ชดุ การเรยี น
หลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชน้ั สงู
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๗
๓๐๐๐-๑๒๐๔
ภาษาองั กฤษโครงงาน
หนว่ ยที่ ๑-๓
สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรอำชวี ศกึ ษำ
กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร
ขอ้ มูลบตั รรายการ
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา, สานักงาน. ๒๕๕๘. ชดุ การเรยี นรายวชิ า ๓๐๐๐-๑๒๐๔
ภาษาอังกฤษโครงงาน หน่วยที่ ๑-๓. หนว่ ยศกึ ษานิเทศก,์ ศนู ยส์ ง่ เสริมและพฒั นา
อาชวี ศึกษาภาคเหนอื . เชียงใหม.่ พิมพ์ท่ี : ชานาญการพิมพ์ จงั หวดั เชียงใหม่.
จานวนทพ่ี มิ พ์ พมิ พค์ ร้งั ที่ ๒/๒๕๕๘
คณะทางาน เสรรี กั ษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
ที่ปรกึ ษา พรหมวงศ์ รองอธิการบดีฝา่ ยวชิ าการ มหาวทิ ยาลัยกรงุ เทพธนบรุ ี
นายชยั พฤกษ์ นนั ตะสุคนธ์ หวั หนา้ หนว่ ยศกึ ษานิเทศก์
นายวณิชย์ ใจวิถี ผอู้ านวยศูนยส์ ง่ เสรมิ และพฒั นาอาชวี ศกึ ษาภาคเหนือ
ศ. ดร. ชัยยงค์
นายไพฑรู ย์
นายวทิ ยา
คณะกรรมการวชิ าการ หนว่ ยศึกษานิเทศก์
นายไพฑูรย์ นันตะสุคนธ์ นายวิทยา ใจวถิ ี
ภมู พิ ล
นางสาววัลลภา อยทู่ อง นางสินนี าท แฉล้มเขตต์
มาศดติ ถ์
ดร. ธรี วรรค์ วระพงษส์ ทิ ธิกุล นายพนมพร
นายชาตรี ชนานาฏ นางกีรตยิ า
คณะกรรมการจัดทาชุดการเรยี น
นายสุวัฒน์ นิยมไทย วิทยาลยั เทคนคิ สุโขทัย
ข้าราชการบานาญ
นางสายพณิ ธรรมประศาสน์ วิทยาลัยเทคนิคเชยี งใหม่
วทิ ยาลยั เทคนคิ น่าน
นางธมลวรรณ ปรมาธกิ ลุ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยเี ชียงราย
นางผานติ ชูจันทร์
นางขวัญใจ ภัทรกายะ
คณะบรรณาธิการและจดั ทารปู เลม่
นางสาววลั ลภา อยทู่ อง หน่วยศึกษานเิ ทศก์
ศนู ยส์ ่งเสรมิ และพฒั นาอาชวี ศึกษาภาคเหนือ
นายวิทยา ใจวถิ ี หนว่ ยศึกษานเิ ทศก์
ศูนยส์ ่งเสริมและพฒั นาอาชวี ศกึ ษาภาคเหนือ
ดร. ประพนธ์ จุนทวิเทศ
นางสาวพิมพร ศะริจนั ทร์
คานา
ชุดการเรยี น ปวส. ๒๕๕๗ วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน
การจัดการอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนากาลังคนในด้าน
วิชาชีพระดับฝีมือ ระดับเทคนิคและระดับเทคโนโลยีให้เกิดคุณภาพตามมาตรฐาน ในการ
ดาเนินการดังกล่าว สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ให้ความสาคัญกับการบริหารและ
การจดั การเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิตตามความถนัด ตามความสนใจ
และได้รบั การบรกิ ารดา้ นการศกึ ษาจากรฐั อย่างมีคุณภาพ โดยคานงึ ถงึ ความแตกต่างระหว่างบุคคล
เนน้ การฝกึ ทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มา
ใช้เพ่อื ปอ้ งกันและแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติ
ให้ทาได้ คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเน่ือง รวมทั้งให้มีการปลูกฝัง
คุณธรรม ค่านิยมทดี่ งี ามและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ไวใ้ นทกุ วิชา
ชุดการเรียนรายวิชา ๓๐๐๐-๑๒๐๔ ภาษาอังกฤษโครงงาน หลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง พุทธศักราช ๒๕๕๗ มีจุดประสงค์เพ่ือให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้
และฝึกปฏิบัติด้วยตนเองแล้วเกิดความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับกระบวนการทาภาษาอังกฤษ
โครงงาน สามารถนาภาษาอังกฤษไปใช้เป็นเคร่ืองมือในการสื่อสาร ตลอดจนตระหนักและเห็น
ประโยชนข์ องการใชภ้ าษาองั กฤษในงานอาชพี และการศกึ ษาตอ่
เอกสารชุดการเรียนวิชานี้ ประกอบด้วยหน่วยการเรียน รวม ๕ หน่วย และแต่ละ
หน่วยประกอบด้วยแบบประเมินตนเองก่อน/หลังเรียน แผนการเรียนประจาหน่วย/มอดูล
เน้ือหาสาระ และกิจกรรมทก่ี าหนดให้ผู้เรียนศกึ ษาเรียนร้แู ละฝึกปฏบิ ัติ ซึง่ การนาเอกสารชุดการ
เรียนนี้ไปใช้ ผู้เรียนควรตั้งใจศึกษาเน้ือหาสาระและปฏิบัติกิจกรรมที่แต่ละหน่วยกาหนดไว้
ทกุ ขัน้ ตอน ได้แก่ ทาแบบทดสอบกอ่ นศึกษารายวิชา ศกึ ษาข้ันตอนการเรยี น ทาแบบประเมินผล
ตนเองก่อนเรยี น อา่ นแผนการเรียนประจาหน่วย แผนการเรียนประจามอดลู สาระสาคัญประจา
มอดูลและเน้ือหาสาระในหน่วยการเรียน ทากิจกรรมที่กาหนดไว้ท้ายมอดูล ตรวจสอบคาตอบ
กบั แนวตอบท้ายหนว่ ยการเรียน และทาแบบประเมินตนเองหลังเรียน ทั้งนี้ เพ่ือให้บรรลุผลตาม
จดุ ประสงค์รายวชิ าและสมรรถนะรายวิชา
หน่วยศึกษานเิ ทศกข์ อขอบคณุ คณะกรรมการและผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกท่าน ท่ีช่วยให้
การดาเนนิ การจดั ทาเอกสารชุดการเรยี นคร้งั น้ีบรรลผุ ลสาเร็จตามท่มี ุ่งหวัง และหวังว่าผู้เรียนจะ
ไดน้ าไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและประยุกตใ์ ชใ้ นงานอาชพี ได้เป็นอย่างดี
หน่วยศกึ ษานิเทศก์
๒๕๕๘
สารบญั
ชุดการเรยี น ปวส. ๒๕๕๗ วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน
หน้า
รายละเอียดรายวชิ า (ก)
วิธีการศกึ ษา (ค)
ข้นั ตอนการเรยี นชุดการเรยี น (ฉ)
ขน้ั ตอนการเรียนระดบั หนว่ ย (ช)
หนว่ ยที่ 1 ความรเู้ บ้ืองตน้ สาหรับโครงงานภาษาอังกฤษ 1
แบบประเมนิ ตนเองกอ่ นเรยี น หนว่ ยที่ 1 1
แผนการเรยี น หนว่ ยที่ 1 ความรเู้ บื้องตน้ สาหรับโครงงานภาษาอังกฤษ 2
4
- แผนการเรียน มอดลู ที่ 1.1 คาจากัดความและประเภทของโครงงานภาษาอังกฤษ 9
- แผนการเรียน มอดูลที่ 1.2 ลักษณะและองคป์ ระกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ 15
- แผนการเรยี น มอดลู ท่ี 1.3 ขัน้ ตอนการทาโครงงานภาษาองั กฤษ 19
แบบประเมนิ ตนเองหลงั เรยี น หนว่ ยที่ 1 20
ภาคผนวก 21
เฉลยแบบประเมนิ ตนเองก่อนและหลงั เรยี น
หนว่ ยท่ี 2 การต้ังชือ่ โครงงาน 22
แบบประเมนิ ตนเองก่อนเรียน หนว่ ยท่ี 2 22
แผนการเรียน หน่วยท่ี 2 การตัง้ ชอื่ โครงงาน 23
แบบประเมนิ ตนเองหลงั เรียน หนว่ ยที่ 2 31
ภาคผนวก 32
เฉลยแบบประเมนิ ตนเองก่อนและหลังเรียน 33
สารบญั (ตอ่ )
ชดุ การเรยี น ปวส. ๒๕๕๗ วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน
หน่วยที่ 3 การเขียนโครงรา่ งของโครงงาน หน้า
แบบประเมนิ ตนเองก่อนเรียน หน่วยท่ี 3 34
แผนการเรยี น หน่วยท่ี 3 การเขียนโครงร่างของโครงงาน
34
- แผนการเรยี น มอดูลท่ี 3.1 สว่ นประกอบของโครงร่างของโครงงาน 36
- แผนการเรียน มอดลู ที่ 3.2 ความเปน็ มาของโครงงาน 38
- แผนการเรียน มอดูลที่ 3.3 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 42
- แผนการเรียน มอดลู ท่ี 3.4 วธิ กี ารดาเนนิ งาน 48
แบบประเมนิ ตนเองหลงั เรยี น หนว่ ยท่ี 3 53
ภาคผนวก 57
เฉลยแบบประเมนิ ตนเองกอ่ นและหลงั เรียน 59
60
รายละเอยี ดรายวชิ า
ชุดการเรยี น ปวส. ๒๕๕๗ วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน
3000-1204 ภาษาอังกฤษโครงงาน 0-2-1
(English Project Work)
จุดประสงคร์ ายวิชา เพื่อให้
1. มคี วามรู้ความเขา้ ใจกระบวนการทาภาษาอังกฤษโครงงาน
2. สามารถนาภาษาอังกฤษไปใชเ้ ปน็ เคร่ืองมอื ในการสื่อสาร
3. ตระหนกั และเหน็ ประโยชน์ของการใช้ภาษาองั กฤษในงานอาชพี และการศกึ ษาตอ่
สมรรถนะรายวิชา
