89
ภาพท่ี 2-88 ปลกู พชื ตระกลู ถ่วั แลวไถกลบเปนปุยพชื สด
ภาพที่ 2-89 ไถกลบตอซงั ขาว
5) การจัดการดินทรายเพอ่ื ปลูกพืชผกั พชื ไร ไมผ ลและไมยนื ตนบางชนดิ
ดินทรายในพ้ืนท่ีดอน ที่มีการระบายนํ้าดีหรือดีปานกลาง ไมมีน้ําแชขังในฤดูฝน
สามารถปลูกพืชสามารถปลูกพืชไดหลายชนิด เชน ขาวไร ปอแกว ถ่ัวลิสง มันสําปะหลัง สับปะรด
ขาวโพด แตงโม ไมผลและไมยืนตนบางชนิด เชน มะมวง มะขาม นอยหนา พุทรา นุน สะเดา ไผ
ยูคาลิปตัส กระถินณรงคและกระถินเทพา รวมท้ังใชปลูกพืชผักบางชนิด เชน แตงกวา ผักกาดเขียว
ปลี ผักกาดหอม และพริกขี้หนู เปนตน เลือกชนิดพืชปลูกที่เหมาะสม ทําการปรับปรุงดินและเพิ่ม
ความอดุ มสมบรู ณของดนิ ดว ยอนิ ทรียวัตถุ เชน ปยุ คอก ปยุ หมกั หรอื ปลูกพชื ตระกูลถ่ัวแลวไถกลบ
เปนปุยพืชสด เพ่ือเพิ่มความสามารถในการอุมนํ้าของดิน รวมกับใชนํ้าหมักชีวภาพ หรือใชปุยเคมี
ในอตั ราท่ีเหมาะสมตามคําแนะนําของชนิดพืชท่ีปลกู และควรใชป ยุ เคมีรว มกับปุยอนิ ทรยี
การปลูกพืชผัก ควรปรับปรุงดินดวยอินทรียวัตถุ ไดแก ปุยคอก ปุยหมัก อัตรา 2-4
ตันตอไร หรือปลูกพืชตระกูลถั่วแลวไถกลบเปนปุยพืชสด รวมกับการใชปุยเคมีสูตรและอัตราท่ี
เหมาะสมสําหรับพืชผักแตละชนิด การใชวัสดุคลุมดินเพ่ือปองกันการระเหยของน้ําและเก็บรักษา
ความช้ืนไวในดิน สําหรับพืชไร เชน ขาวโพดเล้ียงสัตว มันสําปะหลัง การใชปุยพืชสด เกษตรกร
อาจหวานเมล็ดพืชตระกูลถั่วแลวไถกลบกอนปลูกพืชหลัก หรือปลูกแซมระหวางแถวแลวสับกลบ
โดยปลกู หลงั จากพืชหลกั เจรญิ เติบโตแลว เพอ่ื ปองกันการแยงน้าํ และธาตุอาหาร
90
ภาพที่ 2-90 ใชว สั ดคุ ลุมเพอ่ื ปองกันการระเหยของนํ้า และเกบ็ รักษาความช้นื
ภาพที่ 2-91 ปลูกพืชปยุ สด ภาพที่ 2-92 ปลกู พชื ปุยสดแซมระหวางแถวแลวสบั กลบ
แลวไถกลบ
การปลูกไมผลและไมยืนตน ขุดหลุมปลูกใหกวางกวาปกติ ใสปุยหมักหรือปุยคอ
กรองกน หลุม อตั รา 25-30 กโิ ลกรัมตอตน ปลูกพืชคลุมดินหรือใชวัสดุคลุมโคนตนเพื่อปองกันการ
ระเหยของน้ํา และรักษาความชื้นไวในดิน และมีการจัดการนํ้าท่ีเหมาะสม เชน การฝงกระบอกดิน
เผาหรือตมุ ดนิ บรเิ วณโคนตน หรอื การใหนํา้ แบบหยด เปนตน
ภาพที่ 2-93 การปลูกไมผ ลและไมยนื ตน
91
2.4.6 ดินตืน้
ดินต้ืน หมายถึง ดินที่มีช้ันลูกรัง กอนกรวดหรือเศษหินปะปนอยูในเน้ือดินเทากับหรือ
มากกวา รอยละ 35 โดยปริมาตร หรือพบชั้นมารล หรือชั้นหินพื้นอยูต้ืนกวา 50 เซนติเมตรจาก
ผิวดิน ซึ่งเปนอุปสรรคตอการชอนไซของรากพืช ทําใหพืชไมสามารถเจริญเติบโตไดดีและให
ผลผลติ ตาํ่
1) ลักษณะของดินตื้น
ดินต้ืนหรือความหนาของช้ันดินบนนอยกวา 50 เซนติเมตร จากผิวดิน ทําใหพืชมี
การเจรญิ เตบิ โตไมดี
ดินต้ืนพบท่ัวไปในทุกภาคของประเทศ มีเน้ือท่ี 46,090,109 ไร ไดแก กลุมชุดดินที่
25 45 46 47 48 49 51 และกลุมชุดดนิ ท่ี 52 ดินตนื้ แบงออกเปน 4 ประเภท คอื
(1) ดินต้ืนในพ้ืนที่ลุมถึงช้ันลูกรังหรือกอนกรวด มีเน้ือที่ 8,881,718 ไร ไดแก กลุม
ชุดดินที่ 25
(2) ดินต้ืนในพื้นที่ดอนถึงชั้นลูกรัง กอนกรวดหรือเศษหินอยูขางลาง มีเนื้อที่
26,133,752 ไร ไดแ ก กลมุ ชดุ ดินท่ี 45 46 48 และกลุมชดุ ดินท่ี 49
(3) ดินตื้นในพนื้ ท่ดี อนถงึ ช้ันมารลอยูขา งลาง มีเนื้อท่ี 2,096,678 ไร ไดแก กลุมชุด
ดินที่ 52
(4) ดินต้ืนในพ้ืนท่ีดอนถึงชั้นหินพื้นอยูขางลาง มีเนื้อที่ 8,977,961 ไร ไดแก กลุม
ชดุ ดนิ ท่ี 47 และกลุมชุดดินที่ 51
ภาพท่ี 2-94 ลักษณะของดนิ ต้ืน
92
2) ปญ หาของดินต้ืน
มชี น้ั ลูกรัง กอ นกรวด หรอื เศษหนิ ปะปน ทาํ ใหเ ปน อุปสรรคตอ การชอนไชของราก
พืช และการไถพรวน ดินมีความอุดมสมบูรณตํ่า ความสามารถในการดูดซับน้ําและธาตุอาหารต่ํา
เนอ้ื ดนิ เหนยี วมีนอ ยทาํ ใหก ารเกาะยึดตัวของเม็ดดินไมด ี เกิดการชะลางพงั ทลายไดงา ย
3) แนวทางการจดั การดนิ ต้ืน
(1) เลือกพ้ืนท่ีทําการเกษตรท่ีมีหนาดินไมนอยกวา 20 เซนติเมตร และไมมีกอน
กรวดหรือลกู รังกระจัดกระจายอยทู ผ่ี ิวดนิ มากนกั สว นพ้นื ทที่ เ่ี ปน ดนิ ตืน้ มากและมีเศษชน้ิ สวนกอน
กรวด หินเนื้อหยาบ ปะปนอยหู นาผวิ ดินจํานวนมาก ไมเหมาะสมสําหรับการปลกู พืชเศรษฐกิจ ควร
ใชปลูกไมยืนตนโตเร็ว เชน กระถินณรงค กระถินยักษ ขี้เหล็กบาน สีเสียดแกน สะเดา ยูคาลิปตัส
กา มปู นนทรี เปนตน หรอื ทาํ ทงุ หญา เลยี้ งสตั ว โดยการปลกู หญา ผสมถ่วั
(2) เลือกชนิดพชื ปลูกและมกี ารจัดการท่ีเหมาะสม หากเปนพืชไร ควรเลือกพืชที่มี
ระบบรากตื้น พืชทนแลง หรือปลูกพืชแบบผสมผสาน สําหรับการปลูกไมผล ไมยืนตน ควรมีการ
จัดการเฉพาะหลุม ขุดหลุมปลูกใหกวางประมาณ 75x75x75 เซนติเมตร นําหนาดินหรือดินจากท่ีอ่ืน
ผสมกบั ปุยคอกหรือปุยหมกั รองกน หลมุ
(3) มีการเขตกรรมที่เหมาะสม ไถพรวนดินใหนอยท่ีสุด เพ่ือปองกันการชะลาง
พงั ทลายของดิน
(4) เพ่ิมความอุดมสมบูรณของดิน โดยใชปุยอินทรีย ไดแก ปุยหมัก ปุยคอก หรือ
ปลูกพืชตระกูลถ่ัวแลวไถกลบ เพ่ือเพิ่มความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารและน้ําใหแกดิน และ
ใชปุยเคมีรวมดว ยตามความเหมาะสมกบั ชนิดพชื ทป่ี ลกู
(5) ใชวสั ดุคลุมดินเพือ่ ปองกันการระเหยของนาํ้ และเก็บรกั ษาความช้นื ในดนิ
(6) การจัดการน้ําที่เหมาะสม จัดหาแหลงน้ําใหพอเพียงกับการเพาะปลูก และมี
การใหน ้ําอยางมปี ระสทิ ธิภาพ เชน ใหนํ้าแบบหยด เปนตน
(7) พ้นื ท่ที ม่ี ีความลาดชัน ควรมีมาตรการอนุรักษดินและนํ้า ไถพรวนและปลูกพืช
ตามแนวระดับขวางความลาดเทของพื้นท่ี ปลูกพืชคลุมดิน เชน หญารูซ่ี กระถิน ถั่วเวอราโน ถั่ว
มะแฮะ แคฝรั่ง เปนตนโดยปลูกสลับกับแถวพืชหลักท่ีปลูกไว เพ่ือลดการชะลางพังทลายของดิน
หรอื ปลูกหญา แฝก เปนตน
93
ภาพที่ 2-95 การปลูกไมผ ลไมย นื ตน ขุดหลมุ ปลูกใหกวางและลึก ภาพที่ 2-96 ปลกู พืชคลมุ ดนิ
ภาพที่ 2-97 การเจริญเติบโตของพชื ผักปลูกในดนิ ปนกรวด
2.4.7 ดนิ ดาน
ดินดาน หรือชั้นดาน หมายถึง ชั้นดินท่ีอัดตัวแนนทึบหรือชั้นท่ีมีสารเชื่อมอนุภาคของ
ดนิ มาจับตัวกันแนนทึบและแข็งจนเปนอุปสรรคตอการชอนไชของรากพืช การไหลซึมของน้ําและ
การถายเทอากาศ โดยทั่วไปถาพบดินดานต้ืนกวา 50 เซนติเมตรจากผิวดิน จะสงผลกระทบตอการ
ปลูกพืชมาก ถาพบดินดานระหวางความลึก 50-100 เซนติเมตรจากผิวดิน จะสงผลกระทบตอการ
ปลูกพืชบางแตไมมาก และถาพบดินดานอยูลึกมากกวา 100 เซนติเมตรจากผิวดิน ถือวาไมมีปญหา
ตอการปลกู พืช
1) ลกั ษณะของดินดาน
ดินดานเปนชน้ั ท่ีอดั ตัวกนั แนน หรือมีสารเชอ่ื มแขง็ เปนแนวขนานกบั หนา ดินที่ความ
ลึกแตกตางกันไป จนเปนอุปสรรคขัดขวางการชอนไชของรากพืช การไหลซึมของน้ํา การถายเท
อากาศ และมีผลตอการเจริญเติบโตและการใหผลผลิตของพืชท่ีปลูก ชนิดของดินดาน แบงออกได
2 ชนดิ คือ
(1) ดินดานที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติ เปนชั้นดินที่มีการเชื่อมตัวกันแนนทึบและแข็ง
เกดิ ขน้ึ โดยการยึดเกาะกันระหวา งอนุภาคของเมด็ ดนิ กบั สารเช่อื มตา งๆ ทีม่ ีอยูใ นดิน
94
(2) ดินดานท่ีเกิดข้ึนจากการใชท่ีดินไมเหมาะสม เกิดจากการอัดแนนของเน้ือดิน
จากการไถพรวนดวยเครื่องจักรกลขนาดใหญในขณะที่ดินมีความชื้นไมเหมาะสม ดินเปยกแฉะ
