3.ใส่ชื่อคลังสินค้าเป็น สถานที่ร้านค้าไปฝากขายสินค้า
ไว้ เช่น ฝากขายขนมไว้ที่ ร้านกาแฟ 1 เป็นต้น
เพิ่มคลัง/สาขา จนครบตามแหล่งที่ร้านค้าไปฝากขายสินค้า
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
2.การโอนสินค้าออกจากคลังหลัก (การกระจายสินค้า)
และการพิมพ์ใบส่งสินค้า
การโอนสินค้าออกจากคลังหลัก
1.เลือกเมนูคำสั่ง กดโอนสินค้าออกจากคลังหลัก (Stock
ที่อยู่กับร้านค้า)
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
2.เลือกคลังที่ร้านค้ากระจายสินค้าไปฝากขาย เช่น
ร้านค้านำสินค้าไปฝากขายที่ร้านกาแฟ 1 และเลือก
สินค้า/จำนวนที่นำไปวาง
ดูรายการโอนและตัด Stock ออกจาคลังหลัก
1.ไปที่ ดูรายการโอนทั้งหมด
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
2.สามารถคลิกที่รายการเพื่อดูรายละเอียด
3.กดโอนทันทีเพื่อตัดStockออกจากคลังสินค้าหลัก
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
วิธีพิมพ์ใบส่งของ
1. กดพิมพ์เอกสาร
2.เลือกหัวข้อบิล เป็นใบส่งของ
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
3.จะได้ใบส่งของหน้าตาแบบนี้ที่สามารถกดพิมพ์ได้
เลย
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
3.การเปิดบิลเพื่อเก็บเงินตามรอบ
1.ไปที่เมนูรายการขาย เลือกสร้างรายการขาย
2.กรอกช่องทางการขายเป็นฝากขาย และใส่ราย
ละเอียดสินค้าตามรายงานสิ้นเดือน หรือ รายการ
สินค้าที่ต้องการวางบิลเก็บเงิน
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
3.การชำระเงิน ถ้าหากยังไม่ชำระเงินหรือ ออกเป็นใบ
แจ้งหนี้ จะยังไม่ต้องเพิ่มการชำระเงิน
4.เมื่อทำรายการเสร็จ ให้เลือกพิมพ์เอกสาร
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
5.เลือกหัวข้อเป็น ใบแจ้งหนี้
6.พิมพ์เอกสารได้เลย
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
4.ดูรายงานยอดขาย
1.ไปที่เมนูรายงาน เลือกยอดขาย
2.เลือกดูรายงานยอดขาย ตามคลัง/สาขา
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
3.สามารถดูภาพรวมจากหน้านี้หรือ Export สรุปออก
มาเป็นไฟล์ Excel ได้โดย กดปุ่มด้านล่าง
4.เลือกช่วงเวลาที่ต้องการ Export สรุปออกมา เช่น ต้องการ
ดูสรุปรายเดือนหรือรายปี เป็นต้น
***ซึ่งเมื่อกดตกลง จะได้ไฟล์ Excel รายงานยอดขายตามรูป
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
การบันทึกรับสินค้าฝากขายแบบนับสต็อก
UNCATEGORIZED
การบันทึกรับสินค้าฝากขายแบบนับสต็อก (AA006)
21 March 2022
เป็นการที่กิจการรับสินค้ามาจากคู่ค้า เพื่อมาวางจำหน่ายที่ร้าน
ค้าของตนเอง
วิธีการบันทึกรับสินค้าฝากขาย มีวิธีประยุกต์การใช้งานดังนี้
ตัวอย่าง กิจการรับฝากขายสินค้า A โดยรับมาขายจำนวน
100 หน่วย
หน่วยละ 1,000 บาท (ไม่รวม VAT)
ซึ่งกิจการทำการขายสินค้าได้ 40 หน่วย
ขั้นตอนที่ 1: เพิ่มผังบัญชีเจ้าหนี้ฝากขาย และ ผูกผังบัญชีเจ้า
หนี้ฝากขายกับผู้ติดต่อรหัสนั้น
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
เข้าที่เมนูบัญชี > ผังบัญชี > + เพิ่มบัญชี
ผูกผังบัญชีเจ้าหนี้ฝากขายกับผู้ติดต่อ
เข้าที่เมนูผู้ติดต่อ > เพิ่มผู้ติดต่อ > คลิก ขั้นสูง จากนั้นกรอกข้อมูลที่ต้องการและตั้ง
ค่าการบันทึกบัญชีของเจ้าหนี้ ให้เป็นผังบัญชีที่เพิ่มด้านบนคือเจ้าหนี้ฝากขาย จากนั้น
คลิกเพิ่ม
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ตอนรับสินค้า A เข้าครั้ง 100 หน่วย
ให้ทำที่ฝั่ งรายจ่าย > บันทึกซื้อสินค้า > สร้าง > กรอกข้อมูลที่ต้องการ
ส่วนช่องทางการเงินให้ตั้งค้างชำระไว้
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ตัวอย่างการบันทึกบัญชี
ตัวอย่างหน้าสินค้าจะพบว่ามีรายการ
เคลื่อนไหวสินค้า A เข้า 100 หน่วย
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ขั้นตอนที่ 2 : เมื่อลูกค้ามาซื้อสินค้า ให้ทำการออกใบเสร็จปกติ
โดยเข้าที่เมนูรายรับ > สร้างใบแจ้งหนี้(ต้องการตั้งลูกหนี้) หรือใบเสร็จ
รับเงิน (ขายสด) เป็นลูกค้ารายย่อย
ตัวอย่างขออนุญาตใบเสร็จรับเงินยอดเดียว
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ตัวอย่างหน้าสินค้าจะพบว่ามีรายการเคลื่อนไหวสินค้า A ออก 40 หน่วย
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ขั้นตอนที่ 3 : เมื่อถึงวันสรุปยอด กิจการจะทำการโอนเงินให้ผู้ฝากขาย
ให้เข้ามาที่เอกสารที่สร้างตามขั้นตอนที่ 1 เลือกหัวข้อมูลการชำระ > จ่าย
ชำระ
ใส่จำนวนเงินที่ต้องการ
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
จากตัวอย่างขายได้สินค้า A ได้ 40 ชิ้น 40 X 1,000 = 4,000 (ราคายัง
ไม่รวม VAT) จากนั้นคลิกชำระเงิน
ตัวอย่างการบันทึกบัญชี
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
-การบันทึกรับสินค้าฝากขายแบบนับStock-
สินค้าฝากขายและสัญญาการตั้งตัวแทน
Updated: Feb 21, 2021
ในบางธุรกิจเพิ่มช่องทางการขาย โดยนำสินค้าไปฝากขายกับตัวแทน เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่ขายสินค้าแทนผู้ฝากสินค้า
กรณีการฝากขายสินค้านี้ผู้ประกอบการจะต้องรับรู้รายได้จากการขายสินค้าและภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อใด
หลักเกณฑ์การพิจารณาแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้
1. การฝากขายโดยไม่มีสัญญาการตั้งตัวแทน
รับรู้รายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการฝากขาย โดยถือว่าผู้รับฝากขายเป็นผู้ซื้อสินค้า
ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในการขายสินค้าเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้ เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้า ให้
ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น คือ
1) การโอนกรรมสิทธิ์สินค้า
2) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ
3) ได้ออกใบกำกับภาษี
2. การฝากขายโดยมีสัญญาการตั้งตัวแทน
กิจการสามารถรับรู้รายได้เมื่อตัวแทนผู้รับฝากสินค้าขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ
ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้ เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้
ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้นๆ ด้วย
1) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ
2) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า
3) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ
4) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น
สำหรับการจัดทำสัญญาตั้งตัวแทนเพื่อขาย จะต้องเป็นการจัดทำสัญญาตั้งตัวแทนตามหลักเกณฑ์ ที่อธิบดีฯ กำหนด ตามประกาศอธิบดีฯ ภาษี
มูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8)
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขาย มีดังต่อไปนี้
ต้องเป็นสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายสินค้าโดยตัวแทนได้รับค่าตอบแทนหรือบำเหน็จจากตัวการตามที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาตั้งตัวแทน
สัญญาตามข้อ 1 ต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร และเป็นสัญญาที่ตั้งตัวแทนเพื่อขายสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือทุกประเภทก็ได้
ตัวการและตัวแทนต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร
ตัวการและตัวแทนต้องเก็บรักษาต้นฉบับสัญญาการตั้งตัวแทนไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วัน
สิ้นสุดสัญญา
ตัวการต้องแจ้งสัญญาการตั้งตัวแทนต่อเจ้าพนักงานสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันทำสัญญาตั้งตัวแทน ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือ
สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ของตัวการตั้งอยู่
ตัวแทนต้องจัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ โดยให้จัดทำแยกต่างหากจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบของตน ตามมาตรา 87(3) แห่งประมวล
รัษฎากร
อ้างอิง: คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 และ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8)
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
จากข้อมูลบริษัทเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ซึ่งกำหนดชนิดของบัญชีที่
ต้องจัดทำ ข้อความและรายการที่ต้องมีในบัญชี ระยะเวลาที่ต้องลงรายการในบัญชี และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบ
การลงบัญชี พ.ศ. 2544 หมวด 1 ชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำ ข้อ 3 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจด
ทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่
ประกอบธุรกิจในประเทศไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรต้องจัดทำบัญชีดังต่อไปนี้ โดยต้องจัดทำให้
ครบถ้วนถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี (1) บัญชีรายวัน (ก) บัญชีเงินสด (ข) บัญชีธนาคาร แยกเป็นแต่ละเลขที่
บัญชีธนาคาร (ค) บัญชีรายวันซื้อ (ง) บัญชีรายวันขาย (จ) บัญชีรายวันทั่วไป (2) บัญชีแยกประเภท (ก) บัญชี
แยกประเภทสินทรัพย์ หนี้สินและทุน (ข) บัญชีแยกประเภทรายได้และค่าใช้จ่าย (ค) บัญชีแยกประเภทลูกหนี้ (ง)
บัญชีแยกประเภทเจ้าหนี้ (3) บัญชีสินค้า (4) บัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภทอื่น และบัญชีแยกประเภทย่อยตาม
ความจำเป็นแก่การทำบัญชีของธุรกิจ หมวด 2 ข้อความและรายการที่ต้องมีในบัญชี หมวด 3 ระยะเวลาที่ต้องลง
รายการในบัญชี หมวด 4 เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี ซึ่งท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.dbd.go.th โดยเข้าไปที่ กฎหมายและระเบียบ เลือก พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 2.
วางขายที่ร้านตัวแทนจำหน่าย - เป็นการฝากขาย Consignments ได้แก่ รายการบัญชีเกี่ยวกับการส่งสินค้าไป
ฝากขายการบัญชีในด้านผู้ฝากขายอาจแตกต่างกันไปหลายประการ ตามวัตถุประสงค์และข้อเท็จจริงดังนี้
1. ผู้ฝากขายประสงค์จะแยกยอดขายวิธีการฝากขายยออกต่างหากจากยอดขายปกติหรือไม่
2. ผู้ฝากขายใช้วิธีบัญชีสินค้าตาม Perpetual หรือ Periodic Inventory Method
- ในกรณีที่ส่งสินค้าไปฝากขายหลายแห่ง ผู้ฝากควรจะมีบัญชีฝากขายกับผู้รับฝากแต่ละแห่งและมีบัญชีคุมยอด
สำหรับบัญชีฝากขายทั้งหมดก็ได้ อย่างไรก็ดีบัญชีฝากขายนี้ไม่ควรนำไปรวมไว้ในสมุดแยกประเภทลูกหนี้ เพราะ
ยอดในบัญชีนี้หมายถึงสินค้าคงเหลือในมือของผู้รับฝากขายมิใช่ลูกหนี้
- การรายงานกำไรจากการฝากขาย ผู้ฝากขายอาจรายงานกำไรจากการฝากขายรวมกับกำไรจากการขายโดยปกติ
ก็ได้ แต่ถ้ายอดขายโดยการฝากขายมีจำนวนสูงเมื่อเทียบกับยอดขายทั้งสิ้น ก็น่าจะแสดงยอดขายโดยการฝากขาย
ต้นทุนสินค้าฝากขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและกำไรสุทธิจากการฝากขาย แยกต่างหากจากการขายปกติ การ
รายงานกำไรจากการฝากขายอาจทำได้อีกวิธีหนึ่ง คือ นำผลต่างระหว่างการขายโดยการฝากขาย กับต้นทุนสินค้า
ฝากขายไปบวกกับกำไรขั้นต้นจากการขายโดยปกติ แล้วจึงนำค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายบริหารมาหัก
- สินค้าคงเหลือของผู้ฝากขาย ในวันปิดบัญชีถ้ายังมีสินค้าเหลืออยู่ในมือของผู้รับฝากขาย จะต้องนำมาแสดงเป็น
