47
ผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่เรยี นด้วยชุดการสอนโดยใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะชดุ ที่ 7 มีค่าเฉลีย่
เท่ากับ 2.85/4.90 และค่า t-test เท่ากับ 58.741** อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงสรุปได้ว่า
นักเรียนมีผลการเรียนรู้ที่ดี ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานข้อที่ 1 ที่ตั้งไว้เพราะแบบฝึกเสริมทักษะชุดที่ 7 มีความ
เหมาะสมกับนักเรยี นและมคี วามยากง่ายในระดบั ปานกลาง และสอดคลอ้ งกบั วิจัยของ
ผลการเรียนรู้ของนักเรียนท่ีเรยี นด้วยชุดการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะชดุ ที่ 8 มีค่าเฉลี่ย
เท่ากับ 2.80/4.75 และค่า t-test เท่ากับ 55.875** อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงสรุปได้ว่า
นักเรียนมีผลการเรียนรู้ที่ดี ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานข้อที่ 1 ที่ตั้งไว้เพราะแบบฝึกเสริมทักษะชุดที่ 8 มีความ
เหมาะสมกับนักเรียนและมีความยากง่ายในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับวิจัยของ มะลิวรรณ เรยมศร
(2559) การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านจับใจความ ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 6 Development In Practices Of Reading Skills To Identify The Key Words And
Main Idea Of Sentences For Improve A Student’s Reading In Primary School Of Level 6th
Grade. การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะการอ่านจับ ใจความของ
นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โรงเรยี นเพชรถนอม สำนกั งานเขตลาดพรา้ ว กลุม่ ตัวอยา่ ง จำนวน 30 คน โดย
ใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ มาตรฐาน 80/80 (E1 /E2) และเพื่อ
เปรยี บเทยี บทักษะการอ่านจับใจความ ระหว่างกอ่ นเรียน และหลงั เรยี นดว้ ยแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ
เครื่องมือที่ใช้คือ 1) แบบฝึกทักษะการ อ่านจับใจความ 2) แบบวัดทักษะการอ่านจับใจความ 3) แผนการ
จัดการเรียนรู้การอ่านจับ ใจความ ใช้วิธีการวิจัยรูปแบบทดลองในการเก็บข้อมูลแบบ One-Group Pretest-
Posttest Design ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) การทำแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความของนักเรียนมี
ประสิทธิภาพกระบวนการ E1=84.27 ประสิทธิภาพผลลัพธ์ E2=90.60 แบบฝึกมีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์
มาตรฐานที่ตั้งไว้ E1/E2 = 84.27/90.60 2) ผลคะแนนหลังเรียนโดยใช้แบบฝึก ทักษะการอ่านจับใจความสูง
กวา่ ก่อนเรยี นโดยแตกตา่ งอยา่ งมีนยั ทางสถิติท่ี ระดับ 0.05
ผลการเรียนรู้ของนักเรียนท่ีเรยี นด้วยชุดการสอนโดยใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะชดุ ที่ 9 มีค่าเฉลย่ี
เท่ากับ 2.93/4.85 และค่า t-test เท่ากับ 45.642** อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงสรุปได้ว่า
นักเรียนมีผลการเรียนรู้ที่ดี ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานข้อที่ 1 ท่ีตั้งไว้เพราะแบบฝึกเสริมทักษะชุดที่ 9 มีความ
เหมาะสมกับนักเรียนและมีความยากง่ายในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับวิจัยของ มะลิวรรณ เรยมศร
(2559) การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านจับใจความ ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 Development In Practices Of Reading Skills To Identify The Key Words And
Main Idea Of Sentences For Improve A Student’s Reading In Primary School Of Level 6th
Grade. การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะการอ่านจับ ใจความของ
นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรยี นเพชรถนอม สำนกั งานเขตลาดพรา้ ว กลุ่ม ตัวอยา่ ง จำนวน 30 คน โดย
ใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ มาตรฐาน 80/80 (E1 /E2) และเพ่ือ
เปรยี บเทยี บทักษะการอา่ นจับใจความ ระหวา่ งกอ่ นเรียน และหลังเรียนดว้ ยแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ
เครื่องมือที่ใช้คือ 1) แบบฝึกทักษะการ อ่านจับใจความ 2) แบบวัดทักษะการอ่านจับใจความ 3) แผนการ
48
จัดการเรียนรู้การอ่านจับ ใจความ ใช้วิธีการวิจัยรูปแบบทดลองในการเก็บข้อมูลแบบ One-Group Pretest-
Posttest Design ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) การทำแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความของนักเรียนมี
ประสิทธิภาพกระบวนการ E1=84.27 ประสิทธิภาพผลลัพธ์ E2=90.60 แบบฝึกมีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์
มาตรฐานที่ตั้งไว้ E1/E2 = 84.27/90.60 2) ผลคะแนนหลังเรียนโดยใช้แบบฝึก ทักษะการอ่านจับใจความสูง
กวา่ ก่อนเรียนโดยแตกตา่ งอยา่ งมนี ัยทางสถิตทิ ี่ ระดบั 0.05
ผลการเรยี นรขู้ องนกั เรียนทีเ่ รียนด้วยชุดการสอนโดยใช้แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะชุดที่ 10 มคี า่ เฉลี่ย
เท่ากับ 2.88/5.00 และค่า t-test เท่ากับ 40.127** อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงสรุปได้ว่า
นักเรียนมีผลการเรียนรู้ที่ดี ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานข้อที่ 1 ที่ตั้งไว้เพราะแบบฝึกเสริมทักษะชุดที่ 10 มีความ
เหมาะสมกับนักเรียนและมีความยากง่ายในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับวิจัยของ มะลิวรรณ เรยมศร
(2559) การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านจับใจความ ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 6 Development In Practices Of Reading Skills To Identify The Key Words And
Main Idea Of Sentences For Improve A Student’s Reading In Primary School Of Level 6th
Grade. การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะการอ่านจับ ใจความของ
นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรียนเพชรถนอม สำนกั งานเขตลาดพร้าว กล่มุ ตวั อยา่ ง จำนวน 30 คน โดย
ใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ มาตรฐาน 80/80 (E1 /E2) และเพื่อ
เปรยี บเทยี บทักษะการอา่ นจับใจความ ระหว่างก่อนเรียน และหลงั เรียนดว้ ยแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ
เครื่องมือที่ใช้คือ 1) แบบฝึกทักษะการ อ่านจับใจความ 2) แบบวัดทักษะการอ่านจับใจความ 3) แผนการ
จัดการเรียนรู้การอ่านจับ ใจความ ใช้วิธีการวิจัยรูปแบบทดลองในการเก็บข้อมูลแบบ One-Group Pretest-
Posttest Design ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) การทำแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความของนักเรียนมี
ประสิทธิภาพกระบวนการ E1=84.27 ประสิทธิภาพผลลัพธ์ E2=90.60 แบบฝึกมีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์
มาตรฐานที่ตั้งไว้ E1/E2 = 84.27/90.60 2) ผลคะแนนหลังเรียนโดยใช้แบบฝึก ทักษะการอ่านจับใจความสูง
กวา่ กอ่ นเรยี นโดยแตกตา่ งอย่างมนี ยั ทางสถติ ทิ ี่ ระดบั 0.05
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะมี
ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.65/18.20 และค่า t-test เท่ากับ 107.327** ซึ่งคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี
นยั สำคัญทางสถิติท่ีระดบั .01 จึงสรุปไดว้ า่ นักเรยี นมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนทด่ี ี ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานข้อที่
2 ที่ตั้งไว้เพราะแบบฝึกเสริมทักษะ มีความเหมาะสมกับนักเรียนและมีความยากง่ายในระดับปานกลาง และ
สอดคล้องกับวจิ ัยของ เบญจวรรณ บุณคูณ. (2562) การวิจัยและพัฒนาการอ่านจบั ใจความภาษาอังกฤษ โดย
ใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประกอบแบบฝึกทักษะ ผลการวิจัยพบว่า ผลการหาประสิทธิภาพของหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ประกอบแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ เรื่อง Attractions in ASEAN กลุ่ม
สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.97/80.56 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ คือ
75/75 2. ผลการปฏบิ ตั กิ ารพฒั นาการอ่านจับใจความภาษาองั กฤษโดยใชห้ นงั สืออิเล็กทรอนิกส์ประกอบแบบ
ฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ เรื่อง Attractions in ASEAN กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาต่างประเทศ และการจัดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบ Active Learning โดยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ
49
ตามแนวคดิ ของ Kemmis and McTaggart แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบ Active Learning มที ้งั หมด 10 แผน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประกอบแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ มีทั้งหมด 10 เล่ม ได้ผลการ
ปฏิบัติการ มีลักษณะเป็นบันไดเวียน 3 วงจร ประกอบด้วย วงจรที่ 1 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง Tourist
Attractions in Laos, Tourist Attractions in Cambodia และ Tourist Attractions in Myanmar วงจรท่ี
2 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง Tourist Attractions in Malaysia, Tourist Attractions in Vietnam และ
Tourist Attractions in Indonesia และวงจรที่ 3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง Tourist Attractions in
Philippines, Tourist Attractions in Singapore, Tourist Attractions in Brunei Darussalam และ
Tourist Attractions in Thailand แต่ละวงจรประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 3 แผน ยกเว้น
วงจรที่ 3 มี 4 แผน รวมทั้งสิ้น 10 แผน ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนละ 2 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 20 ชั่วโมง แต่
และแผนการจัดการเรียนรู้ มีกระบวนการเรียนรู้ 4 ขั้นตอนประกอบด้วย 1) ขั้นสนใจเรียนรู้ ลักษณะของ
หนังสืออิเล็กทรอนิกสป์ ระกอบแบบฝึกทกั ษะการอา่ นจบั ใจความภาษาอังกฤษทีใ่ ช้ คือ แบบทดสอบก่อนเรยี น
(Pre-test) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) แบบฝึกหัดที่ 1 จับคู่คำศัพท์ (Vocabulary Matching) และ
ปริศนาอักษรไขว้ (Crossword Puzzle) 2) ขน้ั ลงมอื ปฏิบตั ิ ลกั ษณะของแบบฝึกทักษะที่ใชค้ ือ แบบฝกึ หัดท่ี 2
เติมคำในช่องว่าง (Fill in the blank) แบบฝึกหัดที่ 3 จริงหรือเท็จ (True or False) แบบฝึกหัดที่ 4 ตอบ
แบบสั้น (Short Answer) และแบบฝึกหัดที่ 5 แผนผังความคิด (Mind Mapping) 3) ขั้นสรุปและสะท้อน
ความรู้ ลักษณะของแบบฝึกทักษะที่ใช้คือ แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) และ 4) ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้
ลักษณะของหนังสืออิเลก็ ทรอนิกส์ประกอบแบบฝึกทักษะท่ีใชค้ ือ คำศัพท์ในหนังสืออิเลก็ ทรอนิกส์และแบบฝึก
ทักษะการอา่ นจับใจความภาษาอังกฤษ แหลง่ เรยี นรเู้ พมิ่ เตมิ ในหนังอิเล็กทรอนิกสห์ รืออินเทอร์เน็ต ซงึ่ ในแต่ละ
วงจรประกอบด้วย ขั้นวางแผน ขั้นปฏิบัติการและขั้นสังเกต และขั้นสะท้อนผล ผลการปฏิบัติการ พบว่า การ
สอนโดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประกอบแบบฝกึ ทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษและการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้แบบ Active Learning สามารถพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ดีขึ้น นักเรียนทุกคนสามารถทำคะแนนทดสอบหลังเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ร้อย
ละ 70 (7 คะแนนขึ้นไป) 3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ
ก่อนและหลังเรียนด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประกอบแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ เรื่อง
Attractions in ASEAN กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active
Learning พบว่า คะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางกีเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.01 สายสดุ า สขุ แสง (2560) การพฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความโดยใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่านจับใจความของ
นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่6 โรงเรียนเทศบาล 6 (อนุบาลในฝัน) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
Development of Reading Comprehension Skills Using Reading Comprehension Skills of
Prathomsuksa 6 Students, School District 6 (Kindergarten The dream in Hat Yai District,
Songkhla. พบว่า นักเรียนจะมีความสามารถในการอ่านและเขียนได้ดีขึ้น และถือเป็นส่วนสำคัญท่ีจะทำให้
นักเรียนมีทักษะความสามารถทางด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทยแล้วมีความเข้าใจในการอ่านจับ
ใจความได้ลว้ นแต่เปน็ วิธีการท่ีทำให้การอ่านและการเขยี นของนักเรียนมีการพัฒนาการที่ดีขึ้นมีความ คงทนใน
50
การจำและมีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นสูงขึ้น ซึ่งจากการวิจยั ในครั้งน้พี บว่า 1. วิเคราะห์หาประสทิ ธิภาพของแบบ
ฝึกทักษะการอ่านจับใจความ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 6 (อนุบาลในฝัน) ปรากฏ
ว่า เมื่อคำนวณหาประสิทธิภาพของคะแนนรวมจากกลุ่ม ตัวอย่างแล้วพบว่า ในแบบฝึกทักษะชุดที่ 1 ได้
คะแนนร้อยละ 91.45 แบบฝึกทักษะชุดที่ 2 ได้คะแนนร้อย ละ 87.70 และแบบฝึกทักษะชุดที่ 3 ได้คะแนน
รอ้ ยละ 88.66 ซงึ่ ในแตล่ ะครง้ั ของแบบทดสอบมคี ะแนน สงู กวา่ เกณฑท์ ก่ี ำหนดไวร้ ้อยละ 80 ถือไดว้ า่ แบบฝึก
ทักษะการอ่านจบั ใจความนั้นมีประสทิ ธภิ าพ 2. จากการทดลองใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่านจับใจความ ที่ผู้วจิ ัยได้
ศึกษาและสรา้ งขึ้นมคี ุณภาพ และประสทิ ธภิ าพ สามารถนำไปใช้ในการจดั การเรียนการสอนได้
5.3 ปัญหาและอุปสรรคท่ีพบในการวจิ ยั
การดำเนนิ การวจิ ัยในครงั้ น้ี ผู้วจิ ัยประสบปญั หาและอปุ สรรคบางประการดงั ตอ่ ไปนี้
ลักษณะของชุดการสอนแบบฝึกเสรมิ ทักษะที่พัฒนาขึ้นมีลกั ษณะเป็นบทความยาว ต้องแปล
และเชื่อมความหมายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอาจจะมีความยากในการทำความเข้าใจกับบริบทและการ
แปลภาษาองั กฤษมากกวา่ 1 ประโยคสำหรับเด็กน้นั ทำใหเ้ ดก็ เกดิ ความสบั สนในการแปล ผวู้ จิ ยั จงึ ใหค้ ำแนะนำ
เรอื่ งวิธกี ารแปลความหมายของบทความเพิ่มเตมิ
นักเรียนไม่มั่นใจในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนเกิดความวิตกกังวล การประเมินผล
คะแนนจึงคลาดเคล่ือน
นักเรียนไม่คุ้นเคยกับคำศัพท์และการแปลประโยคในลกั ษณะที่มีความยาวและซับซ้อนจึงทำ
ให้ผเู้ รยี นไม่เขา้ ใจ และแปลไมถ่ กู ผู้วจิ ัยจงึ ใหค้ ำแนะนำและอธิบายเพ่ิมเติมเนอื่ งจากมขี ้อจำกดั เรื่องเวลา ทำให้
ผู้เรยี นฝกึ ฝนการฟงั ไดไ้ ม่เต็มท่ี
5.4 ข้อเสนอแนะ
จากการศึกษาวิจยั ครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะในการนำชุดการสอนแบบฝกึ เสริมทักษะไปใชใ้ นการจดั
กจิ กรรมการเรียนรู้และข้อเสนอแนะในการวิจยั คร้ังต่อไป
1. ข้อเสนอแนะในการนำชุดการสอนแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะไปใชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1.1 ควรจดั กจิ กรรมการสอนใหเ้ หมาะสมกบั เวลาท่ใี ชใ้ นการสอน
1.2 ควรจัดทำใบงานเชื่อมโยงกิจกรรมถ่ายโอนจากแบบฝึกเสริมทักษะไปสู่กิจกรรมท่ี
สอดคล้องกบั ความต้องการของผู้เรยี น
1.3 ควรจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนกล้าแสดงออก เช่น บทสนทนา การแสดงความ
คิดเห็น และการให้เหตุผล
1.4 ควรจัดกจิ กรรมให้นักเรียนได้เรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง
2. ขอ้ เสนอแนะในการทำวิจยั ครงั้ ตอ่ ไป
51
2.1 ควรศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนาชุดการสอนแบบฝึกเสริมทักษะที่มีเนื้อหา
เหมาะสมกบั สภาพจรงิ ของนกั เรยี น
2.2 ควรศึกษาวิจยั เก่ียวกับการสร้างและพัฒนาชดุ การสอนแบบฝึกเสริมทกั ษะตามหลักสูตร
การศึกษาขน้ั พื้นฐานทีใ่ ชก้ ารวดั และประเมินผลตามสภาพจริงและต่อเนื่อง
2.3 ควรศึกษาวิจยั เกย่ี วกบั ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษโดยแยกทักษะการฟงั การพูด
การอา่ น และการเขียนเพอ่ื ศึกษาผลสัมฤทธิข์ องแตล่ ะทกั ษะหลงั การใช้ชดุ การสอนแบบฝกึ เสริมทกั ษะ
2.4 ควรศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนาชุดการสอนแบบฝึกเสริมทักษะในระดับชั้น
ต่าง ๆ โดยการปรับระดับภาษาและข้อมูลให้สอดคล้องกับระดบั ชั้นของผูเ้ รียนและเป็นทักษะการใช้ภาษาเพื่อ
การส่ือสาร
52
บรรณานกุ รม
กุลธดา แก้วตาบุศย์. การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยการจัดการเรียนรูแ้ บบร่วมมือดว้ ย
เทคนิค CIRC ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย. (2560).