เกินไปและไถพรวนทีร่ ะดบั ความลึกเดียวเปนประจาํ
2) แนวทางการจดั การดินดาน
ดินดานหรอื ชั้นดานทเ่ี กดิ ตามธรรมชาติ การจัดการทําไดคอนขางยาก ควรปลอยไว
ใหเปนปาธรรมชาติ สําหรับดินดานท่ีเกิดจากการเขตกรรมหรือการใชที่ดินที่ไมเหมาะสม สามารถ
นํามาใชประโยชนเ พอ่ื ปลกู ได โดยมกี ารจดั การดิน ดงั น้ี
(1) การไถระเบิดดินดานโดยใชไถสวิ่ หรอื ที่เรียกวา Ripper ไถทําลายช้ันดาน โดย
การไถ 2 แนว ตัดกันเปนตารางหมากรุก จากน้ันไถดวยผาล 3 เพ่ือพลิกดิน และไถพรวนดวยผาล 7
เพ่ือยอยดินและกลบรอยเบิกดินดาน ปองกันการสูญเสียความชื้นจากใตดิน เม่ือช้ันดินดานถูก
ทําลาย นํ้าสามารถซึมลงใตดิน เก็บกักไวใชในหนาแลง และรากพืชสามารถชอนไชลงไปในดินได
สะดวกข้ึน อยางไรก็ตาม การไถระเบิดดานเปนการเพิ่มคาใชจาย จึงไมจําเปนตองไถระเบิดทุกป
ขึ้นอยูกับชนิดของดินและวิธีเขตกรรม เชน พ้ืนที่ที่ปลูกมันสําปะหลัง อาจไถระเบิดดานปเวนป
สว นไรอ อ ยควรไถระเบดิ ดานชว งรื้อตอออ ยทกุ ครั้ง คอื ประมาณ 3-4 ปตอ คร้งั
(2) การสลายช้นั ดินดานดวยรากหญาแฝก การปลูกหญาแฝกเพ่ือใหรากชอนไชลง
ไปในดินสามารถชวยทําลายชั้นดานไดเชนกัน ทําใหเกิดชองวางในดินมากขึ้น กอนการปลูกใหใช
สวา นเจาะดินเจาะลกึ ลงไปในชน้ั ดาน จากนนั้ ใสดนิ ดลี งไปในหลมุ ที่เจาะ แลว จึงปลกู หญา แฝก ราก
หญาแฝกจะเจริญเติบโตหย่ังลึกลงไปไดดี หากมีการใหน้ําเพ่ิมเติมจะชวยรักษาความชุมช้ืนใหแก
ดิน ความช้ืนท่เี กดิ ขึ้นจะชว ยสลายโครงสรางดินดาน เกดิ การสรางดินขึน้ มาใหมโดยธรรมชาติ
(3) การปองกันการเกิดช้ันดานใตชั้นไถพรวน ควรไถพรวนในขณะที่ดินมี
ความช้ืนเหมาะสม ไมไ ถพรวนบอ ยคร้ัง หรอื ไถพรวนขณะทด่ี ินเปย กเกนิ ไป เพ่ือใหด นิ มีโครงสรา ง
ดีข้ึน รากพืชสามารถชอนไชไปหาอาหารและมีการเจริญเติบโตไดดีขึ้น การปลูกหญาแฝกเพื่อให
รากชอนไชลงไปในดนิ ก็สามารถชวยทําลายชนั้ ดานไดเชน กัน ทําใหเ กิดชองวา งในดินมากข้ึน
ภาพท่ี 2-98 ลักษณะดนิ ดาน ภาพที่ 2-99 การไถระเบิดดินดานโดยใชไถสิ่ว
95
2.4.8 ดินในพน้ื ที่ท่ีมคี วามชนั สงู
พนื้ ทท่ี ีม่ คี วามชันสูง หรือพื้นที่ลาดชันเชิงซอน หมายถึงพ้ืนที่ท่ีมีความลาดชันมากกวา
35 เปอรเ ซน็ ต สวนใหญเ ปนภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคใตบางสวน มีสภาพเปนปาธรรมชาติ เมื่อ
ถกู แผวถางหรือเผาเพ่อื ปลกู พืชหรอื ทาํ ไรเล่ือนลอย จะเกิดการชะลางพงั ทลายของดินสูง
1) แนวทางการแกไขปญหาดนิ ในพ้ืนที่ทมี่ คี วามชนั สูงหรอื มีปญหาการชะลางพังทลาย
พืน้ ทที่ ี่มคี วามลาดชนั มากกวา 35 เปอรเ ซน็ ต และยังมสี ภาพเปนปา ควรปลอยไวให
เปนปาธรรมชาติ สวนพื้นที่ท่ีเปนปาเส่ือมโทรม ควรฟนฟูใหกลับมาเปนพ้ืนท่ีปาไม รวมกับการ
จดั ระบบอนุรกั ษดินและนํ้า
การปอ งการการชะลางพังทลายของหนาดิน ทําไดโดยการจัดระบบอนุรักษดินและ
นํ้าทเ่ี หมาะสม โดยมีทัง้ วิธีกล เชน การทําข้ันบันไดดิน การสรางคันดินก้ันน้ํา คันดินเบนนํ้า การทํา
ครู ับน้ําหรือ ทางระบายน้าํ และวธิ พี ืช เชน การปลูกพืชตามแนวระดับ การปลูกหญาหรือพืชตระกูล
ถั่วเปนแถบตามแนวระดับขวางความลาดเทของพื้นท่ี การปลูกพืชคลุมดิน การปลูกหญาแฝก หรือ
อาจใชทัง้ วิธีกลและวิธีพืชรวมกัน เชน การทาํ ขน้ั บนั ไดและปลูกพชื คลุมดินตามแนวระดับ เปน ตน
ภาพท่ี 2-100 พื้นที่ถูกแผว ถาง ภาพที่ 2-101 ปลกู พชื ตามแนวระดบั ขวางความลาดเทของพน้ื ที่
เพอ่ื ทําไรเ ล่อื นลอย
96
บรรณานุกรม
กรมพฒั นาทีด่ นิ . 2555. ตามรอยพระบาท จอมปราชญแหง ดิน ปลูกหญาแฝกทว่ั ถน่ิ ผนื ดนิ ไทย
ใน : ตามรอยพระบาทจอมปราชญแ หง การพฒั นาที่ดิน ครบรอบ 49 ป. กรุงเทพฯ :
กรมพัฒนาทด่ี นิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
กรมพัฒนาที่ดนิ . 2554. คูมอื การฟนฟูดนิ เคม็ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ. กรงุ เทพฯ :
กรมพัฒนาทีด่ นิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
กรมพัฒนาที่ดนิ . 2553. คูมือการพัฒนาท่ีดนิ สําหรบั หมอดินอาสาและเกษตรกร. กรุงเทพฯ :
กรมพัฒนาท่ีดนิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ. กรงุ เทพฯ.
กรมพัฒนาท่ดี นิ . 2547. จอมปราชญแหง การพฒั นาท่ดี นิ . กรงุ เทพฯ : กรมพฒั นาท่ีดิน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
กรมพฒั นาท่ีดนิ . 2541. ความรูเรอ่ื งหญา แฝก. กรงุ เทพฯ : กรมพัฒนาทดี่ ิน กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ
กรมพฒั นาทดี่ นิ และสถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี. 2553. คูมอื การจดั การ
ดินและการอนุรกั ษด นิ . กรงุ เทพฯ : กรมพัฒนาที่ดนิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ และ
สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
กลุมวิจยั และพัฒนาการใชป ระโยชนห ญา แฝกในการจดั การดิน. 2548. คมู ือ เร่อื งการใชป ระโยชน
หญาแฝกเพอ่ื การพฒั นาที่ดนิ . กรุงเทพฯ : สาํ นกั วจิ ยั และพฒั นาการจดั การดนิ
กรมพัฒนาท่ีดนิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
กองฝกอบรม. 2536. คูมอื การดาํ เนนิ งานและฝก อบรม การพัฒนาและรณรงคก ารใชห ญาแฝก
อันเน่ืองมาจากพระราชดําร.ิ กรงุ เทพฯ : ฝายการพมิ พ กองแผนท่แี ละการพมิ พ
กรมพฒั นาทดี่ นิ .
คณะกรรมการจัดทาํ ปทานกุ รมปฐพีวิทยา. 2541. ปทานกุ รมปฐพวี ิทยา. กรงุ เทพฯ. สํานกั พิมพ
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร.
บริษัท ปตท. จาํ กัด (มหาชน). 2556. เรื่อง มหศั จรรยห ญา แฝก. ใน : เอกสารสงเสรมิ ความรูเ กย่ี วกับ
หญา แฝก. กรุงเทพฯ : กรมพัฒนาทดี่ นิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
บริษทั ปตท. จาํ กัด (มหาชน) และกรมพัฒนาท่ีดิน. 2552. คูม ือการขยายพนั ธแุ ละการปลกู หญาแฝก
เพื่อการอนรุ กั ษด ินและน้ํา. กรุงเทพฯ. พิมพค รั้งที่ 3. บรษิ ทั ปตท. จํากดั (มหาชน).
97
พิทยากร ลิ่มทอง. 2551. หญาแฝก : การใชป ระโยชนในการอนุรกั ษดนิ และนํา้ . กรงุ เทพฯ :
กรมพัฒนาทีด่ นิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
สถาบนั วจิ ยั พชื ไร กรมวิชาการเกษตร. 2552. เทคโนโลยีการปลูกมันสําปะหลงั ในพน้ื ที่ดินดาน.
กรุงเทพฯ : กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
สาํ นักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพือ่ ประสานงานโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดําริ (สํานักงาน
กปร.). 2555. จอมปราชญแหง การพฒั นา กาํ แพงธรรมชาติท่ีมชี วี ติ . กรงุ เทพฯ :
บริษัท อมรนิ ทรพ ร้นิ ต้งิ แอนดพบั ลชิ ช่ิง จาํ กัด (มหาชน)
สํานักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพือ่ ประสานงานโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดําริ (สํานักงาน
กปร.). 2554. แผนแมบทการพัฒนาและรณรงคก ารใชห ญาแฝกอันเนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริ
ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2555-2559) : กรงุ เทพฯ.
