The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Penpak Sangkla, 2021-09-08 13:08:32

ภาษาอังกฤษ ป.5 หน่วยที่ 5

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 รหสั วชิ า อ 15101
สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ ภาคเรียนท่ี 2
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 เวลา ......... ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 เรอ่ื ง Amazing animals เวลา ........... ช่วั โมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่ือง Wild animals

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั ช้นั ปี
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอ่ื งท่ฟี ังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมีเหตผุ ล

ตวั ชี้วัด 2. อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น
3. ระบ/ุ วาดภาพสัญลกั ษณ์ หรือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสัน้ ๆ ที่

ฟังหรืออา่ น
4. บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟงั และอ่านบทสนทนา และนทิ านงา่ ยๆ หรอื เรอื่ ง

สั้นๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ ึกและ
ความคดิ เหน็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ช้วี ัด 4. พูด/เขยี นเพื่อขอและใหข้ ้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเร่ืองใกลต้ วั
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการพดู และ

การเขียน
ตัวช้วี ัด 1. พูด/เขียนให้ข้อมลู เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลต้ ัว
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตัวช้ีวัด 3. เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
ตัวชีว้ ดั 1. บอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดตา่ งๆ การใช้เครือ่ งหมายวรรค
ตอน และการลำดับคำ (order) ตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพันธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ตวั ช้วี ัด 1. ฟงั พูด และอ่าน/เขียน ในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรียนและสถานศึกษา

มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ และการ
แลกเปลี่ยนเรียนรกู้ บั สงั คมโลก
ตัวช้ีวัด 1. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ
2. สาระสำคัญ

การเรยี นร้คู ำศัพท์เกย่ี วกบั สตั ว์ป่า สตั วป์ กี ตา่ งๆ บทสนทนาถาม-ตอบเกีย่ วกบั ข้อมลู ของสัตว์ปา่ และ
สตั วป์ ีก การเปรียบเทียบข้ันสูงสุด (Superlative Degree) การออกเสยี งคำที่ลงทา้ ยด้วย st และคำท่ี
ข้ึนตน้ ดว้ ยอกั ษร b การอ่านจับใจความ และเขยี นเรยี งความ ซึ่งเป็นการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษเพื่อนำไปใช้
สอ่ื สารในชีวติ ประจำวนั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้

- พูดถาม-ตอบ และสนทนาถงึ ข้อมูลของสัตวป์ า่ ได้
- พูด และเขียนคำศัพท์ชอ่ื สัตว์ปา่
- พูด และเขา้ ใจความหมายของคำศัพท์ และประโยคต่างๆ ในบทนีไ้ ด้
- ใช้ประโยคในการเปรยี บเทียบข้ันสงู สดุ ได้
- อ่านจบั ใจความได้
- เขยี นเรยี งความได้
- เลน่ เกมตามที่กำหนดได้
- ออกเสียงคำทีข่ น้ึ ต้นด้วยอักษร b และลงท้ายดว้ ย st ได้
4. สาระการเรียนรู้

4.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

- บทสนทนาท่ใี ช้ในการถาม-ตอบเกย่ี วกับข้อมูลของสตั ว์ป่า
e.g. A : How much does a koala weight?
B : It weighs about 350 kilos.

- คำศัพท์เก่ยี วกบั สตั วป์ ่าชนิดต่างๆ
- Grammar : - Superlative Degree

e.g. An ostrich is the biggest in the world.
- Pronunciation : initial sound [b] และคำท่ลี งท้ายดว้ ยพยัญชนะ st
- การอา่ นจบั ใจความ
- การเขียนเรียงความ
- การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ต่างๆ ท่ีเกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
- ความแตกต่างของเสียงตวั อักษรภาษาองั กฤษ และภาษาไทย
- มารยาททางสังคมท่ีดี และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
- กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น การเล่นเกม

- การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพท์ทเี่ กีย่ วข้องใกล้ตัว จากส่ือและ
แหลง่ การเรยี นรูต้ า่ งๆ

4.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถน่ิ
-

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ

- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
- ทักษะการคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

- ซ่อื สตั ยส์ ุจริต
- มุ่งมน่ั ในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรยี นรู้

กิจกรรมนำสกู่ ารเรียน
1. นกั เรยี นทบทวนคำศัพท์ และรูปประโยคของ Unit 3 ด้วยบัตรคำ บัตรภาพ และแถบประโยค
2. ครใู ห้นกั เรียนบอกชอื่ สัตวท์ ี่นักเรยี นรู้จกั มาให้มากทสี่ ุด
Teacher : Please tell me the name of the animal that you
know.
Tim : Elephant.
Jame : Tiger.
3. ครถู ามนักเรียนเป็นภาษาไทยว่า ใครในห้องนส้ี งู ทส่ี ุด เตย้ี ทีส่ ุด อว้ นท่ีสุด ผอมท่ีสดุ ใหน้ ักเรยี นทุก
คนช่วยกันตอบ
4. ครสู มุ่ นกั เรียน 1 คน ออกมายนื หน้าชน้ั เรียน ให้นกั เรียนท่เี หลอื ช่วยกนั บรรยายลกั ษณะของเพ่ือน
เปน็ ภาษาองั กฤษ เช่น
Kwan : He is a boy.
Tom : He has got short hair.
Somcheng : He is tall.
Moddeana : He has got black eyes.
5. ครูบอกนักเรยี นว่าใน Unit 4 Lesson 1 จะเรยี นเก่ียวกบั สตั ว์ การบรรยายลกั ษณะ การ
เปรยี บเทียบขัน้ สูงสุด (Superlative) และประโยคต่างๆ

กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้
1. นักเรยี นเปดิ หนังสือเรียน หน้า 46 ข้อ 1 What can you see? ดภู าพแล้วบอกชอ่ื สัตวท์ ่ี
นกั เรียนเหน็ ในภาพเปน็ ภาษาองั กฤษ เชน่
Teacher : What animals can you see in this page?
Students : Elephant, monkey, crocodile, rhino, ostrich, eagle,
panda, bear, dolphin, bird and whale.
2. ให้นกั เรียนฟงั CD/Track 45 ทเี่ กี่ยวกับภาพขา้ งต้น ซงึ่ ประกอบไปด้วยประโยคคำถาม 5 คำถาม
โดยให้นักเรียนฟงั CD 2-3 คร้ัง แลว้ ตอบคำถามเหลา่ นี้

Look at the picture of the animals. How many birds can you see?
How many mammals can you see? How many reptiles can you see?
Are there any ants in the picture? Are there any tigers in the picture?

ครเู ฉลยโดยเปิด CD ช้าๆ ทีละประโยค เพ่ือใหน้ ักเรยี นเข้าใจ และช่วยกนั ตอบ ใหน้ ักเรียน
ชว่ ยกนั นบั สตั ว์ตา่ งๆ ในภาพ จากน้นั จึงสง่ ตัวแทน 1 คน ออกมาเขียนคำตอบบนกระดานสนั้ ๆ

1. 2 birds
2. 5 mammals
3. 2 reptiles
4. No, there aren’t.
5. No, there aren’t.

ครสู อนคำศัพทท์ ่ีนกั เรียนไม่ทราบโดยชูบัตรคำ mammal และ reptile ครอู ่านออกเสียงดังๆ

ให้นกั เรียนออกเสียงตาม ครูยกตัวอย่าง “mammal” ไดแ้ ก่ มนุษย์ แพะ แกะ แมว สุนัข และ

“reptile” ได้แก่ งู จระเข้ ตัวหนอน แล้วให้นักเรยี นเดาว่าท้งั 2 คำ แปลวา่ อะไร นักเรยี นเปดิ

หาคำศัพท์ในพจนานุกรม แล้วตอบครวู ่า “สัตวเ์ ล้ยี งลกู ดว้ ยนม” และ “สตั ว์เลือ้ ยคลาน”

3. ครูใหน้ ักเรยี นนำพจนานุกรมอังกฤษ-ไทย เพ่ือฝกึ หาคำศัพท์ที่ให้มาจากบตั รคำใหเ้ ร็วท่ีสุด นกั เรียน

คนใดหาไดแ้ ล้ว ให้ยกมือพร้อมกับบอกคำอา่ นและคำแปลของคำศัพท์นัน้ ถ้าถูกตอ้ งได้ 1 คะแนน

นกั เรยี นคนใดได้คะแนนมากท่สี ุดถือว่าชนะ ครูติดบัตรคำบนกระดานทีละใบ ดังน้ี

whale = วาฬ light = เบา

ocean = มหาสมทุ ร reptile = สตั ว์เลอ้ื ยคลาน

height = ความสูง mammal = สตั ว์เลยี้ งลกู ด้วยนม

weigh = น้ำหนกั (n.) Earth = โลก

weight = หนัก (v.) world = โลก

cheetah = เสือชตี าห์ strong = แข็งแรง

ostrich = นกกระจอกเทศ heavy = หนัก

นกั เรียนทกุ คนออกเสียงคำศัพท์พรอ้ มๆ กัน แลว้ จดคำศัพทแ์ ละคำแปลลงในสมุดของตนเอง