1. อ่านเรื่องทั่วไปและเรื่องเก่ียวกับอาชีพเพื่อสืบค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ท่ี
หลากหลาย
2. ดาเนินขั้นตอนการจดั ทาภาษาอังกฤษโครงงานตามแนวคิดและกระบวนการของทา
ภาษาอังกฤษโครงงาน (project work in English Language Teaching)
3. เขยี นบันทึกยอ่ เขียนบรรยาย รายงานสัน้ ๆ
4. พดู นาเสนอโครงงานในรปู แบบตา่ ง ๆ
5. ใชค้ าศัพท์เทคนคิ ในงานอาชีพ
6. ใชภ้ าษาตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาในสถานการณต์ า่ ง ๆ
7. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นและฝึกฝนการฟัง พูด อ่านและเขียน พร้อมแสดง
หลกั ฐานการเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษาและปฏบิ ตั ิเกยี่ วกบั ทกั ษะการพดู อา่ นและเขียน การเลือกหัวข้อทาภาษาอังกฤษ
โครงงานท่ีบูรณาการกับการศึกษาวิชาชีพ การเขียนโครงร่าง (outline) การเสนอโครงร่าง
(present outline) การดาเนนิ การศึกษาค้นคว้า การสืบค้นรวบรวมข้อมูล การนาเสนอความ
ก้าวหน้าของโครงงานการให้ข้อมูลย้อนกลับต่อโครงงานท่ีนาเสนอ การเขียนรายงาน การพูด
นาเสนอโครงงาน การแสดงบทบาทสมมุติ การจัดแสดงผลงาน การใช้กลยุทธ์การเรียนรู้และ
เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ พฒั นาทักษะภาษาองั กฤษ
(ก)
หนว่ ยการเรยี น
หนว่ ยท่ี 1 ความรเู้ บ้อื งตน้ สาหรบั โครงงานภาษาองั กฤษ
หนว่ ยที่ 2 การต้งั ชอื่ โครงงาน
หน่วยที่ 3 การเขียนโครงรา่ งของโครงงาน
หนว่ ยท่ี 4 การเขยี นรายงาน
หนว่ ยที่ 5 การนาเสนอโครงงาน
(ข)
วธิ กี ารศกึ ษา
ชดุ การเรยี น ปวส. ๒๕๕๗ วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน
ในการศึกษาชุดการเรียนรายวิชา ๓๐๐๐-๑๒๐๔ ภาษาอังกฤษโครงงาน ผู้เรียน
จะตอ้ งทาความเขา้ ใจเก่ยี วกบั
1. โครงสรา้ งเนือ้ หาสาระ
2. โครงสร้างสอ่ื การเรยี นรู้
3. วธิ ีการเรยี น
โครงสร้างเนอื้ หาสาระ
ชุดการเรียนรายวิชา ๓๐๐๐-๑๒๐๔ ภาษาอังกฤษโครงงาน ได้แบ่งโครงสร้าง
เนื้อหาสาระเปน็ 2 เล่ม ดังนี้
เลม่ ท่ี ๑ ประกอบดว้ ย
หนว่ ยที่ 1 ความรเู้ บือ้ งต้นสาหรบั โครงงานภาษาอังกฤษ
หน่วยที่ ๒ การต้งั ชอ่ื โครงงาน
หน่วยที่ ๓ การเขียนโครงร่างของโครงงาน
เล่มท่ี ๒ ประกอบด้วย
หนว่ ยที่ ๔ การเขียนรายงาน
หน่วยท่ี ๕ การนาเสนอโครงงาน
โครงสร้างส่ือการเรยี นรู้
ชุดการเรียนรายวิชา ๓๐๐๐-๑๒๐๔ ภาษาอังกฤษโครงงาน ประกอบด้วยส่ือ
สงิ่ พิมพ์ ไดแ้ ก่ แผนการเรยี นและใบกิจกรรม
วธิ ีการเรียน
เพื่อให้การเรียนในชุดการเรียนรายวิชาน้ีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผล
ตามจดุ ประสงค์รายวชิ าและสมรรถนะรายวชิ า ผเู้ รียนควรดาเนินการตามขั้นตอน ดังน้ี
๑. เตรียมตัวเพ่ือการศึกษาด้วยตนเอง ผู้เรียนต้องจัดตัวเองให้อยู่ในสภาพการณ์
ทีเ่ อือ้ ต่อการเรียนรู้ ๔ ประการ คือ
๑.๑ มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมการเรยี นรอู้ ย่างกระฉบั กระเฉง โดยการคิด เขียนและ
ทากจิ กรรมการเรยี นรูท้ ่กี าหนดอย่างสมา่ เสมอตลอดเวลา
๑.๒ ตดิ ตาม ตรวจสอบผลการเรยี นรู้หลงั ทากจิ กรรมแตล่ ะกิจกรรมจากแนวการ
ตอบหรือเฉลย
๑.๓ ซื่อสตั ย์ตอ่ ตนเอง โดยไม่ดูแนวการตอบหรือเฉลยกอ่ น
๑.๔ ศึกษาเรยี นรู้ไปตามลาดับข้นั ตอน เพ่ือใหไ้ ด้ความรู้ครบถ้วนตามทก่ี าหนด
(ค)
๒. ประเมนิ ผลตนเองกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
๒.๑ ก่อนท่ีจะเรียนหน่วยการเรียนใด ผู้เรียนควรจะตรวจสอบความรู้ด้วยการ
ประเมินผลตนเองก่อนเรียนจากแบบประเมินของหน่วยนั้น ตรวจคาตอบจากเฉลย แล้วรวม
คะแนนไว้ หากทาไดค้ ะแนนเกินกวา่ รอ้ ยละ ๖๐ ผ้เู รยี นอาจจะไมต่ ้องศึกษาหน่วยน้ัน
๒.๒ เมอ่ื ศึกษาหน่วยนัน้ เสร็จแลว้ ขอใหผ้ ู้เรียนประเมินผลตนเองหลังเรียน โดย
ทาแบบประเมินที่กาหนดไว้ตอนท้าย ตรวจคาตอบจากเฉลย แลว้ รวมคะแนนไว้ หากทาไดต้ ่ากว่า
รอ้ ยละ ๘๕ ผูเ้ รียนควรศกึ ษาทบทวนหนว่ ยน้นั แลว้ ประเมินซา้ อกี จนกว่าจะได้คะแนนเพิ่มข้ึนตาม
เกณฑท์ ก่ี าหนด
๓. ศึกษาเอกสารชดุ การเรยี นและส่อื ทีก่ าหนด โดย
๓.๑ ศึกษารายละเอยี ดชดุ วิชา
๓.๒ ศึกษาแผนหน่วยการเรียนทุกหน่วย
๓.๓ ศกึ ษารายละเอียดของแต่ละหนว่ ยการเรยี น ดังน้ี
๓.๓.๑ แผนการเรยี นประจาหนว่ ย
๓.๓.๒ แบบประเมนิ ผลตนเองกอ่ นเรียน
๓.๓.๓ แนวคิด
๓.๓.๔ เนือ้ หาสาระในแต่ละหน่วย และแตล่ ะมอดูล
๓.๓.๕ กจิ กรรมและแนวการปฏิบตั หิ รือแนวการตอบ
๓.๓.๗ แบบประเมนิ ตนเองหลงั เรียน
๔. ทากจิ กรรมตามที่กาหนดในหนว่ ยการเรยี น
“กิจกรรม” เป็นส่วนที่ผู้เรียนจะต้องบันทึกสาระสาคัญและทากิจกรรมทุกอย่าง
ตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย ให้เขียนกิจกรรมลงในแบบฝกึ ปฏิบัตทิ ีก่ าหนด บางกิจกรรมอาจให้ผู้เรียน
ไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมและเขียนรายงาน ขอให้ผู้เรียนจัดทาและจัดส่งครูผู้สอนหรือครูเจ้าของ
วชิ าตามวนั เวลาและสถานที่ทีก่ าหนด
๕. การศกึ ษาส่ือประกอบการเรยี นรู้
บางหน่วยการเรียน อาจกาหนดให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติมจากสื่อที่กาหนดหรือ
ศึกษาสื่อควบคู่ไปกับการอ่านเอกสารชุดการเรียนเพื่อเสริมสร้างความรู้ ขอให้ผู้เรียนศึกษา
รายละเอยี ดต่าง ๆ ตามทก่ี าหนด และจดบนั ทึกสาระสาคัญของสงิ่ ท่ีไดเ้ รียนรไู้ วใ้ นกจิ กรรมปฏิบัติ
ดว้ ย
๖. การเขา้ รบั การสอนเสรมิ หรือรับบริการ ณ สถานศกึ ษา
ผู้เรียนต้องนาบัตรประจาตัวนักศึกษาและบัตรลงทะเบียนเรียนรายวิชาไปแสดง
ดว้ ย และเม่ือเข้ารบั การสอนเสรมิ รับฟังและรับชมสื่อตา่ ง ๆ ให้บันทึกรายละเอียดการเข้ารับการ
สอนเสรมิ หรอื รบั บรกิ ารในแบบฝึกปฏบิ ัตติ อนทา้ ยหนว่ ยด้วย
(ง)
๗. การรว่ มกจิ กรรมภาคปฏิบัตเิ สริมประสบการณ์
ผูเ้ รยี นชุดการเรียนรู้รายวิชา ๓๐๐๐-๑๒๐๔ ภาษาอังกฤษโครงงาน อาจจะต้อง
เขา้ ร่วมกิจกรรมอย่างใดอย่างหนงึ่ ตอ่ ไปน้ี
๗.๑ เข้าห้องปฏิบัติการในสถานศึกษา เพ่ือฝึกทักษะปฏิบัติตามท่ีกาหนดไว้ใน
แตล่ ะหนว่ ยการเรยี น
๗.๒ เขา้ สงั เกตการณ์การสอนในหน่วยการเรยี นทก่ี าหนด
๗.๓ เข้าฝกึ ปฏิบตั ิในสถานประกอบการหรอื หน่วยงาน
๗.๔ ประดิษฐ์คดิ ค้น หรือศกึ ษาสารวจขอ้ มลู ตามทก่ี าหนด
หลังจากทากิจกรรมข้างต้นแล้ว ให้มีการสรุปรายงานให้แก่ครูผู้สอนหรือครู
เจ้าของวิชาทราบเพื่อตรวจสอบผลการปฏิบัติ และเก็บผลการประเมินเป็นคะแนนเก็บของ
รายวชิ า
๘. เขา้ รบั การสอบ
เม่ือสิ้นภาคการศึกษา ผู้เรียนต้องเข้ารับการประเมินผลสัมฤทธ์ิรายวิชาหรือ
สอบไล่ ตามวนั เวลาและสถานท่ที ี่สถานศกึ ษากาหนด เพอ่ื การตดั สินผลการเรยี น
(จ)
ขนั้ ตอนกำรเรยี นชดุ กำรเรยี น
ขนั้ ตอน แหลง่ ควำมร/ู ้ สถำนท่ี
อา่ นคานาและรายละเอียดรายวชิ า เอกสารชดุ การเรียน
ศกึ ษาขั้นตอน วิธกี ารศึกษาชดุ การเรยี น/คมู่ ือผ้สู อน
ชุดการเรียน
การเรยี นชุดการเรยี นรายวชิ า
ส่อื การเรยี นรู้
ศกึ ษาเนอ้ื หาสาระของหนว่ ยการเรยี น
ศึกษาหรอื ใช้สอ่ื ตา่ ง ๆ สถานศกึ ษา
ตามทีก่ าหนด ที่พกั /ที่ทางาน/สถานศึกษา
เข้ารับการสอนเสริม
ศนู ยเ์ ฉพาะกจิ
ทากิจกรรมเพื่อเก็บคะแนน ชุดการเรียน/คู่มอื ผสู้ อน
ทาแบบทดสอบหลังศึกษารายวชิ า
สถานศึกษา
เขา้ รบั การประเมิน
ไมผ่ ำ่ น ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น สถานศึกษา