สาํ นักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพือ่ ประสานงานโครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดาํ ริ (สํานกั งาน
กปร.). 2547. สาระนารเู รือ่ งหญาแฝก โครงการพฒั นาและรณรงคการใชห ญาแฝก
อันเนื่องมาจากพระราชดําริ. กรุงเทพฯ. พมิ พค รั้งที่ 4. หา งหนุ สว นจาํ กดั อรุณการพิมพ
สถาบนั วิจยั และพฒั นาหญา แฝก. 2554. 84 ตน แบบ ปลูกหญาแฝกดงึ นา้ํ สรางดิน. กรงุ เทพฯ :
กรมพฒั นาท่ดี นิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
98
บทท่ี 3
ขนั้ ตอนการจดั ระบบอนุรกั ษด ินและน้ําในเขตพัฒนาทีด่ นิ
โครงสรางเนอ้ื หา
3.1 การคัดเลือกพืน้ ที่เขตพฒั นาทด่ี นิ
3.1.1 กาํ หนดขอบเขตพ้ืนทเ่ี ขตพัฒนาทด่ี นิ ตามลกั ษณะลุม นา้ํ
3.1.2 การข้ึนทะเบยี นเขตพฒั นาทดี่ นิ
3.2 การวางแผนแมบทดาํ เนนิ งานเขตพัฒนาท่ีดนิ
3.2.1 การวเิ คราะหปญ หาสภาพพ้นื ที่/SWOT ของเขตพฒั นาทดี่ ิน
และความตอ งการของเกษตรกร
3.2.2 การทาํ แผนทแี่ ละขอ มลู แผนที่ มาตราสวน 1:25,000
3.2.3 การสาํ รวจวเิ คราะหพ น้ื ท่อี ยา งละเอยี ดเพื่อกําหนดพ้ืนทด่ี าํ เนินการ
3.2.4 การจัดทาํ รายงานแผนแมบทการดาํ เนินงานจดั ระบบอนุรักษด นิ และนํา้
ในเขตพฒั นาท่ีดิน
3.2.5 การขออนุมัติงบประมาณดาํ เนินการ
3.3 การบรหิ ารงานจัดทาํ เขตพฒั นาท่ดี นิ
3.3.1 การจัดองคก รเพ่ือดําเนนิ การจดั ทาํ เขตพัฒนาทีด่ นิ
3.3.2 การกาํ หนดดชั นชี ีว้ ดั ผลสําเรจ็ ของการพฒั นาทีด่ นิ
3.3.3 การติดตามและประเมนิ ผลการดําเนนิ งาน
แนวคดิ
1. การคัดเลือกพื้นท่ีเขตพัฒนาที่ดิน เปนขั้นตอนหนึ่งของการจัดระบบอนุรักษดินและนํ้า
ในเขตพัฒนาที่ดิน ซ่ึงมีหลักเกณฑท่ีใชในการคัดเลือกพื้นท่ี กําหนดขอบเขตพ้ืนที่เพ่ือจัดทําเขต
พฒั นาท่ีดิน และขน้ึ ทะเบยี นเปนเขตพัฒนาที่ดิน
2. การวางแผนแมบทดําเนินงานเขตพัฒนาท่ีดิน เปนข้ันตอนหลังจากไดข้ึนทะเบียนเปน
เขตพฒั นาทด่ี ินเรียบรอยแลว จงึ ดาํ เนนิ การท่นี ําไปสูการพัฒนาท่ีดินในเขตพัฒนาท่ีดินดังกลาว ตาม
สภาพพื้นท่ี ลําดับความสําคัญของปญหา ลําดับความสําคัญของความตองการของเกษตรกร และ
นาํ มาประมวลขน้ึ เปนแผนแมบทเพ่ือการดาํ เนนิ งานในเขตพัฒนาทีด่ ินไดอ ยางเหมาะสมตอ ไป
99
ทั้งนี้ประกอบดวย การวิเคราะหสภาพพ้ืนท่ี และความตองการของเกษตรกร การจัดทําแผนท่ีตางๆ
การสํารวจวิเคราะหพ้ืนท่ีจริง เพื่อวางแผนการจัดระบบอนุรักษดินและน้ํา การจัดการดิน และการ
ปรบั ปรงุ บํารุงดินซงึ่ ตอ งผานการมีสว นรวมและผานความเห็นชอบจากทกุ ภาคสวนไดแก เกษตรกร
ผูนําชุมชน และหนวยงานที่เก่ียวของ ตลอดจนมีการประเมินราคางานพัฒนาท่ีดินและกิจกรรม
ตา งๆ เพ่ือการขออนุมตั ิงบประมาณดําเนนิ งานเขตพฒั นาทด่ี นิ ตอไป
3. การบริหารงานจัดทําเขตพัฒนาท่ดี ิน มกี ารแตงตงั้ คณะกรรมการเพอ่ื การบริหารและ
จดั การเขตพฒั นาทดี่ ินอยางเปนระบบ ประกอบดว ย คณะกรรมการบรหิ ารเขตพฒั นาทดี่ นิ
คณะทํางานสํารวจและออกแบบงานอนรุ กั ษดินและนํา้ มกี ารกาํ หนดตวั ช้ีวดั เพอ่ื ใชใ นการประเมนิ
ความสําเรจ็ ของการดาํ เนนิ งานทัง้ ดนิ นา้ํ ส่งิ แวดลอม ปา ไม และดา นเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจน
มกี ารตดิ ตามและประเมนิ ผลการดําเนนิ งานเพ่ือการบรหิ ารจดั การลุมนา้ํ อ่ืนๆ ของประเทศไดต อ ไป
วัตถปุ ระสงค
เพ่ือใหเจา หนาท/ี่ ผใู ชคมู ือไดเรยี นรู รบั ทราบ และสามารถอธบิ ายขน้ั ตอน
1. การคัดเลือกพื้นที่เขตพัฒนาที่ดิน ของการจัดระบบอนุรักษดินและน้ําในเขตพัฒนาที่ดิน
หลักเกณฑท่ีใชในการคัดเลือกพ้ืนที่ การกําหนดขอบเขตพื้นท่ี และการข้ึนทะเบียนเปนเขตพัฒนา
ทดี่ ินได
2. การวางแผนแมบทดําเนินงานเขตพัฒนาท่ีดิน ประกอบดวย การวิเคราะหสภาพพื้นท่ี
และความตองการของเกษตรกร การจัดทําแผนท่ีตางๆ การสํารวจวิเคราะหพ้ืนที่จริง การวางระบบ
อนุรักษดินและนํ้า การจัดการดิน และการปรับปรุงบํารุงดิน การมีสวนรวมและผานความเห็นชอบ
จากทุกภาคสวนไดแก เกษตรกร ผูนําชุมชน และหนวยงานท่ีเกี่ยวของ วิธีการประเมินราคางาน
พัฒนาที่ดิน และการขออนุมัติงบประมาณดาํ เนินงานเขตพัฒนาท่ดี นิ ได
3. การบริหารงานจัดทําเขตพัฒนาทีด่ ิน การกําหนดตวั ชว้ี ัด การตดิ ตามและประเมนิ ผลการ
ดําเนนิ งานเพอื่ การบริหารจดั การลมุ น้ําอืน่ ๆ ของประเทศใหม ปี ระสทิ ธภิ าพมากข้นึ ได
100
บทที่ 3 ข้นั ตอนการจัดระบบอนุรักษด ินและน้ําในเขตพัฒนาท่ีดิน
การจัดระบบอนุรักษดินและน้ําในเขตพัฒนาที่ดิน จําเปนตองมีการคัดเลือกพ้ืนที่และ
กําหนดเขตพัฒนาท่ีดินกอน เพื่อใหการดําเนินงานตางๆ เชน การสํารวจและจัดทําแผนท่ีภูมิ
ประเทศ แผนที่ดิน แผนท่ีสภาพการใชที่ดิน แผนท่ีวางแผนการใชที่ดิน จัดทําระบบอนุรักษดินและ
นา้ํ พฒั นาแหลง นา้ํ ปรับปรุงบํารุงดิน ในพื้นท่ีดําเนินการใหมีความเหมาะสม โดยมีรายละเอียดและ
ขั้นตอนการดาํ เนนิ การ ดังตอไปน้ี
3.1 คัดเลือกพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาท่ีดิน
สถานีพัฒนาท่ีดิน (สพด.) ดําเนินการคัดเลือกพ้ืนที่ท่ีมีปญหาการใชประโยชนท่ีดิน เพื่อ
กาํ หนดเปนเขตพัฒนาทดี่ ิน โดยมีหลกั เกณฑการคัดเลอื กพื้นที่ ดงั นี้
3.1.1 กาํ หนดขอบเขตพนื้ ทเี่ ขตพัฒนาที่ดินตามลกั ษณะลุม นํา้
1) สพด. ประชุมช้ีแจงเกษตรกร ผูนําชุมชน และหนวยงานท่ีเกี่ยวของ เพื่อใหรับทราบ
ถงึ วตั ถุประสงคการดาํ เนินงานเขตพฒั นาทีด่ นิ วิธีดาํ เนนิ การ และประโยชนท่เี กษตรกรจะไดรับจาก
การดาํ เนินการ
(1) พน้ื ทีท่ ่ีคดั เลือกควรเปนพนื้ ที่เกษตรกรรมทม่ี ปี ญ หาการใชประโยชนท ี่ดิน
(2) เกษตรกรสวนใหญใ หความรวมมือในการดาํ เนินการ
2) สพด. วงรอบพื้นที่เขตพัฒนาท่ีดิน ลงในแผนที่ภูมิประเทศ มาตราสวน 1:50,000
ควรมคี าพิกดั ของพ้ืนท่ีเขตพฒั นาทดี่ นิ อยา งนอ ย 4 จดุ
3) สพด. จัดทําขอมูลเบ้ืองตน เชน ขอมูลการใชประโยชนท่ีดิน ขอมูลทั่วไป เชน
