ูรณ์ ณ วันขอขึน้ ทะเบยี น
(๒) ผา่ นการอบรมหลกั สูตรการช่วยฟนคืนชีพขนั้ พนื้ ฐาน (CPR) และการใช้เคร่ืองฟนคืนคล่ืนหัวใจ
ด้วยไฟฟา แบบอตั โนมัติ (AED) และหลักสูตรการฝกอบรมการปองกันและการสวมใส่ชุดปองกันการติดเช้ือขณะ
ออกปฏิบตั ิการช่วยเหลือนาส่งผปู้ วยโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 หรอื หลักสตู รอน่ื ๆ ท่ี สพฉ. กาหนด
(๓) เปน็ บุคคลทีไ่ ม่เคยไดร้ บั ประกาศนียบัตรตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน หรือเคยได้รับ
ประกาศนยี บตั รตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉกุ เฉินแตป่ ระกาศนยี บตั รดงั กลา่ วหมดอายุ
ข้อ ๑๑ ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๑๐ และประสงค์จะขอยื่นเพ่ือขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัคร
ฉกุ เฉินการแพทย์ (ชั่วคราว) จะต้องดาเนนิ ตามวิธีการดังตอ่ ไปนี้
(๑) แสดงความประสงค์ พรอ้ มหลักฐานอันแสดงว่าตนมีคณุ สมบตั คิ รบถ้วนต่อ สพฉ.
(๒) สพฉ. จะพิจารณาผมู้ ีคุณสมบัตคิ รบถ้วนตามข้อ ๑๐
(๓) ภายหลงั จากการตรวจสอบคณุ สมบตั แิ ล้ว สพฉ. จะดาเนินการขน้ึ ทะเบียนตามประกาศรายชื่อ
ใหเ้ ปน็ อาสาสมัครฉุกเฉนิ การแพทย์ (ชว่ั คราว)
118
4
ข้อ ๑๒ อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (ชั่วคราว) ที่ สพฉ. ได้ข้ึนทะเบียนตามประกาศนี้ ให้มี
ระยะเวลาการรับรอง ๑๘๐ วัน นับแต่วันท่ี สพฉ. ออกหนังสือรับรอง แต่หากมีเหตุผลความจาเป็นหรือการ
แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ยงั มีความรนุ แรงอยู่ สพฉ. อาจต่ออายุการรับรองได้คราวละไม่เกิน
๑๘๐ วัน นับแตว่ ันที่ครบกาหนด
หมวด ๓
การควบคมุ และการกากับดูแล
______________________
ข้อ ๑๓ กรณีดงั ตอ่ ไปน้ี เป็นเหตใุ ห้ สพฉ. จะยกเลิกการรับรองมาตรฐาน ชุดปฏิบัติการ /หน่วยปฏิบัติการ
(ชัว่ คราว) และรถบริการการแพทย์ฉกุ เฉนิ ในชดุ ปฏบิ ตั ิการ/หนว่ ยปฏบิ ัตกิ าร (ชวั่ คราว)
(๑) ชุดปฏิบัติการ/หน่วยปฏิบัติการ (ช่ัวคราว) ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน
และ กพฉ. สัง่ ไม่รับรองมาตรฐาน
(๒) มพี ฤติกรรมการกระทาความผดิ ทางอาญา
(๓) ถกู จากัดสิทธติ ามมาตรา ๒๙ วรรคสาม และไม่ดาเนนิ การปรับปรงุ แกไ้ ขตามท่ี กพฉ. หรือ สพฉ.
ส่ังการและการนน้ั กระทบต่อมาตรฐานการดาเนนิ การ หรอื ความปลอดภยั ในการปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉิน
(๔) มีการร้องเรียนหรือตรวจพบ หรือความปรากฏว่า ชุดปฏิบัติการ/หน่วยปฏิบัติการ (ช่ัวคราว)
รถบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉิน ในชุดปฏบิ ตั กิ าร/หนว่ ยปฏิบตั กิ าร (ชว่ั คราว) ดาเนินการไมเ่ ปน็ ไปตามประกาศ
ขอ้ ๑๔ กรณมี ีพฤตกิ ารณด์ งั ตอ่ ไปน้ี เป็นเหตใุ ห้ สพฉ. ยกเลกิ การขน้ึ ทะเบียนเปน็ อาสาสมัครฉุกเฉิน
การแพทย์ (ช่วั คราว) ได้
(๑) กระทาการไมเ่ ป็นไปตามอานาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจากัด เฉพาะในการ
เพื่อการสนับสนุนการปฏิบัติการฉุกเฉิน กรณีโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 อันเก่ียวข้องกับการลาเลียง ขนส่ง
ผู้ปวยฉกุ เฉินโรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019
(๒) มพี ฤติกรรมการกระทาความผดิ ทางอาญา
(๓) ไม่ดาเนินการปรับปรุงแก้ไขตามที่ กพฉ. หรือ สพฉ. ส่ังการและการนั้นกระทบต่อมาตรฐาน
การดาเนินการ หรอื ความปลอดภยั ในการปฏิบัติการฉกุ เฉิน
(๔) การร้องเรยี นหรือตรวจพบ หรือความปรากฏว่าดาเนินการไม่เปน็ ไปตามประกาศ
หมวด ๔
อ่ืน ๆ
___________________
ขอ้ ๑๕ กรณีมเี หตุผลความจาเปน็ อันเกีย่ วขอ้ งกับการแพร่ระบาดรุนแรงของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา
2019 ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัด และสานักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ทาหน้าท่ีในการขึ้นทะเบียน
119
5
ชดุ ปฏบิ ัตกิ าร/หนวยปฏบิ ตั กิ าร (ชั่วคราว) และอาสาสมัครฉุกเฉนิ การแพทย์ (ชั่วคราว) และติดตามกํากบั ใหเ้ ปนไป
ตามประกาศนี้ และให้ถือวาคําส่ังให้ออกปฏิบัติการของศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัด หรือศูนย์บริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน (เอราวัณ) กรุงเทพมหานคร เปนเสมือนคําสั่งให้ออกปฏิบัติการของ สพฉ. ในการปฏิบัติการ
ตอผู้ปวยฉกุ เฉนิ กรณีโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 ตามประกาศนี้
ข้อ ๑๖ ให้เลขาธกิ ารสถาบนั การแพทย์ฉุกเฉินแหง ชาติ เปนผู้รกั ษาการตามประกาศฉบบั นี้
ประกาศ ณ วนั ท่ี พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
เรืออากาศเอก
(อจั ฉริยะ แพงมา)
เลขาธกิ ารสถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง ชาติ
120
ประกาศสถาบนั การแพทยฉ ุกเฉินแหงชาติ
เรอื่ ง คาํ แนะนําและแนวทางปฏิบัติของรถบริการการแพทยฉกุ เฉนิ หรือรถพยาบาล
ทต่ี องปฏิบตั ิการผานพืน้ ท่ีชุมนมุ
สืบเน่ืองจากท่ีมีการประกาศสถานการณฉุกเฉินท่ีมีความรายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร
ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563 และในหลายพ้ืนท่ีหรือหลายจังหวัดมีการชุมนุม ปดเสนทางการจราจร
ทางบก ทําใหรถบริการการแพทยฉุกเฉินหรอื รถพยาบาลทีต่ องปฏิบตั ิการฉุกเฉินในสว นของการลาํ เลยี งหรือ
ขนสง ผูปวยฉุกเฉิน ไมอ าจใชเสนทางเดนิ รถตามสภาวะปกติได
เพื่อใหป ฏบิ ตั ิการฉกุ เฉินมีความปลอดภยั สาํ หรบั ผูปว ยฉุกเฉนิ และบุคลากรท่ีใหบ ริการ สถาบนั
การแพทยฉุกเฉนิ แหง ชาติจงึ ประกาศใหคําแนะนําใหผูขบั ข่ีรถบริการการแพทยฉุกเฉินหรือรถพยาบาลที่ตอง
ออกปฏบิ ัติการฉุกเฉินไว ดังตอไปนี้
ขอ 1 ควรมีการติดตามสถานการณและขาวการชุมนุม สํารวจ ตรวจสอบ ประสาน และ
สํารองเสนเดินรถลวงหนา หลีกเล่ียงเสนทางที่อาจมีการปดก้ัน หลีกเล่ียงการใชเสนทางที่มุงไปสูสถานที่
ที่มีการชุมนุมหรือจะมีการชุมนุม ยกเวนการไดรับแจงจากศูนยส่ังการใหเขาไปรับผูปวยฉุกเฉินที่อยูใน
บรเิ วณชุมนุมหรือสถานทใ่ี กลเ คยี ง
ขอ 2 หากมีความจําเปนอยางยิ่งที่จะตองผา นหรือฝาเขาไปในบริเวณสถานที่ชุมนุม หรอื ตอง
ใชเสนทางท่ีมีการปดกั้น ขอใหประสานไปที่ศูนยส่ังการหรือ 1669 เพื่อทําการประสานไปยังสถานีตํารวจ
หรือพนักงานเจาหนาท่ีตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณฉุกเฉิน พ.ศ.2548
ทรี่ บั ผิดชอบหรือควบคมุ พน้ื ที่ดงั กลา ว เพ่ือขอเสน ทางสาํ หรบั ผปู วยฉกุ เฉินวกิ ฤต
ขอ 3 ผูขับขี่รถบริการการแพทยฉุกเฉินหรือรถพยาบาล ใหใชสัญญาณไฟฉุกเฉินและ
สญั ญาณเสียง ตามความเรงดว นของผูปว ยฉุกเฉิน ตามคาํ สง่ั แพทยและการอํานวยการของหนว ยปฏบิ ัติการ
อาํ นวยการ ดังนี้
(1) กรณีไดรับแจงจากศูนยสั่งการหรือหนวยปฏิบัติการอํานวยการ ใหออกการปฏิบัติการ
ฉุกเฉินตอผูปวยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) และผูปวยฉุกเฉินเรงดวน (สีเหลือง) ทั้งขณะออกไปรับผูปวยฉุกเฉิน
และระหวางนําสงผูปวยฉุกเฉินไปโรงพยาบาล ใหผูขับขี่มีสิทธิตามมาตรา 75 แหงพระราชบัญญัติจราจร
ทางบก พ.ศ. 2522 ดงั นี้
1.1 เปด ไฟสัญญาณวับวาบและเสยี งสญั ญาณหลายเสยี ง (เสยี งสงู - ต่ําสลับกนั ) พรอมกนั
1.2 หยุดรถหรือจอดรถ ณ ที่หา มจอด
1.3 ขบั รถเกินอัตราความเร็วทกี่ ําหนดไว
1.4 ขับรถผานสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรใด ๆ ที่ใหรถหยุด แตตองลดความเร็ว
ของรถใหชา ลงตามสมควร
121
2
1.5 ไมตองปฏิบัติตามบทแหงพระราชบัญญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. 2522 หรอื ขอบงั คับ
การจราจรเก่ียวกบั ชองเดินรถ ทิศทางของการขับรถหรือการเลยี้ วรถทก่ี ําหนดไว
1.6 การปฏิบัติตาม 1.1-1.๕ ผขู ับขี่ตองใชค วามระมดั ระวังตามควรแกกรณี
ภายหลงั สงผปู วยถงึ โรงพยาบาลเรยี บรอยแลว ใหผูขับขป่ี ฏิบตั ิตามกฎจราจรปกติ
(2) กรณีไดรับแจงจากศูนยสั่งการหรือหนวยปฏิบัติการอํานวยการ ใหออกปฏิบัติการฉุกเฉิน
ตอผูปวยฉุกเฉินไมรุนแรง (สีเขียว) และผูปวยไมฉุกเฉินอ่ืน ขณะออกไปรับผูปวยและนําสงผูปวย
ไปโรงพยาบาล ใหผขู ับขปี่ ฏบิ ัตติ ามกฎจราจรปกติ
ขอ 4 รถบริการการแพทยฉุกเฉินและผูขับขี่ท่ีจะมีสิทธิตามมาตรา 75 แหงพระราชบัญญัติ
จราจรทางบก พ.ศ. 2522 หรือตามขอ 3 ของประกาศน้ี ตองเปนรถบริการการแพทยฉุกเฉิน ท่ีไดรับการ
รับรองมาตรฐานจากสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติและไดรับอนุญา ตใหใชสัญญาณไฟฉุกเฉินและ
สัญญาณเสียงตามประกาศสํานักงานตํารวจแหงชาติ เร่ือง กําหนดหลักเกณฑการขออนุญาตใชไฟสัญญาณ
วับวาบและเสียงสัญญาณ พ.ศ. 2553 ประกอบขอกําหนดสํานักงานตํารวจแหงชาติ เร่ืองกําหนดเง่ือนไข
ในการใชไฟสัญญาณวับวาบ เสียงสัญญาณไซเรนหรือเสียงสัญญาณอยางอื่นและเครื่องหมายแสดงลักษณะ
ของรถฉุกเฉิน พ.ศ. 2553 หากเปนรถท่ียังไมไดรับการรับรองจากสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติและ
ไมไ ดรับอนญุ าตจากสํานกั งานตํารวจแหง ชาติ ผูขับขตี่ องปฏบิ ตั ิตามกฎจราจรปกติ
ประกาศ ณ วันท่ี ตุลาคม พ.ศ. 2563
เรืออากาศเอก
(อจั ฉริยะ แพงมา)
เลขาธกิ ารสถาบนั การแพทยฉุกเฉินแหงชาติ
122
หน้า ๔๔ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒
เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา
ระเบยี บสถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉินแหง่ ชาติ
วา่ ดว้ ยการควบคมุ การใชเ้ คร่ืองวทิ ยคุ มนาคมแบบสงั เคราะห์ความถี่ (Synthesizer)
ของสถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉนิ แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การบริหารข่ายวิทยุสื่อสารและควบคุมการใช้
เคร่ืองวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถ่ีในการปฏิบัติการฉุกเฉิน เพื่อให้การใช้เครื่องวิทยุคมนาคม
และการใช้ข่ายวิทยุสื่อสารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ก่อให้เกิดการรบกวนและปัญหาการรักษา
ความปลอดภัยต่อข่ายวิทยุส่ือสารของหน่วยงานของรัฐบนพื้นฐานการใช้ประโยชน์คลื่นความถ่ีอย่าง
มปี ระสทิ ธิภาพ สอดคลอ้ งกบั ภารกิจของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉนิ แห่งชาติเป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) (๘) และ (๙) และมาตรา ๒๔ (๕) แห่งพระราชบญั ญตั ิ
การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับข้อ ๑๕ และ ๑๘ แห่งประกาศคณะกรรมการกิจการ
กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้เครื่องวิทยุ
คมนาคมแบบสังเคราะหค์ วามถี่ (Synthesizer) ของหน่วยงานรฐั ลงวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑
ประกอบกับมติคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ในการประชุม ครั้งท่ี ๗/๒๕๖๑ เมื่อวันที่
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ สถาบนั การแพทย์ฉุกเฉนิ แหง่ ชาตจิ ึงได้ออกระเบียบไว้ ดังตอ่ ไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ว่าด้วยการควบคุม
การใชเ้ คร่อื งวิทยคุ มนาคมแบบสังเคราะหค์ วามถี่ (Synthesizer) ของสถาบันการแพทยฉ์ กุ เฉินแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๖๒”
ข้อ ๒ ระเบียบน้ใี ห้ใชบ้ ังคับตง้ั แตว่ ันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารจัดการระบบ
วทิ ยคุ มนาคมในการปฏิบัติการฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘
ขอ้ ๔ ในระเบยี บน้ี
“เคร่ืองวิทยุคมนาคม” หมายความว่า เคร่ืองวิทยุคมนาคม ตามประกาศคณะกรรมการ
กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เร่ือง หลักเกณฑ์การใชเ้ ครื่อง
วิทยคุ มนาคมแบบสังเคราะหค์ วามถ่ี (Synthesizer) ของหน่วยงานของรฐั ลงวันท่ี ๓ เมษายน ๒๕๖๑
“วทิ ยุคมนาคม” หมายความว่า การสง่ หรอื การรบั เครือ่ งหมาย สัญญาณ ตวั หนังสอื ภาพ
และเสยี ง หรอื การอน่ื ใดซ่งึ สามารถเข้าใจความหมายด้วยคลน่ื แฮรตเซยี น
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความวา่ กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการท่ีเรียกช่ืออย่างอนื่
และมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึน้ โดยพระราชบัญญัติ
หรือพระราชกฤษฎีกา และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากาหนดให้
เป็นหนว่ ยงานของรัฐ
123
หน้า ๔๕ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒
เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา
“หน่วยงานเอกชน” หมายความว่า องค์กรภาคเอกชนที่มีบทบาทด้านบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
ทีเ่ ปน็ นิติบุคคล
“ผ้ปู ฏบิ ตั กิ าร” หมายความว่า บคุ คลซ่ึงปฏบิ ัตงิ านเกี่ยวกับการแพทยฉ์ ุกเฉินตามท่ีคณะกรรมการ
การแพทยฉ์ กุ เฉนิ กาหนด
“หนว่ ยปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ ” หมายความว่า หน่วยงานหรอื องค์กรที่ปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ
“ผ้ใู ชเ้ ครอ่ื งวทิ ยคุ มนาคม” หมายความว่า บคุ คลทไี่ ด้รับอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ครื่องวิทยคุ มนาคม
“สถานีวิทยคุ มนาคม” หมายความว่า สถานทสี่ ่งวิทยุคมนาคม สถานท่ีรับวิทยุคมนาคม หรอื
สถานท่สี ง่ และรบั วิทยุคมนาคม ตลอดจนยานพาหนะที่ส่งและรับวทิ ยคุ มนาคม
“พาหนะปฏิบัติการฉุกเฉิน” หมายความว่า พาหนะท่ีใช้สาหรับการปฏิบัติการฉุกเฉินต่อ
ผปู้ ่วยฉกุ เฉนิ โดยตรง
“เครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน” หมายความว่า สถานีวิทยุคมนาคม ผู้ใช้
เคร่ืองวทิ ยคุ มนาคม ท่ใี ชเ้ คล่ือนความถ่รี ว่ มกบั สถาบัน
“สัญญาณเรียกขาน” หมายความว่า ชื่อท่ีกาหนดขึน้ เพ่ือใชเ้ รียกแทนสถานวี ทิ ยุคมนาคม รวมถงึ
ผใู้ ช้เครื่องวทิ ยุคมนาคม ตัวบคุ คล สถานท่แี ละยานพาหนะ ในการติดต่อสอ่ื สารทางวิทยคุ มนาคม
“สถาบนั ” หมายความวา่ สถาบันการแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง่ ชาติ
“เลขาธิการ” หมายความวา่ เลขาธิการสถาบันการแพทยฉ์ ุกเฉินแห่งชาติ
ข้อ ๕ ให้เลขาธกิ ารรักษาการตามระเบียบน้แี ละให้มอี านาจวินจิ ฉัยเพื่อปฏบิ ัติตามระเบียบนี้
คาวินจิ ฉยั ของเลขาธกิ ารใหถ้ อื เป็นท่สี ดุ
หมวด ๑
การควบคมุ การใช้เครื่องวิทยคุ มนาคม
ข้อ ๖ การควบคุมการใช้เครือ่ งวทิ ยุคมนาคม ของเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉกุ เฉนิ
แบง่ เปน็ ประเภท ดังนี้
(๑) สถานีวิทยุคมนาคมแม่ข่ายกลาง เป็นสถานที่ตลอดจนยานพาหนะวิทยุคมนาคมของสถาบัน
ทาหน้าที่บริหารจัดการและควบคุมสถานีวิทยุคมนาคมภายในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน
โดยมีเลขาธิการเปน็ ผู้อานวยการสถานีวิทยคุ มนาคม
(๒) สถานีวิทยุคมนาคมพื้นที่ เป็นสถานท่ีตลอดจนยานพาหนะวิทยุคมนาคมในพ้ืนที่ ซึ่งเป็น
หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ทาหน้าท่ีส่ังการ ควบคุมการสั่งการ ประสาน ส่ือสาร
การปฏิบัติการฉุกเฉิน ตลอดจนบริหารจัดการสถานีวิทยุคมนาคมและผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมใน
เครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่ให้เป็นไปตามท่ีสถานีวิทยุคมนาคมแม่ข่ายกลาง
กาหนด
124
หน้า ๔๖ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒
เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา
สถานีวทิ ยคุ มนาคมพืน้ ที่ แบง่ เป็น ๒ ประเภท ดงั นี้
(ก) สถานีวิทยุคมนาคมประเภทหน่วยปฏิบัติการอานวยการ เป็นสถานีวิทยุคมนาคม
ของหน่วยงานของรัฐ หรือของสถาบัน ที่ต้ังอยู่ในพื้นท่ีจังหวัด ทาหน้าท่ีสั่งการ ควบคุมการส่ังการ
ประสานส่ือสารการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตลอดจนบริหารจัดการสถานีวิทยุคมนาคมและผู้ใช้เคร่ืองวิทยุ
คมนาคมในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน ในเขตพ้ืนท่ีให้เป็นไปตามที่สถานีวิทยุคมนาคม
แมข่ ่ายกลางกาหนด
(ข) สถานีวิทยุคมนาคมประเภทหน่วยปฏิบัติการแพทย์ เป็นสถานีวิทยุคมนาคม
ของหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่ต้ังอยู่ในพื้นท่ีภายใต้การส่ังการ การควบคุมการส่ังการ
การประสานสื่อสารปฏิบตั ิการฉุกเฉนิ ของสถานีวทิ ยุคมนาคมประเภทหน่วยปฏิบัตกิ ารอานวยการ ทาหน้าที่
บริหารจัดการสถานวี ิทยุคมนาคมและผใู้ ช้เครื่องวิทยุคมนาคมในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน
ของหน่วยงานรัฐ หรอื หนว่ ยงานเอกชน ตามทส่ี ถาบนั กาหนด
ขอ้ ๗ ใหส้ ถานวี ทิ ยุคมนาคม ตามขอ้ ๖ ดาเนินการ ดงั น้ี
(๑) จัดให้มีหัวหน้าสถานีวิทยุคมนาคมทุกสถานี ทาหน้าที่ควบคุมการใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคม
ในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน ตามประเภทที่รับผิดชอบ บริหารจัดการและควบคุม
การรับ - ส่ง ขา่ วสารให้เปน็ ไปตามระเบียบนี้ ตลอดจนดูแลการติดต่อส่ือสาร การใชถ้ อ้ ยคาให้เป็นไปด้วย
ความเรียบร้อยเม่ือหากพบว่าผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมผู้หนึ่งผู้ใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบน้ี ให้พิจารณา
ดาเนินการตามระเบียบนี้ตอ่ ไป
(๒) จัดทารายงานการใช้งานเครื่องวิทยุคมนาคม บัญชีคุมสถานะการมี การใช้ และที่ตั้ง
ของสถานีวิทยุคมนาคม การเบิกจ่ายเครื่องวิทยุคมนาคมในสังกัด ตามแบบท่ี สถานีวิทยุคมนาคม
แม่ขา่ ยกลางกาหนด ใหเ้ ป็นปัจจุบนั อยูเ่ สมอ เป็นประจาทกุ ปี
(๓) จัดให้มีพนักงานวิทยุประจาสถานีวิทยุคมนาคม มีหน้าท่ีควบคุมการรับ - ส่ง ข่าวสารทาง
เครื่องวิทยุคมนาคมให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ ตลอดจนบันทึกการติดต่อส่ือสาร
ตามท่สี ถานีวทิ ยุคมนาคมแม่ขา่ ยกลางกาหนด ไว้ประจาศนู ย์วทิ ยุสอื่ สาร เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
และเพอ่ื ประโยชนอ์ นื่ ๆ แกท่ างราชการ ตามที่หวั หนา้ ศูนย์วิทยุส่อื สารมอบหมาย
(๔) อ่ืน ๆ ตามที่ได้รบั มอบหมายจากสถาบัน
ทั้งนี้ คุณสมบัติของหัวหน้าสถานีวิทยุคมนาคมแม่ข่าย - เจ้าหน้าที่ และพนักงานวิทยุประจา
สถานวี ิทยคุ มนาคมแมข่ ่าย ใหเ้ ปน็ ไปตามท่สี ถาบันกาหนด
ขอ้ ๘ ผู้ใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคม ท่ีอยู่ในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉินต้อง
ปฏบิ ตั ิการฉุกเฉนิ ตามการอานวยการของสถานีวิทยุคมนาคม
ให้สถาบันกาหนดหลักเกณฑ์การใช้วิทยุคมนาคมสาหรับผู้ใช้วิทยุคมนาคม เพื่อประโยชน์
ในการคุม้ ครองสทิ ธขิ องผปู้ ว่ ยฉุกเฉนิ และเพื่อความปลอดภยั ในการปฏิบัตกิ ารฉุกเฉิน
125
หน้า ๔๗ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒
เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา
ขอ้ ๙ ผมู้ สี ทิ ธิใช้เครื่องวิทยุคมนาคมในเครือขา่ ยวิทยุคมนาคมการแพทยฉ์ ุกเฉนิ ไดแ้ ก่
(๑) หน่วยงานของรฐั
(๒) หน่วยงานเอกชน
(๓) เจา้ หน้าท่ี หรือผู้ปฏิบตั ิการ ทป่ี ฏิบัตงิ านภายใต้หน่วยงานของรฐั หน่วยงานเอกชนตาม (๑)
และ (๒)
(๔) ผูป้ ฏิบตั ิงานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉนิ แหง่ ชาติ
ข้อ ๑๐ ผ้มู ีสิทธใิ ชเ้ คร่ืองวิทยุคมนาคมในเครือขา่ ยวทิ ยุคมนาคมการแพทย์ฉกุ เฉนิ ตามขอ้ ๙
(๑) และ (๒) ต้องผา่ นการรบั รองหนว่ ยปฏิบัติการฉกุ เฉนิ ตามเกณฑ์ท่สี ถาบันกาหนด ยกเวน้ หน่วยงาน
ของรัฐที่มีความจาเปน็ ในการเขา้ รว่ มเครอื ขา่ ยวิทยุคมนาคมการแพทยฉ์ ุกเฉนิ
เจ้าของหรือผู้ครอบครองพาหนะปฏิบัติการฉุกเฉินที่จะขอใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมในเครือข่าย
วิทยคุ มนาคมการแพทยฉ์ ุกเฉนิ ได้ พาหนะปฏบิ ัติการฉุกเฉนิ นั้นจะตอ้ งไดร้ ับการรบั รองพาหนะปฏิบตั กิ าร
ฉกุ เฉนิ ตามเกณฑท์ ่ีสถาบนั กาหนด
ข้อ ๑๑ หน่วยงานของรัฐ ที่ไม่ได้เป็นหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน มีความจาเป็นต้องเข้าร่วม
เครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน เพ่ือใช้ในการปฏิบัติการฉุกเฉิน สามารถยื่นคาขอเข้าร่วม
เครือขา่ ยวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉกุ เฉนิ พร้อมแจ้งเหตุผลหากมีความจาเป็นมายังสถาบนั
ขอ้ ๑๒ ผมู้ สี ทิ ธใิ ช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมในเครอื ขา่ ยวทิ ยุคมนาคมการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ตามขอ้ ๙ (๓)
และ (๔) ตอ้ งมีคณุ สมบัติ ดังนี้
(๑) ต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะหค์ วามถี่ (Synthesizer)
ตามท่ีสถาบันกาหนด โดยมีเนื้อหาวิชาไม่น้อยกว่าตามประกาศ กสทช. กาหนด หรือหลักสูตรตามท่ี
สถาบันกาหนด
(๒) ไม่เปน็ ผูท้ ่ีมพี ฤตกิ รรมเป็นท่เี สยี หายหรือเปน็ ภัยตอ่ สงั คมหรือความมน่ั คงของชาติ
(๓) ไดร้ ับความเหน็ ชอบจากสถาบันวา่ มคี วามจาเป็นตอ้ งใชเ้ คร่ืองวทิ ยุคมนาคม
หมวด ๒
วธิ กี ารขอรว่ มใชค้ ลน่ื ความถวี่ ทิ ยุคมนาคม และการจดั หาเคร่ืองวิทยคุ มนาคม
ข้อ ๑๓ หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานเอกชน ท่ีมีเคร่ืองวิทยุคมนาคมใช้งานอยู่
มีความประสงค์จะขอร่วมและใช้เครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉนิ ให้ย่ืนคาขอรับรองต่อเลขาธิการ
เพ่อื ประกอบการพิจารณาอนุญาตของสานกั งาน กสทช.