ผำ่ น
บันทกึ ผลการเรียน
(ฉ)
ขนั้ ตอนกำรเรยี นระดบั หน่วย
ขนั้ ตอน แหลง่ ควำมร/ู ้ สถำนที่
ศึกษาข้นั ตอนการเรยี น เอกสารชุดการเรียน
ชุดการเรยี นรายวิชา วธิ กี ารศึกษาชดุ การเรียน
ทาแบบประเมินตนเองก่อนเรยี น
ศึกษาแผนการเรยี นประจาหน่วย ชดุ การเรยี น/คู่มอื ผสู้ อน
ศกึ ษาแผนการเรียนประจามอดูล ชดุ การเรยี น
อ่านสาระสาคญั ระดบั มอดลู
ศึกษาเนื้อหาสาระแตล่ ะมอดูลตามลาดับ สือ่ การเรยี นรู้
ปฏิบัติกจิ กรรมประจามอดูล-ตรวจสอบ
สถานศึกษา
ทาแบบประเมินตนเอง ทีพ่ ัก/ที่ทางาน/สถานศกึ ษา
ไมผ่ ำ่ น หลงั เรียน-ตรวจสอบ
ศูนย์เฉพาะกจิ
ผำ่ น ชดุ การเรยี น/คู่มอื ผูส้ อน
ศกึ ษาหนว่ ยต่อไป สถานศึกษา
สถานศกึ ษา
(ช)
ชุดการเรยี น
หลักสูตรประกำศนียบัตรวิชำชีพชัน้ สูง พุทธศักรำช ๒๕๕๗
3000-1204
ชอ่ื วชิ า ภาษาองั กฤษโครงงาน
(English Project Work)
หนว่ ยท่ี 1
ความรเู้ บอ้ื งตน้ สาหรบั โครงงานภาษาองั กฤษ
(Introduction to an English Project)
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ชดุ การเรยี น วชิ าภาษาอังกฤษสาหรบั การปฏิบัติงาน 2
แบบประเมนิ ตนเองกอ่ นเรยี น
หนว่ ยท่ี 1
คาส่งั
จงทาเคร่ืองหมาย ล้อมรอบตัวอักษร (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) หน้าคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคาตอบ
เดียว
1. ขอ้ ใด ไม่ใช่ แนวคดิ ท่ีสาคญั ของโครงงานภาษาอังกฤษ
ก. ใชท้ ักษะการแสวงหาความรเู้ พอ่ื นาไปประยกุ ต์ใชใ้ นการสอื่ สารไดจ้ ริง
ข. ใช้ทักษะการแสวงหาความรู้ในส่ิงทีผ่ ู้เรียนสนใจต้องการคน้ หาคาตอบหรือความรู้
ค. ใชท้ ักษะการแสวงหาความรู้เพอื่ พัฒนาทักษะทางวชิ าชีพ
ง. ใช้ทกั ษะการแสวงหาความร้โู ดยอาศยั หลกั การทางานรว่ มกนั อยา่ งเปน็ ระบบ
2. “โครงงานประเภทนมี้ วี ัตถุประสงค์เพื่อศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ยี วกับเรื่องใดเรอ่ื งหน่งึ แลว้ นาขอ้ มลู
ทีไ่ ด้มาจาแนกเปน็ หมวดหมแู่ ละนาเสนอในรูปแบบต่าง ๆ” เปน็ นยิ ามของโครงงานประเภทใด
ก. โครงงานคน้ คว้าหาขอ้ มลู ข. โครงงานสารวจ
ค. โครงงานทใี่ หผ้ ลผลติ หรอื ชน้ิ งาน ง. โครงงานท่ตี ้องจดั งานหรือการแสดง
3. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนไปทาการศึกษาความแตกต่างระหว่างการใช้ภาษาอังกฤษแบบ American
English กบั British English ผเู้ รียนตอ้ งทาโครงงานประเภทใด
ก. โครงงานคน้ ควา้ หาขอ้ มลู ข. โครงงานสารวจ
ค. โครงงานที่ให้ผลผลติ หรือชิ้นงาน ง. โครงงานท่ตี ้องจดั งานหรอื การแสดง
4. ข้อใด ไม่ใช่ กระบวนการทาโครงงานภาษาองั กฤษ
ก. ผูเ้ รยี นลงมอื ปฏบิ ัติดว้ ยตนเอง
ข. ผู้เรยี นได้แลกเปล่ยี นเรยี นรูก้ บั ผู้อน่ื
ค. ผ้เู รียนเลือกและหาวธิ ีการตลอดจนแหล่งขอ้ มลู ทหี่ ลากหลายด้วยตนเอง
ง. ผเู้ รยี นสรา้ งองค์ความรจู้ ากการฟงั ครูสรปุ
5. ข้อใด ไมถ่ กู ตอ้ ง เก่ยี วกับองคป์ ระกอบในการทาโครงงาน
ก. วตั ถปุ ระสงค์ (Objectives) แสดงถงึ ขน้ั ตอนการดาเนนิ โครงงาน
ข. ความเปน็ มาของโครงการ (Background of the Project) แสดงใหเ้ หน็ ว่าทาไมจงึ เลือกทา
โครงงานนนั้
ค. แหล่งอา้ งองิ (References) แสดงร่องรอยในการคน้ ควา้ หาความรไู้ ด้
ง. ผลการดาเนินงาน (Results) แสดงผลทไี่ ด้จากการทาโครงงาน
ชดุ การเรียน วิชาภาษาองั กฤษโครงงาน 1
แผนการเรยี น หนว่ ยท่ี 1
ความรเู้ บือ้ งต้นสาหรบั โครงงานภาษาองั กฤษ
(Introduction to an English Project)
มอดูลท่ี
1.1 คาจากัดความและประเภทของโครงงานภาษาอังกฤษ
(Definitions and Types of English Project)
1.2 ลกั ษณะและองคป์ ระกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ
(Characteristics and Components of an English Project)
1.3 ขน้ั ตอนการทาโครงงานภาษาองั กฤษ (Steps of English Project)
แนวคิด
โครงงานเป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างความรู้ด้วยตนเองและการบูรณาการสาระความรู้
ต่าง ๆ ตามความสนใจ โดยอาศัยทักษะในการแสวงหาความรู้และการคิดอย่างสร้างสรรค์ ใช้
กระบวนการอย่างมีระบบ โครงงานภาษาอังกฤษเป็นกิจกรรมที่แสวงหาความรู้ในสิ่งท่ีผู้เรียนสนใจ
เพ่ือนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการพัฒนาทักษะทางภาษาท้งั 4 ทักษะ คอื การฟัง การพดู การอ่าน และการ
เขียน
โครงงานภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ โครงงานค้นคว้าหาข้อมูล โครงงาน
สารวจ โครงงานที่ให้ผลผลิตหรือชนิ้ งาน และโครงงานทีต่ ้องจัดงานหรือการแสดง
องค์ประกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ ประกอบด้วยชื่อโครงงาน ผู้จัดทา ครูที่ปรึกษา
โครงงาน ความเป็นมาของโครงการ วตั ถปุ ระสงค์ วธิ ดี าเนินการ ผลการดาเนินงาน แหล่งอ้างอิงและ
ภาคผนวก ส่วนขน้ั ตอนการทาโครงงานประกอบด้วย เขียนโครงร่างของโครงงาน ลงมือทาโครงงาน
เขียนรายงาน และนาเสนอผลงาน
จดุ ประสงคก์ ารเรียน
1. เมื่อศึกษามอดูลที่ 1.1 “คาจากัดความและประเภทของโครงงานภาษาอังกฤษ” แล้ว
ผ้เู รียนสามารถบอกคาจากัดความและประเภทของโครงงานภาษาอังกฤษได้
2. เม่ือศึกษามอดูลท่ี 1.2 “ลักษณะและองค์ประกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ” แล้ว
ผ้เู รยี นสามารถบอกลักษณะและองคป์ ระกอบของโครงงานและรายละเอยี ดได้
3. เมื่อศึกษามอดูลท่ี 1.3 “ขั้นตอนการทาโครงงานภาษาอังกฤษ” แล้ว ผู้เรียนสามารถ
บอกขน้ั ตอนการทาโครงงานภาษาองั กฤษได้
2 ชุดการเรียน วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน
กิจกรรมการเรียน
1. ผู้เรียนทาแบบประเมินตนเองกอ่ นเรียน
2. ผูเ้ รียนศึกษาเนือ้ หาจากใบความรปู้ ระจามอดลู
3. ผู้เรยี นคน้ ควา้ หาความร้จู ากสือ่ ออนไลน์ ผู้รู้ และการลงมอื ปฏิบัติจรงิ
4. ผู้เรียนทาแบบฝกึ หดั จากใบงานทก่ี าหนด
5. ผู้เรียนนาความรู้ที่ได้จากการศึกษาตัวอย่างโครงงาน มาแลกเปล่ียนเรียนรู้ทางสื่อออนไลน์
หรอื เครือข่ายสังคม (ถา้ มี)
6. ผู้เรียนทาแบบประเมินตนเองหลงั เรียน
ส่ือและแหลง่ การเรยี น
1. ใบความรู้
2. ใบงาน
3. สอื่ ออนไลน์ (Online media)/เครอื ข่ายสังคม (Social network)
การประเมินผลการเรยี น
1. แบบฝกึ หัดจากใบงาน
2. แบบประเมินตนเองหลงั เรยี น
ชุดการเรียน วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน 3
แผนการเรยี น มอดลู ที่ 1.1
คาจากัดความและประเภทของโครงงานภาษาองั กฤษ
(Definitions and Types of English Project)
มอดลู ท่ี 1.1
โปรดอ่านหัวข้อเรื่อง แนวคิดและจุดประสงค์การเรียนของมอดูลที่ 1.1 แล้วจึงศึกษา
รายละเอียดตอ่ ไป
หัวขอ้ เร่อื ง
1.1.1 คาจากดั ความของโครงงานภาษาอังกฤษ (Definitions of English Project)
1.1.2 ประเภทของโครงงานภาษาองั กฤษ (Types of English Project)
แนวคดิ
โครงงานภาษาองั กฤษ (English project) เป็นการใช้ทักษะการแสวงหาความรู้ เพื่อพัฒนา
ทักษะทางภาษา ในส่งิ ท่ผี ้เู รยี นสนใจ หรือตอ้ งการค้นหาคาตอบหรอื ความรู้ โดยอาศยั หลกั การทางาน
ร่วมกันอย่างเปน็ ระบบ ใช้ทักษะกระบวนการ การคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ มีการพัฒนาทางด้านพุทธิ
