The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ ๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน
บทที่ ๒ องค์ประกอบภายในของแบบเรียน
บทที่ ๓ วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหากับหลักสูตร (ตัวชี้วัด)
บทที่ ๔ วิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างกิจกรรมชวนคิดพินิจคุณค่ากับพฤติกรรมด้านพุทธพิสัยตามทฤษฎีการเรียนรู้ของ Benjamin Bloom
บทที่ ๕ วิเคราะห์ข้อดีและข้อบกพร่องของแบบเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by srithonglao2001, 2022-08-16 02:44:58

วิเคราะห์หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕

บทที่ ๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน
บทที่ ๒ องค์ประกอบภายในของแบบเรียน
บทที่ ๓ วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหากับหลักสูตร (ตัวชี้วัด)
บทที่ ๔ วิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างกิจกรรมชวนคิดพินิจคุณค่ากับพฤติกรรมด้านพุทธพิสัยตามทฤษฎีการเรียนรู้ของ Benjamin Bloom
บทที่ ๕ วิเคราะห์ข้อดีและข้อบกพร่องของแบบเรียน

Keywords: วิเคราะห์หนังสือเรียน,ภาษาไทย,วรรณคดีวิจักษ์,วรรณคดี

วเิ คราะหห์ นังสือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย
วรรณคดีวิจกั ษ์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

โดย
นายอภสิ ิทธิ์ ศรที องเหลา

การวิเคราะห์หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทยน้ีเป็นสว่ นหนงึ่ ของรายวชิ า ED๑๐๓๓ วิวัฒนาการแบบเรียนไทย
หลกั สูตรศกึ ษาศาสตรบณั ฑติ สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน
ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕



คำนำ

การวิเคราะห์หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ED๑๐๓๓ วิวัฒนาการ
แบบเรียนไทย โดยรายงานเล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกวิเคราะห์หนังสือเรียนรายวิชา
ภาษาไทยกับหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยมุ่งหวังให้เกิดความรู้ ความสามารถ
ทักษะ เจตคติ และประสบการณ์เกี่ยวกบั การจัดการเรยี นรู้ในการประกอบวิชาชพี ครู ผู้รายงานได้เรยี บ
เรียงผลของการทำงานเป็นทั้งหมดจำนวน ๕ บท ได้แก่ บทที่ ๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน,
บทที่ ๒ องค์ประกอบภายในของแบบเรียน, บทที่ ๓ วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหากับหลักสูตร
(ตัวชี้วัด), บทที่ ๔ วิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างกิจกรรมชวนคิดพินิจคุณค่ากับพฤติกรรมด้านพุทธิ-
พิสัยตามทฤษฎีการเรียนรู้ของ Benjamin Bloom, และ บทที่ ๕ วิเคราะห์ข้อดีและข้อบกพร่องของ
แบบเรยี น

หวงั วา่ รายงานเลม่ นี้ จะเป็นประโยชนต์ อ่ ผศู้ ึกษาแนวทางการเรียนวิชาชีพครู อยา่ งไรก็ดีอาจจะมี
สว่ นที่ไมค่ รบสมบูรณอ์ ย่บู า้ ง ผ้จู ดั ทำรายงานขอน้อมรับคำแนะนำด้วยความเคารพยิง่

ลงช่ือ................................................ผูจ้ ัดทำรายงาน
(นายอภิสิทธิ์ ศรที องเหลา)
๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕



สารบัญ หน้า

เรอ่ื ง ข
คำนำ ๑
สารบญั ๑
บทที่ ๑ องคป์ ระกอบภายนอกของแบบเรยี น ๑

๑.๑ ขอ้ มลู ทัว่ ไปของแบบเรยี น ๓
๑.๒ ปกหนงั สอื ๓

๑.๒.๑ ปกหนา้ ดา้ นนอก ๕
๑.๒.๒ ปกหน้าดา้ นใน ๕
๑.๒.๓ ปกรอง ๖
๑.๒.๔ ใบรองปกด้านหน้า ๖
๑.๒.๕ ปกรองด้านหลัง ๗
๑.๒.๖ ปกหลังด้านใน ๗
๑.๒.๗ ปกหลงั ๑๒
๑.๒.๘ สนั ปก ๑๓
บทท่ี ๒ องค์ประกอบภายในของแบบเรยี น ๑๓
๒.๑ การวเิ คราะหเ์ น้อื หาแบบเรยี น ๑๖
๒.๒ รูปแบบการจดั แบง่ เนื้อหาแบบเรยี น ๑๖
๒.๓ ความถกู ต้องของเนอ้ื หา ๑๗
๒.๔ ภาพประกอบ ๒๖
๒.๕ ด้านการใช้ภาษา
๒.๖ ความยากงา่ ยของเน้ือหา ๔๖
บทท่ี ๓ วิเคราะหค์ วามสอดคลอ้ งของเนอ้ื หากับหลักสตู ร (ตัวชีว้ ดั ) ๔๗
บทท่ี ๔ วิเคราะห์ความสอดคลอ้ งระหวา่ งกิจกรรมชวนคิดพินิจคุณค่า
กบั พฤตกิ รรมด้านพุทธพิสัยตามทฤษฎกี ารเรียนรู้ของ Benjamin Bloom

บทท่ี ๕ วิเคราะหข์ ้อดีและข้อบกพร่องของแบบเรียน
บรรณานกุ รม

บทที่ ๑
องคป์ ระกอบภายนอกของแบบเรยี น

๑.๑ ขอ้ มลู ท่ัวไปของแบบเรียน

๑. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ จัดพิมพ์โดย
โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว

๒. ขนาดของหนังสือ : ๑๘.๕ x ๒๖ เซนตเิ มตร
๓. ขนาดสันหนังสอื : ๒ เซนติเมตร
๔. จำนวนหน้า : จำนวนเน้ือหา ๑๓๑ หน้า
๕. ชนิดกระดาษของปก : กระดาษอารต์ มัน
๖. ชนิดกระดาษของเนื้อหา : กระดาษถนอมสายตาคุณภาพดี พื้นผิวมีคุณสมบัติดูดซับแสง
ปริมาณการสะทอ้ นแสงนอ้ ย ทำใหส้ บายตาเวลาอา่ น
๗. ลักษณะการเข้าเลม่ : ใช้วิธีเข้าเลม่ ด้วยสันกาว มคี วามเรยี บรอ้ ย แข็งแรง และคงทนใช้ได้นาน



๑.๒ ปกหนังสือ
๑.๒.๑ ปกหนา้ ด้านนอก

ระดับชัน้ ชอื่ หนังสือ

รปู ภาพ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
หลักสูตร

ตรากระทรวงฯ ราคา

ปกหน้าดา้ นนอกของหนังสือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย วรรณคดวี ิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๕
มีการพิมพ์ชนิด ๔ สี ด้วยกระดาษอาร์ตมัน โดยใช้สีมว่ งชมพูเป็นสีหลักของพื้นหลัง มีภาพวาดนางมัทนะ
ซึ่งเป็นตัวละครเอกของบทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
เกล้าเจา้ อยหู่ ัว

ส่วนด้านบนและด้านล่างของปกหนงั สือเป็นข้อมูลเบือ้ งตน้ ของหนังสือ โดยส่วนบนประกอบด้วย
ชื่อหนังสือตัวอักษรสีน้ำเงินขอบสีขาวระบุคำว่า “หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย” ถัดลงมาเปน็
ตัวอักษรสีเหลืองส้มขนาดใหญ่เห็นเด่นชัดระบุคำว่า “วรรณคดีวิจักษ์” มุมซ้ายบนของหนังสือระบุ
ระดบั ชนั้ ดว้ ยตัวอักษรสีเขยี วว่า “ช้นั มัธยมศึกษาปีที่” และระบุตวั เลขห้าไทย (๕) สีมว่ งขอบสขี าวบนพ้ืนสี
เขียวรูปวงกลม และส่วนด้านล่างพื้นหลังสีแดงก่ำมีตัวอักษรสีเหลืองระบุคำว่า “กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑” มุมซา้ ยลา่ งของหนังสือเป็น
ตราสัญลักษณ์ของกระทรวงศึกษาธิการ และมุมขวาล่างของหนังสือระบุราคาหนังสือ ๖๑ บาท ด้วย
ตัวอกั ษรสขี าว



สรุปโดยรวมแล้วหน้าปกหนังสือเรียนมีความสวยงามเป็นอย่างมาก ด้วยภาพวาดของนางมัทนา
โดดเด่นอยู่กลางหน้าปก และเหมาะสมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โดยมีรูปภาพประกอบ
วรรณคดีไทย เรื่องมัทนะพาธา เพื่อดึงดูดความสนใจในการเข้าสูเ่ นือ้ หาที่จะทำการเรียนการสอน และชื่อ
หนังสือมคี วามโดดเดน่ ตัดกบั สพี นื้ ทำใหเ้ หน็ ไดช้ ดั เจน และตวั เลขระบุระดบั ช้ันเห็นได้ชัดเจนเชน่ เดยี วกัน

๑.๒.๒ ปกหนา้ ดา้ นใน
หนา้ วา่ ง
๑.๒.๓ ปกรอง
ประกอบด้วยขอ้ มูลดังนี้

๑. ตราครุฑ
๒. ชื่อรายวิชา : หนังสือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย
๓. ช่ือหนงั สอื : วรรณคดีวิจักษ์
๔. ระดบั ช้ัน : ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕
๕. ภาพประกอบเนื้อหาในหนังสือ : ภาพจิตรกรรมฝาผนังตอนหนึ่งจากวรรณคดีไทย เรื่องมหา
เวสสนั ดรชาดก กัณฑม์ ทั รี
๖. กล่มุ สาระการเรียนรู้ : กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
๗. หลกั สตู ร : หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๘. สงั กดั : สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร



