The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ถอดคำประพันธ์ ฉบับสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 22 Natthamon Wechwong, 2024-06-22 03:55:50

ถอดคำประพันธ์ขุนช้างขุนแผน

ถอดคำประพันธ์ ฉบับสมบูรณ์

ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ถึงตัวไปใจยังนับอยู่ว่าผัว หญิงเดียวชายครองเป็นสองมิตร คราวนั้นเมื่อตามไปกลางป่า ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย เจ้าพลายงามตามรับเอากลับมา กำ เริบใจด้วยเจ้าไวยกำ ลังฮึก น้องนี้กลัวบาปทับเมื่อดับจิต ถ้ามิปลิดเสียให้เปลื้องไม่ตามใจ หน้าดำ เหมือนหนึ่งทามินหม้อไหม้ เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก ทีนี้หน้าจะดำ เป็นน้ำ หมึก จะพาแม่ตกลึกให้จำ ตาย ถอดคำ ประพันธ์ : ตัวนางวันทองอยู่กับขุนช้างแต่ใจอยู่กับขุนแผนตลอด นางวันทองกลัวบาปที่มีสามีสองคน ตอนหนีไปอยู่ป่ากับขุนแผนก็เสียหน้า มารอบหนึ่งแล้ว พอขุนช้างฉุดไปอยู่ด้วยก็เหมือนโดนฉุดไปอยู่ใต้ทะเลลึก พอมาตอนนี้พลายงามก็มารับกลับไปอีกก็ได้อายเขาอีกรอบ


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ มิใช่หนุ่มดอกอย่ากลุ้มกำ เริบรัก ถ้ารักน้องป้องปิดให้มิดอาย ไปเพ็ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง ไม่พักวอนดอกจะนอนอยู่ด้วยกัน ครั้นเวลาดึกกำ ดัดสงัดเงียบ พระพายโชยเสาวรสขจายขจร เอาความผิดคิดหักให้เหือดหาย ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ ไม่เช่นนั้นฉันไม่เลยจะเคยตัว ใบไม้แห้งแกร่งเกรียบระรุบร่อน พระจันทรแจ่มแจ้งกระจ่างดวง คำ ศัพท์ : บายศรี หมายถึง เครื่องเชิญขวัญหรือรับขวัญ ทำ ด้วยใบตอง รูปคล้ายกระทงเป็นชั้นๆ มีขนาดใหญ่เล็กซ้อนกันขึ้นไปตามลำ ดับ อาจเป็น 3 ชั้น 5 ชั้น 7 ชั้น หรือ 9 ชั้น มีเสาปักตรงกลางแกน ถอดคำ ประพันธ์ : นางวันทองเลยบอกกับขุนแผนว่า ถ้าขุนแผนรักนางจริง ต้องช่วยนาง ไปทูลพระพันวษาขอนางวันทองคืนให้ถูกต้องตามขั้นตอน ไม่ อย่างนั้นก็ห้ามขุนแผนแตะเนื้อต้องตัวนางอีก ในเวลาค่ำ นั้นเสียงเงียบสงัด จนได้ยินเสียงของใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ พระจันทร์ก็ส่องแสงสว่าง


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ดุเหว่าเร้าเสียงสำ เนียงก้อง วันทองน้องนอนสนิทรวง ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง ทั้งสองมองหมอบอยู่ริมทาง โดดตะครุบคาบคั้นในทันที ระฆังฆ้องขานแข่งในวังหลวง จิตง่วงระงับสู่ภวังค์ เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี พอนางดั้นป่ามาถึงที่ แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพร ถอดคำ ประพันธ์ : นกก็ต่างร้องสียงดัง เสียงระฆังจากในวังก็ตีบอกเวลา นางวันทองที่นอนหลับสนิทอยู่ ก็ฝันว่าตนหลงไปในป่า หาทางกลับไม่ได้ ยิ่ง เดินเลี้ยวไปไหนต่อไหนก็ยิ่งหลงทาง และก็ไปเจอเสือสองตัวนอนหมอบอยู่ ริมข้างทางแล้วก็ตะครุบนางเข้าไปในป่า


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ สิ้นฝันครั้นตื่นตกประหม่า เล่าความบอกผัวด้วยกลัวภัย ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก ยิ่งหวาดหวั่นพรั่นตัวกลัวมรณา ครานั้นขุนแผนแสนสนิท ครั้งนี้น่าจะมีอันตราย หวีดผวากอดผัวสะอื้นไห้ ประหลาดใจน้องฝันพรั่นอุรา แมงมุมทุ่มอกที่ริมฝา ดังวิญญานางจะพรากไปจากกาย ฟังความตามนิมิตก็ใจหาย ฝันร้ายสาหัสตัดตำ รา คำ ศัพท์ : แมงมุมทุ่มอก หมายถึง ทุ่มอกคือตีอก เชื่อกันว่าเมื่อแมงมุมตีอก ของมันจะเป็นลางร้ายอย่างหนึ่ง ถอดคำ ประพันธ์ : นางก็ตื่นขึ้นมาร้องไห้ผวากอดขุนแผนและเล่าความฝัน ให้ขุนแผนฟัง ยิ่งได้ยินเสียงหนูร้องและแมงมุมทุ่มอกยิ่งใจหายกลัวจะเกิด เรื่องไม่ดี