แหลง่ ท่ีมา file:///C:/Users/Windows10/Downloads20190124.pdf (10 กรกฎาคม 2562)
ขวัญชนก วโิ ย. การจัดการเรียนรโู้ ดยใช้แบบฝกึ หัดเสริมทักษะ. (2555). แหลง่ ที่มา
https://kasemsan9090.files.wordpress.com. (11 สงิ หาคม 2561)
จันทรจ์ ิรา พรมลา. ทฤษฎกี ารอา่ นจบั ใจความสำคญั . (2558). แหลง่ ทีม่ า
http://119.46.244.220/article/file_upload/Junjira.pdf (1 กันยายน 2562)
เฉลิมลาภ ทองอาจ. การอ่านจับใจความสำคัญ. (2552). แหลง่ ทมี่ า
https://www.gotoknow.org/posts/424756 (20 มิถุนายน 2562)
ชัยปญั ญา ไกรสร แบบฝกึ เสริมทกั ษะ. (2560). แหล่งที่มา
http://oknation.nationtv.tv/blog/jib/2017/06/04/entry-1 (18 มถิ นุ ายน 2562)
ณัฐฐาพร ทองคำ. การพฒั นาการอา่ นจับใจความโดยใช้เกมและแบบฝึกทกั ษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่
5 โรงเรยี นสะโนวิทยา จังหวดั สรุ ินทร์. (2560) แหล่งที่มา
https://clmruis.files.wordpress.com/2017/12/.pdf (5 พฤศจิกายน 2562)
ณฐั พลธ์ จันทรส์ อน. จุดมุง่ หมายของการจับใจความสำคัญ (2559). แหลง่ ที่มา
https://sites.google.com/site/jubchai1991/cud-mung-hmay-khxng-kar-cabci-khwam-
sakhay
(9 มิถนุ ายน 2562)
ณัฐพลธ์ จันทรส์ อน. หลักการจบั ใจความสำคัญ (2559). แหล่งที่มา
https://sites.google.com/site/jubchai1991/cud-mung-hmay-khxng-kar-cabci-khwam-
sakhay (9 มิถุนายน 2562)
ณฐั พลธ์ จนั ทรส์ อน. ความสำคัญ ของการจบั ใจความสำคญั (2559). แหล่งทมี่ า
https://sites.google.com/site/jubchai1991/cud-mung-hmay-khxng-kar-cabci-khwam-
sakhay (9 มถิ ุนายน 2562)
ณฐั พลธ์ จันทร์สอน. การสอนเพือ่ อา่ นจบั ใจความสำคัญ (2559). แหลง่ ที่มา
https://sites.google.com/site/jubchai1991/cud-mung-hmay-khxng-kar-cabci-khwam-
sakhay (9 มิถุนายน 2562)
ณัฐพลธ์ จันทร์สอน. กลวิธีการอ่านจบั ใจความสำคญั (2559). แหลง่ ทีม่ า
https://sites.google.com/site/jubchai1991/cud-mung-hmay-khxng-kar-cabci-khwam-
sakhay (9 มิถุนายน 2562)
53
ทกั ษพร โพธิ์เหมอื น. การพัฒนาการอ่านจบั ใจความภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิค 4W1H สง่ เสรมิ ทักษะการอ่าน
จับใจความภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. (2561) ) แหล่งที่มา
http://libdoc.dpu.ac.th/thesis/Taksaporn.Pom.pdf. (2 กรกฎาคม 2562)
ธีมาพร สลุงสุข.การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความและเจตคติต่อการเรียนวิชาภาษาองั กฤษ
ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกหัดการอ่านจับ ใจความสำคัญ.
(2557). แหล่งที่มา https://gsbooks.gs.kku.ac.th/56/grc14/files/hmp6.pdf, (7 ธันวาคม
2562)
เบญจวรรณ บุณคูณ. การวิจัยและพัฒนาการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ รายวิชา อ23102 ภาษาอังกฤษ
พื้นฐาน โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประกอบแบบฝึกทักษะ. (2562) แหล่งที่มา
https://www.kroobannok.com/board_view.php?b_id=168241&bcat_id=16. (2
กรกฎาคม 2562)
ปรมะ อะทะวงศ.์ แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะการอา่ นจับใจความภาองั กฤษเรื่องกจิ วัตประจำวัน. (2557) แหล่งที่มา
https://www.kroobannok.com/news_file/. (11 กรกฎาคม 2562)
มะลิวรรณ เรียมศร.ี การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอา่ นจบั ใจความ เพ่ือสง่ เสริมทักษะการอา่ นจบั ใจความ ของ
นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6. (2559). แหลง่ ที่มา http://www.edu-
journal.ru.ac.th/AbstractPdf/2559-4-1_1502352769_thai_edu_037.pdf (21 พฤษภาคม
2562)
มัลลิกา ผ่องแผ้ว. การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้แบบฝึกหัด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี
5. 2558.แหลง่ ท่มี า https://www.slideshare.net/aommal. (9 สิงหาคม 2562)
มสิ พูนศรี เหลืองศภุ ชัยกลุ . การใชแ้ บบการสอนออนไลน์ภาษาองั กฤษในการสอนเพื่อพัฒนาทกั ษะการอ่านจับ
ใจความของนักเรียน. (2557). แหลง่ ที่มา
http://www.swis.act.ac.th/html_edu/act/temp_emp_research/1544.pdf. (6 กมุ ภาพันธ์
2563)
วิชดุ า สขุ บญุ เสพ. ความหมายของการอา่ นจับใจความสำคัญ. (2552). แหล่งท่ีมา
https://www.gotoknow.org/posts/265750 (15 พฤษภาคม 2562)
ศศิมา สุขสว่าง. การวิเคราะห์ข้อมูล ด้วย 5W1H Analytical thinking with 5W1H. (2557) แหล่งที่มา
https://www.sasimasuk.com/5w1h-analytical-thinking-with-5w1h (12 กรกฎาคม 2562)
ศิริรตั น์ สนิ ประจักษผ์ ล. การศึกษาความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาองั กฤษของนกั เรียนชน้ั
มธั ยมศึกษาปีที่ 1.(2551). แหล่งที่มา https://www.tci
thaijo.org/index.php/pnujr/article/view (10 มกราคม 2563)
สุทธิรัตน์ เพชรทิม.หลักการอ่านจับใจความ และหลักการหาใจความสำคัญของเรื่อง. (2552). แหล่งที่มา
http://thesis.swu.ac.th (10 กันยายน 2562)
54
อรพัทธ ศิริแสง. การศึกษาความสามารถด้านการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 ที่ใช้วิธี
สอนอา่ นแบบ MIA (2557). แหลง่ ที่มา http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/bitstream.pdf.
(12 กรกฎาคม 2562)
อัจฉรยิ ภรณ์ ไล้เลิศ. การพัฒนากจิ กรรมการเรียนรูโ้ ดยใชเ้ ทคนิค KWL Plus เร่อื ง Food and Drink เพ่ือ
ส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความ สำหรบั นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. (2558).