สินค้าคงเหลือของผู้ฝากขาย ราคาทุนสินค้าในมือของผู้รับฝากขาย ควรจะรวมราคาทุนของสินค้าและส่วนเฉลี่ยค่า
ใช้จ่าย กรณี บันทึกรายได้จากการขาย แยกต่างหากจากการขายโดยปกติ (ไม่ว่าจะใช้ Perpetual หรือ Periodic
Inventory Method) ยอดคงเหลือในบัญชีฝากขาย (บัญชีคุมยอด) หมายถึงสินค้าคงเหลือในมือผู้รับฝาก กรณี
ไม่ได้บันทึกรายได้จากการฝากขายแยกต่างหากจากการขายปกติ บัญชีฝากขายจะเดบิตด้วยราคาทุนของสินค้าส่ง
ไปฝากขายเท่านั้น
- เงินล่วงหน้าจากผู้รับฝากขาย ผู้ฝากขายอาจขอให้ผู้รับฝากจ่ายเงินล่วงหน้าให้ก่อน เมื่อคาดว่าผู้รับฝากจะขาย
สินค้านั้นได้แน่นอน เงินที่ได้รับควรนำไปเครดิตบัญชีให้ผู้รับฝากขาย แทนที่จะเครดิตไปยังบัญชีฝากขายและควร
แสดงไว้เป็นหนี้สินจนกว่าผู้รับฝากขายสินค้าได้ และตกลงนำเงินล่วงหน้ามาหักกลบลบกับจำนวนที่ผู้รับฝากขายจะ
จ้องจ่ายให้ผู้ฝาก
- การคืนสินค้าฝากขายที่ขายไม่ได้ ในกรณีที่ผู้รับฝากขายส่งสินค้ามายังผู้ฝาก ให้ลงรายการกลับกับรายการที่ลงไว้
เมื่อตอนส่งสินค้าไปฝากขาย สำหรับราคาทุนของสินค้า ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการฝากขายให้ตัดเป็นค่าใช้จ่าย
ของงวดบัญชีนั้น มิให้รวมเป็นเป็นราคาสินค้าคงเหลือ
- การขายสินค้าที่ฝากขายได้เพียงบางส่วน ในกรณีที่ผู้รับฝากขาย ขายสินค้าที่รับฝากขายได้เพียงบางส่วน ผู้รับ
ฝากขายอาจจะเฉลี่ยค่าใช้จ่ายส่วนที่ได้จ่ายไปในการรับฝากจากเงินงวดแรกที่ได้รับจากขาย แต่ผู้ฝากขายอาจจะ
เฉลี่ยค่าใช้จ่ายส่วนที่อาจถือเป็นต้นทุนของสินค้าส่วนที่ยังขายไม่ได้ยกยอดต่อไปนี้เป็นต้นทุนของสินค้าที่ยังขายไม่
ได้ และแสดงรวมเป็นสินค้าคงเหลือในมือผู้รับฝากได้
3. กรณีผลิตแผ่นซีดีเหมือนข้อ 1 แต่ให้เช่า โดยส่งไปให้ร้านตัวแทนจำหน่าย ปล่อยเช่าแผ่นหนังและเพลง กรณีนี้
บริษัทจะได้รับรายได้เป็นค่าสมาชิกรายเดือน เท่านั้น ส่วนแผ่นซีดียังเป็นของบริษัทฯ เหมือนเดิม - เป็นการให้ร้าน
ตัวแทนบริการให้เช่า ซึ่งบัญชีสินค้ายังคงปรากฏในบัญชีสินค้าคงเหลือของบริษัทอยู่ ซึ่งทางตัวแทนเช่าจะต้องจัด
ทำบัญชีสินค้าเช่นกัน ส่วนบริษัทจะบันทึกรายได้ค่าสมาชิกเป็นรายได้ของบริษัทต่อไป
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
การขายแบบ consignment ทางบัญชียังไม่ได้ถือว่าการขายเกิดขึ้นครับเพราะ
กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่ได้ถูกโอนถ่ายไปที่ผู้รับ ผู้รับฝากมีสิทธิจะคืนได้ตลอดเวลา ดัง
นั้นต้องแยกแยะระหว่างยอดขายทางภาษีมูลค่าเพิ่มกับยอดขายทางบัญชีครับ ทาง
ต้นทุนขายก็เช่นกัน สินค้าที่ส่งไปที่ห้างแม้ว่าเปิดใบกำกับไปแล้ว ทางบัญชีก็ยังไม่ได้
ถือว่าขายไป ต้นทุนขายจึงยังไม่เกิดขึ้น Stockที่อยู่ที่ห้างสรรพสินค้ายังเป็นStockของ
ร้านค้าซึ่งต้องคอยติดตามควบคุมครับ
ดังนั้นแม้ห้างจะออกกฎเกณฑ์ให้ร้านค้าออกใบกำกับ ณ วันที่ส่งของก็ตาม แต่ทางบัญชี
ฝั่ งร้านค้ายังไม่จำเป็นต้องบันทึกยอดขาย+ต้นทุนขาย ต่อเมื่อมีการขายจริงค่อยรับรู้
รายได้+ต้นทุนขาย
กิจการก็ต้องหาวิธีในการบันทึกบัญชีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ว่าไปซึ่งก็จะเป็นไปตาม
มาตรฐานบัญชีในการรับรู้รายได้/ต้นทุนขาย ทางภาษีสำหรับภาษีมูลค่าเพิ่มก็ต้องหาวิธี
กระทบยอดกันไปครับ นอกจากนี้ต้องมีวิธีการในการควบคุมStockที่ฝากไว้ที่ห้างเพื่อ
มั่นใจว่าStockของกิจการนั้นถูกต้องตลอดเวลา คือStockทั้งหมด = Stockที่ร้านร้าน
ค้าเอง+ที่ห้างครับ
ยอดขายที่ปรากฎใน ภพ 30 กับในงบการเงินมันจะไม่เท่ากันนะครับเพราะร้านค้าบันทึก
บัญชีตามมาตรฐานบัญชีนะครับ ไม่ได้ยึดตาม ภพ30 เพราะเคสนี้ยอดขายใน ภพ30ไม่
ได้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชี... ก็ต้องกระทบยอดระหว่าง 2 ด้านเพื่อสามารถชี้แจงได้
ตลอดเวลาด้วยครับ
ในการฝากขายเมื่อผู้ฝากขายนำสินค้าของตนส่งมอบสินค้าให้ผู้รับฝากขาย พร้อมทั้งทำ
สัญญาข้อตกลงระหว่างกัน เช่น ค่าใช้จ่ายใดที่จ่ายแทนไปสามารถเบิกชดเชย ค่านาย
หน้าหรือผลตอบแทนแก่กัน ซึ่งในส่วนของผู้รับฝากขายก็มีหน้าที่จัดทำรายงานการรับ
ฝากขายให้กับผู้ฝากขาย
การบันทึกบัญชี
ผู้ฝากขาย และผู้รับฝากขายสามารถเลือกได้ว่าจะบันทึกบัญชีโดย แยก หรือ ไม่แยกจาก
การขายปกติ
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
กรณีผู้รับฝากขายบันทึกการ
ฝากขายแยกกับการขายปกติ
เมื่อรับสินค้าจากผู้ฝากขาย
- บันทึกช่วยจำไว้ในสมุดรายวันทั่วไปในการรับสินค้ามาฝากขาย
เมื่อจ่ายคา่ใช้จ่ายต่างๆ แทนผู้ฝากขายไปก่อนและผู้รับฝากขายมีสิทธิเรียกเงินชดเชยจากผู้ฝาก
ขายได้
Dr. รับฝากขาย
.....Cr. เงินสด/เจ้าหนี้
เมื่อผู้รับฝากขายจ่ายเงินทดรองล่วงหน้าให้แก่ผู้ฝากขาย
Dr. รับฝากขาย
.....Cr. เงินสด
เมื่อผู้รับฝากขายขายสินค้าได้
Dr. เงินสด
.....Cr. รับฝากขาย
เมื่อผู้รับฝากขายซื้อสินค้าไว้ใช้เอง
Dr. สินทรัพย์ (ให้ระบุชื่อของตัวสินทรัพย์)
.....Cr. รับฝากขาย
เมื่อผู้รับฝากขายคิดค่านายหน้าจากการฝากขาย
Dr. รับฝากขาย
.....Cr. ค่านายหน้ารับ
เมื่อผู้รับฝากขายส่งคือสินค้าให้กับผู้ฝากขาย
- ลงบันทึกช่วยจำ ในสมุดรายวันทั่วไป
เมื่อผู้รับฝากขายส่งเงินคงเหลือสุทธิจากการนำยอดขายสินค้าฝากขายหักด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ
Dr. รับฝากขาย
.....Cr. เงินสด
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
กรณีผู้รับฝากขายบันทึกการ
ฝากขายรวมกับการขายปกติ
เมื่อรับสินค้าจากผู้ฝากขาย
- บันทึกช่วยจำไว้ในสมุดรายวันทั่วไปในการรับสินค้ามาฝากขาย
เมื่อจ่ายคา่ใช้จ่ายต่างๆ แทนผู้ฝากขายไปก่อนและผู้รับฝากขายมีสิทธิเรียกเงินชดเชยจากผู้ฝากขายได้
Dr. ผู้ฝากขาย
.....Cr. เงินสด/เจ้าหนี้