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ พิเคราะห์ดูทั้งยามอัฐกาล มิรู้ที่จะแถลงแจ้งกิจจา จึงแกล้งเพทุบายทำ นายไป เพราะวิตกหมกไหม้จึงได้เป็น พรุ่งนี้พี่จะแก้เสนียดฝัน มิให้เกิดราคีกลียุค ก็บันดาลฤกษ์แรงเป็นหนักหนา กอดเมียเมินหน้าน้ำ ตากระเด็น ฝันอย่างนี้มิใช่จะเกิดเข็ญ เนื้อเย็นอยู่กับผัวอย่ากลัวทุกข์ แล้วทำ มิ่งสิ่งขวัญให้เป็นสุข อย่าเป็นทุกข์เลยเจ้าจงเบาใจ คำ ศัพท์ : อัฐกาล หมายถึง อัฐเคราะห์ คือตำ แหน่งดาวเคราะห์ทั้ง 8 ตาม ตำ ราโหราศาสตร์ เสนียด หมายถึง ไม่เป็นมงคล ถอดคำ ประพันธ์ : เมื่อขุนแผนได้ฟังความฝันของนางวันทองก็รู้ว่าเป็นลาง บอกเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น แต่ไม่รู้จะบอกนางวันทองยังไงเลยปลอบใจนางวัน ทอง จึงแกล้งบอกปลอบใจนางวันทองว่าเป็นเพราะนางคิดมากไปไม่ได้จะ เกิดเหตุร้ายหรอก อยู่กับพี่ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะแก้สิ่งไม่เป็นมงคลให้ และทำ สิ่งดีทำ ให้นางมีความสุข ไม่ให้เกิดสิ่งร้ายๆ สบายใจได้


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครั้นว่ารุ่งสางสว่างฟ้า จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงชัย พร้อมด้วยพระกำ นัลนักสนม ประจำ ตั้งเครื่องอานอยู่งานพัด แสนถ่อยใครจะถ่อยเหมือนมันบ้าง เวียนแต่เป็นถ้อยความไม่ข้ามคืน สุริยาแย้มเยี่ยมเหลี่ยมไศล เนาในพระที่นั่งบัลลังก์รัตน์ หมอบประนมเฝ้าแหนแน่นขนัด ทรงเคืองขัดขุนช้างแต่กลางคืน ทุกอย่างที่จะชั่วอ้ายหัวลื่น น้ำ ยืนหยั่งไม่ถึงยังดึงมา คำ ศัพท์ : เครื่องอาน หมายถึง เครื่องกิน ถ่อย หมายถึง ชั่ว,เลว น้ำ ยืนหยั่งไม่ถึง หมายถึง น้ำ ลึกเกินกว่าเท้าจะหยั่งถึง ถอดคำ ประพันธ์ : วันรุ่งขึ้นสมเด็จพระพันวษาประทับบนบัลลังก์มีนาง กำ นัลและสนมหมอบเฝ้าอยู่ ตั้งเครื่องกินและอยู่งานพัดตามหน้าที่ สมเด็จ พระพันวษาขัดเคืองขุนช้างตั้งแต่เวลากลางคืน ทรงเห็นว่าขุนช้างเป็นคนชั่ว คอยแต่มีคดีความกับผู้อื่น


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ คราวนั้นฟ้องกันด้วยวันทอง ดำ ริพลางทางเสด็จยาตรา พระสูตรรูดกร่างกระจ่างองค์ ทั้งหน้าหลังเบียดเสียดเยียดยัด ทอดพระเนตรมาเห็นขุนช้างเฝ้า พระหมื่นศรีถวายพลันในทันใด นี่มันฟ้องใครอีกอ้ายชาติข้า ออกมาพระที่นั่งจักรพรรดิ ขุนนางกราบลงเป็นขนัด หมอบอัดถัดกันเป็นหลั่นไป เออใครเอาฟ้องมันไปไว้ไหน รับไว้คลี่ทอดพระเนตรพลัน คำ ศัพท์ : พระสูตร หมายถึง ม่าน ถอดคำ ประพันธ์ : คราวก่อนก็ฟ้องร้องเรื่องวันทอง ครั้งนี้ไม่ทรงทราบว่า จะฟ้องใครอีก พระองค์จึงเสด็จออกมาที่พระที่นั่งจักรพรรดิ เมื่อม่านรูด ออกขุนนางก็พร้อมกันกราบลงหมอบเฝ้ากันอยู่มากมายตามลำ ดับ ทรง ทอดพระเนตรเห็นขุนช้างเข้าเฝ้าอยู่จึงตรัสถามขุนนางว่าจะฟ้องใคร หมื่นศรี จึงถวายฎีกาให้ทอดพระเนตร


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ พอทรงจบแจ้งพระทัยในข้อหา มันเคี่ยวเข็ญทำ เป็นอย่างไรกัน ราวกับไม่มีหญิงเฝ้าชิงกัน รูปอ้ายช้างชั่วช้าตาบ้องแบ๋ว ใครจะเอาเป็นผัวเขากลัวอาย คราวนั้นเป็นความกูถามซัก ก็โกรธาเคืองขุ่นหุ่นหัน อีวันทองคนเดียวไม่รู้แล้ว หรืออีวันทองนั้นมันมีแก้ว ไม่เห็นแววที่ว่ามันจะรัก หัวหูดูเหมือนควายที่ตกปลัก ตกหนักอยู่กับเฒ่าศรีประจัน คำ ศัพท์ : โกรธา หมายถึง โกรธ ปลัก หมายถึง แอ่งที่เป็นโคลนเลน ถอดคำ ประพันธ์ : พอทอดพระเนตรเสร็จก็กริ้วว่าเรื่องวันทองคนเดียว ทำ ไมไม่จบกันเสียทีเหมือนกับไม่มีผู้หญิงคนอื่นอีกแล้ว และทรงไม่เห็นว่า วันทองจะมีใจรักขุนช้าง ใครก็ไม่อยากได้ขุนช้างไปเป็นผัว เพราะดูรูปร่าง หน้าตาน่าเกลียด