ผู้มีสิทธิใช้เครื่องวิทยุคมนาคมในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน ตามข้อ ๙ (๓)
และ (๔) ที่ใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมต้นสังกัดหรือส่วนตัว มีความประสงค์จะขอร่วมเครือข่ายวิทยุ
คมนาคมการแพทยฉ์ กุ เฉินให้ยน่ื คาขอรบั รองต่อสถาบัน
126
หน้า ๔๘ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒
เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา
หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบคาขอในการย่ืนคาขอรับรองตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง
ให้เป็นไปตามทส่ี ถาบันกาหนด
ขอ้ ๑๔ ให้เลขาธิการออกหนังสือรับรองให้ผู้มีสิทธิใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมในเครือข่ายวิทยุ
คมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน ตามข้อ ๑๓ ให้ใช้ช่องความถี่วิทยุตามท่ีสถาบันกาหนด นาไปย่ืนต่อ
สานักงาน กสทช. และจะใชเ้ ครอื ขา่ ยวทิ ยคุ มนาคมการแพทย์ฉกุ เฉินได้เม่อื ไดร้ บั อนญุ าตแลว้ เท่านน้ั
ขอ้ ๑๕ กรณีท่ีหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานเอกชน มีความประสงค์จะขอใช้เครือข่าย
วิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน เพ่ือดาเนินการจัดหาเครื่องวิทยุคมนาคม มาใช้เครือข่ายวิทยุคมนาคม
การแพทยฉ์ ุกเฉินต้องยน่ื คาขอรบั รองต่อสถาบนั
ผู้มีสิทธิใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน ตามข้อ ๙ (๓)
และ (๔) มีความประสงค์จะขอร่วมเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน เพ่ือดาเนินการจัดหา
เคร่ืองวทิ ยคุ มนาคมมาใช้ในเครือขา่ ยวทิ ยุคมนาคมการแพทย์ฉกุ เฉนิ ใหย้ ื่นคาขอรับรองต่อสถาบนั
หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบคาขอในการย่ืนคาขอรับรองตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง
ให้เป็นไปตามที่สถาบนั กาหนด
ข้อ ๑๖ ให้เลขาธิการออกหนังสือรับรองให้ผู้มีสิทธิขอใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมของสถาบัน
ตามข้อ ๑๕ โดยหนังสือรับรองมีอายุ ๑ ปี นับแต่วันท่ีออกและนาไปยื่นต่อสานักงาน กสทช.
เพอื่ ดาเนินการขอขยายขา่ ยวทิ ยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉนิ ผู้ขอร่วมเครอื ขา่ ยวทิ ยุคมนาคมการแพทยฉ์ ุกเฉิน
ต้องจัดหาเคร่ืองวิทยุคมนาคม ตามที่ได้รับอนุญาตจากสานักงาน กสทช. มาใช้ในเครือข่ายวิทยุคมนาคม
การแพทย์ฉกุ เฉิน
ข้อ ๑๗ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันมีความประสงค์จะนาเครื่องวิทยุคมนาคมส่วนตัว
มาใช้ในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน ให้ยื่นคาขอรับรองต่อเลขาธิการตามแบบคาขอ
ทีส่ ถาบนั กาหนด
ขอ้ ๑๘ ให้ผู้ท่ีได้ดาเนินการตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๕ และข้อ ๑๗ และได้จัดหาเครื่องวิทยุ
คมนาคมตามท่ีได้รับอนุญาตแล้ว ส่งรายละเอียดเคร่ืองวิทยุคมนาคมดังกล่าว พร้อมเอกสารหลักฐาน
การได้รับอนุญาต ให้แก่เลขาธิการตรวจสอบเพ่ือลงทะเบียนและออกบัตรประจาตัว ตามท่ีแนบท้าย
ระเบียบน้ี
ขอ้ ๑๙ การจัดหาเครื่องวิทยุคมนาคมในหมวดนี้ ให้ดาเนินการบรรจุคล่ืนความถ่ีในเคร่ือง
วทิ ยคุ มนาคม ท่ีไดร้ ับอนญุ าตใหใ้ ชง้ านไปพรอ้ มกับคลืน่ ความถ่กี ลางในคราวเดยี วกัน
หมวด ๓
การจดั ตง้ั สถานวี ทิ ยุคมนาคมในเครอื ขา่ ยวทิ ยุคมนาคมการแพทยฉ์ กุ เฉิน
ขอ้ ๒๐ กรณีที่ หน่วยงานของรฐั และหน่วยงานเอกชน ได้ดาเนินการขอร่วมเครือข่ายวทิ ยุ
คมนาคมการแพทย์ฉุกเฉิน และจัดหาเคร่ืองวิทยุคมนาคมมาใช้ในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์
127
หน้า ๔๙ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒
เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา
ฉุกเฉินแล้ว มีความประสงค์จะจัดต้ังสถานีวิทยุคมนาคม ให้หน่วยงานดังกล่าวย่ืนคาขออนุญาตจัดตั้ง
สถานีวิทยุคมนาคมตอ่ สถาบนั
หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบคาขอในการยื่นจัดตั้งสถานีวิทยุคมนาคมตามวรรคหนึ่ง
ใหเ้ ปน็ ไปตามทส่ี ถาบันกาหนด
ขอ้ ๒๑ ท่ีตั้งสถานีวิทยุคมนาคม ชนิดของเคร่ืองวิทยุคมนาคมที่ใช้งาน ขนาดกาลังส่ง
ให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์และเง่ือนไข ดงั นี้
(๑) การต้งั สถานีฐานตอ้ งมลี กั ษณะทางเทคนคิ ของเครื่องวทิ ยุคมนาคม ดังน้ี
(ก) สถานฐี านใหใ้ ชก้ าลงั สง่ ไมเ่ กนิ ๖๐ วัตต์
(ข) สถานเี คล่ือนที่ ใหใ้ ช้กาลงั ส่งไม่เกิน ๓๐ วตั ต์
(ค) ชนดิ มอื ถอื ให้ใช้กาลงั สง่ ไม่เกนิ ๕ วตั ต์
(๒) สถานท่ีที่ตั้งสถานีวทิ ยุคมนาคม ต้องปฏิบัติตามกฎหรือระเบยี บที่เกีย่ วข้องกับความปลอดภัย
ของการบิน และการสัญจรทางอากาศ
หมวด ๔
บัตรประจําตวั ผูใ้ ช้เครือ่ งวิทยุคมนาคม และบตั รประจาํ เคร่ืองวิทยคุ มนาคม
ข้อ ๒๒ ให้สถาบันจัดให้มีบัตรประจาเครอ่ื งวทิ ยุคมนาคมในเครือขา่ ยวทิ ยุคมนาคมการแพทย์
ฉุกเฉิน โดยให้เลขาธิการเป็นผู้มีอานาจในการออกบัตร และให้บัตรประจาเคร่ืองวิทยุคมนาคม มีอายุ
ตลอดอายุการใช้งานของเคร่ืองวิทยุคมนาคม เมื่อสถาบัน หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน ผู้ใช้
เครื่องวิทยุคมนาคม ดาเนินการตามข้อ ๑๕ สถาบันจะดาเนินการตรวจสอบเพื่อลงทะเบียนและ
ออกบัตรประจาเครอื่ งวิทยคุ มนาคมให้ต่อไป
กรณีบัตรประจาเครื่องวิทยุคมนาคมสูญหาย หรือชารุด ให้ย่ืนคาขอออกบัตรประจา
เคร่ืองวิทยุคมนาคมใหม่ต่อสถาบัน โดยแนบรายละเอียดเก่ียวกับเครื่องวิทยุคมนาคม เพ่ือดาเนินการ
ออกบัตรประจาเคร่ืองใหม่ทดแทน ท้ังนี้ ต้องดาเนินการภายในสามสิบวันนับจากวันท่ีทราบว่าบัตรประจา
เคร่อื งวทิ ยคุ มนาคมสูญหายหรือชารุด
การขอบตั รประจาเคร่ืองวิทยุคมนาคมใหม่ หรือทสี่ ญู หาย ชารดุ ตามวรรคหนึง่ และวรรคสอง
ใหเ้ ปน็ ไปตามแบบท่สี ถาบนั กาหนด
ขอ้ ๒๓ ให้สถาบัน จัดให้มีบัตรประจาตัวผู้ใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมในเครือข่ายวิทยุคมนาคม
การแพทย์ฉกุ เฉนิ โดยให้เลขาธกิ ารเป็นผูม้ ีอานาจในการออกบตั รประจาตวั ผู้ใชเ้ ครอ่ื งวทิ ยคุ มนาคมมีอายุ
คราวละหา้ ปี
กรณีบัตรประจาตัวผู้ใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมหมดอายุ ให้ย่ืนคาร้องต่ออายุบัตรประจาตัว
ผ้ใู ชเ้ ครอื่ งวทิ ยุคมนาคมกอ่ นวนั หมดอายตุ อ่ เลขาธิการ
128
หน้า ๕๐ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒
เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา
สาหรบั บัตรประจาตวั ผใู้ ชเ้ ครื่องวทิ ยคุ มนาคมชารุด สญู หาย ให้ย่ืนคารอ้ งจดั ทาบัตรประจาตวั
ผูใ้ ช้เครอื่ งวิทยุคมนาคมใหม่ตอ่ เลขาธิการ
หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบคาขอในการย่ืนขอมีบัตรประจาตัวผู้ใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคม
ตามวรรคหนึง่ วรรคสอง และวรรคสาม ให้เป็นไปตามทีส่ ถาบันกาหนด
สาหรับเคร่ืองวิทยุคมนาคมส่วนตัว เม่ือผู้ใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมต้องพ้นจากหน้าท่ีราชการ
ด้วยเหตุอันใดก็ตามหรือหมดความจาเป็นท่ีจะใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคม หรือไม่ประสงค์จะใช้เคร่ืองวิทยุ
คมนาคมหรือถูกยกเลิกการใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคม ผู้ใช้เคร่ืองวิทยุคมนาคมหรือทายาทต้องดาเนินการ
ส่งคืนบัตรประจาเครื่องวิทยุคมนาคมให้สถาบัน สาหรับเครื่องวิทยุคมนาคมให้จาหน่ายจ่ายโอน
เครื่องวิทยคุ มนาคมท่ีใช้อยู่ใหก้ บั ผู้มีสิทธิใช้เครอ่ื งวิทยุคมนาคม ทัง้ นี้ ต้องดาเนนิ การให้แล้วเสรจ็ ภายใน
เวลาเก้าสิบวันนับจากวันที่พ้นจากหน้าที่ราชการหรือหมดความจาเป็น หรือไม่ประสงค์จะใช้หรือ
ถูกยกเลกิ การใช้เครอ่ื งวทิ ยุคมนาคม
ให้ผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้รับโอนเครื่องวิทยุคมนาคมตามวรรคสี่ ย่ืนคาขอร่วมเครือข่าย
