ขุขุ ขุขุ นช้ช้ ช้ช้ าง ขุขุ ขุขุ นแผน ตอน ขุขุ ขุขุ นช้ช้ ช้ช้ างถวายฎีฎี ฎีฎี กา
รายงานวิชา ภาษาไทย เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา เสนอ ครู ณัฐยา อาจมังกร จัดทำ โดย นันตะนะ เวชวงษ์ นวลเจริญ ประสงค์รัตนกุล นาย ษุภรัสมิ์ นางสาว นัทธมน นางสาว เรณุกา นางสาว อนัญพร เลขที่ ๑๓ เลขที่ ๒๒ เลขที่ ๒๘ เลขที่ ๓๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ห้อง ๗ รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย ท๓๓๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๗ โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม
คำ นำ รายงานฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ การค้นคว้าและการเขียนรายงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงวรรณคดี เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา ตลอดจนการกล่าวถึงบทประพันธ์ การถอดคำ ประพันธ์ รวมทั้งคุณค่าต่างๆ การจัดทำ รายงานได้ทำ การค้นคว้า รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ผู้เขียนรายงานหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจบ้างตามสมควร คณะผู้จัดทำ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๗
สารบัญ บั เรื่อง หน้า คำ นำ ๓ ถอดคำ ประพันธ์ ๕-๗๘ วิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๗๙-๘๑ วิเคราะห์คุณค่าด้านเนื้อหา วิเคราะห์คุณค่าด้านสังคม การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ วัน บรรณานุกรม ๘๓-๘๔ ๘๕ ๘๒ ๘๖
กล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม กลับมาอยู่บ้านสำ ราญครัน พร้อมญาติขาดอยู่แต่มารดา โอ้ว่าแม่วันทองช่างหมองนวล เออนี่เนื้อเคราะห์กรรมมานำ ผิด ฝ่ายพ่อมีบุญเป็นขุนนาง เมื่อเป็นความชนะขุนช้างนั่น เกษมสันต์สองสมภิรมย์ยวน นึกนึกตรึกตราละห้อยหวน ไม่สมควรเคียงคู่กับขุนช้าง น่าอายมิตรหมองใจไม่หายหมาง แต่แม่ไปแนบข้างคนจัญไร ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ถอดความได้ว่า : เมื่อพลายงามชนะความขุนช้าง ก็ได้กลับมาอยู่บ้านอย่าง สุขสบาย ขาดก็แต่มารดา พลายงามคิด ว่าแม่วันทองไม่ควรอยู่กับขุนช้าง อาจจะเป็นเคราะห์กรรมของแม่วันทองถึงต้องมาอับอายแบบนี้ พ่อก็เป็นถึง ขุนนาง แต่แม่กลับไปอยู่กับคนจัญไร
ถอดความได้ว่า : รูปร่างน่าเกลียด ใจคอโหดเหี้ยม ไม่รู้ว่าแม่วันทองไปรักขุนช้าง ได้อย่างไร ท้าวความถึงตอนที่ขุนช้างดำ น้ำ เพื่อพิสูจน์โทษเมื่อเป็นคดีกับตน พลายงามโกรธมากและจะฆ่าขุนช้างให้ตาย แต่มารดาห้ามและขอชีวิตไว้ รูปร่างวิปริตผิดกว่าคน ทั้งใจคอชั่วโฉดโหดไร้ วันนั้นแพ้กูเมื่อดำ นำ้ แสนแค้นด้วยมารดายังปรานี แค้นแม่จำ จะแก้ให้หายแค้น หมายจิตคิดจะให้มันบรรลัย ทรพลอัปรีย์ไม่ดีได้ ช่างไปหลงรักใคร่ได้เป็นดี ก็กริ้วซ้ำ จะฆ่าให้เป็นผี ให้ไปขอชีวีขุนช้างไว้ ไม่ทดแทนอ้ายขุนช้างบ้างไม่ได้ ไม่สมใจจำ เพาะเคราะห์มันดี คำ ศัพท์ : วันนั้นแพ้กูเมื่อดำ น้ำ หมายถึง จมื่นไวยเท้าความถึงตอนที่ขุนช้าง ดำ น้ำ พิสูจน์โทษเมื่อเป็นคดีกับตัว ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ถอดความได้ว่า : พลายงามแค้นขุนช้างมาก จะต้องหาทางแก้แค้นขุนช้างให้ได้ ใจก็อยากให้ขุนช้างตาย แต่ขุนช้างดวงดีไม่เป็นดังที่ตนหวังไว้ ก็เลยจะรับ แม่(นางวันทอง)ให้มาอยู่บ้านกับพ่อ(ขุนแผน) จะพาแม่หนีให้พ้นจากขุนข้างคน ชั่วช้าใจทราม ยิ่งคิดก็ยิ่งคับแค้นใจ กระวนกระวายว่าเมื่อไรจะค่ำ ที่จะได้ไปรับ แม่กลับบ้าน จนตะวันลับขอบฟ้า ไม่มีแม้แต่เสียงเท้าสัตว์เดิน ดาวที่อยู่บน ท้องฟ้าส่องแสงสว่าง ในตอนมืดอากาศเริ่มเย็นมีน้ำ ค้าง เงียบสงัดไม่มีแม้แต่ เสียงคนพูด ได้ยินเสียง อย่าเลยจะรับแม่กลับมา พรากให้พ้นคนอุบาทว์ชาติอัปรีย์ อัดอึดฮึดฮัดด้วยขัดใจ เข้าห้องหวนละห้อยคอยเวลา เงียบสัตว์จัตุบททวิบาท น้าค้างตกกระเซ็นเย็นเยือกใจ ให้อยู่ด้วยบิดาเกษมศรี ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความโกรธา เมื่อไรตะวันจะลับหล้า จวนสุริยาเลี้ยวลับเมรุไกร ดาวดาษเดือนสว่างกระจ่างไข สงัดเสียงคนใครไม่พูดจา คำ ศัพท์ : เมรุไกร หมายถึง ภูเขาใหญ่ จัตุบททวิบาท หมายถึง สัตว์สี่เท้า สองเท้า
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ได้ยินเสียงฆ้องย่าประจำ วัง คะเนนับย่ายามได้สามครา ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสว่าง จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน ลงยันต์ราชะเอาปะอก เป่ามนตร์เบื้องบนชอุ่มมัว ลอยลมล่องดังถึงเคหา ดูเวลาปลอดห่วงทักทิน จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสิ้น เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว หยิบยกมงคลขึ้นใส่หัว พรายยั่วยวนใจให้ไคลคลา ถอดความได้ว่า : เสียงฆ้องตีบอกเวลาจากวัง ลอยมาตามลมได้ยินถึงบ้าน นับได้เป็นเวลาตีสาม เป็นเวลาที่จะได้ปลดปล่อยความชั่วร้าย เมื่อท้องฟ้า เต็มไปด้วยดวงดาวและดวงจันทร์สว่างไม่มีเมฆบดบัง จึงได้นำ เหล้าและ อาหารไปเซ่นให้ผีพรายกิน เอาขมิ้นมาทาตามตัว ลงยันต์ที่อกและเอาสิ่ง มงคลมาใส่หัว เป่ามนตร์คาถา เพื่อให้หลงมนตร์ที่เป่าลงไป คำ ศัพท์ : มงคล ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่ทำ เป็นวงใช้สวมศีรษะ ทักทิน หมายถึง วันชั่วร้ายตามความเชื่อโหราศาสตร์