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ วันทองกูสิให้กับไอ้แผน จมื่นศรีไปเอาตัวมันมาพลัน ฝ่ายพระหมื่นศรีได้รับสั่ง สั่งเวรกรมวังในทันใด ขึ้นไปบนเรือนพระหมื่นไวย ขุนช้างฟ้องร้องฎีกาพระทรงธรรม์ ไยแล่นมาอยู่กับอ้ายช้างนั่น ทั้งวันทองขุนแผนอ้ายหมื่นไวย ถอยหลังออกมาไม่ช้าได้ ตำ รวจในวิ่งตะบึงมาถึงพลัน แจ้งข้อรับสั่งไปขมีขมัน ให้หาทั้งสามท่านนั้นเข้าไป คำ ศัพท์ : ตะบึง หมายถึง รีบเร่ง ขมีขมัน หมายถึง ทันทีทันใด พระทรงธรรม์ หมายถึง พระมหากษัตริย์ ถอดคำ ประพันธ์ : คราวก่อนก็ยกวันทองให้กับขุนแผนไปแล้ว ทำ ไมจึงมาอยู่ กับขุนช้างอีก จึงให้จมื่นศรีไปนำ ตัววันทอง ขุนแผนและจมื่นไวย พระหมื่นศรี ได้รับคำ สั่งให้ถอยหลังออกมาในไม่ช้าและสั่งหารในวังทันทีให้ทหารวิ่งมา อย่างเร่งรีบและขึ้นไปบนเรือนพระหมื่นไวยและแจ้งรับสั่งให้รีบไปในทันที ขุนช้างได้ยืนคำ ร้องทุกข์ให้พระเจ้าแผ่นดินให้เรียกทั้งสามคนมาเข้าเฝ้า


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครานั้นวันทองเจ้าพลายงาม ขุนแผนเรียกวันทองเข้าห้องใน สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวทย์ น้ำ มันพรายน้ำ มันจันทน์สรรเสกปน แล้วทำ ผงอิทธิเจเข้าเจิมพักตร์ เสกกระแจะจวงจันทร์น้ำ มันทา ได้ฟังความคร้ามครั่นหวั่นไหว ไม่ไว้ใจจึงเสกด้วยเวทมนตร์ ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน เคยคุ้มขังบังตนแต่ไรมา คนเห็นคนทักรักทุกหน้า เสร็จแล้วก็พาวันทองไป ถอดคำ ประพันธ์ : ตอนนั้นนางวันทองและพลายงามได้ฟังคำ รับสั่งแล้ว รู้สึกตื่นเต้น และขุนแผนเรียกนางวันทองเข้าไปข้างในห้อง เพราะไม่ไว้ใจ เลยเสกมนตร์ใส่นางวันทอง เอาขี้ผึ้งมาปากและกินหมากที่ลงมนตร์ไว้ มันเป็นของที่ช่วยแก้ปัญหาทุกอย่าง มีทั้งน้ำ มันพรายและน้ำ มันจันทน์ ที่ใช้พลางตัวมาตลอด แล้วนำ ผงเสน่ห์มาทาหน้าเพื่อให้คนที่เห็นที่ทัก ทุกคนต่างหลงรักตนและเสกเครื่องหอมที่ทำ ด้วยไม้จันทร์ทำ ให้เป็นน้ำ มัน พอทำ เสร็จแล้วก็พานางวันทองออกไป


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครานั้นทองประศรีผู้มารดา เด็กเอ๋ยวิ่งตามมาไวไว พลายชุมพลกอดก้นทองประศรี ลุกขึ้นโขย่งโก้งโค้งคลาน ครั้นถึงยั้งอยู่ประตูวัง ขุนแผนวันทองพระหมื่นไวย ไม่ไว้ใจจึงเสกด้วยเวทมนตร์ ลงบันไดงันงกตกนอกกชาน กูมิใช่ช้างขี่ดอกลูกหลาน ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป ผู้รับสั่งเร่งรุดไม่หยุดได้ เข้าไปเฝ้าองค์พระภูมี ฯ ถอดคำ ประพันธ์ : เมื่อแม่ของนางวันทองได้รู้ข่าวก็ร้อนใจ รีบเรียกลูกหลาน ให้วิ่งตามมาให้รีบลงจากบันไดจนตกออกนอกชาน พลายชุมพลก็เข้ากอด ก้นนางทองประศรี นางทองประศรีจึงตะโกนบอกว่าพลายชุมพลว่าตน ไม่ใช่ช้าง แล้วก็ลุกขึ้น เมื่อถึงหน้าประตูวัง ทั้งสามคนจึงรีบเข้าไปเข้าเฝ้า พระมหากษัตริย์


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครานั้นพระองค์ผู้ทรงเดช เห็นสามราเข้ามาอัญชลี ด้วยเดชะพระเวทวิเศษประสิทธิ์ ตรัสถามอย่างความราษฎร เมื่อมึงกลับมาแต่ป่าใหญ่ ครั้นกูขัดใจให้จำ จอง ปิ่นปักนคเรศเรืองศรี พระปรานีเหมือนลูกในอุทร เผอิญคิดรักใคร่พระทัยอ่อน ฮ้าเฮ้ยดูก่อนอีวันทอง กูสิให้อ้ายแผนประสมสอง ตัวของมึงไปอยู่แห่งไร ถอดคำ ประพันธ์ : เมื่อพระพันวสาเห็นทั้งสามคน (ขุนช้าง พระไวย และนางวันทอง) เดินเข้ามาก็เกิดความเอ็นดูอย่างลูก จึงตรัสถามความว่า เมื่อกลับมาจากป่าที่ตัดสินให้ไปอยู่กับขุนแผนเป็นอย่างไร