สภาพเศรษฐกจิ สังคมของเกษตรกร และสภาพปญหาของพ้ืนท่ี
4) สพด. สงขอมูล ตามขอ 1-3 ใหสํานักงานพัฒนาที่ดินเขต (สพข.) เพ่ือกําหนดเขต
พัฒนาท่ีดนิ พรอมระบุช่ือลุมน้าํ ยอ ย/สาขา และข้ึนทะเบียนเขตพัฒนาที่ดนิ
3.1.2 ข้นึ ทะเบียนเขตพัฒนาท่ีดนิ
1) สพข. จัดสงขอมูลเขตพัฒนาที่ดินที่ผานความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร
เขตพัฒนาท่ดี ินแลว ให กผง. นาํ เสนอกรมฯ พจิ ารณาและขน้ึ ทะเบยี นเปนเขตพฒั นาท่ดี ิน โดยจัดสง
ขอมลู ดงั กลาวในรูปแบบเอกสารแผนพิมพแ ละดจิ ติ อลไฟล จาํ นวน 1 ชดุ
2) กองแผนงาน (กผง.) แจงผลการพิจารณาของกรมฯ ให สพข. ทราบ และประสาน
หนวยงานสว นกลางทเ่ี ก่ียวขอ ง หาก สพข. และ สพด. ตองการขอรับการสนบั สนุนขอ มลู ตางๆ
101
ภาพที่ 3-1 ขนั้ ตอนการกําหนดเขตพฒั นาทีด่ ิน
3.2 วางแผนแมบทดาํ เนนิ งานเขตพัฒนาทด่ี นิ
3.2.1 การวิเคราะหป ญหาสภาพพืน้ ที่ ขอบเขตพัฒนาทด่ี นิ และความตอ งการของเกษตรกร
สพด. วิเคราะหจ ุดแขง็ จุดออน โอกาส ปญหาและอุปสรรค (SWOT) ของเขตพฒั นาท่ดี นิ
สพข. สรุปและลําดับความสําคัญ ปญหาของพ้ืนที่และความตองการของเกษตรกร
ตรวจสอบวงรอบขอบเขตพ้นื ทดี่ ําเนนิ การจากแผนที่ มาตราสวน 1:50,000 ท่ี สพด. สงมา โดยพิจารณา
จากแผนที่เสนชั้นความสูง (มาตราสวน 1:4,000) แลวนํามากําหนดวงรอบขอบเขตพื้นที่ดําเนินการ
ตอ ไป
102
3.2.2 ทาํ แผนท่แี ละขอมูลแผนที่
สพข. ดําเนินการทําแผนท่ีและขอมูลแผนท่ี มาตราสวน 1:25,000 ของเขตพัฒนาท่ีดิน ซ่ึง
ประกอบดว ยแผนทีต่ างๆ ดังนี้
แผนที่ขอบเขตพืน้ ทบ่ี นภาพถายออรโธสี
แผนท่เี สน ชนั้ ความสงู
แผนทคี่ วามลาดชนั
แผนทด่ี ิน
แผนที่สภาพภมู ิอากาศ
แผนทส่ี ภาพการใชท ี่ดนิ (Land use map)
แผนท่ถี ือครอง
ชั้นขอ มลู คณุ ภาพลุม นํา้ /ปาไม
แผนที่ขอมลู พนื้ ฐานทางกายภาพ เชน ถนน ทางนํ้า หมบู าน ฯลฯ
แผนการดาํ เนนิ งานเขตพฒั นาท่ดี ิน
แผนที่แผนการใชทด่ี ิน (Land use planning map)
หมายเหตุ : สพข. สามารถประสานขอขอ มูลดงั กลาว และขอรับความชว ยเหลอื จากหนวยงาน
สว นกลางที่รบั ผดิ ชอบได
3.2.3 การสํารวจวิเคราะหพ น้ื ที่อยา งละเอยี ดเพื่อกาํ หนดพน้ื ท่ดี าํ เนนิ การ
1) กําหนดพ้ืนท่ีดําเนินการในเขตพัฒนาที่ดิน : กําหนดจุดพื้นที่ดําเนินการท่ีเปนตัวแทน
ปญหาหลักของเขตพัฒนาท่ีดิน (พ้ืนท่ีเขตพัฒนาท่ีดินอาจมีพื้นที่ดําเนินการหลายจุด แตละจุดเปน
ตวั แทนปญหาท่แี ตกตางกัน)
จดั ทาํ แผนที่ภมู ปิ ระเทศมาตราสว น 1 : 4,000 แสดงขอบเขตวงรอบพืน้ ทีด่ ําเนินการ
วางแผนงานจดั ระบบอนุรกั ษดินและน้าํ /การจดั การดิน/การปรบั ปรุงบํารงุ ดนิ
2) ประชุมช้ีแจงแผนงานจัดระบบอนุรกั ษดินและน้ํา
ประชุมชี้แจงแผนงานจัดระบบอนุรักษดินและนํ้า/การปรับปรุงบํารุงดิน และกิจกรรม
พัฒนาทด่ี นิ ในพน้ื ทดี่ าํ เนินการแกเกษตรกร ผนู าํ ชมุ ชน และหนว ยงานที่เกี่ยวของ
ปรบั ปรงุ /แกไ ขแผนงาน (กรณีมปี ญหาอุปสรรค)
ขอความเห็นชอบแผนการดําเนินงานจัดระบบอนุรักษดินและน้ําจากเกษตรกร ผูนํา
ชมุ ชน และหนวยงานท่ีเก่ยี วขอ ง
103
3) จดั ทาํ รายงานเบอ้ื งตนของเขตพฒั นาท่ีดนิ
สงรายงานเบ้ืองตนเสนอใหคณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาที่ดินประจํา สพข.
พิจารณาใหค วามเห็นชอบ (หากไมเหน็ ชอบ/แกไ ขปรับปรุง แลว นํามาเสนอคณะกรรมการฯ อกี ครง้ั )
ภาพท่ี 3-2 ขน้ั ตอนการสํารวจและยกรางแผนการดาํ เนนิ งาน
104
3.2.4 จัดทํารายงานแผนแมบทการดําเนินงานจัดระบบอนุรักษดินและน้ําในเขตพัฒนาท่ีดิน:
ประกอบดว ยขอมูลตางๆ ดังน้ี
1) ขอมูลพื้นฐานทั่วไป ทรัพยากรดิน น้ํา ปาไม สิ่งแวดลอม สภาพภูมิอากาศ สภาพ
เศรษฐกิจและสังคม วิเคราะหปญหาของพ้ืนท่ี ความตองการจองเกษตรกร จัดลําดับความสําคัญของ
ปญหาทีต่ องการแกไ ขและพฒั นา
2) ขอมูลพื้นฐานการสํารวจดิน วิเคราะหดิน แผนการใชที่ดิน พ้ืนท่ีดําเนินการ แผนการ
ดําเนินงาน และออกแบบงานจัดระบบอนุรักษดินและน้ําในเขตพัฒนาที่ดิน/การปรับปรุงบํารุงดิน/
กจิ กรรมพฒั นาที่ดิน พรอ มแผนทท่ี ัง้ หมด
3) การประเมินราคางานจัดระบบอนุรักษพรอมแบบมาตรการอนุรักษดินและน้ํา/การ
ปรับปรุงบํารุงดิน /กิจกรรมพัฒนาท่ีดิน ตามแผนงานในเขตพัฒนาท่ีดิน (แยกตามพื้นที่ดําเนินการ/
ปญ หาของพ้นื ที่)
4) การประเมนิ ความคุมคา ทางเศรษฐกจิ ท่จี ะดาํ เนนิ การ
5) วางแผนตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั ระบบอนุรกั ษดินและนํา้ ในเขตพฒั นาท่ดี ิน
3.2.5 การขออนมุ ัติงบประมาณดําเนินการ
สพด. จัดสงรายงานแผนแมบทการดําเนินงานจัดระบบอนุรักษดินและน้ําในเขตพัฒนา
ทีด่ นิ ตามขอ 3.2.4. มายัง กผง. เพ่ือการตรวจสอบและขออนุมัติงบประมาณดําเนินการตอไป อน่ึง กรณี
มปี ญหาขอสงสยั ของแผนการดําเนินงาน/แผนและแบบระบบการอนรุ ักษดินและน้ํา/การปรับปรุงบํารุงดิน/
กิจกรรมพัฒนาที่ดินของเขตพัฒนาท่ีดิน กผง. สามารถประสานใหหนวยงานที่รับผิดชอบพิจารณา
ตรวจสอบและขอความชวยเหลือได เชน สํานักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน (สวจ.) สํานักวิศวกรรม
เพ่ือการพัฒนาทดี่ นิ (สวพ.) เปนตน
105
Chart 3/3
เสนอแผนฯ เพ่อื นําเขา้ แผนงานงบประมาณประจาํ ปี
(ร่าง) แผนการดําเนนิ งานจัดระบบอนุรกั ษด์ ินและนาํ้
7
ประชมุ เกษตรกรในพน้ื ที่ คร้งั ท่ี 3
สพด. ประชุมเกษตรกร ผนู้ ําชมุ ชน และหนว่ ยงานท้องถ่ิน
ทเ่ี ก่ียวข้อง เพ่ือช้ีแจงแผนฯ (ฉบบั รา่ ง) ท่ีไดป้ รับปรุงแก้ไขแลว้
ขอความเห็นชอบ
เห็นชอบ เสนอ
8
คณะกรรมการบรหิ ารเขตพฒั นาท่ีดนิ
คณะทาํ งานฯ จดั ทํารายงานผลการสํารวจและออกแบบฯ พร้อม
แผนงานและข้อมูลต่าง ๆ เสนอคณะกรรมการบรหิ ารเขตพฒั นา
ทดี่ นิ เพอ่ื ขอความเห็นชอบ
เหน็ ชอบ
สวจ. ตรวจสอบ 9 จดั ลาํ ดับเขา้ แผนปฏบิ ตั ิงานและ
งานที่เก่ยี วข้อง งบฯ ประจําปี (จัดสรรงบฯ)
(ระบบอนุรกั ษ์ฯ) กผง.
สวพ. 10
(งานแหลง่ น้ํา) สพข. / สพด.