วทิ ยคุ มนาคมการแพทย์ฉกุ เฉินตามข้อ ๑๓ วรรคสอง
หมวด ๕
ค่าบรหิ ารจดั การ
ข้อ ๒๔ การเรียกเก็บค่าดาเนินการสาหรับค่าบัตรประจาตัว ค่าต่อบัตรประจาตัว หรือ
ค่าออกบัตรทดแทนกรณีสูญหายหรือชารุด ของผู้ร่วมเครือข่ายวิทยุคมนาการแพทย์ฉุกเฉินตามระเบียบนี้
ให้เปน็ ไปตามทส่ี ถาบนั ประกาศกาหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
หมวด ๖
บทกาํ หนดลงโทษ
ขอ้ ๒๕ ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบน้ี
เลขาธิการอาจพจิ ารณาดาเนนิ การ ดังนี้
(๑) ว่ากลา่ ว ตกั เตือน
(๒) สงั่ ระงบั การใชเ้ ครอ่ื งวทิ ยคุ มนาคมเป็นการชว่ั คราว
(๓) เพกิ ถอนบตั รประจาตวั ผู้ใช้เครื่องวทิ ยคุ มนาคม และเรยี กบัตรประจาตวั นนั้ คนื ดาเนินการ
ทางวินัย กรณเี ป็นความผดิ ทางวินยั
ขอ้ ๒๖ สถานีวิทยุคมนาคมหรือผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมในเครือข่ายวิทยุคมนาคมการแพทย์
ฉุกเฉินอื่น นอกเหนือจากข้อ ๒๕ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบน้ี เลขาธิการอาจพิจารณาดาเนินการ
ดังนี้
129
หน้า ๕๑ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒
เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา
(๑) ว่ากลา่ ว ตกั เตือน
(๒) สัง่ ระงับการใชเ้ คร่ืองวิทยุคมนาคมเป็นการชว่ั คราว
(๓) เพกิ ถอนการรบั รองใหร้ ว่ มใช้เครอื ข่ายวทิ ยคุ มนาคมการแพทยฉ์ กุ เฉนิ กบั สถาบัน
(๔) แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน พิจารณาดาเนินการตามความ
เหมาะสม
(๕) แจง้ ใหส้ านกั งาน กสทช. ดาเนนิ การพจิ ารณาโทษหรอื ดาเนินการตามกฎหมาย
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๐ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๒
เรืออากาศเอก อัจฉรยิ ะ แพงมา
เลขาธกิ ารสถาบนั การแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง่ ชาติ
130
131
132
133
134
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานพครณะระกาชรรบมัญกญารตักิฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
จราจรทางบก
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าพ.ศ. ๒๕๒๒สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรใมหกไ้ าวร้ กณฤษวภฎันมูีกทพิา่ี ๑ล๘อดมุลกยรเดาคชมสปําพ.นร.กั.ศง.า๒นค๕ณ๒ะ๒กรรมการกฤษฎีกา
สเปําน็นกั ปงทีาน่ี ๓คณ๔ะใกนรรรมัชกกาารลกปฤจั ษจฎุบีกนัา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ใหป้ ระกาศวา่ สาํ นพักรงาะนบคาณทะสกมรเรดม็จกพารรกะฤปษรฎมกีินาทรมหาภูมิพลสอําดนุลกั ยงาเนดคชณมะีพกรระรมบกรามรรกาฤชษโฎองกี กาารโปรดเกล้าฯ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
โดยท่ีเป็นการสมควรปรบั ปรุงกฎหมายว่าดว้ ยการจราจรทางบก
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานยคินณยอะกมรขรอมงกสาภรกาฤนษจติ ฎึงบิ ีกทญั ารญงพัติแรหะก่งชราุณตาิสดโําปงันตกัรอ่งดาไเนปกคนลณี้้าะฯกรใรหม้ตกรารากพฤรษะฎรีกาาชบัญญัติขึ้นไสวาํ ้นโักดงยานคคําณแนะกะรนรมํากแาลระกฤษฎกี า
สาํ นมกั างาตนรคาณ๑ะกรพรรมะกราารชกบฤัญษฎญีกัตานิ ้ีเรยี กวา่ “พสรําะนรักางชานบคญั ณญะัตกรจิ รรมากจารรทกาฤงษบฎกีกาพ.ศ. ๒๕๒๒”
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ๒๑ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเม่ือพ้นกําหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ
มาตรา
ในราชกิจจานเุสบาํ กนษกั งาาเนปค็นณตะน้ กไรปรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษมฎาีกตารา ๓ ใหย้ กเลสํากิ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ น((กั ๒๑ง))านพพครรณะะรระาากชชรรบบมัญัญกญญารัตตักจิิจฤรรษาาฎจจีกรราททาางงบบกก พแกทุ ้ไธขสศเําพกั นรมิ่ ักาเงชตามิน๒คพ๔ณทุ๗ะธ๗กศรรักมรกาชารก๒ฤ๔ษ๗ฎ๘ีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษ((๔๓ฎ))ีกพพา รระะรราาชชบบญัญั ญญสตัตั ําจิจินรรักาางจจานรรททคณาางงะบบกกกรร((มฉฉกบบาบับัรกททฤี่ี่ ษ๔๓ฎ)) กี พพา.ทุ ศธ.ศ๒ัก๕ร๐าช๘๒๔สาํ๘น๑ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ น(ัก๕ง)านปครณะกะการศรขมอกงาครณกฤะษปฎฏกี ิวาัติ ฉบบั ที่ ๕๙สําลนงกัวงนั าทนี่ค๒ณ๖ะกมรกรมรากคารมกฤพษ.ศฎ.ีก๒า ๕๑๕
สํานักงานคณะกรรมการกฤษมฎากีตารา ๔ ในพระสรําานชักบงัญานญคตัณนิ ะกี้ รรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) “การจราจร” หมายความว่า การใช้ทางของผู้ขับข่ี คนเดินเท้า หรือคนท่ีจูง ขี่
หรอื ไล่ต้อนสัตสวํา์ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) “ทาง” หมายความว่า ทางเดินรถ ช่องเดินรถ ช่องเดินรถประจําทาง ไหล่ทาง
สาํ นักงานทคาณงเะทก้ารรทมากงาขรก้าฤมษทฎาีกงาร่วมทางแยกสําทนาักงงลานาดคณทะากงรโรคม้งกาสระกพฤษานฎีกแาละลานท่ีประสชาํ นาชักนงาในชค้ใณนกะการรรจมรกาาจรรกฤษฎีกา
พแลนะกั ใงหาน้หจมราายจคสราํวไนดากั้ปมงรราะวนกมคาถณศึงะใทกหราเ้ รปงมสน็ ก่วทานรากบงตฤุคษาคมฎลพกี ทารี่เะจร้าาขชอบงัญยญินัตยสินอําีด้นม้วักใยหงา้ปนแรคตะณ่ไมชะร่ากวชรมรนมไใปกชถา้ใรงึนกทกฤาาษงรฎรจถีกรไาฟาจรหรือท่ีเจ้า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๑ ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๘/ฉบับพิเศษ หนา้ ๑/๒๙ มกราคม ๒๕๒๒
135
- ๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) “ทางเดนิ รถ” หมายความวา่ พ้นื ท่ีท่ที ําไว้สาํ หรบั การเดินรถไม่ว่าในระดับพ้ืนดิน
สํานกั ใงตา้หนรคือณเะหกนรอืรมพก้ืนาดรินกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
โดยทําเครอ่ื งหมาสย(าํ๔เนป)กั น็ “งเาชสน่อน้ คงหณเดระือินกแรรรนถมว”กแาหบรกม่งเฤาปษยน็ ฎคชกีว่อาางมไวว้่า ทางเดสินํารนถกั ทงาี่จนัดคแณบะ่งกเรปร็นมกชา่อรงกสฤําษหฎรกี ับาการเดินรถ
สํานักสงาําหนครับณระถกโรดรมยกสาารรก(ป๕ฤร)ษะฎ“จชกี าํ า่อทงาเงดหินรรือถรปถรบะรสจรําําทนทักกุ างคงานน”โคดหณยมะสากายรรครปมวรกาะามรเวภก่าทฤษชทฎ่อ่อี ีกงธเาบิ ดดินกี ราํถหทน่ีกดําหนสดํานใหัก้เงปาน็นคชณ่อะงกเดริรนมรกถารกฤษฎกี า
ทิศทางเดยี วกนั ตสา(มํา๖นเ)วัก“ลงทาานทาคงี่เจเณด้าะินพกรนรถรักทมงกาางานรเดจกรียฤาษวจ”ฎรกี กหาาํมหานยคดวามว่าสทําานงักเงดานินรคถณใะดกทรก่ีรมําหกานรดกใฤหษ้ผฎู้ขีกับารถขับไปใน
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๗ฤ)ษ“ฎขกี อา บทาง” หมาสยําคนวักางมานวคา่ ณแะนกวรรรมิมขกอารงกทฤาษงฎเดีกนิ ารถ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๘) “ไหล่ทาง” หมายความว่า พ้ืนที่ท่ีต่อจากขอบทางออกไปทางด้านข้างซ่ึงยังมิได้
จัดทาํ เป็นทางเท้าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๙) “ทางร่วมทางแยก” หมายความว่า พ้ืนที่ที่ทางเดินรถตั้งแต่สองสายตัดผ่านกัน
สํานกั รงวามนบคณรระจกบรรกมนั กาหรรกือฤตษดิฎกีกันา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
จราจรหรือส่งิ ทีส่ รส(า้ํา๑นง๐ขักึ้น)งาใ“นนวคทงณาเวะงกีรยว่รนรม”มทกหาางรมแกายฤยกษคฎวกี าามว่า ทางเดินสรํานถักทง่ีกานําคหณนะดกใรหร้รมถกเาดรกินฤรษอฎบีกเาครื่องหมาย
สาํ นกั ทงาานงคหณระอื กทร้ังรสมอกงารขก(้า๑ฤง๑ขษอฎ) งีก“ทาทาางงเหทรา้ ือ”สหว่ นมทสาําย่ีอนคยกั วชู่ งาดิามนขวคอ่าณบพะทกื้นารงทรซม่ีท่งึ ก่ีทใาชํารเ้ ไกปวฤน็้สษทําฎหีส่ กี รําาับหครับนคเดนินเดซินึ่งอยสู่ําขน้าักงใงดานขค้าณงหะนกร่ึงรขมอกงารกฤษฎีกา
ส(าํ๑น๒กั )งา“นทคาณงะขก้ารมร”มกหารมกาฤยษคฎวีกาามว่า พ้ืนที่ท่ีทสําําไนวัก้สงําาหนครัณบใะหกร้ครนมเกดาินรกเทฤ้าษขฎ้าีกมาทางโดยทํา
เครื่องหมายเป็นเส้นหรือแนวหรือตอกหมุดไว้บนทาง และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ท่ีทําให้คนเดิน
สํานกั เงทา้านขค้าณมะไกมรว่ รา่ มใกนารระกดฤับษใฎตกี ้หารือเหนอื พน้ื ดสนิ ํานดักว้ งยานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑๓) “เขตปลอดภัย” หมายความว่า พ้ืนที่ในทางเดินรถที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้
