The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บัญชีและภาษี ธุรกิจขายฝาก ฝากขาย ตัวแทนขายสินค้า ป้องกันภาษีย้อนหลัง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by warunya.le, 2022-07-22 04:38:11

บัญชีและภาษี ธุรกิจขายฝาก ฝากขาย ตัวแทนขายสินค้า ป้องกันภาษีย้อนหลัง

บัญชีและภาษี ธุรกิจขายฝาก ฝากขาย ตัวแทนขายสินค้า ป้องกันภาษีย้อนหลัง

Keywords: บัญชีและภาษี ธุรกิจขายฝาก ฝากขาย ตัวแทนขายสินค้า ป้องกันภาษีย้อนหลัง

บัญชีและภาษี ธุรกิจขายฝาก ฝากขาย
ตัวแทนขายสินค้า ป้องกันภาษีย้อนหลัง

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ระบบฝากขายนั้นมันต่างกับระบบซื้อมาขายไป อย่างไร

ระบบฝากขาย
Stock ถือเป็นของผู้ฝากขาย
ดังนั้นถ้าร้านค้าใช้ระบบขายทุกหัวข้อที่เป็นเมนูของ โปรแกรมบัญชี ไม่ว่า
จะขายสด ขายเชื่อ ก็ถือว่าขายไปแล้วทั้งสิ้น
เพราะ Stock จะถูกตัดออกไปทันที
ดังนั้นทางระบบบัญชีสรรพากร ระบบบัญชีการเงิน
ถือว่าเป็นการขายแบบซื้อมาขายไปนั่นเอง
ในเมื่อการฝายขาย Stock เป็นของกรรมสิทธิ์ผู้ฝากขาย
ดังนั้นการตรวจนับสินค้า ในทางบัญชียังต้องปรากฏตัวเลขและของจริง
อยู่ในระบบด้วย ถ้ามองข้อนี้ การออกบิลไปก่อน ก็ไม่ใช่ฝากขาย
แต่อาจมองว่าเป็นการซื้อมา ขายไป

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ส่วนกรณีที่ รายการลดหนี้แล้วมารวมลดหนี้ใบเดียว
สามารถทำได้ แต่ปัญหาจะเกิดภายหลังขึ้น คือ
ต้องบันทึกต้นทุนเองตอนรับกลับเข้ามา ซึ่งการรวบยอดแบบนี้ ไม่
สามารถอ้างอิงถึงใบกำกับใบใดใบหนึ่งได้ ทำให้ต้องมาปรับปรุง
ต้นทุนภายหลังอีกครั้ง เสียเวลาตอนหาต้นทุน และถ้าข้ามปียิ่งหา
ยากขึ้น
ใช้ระบบใบสั่งขายควบคู่กับการย้ายคลัง ให้ใบสั่งขายควบคุมระบบ
ลูกหนี้ไว้ รายการไหนที่ยังไม่ออกบิล ก็ตรวจดูได้จากใบสั่งขาย
แยกตามลูกหนี้ ซึ่งใบสั่งขายร้านค้าก็ออกตอนไปส่งของฝากขาย
ส่วนรายการไหนที่ต้องออกบิลทันที ก็บันทึกขายตัด Stock บันทึก
หนี้ไปเลย รายการขายหนี้จริง กับรายการฝากขาย หนี้รออยู่ ก็ดู
ได้ทั้ง 2 แบบเลย
เมื่อใช้ระบบใบสั่งขายแล้ว ให้ทำการย้ายคลังควบคู่กันไป ใบ
รายการย้ายคลัง ข้อความอ้างอิงใส่เลขที่ใบสั่งขายไว้

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

เมื่อภายหลังจะต้องมาออกใบกำกับจริงจากรายงานสรุปการขาย
ประจำเดือนที่ผู้รับฝากขายแจ้งมา ร้านค้าไม่ต้องไปลดหนี้ใดๆ
เพราะยังไม่ได้บันทึกหนี้ไว้จริง เพียงแต่ดึงรายการจากใบสั่งขาย
มาออกเท่าที่ขายได้จริง ส่วนที่ขายไม่ได้ ค่อยยกเลิกเป็นรายการๆ
ไป ช่วงของการออกบิลจริงนี้ ร้านค้าต้องทำการยกเลิกรายการ
ย้ายคลังนั้นด้วย

ให้ยกเลิกทั้งใบออกมาเลย ก่อนยกเลิก ให้เขียนอ้างอิงถึงการออก
บิลจริงเลขที่เท่าไหร่ ซึ่งจากนี้ไปก็เข้ากระบวนการระบบขายปกติ
แล้ว

จากการยกเลิกใบโอนย้ายคลังนั้น ร้านค้าต้องไม่ลืมว่า ร้านค้าไม่
ได้ขายทั้งหมดที่ฝากไว้ตอนแรก ดังนั้น รายการไหนที่ขายได้ก็ถูก
ออกบิลไปแล้ว ส่วนรายการไหนที่ยังขายไม่ได้และยังฝากอยู่ ซึ่ง
รวมถึงรายการที่จะไปฝากใหม่อีก ก็ให้ทำใบโอนย้ายรวมกับ
รายการใหม่ไปพร้อมๆกันเลยอีกครั้งหนึ่ง หรือเฉพาะรายการที่ยัง
ฝากอยู่ ถ้ายังไม่มีรายการใหม่เพิ่ม

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

วิธีนี้ ระบบบัญชีเป็นไปตามกระบวนการจริงแน่นอนครับ ไม่ต้องรับ
คืน ไม่ต้องคีย์ต้นทุนใหม่
สำหรับรายการรับคืนจริงจากบิลที่ออกไปแล้วนั้นให้อ้างถึงเลขที่
บิลขายที่ออกไปจริง เพื่อให้โปรแกรมปรับปรุงต้นทุนตามที่เคยขาย
ไปได้

- ใช้ใบส่งสินค้าชั่วคราว เพื่อระบุว่าร้านค้าส่งสินค้าไปกี่รายการ
เป็นจำนวนเท่าไหร่ และไม่มี VAT
- รอจนถึงวันครบรอบขาย ทางบริษัทลูกค้าของร้านค้า จะแจ้งมา
ว่ามีสินค้าอะไรบ้างที่ขายออกไป
- พร้อมกันนั้นก็แจ้งให้ไปรับคืนสินค้าที่ขายไม่หมด ซึ่งจะรับมา
พร้อมกับใบคืนสินค้า
- เมื่อร้านค้าทราบจำนวนสินค้าที่ขายออกไปจริงๆแล้ว จึงเปิดใบ
กำกับภาษีออกไปให้
- ทาง Supplier ก็ต้องกลับมานั่ง Stock ดูว่า สินค้าที่ส่งไปทีแรก
เป็นจำนวนเท่าไหร่ สินค้าคืนมาเท่าไหร่ แล้วสินค้าที่ขายออกไปเท่า
ไหร่ เมื่อนำมาตัดกันแล้ว ได้ Stock ที่ตรงกันรึเปล่า

วิธีการนี้อาจจะขัดกับระบบบัญชีที่ทำกันโดยทั่วไปนิดหน่อย เพราะ
ทางลูกค้ารายนี้ก็ไม่อยากให้ต้องมีเอกสารใบลดหนี้อะไรมากมาย
นัก ตัดขั้นตอนที่ต้องมานั่งพิมพ์ใบลดหนี้เพื่ออ้างอิงถึงเอกสารเก่า
อีกหลายฉบับไปอีกที

เมื่อได้ศึกษาการวางบิลของทั้ง 2 ระบบนี้แล้ว รู้สึกชอบการวางบิล
ในลักษณะที่ไม่ต้องมีใบลดหนี้