ดาํ เนนิ การ
ตามแผนทไ่ี ดร้ ับอนมุ ัติ
ภาพที่ 3-3 เสนอแผนการดําเนนิ งานจัดทาํ ระบบอนรุ กั ษด ินและนํา้ เพอ่ื เขาแผนงานงบประมาณประจาํ ป
106
3.3 การบริหารงานจดั ทาํ เขตพฒั นาท่ดี นิ
การจัดทําเขตพัฒนาที่ดินตองใชความรูหลายดาน เพื่อใหการดําเนินงานจัดทําระบบอนุรักษดิน
และนํา้ ในเขตพฒั นาทด่ี ิน ซง่ึ เปนการบูรณาการงานพัฒนาที่ดินของกรมฯ อยางเปนระบบ มีประสิทธิภาพ
สัมฤทธ์ผิ ล สามารถตรวจสอบตดิ ตามประเมนิ ผลการดาํ เนนิ งานเขตพัฒนาท่ีดิน ท้ังดานการบริหารจัดการ
และตัวชี้วัดทางวิชาการ กรมฯ และ สพข. จึงแตงคณะกรรมการและมอบหมายหนวยงานที่เก่ียวของ
เพื่อดาํ เนนิ การบริหารและจัดการเขตพฒั นาทีด่ นิ อยางเปนระบบ
3.3.1. การจดั องคก รเพอื่ ดาํ เนนิ การจดั ทาํ เขตพฒั นาที่ดนิ
1) คณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาท่ดี นิ มีองคประกอบและหนาที่ ดงั น้ี
(1) องคป ระกอบ
ก. ผอู ํานวยการสาํ นกั งานพฒั นาท่ดี นิ เขต เปน ประธาน
ข. หวั หนา ฝา ย/ผอู าํ นวยการสวนตา งๆ ของ สพข. ผอู าํ นวยการสถานพี ัฒนา
ท่ีดิน ผูแ ทนสาํ นักวจิ ยั และพฒั นาการจดั การท่ดี ิน สาํ นักวทิ ยาศาสตรเพอื่
การพัฒนาท่ดี นิ สาํ นกั สํารวจและวิจยั ทรัพยากรดิน สาํ นกั เทคโนโลยีการ
สาํ รวจและทาํ แผนที่ และสํานกั วศิ วกรรมเพือ่ การพฒั นาทด่ี นิ เปนกรรมการ
ค. ผูอาํ นวยการสว นวางแผนการใชท ด่ี ิน เปน เลขานกุ าร
(2) หนา ท่ี
ก. พิจารณากลั่นกรองและสนับสนุนขอมูลทางวิชาการ เพื่อกําหนดเขต
พัฒนาท่ดี นิ
ข. จัดทําแผนที่มาตราสวน 1: 25,000 ในการกําหนดพื้นท่ีเขตพัฒนาที่ดิน
ขอบเขตพ้ืนท่ีลุมน้ําใหครอบคลุมพ้ืนท่ีดําเนินการ เพ่ือวิเคราะหปญหา
ของพื้นที่/ความตองการของเกษตรกร และกรอบแนวทางการแกไขใน
ภาพรวมของลุมนาํ้
ค. พิจารณาอนุมัติแผนงาน แผนปฏิบัติการ เพื่อใชเปนแผนหลักในการ
ดําเนินงานเขตพัฒนาที่ดินลุมนํ้า และเสนอคําขอตั้งงบประมาณรายจาย
ประจาํ ป และ/หรืองบประมาณทองถ่ิน/จังหวัด
ง. สนบั สนนุ การปฏิบัตงิ าน กาํ กบั ดูแล และติดตามประเมนิ ผล
จ. รวบรวมและจัดทาํ รายงานผลการดําเนนิ งานเสนอกรมฯ
ฉ. แตงต้ังคณะทาํ งานตามความจาํ เปน และเหมาะสม
107
2) คณะทาํ งานสํารวจและออกแบบงานอนุรักษดินและน้ํา (ระดับเขต) มีองคประกอบ
และหนาที่ ดังน้ี
(1) องคป ระกอบ
ก. ผูอํานวยการสํานักงานพัฒนาท่ีดินเขต หรือผูที่ไดรับมอบหมาย เปน
ประธาน
ข. ผูแ ทนสถานีพฒั นาทด่ี ิน หัวหนา ฝา ยสาํ รวจเพือ่ ทาํ แผนท่ี ผอู าํ นวยการสวน
วางแผนการใชท่ีดิน ผูอํานวยการสวนวิเคราะหดิน ผูอํานวยการสวน
วิชาการเพ่ือการพัฒนาทีด่ นิ เปนคณะทํางาน
ค. ผูอํานวยการสวนวางแผนการใชที่ดนิ เปน เลขานกุ าร
(2) หนา ที่
ก. จัดทําขอมูลพ้ืนฐานในพ้ืนที่ เพื่อวิเคราะหปญหาและหาแนวทางรวมกับ
เกษตรกร โดยจัดทําแผนที่ มาตราสวน 1:4,000 เพื่อทําแผนที่การถือครอง
ที่ดินรายแปลง ขอบเขต พื้นท่ีดําเนินการ แผนที่จําแนกชั้นความลาดชันของ
พ้ืนท่ี จัดทําแผนท่ี มาตราสวน 1:4,000 เพื่อทําแผนที่ภาพถายออรโธสี แผนท่ี
สภาพการใชท่ีดินปจจุบัน แผนที่ดินแบบละเอียด แผนที่วางแผนการใชที่ดิน
และขอ มูลสภาพเศรษฐกจิ และสังคม
ข. สํารวจ วิเคราะหดนิ และศกั ยภาพดิน
ค. วิเคราะหสภาพปญหา กําหนดกิจกรรมแนวทางแกไข และการใชมาตรการ
อนุรักษดินและน้ํา เพ่ือจัดทําแผนงาน แผนปฏิบัติการพัฒนาในพ้ืนท่ี
ดําเนินการเขตพฒั นาท่ีดินลุมนํา้
ง. เสนอ (ราง) แผนการดําเนินงานจัดวางระบบอนุรักษดินและนํ้าท่ีจัดทํา เพื่อ
ช้แี จงเกษตรกร ผูนาํ ชุมชน และหนวยงานทเี่ กีย่ วของรบั ทราบ
จ. สรุปรายงาน (ราง) แผนฯ แผนปฏิบัติการพัฒนาในพื้นที่ดําเนินการเขต
พัฒนาที่ดิน ลุมนํ้าเปนรูปเลมตามแบบฟอรมที่กําหนด เสนอตอคณะ
กรรมการบริหารเขตพัฒนาท่ดี ิน
3.3.2 การกําหนดดัชนีช้ีวดั ผลสําเร็จของการพัฒนาที่ดนิ
สํานักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน สํานักวิทยาศาสตรเพ่ือการพัฒนาที่ดิน สํานัก
สํารวจและวิจัยทรัพยากรดิน สํานักวิศวกรรมเพื่อการพัฒนาท่ีดิน และกองแผนงาน รวมกับ
สํานักงานพัฒนาท่ีดินเขต ดําเนินการวิเคราะหลุมน้ําสาขา และจัดทําดัชนีชี้วัดความสําเร็จของการ
ดาํ เนนิ งาน (กอ น-หลัง) ในดา นตา งๆ ดังน้ี
108
1) ดานดนิ
2) ดานนา้ํ
3) ดานสิ่งแวดลอ ม
4) ดานปาไม
5) ดานเศรษฐกจิ และสังคม (ประชากร/ชุมชน)
โดย กผง. ประสานติดตามการปฏิบัติงานหนวยงานตางๆ ใหเปนไปตามเปาหมายและ
แผนงาน
3.3.3 การตดิ ตามและประเมนิ ผลการดาํ เนนิ งาน
คณะกรรมการท้ัง 2 ชุด ซ่ึงประกอบดวย คณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาที่ดิน
คณะทํางานสํารวจและออกแบบงานอนุรักษดินและน้ํา (ระดับเขต) รวมกับ กผง. ดําเนินการ
ติดตามผลสําเร็จในการดําเนินงาน และรายงานผลสําเร็จของการดําเนินงานเสนอกรมฯ โดยให
กผง. เปนหนวยงานท่ีรับผิดชอบในการจัดเก็บขอมูลและเอกสารตางๆ ของการดําเนินงานเขต
พฒั นาท่ีดินท้ังหมด เพอื่ ใชป ระโยชนใ นการพจิ ารณาบรหิ ารจดั การลุม นํา้ ของประเทศตอไป
109
บรรณานกุ รม
กรมพฒั นาทด่ี นิ . 2555. คูมอื การสํารวจและออกแบบระบบอนรุ ักษด นิ และน้ําในเขตพฒั นาที่ดนิ .
กรุงเทพฯ : กรมพฒั นาที่ดนิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
110
บทที่ 4
พ้นื ที่กรณีศกึ ษา
โครงสรา งเนอ้ื หา
4.1 เขตพฒั นาที่ดนิ ลมุ นํ้าแมค ะ ตําบลผาชางนอย อาํ เภอปง จงั หวดั พะเยา
4.1.1 การสาํ รวจและจัดทาํ แผนทแ่ี ละขอมลู ของพน้ื ทด่ี าํ เนินการ
4.2 การออกแบบระบบอนรุ กั ษด นิ และน้าํ
4.2.1 การวางแผนและออกแบบระบบอนรุ ักษด ินและนาํ้
4.2.2 การประเมนิ ราคางานระบบอนุรักษด นิ และนาํ้
4.2.3 การเสนอของบประมาณดําเนินงานเขตพฒั นาท่ีดนิ
แนวคดิ
1. เขตพัฒนาท่ีดินลุมน้ําแมคะ ตําบลผาชางนอย อําเภอปง จังหวัดพะเยาเปนตัวอยาง
กรณีศึกษาท่ีดําเนินการโดยศูนยปฏิบัติการพัฒนาท่ีดินโครงการหลวง สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 6
เปนพื้นท่ีมีปญหาการใชประโยชนที่ดินไมถูกตอง มีปญหาการชะลางพังทลายของดิน พื้นท่ีปาถูก
ทําลาย เกิดอุทกภัยน้ําปาไหลหลากในชวงฤดูฝนและปญหาขาดแคลนน้ําในฤดูแลง การดําเนินงาน
ประกอบดว ย การจัดทาํ แผนที่ตางๆ การสํารวจและออกแบบงานจัดระบบอนุรักษดินและน้ําในเขต
พัฒนาท่ีดิน ประเมินการสูญเสียดินกอนและหลังการจัดระบบอนุรักษดินและนํ้า การรับฟงความ
คิดเห็นหรือใหผูมีสวนไดสวนเสียรวมใหขอเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแผนใหเหมาะสมกับพ้ืนท่ี
ตลอดจนประเมินคาใชจายดําเนินงานจัดระบบอนุรักษดินและนํ้า ท้ังดานโครงสราง และดาน
ปรับปรุงบาํ รุงดิน
2. การออกแบบระบบอนุรักษด นิ และน้าํ ใชท้งั มาตรการทางวิธีกล และมาตรการทางวิธีพืช
ในพื้นที่ลาดชันเลือกใชมาตรการทางวิธีกลเพ่ือปองกันนํ้าไหลบา และการพังทลายของดิน สวน
มาตรการทางวธิ พี ชื เลือกระบบการปลกู ขาวโพดเหล่ือมฤดูกับพืชตระกูลถั่ว มีการปรับปรุงบํารุงดิน
ในสวนไมผล ดวยการใชปุยหมัก พบดินมีคาความเปนกรดจึงใชปูนโดโลไมท ซึ่งมีการประเมิน
ราคางานระบบอนรุ ักษด นิ และน้าํ ทัง้ ดานโครงสรา ง และดานปรบั ปรงุ บํารงุ ดนิ
111
วตั ถปุ ระสงค