4. นกั เรยี นดภู าพและออกเสียงตาม CD/Track 46 2 รอบในหนังสือเรียน หนา้ 47 ข้อ 1 Look,

listen and repeat. จากน้ันครูใหน้ ักเรียนบอกความหมายและสะกดตวั อักษรของคำศัพท์

cheetah ostrich blue whale humming bird
weigh strong heavy light

Teacher : What’s this?
Students : It’s a cheetah.
Teacher : What does it mean?
Students : เสือชีตาห์
Teacher : How do you spell “cheetah”?
Students : C - H - E - E - T - A - H.
5. ครจู ดและอธิบายเรอื่ ง Superlative Degree บนกระดาน แล้วใหน้ กั เรยี นจดลงสมดุ ของตนเอง
ดงั น้ี
Superlative Degree (การเปรยี บเทียบในขัน้ สูงสุด) คอื การเปรยี บเทยี บลักษณะอาการของคน
สตั ว์ สิง่ ของทม่ี คี วามเปน็ ทส่ี ุด ซ่ึงในระดบั นจี้ ะได้เรยี นรู้กฎการเปลย่ี นคำคุณศัพท์ (Adjective)
และคำวิเศษณ์ (Adverb) ดังน้ี
1. เตมิ est หลงั adj. / adv. ท่อี อกเสยี งไม่เกิน 2 พยางค์ เช่น
fast fastest
tall tallest
2. adj. หรอื adv. ที่ลงท้ายด้วย y ใหเ้ ปล่ียน y เปน็ i แลว้ เตมิ -est เช่น
heavy heaviest
3. คำทอ่ี อกเสียงสัน้ เพยี งพยางค์เดียวและลงท้ายด้วยพยญั ชนะตัวเดยี วตอ้ งเพิ่มพยัญชนะทา้ ย
ตวั นัน้ กอ่ น แลว้ เติม -est เช่น
big biggest
4. ต้องวาง the ไว้ขา้ งหน้า adj. หรอื adv. ท่เี ป็นข้นั สูงสุดเสมอ เช่น
fast the fastest

tall the tallest
heavy the heaviest
big the biggest
ครเู ขียน adj และ adv บนกระดาน แล้วให้นกั เรียนเปลยี่ นคำ adj. และ adv. เหลา่ นน้ั ให้เปน็
การ
เปรียบเทียบขนั้ สูงสุด* (Superlative Degree)

Adj. / Adv. Superlative Degree

big the biggest
short the shortest
heavy the heaviest
light the lightest
small the smallest
long the longest
tall the tallest
fat the fattest

*ข้ันสงู สดุ ต้องมี the นำหนา้ เสมอ
6. นกั เรียนเปิดหนังสอื เรียน หนา้ 47 ข้อ 2 Read, listen and match. นักเรียนอา่ นออก

เสียงขอ้ ความจาก CD/Track 47 จากนั้นใหน้ กั เรียนชว่ ยกันแปลข้อความและจบั คู่ข้อความกับภาพ
ให้ถกู ต้องและเหมาะสม

1. This animal lives in Africa. It has got big teeth. It eats
animals.
It is the fastest animal in the world.

2. This animal is a bird, but it can’t fly. It has got long legs.
It runs very fast. It is the biggest bird in the world.

3. This animal is very small. It is the lightest bird in the world.
4. This animal is a mammal. It lives in the ocean. It is the

biggest animal in the world.

23 1 4

ทุกข้อความเมอ่ื อ่านเสรจ็ แล้ว ครูถามนกั เรยี นว่ามนั คืออะไร
Teacher : Number 1, what is it?
Students : It’s a cheetah. (เขยี นเลข 1 ใตภ้ าพเสือชีตาห์)

7. ครใู หด้ หู นงั สือเรียน หน้า 48 ข้อ 3 Read, ask and answer. โดยครชู ไ้ี ปทีภ่ าพแตล่ ะ
ภาพแล้วถามนักเรยี นว่านี้คอื อะไร (What’s this?) ให้นกั เรยี นดูภาพ ช้ตี ามและตอบ โดยให้
นกั เรยี นดขู ้อมลู ของสัตวแ์ ต่ละชนิดวา่ สงู และนำ้ หนักเทา่ ไหร่ จากนั้นครถู ามนักเรยี นให้นักเรยี นตอบ
เช่น
Teacher : How much does a rhino weigh?
Students : It weighs about 1,300 kilos.
Teacher : How tall is a rhino?
Students : It’s about 2 meters tall.

ครูสุ่มนกั เรยี น 1 คน เปน็ คนถาม และอกี 1 คน เป็นคนตอบ จากนน้ั ให้นกั เรียนท่ีเป็นคนตอบ
เปลยี่ นเป็นคนถาม และเลอื กเพื่อนมา 1 คน เปน็ คนตอบ ทำอยา่ งน้ีจนครบทกุ คน
กจิ กรรมรวบยอด
1. ครเู ปดิ CD/Track 54 3 รอบ รอบแรกนักเรยี นฟงั CD แลว้ ช้ีภาพตามประโยคที่ได้ยิน รอบที่ 2
นกั เรยี นฟังประโยคจาก CD ครูออกเสียงประโยคตาม CD ทีละประโยค นักเรยี นออกเสยี งตาม
และช้ภี าพใหถ้ ูกต้อง รอบที่ 3 นักเรียนฝึกออกเสยี งตาม CD

1. The snake is on the tree.
2. The dolphin is in the sea.
3. The elephant is very heavy.
4. The monkey is between the elephant and the crocodile.
5. There are two reptiles in the picture.

2. ครถู ามนักเรยี นเป็นภาษาองั กฤษ และให้นักเรียนผลดั กันตอบ ดงั น้ี
Teacher : Are cheetah slow animals?
Sam : No, they aren’t.
Teacher : Are humming birds heavy?
Susie : No, they aren’t.
Teacher : Are blue whales very big?

Riam : Yes, they are.
Teacher : Are elephant heavy and strong?
Kwan : Yes, they are.
Teacher : Can ostriches fly?
Jack : No, they can’t.
Teacher : Are giraffes very tall?
Jay : Yes, they are.
3. ครูให้นักเรยี นทำใบงาน

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรยี น Smile ป. 5
2. Audio CD Smile ป. 5
3. บัตรภาพ บัตรคำ แถบประโยค

9. การวัดและประเมินผล

วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจชน้ิ งาน/ใบงาน ช้นิ งาน/ใบงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่

สงั เกตการใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ันในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ทำงาน

English Per – Test

Choose the correct answer. c. 10 miles d. 20 hours

1. How much do you weigh?
a. 150 centimetres b. 50 kilos

2. Which animal is the heaviest?

a. Giraffe b. Dog c. Cat d. Elephant

3. Which animal is the tallest?

a. Giraffe b. Dog c. Cat d. Elephant

4. Which animal is the lightest?

a. Giraffe b. Dog c. Cat d. Elephant

5. Which animal is the fastest?

a. Koala b. Cheetah c. Rhino d. Panda

6. A…………lives in Australia. b. cheetah c. rhino d. panda
a. koala

7. A………….lives in China. b. cheetah c. rhino d. panda
a. koala

8. ………………are reptiles.

a. Bee and bird b. Snake and crocodile c. Dog and cat d. Rhino and Koala

9. A…………..is mammal. c. crocodile d. dog
a. bird b. snake

10. A……………is the smallest bird.

a. eagle b. sparrow c. humming bird d. dove

Worksheet : Unit 4 Amazing animals

Name…………………………………………..……………………………………………………………………………….class……….……..No…………....

Nickname…………………………………. Date…………………………………… Teacher………………………………………….

( วิชาภาษาองั กฤษ อ 15101 ) กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ

Complete the crossword below.

r l
ce em

y l
sr

1
5

2
6

3
7

4

Excellent Good Fair

แบบประเมินทักษะทางภาษา

วิชา ………………………………….………...........................….. ชนั้ …………………………………...………..

Lesson ………………………………………………..………….. กจิ กรรม ……………………..………………

คำช้ีแจง : ใหค้ รผู สู้ อน สังเกตการใชท้ ักษะทางภาษาในขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยเขยี นระดบั คะแนน

ลงในตาราง ใหต้ รงกบั ความสามารถของผเู้ รยี น

เกณฑ์การให้คะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรุง

เลขท่ี ชอื่ -สกลุ พูดสนทนาเ ีก่ยว ักบ ิวชา ่ีทเรียน ิกจ ัวตร ี่ท สรุปผล
โรงเรียน และวิ ีธการเ ิดนทางไปโรงเรียน การประเมิน
ออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมาย
คำ ัศพ ์ทเก่ียวกับ ิวชา ี่ทเรียน และยานพาหนะ รวม
ี่ทใช้ในการเ ิดนทาง คะแนน
พูด / เ ีขยนประโยคด้วย Present Simple
Tense ไ ้ด รวม ั้ทงสามารถใ ้ช Question ผา่ น ไมผ่ า่ น
Words กับประโยคคำถาม
อ่านจับใจความไ ้ด
เ ีขยนเรียงความง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง และ
กิจวัตรประจำ ัวนไ ้ด

ลงช่ือ ..................................................................... ผู้

ประเมิน

การประเมนิ : นักเรียนที่ได้คะแนน 10 คะแนนขน้ึ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน (คะแนนเตม็ 20)

แบบประเมินชน้ิ งาน
คำชแี้ จง : ใหค้ รผู สู้ อน ตรวจช้ินงานของนักเรยี น โดยเขียนระดบั คะแนนลงในตาราง ให้ตรงกับ

ความสามารถของผู้เรียน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ตอ้ งปรับปรุง

เลขท่ี ชอื่ -สกลุ การนำเสนอผลงาน (ในภาพรวม) รวม สรปุ ผล
การเตรียมความพร้อมก่อนนำเสนอ คะแนน การประเมนิ
(หรือความสา ัมค ีคในการทำงาน)
ความ ูถก ้ตองของ ิ้ชนงาน ผ่าน ไมผ่ า่ น
ความเ ีรยบร้อยสวยงาม
ความ ิคดริเร่ิมสร้างสรร ์ค

ลงชอื่ ..................................................................... ผู้ประเมิน
การประเมิน: นักเรียนท่ไี ดค้ ะแนน 10 คะแนนขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน (คะแนนเตม็ 20)

ประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ด้าน

คำชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน ในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด  ลงในชอ่ งวา่ ง

ให้ตรงกับระดับคะแนน และตามความเปน็ จรงิ โดยมเี กณฑ์การใหค้ ะแนน ดังน้ี
4 = พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ชิ ัดเจนมาก และบ่อยคร้ัง สม่ำเสมอ
3 = พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ
2 = พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบ่อยครง้ั
1 = พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตบิ างครั้ง

คุณลักษณะอนั รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
พึงประสงคด์ า้ น 4 32 1

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มคี วามรกั และภูมใิ จในความเป็นชาติ

กษตั รยิ ์ 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมของศาสนา

1.3 แสดงออกถงึ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตรยิ ์

2. ซื่อสตั ย์สุจริต 2.1 ปฏบิ ัติตามระเบียบการสอน และไมล่ อกการบ้าน

2.2 ประพฤติ ปฏิบตั ิ ตรงต่อความเปน็ จริงต่อตนเอง

2.3 ประพฤติ ปฏบิ ัติ ตรงตอ่ ความเป็นจรงิ ต่อผ้อู นื่

3. มีวินัย 3.1 เขา้ เรยี นตรงเวลา

3.2 แตง่ กายเรียบรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ

3.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้อง

4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ การเรียนรตู้ ่างๆ

4.2 มกี ารจดบนั ทึกความร้อู ย่างเป็นระบบ

4.3 สรปุ ความรู้ได้อย่างมีเหตุผล

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสิง่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

พอเพียง 5.2 ใช้อปุ กรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณคา่

5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงิน

6. มุ่งมน่ั ในการ 6.1 มีความตงั้ ใจ และพยายามในการทำงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย

ทำงาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออุปสรรค เพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รักความเปน็ 7.1 มจี ิตสำนึกในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

ไทย 7.2 เห็นคุณคา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจิต 8.1 รจู้ ักการใหเ้ พือ่ ส่วนรวม และเพื่อผ้อู ื่น

สาธารณะ 8.2 แสดงออกถึงการมีนำ้ ใจหรือการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื

8.3 เข้าร่วมกจิ กรรมบำเพญ็ ตนเพอ่ื สว่ นรวมเมือ่ มโี อกาส

บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้

1 สรุปผลหลังการจดั การเรยี นรู้

1.1 นกั เรียนจำนวน..................คน

ผ่านจุดประสงค์การเรียนร.ู้ .....................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้..................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................