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ทำ ไมไม่อยู่กับอ้ายแผน เดิมมึงรักอ้ายแผนแล่นตามไป อยู่กับอ้ายช้างไม่อยู่ได้ ดูยักใหม่ย้ายเก่าเฝ้าเปลี่ยนตัว ครานั้นวันทองได้รับสั่ง หัวสยองพองพรั่นทันที แล่นไปอยู่กับอ้ายช้างใหม่ ครั้นยกให้เต้นกลับเล่นตัว เกิดรังเกียจเกลียดใจด้วยชังหัว ตกว่าชั่วแล้วมึงไม่ไยดี ฯ ละล้าละลังประนมก้มเกศี ทูลคดีพระองค์ผู้ทรงธรรม์ ถอดคำ ประพันธ์ : ให้ไปอยู่กับขุนแผนทำ ไมถึงไม่ไปอยู่ แต่กลับไปอยู่กับ ขุนช้าง ทั้งๆที่แต่ก่อนรักกับขุนแผนไม่ใช่เหรอพอจะยกให้ไปอยู่กับขุนช้าง ก็รังเกียจขุนช้างขึ้นมา เปลี่ยนไปเปลี่ยนมามันไม่ดี เมื่อนางวันทองได้ รับสั่ง ก็รู้สึกละล้าละลังจึงประนมมือไหว้เหนือหัว นางรู้สึกกลัวมาก


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ขอเดชะละอองธุลีพระบาท เมื่อกระหม่อมฉันมาแต่อรัญ ครั้นอยู่มาขุนแผนต้องจำ จอง อยู่ที่เคหาหน้าวัดตะไกร มีรับสั่งโปรดประทานให้ ยื้อยุดแดคร่าทำ สามานย์ องค์หริรักษ์ราชรังสรรค์ ครั้งนั้นโปรดประทานขุนแผนไป กระหม่อมฉันมีท้องนั้นเติบใหญ่ ขุนช้างไปบอกว่าพระโองการ กระหม่อมฉันไม่ไปก็หักหาญ เพื่อนบ้านจะช่วยก็สุดคิด ถอดคำ ประพันธ์ : นางวันทองทูลขอพระพันวษาว่า เมื่อตอนที่ออกจาก ป่า พระองค์ยกหม่อมฉันให้ขุนแผน ต่อมาขุนแผนถูกเข้าคุก ดิฉันได้ตั้ง ท้อง ขุนช้างก็เข้ามากระหม่อมไปอยู่ด้วยโดยอ้างว่าเป็นพระบัญชาของ พระองค์ มาฉุดกระหม่อมไปเพื่อนบ้านก็เกรงกลัวเพราะคิดว่าเป็นพระ บัญชาของพระองค์


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ด้วยขุนช้างอ้างว่ารับสั่งให้ จนใจมิไปก็สุดฤทธิ์ ครานั้นพระองค์ผู้ทรงภพ มีพระสิงหนาทตวาดมา ตกว่ากูหาเป็นเจ้าชีวิตไม่ เป็นไม่มีอาชญาสิทธิ์คิดถึงโดน ใครจะขัดขืนไว้ก็กลัวผิด ชีวิตอยู่ใต้พระบาทา ฯ ฟังจบกริ้วขุนช้างเป็นหนักหนา อ้ายบ้าเย่อหยิ่งอ้ายลิงโลน มึงถือใจว่าเป็นเจ้าที่โรงโขน เที่ยวทำ โจรใจคะนองจองหองครัน ถอดคำ ประพันธ์ : พระพันวษาได้ฟังขุนช้างทูลก็ทรงกริ้ว ตวาดเสียงดัง ลั่นว่าถ้าพระองค์ไม่เป็นกษัตริย์ ขุนช้างก็คงมองไม่เห็นหัวจะต้องเฆี่ยน เสียด้วยหวาย


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ เลี้ยงมึงไม่ได้อ้ายใจร้าย แล้วกลับความถามข้างวันทองพลัน ก็ช้านานประมาณได้สิบแปดปี นี่มึงหนีมันมาหรือว่าไร วันทองฟังถามให้คร้ามครั่น ขอเดชะพระองค์ทรงศักดา ชอบแต่เฆี่ยนสองหวายตลอดสัน เออเมื่อมันฉุดคร่าพามึงไป ครั้งนี้ทำ ไมมึงจึงมาได้ หรือว่าใครไปรับเอามึงมา บังคมคัลประนมก้มเกศา พระอาญาเป็นพ้นล้นเกล้าไป ถอดคำ ประพันธ์ : พระพันวษาก็ตรัสถามนางวันทองว่า เมื่อขุนช้างฉุดไปเป็นเวลาประมาณ 18 ปีทำ ไมถึงหนีมาได้ หนีมาเองหรือว่าใครไปรับมานางวันทองได้ฟังคำ ถามก็รู้สึกกลัว


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครั้งนี้จมื่นไวยนั้นไปรับ มิใช่ย้อนยอกทำ นอกใจ แต่มานั้นเวลาสักสองยาม ขอพระองค์จงทรงพระปรานี กระหม่อมฉันจึงกลับคืนมาได้ ขุนแผนก็มิได้ประเวณี ขุนช้างจึงหาความว่าหลบหนี ชีวีอยู่ใต้พระบาทา ฯ ถอดคำ ประพันธ์ : นางวันทองกราบทูลสมเด็จพระพันวษาว่าจมื่นไวยไป รับตอนกลางคืน ขุนช้างจึงคิดว่าหนีออกมา ขุนแผนก็ไม่ได้ทำ อะไรไม่ดี ไม่งาม นางทูลขอความกรุณาจากสมเด็จพระพันวษา