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

บัญชีฝากขายเป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบบัญชีซื้อมาขายนั่นเอง

แล้วทำไมต้องเรียกว่าบัญชีฝากขาย
1. รับฝากขาย สามารถคืนสินค้าให้กับเจ้าของเดิม คือ ผู้ฝากขายได้
เพราะกรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ฝากขาย
2. กรณีที่ให้ออกบิลทันที ส่วนใหญ่จะเป็นห้างสรรพสินค้า
เนื่องจากปัญหาเรื่องของระบบบัญชีของห้างสรรพสินค้าเอง ไม่
อยากเก็บStock ไว้มากกลัวขายไม่ได้ ทุนจม เงินลงทุนสูญเสีย
เปล่า
3. ระบบฝากขาย เคลียร์สินค้าให้หมดก่อน สรุปยอดก่อน แล้วค่อย
วางบิล
4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ทางด้านผู้ที่รับฝากไป สามารถนำภาษีซื้อไปใช้ได้
ก่อน แต่ผู้ฝากขายต้องออกไปก่อน

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

สินค้าฝากขาย การบัญทึกบัญชี และภาษี

ในการรับทำบัญชีของ สำนักงานบัญชี
กลุ่มธุรกิจที่ประกอบกิจการซื้อมาขายไป
จะมีการฝากขายกับห้างสรรสินค้า โรงแรม ร้านค้าต่าง
เพื่อเป็นการสร้างช่องทางการขายให้กว้างขวางขึ้น
ดังนั้นการฝากขายสินค้า หรือ ที่เรียกว่าสินค้าฝากขาย
จึงเป็นวิธีทางการตลาดที่กิจการซื้อมาขายไป
นิยมใช้ในการเพิ่มยอดขาย รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่า
พื้นที่เองเพื่อตั้งวางสินค้า
ในส่วนผู้รับฝากขายได้รับประโยชน์จากกำไรจากสินค้าที่ไม่ต้อง
ลงทุนในสินค้าทั้งหมด ซึ่งจะได้รับรายได้จากการขาย

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

เมื่อสินค้าที่รับฝากขายได้ โดยผู้ฝากขายจะให้ส่วนแบ่งแก่ผู้รับฝาก หรือ
ผู้รับฝากบวกเพิ่มส่วนต่างรายได้ที่ต้องการเข้าไปในราคาสินค้าเอง
- การฝากขาย คือ การที่เจ้าของสินค้า ซึ่งเรียกว่า ผู้ฝากขาย
(Consignor) ส่งสินค้าไปให้บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ
เจ้าของสินค้าทำการจำหน่ายสินค้านั้นให้ ซึ่งเรียกว่า ผู้รับฝากขาย
(Consignee) และผู้รับฝากขายจะได้รับผลตอบแทนเป็นค่านายหน้า ซึ่งจะ
คำนวณเป็นอัตราร้อยละจากยอดขาย

สรรพากรมองสินค้าฝากขายอย่างไร

รับทำบัญชี ภาษี กิจการซื้อมาขายไป – สินค้าฝากขาย การฝากขายสินค้า
ทางกรมสรรพากรได้ออกแนวทางในการปฏิบัติไว้ 2 แบบดังนี้
.
1.การฝากขายโดยไม่มีสัญญาแต่งตั้งตัวแทน
ในกฎหมายเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้ระบุไว้เป็นการทั่วไปว่า“เมื่อมีการส่ง
มอบสินค้าเพื่อเป็นการฝากขาย” ไปให้ผู้รับฝากขาย แล้ว ถือว่า ภาระภาษี
มูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นแล้ว ผู้ฝากขาย มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี และ
คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม และนำส่งภาษีขายแก่กรมสรรพากร ทำให้เกิด
ความแตกต่างในวิธีปฏิบัติทางบัญชี และภาษีอากรเกิดขึ้น

2. การฝากขายโดยมีสัญญาแต่งตั้งตัวแทน
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8) เรื่อง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ของสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขาย
ตามประเภทของสินค้า ตามมาตรา 78(3) แห่งประมวลรัษฎากร

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ประเด็นทางภาษีในการรับทำบัญชีสินค้าฝากขาย

กิจการซื้อมาขายไป -สินค้าฝากขาย
การฝากขายสินค้ามีประเด็น ทางบัญชี และภาษีอากรที่ต้องทำความเข้าใจพอสมควร ทั้ง
ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคล กิจการควรวางแผนจัดการ อย่างเป็น
ระบบ ในหัวข้อประเด็นทางบัญชี ภาษีดังนี้

การรับรู้รายได้ / ภาษีมูลค่าเพิ่ม
มูลค่าสินค้าตามใบกำกับภาษี / รายได้ของกิจการ
การจัดทำรายงานสินค้าคงเหลือ
ตามความหมายการขายตามภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น สินค้าที่ฝากขาย โดยไม่มีสัญญาแต่งตั้ง
ตัวแทนนั้น

ผู้ฝากขาย ต้องออกใบกำกับภาษี และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้รับฝากขาย ได้รับใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม และสามารถนำมาใช้ในการเครดิตกับภาษี

หากสินค้าที่ไปวางไว้ที่ผู้รับฝากขายยังขายไม่ได้ ก็เท่ากับ ผู้ฝากขาย ต้องจ่ายภาษีมูลค่า
เพิ่มแล้ว ทั้งที่ยังไม่สามารถขายสินค้าได้ขายได้ระภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระทุกเดือน
ในบางกรณี ผู้ฝากขายอาจทำข้อตกลงกับผู้รับฝากขายว่า ทุกสิ้นเดือนจะนับยอดสินค้าคง
เหลือ และปรับยอดฝากขายโดยออกใบลดหนี้ (อ่านเพิ่ม ใบลดหนี้คืออะไร)ให้ยอดขายตามใบ
กำกับภาษีนั้นลดลง เพื่อให้ยอดคงเหลือของสินค้าสะท้อนถึงตัวเลขสินค้าที่ขายได้จริง วิธีนี้
จะช่วยให้ผู้ฝากขายปรับยอดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระทุกเดือน ให้เป็นไปตามยอดที่
สามารถขายได้จริง

กรณีไม่มีสัญญาแต่งตั้งตัวแทน – ออกใบกำกับภาษี และออกใบลดหนี้เมื่อสิ้นเดื

กรณีที่สัญญาแต่งตั้งตัวแทน – ออกใบส่งมอบสินค้า และไม่ยังไม่ต้องรับรู้รายได้ / ไม่ต้อง
รับรู้ภาษีมูลค่าเพิ่ม จนกว่าตัวแทนจะขายสินค้าได้

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

มูลค่าสินค้าตามใบกำกับภาษี / รายได้ของกิจการ

ในการฝากขาย กิจการอาจจะเลือกตกลงราคา / ผลประโยชน์ตามยอดขายไว้
อย่างชัดเจน หรือ ขายโดยให้ผู้รับฝากบวกผลประโยชน์เพิ่มไว้เอง

ดังนั้นยอดมูลค่าสินค้าตามใบกำกับภาษี ควรจะเป็นยอดมูลค่าสินค้าตามราคา
ตลาด เพราะถ้ากิจการออกใบกำกับยอดที่ต่ำว่าราคาตลาดอาจมีความเสี่ยงใน
การถูกประเมินภาษีเพิ่มได้

ดังนั้นมูลค่าในใบกำกับภาษีอาจจะไม่ใช่ยอดที่กิจการเรียกเก็บจากผู้รับฝากขาย
แต่เป็นยอดเพื่อการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม

เมื่อขายสินค้าได้ทางผู้รับฝากอาจจะจ่ายเงินชำระค่าสินค้าเท่ากับมูลค่าในใบ
กำกับภาษี หรือ อาจจะจ่ายโดยหักส่วนลดที่กิจการได้ตกลงกันไว้แล้วก่อนหน้า
นี้

ผลของการรับรู้รายได้มีดังนี้

กิจการรับรู้รายได้สูงเกินไป ถ้าช่วงคาบเกี่ยวปีจะมีผลในการนำส่งภาษีเงินได้
นิติบุคคลสูงเกินไป
การรับรู้รายได้คลาดเคลื่อนไปจากการรับรู้รายได้ตามมาตราฐานการบัญชี
สรุป

กรณีไม่มีสัญญาแต่งตั้งตัวแทน – รับรู้รายได้ตามยอดในใบกำกับภาษีซื้อควร
ต้องใช้ราคาตลาด

กรณีที่สัญญาแต่งตั้งตัวแทน – รับรู้รายได้เมื่อตัวแทนขายสินค้าได้

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีสินค้าฝากขาย

หน้าที่ของผู้ฝากขาย / ผู้รับฝากขาย
ผู้ฝากขาย
• ส่งสินค้าที่มีคุณภาพ
• รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการฝากขาย
• รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ผู้รับฝากได้ทดรองจ่ายไป เช่น ค่าโฆษณา
• จ่ายค่าตอบแทนให้ผู้รับฝากเมื่อขายสินค้าได้

ผู้รับฝากขาย
• รักษาสินค้าใช้มีคุณภาพดีอยู่เสมอ
• จัดเก็บสินค้าฝากขายแยกต่างหากจากสินค้าของตน
• ขายสินค้าตามราคาที่ผู้ฝากกำหนด หรือ ราคาที่สามารถขายได้
• ส่งคืนเงินค่าขายให้ผู้ฝากขายสินค้า

ภาษีมูลค่าเพิ่มVAT กรณีการฝากขายสินค้า (Consignments)

กรณีเป็นผู้ประกอบที่การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT แล้วนำสินค้าไปฝากขาย ณ ห้าง
สรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ เมื่อผู้ผลิตสินค้าส่งมอบสินค้าให้แก่ห้างสรรพสินค้า หรือ
ร้านสะดวกซื้อ เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) (ข) แห่งประมวล
รัษฎากร ผู้ผลิตสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลคาเพิ่มตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวล
รัษฎากร เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตามมาตรา 78 (1) แห่งประมวล
รัษฎากร และผู้ผลิตสินค้ามีหน้าที่จัดทำใบกำกับภาษีในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษี
มูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ผู้ผลิตสินค้าจะทำสัญญา
แต่งตั้งให้ห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อเป็นตัวแทนตามประกาศอธิบดีกรม
สรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
ของสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้า ตามมาตรา 78 (3) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 (ตามสิ่งที่ส่งมาด้วยที่แนบ) ความรับ
ผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ผลิตสินค้า จึงจะเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนส่งมอบสินค้าให้แก่
ผู้ซื้อ ตามมาตรา 78 (3) แห่งประมวลรัษฎากร

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีทำสัญญาฝากขายสินค้า
( Consignments ) กับนิติบุคคลต่างประเทศ ( บริษัทต่างประเทศ )

กรณีที่บริษัทฯ ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่ผู้รับฝากสินค้าซึ่ง
เป็นคู่ค้าในต่างประเทศตามสัญญาฝากขายสินค้า
(Consignments) ถือได้ว่าการที่ได้ส่งสินค้าไปนั้น เป็นการขายใน
ประเทศไทยและให้ถือราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งไปเป็น
รายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ส่งไปนั้นตามมาตรา ๗๐ ตรี แห่ง
ประมวลรัษฎากร และบริษัทฯ มีสิทธินำต้นทุนสินค้าดังกล่าวมาหัก
เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ หากผู้รับฝากสินค้าขาย
สินค้าไม่ได้และมีการส่งสินค้าดังกล่าวกลับคืนให้แก่บริษัทฯใน
ประเทศไทยภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศนั้น
กรณีดังกล่าวไม่ถือเป็นการขายสินค้าในประเทศ ทั้งนี้ ตามมาตรา
๗๐ ตรี วรรคสอง (๔) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ สามารถ
ปรับปรุงยอดขายตามตามแบบแสดงรายการที่ได้ยื่นเสียภาษีเงินได้
นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่ส่งออกนั้น และนำสินค้าที่ส่งกลับ
คืนดังกล่าวมาคำนวณราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบ
ระยะเวลาบัญชี ตามมาตรา ๖๕ ทวิ (๖) แห่งประมวลรัษฎากร
ใบกำกับภาษีสินค้าฝากขายโดยมีสัญญาแต่งตั้งตัวแท
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 68)
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกใบกำกับ
ภาษีโดยตัวแทน และ กำหนดรายการในใบกำกับภาษี ตามมาตรา
86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ตัวอย่าง ใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษี

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

สินค้าฝากขาย – ข้อหารือภาษีอากร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบลดหนี้ กรณีสินค้าฝากขาย
กรณีบริษัทฯ รับฝากขายสินค้า จากผู้ผลิต

1. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตามข้อ 3.3 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528
“ข้อ 3 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลรายใดได้ปฏิบัติในการคำนวณรายได้และ

รายจ่ายตามข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีใด ให้ถือว่าการปฏิบัติดัง
กล่าวเป็นกรณีที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้ว บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
นิติบุคคลนั้นจะต้องถือปฏิบัติตามวิธีการที่ได้รับอนุมัตินั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติ
ให้เปลี่ยนแปลงจากอธิบดีกรมสรรพากร ...

.3.3 การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่ง
ประกอบกิจการฝากขายสินค้าซึ่งผู้รับฝากสินค้า (Consignee) ทำหน้าที่ขายสินค้าแทน
ผู้ฝากสินค้า (Consignor) ให้ใช้เกณฑ์สิทธิตามข้อ 2 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
นิติบุคคลนั้นต้องนำรายได้จากการขายสินค้ามารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนใน
รอบระยะเวลาบัญชีที่มีการฝากขายสินค้า

กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการฝากขาย สินค้าตาม
วรรคหนึ่งได้ทำสัญญาการตั้งตัวแทนผู้รับฝากสินค้า (Consignee) เพื่อขายเป็น
หนังสือ โดยตัวแทนผู้รับฝากสินค้า (Consignee) ได้รับค่าตอบแทนหรือบำเหน็จตามที่
กำหนดไว้ในสัญญา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะคำนวณรายได้เมื่อตัวแทน
ผู้รับฝากสินค้า (Consignee) ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อก็ได้”
... .ดังนั้น ในทางตรงกันข้าม สำหรับบริษัทตัวแทนผู้รับฝากขาย (Consignee)
....1.1 กรณีที่มิได้ทำสัญญาการตั้งตัวแทนผู้รับฝากสินค้า (Consignee) เพื่อขายเป็น
หนังสือ ตามวรรคแรกของข้อ 3.3 ดังกล่าว ให้ถือว่า ผู้รับฝากขายได้ซื้อสินค้านั้น เช่น
เดีวกับการซื้อขายสินค้าทั่วไป ในกรณีนี้ ในทางภาษีอากร ถือเสมือนหนึ่งว่า กรรมสิทธิ์
ในสินค้าที่รับฝากขายได้โอนมายังผู้รับฝากขายแล้ว
....1.2 กรณีที่ได้มีการทำสัญญาการตั้งตัวแทนผู้รับฝากสินค้า (Consignee) เพื่อขาย
เป็นหนังสือ โดยตัวแทนผู้รับฝากสินค้า (Consignee) ได้รับค่าตอบแทนหรือบำเหน็จ
ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ให้บริษัทผู้รับฝากขายรับรู้รายได้ค่านายหน้า เมื่อตัวแทน
ผู้รับฝากสินค้า (Consignee) ได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ ในกรณีนี้ กรรมสิทธิ์ในสินค้ายัง
คงเป็นของผู้ฝากขายต่อไป จนกว่าจะขายสินค้าให้แก่ลูกค้า