พิสัย (Cognitive domain) และจิตพิสัย (Affective domain) การค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ ได้ด้วย
ตนเอง ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางานร่วมกับผู้อ่ืน (Collaboration) การพัฒนาทักษะ
ภาษาทางดา้ นการฟัง (Listening) การพดู (Speaking) การอ่าน (Reading) และการเขียน (Writing)
โครงงานภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ โครงงานค้นคว้าหาข้อมูล โครงงานสารวจ
โครงงานท่ใี หผ้ ลผลติ หรือชิน้ งาน และโครงงานท่ตี อ้ งจัดงานหรือการแสดง
จดุ ประสงค์การเรียน
1. เมอ่ื ศึกษาหัวข้อเรื่องท่ี 1.1.1 “คาจากัดความของโครงงานภาษาอังกฤษ” แล้ว ผู้เรียน
สามารถบอกคาจากัดความของโครงงานภาษาองั กฤษได้
2. เมื่อศึกษาหวั ข้อเรอื่ งท่ี 1.1.2 “ประเภทของโครงงานภาษาองั กฤษ” แลว้ ผเู้ รยี นสามารถ
บอกความแตกต่างของโครงงานภาษาอังกฤษประเภทตา่ ง ๆ ได้
4 ชุดการเรยี น วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน
กิจกรรมการเรยี น
1. ผู้เรยี นศึกษาเน้ือหาจากใบความร้ปู ระจามอดลู
2. ผู้เรียนค้นควา้ หาความรู้จากสื่อออนไลน์ ผ้รู ู้ และการลงมอื ปฏบิ ตั ิจริง
3. ผเู้ รียนทาแบบฝกึ หดั จากใบงานทกี่ าหนด
4. ผู้เรียนนาความรู้ท่ีได้จากการศึกษาตัวอย่างโครงงาน มาแลกเปล่ียนเรียนรู้ทางส่ือออนไลน์
หรือเครือขา่ ยสังคม (ถ้ามี)
ส่ือและแหลง่ การเรยี น
1. ใบความรู้
2. ใบงาน
3. สื่อออนไลน์ (Online media)/เครือขา่ ยสงั คม (Social network)
การประเมินผลการเรียน
แบบฝกึ หดั จากใบงาน
เนื้อหา
1.1.1 คาจากัดความและประเภทของโครงงานภาษาอังกฤษ (Definitions and Types
of English Project)
นักวิชาการหลายทา่ นใหค้ าจากัดความของโครงงานไว้ สรปุ ได้ดงั นี้
โครงงานภาษาอังกฤษ หมายถงึ กระบวนการจดั การเรยี นการสอนที่เกิดจากความสนใจของ
ผู้เรียน โดยใช้ทักษะกระบวนการ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีการพัฒนาทางด้านพุทธิพิสัย
(Cognitive domain) และจติ พิสยั (Affective domain) การค้นควา้ หาความรู้ใหม่ ๆ ได้ด้วยตนเอง
จากประสบการณจ์ รงิ ผ้เู รยี นไดพ้ ัฒนาทกั ษะกระบวนการทางานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration) และ
พัฒนาทักษะภาษาทางด้านการฟัง (Listening) การพูด (Speaking) การอ่าน (Reading) และการ
เขยี น (Writing)
1.1.2 ประเภทของโครงงานภาษาองั กฤษ (Types of English Project)
โครงงานภาษาองั กฤษแบง่ เปน็ 4 ประเภทดังน้ี
1. โครงงานค้นควา้ หาข้อมูล
โครงงานประเภทนี้มวี ตั ถุประสงค์เพ่ือค้นคว้าศึกษาเร่ืองต่าง ๆ อาจเป็นการทดลองเพื่อ
ศึกษาข้อมูลผลของตัวแปรหนึ่งท่ีมีต่อตัวแปรอีกตัวหนึ่ง ข้ันตอนการดาเนินโครงงานประเภทน้ีมี
ชุดการเรียน วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน 5
ข้ันตอนตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัย ประกอบด้วยการกาหนดปัญหา การต้ัง
จุดประสงคห์ รือสมมุติฐาน การรวบรวมขอ้ มลู การแปลผลและการสรปุ ผลการทดลอง หรือคน้ คว้าหา
ความรู้ข้อมูลทั้งในเรื่องภาษา และหรือบูรณาการกับรายวิชาอื่น ๆ เช่น การศึกษาเปรียบเทียบการ
เจริญเติบโตของต้นทานตะวันท่ีปลูกโดยใส่ปุ๋ยกับไม่ใส่ปุ๋ย การศึกษาผลของความเข้มข้นของ
ผงซักฟอกที่มีต่อการงอกของเมล็ดข้าว และผลของความเข้มข้นของแสงที่มีต่อการสลายตัวของ
วิตามินซี เป็นต้น โครงงานอาจเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ ดังน้ันผู้เรียนสามารถบูรณาการโครงงาน
วิทยาศาสตร์เป็นภาคภาษาอังกฤษ ตัวอย่างโครงงานค้นคว้าหาข้อมูล เช่น American English VS
British English เป็นการศึกษาความแตกต่างคาศัพท์ สานวน การใช้ภาษาท่ีใช้ในแบบอเมริกันกับ
แบบองั กฤษ เปน็ ต้น
ตัวอย่างโครงงานประเภทค้นควา้ หาขอ้ มลู
- English for Electrical Engineers
- English for Social Networks
- Writing in Daily Life
- Job Reporting
- The Story of Bangrajan
2. โครงงานสารวจ
โครงงานประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือสารวจ ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเร่ืองใด
เรอื่ งหนงึ่ แล้วนาขอ้ มูลมาจาแนกเป็นหมวดหมแู่ ละนาเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เพอื่ ใหเ้ ห็นลักษณะหรือ
ความสัมพันธ์ในเรื่องที่ต้องการศึกษา เช่น การศึกษาสถิติ ทัศนคติเก่ียวกับการใช้ภาษาอังกฤษหรือ
การสารวจเพื่อให้ได้ข้อมูลอื่น ๆ เช่น การสารวจข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือของวัยรุ่นในวิทยาลัย
(Popular Mobile Phone for Teenagers in the College) ผ้เู รยี นมกี ารสร้างแบบสารวจ กาหนด
ประเดน็ ที่จะศกึ ษา อาจจาแนกเพศ ระดับการศึกษา ยี่ห้อโทรศัพท์ที่นิยมใช้ เหตุผลในการเลือก สีที่
นิยมใช้ ฟงั ช่นั ทเ่ี ป็นเหตุผลในการเลือกใช้ เป็นตน้ โดยใช้ภาษาอังกฤษเปน็ สอื่ ในการทาโครงงาน แล้ว
นาเสนอผลทไี่ ด้จากการศกึ ษาเป็นภาษาอังกฤษ
ตวั อยา่ งโครงงานสารวจ
- Survey of Thai plays
- Needs of Students Uniform
- My Favorite Football Club
- Online Games
- Sport Survey
- Survey on Favorite Websites of Vocational Students
6 ชดุ การเรียน วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน
3. โครงงานท่ใี หผ้ ลผลติ หรอื ช้นิ งาน
โครงงานประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือเป็นโครงงานเกี่ยวกับการประยุกต์ทฤษฎี หรือ
หลักการทางวิทยาศาสตร์หรือด้านอ่ืน ๆ มาประดิษฐ์ของเล่น เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้หรืออุปกรณ์เพ่ือ
ประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ ซง่ึ อาจเป็นการประดิษฐ์สิ่งใหม่หรือการพัฒนาปรับปรุงเปล่ียนแปลงของเดิม
ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงการสร้างแบบจาลองเพ่ืออธิบายแนวคิดต่าง ๆ ด้วย เช่น การ
ประดิษฐ์ของเล่น ของใช้ ของประดับตกแต่งจากวัสดุ และการผลิตส่ือการเรียนการสอน เป็นต้น
ดังนั้น ในการประดิษฐ์คิดค้น ผลงานสิ่งประดิษฐ์ของผู้เรียนอาชีวศึกษา จึงสามารถทาโครงงาน
ภาษาอังกฤษได้ โดยนาส่ิงประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นมาบูรณาการความรู้และทักษะทางภาษา นาเสนอ
ขอ้ มูลเป็นภาษาองั กฤษ
ตัวอย่างโครงงานท่ีให้ผลผลติ หรอื ชิ้นงาน
- Invention: Solar Cell Insect Trap
- Invention: Multi-purposed Robot
- Invention: Cutting Machine
- Invention: Multi-purpose Chair
- Invention: Fruity Hand Gel
- Website: Cooking
- Website: Industrial Trades
- Website: English for Hotel and Tourism
4. โครงงานที่ตอ้ งจดั งานหรือการแสดง
เป็นโครงงานที่เกิดจากการนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ เพ่ือการแสดงองค์ความรู้โดย
ปฏิบัติงานจริง จัดการแสดง หรือนาเสนอ เพื่อสะท้อนให้เห็นองค์ความรู้และทักษะที่ผู้เรียนมีใน
วชิ าชีพของตน
ตัวอย่างโครงงานทตี่ อ้ งจดั งานหรอื การแสดง
- Shadow Puppets
- Drama on Stage
- Reality Show
- Game Show
- Telling Story
- Talent Show
- Singing Contest
- Demonstration – How to Make ……………
- Demonstration – How to Install………..