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครานั้นพระองค์ผู้ทรงเดช อ้ายหมื่นไวยทำ ใจอหังการ์ จะปรึกษาตราสินให้ไม่ได้ ถ้าฉวยเกิดห่าฟันกันล้มตาย อีวันทองกูให้อ้ายแผนไป ฉุดมันขึ้นช้างอ้างถึงกู ฟังเหตุขุ่นเคืองเป็นหนักหนา ตกว่าบ้านเมืองไม่มีนาย จึงทำ ตามน้ำ ใจเอาง่ายง่าย อันตรายไพร่เมืองก็เคืองกู อ้ายช้างบังอาจใจทำ จู่ลู่ ตะคอกขู่อีวันทองให้ตกใจ คำ ศัพท์ : ตกว่า หมายถึง ราวกับว่า ตราสิน หมายถึง แจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐาน จู่ลู่ หมายถึง หุนหันพลันแล่น ในความว่า “อ้ายช้างบังอาจใจทำ จู่ลู่” ถอดคำ ประพันธ์ : เมื่อพระพันวษาได้ฟังความจากนางวันทอง ก็โกรธจมื่นไวยที่ทำ การอุกอาจทำ เหมือนบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย ถ้าเกิดมีการฆ่าฟันล้มตาย ประชาชนจะขุ่นเคืองพระพันวษาได้ ทางด้านขุนช้างก็ผิดที่ไปฉุดตัวนางวันทองมา แล้วยังอ้างชื่อพระพันวษา ไปข่มขู่พาตัวนางวันทองมา


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ชอบตบให้สลบลงกับที่ มะพร้าวห้าวยัดปากให้สาใจ มึงถือว่าอีวันทองเป็นแม่ตัว ไปรับไยไม่ไปในกลางวัน มันเหมือนวัวเคยขาม้าเคยขี่ อ้ายช้างมันก็ฟ้องเป็นสองนัย เฆี่ยนตีเสียให้ยับไม่นับได้ อ้ายหมื่นไวยก็โทษถึงฉกรรจ์ ไม่เกรงกลัวเว้โว้ทำ โมหันธ์ อ้ายแผนพ่อนั้นก็เป็นใจ ถึงบอกกูว่าดีหาเชื่อไม่ ว่าอ้ายไวยลักแม่ให้บิดา คำ ศัพท์ : วัวเคยขาม้าเคยขี่ หมายถึง คุ้นเคยกันมาอย่างดี รู้ทีกัน เข้าใจใน ทำ นองของกันและกัน สำ นวนนี้ส่วนมากใช้กับคนที่เคยเป็นสามี ภรรยากัน ถอดคำ ประพันธ์ : เฆี่ยนตีขุนช้างให้สลบคาที่ แล้วเอามะพร้าวห้าวยัดปาก จมื่นไวยก็มีความผิดฉกรรจ์ที่ไปพาตัวนางวันทองมากลางดึก คงจะมีขุนแผนผู้เป็นพ่อคอยหนุนหลัง เพราะว่าขุนช้างเอาเรื่องมา บอกพระพันวษาว่า จมื่นไวยฉุดนางวันทองกลับไปให้พ่อถือว่าเป็น ความผิด


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ เป็นราคีข้อผิดมีติดตัว ถ้าอ้ายไวยอยากจะใคร่ได้แม่มา อัยการศาลโรงก็มีอยู่ ชอบทวนด้วยลวดให้ปวดไป มันเกิดเหตุทั้งนี้ก็เพราะหญิง จำ จะตัดรากใหญ่ให้หล่นพรู หมองมัวมลทินอยู่หนักหนา ชวนพ่อฟ้องหาเอาเป็นไร หรือว่ากูตัดสินให้ไม่ได้ ปรับไหมให้เท่ากับชายชู้ จึงหึงหวงช่วงชิงยุ่งยิ่งอยู่ ให้ลูกดอกดกอยู่แต่กิ่งเดียว คำ ศัพท์ : ทวนด้วยลวด หมายถึง เฆี่ยนตีด้วยหนังที่ทำ เป็นเส้นยาวๆ ซึ่งเรียกว่าลวดหนัง ถอดคำ ประพันธ์ : ถ้าจมื่นไวยอยากได้ตัวแม่ ทำ ไมไม่พาพ่อมาฟ้องศาล หรือคิดว่าพระพันวษาไม่สามารถตัดสินให้ได้ ต้องลงโทษด้วยลวดและปรับ ส่วนขุนช้างก็บังอาจอ้างราชโองการ ควรตบให้สลบ แล้วเอามะพร้าวยัดปาก แล้วรับสั่งว่าจะต้องแก้ปัญหานี้ให้จบเสียที ต้องตัดรากใหญ่ (ปัญหา) ให้เหลือลูกดอกกิ่งเดียว (ให้นางวันทองตัดสินใจเลือกเพียงหนึ่ง)


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ อีวันทองตัวมันเหมือนรากแก้ว ใครจะควรสู่สมอยู่กลมเกลียว เฮ้ยอีวันทองว่ากระไร อย่าภวังค์กังขาเป็นราคี ถ้ารักใหม่ก็ไปอยู่กับอ้ายช้าง อย่าเวียนวนไปให้คนมันหมิ่นแคลน ถ้าตัดโคนขาดแล้วก็ใบเหี่ยว ให้เด็ดเดี่ยวรู้กันแต่วันนี้ มึงตั้งใจปลดปลงให้ตรงที่ เพราะมึงมีผัวสองกูต้องแค้น ถ้ารักเก่าเข้าข้างอ้ายขุนแผน ถ้าแม้นมึงรักไหนให้ว่ามา คำ ศัพท์ : รากใหญ่ หมายถึง นางวันทอง ถอดคำ ประพันธ์ : นางวันทองเหมือนกับรากแก้วถ้าตัดโคนได้แล้วใบก็จะ เหี่ยวไปเอง พระพันวษาตรัสว่านางวันทองจะตกลงยังไง อย่าลังเลเพราะ มีทั้งผัวและลูก ถ้ารักใหม่ก็ให้ไปอยู่กับขุนช้าง แต่ถ้ารักก็เลือกขุนแผน อย่าชักช้าคนจะนินทาเอาได้ จะเลือกใครก็ว่ามา