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

2. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม
....2.1 การขายสินค้าโดยการตั้งตัวแทนฝากขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้
เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8)
นั้น ตามมาตรา 78 (3) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ความรับผิดจากขายสินค้าใน
กรณีดังกล่าวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการก
ระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้
มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย
........(ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ
........(ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า
........(ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ
........(ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น
ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้น ตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี

....2.2 กรณีที่การฝากขายสินค้าโดยไม่มีการตั้งตัวแทนฝากขาย แม้จะได้ส่งมอบสินค้าให้
ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ สัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายไม่เป็นไปตามประเภทของสินค้าและ
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
(ฉบับที่ 8) นั้น นั้น ตามมาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ความรับผิด
ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่ง
มอบสินค้าก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย
........(ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า
........(ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ
........(ค) ได้ออกใบกำกับภาษี
ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี

ดังนั้น กรณีบริษัทฯ รับฝากขายสินค้า จากผู้ผลิต....1. โดยกฎหมาย สินค้าที่วางขายที่
ร้านถือเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ผลิตที่ฝากขาย แต่ในทางภาษีอากรให้พิจารณาตามหลัก
การข้างต้น

....2. เอกสารในการฝากขาย ในทางภาษีอากรขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง หากไม่มีการทำ
สัญญาฝากขายสินค้าเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ให้จัดทำเอกสารเหมือนซื้อขายระหว่างกัน
ทั่วไป คือ ตอนสินค้าเข้าก็ใบกำกับภาษีซื้อ พอคืนของก็ออกใบลดหนี้ ซี่งส่วนใหญ่ของ
การฝากขายนิยมกระทำกันในลักษณะนี้ เพราะง่าย และสะดวกในการปฏิบัติทั้งในทาง
ธุรกิจและทางภาษีอากร

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการฝากขายสินค้า

แนววินิจฉัย
กรณีผู้ผลิตสินค้าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม นำ
สินค้าไปฝากขาย ณ ห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ เมื่อผู้
ผลิตสินค้าส่งมอบสินค้าให้แก่ห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ
เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าตามมาตรา ๗๗/๑ (๘) (ข) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ผู้ผลิตสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลคาเพิ่มตาม
มาตรา ๗๗/๒ (๑) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อความรับผิดในการ
เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตามมาตรา ๗๘ (๑) แห่งประมวลรัษฎากร
และผู้ผลิตสินค้ามีหน้าที่จัดทำใบกำกับภาษีในทันทีที่ความรับผิดใน
การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตามมาตรา ๘๖ แห่งประมวลรัษฎากร
เว้นแต่ผู้ผลิตสินค้าจะทำสัญญาแต่งตั้งให้ห้างสรรพสินค้า หรือ
ร้านสะดวกซื้อเป็นตัวแทนตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยว
กับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๘) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เงื่อนไขของสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้า
ตามมาตรา ๗๘ (๓) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๓๔ (ตามสิ่งที่ส่งมาด้วยที่แนบ) ความรับผิดในการเสียภาษี
มูลค่าเพิ่มของผู้ผลิตสินค้า จึงจะเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนส่งมอบสินค้า
ให้แก่ผู้ซื้อ ตามมาตรา ๗๘ (๓) แห่งประมวลรัษฎากร

กค 0702/7981

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและ ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขาย
สินค้าให้กับห้างสรรพสินค้า

1. กรณีบริษัท ส. ได้นำสินค้าไปวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ซึ่งบริษัทฯ จะ
ออกใบกำกับภาษีขายทันทีที่มีการส่งมอบสินค้าพร้อมบันทึกบัญชีขายและบัญชีภาษี
มูลค่าเพิ่ม

โดยบริษัทฯ เจ้าของสินค้ามิได้ทำสัญญาแต่งตั้งห้างสรรพสินค้าเป็นตัวแทนเพื่อขาย
สินค้า ตาม ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8)ฯ ลงวันที่
27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 145)ฯ ลงวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2545
ดังนั้น ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเจ้าของสินค้าจึงเกิดขึ้นเมื่อได้ ส่ง
มอบสินค้าให้แก่ห้างสรรพสินค้าตามมาตรา 78(1) แห่งประมวลรัษฎากร
2. การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทฯ ให้ใช้เกณฑ์สิทธิโดยให้นำรายได้ที่เกิด
ขึ้นใน
รอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น มารวม
คำนวณเป็นรายได้ใน รอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้
นั้นแม้จะยังมิได้จ่ายใน รอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบ
ระยะเวลาบัญชีนั้นตามมาตรา 65 แห่ง ประมวลรัษฎากร

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขออนุมัติแต่งตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเพื่อรับชำระเงิน
ค่าสินค้าหรือค่าบริการ
บริษัท ก. ประกอบกิจการเป็นผู้ดำเนินการด้านอินเตอร์เน็ต ได้ทำสัญญาแต่งตั้งให้
บริษัท ข. ซึ่งประกอบกิจการตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการเป็นตัวแทน
ตามสัญญาการตั้งตัว แทน โดยตัวแทนสามารถออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี
อย่างย่อแทนตัวการ รับชำระเงินค่าบริการ รายเดือนอินเตอร์เน็ต และค่าบริการอื่นใด
ที่ตัวการให้รับชำระ

โดยตัวแทนจะได้รับค่าตอบแทนตามสัญญา ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2544 ถึงวันที่ 28
กุมภาพันธ์ 2545

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

สำนักงานสรรพากรจังหวัดฯ จึงส่งหนังสือ การแต่งตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียน
ตัวแทนในการออกใบกำกับภาษี และการรับชำระเงินค่าสินค้าหรือ ค่าบริการแทนตัวการ
เพื่อให้กรมสรรพากรพิจารณาอนุมัติ

กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่งตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเพื่อรับ
ชำระ ค่าบริการและออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร แทนผู้
ประกอบการ จดทะเบียนตัวการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจด
ทะเบียนตัวแทนมีสิทธิกระทำได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่
กำหนดตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 68)ฯ ลงวันที่
25 ธันวาคม พ.ศ. 2538 โดยไม่ต้องขออนุมัติต่ออธิบดี กรมสรรพากรแต่อย่างใด

ยืมสินค้ามาขาย ใช่การฝากขายหรือไม่

กรณีบริษัท ก. ประกอบกิจการในประเทศไทย ในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา
จำหน่ายในประเทศ พอสินค้าใกล้จะหมดก็จะสั่งเพิ่มมาเรื่อย ๆ ในระหว่างรอสินค้า มี
ลูกค้าในประเทศต้องการสินค้า แต่บริษัท ก. สินค้าไม่พอขาย ก็เลยไปยืมสินค้าจาก บริษัท
อ. (ในประเทศไทย) เอามาเพื่อจำหน่ายให้ลุกค้าก่อน แล้วหลังจากที่ต่างประเทศส่งสินค้า
มาถึง บริษัท ก. ก็จะคืนสินค้าให้ บริษัท อ. นั้น