นักเรียนนีไ่ มผ่ า่ น มีดงั น้ี

1............................................................ 2............................................................

3............................................................ 4............................................................

5............................................................ 6............................................................

สรปุ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K)  รกั ษช์ าติ ศาสน์ กษัตริย์  อยอู่ ย่างพอเพยี ง
..........................................................................................  ซือ่ สตั ย์สจุ รติ  มุง่ ม่ันในการทำงาน
..........................................................................................  มวี นิ ยั  รกั ความเปน็ ไทย
..........................................................................................  ใฝ่เรียนรู้  มีจติ เปน็ สาธารณะ
1.3 นกั เรียนมีความรเู้ กดิ ทักษะ (P)
.......................................................................................... สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
..........................................................................................
..........................................................................................  การสอ่ื สาร
1.4 นักเรยี นมเี จตคติ คา่ นิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)  การคดิ
..........................................................................................  การแก้ปญั หา
..........................................................................................  การใช้ทกั ษะชวี ิต
.........................................................................................  การใช้เทคโนโลยี

2. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................
(นางสาวเพ็ญพักตร์ แสงกลา้ )

ตำแหน่ง ครู คศ.1 โรงเรยี นวัดชนิ วราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม์)

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผูท้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ นางสาวเพ็ญพักตร์ แสงกล้า แล้วมีความเห็นดังน้ี
1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2.การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
 นำไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................... ...........................................

ลงช่อื .........................................................
( นางฉฐั อติพา แชม่ ชมดาว )

ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวัดชินวราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม์)

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 รหสั วิชา อ 15101
สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ภาคเรียนท่ี 2
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 เวลา ......... ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 เรอ่ื ง Amazing animals เวลา ........... ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 2 เรือ่ ง Superlative

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่อื งท่ีฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมเี หตผุ ล

ตัวชีว้ ัด 2. อ่านออกเสียงประโยค ขอ้ ความ และบทกลอนสนั้ ๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น
3. ระบ/ุ วาดภาพสญั ลักษณ์ หรือเครอ่ื งหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสัน้ ๆ ที่

ฟงั หรอื อ่าน
4. บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟงั และอ่านบทสนทนา และนทิ านงา่ ยๆ หรอื เรือ่ ง

สัน้ ๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึกและ
ความคิดเห็นอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชว้ี ัด 4. พดู /เขยี นเพื่อขอและให้ข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเร่ืองใกลต้ วั
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการพดู และ

การเขยี น
ตวั ชว้ี ัด 1. พูด/เขียนใหข้ ้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ชีว้ ดั 3. เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
ตัวช้วี ัด 1. บอกความเหมอื น/ความแตกตา่ งระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดตา่ งๆ การใช้เครือ่ งหมายวรรค
ตอน และการลำดบั คำ (order) ตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ า่ งๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ตวั ชว้ี ดั 1. ฟงั พูด และอา่ น/เขยี น ในสถานการณ์ต่างๆ ท่เี กิดข้นึ ในหอ้ งเรียนและสถานศึกษา

มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาต่างประเทศเปน็ เครื่องมือพน้ื ฐานในการศึกษาต่อการประกอบอาชพี และการ
แลกเปล่ยี นเรยี นรู้กบั สังคมโลก
ตัวชว้ี ดั 1. ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ต่างๆ

2. สาระสำคญั
การเรยี นรู้คำศัพท์เกีย่ วกับสัตวป์ ่า สตั วป์ กี ตา่ งๆ บทสนทนาถาม-ตอบเกย่ี วกบั ขอ้ มูลของสัตวป์ า่ และ

สตั วป์ กี การเปรียบเทียบข้นั สงู สุด (Superlative Degree) การออกเสียงคำท่ีลงท้ายดว้ ย st และคำท่ี
ข้นึ ต้นดว้ ยอกั ษร b การอ่านจับใจความ และเขียนเรยี งความ ซ่ึงเป็นการเรียนรภู้ าษาองั กฤษเพ่ือนำไปใช้
สอื่ สารในชวี ิตประจำวนั

3. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

- พดู ถาม-ตอบ และสนทนาถึงข้อมูลของสัตวป์ า่ ได้
- พูด และเขยี นคำศพั ท์ชือ่ สัตว์ปา่
- พูด และเขา้ ใจความหมายของคำศัพท์ และประโยคตา่ งๆ ในบทนี้ได้
- ใช้ประโยคในการเปรยี บเทียบขน้ั สงู สดุ ได้
- อ่านจบั ใจความได้
- เขยี นเรียงความได้
- เล่นเกมตามท่ีกำหนดได้
- ออกเสียงคำทขี่ ึ้นต้นด้วยอักษร b และลงท้ายดว้ ย st ได้

4. สาระการเรยี นรู้

4.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง

- บทสนทนาทใี่ ชใ้ นการถาม-ตอบเกีย่ วกับข้อมลู ของสัตวป์ ่า
e.g. A : How much does a koala weight?
B : It weighs about 350 kilos.

- คำศพั ท์เก่ียวกับสตั วป์ ่าชนิดตา่ งๆ
- Grammar : - Superlative Degree

e.g. An ostrich is the biggest in the world.
- Pronunciation : initial sound [b] และคำท่ลี งทา้ ยด้วยพยญั ชนะ st
- การอ่านจบั ใจความ
- การเขยี นเรยี งความ
- การใชภ้ าษาในการฟัง/พูดในสถานการณต์ ่างๆ ที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรยี น

- ความแตกต่างของเสยี งตวั อักษรภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
- มารยาททางสังคมที่ดี และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
- กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเลน่ เกม
- การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการรวบรวมคำศัพทท์ ีเ่ กี่ยวข้องใกลต้ ัว จากสอื่ และ

แหลง่ การเรยี นรูต้ ่างๆ
4.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน

-
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด

- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
- ทกั ษะการคดิ อย่างสรา้ งสรรค์

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

- ซ่ือสัตยส์ จุ ริต
- ม่งุ มน่ั ในการทำงาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้

กิจกรรมนำสกู่ ารเรียน
1. นักเรียนทบทวนคำศัพท์ท่ีไดเ้ รียนในชวั่ โมงทผ่ี ่านมา ดว้ ยบตั รภาพ และบตั รคำ โดยการพูดระบชุ ่ือ
สัตวใ์ ห้ถกู ต้องตามบัตรภาพ และชว่ ยกันจับคู่บตั รภาพและบตั รคำบนกระดาน
2. นักเรียนถามน้ำหนักเพือ่ นข้างเคยี ง โดยใหเ้ พ่อื นตอบโดยประมาณ แล้วนกั เรยี นรายงานสรปุ ดังน้ี
A : How much do you weigh?
B : I weigh about 35 kilos.
A สรปุ ดังนี้ : B weighs about 35 kilos. She is light.
ครสู มุ่ นักเรยี น 2 คู่ ให้ยืนข้ึนพูดบทสนทนา และสรปุ ทีละคู่
3. ครบู อกจุดประสงคใ์ นการเรยี นในช่ัวโมงตอ่ ไปวา่ นักเรียนจะได้เรียนร้เู ร่ืองการเปรียบเทียบขัน้ สูงสดุ
การอา่ นจบั ใจความ การเขยี นเรียงความ และการออกเสียงให้ถกู ต้อง

กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้
1. นกั เรียนเปดิ หนังสือเรียน หน้า 48 ข้อ 4 Look at the animals above. Then ask
and answer with your partner. ให้นักเรยี นดูข้อมูลสัตวต์ ่างๆ จากข้อ 3 แลว้ ตอบคำถาม
ของครู ดงั น้ี
Teacher : Which animal is the highest? (It’s a giraffe.)
: Which animal is the heaviest? (It’s an
elephant.)
: Which animal is the biggest? (It’s an
elephant.)
: Which animal is the shortest? (It’s a cheetah.)
: Which animal is the fastest? (It’s a cheetah.)
: Which animal is the smallest? (It’s a cheetah.)

2. ครชู ภู าพหมีขั้วโลก แล้วถามนักเรียนวา่ อะไร นกั เรยี นตอบวา่ “Polar bear” ครบู อกนักเรยี นวา่
พวกเราจะเรียนร้เู ร่ืองหมโี พลากนั โดยครใู ห้นักเรียนอ่านบทความในหนงั สือเรียน หน้า 49 ขอ้ 5
Read and answer the questions. แล้วตอบคำถาม ใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสยี งบทความ
พร้อมกนั
1 รอบ จากนัน้ ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ กลุ่มๆ ละ 3 คน แจกกระดาษเปลา่ 1 ใบ และ
พจนานกุ รม 1 เลม่ ใหส้ มาชิกในกลมุ่ ชว่ ยกันแปลบทความเป็นภาษาไทยพร้อมตกแตง่ ใหส้ วยงาม ครู
จับเวลาในการทำงานกลมุ่ 20-30 นาที แลว้ ใหน้ กั เรยี นทุกกลมุ่ ออกมานำเสนอหนา้ หอ้ ง เมอ่ื ทำ
กจิ กรรมเสร็จครแู ปลบทความตามทลี ะประโยค โดยใหน้ กั เรียนทกุ คนอ่านบทความภาษาองั กฤษทีละ
ประโยค แล้วชว่ ยกนั แปลเป็นภาษาไทย ครูเฉลยคำตอบและรวบรวมผลงานนักเรียนมาติดบอร์ดหนา้
ห้อง

1. They live in the Arctic.
2. They have got white thick fur, strong legs and a black
nose.
3. Yes, they can.
4. They weight about 250-770 kilos.
5. They eat seals and whales.