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ครานั้นวันทองฟังรับสั่ง ครั้นจะทูลกลัวพระราชอาญา พระหมื่นไวยใช้ใบ้ให้แม่ว่า วันทองหมองจิตคิดเวียนวน ครานั้นพระองค์ทรงธรณินทร์ พระตรัสความถามซักไปทันใด ให้ละล้าละลังเป็นหนักหนา ขุนช้างแลดูตายักคิ้วลน บุ้ยปากตรงบิดาเป็นหลายหน เป็นจนใจนิ่งอยู่ไม่ทูลไป หาได้ยินวันทองทูลขึ้นไม่ หรือมึงไม่รักใครให้ว่ามา ถอดคำ ประพันธ์ : นางวันทองได้ฟังคำ พระพันวษาก็เกิดลังเลว่าจะเลือก ใคร มองไปทางขุนช้างก็ยักคิ้ว มองไปทาง จมื่นไวยก็ทำ ปากบุ้ยไปตรงพ่อ วันทองคิดวนไปวนมา ก็ยังไม่ทูลอะไรแก่พระพันวษา พระพันวษาไม่เห็น ว่านางวันทองทูลอะไร ทรงตรัสถามต่อว่าจะไม่รักใครให้ว่ามา


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จะรักชู้ชังผัวมึงกลัวอาย ตามใจกูจะให้ดังวาจา นางวันทองรับพระราชโองการ อกุศลดลมัวให้ชั่วใจ คิดคะนึงตะลึงตะลานอก ให้อุธัจอัดอั้นตันอุรา จะอยู่ด้วยลูกชายก็ไม่ว่า แต่นี้เบื้องหน้าขาดเด็ดไป ให้บันดาลบังจิตหาคิดไม่ ด้วยสิ้นในอายุที่เกิดมา ดังตัวตกพระสุเมรุภูผา เกรงผิดภายหน้าก็สุดคิด ถอดคำ ประพันธ์ : จะไปอยู่กับลูกไหม ตามแต่ใจ แต่ถ้าตอบมาแล้วจะ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ นางวันทองรับพระราชโองการดังนั้นก็คิดไม่ออก ถึงเวลาสิ้นอายุ จึงเกิด “อกุศล” ทำ ให้ประหม่าและเกรงว่าจะตัดสินใจผิด


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จะว่ารักขุนช้างกระไรได้ รักพ่อลูกห่วงดังดวงชีวิต อย่าเลยจะทูลเป็นกลางไว้ คิดแล้วเท่านั้นมิทันนาน ความรักขุนแผนก็แสนรัก สู้ลำ บากบุกป่ามาด้วยกัน ที่จริงใจมิได้รักแต่สักหนิด แม้นทูลผิดจะพิโรธไม่โปรดปราน ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน นางก้มกรานแล้วก็ทูลไปฉับพลัน ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์ สารพันอดออมถนอมใจ ถอดคำ ประพันธ์ : จะว่ารักขุนช้างก็ไม่ได้เพราะตนไม่ได้รัก ถ้าเกิดทูล พระพันวษาผิดก็จะเป็นทูล จึงทูลเป็นกลางๆตามแต่พระทัยของพระพันวษา ว่าจะตัดสินใจอย่างไร จึงทูลออกไปว่าขุนแผนนั้นก็แสนรักร่วมทุกข์ร่วมสุข ด้วยกันมานาน


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกันมา เงินทองกองไว้มิให้ใคร จมื่นไวยเล่าก็เลือดที่ในอก ทูลพลางตัวนางเริ่มระรัว ครานั้นพระองค์ผู้ทรงภพ เหมือนดินประสิวปลิวติดกับเปลวไฟ คำ หนักหาได้ว่าให้เคืองไม่ ข้าไทใช้สอยเหมือนของตัว ก็หยิบยกรักเท่ากันกับผัว ความกลัวอาญาเป็นพ้นไป ฟังจบแค้นคลั่งดังเพลิงไหม้ ดูดู๋เป็นได้อีวันทอง ถอดคำ ประพันธ์ : ขุนช้างอยู่ด้วยกันมาก็ไม่เคยทำ เรื่องให้ขุ่นเคืองใจและ มีเงินทองบ่าวไพร่ใช้ไม่ขัดสน ส่วนจมื่นไวยที่เป็นลูกชายก็เป็นเหมือน เลือดในอก ย่อมรักเท่ากับรักผัวอยู่แล้ว ทูลเสร็จนางวันทองก็สั่นด้วย ความกลัว หลังจากนางวันทองทูล พระพันวษากริ้วอย่างมากเหมือนดิน ประสิวที่โดนไฟแล้วปะทุ