ชุดการเรียน วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน 7
ใบงานที่ 1.1
คาส่ัง ผ้เู รยี นศึกษามอดลู ท่ี 1.1 เรือ่ ง คาจากัดความและประเภทของโครงงานภาษาอังกฤษแลว้
1) สรปุ คาจากดั ความของโครงงานภาษาอังกฤษตามความเข้าใจของผเู้ รยี น
2) เลอื กประเภทของโครงงานที่ผเู้ รยี นสนใจทา พร้อมบอกเหตุผล
1) สรุปคาจากัดความของโครงงานภาษาองั กฤษ
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
2) ประเภทของโครงงานทผี่ ้เู รยี นสนใจทา
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
เหตผุ ลทเี่ ลือก
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
8 ชดุ การเรียน วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน
แผนการเรยี น มอดลู ท่ี 1.2
ลกั ษณะและองค์ประกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ
(Characteristics and Components of an English Project)
มอดลู ท่ี 1.2
โปรดอ่านหัวข้อเร่ือง แนวคิดและจุดประสงค์การเรียนของมอดูลที่ 1.2 แล้วจึงศึกษา
รายละเอยี ดตอ่ ไป
หวั ขอ้ เรอ่ื ง
1.2.1 ลักษณะสาคัญของโครงงาน (Characteristics of an English Project)
1.2.2 องคป์ ระกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ (Components of an English Project)
แนวคดิ
ลักษณะของโครงงานเปน็ กระบวนการเรียนรู้ ที่บูรณาการหลักสูตรกับการจัดการเรียนรู้ สร้างให้
ผู้เรียนมีทักษะที่จาเป็นในการดาเนินชีวิต เกิดจากความสนใจใฝ่รู้ของผู้เรียน สามารถสร้างความรู้ด้วย
ตนเอง มีระบบ เป็นข้ันตอนและต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมบนพื้นฐานความเชื่อม่ันในศักยภาพการเรียนรู้
ของผ้เู รียนทีย่ ึดผเู้ รยี นเป็นสาคญั และสอดคลอ้ งกบั สภาพความเป็นจริงในทอ้ งถ่ิน
องค์ประกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย ช่ือโครงงาน (Title) ผู้จัดทา
(Authors) อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน (Advisors) ความเป็นมาของโครงการ (Background of the
Project) วัตถุประสงค์ (Objectives) วิธีดาเนินการ (Methods) ผลการดาเนินงาน (Results)
ขอ้ เสนอแนะ (Recommendations) แหลง่ อ้างอิง (References) และภาคผนวก (Appendices)
จุดประสงค์การเรยี น
1. เมื่อศึกษาหัวข้อเร่ืองที่ 1.2.1 “ลักษณะสาคัญของโครงงาน” แล้ว ผู้เรียนสามารถบอก
ลักษณะสาคัญของโครงงานได้
2. เม่ือศึกษาหัวข้อเรื่องท่ี 1.2.2 “องค์ประกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ” แล้ว ผู้เรียนสามารถ
บอกองคป์ ระกอบทสี่ าคัญของโครงงานภาษาองั กฤษได้
ชุดการเรยี น วิชาภาษาองั กฤษโครงงาน 9
กิจกรรมการเรยี น
1. ผูเ้ รียนศึกษาเน้ือหาจากใบความรปู้ ระจามอดลู
2. ผเู้ รียนคน้ ควา้ หาความรู้จากส่อื ออนไลน์ตา่ ง ๆ ผ้รู ู้ และการลงมือปฏบิ ตั ิจริง
3. ผู้เรียนทาแบบฝึกหัดจากใบงานท่ีกาหนด
4. ผู้เรียนนาความรู้ที่ได้จากการศึกษาตัวอย่างโครงงาน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางส่ือออนไลน์
หรอื เครอื ขา่ ยสงั คม (ถา้ ม)ี
สอ่ื และแหลง่ การเรียน
1. ใบความรู้
2. ใบงาน
3. สื่อออนไลน์ (Online media)/เครอื ข่ายสงั คม (Social network)
การประเมนิ ผลการเรียน
แบบฝกึ หัดจากใบงาน
เนื้อหา
1.2.1 ลกั ษณะสาคญั ของโครงงาน (Characteristics of an English Project)
การจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานเป็นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีรากฐานมาจากแนวคิดใน
การศึกษาของ John Dewey นักปรัชญาและนักการศึกษาชาวอเมริกัน และแนวคิดการศึกษาแบบพิพัฒ
นาการ (Progressive education) ซึ่งเชื่อว่า การศึกษาเป็นการสร้างประสบการณ์ชีวิตที่ต่อเนื่อง โดยมี
ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซ่ึงสอดคล้องกับแนวทางปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบัน รวมถึงการเรียนรู้ของผู้เรียน
ตามแนวคิดการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) มาตรฐานการศึกษา การจัดหลักสูตรแบบ
บรู ณาการ และการเรยี นรตู้ ามสภาพจรงิ ลกั ษณะสาคญั ของการทาโครงงาน สามารถสรุปได้ดังน้ี
1. เป็นวิธกี ารเรยี นทบี่ ูรณาการหลักสูตรกับการจัดการเรียนรไู้ ด้อย่างกลมกลืน
2. เป็นกระบวนการเรียนร้ทู สี่ รา้ งให้ผเู้ รียนมที ักษะทจี่ าเปน็ ในการดาเนนิ ชวี ติ
3. เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากความสนใจ ใคร่รู้คาตอบของตัวผู้เรียนเอง และผู้เรียนทางานอย่าง
เปน็ อสิ ระ
4. เป็นวิธีการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ (construct) ด้วยตนเอง เนื่องจากใช้ทักษะ
การเรียนรแู้ ละปัญญาหลาย ๆ ดา้ น
5. เป็นวิธีการเรียนรู้เรื่องใดเร่ืองหนึ่งอย่างลึกซ้ึง มีระบบ เป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง จัดให้มีการ
ประเมินตามสภาพจรงิ โดยตนเองและครู
10 ชุดการเรยี น วิชาภาษาองั กฤษโครงงาน
การจดั การเรียนการสอนที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน ต้องทาให้ผู้เรียนได้มองเห็นว่า ส่ิงที่ได้
ศึกษาและเรียนไปน้ันมีประโยชน์ต่อผู้เรียน สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้และสามารถนาไป
ประยกุ ตใ์ ชก้ ับการเรียนรูใ้ นรายวชิ าอ่ืน ความรูอ้ ่ืน ๆ ได้ โดยครูจะต้องสอนให้ผู้เรียนเข้าใจในกระบวนการ
เรียนรูแ้ ละสามารถพฒั นาความคดิ ของตนเองได้
กิจกรรมโครงงานเป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างความรู้ด้วยตนเองของผู้เรียนโดยการบูรณาการ
สาระความรู้ต่าง ๆ ให้เอือ้ ต่อกนั หรือร่วมกันสร้างเสริมความคิด ความเข้าใจ ความตระหนัก ท้ังด้านสาระ
และคุณค่าต่าง ๆ ให้กับผู้เรียนโดยอาศัยทักษะทางปัญญาหลายด้าน ทั้งท่ีเป็นทักษะข้ันพื้นฐานในการ
แสวงหาความรู้ ทกั ษะขัน้ สูงที่จาเป็นในการคิดอย่างสร้างสรรค์และมีวิจารณญาณ การเรียนการสอนแบบ
โครงงานเป็นการปรับเปล่ียนกระบวนการเรียนการสอนท่ีเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองหรือเน้น
ตัวผู้เรียนเป็นสาคัญ โดยมีครูเป็นผู้คอยช่วยเหลือให้คาแนะนารวมถึงการให้กาลังใจ การนาแนวคิด
วิธีการและแนวทางในการทาโครงงานไปใช้ในกระบวนการเรียนการสอนจะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการ
เปล่ียนแปลงในทางสรา้ งสรรคแ์ ละเรยี นรู้ดว้ ยตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื งและตลอดชีวิต
การจั ดการเรี ยนรู้ ด้ วยกิ จกรรมโครงงานตั้ งอยู่ บนพ้ื นฐานความเชื่ อแล ะหลั กการปฏิ รู ป
กระบวนการเรียนรู้ คอื เชือ่ มนั่ ในศกั ยภาพการเรียนรูข้ องผู้เรียน ภายใต้หลักการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียน
เปน็ สาคัญและสอดคล้องกบั สภาพความเป็นจรงิ ในทอ้ งถ่ิน กล่าวคือ
1. ผู้เรยี นได้เลอื กเรื่อง/ประเด็น/ปญั หาที่ต้องการศึกษาเอง
2. ผเู้ รยี นเลอื กและหาวธิ กี ารตลอดจนแหลง่ ข้อมูลที่หลากหลายด้วยตนเอง
3. ผเู้ รียนลงมอื ปฏบิ ัติ (เรียนร)ู้ ด้วยตนเอง
4. ผู้เรียนไดบ้ ูรณาการทกั ษะ/ประสบการณ์/ความร/ู้ ส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั ตามสภาพจริง
5. ผู้เรยี นไดเ้ ป็นผู้สรปุ (สรา้ งองค์ความร)ู้ ด้วยตนเอง
6. ผเู้ รยี นผู้เรยี นได้แลกเปลี่ยนเรียนร้กู บั ผู้อ่ืน
7. ผ้เู รยี นไดน้ าความรไู้ ปใช้จรงิ
1.2.2 องค์ประกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ (Components of an English Project)
องค์ประกอบของโครงงานภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย
1. ชื่อโครงงาน (Title) เป็นส่วนท่ีบอกชื่อโครงงาน มีความหมายชัดเจนและบ่งถึงวัตถุประสงค์
ที่กาหนด
2. ผ้จู ดั ทา (Authors) แสดงช่อื ผจู้ ดั ทาโครงงานอาจเปน็ รายบคุ คลหรือทาเป็นกลมุ่