3. ครูชูตุ๊กตาหมีโคลา แล้วถามนกั เรยี นว่าเป็นสัตว์อะไร อาศยั อยูท่ ่ีไหน นักเรยี นตอบวา่ หมีโคลาอยู่ใน
ประเทศออสเตรเลีย ครใู ห้ความรแู้ กน่ กั เรียนวา่ หมี koala ชอบกนิ ใบยคู าลปิ ตัส อาศัยอย่บู นตน้ ยู

คาลิปตสั แล้วครูแจกกระดาษเปลา่ ขนาด A4 แก่นกั เรียนคนละ 1 แผ่น เพอ่ื ใหบ้ รรยายหมี
Koala ในหนังสอื เรียน หน้า 49 ข้อ 6 Read the information and write about
the animal. นักเรยี นดขู ้อมูลที่ให้มาในหนังสือเรียนและเขยี นบรรยายโดยดตู ัวอย่างในการเขียน
จากข้อ 5 พรอ้ มกบั ตกแต่งผลงานใหส้ วยงาม จากนนั้ ครรู วบรวมผลงานแล้วสมุ่ ผลงานของนักเรยี น
3-4 ชิ้น เจา้ ของผลงานออกมานำเสนอและพูดบรรยายหน้าชัน้ เรียน ครตู รวจผลงานและสง่ ผลงาน
คนื นักเรียน เพ่ือใหน้ ักเรียนเก็บไวเ้ ปน็ ผลงานของตนเอง

ตวั อยา่ งงานเขยี นของนกั เรียน

The koala lives in Australia. They have grey, big round ears, black nose,
short arms and legs. They weigh about 8-14 kilograms, about 60
centimetres tall. They sleep about 16-17 hours a day. They can live 17
years.

4. ครูสอนการออกเสียง /st/ ซ่ึงเทยี บได้กบั เสยี ง 2 เสยี ง คือเสยี ง /s/ และเสยี ง /t/ ซ่ึงก็คือเสียง
“ส” และ “ท” ในภาษาไทยน่นั เอง นกั เรียนต้องออกเสียง /s/ กอ่ นเสยี ง /t/ ครูหยบิ บตั รคำ
1 คำขึ้นมาเพื่อเปน็ ตวั อย่าง คอื tallest ครูชไี้ ปทีป่ ากแล้วออกเสียงบตั รคำซำ้ ๆ โดยเนน้ ท่ี -
st นักเรียนออกเสยี งตาม ครเู ตรียมบัตรคำ fastest, longest, heaviest, smallest ครูชบู ตั ร
คำทลี ะคำและอา่ นออกเสยี ง นกั เรียนฝกึ ออกเสียงตามทลี ะคำ จากน้ันใหน้ ักเรยี นฝึกออกเสยี งด้วย
ตนเอง แลว้ ครูเปดิ CD/Track 48 2 รอบ เพื่อใหน้ ักเรียนฝึกออกเสียงตาม CD

English sounds
Listen and say.
Giraffe are the tallest and cheetahs are the fastest.

5. ครูสอนการออกเสยี ง /b/ ซึ่งเทียบได้กับเสียง “บ” ในภาษาไทย ครเู ตรียมบัตรภาพ ไดแ้ ก่ รูป
หมี รปู เด็กผชู้ าย รปู นก รูปกลอ่ ง และครูชูบัตรภาพทลี ะใบ แล้วถามนักเรยี นวา่
Teacher : What’s this? (ชูบตั รภาพหมี)
Students : It’s a bear.
Teacher : Bear, bear, bear. (นักเรียนออกเสยี งตามครู 3 ครั้ง)
Students : Bear, bear, bear.

นกั เรียนฝกึ ออกเสียง /b/ ตามบัตรภาพ ได้แก่ boy, bird, box จนคลอ่ ง

นกั เรยี นชว่ ยกันคิดหาคำศัพท์อน่ื ๆ ทข่ี ึ้นต้นดว้ ยเสียง /b/ เมื่อคดิ ได้แล้วจงึ บอกครู ครูเขียนบน

กระดาน เพ่อื ใหน้ ักเรียนฝกึ ออกเสียง เชน่

big bed brown black
bee book bench etc.

กิจกรรมรวบยอด
1. ครทู บทวนการเปลีย่ นคำคุณศัพท์ให้เป็นขน้ั สงู สุด (Superlative) แลว้ เปลี่ยนคำทใ่ี หม้ าเป็น
Superlative จากนน้ั ดูข้อมลู ของสตั วแ์ ต่ละชนดิ ครูชี้ไปท่ีรปู ภาพทีละรูปแล้วถามนกั เรียนเปน็
ภาษาไทยเก่ียวกบั น้ำหนัก ความสงู และความยาวของสตั ว์ชนิดน้นั แล้วให้นกั เรยี นเปรียบเทียบ
ขอ้ มลู ดงั กลา่ ว และเติมคำลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกต้อง

tallest lightest shortest heaviest longest
1. heaviest, lightest
2. shortest, largest
3. tallest, shortest

2. ครูใหน้ ักเรยี นบรรยายเป็นภาษาไทยเก่ยี วกับ “อฐู ” ว่ามีลกั ษณะอยา่ งไร แล้วใหน้ กั เรียนอ่านและ
แปลบทความเปน็ ภาษาไทยทีละประโยค จากน้นั ให้นักเรียนทุกคนร่วมกนั ตอบคำถามจากเนื้อเร่ือง
ครูอา่ นคำถามทลี ะคำถาม แล้วครูส่มุ นกั เรียน 4 คน ให้ออกมาเขยี นคำตอบบนกระดาน คนละ 1
ขอ้ ครูให้นักเรียนระวงั การใช้คำกริยา

1. They live in the desert.
2. It is brown. It has got short fur and long, thin legs.

It has a large body and a long neck.
3. It has a hump on its back.
4. It eats leaves of trees.

3. ครถู ามนักเรียนว่านกั เรียนรูจ้ ักนกอีมู (Emu) หรอื ไม่ ถ้ารู้จักหรอื ไมร่ จู้ กั ใหน้ ักเรยี นพยายามตอบ

หรอื เดา ครูถามนักเรยี นทุกคนเป็นภาษาไทยว่า นกอีมเู ป็นสตั วจ์ ำพวกใด มีถน่ิ กำเนิดท่ีไหน

ลกั ษณะตามลำตวั เปน็ อยา่ งไร ทานเนือ้ สตั ว์หรอื กินพืช

1. emu 2. Australia 3. 150-190 centimetres

4. long neck 5. long legs 6. run very fast

7. leaves of trees 8. insects

Background Information

ครูอธิบายนกั เรียนว่า คำว่า “centimeters” ใช้ในประเทศอังกฤษ แตใ่ นอเมริกาเขยี น
“centimeters” เชน่ เดยี วกบั คำว่า centre - center

(นำ) (USA)

4. ครใู หน้ ักเรยี นทำใบงาน Superlative

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน Smile ป. 5
2. Audio CD Smile ป. 5
3. บตั รภาพ บัตรคำ แถบประโยค

9. การวดั และประเมนิ ผล

วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจชน้ิ งาน/ใบงาน ชน้ิ งาน/ใบงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

สงั เกตการใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มั่นในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ทำงาน

Worksheet : Unit 4 Amazing animals

Name…………………………………………..……………………………………………………………………………….class……….……..No…………....

Nickname…………………………………. Date…………………………………… Teacher………………………………………….

( วิชาภาษาอังกฤษ อ 15101 ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

Elephant Crocodile Lion

Lifespan: 60-70 years Lifespan: 80-100 Lifespan: 25-30 years

Age: 37 years old. years Age: 18 years old.

Weight: 7,000 kg Age: 10 years old. Weight: 250 kg

Characteristics: Weight: 500 kg Characteristics:
adventurous, fast,
intelligent, sensitive, Characteristics: wild, strong, with a
good hunter.
wild, with a good unfriendly, wild,

memo1r.yT. he elephant is ______s_t_r_o_n_g,(wbiigt)hoaf gthoeodthree.
swimmer.

2. The lion is ___________ (light).

3. The crocodile in the picture is ____________ (young).

4. The crocodile has ___________ (long) lifespan.

5. The elephant is ___________ (old). Remember!

6. The crocodile has ___________ (strong) jaw. the tallest

7. The lion is ____________ (fast). the heaviest
8. The elephant is ___________ (heavy). the youngest

Excellent Good Fair

แบบประเมนิ ทักษะทางภาษา

วชิ า ………………………………….………...........................….. ช้ัน …………………………………...………..