แหลง่ ท่ีมา
http://www.edu.nu.ac.th/th/news/docs/download/2018_05_11_14_13_12.pdf. (31
กรกฎาคม 2562)
อารญี า เช่ยี วจอหอ. การใชก้ ารเลา่ เรอ่ื งเพ่ือเพิ่มความสามารถดา้ นการฟังภาษาอังกฤษของนักเรยี นช้ัน
ประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี นอัสสัมชญั คอนแวนตส์ ลี ม. (2551). แหลง่ ท่มี า
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Tea_Eng_For_Lan(M.A.)/Ariya_C.pdf (10 ธันวาคม
2562)
อมุ าพร ใยถาวร. การเปรยี บเทยี บการพัฒนาทกั ษะการอา่ นจับใจความโดยใช้แบบฝกึ การอา่ นเสรมิ ทักษะ
ภาษาองั กฤษกับการสอนแบบปกติ. (2559). แหล่งท่ีมา
https://conference.pim.ac.th/fileman/Uploads/4_5.pdf (2 มกราคม 2563)
55
ภาคผนวก ก
56
ชุดแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะ
57
58
59
60
61
62
63
64
65
66
แผนการจัดการเรยี นรสู้ ำหรบั การวจิ ยั
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 Where Animals Live
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง Wild animals (Reading)
รหัสวชิ า อ15101 ชื่อรายวชิ า ภาษาองั กฤษ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 1 ชั่วโมง ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 5 ผ้สู อน นางอรุณ ศรีประโชติ
_____________________________________________________________________________________
1. เป้าหมายหลกั ของการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองท่ีฟังและอ่านจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมีเหตุผล
ตวั ชีว้ ดั
3. บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ
เร่ืองส้นั ๆ
2. เกณฑ์การเรียนรู้
1) นกั เรียนสามารถจบั ใจความสาคญั จากบทความส้นั ๆ ที่อ่านได้
2) คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
2.1) มีวินยั
2.2) ใฝ่เรียนรู้
3. สาระสาคญั
ผเู้ รียนจะไดเ้ รียนรู้เกี่ยวกบั บทความส้นั ๆเร่ือง Wild animals 1 ท่ีนาไปใชใ้ นทกั ษะกระบวนการอ่าน
เพ่ือจบั ใจความสาคญั จากบทความส้นั ๆเรื่อง Wild animals 2 และเป็นผทู้ ่ีมีวินยั และใฝ่ เรียนรู้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (knowledge)
หน้าที่ทางภาษา (Function)
- อา่ นจบั ใจความสาคญั
คาศัพท์ (Vocabulary)
- Animals
67
1. Monkeys 2. Monkey infants 3. Snakes 4. Cheetahs 5. Cubs
6.Giraffes 7. Calves 8. Zebras 9. Foals 10. Deer
11. Fawns 12. Bears 13. Lions 14. Lioness 15. Hares
16. Tigers 17. Squirrels 18. Chimpanzees 19. Baby 20. Wolves
chimpanzees
โครงสร้างประโยค
-
ประโยค
Wild animals are the animals that live in nature or the forest.They are not tame. We should not keep them
in the house.We should not feed them food.Some of them eat other animals, such as tigers, bears, lions,
and snakes.Some of them eat fruits and leaves, such as deer, giraffes and zebras.
วัฒนธรรม (Culture)
- ความแตกตา่ งของคาศพั ทต์ ามบริบท
- ความแตกต่างทางสังคม
4.2 ทักษะ / กระบวนการ (Process)
1) การอ่าน
4.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attribute)
1) มีวินยั
2) ใฝ่เรียนรู้
5. ด้านสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1) ความสามารถในการคดิ
2) ความสามารถในการส่ือสาร
6. การประเมินผลรวบยอด
6.1 แบบประเมินการอ่าน
7. ภาระงาน / ชิน้ งาน / การปฏิบัติ
- แบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Wild animals (pre-test)
- แบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Wild animals (post-test)
68
8. วดั ผลประเมินผลการเรียนรู้
8.1 วิธปี ระเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
8.2 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
- แบบประเมินการอ่าน
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้นั นา (Warm up) 10 นาที
1.1 ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรียน และใหท้ าแบบฝึกหดั ก่อนเรียน 20 ขอ้
1.2 ครูใหน้ กั เรียนดูภาพสตั วป์ ่ าและใหบ้ อวา่ มีสตั วก์ ่ีชนิด และมีอะไรบา้ ง จากน้นั จึงถามวา่ มนั อาศยั อยทู่ ่ี
ไหน โดยใชป้ ระโยค Where do they live? ในการถาม
1.3 จากน้นั ครูแจกแบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Wild animals (pre-test) โดยใหเ้ วลาอา่ น 3 นาที และ
ตอบคาถามจากเร่ืองที่อ่าน 5 ขอ้
1.4 เมื่อนกั เรียนทาแบบฝึกหดั เสร็จ ครูใหน้ กั เรียนส่งใบงาน Wild animals (pre-test)
2.ข้นั สอน (Presentation) 15 นาที
2.1 ครูทบทวนคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั สตั วป์ ่ าจานวน 20 คา ไดแ้ ก่
1. Monkeys 2. Monkey infants 3. Snakes 4. Cheetahs 5. Cubs
6.Giraffes 7. Calves 8. Zebras 9. Foals 10. Deer
15. Hares
11. Fawns 12. Bears 13. Lions 14. Lioness 20. Wolves
16. Tigers 17. Squirrels 18. Chimpanzees 19. Baby
chimpanzees
2.2 ครูใหน้ กั เรียนออกเสียง 1 คร้ัง
2.3 ครูแจกใบความรู้เรื่อง Wild animals 1 จากน้นั ครูสอนอา่ นประโยค
69
Wild animals are the animals that live in the wild.They aren’t tame. We shouldn’t keep wild animals in
the home.And we shouldn’t feed them food.Some of them eat meat, such as foxes, cheetahs, wolves, and
bears.Some of them eat plant, such as squirrels, monkey and chimpanzees. โดยใชแ้ ผ่นชาร์ต
2.4 จากน้นั ครูกาหนดการขีดเสน้ ใตค้ าศพั ทค์ ือ
ดินสอ = คาศพั ทท์ ี่เป็นชื่อสัตว์
ปากกาแดง = คาศพั ทท์ ่ีเป็นอาหารของสัตว์
ปากกาน้าเงิน = คาศพั ทท์ ี่เป็นสถานท่ี
จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนใชด้ ินสอขดี เส้นใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็นช่ือสตั ว์ ใชป้ ากกาแดงขดี เสน้ ใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็นอาหาร
ของสตั ว์ และใชป้ ากกาน้าเงินขดี เส้นใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็นสถานที่ โดยท่ีครูอ่านบทความและใหน้ กั เรียนช่วยกนั
แปลทีละประโยค
2.5 จากน้นั ครูใชป้ ระโยคถามทบทวนความเขา้ ใจของนกั เรียนดงั น้ี
- Where are wild animals live?
- What is food of cheetahs and foxes?
- What is food of monkeys?
- What is food of squirrels?
- Can we take wild animals in home?
- Can we feed some food for wild animals?
2.6 ครูทบทวนคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั สัตวป์ ่ า และการอ่านจบั ใจความสาคญั ของเรื่อง Wild animals 1
3. ข้ันฝึ ก (Practice) 15 นาที
3.1 ครูบอกนกั เรียนตอ่ ไปจะเป็นการเลน่ เกม หาคาตอบ
3.2 กติกาการเลน่ เกม คอื ครูจะแบง่ นกั เรียนออกเป็น 5 กลุม่ แลว้ ใหน้ งั่ เป็นวงกลมจากน้นั ครูจะแจก
บทความส้นั ๆเรื่อง wild animals 2ใหท้ ุกกลมุ่
Wild animals live in the nature. They aren’t tame with people so we should
not play with them. And we should not keep them back house. Some of wild
animals eat meat such as tigers and lions. Some of them eat leaves such as deer and
giraffes. Some of them eat fruits such as monkeys.
70
จากน้นั ครูจะมีแผน่ ชาร์ตคาถามแจกใหก้ ล่มุ ละ 1 แผน่ โดยแตล่ ะแผน่ จะมี 5 คาถามดงั น้ี
- Where are wild animals live?
- What is food of monkeys?
- What is food of giraffes?
- Can we take wild animals in home?
- Can we play with wild animals?