เมื่อผู้รับฝากขายจ่ายเงินทดรองล่วงหน้าให้แก่ผู้ฝากขาย
Dr. ผู้ฝากขาย
.....Cr. เงินสด
เมื่อผู้รับฝากขายขายสินค้าได้
Dr. เงินสด
.....Cr. ขาย (ใช้ราคาขาย)
Dr. ซื้อ/ต้นทุนขาย (ใช้ราคาขายหักค่านายหน้า)
.....Cr. ผู้ฝากขาย
เมื่อผู้รับฝากขายซื้อสินค้าไว้ใช้เอง
Dr. สินทรัพย์ (ให้ระบุชื่อของตัวสินทรัพย์)
.....Cr. ขาย (ใช้ราคาขาย)
Dr. ซื้อ/ต้นทุนขาย (ใช้ราคาขายหักค่านายหน้า)
.....Cr. ผู้ฝากขาย
เมื่อผู้รับฝากขายคิดค่านายหน้าจากการฝากขาย
- แสดงเป็นกำไรจากการขาย
(ขาย-ซื้อ/ต้นทุนขาย)
เมื่อผู้รับฝากขายส่งคือสินค้าให้กับผู้ฝากขาย
- ลงบันทึกช่วยจำ ในสมุดรายวันทั่วไป
เมื่อผู้รับฝากขายส่งเงินคงเหลือสุทธิจากการนำยอดขายสินค้าฝากขายหักด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ
Dr. ผู้ฝากขาย
.....Cr. เงินสด
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
กรณีผู้ฝากขายบันทึกการฝาก
ขายแยกจากการขายปกติ
เมื่อส่งสินค้าไปฝากขาย
Dr. ฝากขาย
.....Cr. สินค้าส่งไปฝากขาย
เมื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งสินค้าไปฝากขาย
Dr. ฝากขาย - ค่าขนส่ง
...............- ค่าบรรจุหีบห่อ
.....Cr. เงินสด
เมื่อได้รับเงินทดรองจ่ายจากผู้รับฝากขาย
Dr. เงินสด
.....Cr. เงินรับล่วงหน้าจากผู้รับฝากขาย
เมื่อได้รับรายงานการฝากขาย
Dr. เงินสด
.....เงินรับล่วงหน้าจากผู้รับฝากขาย
.....ฝากขาย - ค่าขนส่ง
.....ฝากขาย - ค่าบรรจุหีบห่อ
.....ค่านายหน้าจ่าย
.....Cr. ขายโดยการฝากขาย
เมื่อโอนต้นทุนสินค้าที่ขายได้และค่าใช้จ่ายในการฝากขายออกจากบัญชีฝากขาย
Dr. ต้นทุนสินค้าฝากขาย
....ค่าใช้จ่ายในการฝากขาย
.....Cr. ฝากขาย
เมื่อผู้ฝากขายได้รับสินค้าจากผู้รับฝากกรณีสินค้าชำรุดเสียหายหรือผู้รับฝากขายเลิกขาย
Dr. สินค้าส่งไปฝากขาย
....ค่าใช้จ่ายในการฝากขาย
.....Cr. ฝากขาย
เมื่อถึงวันสิ้นงวดให้ปิดบัญชีสินค้าที่ส่งไปฝากขายทั้งหมดทั้งขายได้หรือขายไม่ได้ ในการนับสินค้าปลายงวดให้นับ
สินค้าที่ขายไม่ได้นี้ด้วย
Dr. สินค้าที่ส่งไปฝากขาย
.....Cr. กำไรขาดทุนจากการฝากขาย
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
การแสดงรายการในงบกำไรขาดทุน
ขายโดยการฝากขาย.............................xx
หัก ต้นทุนสินค้าฝากขาย...................xx
.....ค่าใช้จ่ายในการฝากขาย..............xx
.....ค่านายหน้าจ่าย........................xx...xx
กำไรจากการฝากขาย............................xx
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
กรณีผู้ฝากขายบันทึกการฝากขาย
รวมกับการขายปกติ
เมื่อส่งสินค้าไปฝากขาย
Dr. ฝากขาย
.....Cr. สินค้าส่งไปฝากขาย
เมื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งสินค้าไปฝากขาย
Dr. ฝากขาย - ค่าขนส่ง
...............- ค่าบรรจุหีบห่อ
.....Cr. เงินสด
เมื่อได้รับเงินทดรองจ่ายจากผู้รับฝากขาย
Dr. เงินสด
.....Cr. เงินรับล่วงหน้าจากผู้รับฝากขาย
เมื่อได้รับรายงานการฝากขาย
Dr. เงินสด
.....เงินรับล่วงหน้าจากผู้รับฝากขาย
.....ฝากขาย - ค่าขนส่ง
.....ฝากขาย - ค่าบรรจุหีบห่อ
.....ค่านายหน้าจ่าย
.....Cr. ขาย
เมื่อโอนต้นทุนสินค้าที่ขายได้และค่าใช้จ่ายในการฝากขายออกจากบัญชีฝากขาย
- ไม่บันทึก
เมื่อผู้ฝากขายได้รับสินค้าจากผู้รับฝากกรณีสินค้าชำรุดเสียหายหรือผู้รับฝากขายเลิกขาย
Dr. สินค้าส่งไปฝากขาย
.....Cr. ฝากขาย
เมื่อถึงวันสิ้นงวดให้ปิดบัญชีสินค้าที่ส่งไปฝากขายทั้งหมดทั้งขายได้หรือขายไม่ได้ ในการนับสินค้าปลายงวดให้นับ
สินค้าที่ขายไม่ได้นี้ด้วย
Dr. สินค้าที่ส่งไปฝากขาย
.....Cr. ฝากขาย
- บัญชีฝากขายจะไม่แสดงในงบแสดงฐานะการเงิน
- สำหรับสินค้าที่ขายไม่หมดต้องปรับปรุงค่าใช้จ่ายในการฝากขายโดย
Dr. ค่าใช้จ่ายในการฝากขายรอตัดบัญชี
.....Cr. ค่าขนส่ง
.........ค่าบรรจุหีบห่อ
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
การแสดงรายการในงบกำไรขาดทุน
- ยอดขายจากการฝากขายและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมอยู่กับการขาย
ปกติและค่าใช้จ่ายปกติของกิจการ
แหล่งที่มา http://coursewares.mju.ac.th:81/e-
learning47/section2/ac401/Chapter-01-04.htm
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ยอดแต้มสะสม(incentive) แลกเป็น
สินค้ากับภาระภาษี
กรณีบริษัทฯ ได้ยอดแต้มสะสม (incentive) จากการสั่งซื้อของจาก supplier
รายหนึ่ง ซึ่งแต้มนี้ทาง supplier ให้แลกเป็นสินค้าได้ หากไม่แลกในเวลาที่
กำหนด แต้มนี้จะหมดอายุไป ซึ่งทางบริษัทฯ ได้แลกเป็นสินค้ามาเพื่อขาย (ทาง
supplier มีแต่ใบส่งสินค้าให้เท่านั้น) ขอเรียนถามว่า
1. ในทางปฏิบัติ บริษัทฯ อาจเลือกบันทึกบัญชโดย Dr.สินค้าคงคลัง Cr.รายได้
อื่นๆ และเมื่อขายก็ให้นำรายได้อื่นมาเป็นต้นทุนของสินค้าที่ขาย หรือจะเลือกไม่
รับรู้รายได้อื่น ก็ได้
2. การได้รับสินค้าจาก Supplier ดังกล่าว ไม่ใช่รายได้จากการขายสินค้าหรือ
การให้บริการตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อยู่ในข่ายที่ต้อง
เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
คูปองแทนเงินสด
กรณีบริษัทฯ จัดรายการส่งเสริมการขาย โดย
1. มอบคูปองแทนเงินสด (ส่วนลด)
2. การสะสมแต้มเพื่อนำแต้มที่สะสมใช้แทนเงินสด
ทั้งสองกรณีดังกล่าว บริษัทฯ ไม่ต้องออกใบเสร็จเต็มตามมูลค่าบริการ ให้แก่ลูกค้า เนื่องจาก
เป็นรายจ่ายของบริษัทฯ จนกว่าจะมีการนำคูปองหรือหลักฐานการสะสมแต้มเพียงแต่ต้อง
ดำเนินการดังนี้
ประการแรก บริษัทฯ ต้องมีโปรแกรมช่วยจำว่า บริษัทฯ ได้มอบคูปองเงินสดไปเป็นจำนวน
เท่าใด โดยยังไม่ต้องรับรู้รายจ่าย เพราะยังไม่เกิดภาระเป็นรายจ่ายอย่างแท้จริง