Lesson ………………………………………………..………….. กจิ กรรม ……………………..………………

คำชแี้ จง : ให้ครูผูส้ อน สงั เกตการใชท้ ักษะทางภาษาในขณะปฏิบตั ิกิจกรรม โดยเขยี นระดับคะแนน

ลงในตาราง ให้ตรงกับความสามารถของผู้เรียน

เกณฑก์ ารให้คะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง

เลขที่ ชอ่ื -สกุล ูพดสนทนาเ ี่กยวกับวิชาท่ีเรียน สรุปผล
ิกจ ัวตร ่ีทโรงเ ีรยน และวิธีการเ ิดนทาง การประเมิน
ไอปอโกรเงเสีรียงยนสะกดคำ และบอก
ความหมายคำ ัศพท์เ ่ีกยวกับ ิวชาที่ รวม
เรียน และยานพาหนะ ่ทีใ ้ชในการ คะแน
เ ูพดิดน/ทเางีขยนประโยคด้วย Present
Simple Tense ได้ รวม ้ทังสามารถใช้ น ผ่าน ไมผ่ ่าน
Question Words กับประโยคคำถาม
่อาน ัจบใจความได้
เขียนเ ีรยงความง่ายๆ เก่ียวกับตนเอง
และ ิกจวัตรประจำวันได้

ลงช่ือ
..................................................................... ผ้ปู ระเมิน

การประเมิน : นักเรียนที่ได้คะแนน 10 คะแนนข้นึ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน (คะแนนเตม็ 20)

แบบประเมนิ ชน้ิ งาน
คำชแี้ จง : ใหค้ รผู สู้ อน ตรวจช้ินงานของนกั เรยี น โดยเขียนระดบั คะแนนลงในตาราง ใหต้ รงกบั

ความสามารถของผเู้ รียน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ตอ้ งปรบั ปรงุ

การนำเสนอผลงาน (ในภาพรวม) สรปุ ผล
การเตรียมความพร้อมก่อนนำเสนอ การประเมนิ
(หรือความสามัค ีคในการทำงาน)
เลข ชอ่ื -สกุล ความ ูถก ้ตองของชิ้นงาน รวม
ท่ี ความเรียบร้อยสวยงาม
ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ คะแนน ไม่
ผา่ น
ผ่าน

ลงชอ่ื ..................................................................... ผ้ปู ระเมิน
การประเมิน: นกั เรยี นที่ได้คะแนน 10 คะแนนขน้ึ ไป ถอื วา่ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน (คะแนนเต็ม 20)

ประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 8 ด้าน

คำชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น ในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี
 ลงในชอ่ งว่าง

ให้ตรงกับระดับคะแนน และตามความเป็นจริง โดยมีเกณฑก์ ารให้คะแนน ดังนี้
4 = พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัติชดั เจนมาก และบอ่ ยคร้ัง สม่ำเสมอ
3 = พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ัติชัดเจนและสม่ำเสมอ
2 = พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตชิ ดั เจนและบ่อยคร้ัง
1 = พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัติบางคร้ัง

คณุ ลักษณะอัน ระดับคะแนน
4 32 1
พึงประสงค์ รายการประเมิน

ดา้ น

1. รักชาติ 1.1 มคี วามรัก และภูมิใจในความเป็นชาติ

ศาสน์ 1.2 ปฏิบัติตนตามหลกั ธรรมของศาสนา

กษัตรยิ ์ 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษตั ริย์

2. ซ่ือสัตย์ 2.1 ปฏิบัตติ ามระเบียบการสอน และไมล่ อกการบ้าน

สุจรติ 2.2 ประพฤติ ปฏิบตั ิ ตรงต่อความเปน็ จรงิ ตอ่ ตนเอง

2.3 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อน่ื

3. มีวินยั 3.1 เขา้ เรียนตรงเวลา

3.2 แตง่ กายเรียบร้อยเหมาะสมกบั กาลเทศะ

3.3 ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของหอ้ ง

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรูต้ า่ งๆ

4.2 มกี ารจดบันทึกความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ

4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตุผล

5. อยู่อย่าง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสิง่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั

พอเพียง 5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คณุ คา่

5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน

6. มุ่งม่นั ในการ 6.1 มีความตัง้ ใจ และพยายามในการทำงานที่ไดร้ บั มอบหมาย

ทำงาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค เพือ่ ให้งานสำเร็จ

7. รกั ความเป็น 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย

ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ 8.1 รู้จกั การให้เพื่อสว่ นรวม และเพื่อผู้อ่นื

สาธารณะ 8.2 แสดงออกถงึ การมีน้ำใจหรอื การให้ความช่วยเหลอื ผ้อู ื่น

8.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญตนเพอื่ ส่วนรวมเม่ือมโี อกาส

บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้

1 สรุปผลหลังการจดั การเรยี นรู้

1.1 นกั เรียนจำนวน..................คน

ผ่านจุดประสงค์การเรียนร.ู้ .....................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้..................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................

นักเรียนนีไ่ มผ่ า่ น มีดงั น้ี

1............................................................ 2............................................................

3............................................................ 4............................................................

5............................................................ 6............................................................

สรปุ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K)  รกั ษช์ าติ ศาสน์ กษัตริย์  อยอู่ ย่างพอเพยี ง
..........................................................................................  ซือ่ สตั ย์สจุ รติ  มุง่ ม่ันในการทำงาน
..........................................................................................  มวี นิ ยั  รกั ความเปน็ ไทย
..........................................................................................  ใฝ่เรียนรู้  มีจติ เปน็ สาธารณะ
1.3 นกั เรียนมีความรเู้ กดิ ทักษะ (P)
.......................................................................................... สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
..........................................................................................
..........................................................................................  การสอ่ื สาร
1.4 นักเรยี นมเี จตคติ คา่ นิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)  การคดิ
..........................................................................................  การแก้ปญั หา
..........................................................................................  การใช้ทกั ษะชวี ิต
.........................................................................................  การใช้เทคโนโลยี

2. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................
(นางสาวเพ็ญพักตร์ แสงกลา้ )

ตำแหน่ง ครู คศ.1 โรงเรยี นวัดชนิ วราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม์)

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูข้ อง นางสาวเพ็ญพักตร์ แสงกล้า แล้วมีความเหน็ ดงั นี้
1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2.การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
 นำไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... .....................

ลงช่อื .........................................................
( นางฉัฐอติพา แชม่ ชมดาว )

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดชินวราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม)์

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3 รหสั วชิ า อ 15101
สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ภาคเรยี นท่ี 2
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 เวลา ......... ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง Amazing animals เวลา ........... ช่วั โมง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 เรือ่ ง Dinosaur

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัดชั้นปี
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรือ่ งท่ีฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
อย่างมีเหตผุ ล

ตัวชวี้ ดั 2. อา่ นออกเสียงประโยค ขอ้ ความ และบทกลอนสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลกั การอา่ น
3. ระบ/ุ วาดภาพสัญลักษณ์ หรือเครอื่ งหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความส้ันๆ ท่ี

ฟังหรืออา่ น
4. บอกใจความสำคญั และตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานงา่ ยๆ หรือเร่อื ง

สนั้ ๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และ
ความคดิ เหน็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ช้ีวัด 4. พดู /เขียนเพ่ือขอและใหข้ ้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรื่องใกลต้ ัว
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งต่างๆ โดยการพดู และ

การเขยี น
ตัวชีว้ ัด 1. พูด/เขียนให้ข้อมลู เกยี่ วกับตนเองและเร่ืองใกลต้ วั
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตัวชี้วดั 3. เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
ตวั ช้ีวดั 1. บอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างการออกเสยี งประโยคชนดิ ต่างๆ การใชเ้ ครอ่ื งหมายวรรค
ตอน และการลำดับคำ (order) ตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
สาระท่ี 4 ภาษากับความสมั พนั ธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ตัวชว้ี ัด 1. ฟัง พูด และอ่าน/เขียน ในสถานการณ์ต่างๆ ท่เี กิดขนึ้ ในห้องเรียนและสถานศึกษา

มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเปน็ เคร่ืองมือพน้ื ฐานในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ และการ
แลกเปล่ียนเรยี นรู้กับสงั คมโลก
ตวั ช้ีวัด 1. ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสบื คน้ และรวบรวมข้อมลู ต่างๆ
1. สาระสำคัญ

การเรยี นรู้คำศัพท์เกยี่ วกบั สตั ว์ปา่ ตา่ งๆ และสัตวโ์ ลกลา้ นปี บทสนทนาถาม-ตอบเก่ียวกับข้อมูลของ
สตั ว์ต่างๆ ประโยค Past Simple Tense เพอ่ื บอกเหตุการณใ์ นอดตี รวมทัง้ การใช้ was/were
การออกเสียงคำที่ข้นึ ต้นด้วยอักษร m การอ่านจับใจความ และเขียนเรียงความ ซึง่ เป็นการเรยี นรู้
ภาษาองั กฤษเพ่ือนำไปใช้สอื่ สารในชีวติ ประจำวนั

2. ตวั ชี้วดั /จุดประสงค์การเรยี นรู้

- พูดถาม-ตอบ และสนทนาถึงข้อมูลของสตั วต์ ่างๆ ได้
- พูด และเขียนคำศัพท์ชอ่ื สัตว์ปา่ ต่างๆ และสัตว์โลกลา้ นปีได้
- พดู และเข้าใจความหมายของคำศัพท์และประโยคตา่ งๆ ในบทน้ไี ด้
- ใช้ประโยค Past Simple Tense ไดถ้ กู ต้อง
- อ่านจบั ใจความได้
- เขยี นเรยี งความได้
- เลน่ เกมและรอ้ งเพลงภาษาอังกฤษตามท่ีกำหนดได้
- ออกเสยี งคำทข่ี ึน้ ตน้ ดว้ ยพยัญชนะ m ได้

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

- บทสนทนาท่ใี ช้ในการถาม-ตอบเกยี่ วกับข้อมูลลกั ษณะของสตั ว์ต่างๆ
e.g. A : What does it look like?
B : It is small animal with black and white feathers.

- คำศัพทเ์ กีย่ วกบั สัตวป์ ่า สตั วป์ กี และสตั ว์ดกึ ดำบรรพ์
- Grammar : - Past Simple Tense

e.g. The dinosaur was in the Jurasic period.
We went to the market yesterday.