๑.๒.๔ ใบรองปกด้านหนา้
ประกอบดว้ ยข้อมูลดังนี้

๑. ชอ่ื รายวิชา : หนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย
๒. ชื่อหนังสือ : วรรณคดวี จิ ักษ์
๓. ระดบั ชัน้ : ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕
๔. กลมุ่ สาระการเรียนรู้ : กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
๕. หลกั สูตร : หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๖. ชอ่ื และท่ีอยู่ผถู้ อื ลิขสิทธิ์ : สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
ถนนราชดำเนนิ นอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐ โทรศพั ทแ์ ละโทรสาร ๐ ๒๖๒๘ ๕๓๔๓
๗. ตัวเลขประจำหนงั สอื สากล : ISBN ๙๗๘-๖๑๖-๓๑๗-๔๐๑-๗
๘. จำนวนครั้งทพ่ี ิมพ์ : พมิ พค์ รง้ั ที่หา้ พ.ศ. ๒๕๕๗
๙. จำนวนหนงั สอื ทพี่ ิมพ์ : จำนวน ๗๐,๐๐๐ เลม่
๑๐. สำนักพมิ พ์ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว ที่อยู่ ๒๒๔๙ ถนนลาดพร้าว แขวงสะพานสอง เขต
วังทองหลาง กรงุ เทพมหานคร ๑๐๓๑๐ โทรศพั ท์ ๐ ๒๕๓๘ ๓๐๓๓, ๐ ๒๕๑๔ ๔๐๓๓ โทรสาร ๐ ๒๕๙๓
๙๙๕๖ www.suksapan.or.th



๑.๒.๕ ปกรองด้านหลัง
ประกอบด้วยคณะผู้จัดทำหนังสือเรียน และอีกหน้าหนึ่งเป็นใบอนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ใน
สถานศกึ ษา ซึ่งเปน็ องคป์ ระกอบที่จำเป็นตอ้ งมีสำหรบั หนังสือเรยี น จงึ จะสามารถนำมาใชท้ ำการเรยี นการ
สอนในโรงเรยี นได้ โดยแสดงเนือ้ หาในใบอนญุ าตไวอ้ ยา่ งชดั เจน ทำให้หนงั สอื แบบเรียนเล่มน้ีนา่ เชื่อถอื

๑.๒.๖ ปกหลงั ดา้ นใน
บอกรายชื่อหนังสือแบบเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทยของระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ประกอบด้วยดงั นี้
๑. หนงั สือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย หลกั ภาษาและการใชภ้ าษาเพือ่ การสื่อสาร
๒. หนังสอื เรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์



๑.๒.๗ ปกหลัง
มีกาพย์ฉบัง ๑๖ ตัวอักษรสีขาวบนพื้นหลังสีแดงก่ำ จากตอนหนึ่งของบทละครพูดคำฉันท์เรื่อง
มัทนะพาธา พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยูห่ วั และขอ้ มูลสำนกั พมิ พด์ งั นี้
๑. รหสั ราคา และตวั เลขแสดงจำนวนราคากำกบั : รหัสราคา และราคา ๖๑.๐๐ บาท
๒. ชอ่ื และท่ีอย่สู ำนกั พมิ พ์ : ศกึ ษาภัณฑ์พาณิชย์ โรงพิมพ์ สกสค.ลาดพรา้ ว
๓. ชอ่ื ผู้พมิ พ์และผู้โฆษณา : นายสมมาตร์ มศี ลิ ป์
๔. ตราสำนกั พมิ พ์
๕. เวบ็ ไซต์สำนักพมิ พ์ : www.suksapan.or.th

๑.๒.๘ สนั ปก
ประกอบด้วยขอ้ มลู ดงั น้ี
๑. ตราสัญลักษณ์กระทรวงศึกษาธิการ
๒. ช่ือหนังสอื : หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๕

บทท่ี ๒
องคป์ ระกอบภายในของแบบเรยี น

๒.๑ การวเิ คราะห์เนือ้ หาแบบเรียน
เน้อื หาแบบเรียนแบ่งออกเป็นบทนำจำนวน ๑ บท และเน้อื หาจำนวน ๕ บท ดงั น้ี

บทนำ แนวทางการพิจารณาเน้อื หาและกลวิธใี นวรรณคดี
บทนำกล่าวถึงเนื้อหาและกลวิธีในสารคดี เนื้อหาและกลวิธีในบันเทิงคดี รูปแบบของบันเทิงคดี

ประกอบดว้ ย ๑. บทมหรสพ ๒. เรอ่ื งเล่า ๓. บทพรรณนา และการพิจารณาเนื้อหาและกลวิธีในบันเทิงคดี
ประกอบด้วย ๑. เนื้อเรื่อง ๒. โครงเรื่อง ๓. ตัวละคร ๔. ฉากท้องเรื่อง ๕. บทเจรจ าหรือรำพึงรำพัน
๖. แก่นเร่ือง
บทที่ ๑ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ัทรี

๑) บทวเิ คราะห์ นำเขา้ สู่บทเรียนโดยกลา่ วถงึ เรอ่ื งราวอย่างยอ่ และมรี ปู ภาพประกอบ
๑.๑ ความรักและความห่วงใยที่พระนางมัทรีมีต่อพระชาลีและพระกัณหา มีเนื้อหา

เกย่ี วกบั ความรักและความห่วงใยของพระนางมัทรีมตี ่อพระชาลแี ละพระกัณหา กลา่ วถงึ ความรักของพระ
นางมัทรีที่มีต่อพระกุมารทั้งสอง โดยมีการเล่นคำว่า “สุด” ในร่ายยาวได้อย่างคมคายน่าฟังและน่า
สะเทอื นใจอย่างย่งิ

๑.๒ ความภักดีที่พระนางมัทรีมีตอ่ พระเวสสันดร มีเน้ือหาเกี่ยวกับความจงรักภักดีตอ่
พระเวสสันดรของพระนางมัทรี ถึงแม้จะถูกพระเวสสันดรกล่าวหาว่าคบชู้ พระนางก็ทรงพยายามอธิบาย
ว่าทำไมถึงกลับมาช้า ไม่เคยคิดนอกใจพระสวามีแต่อย่างใดและตั้งพระทัยจะซื่อสัตย์ต่อพระเวสสันดร
ตราบวันสิ้นพระชนม์ เมื่อทราบแล้วว่าพระเวสสันดรทานพระกุมารทั้งสองให้ชูชก พระนางก็อนุโมทนา
การบำเพ็ญทานบารมีของพระเวสสันดรในครัง้ นี้

๑.๓ อุบายที่ทำให้ “ความโศกเสื่อมสร่างสงบจิต” มีเนื้อหาเกี่ยวกับไหวพริบของพระ
เวสสันดรที่เบนความคิดและอารมณ์ของพระนางมัทรีไปอีกเรื่องหนึ่ง ทำให้ความทุกข์ของพระนางมัทรี
หายไปเพราะเกดิ ความเจ็บปวดในพระทยั เข้ามาแทนที่

๑.๔ โวหารตัดพ้อและคร่ำครวญของพระเวสสันดร มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแสดงความ
หึงหวงเพือ่ หักความโศก เริ่มจากชมโฉมของพระนางมัทรเี พื่อจะตัดพ้อว่าพระนางทรงใช้ความงามย่วั ยวน
ชายอน่ื และบทครำ่ ครวญดว้ ยความอาลยั เปรียบเอาธรรมชาติที่มีอย่รู อบตัวมาใช้แทนเครื่องประกอบพระ
อิสริยยศท่พี ึงมหี ากพระนางมทั รสี ิ้นพระชนม์



๑.๕ ธรรมชาตกิ ับความทกุ ข์โศกของพระนางมทั รี มเี นอื้ หาเก่ยี วกบั ลางร้ายท่ธี รรมชาติ
ในป่าเกดิ ความผิดปกติ ทำใหพ้ ระนางประหวั่นพรน่ั ใจ

๑.๖ เสียงเสนาะที่เกิดจากการเล่นเสียงและเล่นคำ มีเนื้อหาเกี่ยวกับลักษณะเด่นของ
วรรณศิลป์ในเรื่องมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ การเล่นเสียงสัมผัสสระ
และการเลน่ คำซ้ำซ่งึ มอี ยู่อย่างแพรวพราวตลอดท้ังกณั ฑ์

๒) มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี กล่าวถึงเนื้อเรื่องตั้งแต่พระนางมัทรีเดินทางเข้าป่าหาผลไม้
พระเวสสนั ดรทานพระกุมารทั้งสองให้ชชู ก จนสำเร็จการบำเพ็ญทานบารมีของพระเวสสนั ดร

๓) คำอธิบายศัพท์และข้อความ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอธิบายศัพท์และข้อความ ที่ยากและ
นา่ สนใจในเรือ่ งมหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์มทั รี

๔) ชวนคิดพินิจคุณค่า มีเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งแบ่งออกเป็น วิเคราะห์เนื้อหา
พจิ ารณาภาษาการประพันธ์ และเลือกสรรนำไปใช้