จากน้นั ครูจะติดคาตอบไวบ้ นกระดานแบบไม่เรียงคาตอบ และครูจะใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั อา่ นและ
จบั ใจความสาคญั ของเรื่องที่อา่ น เม่ือเขา้ ใจเน้ือเรื่องแลว้ ใหน้ กั เรียนอา่ นประโยคคาถามในแผน่ ชาร์ตและเดิน
ไปหยบิ คาตอบที่ติดอยบู่ นกระดานมาติดใตป้ ระโยคคาถามน้นั ๆใหถ้ ูกตอ้ ง เมื่อหมดเวลาครูจึงใหน้ กั เรียนนา
แผน่ ชาร์ตของกลุ่มตนเองไปติดหนา้ หอ้ งโดยเรียงตามลาดบั จากน้นั ครูจึงเฉลยคาตอบทีละขอ้ เมื่อเฉลย
คาตอบแลว้ ครูจึงนบั คะแนนของแตล่ ะกล่มุ กลุ่มท่ีไดค้ ะแนนมากที่สุดจะเป็นกลุ่มชนะ
3.3 ครูทบทวนกติกาการเล่นเกมอีก 1 รอบ
3.4 ครูจบั เวลา 10 นาที และใหน้ กั เรียนเร่ิมเล่นเกมได้
3.5 กลุ่มท่ีไดค้ ะแนนมากที่สุดจะเป็นกลุ่มชนะ
3.6 ครูกล่าวชมเชยนกั เรียนกลมุ่ ท่ีชนะ และนกั เรียนทกุ คน
4. ข้ันนาไปใช้ (Production) 15 นาที
4.1ครูแจกแบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Wild animals (post-test) นกั เรียนทุกคน
4.2 ครูบอกนกั เรียนวา่ ใหท้ าแบบฝึกหดั อีกคร้ัง โดยครูจะใหเ้ วลาอา่ นเน้ือเร่ืองและทาแบบฝึกหดั 10 นาที
4.3 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนสลบั ใบงานกนั ตรวจ โดยครูจะเฉลยไปทีละขอ้ ดงั น้ี
1. b
2. c
3. a
4. d
5. d
4.4 จากน้นั ครูให้นกั เรียนตรวจแบบฝึ กการอ่านจบั ใจความ Wild animals (pre-test) โดยครูจะเฉลยไปทีละ
ขอ้ ดงั น้ี
1. d
2. b
3. d
4. c
71
5. a
4.5 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนเอาคะแนนก่อนเรียนและหลงั เรียนมาเปรียบเทียบกนั วา่ หลงั เรียนนกั เรียนมีคะแนน
เพม่ิ ข้ึนหรือไม่ และเขา้ ใจการอา่ นเพ่ิมข้ึนหรือไม่
5. ข้ันสรุป (Warp up) 5 นาที
5.1 ครูใหน้ กั เรียนทบทวนคาศพั ทเ์ รื่องสัตวป์ ่ า และทบทวนเก่ียวกบั บทความอีก 1 รอบ
5.2 ครูถามนกั เรียนสามารถนาความรู้จากเรื่องน้ีไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง จากน้นั จึงกล่าวคา
ขอบคณุ
10. ส่ือและแหล่งเรียนรู้
10.1บตั รคาศพั ท+์ ภาพ
10.2 บทความส้ันๆเร่ือง wild animals 2
10.3 แผน่ ป้ายบทความเรื่อง Wild animals 1
10.4 ใบความรู้เร่ือง Wild animals 1
10.5 แผน่ ชาร์ตประโยคคาถามเลน่ เกม
10.6 แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Wild animals (pre-test)
10.7 แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Wild animals (post-test)
10.8 บตั รคาตอบเกม
11. ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหาร
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
72
(ลงชื่อ)..............................................................ผบู้ ริหาร
(นายนพพร จนั ทะราช)
วนั ที่..........เดือน....................................พ.ศ. ............
12. ข้อเสนอแนะของผู้บริหารหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
จดั กิจกรรมการเรียนรู้ไดด้ ี มีการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั
มีความหลากหลาย เหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั ความสามารถของผเู้ รียน
เนน้ กระบวนการคิด มีการลงมือปฏิบตั ิจริง
มีการสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง กิจกรรมนาไปสู่การบรรลตุ ามจุดประสงคก์ ารเรียน
การบรู ณนาการเน้ือหารายวชิ า อนุมตั ิใชส้ อนได้
บนั ทกึ ผลหลงั สอน
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5
ผลการจดั กิจกรรม
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
73
(ลงชื่อ)..................................................................ผสู้ อน
(นางอรุณ ศรีประโชติ)
................../………………….../ ..................
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 Where Animals Live
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง Sea animals (Reading)
รหัสวิชา อ15101 ช่ือรายวิชา ภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ภาคเรียนที่ 2 เวลา 1 ช่ัวโมง ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5 ผ้สู อน นางอรุณ ศรีประโชติ
_____________________________________________________________________________________
1. เป้าหมายหลกั ของการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องที่ฟังและอา่ นจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมีเหตุผล
ตวั ชีว้ ดั
3. บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานงา่ ยๆ หรือ
เรื่องส้ันๆ
2. เกณฑ์การเรียนรู้
1) นกั เรียนสามารถจบั ใจความสาคญั จากบทความส้ันๆ ท่ีอ่านได้
2) คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
2.1) มีวินยั
2.2) ใฝ่เรียนรู้
3. สาระสาคัญ
ผเู้ รียนจะไดเ้ รียนรู้เกี่ยวกบั บทความส้นั ๆเร่ือง Sea animals 1 ที่นาไปใชใ้ นทกั ษะกระบวนการอ่าน
เพอ่ื จบั ใจความสาคญั จากบทความส้นั ๆเรื่อง Sea animals 2 และเป็นผทู้ ี่มีวินยั และใฝ่ เรียนรู้
4. สาระการเรียนรู้
74
4.1 ความรู้ (knowledge)
หน้าที่ทางภาษา (Function)
- อ่านจบั ใจความสาคญั
คาศัพท์ (Vocabulary) 3. Wheals 4. Seals 5. Jellyfishes
- Animals
1. Seahorses 2. Crabs
6.Octopus 7. Squids 8. Sharks 9. Starfishes 10. Dolphins
11. Turtles 12. Sea urchins 13. Dugongs 14. Corals 15. Tunas
1. Seahorses 2. Crabs 3. Wheals 4. Seals 5. Jellyfishes
โครงสร้างประโยค
-
ประโยค
Wild animals are the animals that live in nature or the forest.They are not tame. We should not keep them
in the house.We should not feed them food.Some of them eat other animals, such as tigers, bears, lions,
and snakes.Some of them eat fruits and leaves, such as deer, giraffes and zebras.
วฒั นธรรม (Culture)
- ความแตกต่างของคาศพั ทต์ ามบริบท
- ความแตกต่างทางสงั คม
4.2 ทักษะ / กระบวนการ (Process)
1) การอา่ น
4.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attribute)
1) มีวนิ ยั
2) ใฝ่เรียนรู้
5. ด้านสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
3) ความสามารถในการคดิ
4) ความสามารถในการส่ือสาร
75
6. การประเมินผลรวบยอด
6.1 แบบประเมินการอ่าน
7. ภาระงาน / ชิ้นงาน / การปฏิบัติ
- แบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Wild animals (pre-test)
- แบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Wild animals (post-test)
8. วัดผลประเมนิ ผลการเรียนรู้
8.1 วธิ ีประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
8.2 เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการประเมิน
- แบบประเมินการอ่าน
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้นั นา (Warm up) 10 นาที
1.1 ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรียน
1.2 ครูใหน้ กั เรียนดูภาพสตั วป์ ่ าและใหบ้ อวา่ มีสตั วก์ ี่ชนิด และมีอะไรบา้ ง จากน้นั จึงถามวา่ มนั อาศยั อยทู่ ่ี
ไหน โดยใชป้ ระโยค Where do they live? ในการถาม
1.3 จากน้นั ครูแจกแบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Sea animals (pre-test) โดยใหเ้ วลาอา่ น 3 นาที และ
ตอบคาถามจากเรื่องที่อ่าน 5 ขอ้
1.4 เม่ือนกั เรียนทาแบบฝึกหัดเสร็จ ครูใหน้ กั เรียนส่งใบงาน Sea animals (pre-test)
2.ข้นั สอน (Presentation) 15 นาที
2.1 ครูทบทวนคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั สตั วป์ ่ าจานวน 15 คา ไดแ้ ก่
1. Seahorses 2. Crabs 3. Wheals 4. Seals 5. Jellyfishes
6.Octopus 7. Squids 8. Sharks 9. Starfishes 10. Dolphins
11. Turtles 12. Sea urchins 13. Dugongs 14. Corals 76
4. Seals
1. Seahorses 2. Crabs 3. Wheals 15. Tunas
5. Jellyfishes
2.2 ครูใหน้ กั เรียนออกเสียง 1 คร้ัง
2.3 ครูแจกใบความรู้เร่ือง Sea animals 1 จากน้นั ครูสอนอ่านประโยค โดยใชแ้ ผน่ ชาร์ตดงั น้ี
Sea animals are the animals that live around the coast and in the sea or the ocean. Some are
independent such as octopus and starfish. Some live in big groups such as seals and dolphins. Some of
them eat plants such as turtles. But some of them eat other animals such as sharks, seals and dugongs. All
of them live in the sea, ocean and coast so we should not keep sea animals at home.
2.4 จากน้นั ครูกาหนดการขีดเส้นใตค้ าศพั ทค์ อื
ดินสอ = คาศพั ทท์ ่ีเป็นชื่อสตั ว์
ปากกาแดง = คาศพั ทท์ ่ีเป็นอาหารของสัตว์
ปากกาน้าเงิน = คาศพั ทท์ ี่เป็นสถานท่ี
จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนใชด้ ินสอขดี เสน้ ใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็นชื่อสตั ว์ ใชป้ ากกาแดงขีดเสน้ ใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็นอาหาร
ของสตั ว์ และใชป้ ากกาน้าเงินขดี เส้นใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็นสถานท่ี โดยท่ีครูอ่านบทความและใหน้ กั เรียนช่วยกนั
แปลทีละประโยค
2.5 จากน้นั ครูใชป้ ระโยคถามทบทวนความเขา้ ใจของนกั เรียนดงั น้ี
- Where are this animals live?