เพื่อใหเ จา หนาท่ี/ผใู ชคมู อื ไดเ รยี นรู รับทราบ และสามารถอธิบายข้นั ตอน
1. การดาํ เนนิ งานออกแบบระบบอนุรกั ษด นิ และนา้ํ ของพืน้ ท่กี รณีศกึ ษาเขตพัฒนาทด่ี นิ ลุม
นา้ํ แมค ะ ตําบลผาชางนอย อําเภอปง จงั หวดั พะเยาได
2. การออกแบบระบบอนรุ กั ษดินและนํ้า และการประเมนิ ราคางานระบบอนรุ กั ษดนิ และ
นา้ํ ทัง้ ดานโครงสราง และดา นปรับปรุงบํารงุ ดินได
112
บทที่ 4 พื้นท่กี รณศี ึกษา
4.1 เขตพัฒนาทด่ี นิ ลุม น้ําแมค ะ ตําบลผาชางนอย อําเภอปง จงั หวัดพะเยา
ศูนยปฏิบัติการพัฒนาท่ีดินโครงการหลวง สํานักงานพัฒนาท่ีดินเขต 6 ไดคัดเลือกพ้ืนที่
ลุมน้ําแมคะ ซ่ึงอยูในลุมน้ําสาขาแมน้ํายมตอนบน ลุมนํ้าหลักลุมน้ํายม กําหนดเปนเขตพัฒนาท่ีดิน
ลุมน้ําแมคะ ซ่ึงถือไดวาเปนตัวแทนของสภาพปญหาที่สําคัญของลุมแมนํ้ายมตอนบน เชน การใช
ประโยชนที่ดินไมถูกตองเหมาะสมตามสมรรถนะ ปญหาการชะลางพังทลายของดินพ้ืนที่ปา
ถูกทําลาย เกิดอุทกภัยนํ้าปาไหลหลากในชวงฤดูฝนและปญหาการขาดแคลนนํ้าเพ่ือการเกษตร
ในชว งฤดูแลง
ภาพที่ 4-1 แผนที่แสดงลมุ นา้ํ ยม ลุม แมน ้าํ ยมตอนบนเขตพัฒนาที่ดนิ ลุม น้ําแมค ะ
เขตพัฒนาท่ีดินลุมนํ้าแมคะ ต้ังอยูในตําบลผาชางนอย อําเภอปง จังหวัดพะเยา พ้ืนท่ีอยูใน
ความรับผิดชอบดแู ลของศนู ยพ ัฒนาโครงการหลวงปง คามีเน้ือที่ 27,475 ไร ซ่ึงศูนยปฏิบัติการพัฒนา
ที่ดินโครงการหลวง สํานักงานพัฒนาท่ีดินเขต 6 ไดคัดเลือกพ้ืนที่ บานนํ้าคะ บานสานกวยภูลังกา
ตําบลผาชางนอย อําเภอปง จังหวัดพะเยาเนื้อท่ี จํานวน 8,068 ไร เปนพ้ืนท่ีดําเนินการสํารวจ
ออกแบบงานจดั ระบบอนุรักษดนิ และน้ํา ปงบประมาณ 2555
113
ภาพท่ี 4-2 แผนที่ภมู ิประเทศพนื้ ท่ีดําเนินการสํารวจออกแบบงานจดั ระบบอนุรักษด นิ และนา้ํ
ในเขตพัฒนาทีด่ ินลมุ นาํ้ แมค ะ
ภายหลังจากผานขั้นตอนการคัดเลือกพ้ืนที่ดําเนินการแลว ดําเนินการจัดทําแผนที่และ
ขอมูลที่เกี่ยวของ ของเขตพัฒนาที่ดินลุมน้ําแมคะเพ่ือนําไปวิเคราะหสภาพทางกายภาพของพ้ืนท่ี
สภาพปญหาและความตองการของเกษตรกรเพื่อหาแนวทางการแกไขและแผนการดําเนินอยางเปน
ระบบใหครอบคลุมทั้งเขตพัฒนาที่ดินลุมนํ้าแมคะ โดยแผนท่ีและขอมูลแผนที่ท่ีจัดทําข้ึน
ประกอบดวยแผนท่ีภาพถายออรโธสีแสดงลักษณะภูมิประเทศ ขอมูลพ้ืนฐานทางกายภาพ เขตการ
ปกครอง วงรอบขอบเขตพัฒนาที่ดิน แผนที่สภาพการใชประโยชนท่ีดิน แผนท่ีกลุมชุดดิน และ
แผนทีแ่ ผนการใชท่ดี นิ
114
ภาพท่ี 4-3 แผนที่ภาพถา ยออรโ ธสีเขตพัฒนาที่ดนิ ลมุ นํา้ แมคะ
115
ภาพที่ 4-4 แผนทสี่ ภาพการใชท ี่ดินเขตพฒั นาที่ดนิ ลมุ นํา้ แมคะ
ภาพที่ 4-5 แผนทด่ี ินเขตพัฒนาท่ดี ินลมุ นาํ้ แมคะ
116
ภาพท่ี 4-6 แผนท่แี ผนการใชทีด่ ินเขตพฒั นาท่ดี นิ ลมุ นาํ้ แมคะ
4.1.1 การสํารวจและจัดทาํ แผนท่ีและขอมลู ของพ้นื ท่ดี ําเนนิ การ
สาํ รวจและออกแบบงานจัดระบบอนรุ ักษด นิ และนํ้าในเขตพฒั นาทด่ี นิ ลุมนาํ้ แมค ะ
1) สาํ รวจและจัดทําแผนทแี่ สดงลกั ษณะภูมิประเทศ ขอ มลู พ้นื ฐานทางกายภาพ วงรอบ
ขอบเขตพนื้ ทดี่ าํ เนนิ การมาตราสว น 1:4,000
117
ภาพที่ 4-7 แผนทภ่ี าพถา ยออรโ ธสี
118
ภาพที่ 4-8 แผนทค่ี วามลาดชนั ของพ้นื ที่
119
(1) วิเคราะหและจัดทําแผนท่ีความลาดชันของพ้ืนที่ดําเนินการเพ่ือใชในการสํารวจดิน
แบบละเอียดและนําไปประกอบการพิจารณากําหนดมาตรการอนรุ ักษดินและนํา้
(2) สํารวจและจัดทําแผนท่ีสภาพการใชประโยชนท่ีดินปจจุบันพ้ืนท่ีดําเนินการ มาตรา
สว น1:4,000
ภาพที่ 4-9 แผนทส่ี ภาพการใชป ระโยชนท ีด่ ินปจ จบุ นั พืน้ ทดี่ ําเนนิ การ
120
2) สาํ รวจและจดั ทาํ แผนทด่ี นิ แบบละเอยี ด
ภาพท่ี 4-10 แผนทีด่ นิ แบบละเอยี ดพืน้ ทดี่ าํ เนนิ การ
121
3) สาํ รวจและจดั ทาํ แผนทกี่ ารถอื ครองทด่ี ินรายแปลงพนื้ ที่ดาํ เนนิ การ
ภาพที่ 4-11 แผนทถี่ อื ครองทดี่ นิ พ้นื ทดี่ ําเนินการ
4) สาํ รวจและจัดทํารายงานสภาพเศรษฐกจิ และสังคมของเกษตรกรในพื้นที่ดําเนินการ
เพื่อวเิ คราะหส ภาพปญหาและความตอ งการของเกษตรกร
5) วางแผนการใชท ดี่ นิ โดยการศึกษาวเิ คราะหข อ มูลดานกายภาพจากแผนทมี่ าตราสวน
1:4,000 ซึ่งประกอบดวย แผนที่สภาพการใชที่ดิน แผนท่ีดิน แผนที่ถือครอง แผนท่ีขอมูลพ้ืนฐาน
ทางกายภาพ ขอมูลเศรษฐกิจและสังคม มาตรการและขอกําหนดดานกฎหมายเกี่ยวกับการใชท่ีดิน
ตลอดจนปญหาและความตองการของเกษตรกรเพ่ือนํามาจัดแบงเขตแผนการใชท่ีดินจัดทําแผนท่ี
แผนการใชท่ดี นิ มาตราสวน 1:4,000 พรอมท้ังตารางแสดงสัญลักษณและคําอธิบายสัญลักษณแตละ
หนวยของเขตแผนการใชท ีด่ นิ
122
ภาพท่ี 4-12 แผนทแี่ ผนการใชทีด่ ินในระดับไรน า
6) การประเมินการสูญเสียดิน ในพ้ืนท่ีดําเนินการ กอนและหลังการกําหนดมาตรการ
อนุรักษดิน (P-Factor) โดยแบงพื้นที่ทําการประเมินไดเปนพ้ืนที่ปาไม พ้ืนท่ีปลูกไมผลและพ้ืนท่ี
ปลกู พชื ไร (C-Factor) โดยใชสมการสญู เสียดินสากล A = R K L S C P
เมอ่ื A คือ ปริมาณการสญู เสียดิน (ตนั /เฮกแตร/ป)
R คอื คาปจ จยั ชะลา งพงั ทลายของฝน (เมตริกตัน/เฮกแตร/ ป)
K คือ คา ปจ จยั ความคงทนตอ การพงั ทลายของดิน
L คอื คาปจ จยั ความยาวของความลาดเอียง (slope length)
S คือ คาปจจยั ความลาดชนั ของพน้ื ท่ี
C คอื ปจจยั การจดั การพืช
123
ตารางท่ี 4-1 ปรมิ าณการสูญเสียดินกอ นและหลงั จดั ระบบอนุรกั ษดนิ และนาํ้
Slop(%) R K LS C P A (ton/Ha.) A (ton/Rai)
Forest Fruit Crop กอน หลัง กอน หลัง กอ น หลัง
ดาํ เนินการ ดําเนินการ ดาํ เนนิ การ ดาํ เนนิ การ ดาํ เนินการ ดาํ เนินการ
A 521.6 0.24 0.226 0.048 1 1.00 1.358 1.358 0.217 0.217
0-2% 521.6 0.24 0.226 0.300 1 0.30 8.487 2.546 1.358 0.407
521.6 0.24 0.226 0.474 1 0.12 13.410 1.609 2.146 0.257
B 521.6 0.24 0.323 0.048 1 1.00 1.941 1.941 0.311 0.311
2-5% 521.6 0.24 0.323 0.300 1 0.25 12.130 3.033 1.941 0.485
521.6 0.24 0.323 0.474 1 0.10 19.166 1.917 3.067 0.307
C 521.6 0.24 0.567 0.048 1 1.00 3.407 3.407 0.545 0.545
5-12% 521.6 0.24 0.567 0.300 1 0.30 21.294 6.388 3.407 1.022
521.6 0.24 0.567 0.474 1 0.12 33.644 4.037 5.383 0.646
D 521.6 0.24 1.927 0.048 1 1.00 11.579 11.579 1.853 1.853
12-20% 521.6 0.24 1.927 0.300 1 0.40 72.369 28.948 11.579 4.632
521.6 0.24 1.927 0.474 1 0.16 114.343 18.295 18.295 2.927
E 521.6 0.24 2.753 0.048 1 1.00 16.542 16.542 2.647 2.647
20-35% 521.6 0.24 2.753 0.300 1 0.45 103.389 46.525 16.542 7.444
521.6 0.24 2.753 0.474 1 0.18 163.355 29.404 26.137 4.705
F 521.6 0.24 4.571 0.048 1 1.00 27.466 27.466 4.395 4.395
>35% 521.6 0.24 4.571 0.300 1 0.45 171.665 77.249 27.466 12.360
521.6 0.24 4.571 0.474 1 0.18 271.230 48.821 43.397 7.811
7) การประเมินปริมาณนํ้าท่ีไหลบาและอัตราการไหลบาของน้ําของแตละลุมน้ํายอย
ที่ดําเนินการโดยการประเมนิ ปริมาณน้าํ ไหลบาไดจากสตู ร Q = CiA
Q = ปริมาณนา้ํ ไหลบา มหี นว ยเปน ลูกบาศกเมตร
C = สัมประสทิ ธ์ขิ องนาํ้ ไหลบา
i = ปรมิ าณของนา้ํ ฝนมหี นว ยเปน มลิ ลิเมตร
A = พนื้ ท่ีของบรเิ วณรบั นาํ้ มหี นว ยเปน เฮกตาร