เห็นได้ชัดเจนทุกเสวําลนากั งสาํานหครณับะใกหร้ครมนกเดารินกเฤทษ้าฎทีกี่ขา้ามทางหยุดรสอําหนรักืองใาหน้คคนณทะกี่ขรึ้นรหมกรือารลกงฤรษถฎหกี ยาุดรอก่อนจะ
สํานักขงา้ามนคทณางะตก่อรรไปมการก(๑ฤ๔ษฎ) ีก“าท่คี บั ขนั ” หมสาํายนคักวงาามนวค่าณทะการงรทมี่มกกี ารากรฤจษราฎจกี ราพลุกพล่านหรสือาํ นมักีสง่ิงากนีดคขณวะากงรรหมรกือารกฤษฎกี า
ในท่ีซ่งึ มองเหน็ หรส(อืํา๑นท๕ักร)งาา“บนรไคถดณ”้ละว่ หกงมรหรานมยา้กควาวร่าากอมฤาวษจ่าเฎกกียดิ าาอนนั พตารหานยะหทราอื สงคํบาวนกาักทมงเุกาสนชยี คนหณดิ าะยเกวแรน้ กรแม่รตกถาร่หรถรกไอื ฤฟคษแนฎลไีกะดาร้งถา่ ยราง
สํานักกงาํานลคังไณฟะฟกา้รหรมรกือาพรลก(๑ังฤง๖ษาฎ)นกี“อารนื่ ถยยนกเตว์”น้ รหถมทาสเ่ียําดนคนิ กั วบงาานมนรวคา่าณงระถกทรร่ีมมีลก้อารตก้ังฤแษตฎ่สีกาามล้อและเดินดส้วาํ นยกักงําาลนังคเคณระ่ือกงรยรมนกตา์ รกฤษฎีกา
ส(ํา๑น๗กั )งา“นรคถณจะักกรรยรามนกยารนกตฤ์”ษฎหีกมาายความว่า รสถํานทกั่เี ดงาินนดค้วณยะกกํารลรมังเกคารรื่อกฤงยษนฎีกตา์ กําลังไฟฟ้า
หรอื พลงั งานอืน่ และมลี อ้ ไม่เกนิ สองล้อ ถา้ มพี ่วงข้างมีล้อเพ่มิ อกี ไมเ่ กนิ หนง่ึ ลอ้
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ๘ษฎ) กี“ารถจักรยาน”สหํานมักางยาคนวคาณมะวก่ารรมถกทา่ีเรดกินฤดษ้วฎยีกกาําลังของผู้ขับสขาํ ่ีทนี่มักิใงชาน่เปค็นณกะการรลมากการกฤษฎีกา
เขน็
ส(าํ๑น๙กั )งา“นรคถณฉะุกกเรฉรินม”กาหรกมฤาษยฎคกี วาามว่า รถดับเสพํานลกัิงแงาลนะครณถะพกยรรามบกาาลรขกอฤษงรฎาีกชาการบริหาร
สํานักสอง่วธานนิบคกดณลีใหาะก้งใชรร้รไาฟมชกสกาัญรากรญฤบาษรณฎิหแีกาสารสงว่วับนวภาูมบิภหาครสือแําในลหกัะ้ใงรชาา้เนสชคียกณงาสระกบัญรรญริหมาากณราสรไซก่วฤนเรษทนฎ้อหกี งราถือิ่นเสหียรงือสรัญถญอื่นาสณทํานี่ไอดักย้รง่าาับงนออคน่ืนณุญตะาากมตรทรจม่ีจากกะารกฤษฎีกา
กําหนดให้
ส(าํ๒น๐ัก)งา“นรคถณบะรกรรทรุกม”กาหรกมฤาษยฎคกีวาามว่า รถยนตส์ทําีส่ นรัก้างงาขนึน้ คเณพะ่ือกใรชร้บมรกราทรกกุ ฤสษ่ิงฎขีกอางหรือสตั ว์
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
136
- ๓ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒๑) “รถบรรทุกคนโดยสาร” หมายความว่า รถยนต์ที่สร้างขึ้นเพ่ือใช้บรรทุกคน
สาํ นกั โงดายนสคาณระเกกรินรเมจกด็ าครนกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส((๒๒าํ น๒๓ัก))งา““นรรคถถณโโรดะงยกเสรรรียามรนกป”ารรหะกจมฤําาษทยฎาคีกงวา”ามหวม่าารยถคบวรารมสทวํากุ่นาคักรงนถาโบนดครยรณสทะาุกกรรคทรนโ่ีมรโกงดาเยรรสยีกาฤนรษใทชฎร้ี่เกี ดบั าินสต่งนามักทเรายี งนท่ี
สาํ นักกงาําหนคนณดไะวก้รแรลมะกเารรียก(๒กฤเ๔ษกฎ)บ็ กี“คารา่ ถโแดทยส็กาซร่ี”เปหน็ มสราําานยยกัคคงวนาานตมคาวณมา่ อะรกตั ถรรยรามนทกต่ีวาท์ารง่ใีกชไฤว้รษ้เบั ปฎจ็นีก้าารงะบยระรททากุ งคหนรโือดสตยาํ ลนสอักาดงราทไนมาค่เงกณินะเกจรด็ รคมนการกฤษฎกี า
เคร่ืองมือการเกษสต(ํา๒รนห๕ักร)งอืา“นเรคคถรณื่อละงากมกรอืจรกมูงาก”ราหรกกอ่มฤสาษรยฎา้ คีกงวาโาดมยวต่าวั รรถถนยั้นนเสตอํา์ทงนมี่สักิไรงดา้าน้ใงชคขส้ ณึ้นําะเหพกรรื่อับรใมบชกร้สารํารทกหกุฤรคษับนฎลหีกาารกอื จสูง่ิงรขถอหงรือ
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๒ฤ๖ษฎ) ีก“ารถพ่วง” หมาสยําคนวกั างมานวคา่ ณระถกทรเ่ี รคมลกื่อานรกทฤ่ไี ษปฎโดกี ยาใชร้ ถอืน่ ลากสจาํงู นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒๗) “มาตรแท็กซี่” หมายความว่า เครื่องแสดงอัตราและค่าโดยสารของรถแท็กซี่
โดยอาศัยเกณฑ์รสะาํ นยกัะงทานางคหณระือกเรวรลมากการากรฤใษชฎ้รีกถาแท็กซ่ี หรือโดสํายนอักางศานัยคทณ้ังะรกะรยระมทการงกแฤลษะฎเวกี ลา าการใช้รถ
แทก็ ซี่
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๒ฤษ๘ฎ)ีก“าผู้ขับขี่” หมสาํายนคกั วงาานมควณ่าะกผรู้ขรับมกราถรกผฤู้ปษรฎะกี จาําเครื่องอุปกสรํานณัก์กงาานรคขณนะสก่งรตรมากมารกฤษฎีกา
กฎหมายวา่ ด้วยกสา(าํ๒รนข๙กั น)งสา“นง่ คคผนณู้ลเดะากินกรเเรขทมน็ ้ากย”าารหนกมฤพษาายฎหคกีนวาะามว่า คนเดินสําแนลักะงใาหน้รควณมะตกลรรอมดกถาึงรผกฤู้ใชษ้เฎกกี ้าาอี้ล้อสําหรับ
สาํ นักคงนานพคกิ ณาะรกหรรรอื มรกถาสรก(าํ ๓ฤห๐ษรฎบั) ีกเ“ดาเจ็กา้ดข้วอยงรถ” หสมํานายักงคาวนาคมณระวกมรถรึงมผกู้มารีรกถฤไวษ้ใฎนีกคารอบครองดว้ ยสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส(าํ๓น๑กั )งา“นผคู้เณก็บะกคร่ารโมดกยาสรการฤ”ษฎหีกมาายความว่า ผสู้ซํานึ่งรกั ับงาผนิดคชณอะบกใรนรมกกาารรเกกฤ็บษคฎ่าีกโาดยสาร และ
ผู้ดูแลคนโดยสารท่ีอยู่ประจาํ รถบรรทกุ คนโดยสาร
สํานักงานคณะกรรมการก(๓ฤ๒ษฎ) กี “าใบอนุญาตขับสขํานี่”กั หงามนาคยณคะวการมรมว่ากาใรบกอฤษนฎุญีกาาตขับรถยนต์ตสาาํ มนกั งฎาหนมคณายะวก่ารรดม้วกยารกฤษฎกี า
รถยนต์ ใบอนุญาตสําหรับคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถจ้าง ใบอนุญาตขับข่ีตามกฎหมายว่าด้วย
ล้อเล่อื น และใบอสนํานุญักางตาผนปู้คณระะจกํารเรคมรกอื่ างรอกฤุปษกฎรกีณาก์ ารขนสง่ ตามสํากนฎักหงมานาคยณวา่ะดกว้รรยมกกาารรขกนฤสษง่ฎีกา
สํานกั ไงฟานฟค้าณมะือกรแรขมกนารเสก(๓ฤียษ๓งนฎ) ีกก“าหสวัญีดญหารณือจดร้วายสจําวนริธ”กัีองื่นหาในมดคาณสยะําคกหวรรารับมมใกวห่าาร้ผกสู้ขฤัญับษญขฎี่ ีกาคาณนใเดดินๆเทไ้าม่หว่ารสจือาํ ะคนแนักสงทาด่ีจนงูงคดณข้วะี่ยหกธรรงรือมไไกฟลา่ รกฤษฎกี า
ต้อนสัตว์ ปฏบิ ตั ติ ส(าํา๓มน๔สัก)ญังา“ญนเคคาณรณื่อะนกง้นัหรรมมากยาจรกราฤจษรฎ”ีกาหมายความวส่าํานเคกั รง่ือานงคหณมะากยรใรดมๆการทก่ีไฤดษ้ตฎิดกี ตา้ังไว้ หรือทํา
สํานกั ในงหั้นา้ปนคราณกะฏกใรนรมทกาางรสกําฤหษรฎับกี ใาห้ผู้ขับข่ี คนเดสําินนเักทง้าานหครณือะคกนรทรม่ีจกูงาขรก่ี หฤรษือฎไีกลา่ต้อนสัตว์ ปฏสิบําัตนิตักางามนเคครณ่ือะงกหรรมมากยารกฤษฎกี า
ส(าํ๓น๕ัก)งา“นรคัฐณมนะกตรรรี”มกหามรกายฤษคฎวาีกมาว่า รัฐมนตรีผสรู้ํานักักษงาากนาครณตะากมรพรรมะกราารกชฤบษญั ฎญกี าัติน้ี
(๓๖) “อธบิ ดี” หมายความวา่ อธิบดกี รมตาํ รวจ
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๓ฤษ๗ฎ) กี “าเจ้าพนักงานสจํารนากั จงราน”คหณมะากยรรคมวกาามรกวฤ่าษขฎ้าีกราาชการตํารวจสําชน้ันักสงัญานญคณาบะกัตรรรมซก่ึงารกฤษฎีกา
รฐั มนตรีแต่งต้งั ใหเ้ ป็นเจา้ พนักงานจราจร
ส(๓าํ น๘ัก)งา“นพคนณักะงการนรเมจก้าาหรนกฤ้าษทฎี”่ ีกหามายความว่าสตํานาํ รักวงาจนซคงึ่ ณปฏะกบิ รตัรมหิ กนา้ารทก่ีคฤวษบฎคีกามุ การจราจร
สาํ นกั แงลานะคไดณ้ระับกรแรตม่งกตา้ังรจก(๓ฤา๙ษกฎอ) ีกธ“าิบอดาสีใหา้จช่รวายจเหร”ลสืําอหนกมกั างารายปนคคฏวณิบาะัตมกิหวร่านรม้าผกทู้ซาี่ข่ึงรผกอฤ่างษนพฎกนีกาัการงอาบนรเจม้าตหานม้าหทสล่ีตาํักนาสักมูตงทารน่ีบอคาัญณสญาะกจัตรริไราวมจ้ใกนรารกฤษฎกี า
พระราชบญั ญตั ินสี้ ํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
137
- ๔ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๔๐)๒ “ผู้ตรวจการ” หมายความว่า ผู้ตรวจการตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทาง
สํานักบงกานแคลณะผะก้ตู รรรวมจกกาารรกตฤาษมฎกกี ฎาหมายวา่ ด้วยสรําถนยักนงาตน์ คณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตักรงาาน๕คณะใกหร้รรัฐมมกนารตกรฤีวษ่าฎกกี าารกระทรวงมสหําานดักไงทานยครัณกษะการกรามรกตาารกมฤพษรฎะีกราาชบัญญัติน้ี
สาํ นักพแงลรานะะครใหาณช้มะบีกอญัรํารนญมากัตจาินแร้ีกตฤ่งตษ้ัฎงเกี จา้าพนักงานจรสาําจนรักกงาับนอคอณกะกกฎรรกมรกะาทรกรฤวงษกฎํากี หานดกิจการอื่นสเาํ พนื่อักปงาฏนิบคัตณิกะการรรตมากมารกฤษฎีกา
สกาํ ฎนกกั งราะนทครณวงะกนร้ันรมเมกือ่ารไกดฤ้ปษรฎะกีกาาศในราชกจิ จสาํานนุเกั บงกานษคาณและกว้ รใรหมใ้กชาบ้รกงั ฤคษับฎไดกี ้า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงาลนักคษณณะกะรร๑มการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การใช้รถ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานหคมณวะดกร๑รมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมกาลรกกั ฤษษณฎะกี ขาองรถท่ีใช้ในทสําานงักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๖ ห้ามมิให้ผสู้ใําดนนักงําารนถคทณ่ีมะีสกภรรามพกไามร่มกั่นฤคษงฎแกี ขา็งแรง หรืออาสจาํ เนกักิดงอานันคตณราะกยรหรมรกือารกฤษฎีกา