ประการที่สอง หากมีการมอบคูปองหรือหลักฐานการสะสมแต้มที่จะนำมาใช้แทนเงินสด ให้แก่
ผู้ซื้อสินค้าไปขายต่อ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ใน
อัตรา 3% ของมูลค่าคูปองส่วนสด และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53
ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป แล้วแต่กรณี
ประการที่สาม ต้องจำแนกได้ว่า คูปองที่มอบให้แก่ลูกค้านั้น บริษัทฯ จะ Treat เป็นส่วนลด
การค้า เฉพาะรายการที่นำกลับมาซื้อสินค้าตามรายการที่กำหนด (Specific Goods) ให้ถือ
เป็นส่วนลดการค้า และหากนำมาใช้ในการซื้อสินค้าทั่วไปหรือเพื่อการลดหนี้ ให้ถือเป็นส่วนลด
เงินสด
เมื่อลูกค้านำคูปองหรือหลักฐานการสะสมแต้มมาใช้ในการซื้อสินค้า ในทางภาษีเงินได้
นิติบุคคล ให้บริษัทฯ รับรู้เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ พร้อมกับบันทึกเป็นรายได้ ซึ่ง
จะเป็นรายการตรงกันข้ามกัน (Contra)
ผลในทางภาษีมูลค่าเพิ่ม
ประการที่หนึ่ง หากมีเงื่อนไขให้นำมาใข้เป็น "ส่วนลดการค้า" (Trade Discount) บริษัทฯ ไม่
ต้องนำส่วนลดการค้ามาถือรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณาษีมูลค่าเพิ่ม ตาม
มาตรา 79 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
....หากเป็นการออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ต้อง
แสดงส่วนลดการค้าให้เห็นชัดแจ้งในใบกำกับภาษี
....หากเป็นการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับการ
ค้าปลีก บริษัทฯ จะแสดงส่วนลดการค้าดังกล่าวไว้ในใบกำกับภาษีอย่างย่อด้วยหรือไม่ก้ได้
ประการที่สอง หากมีเงื่อนไขให้นำมาใช้เป็นส่วนลดเงินสด (Cash Discount) บริษัทฯ ต้องนำ
มูลค่าของสินค้าที่ขายทั้งจำนนวนก่อนหักส่วนลดเงินสดมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐาน
ภาษีในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
....ในประเด็นนี้ ถือว่าบริษัทฯ ได้รับคูปองเงินสดหรือหลักฐานการสะสมแต้ม จึงต้อวออกใบ
กำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินให้แก่ลูกค้า โดยถือว่า คูปอง หรือแต้มที่นำมาใช้มีค่าเทียบเท่าเงินสด
ป.ล. อธิบายยากอยู่เหมือนกันนะ คิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
เรื่อง : ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการแจกสินค้าทดลอง คูปองส่วนลด
และการส่งเสริมการขาย ตามหนังสือตอบข้อหารือกรม
สรรพากรเลขที่ กค 0706/พ./2334 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2549
ข้อหารือ :
บริษัทฯ ประกอบกิจการนำเข้าและจำหน่ายเครื่องสำอาง บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมการขายหลายกรณี จึงขอทราบว่า
1. กรณีแจกสินค้าตัวอย่างให้กับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการขาย บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสินค้าตัวอย่างที่แจกให้กับลูกค้ามารวมคำนวณเป็น
มูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
2. กรณีแจกคูปองให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในแต่ละครั้งครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนด ลูกค้ามีสิทธินำคูปองมาใช้แทนเงินสดในการซื้อ
สินค้าในครั้งต่อไป บริษัทฯ จะออกใบกำกับภาษีตามราคาสินค้าหักด้วยมูลค่าคูปองทั้งจำนวนได้หรือไม่
3. กรณีจัดรายการส่งเสริมการขาย โดยแจกคูปองให้ลูกค้าฟรีจากการที่ลูกค้าสะสมแต้มจากการซื้อสินค้าครบจำนวน จากการชิงโชค และ
จากการเล่นเกม โดยลูกค้ามีสิทธินำคูปองมาใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าครั้งต่อไป บริษัทฯ จะถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อ
เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีใด
4. กรณีแจกสินค้าที่มีไว้เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการทดลองใช้สินค้า มูลค่าของสินค้าที่แจกดังกล่าว บริษัทฯ จะต้องนำมารวม
คำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
แนววินิจฉัย :
1. กรณีตาม 1. การแจกสินค้าตัวอย่างเพื่อส่งเสริมการขาย บริษัทฯ ไม่ต้องนำมูลค่าสินค้าตัวอย่างที่แจกเนื่องจากการจัดกิจกรรมส่ง
เสริมการขายมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2
(7) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวม
คำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535
2. กรณีตาม 2. การแจกคูปองให้กับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้านำคูปองมาใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าในครั้งต่อไป ซึ่งบริษัทฯ ให้ส่วนลดตามนั้น
ถือเป็นส่วนลดที่ผู้ขายลดให้แก่ผู้ซื้อในขณะขายสินค้า ดังนั้น ในการออกใบกำกับภาษีให้ใช้ราคาสินค้าหักด้วยส่วนลดเป็นมูลค่าของฐานภาษี
โดยแสดงให้เห็นไว้ชัดแจ้งว่า ได้มีการหักส่วนลดไว้แล้ว ทั้งนี้ ตามมาตรา 79 (1) แห่ง
ประมวลรัษฎากร
3. กรณีตาม 3. การให้ส่วนลดในขณะขายสินค้าหรือให้บริการ บริษัทฯ ไม่ต้องนำส่วนลดดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี
เงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด ส่วนการให้ส่วนลดหลังจากที่ขายสินค้าหรือให้บริการ หากการให้ส่วนลดดัง
กล่าวได้ให้กับบุคคลโดยทั่ว ๆ ไป เพื่อสนับสนุนหรือส่งเสริมการขายหรือการให้บริการ ส่วนลดนั้นถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการ
โดยเฉพาะ รายจ่ายในกรณีนี้ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13)
แห่งประมวลรัษฎากร
4. กรณีตาม 4. การแจกสินค้าที่มีไว้เพื่อจำหน่าย ให้ลูกค้าทดลองใช้สินค้าเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1( แห่งประมวล