บทท่ี ๒ ลลิ ิตตะเลงพา่ ย

๑) บทวิเคราะห์ นำเขา้ สู่บทเรียนโดยการยกโคลงส่สี ภุ าพ ๑ บท จากเน้ือหาลิลิตตะเลงพ่าย ดังน้ี

อุรารานร้าวแยก ยลสยบ

เอนพระองค์ลงทบ ทา่ วด้ิน

เหนือคอคชซอนซบ สังเวช

วายชวิ าตม์สุดส้ิน สู่ฟา้ เสวยสวรรค์

พรรณนาถึงภาพการสิ้นพระชนม์บนคอช้างของพระมหาอุปราชาแห่งพม่าอย่างสมพระเกียรติ

เป็นบทปิดท้ายการทำสงครามยุทหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาอันเป็น

เนื้อหาสำคญั ที่สุดในเรื่องลิลิตตะเลงพา่ ย และขณะ เดยี วกนั กป็ ดิ ฉากชวี ติ ของพระมหาอุปราชา

๑.๑ สงครามยุทธหัตถี มีเนื้อหาเกี่ยวกับการรบบนหลังช้างแบบตัวต่อตัวระหว่าง

กษัตริย์ โดยใช้โคลงสี่สุภาพในการนำเสนอ ลีลาการพรรณนาภาพการทำศึกคร้ังนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

รวดเร็ว และฉับไว แต่เมื่อถึงภาพการสิ้นพระชนม์ของพระมหาอุปราชากลับพรรณนาภาพเคลื่อนไหวช้า

ตามลำดับให้มีความสงา่ งามสมพระเกยี รติแก่ฝา่ ยศัตรู

๑.๒ ลิลิตตะเลงพ่ายในฐานะวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติ กล่าวถึงสมเด็จพระมหาสมณ

เจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงพระนิพนธ์เรื่องลิลิตเลงพ่าย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวร

มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทลิลิตสุภาพ เป็นการแต่งคำประพันธ์สลับกัน



ระหว่างร่ายสุภาพกับโคลงสุภาพ มีจำนวนทั้งสิ้น ๔๓๙ บท โคลงสุภาพมีทั้งโคลงสองสุภาพ โคลงสาม
สภุ าพ และโคลงสีส่ ุภาพ

๑.๓ ลิลิตตะเลงพ่ายในฐานะวรรณคดีประวัติศาสตร์ กล่าวถึงการทำสงครามในเรื่อง
ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกไว้ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับ
จันทนมุ าศ (เจมิ )

๑.๔ คุณค่าของเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย มีเนื้อหาเกี่ยงกับคุณค่าท้ังด้านวรรณศิลป์ และ
ด้านสังคม

๒) ลิลิตตะเลงพ่าย กล่าวถึงเหตุการณ์ทางกรุงหงสาวดี พระมหาอุปราชาทรงรำพันถึงนาง ลาง
ร้ายของพระมหาอุปราชา พระมหาอุปราชาทรงรำพันถึงพระราชบิดา พระสุบินและพระนิมิตของสมเด็จ
พระนเรศวร ช้างทรงสมเด็จพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก ยุทธหัตถี และชัย
ชนะของไทย

๓) คำอธิบายศัพท์และข้อความ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอธิบายศัพท์และข้อความ ที่ยากและ
น่าสนใจในเรือ่ งลลิ ิตตะเลงพา่ ย

๔) ชวนคิดพินิจคุณค่า มีเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งแบ่งออกเป็น วิเคราะห์เนื้อหา
พจิ ารณาภาษาการประพันธ์ และเลอื กสรรนำไปใช้

บทท่ี ๓ บทละครพูดคำฉันท์ เร่ืองมัทนะพาธา

๑) บทวิเคราะห์

๑.๑ ความรักเหมือนโรคา มีเนื้อหาเกี่ยวกับคำสอนเรื่องโทษของความรักไว้ในพระราช

นพิ นธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หวั ดังน้ี

ความรกั เหมอื นโรคา บันดาลตาใหม้ ืดมน

ไม่ยินและไม่ยล อปุ สรรคใดใด

ความรักเหมือนโคถึก กำลังคกึ ผิขงั ไว้

ก็โลดออกจากคอกไป บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง

ถึงหากจะผกู ไว้ กด็ งึ ไปดว้ ยกำลงั

ยิ่งห้ามกย็ ิง่ คลงั่ บ หวนคิดถงึ เจ็บกาย

๑.๒ บทละครพูดคำฉันท์เพียงเรื่องเดียว มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติการพระราชนิพนธ์

บทละครพดู คำฉันทเ์ รื่องมัทนะพาธา ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ วั

๑.๓ ตำนานแห่งดอกกุหลาบ มเี น้อื หาเก่ยี วกับเร่ืองยอ่ มัทนะพาธา

๑๐

๑.๔ หนังสือที่แต่งได้โดยยาก มีเนื้อหาเกี่ยวกับรูปแบบคำประพันธ์ของบทละครพูดคำ
ฉันท์เรื่องมัทนะพาธา ซึ่งคำประพันธ์ประกอบด้วยฉันท์ชนิดต่าง ๆ กาพย์ยานี กาพย์ฉบัง กาพย์
สรุ างคนางค์ และบทร้อยแก้วในส่วนของตัวละครที่ไมส่ ำคญั

๒) บทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา มีเนื้อหาเกี่ยวกับบทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา
ในองก์ที่ ๑ และพระราชนิพนธ์แปลมัทนะพาธา เป็นร้อยกรองภาษาอังกฤษเฉพาะคำตอบโต้ระหว่างสุ
เทษณก์ ับมัทนา ในองค์ที่ ๑ ตอนทีม่ ทั นาถูกสะกดจติ

๓) คำอธิบายศัพท์และข้อความ มีเนื้อหาเก่ียวกับการอธิบายศัพท์และข้อความ ที่ยากและ
นา่ สนใจในบทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา

๔) ชวนคิดพินิจคุณค่า มีเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งแบ่งออกเป็น วิเคราะห์เนื้อหา
พจิ ารณาภาษาการประพันธ์ และเลือกสรรนำไปใช้

บทที่ ๔ คมั ภีรฉ์ ันทศาสตร์ แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์

๑) บทวเิ คราะห์

๑.๑ ความสำคัญของแพทย์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “กายนคร” เป็นบทเปรียบเทียบที่

ปรากฏอยู่ในคัมภรี ์ฉนั ทศาสตรใ์ นตำราชุดแพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ของไทย ดงั นี้

อนง่ึ จะกลา่ วสอน กายนครมมี ากหลาย

ประเทยี บเปรียบในกาย ทกุ หญงิ ชายในโลกา

ดวงจติ คือกระษตั ริย์ ผ่านสมบตั ิอนั โอฬาร์

ขา้ ศึกคือโรคา เกิดเขา่ ฆา่ ในกายเรา

เปรยี บแพทย์คอื ทหาร อนั ชำนานรลู้ ำเนา

ข้าศกึ มาอย่างใจเบา หอ้ มลอ้ มรอบทุกทศิ า

ใหด้ ำรงกระษตั ริย์ไว้ คือดวงใจให้เร่งยา

อน่ึงห้ามอย่าโกรธา ข้าศกึ มาจะอนั ตราย

ปิตตํ คอื วังหนา้ เร่งรักษาเขม่นหมาย

อาหารอยู่ในกาย คอื เสบียงเลย้ี งโยธา

๑.๒ ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติตำราแพทย์ของไทยซึ่ง

พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รวบรวมข้นึ ไว้

๑.๓ คมั ภีรฉ์ ันทศาสตร์ กล่าวถงึ การรวบรวมความร้ทู หี่ ลากหลายเก่ียวกบั การรกั ษาโรค

๑๑

๒) คมั ภีร์ฉนั ทศาสตร์ แพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์ มีเนอ้ื หาเกย่ี วกับร่างกาย การแพทย์ ที่ประพันธ์
ดว้ ยกาพยย์ านี ๑๑

๓) คำอธิบายศัพท์และข้อความ มีเนื้อหาเก่ียวกับการอธิบายศัพท์และข้อความ ท่ียากและ
น่าสนใจในเรอ่ื งคัมภรี ์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์

๔) ชวนคิดพินิจคุณค่า มีเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งแบ่งออกเป็น วิเคราะห์เนื้อหา
พิจารณาภาษาการประพันธ์ และเลอื กสรรนำไปใช้

บทที่ ๕ โคลนติดลอ้ ตอนความนยิ มเป็นเสมียน
๑) บทวิเคราะห์ นำเข้าสู่บทเรียนด้วยข้อความตอนหนึ่งจากคำนำของบทความเรือ่ งโคลนตดิ ลอ้

โดยมคี วามมุ่งหมายจะกล่าวถงึ ปญั หาและอุปสรรคตา่ ง ๆ ทีก่ ดี ขวางเหนี่ยวรัง้ ความเจริญของชาติ
๑.๑ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวกับหนังสือพิมพ์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อย่หู ัวโปรดการทำหนังสือพิมพ์มาตงั้ แต่ทรงพระเยาว์
๑.๒ พระราชนิพนธ์เร่ืองโคลนติดลอ้ มเี น้ือหาเกี่ยวกบั การพระราชนิพนธบ์ ทความเร่ือง

โคลนตดิ ลอ้ ลงในหนังสือพิมพไ์ ทย มที ัง้ หมด ๑๒ ตอน
๑.๓ ความนิยมเป็นเสมียน มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์เรื่องราวที่เป็นท่ี