อาจทําให้เสอื่ มเสสียาํ สนุขกั ภงาานพคอณนะากมรยั รแมกกาผ่ รใู้ กชฤ้ คษนฎโกี ดายสารหรือปรสะําชนาักชงนานมคาณใชะ้ใกนรทรมางกเาดรินกฤรถษฎีกา
รถที่ใช้ในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องจัดให้มีเคร่ืองยนต์ เครื่องอุปกรณ์และหรือส่วนควบ
สํานกั ทง่ีาคนรคบณถะ้วกนรตรามมกการฎกหฤมษาฎยีกวา่าด้วยรถยนตส์ ํากนฎกั หงามนาคยณว่าะกดร้วรยมกกาารขกนฤษสฎ่งกี กาฎหมายว่าด้วสยาํลน้อักเงลาื่อนนคณกะฎกหรรมมากยารกฤษฎกี า
ว่าดว้ ยรถลาก หรอื กฎหมายวา่ ด้วยรถจา้ ง และใชก้ ารได้ดี
สสาํ ภนกัาพงาขนอคงณระถกทร่ีอรมากจาทรํากใฤหษ้เฎสีกื่อามเสียสุขภาพสอํานนากั มงาัยนตคาณมะวกรรรรคมหกนารึ่งกแฤลษะฎวีกิธาีการทดสอบ
สํานกั ใงหา้เนปค็นณไะปกตรารมมหกาลรกั กเฤกษณฎฑกี แ์า ละวิธกี ารที่กสาํ ําหนนกั ดงาในนคกณฎะกกรระรทมรกวารงกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หมายเลขทะเบียสมาํนนาหตกั รงราือานปค๗้าณยะปหกร้ราระมมจมกําิใารรหกถ้ผฤู้ใษตดฎานีกมําากรฎถหทมี่มาิไยด้วต่าิดดสแ้ําวผนย่นกั รงปถา้านยยคนเณตละ์ ขกกทรฎระมหเกบมาีายรยกนฤวษ่าแฎดผกี้ว่นายปก้าายรเขคนรื่สอ่งง
สํานักกงฎานหคมณาะยกวรา่ รดม้วกยาลรก้อฤเลษือ่ ฎนีกากฎหมายวา่ ดสว้ ํายนรกั ถงลาานกคณหะรกอื รกรฎมกหามรากยฤวษ่าฎดีก้วายรถจ้าง มาใชสใ้ ํานนทักางางนเดคินณระถกรรมการกฤษฎกี า
ในทางเดนิ รถ สมําานตกั รงาาน๘คณหะก้ารมรมมิใกหาร้ผกู้ใฤดษนฎํากีราถท่ีผู้ขับข่ีไม่อสาําจนแกั ลงเาหน็นคณทะากงพรรอมแกการ่คกวฤาษมฎปกี ลาอดภัยมาใช้
สาํ นักงานคณะกรรมการกเพฤ่ืษอฎปกีราะโยชน์แห่งมาสตํานราักนงา้ี นใหค้ณอธะิบกรดรีมมีอกํารนกาฤจษอฎอีกการะเบียบเก่ียวสกาํ ับนกั งาารนใชคณ้วัสะดกรุกรรมอกงารกฤษฎกี า
แสงกับรถที่นํามาใช้ในทางเดนิ รถได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักใงนาทนาคงณเดะกนิ รรรถมการกมฤาษตฎราีกา๙ ห้ามมิให้ผสู้ใําดนนักงําารนถคทณี่เกะกิดรเรสมียกงาอร้ือกฤอษึงหฎรกี ือา มีส่ิงลากถูไปสบาํ นนัทกงาางนเคดณินระกถรมรามใกชา้ รกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการก๒ฤมษาฎตรกี าา ๔ (๔๐) แกไ้ ขสเพํามิ่นเกั ตงมิ าโนดคยณพระะกรรารชมบกญั ารญกัตฤิจษรฎาจกี ราทางบก (ฉบับทส่ี ๖ําน) ักพง.ศาน. ๒ค๕ณ๔ะก๒รรมการกฤษฎีกา
138
- ๕ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๐ ห้ามมิให้ผู้ใดนํารถท่ีมีล้อหรือส่วนท่ีสัมผัสกับผิวทางไม่ใช่ยางมาใช้ใน
สํานักทงาานงเคดณินะรกถรรเมวก้นาแรตก่เฤปษ็นฎรกี ถาท่ีได้รับยกเวส้นําตนากั มงทาน่ีกคําณหะนกดรใรนมกกฎารกกรฤะษทฎรกี วาง หรือเป็นรถสทาํ ่ีนไดัก้รงับานอคนณุญะากตรรจมากการกฤษฎกี า
เจ้าพนกั งานจราจสราํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั หงรานือคเสณยี ะงกเกรรินมเกกาณรกมฑฤา์ทษต่อี ฎรธากี ิบา๑ด๐กี ําทหวน๓ิ ดโหด้ายสมปํามรนิใะกั หกง้ผาานูใ้ศดคในนณาํระรากถชรทกรมิจี่เคกจราาือ่รนกงุเฤยบษนกฎตษกีก์ าา่อมใหาใ้เชกใ้ิดนกท๊าาซงเฝสดุ่นาํ ินนรคักถงวาันนคลณะอะกอรงรเมคกมาี รกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าหมวด ๒ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า การใสชําไ้ นฟักหงรานือคเสณียะงกสรัญรมญกาาณรกขฤอษงฎรกีถา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๑ ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถหรือสิ่งกีดขวาง
สํานกั ใงนาทนคาณงไะดก้โรดรยมชกัดารแกจฤ้งษภฎาีกยาในระยะไม่นส้อํายนกกั วงา่านหคนณึ่งะรก้อรยรหมก้าาสริบกเฤมษตฎรีกาผู้ขับขี่ซ่ึงขับรสถําในนักทงาานงคตณ้องะเกปริรดมไกฟารกฤษฎีกา
หรอื ใช้แสงสวา่ งตสาํามนปักรงาะนเภคทณะลกักรษรมณกะารแกลฤษะเฎงกี่ือานไขท่ีกาํ หนดสในํานกกั ฎงกานรคะทณระวกงรรมการกฤษฎกี า
สํานกั ดงังาตน่อคไณปะนกี้รรมการกมฤาษตฎรกีาา๑๒ รถแต่ลสะําชนนักิดงาทนี่ใคชณ้ในะทกรารงมเดกินารรกถฤษผฎู้ขีกับาข่ีต้องใช้เสียงสสาํ ัญนักญงาาณนคโณดยะกเฉรพรมากะารกฤษฎีกา
ส(ํา๑น)กั เงสาีนยคงแณตะรกรสรํมาหการรับกรฤถษยฎนีกตา ์หรือรถจักรยสําานนกั ยงนานตค์ แณละกะรใหรม้ไกดา้ยรินกไฤดษ้ใฎนีกราะยะไม่น้อย
กวา่ หกสิบเมตร
สํานักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษเฎสีกยี างระฆงั สําหรสับํารนถกั มงา้ นแคลณะะใกหร้ไรดมย้ กินารไดกฤ้ในษรฎะีกยาะไมน่ อ้ ยกว่าสาํ นมักสงิบาเนมคตณระกรรมการกฤษฎกี า
(๓) เสยี งกระดง่ิ สําหรบั รถจักรยาน และใหไ้ ดย้ ินได้ในระยะไมน่ ้อยกว่าสามสิบเมตร
สสํา่วนนักรงาถนอค่ืนณนะอกกรรจมากกาทรกี่กฤลษ่าฎวีกขา้างต้น ผู้ขับขส่ีตํา้อนงกั ใงชา้เนสคียณงะสกัญรรญมากณารตกาฤมษทฎี่อีกธาิบดีกําหนด
สาํ นักโงดายนปครณะะกการศรมในกรารากชฤกษจิ ฎจกีาานุเบกษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
เสียงสัญญาณไซเสมราํ นานตักเรงสาาียน๑งคส๓ณัญะกญหร้าารมณมมกทิใา่ีเหรปก้ผ็นฤู้ขษเับสฎีขยกี ี่ซงาน่ึงขกับหรวถีดทเุกสชียนงสิดทํานใ่ีแนักตทงกาานพงครเดณ่าินะเกรสถรียรใงมชหก้ไลฟาราสกยัญฤเสษญียฎางีกณาเแสสียงงวดับังวเกาิบน
สํานักสงมานคควณร ะหกรรอืรมเสกยี างรสกอฤัญธษิบญฎดากี ีมณาีออํายน่าางจออืน่ นตุญามสาทําตนี่อใกัหธงบิ้ราดถนีกฉคาํณุกหเะฉนกินรดรโมรดถกยาใปรนรกระฤากษชาฎกศกี าใานรทราหชากรจิ หจราือนตุเสบําํารกนวษักจางาหนรคือณระถกอรรื่นมใกชา้ รกฤษฎีกา
ไฟสัญญาณวับวาสบําหนรักืองาในชค้เสณียะงกสรัญรมญกาาณรกไฤซษเรฎนีกหา รือเสียงสัญญสําานณกั องายน่าคงณอื่นะกไดรร้ ใมนกการากรฤนษ้ีอฎธีกิบาดีจะกําหนด
เง่ือนไขในการใช้ไฟสัญญาณหรือเสียงสัญญาณรวมท้ังกําหนดเคร่ืองหมายที่แสดงถึงลักษณะของรถ
สํานักดงังากนลค่าณวะดก้วรยรมกกไ็ ดาร้โกดฤยษปฎรกีะากาศในราชกิจสจําานนกั ุเงบากนษคณา ะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตักงราานค๑ณ๔ะกรกรามรกใาชร้เกสฤียษงฎสีกัญา ญาณ ผู้ขับสขําี่จนะกั ใงชา้นไดค้เณฉะพการระมเมกา่ือรจกําฤเษปฎ็นกี หา รือป้องกัน
สํานกั องบุานตั คิเหณตะุเกทร่ารมนกัน้ ารแกกตฤา่จษระฎใใชีกช้เา้เสสียียงงสยัญาวญหารณอื สซขําํา้ อนเกงักรนิงาถคนหวครรณไือมะกก่ไาดรรร้ กมํากหารนกดฤเษงฎื่อกี นาไขในการใช้เสสาํียนงักสงัญานญคาณณะกในรรเมขกตารกฤษฎีกา
หรอื ทอ้ งทีใ่ ด ให้อสธําบินกัดงกี าํานหคนณดะโกดรยรมปกราะรกกาฤศษใฎนีกราาชกจิ จานุเบกสษํานาักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการก๓ฤมษาฎตรีกาา ๑๐ ทวิ เพม่ิ โดสยําพนรกั ะงราานชคบณัญะญกัตรริจมรากจารรทกาฤงษบฎกกี (าฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ส๒าํ ๕น๓ัก๕งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
139
- ๖ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๑๕ รถท่ีบรสรําทนกัุกงขาอนงคยณื่นะกเกรินรมคกวาารมกฤยษาฎวขีกาองตัวรถ ขณะสทาํ น่ีอักยงู่ใานนคทณางะเกดรินรมรกถารกฤษฎกี า
กแลละาใงนวเันวตล้าอตง้อตงิดเธปสงาํิดนสไกัีฟแงดตาางนมไควมณ้ทาะี่ตตกรอรารนม๑ปก๑ลาราหกยฤรสษอื ุดฎมขกีาอตางรสา่ิง๖ท๑่ีบรผรขู้ ทับุกสขํานต่ี นั้นอ้ กั งงโจาดนดุ ยคไฟจณุสดะญักไฟรญรสมาัญกณาญแรกสาฤณงแษหดฎรงกี ือาหตริดือธในงไเวว้ลใหา้
สาํ นักมงอานงเคหณน็ ะไกดรใ้ รนมรกะายรกะไฟฤไมษส่นฎัญ้อีกญยากาวณา่ แหสนง่ึงแรด้อยงสหหําร้านืสอักิบธงางเนมสคตีแณรดะงกตรารมมวกรารรกคฤหษนฎึ่งีกาจะใช้ชนิด ลักสําษนณักงะานหครณือะจกํารนรมวกนารกฤษฎกี า
เท่าใด ใหอ้ ธบิ ดีกสําําหนนักดงโาดนยคปณระะกกรรามศกในารรกาฤชษกฎิจกีจาานเุ บกษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๖ ผู้ขับข่ีซส่ึงําขนับักรงถานบครณรทะกุกรขรอมงกเาหรลกฤวไษวฎไกีฟาที่มีจุดวาบไฟสในํานอักุณงาหนภคูมณิยะี่สกิบรรเมอก็ดารกฤษฎีกา