- What is food of sharks?
- What is food of turtles?
- What are sea animals that live in independent?
- What are sea animals that live in group?
- How can we conserve sea animals?
- Why we can’t keep sea animals back home?
2.6 ครูทบทวนคาศพั ทเ์ ก่ียวกบั สัตวท์ ะเล และการอ่านจบั ใจความสาคญั ของเร่ือง Sea animals 1
3. ข้นั ฝึ ก (Practice) 15 นาที
3.1 ครูบอกนกั เรียนต่อไปจะเป็นการเล่นเกม หาคาตอบ
3.2 กติกาการเลน่ เกม คอื ครูจะแบ่งนกั เรียนออกเป็น 5 กลุ่ม แลว้ ใหน้ งั่ เป็นวงกลมจากน้นั ครูจะแจก
บทความส้ันๆเรื่อง Sea animals 2ใหท้ ุกกลุม่
77
Sea animals are the animals that live around the coast and in the sea or the ocean. Some
of them live in the coast such as seals, dugongs and crabs. Some of them live in sea such as
starfishes, crabs and jellyfishes. And some of them live in the ocean such as wheals dolphins
and sharks. We should not keep it back to home or keep it from the sea.
จากน้นั ครูจะมีแผน่ ชาร์ตคาถามแจกใหก้ ลุม่ ละ 1 แผน่ โดยแต่ละแผน่ จะมี 5 คาถามดงั น้ี
- Where are dugong live?
- Where are wheal live?
- Where are starfishes?
- Why we can’t take sea animals back home?
-How can we save sea animals?
จากน้นั ครูจะติดคาตอบไวบ้ นกระดานแบบไม่เรียงคาตอบ และครูจะใหน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ ช่วยกนั อา่ นและ
จบั ใจความสาคญั ของเร่ืองท่ีอ่าน เมื่อเขา้ ใจเน้ือเรื่องแลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านประโยคคาถามในแผน่ ชาร์ตและเดิน
ไปหยบิ คาตอบที่ติดอยบู่ นกระดานมาติดใตป้ ระโยคคาถามน้นั ๆใหถ้ ูกตอ้ ง เม่ือหมดเวลาครูจึงใหน้ กั เรียนนา
แผน่ ชาร์ตของกลุม่ ตนเองไปติดหนา้ หอ้ งโดยเรียงตามลาดบั จากน้นั ครูจึงเฉลยคาตอบทีละขอ้ เม่ือเฉลย
คาตอบแลว้ ครูจึงนบั คะแนนของแต่ละกลุ่ม กลมุ่ ที่ไดค้ ะแนนมากท่ีสุดจะเป็นกลมุ่ ชนะ
3.3 ครูทบทวนกติกาการเล่นเกมอีก 1 รอบ
3.4 ครูจบั เวลา 10 นาที และใหน้ กั เรียนเริ่มเล่นเกมได้
3.5 กลมุ่ ที่ไดค้ ะแนนมากที่สุดจะเป็นกลุ่มชนะ
3.6 ครูกลา่ วชมเชยนกั เรียนกล่มุ ท่ีชนะ และนกั เรียนทกุ คน
4. ข้ันนาไปใช้ (Production) 15 นาที
4.1ครูแจกแบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Sea animals (post-test) นกั เรียนทกุ คน
4.2 ครูบอกนกั เรียนวา่ ใหท้ าแบบฝึกหดั อีกคร้ัง โดยครูจะใหเ้ วลาอา่ นเน้ือเร่ืองและทาแบบฝึกหดั 10 นาที
4.3 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนสลบั ใบงานกนั ตรวจ โดยครูจะเฉลยไปทีละขอ้ ดงั น้ี
1. c
2. a
3. d
4. b
5. d
78
4.4 จากน้นั ครูให้นกั เรียนตรวจแบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Sea animals (pre-test) โดยครูจะเฉลยไปทีละขอ้
ดงั น้ี
1. d
2. b
3. d
4. a
5. c
4.5 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนเอาคะแนนก่อนเรียนและหลงั เรียนมาเปรียบเทียบกนั วา่ หลงั เรียนนกั เรียนมีคะแนน
เพิ่มข้นึ หรือไม่ และเขา้ ใจการอ่านเพิ่มข้นึ หรือไม่
5. ข้ันสรุป (Warp up) 5 นาที
5.1 ครูใหน้ กั เรียนทบทวนคาศพั ทเ์ รื่องสัตวท์ ะเล และทบทวนเกี่ยวกบั บทความอีก 1 รอบ
5.2 ครูถามนกั เรียนสามารถนาความรู้จากเรื่องน้ีไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง จากน้นั จึงกล่าวคา
ขอบคณุ
10. ส่ือและแหล่งเรียนรู้
10.2 บตั รคาศพั ท+์ ภาพ
10.2 บทความส้นั ๆเรื่อง Sea animals 2
10.3 แผน่ ป้ายบทความเร่ือง Sea animals 1
10.4 ใบความรู้เร่ือง Sea animals 1
10.5 แผน่ ชาร์ตประโยคคาถามเล่นเกม
10.6 แบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Sea animals (pre-test)
10.7 แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Sea animals (post-test)
10.8 บตั รคาตอบเกม
79
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 Where Animals Live
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง Mammals (Reading)
รหสั วชิ า อ15101 ช่ือรายวชิ า ภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 1 ชั่วโมง ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5 ผู้สอน นางอรุณ ศรีประโชติ
_____________________________________________________________________________________
1. เป้าหมายหลกั ของการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองท่ีฟังและอา่ นจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมีเหตุผล
ตัวชีว้ ดั
3. บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ
เรื่องส้ันๆ
2. เกณฑ์การเรียนรู้
1) นกั เรียนสามารถจบั ใจความสาคญั จากบทความส้นั ๆ ที่อ่านได้
2) คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
2.1) มีวนิ ยั
2.2) ใฝ่เรียนรู้
3. สาระสาคัญ
ผเู้ รียนจะไดเ้ รียนรู้เกี่ยวกบั บทความส้ันๆเรื่อง Mammals 1 ที่นาไปใชใ้ นทกั ษะกระบวนการอ่าน เพ่ือ
จบั ใจความสาคญั จากบทความส้ันๆเรื่อง Mammals 2 และเป็นผทู้ ่ีมีวนิ ยั และใฝ่เรียนรู้
4. สาระการเรียนรู้
80
4.1 ความรู้ (knowledge)
หน้าที่ทางภาษา (Function)
- อ่านจบั ใจความสาคญั
คาศัพท์ (Vocabulary) 3. bats 4. Bear 5. Cows
- Animals
8. Zebras 9. Deer 10. Lions
1. Wheals 2. Dolphins 13. Wolves 14. Tigers 15. Monkeys
3. bats 4. Bear 5. Cows
6. Dogs 7. Cats
11. Rabbits 12. Hairs
1. Wheals 2. Dolphins
โครงสร้างประโยค
-
ประโยค
A mammals is an animal that female feeds its young on milk. Its body covered
with fur. They have a warm-blooded. Dolphins live in the sea. Bats live in the caves.
Cows live on farms. Zebras and giraffes live in the forest.
วัฒนธรรม (Culture)
- ความแตกตา่ งของคาศพั ทต์ ามบริบท
- ความแตกต่างทางสังคม
4.2 ทักษะ / กระบวนการ (Process)
1) การอา่ น
4.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attribute)
1) มีวนิ ยั
2) ใฝ่เรียนรู้
5. ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
81
5) ความสามารถในการคดิ
6) ความสามารถในการสื่อสาร
6. การประเมินผลรวบยอด
6.1 แบบประเมินการอ่าน
7. ภาระงาน / ชิน้ งาน / การปฏิบตั ิ
- แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Mammals (pre-test)
- แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Mammals (post-test)
8. วดั ผลประเมินผลการเรียนรู้
8.1 วิธปี ระเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
8.2 เคร่ืองมือที่ใช้ในการประเมิน
- แบบประเมินการอา่ น
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้นั นา (Warm up) 10 นาที
1.1 ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรียน
1.2 ครูใหน้ กั เรียนดูภาพสัตวเ์ ล้ียงลกู ดว้ ยนมและใหบ้ อกวา่ มีสัตวก์ ่ีชนิด และมีอะไรบา้ ง จากน้นั จึงถามวา่ มนั
อาศยั อยทู่ ี่ไหน โดยใชป้ ระโยค Where do they live? ในการถาม
1.3 จากน้นั ครูแจกแบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Mammals (pre-test) โดยใหเ้ วลาอ่าน 3 นาที และตอบ
คาถามจากเร่ืองท่ีอา่ น 5 ขอ้
1.4 เม่ือนกั เรียนทาแบบฝึกหัดเสร็จ ครูใหน้ กั เรียนส่งใบงาน Mammals (pre-test)
2.ข้นั สอน (Presentation) 15 นาที
2.1 ครูทบทวนคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั สตั วป์ ่ าจานวน 15 คา ไดแ้ ก่
1. Wheals 2. Dolphins 3. bats 4. Bear 5. Cows
82
6. Dogs 7. Cats 8. Zebras 9. Deer 10. Lions
11. Rabbits 12. Hairs 13. Wolves 14. Tigers 15. Monkeys
2.2 ครูใหน้ กั เรียนออกเสียง 1 คร้ัง
2.3 ครูแจกใบความรู้เร่ือง Wild animals 1 จากน้นั ครูสอนอ่านประโยคโดยใชแ้ ผน่ ชาร์ต ดงั น้ี
A mammals is an animal that female feeds its young on milk. Its body covered
2.4 จากน้นั wครitูกhาfหurน. ดTกheาyรขhดีavเสeน้ aใwตaค้ rาmศ-พัblทooค์ dือed. Dolphins live in the sea. Bats live in the caves.