- Pronunciation : initial sound [m]
- การอ่านจบั ใจความ
- การเขยี นเรยี งความ

- การใชภ้ าษาในการฟงั /พูด ในสถานการณ์ต่างๆ ทเ่ี กิดขึ้นในหอ้ งเรยี น
- ความแตกตา่ งของเสยี งตัวอักษรภาษาองั กฤษ และภาษาไทย
- มารยาททางสงั คมท่ดี ี และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
- กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เชน่ การรอ้ งเพลงภาษาอังกฤษ และการเล่นเกม
- การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการรวบรวมคำศัพทท์ ่ีเกยี่ วข้องใกล้ตัว จากสื่อและแหล่ง

การเรียนรตู้ า่ งๆ
3.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน

-

4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น

4.1 ความสามารถในการส่อื สาร
4.2 ความสามารถในการคิด

- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
- ทกั ษะการคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์

5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

- ซอื่ สัตย์สุจรติ
- ม่งุ ม่ันในการทำงาน

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

กิจกรรมนำสู่การเรยี น
1. ครูให้นักเรียนทบทวนคำศัพท์และรปู ประโยคของ Lesson 1 ดว้ ยบัตรคำ บัตรภาพ และแถบ
ประโยค
2. ให้นกั เรียนบอกคำท่เี กีย่ วกบั อดตี เป็นภาษาไทยให้ไดม้ ากทส่ี ุด เช่น เมอ่ื วานน้ี เม่ือปที ี่แลว้ สปั ดาห์
ที่แล้ว เปน็ ต้น
3. ครถู ามนักเรียนเป็นภาษาไทยว่า นักเรียนรู้จักไดโนเสารห์ รอื ไม่ ให้นักเรียนบรรยายลักษณะของ
ไดโนเสาร์
4. ครบู อกนักเรียนวา่ ใน Lesson 2 นจ้ี ะเรยี นเกี่ยวกบั เรอ่ื งไดโนเสาร์ และการบรรยายโดยใช้
Past Simple Tense

กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู้
1. ครูจดคำศัพท์ใหม่และชนดิ ของไดโนเสาร์ ดังนี้

คำศัพท์ million = จำนวนหลักลา้ น

fur = ขน

plant = พืช

ชนดิ ของไดโนเสาร์

mammoth = รูปร่างคล้ายชา้ งแตใ่ หญ่กว่ามีขนหนา มีงาที่โคง้ ยาว

sabre-toothed cat = รูปร่างคล้ายเสอื มีเขย้ี วใหญ่ 2 อัน อยดู่ า้ นบน

brachiosaurus = มคี อและหางยาว กินพชื

compsognathus = เปน็ ไดโนเสารท์ ีเ่ ล็กท่ีสุด คล้าย T-rex

supersaurus = เป็นไดโนเสารท์ ใ่ี หญ่ที่สุด รปู ร่างคลา้ ย Brachiosaurus

tyrannosaurus rex = เรียกสัน้ ๆ วา่ T-rex หางยาวเดนิ ดว้ ยขาหลัง กนิ เนื้อ

ครชู ภู าพไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ เพ่ือให้เข้าใจมากข้ึน นักเรยี นจดคำศัพทเ์ ก่ียวกับชนดิ ไดโนเสาร์
พรอ้ มคำแปลและคำอธิบายลงในสมดุ ของตนเอง ครูออกเสียงคำทีละคำ นกั เรยี นออกเสียงตาม

2. ให้นักเรยี นเปดิ หนังสอื เรียน หน้า 50 ข้อ 1 Look, listen and repeat. ดูภาพแลว้ ฝกึ
ออกเสียงตาม CD/Track 49 3-4 รอบ ครอู อกเสียงคำแลว้ ใหน้ ักเรยี นสะกดคำพร้อมออกเสยี งอีก
คร้ังหนงึ่

mammoth sabre-toothed cat brachiosaurus million fur plant

Teacher : How do you spell “mammoth”?
Students : M - A - M - M - O - T - H mammoth.

3. ครอู ธิบายและเขยี นโครงสรา้ งประโยค Past Simple Tense เป็นการบอกเลา่ เร่ืองราวในอดตี

ซึ่งเหตกุ ารณ์นนั้ ได้เกดิ และจบลงไปแลว้ ในอดีต ไมม่ ผี ลต่อเนื่องถึงปัจจุบัน จะมคี ำบ่งบอกเวลา

ที่ใช้ใน Past Simple Tense คอื

yesterday = เมือ่ วานน้ี

last … = ... ท่แี ล้ว

last week = สปั ดาห์ทแ่ี ลว้

last month = เดอื นท่แี ลว้

… ago = ... ทีผ่ า่ นมาแล้ว

ใน Past Simple Tense จะใช้คำกรยิ าช่องที่ 2 ซึง่ มกี ฎในการเปลย่ี นคำกริยา ดงั นี้

1. เติม -ed หลังคำกรยิ าทั่วไป เชน่

talk talked

listen listened

2. คำกริยาที่ลงท้ายดว้ ย e เตมิ d ได้เลย เช่น

live lived

3. ถา้ คำกริยานน้ั ลงท้ายด้วย y หน้า y เปน็ พยัญชนะให้เปลีย่ น y เป็น i แล้วเตมิ ed

เชน่ cry cried

try tried

แตถ่ า้ หน้า y เป็นสระให้เติม ed ไดเ้ ลย เช่น

play played

4. มีคำกริยาบางคำที่ไม่ผนั ไปตามกฎ เชน่

stand stood

say said

ข้อสงั เกต

V. to be V. to be V. to be

คำกรยิ า ช่อง 1 ชอ่ ง 2 ช่อง 1 ชอ่ ง 2 ชอ่ ง 1 ชอ่ ง 2
ประธาน

I am was

You do have

We are were

They did had

He

She is was does has

It

โครงสร้างประโยคบอกเล่า

(ประธาน) + V2 + (คาขยาย).

เช่น I played basketball yesterday.
She cried.

โครงสรา้ งประโยคปฏิเสธ

(ประธาน) + did not (didn’t) + V1 + (ส่วนขยาย).

เช่น Manee didn’t dance.

Suda didn’t go to school last week.

(ประธาน) + was not (wasn’t) + (คำขยาย).
were not (weren’t)

เช่น A cat wasn’t foolish.
My friends weren’t busy.

(ประธาน) + had not (hadn’t) + (คำขยาย).

did not have (didn’t have)

เช่น They hadn’t an umbrella.
Piti didn’t have any sandwiches.

โครงสรา้ งประโยคคำถาม

Did + (ประธาน) + V1 + ?

เชน่ Did you go to school last month?

Was

+ (ประธาน) + adj + ?

Were

เช่น Was he friendly?
Had + (ประธาน) + (คำขยาย)?

เชน่ Had you any fruits?
ขอ้ ควรจำ การตอบที่ขึน้ ตน้ ด้วยคำกริยาชว่ ย ตอ้ งการคำตอบคือ Yes และ No

เมือ่ นกั เรียนจดลงสมุดของตนเองเรยี บร้อยแลว้ เปิดแบบฝึกหดั หนา้ 38 ข้อ 2 Read and
circle. นักเรยี นอ่านประโยคแล้ววงรอบคำกรยิ าทเ่ี หมาะสมในแต่ละประโยค จากนนั้ ครูเฉลย
คำตอบใหน้ ักเรียนอา่ นประโยคที่สมบรู ณ์พรอ้ มๆ กนั 1 รอบ

1. was 2. weighed 3. was 4. were
5. lived 6. were 7. was 8. weighed

4. ครเู ขยี นประโยคคำถามบนกระดาน และอ่านคำถามให้นักเรยี นฟัง ดงั นี้
1. How much did it weigh?
2. How tall was it?
3. What was its food?
4. What is it?

ครใู หน้ กั เรยี นฟัง CD/Track 50 โดยแบ่งฟังทลี ะขอ้ แลว้ จบั ใจความเพ่ือตอบคำถาม ครเู ปิด CD
ในขอ้ ท่ี 2 Read, listen and match. ข้อละ 2 รอบ แล้วถามนักเรียนจากคำถามบนกระดาน
นักเรยี นช่วยกันตอบ

1. This animal was on earth about 145 million years ago.
Its neck was long. It was about 15 metres tall. It weighed
about 40,000 kilos. Its food was leaves of trees.

2. This animal lived in the Ice Age. Its fur was long.
It was about 3 metres long and 4 metres tall.
It weighed about 7,000 kilos. Its food was plants.

3. This animal was on earth 1.6 million years ago.
Its teeth were long. It was about 1 metre long and 2
metres tall.
It weighed about 200 kilos. Meat was its food.

จากนั้นใหน้ กั เรียนเปิดหนังสือเรียน หนา้ 50 ข้อ 2 Read, listen and match. อ่านออก
เสียงข้อความดังกล่าว แล้วจับค่ภู าพกับข้อความให้ถกู ต้อง

1. c 2. a 3. b

5. ครูแจกแบบทดสอบด้านการฟัง โดยใหน้ กั เรียนเลือกคำที่ใหม้ าเตมิ ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง จาก
เนอ้ื หาของแบบทดสอบ และ script จากขอ้ 3 ของหนังสือเรียน หน้า 51 Read and
listen about Dino. แล้วครเู ปดิ CD/Track 51 3 รอบ ครเู ฉลยคำตอบพร้อมกับเปิด CD ให้
นกั เรียนฝึกออกเสียงในรอบที่ 3

Listening Test
คำชีแ้ จง ฟังและเลือกคาที่ใหม้ าเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง

trees short small dinosaur tall biggest teeth
My name is Dino. I am a (1) . I live in the Jurassic period.
I am the tallest and (2) animal on land. My neck is long but my
tail is (3) . I weigh about 40,000 kilos. I am about 15 metres (4) .
I’ve got 52 (5) . My favourite food is leaves of (6) .

1. dinosaur 2. biggest 3. short
4. tall 5. teeth 6. trees

เสรจ็ แลว้ ครูเปดิ CD ให้นักเรียนฟังประโยคทีส่ มบรู ณ์อกี ครงั้

My name’s Dino. I’m dinosaur. I live Jurassic period. I am the
tallest and biggest animal on land. My head is small. My neck is
long but my tail is short. I weigh about 40,000 kilos. I’m about
15 metres tall. I’ve got 52 teeth. My favourite food is leaves of trees.