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จับดาบเคยปราบณรงค์รบ ลงจากเรือนไปมิได้ช้า เห็นคนนอนล้อมอ้อมเป็นวง กองไฟสว่างดังกลางวัน จึงร่ายมนตรามหาสะกด ภูตพรายนายขุนช้างวางวิ่งพรู เสร็จครบบริกรรมพระคาถา รีบมาถึงบ้านขุนช้างพลัน ประตูลั่นมั่นคงขอบรั้วกั้น หมายสาคัญตรงมาหน้าประตู เสื่อมหมดอาถรรพ์ที่ฝังอยู่ คนผู้ในบ้านก็ซานเซอะ ถอดความได้ว่า : นำ ดาบที่เคยรบมาร่ายมนตร์เสกคาถา และลงจากเรือน รีบไปบ้านขุนช้าง เมื่อมาถึงก็เห็นคนนอนหลับกันหมด ประตูปิดสนิท มีกอง ไฟสว่างอยู่หน้าบ้าน พลายงามรีบมาที่หน้าประตู ร่ายมนตร์สะกดพวกผี พรายของขุนช้าง ผู้คนในบ้านต่างง่วงหลับด้วยมนตร์ของพลายงาม คำ ศัพท์ : บริกรรม หมายถึง การร่ายมนต์เสกคาถาซ้ำ ๆเพื่อให้เกิดความ ศักดิ์สิทธิ์
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ทั้งชายหญิงง่วงงมล้มหลับ จี่ปลาคาไฟมันไหลเลอะ ใช้พรายถอดกลอนถอนลิ่ม ย่างเท้าก้าวไปในทันที มีแต่หลับเพ้อมะเมอฝัน ผู้คนเงียบสำ เนียงเสียงแต่กรน นอนทับคว่ำ หงายก่ายกันเปรอะ โงกเงอะงุยงมไม่สมประดี รอยทิ่มถอดหลุดไปจากที่ มิได้มีใครทักแต่สักคน ทั้งไฟกองป้องกันทุกแห่งหน มาจนถึงเรือนเจ้าขุนช้าง ถอดความว่า : ผู้คนในบ้านต่างก็ง่วงหลับด้วยมนต์ของพลายงาม นอนทับ กันไปมา พลายงามจึงใช้ให้พรายไปถอดกลอนประตู และก้าวเข้าไปถึงเรือน ของขุนช้าง
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จุดเทียนสะกดข้าวสารปราย สะเดาะดาลบานเปิดหน้าต่างกาง หอมหวนอวลอบบุปผาชาติ เรณูฟูร่อนขจรใจ ข้าไทนอนหลับลงทับกัน กระจกฉากหลากสลับวับแวมวาม ภูตพรายโดดเรือนสะเทือนผาง ย่างเท้าก้าวขึ้นร้านดอกไม้ เบิกบานก้านกลาดกิ่งไสว ย่างเท้าก้าวไปไม่โครมคราม สะเดาะกลอนถอนลั่นถึงชั้นสาม อร่ามแสงโคมแก้วแววจับตา ถอดความว่า : พลายงามจุดเทียนร่ายมนต์สะกด โปรยข้าวสารเสกใส่ ทำ ให้ภูตพรายหนีกันอลหม่าน จึงสะเดาะกลอนประตูเข้าไปถึงสามชั้น บานหน้าต่าง เข้าไปข้างในห้อง และได้กลิ่นหอมของดอกไม้ที่หอมหวน อบอวลไปทั่วห้อง แล้วก้าวเข้าไปอย่างเงียบๆ พวกข้ารับใช้กำ ลังนอนหลับ พลายงามจึงใช้มนตร์สะเดาะกลอนประตูเข้ามาภายในถึง3ชั้น คำ ศัพท์ : ข้าวสารปราย หมายถึง ข้าวสารที่เสกแล้วซัดให้กระจาย ร้านดอกไม้ ในที่นี้หมายถึงชานเรือนโบราณที่ปลูกดอกไม้ไว สะเดาะกลอน หมายถึง กลอนประตูหลุดออกได้ด้วยคาถาอาคม
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ม่านมู่ลี่มีฉากประจำ กั้น ชมพลางย่างเยื้องชำ เลืองมา นิ่งนอนอยู่บนเตียงเคียงขุนช้าง เจ็บใจดังหัวใจจะพังพอง จะใคร่ถีบขุนช้างที่กลางตัว พลางนั่งลงนอบนบอภิวันท์ อัฒจันทร์เครื่องแก้วก็หนักหนา เปิดมุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง มันแนบข้างกอดกลมประสมสอง ขยับจ้องดาบง่าอยากฆ่าฟัน นึกกลัวจะถูกแม่วันทองนั่น สะอื้นอั้นอกแค้นน้ำ ตาคลอ คำ ศัพท์ : อัฒจันทร์ ในที่นี้หมายถึง ชั้นที่ตั้งเครื่องแก้วซึ่งเป็นของประดับ บ้าน ถอดความได้ว่า : เมื่อเข้าไปถึงในห้องมีทั้งกระจกฉาก และม่านมู่ลี่ที่กั้น อยู่ เมื่อพลายงามเดินมาถึง พลายงามจึงเปิดมุ้งและเห็นขุนช้างนอนกอด แม่วันทองอยู่ จึงเจ็บใจจนอยากจะชักดาบมาฆ่ามัน คิดจะถีบขุนช้างก็ กลัวจะถูกแม่วันทอง พลายงามจึงนั่งลงและยกมือไหว้ สะอื้นน้ำ ตาคลอ
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ โอ้แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย เวรกรรมนำ ไปไม่รั้งรอ มันไปฉุดมารดาเอามาไว้ ที่ทำ แค้นกูจะแทนให้ทันตา เป่าลงด้วยพระเวทวิทยา ดาบใส่ฝักไว้ไม่เคลื่อนคลาย ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ มิพอที่จะต้องพรากก็จากมา อ้ายหัวใสข่มเหงไม่เกรงหน้า ขอษมาแม่แล้วก็ขับพราย มารดาก็ฟื้นตื่นโดยง่าย วันทองรู้สึกกายก็ลืมตา คำ ศัพท์ : วิทยา หมายถึง ความรู้ ถอดความได้ว่า : พลายงามรำ พันว่านางวันทองไม่ควรพลัดพรากจาก ขุนแผน แล้วโทษว่าเป็นเวรกรรมที่ทำ ให้ต้องแยกกัน พรายงามได้แม่แล้ว ขอขมาไล่พราย พร้อมทั้งเป่ามนต์ให้แม่วันทองตื่นขึ้นมา