ดินสอ Cows=liveคoาnศพัfaทrmท์ sี่เป. ็Zนeชb่ือraสsตั aวn์d giraffes live in the forest.
ปากกาแดง = คาศพั ทท์ ี่เป็นลกั ษณะของสัตว์
ปากกาน้าเงิน = คาศพั ทท์ ่ีเป็นสถานที่
จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนใชด้ ินสอขีดเส้นใตค้ าศพั ทท์ ี่เป็นชื่อสตั ว์ ใชป้ ากกาแดงขดี เสน้ ใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็นลกั ษณะ
ของสัตว์ และใชป้ ากกาน้าเงินขีดเสน้ ใตค้ าศพั ทท์ ี่เป็นสถานที่ โดยที่ครูอา่ นบทความและใหน้ กั เรียนช่วยกนั
แปลทีละประโยค
2.5 จากน้นั ครูใชป้ ระโยคถามทบทวนความเขา้ ใจของนกั เรียนดงั น้ี
- Where are bats live?
- Where are cow live??
- What are feature of mammals?
2.6 ครูทบทวนคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั สตั วเ์ ล้ียงลกู ดว้ ยนม และการอ่านจบั ใจความสาคญั ของเร่ือง Mammals 1
3. ข้นั ฝึ ก (Practice) 15 นาที
3.1 ครูบอกนกั เรียนตอ่ ไปจะเป็นการเล่นเกม หาคาตอบ
3.2 กติกาการเล่นเกม คือ ครูจะแบง่ นกั เรียนออกเป็น 5 กลมุ่ แลว้ ใหน้ ง่ั เป็นวงกลมจากน้นั ครูจะแจก
บทความส้ันๆเรื่อง Mammals 2ใหท้ ุกกลุ่ม
A mammals is an animal that female feeds its young on milk. Its body covered
with fur. They have a warm-blooded. Dolphins are mammals that live in the sea.
Bats are poultry that live in the caves. Rabbits are mammals that live on farms. But
hairs are mammals that live in the forest.
จากน้นั ครูจะมีแผน่ ชาร์ตคาถามแจกใหก้ ลุ่มละ 1 แผน่ โดยแต่ละแผน่ จะมี 5 คาถามดงั น้ี
- Where are rabbits live?
83
- What are features of mammals?
- How are rabbits and hairs different?
- Where are cow live?
- What are mammals that we can see in the forest?
จากน้นั ครูจะติดคาตอบไวบ้ นกระดานแบบไม่เรียงคาตอบ และครูจะใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั อ่านและ
จบั ใจความสาคญั ของเรื่องท่ีอ่าน เมื่อเขา้ ใจเน้ือเร่ืองแลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านประโยคคาถามในแผน่ ชาร์ตและเดิน
ไปหยบิ คาตอบท่ีติดอยบู่ นกระดานมาติดใตป้ ระโยคคาถามน้นั ๆใหถ้ กู ตอ้ ง เม่ือหมดเวลาครูจึงใหน้ กั เรียนนา
แผน่ ชาร์ตของกลมุ่ ตนเองไปติดหนา้ หอ้ งโดยเรียงตามลาดบั จากน้นั ครูจึงเฉลยคาตอบทีละขอ้ เมื่อเฉลย
คาตอบแลว้ ครูจึงนบั คะแนนของแต่ละกล่มุ กลุม่ ที่ไดค้ ะแนนมากท่ีสุดจะเป็นกล่มุ ชนะ
3.3 ครูทบทวนกติกาการเล่นเกมอีก 1 รอบ
3.4 ครูจบั เวลา 10 นาที และใหน้ กั เรียนเร่ิมเลน่ เกมได้
3.5 กล่มุ ที่ไดค้ ะแนนมากที่สุดจะเป็นกลุม่ ชนะ
3.6 ครูกลา่ วชมเชยนกั เรียนกลมุ่ ที่ชนะ และนกั เรียนทุกคน
4. ข้นั นาไปใช้ (Production) 15 นาที
4.1ครูแจกแบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Mammals (post-test) นกั เรียนทกุ คน
4.2 ครูบอกนกั เรียนวา่ ใหท้ าแบบฝึกหดั อีกคร้ัง โดยครูจะใหเ้ วลาอา่ นเน้ือเร่ืองและทาแบบฝึกหดั 10 นาที
4.3 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนสลบั ใบงานกนั ตรวจ โดยครูจะเฉลยไปทีละขอ้ ดงั น้ี
1. b
2. d
3. b
4. c
5. c
4.4 จากน้ันครูให้นกั เรียนตรวจแบบฝึ กการอ่านจบั ใจความ Mammals (pre-test) โดยครูจะเฉลยไปทีละขอ้
ดงั น้ี
1. c
2. c
3. d
4. b
5. b
4.5 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนเอาคะแนนก่อนเรียนและหลงั เรียนมาเปรียบเทียบกนั วา่ หลงั เรียนนกั เรียนมีคะแนน
เพม่ิ ข้นึ หรือไม่ และเขา้ ใจการอา่ นเพิม่ ข้นึ หรือไม่
84
5. ข้ันสรุป (Warp up) 5 นาที
5.1 ครูใหน้ กั เรียนทบทวนคาศพั ทเ์ ร่ืองสัตวเ์ ล้ียงลกู ดว้ ยนม และทบทวนเกี่ยวกบั บทความเล้ียงลกู ดว้ ยนม อีก
1 รอบ
5.2 ครูถามนกั เรียนสามารถนาความรู้จากเร่ืองน้ีไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง จากน้นั จึงกลา่ วคา
ขอบคุณ
10. สื่อและแหล่งเรียนรู้
10.3บตั รคาศพั ท+์ ภาพ
10.2 บทความส้ันๆเร่ือง Mammals 2
10.3 แผน่ ป้ายบทความเรื่อง Mammals 1
10.4 ใบความรู้เรื่อง Mammals 1
10.5 แผน่ ชาร์ตประโยคคาถามเล่นเกม
10.6 แบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Mammals (pre-test)
10.7 แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Mammals (post-test)
10.8 บตั รคาตอบเกม
85
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 Where Animals Live
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8 เร่ือง Comparison (Reading)
รหสั วิชา อ15101 ชื่อรายวิชา ภาษาองั กฤษ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ภาคเรียนที่ 2 เวลา 1 ช่ัวโมง ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5 ผู้สอน นางอรุณ ศรีประโชติ
_____________________________________________________________________________________
1. เป้าหมายหลกั ของการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองท่ีฟังและอา่ นจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมีเหตุผล
ตัวชี้วดั
3. บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังและอา่ นบทสนทนา และนิทานงา่ ยๆ หรือ
เรื่องส้นั ๆ
2. เกณฑ์การเรียนรู้
1) นกั เรียนสามารถจบั ใจความสาคญั จากบทความส้นั ๆ ที่อ่านได้
2) คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
2.1) มีวนิ ยั
2.2) ใฝ่เรียนรู้
3. สาระสาคญั
ผเู้ รียนจะไดเ้ รียนรู้เก่ียวกบั บทความส้ันๆเร่ือง Comparison 1 ท่ีนาไปใชใ้ นทกั ษะกระบวนการอ่าน
เพ่อื จบั ใจความสาคญั จากบทความส้ันๆเร่ือง Comparison 1 และเป็นผทู้ ่ีมีวินยั และใฝ่ เรียนรู้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (knowledge)
86
หน้าที่ทางภาษา (Function) 3. old 4. coalas 5. hippopotamus
- อ่านจบั ใจความสาคญั
คาศัพท์ (Vocabulary)
- Animals
1. zoo 2. town
6.lizards 7. enjoy with 8. waiting for 9. curious 10. interesting
โครงสร้างประโยค
-
ประโยค
Welcome to the zoo!