1. การยืมสินค้ามาขาย ถือเป็นการยืมใช้สิ้นเปลีอง เข้าลักษณะเป็นการซื้อขายสินค้า ดัง
นั้น การที่บริษัท ก. ยืมสินค้าจากบริษัท อ. จึงเท่ากับบริษัท อ. ได้ขายสินค้าให้แก่บริษัท ก.
บริษัท อ. จึงต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่บริษัท ก และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งรับรู้ราย
ได้

2. เมื่อบริษัท ก. ได้รับสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ แล้วนำมาคืนให้แก่บริษัท อ. เท่ากับ
บริษัท ก. ได้ขายสินค้าให้แก่บริษัท อ. บริษัท ก. จึงต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่บริษัท อ.
และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งรับรู้รายได้

3. สินค้าที่ ก. ยืมมาจาก อ. นั้น ตอนที่ขายไป ราคาทุน ต้องใช้ราคาที่บริษัท อ. ออกใบ
กำกับภาษีให้แก่บริษัท ก. และเมื่อบริษัท ก. ขายสินค้าคืนให้แก่บริษัท อ. ก็ให้ใช้ราคา
เดียวกัน โดยอาจใช้ราคาทุนของบริษัท อ. อันเป็นราคาที่มีเหตุอันสมควร

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

การฝากขายสินค้ากับบริษัท

1. การที่่บริษัท ทรี ผู้ฝากขายได้ออกใบกำกับภาษีไปแล้วในวันส่งของ ตือ วันที่ 6 มิ.ย. 2556 และนำ
ส่งภาษีตามแบบ ภ.พ.30 ไปแล้ว บริษัท ทรี ได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

ดังนั้น ในกรณีที่เมื่อบริษัท ลา ไม่ยอมรับใบกำกับภาษีใบนี้ และแจ้งให้บริษัท ทรี ยกเลิกใบกำกับภาษีนี้
และออกใบกำกับภาษีตามรายงานการขายที่สรุปให้ในเดือน ส.ค. บริษัท ทรี จึงเป็นการกระทำที่ไม่ถูก
ต้อง เพราะหากบริษัท ทริ กระทำตามจะเกิดผลเสียดังนี้
(1) ถือว่าบริษัท ทริ ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย ตามมาตรา 86/13 แห่ง
ประมวลรัษฎากร เพราะในวันที่ออกใบกำกับภาษีไม่มีกิจกรรมที่ต้องออกใบกำกับภาษีนั้น ซึ่งบริษัท
ทริ ต้องรับผิดเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีดังกล่าว พร้อมทั้ง เบี้ยปรับตามมาตรา 89 (6)
แห่งประมวลรัษฎากร จำนวนสองเท่าของเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม

(2) บริษัท ลา ผู้รับใบกำกับภาษีดังกล่าวที่บริษัท ทริ ไม่มีสิทธิทีจะออกตามกฎหมาย บริษัท ลา ไม่
สามารถนำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีนั้นไปถือเป็นเครดิตหักออกจากภาษีขาย ตามมาตรา 82/3 แห่ง
ประมวลรัษฎากรได้ เนื่องจากต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (5) แห่งประมวลรัษฎากร

แนวทางในแก้ไขปัญหา

(1) ชี้แจงข้อกฎหมายให้บริษัท ลา ได้ทราบถึงความถูกต้องของกฎหมาย และข้อเสียของการเรียกรับ
ใบกำกับภาษีเมือขายสินค้าได้แล้ว ตามที่ได้ชี้แจ้งให้ทราบข้างต้น
(2) ใบกำกับภาษีสามารถใช้ล่าช้าได้อีก 6 เดือน ถัดจากเดือนที่ระบุในใบกำกับภาษี ตามมาตรา 82/3
วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4)

(2) หากไม่รับฟัง ถือได้ว่า "คู่สัญญา" เป็นคนพาลไม่พึงคบด้วย ตามมงคลสูตรข้อแรก "อเสวนา จ
พาลานํ" การไม่เสพคบกับคนพาล (โง่)

2. หาก บริษัท ลา ไม่ยอมให้ บริษัท ทรี ออกใบกำกับภาษีในวันที่ไปส่งสินค้า ในระยะยาว บริษัท ทรี "ริ"
(ดำริ) จะสามารถออกใบกำกับภาษีตามจำนวนที่ส่งในเดือนที่ส่งสินค้า และออกใบลดหนี้ตามจำนวนที่
ส่งทั้งยอดในเดือนที่ได้รับรายงานการขาย พร้อมกับออกใบกำกับภาษีใหม่ตามรายงานการขาย ที่
บริษัท ลา สรุปมาให้ เช่น ส่งสินค้าเดือน มิ.ย. 10 ชิ้น ราคา 100.- ก็ออกใบกำกับภาษี มิ.ย. 10 ชิ้น 100.-
เมื่อเดือน ส.ค.ได้รายงานการขายสรุปเป็น 8 ชิ้น 80.- ก็ออกใบ

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

-(ต่อ) ลดหนี้ 10 ชิ้น ราคา 100.- และออกใบกำกับภาษีใบใหม่เป็น 8 ชิ้น 80.- ในเดือน
ส.ค. นั้น

ผมเห็นว่า ทั้งใบลดหนี้ และใบกำกับภาษีฉบับใหม่เป็นการออกใบกำกับภาษีและใบลดหนี้
ที่ไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย เกิดผลเสียกับบริษัท ทริ เป็นสองเท่าของข้อ 1 ข้างต้น
คือ ต้องรับผิดเสียภาษีมุลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีฉบับออกให้ใหม่ พร้อมทั้งเบี้ยปรับ 2
เท่าของจำนวนเงินตามใบกำกับภาษี และใบลดหนี้ที่ไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย

ในขณะที่บริษัท ลา ก็ยังไม่สามารถใช้ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่บริษัท ทริออกให้โดย
ไม่มีสิทธิที่จะออกอยู่ดี (อย่าได้ดันทุรัง จะดีกว่า)

3. ตามสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตาม ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษี
มูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8) ตัวแทน (ผู้รับฝากขายสินค้า) มีหน้าที่จัดทำใบกำกับภาษีในนาม
ของตัวการ (ผู้ฝากขาย) เพื่อให้กับผู้ซื้อสินค้า แม้ในทางปฏิบัติน่าจะทำได้ยาก ก็เป็น
กฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามการตั้งตัวแทนเพื่อฝากขายไม่ควรใช้กับสินค้าเบ็ตเตล็ด

ฝากขายสินค้ากับห้างสรรพสินค้า

เกี่ยวกับการฝากขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า นั้น หากไม่มีการจัดทำสัญญาฝากขาย
เป็นบายลักษณ์อักษรและมีการจดแจ้งสัญญาฝากขายต่อเจ้าพนักงานประเมิน รวมทั้ง
การปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8) ชึ่งออก
ตามความในมาตรา 78 (3) แห่งประมวลรัษฎากร

1. เมื่อส่งสินค้าไปฝากขายกับทางห้างฯ บริษัทจะต้องออกใบกำกับภาษีทันทีที่ส่งสินค้า
เพราะถือว่าเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) และมาตรา 78 (3) แห่งประมวล
รัษฎากรแล้ว ให้บริษัท