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครานั้นจึงโฉมเจ้าวันทอง ตื่นพลางทางชาเลืองนัยน์ตามา สำ คัญคิดว่าผู้ร้ายให้นึกกลัว ซวนซบหลบลงมาหมอบเมียง อะไรแม่แซ่ร้องทั้งห้องนอน จะร้องไยใช่โจรผู้ร้ายมา ต้องมนต์มัวหมองเป็นหนักหนา เห็นลูกยานั้นยืนอยู่ริมเตียง กอดผัวร้องดิ้นจนสิ้นเสียง พระหมื่นไวยเข้าเคียงห้ามมารดา ลูกร้อนราคาญใจจึงมาหา สนทนาด้วยลูกอย่าตกใจ คำ ศัพท์ : นัยน์ตา หมายถึง ดวงตา ถอดความได้ว่า : นางวันทองรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาสายตามองเห็นพลายงามแต่ คิดว่าเป็นโจรจึงเข้ากอดขุนช้างด้วยความกลัว พลายงามปลอบ บอกนางวัน ทองว่าลูกพลายงามเองไม่ใช่โจรผู้ร้าย แม่อย่าตกใจไปเลย
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครานั้นวันทองผ่องโสภา ลุกออกมาพลันด้วยทันใด วันทองประคองสอดกอดลูกรัก เจ้ามาไยปานนี้นี่ลูกอา ใส่ดาลบ้านช่องกองไฟรอบ อาจองทะนงตัวไม่กลัวภัย ครั้นรู้ว่าลูกยาหากลัวไม่ พระหมื่นไวยเข้ากอดเอาบาทา ซบพักตร์ร้องไห้ไม่เงยหน้า เขารักษาอยู่ทุกแห่งตำ แหน่งใน พ่อช่างลอบเข้ามากะไรได้ นี่พ่อใช้ฤๅว่าเจ้ามาเอง ถอดความได้ว่า : เมื่อวันทองรู้ว่าพลายงามมาหา ก็รีบลุกเข้าไปกอดพลายงาม แล้วก็ซบหน้าร้องไห้แล้วถามว่าลูกผ่านคนที่คอยเฝ้าอยู่มาได้ยังไงที่นี่มีคนคอย เฝ้าดูแลอยู่ทุกตำ แหน่งทำ ไมถึงรอดเข้ามาได้ลูกไม่กลัวหรอ นี่ขุนแผนใช้ลูกมา หรือ ลูกมาเอง
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ขุนช้างตื่นขึ้นมิเป็นการ จะเกิดผิดแม่คิดคะนึงเกรง มีธุระสิ่งไรในใจเจ้า มิควรทำ เจ้าอย่าทำ ให้รำ คาญ จมื่นไวยสารภาพกราบบาทา รักตัวกลัวผิดแต่คิดไป เขาจะรุกรานพาลข่มเหง ฉวยสบเพลงพลาดพล้ามิเป็นการ พ่อจงเล่าแก่แม่แล้วกลับบ้าน อย่าหาญเหมือนพ่อนักคะนองใจ ลูกมาผิดจริงหาเถียงไม่ ก็หักใจเพราะรักแม่วันทอง คำ ศัพท์ : ฉวยสบเพลง หมายถึง บังเอิญถูกจังหวะ ถอดความได้ว่า : ถ้าขุนช้างตื่นมาอาจจะทำ ร้ายลูกได้นะแม่เป็นห่วงมาก แม่กลัวว่าถ้าลูกเสียจังหวะพลาดพล้ำ ไปพลายงามอาจจะถูกทำ ร้ายได้นะแม่ กลัว ถ้ามีธุระอะไรด่วนก็รีบมาเล่าให้แม่ฟัง แล้วก็รีบกลับไปซะ อย่าทำ ตัว กล้าหาญเหมือนขุนแผนพ่อของลูก พลายงามกราบเท้าแม่แล้วบอกว่า ลูกทำ ผิดจริงไม่เถียงผิดที่คิดไปแต่ก็ต้องจำ ใจเพราะรักแม่วันทอง
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ทุกวันนี้ลูกชายสบายยศ มีบ่าวไพร่ใช้สอยทั้งเงินทอง ยังขาดแต่แม่คุณไม่แลเห็น ข้อนี้ที่ทุกข์ยังเพิ่มพูน ลูกมาหมายว่าจะมารับ แม้นจะบังเกิดเหตุเภทพาล พร้อมหมดเมียมิ่งก็มีสอง พี่น้องข้างพ่อก็บริบูรณ์ เป็นอยู่ก็เหมือนตายไปหายสูญ ถ้าพร้อมมูลแม่ด้วยจะสำ ราญ เชิญแม่วันทองกลับคืนไปบ้าน ประการใดก็ตามแต่เวรา ถอดความได้ว่า : ทุกวันนี้พลายงามสบายมียศถาบรรดาศักดิ์ มีพร้อม ทุกอย่างทั้งเงินทองบ่าวไพร่เมียก็มีสองคน ผู้ใหญ่ฝ่ายพอก็อยู่ดี ยังขาดแต่ แม่วันทองไม่มองเห็น อยู่ไปก็เหมือนตายไม่เคยสนใจเพราะอย่างนี้ที่ยัง ทุกข์หนัก ถ้ามีแม่วันทองด้วยจะสุขสำ ราญ ที่ลูกมาตั้งใจว่าจะมารับแม่วันทอง กลับบ้านเรา ถึงจะเกิดเรื่องก็แล้วแต่เวรแต่กรรม
ถอดคำ ประพันธ์ มาอยู่ไยกับไอ้หินชาติ ดังทองคำ ทาเลี่ยมปากกะลา เหมือนแมลงวันว่อนเคล้าที่เน่าชั่ว ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม แม่เลี้ยงลูกมาถึงเจ็ดขวบ จะคิดถึงลูกบ้างฤๅอย่างไร ถ้าคิดเห็นเอ็นดูว่าลูกเต้า ให้ลูกคลายอารมณ์ได้ชมเชย แสนอุบาทว์ใจจิตริษยา หน้าตาดำ เหมือนมินหม้อมอม มาเกลือกกลั้วปทุมาลย์ที่หวานหอม ว่านักแม่จะตรอมระกำ ใจ เคราะห์ประจวบจากแม่หาเห็นไม่ ฤๅหาไม่ใจแม่ไม่คิดเลย แม่ทูนเกล้าไปเรือนอย่าเชือนเฉย เหมือนเมื่อครั้งแม่เคยเลี้ยงลูกมา คำ ศัพท์ : มินหม้อ หมายถึง เขม่าดำ ที่ติดก้นหม้อ ถอดความได้ว่า : มาอยู่ทำ ไมกับคนเลวทรามชั่วขี้อิจฉาแบบนี้ หน้าตาก็ มอมแมมดำ อย่างกับเขม่าที่ติดก้นหม้อ น่าเกลียดเหมือนแมลงวันเน่ามาบิน ตอมดอกไม้ที่สวยงามอย่างแม่ เหมือนคนชั่วมาปนกับคนดี จะว่ามากก็กลัว แม่จะทุกข์ใจ แม่เลี้ยงลูกมาถึง 7 ขวบ เพราะเคราะห์กรรมของแม่ถึงต้อง จากกัน แม่วันทองคิดถึงลูกบ้างไหม หรือว่าแม่ไม่คิดถึงลูกเลย ถ้าแม่ยังเอ็นดู ลูกอยู่ แม่รีบไปกับอยู่กับลูก เหมือนครั้งที่แม่เคยเลี้ยงดูลูกมา
ถอดคำ ประพันธ์ ครานั้นจึงโฉมเจ้าวันทอง พ่อพลายงามทรามสวาดิของแม่อา ใช่จะอิ่มเอิบอาบด้วยเงินทอง ทั้งผู้คนช้างม้าแลข้าไท ทุกวันนี้ใช่แม่จะผาสุก ต้องจำ จนทนกรรมที่ติดตาม เศร้าหมองด้วยลูกเป็นหนักหนา แม่โศกาเกือบเจียนจะบรรลัย มิใช่ของตัวทำ มาแต่ไหน ไม่รักใคร่เหมือนกับพ่อพลายงาม มีแต่ทุกข์ใจเจ็บดังเหน็บหนาม จะขืนความคิดไปก็ใช่ที คำ ศัพท์ : ทรามสวาดิ หมายถึง ผู้เป็นที่รัก ถอดความได้ว่า : นางวันทองก็ตอบพลายงามว่า เศร้าใจเจียนตาย เงินทอง ข้าทาสบริวารไม่มีอะไรสำ คัญกว่าลูกทุกวันนี้ที่นางวันทองทนอยู่ก็มีแต่ความ ทุกข์ไม่ได้มีความสุขเลยแต่ก็ต้องทนอยู่ทำ ตามใจตนเองก็ไม่ได้