และการประเมนิ อัตรานาํ้ ไหลบา ไดจากสูตร q = CiA ลูกบาศกเ มตร/วนิ าที
360 x 6.25
q = อัตราของนาํ้ ไหลบาสูงสดุ มีหนว ยเปน ลกู บาศกเ มตร/วินาที
C = สัมประสทิ ธ์ขิ องนํ้าไหลบา
i = ความรนุ แรงของน้าํ ฝน มหี นว ยเปน มลิ ลเิ มตร/ชวั่ โมง
A = พื้นทีข่ องบรเิ วณรบั นํ้า มีหนวยเปน เฮกตาร
124
ภาพที่ 4-13 แผนที่รบั น้ําในพ้ืนทีด่ าํ เนนิ การเขตพัฒนาลมุ น้าํ แมคะ ลมุ นาํ้ สาขาแมน ํา้ ยมตอนบน
ลมุ นํา้ หลักลุมนํา้ ยม ตําบลผาชางนอย อําเภอปง จังหวัดพะเยา
125
ตารางที่ 4-2 พนื้ ที่รบั นาํ้ ลมุ นา้ํ คะ
พืน้ ท่ี C i I A rai A ha q Q รปู แบบงาน
รับน้าํ กอสรา ง
ลุมนํ้าคะ
ลมุ นาํ้ คะ 0.70 70.00 1,190.16 15,075 2,520.21 833.112 2,099,617.19
A 0.70 70.00 1,190.16 140.00 22.40 3.05 18,661.71 ฝายทดนํ้า
B 0.70 70.00 1,190.16 693.45 110.95 15.10 92,435.44 อาคารชะลอ
ความเรว็ น้ํา
C 0.70 70.00 1,190.16 148.13 23.70 3.23 19,745.42 อาคารชะลอ
ความเร็วนํ้า
D 0.70 70.00 1,190.16 37.24 5.96 0.81 4,964.01 อาคารชะลอ
ความเรว็ น้ํา
E 0.70 70.00 1,190.16 243.34 38.93 5.30 32,436.72 อาคารชะลอ
ความเรว็ น้ํา
F 0.70 70.00 1,190.16 306.40 49.02 6.67 40,842.48 อาคารชะลอ
ความเรว็ นํา้
G 0.70 70.00 1,190.16 412.51 66.00 8.98 54,986.72 อาคารชะลอ
ความเรว็ นาํ้
H 0.70 70.00 1,190.16 345.86 55.34 7.53 46,102.42 อาคารชะลอ
ความเรว็ น้ํา
I 0.70 70.00 1,190.16 4.45 0.71 0.10 593.18 อาคารชะลอ
ความเร็วน้าํ
J 0.70 70.00 1,190.16 90.55 14.49 1.97 12,070.13 อาคารชะลอ
ความเรว็ น้ํา
K 0.70 70.00 1,190.16 140.12 22.42 3.05 18,677.70 อาคารชะลอ
ความเร็วนาํ้
L 0.70 70.00 1,190.16 12.41 1.99 0.27 1,654.23 อาคารชะลอ
ความเรว็ น้ํา
M 0.70 70.00 1,190.16 1,617.88 258.86 35.23 215,660.04 อาคารชะลอ
ความเรว็ น้ํา
N 0.70 70.00 1,190.16 4,358.81 697.41 94.93 581,020.31 กลองนาํ้ เขา
126
8) การประชุมชี้แจงแผนรางการออกแบบงานจัดระบบอนุรักษดินและน้ําเพื่อรับฟง
ความคดิ เห็นและขอเสนอแนะจากเกษตรกร ผนู ําทองถน่ิ และผทู ี่มีสวนไดสว นเสียเพื่อนําแผนรางฯ
ไปปรบั ปรงุ แกไ ขใหถ ูกตอ งเหมาะสมและสอดคลองกบั สภาพพนื้ ท่ี สภาพปญ หา และความตอ งการ
ของเกษตรกร
ภาพท่ี 4-14 รา งแผนที่แบบงานจดั ระบบอนุรักษด นิ และนํา้ พื้นที่ดาํ เนนิ การในเขตพฒั นาทีด่ ินลมุ น้ํา
แมคะ
127
9) นาํ แผนการออกแบบงานจัดระบบอนุรกั ษด นิ และน้าํ ท่ไี ดทําการปรบั ปรงุ แกไขให
ถกู ตอ งเหมาะสมสอดคลองกับสภาพพน้ื ที่ สภาพปญ หา และความตองการของเกษตรกรแลว มา
เสนอใหเ กษตรกรและผทู ี่เกย่ี วของพจิ ารณาและรบั ทราบเพอ่ื ใหเกิดความเขา ใจและการยอมรบั ผลท่ี
จะเกดิ ขึ้นอันเน่อื งมาจากการดําเนนิ การตามโครงการ ดังกลา ว
ภาพท่ี 4-15 แผนทแี่ บบมาตรการอนรุ กั ษด นิ และนํา้ ในพนื้ ทีด่ ําเนนิ การเขตพัฒนาท่ีดนิ ลมุ นํา้ แมคะ
ตําบลผาชางนอย อาํ เภอปง จังหวดั พะเยา
128
10) จัดทํารายงานแผนการดําเนนิ งานจดั ระบบอนุรักษดินและน้าํ ฯ
(1) ประมาณการคาใชจายในการดําเนินงานระบบอนุรักษดินพื้นท่ีดําเนินการบาน
น้าํ คะ บานสานกว ยภลู ังกา เขตพัฒนาทดี่ ินลุมนาํ้ แมค ะ ตําบลผาชา งนอย อําเภอปง จงั หวดั พะเยา
ลาํ ดบั ที่ สถานที่ เปน เงิน (บาท)
1 จดั ทําระบบอนรุ กั ษดนิ และนาํ้ ดา นโครงสรา ง 19,742,600.00
2 จัดทําระบบอนุรกั ษด นิ และนาํ้ ดานปรบั ปรุงบํารุงดิน 1,624,000.00
3 คา โรงเกบ็ วัสดุกอ สรา ง 29,700.00
4 คาปา ยรายละเอยี ดโครงการ 3,500.00
21,399,800.00
รวม 21,399,800.00
รวมเปนเงนิ ทง้ั ส้ิน
งานกอ สรางระบบอนรุ ักษด นิ และนํา้ (แบบโครงสราง) ประจําปงบประมาณ 2555
ลําดับที่ ชนิดของงาน ปรมิ าณงาน เปนเงิน (บาท)
1 คันดินแบบที่ 1 2,389 กม. 30,077.51
2 คันดนิ แบบท่ี 5 6,487 กม. 537,361.34
3 คนั ดนิ แบบที่ 6 91,443 กม.
4 ทางลําเลียงในไรน า 11.261 กม. 7,574,909.51
5 ทอ ระบายน้ํา 5 จุด 799,843.2
6 ทอ ศสล แบบเหลี่ยม 1 จดุ 20,019.2
7 อาคารชะลอความเร็วนํา้ 12 จุด 181,743.75
8 ฝายทดนํา้ พรอมระบบสง นา้ํ 1 จดุ 159,668.12
9 กลอ งน้าํ เขาพรอมระบบสงน้าํ 2 จดุ 547,457.88
10 ฝายตน น้ําลําธาร 10 จดุ
11 บอ พกั นํา้ 11 บอ 1,915,432.56
12 แฝกเพ่ือปลูกในระบบคนั ดนิ 40,498.3
1,468,950กลา 3,127,850
รวม 1,762,740
รวมเปน เงนิ ทง้ั สิ้น 16,697,601.37
19,742,600.00
129
(2) การประเมนิ ความคมุ คาทางเศรษฐกิจ
ก. ดานทรัพยากรดิน เมื่อจัดทํามาตรการอนุรักษดินและนํ้า (คันดินแบบที่ 5
และแบบที่ 6)
- ปริมาณการสูญเสียดิน ในพื้นท่ีปลูกไมผล จะมีอัตราการสูญเสียลดลง
เฉลีย่ 9 ตันตอ ไรต อ ป และในพ้ืนท่ปี ลกู พชื ไร ลดลงเฉลีย่ 21 ตนั ตอ ไรต อป
- ปริมาณธาตุอาหารที่สูญเสียไป จากการชะลางพังทลายของหนาดินจะมี
อัตราการสูญเสียลดลงโดยเฉลี่ย ของไนโตรเจน (N) 279.73 กิโลกรัมตอไรตอป ฟอสฟอรัส (P)
0.46 กิโลกรัมตอไรตอป และโพแทสเซียม (K) 13.06 กิโลกรัมตอไรตอป ซึ่งหากคิดเปนปริมาณ
ปุยสตู ร 15-15-15 ทตี่ อ งใสทดแทนธาตุอาหารท่ีสญู เสยี ไป เปน เงนิ ประมาณ ......กิโลกรมั ตอ ไรต อ ป
ข. ดา นรายได
- เกษตรกรมีรายไดเพิ่มข้ึน เน่ืองจากตนทุนการผลิตลดลงจากการท่ีไม
ตอ งใสป ยุ เคมีทดแทนธาตอุ าหารทส่ี ูญเสียไป เปน เงนิ ประมาณ 5,425.28 บาทตอไรต อป
- รายไดท่ีเพิ่มข้ึนจากผลผลิตทางการเกษตร เม่ือจัดระบบอนุรักษดินและ
นาํ้ ทงั้ แบบโครงสรา งและการปรับปรุงบํารุงดินทําใหที่ดินมีศักยภาพมากข้ึน เกษตรกรมีทางเลือกที่
จะปลูกพืชท่ีใหผลตอบแทนสูงกวาท่ีเปนอยูในปจจุบันโดยเกษตรกรจะมีรายไดเพ่ิมข้ึนประมาณ
2,400 - 18,350 บาทตอ ไรตอ ป (ขึ้นอยูก ับแผนการปลูกพืช)
ค. ดานสิ่งแวดลอ ม
- ปญหาการบุกรุกแผวถางพื้นท่ีปาไมลดลงเน่ืองจากเกษตรกรใชพื้นที่ที่
ถือครองอยูไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพและยั่งยืน ซ่ึงจะชวยใหสามารถคืนพ้ืนท่ีปาไมและรักษาพื้นที่ปา
ไดประมาณ 4,020 ไร
- ปญหาน้ําทวมและน้ําปาไหลหลากทําความเสียหายพื้นที่เกษตรในชวง
ฤดูฝนและปญหาการขาดแคลนนํ้าในชวงฤดูแลงเพื่อการเกษตร และการชะลางพังทลายของดิน
ลดลง
ง. ดา นคุณภาพชวี ิต
- เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เน่ืองจากมีรายไดและผลตอบแทนจาก
การประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพิม่ มากข้ึน
- เกษตรกรมีความสะดวกในการเดินทางและการขนสงผลผลิตมากขึ้น
เนอ่ื งจากการสรา งเสนทางลาํ เลยี งในพ้นื ท่ีทํากนิ ของเกษตรกร
130
4.2 การออกแบบระบบอนรุ ักษด นิ และน้ํา
4.2.1 การวางแผนและออกแบบระบบอนรุ กั ษดนิ และนาํ้
มาตรการอนุรักษดินและน้ํา ในพ้ืนที่เขตพัฒนาที่ดินลุมนํ้าแมคะ ใชท้ังวิธีกลและวิธีพืช
ทงั้ น้ี วิธีกลใชใ นพื้นทท่ี ีค่ วามลาดชันของพนื้ ที่ เพ่ือปอ งกันน้ําไหลบา และการพังทลายของดิน สําหรับ
วิธีพืชนั้น เลือกใชระบบการปลูกพืชตามความเหมาะสมของพืชหลักที่เกษตรกรปลูก เชน การ
ปรับปรุงบํารุงดินในแปลงพืชไร โดยใชการปลูกขาวโพดเหล่ือมพืชตระกูลถ่ัวทําใหดินมีสิ่งปกคลุม
(cover the soil) ปองกันการกระทบของเม็ดฝนและแรงลม ปรับปรุงสมบัติทางฟสิกสของดิน