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จะว่ารักข้างไหนไม่ว่าได้ ออกนั่นเข้านี่มีสำ รอง จอกแหนแพเสาสำ เภาใหญ่ เหมือนมหาสมุทรสุดซึ้งซึก อิฐผาหาหาบมาทุ่มถม อีแสนถ่อยจัญไรใจทมิฬ น้ำ ใจจะประดังเข้าทั้งสอง ยิ่งกว่าท้องทะเลอันล้ำ ลึก จะทอดถมเท่าไรไม่รู้สึก น้ำ ลึกเหลือจะหยั่งกระทั่งดิน ก็จ่อมจมสูญหายไปหมดสิ้น ดังเพชรนิลเกิดขึ้นในอาจม ถอดคำ ประพันธ์ : นางวันทองไม่ยอมบอกว่าจะเลือกใคร พระพันวษารับสั่ง ด่านางวันทองว่ารักข้างไหนเลือกไม่ถูกจะเอาไว้สำ รองทั้งสองยิ่งว่าความลึก ของทะเลทอดสมอลึกเกินจะหยั่งถึงได้ คนถ่อย จัญไร ใจทมิฬ เหมือนเพชร ที่เกิดในสิ่งสกปรก


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ รูปงามนามเพราะน้อยไปหรือ แต่ใจสัตว์มันยังมีที่นิยม มึงนี่ถ่อยยิ่งกว่าถ่อยอีท้ายเมือง ละโมบมากตัณหาตาเป็นมัน ว่าหญิงชั่วผัวยังคราวละคนเดียว หนักแผ่นดินกูจะอยู่ไย ใจไม่ซื่อสมศักดิ์เท่าเส้นผม สมาคมก็แต่ถึงฤดูมัน จะเอาเรื่องไม่ได้สักสิ่งสรรพ์ สักร้อยพันให้มึงไม่ถึงใจ หาตามตอมกันเกรียวเหมือนมึงไม่ อ้ายไวยมึงอย่านับว่ามารดา ถอดคำ ประพันธ์ : หน้าตาสวยงามชื่อเพราะน้อยไปหรือถึงได้จิตใจไม่ซื่อ เท่ากับเส้นผม เลวกว่าสัตว์เพราะสัตว์ยังมีฤดูผสมพันธุ์ หญิงชั่วยังมีผัว คราวละคน จะอยู่ให้หนักแผ่นดินทำ ไม ทรงหันไปตรัสกับจมื่นไวยว่าอย่านับ นางวันทองเป็นแม่ให้อายเขา


ถอดคำคำ คำคำ คำคำประพัพั พัพั นธ์ธ์ ธ์ธ์ กูเลี้ยงมึงถึงให้เป็นหัวหมื่น อ้ายขุนช้างขุนแผนทั้งสองรา หญิงกาลกิณีอีแพศยา ที่รูปรวยสวยสมมีถมไป เร่งเร็วเหวยพระยายมราช อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน ฟันให้หญิงชายทั้งหลายดู คนอื่นรู้ว่าแม่ก็ขายหน้า กูจะหาเมียให้อย่าอาลัย มันไม่น่าเชยชิดพิสมัย มึงตัดใจเสียเถิดอีคนนี้ ไปฟันฟาดเสียให้มันเป็นผี อย่าให้มีโลหิตติดดินกู ตกดินจะอัปรีย์กาลีอยู่ สั่งเสร็จเสด็จสู่ปราสาทชัย ถอดคำ ประพันธ์ :รับสั่งขุนช้างกับขุนแผนพระองค์จะทรงหาเมียใหม่ให้ แล้วรับสั่งให้เอานางวันทองไปประหารชีวิต เอาขวานผ่าอก แล้วเอาใบตอง มารองเลือดให้หมากิน อย่าให้เลือดอัปรีย์กาลีตกถึงพื้นดินเลย รับสั่งเสร็จ ก็เสด็จเข้าสู่ปราสาทที่ประทับ


คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๑. สะท้อนถึงอารมณ์โกรธแค้นและสะเทือนใจ ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ ยิ่งคิดเดือดดาลทะยานใจ ฉวยได้กระดานชนวนมา ร่างฟ้องท่องเทียบให้เรียบร้อย ถ้อยคำ ถี่ถ้วนเป็นหนักหนา ๒. การใช้อุปมาโวหาร ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ อีวันทองตัวมันเหมือนรากแก้ว ถ้าตัดโคนขาดแล้วก็ใบเหี่ยว ใครจะควรสู่สมอยู่กลมเกลียว ให้เด็ดเดี่ยวรู้กันแต่วันนี้ ๓. มีการใช้พรรณนาโวหาร ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ จะเป็นตายง่ายยากไม่จากรัก จะฟูมฟักเหมือนเมื่ออยู่ในกล ๔. สัมผัสแบบกลอนแปด ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ ครานั้นพระองค์ทรงธรณินทร์ หาได้ยินวันทองทูลขึ้นไม่ พระตรัสความถามซักไปทันใด หรือมึงไม่รักใครให้ว่ามา


๕. การใช้บรรยายโวหาร ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสิ้น จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ ขุนช้างเห็นข้าไม่มาใกล้ ขัดใจลุกขึ้นทั้งแก้ผ้า แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังกา ย่างเท้าก้าวมาไม่รู้ตัว ยายจังงันงกยกมือไหว้ นั่นพ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว ไม่นุ่งผ่อนนุ่งผ้าดูน่ากลัว ขุนช้างมองดูตัวก็ตกใจ ๖. กวีแทรกอารมณ์ขันในการแต่ง ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ ๗. การใช้คำ ให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกโกรธ (พิโรธวาทัง) ครานั้นพระองค์ผู้ทรงภพ ฟังจบแค้นคั่งดังเพลิงไหม้ เหมือนดินประสิวปลิวติดกับเปลวไฟ ดูดู๋เป็นได้อีวันทอง จะว่ารักข้างไหนไม่ว่าได้ น้ำ ใจจะประดังเข้าทั้งสอง ออกนั้นเข้านี้มีสำ รอง ยิ่งกว่าท้องทะเลอันล้ำ ลึก ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์