เมอ่ื ครเู ฉลยคำตอบและนกั เรียนฝึกออกเสยี งตาม CD เรยี บร้อยแล้ว ให้นักเรยี นเปลีย่ นรูปประโยค
ในบทความใหเ้ ปน็ Past Simple Tense จากนน้ั อ่านบทความที่เปล่ยี นเรยี บร้อยแล้ว 1 รอบ ครู
ใหเ้ ปดิ หนงั สือเรยี น หนา้ 51 Now talk about Dino using was / were / weighed /
lived. ให้นักเรียนเตมิ was, were, weighed, lived ลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้อง ครูเฉลยคำตอบ

นกั เรียนอ่านออกเสยี งประโยคทีส่ มบรู ณ์ แล้วฝึกแปลความหมายด้วยตนเอง ครคู อยช่วยเหลอื และ
แก้ไขนักเรยี นท่ีออก-เสยี งคำและแปลความหมายไม่สอดคล้องกับประโยค

1. was 2. lived 3. weighed 4. was

5. was 6. was 7. was 8. were

6. นกั เรียนอา่ นสำรวจประโยคทั้งหมด 7 ขอ้ ในหนังสือเรียน หน้า 51 Listen and write
true or false. ครเู ปดิ CD/Track 52 3-4 รอบ ฟังบทความแล้วเขยี นตอบ T ถ้าประโยคท่ี
ใหเ้ ป็นจรงิ และ F ถ้าประโยคทีใ่ ห้มาเปน็ เท็จ ข้อท่ีนักเรียนตอบเท็จใหน้ ักเรยี นแก้ไขให้เป็นจรงิ ด้วย
ครูเฉลยคำตอบและคอยชว่ ยเหลอื นักเรียน

We were at the zoo yesterday. It was fantastic! There
were three elephants. The heaviest elephant weighed 4,000
kilos.There was a giraffe. It was five metres tall. I like
giraffes. There are my favourite animal.There were two
cheetahs. Their brown and black hair was beautiful.I like the
panda too. His fur was black and white. There were lots of
bamboo leaves for him but he wasn’t hungry.There were
six humming birds. The lightest humming bird weighed only
3 grams and it was only 6 centimetres long. It was so
small.

1. T
2. T
3. F (There were two cheetahs at the zoo.)
4. T
5. F (The lightest humming bird weighed 3 grams.)

กจิ กรรมรวบยอด
1. ครเู ตรยี มบตั รคำดังน้ี mammoth, weigh, million, dinosaur, tall, plant, sea, strong,
heavy ครู
ชูบตั รคำทีละใบให้นักเรยี นออกเสียงคำ ครูนำบัตรคำเหล่านน้ั ไปตดิ บนกระดาน และให้นักเรยี นทำ
แบบฝึกหดั หนา้ 38 ขอ้ 1 Find the words. หาคำท่ีตดิ บนกระดานให้ครบทุกคำ
2. ครูนำภาพตนเองเม่ือตอนที่ยังเปน็ นกั เรยี น และตอนทีเ่ ปน็ ครูมาแสดงหน้าชน้ั เรียน ครูชูภาพตอนท่ี
เป็นนักเรียนว่า Ten years ago, I was a student. และชูภาพตอนเปน็ ครู Now, I am a
teacher. แลว้ ถามนักเรียนว่าภาพไหนเปน็ อดตี ภาพไหนคอื ปจั จุบัน ครูอธิบายการใช้ Present
Simple Tense และ Past Simple Tense วา่ เหตุการณ์ทเ่ี กิดขน้ึ ในปจั จบุ นั จะใช้ Present
Simple Tense คำกริยาจะต้องเปน็ ชอ่ งท่ี 1 สว่ นเหตุการณท์ ส่ี ้ินสดุ ไปแล้วในอดีตจะใช้ Past
Simple Tense และคำกรยิ าจะเปน็ ชอ่ งที่ 2 จากนั้นให้นักเรยี นเปรยี บเทยี บภาพ 2
3. ครใู หน้ ักเรยี นเล่นเกม Withdrawn Game (เกมจบั ฉลาก) โดยครเู ตรยี มฉลากรายชื่อนกั เรียนทุก
คน ถ้าจับได้ชอ่ื ผู้ใดใหเ้ ดนิ ไปจับคู่กับคนนั้น ถ้าจับไดช้ ื่อของตนเองใหจ้ ับใหม่
- ครูให้นกั เรียนแตล่ ะคเู่ ล่าประสบการณข์ องตนเองให้เพ่ือนฟัง โดยบอกในรปู อดตี 3 ประโยค
และปจั จุบัน 3 ประโยค ครูเขียนรูปแบบบนกระดาน ดงั นี้

When I was young, I (3 sentences) .

Pattern

Now I (3 sentences) .

- ครูเดนิ สงั เกตและช่วยเหลือนักเรียนบางคนที่ไมส่ ามารถแต่งประโยคได้ ครเู นน้ ให้นักเรียนแต่ง
ประโยคให้สรา้ งสรรค์ และใช้ทา่ ทางประกอบการพูด จากนั้นครูให้นักเรยี นที่มีความพรอ้ ม
มากท่ีสดุ 1 คู่ ออกมาเลา่ ใหเ้ พ่ือนฟัง
e.g. Manop : When I was young, I climbed up a tree.
I watch teletubbies. And I ate lollipop.
Now I play tennis. I watch National Geography.
And I ate healthy food.

4. ครใู ห้นกั เรียนทำใบงาน

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน Smile ป. 5
2. Audio CD Smile ป. 5
3. บตั รภาพ บตั รคำ แถบประโยค
4. เกม Luck Drawn (เกมจับฉลาก)
5. เกม Animal Game

9. การวดั และประเมนิ ผล

วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจช้ินงาน/ใบงาน ชน้ิ งาน/ใบงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล รายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

สังเกตการใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ ม่ันในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ทำงาน

Worksheet : Unit 4 Amazing animals

Name…………………………………………..……………………………………………………………………………….class……….……..No…………....

Nickname…………………………………. Date…………………………………… Teacher………………………………………….

( วิชาภาษาอังกฤษ อ 15101 ) กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ

Put the words in the correct order.

7,000/ about/ Mammoths/ weighed/ kilograms

________________________________________________.

lived/ Emu/ the/ in/ Africa

________________________________________________.

Brachiosaurus/ the / was/ tallest/ biggest/ and/ animal

________________________________________________.

plants/ The sabre-toothed cats/ ate

________________________________________________.

Triceratops/ about/ were/ long/ 3 metres

________________________________________________.

Read and draw.

Excellent My name is Laura. I’m a tiger.
I live in the jungle in Asia. I am
mammal. I am about four metres

long.
I have orange with black stripes.

I eat a lot of animal: fish and
deer.

Now, there are not many tigers.

Good Let’s save them. Fair

แบบประเมินทักษะทางภาษา

วิชา ………………………………….………...........................….. ชนั้ …………………………………...………..

Lesson ………………………………………………..………….. กจิ กรรม ……………………..………………

คำชแ้ี จง : ใหค้ รผู ู้สอน สังเกตการใชท้ ักษะทางภาษาในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยเขียนระดบั คะแนน

ลงในตาราง ให้ตรงกับความสามารถของผูเ้ รยี น

เกณฑ์การให้คะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง

เลขท่ี ช่ือ-สกุล ูพดสนทนาเ ี่กยวกับวิชาท่ีเรียน สรปุ ผล
ิกจ ัวตร ่ีทโรงเ ีรยน และวิธีการเ ิดนทาง การประเมนิ
ไอปอโกรเงเสีรียงยนสะกดคำ และบอก
ความหมายคำ ัศพท์เ ่ีกยวกับ ิวชาที่ รวม
เรียน และยานพาหนะ ่ทีใ ้ชในการ คะแน
เ ูพดิดน/ทเางีขยนประโยคด้วย Present
Simple Tense ได้ รวม ้ทังสามารถใช้ น ผ่าน ไม่ผา่ น
Question Words กับประโยคคำถาม
่อาน ัจบใจความได้
เขียนเ ีรยงความง่ายๆ เก่ียวกับตนเอง
และ ิกจวัตรประจำวันได้

ลงชือ่ ..................................................................... ผ้ปู ระเมิน
การประเมิน : นกั เรียนท่ีได้คะแนน 10 คะแนนขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน (คะแนนเตม็ 20)

แบบประเมินช้นิ งาน
คำชีแ้ จง : ให้ครผู ้สู อน ตรวจช้ินงานของนกั เรยี น โดยเขยี นระดบั คะแนนลงในตาราง ใหต้ รงกบั

ความสามารถของผเู้ รยี น
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ต้องปรับปรงุ

การนำเสนอผลงาน (ในภาพรวม) สรปุ ผล
การเตรียมความพร้อมก่อนนำเสนอ การประเมิน
(หรือความสามัค ีคในการทำงาน)
เลข ชอื่ -สกุล ความ ูถก ้ตองของชิ้นงาน รวม
ที่ ความเรียบร้อยสวยงาม
ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ คะแนน ไม่
ผา่ น
ผา่ น

ลงช่อื ..................................................................... ผูป้ ระเมิน
การประเมนิ : นักเรียนทไ่ี ด้คะแนน 10 คะแนนข้นึ ไป ถอื ว่าผ่านเกณฑก์ ารประเมิน (คะแนนเตม็ 20)

ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน

คำชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น ในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี
 ลงในชอ่ งว่าง

ให้ตรงกับระดับคะแนน และตามความเป็นจริง โดยมีเกณฑก์ ารให้คะแนน ดังนี้
4 = พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัติชัดเจนมาก และบอ่ ยคร้ัง สม่ำเสมอ
3 = พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ัติชดั เจนและสม่ำเสมอ
2 = พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตชิ ดั เจนและบ่อยคร้ัง
1 = พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัติบางคร้ัง

คณุ ลักษณะอัน ระดับคะแนน
4 32 1
พึงประสงค์ รายการประเมิน

ดา้ น

1. รักชาติ 1.1 มคี วามรัก และภูมิใจในความเป็นชาติ

ศาสน์ 1.2 ปฏิบัติตนตามหลกั ธรรมของศาสนา

กษัตรยิ ์ 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภกั ดีต่อสถาบันพระมหากษตั ริย์

2. ซ่ือสัตย์ 2.1 ปฏิบัตติ ามระเบียบการสอน และไมล่ อกการบ้าน

สุจรติ 2.2 ประพฤติ ปฏิบตั ิ ตรงต่อความเปน็ จรงิ ตอ่ ตนเอง

2.3 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อน่ื

3. มีวินยั 3.1 เขา้ เรียนตรงเวลา

3.2 แตง่ กายเรียบร้อยเหมาะสมกบั กาลเทศะ

3.3 ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของหอ้ ง

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรูต้ า่ งๆ

4.2 มกี ารจดบันทึกความรู้อย่างเปน็ ระบบ

4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตุผล

5. อยู่อย่าง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสิง่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั

พอเพียง 5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คณุ คา่

5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงิน

6. มุ่งม่นั ในการ 6.1 มีความตัง้ ใจ และพยายามในการทำงานที่ไดร้ บั มอบหมาย

ทำงาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรค เพือ่ ให้งานสำเร็จ

7. รกั ความเป็น 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย

ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ 8.1 รู้จกั การให้เพื่อสว่ นรวม และเพื่อผู้อ่นื

สาธารณะ 8.2 แสดงออกถงึ การมีน้ำใจหรอื การให้ความช่วยเหลอื ผ้อู ื่น

8.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญตนเพอื่ ส่วนรวมเม่ือมโี อกาส

บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้

1 สรุปผลหลังการจดั การเรยี นรู้

1.1 นกั เรียนจำนวน..................คน

ผ่านจุดประสงค์การเรียนร.ู้ .....................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้..................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................