สนใจของสงั คมยุคน้ัน
๒) โคลนตดิ ล้อ ตอนความนิยมเป็นเสมยี น มเี นอื้ หาเกี่ยวกับคนไทยท่ีมกี ารศึกษานิยมแต่จะเป็น

เสมียน คือเข้ารับราชการและใช้ชีวิตในกรุง ไม่สนใจที่จะกลับภูมิลำเนาเพื่อทำการเกษตรซึ่งจะก่อ
ประโยชน์ให้ประเทศไดม้ ากกวา่

๓) คำอธิบายศัพท์และข้อความ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอธิบายศัพท์และข้อความ ที่ยากและ
นา่ สนใจในเรอื่ งคัมภีรฉ์ นั ทศาสตร์ แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์

๔) ชวนคิดพินิจคุณค่า มีเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งแบ่งออกเป็น วิเคราะห์เนื้อหา
พิจารณาภาษาการประพนั ธ์ และเลือกสรรนำไปใช้

๑๒

๒.๒ การวิเคราะหร์ ูปแบบการจัดแบ่งเนื้อหาแบบเรยี น
หนังสือเรียนรายวชิ าพื้นฐานวิชาภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ จัดแบ่งเนื้อหา

ออกเป็น ๔ สว่ นดงั นี้
๒.๒.๑ บทวิเคราะห์ โดยในบทวิเคราะห์จะแบ่งเป็นสามถึงหกหัวข้อ โดยส่วนใหญ่มีเนื้อหา

เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวรรณคดีนั้น ๆ ประวัติของผู้ทรงพระราชนิพนธ์ ผู้ทรงนิพนธ์ และ
ผู้ประพนั ธ์ ความสำคัญ คณุ ค่าในดา้ นตา่ ง ๆ ของวรรณคดี รวมไปถึงการวิจารณว์ รรณคดี เปน็ ต้น

๒.๒.๒ ตัวบทวรรณคดี จะนำเนื้อหาวรรณคดีที่สำคัญ ซึ่งคัดสรรมาบางตอนจากวรรณคดี
ใหน้ ักเรยี นไดศ้ กึ ษา

๒.๒.๓ คำอธิบายศัพท์และข้อความ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอธิบายศัพท์และข้อความ ที่ยากและ
น่าสนใจในวรรณคดเี รอ่ื งนน้ั ๆ

๒.๒.๔ ชวนคิดพินิจคุณค่า เป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้พัฒนาความรู้ความสามารถในทักษะ
กระบวนการทำงานดา้ นตา่ ง ๆ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คอื วิเคราะหเ์ น้อื หา พิจารณาภาษาการประพันธ์
และเลอื กสรรนำไปใช้

จากการวิเคราะห์รูปแบบการจัดแบ่งเนื้อหาแบบเรียนแสดงให้เห็นว่า หนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีการจัดลำดับเนื้อหาในแต่ละบทเหมือนกันท้ัง
เล่ม โดยในแต่ละบทเริ่มด้วยบทวิเคราะห์ บทวรรณคดี คำอธิบายศัพท์และข้อความ และชวนคิดพินิจ
คณุ คา่ เป็นลำดบั สุดท้าย เหมือนกันทัง้ ๕ บทเรยี น สามารถสรปุ เปน็ ตารางไดด้ งั นี้

เนือ้ หา

บทท่ี เรอ่ื ง บทวเิ คราะห์ บทวรรณคดี คำอธบิ ายศัพท์ ชวนคดิ พินจิ
และข้อความ คุณค่า

๑ มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์มทั รี ✓ ✓ ✓✓

๒ ลลิ ิตตะเลงพา่ ย ✓ ✓ ✓✓

๓ บทละครพพดู คำฉันท์ เรอื่ งมัทนะพาธา ✓ ✓ ✓ ✓

๔ คัมภีร์ฉนั ทศาสตร์ ✓ ✓ ✓✓
แพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์

๕ โคลนติดลอ้ ตอนความนยิ มเป็นเสมยี น ✓ ✓ ✓ ✓

ตารางแสดงเนื้อหาภายในหนงั สือเรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวจิ ักษ์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕

๑๓

๒.๓ ดา้ นความถูกต้องของเนือ้ หา
เนื้อหาในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ เล่มนี้

เน้อื หาถูกตอ้ งครบถ้วนสมบูรณ์ตามตวั ชี้วดั จากหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๒.๔ ด้านภาพประกอบ

ภาพประกอบภายในหนังสือเรียน รายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทย วรรณคดีวจิ กั ษ์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕
ปรากฏที่มา และชื่อเจ้าของผลงานกำกับบภาพในเนื้อหา แต่มีภาพเริ่มต้นบทเรยี นที่ไม่ปรากฏชื่อเจ้าของ
ผลงานทัง้ ๖ บท รวมบทนำ

ตัวอยา่ งภาพเร่มิ ตน้ บทเรยี น ทไ่ี ม่ปรากฏชอ่ื เจ้าของผลงาน

๒.๔.๑ จำนวนภาพ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี
๕ มภี าพประกอบจำนวนท้ังสนิ้ ๒๘ ภาพ (รวมปก)

๑๔

๒.๔.๒ ขนาดภาพ ภาพประกอบในเนื้อหามีขนาดกลางและขนาดใหญ่ ส่วนในหน้าเริ่มต้น
บทเรียนจะเปน็ ภาพขนาดใหญ่เตม็ หนา้ กระดาษ

ตวั อยา่ งภาพประกอบขนาดกลางในเน้ือหาบทเรยี น
(๑) ภาพประกอบในบทท่ี ๑ มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑม์ ัทรี หนา้ ๒๖
(๒) ภาพประกอบในบทที่ ๒ ลิลิตตะเลงพา่ ย หนา้ ๕๖

(๑) (๒)
ตัวอย่างภาพประกอบขนาดใหญใ่ นเนือ้ หาบทเรียน
(๑) ภาพประกอบในบทท่ี ๔ คัมภีรฉ์ นั ทศาสตร์ แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ หน้า ๙๙
(๒) ภาพประกอบในบทที่ ๔ คัมภีรฉ์ ันทศาสตร์ แพทยศ์ าสตรส์ งเคราะห์ หนา้ ๑๐๑

(๑) (๒)

๑๕

ตวั อยา่ งภาพประกอบขนาดใหญ่สว่ นเรม่ิ ตน้ บทเรยี น
(๑) ภาพประกอบในบทที่ ๑ มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑม์ ัทรี หนา้ ๑๑
(๒) ภาพประกอบในบทท่ี ๓ บทละครพดู คำฉนั ท์เรอื่ งมทั นะพาธา หนา้ ๗๒

(๑) (๒)
๒.๔.๓ คำอธิบายภาพ ภาพประกอบในเนื้อหาบทเรียนมีคำอธิบาย ที่มา และเจ้าของผลงาน
กำกับทุกภาพ แตใ่ นสว่ นหนา้ เร่ิมบทเรยี นจะไมม่ คี ำอธิบายภาพ
ตวั อย่างคำอธบิ ายประกอบภาพ
(๑) ภาพประกอบในบทที่ ๑ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มทั รี หน้า ๑๓
(๒) ภาพประกอบในบทท่ี ๓ บทละครพดู คำฉันทเ์ รอ่ื งมัทนะพาธา หนา้ ๗๕

(๑) (๒)

๑๖

๒.๔.๔ ลักษณะภาพ ภาพประกอบในเน้ือหาบทเรยี นเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภาพจากหนังสือ
และภาพวาดสนี ้ำ

๒.๔.๕ ความสอดคล้องของภาพประกอบกบั เนื้อหา ภาพประกอบในบทเรียนทุกภาพสอดคล้อง
กับเนอ้ื หาทุกบท โดยจะแทรกอยู่ตามเนื้อหาในบทเรยี นนั้น ๆ

๒.๕ ด้านการใชภ้ าษา
๒.๕.๑ การแยกคำ
ตัวอย่างการเขียนแยกคำในบทที่ ๑ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี หน้า ๓๙ คำว่า

“พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั ”

ตวั อยา่ งการเขียนแยกคำในบทที่ ๔ คัมภีร์ฉนั ทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ หนา้ ๑๑๐ คำว่า
“วัดพระเชตพุ นวมิ ลมังคลาราม”

๒.๖ ดา้ นความยากงา่ ยของเนอ้ื หา
ความยากง่ายของเนื้อหาภายในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้น

มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ มีการเรียงลำดับความยากง่ายของเน้ือหาได้อยา่ งเหมาะสม ซ่งึ เนื้อหาวรรณคดีในแต่ละ
บทที่มีความหลากหลาย ใช้ภาษาต่างกันแต่ก็ยังมีคำอธบิ ายศพั ท์และข้อความทีย่ ากเพื่อให้นักเรียนเข้าใจ
ไดม้ ากยง่ิ ข้ึน อีกทง้ั ยังแฝงข้อคิดในแตล่ ะบทเรียนอีกด้วย

บทท่ี ๓

วเิ คราะหค์ วามสอดคล้องของเน้อื หากับหลักสตู ร (ตัวชี้วดั )

๓.๑ สาระและมาตรฐานการเรยี นร้กู ลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนินชวี ติ และมนี ิสยั รกั การอ่าน

สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน
รูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และแสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สึกใน
โอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์

สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจในธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและ
นำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง

๑๘

๓.๒ ตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี ๑ การอา่ น

ม.๔-๖/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว และบทร้อยกรองไดอ้ ย่างถูกต้อง ไพเราะและเหมาะสมกบั เรือ่ งท่ีอ่าน
ม.๔-๖/๒ ตีความ แปลความ และขยายความเรื่องที่อ่าน
ม.๔-๖/๓ วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณเ์ รื่องทอ่ี า่ นในทกุ ๆ ด้านอยา่ งมีเหตุผล
ม.๔-๖/๔ คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน และประเมินค่าเพื่อนำความรู้ความคิดไปใช้ตัดสินใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนินชีวิต
ม.๔-๖/๕ วิเคราะห์วิจารณ์ แสดงความคิดเหน็ โต้แย้งกับเรื่องที่อา่ น และเสนอความคดิ ใหมอ่ ย่างมีเหตผุ ล
ม.๔-๖/๖ ตอบคำถามจากการอ่านประเภทตา่ ง ๆ ภายในเวลาท่กี ำหนด
ม.๔-๖/๗ อา่ นเรอ่ื งต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคดิ ผังความคดิ บันทึก ย่อความและรายงาน
ม.๔-๖/๘ สงั เคราะห์ความรจู้ ากการอ่านสือ่ สิ่งพมิ พ์ สื่ออิเล็กทรอนิกสแ์ ละแหล่งเรยี นรู้ตา่ ง ๆ มาพฒั นาตน
พัฒนาการเรยี น และพัฒนาความร้ทู างอาชีพ
ม.๔-๖/๙ มมี ารยาทในการอ่าน

สาระที่ ๒ การเขยี น
ม.๔-๖/๑ เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มีข้อมูล
และสาระสำคัญชดั เจน
ม.๔-๖/๒ เขียนเรียงความ
ม.๔-๖/๓ เขียนย่อความจากสอื่ ทมี่ รี ปู แบบและเนอ้ื หาหลากหลาย
ม.๔-๖/๔ ผลติ งานเขียนของตนเองในรปู แบบตา่ ง ๆ
ม.๔-๖/๕ ประเมนิ งานเขยี นของผอู้ ื่นแลว้ นำมาพฒั นางานเขียนของตนเอง
ม.๔-๖/๖ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ และใช้ข้อมูล
สารสนเทศอ้างอิงอย่างถกู ต้อง
ม.๔-๖/๗ บนั ทึกการศึกษาค้นคว้าเพ่ือนำไปพัฒนาตนเองอย่างสมำ่ เสมอ
ม.๔-๖/๘ มมี ารยาทในการเขียน

สาระที่ ๓ การฟงั การดู และการพดู
ม.๔-๖/๑ สรุปแนวคิด และแสดงความคิดเหน็ จากเร่อื งทฟ่ี งั และดู
ม.๔-๖/๒ วเิ คราะหแ์ นวคิด การใชภ้ าษา และความนา่ เชอื่ ถอื จากเรื่องท่ีฟังและดอู ย่างมเี หตผุ ล
ม.๔-๖/๓ ประเมินเร่ืองทีฟ่ งั และดู แล้วกำหนดแนวทางไปประยกุ ต์ใชใ้ นการดำเนินชีวติ
ม.๔-๖/๔ มีวจิ ารณญาณในการเลอื กเรือ่ งที่ฟังและดู

๑๙

ม.๔-๖/๕ พูดในโอกาสต่าง ๆ พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าวใจ และเสนอแนวคิดใหม่ด้วยภาษา
ถูกต้องเหมาะสม
ม.๔-๖/๖ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด

สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
ม.๔-๖/๑ อธิบายธรรมชาตขิ องภาษาพลังของภาษา และลกั ษณะของภาษา
ม.๔-๖/๒ ใช้คำและกลมุ่ คำสรา้ งประโยคตรงตามวัตถุประสงค์
ม.๔-๖/๓ ใช้ภาษาเหมาะสมแก่โอกาส กาลเทศะ และบคุ คล รวมทง้ั คำราชาศพั ทอ์ ย่างเหมาะสม
ม.๔-๖/๔ แตง่ บทรอ้ ยกรอง
ม.๔-๖/๕ วิเคราะหอ์ ิทธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถน่ิ
ม.๔-๖/๖ อธบิ ายและวเิ คราะหห์ ลักการสรา้ งคำในภาษาไทย
ม.๔-๖/๗ วิเคราะหแ์ ละประเมนิ การใช้ภาษาจากสือ่ สง่ิ พมิ พแ์ ละส่ืออเิ ล็กทรอนิกส์

สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ม.๔-๖/๑ วเิ คราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลกั การวิจารณเ์ บือ้ งต้น
ม.๔-๖/๒ วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิ ตของ
สังคมในอดตี
ม.๔-๖/๓ วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดก
ทางวัฒนธรรมของชาติ
ม.๔-๖/๔ สังเคราะห์ขอ้ คดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอ่ื นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ
ม.๔-๖/๕ รวบรวมวรรณกรรมพ้ืนบ้านและอธิบายภมู ิปัญญาทางภาษา
ม.๔-๖/๖ ทอ่ งจำและบอกคุณคา่ บทอาขยานตามทกี่ ำหนด และบทร้อยกรองทมี่ ีคณุ คา่ ตามความสนใจ
และนำไปใช้อ้างอิง

๒๐

๓.๓ สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
๑) ความสามารถในการสื่อสาร หมายถึง ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ

ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการ
พัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับ
หรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มี
ประสทิ ธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบทีม่ ีต่อตนเองและสงั คม

๒) ความสามารถในการคิด หมายถึง รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ คิด
อย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจ
เก่ียวกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓) ความสามารถในการแก้ปัญหา หมายถึง เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ
เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมแสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งตัดสินใจที่มี
ประสิทธภิ าพ โดยคำนงึ ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตอ่ ตนเอง สงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม

๔) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต หมายถึง ใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเองต่อเนื่อง ทำงานและอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์
อันดีระหว่างบุคคล จัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆอย่างเหมาะสม รู้จักปรับตัวให้ทันกับการ
เปลี่ยนแปลงของสังคมสภาพแวดล้อม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง
และผู้อ่นื

๕) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี หมายถึง รู้จักเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่อื การพัฒนาตนเองและสงั คมในดา้ นการเรียนรู้ การสอื่ สาร การทำงาน การ
แก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ต้องเหมาะสมและมคี ุณธรรม

๒๑

วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหาหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ช้ัน

มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ วิเคราะห์ตามประเดน็ ดงั น้ี

๑. เน้ือหา กับสาระการเรยี นร้แู ละตวั ชีว้ ดั

๒. กจิ กรรมการเรียนรู้ กบั สาระการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ดั

๓. กิจกรรมการเรียนรู้ กับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

เนอื้ หา มาตรฐาน ตัวช้วี ดั สมรรถนะสำคญั
การเรียนรู้ ของผูเ้ รียน

บทท่ี ๑ มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์มทั รี

๑) บทวิเคราะห์ ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑

- ความรักและความห่วงใยที่พระนางมัทรีมีต่อพระชาลี ม.๔-๖/๒

และพระกณั หา ม.๔-๖/๓

- ความภักดที พ่ี ระนางมัทรีมตี อ่ พระเวสสันดร ม.๔-๖/๔

- อบุ ายทท่ี ำให้ “ความโศกเสอ่ื มสร่างสงบจติ ” ม.๔-๖/๖

- โวหารตัดพ้อและครำ่ ครวญของพระเวสสันดร

- ธรรมชาตกิ บั ความทกุ ข์โศกของพระนางมัทรี

- เสียงเสนาะท่ีเกิดจากการเลน่ เสยี งและเล่นคำ

๒) มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี ท ๑.๑ ม.๔-๖/๑

ม.๔-๖/๒

๓) คำอธิบายศัพทแ์ ละข้อความ

๔) ชวนคดิ พนิ จิ คณุ ค่า ท ๑.๑ ม.๔-๖/๓ - ความสามารถใน

- วิเคราะห์เนอื้ หา ม.๔-๖/๔ การสอ่ื สาร

- พจิ ารณาภาษาการประพันธ์ ม.๔-๖/๕ - ความสามารถใน

- เลือกสรรนำไปใช้ ม.๔-๖/๘ การคิด

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑ - ความสามารถใน

ท ๓.๑ ม.๔-๖/๒ การแก้ปญั หา

ม.๔-๖/๓ - ความสามารถใน

ท ๔.๑ ม.๔-๖/๔ การใชท้ ักษะชีวติ

- ความสามารถใน

การใชเ้ ทคโนโลยี

๒๒

เน้อื หา มาตรฐาน ตวั ชวี้ ดั สมรรถนะสำคญั
การเรยี นรู้ ของผ้เู รียน
บทท่ี ๒ ลิลิตตะเลงพ่าย
๑) บทวเิ คราะห์ ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑
- สงครามยทุ ธหตั ถี ม.๔-๖/๒
- ลิลติ ตะเลงพา่ ยในฐานวรรณคดีเฉลมิ พระเกยี รติ ม.๔-๖/๓
- ลลิ ติ ตะเลงพ่ายในฐานะวรรณคดีประวัติศาสตร์ ม.๔-๖/๔
- คณุ ค่าของเร่ืองลิลิตตะเลงพ่าย
๒) ลิลติ ตะเลงพา่ ย ท ๑.๑ ม.๔-๖/๑
ม.๔-๖/๒
๓) คำอธิบายศัพท์และข้อความ
๔) ชวนคดิ พนิ จิ คณุ คา่ ท ๑.๑ ม.๔-๖/๓ - ความสามารถใน
- วเิ คราะห์เนื้อหา ม.๔-๖/๔ การสื่อสาร
- พจิ ารณาภาษาการประพนั ธ์ ม.๔-๖/๕ - ความสามารถใน
- เลือกสรรนำไปใช้ ม.๔-๖/๖ การคดิ