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

การฝากขายสินค้ากับห้างสรรพสินค้า

เกี่ยวกับการฝากขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า นั้น หากไม่มีการจัดทำสัญญาฝากขายเป็นบายลักษณ์
อักษรและมีการจดแจ้งสัญญาฝากขายต่อเจ้าพนักงานประเมิน รวมทั้งการปฏิบัติตามประกาศอธิบดี
กรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8) ชึ่งออกตามความในมาตรา 78 (3) แห่งประมวล
รัษฎากร
1. เมื่อส่งสินค้าไปฝากขายกับทางห้างฯ บริษัทจะต้องออกใบกำกับภาษีทันทีที่ส่งสินค้า เพราะถือว่า
เป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) และมาตรา 78 (3) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ให้บริษัทฯ
บันทึกบัญชีขายสินค้าเป็นเงินเช่ือตามข้อตกลงการฝากขายสินค้า
2. เมื่อมีการส่งสินค้าไปฝากขาย ให้ยริษัทฯ ทำการตัดStockทันทีที่ส่งสินค้า โดยใช้หลักฐานใบกำกับ
ภาษีและอินวอน
3.บริษัทจะรับรู้รายได้ในภ.ง.ด 50 เมื่อมีการส่งสินค้าไปฝากขาย ตามมาตรา 65 แห่งประมวล
รัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 ข้อ 3.3

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีทำสัญญาฝากขายสินค้า
กับนิติบุคคลต่างประเทศ

๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ๐๗๐๒/๕๐๔๗
บริษัทฯประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องประดับเพชรพลอย รวมถึงสินค้าตกแต่งบ้านทั้งใน
ประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในการประกอบกิจการดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีการติดต่อกับคู่ค้าในต่างประเทศใน
ลักษณะของการฝากขายสินค้า
โดยทำสัญญาฝากขายสินค้าระหว่างกันซึ่งกรรมสิทธิ์ในสินค้าที่ส่งออกยังคงเป็นของบริษัทฯจนกว่าจะมีการขาย
เกิดขึ้นจริงเมื่อผู้รับฝากได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อในประเทศหรือต่างประเทศแล้วแต่กรณี ซึ่งบริษัทฯ มีการส่งออก
สินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย เป็นต้น
หากผู้รับฝากสินค้าขายสินค้าไม่ได้ บริษัทฯ จะมีการนำสินค้ากลับเข้าในประเทศภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับ
แต่วันส่งสินค้าออกไปฝากขายจึงหารือว่า กรณีการทำสัญญาฝากขายสินค้าดังกล่าวบริษัทฯ ต้องรับรู้รายได้ใน
การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างไร นั้น
กรณีบริษัทฯ ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่ผู้รับฝากสินค้าซึ่งเป็นคู่ค้าในต่างประเทศตามสัญญาฝากขาย
สินค้า ถือได้ว่าการที่ได้ส่งสินค้าไปนั้น เป็นการขายในประเทศไทยและให้ถือราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งไป
เป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ส่งไปนั้นตามมาตรา ๗๐ ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
และบริษัทฯ มีสิทธินำต้นทุนสินค้าดังกล่าวมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ หากผู้รับฝากสินค้าขาย
สินค้าไม่ได้และมีการส่งสินค้าดังกล่าวกลับคืนให้แก่บริษัทฯในประเทศไทยภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกไป
ต่างประเทศนั้น กรณีดังกล่าวไม่ถือเป็นการขายสินค้าในประเทศ ทั้งนี้ ตามมาตรา ๗๐ ตรี วรรคสอง (๔) แห่ง
ประมวลรัษฎากร
บริษัทฯ สามารถปรับปรุงยอดขายตามตามแบบแสดงรายการที่ได้ยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลา
บัญชีที่ส่งออกนั้น และนำสินค้าที่ส่งกลับคืนดังกล่าวมาคำนวณราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะ
เวลาบัญชี ตามมาตรา ๖๕ ทวิ (๖) แห่งประมวลรัษฎากร

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

การบันทึกบัญชีการฝากขายด้านผู้รับฝากขาย

วิธีการบันทึกบัญชีด้านผู้รับฝากขายมี 2 วิธี คือ การบันทึกรายการบัญชีเกี่ยวกับสินค้ารับฝากขายแยกไว้ต่างหากจากการขายปกติของกิจการ และ
การบันทึกรายการบัญชีเกี่ยวกับสินค้ารับฝากขายรวมกับรายการขายปกติของกิจการ

6.1 การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับสินค้ารับฝากขายแยกไว้ต่างหากจากการขายปกติของกิจการ
6.2 การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับสินค้ารับฝากขายรวมกับการขายปกติของกิจการ

6.1 บันทึกบัญชีสินค้าฝากขายแยกไว้ต่างหากจากการขายปกติ

เมื่อผู้รับฝากขายได้รับสินค้าจากผู้ฝากขายจะบันทึกความจำเกี่ยวกับสินค้าที่ฝากขายระหว่างการรับฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายจะรวบรวมหลัก
ฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับฝากขายไว้และเปิดบัญชีรับฝากขายขึ้น เพื่อบันทึกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการฝากขายที่ผู้รับฝากขายจ่ายแทนผู้
ฝากขายไปก่อน บันทึกการขายสินค้า บันทึกการคิดค่านายหน้าจากการฝากขายที่ผู้รับฝากขายคิดจากผู้ฝากขาย และเมื่อมีเงินเหลือจากการขาย
สินค้าผู้รับฝากขายจะต้องส่งคืนผู้ขาย

บัญชีรับฝากขายจะมีลักษณะเป็นทั้งบัญชีลูกหนี้และเจ้าหนี้ กล่าวคือ เมื่อผู้รับฝากขายได้จ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แทนผู้ฝากขายไปก่อน ซึ่งจำนวนเงินที่
จ่ายแทนไปก่อนนี้จะถือว่าผู้ฝากขายเป็นลูกหนี้จะบันทึกบัญชีรับฝากขายทางด้านเดบิต และเมื่อขายสินค้าได้จะ

บันทึกบัญชีรับฝากขายทางด้านเครดิต จะถือว่าผู้ฝากขายเป็นเจ้าหนี้ บัญชีรับฝากขายจะถูกปิดเมื่อผู้รับฝากขายส่งเงินให้ผู้ฝากขายเมื่อขายสินค้าได้
หมดพร้อมรายงานการขาย ( Account Sales )
1. เมื่อผู้รับฝากขายรับสินค้าฝากขาย

ไม่บันทึกบัญชีเพียงแต่จดบันทึกการรับฝากขายไว้เท่านั้น

2. เมื่อผู้รับฝากขายจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการฝากขาย จะบันทึกบัญชีดังนี้

เดบิต รับฝากขาย – ผู้ฝากขาย xx
เครดิต รายได้ค่านายหน้า xx

3. เมื่อผู้รับฝากขายจ่ายค่าใช้จ่ายแทนผู้ฝากขายไปก่อน จะบันทึกบัญชีดังนี้

เดบิต รับฝากขาย – ผู้ฝากขาย xx

เครดิต เงินสด xx

4. เมื่อผู้รับฝากขายขายสินค้าที่รับฝากขาย จะบันทึกบัญชีดังนี้

เดบิต เงินสดหรือลูกหนี้ xx

เครดิต รับฝากขาย – ผู้ฝากขาย xx

5. เมื่อผู้รับฝากขายคิดค่านายหน้าสำหรับสินค้าที่ขายได้ จะบันทึกบัญชีดังนี้

เดบิต รับฝากขาย – ผู้ฝากขาย xx

เครดิต รายได้ค่านายหน้า xx

6. เมื่อผู้รับฝากขายส่งเงินค่าขายสินค้าหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่านายหน้าแล้ว จะบันทึกบัญชีดังนี้