นักเรียนนีไ่ มผ่ า่ น มีดงั น้ี

1............................................................ 2............................................................

3............................................................ 4............................................................

5............................................................ 6............................................................

สรปุ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K)  รกั ษช์ าติ ศาสน์ กษัตริย์  อยอู่ ย่างพอเพยี ง
..........................................................................................  ซือ่ สตั ย์สจุ รติ  มุง่ ม่ันในการทำงาน
..........................................................................................  มวี นิ ยั  รกั ความเปน็ ไทย
..........................................................................................  ใฝ่เรียนรู้  มีจติ เปน็ สาธารณะ
1.3 นกั เรียนมีความรเู้ กดิ ทักษะ (P)
.......................................................................................... สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
..........................................................................................
..........................................................................................  การสอ่ื สาร
1.4 นักเรยี นมเี จตคติ คา่ นิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)  การคดิ
..........................................................................................  การแก้ปญั หา
..........................................................................................  การใช้ทกั ษะชวี ิต
.........................................................................................  การใช้เทคโนโลยี

2. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................
(นางสาวเพ็ญพักตร์ แสงกลา้ )

ตำแหน่ง ครู คศ.1 โรงเรยี นวัดชนิ วราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม์)

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผูท้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ นางสาวเพ็ญพักตร์ แสงกล้า แล้วมีความเห็นดังน้ี
1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2.การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
 นำไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................... ...........................................

ลงช่อื .........................................................
( นางฉฐั อติพา แชม่ ชมดาว )

ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวัดชินวราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม์)

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 รหสั วิชา อ 15101
สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ ภาคเรียนท่ี 2
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 เวลา ......... ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 เรอ่ื ง Amazing animals เวลา ........... ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 4 เรือ่ ง What’s this?

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมเี หตผุ ล

ตัวชีว้ ัด 2. อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสนั้ ๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น
3. ระบ/ุ วาดภาพสญั ลักษณ์ หรอื เครอื่ งหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสัน้ ๆ ที่

ฟงั หรอื อ่าน
4. บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟงั และอ่านบทสนทนา และนทิ านงา่ ยๆ หรอื เรือ่ ง

สัน้ ๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึกและ
ความคิดเห็นอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชว้ี ัด 4. พดู /เขยี นเพื่อขอและให้ข้อมูลเกีย่ วกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเร่ืองใกลต้ วั
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการพดู และ

การเขยี น
ตวั ชว้ี ัด 1. พูด/เขียนใหข้ ้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พันธ์ระหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ชีว้ ดั 3. เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
ตัวช้วี ัด 1. บอกความเหมอื น/ความแตกตา่ งระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดตา่ งๆ การใช้เครือ่ งหมายวรรค
ตอน และการลำดบั คำ (order) ตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพันธ์กับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ า่ งๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ตวั ชว้ี ดั 1. ฟงั พูด และอา่ น/เขยี น ในสถานการณ์ต่างๆ ท่เี กิดข้นึ ในหอ้ งเรียนและสถานศึกษา

มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมือพนื้ ฐานในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ และการ
แลกเปลี่ยนเรยี นรูก้ ับสังคมโลก
ตัวชี้วดั 1. ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสบื คน้ และรวบรวมข้อมูลต่างๆ

1. สาระสำคญั

การเรยี นรูค้ ำศัพทเ์ กยี่ วกับสตั ว์ป่าตา่ งๆ และสตั วโ์ ลกลา้ นปี บทสนทนาถาม-ตอบเกยี่ วกบั ข้อมูลของ
สัตวต์ ่างๆ ประโยค Past Simple Tense เพอื่ บอกเหตุการณ์ในอดีต รวมทั้งการใช้ was/were
การออกเสียงคำที่ข้นึ ต้นดว้ ยอักษร m การอา่ นจับใจความ และเขยี นเรียงความ ซงึ่ เป็นการเรียนรู้
ภาษาองั กฤษเพื่อนำไปใชส้ ือ่ สารในชีวติ ประจำวนั

2. ตัวชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- พูดถาม-ตอบ และสนทนาถึงข้อมูลของสตั วต์ ่างๆ ได้
- พดู และเขยี นคำศัพท์ชอ่ื สัตวป์ า่ ต่างๆ และสตั ว์โลกล้านปไี ด้
- พูดและเขา้ ใจความหมายของคำศัพท์และประโยคต่างๆ ในบทน้ไี ด้
- ใช้ประโยค Past Simple Tense ไดถ้ กู ต้อง
- อา่ นจบั ใจความได้
- เขยี นเรียงความได้
- เล่นเกมและรอ้ งเพลงภาษาอังกฤษตามทีก่ ำหนดได้
- ออกเสียงคำที่ขนึ้ ต้นดว้ ยพยัญชนะ m ได้

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง

- บทสนทนาทีใ่ ชใ้ นการถาม-ตอบเกยี่ วกับข้อมูลลักษณะของสตั ว์ต่างๆ
e.g. A : What does it look like?
B : It is small animal with black and white feathers.

- คำศพั ท์เก่ยี วกบั สตั วป์ ่า สตั ว์ปกี และสัตวด์ ึกดำบรรพ์
- Grammar : - Past Simple Tense

e.g. The dinosaur was in the Jurasic period.
We went to the market yesterday.

- Pronunciation : initial sound [m]
- การอ่านจับใจความ

- การเขยี นเรียงความ
- การใช้ภาษาในการฟงั /พูด ในสถานการณ์ตา่ งๆ ที่เกดิ ข้ึนในหอ้ งเรียน
- ความแตกต่างของเสียงตวั อักษรภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
- มารยาททางสงั คมที่ดี และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น การรอ้ งเพลงภาษาอังกฤษ และการเลน่ เกม
- การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการรวบรวมคำศัพทท์ ีเ่ ก่ยี วข้องใกลต้ วั จากส่ือและแหลง่

การเรยี นรู้ตา่ งๆ
3.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถิน่

-

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ

- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- ทกั ษะการคดิ อยา่ งสร้างสรรค์

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

- ซือ่ สัตยส์ จุ รติ
- มุ่งมัน่ ในการทำงาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนำสูก่ ารเรียน
1. ครูนำภาพสัตว์ตวั ใหญๆ่ ในสมยั ดึกดำบรรพ์ หรือตุ๊กตาพลาสตกิ ขนาดเล็ก ได้แก่ ชา้ งแมมมอธ
ไดโนเสาร์ชนดิ ตา่ งๆ มาแสดงใหน้ กั เรยี นดู ครชู ูสัตว์ทลี ะตัวแลว้ ถามนกั เรียน เช่น
Teacher : What’s this?
Students : It’s a mammoth. etc.
2. ครูบอกจุดประสงค์ในการเรยี นว่า นกั เรยี นจะไดเ้ รียนรู้เก่ียวกับไดโนเสาร์ และสัตวข์ นาดใหญ่ๆ
อา่ นจบั ใจความ และการเขียน

กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. ครูทำฉลากคำใบ้ทม่ี ีข้อความบรรยายสัตว์ แล้วพบั หรอื มว้ นลงในภาชนะ ครูสุ่มนักเรยี น 1 คน
หยบิ ฉลาก 1 ใบ แลว้ อ่านคำใบใ้ หเ้ พ่ือนฟัง นกั เรียนคนใดตอบไดใ้ หย้ กมือแลว้ ตอบ นกั เรียน
5 คน ท่ตี อบได้เปน็ คนหยิบฉลากเปน็ คนถดั มาแล้วอ่านคำใบ้ ทำอยา่ งนี้ไปจนครบฉลากคำใบ้
ตวั อย่างฉลากคำใบ้
1. This animal lives in Africa. It has got big teeth. It eats animals. It is
the fastest animal in the world. What animal is it?
2. This animal is brown and yellow. It has got a long neck. It eats
leaves of trees. It is the tallest animal on Earth. What animal is it?
3. This animal is very small. It is the lightest bird in the world. What
animal is it?
4. This animal strong. It has got a long nose, big ears and a long tail.
It is the heaviest animals on land. What animal is it?
5. This animal is a bird, but it can’t fly. It has got long legs. It runs
very fast. It is the biggest bird in the world. What animal is it?

1. It’s a cheetah.
2. It’s a giraffe.
3. It’s a humming bird.
4. It’s an elephant.
5. It’s an ostrich.

2. ใหน้ กั เรียนอ่านบทความในหนังสือเรยี น หนา้ 52 ข้อ 6 Read and circles the correct
words. แลว้ เลอื กวงกลมคำทีถ่ ูกต้อง ครูอธิบายการใช้ Past Simple Tense และ Present
Simple Tense อีกคร้ัง จากน้นั จบั เวลาในการทำ 5 นาที และครูเฉลยคำตอบ

1. lives 2. was 3. tall 4. weighs 5. heaviest 6. heavy

ครถู ามเกยี่ วกบั บทความในขอ้ 6 ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ เชน่

1. What is this elephant name? (Its name is Chaiyo.)

2. Where does it live? (It lives at the zoo in China.)

3. How old is it? (It is 9 months.)


Click to View FlipBook Version