องศาเซลเซียส หรือต่ํากว่านั้น หรือที่บรรจุก๊าซไวไฟ ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๕ และมาตรา ๕๖ แต่
ไฟสญั ญาณทีใ่ ช้นสนั้ าํ ตน้อักงมานใิ ชค่เณปะน็ กชรนรมิดกทา่ีใรชกเ้ฤชษอื้ ฎเพีกาลงิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๗ ผูข้ ับข่ีซึ่งสขํานับกั รงถาทนี่ใคชณ้บะรกรรทรมกุ กวัตารถกรุ ฤะษเบฎกีิดาหรือวัตถุอันตสราํ านยักชงนานิดคอณ่ืนะใกดรรตม้อกงารกฤษฎีกา
อจันัดตใหร้ามยีป้ายแสดสงําถนึงกั วงัตานถคุทณ่ีบะรกรรทรมุกกแาลระกฤเคษรฎ่ือกี งาดับเพลิง แลสะําตน้กัองงาปนฏคิณบัะตกิตรารมมกเงาื่อรกนฤไษขฎในีกาการป้องกัน
สาํ นกั เงงาื่อนนคไณขใะนกกรรามรกปา้อรงกลกฤักนัษษอฎณนัีกาตะรแาลยะใวหิธเ้ ีกปาน็ รไสตปําิดตนาักปมง้าาทยน่ีกแคําสณหดะนกงดรถรใึงนมวกกัตาฎรถกกุทรฤ่ีบะษทรฎรรกี วทางุกและเครื่องสดํานับักเงพานลคิงณตละกอรดรมจกนารกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าหมวด ๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งากนาครณบะรกรรทรุกมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๘๔ รถที่ใช้บรรทุกคน สัตว์ หรือสิ่งของ จะใช้บรรทุกในลักษณะใดโดยรถ
สํานกั ชงนานดิ คหณรอืะกปรรระมเกภาทรกใดฤษใฎหกี้เปา็นไปตามหลักสเํากนณกั งฑาแ์นลคะณวะธิกีกรรามรทกาีก่ ราํ กหฤนษดฎใีกนากฎกระทรวงสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมํานาักตงราานค๑ณ๙ะกรรใมนกการรกณฤีษทฎี่มีกีคาวามจําเป็นสจํานะักตง้อานงคบณระรกทรุรกมคกนารกสฤัตษวฎ์ ีกหา รือส่ิงของ
สํานกั นจงรอาานกจคเรหณจนะะกือผรไ่อรปมนจกผาาันกรโกหดฤลยษักอฎเนกีกุญาณาฑต์แเปล็นะหวิธนีกงั สาสรอืําทนเปักี่กน็งําากหนานครดณชใว่ัะนกคกรรรฎามวกกเรฉาะรพกทาฤระษวรฎงายกี เากม็ไ่ือดเ้จ้าของรถสราํ้อนงักขงอานเจค้าณพะนกักรรงมากนารกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๒๐ ผู้ขับข่ีซ่ึงขับรถบรรทุกคน สัตว์ หรือสิ่งของ ต้องจัดให้มีส่ิงป้องกันมิให้
สํานกั คงนานสคัตณวะ์กหรรือมสกา่ิงรขกอฤงษทฎี่บกี รารทุกตกหล่นสรํา่ัวนไักหงลานสค่งณกะลกิ่นรรสม่อกงาแรกสฤงสษะฎทกี า้อน หรือปลิวไสปาํ จนาักกงรานถคอณันะอการจรมกก่อารกฤษฎกี า
เหตุเดือดร้อนรําคาญ ทําให้ทางสกปรกเปรอะเปื้อน ทําให้เสื่อมเสียสุขภาพอนามัยแก่ประชาชน หรือ
กอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายสแาํ นกักบ่ งคุ านคคลณหระกือรทรรมพั กยาร์สกินฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงาลนกัคษณณะกะรร๒มการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกสรรัญมญกาารณกจฤษราฎจีกราและเครือ่ งหมสาํานยจักงราานจครณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการก๔ฤมษาฎตรกี าา ๑๘ แก้ไขเพมิ่ สเตํามินโกั ดงยาพนรคะณราะชกบรญัรมญกัตาจิรรกาฤจษรฎทกีางาบก (ฉบับที่ ๗)สพํา.นศ.ัก๒งา๕น๕ค๐ณะกรรมการกฤษฎกี า
140
- ๗ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ท่ีไดต้ ิดตง้ั ไวห้ รอื ทสมําําานใตหกั ร้ปงาารนา๒คก๑ณฏะใกนผรทู้ขรับามงขกา่ีตหร้อรกืองฤปทษฏี่พฎิบนีกัตากั ิใงหาน้ถูกเจต้า้อหงนต้าาสทมํา่แีนสสกััญดงญางนใาหคณท้ณจระรากาบรจรรมแกลาระกเฤคษร่ืฎองกี หา มายจราจร
สาํ นักเงคารนื่อคงณหะมการยรมจกราารจกสรฤัญใษหญฎ้อีกาธาณิบจดรีกาําจหรนดเคโดสรยํา่ือนปงกัรหงะมากนาาคยศณจใะนรกราราจรชมรกกแิจารลจกาะฤนคษุเวบฎาีกกมาษหามแาลยะใขหอ้มงีรสูปสัญตาํ ญนัวักอางยณา่านจงคแรณสาะจดกงรรไแรวมล้ใกนะารกฤษฎกี า
ประกาศด้วย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๒๒ ผู้ขับขี่ตส้อํางนปักฏงาิบนัตคิตณาะมกสรรัญมญกาารณกฤจษราฎจีกราหรือเคร่ืองหมสาํานยักจงราานจครณทะ่ีปกรรารมกกฏารกฤษฎกี า
ข้างหนา้ ในกรณีตอ่ ไปนี้
ส(าํ๑น)ักสงาัญนญคณาณะกจรรรามจกราไรฟกสฤษีเหฎลีกือางอําพัน ให้ผสู้ขําับนขัก่ีเงตารนียคมณหะกยรุดรรมถกหาลรกังฤเสษ้นฎใกี หา้รถหยุดเพื่อ
เตรยี มปฏิบัติตามสัญญาณท่ีจะปรากฏตอ่ ไปดงั กลา่ วใน (๒) เวน้ แตผ่ ูข้ ับข่ที ไี่ ดเ้ ลยเสน้ ให้รถหยุดไปแล้ว
สํานักใงหาเ้นลคยณไปะกไดรร้ มการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หยดุ รถหลังเสน้ ใหส(าํร้๒นถ)ักหสงยัญาดุนญคณาณะกจรรรามจกราไรฟกสฤีแษดฎงกี หารอื เครื่องหมาสยํานจักรงาาจนรคสณีแะดกงรทรี่มมีคกาํารวก่าฤ“ษหฎยกี ุดา ” ให้ผู้ขับขี่
สาํ นกั ขงบัานรคถณต่อะกไปรรไมดก้ เาวรน้ก(๓แฤ)ตษจ่ฎสะญักี มาญีเคารณอ่ื จงรหามจารยไสจฟํารสนาีเักจขงรียากวนาํหคหรณนือะดเกคไรวรรเ้่ือมปงกน็หาอรมกยาฤ่ายษงจอฎรื่นีกาาจรสีเขียวท่ีมีคสําาํวน่าัก“งาไนปค”ณใะหก้ผรู้ขรมับกขา่ี รกฤษฎีกา
ส(ํา๔น)๕ักงสานญั คญณาะณกรจรรมากจารรไกฟฤลษูกฎศกี ราสเี ขียวชใี้ หเ้ ลสี้ยําวนหกั รงอื านชคใี้ หณ้ตะรกงรไรปมกหารรือกสฤษัญฎญกี าาณจราจรไฟ
สีแดงแสดงพร้อมกับสัญญาณจราจรไฟลูกศรสีเขียวชี้ให้เล้ียวหรือชี้ให้ตรงไป ให้ผู้ขับขี่เลี้ยวรถหรือขับ
สํานักรงถานตครงณไะปกไรดร้ตมากมารทกิศฤทษาฎงีกทา่ีลูกศรชี้ และสตํา้อนงกั ขงับานรคถณดะ้วกยรครวมากมารกะฤมษัดฎรีกะาวัง และต้องใหสํา้สนิทักธงิแานกค่คณนะเดกรินรเมทก้าารกฤษฎีกา
ในทางข้ามหรือรถท่ีมาทางขวากอ่ น
ส(าํ๕น)ักสงัาญนญคณาณะกจรรรามจกราไรฟกกฤษระฎพีการิบสีแดง ถ้าตสิดําตน้ังกั องายนู่ทค่ีทณาะงกรร่วรมมทกาารงกแฤยษกฎใดีกเาปิดทางด้าน
สํานกั ใกงดาาในรหจค้ผรณาู้ขะจับกรรขแร่ีทลมี่มว้กาาจรทึงกาใฤหงษดข้ ฎ้าับกีนรานถต้ัน่อหไยปุดไดรถด้ หว้ ยสลคําังนวเสกัา้งนมารในหะคม้รณถดั ะหรกะยรวุรดังมเกมาื่รอกเหฤษ็นฎวีก่าาปลอดภัยและสไํามน่เักปง็นานกคาณรกะีกดรขรวมากงารกฤษฎกี า
ความเร็วของรถลสง(ํา๖แนล)กั ะสงผาัญนา่ นคญทณาาะณงกเจรดรรินมารกจถารรนไกั้นฟฤไกษปรฎดะีก้วพายรคิบวสามีเหระลมือดั งรสอะําํานวพกังั ันงานถค้าณติดะกตรั้งรอมยกู่าณรกฤทษ่ีใฎดกี าให้ผู้ขับขี่ลด
สํานักไงปานสค่วณนะผกูข้ รับรมขก่ซี างึ่ รจกผะฤู้ขเษลับฎี้ยขีกวี่ซราึ่งถจตะ้อขงับเขร้าถอตยรู่ใสงนไําปนชักต่อง้องาเงนดเคขินณ้ารอถะกยทรู่ใ่ีมนรีเมชคก่อราื่องรเงกดหฤินษมรฎาถยกี ทจาี่มรีเาคจรรื่อแงสหดมงาใหยส้เจาํ ลนร้ียักาวจงารกนแาคสรณดเขะงก้าใหรอรย้ตมู่ใรกนงารกฤษฎีกา
ชอ่ งเดินรถดังกลา่ สวําจนะกั ตงาอ้ นงคเขณ้าะตก้งั รแรตม่เกราิ่มรมกฤีเคษรฎือ่ ีกงาหมายจราจรแสสํานดักงใงหาน้ปคฏณบิ ะตั กิเรชรน่มนกา้ันรกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๒๓ ผู้ขับขี่ซส่ึงําขนับกั รงถานในคณทาะกงเรดริมนกราถรทกี่มฤีษสัฎญีกญาาณจราจรไฟสสําีเนขักียงวาหนครือณไะฟกสรรีแมดกงารกฤษฎีกา
ตดิ ตัง้ ไวเ้ หนอื ช่องเดนิ รถ มากกวา่ สองช่องขน้ึ ไปต้องปฏบิ ัตดิ ังต่อไปน้ี
ส(ํา๑น)ักสงาัญนญคณาณะกจรรรามจกราไรฟกฤสษีแฎดกีงทา ี่ทําเป็นรูปกาสกํานบกั างทานเฉคียณงะอกยรู่เรหมนกือารชก่อฤงษเดฎินกี ารถใด ห้ามมิ
สํานักใงหา้ผนู้ขคบัณขะกข่ี รบั รรมถกใานรชก(๒่อฤ)ษงเสฎดญักี นิ าญรถานณัน้ จราจรไสฟําสนเี กัขงียาวนทค่ทีณําะเกปร็นรมรูปกาลรกู กศฤรษอฎยีกเู่ าหนอื ช่องเดนิ รสถําในดักงใาหน้ผคู้ขณับะขก่ีซรรึ่งมขกับารกฤษฎกี า
รถในชอ่ งเดินรถนสนั้ าํ นขกับั งราถนผค่าณนะไกปรไรดม้ การกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการก๕ฤมษาฎตรกี าา ๒๒ (๔) แกไ้ ขสเพํา่มินเักตงิมาโนดคยณพระะกรรารชมบกญั ารญกตั ฤิจษรฎาจีกราทางบก (ฉบับทส่ี ๔าํ น) ักพง.ศาน. ๒ค๕ณ๓ะก๕รรมการกฤษฎกี า
141
- ๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๒๔ ผู้ขับขี่ตสํา้อนงักปงฏานิบคัตณิตะากมรรสมัญกญารากณฤษจฎรีกาาจรที่พนักงานสเําจน้าักหงานน้าคทณี่แะสกดรรงมใกหา้ รกฤษฎีกา
ปรากฏขา้ งหนา้ ในส(กาํ๑นร)กัณเงมีตา่ือน่อพคไปณนนักะกี้งรารนมเกจา้ารหกนฤ้าษทฎ่ียกี ืนา และเหยียดสแําขนนักซงา้านยคอณอะกกไรปรเมสกมาอรรกะฤดษับฎไกี หาล่ ผู้ขับข่ีซ่ึง
สํานักอขงับอานกรคถไปณมนาะทกัน้ ราลรงงมดแกา้ลานะรหโกบลฤกษังขมฎอือีกงไาปพขน้าักงงหานนา้เจใา้ หหส้ผํานนขู้ า้ กับั ทงข่ตีา่ซีนอ้ ึ่งคงหหณยยะุดกดุ รรรถรถมอกแยาต่ทู ร่ถาก้างฤดพษา้นฎนักกี หงาลานังขเจบั ้ารหถนผ้า่าทนี่ลสไปําดนไแดักข้งนานขค้าณงทะี่เกหรยรมียกดารกฤษฎีกา