เดบิต รับฝากขาย – ผู้ฝากขาย xx

เครดิต เงินสด xx

6.2 บันทึกบัญชีสินค้ารับฝากขายรวมกับการขายปกติ
ผู้รับฝากขายอาจต้องการบันทึกรายการสินค้ารับฝากขายรวมกับการค้าปกติของกิจการผู้รับฝากขายก็ได้

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ผู้รับฝากขายอาจต้องการบันทึกรายการสินค้ารับฝากขายรวมกับการค้าปกติของกิจการผู้รับฝากขายได้
1. เมื่อผู้รับฝากขายรับสินค้าฝากขาย
ไม่บันทึกบัญชีเพียงแต่จดบันทึกการรับฝากขายไว้เท่านั้น
2. เมื่อผู้รับฝากขายจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการฝากขาย จะบันทึกบัญชีดังนี้
เดบิต รับฝากขาย – ผู้ฝากขาย xx
เครดิต เงินสดหรือค่าใช้จ่าย xx
3. เมื่อผู้รับฝากขายจ่ายค่าใช้จ่ายแทนผู้ฝากขายไปก่อน จะบันทึกบัญชีดังนี้
เดบิต รับฝากขาย – ผู้ฝากขาย xx
เครดิต เงินสด xx
4. เมื่อผู้รับฝากขายขายสินค้าที่รับฝากขาย จะบันทึกบัญชีดังนี้
เดบิต เงินสด xx
เครดิต รับฝากขาย – ผู้ฝากขาย ( สุทธิ ) xx
5. เมื่อผู้รับฝากขายคิดค่านายหน้าสำหรับสินค้าที่ขายได้ ไม่บันทึกบัญชีเพราะรวมอยู่ในกำไรแล้ว
6. เมื่อผู้รับฝากขายส่งเงินค่าขายสินค้าหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่านายหน้าแล้ว จะบันทึกบัญชีดังนี้
เดบิต รับฝากขาย – ผู้ฝากขาย xx
เครดิต เงินสด xx

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

วิธีการลงบัญชีสำหรับการฝากขายสินค้า
Accounting For consignments

การบันทึกบัญชีของผู้ฝากขาย Consignor สามารถบันทึกได้ 2 วิธี
บันทึกรายการสินค้าฝากขายแยกต่างหากจากการขายสินค้าตามปกต (แนะนำ และยกยกตัวอย่างการลง
บัญชีใหดูแบบคราวๆ)
บันทึกรายการสินค้าฝากขายรวมกับการขายสินค้าตามปกติของกิจการ
บันทึกรายการสินค้าฝากขายแยกต่างหากจากการขายสินค้าตามปกติ (เป็นวิธีที่นิยมใช้กัน)

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ประยุกต์การใช้งานโปรแกรม Express
สำหรับธุรกิจฝากขาย

การฝากขาย คือ การที่เจ้าของสินค้า ซึ่งเรียกว่า ผู้ฝากขาย (Consignor) ส่งสินค้าไปให้บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง
ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเจ้าของสินค้าทำการจำหน่ายสินค้านั้นให้ ซึ่งเรียกว่า ผู้รับฝากขาย
(Consignee) และผู้รับฝากขายจะได้รับผลตอบแทนเป็นค่านายหน้า ซึ่งจะคำนวณเป็นอัตราร้อยละจาก
ยอดขาย
การเตรียมข้อมูลเบื้องต้น
วิธีการบัญชีทางด้านผู้ฝากขาย
ขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนการกำหนดเลขที่บัญชี ให้กำหนดเลขที่บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฝากขายไว้ในผังบัญชีที่
เมนูบัญชี ข้อ 2. ผังบัญชี

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ประยุกต์การใช้งานโปรแกรม Express
สำหรับธุรกิจฝากขาย ( ต่อ )

ขั้นตอนที่ 2 ตั้งรหัสคลังสินค้า ที่ เมนูเริ่มระบบ ข้อ 2. กำหนดตารางข้อมูล / ข้อ
21 คลังสินค้า โดยแยกตามผู้รับฝากขาย เช่น ห้างโรบินสัน เป็น คลัง RBBP

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ประยุกต์การใช้งานโปรแกรม Express
สำหรับธุรกิจฝากขาย ( ต่อ )

ขั้นตอนที่ 3 ตั้งรหัสลูกค้าที่ เมนูขาย ข้อ 6. รายละเอียดลูกค้า โดยตั้งตามลูกค้า
ที่รับฝากขาย เช่น ห้างโรบินสัน

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ประยุกต์การใช้งานโปรแกรม Express
สำหรับธุรกิจฝากขาย ( ต่อ )

ขั้นตอนที่ 4 กำหนดรหัสสินค้าที่ เมนูสินค้า ข้อ 2. รายละเอียดสินค้า

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ประยุกต์การใช้งานโปรแกรม Express
สำหรับธุรกิจฝากขาย ( ต่อ )

ขั้นตอนที่ 5 กำหนดรหัสค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการฝาก
ขาย เช่น ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ เมนูซื้อ ข้อ 7. ราย
ละเอียดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ประยุกต์การใช้งานโปรแกรม Express
สำหรับธุรกิจฝากขาย ( ต่อ )

ขั้นตอนที่ 6 กำหนดวิธีการรับชำระหนี้ เช่นค่านายหน้า ค่าขนส่ง และ
ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ที่เมนูเริ่มระบบ ข้อ1. กำหนดค่าเริ่มต้นต่าง
ๆ ข้อ 4. ระบบขายและลูกหนี้ ข้อ 2.วิธีรับชำระหนี้

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ขั้นตอนในการทำงาน

1. การโอนสินค้า ให้ทำการโอนย้ายระหว่างคลังเพื่อเป็นการย้าย
สินค้าจากคลังหลัก ไปยังคลังรับฝากขายที่ เมนูสินค้า ข้อ 1. รายการ
ประจำวันสินค้า / ข้อ 2. โอนย้ายระหว่างคลัง เพื่อทำการโอนย้าย
สินค้าไปยังคลังปลายทาง หรือ คลังของผู้รับฝากขายที่กำหนดไว้
ก่อนหน้านี้แล้ว

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ขั้นตอนในการทำงาน ( ต่อ )

***โปรแกรมไม่มีการบันทึกบัญชี***
2. ในการทำรายการฝากขาย ให้เปิดบิลขายเพื่อเป็นการส่ง

สินค้าไปให้ผู้รับฝากขายที่ เมนูขาย ข้อ 4. ขายเงินเชื่อโดยใช้
รหัสสินค้าที่กำหนดไว้แล้วในเมนูรายละเอียดสินค้าและให้ระบุ
คลังในใบกำกับเป็น คลังรับฝากขาย RBBP

โปรแกรมจะบันทึกบัญชีแบบ Perpetual

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

โปรแกรมจะบันทึกบัญชีแบบ Periodic
*** ต้นทุนขายจะไม่มีการบันทึกบัญชี ***
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

3. กรณีมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการฝากขายเกิดขึ้น ซึ่งได้ตกลง
ให้ ผู้ฝากขายเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าขนส่ง และ
ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ให้ไปบันทึกที่ เมนูซื้อ ข้อ 5.
บันทึกค่าใช้จ่าย ตามรหัสที่ตั้งไว้ในรายละเอียดค่าใช้จ่าย

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

โปรแกรมจะบันทึกบัญชีแบบ Perpetual และ แบบ
Periodic เหมือนกัน

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

4. กรณีสินค้าที่ฝากขาย ขายไม่หมด และทางผู้รับฝากขายได้ส่งสินค้า
กลับคืน ให้ทำเอกสารรับคืนสินค้าที่ เมนูการเงิน ข้อ 1. รับเงิน / ข้อ 4. ใบ
ลดหนี้/รับคืนสินค้า และระบุคลังที่รับคืนสินค้าเป็น คลัง HO (คลังสินค้า
ของผู้ฝากขายเอง)