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ เมื่อพ่อเจ้าเข้าคุกแม่ท้องแก่ ถึงพ่อเจ้าเล่าไม่รู้ว่าร้ายดี เมื่อพ่อเจ้ากลับมาแต่เชียงใหม่ เมื่อคราวตัวแม่เป็นคนกลาง เจ้าเป็นถึงหัวหมื่นมหาดเล็ก จงเร่งกลับไปคิดกับบิดา เขาฉุดแม่ใช่จะแกล้งแหนงหนี เป็นหลายปีแม่มาอยู่กับขุนช้าง ไม่เพ็ดทูลสิ่งไรแต่สักอย่าง ท่านก็วางบทคืนให้บิดา มิใช่เด็กดอกจงฟังคำ แม่ว่า ฟ้องหากราบทูลพระทรงธรรม์ คำ ศัพท์ : วางบท หมายถึง ถูกกำ หนดให้แสดงไปตามบท หัวหมื่นมหาดเล็ก หมายถึง ตำ แหน่งข้าราชการมหาดเล็กถัดจาก ตำ แหน่งหัวหน้าข้ารับใช้ทรงกลมลงมา ถอดความได้ว่า : เมื่อตอนขุนแผนถูกจับเข้าคุก แม่ก็ท้องแก่ ขุนช้างฉุดแม่มา แม่ไม่ได้หนีขุนแผนมา ตอนขุนแผนเขารบชนะเชียงใหม่มีความดีความชอบ พระพันวษาก็ตัดสินให้ไปอยู่กับขุนแผน ลูกเป็นถึงหัวหมื่นมหาดเล็กไม่ใช่เด็ก แล้ว จงกลับไปคิดไตร่ตรองกับพ่อให้ดี แล้วไปกราบทูลพระพันวษา
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ พระองค์คงจะโปรดประทานให้ อันจะมาลักพาไม่ว่ากัน ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายงาม คิดบ่ายเบี่ยงเลี่ยงเลี้ยวเบี้ยวบิดไป จึงว่าอนิจจาลูกมารับ เหมือนไม่มีรักใคร่ในลูกยา จะปรากฏยศไกรเฉิดฉัน เช่นนั้นใจแม่มิเต็มใจ ฟังความเห็นว่าแม่หาไปไม่ เพราะรักไอ้ขุนช้างกว่าบิดา แม่ยังกลับทัดทานเป็นหนักหนา อุตส่าห์มารับแล้วยังมิไป ถอดความได้ว่า : พระพันวษาคงจะโปรดประทานให้ ถ้าจะมาลักตัวแม่กลับแม่ไม่ว่า แต่แม่จะไม่เต็มใจกลับ พลายงามได้ฟังที่นางวันทองพูดจึงตอบไปว่า เพราะว่าแม่รัก ชุนช้างมากกว่าขุนแผนแม่ถึงได้บ่ายเบี่ยงไม่ยอมที่จะกลับทั้งๆที่ลูกก็มาแล้ว หรือว่าแม่ไม่รักลูกแล้ว
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ เสียแรงเป็นลูกผู้ชายไม่อายเพื่อน แม้นมิไปให้งามก็ตามใจ จะตัดเอาศีรษะของแม่ไป แม่อย่าเจรจาให้ช้าที ครานั้นวันทองผ่องโสภา ถือดาบฟ้าฟื้นยืนแกว่งไกว จะพาแม่ไปเรือนให้จงได้ จะบาปกรรมอย่างไรก็ตามที ทิ้งแต่ตัวไว้ให้อยู่นี่ จวนแจ้งแสงศรีจะรีบไป เห็นลูกยากัดฟันมันไส้ ตกใจกลัวว่าจะฆ่าฟัน คำ ศัพท์ : แสงศรี หมายถึง แสงอาทิตย์ ถอดความได้ว่า : พลายงามตอบว่าตนเป็นลูกผู้ชายวันนี้จะต้องพาแม่กลับบ้าน ไปให้ได้ถึงแม้ว่าแม่จะไม่ยอมก็ตาม ถ้าแม่ไม่กลับไปขอทำ บาปกรรมแล้ววันนี้ ต่อให้ตัดหัวของแม่ไปแล้วทิ้งแต่ตัวไว้ที่นี่ก็จะทำ แม่อย่ามัวพูดอยู่ รีบไปเถอะ ฟ้าจะแจ้งแล้ว ฝ่ายนางวันทองพอเห็นลูกกัดฟัน แกว่งดาบฟ้าฟื้นก็กลัว
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จึงปลอบว่าพลายงามพ่อทรามรัก จงครวญใคร่ให้เห็นข้อสำ คัญ ด้วยเป็นข้าลักไปไทลักมา ถ้าเห็นเจ้าเป็นสุขไม่ลุกลาม ว่าพลางนางลุกออกจากห้อง พระหมื่นไวยก็พามารดาไป อย่าฮึกฮักว้าวุ่นทำ หุนหัน แม่นี้พรั่นกลัวแต่จะเกิดความ เห็นเบื้องหน้าจะอึงแม่จึงห้าม ก็ตามเถิดมารดาจะคลาไคล เศร้าหมองโศกาน้ำ ตาไหล พอรุ่งแจ้งแสงใสก็ถึงเรือน ถอดความได้ว่า : นางวันทองปลอบลูกว่าอย่าหุนหัน ที่แม่ไม่ไปนั้นเพราะกลัว ลูกจะเดือดร้อนเป็นคดีความ แต่ถ้าลูกเห็นว่าดีว่างามแม่ก็จะตามกลับไป แล้ววันทองก็ตามพลายงามกลับบ้าน พลายงามพาแม่ไปถึงบ้านเมื่อใกล้สว่าง
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จะกล่าวถึงเจ้าจอมหม่อมขุนช้าง อัศจรรย์ฝันแปรแชเชือน หาหมอมารักษายาเข้าปรอท ทั้งไส้น้อยไส้ใหญ่แลไส้ตัน ตกใจตื่นผวาคว้าวันทอง ลุกขึ้นงกงันตัวสั่นรัว นอนครางหลับกรนอยู่ป่นเปื้อน ว่าขี้เรื้อนขึ้นตัวทั่วทั้งนั้น มันกินปอดตับไตออกไหลลั่น ฟันฟางก็หักจากปากตัว ร้องว่าแม่คุณแม่ช่วยผัว ให้นึกกลัวปรอทจะตอดตาย คำ ศัพท์ : ยาเข้าปรอท หมายถึง ยาที่ประสมสารปรอทซึ่งอาจทำ ให้เป็น พิษได้ ถอดความได้ว่า : ขุนช้างที่นอนหลับอยู่ ก็ได้ฝันร้ายว่า “เป็นขี้เรื้อนทั่วทั้งตัว พอไปหาหมอกินยาประสมปรอทจึงถูกปรอทกินกินตับไตไส้พุงและฟันฟางก็ หักออกจากปาก” เมื่อขุนช้างตื่นขึ้นมาก็ผวาจะคว้าหานางวันทอง
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ลืมตาเหลียวหาเจ้าวันทอง ผ้าผ่อนล่อนแก่นไม่ติดกาย ตะโกนเรียกในห้องวันทองเอ๋ย ทั้งข้าวของมากมายก็หายไป พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น อีมีอีมาอีสาคร คำ ศัพท์ : ล่อนแก่น หมายถึง สิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีติดตัว ถอดความได้ว่า : พอขุนช้างลืมตาขึ้นมามองก็ไม่เห็นนางวันทองอยู่ในห้อง จึงตะโกนเรียกหาวันทอง ก็ไม่มีเสียงขานรับกลับมา พอมองไปในห้องก็เห็น ข้าวของมากมายหายไป จึงตะโกนเรียกบ่าวไพร่ในบ้านให้เข้ามาหา ไม่เห็นน้องห้องสว่างตะวันสาย เห็นม่านขาดเรี่ยรายประหลาดใจ หาขานรับเช่นเคยสักคำ ไม่ ปากประตูเปิดไว้ไม่ใส่กลอน อีอุ่นอีอิ่มอีฉิมอีสอน นิ่งนอนไยหวามาหากู