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน (Advisors) แสดงรายชื่ออาจารย์ท่ีปรึกษา อาจประกอบด้วย
ผเู้ ช่ยี วชาญด้านเนอื้ หา และผเู้ ช่ียวชาญดา้ นภาษาองั กฤษ
4. ความเป็นมาของโครงการ (Background of the Project) แสดงรายละเอียดที่มาของการ
จัดทาโครงงาน อาจเปน็ ปญั หาหรือความจาเป็น ตลอดจนระบปุ ระโยชน์ที่จะได้รบั การดาเนินโครงงานน้ี
ชดุ การเรยี น วชิ าภาษาอังกฤษโครงงาน 11
5. วัตถุประสงค์ (Objectives) เป็นส่วนท่ีบอกว่า เม่ือดาเนินโครงงานน้ีแล้วจะได้ผลท่ีเป็น
รปู ธรรมอะไรบา้ ง อาจมีมากกวา่ 1 ข้อ แต่ตอ้ งสามารถวดั ได้อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่นิยมเขียนวัตถุประสงค์
1-3 ข้อ
6. วิธีดาเนินการ (Methods) แสดงภารกิจหรืองานท่ีจะต้องปฏิบัติในการดาเนินโครงงานให้
บรรลวุ ตั ถุประสงคโ์ ดยเขียนตามลาดับขน้ั ตอน และปฏบิ ัตไิ ด้จรงิ
7. ผลการดาเนินงาน (Results) เป็นการรายงานผลการดาเนินโครงงานตามวัตถุประสงค์ท่ี
กาหนดไว้
8. ข้อเสนอแนะ (Recommendations) เป็นการกล่าวถึงข้อจากัดในการทาโครงงาน รวมท้ัง
ข้อเสนอแนะในการศึกษาเรอื่ งอ่นื ๆ ท่ีเก่ียวข้อง น่าสนใจ และจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ ไป
9. แหล่งอ้างอิง (References) เป็นส่วนที่ผู้จัดทาแสดงแหล่งท่ีได้ค้นคว้าหาความรู้มาจัดทา
โครงงาน เช่นจากหนังสือ ตาราต่าง ๆ หรือ website โดยเขียนไว้ท้ายเน้ือหา และต้องเขียนตามหลักที่
ถกู ตอ้ ง
10. ภาคผนวก (Appendices) เป็นส่วนอื่น ๆ ท่ีผู้จัดทาต้องการแสดงให้เห็นเป็นหลักฐาน
ร่องรอยในการจัดทาโครงงาน เช่น รูปภาพการประชุมของผู้จัดทาโครงงาน ภาพผลงานของ
โครงงาน และสถิตติ า่ ง ๆ
12 ชดุ การเรียน วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน
ใบงานท่ี 1.2
คาส่ัง ผ้เู รียนศกึ ษามอดูลท่ี 1.2 ลักษณะสาคัญของโครงงานแลว้ สรปุ ลักษณะสาคัญของโครงงาน
สรปุ ลักษณะสาคัญของโครงงาน
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
ชุดการเรยี น วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน 13
ใบงานท่ี 1.3
คาส่งั เขยี นองคป์ ระกอบของโครงงานภาษาองั กฤษ ในรูปแบบของผังความคดิ (Mind map)
14 ชดุ การเรยี น วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน
แผนการเรยี น มอดลู ท่ี 1.3
ข้ันตอนการทาโครงงานภาษาองั กฤษ
(Steps of English Project)
มอดลู ท่ี 1.3
โปรดอ่านหัวข้อเร่ือง แนวคิดและจุดประสงค์การเรียนของมอดูลที่ 1.3 แล้วจึงศึกษา
รายละเอยี ดตอ่ ไป
หัวข้อเรอ่ื ง
1.3.1 ข้ันตอนการทาโครงงานภาษาอังกฤษ (Steps of English Project)
แนวคิด
ข้ันตอนการทาโครงงานภาษาอังกฤษ ประกอบด้วยขั้นตอนสาคัญ 5 ขั้นตอน ได้แก่ ข้ันระบุ
ความสาคัญของปัญหา (Identification of problem) ข้ันกาหนดวัตถุประสงค์ของการทาโครงงาน
(Purposes of English project) ข้ันวางแผนการทาโครงงาน (Planning) ข้ันลงมือทา (Process) และขั้น
สรปุ และประเมินผลโครงงาน (Evaluation)
จุดประสงคก์ ารเรยี น
เมื่อศึกษามอดูลท่ี 1.3 “ขัน้ ตอนการทาโครงงานภาษาองั กฤษ” แล้ว ผู้เรียนสามารถบอกขั้นตอน
การทาโครงงานภาษาองั กฤษได้
กจิ กรรมการเรยี น
1. ผ้เู รยี นศึกษาเน้ือหาจากใบความรู้ประจามอดลู
2. ผู้เรยี นค้นคว้าหาความรูจ้ ากสอ่ื ออนไลน์ ผู้รู้ และการลงมือปฏิบตั จิ ริง
3. ผเู้ รยี นทาแบบฝึกหัดจากใบงานทกี่ าหนด
4. ผู้เรียนนาความรู้ท่ีได้จากการศึกษาตัวอย่างโครงงาน มาแลกเปล่ียนเรียนรู้ทางสื่อออนไลน์
หรอื เครือข่ายสังคม (ถา้ ม)ี
ชุดการเรยี น วิชาภาษาองั กฤษโครงงาน 15
สอื่ และแหลง่ การเรยี น
1. ใบความรู้
2. ใบงาน
3. ส่อื ออนไลน์ (Online media)/เครือขา่ ยสงั คม (Social network)
การประเมินผลการเรยี น
แบบฝกึ หัดจากใบงาน
เนอ้ื หา
1.3.1 ขั้นตอนการทาโครงงานภาษาอังกฤษ (Steps of English Project)
กิจกรรมโครงงานเป็นส่ิงที่ผู้เรียนต้องทา ต้องปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์แล้วได้ผลงานออกมา
ในรูปแบบต่าง ๆ ตามที่กาหนดและข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน โดยท่ีผู้เรียนจะต้องทาด้วย
ตนเองตั้งแต่การวางแผนการทางาน การศึกษาหาข้อมูลเพื่อประกอบการทางานจนสาเร็จเรียบร้อยเป็น
ผลงานตามแผนและวตั ถปุ ระสงคท์ ีก่ าหนด
พิมพนั ธ์ เดชะคุปต์ พเยาว์ ยินดีสุข และราเชน มีศรี (2549) ได้สรุปขั้นตอนการดาเนินโครงงาน
โดยใช้ตามข้ันตอนทางวิทยาศาสตร์ เพื่อหาคาตอบของปัญหา ประกอบด้วยข้ันระบุปัญหา ขั้นออกแบบ
การรวบรวมข้อมลู ขั้นปฏบิ ัตกิ ารรวบรวมขอ้ มลู ข้ันวเิ คราะห์ผลและสือ่ ความหมายข้อมลู และขนั้ สรปุ ผล
ขน้ั ตอนการทาโครงงานมี 5 ข้นั ตอน คือ
1. ข้ันระบุความสาคัญของปัญหา (Identification of Problem) แสดงให้เห็นปัญหาที่สนใจที่
จะทาโครงงานภาษาอังกฤษ อาจเกิดจากแรงบันดาลใจหรือหลักการ แนวคิดใด ที่โน้มน้าว หรือกระตุ้นให้
สนใจทจี่ ะทาโครงงาน ท้ังนก้ี เ็ พือ่ การได้คาตอบท่ีเป็นองค์ความรู้ ทักษะทางภาษาในด้านใดด้านหนึ่ง หรือ
ครบทกุ ทกั ษะ
2. ขั้นกาหนดวัตถุประสงค์ของการทาโครงงาน (Purposes of project) เป็นการระบุว่าในการ
ทาโครงงานน้ัน ต้องการสร้างความรู้ หรือแก้ปัญหา ตอบสนองส่ิงท่ีตนหรือกลุ่มสนใจ โดยเชื่อมโยงกับ
ความสนใจและทกั ษะภาษาองั กฤษที่จะไดจ้ ากการทาโครงงาน
3. ข้ันวางแผนการทาโครงงาน (Planning) แสดงให้เห็นข้ันตอนในการทาโครงงาน โดยกาหนด
ภาระงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการดาเนินงาน ให้เสร็จทันตามกาหนด และบรรลุวัตถุประสงค์
ทต่ี ้ังไว้
4. ขัน้ ลงมอื ทา (Process) เป็นรายละเอียดท่ีดาเนินงานตามแผนงานท่ีกาหนด โดยพิจารณาว่า
การดาเนินงานในแต่ละขั้นตอน เป็นไปตามแผนที่กาหนด และเกิดความรู้ ตอบสนองส่ิงที่สนใจและ
ต้องการตามวตั ถปุ ระสงค์ จนกระท่ังครบตามแผนงานที่กาหนดไว้
5. ขั้นสรุปและประเมินผลโครงงาน (Evaluation) เป็นการทบทวน ตรวจสอบการดาเนินงาน
ทงั้ หมดว่าเป็นไปตามแผนงานท่กี าหนดไว้หรอื ไม่ และบรรลวุ ัตถปุ ระสงคท์ ีต่ ัง้ ไวเ้ พียงใด
16 ชุดการเรียน วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน
ใบงานท่ี 1.4
คาส่งั บอกขน้ั ตอนการทาโครงงานภาษาอังกฤษ และบอกขน้ั ตอนทีค่ ดิ วา่ สาคัญทสี่ ดุ พร้อมอธิบาย
เหตุผล
1) ขน้ั ตอนการทาโครงงานภาษาอังกฤษ
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
2) ขัน้ ตอนทคี่ ดิ ว่าสาคัญท่สี ุด
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
เหตุผล
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
ชุดการเรยี น วิชาภาษาองั กฤษโครงงาน 17
เอกสารอ้างองิ
พิมพนั ธ์ เดชะคปุ ต์ พเยาว์ ยินดีสขุ และราเชน มีศรี. 2549. การสอนคดิ ดว้ ยโครงงาน. พิมพ์ครั้งท่ี 3.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ลัดดา ภูเ่ กยี รติ. 2544. โครงงานเพื่อการเรยี นรู้: หลกั การและแนวทางการจดั กิจกรรม. กรงุ เทพฯ :
สานกั พิมพ์พีแอนด์พี ปริน้ ต้งิ .
วิชาการ, กรม. 2544. เทคนิคการจัดกระบวนการเรยี นรูท้ ผี่ ้เู รียนสาคญั ท่ีสดุ “โครงงาน”.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ครุ ุสภา ลาดพร้าว.
สมศักด์ิ ภวู่ ิภาดาวรรธน์. 2544. การยึดผู้เรียนเป็นศูนยก์ ลางและการประเมินตามสภาพจริง.
เชียงใหม่ : โรงพมิ พ์แสงศลิ ป์.
Hargis, J. 2005. Collaboration, Community and Project-Based Learning - Does It Still Work
Online?. Instructional Media, Vol. 32 (2).
Simon Haines. ม.ป.ป. โครงงานอังกฤษ Projects สาหรับช้ันเรียนภาษาองั กฤษเปน็ ภาษาตา่ งประเทศ.
แปลโดย มลั ลิกา พงษ์ปรติ ร และศรีภมู ิ อัครมาส. กรุงเทพมหานคร : เบน พบั ลชิ ช่ิง จากดั .