รัษฎากร บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสินค้าดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี เพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา 79 แห่งประมวล
รัษฎากร
เลขตู้ : 69/44000
กรณีที่บริษัทฯ มีการให้แต้มสะสมแก่ลูกค้าสมาชิก ที่มีการซื้อสินค้าทุกๆ 100 บาท โดยจะได้ 1 แต้ม เมื่อสะสมแต้มครบแลกของรางวัลได้
ตามที่ทางบริษัทฯ แจ้ง นั้น เข้าลักษณะเป็นการแจกสินค่าเพื่อการส่งเสริมการขาย
1. สินค้าที่ซื้อมาเพื่อแจก เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อการส่งเสริมการขาย อันเกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการ บริษัทฯ ย่อนนำรายการราย
จ่ายดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวล
รัษฎากร แต่อย่างใด และภาษีซื้อสำหรับค่าสินค้าดังกล่าวมาแจกเพื่อการส่งเสริมการขาย ก็สามารถนำไปถือเป็นภาษีซื้อเครดิตหักออกจาก
ภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร
2. การดำเนินการส่งเสริมการขายในลักษณะดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เนื่องจากเป็นกรณีให้
สินค้าเพื่อสมนาคุณแก่ลูกค้า โดยไม่เรียกเก็บค่าสินค้า เมื่อบริษัทฯ ให้สินค้าของสมนาคุณดังกล่าว จึงไม่จำต้องออกใบกำกับภาษีขาย (จะ
ออกใบกำกับภาษีขายหรือไม่ก็ได้) ทั้งนี้ ตามแนวทางปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 และบริษัทฯ ไม่ต้องรับรู้รายได้เพื่อเสีย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นรายจ่ายในการส่งเสริมการขายโดยแท้
ซึ่งแตกจากกรณีของร้านสะดวกซื้อที่ถือว่าแต้มหรือแสตมป์เป็นส่วนลดที่ให้ เพื่อนำกลับมาใช้เป็นส่วนลดการค้าที่ลดให้ทันทีที่มีการขายสินค้า
จึงเข้าลักษณะเป็นส่วนลดการค่าที่ม่านับรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
3. ถ้าร้านค้าให้ลูกค้าเอาแต้มมาแลกสินค้าที่ร้านค้าขาย ถ้าในกรณีที่ต้องออกใบกำกับภาษีขายด้วยนั้น ราคาสินค้าที่โชว์ในใบกำกับภาษีต้อง
เป็นราคาตลาด ตามมาตรา 79/3 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหากบริษัทฯ ซื้อมา ก็ย่อมพิจารณาได้ว่า ราคาสินค้าที่ซื้อมาเป็น “ราคาตลาด” ได้
แต่ถ้าบริษัทฯ ผลิดขึ้นเพื่อขาย ก็ให้ใช้ “ราคาขายส่ง” เป็นราคาตลาด
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ตัวแทนขายแบบ Dropship คืออะไร
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
Dropship คือ การนำสินค้าของคนอื่นไปขายต่อ เมื่อลูกค้าซื้อ คุณเพียงแต่เข้าไปสั่งของกับเจ้าของ
สินค้า หลังจากนั้นเจ้าของสินค้าจะเป็นคนส่งของให้กับลูกค้าเองในชื่อของคุณ โดยที่คุณไม่ต้องเป็น
คนส่งสินค้าหรือสต๊อกสินค้า ดังนั้นถึงจะขายไม่ได้คุณก็ไม่ได้เสียอะไร
การเสียภาษีเงินได้จากการเป็นตัวแทนขายแบบ Dropship
การเสียภาษีตัวแทนขาย แบบ Dropship จะมี 2 รูปแบบ ตามเงื่อนไขของการ “กำหนดราคาขาย”
คือ
ตัวแทนขายที่ไม่สามารถกำหนดราคาขายเองได้
ตัวแทนขายที่สามารถกำหนดราคาขายเองได้
สำหรับตัวแทนขาย ที่ไม่สามารถกำหนดราคาขายเองได้
สำหรับตัวแทนจำหน่าย ที่ไม่สามารถกำหนดราคาขายเองได้จะเสียภาษีในรูปแบบของ “ค่านายหน้า”
ให้ถือว่าเงินได้ค่านายหน้านี้ เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แต่หากประกอบกิจการในรูป
แบบธุรกิจ เช่น มีการจ่ายค่าจ้างพนักงาน. มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน รายได้จากค่านายหน้านี้จะเข้ามาตรา
40(8)
การหักค่าใช้จ่าย – หากเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) จะหักค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายในอัตราไม่
เกิน 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งหากมีเงินได้จากมาตรา 40(1) ด้วย ให้นำเงินได้
จากสองประเภทรวมกัน แล้วหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 100,000 บาท
หากเป็นมาตรา 40(8) สามารถหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น ซึ่งกรณีนี้จะต้องมีการทำบัญชีรายรับ-
รายจ่าย (ต้องมีเอกสารประกอบ)
สำหรับตัวแทนขาย ที่สามารถกำหนดราคาขายเองได้
สำหรับตัวแทนจำหน่าย ที่สามารถกำหนดราคาขายเองได้จะเสียภาษีในรูปแบบของสินค้าแบบซื้อมา-
ขายไป เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)
การหักค่าใช้จ่าย – ทำได้ 2 รูปแบบคือ
เหมาจ่ายที่อัตรา 60% ของรายได้ที่เกิดจากการขายสินค้า
หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น ซึ่งกรณีนี้จะต้องมีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย (ต้องมีเอกสาร
ประกอบ)
การเป็นตัวแทนขายแบบ Dropship กับร้านค้าเทพช็อป จะอยู่ในรูปแบบที่ตัวแทนขาย ที่สามารถ
กำหนดราคาขายเองได้
เมื่อคุณสมัครเป็นตัวแทนขายแบบ Dropship กับร้านค้าที่ใช้ระบบ Dropship ของเทพช็อป หรือ
สมัครผ่าน LnwDropship.com แล้วคุณสามารถนำรูปสินค้าและรายละเอียดของสินค้า ไปใช้ขายได้
ทันที และตั้งราคาขายได้ตามอัธยาศัย ในช่องทางต่าง ๆ ที่คุณถนัด
ซึ่งเมื่อตัวแทนขายสามารถกำหนดราคาขายได้เอง จึงเป็นเหมือนการซื้อสินค้ามาและขายสินค้าออก
ไป ทำให้เป็นการได้รับเงินได้ตามมาตรา 40(8) ซึ่งสามารถทำรายการบันทึกรายรับ-จ่าย (ทำบัญชี)
และยื่นขอหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ค่ะ
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
วิธีการจัดการเรื่องเงินได้ – ภาษี สำหรับตัวแทนขายแบบ Dropship ที่ถูกต้อง
ขอใบเสร็จ หรือใบรับรองแทนใบเสร็จทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อสินค้าแทนลูกค้า
ทำบันทึกรายรับ – รายจ่าย พร้อมเก็บหลักฐานต่าง ๆ ไว้ทั้งหมด
ยื่นภาษีโดยการหักค่าใช้จ่ายตามจริง