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑ - ความสามารถใน
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๔ การแกป้ ญั หา

- ความสามารถใน
การใชท้ กั ษะชีวติ

๒๓

เนอ้ื หา มาตรฐาน ตวั ชีว้ ดั สมรรถนะสำคัญ
การเรยี นรู้ ของผ้เู รียน
บทท่ี ๓ บทละครพดู คำฉนั ท์ เรื่องมัทนะพาธา
๑) บทวิเคราะห์ ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑
- ความรกั เหมอื นโรคา ม.๔-๖/๓
- บทละครพูดคำฉันทเ์ พยี งเรื่องเดยี ว ม.๔-๖/๔
- ตำนานแห่งดอกกุหลาบ ม.๔-๖/๖
- หนังสือที่แต่งไดโ้ ดยยาก
๒) บทละครพูดคำฉนั ทเ์ ร่ืองมัทนะพาธา ท ๑.๑ ม.๔-๖/๑
ม.๔-๖/๒
๓) คำอธิบายศัพท์และข้อความ
๔) ชวนคดิ พนิ จิ คณุ ค่า ท ๑.๑ ม.๔-๖/๓ - ความสามารถใน
- วิเคราะห์เนอ้ื หา ม.๔-๖/๔ การส่ือสาร
- พจิ ารณาภาษาการประพันธ์ ม.๔-๖/๕ - ความสามารถใน
- เลือกสรรนำไปใช้ ม.๔-๖/๖ การคิด

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑ - ความสามารถใน
ท ๓.๑ ม.๔-๖/๕ การแกป้ ญั หา
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๔ - ความสามารถใน

การใชท้ ักษะชวี ิต

๒๔

เนื้อหา มาตรฐาน ตวั ชีว้ ัด สมรรถนะสำคัญ
การเรยี นรู้ ของผเู้ รียน
บทที่ ๔ คมั ภรี ฉ์ นั ทศาสตร์ แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์
๑) บทวเิ คราะห์ ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑
- ความสำคญั ของแพทย์ ม.๔-๖/๒
- ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ม.๔-๖/๓
- คมั ภรี ์ฉนั ทศาสตร์ ม.๔-๖/๔
๒) คมั ภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๑
๓) คำอธบิ ายศัพท์และข้อความ ม.๔-๖/๒
๔) ชวนคดิ พนิ ิจคุณค่า
- วิเคราะห์เนอื้ หา ท ๑.๑ ม.๔-๖/๓ - ความสามารถใน
- พิจารณาภาษาการประพันธ์ ม.๔-๖/๔ การสอ่ื สาร
- เลอื กสรรนำไปใช้ ม.๔-๖/๕ - ความสามารถใน
ม.๔-๖/๖ การคิด

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑ - ความสามารถใน
ม.๔-๖/๓ การแก้ปญั หา
ม.๔-๖/๕ - ความสามารถใน

ท ๓.๑ ม.๔-๖/๕
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๔

๒๕

เน้อื หา มาตรฐาน ตวั ช้วี ัด สมรรถนะสำคัญ
การเรยี นรู้ ของผู้เรียน
บทที่ ๕ โคลนตดิ ลอ้ ตอนความนยิ มเปน็ เสมียน
๑) บทวิเคราะห์ ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑
- พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หัวกับหนังสือพิมพ์ ม.๔-๖/๒
- พระราชนิพนธเ์ รอ่ื งโคลนติดล้อ ท ๑.๑ ม.๔-๖/๓
- ความนิยมเป็นเสมียน ม.๔-๖/๔
๒) โคลนติดล้อ ตอนความนยิ มเปน็ เสมียน ม.๔-๖/๑
ม.๔-๖/๒

๓) คำอธบิ ายศัพท์และข้อความ ท ๑.๑ ม.๔-๖/๓ - ความสามารถใน
๔) ชวนคิดพินจิ คุณคา่ ท ๒.๑ ม.๔-๖/๔ การส่ือสาร
- วิเคราะหเ์ น้ือหา ม.๔-๖/๕ - ความสามารถใน
- พิจารณาภาษาการประพันธ์ ม.๔-๖/๖ การคิด
- เลือกสรรนำไปใช้ ม.๔-๖/๑ - ความสามารถใน
ม.๔-๖/๓ การแกป้ ัญหา
ท ๓.๑ ม.๔-๖/๕ - ความสามารถใน
การใช้ทักษะชวี ติ

บทท่ี ๔
วเิ คราะห์ความสอดคล้องระหวา่ งกจิ กรรมชวนคิดพนิ ิจคณุ คา่
กบั พฤติกรรมดา้ นพทุ ธิพสิ ยั ตามทฤษฎกี ารเรยี นรู้ของ Benjamin Bloom

มิติกระบวนการทางปัญญา (Cognitive ProcessDimension)
พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามแนวคิดของบลูมที่ปรับใหม่ได้ปรับคำศัพท์จาก

“คำนาม” เป็น “คำกริยาเพื่ออธิบายพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และปรับ
กระบวนการทางปัญญา (Cognitive Process Dimension) โดยแบ่งระดับพฤตกิ รรมการเรียนรู้ด้านพุทธิ-
พิสัยเป็น ๖ ข้ัน ดังนี้

๑. จำ (Remember) เป็นความสามารถการสาระต่าง ๆ ของผู้เรียนที่ได้เรียนรู้มา พฤติกรรม
การเรียนรู้ในส่วนน้มี ุง่ วัดความสามารถในการจัดเกบ็ ความรู้ (Retention)ในตัวผเู้ รยี น

๒. เข้าใจ (Understand) เป็นความสามารถของบุคคลในการนำเสนอความรู้ แนวคิด ด้วย
ถ้อยคำภาษาเขียน ท่าทาง สัญลักษณ์ รูปภาพหรือวิธีการอืน่ ๆ ให้บุคคลอื่นทราบ โดยเน้นให้สามารถสื่อ
ความหมายของสาระบทเรียนทไี่ ดเ้ รียนร้มู าในรูปของการแปลความการตีความ และการขยายความ

๓. ประยุกต์ใช้ (Apply) เป็นความสามารถในการนำความรู้ที่ได้เรียนไปใช้แก้ปัญหาใน
สถานการณท์ ต่ี อ้ งเผชญิ หรือเกดิ ขนึ้ ในชวี ิตจริง ทง้ั นจ้ี ะตอ้ งเปน็ สถานการณใ์ หม่ท่ีต่างไปจากเดิม

๔. วิเคราะห์ (Analyze) เป็นการพิจารณาแยกแยะเรื่องราวหรือปรากฏการณ์ใด ๆ แล้ว
สามารถรู้เบื้องหลังความเป็นมาเป็นไปหรือส่วนประกอบที่เป็นรายละเอียดของสิ่งนั้น การคิดหาเหตุผล
หรือคำตอบด้วยตนเองโดยใช้ขอ้ มูลพืน้ ฐานที่ตนสามารถรับรู้ได้ เช่น การอธิบายว่าทำไมผึ้งในรังหนึ่งจึงมี
ปริมาณลดลงในฤดรู อ้ นการใหเ้ หตุผลวา่ ทำไมพ้ืนทจี่ ดุ หน่ึงน้ำจึงทว่ มขังในขณะที่อกี จุดหน่งึ ซ่ึงอยู่ใกล้กันไม่
มีนำ้ ทว่ ม เป็นตน้

๕. ประเมิน (Evaluate) เปน็ การสรปุ ตัดสินคณุ ค่าของกจิ กรรม การกระทำ หรอื ปรากฏการณ์
ใด ๆ ตามเกณฑ์และมาตรฐานท่ีกำหนด

๖. สรา้ งสรรค์ (Create) เปน็ การคิด พัฒนาประดษิ ฐ์ สรา้ ง หรอื จัดกระทำสิ่งใหม่ ๆ ใหเ้ กดิ ข้นึ
จากความคิดของผู้สร้างเอง โดยมไิ ดล้ อกเลยี นงานของผู้อ่นื ในลกั ษณะการลอกทั้งชิ้นงาน รวมท้งั การนำส่ิง
ต่าง ๆที่มีลักษณะเป็นส่วนย่อยมาพัฒนารวมกันให้เกิดขึ้นเป็นผลงานชิ้นใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น
ข้อเขยี นหรอื บทความชิ้นงาน ผลงานประดิษฐ์ โครงการภาพวาด ตำราหรอื ทฤษฎี ฯลฯ

จำ ตารางวิเคราะหค์ วามสอดคลอ้ งระหว่างกจิ กรรมชวนคดิ พนิ จิ คุณค่าก
เข้าใจ
พฤติกรรมด้าน
ตามทฤษฎกี า
กิจกรรมการเรยี นรู้

บทที่ ๑ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
วเิ คราะหเ์ นอ้ื หา
๑. เรื่องร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี แสดง
บุคลิกลักษณะของพระนางมัทรีอย่างไรบ้าง อธิบายพร้อม
ยกตวั อย่างประกอบ
๒. นกั เรียนคดิ วา่ วธิ ีการที่พระเวสสันดรตรสั บรภิ าษพระนาง
มัทรีเพื่อตัดโศกของพระนางนั้นมีความจำเป็นหรือไม่
อภิปรายและให้ข้อเสนอแนะวิธีอื่น ๆ มาอีกอย่างน้อยหน่ึง
วิธี พร้อมทั้งคาดการณ์ผลของการกระทำด้วยวิธีที่นำเสนอ
นั้นวา่ น่าจะเป็นเช่นไร
๓. คุณธรรมใดบ้างที่ปรากฏในเรื่องร่ายยาวมหาเวสสันดร
ชาดก กัณฑ์มัทรี อธิบายและยกตัวอย่างพฤติกรรมของตัว
ละครทีแ่ สดงคุณธรรมนน้ั ๆ