และต้ังฝา่ มอื ข้นึ ผส(้ขูํา๒นับ)ักขเงม่ีซา่อืนงึ่ พขคับณนรกัะถกงมารรนามทเจกา้าางรหดกนา้ ฤน้าษททฎย่ี่ีเีกหืนายแียลดะแเขหนยขียา้ ดงแสนขํา้ันนนขักของ้าางงนพใคดนณขัก้าะงกงาหรนรนเมจ่ึงก้าอาหอรนกก้าฤไทปษี่ตเฎส้อกี มงาอหรยะุดดรับถไหแตล่่
สาํ นกั ถง้าาพนคนณักะงการนรเมจก้าาหรนก้าฤทษี่พฎกีลาิกฝ่ามือท่ีตั้งอสยําู่นนั้นักงแานลค้วโณบะกกผรร่ามนกศาีรรษกะฤไษปฎทีกาางด้านหลัง ใหส้ผาํ นู้ขักับงขา่ีซน่ึงคหณยะุดกรรถรมอกยาู่ รกฤษฎีกา
นัน้ ขบั รถผ่านไปได้
ส(าํ๓น)กั เงมาน่ือคพณนะักกงรารนมกเจา้ารกหฤนษ้าฎทีก่ียาืน และเหยียสดําแนขกั นงาทน้ังคสณอะงกขร้ารมงอกอารกกไฤปษเฎสกีมาอระดับไหล่
และตัง้ ฝ่ามอื ข้ึน ผู้ขบั ขี่ซึง่ ขับรถมาทางด้านทเ่ี หยียดแขนทัง้ สองขา้ งของพนกั งานเจา้ หนา้ ทีต่ อ้ งหยดุ รถ
สํานกั งานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษฎเมกี ่ือาพนักงานเจ้าสหํานน้ากั ทงา่ียนืนคณและกะรยรกมแกขารนกขฤวษาฎทีก่อานล่างต้ังฉากกสับาํ นแักขงนานทค่อณนะบกนรรแมลกะารกฤษฎกี า
ตเจั้ง้าฝห่านม้าือทขี่พึ้นลผิกู้ขฝับ่สาํามขนือ่ีซักท่ึงงขา่ีตนับั้งคอรณยถะู่นมก้ันารทรโมบากกงาดไรป้ากดนฤ้ษาหนฎนีกห้าาลขังองใหพ้ผนู้ขักับงาขนสี่ซําึ่เงนจหัก้ายงหุดานนรค้าถณทอี่ะตยก้อู่ทรงารหมงดกยา้าุดรนรกหถฤษนแฎ้าตกีข่ถาอ้างพพนนัักกงงาานน
สาํ นกั เงจา้านหคนณา้ ะทกี่ขรับรมรกถาผรา่ก(น๕ฤไ)ษปฎเไมกีดื่อา้ พนักงานเจ้าสหํานน้ากั ทงาี่ยนืนคณและกะรยรกมแกขารนกขฤวษาฎทกี ่อานล่างต้ังฉากกสับํานแักขงนานทค่อณนะบกนรรแมลกะารกฤษฎีกา
ตั้งฝ่ามือข้ึน ส่วนสแําขนนกั ซงา้านยคเหณยะียกรดรอมอกการไปกฤเสษมฎอกี ราะดับไหล่ ผู้ขสับําขนี่ซักึ่งงาขนับครณถะมการทรามงกดาร้ากนฤหษนฎ้ากี แาละด้านหลัง
ของพนักงานเจ้าหน้าท่ตี อ้ งหยดุ รถ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤาษรหฎกียาุดรถตามมาตสราํ นนกั ้ี ใงหาน้หคยณุดะหกลรรังมเสก้นารใกหฤ้รษถฎหีกยาุด ในกรณีท่ีทสาาํงนเดักินงารนถคใณดไะมก่รมรีเมสก้นารกฤษฎีกา
ให้รถหยดุ ให้ผูข้ บั ข่ีหยุดรถหา่ งจากพนกั งานเจ้าหนา้ ท่ีในระยะไม่น้อยกว่าสามเมตร
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักเงสาียนงคสณญั ะญกรารณมนกากรหกมวฤาดีษตใฎรนีกากา๒รณ๕ตี อ่ผไู้ขปับนข้ี ี่ตส้อํางนปักฏงาิบนัตคิตณาะมกสรัญรมญกาารณกจฤรษาฎจกี ราท่ีพนักงานเจส้าําหนนัก้างทานี่ไดค้แณสะดกรงรดม้วกยารกฤษฎกี า
ทนั ที ส(ํา๑น)ักเงมานื่อคพณนะักกงรารนมกเจา้รากหฤนษ้าฎทีกี่ใาช้เสียงสัญญาสณํานนักกงหานวคีดณยะากวรหรนมกึ่งคารรกั้งฤษใหฎ้ผีกู้ขา ับข่ีหยุดรถ
สาํ นกั รงถาผน่าคนณไะปกไรดร้มการก(๒ฤ)ษเฎมกี ่ือาพนักงานเจา้ หสํานน้าักทงใี่าชน้เคสณยี ะงกสรญั รญมกาาณรกนฤกษหฎวีกีดาส้นั สองครั้งติดสตาํ นอ่ ักกงันานใคหณ้ผะู้ขกับรขรมี่ขกับารกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๒๖ ในทางเดินรถที่มีสัญญาณจราจรหรอื เครือ่ งหมายจราจรตามมาตรา ๒๒
สํานักหงารนือคสณัญะญกรารณมกจารรากจฤรษตฎาีกมา มาตรา ๒๓สถําน้าักพงนานักคงณานะกเจรร้ามหกนา้รากทฤี่ผษู้คฎวกี บาคุมการจราจสราํ นในักทงาานงคเณดินะกรรถรนมกั้นารกฤษฎกี า
เห็นสมควรเพื่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร จะให้สัญญาณจราจรเป็นอย่างอ่ืนก็ได้
ในกรณีเชน่ นี้ ให้ผสขู้าํ นบั ักขงี่ปานฏคบิ ณตั ะิกการรรเมดกนิ ารรถกตฤาษมฎสีกญั า ญาณทีพ่ นกั สงาํานนกัเจงา้านหคนณา้ ทะกี่กรํารหมนกดารใกหฤ้ ษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกี าา ๒๗ สัญญสําานณกั งจานรคาณจะรกหรรรมือกเาครรก่ืฤอษงฎหกี มาายจราจรตสาาํ มนักทง่ีบานัญคณญะัตกิไรวรม้ใกนารกฤษฎีกา
พนเุรบะกรษาชาบญั ญัตนิ สี้ เํามน่ือักมงาีเนหคตณุอันะกสรมรคมวกรารใกหฤอ้ษธฎิบกี ดาีมีอาํ นาจแก้ไสขําเนปกัลงีย่ านนแคปณละกงไรดรมโ้ ดกยารปกรฤะษกฎาีกศาในราชกจิ จา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
142
- ๙ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๒๘ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากพนักงานเจ้าหน้าท่ีหรือเจ้าพนักงาน ทํา ติดตั้ง
สํานักหงรานอื คทณาํ ใะหกป้รรรมากกาฏรซกง่ึฤสษัญฎกีญาาณจราจร หรสอืํานเคักรง่ือานงคหณมาะกยรจรรมากจารรใกนฤทษาฎงกีทาี่อธิบดกี าํ หนดสตาํ านมักมงาานตคราณะ๒ก๑รรมการกฤษฎกี า
สมําานตักรงาาน๒ค๙ณะกหร้ารมมมกาิใรหก้ผฤู้ใษดฎทกี ําาให้เสียหาย ทสําําลนาักยงาซน่อคนณเะรก้นรรเมปกลา่ียรนกฤแษปฎลีกงาเคลื่อนย้าย
สาํ นกั พขงดีานนเักขคงียณานนะกตหริดรรตอืมง้ัทกไาาํวรใ้ กหหฤ้ไรรษือ้ปฎทรกี าํ ะาใโหยป้ ชรนาซ์ ก่งึ ฏสใัญนญทสาําานงณกั จงรานาจครณหะรกือรรเคมรกื่อารงกหฤมษาฎยีกจาราจรท่ีพนักงาสนาํ นเจัก้างหานนค้าณทะ่ีหกรรือรเมจก้าารกฤษฎกี า
สมําานตกั รงาาน๓คณ๐ะกสรัญรมญกาารณกจฤรษาฎจกี ราหรือเครื่องหสมําานยกั จงรานาจครณทะ่ีทกรํารมตกิดาตรั้งกฤหษรฎือีกทาําให้ปรากฏ
สาํ นกั ใงนาทนคางณโะดกยรฝร่ามฝกืนารมกาฤตษรฎากี ๒า ๘ หรือมาตรสาําน๒กั ๙งานเจค้าณพะนกักรรงมานกาจรรกาฤจษรฎมกี ีอาํานาจยึด รื้อถสอาํ นนักทงาํานลคาณยะหกรรืรอมทกําารกฤษฎีกา
ใหส้ น้ิ ไปซึง่ สญั ญาณจราจรหรือเครอื่ งหมายจราจรน้นั ได้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ลกั ษณะ ๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกักงาารนใคชณท้ าะกงเรดรนิมกรถารกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานกหคามณรวขะดบักรร๑รถมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๓๑ นอกจากสําทนี่บักัญงาญนคัตณิไวะ้เกปร็นรพมกิเศารษกใฤนษลฎักกี ษาณะ ๔ ว่าด้วยสกาํ นาักรใงชาน้ทคาณงเะดกินรรมถกทา่ี รกฤษฎกี า
จดั เปน็ ชอ่ งเดนิ รถประจาํ ทาง การใช้ทางเดนิ รถให้เป็นไปตามท่บี ญั ญตั ิไว้ในลกั ษณะน้ี
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักคงนานเดคณินเะทกร้ารไมมก่วา่ารจกมะฤาอษตยฎรู่กีาณา๓ส๒่วนในใดกขาอรใงสชทํา้ทนาากังงงแเาดนลินคะณรตถะ้อผกงู้รขใรับหมข้สกี่ตัญาร้อญกงฤใาชษณ้คฎเวกี ตาาือมนรคะมนัดเดรินะวเทังสไ้ามาํ ใน่ใหหัก้รง้รู้ตาถนัวชคเนมณื่อหะจรกืํอารรเโปมดก็นนารกฤษฎีกา
โกดายรเคฉวพบาคะุมอรยถ่าขงอยสง่งิ าํตนเนดกั ก็ งาคนนคชณระากหรรรมือกคานรพกฤิกษาฎรทกี าี่กําลังใช้ทาง ผสู้ขํานับักขง่ีตา้นอคงใณชะ้คกวรารมมรกะามรกัดฤรษะฎวีกังเาป็นพิเศษใน
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๓๓ ในการสขําับนรกั ถงานผคู้ขณับะขก่ีตร้รอมงกขาับรกรฤถษในฎทกี าางเดินรถด้านสซาํ น้าักยงแาลนะคตณ้อะกงรไมรม่ลกํ้าารกฤษฎกี า
กงึ่ กลางของทางเสดาํนิ นรกั ถงาเนวคน้ ณแตะกใ่ นรรกมรกณารีตกอ่ ฤไษปฎนีก้ี ใาหเ้ ดินทางขวาสหํานรกัืองลาํ้านกค่ึงณกะลการงรขมอกงาทรกางฤเษดฎนิ ีกราถได้
(๑) ด้านซา้ ยของทางเดินรถมสี ิ่งกีดขวางหรอื ถูกปิดการจราจร
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษทฎกีางาเดินรถน้นั เจ้าสพํานนกั กั งงาานนคจณระากจรรรกมาํกหารนกดฤใษหฎเ้ ปีกน็า ทางเดินรถทสาาํงนเดักยีงาวนคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) ทางเดินรถนั้นกวา้ งไม่ถึงหกเมตร
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักสงอานงชค่ณองะขก้ึนรรไมปกหารรกมือฤาทษตี่ไฎรดกีา้จาัด๓ช๔่องใเนดินการรถใปสชําร้ทนะกัาจงงําาเทดนินคางณรไถะวกท้ในร่ีไรดชม้จ่อกัดงาเแรดกบินฤ่งรษชถฎ่อซีกง้าาเยดสินุดรถผใู้ขนับทขิศ่ีตทส้อาาํ งงนขเักดับงียรานวถกคในณันชไะว่อก้ตรงร้ัซงมแ้ากตยา่ รกฤษฎีกา
สุดหรือใกลก้ ับช่อสง(าํ๑เนด)ักินใงนราถชนป่อครณงะเะดจกินํารรทรถมานงกนั้าเรวมก้นีสฤแิง่ษตกฎใ่ดี กีนขากวราณงหตี รอ่ ือไถปูกนป้ี สใดิ หํากน้เาดกั รนิงจาทรนาาคงจณขระวการขรอมงกทาารงกเฤดษนิ ฎรีกถาได้
สํานักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษทฎีกางาเดินรถนน้ั เจสา้ ําพนนกั งักางนาคนณจะรการจรรมกกาํ าหรนกฤดษใหฎ้เีกปา็นทางเดินรถทสาํางนเักดงยี าวนคณะกรรมการกฤษฎกี า
143