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
สรุปภาระภาษี กรณีการแจก แถม และ
สินค้าที่ใช้ไปในการส่งเสริมการขาย
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
สรุปภาษีที่เกี่ยวข้องเรื่องของการแจกของ
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ภาษีเกี่ยวกับของแจก ของแถม รายการ
ส่งเสริมการขาย ทั้งเป็นคนให้และเป็นคนรับ
1. ของแถม (Premium)
การแถมสินค้าไปกับสินค้าที่ลูกค้าซื้อ กิจการไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าสินค้าที่แถมนั้นจะเป็นประเภทและชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ขายหรือ
บริการก็ตาม เพียงแต่ต้องเข้าเงื่อนไข คือ
ต้องแถมไปพร้อมกับการขายสินค้าหรือบริการ
มูลค่าของแถมต้องน้อยกว่ามูลค่าของที่ขาย
ต้องระบุของแถมในใบกำกับภาษี
ถ้าตรงตามทั้ง 3 เงื่อนไข ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. การแจกหรือให้สินค้าเป็นของรางวัล
การแจกหรือให้สินค้าเป็นของรางวัลไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นมีเงื่อนไขดังนี้
ต้องเป็นการแจกให้ผู้รับบริการในแต่ละวัน
มูลค่าของสินค้าที่แจกหรือให้เป็นรางวัลต้องมีมูลค่าไม่เกินมูลค่าของสินค้าที่ขายหรือมูลค่าของการให้บริการ
ถ้าการแจกหรือให้สินค้าเป็นรางวัล ไม่เข้าเงื่อนไขที่กล่าวมาดังกล่าว มูลค่าของสินค้าที่แจกหรือให้เป็นรางวัลต้องนำมารวม คำนวณเป็นมูลค่า
ของฐานภาษีด้วย เช่น การให้รางวัลลูกค้าที่ส่งชิ้นส่วนมาชิงโชค รางวัลจากการแข่งขัน รางวัลที่ ได้รับจากการประกวด เป็นต้น
3. ของขวัญและของชำร่วย
การแจกหรือการให้ของขวัญของชำร่วยเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น เทศกาลปีใหม่
เทศกาลสงกรานต์ การเปิดแนะนำสินค้าใหม่ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
เป็นสิ่งของโดยทั่วไป ที่ธุรกิจนิยมให้กันเช่น ปฏิทิน สมุดบันทึกประจำวัน (Diary) หรือสินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับของขวัญ หรือของชำร่วย
มีชื่อผู้ประกอบการชื่อเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบการปรากฏอยู่
ราคาของสินค้าที่ให้จะต้องเหมาะสม
4. การแจกสินค้าตัวอย่าง (Sample)
คือการแจกผลิตภัณฑ์ในปริมาณน้อยให้แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์การใช้สินค้าโดยตรง เป็นส่งเสริมทัศนคติในทางบวกและ
กระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความต้องการซื้อสินค้า ๆ ต่อไป ซึ่งการแจกสินค้าเพื่อส่งเสริมการขายนั้นไม่ต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และสามารถนำต้นทุนของ
สินค้าที่แจกมาเป็น รายจ่ายใน การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้อีกด้วย แต่ขอเน้นย้ำกันอีกครั้งว่า ต้องเป็นการแจกเพื่อส่งเสริม
การขายเท่านั้น การแจกสินค้าตัวอย่างแก่บุคคลที่มาเยี่ยมโรงงาน หรือ ไม่ใช่การแจกเพื่อสงเสริมการขายต้องมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
5. การให้บัตรกำนัล คูปอง
การให้บัตรกำนัลหรือคูปองแก่ลูกค้าเพื่อลูกค้านำมาซื้อสินค้าหรือรับบริการในครั้งต่อไป โดยจะได้รับส่วนลดตามราคาที่กำหนดไว้ในบัตรกำนัล
หรือคูปอง กรณีนี้ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะการใช้บัตรกำนัลหรือคูปองไม่ถือว่ามีการขายสินค้าหรือให้บริการ ยกเว้น ในกรณีบริษัทมีระบบ
ตัวแทนจำหน่าย และต้องการส่งเสริมการขายให้กับตัวแทน จึงมีการใส่ส่วนลดไปกับตัวสินค้า เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าพร้อมใช้ส่วนลด บริษัทจะคืน
ส่วนลดตรงนี้ไปให้กับตัวแทน เงินที่คืนให้ตัวแทนจะถือว่าเป็นเงินชดเชย จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่าย จากตัวแทนจำหน่ายในอัตราร้อยละ
3.0 ของเงินชดเชย
6. สินค้าให้ลูกค้าทดสองใช้ก่อนซื้อ
การให้ลูกค้านำสินค้าไปใช้ก่อนซื้อเพื่อทดลองประสิทธิภาพของสินค้าและลูกค้าจะต้องส่งมอบสินค้านั้นคืนเมื่อทดลองใช้เสร็จ โดยสินค้าดังกล่าว
ต้องไม่ใช้ของใช้สิ้นเปลืองและสินค้ามีไว้สำหรับทดลองใช้เป็นการชั่วคราว จึงจะไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
7. การรับประกันสินค้า
กิจกรรมในลักษณะนี้เป็นการสร้างเงื่อนไขของกิจการเพื่อคืนเงินส่วนหนึ่งให้กับลูกค้า โดยมีการกำหนดเวลา โดยลูกค้าต้องส่งหลักฐานขอรับคืน
เงินภายในเวลากำหนด ในกรณีต่อไปนี้ถือว่าเงินส่วนลด มีลักษณะเป็นเงินรางวัล เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ซึ่งกิจการมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงิน
ได้ ณ ที่จ่ายใน อัตราร้อยละ 3.0 ของเงินส่วนลดหรือเงินอุดหนุน
8. รางวัลจากการประกวด แข่งขัน ชิงโชค
การแข่งขัน คือ การส่งเสริมการขายที่ลูกค้าแข่งขันกันเพื่อให้ได้รับรางวัลจากความสามารถหรือทักษะของลูกค้าเอง ส่วนการชิงรางวัล คือ
เป็นการส่งเสริมการขายที่ลูกค้าส่งชื่อเข้าร่วม การรับรางวัลนั้นจะใช้วิธีการสุ่มเพื่อหาผู้ชนะ ซึ่งเป็นวิธีการที่นิยมมาก
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ภาษีจากการประกวด แข่งขันและชิงโชค
กิจการเป็นผู้จ่ายเงินรางวัลให้แก่ลูกค้า ดังนั้นกิจการมีหน้าที่หัก
หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 5 ของ
เงินรางวัล
ในส่วนของกิจการที่เป็นผู้จัดการแข่งขัน หรือ การชิงรางวัล ไม่
ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากเงินที่เป็นรางวัล เนื่องจากถือว่าเป็น
กิจกรรมส่งเสริมการขาย
ในส่วนของลูกค้า เงินที่ได้รับจากการชิงรางวัลจะถือเป็นเงินได้
ประเภทที่ 8 โดยรายได้จากเงินชิงรางวัลจะไม่สามารถหักค่าใช้