18 ชดุ การเรยี น วชิ าภาษาอังกฤษโครงงาน
แบบประเมนิ ตนเองหลงั เรยี น
หนว่ ยท่ี 1
คาสั่ง
จงทาเครื่องหมาย ล้อมรอบตัวอักษร (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) หน้าคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคาตอบ
เดียว
1. ข้อใด ไม่ใช่ แนวคดิ ทส่ี าคญั ของโครงงานภาษาองั กฤษ
ก. ใช้ทักษะการแสวงหาความรู้เพอื่ พฒั นาทักษะทางวิชาชพี
ข. ใช้ทักษะการแสวงหาความรูเ้ พอ่ื นาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการส่ือสารได้จริง
ค. ใชท้ ักษะการแสวงหาความรู้โดยอาศยั หลกั การทางานร่วมกันอยา่ งเปน็ ระบบ
ง. ใชท้ ักษะการแสวงหาความรู้ในส่ิงทีผ่ ้เู รียนสนใจตอ้ งการคน้ หาคาตอบหรือความรู้
2. “โครงงานประเภทนมี้ วี ัตถุประสงค์เพือ่ ศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกบั เรื่องใดเรื่องหนึง่ แลว้ นาขอ้ มูล
ท่ีไดม้ าจาแนกเปน็ หมวดหม่แู ละนาเสนอในรูปแบบตา่ ง ๆ” เปน็ นยิ ามของโครงงานประเภทใด
ก. โครงงานสารวจ ข. โครงงานคน้ คว้าหาขอ้ มูล
ค. โครงงานทต่ี อ้ งจดั งานหรือการแสดง ง. โครงงานทใี่ หผ้ ลผลติ หรือช้ินงาน
3. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนไปทาการศึกษาความแตกต่างระหว่างการใช้ภาษาอังกฤษแบบ American
English กบั British English ผู้เรยี นต้องทาโครงงานประเภทใด
ก. โครงงานทต่ี ้องจดั งานหรือการแสดง ข. โครงงานที่ใหผ้ ลผลติ หรือชิ้นงาน
ค. โครงงานสารวจ ง. โครงงานค้นควา้ หาข้อมลู
4. ข้อใด ไม่ใช่ กระบวนการทาโครงงานภาษาอังกฤษ
ก. ผูเ้ รียนลงมือปฏบิ ัติดว้ ยตนเอง
ข. ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรูก้ บั ผูอ้ น่ื
ค. ผเู้ รยี นสรา้ งองค์ความรจู้ ากการฟงั ครูสรุป
ง. ผเู้ รียนเลอื กและหาวธิ ีการตลอดจนแหลง่ ข้อมลู ทห่ี ลากหลายดว้ ยตนเอง
5. ข้อใดไม่ถูกตอ้ งเกี่ยวกับองคป์ ระกอบในการทาโครงงาน
ก. ผลการดาเนนิ งาน (Results) แสดงผลทไี่ ด้จากการทาโครงงาน
ข. วตั ถปุ ระสงค์ (Objectives) แสดงถงึ ขน้ั ตอนการดาเนนิ โครงงาน
ค. แหลง่ อ้างองิ (References) แสดงร่องรอยในการคน้ คว้าหาความรูไ้ ด้
ง. ความเปน็ มาของโครงการ (Background of the Project) แสดงใหเ้ หน็ วา่ ทาไมจงึ เลือกทา
โครงงานนน้ั
ชุดการเรียน วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน 19
ภาคผนวก
20 ชดุ การเรียน วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน
เฉลย/แนวตอบ
แบบประเมนิ ตนเองกอ่ นและหลงั เรยี น
หนว่ ยที่ 1
แบบประเมินตนเองกอ่ นเรยี น
1. ค 2. ข 3. ก 4. ง 5. ก
แบบประเมนิ ตนเองหลังเรยี น
1. ก 2. ก 3. ง 4. ค 5. ข
ชดุ การเรียน วิชาภาษาองั กฤษโครงงาน 21
ชุดการเรยี น
หลักสูตรประกำศนียบัตรวิชำชีพชัน้ สูง พุทธศักรำช ๒๕๕๗
3000-1204
ชอื่ วชิ า ภาษาองั กฤษโครงงาน
(English Project Work)
หนว่ ยท่ี 2
การตงั้ ชอ่ื โครงงาน
(Project Title)
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ชดุ การเรียน วิชาภาษาองั กฤษสาหรับการปฏิบัตงิ าน 3
แบบประเมนิ ตนเองกอ่ นเรยี น
หนว่ ยที่ 2
คาสัง่
จงทาเคร่ืองหมาย ล้อมรอบตัวอักษร (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) หน้าคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบ
เดียว
1. ข้อใดไมใ่ ช่แหล่งท่ีมาของหัวข้อโครงงาน
ก. จากปญั หาที่พบในชวี ิตประจาวนั
ข. จากงานอดิเรกและความสนใจ
ค. จากการอา่ นวารสารและคดั ลอก
ง. จากการพูดคยุ กับผ้รู หู้ รอื ผู้เชี่ยวชาญ
2. หลกั การตงั้ ชื่อโครงการ RCCA หมายถึงขอ้ ใด
ก. Read Clear Complete Attractive
ข. Read Clear Complete Activity
ค. Relevant Clear Complete Activity
ง. Relevant Clear Complete Attractive
3. ข้อใดถูกต้องสาหรบั การต้งั ชอ่ื โครงงาน
ก. ต้องมคี วามยาวสละสลวย
ข. ต้องชดั เจน สมบูรณ์ เร้าใจผอู้ า่ น
ค. ตอ้ งชดั เจน มคี าถามเร้าใจผู้อา่ น
ง. ต้องมคี วามยาว สมบูรณ์
4. การเขยี นหวั ข้อโครงงาน ข้อใดถูกต้อง
ก. Healthy Foods for Healthy Life
ข. Healthy foods for Healthy life
ค. Healthy foods for healthy life
ง. Healthy Foods For Healthy Life
5. การเรียงหัวข้อโครงงาน ขอ้ ใดถูกต้อง
ก. Recycled Box Paper Gift
ข. Recycled Gift Box Paper
ค. Recycled Paper Gift Box
ง. Recycled Paper Box Gift
ชดุ การเรียน วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน 22
แผนการเรยี น หนว่ ยที่ 2
การตัง้ ชอ่ื โครงงาน (Project Title)
มอดลู ท่ี 2.1
โปรดอ่านหัวข้อเร่ือง แนวคิดและจุดประสงค์การเรียนของมอดูลที่ 2.1 แล้วจึงศึกษา
รายละเอียดต่อไป
หวั ข้อเรอื่ ง
2.1.1 การตงั้ ชื่อโครงงาน (Project Title)
แนวคดิ
การตง้ั ชอื่ โครงงาน (Project title) ควรตัง้ ให้สอดคล้องกับเนือ้ หาของโครงงานหรอื กิจกรรม
ทน่ี าเสนอ สื่อใหเ้ ห็นสาระสาคัญของการทาโครงงาน ตลอดจนกระต้นุ ให้ผู้อ่านเกิดความสนใจเน้ือหา
รายละเอียดต่าง ๆ ของโครงงานน้ัน การต้ังชื่อโครงงานควรพิจารณาโดยใช้หลัก RCCA คือ ตรง
ประเด็นของปัญหา (Relevant) ชดั เจน รัดกุม เข้าใจง่าย (Clear) ได้ใจความสมบูรณ์ (Complete )
และ เร้าความสนใจผอู้ ่าน (Attractive)
จุดประสงคก์ ารเรยี น
เมื่อศึกษามอดูลที่ 2.1 “การตัง้ ชื่อโครงงาน” แลว้
1. ผ้เู รียนสามารถบอกแนวทางและหลักการในการตงั้ ชอ่ื เร่ืองโครงงานได้
2. ผู้เรียนสามารถตั้งชือ่ เรอ่ื งโครงงานได้เหมาะสมและถกู ตอ้ งตามหลักไวยากรณ์
กิจกรรมการเรยี น
7. ผ้เู รยี นทาแบบประเมนิ ตนเองกอ่ นเรียน
8. ผ้เู รยี นศึกษาเนือ้ หาจากใบความรู้ประจามอดลู
9. ผู้เรียนค้นควา้ หาความรเู้ พิ่มเตมิ จากแหลง่ การเรียนรู้อนื่ ๆ
10.ผเู้ รียนทาแบบฝกึ หดั จากใบงานทีก่ าหนด
11.ผู้เรียนทาแบบประเมนิ ตนเองหลงั เรยี น
23 ชดุ การเรียน วชิ าภาษาอังกฤษโครงงาน
ส่อื และแหล่งการเรยี น
4. ใบความรู้
5. ใบงาน
6. ส่ือออนไลน์ (Online media)/เครือขา่ ยสังคม (Social network)
การประเมินผลการเรียน
3. แบบฝึกหดั จากใบงาน
4. แบบประเมินตนเองหลงั เรียน
ชดุ การเรยี น วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน 24
เนอื้ หา
2.1.1 การต้งั ช่อื โครงงาน (Project Title)
การต้ังชื่อโครงงาน (Project title) เป็นส่ิงท่ีทาให้ผู้อ่านเข้าใจในปัญหาและวิธีการศึกษาของ
ผู้เรียน การตั้งช่ือโครงงานจึงต้องต้ังให้เหมาะสม ชื่อโครงงานท่ีผู้เรียนคิดขึ้นมานั้นควรเป็นช่ือที่เกี่ยวข้อง
กบั ลักษณะกจิ กรรมโครงงานของผู้เรียน มีความหมาย มีความสอดคล้องกับเน้ือหาโครงงาน กิจกรรมที่ทา
ในโครงงาน หรือสือ่ ให้เห็นประเด็นหลกั สาคัญของการทาโครงงาน ตลอดจนกลุ่มเป้าหมายที่ผู้เรียนเข้าไป
ทาโครงงาน
หัวข้อเร่ืองโครงงานได้มาจากแหลง่ ที่มาต่าง ๆ ดงั นี้
1. จากปัญหาท่ีพบในชีวิตประจาวัน (Problems in daily life) ที่ผู้เรียนต้องการแก้ไข เช่น
ปญั หาสุขภาพ ปัญหาการออกกาลังกาย เปน็ ตน้
2. จากงานอดิเรก (Hobbies) ความสนใจ (Interests) ของผู้เรียน เช่น การประดิษฐ์ส่ิงของ
จากวัสดเุ หลือใช้ การปลกู พืชไรด้ ิน เป็นตน้
3. จากแหล่งชมุ ชน สถานประกอบการ วนอุทยาน สวนสัตว์ พิพิธภณั ฑ์ ห้องปฏบิ ตั กิ าร
4. จากสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ สต์ ่าง ๆ เช่น อินเทอร์เนต็
5. จากการอา่ นหนงั สือต่าง ๆ เช่น ตารา หนงั สอื พมิ พ์ วารสาร บทความ เปน็ ต้น
6. ศึกษาจาก นิทรรศการ หรือโครงงานของผู้อื่นท่ีหน่วยงานหรือสถาบันทางการศึกษา
จดั ข้ึน ซง่ึ ผเู้ รยี นสามารถนาแนวคดิ ท่ีได้จากการศึกษา มาปรบั ปรุงและประยุกต์คิดเป็นหัวข้อโครงงานของ
ตนเอง
7. จากกจิ กรรมการเรยี นการสอนในสถานศกึ ษา ในสาขาวิชาชีพ ทผ่ี เู้ รียนศกึ ษา
8. จากการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้รู้ ครู อาจารย์ ผู้เช่ียวชาญหรือผู้ชานาญการใน
เรือ่ งทสี่ นใจ เพ่อื หาแนวความคิด หรอื วิธีในการตดั สนิ ใจในการเลอื กคดิ ทาหวั ข้อโครงงาน
การต้ังช่ือโครงงาน
การตั้งชือ่ โครงงานทดี่ คี วรใช้หลกั RCCA ดังนี้
1. ตรงประเด็นของปัญหา (Relevant) ตง้ั ชื่อใหต้ รงประเด็นของปญั หา
2. ชัดเจน รัดกุม เข้าใจงา่ ย (Clear) ตง้ั ชื่อเร่ืองสนั้ ๆ โดยใช้ภาษาทเี่ ข้าใจง่าย และกะทดั รัด
3. ได้ใจความสมบูรณ์ (Complete) ควรเขียนเป็นข้อความเรียงที่สละสลวยได้ใจความ
สมบูรณ์
4. เร้าความสนใจ (Attractive) ควรเป็นช่ือเรื่องท่ีเร้าใจให้ผู้อ่ืนสนใจ อยากรู้ และอยากดู
ผลงาน
นอกจากการใชห้ ลกั การ RCCA แลว้ ผู้เรียนจาเป็นต้องเข้าใจหลักไวยากรณ์ที่สาคัญประกอบการ
เขยี นชอื่ โครงงานดงั นี้ คอื
25 ชุดการเรียน วชิ าภาษาอังกฤษโครงงาน
1. การเขียนชื่อโครงงาน ต้องข้นึ ต้นคาด้วยอักษรตัวใหญ่ (Capital letter) ยกเว้นคาบุพบท
(Preposition) ที่มตี ัวอักษรไม่เกิน 4 ตัว
2. ชอื่ โครงงาน ไม่ควรเป็นประโยคคาถาม
3. การเรียงลาดับคา ในภาษาอังกฤษ การแปลคาศัพท์ จะแปลคานามหลักท่ีอยู่ตาแหน่ง
หลงั สุดก่อน ส่วนหน้า คือส่วนขยาย
3.1 คานามขยาย + คานามหลกั เช่น
tennis racket (ไม้เทนนิส)
football player (ผเู้ ลน่ ฟุตบอล)
3.2 คุณศัพท์ (Adjective) + คานาม เช่น
healthy food (อาหารสขุ ภาพ)
wooden floor (พน้ื ทาจากไม้)
white shirt (เส้อื เช้ติ สีขาว)