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ บ่าวผู้หญิงวิ่งไปอยู่งกงัน ต่างคนทรุดนั่งบังประตู ขุนช้างเห็นข้าไม่มาใกล้ แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังก้า ยายจันงันงกยกมือไหว้ ไม่นุ่งผ่อนนุ่งผ้าดูน่ากลัว เห็นนายนั้นแก้ผ้ากางขาอยู่ ตกตะลึงแลดูไม่เข้ามา ขัดใจลุกขึ้นทั้งแก้ผ้า ย่างเท้าก้าวมาไม่รู้ตัว นั่นพ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว ขุนช้างมองดูตัวก็ตกใจ คำ ศัพท์ : แหงนเถ่อ หมายถึง ค้างอยู่ จังกา หมายถึง คือ จังก้า เป็นลักษณะยืนถ่างขาตั้งท่าเตรียมสู้ ถอดความได้ว่า : บ่าวที่เป็นผู้หญิงก็วิ่งกันไปหาแต่เห็นขุนช้างแก้ผ้าอยู่ ก็หลบกันไปอยู่หลังประตูไม่กล้าเข้ามา ชุนช้างเห็นดังนั้นก็ขัดใจจึงลุกขึ้น ทั้งๆที่ยังแก้ผ้าอยู่ ยืนค้างถ่างขาแล้วก้าวออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว ยายจันก็ ยกมือไหว้แล้วถามขุนช้างว่าจะไปไหน เสื้อผ้าไม่ใส่ พอขุนช้างมองดู ตัวเองก็ต้องตกใจ
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ สองมือปิดขาเหมือนท่าเปรต ให้นึกอดสูหมู่ข้าไท ยายจันตกใจเต็มประดา หยิบยื่นส่งไปให้ทันที ขุนช้างตัวสั่นทาวบอกบ่าวไพร่ เอ็งไปดูให้รู้ซึ่งแยบคาย ใครมาเทศน์เอาผ้ากูไปไหน ยายจันไปเอาผ้าให้ข้าที เข้าไปฉวยผ้าเอามาคลี่ เมินหนีอดสูไม่ดูนาย วันทองไปไหนอย่างไรหาย พบแล้วอย่าวุ่นวายให้เชิญมา ถอดความได้ว่า : ขุนช้างเอามือไปปิดขาเหมือนท่าที่เปรตยืน แล้วบอกว่า ใครมาเอาผ้าไปไหน เลยนึกละอายใจกับเหล่าคนใช้ แล้วบอกให้ยายจันไป เอาผ้ามาให้ ยายจันก็ตกใจแล้วไปหยิบผ้ามาคลี่แล้วส่งไปให้กับขุนช้าง แล้วตนเองก็หลบไปไม่กล้ามอง ขุนช้างก็บอกคนใช้อย่างสั่นเทาว่า นางวันทองหายไปไหน ให้ไปดูว่าอยู่ที่ไหนถ้าเจอตัวแล้วก็ให้เชิญตัวกลับมา
ถอดคำ ประพันธ์ ข้าไทได้ฟังขุนช้างใช้ ทั้งห้องนอกห้องในไม่พบพา เห็นประตูรั้วบ้านบานเปิดกว้าง เสาแรกแตกต้นเป็นมลทิน บอกว่าได้ค้นคว้าหาพบไม่ ข้าเห็นวิปริตผิดท่าทาง ต่างเที่ยวค้นด้นไปจะเอาหน้า ทั่วเคหาแล้วไปค้นจนแผ่นดิน ผู้คนนอนสล้างไม่ตื่นสิ้น กินใจกลับมาหาขุนช้าง แล้วเล่าแจ้งเหตุไปสิ้นทุกอย่าง ที่นวลนางวันทองนั้นหายไป ถอดความได้ว่า : พวกคนใช้ได้ฟังที่ขุนช้างใช้ต่างก็ไปค้นหาเพื่อที่จะเอาหน้า แต่หาเท่าไรก็ยังหากันไม่พบพอออกไปหน้าบ้านก็เห็นประตูบ้านเปิดอยู่กับ คนที่นอนเกลื่อนกลาดเพราะมนต์สะกด ก็กลับมารายงานขุนช้างว่าไม่พบ นางวันทอง เห็นแต่ “เสาแรกแตกต้น” ซึ่งดูผิดประหลาดไป
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครานั้นขุนช้างฟังบ่าวบอก คิดคิดให้แค้นแสนเจ็บใจ สองหนสามหนก่นแต่หนี คราวนั้นอ้ายขุนแผนมันแง้นชิง ไม่คิดว่าจะเป็นเห็นว่าแก่ เอาเถิดเป็นไรก็เป็นไป เหงื่อออกโซมล้านกระบานใส ช่างทาได้ต่างต่างทุกอย่างจริง พลั้งทีลงไม่รอดนางยอดหญิง นี่คราวนี้หนีวิ่งไปตามใคร ยังสาระแนหลบลี้หนีไปไหน ไม่เอากลับมาได้มิใช่กู คำ ศัพท์ : แง้นชิง หมายความว่า แง้น ในที่นี้น่าจะเป็นคำ เดียวกับคำ ว่า แง่น ซึ่งแปลว่าแยกเขี้ยวจะกัด แง้นชิง หมายถึง แสดงอาการโกรธ แย่งชิง ทั้งๆที่ไม่สมควรจะได้ ถอดความได้ว่า : ขุนช้างได้ฟังที่คนใช้พูดเหงื่อก็ออกเต็มหัวล้าน คิดไปแล้ว ขุนช้างก็เจ็บใจขุนช้างพอได้ยินก็เหงื่อท่วมตัวทั้งแค้น ทั้งเจ็บใจ บ่นด่าวันทองว่า หายไปไหน หนีตนไปได้สองสามครั้งแล้ว พอได้โอกาสก็หนี ตอนนั้นขุนแผนเป็น คนพาไป แล้วคราวนี้นางวันทองไปกับใคร แต่ถึงอย่างไรก็จะต้องตามกลับมาให้ได้
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม อ้ายขุนช้างสารพัดเป็นศัตรู มันก็จะสอดแนมแกมเท็จ ดูจะระแวงผิดในกิจจา คิดแล้วเรียกหมื่นวิเศษผล จงไปบ้านขุนช้างด้วยทันใด เกรงเนื้อความนั่งนึกตรึกตรองอยู่ ถ้ามันรู้ว่าลักเอาแม่มา ไปกราบทูลสมเด็จพระพันวษา มารดาก็จะต้องซึ่งโทษภัย เอ็งเป็นคนเคยชอบอัชฌาสัย ไกล่เกลี่ยเสียอย่าให้มันโกรธา ถอดความได้ว่า : พลายงามเกรงว่าขุนช้างจะนำ เรื่องที่เอาตัวนางวันทองมา ไปกราบทูลพระพันวษา ทำ ให้นางวันทองต้องรับโทษไปด้วย คิดได้ดังนั้นจึง เรียกหมื่นวิเศษผล ให้ไปบ้านขุนช้างแล้วไกล่เกลี่ยเรื่องนางวันทอง อย่าให้ ขุนช้างโกรธ
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ บอกว่าเราจับไข้มาหลายวัน เมื่อคืนนี้ซ้ำ มีอันเป็นมา พอขณะมารดามาส่งทุกข์ จึงรีบมาเร็วไวดังใจปอง ไม่ตายคลายคืนฟื้นขึ้นได้ แต่พอให้เคลื่อนคลายหลายเวลา เกรงแม่จะไม่ทันมาเห็นหน้า เราใช้คนไปหาแม่วันทอง ร้องปลุกเข้าไปถึงในห้อง รักษาจนแสงทองสว่างฟ้า กูขอแม่ไว้พอเห็นหน้า จึงจะส่งมารดานั้นคืนไป คำ ศัพท์ : ส่งทุกข์ หมายความว่า เข้าส้วม ถอดความได้ว่า : ให้หมื่นวิเศษผลบอกกับขุนช้างว่าตนไม่สบายมาหลายวัน จึงอยากพบหน้าแม่ เลยใช้คนไปตามแม่ถึงส้วม แม่จึงรีบมาหาตน แต่ตอนนี้ ตนไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ขอให้แม่อยู่กับตนสักระยะหนึ่งแล้วจะส่งแม่กลับ