จ่ายแบบเหมาได้ การหักค่าใช้จ่ายก็ต้องเป็นไปตามความจริงและมี
ความสมควรเท่านั้น นอกจากนี้หากกิจการได้หักภาษี ณ ที่จ่าย
และได้นำส่งกรมสรรพากรไว้แล้ว ให้ ถือว่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่
จ่ายนั้นเป็นเครดิตภาษีที่ลูกค้าสามารถนำมาใช้ในการคำนวณภาษี
เงินได้บุคคลธรรมดาในตอนสิ้นปี
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
แจกแพ็คเกจท่องเที่ยวให้กับลูกค้าที่ซื้อถึงเป้า
แจกแพ็คเกจทัวร์กับลูกค้า
ที่ซื้อสินค้าครบตามเป้า
( เพื่อการส่งเสริมการขาย )
บริษัท ลูกค้า
ภาษีเงินได้นิติบุคคล
เงินที่จ่ายไปในการซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยวต่างประเทศให้กับลูกค้า บริษัทสามารถ
บันทึกบัญชี เป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมส่งเสริมการขายได้ ซึ่งรายจ่ายดังกล่าวเป็นราย
จ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ (ตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เรียกเก็บภาษีมูลค่า ไม่ได้เรียกเก็บภาษี
เพิ่มจากลูกค้า มูลค่าเพิ่มจากลูกค้า
บริษัทต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่ บริษัทต้องออกใบกำกับภาษี
ลูกค้าตามมูลค่าของแพ็กเกจทัวร์ ( ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 )
มูลค่าแพ็คเกจทัวร์เท่านั้น ที่สามารถถือเป็น
รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี
เงินได้นิติบุคคล
จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไม่ได้เรียกเก็บไปถือเป็น
รายจ่ายต้องห้าม
( ตามมาตรา 65 ตรี ( 6 ทวิ ) แห่งประมวล
รัษฎากร
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
3% ลูกค้า
บริษัท
บริษัทมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ของเงินได้
โดยหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ต้องออกในนามลูกค้า
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ประเด็นความเสี่ยงของบุคคล
ธรรมดา และนิติบุคคล
ประเด็นความเสี่ยง – ประกอบกิจการในนามบุคคลธรรมดา
• มีจำนวนคนงานเพิ่มขึ้น แต่รายได้คงที่หรือลดลง
• ค่าลดหย่อนที่แสดงไม่สัมพันธ์กับเงินได้ที่ยื่นแบบ
• เลือกหักค่าใช้จ่ายไม่ถูกต้องตามประเภทเงินได้
• เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริง แต่ไม่มีเอกสารหลักฐานประกอบ
• มีข้อมูลภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย แต่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการหรือแสดงเงินได้ไม่
ครบถ้วน
• มีรายได้จากส่งเสริมการขาย แต่ไม่สัมพันธ์กับยอดรายได้
• มีเงินได้เกิน 1.8 ล้านแต่ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
• มียอดการใช้น้ำประปา-ไฟฟ้าไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่ยื่นภาษี
• คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญ ไม่มีการแบ่งส่วนกำไรหรือมีการแบ่งเงิน
ส่วนแบ่งกำไร แต่ไม่ได้นำไปเป็นเงินได้ของผู้เป็นหุ้นส่วน
ประเด็นความเสี่ยง – ประกอบกิจการในนามนิติบุคคล
• ขาดทุนขั้นต้น
• ขาดทุนสะสมมากกว่าทุนที่ชำระ
• สินค้าคงเหลือมากผิดปกติเมื่อเทียบกับยอดรายได้
• ยอดขายตาม ภพ.30 ต่างกับยอดรายรับในงบการเงิน
• มีเงินให้กู้ยืมแต่ไม่มีดอกเบี้ยรับ
• การทำรายจ่ายเท็จโดยนำบัตรประชาชนของผู้อื่นมารับเงิน
• มีค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษา ค่านายหน้า ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายพนักงาน สูงผิดปกติ
• มีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายค้างนานหรือข้ามรอบบัญชี
• ไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50
• ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 ขาดไปเกิน 25%
• มียอดโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย มากกว่ารายได้ในงบการเงิน
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก
ประเด็นความเสี่ยง – ค่าจ้าง
สำหรับยื่นประกันสังคม
• เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง
• จ่ายเพื่อเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันเวลาปกติ
• การจ่ายไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่ลูกจ้างจะนำไปใช้และไม่มีเงื่อนไขในการจ่าย
• ต้องไม่ใช่เงินรางวัลหรือสวัสดิการหรือเงินจูงใจ
-------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------
----------------------------------------------ประเภทรายได้ถือเป็ นค่าจ้างหมายเหตุ
----------------------------------------------
----------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------------------------------
OT เพราะเป็นการทำงานนอกเวลา
-------------------------------------------------------------------------------------------
-----------B--o--n-u--s------------------------------------------แเ-พ-ล-ระ-าก-ะ-ำเ-ลป-ั็ง-น-ใส-จ-วั-ส--ดิ-ก--า-ร-เ-พื-่-อ-ข--วั-ญ----
เบี้ยขยัน เนื่องจากเบี้ยขยันได้จาก ไม่ขาด
-----------------------------------------------------------/--ล-า--/-ม--า-ส--า-ย--ถ-ื-อ-เ-ป-็ น--เ-ง-ิน--จู-ง-ใ-จ----
ค่าคอมมิชชั่น ถ้ากำหนดให้ค่าคอมมิชชั่นเมื่อยอดขายถึงเป้ าที่
กำหนดถ้าไม่ถึงเป้ าก็ไม่ได้เงิน เช่น ขายสินค้า 100
-----------------------------------------------------------ชิ-้น-ถึ-ง-จะ-ไ-ด้-เง-ิน--10-0--บ-าท------------------
ค่าคอมมิชชั่น กรณีเป็ นค่าคอมมิชชั่นที่คำนวณ
ตามจำนวนชิ้นที่ขายได้
-------------------------------------------------------------------------------------------
เพจ บัญชีภาษีเชิงรุก