ประ ุยก ์ตใช้ ๒๗
ิวเคราะ ์ห
ประเมินกบั พฤติกรรมดา้ นพทุ ธพิสัยตามทฤษฎกี ารเรียนรขู้ อง Benjamin Bloom
ส ้รางสรรค์
นพุทธิพสิ ยั (Cognitive Domain)
ารเรียนรขู้ อง Benjamin Bloom

ผลการวเิ คราะห์

วิเคราะห์บุคลิกลักษณะของตัว
✓ ละครได้

มีความสร้างสรรค์ในการเสนอแนะ
วธิ ตี ัดโศกของตวั ละคร


วิเคราะห์คุณธรรมของตัวละครใน
✓ เรือ่ งได้

พฤติกรรมดา้ น
ตามทฤษฎีกา

กจิ กรรมการเรยี นรู้

จำ
เข้าใจ

๔. นกั เรียนจะนำคุณค่าด้านสังคมท่ีไดจ้ ากเร่ืองร่ายยาวมหา
เวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มัทรี ไปใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งไรได้บ้าง
พจิ ารณาภาษาการประพนั ธ์
๑. เหตุใดพระนางมัทรีจึงกล่าวเปรียบเทียบตัวพระนางว่า
“อุปมาเสมือนหนึ่งพฤกษาลดาวัลย์ย่อมจะอาสัญลงเพราะ
ลูกเป็นแทเ้ ทยี่ ง” นักเรยี นเข้าใจว่าอยา่ งไร
๒. อธิบายการใช้กวีโวหารต่อไปนี้ว่าเปน็ กวีโวหารแบบใด มี
ลักษณะอย่างไร "เอ๋ยเคยมาเปี่ยมขอบเป็นไรจึงขอดข้นลง
ขุ่นหมอง พระพายเจ้าเอ๋ยเคยมาพัดต้องกลีบอุบล พากลิ่น
สุคนธ์ขจรรสมารวยรื่น เป็นไรจึงเสื่อมหอมหายชื่นไม่เฉื่อย
ฉ่ำ..."
๓. เปรยี บเทียบโวหารคร่ำครวญของพระเวสสนั ดรเม่ือคิดว่า
พระนางมัทรสี ้นิ พระชนม์ กับโวหารครำ่ ครวญของพระรามท่ี

๒๘

นพุทธิพิสยั (Cognitive Domain)
ารเรียนรูข้ อง Benjamin Bloom

ผลการวเิ คราะห์

ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน
ส ้รางสรรค์

✓ นำคุณค่าด้านสังคมไปประยุกต์ใช้
✓ ประโยชนไ์ ด้
✓ วิเคราะห์เหตุผลการเปรียบเทียบ
✓ ของตวั ละคร
วิเคราะห์การใช้กวีโวหารได้

วิเคราะห์เปรียบเทียบโวหารคร่ำ
ครวญ จากทั้ง ๒ เรอื่ งได้

พฤตกิ รรมด้าน
ตามทฤษฎีกา

กจิ กรรมการเรียนรู้

จำ
เข้าใจ

มีต่อนางสี ดา ใน กา พย ์น างล อย พระราชน ิ พน ธ์ ✓
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั
๔. วิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ที่ได้รับจากเรื่องร่ายยาว ✓
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ัทรี
๕. รวบรวมการใช้โวหารต่าง ๆ ในเรื่องร่ายยาวมหา
เวสสันดรชาดก กัณฑม์ ัทรี
๖. ฝึกทักษะการอา่ นคำประพนั ธ์ประเภทร่ายยาว

เลอื กสรรนำไปใช้ ✓
๑. มีผู้กล่าวว่า “การจัดงานเทศน์มหาชาติเป็นเรื่องใหญ่
ต้องอาศัยทั้งกำลังคน กำลังศรัทธา และกำลังทรัพย์” ท่ี
กล่าวเช่นนั้นเพราะเหตุใด นักเรียนเคยมีประสบการณ์
เกี่ยวกับการจัดเทศน์มหาชาติหรือไม่ ลองแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ซ่งึ กนั และกัน

๒๙

นพุทธิพสิ ัย(Cognitive Domain)
ารเรียนรู้ของ Benjamin Bloom

ผลการวเิ คราะห์

ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน
ส ้รางสรรค์

✓ วิเคราะหค์ ณุ ค่าด้านวรรณศิลปไ์ ด้
เขา้ ใจถงึ โวหารต่าง ๆ ในเรอื่ ง

ใช้ความรู้ความจำในการฝึกอ่านคำ
ประพันธไ์ ด้

ใชค้ วามรูค้ วามจำในการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ได้

พฤติกรรมด้าน
ตามทฤษฎีกา

กจิ กรรมการเรียนรู้

จำ
เข้าใจ

๒. หาโอกาสฟังเทศน์มหาชาติที่วัดหรือที่หน่วยงานต่าง ๆ ✓ ✓
จดั ข้นึ เพื่อศกึ ษาเนอ้ื เร่ือง ประเพณี วธิ ีการ และจุดประสงค์ ✓
ในการจัดเทศนม์ หาชาติ
๓. แต่งบทประพันธ์เทิดพระคุณแม่ โดยกำหนดชนิดของคำ
ประพนั ธ์ ขอบข่ายและความยาวตามความเหมาะสม
๔. แสดงบทบาทสมมุติเรื่องมหาเวสสันดรชาดกตอนที่
นกั เรยี นสนใจ
๕. ศึกษาเพ่ิมเตมิ เรื่องมหาเวสสันดรชาดกท้ัง ๑๓ กณั ฑ์ จาก
หนังสือ และhttp://www.mahachat.com และอ่านเร่ือง
ทศชาติแล้วเปรียบเทียบการบำเพ็ญบารมีในพระชาติต่าง ๆ
กับในมหาเวสสันดรชาดก

๓๐

นพทุ ธิพิสัย(Cognitive Domain)
ารเรยี นรู้ของ Benjamin Bloom

ผลการวเิ คราะห์

ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน
ส ้รางสรรค์

มีความรู้ความจำในการเข้าร่วมงาน
เพื่อทำการศึกษา

✓ นำความรู้มาใช้ในการแต่งคำ
ประพนั ธ์ได้

เข้าใจบทบาทเพื่อแสดงบทบาท

สมมุติ

มีความรู้ความจำในการศึกษา

เร่ืองราวต่าง ๆ เพิ่มเติม

พฤติกรรมดา้ น
ตามทฤษฎกี า

กิจกรรมการเรียนรู้

จำ
เข้าใจ

บทที่ ๒ ลิลิตตะเลงพา่ ย

วเิ คราะห์เน้อื หา

๑. สรุปใจความสำคัญของคำประพันธ์จากเรื่องลิลิตตะเลง

พ่ายต่อไปนี้ แสดงความคิดเห็นว่าข้อใดบ้างที่สามารถนำไป

ประยกุ ต์ใชก้ บั ชวี ติ ในปจั จบุ ันได้ และจะใชอ้ ย่างไร

จงแจง้ เหตแุ หง่ เบ้อื ง โบราณ

เป็นประโยชน์ยุทธการ กล่าวไว้

เอาใจทหารหาญ เริงรืน่ อยู่นา

อย่าระคนปนใกล้ เกลือกกล้วั ขลาดเขลา

หน่ึงรู้พยุหเศกิ ไสร้ สบสถาน

เจนจติ วิทยาการ กาจแกล้ว

รูเ้ ชิงพิชัยชาญ ชมุ คา่ ย ควรนา

อาจจักรอนรณแผ้ว แผกแพพ้ งั หนี

หนง่ึ รู้บำเหน็จให้ ขนุ พล

๓๑

นพุทธิพิสัย(Cognitive Domain)
ารเรียนรู้ของ Benjamin Bloom

ผลการวเิ คราะห์

ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน
ส ้รางสรรค์

ประเมินค่าบทประพันธ์ เพื่อนำมา
ประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตปจั จบุ นั ได้

✓✓

พฤติกรรมด้าน
ตามทฤษฎีกา

กจิ กรรมการเรยี นรู้

จำ
เข้าใจ

อันสมรรถมอื ผจญ จดื เสยี้ น

อยา่ หย่อนวิริยะยล อย่างเกียจ

แปดประการกลเทยี ร ถ่องแทท้ างแถลง

๒. นอกเหนือจากข้อคิดในคำประพันธ์ข้างต้นแล้ว นักเรียน

ได้รับข้อคิดอะไรอีกบ้างจากการศึกษาเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย ✓

และจะสามารถนำข้อคิดนั้น ๆ มาใช้ประโยชน์ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง

๓. ในการทำสงครามกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เหตุใด

จึงต้องมีผู้แต่งกายอย่างอุปราชพม่า และอยู่บนหลังช้าง

จำนวนมากถึง ๑๖ ช้าง มีเหตุผลอย่างไรบ้างในการกระทำ

ดังกลา่ ว

๔. เหตุใดพระมหาอุปราชาจึงทรงยอมกระทำยุทธหัตถีกับ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถ้าไม่มีการกระทำยุทธหัตถี