ถอดคำ ประพันธ์ หมื่นวิเศษรับคำ แล้วอำ ลา ครั้นถึงแอบดูอยู่แต่ไกล ขุนช้างนั่งเยี่ยมหน้าต่างเรือน จะดื้อเดินเข้าไปไม่เป็นการ ครานั้นเจ้าจอมหม่อมขุนช้าง เห็นคนคลานเข้ามาเหลือบตาดู รีบมาบ้านขุนช้างหาช้าไม่ เห็นผู้คนขวักไขว่ทั้งเรือนชาน ดูหน้าเฝื่อนทีโกรธอยู่งุ่นง่าน คิดแล้วลงคลานเข้าประตู นั่งคาหน้าต่างเยี่ยมหน้าอยู่ นี่มาล้อหลอกกูฤๅอย่างไร ถอดความได้ว่า : หมื่นขุนวิเศษรับคำ จากจมื่นไวย(พลายงาม) แล้วมา ที่บ้านขุนช้าง พอเข้าไปถึงเรือนขุนช้าง ดูท่าทางขุนช้างกำ ลังโกรธเคือง จึงคลานเข้าไปหา ขุนช้างเห็นเข้าก็โกรธเพราะนึกว่ามาหลอกตน
ถอดคำ ประพันธ์ อะไรพอสว่างวางเข้ามา ลุกขึ้นถกเขมรร้องเกนไป ครานั้นวิเศษผลคนว่องไว ร้องตอบไปพลันในทันที ข้าพเจ้าเป็นบ่าวพระหมื่นไวย ท่านใช้ให้กระผมมากราบกราน เด็กหวาจับถองให้จงได้ ทุดอ้ายไพร่ขี้ครอกหลอกผู้ดี ยกมือขึ้นไหว้ไม่วิ่งหนี คนดีดอกข้าไหว้ใช่คนพาล เป็นขุนหมื่นรับใช้อยู่ในบ้าน ขอประทานคืนนี้พระหมื่นไวย คำ ศัพท์ : ถอง หมายถึง กระทุ้งด้วยศอก ถกเขมร หมายถึง การนุ่งผ้าหยักรั้งขึ้นไปให้พ้นหัวเข่าถึงง่ามก้น ร้องเกน หมายถึง ร้องตะโกนดังๆ ทุด หมายถึง คำ ที่เปล่งออกมาแสดงความไม่พอใจหรือติเตียน ถอดความได้ว่า : หมื่นวิเศษรีบยกมือขึ้นไหว้แล้วตอบว่าตนเป็นคนดีไม่ใช่ คนร้าย เป็นบ่าวของจมื่นไวยเป็นขุนหมื่นรับใช้อยู่ในบ้าน พลายงามไม่สบาย จึงใช้ให้ตนมาแจ้ง ขอให้นางวันทองอยู่ด้วยหนึ่งคืน
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ เจ็บจุกปัจจุบันมีอันเป็น ร้องโอดโดดดิ้นเพียงสิ้นใจ พอพบท่านมารดามาส่งทุกข์ จะกลับขึ้นเคหาเห็นช้านาน พยาบาลคุณพระนายพอคลายไข้ ให้คำ มั่นสั่งมาว่ายั่งยืน แก้ไขก็เห็นหาหายไม่ จึงใช้ให้ตัวข้ามาแจ้งการ ข้าพเจ้าร้องปลุกไปในบ้าน ท่านจึงรีบไปในกลางคืน คุณอย่าสงสัยว่าไปอื่น พอหายเจ็บแล้วจะคืนไม่นอนใจ คำ ศัพท์ : เจ็บจุกประจุบัน หมายถึง มีอาการจุกเสียดขึ้นมาทันที ส่งทุกข์ หมายถึง เข้าส้วม ถอดความได้ว่า : พลายงามไม่สบายเลยจึงอยากพบหน้าแม่ เลยให้คนใช้ ไปตามแม่มาถึงส้วม แม่จึงมาหาหลายงามหลพลายงามจึงหมื่นวิเศษผล มาแจ้ง ถ้าหายแล้วจะพานางวันทองกลับไป
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครานั้นขุนช้างได้ฟังว่า ดับโมโหโกรธาทำ ว่าไป การไข้เจ็บล้มตายไม่วายเว้น ถ้าขัดสนสิ่งไรที่ไม่มี ว่าแล้วปิดบานหน้าต่างผาง ทอดตัวลงกับหมอนถอนฤทัย แค้นดังเลือดตาจะหลั่งไหล เราก็ไม่ว่าไรสุดแต่ดี ประจุบันอันเป็นทั้งกรุงศรี ก็มาเอาที่นี่อย่าเกรงใจ ขุนช้างเดือดดาลทะยานไส้ ดูดู๋เป็นได้เจียววันทอง คำ ศัพท์ : ประจุบัน หมายถึง ปัจจุบัน เรียกโรคภัยที่เกิดขึ้นในทันที ทันใดว่าโรคปัจจุบัน ถอดความได้ว่า : ขุนช้างได้ฟังแล้วรู้สึกแค้นขึ้นมา แต่แกล้งพูดต่อไปว่า การเจ็บไข้นั้นเป็นเรื่องปกติเป็นกันทั่วไป ถ้าขัดสนสิ่งใดให้มาขอที่ตน พอขุนช้างพูดเสร็จก็ปิดประตูดังผาง แล้วเข้าไปนอนแค้นนางวันทองกับ ครอบครัว
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ เพราะกูแพ้ความจมื่นไวย พ่อลูกแม่ลูกถูกทำ นอง อ้ายพ่อไปเชียงใหม่มีชัยมา อ้ายลูกเป็นหมื่นไวยทาไมมี มันจึงข่มเหงไม่เกรงใจ ขุนนางน้อยใหญ่เกรงใจกัน มันจึงเหิมใจทำ จองหอง ถึงสองครั้งแล้วเป็นแต่เช่นนี้ ตั้งตัวดังพระยาราชสีห์ เห็นกูนี้คนผิดติดโทษทัณฑ์ จะพึ่งพาใครได้ที่ไหนนั่น ถึงฟ้องมันก็จะปิดให้มิดไป คำ ศัพท์ : ทัณฑ์ หมายถึง โทษเนื่องด้วยความผิด ถอดความได้ว่า : เพราะว่าตนแพ้ความจมื่นไวยจึงทำ ให้จมื่นไวยเหิมใจนัก ทั้งขุนแผนและพลายงามนั้นชนะตนถึง 2 ครั้งแล้ว แล้วคิดขึ้นมาได้ว่าจะ ไปฟ้องคดีแย่งนางวันทองคืน ถ้าฟ้องตามกระบวนการพวกขุนนางจะช่วย สองพ่อลูกนั้นได้
ถอดคำ ประพันธ์ ตามบุญตามกรรมได้ทำ มา ยิ่งคิดเดือดดาลทะยานใจ ร่างฟ้องท่องเทียบให้เรียบร้อย ลงกระดาษพับไว้มิได้ช้า วันนั้นพอพระปิ่นนรินทร์ราช ขุนช้างมาถึงซึ่งวังใน จะเฆี่ยนฆ่าหาคิดชีวิตไม่ ฉวยได้กระดานชนวนมา ถ้อยคำ ถี่ถ้วนเป็นหนักหนา อาบน้ำ ผลัดผ้าแล้วคลาไคล เสด็จประพาสบัวยังหากลับไม่ ก็คอยจ้องที่ใต้ตำ หนักน้ำ คำ ศัพท์ : เสด็จประพาสบัว หมายถึง การเสด็จประพาสท้องทุ่งในฤดูน้ำ หลากที่มีน้ำ เต็มเปี่ยมมีดอกบัวและพันธุ์ไม้น้ำ ที่งดงาม อาจเป็นฤดูเล่นเรือ หรือเล่น ดอกสร้อยสักวา ถอดความได้ว่า : คราวนี้ต้องฟ้องกับพระพันวษาเองถึงจะถูกเฆี่ยนตีก็ตาม ว่าแล้วก็หยิบกระดานชนวนขึ้นมาร่างคำ ฎีกาแล้วลอกใส่กระดาษอีกที เสด็จแล้วก็อาบน้ำ เตรียมตัวไปทูลพระพันวษา ขุนช้างมาคอยจ้องเข้าเฝ้า พระพันวษาที่ตำ หนักน้ำ ตั้งแต่ยังไม่เสด็จกลับจากประพาสบัว