ใหเหมาะสมตอการเจริญเติบโตของพืช เพิ่มความอุดสมบูรณของดิน ถาหากใชพืชตระกูลถั่วเปนพืช
คลุมดินจะทําใหด นิ มีธาตไุ นโตรเจนเพิม่ ข้นึ
การบํารุงดินในสวนไมผล เชน ล้ินจี่ โดยใชปุยหมัก เพราะพ้ืนที่ที่จะเขาดําเนินการ
มีแหลงวัตถุดิบ (ตอซังขาวโพด) เปนจํานวนมาก หากเราสามารถนํามาทําเปนปุยหมักก็จะเปนการ
ใชวัตถุดิบในพื้นท่ีใหเกิดประโยชนและยังเปนการรณรงคลดการเผาตอซังซ่ึงเปนปญหามลพิษทาง
อากาศ
อยา งไรกต็ าม ในพื้นทีด่ ําเนินการพบวา มีคา ความเปนกรดของดินอยูในชวง 4.2-6.0 ซึ่ง
มีระดับของปฏิกิริยาดินเปนกรดรุนแรงมาก (extremely acid) -กรดปานกลาง (moderately acid)
จําเปนตองมีการปรับปรุง pH ของดินใหสูงข้ึนจนมีสภาพใกลเปนกลาง โดยการใชปูนในอัตรา
ที่เหมาะสมจากคาวิเคราะหดินแนะนําใหเติมปูนโดโลไมท ซึ่งเปนปูนในรูปของคารบอเนตที่เกิด
จากตะกอนของแคลเซียมและแมกนีเซียมมีคาความสามารถในการสะเทินกรดไดไมตํ่ากวา 90
เปอรเซน็ ต ในปริมาณ 523-1,570 กิโลกรมั ตอ ไร
การวางแผนและออกแบบระบบโครงสรา งระบบอนุรักษดินและน้ํา และแบบปรับปรุง
บํารุงดินตอ งมีผูออกแบบโครงสรา งระบบอนรุ ักษดนิ และน้าํ ซึง่ แตล ะแบบตองไดร บั ความเห็นชอบ
อนุมัติจากผูอํานวยการสถานีพัฒนาที่ดิน และผูอํานวยการสํานักงานพัฒนาท่ีดินเขต แลวกําหนด
มาตรการลงในแผนทีพ่ ้นื ท่ดี าํ เนนิ การใหเ รียบรอยแลว ตามภาพที่ 4-16
131
ภาพท่ี 4-16 แผนท่ีแสดงระบบอนุรักษด นิ และนา้ํ ในเขตพฒั นาท่ีดินลมุ น้าํ แมค ะ ลุมนํา้ สาขา
แมน ้าํ ตอนบน ลมุ นํา้ หลัก ลุม นาํ้ ยม ตาํ บลผาชางนอย อาํ เภอปง จงั หวดั พะเยา
132
4.2.2 การประเมนิ ราคางานระบบอนุรกั ษด นิ และนํ้า
งานกอสรางระบบอนุรักษดินและน้ํา ประจําปงบประมาณ 2555 ของศูนยปฏิบัติการ
พัฒนาท่ีดินโครงการหลวง สํานักงานพัฒนาท่ีดินเขต 6 สถานที่ดําเนินการลุมน้ําแมคะ ศูนยพัฒนา
โครงการหลวงปงคา ตําบลผาชางนอย อําเภอปง จังหวัดพะเยา ครอบคลุมพื้นที่ 8,068 ไร โดยมี
กจิ กรรมดําเนินการ ดังนี้
สรปุ คา ใชจ า ยในการดาํ เนนิ งานกอ สรางระบบอนุรักษด นิ และนํา้
ในพื้นทด่ี ําเนนิ การเขตพัฒนาทดี่ นิ ลมุ นํ้าแมค ะ
ลําดบั ที่ สถานท่ี เปนเงนิ (บาท)
1 จัดทาํ ระบบอนรุ ักษด นิ และนํา้ ดา นโครงสราง 19,742,600.00
2 จัดทําระบบอนุรกั ษด นิ และนํา้ ดา นปรบั ปรุงบาํ รุงดิน 1,624,000.00
3 คา โรงเก็บวสั ดุกอ สรา ง 29,700.00
4 คา ปา ยรายละเอยี ดโครงการ 3,500.00
21,399,800.00
รวม 21,399,800.00
รวมเปนเงนิ ทง้ั สิน้
รวมเปน เงนิ ทงั้ สิน้ 21,399,800.00 บาท
(ยสี่ ิบเอด็ ลานสามแสนเกา หมน่ื เกาพนั แปดรอยบาทถว น )
ลงนาม ………………………………..
()
ผปู ระเมนิ ราคา
133
การประเมนิ ราคา
งานระบบอนรุ ักษดนิ และนา้ํ (ดา นโครงสรา ง)
(ดาํ เนนิ การเอง)
พื้นที่ที่จะดําเนนิ การ ไดว างแผนงานกอ สรา งระบบอนุรกั ษด นิ และนํา้ มีกจิ กรรมท่ดี ําเนินการดงั นี้
1. คนั ดินแบบท่ี 1 จาํ นวน 2,389 กโิ ลเมตร
2. คันดนิ แบบที่ 5 จํานวน 6,487 กิโลเมตร
3. คนั ดินแบบที่ 6 จํานวน 91,443 กโิ ลเมตร
4. ทางลาํ เลยี งในไรนา จํานวน 11.261 กโิ ลเมตร
5. ทอ ระบายนา้ํ จาํ นวน จุด
6. ทอ ศสล แบบเหลยี่ ม จาํ นวน 5 จุด
7. อาคารชะลอความเรว็ นาํ้ จํานวน 1 จุด
8. ฝายทดน้ําพรอมระบบสง น้าํ จํานวน 12 จุด
9. กลองนาํ้ เขาพรอมระบบสง นา้ํ จาํ นวน 1 จดุ
10. ฝายตนน้ําลําธาร จํานวน 2 จดุ
11. บอพักนาํ้ จาํ นวน 10 จุด
12. ปลูกแฝกในระบบ จาํ นวน 11 กลา
1,468,950
งานกอสรางระบบอนุรักษดินและน้ํา (แบบโครงสราง) ประจําปงบประมาณ 2555 ของ
ศูนยปฏบิ ัติการพัฒนาทดี่ ินโครงการหลวง สํานกั งานพฒั นาท่ีดินเขต 6 สถานทีด่ ําเนนิ การ ลมุ น้าํ แมคะ
ตาํ บลผาชา งนอ ย อาํ เภอปง จงั หวัดพะเยา ครอบคลมุ พ้ืนท่ี 8,068 ไร โดยมกี ิจกรรมดาํ เนินการ ดังนี้
134
ลาํ ดับท่ี ชนิดของงาน ปรมิ าณงาน เปน เงนิ (บาท)
1 คันดินแบบท่ี 1 2,389 กิโลเมตร 30,077.51
2 คนั ดนิ แบบที่ 5 6,487 กิโลเมตร 537,361.34
3 คันดนิ แบบที่ 6 91,443 กโิ ลเมตร
4 ทางลําเลยี งในไรนา 11.261 กโิ ลเมตร 7,574,909.51
5 ทอระบายน้ํา 799,843.2
6 ทอ ศสล แบบเหลีย่ ม 5 จุด 20,019.2
7 อาคารชะลอความเรว็ น้าํ 1 จุด 181,743.75
8 ฝายทดนาํ้ พรอมระบบสง นํ้า 12 จดุ 159,668.12
9 กลองนาํ้ เขา พรอ มระบบสง น้ํา 1 จดุ 547,457.88
10 ฝายตนน้าํ ลาํ ธาร 2 จดุ
11 บอพักนา้ํ 10 จดุ 1,915,432.56
12 แฝกเพ่อื ปลูกในระบบคนั ดนิ 11 บอ 40,498.3
รวม 1,468,950 กลา 3,127,850
รวมเปนเงนิ ทง้ั สนิ้ 1,762,740
16,697,601.37
19,742,600.00
การประเมินราคาคาใชจายในการกอ สรา งระบบอนุรักษด ินและน้ํา เปน การจัดทาํ เองทั้ง
แปลงโดยใชคา FACTOR = 18.2361 %
เปน เงนิ = (16,697,601.37*18.2361%)+16,697,601.37บาท
รวมเปน เงนิ ทงั้ สิ้น = 19,742,592.65 บาท
สรปุ คา ใชจา ยในการดาํ เนินงานกอ สรางระบบอนุรักษด นิ และนาํ้ บา นนํา้ คะ
รวมเปนเงนิ ท้ังสน้ิ 19,742,600.00 บาท
ลงนาม ………………………………..
()
ผูป ระเมนิ ราคา
135
การประเมินราคา
งานระบบอนรุ กั ษด นิ และนาํ้ (ดา นปรับปรุงบํารุงดนิ )
(ดําเนนิ การเอง)
พ้นื ที่ดําเนินการวางแผนงานดา นปรับปรุงบาํ รุงดิน ปง บประมาณ 2555–2558 ระยะเวลา 4
ป มกี ิจกรรมทจี่ ะดําเนินการดังนี้
1. กจิ กรรมปรบั ปรงุ ดินดว ยปนู โดโลไมต จาํ นวน 529 ไร
2. กจิ กรรมสง เสริมบํารุงดินดวยพชื เหลื่อมตระกูลถวั่ จาํ นวน 200 ไร
3. กจิ กรรมการจดั ตัง้ กลมุ เกษตรกรใชส ารอินทรียทดแทนสารเคมี จํานวน 2 กลมุ
4. กิจกรรมสงเสรมิ การทําปยุ หมกั จาํ นวน 529 ไร
5. กจิ กรรมจัดต้ังศูนยเรยี นรูเพอ่ื การพัฒนาทดี่ นิ จาํ นวน 1 ศนู ย
ระบบอนุรักษดินและน้ํา (แบบปรับปรุงบํารุงดิน) ประจําปงบประมาณ 2555–2558 ของ
ศนู ยปฏบิ ัติการพัฒนาทด่ี นิ โครงการหลวง สํานักงานพัฒนาท่ีดินเขต 6 สถานท่ีดําเนินการลุมน้ําแมคะ
ตําบลผาชางนอย อําเภอปง จังหวัดพะเยา ครอบคลุมเน้ือที่ 8,068 ไร โดยมีกิจกรรมการดําเนินการ
ดงั น้ี
ลําดับที่ ชนดิ ของงาน ปรมิ าณงาน เปน เงนิ (บาท)
1 กิจกรรมปรับปรุงดนิ ดว ยปนู โดโลไมต 529 ไร 899,300.00
2 กจิ กรรมสง เสรมิ บาํ รงุ ดินดวยพืชเหลือ่ มตระกลู ถัว่ 200 ไร 100,000.00
3 กิจกรรมการจดั ตั้งกลุมเกษตรกรใชสารอินทรยี 2 กลุม 9,800.00
ทดแทนสารเคมี
4 กิจกรรมสง เสริมการทาํ ปุยหมกั 529 ไร 600,000.00
5 กจิ กรรมจัดตงั้ ศนู ยเ รียนรูเพอื่ การพัฒนาทดี่ ิน 1 ศนู ย 15,000.00
รวม 1,624,100.00
รวมเปน เงนิ ทงั้ สนิ้ 1,624,000.00
136
4.2.3 การเสนอของบประมาณดาํ เนินงานเขตพฒั นาทดี่ นิ
สงเอกสารรายงานการสํารวจออกแบบระบบอนุรักษดินและน้ําในเขตพัฒนาท่ีดิน
พรอมการประเมินราคางานระบบอนุรักษดินและน้ํา ผานหนวยงานตนสังกัด ไปยังกองแผนงาน
เพื่อดําเนินการใหหนวยงานท่ีเกี่ยวของดําเนินการตอไป เชน สํานักวิจัยและพัฒนาการจัดการท่ีดิน
ตรวจสอบแบบและประเมินราคางานระบบอนรุ กั ษด ินและนา้ํ
137
บรรณานกุ รม
กรมพฒั นาทด่ี นิ . 2555. คูมอื การสํารวจและออกแบบระบบอนรุ ักษด นิ และน้ําในเขตพฒั นาที่ดนิ .
กรุงเทพฯ : กรมพฒั นาที่ดนิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
ภาคผนวก