นักเรียนคิดว่าเหตุการณจ์ ะเป็นอยา่ งไรตอ่ ไป

๓๒

นพทุ ธิพสิ ยั (Cognitive Domain)
ารเรยี นร้ขู อง Benjamin Bloom

ผลการวเิ คราะห์

ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน
ส ้รางสรรค์

จดจำข้อคดิ มาใชป้ ระโยชนไ์ ด้

มีความรู้ความจำในเนื้อเรื่อง และ
เหตุผล

วิเคราะห์เหตุผล และคาดการณ์
✓ เหตุการณไ์ ด้

พฤตกิ รรมดา้ น
ตามทฤษฎีกา

กิจกรรมการเรยี นรู้

จำ
เข้าใจ

๕. จำแนกเนือ้ หาของเร่ืองตอนที่มาจากพงศาวดารและตอน ✓
ท่ีเปน็ จินตนาการของผู้ทรงพระนิพนธ์ ชี้แจงแสดงเหตุผลใน ✓
การที่ทรงพระนิพนธ์นอกเหนือจากพงศาวดาร พร้อมทั้ง
ยกตวั อยา่ งประกอบ
๖. นำเน้ือหาตอนท่ีนักเรียนประทับใจมากท่สี ุดมาเรียบเรียง
ด้วยสำนวนภาษาของนักเรียนเองและอธิบายเหตุผลด้วยว่า
ประทบั ใจอยา่ งไร
พิจารณาภาษาการประพันธ์
๑. อธิบายลักษณะคำประพันธ์ประเภทลิลิต เขียนแผนผัง
และยกตวั อย่างประกอบ
๒. ฝึกแต่งคำประพันธ์ประเภทโคลงสองสุภาพ โคลงสาม
สุภาพ โคลงสี่สุภาพ และร่ายสุภาพตามความสนใจของ
นกั เรียน

๓๓

นพุทธิพิสยั (Cognitive Domain)
ารเรยี นรขู้ อง Benjamin Bloom

ผลการวิเคราะห์

ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน
ส ้รางสรรค์

✓ วิเคราะห์เพ่ือจำแนกเนื้อหา พร้อม
✓ ยกตวั อยา่ งประกอบได้

เข้าใจในเนื้อหา และสามารถเรียบ
เรยี งข้นึ ใหม่ได้

เข้าใจในฉันทลักษณ์คำประพันธ์
แล้วยกตัวอยา่ งประกอบได้
นำความรู้มาใช้ในการแต่งคำ
ประพันธ์ได้

พฤติกรรมดา้ น
ตามทฤษฎกี า

กจิ กรรมการเรยี นรู้

จำ
เข้าใจ

๓. วิเคราะห์คุณค่าของเรื่องลิลิตตะเลงพ่ายในด้าน ✓
วรรณศิลป์
๔. รวบรวมวธิ กี ารใช้วาทศลิ ป์ทีพ่ บในบทประพันธ์เพื่อนำไป ✓
ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวัน ✓
๕. วิเคราะห์และจำแนกประเภทของคำศัพท์ที่พบในบท
ประพนั ธ์ เช่น คำซอ้ น คำซำ้ คำประสม และคำสมาส
เลอื กสรรนำไปใช้
๑. อภิปรายหัวข้อ “ความเสียสละและความกล้าหาญของ
บรรพบุรุษไทย” หรือหัวข้ออื่น ๆ ที่สอดคล้องกับแนวคิดใน
เร่ืองลิลติ ตะเลงพา่ ย
๒. แสดงความคิดเห็นว่าการทำสงครามมีผลต่อมนุษยชาติ
อย่างไร มีวิธีใดบา้ งทจี่ ะปอ้ งกนั ไม่ให้เกดิ สงคราม
๓. ศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ นำมาจัด
นิทรรศการเพ่ือเผยแพร่ เชน่

๓๔

นพุทธิพสิ ยั (Cognitive Domain)
ารเรยี นรขู้ อง Benjamin Bloom

ผลการวิเคราะห์

ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน
ส ้รางสรรค์

✓ วเิ คราะหค์ ุณค่าด้านวรรณศลิ ปไ์ ด้
เข้าใจวิธีการใช้วาทศิลป์ เพื่อนำไป
ประยุกตใ์ ชไ้ ด้

✓ วเิ คราะห์ชนดิ ของคำได้

เข้าใจเน้อื เรื่อง และหัวขอ้ ทกี่ ำหนด

เขา้ ใจถงึ ผลของการทำสงคราม

✓ มีความคิดสร้างสรรค์ในการจัด
นทิ รรศการเพอ่ื เผยแพร่

พฤตกิ รรมดา้ น
ตามทฤษฎีกา

กจิ กรรมการเรยี นรู้

จำ
เข้าใจ

๓.๑ การจัดทพั ตามตำราพชิ ยั สงครามของไทย ✓
๓.๒ พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระ
นเรศวรมหาราช
๓.๓ พธิ กี รรมและความเชือ่ จากเรือ่ งลลิ ิตตะเลงพา่ ย

บทที่ ๓ บทละครพูดคำฉนั ท์ เรอ่ื งมัทนะพาธา
วเิ คราะห์เน้อื หา
๑. จากบทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา พอจะอนุมาน
ความทุกข์ของตัวละครได้ว่า สุเทษณ์เป็นทุกข์เพราะไม่
สมหวังในความรัก จัณฑีเป็นทุกข์เพราะสามีหมดรักมัทนา
เป็นทุกข์เพราะจากสามีที่รัก ส่วนชัยเสนเป็นทุกข์เพราะ
สูญเสียนางที่รัก นักเรียนคิดว่าใครน่าจะเป็นทุกข์ที่สุด
เพราะเหตุใด และจะปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องอย่างไรจึงจะไม่
เกิดความทกุ ขด์ งั กลา่ ว

๓๕

นพทุ ธิพสิ ัย(Cognitive Domain)
ารเรียนรู้ของ Benjamin Bloom

ผลการวเิ คราะห์

ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน
ส ้รางสรรค์

เข้าใจความรู้สกึ ของตัวละคร และมี
ความคิดสร้างสรรค์ในการ
ปรบั เปลยี่ นเน้อื เร่ือง



พฤติกรรมด้าน
ตามทฤษฎกี า

กจิ กรรมการเรยี นรู้

จำ
เข้าใจ

๒. ให้นักเรียนวิเคราะห์พฤติกรรมของสุเทษณ์ที่ปรากฏใน ✓
เรื่องว่าแสดงบุคลิกภาพอย่างไร พร้อมทั้งวิจารณ์ความรัก ✓
ของสุเทษณ์ท่ีมีต่อนางมัทนาว่าให้ข้อคิดอย่างไรบ้างแก่ผู้ที่
กำลงั มคี วามรัก
๓. อภิปรายถึงความสมเหตุสมผลในการตัดสินใจของสุ-
เทษณ์ มัทนา และชัยเสน
พจิ ารณาภาษาการประพนั ธ์
๑. วิเคราะห์คุณค่าทางด้านความงามของภาษา เช่น การใช้
โวหารภาพพจน์การใช้คำประพันธ์เรียบเรียงถ้อยค่าที่
สอดคลอ้ งกับอารมณแ์ ละความร้สู ึก
๒. ถอดคำประพันธ์บทที่สุเทษณ์ปลอบนางมัทนา ตั้งแต่
“อ้ายอดสิเนหา สุขะรื่นระเริงระรวย” และเขียนสารโน้ม
น้าวใจตามเนอ้ื ความดงั กลา่ ว

๓๖

นพทุ ธิพสิ ยั (Cognitive Domain)
ารเรยี นร้ขู อง Benjamin Bloom

ผลการวเิ คราะห์

ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน
ส ้รางสรรค์

วิเคราะหพ์ ฤติกรรมของตัวละครได้


เข้าใจการตัดสนิ ใจของตวั ละคร

วเิ คราะห์คณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ได้


เข้าใจในบทประพันธ์ถอดคำ
ประพันธ์ แล้วเขียนสารโน้มน้าวใจ
ได้

พฤตกิ รรมดา้ น
ตามทฤษฎกี า

กิจกรรมการเรยี นรู้

จำ
เข้าใจ

๓. อ่านทำนองเสนาะคำประพันธ์ประเภทฉันท์ และท่องจำ ✓
บทประพันธ์ตอนท่นี กั เรยี นประทบั ใจ
เลอื กสรรนำไปใช้ ✓
๑. อ่านบทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา ฉบับสมบูรณ์
เลือกตอนใดตอนหนึ่งนำมาแต่งเป็นคำประพันธ์ชนิดอื่น ๆ
เช่น กาพย์ กลอน ร่าย หรอื แต่งเป็นรอ้ ยแก้ว
๒. แสดงบทบาทสมมุติโดยใช้ทั้งเนื้อความภาษาไทย และ
เนือ้ ความที่ทรงแปลเป็นภาษาต่างประเทศ
๓. อภิปรายหรือโต้วาทีในญัตติ “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์”
หรือญัตติอืน่ ๆ ที่เกย่ี วกบั ความรักในแงต่ ่าง ๆ
๔. จัดแสดงละครพูดค่าฉันท์เรื่องมัทนะพาธา ตอนที่
นักเรียนประทับใจ หรือจัดประกวดระหว่างห้องเรียนตาม
เกณฑ์ที่ร่วมกันกำหนด วางแผนประชาสัมพันธ์และจัดทำ
สจู บิ ตั รการแสดง


Click to View FlipBook Version