๘. การใช้โวหารภาพพจน์ (สัทพจน์) ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ ครั้นเวลาดึกกำ ดัดสงัดเงียบ ใบไม้แห้งแกร่งเกรียบระรุบร่อน พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจันทรแจ่มแจ้งกระจ่างดวง ดุเหว่าเร้าเสียงสำ เนียงก้อง ระฆังฆ้องขานแข่งในวังหลวง วันทองน้องนอนสนิทรวง จิตง่วงระงับสู่ภวังค์


คุณค่าด้านเนื้อหา ๑. โครงเรื่อง เป็นนิยายพื้นบ้านของสุพรรณบุรีที่แต่งขึ้นจากเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีซึ่งมีหลักฐานอยู่ในหนังสือ ๒. กลวิธีการแต่ง มีผู้แต่งแทรกให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์และมีการแต่งให้เป็นทำ นอง เป็นกลอนบทเสภา ๓. ตัวละคร นางวันทอง : นางวันทองสองใจไม่เลือก ใคร เป็นเหตุทำ ให้ทุกคน ทะเลาะกันและทำ ให้เกิดเหตุว่านางวันทองไม่ยอมเลือกใครจึงทำ ให้ พระพันวษาโกรธและโดนสั่งฆ่า ขุนช้าง : มีลักษณะรูปชั่วตัวดำ หัวล้านมาแต่กำ เนิดนิสัย เจ้าเล่ห์เพทุบายมีฐานะร่ำ รวย จมื่นไวย : ถนัดด้านไสยศาสตร์เหมือนพ่อ และรักแม่มากจึงใช้ไสยศาสตร์ เพื่อพาแม่กลับมาอยู่ด้วยกัน พระพันวษา : เป็นกษัตริย์ผู้รับคำ ถวายฎีกาของขุนช้างและเป็นผู้สั่ง ประหารนางวันทอง


คุณค่าด้านสังคม คะเนนับย่ำ ยามได้สามครา ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสว่าง จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน ลงยันต์ราชะเอาปะอก เป่ามนตร์เบื้องบนชอุ่มมัว ๑. คนในสมัยอยุธยาจะมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของไสยศาสตร์ ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ ดูเวลาปลอดห่วงทักทิน จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสิ้น เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว หยิบยกมงคลขึ้นใส่หัว พรายยั่วยวนใจให้ไคลคลา ๒. กษัตริย์ในสมัยนั้นมีอำ นาจสูงสุดเหนือกฎหมาย ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ ครานั้นวันทองฟังรับสั่ง ครั้นจะทูลกลัวพระราชอาญา พระหมื่นไวยใช้ใบ้ให้แม่ว่า วันทองหมองจิตคิดเวียนวน ครานั้นพระองค์ทรงธรณินทร์ พระตรัสความถามซักไปทันใด ให้ละล้าละลังเป็นหนักหนา ขุนช้างแลดูตายักคิ้วลน บุ้ยปากตรงบิดาเป็นหลายหน เป็นจนใจนิ่งอยู่ไม่ทูลไป หาได้ยินวันทองทูลขึ้นไม่ หรือมึงไม่รักใครให้ว่ามา


๔. มีความเชื่อเรื่องของเวรกรรมว่าที่ทุกข์แบบนี้นั้นเกิดจากกรรมเก่า ที่ได้ทำ มาตั้งแต่ชาติก่อน ๓. มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของความฝันว่าถ้าฝันร้ายจะมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ ดุเหว่าเร้าเสียงสำ เนียงก้อง ระฆังฆ้องขานแข่งในวังหลวง วันทองน้องนอนสนิทรวง จิตง่วงระงับสู่ภวังค์ ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี ทั้งสองมองหมอบอยู่ริมทาง พอนางดั้นป่ามาถึงที่ โดดตะครุบคาบคั้นในทันที แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพร สิ้นฝันครั้นตื่นตกประหม่า หวีดผวากอดผัวสะอื้นไห้ ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ พร้อมญาติขาดอยู่แต่มารดา นึกนึกตรึกตราละห้อยหวน โอ้ว่าแม่วันทองช่างหมองนวล ไม่สมควรเคียงคู่กับขุนช้าง เออนี่เนื้อเคราะห์กรรมนำ มาผิด น่าอายมิตรหมองใจไม่หายหมาง ฝ่ายพ่อมีบุญเป็นขุนนาง แต่แม่ไปแนบข้างคนจังไร


การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ วัน เราควรที่จะรักเดียวใจเดียวไม่หลายใจซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง ไม่มีหลายสามีหลายภรรยา รักครอบครัว


บรรณานุกรม พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์. “เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกา วิเคราะห์คุณค่า”[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.digitalschool.club/digitalschool/. (สืบค้น 3 มิถุนายน 2567). ค็อกเกิล. “วิเคราะห์ขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกา”[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://coggle.it/diagram/W1ClKKfTAmEn3DSl/t/. (สืบค้น 3 มิถุนายน 2567). ฮาเล่. “ถอดความขุนช้าง ขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา“[ออนไลน์]. เข้าถึงได้ : https://wewantknowless.wordpress.com/2014/01/21/ (วันที่สืบค้นข้อมูล : 3 มิถุนายน 2567). นพรัตน์. “บทเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน ถวายฎีกา”[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.tbw.ac.th/images/e_learnning/chatchada/data/m6/k4.pdf. (สืบค้น 3 มิถุนายน 2567). กรองทอง. “วรรณคดีมรดกไทย คุณค่าที่ได้รับ”[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://literaturethai.wordpress.com/2012/04/26/. (สืบค้น 3 มิถุนายน 2567).


Click to View FlipBook Version