ตวั อยา่ งชื่อโครงงาน
1. Secrets of Success
2. Healthy Foods for Healthy Life
3. 10 Methods for Dieting
4. Big Bike Touring
5. Good Food Good Health
6. Football Makes Friendship
7. Fantastic Places
8. What Makes You Happy!!
9. Robots Make Life Easy
10. Money Makes You Happy, Really!!
11. Shopping Cheers Me up!
12. Songs for Life
13. My Healthy Dish
14. National Dishes
15. Energy Saving Lamp
ชดุ การเรียน วชิ าภาษาอังกฤษโครงงาน 26
ใบงานท่ี 2.1
คาส่งั อ่านชือ่ โครงงานตอ่ ไปน้ี และแก้ไขการใช้ Capital letter ตามหลักการใช้ไวยากรณ์
1. Amazing banana
...................................................................................................................
2. Profit Or Lost
...................................................................................................................
3. Global WarMing
...................................................................................................................
4. robotics mower
...................................................................................................................
5. lottery winning
...................................................................................................................
6. Let’s study vocational education
...................................................................................................................
7. fish Descales machine
...................................................................................................................
8. Automatic fish feeder
...................................................................................................................
9. Analysis Of Cost And Returns On Investment Of Rice Farms
...................................................................................................................
10. Banana slicer machine
...................................................................................................................
27 ชุดการเรียน วชิ าภาษาองั กฤษโครงงาน
ใบงานที่ 2.2
คาสั่ง เรียงช่ือโครงงานตอ่ ไปนใี้ ห้ถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์
1. Machine Potato Slicer
................................................................................................................
2. Pumps Solar
................................................................................................................
3. How to Make Recycled Box Paper Gift a
................................................................................................................
4. of Cost and Returns on Investment of Corn Farms Analysis
................................................................................................................
5. Water Melon Amazing
................................................................................................................
ชดุ การเรียน วิชาภาษาองั กฤษโครงงาน 28
ใบงานท่ี 2.3
คาส่ัง ตง้ั ชื่อโครงงานภาษาอังกฤษท่สี นใจทา จานวน 5 เร่อื ง
ลาดับ (No.) ชอ่ื เร่ือง (Titles) แหลง่ ที่มา (Sources)
บทความในนิตยสาร
1 Good Food Good Health
2
3
4
5
29 ชดุ การเรียน วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน
เอกสารอ้างอิง
John Eastwood. 1999. Oxford Practice Grammar. Oxford : Oxford University Press.
http://www.gotoknow.org/posts/115517
http://pioneer.netsery.chula.ac.th/-cpornth1/Web_SciProject/a07.htm
http://education.kapook.com/view9368.html
http://pioneer.netsery.chula.ac.th/-cpornth1/Web_SciProject/a04.htm
http://sydney.edu.au/stusery/documents/thesisproposal.pdf.
http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/mahasarakham/janya_s/eng/Eng_
proj_work_I/work/sec01p03.htm
http://www.skillsyouneed.com/write/capital-letters.html
ชุดการเรยี น วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน 30
แบบประเมนิ ตนเองหลงั เรยี น
หนว่ ยท่ี 2
คาสัง่
จงทาเคร่ืองหมาย ล้อมรอบตัวอักษร (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) หน้าคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบ
เดยี ว
1. ข้อใดไมใ่ ช่แหลง่ ท่มี าของหวั ขอ้ โครงงาน
ก. จากปญั หาทพ่ี บในชีวติ ประจาวนั
ข. จากงานอดิเรกและความสนใจ
ค. จากการพดู คุยกับผู้รูห้ รอื ผูเ้ ชย่ี วชาญ
ง. จากการอ่านวารสารและคัดลอก
2. หลกั การต้งั ชือ่ โครงการ RCCA หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. Relevant Clear Complete Activity
ข. Relevant Clear Complete Attractive
ค. Read Clear Complete Attractive
ง. Read Clear Complete Activity
3. ขอ้ ใดถกู ต้องสาหรบั การตั้งชอื่ โครงงาน
ก. ต้องชดั เจน สมบรู ณ์ เรา้ ใจผอู้ า่ น
ข. ตอ้ งชัดเจน มีคาถามเรา้ ใจผู้อ่าน
ค. ตอ้ งมคี วามยาวสละสลวย
ง. ต้องมคี วามยาว สมบูรณ์
4. การเขียนหวั ข้อโครงงาน ขอ้ ใดถกู ต้อง
ก. fish Descales machine
ข. fish Descales Machine
ค. Fish Descales Machine
ง. Fish Descales machine
5. การเรยี งหัวขอ้ โครงงาน ข้อใดถูกตอ้ ง
ก. Dishes National
ข. Energy Saving Lamp
ค. Good Food Health Good
ง. Machine Banana Slicer
31 ชุดการเรียน วิชาภาษาองั กฤษโครงงาน
ภาคผนวก
ชดุ การเรยี น วชิ าภาษาอังกฤษโครงงาน 32
เฉลย/แนวตอบ
แบบประเมนิ ตนเองกอ่ นและหลงั เรยี น
หนว่ ยที่ 2
แบบประเมนิ ตนเองกอ่ นเรยี น
1. ค 2. ง 3. ข 4. ก 5. ค
แบบประเมินตนเองหลังเรียน
1. ง 2. ข 3. ก 4. ค 5. ข
ใบงานที่ 2.1 แก้ไขการใช้ Capital letter ตามหลกั การใชไ้ วยากรณ์
1. Amazing Banana
2. Profit or Lost
3. Global Warming
4. Robotics Mower
5. Lottery Winning
6. Let’s Study Vocational Education
7. Fish Descales Machine
8. Automatic Fish Feeder
9. Analysis of Cost and Returns on Investment of Rice Farms
10. Banana Slicer Machine
ใบงานที่ 2.2 เรยี งชือ่ โครงงานต่อไปนใี้ หถ้ ูกต้องตามหลกั ไวยากรณ์
1. Potato Slicer Machine
2. Solar Pumps
3. How to Make a Recycled Paper Gift Box
4. Analysis of Cost and Returns on Investment of Corn Farms
5. Amazing Water Melon
33 ชดุ การเรยี น วิชาภาษาองั กฤษโครงงาน
ชุดการเรยี น
หลักสูตรประกำศนียบัตรวิชำชีพชัน้ สูง พุทธศักรำช ๒๕๕๗
3000-1204
ชอื่ วชิ า ภาษาองั กฤษโครงงาน
(English Project Work)
หนว่ ยที่ 3
การเขยี นโครงรา่ งของโครงงาน
(Project Proposal)
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ชุดการเรยี น วิชาภาษาอังกฤษสาหรบั การปฏิบตั ิงาน 2
แบบประเมนิ ตนเองกอ่ นเรยี น
หนว่ ยท่ี 3
คาสั่ง
จงทาเคร่ืองหมาย ล้อมรอบตัวอักษร (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) หน้าคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงคาตอบ
เดียว
1. ข้อใดคอื องคป์ ระกอบของโครงรา่ งของโครงงาน (Proposal)
ก. ชอ่ื เรอื่ ง ผูด้ าเนินโครงงาน อาจารยท์ ีป่ รกึ ษา ความเปน็ มาของโครงงาน วัตถปุ ระสงคข์ อง
โครงงาน วธิ ีการดาเนนิ งาน และผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั
ข. ชอื่ เรื่อง ผู้ดาเนินโครงงาน อาจารยท์ ี่ปรึกษา ความเปน็ มาของโครงงาน วตั ถปุ ระสงคข์ อง
โครงงาน วิธกี ารดาเนนิ งาน และข้อเสนอแนะ
ค. ช่ือเรอื่ ง ผ้ดู าเนินโครงงาน อาจารยท์ ีป่ รึกษา ความเปน็ มาของโครงงาน วัตถปุ ระสงคข์ อง
โครงงาน วิธกี ารดาเนนิ งาน และแหล่งอ้างองิ
ง. ช่อื เร่อื ง ผู้ดาเนนิ โครงงาน อาจารยท์ ีป่ รึกษา ความเปน็ มาของโครงงาน วตั ถปุ ระสงคข์ อง
โครงงาน วิธีการดาเนนิ งาน และรายงานผลการดาเนนิ โครงงาน
2. ส่วนทบี่ อกเหตผุ ลในการทาโครงงาน อาจเร่ิมจากแนวคิด สภาพปัญหา ซ่ึงเปน็ ประเดน็ สาคัญ
นาไปสู่การทาโครงงาน คอื ขอ้ ใด
ก. วัตถุประสงค์
ข. วิธกี ารดาเนนิ งาน
ค. ความเปน็ มาของโครงงาน
ง. ผลท่คี าดว่าจะไดร้ ับ
3. วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงงานคอื ขอ้ ใด
ก. สว่ นทบ่ี อกสภาพปญั หา หรอื สาเหตุในการทาโครงงาน
ข. สว่ นทีอ่ ธบิ ายรายละเอียดข้นั ตอนของภารกิจท่ีจะปฏบิ ตั ใิ ห้บรรลวุ ัตถปุ ระสงคข์ องโครงงาน
ค. สว่ นของผลการดาเนนิ งานทผี่ ู้ทาโครงงานคาดวา่ จะไดร้ บั หลงั การดาเนนิ งาน
ง. ส่วนทกี่ าหนดผลท่จี ะเกิดขนึ้ หลงั การดาเนนิ โครงงานเสร็จสน้ิ แลว้
4. คาศัพท์ข้อใดทหี่ มายถงึ วตั ถปุ ระสงค์
ก. Aim
ข. Purpose
ค. Objective
ง. ถกู ทุกขอ้
ชดุ การเรียน วิชาภาษาอังกฤษโครงงาน 34