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

โปรแกรมจะบันทึกบัญชีแบบ Perpetual
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

โปรแกรมจะบันทึกบัญชีแบบ Perpetual
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

โปรแกรมจะบันทึกบัญชีแบบ Periodic

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

5. เมื่อทางผู้ฝากขายได้รับรายงานการรับฝากขาย เกี่ยวกับการขายสินค้า
ที่ขายว่ามีจำนวนเท่าใด และมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ผู้รับฝากขายออกแทน และ
คิดค่านายหน้าเท่าใด หรือเหลือเงินที่ได้รับ [11,235 -7,490 -650 -700 =
2,395.-] ทางด้านผู้ฝากขายต้องทำการบันทึกการรับชำระหนี้จากผู้รับฝาก
ขายตามบิลที่ได้เปิดไว้ที่ เมนูการเงิน ข้อ 1. รับเงิน / ข้อ 5. รับชำระหนี้ เพื่อ
ทำการตัดยอดลูกหนี้

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

โปรแกรมจะบันทึกบัญชีแบบ Perpetual และ แบบ
Periodic เหมือนกัน

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

วิธีการบันทึกบัญชีทางด้านผู้รับฝากขาย

1. ตั้งรหัสคลังสินค้าที่ เมนูเริ่มระบบ ข้อ 2. กำหนดตารางข้อมูล ข้อ 21
คลังสินค้า โดยแยกตามผู้ฝากขาย เช่น ร้านสบายใจ เป็น คลัง CSBJ
(Consignment - Sabuyjai)
2. ตั้งรหัสเจ้าหนี้ที่ เมนูซื้อ ข้อ 6. รายละเอียดผู้จำหน่าย โดยตั้งตามผู้ฝาก
ขาย เช่น ร้านสบายใจ เป็น CM-001 หรือ CM-SBJ
3. ตั้งรหัสสินค้าเพื่อเก็บสต็อกสินค้าที่ เมนูสินค้า ข้อ 2. รายละเอียดสินค้า
โดยกำหนดเลขที่บัญชีเป็น 'สินค้าสำเร็จรูป' และกำหนดรหัสสินค้าตาม
ประเภทสินค้า

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ขั้นตอนการรับสินค้าเข้าสต็อก

ให้บันทึกการรับสินค้าจากผู้ฝากขายที่ เมนูซื้อ ข้อ 4. ซื้อ
เงินเชื่อ โดยระบุรหัสผู้จำหน่ายและรหัสสินค้าที่ตั้งไว้แล้ว
ซึ่งคลังที่จะทำการซื้อเข้ามาจะเป็น คลัง CSBJ ในขั้นตอน
นี้โปรแกรมจะบันทำบัญชีให้ ดังนี้

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ขั้นตอนการรับสินค้าเข้าสต็อก

ให้บันทึกการรับสินค้าจากผู้ฝากขายที่ เมนูซื้อ ข้อ 4. ซื้อเงินเชื่อ โดยระบุ
รหัสผู้จำหน่ายและรหัสสินค้าที่ตั้งไว้แล้ว ซึ่งคลังที่จะทำการซื้อเข้ามาจะเป็น
คลัง CSBJ ในขั้นตอนนี้โปรแกรมจะบันทำบัญชีให้ ดังนี้
กรณีบันทึกบัญชีแบบ Perpetual
Dr. สินค้าxxx.-
ภาษีซื้อxxx.-
Cr. เจ้าหนี้xxx.-
กรณีบันทึกบัญชีแบบ Periodic
Dr. ซื้อสินค้า xxx.-
ภาษีซื้อxxx.-
Cr. เจ้าหนี้xxx.-

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ขั้นตอนการขายสินค้า

ให้บันทึกการขายสินค้าที่รับฝากขายที่ เมนูขาย ข้อ 2. ขายเงินสด โดยให้
เลือกคลังสินค้าให้ตรงกับรหัสผู้จำหน่ายที่เลือกไว้ข้างต้น และเลือกรหัส
สินค้าตัวที่ต้องการขาย โปรแกรมจะบันทึกบัญชีให้ ดังนี้
กรณีบันทึกบัญชีแบบ Perpetual
Dr. ลูกหนี้xxx.-
Cr. รายได้จากการฝากขายxxx.-

ภาษีขาย xxx.-
Dr. ต้นทุนสินค้าเพื่อขายxxx.-
Cr. สินค้าxxx.-

กรณีบันทึกบัญชีแบบ Periodic
Dr. ลูกหนี้xxx.-
Cr. รายได้จากการฝากขายxxx.-
ภาษีขายxxx.-

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ส่งรายงานการฝากขาย

พอสิ้นกำหนดระยะเวลาที่ทำการตกลงกับผู้ฝากขาย ให้พิมพ์รายงานการ
ขายตามช่วงวันที่ส่งให้ผู้ฝากขาย ทางผู้ฝากขายเมื่อได้รับรายงานก็จะทำใบ
ลดหนี้/รับคืนสินค้าตามยอดที่ได้รับคืน และทำใบเสร็จมา
เก็บเงินสำหรับยอดขายที่ขายได้ (และถ้าจะส่งสินค้ามาฝากขายเพิ่ม ก็จะ
ออกใบขายเงินเชื่อในส่วนนี้มาให้อีกฉบับ)

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

ขั้นตอนการจ่ายชำระหนี้

ให้บันทึกการจ่ายชำระหนี้ที่ เมนูการเงิน ข้อ 2. จ่ายเงิน / ข้อ 4. จ่ายชำระหนี้
เพื่อเป็นการตัดยอดเจ้าหนี้โดยจะทำการจ่ายด้วย เงินสด หรือ เช็คก็ได้ ใน
ขั้นตอนนี้โปรแกรมจะบันทึกบัญชีให้ ดังนี้
โปรแกรมจะบันทึกบัญชีแบบ Perpetual และ แบบ Periodic เหมือนกัน

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

จัดการการฝากขายง่าย ๆ ด้วย ZORT

สำหรับร้านค้าที่มีการฝากขาย มักเจอปัญหาการจัดการ ถ้าหากฝากขาย
หลายที่แต่ไม่มีการบริหารจัดการที่ดี เช่น ไม่รู้ว่าที่ไหนขายดี ที่ไหนขายไม่
ออก จะนำของไปฝากขายรอบหน้าก็ไม่รู้จะกะยังไงดี ตอนสิ้นเดือนก็วุ่นวาย
อีกเพราะต้องสรุปยอดวางบิล
ดังนั้นร้านค้าจึงจะมาแนะนำขั้นตอนการจัดการการฝากขายง่ายๆด้วยระบบ
ZORT
วิธีการใช้งาน ZORT สำหรับร้านค้าที่มีการฝากขาย
ซึ่งวิธีการจัดการการฝากขายจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆด้วยกัน คือ
1. การสร้างคลัง/สาขาที่ร้านค้านำสินค้าไปฝากวาง → 2.การโอนสินค้าออก
จากคลังหลัก (การกระจายสินค้า) และการพิมพ์ใบส่งสินค้า → 3.การเปิด
บิลเพื่อเก็บเงินตามรอบ → 4.ดูรายงานยอดขาย
1. การสร้างคลัง/สาขาที่ร้านค้านำสินค้าไปฝากวาง
1.ไปที่เมนูสินค้า เลือก คลังสินค้า/สาขา

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก

2.กดเพิ่มคลังสินค้า

เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก


Click to View FlipBook Version