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ เสด็จคืนนิเวศน์พอจวนค่ำ เรือประจำ แหนแห่เซ็งแช่มา ขุนช้างก็รี่ลงตีนท่า ผุดโผล่โงหน้ายึดแคมเรือ เพื่อนโขกลงด้วยกะลาว่าผีเสื้อ ร้องว่าเสือตัวใหญ่ว่ายน้ำ มา จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงเดช ฝีพายรายเล่มมาเต็มลำ พอเรือพระที่นั่งประทับที่ ลอยคอชูหนังสือดื้อเข้ามา เข้าตรงบโทนอ้นต้นกัญญา มหาดเล็กอยู่งานพัดพลัดตกเรือ คำ ศัพท์ : นิเวศน์ หมายถึง บ้าน,วัง บโทนอ้นต้นกัญญา หมายถึง บโทนคือพนักงานคอยให้จังหวะสัญญาณ ให้ฝีพาย พายเรือช้าหรือเร็ว ผีเสื้อ หมายถึง เทวดาที่รักษาน่านน้ำ ในที่นี้หมายถึงผีน้ำ ถอดความได้ว่า : พระพันวษารีบเสด็จกลับตอนค่ำ ขุนช้างรีบลงจากท่า แล้วลอยคอชูหนังสือฎีกาถวาย โดยโผล่เข้ามาทางที่แคมเรือจนคนบนเรือตกใจ นึกว่าเป็นผีน้ำ หรือเสือว่ายมา ทำ ให้เกิดความวุ่นวายจนมหาดเล็กอยู่งานพลัด ตกจากเรือ แล้วร้องว่าเสือตัวใหญ่ว่ายน้ำ มา
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ขุนช้างดึงดื้อมือยึดเรือ สู้ตายของถวายซึ่งฎีกา ครานั้นสมเด็จพระพันวษา ทุดอ้ายจัญไรมิใช่คน ใช่ที่ใช่ทางวางเข้ามา เฮ้ยใครรับฟ้องของมันที มิใช่เสือกระหม่อมฉานล้านเกศา แค้นเหลือปัญญาจะทนทาน ทรงพระโกรธาโกลาหล บนบกบนฝั่งดังไม่มี ฤๅอ้ายช้างเป็นบ้ากระมังนี่ ตีเสียสามสิบจึงปล่อยไป คำ ศัพท์ : ฎีกา หมายถึง คำ ร้องทุกข์ที่ยื่นถวายพระเจ้าแผ่นดิน ถอดความได้ว่า : ขุนช้างเอามือไปยึดเรือแล้วพูดว่าเป็นตนเองไม่ใช่เสือ จะมาขอถวายฎีกา พระพันวษากริ้วว่าขุนช้างมิใช่คนบนฝั่งก็มีไม่ไปกลับ ลุยน้ำ มาหาหรือว่าขุนช้างเป็นบ้าถึงทำ เช่นนี้ จึงสั่งให้มหาดเล็กไปรับฎีกา แล้วโบยขุนช้าง 30 ที แล้วจึงปล่อยไป
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ มหาดเล็กก็รับเอาฟ้องมา ลงพระราชอาญาตามว่าไว้ ว่าตั้งแต่วันนี้สืบไป ระวางโทษเบ็ดเสร็จเจ็ดสถาน ตามกฤษฎีการักษาพระองค์ ตำ รวจคว้าขุนช้างหางวางไม่ พระจึงให้ตั้งกฤษฎีกา หน้าที่ของผู้ใดให้รักษา ถึงประหารชีวิตเป็นผุยผง แล้วลงจากพระที่นั่งเข้าวังใน คำ ศัพท์ : กฤษฏีกา หมายถึง บทกฎหมายซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้น เพื่อใช้ในการบริหาร เรียกว่า พระราชกฤษฎีกา ถอดความได้ว่า : มหาดเล็กรับคำ ฟ้องของขุนช้าง แล้วนำ ตัวขุนช้างไป เฆี่ยนตี และพระพันวษาทรงออกกฎ (กฤษฎีกา) ว่า ถ้าใครประมาท ปล่อยให้คนเข้ามาได้เช่นนี้อีกจะลงโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จะกล่าวถึงขุนแผนแสนสนิท อยู่บ้านสุขเกษมเปรมใจ ลาวทองกับแก้วกิริยา เพลิดเพลินจำ เริญใจไม่เว้นวาง นางแก้วลาวทองทั้งสองหลับ พระจันทรจรแจ่มกระจ่างดี เรืองฤทธิ์ลือจบพิภพไหว สมสนิทพิสมัยด้วยสองนาง ปรนนิบัติวัตถาไม่ห่างข้าง คืนนั้นในกลางซึ่งราตรี ขุนแผนกลับผวาตื่นฟื้นจากที่ พระพายพัดมาลีตรลบไป คำ ศัพท์ : พิสมัย หมายถึง ความรัก,ความปลื้มใจ พระพาย หมายถึง ลม มาลี หมายถึง ดอกไม้ ตรลบ หมายถึง (ตลบ) หกหลังมา,ย้อนกลับมา,ฟุ้ง ถอดความได้ว่า : ขุนแผนมีความสุขที่มีนางลาวทองและนางแก้วกิริยา คอยปรนนิบัติ คืนนั้นขณะที่นางทำ สองหลับไปขุนแผนกลับผวาตื่น
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ คิดคะนึงมิตรแต่ก่อนเก่า ถึงสองครั้งตั้งแต่พรากจากพี่ไป กูก็ชั่วมัวรักแต่สองนาง เมื่อตีได้เชียงใหม่ก็โปรดครัน สารพัดที่จะว่าได้ทุกอย่าง ไม่ควรเลยเฉยมาไม่อาลัย นิจจาเจ้าเหินห่างร้างพิสมัย ดังเด็ดใจจากร่างก็ราวกัน ละวางให้วันทองน้องโศกศัลย์ จะเพ็ดทูลคราวนั้นก็คล่องใจ อ้ายขุนช้างไหนจะโต้จะตอบได้ บัดนี้เล่าเจ้าไวยไปรับมา ถอดความได้ว่า : ขุนแผนคิดถึงนางวันทองซึ่งได้พรากจากตนไปถึง 2 ครั้ง โดยที่ตนนั้นมัวแต่อยู่กับนางลาวทองและนางแก้วกิริยาปล่อยให้นางวันทอง ต้องเศร้า เมื่อตอนไปตีเชียงใหม่ได้ก็ไปทูลขอนางวันทองก็ได้กลับมาแล้ว ขุนช้างก็ไปพรากอีก ตอนนี้พลายงามไปรับตัวนางวันทองมาแล้ว
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จำ กูจะไปสู่สวาทน้อง คิดพลางจัดแจงแต่งกายา ออกจากห้องย่องเดินดำ เนินมา เข้าห้องวันทองในทันใด ลดตัวลงนั่งข้างวันทอง สั่นปลุกลุกขึ้นเถิดน้องอา เจ้าวันทองจะคอยละห้อยหา น้ำ อบทาหอมฟุ้งจรุงใจ ถึงเรือนลูกยาหาช้าไม่ เห็นนางหลับใหลนิ่งนิทรา เตือนต้องด้วยความเสน่หา พี่มาหาแล้วอย่านอนเลย ถอดความได้ว่า : ขุนแผนคิดว่าตนต้องไปหานางวันทองป่านนี้คงจะเฝ้า รอตนอยู่ว่าแล้วจึงแต่งตัวแล้วออกจากห้องไปยังเรือนพลายงาม เข้าไปใน ห้องนางวันทองเห็นนางหลับอยู่ จึงนั่งลงข้างๆแล้วปลุกให้นางตื่น ว่าตนมาหาแล้วให้ตื่น
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ นางวันทองตื่นอยู่รู้สึกตัว นิ่งดูอารมณ์ที่ชมเชย แต่นิ่งดูกิริยาเป็นช้านาน ทั้งรักทั้งแค้นแน่นฤทัย หมายใจว่าผัวก็ทำ เฉย จะรักจริงฤๅจะเปรยเป็นจำ ใจ หาว่าขานตอบโต้อย่างไรไม่ ความอาลัยปั่นป่วนยวนวิญญา ถอดความได้ว่า : วันทองรู้สึกตัวตื่น เห็นว่าเป็นขุนแผนเลยเฉยชาทำ เหมือน ไม่รู้สึกอะไร ที่มานี่รักจริงหรือจำ เป็นต้องมา วันทองนอนนิ่งอยู่นานไม่คุยอะไร ทั้งรักทั้งแค้นอยู่ภายในใจความห่วงหาก็ยังวนเวียน
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ โอ้เจ้าแก้วแววตาของพี่เอ๋ย ดังนิ่มน้องหมองใจไม่นำ พา ความรักหนักหน่วงทรวงสวาท เผอิญเป็นวิปริตที่ผิดจริง ว่าพลางเอนแอบลงแนบข้าง ลูบไล้พิไรปลอบให้ชอบใจ เจ้าหลับใหลกระไรเลยเป็นหนักหนา ฤๅขัดเคืองคิดว่าพี่ทอดทิ้ง พี่ไม่คลาดคลายรักแต่สักสิ่ง จะนอนนิ่งถือโทษโกรธอยู่ไย จูบพลางชวนชิดพิสมัย เป็นไรจึงไม่ฟื้นตื่นนิทรา ถอดความได้ว่า : ขุนแผนง้อนางวันทองด้วยคำ พูดหวานๆและขอโทษ นางวันทอง ว่าอย่าโกรธขุนแผนเลย จะนอนนิ่งไม่คุยกับขุนแผนเลยหรอ ขุนแผนพูดไปแล้วก็ก้มลงนอนแนบข้างๆนางวันทองพร้อมพรมจูบ ลูบแขน และถามนางวันทองว่าทำ ไมไม่ตื่นขึ้นมาคุยกับขุนแผน
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ เจ้าวันทองน้องตื่นจากที่นอน หม่อมน้อยใจฤๅที่ไม่เจรจา ชอบผิดพ่อจงคิดคะนึงตรอง ประหนึ่งว่าวันทองนี้สองใจ ที่จริงใจถึงไปอยู่เรือนอื่น ด้วยรักลูกกรักผัวยังพัวพัน โอนอ่อนวอนไหว้พิไรว่า ใช่ตัวข้านี้จะงอนค่อนพิไร อันตัวน้องมลทินหาสิ้นไม่ พบไหนก็เป็นแต่เช่นนั้น คงคิดคืนที่หม่อมเป็นแม่นมั่น คราวนั้นก็ไปอยู่เพราะจำ ใจ ถอดความได้ว่า : นางวันทองจึงตื่นขึ้นมาบอกว่า ขุนแผนน้อยใจนางวันทองเหรอ นางวันทองไม่ได้งอนแต่รู้สึกว่าตัวนางเป็นคนสองใจอยู่ตลอดเวลา ถึงตัวจะอยู่ ที่เรือนของขุนช้างแต่ใจนั้นยังรักลูกและขุนแผนมาก ที่อยู่กับขุนช้างเพราะจำ ใจ
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ แค้นคิดด้วยมิตรไม่รักเลย เสียแรงร่วมทุกข์ยากกันกลางไพร พอได้ดีมีสุขลืมทุกข์ยาก ว่านักก็เครื่องเคืองระคาย พี่ผิดจริงแล้วเจ้าวันทอง ใช่จะเพลิดเพลินชื่นเพราะอื่นเชย ยามมีที่เชยเฉยเสียได้ กินผลไม้ต่างข้าวทุกเพรางาย ก็เพราะหากหม่อมมีซึ่งที่หมาย เอ็นดูน้องอย่าให้อายเขาอีกเลย ฯ เหมือนลืมน้องหลงเลือนทำ เชือนเฉย เงยหน้าเถิดจะเล่าอย่าเฝ้าแค้น คำ ศัพท์ : เพรางาย หมายถึง เวลาเช้าและเย็น (เพรา = เย็น, งาย = เช้า) เครื่อง หมายถึง เหตุ เรื่องราว ในความว่า “ว่านักก็เครื่องเคืองระคาย” ถอดความได้ว่า : นางวันทองแค้นใจที่ขุนแผนมัวแต่หลงนางลาวทองกับ แก้วกิริยาจนลืมนางวันทอง เสียแรงที่ได้เคยอาศัยอยู่กินกันในป่า พอไปได้ดิบได้ดีมีความสุขก็ลืมนางวันทอง เป็นเพราะขุนแผนมีที่หมายใหม่ นางวันทองอยากให้ขุนแผนรักเอ็นดูนางวันทองไม่ทิ้งนางให้ขายหน้าอีก ขุนแผนกล่าวว่าพี่ผิดไปแล้ว ไม่ได้ลืมน้องเพราะมีหญิงอื่น เงยหน้าเถอะอย่า โกรธพี่เลย
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ เมื่อติดคุกทุกข์ถึงเจ้าทุกเช้าค่ำ ซ้ำ ขุนช้างคิดคดทำ ทดแทน อาลัยเจ้าเท่ากับดวงชีวิตพี่ เกรงจะพากันผิดเข้าติดทับ กลับมาหมายว่าจะไปตาม ต้องกลืนกล้ำ โศกเศร้านั้นเหลือแสน มันดูแคลนว่าพี่นี้ยากยับ คิดจะหนีไปตามเอาเจ้ากลับ แต่ขยับอยู่จนได้ไปเชียงอินทร์ พอเจ้าไวยเป็นความก็ค้างสิ้น ถอดความได้ว่า : ขุนแผนจึงขอโทษนางวันทองและเล่าเรื่องราวทั้งหมด เพื่อปรับความเข้าใจกับนางวันทองว่าสาเหตุที่ไม่ได้ไปหาก็เพราะติดคุก แต่ คิดถึงนางวันทองตลอดเวลา ตอนออกจากคุกก็ว่าจะไปพานางวันทองกลับ มา แต่มีเรื่องของพลายงามเกิดขึ้นเสียก่อน
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ หัวอกใครได้แค้นในแผ่นดิน คิดอยู่ว่าจะทูลพระพันวษา จะเป็นความอีกก็ตามแต่ทำ นอง จะเป็นตายง่ายยากไม่ยากรัก ขอโทษที่พี่ผิดอย่าบิดเบือน พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ ไม่เดือดดิ้นเท่าพี่กับวันทอง เห็นช้ากว่าจะได้มาร่วมห้อง จึงให้ลูกรับน้องมาร่วมเรือน จะฟูมฟักเหมือนเมื่ออยู่ในกลางเถื่อน เจ้าเพื่อนเสนหาจงอาลัย จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน ถอดคำ ประพันธ์ : ขุนแผนจะไปทูลพระพันวษาแต่เห็นว่าคงดำ เนินเรื่อง ช้าเลยให้พลายงามเป็นคนรับนางวันทองกลับมา จะดูแลนางวันทอง เหมือนตอนที่อยู่ด้วยกันในป่า ขุนแผนขอโทษนางวันทองแล้วบอกว่าอย่า โกรธขุนแผน ขุนแผนผิดจึงมาขอโทษจะโกรธเคืองไปถึงไหน
ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ความรักพี่ยังรักระงมใจ ว่าพลางทางแอบเข้าแนบอก เจ้าเนื้อทิพย์หยิบชื่นอารมณ์ชาย ใจน้องมิให้หมองอารมณ์หม่อม ถ้าตัดรักหักใจแล้วไม่มา อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย ประคองยกของสำ คัญมั่นหมาย ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา ไม่ตัดใจให้ตรอมเสนหา หม่อมอย่าว่าเลยฉันไม่คืนคิด คำ ศัพท์ : ของสำ คัญ หมายถึง เต้านม ในความว่า “ว่าพลางทางแอบเข้า แนบอก ประคองยกของสำ คัญมั่นหมาย” ถอดคำ ประพันธ์ : ความรักที่ขุนแผนมีให้ยังมีอยู่เต็มหัวใจ อย่าตัดความ สัมพันธ์ให้เจ็บช้ำ ขุนช้างพูดไปก็ซบนางวันทอง นางวันทองไม่เคยตัดใจจาก ขุนแผน ถ้าตัดใจแล้วคงไม่กลับมาหาขุนแผน