Hello! Welcome to the biggest zoo in the town. This new zoo is bigger than old zoo. We have the
most curious and lovely dolphins. We have the funniest monkeys. They always eat bananas. The
coalas are slower than pandas, but they are interesting. Also, they are the fattest hippopotamus in
the water. In addition, we have many birds, green, red, yellow and blue. They are the most
beautiful animals in the world. We can see them here. And we have giraffes that are taller than
zebras. The snakes are longer than lizards. You can enjoy with our zoo. We are waiting for you!
วฒั นธรรม (Culture)
- ความแตกต่างของคาศพั ทต์ ามบริบท
- ความแตกตา่ งทางสังคม
4.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (Process)
1) การอา่ น
4.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attribute)
1) มีวินยั
2) ใฝ่เรียนรู้
5. ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
7) ความสามารถในการคดิ
8) ความสามารถในการส่ือสาร
6. การประเมินผลรวบยอด
87
6.1 แบบประเมินการอ่าน
7. ภาระงาน / ชิ้นงาน / การปฏิบัติ
- แบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Comparison (pre-test)
- แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Comparison (post-test)
8. วดั ผลประเมนิ ผลการเรียนรู้
8.1 วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
8.2 เครื่องมือทใ่ี ช้ในการประเมนิ
- แบบประเมินการอา่ น
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้นั นา (Warm up) 10 นาที
1.1 ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรียน
1.2 ครูใหน้ กั เรียนดูภาพและใหบ้ อวา่ มีสัตวก์ ี่ชนิด และมีอะไรบา้ ง จากน้นั จึงถามวา่ มนั อาศยั อยทู่ ี่ไหน โดย
ใชป้ ระโยค Where do they live? ในการถาม
1.3 จากน้นั ครูแจกแบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Comparison (pre-test) โดยใหเ้ วลาอา่ น 3 นาที และ
ตอบคาถามจากเร่ืองท่ีอ่าน 5 ขอ้
1.4 เมื่อนกั เรียนทาแบบฝึกหดั เสร็จ ครูใหน้ กั เรียนส่งใบงาน Comparison (pre-test)
2.ข้นั สอน (Presentation) 15 นาที
2.1 ครูสอนคาศพั ทจ์ านวน 10 คา ไดแ้ ก่
1. zoo 2. town 3. old 4. coalas 5. hippopotamus
6.lizards 7. enjoy with 8. waiting for 9. curious 10. interesting
88
2.2 ครูอ่านใหน้ กั เรียนฟัง 1 คร้ัง จากน้นั ให้นกั เรียนออกเสียงตาม 1 คร้ัง โดยใชค้ าสัง่ listen and repeat after
me 1 time. Then spell it.
เช่น ครู : zoo
นกั เรียน : zoo Z-O-O
2.3 ครูแจกใบความรู้เร่ือง Comparison 1 จากน้นั ครูสอนอ่านประโยค
Welcome to the zoo!
Hello! Welcome to the biggest zoo in the town. This new zoo is bigger than old zoo. We have the
most curious and lovely dolphins. We have the funniest monkeys. They always eat bananas. The
coalas are slower than pandas, but they are interesting. Also, they are the fattest hippopotamus in
the water. In addition, we have many birds, green, red, yellow and blue. They are the most
beautiful animals in the world. We can see them here. And we have giraffes that are taller than
zebras. The snakes are longer than lizards. You can enjoy with our zoo. We are waiting for you!
2.4 จากน้นั ครูกาหนดการขีดเส้นใตค้ าศพั ทค์ ือ
ดินสอ = คาศพั ทท์ ี่เป็นชื่อสตั ว์
ปากกาแดง = คาศพั ทท์ ่ีเป็น superlative
ปากกาน้าเงิน = คาศพั ทท์ ่ีเป็น Comparative
จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนใชด้ ินสอขีดเส้นใตค้ าศพั ทท์ ี่เป็นช่ือสตั ว์ ใชป้ ากกาแดงขดี เส้นใตค้ าศพั ทท์ ี่เป็น
superlative และใชป้ ากกาน้าเงินขดี เส้นใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็น Comparative โดยท่ีครูอา่ นบทความและใหน้ กั เรียน
ช่วยกนั แปลทีละประโยค
2.6 ครูทบทวนคาศพั ท์ และการอ่านจบั ใจความสาคญั ของเรื่อง Comparison
3. ข้นั ฝึ ก (Practice) 15 นาที
3.1 ครูบอกนกั เรียนต่อไปจะเป็นการเล่นเกม ช่วยกนั คดิ ช่วยกนั ตอบ
3.2 กติกาการเลน่ เกม คือ ครูจะใหน้ กั เรียนจบั คู่ แลว้ ใหน้ ง่ั ดว้ ยกนั จากน้นั ครูจะแจกแบบฝึกหดั ใหค้ ู่
ละ 1 แผน่ ซ่ึงนกั เรียนแต่ละคู่จะตอ้ งช่วยกนั หาคาตอบจากการอ่านบทความ Comparison 1 แลว้ ทา
เครื่องหมายถกู หรือ ผิด หนา้ ขอ้ ความแตล่ ะขอ้ หากขอ้ ใดมีตรงกบั บทความใหก้ าเครื่องหมายถูก แต่หากขอ้
ใดไม่ตรงตามเรื่องท่ีอ่าน ใหก้ าเครื่องหมายกากบาทลงหนา้ ขอน้นั ๆ
89
หลงั จากน้นั ครูจะใหเ้ วลาทาขอ้ สอบช่วยกนั ภายในเวลา 10 นาที เมื่อหมดเวลาครูจะใหส้ ลบั ขอ้ สอบกบั เพอ่ื น
แลว้ เฉลยดงั น้ี
3.3 ครูทบทวนกติกาการเล่นเกมอีก 1 รอบ
3.4 ครูจบั เวลา 10 นาที และใหน้ กั เรียนเร่ิมเล่นเกมได้
3.5 คูท่ ่ีไดค้ ะแนนมากท่ีสุดจะเป็นกล่มุ ชนะ
3.6 ครูใหข้ องรางวลั คู่ที่ชนะ และกล่าวชมเชยนกั เรียนทกุ คน
4. ข้นั นาไปใช้ (Production) 15 นาที
4.1ครูแจกแบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Comparison (post-test) นกั เรียนทุกคน
4.2 ครูบอกนกั เรียนวา่ ใหท้ าแบบฝึกหดั อีกคร้ัง โดยครูจะใหเ้ วลาอา่ นเน้ือเรื่องและทาแบบฝึกหดั 10 นาที
4.3 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนสลบั ใบงานกนั ตรวจ โดยครูจะเฉลยไปทีละขอ้ ดงั น้ี
90
4.4 จากน้นั ครูให้นกั เรียนตรวจแบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Comparison (pre-test) โดยครูจะเฉลยไปทีละขอ้
ดงั น้ี
4.5 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนเอาคะแนนก่อนเรียนและหลงั เรียนมาเปรียบเทียบกนั วา่ หลงั เรียนนกั เรียนมีคะแนน
เพม่ิ ข้ึนหรือไม่ และเขา้ ใจการอ่านเพ่ิมข้ึนหรือไม่
5. ข้ันสรุป (Warp up) 5 นาที
5.1 ครูใหน้ กั เรียนทบทวนคาศพั ท์ และทบทวนเกี่ยวกบั บทความอีก 1 รอบ
5.2 ครูถามนกั เรียนสามารถนาความรู้จากเร่ืองน้ีไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง จากน้นั จึงกล่าวคา
ขอบคณุ
91
10. ส่ือและแหล่งเรียนรู้
10.4บตั รคาศพั ท+์ ภาพ
10.2 บทความส้นั ๆเรื่อง Comparison 1
10.3 แผน่ ป้ายบทความเร่ือง Comparison 1
10.4 แบบฝึกหดั Comparison 1
10.5 แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ Comparison (pre-test)
10.6 แบบฝึกการอ่านจบั ใจความ Comparison (post-test)
92
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 My Country
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง Country (Reading)
รหสั วชิ า อ15101 ช่ือรายวิชา ภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 1 ช่ัวโมง ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 5 ผู้สอน นางอรุณ ศรีประโชติ
_____________________________________________________________________________________
1. เป้าหมายหลกั ของการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทตา่ งๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมีเหตุผล
ตวั ชีว้ ัด
3. บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังและอา่ นบทสนทนา และนิทานงา่ ยๆ หรือ
เร่ืองส้ันๆ
2. เกณฑ์การเรียนรู้
1) นกั เรียนสามารถจบั ใจความสาคญั จากบทความส้นั ๆ ท่ีอ่านได้
2) คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
2.1) มีวินยั
2.2) ใฝ่เรียนรู้
3. สาระสาคญั
ผเู้ รียนจะไดเ้ รียนรู้เกี่ยวกบั บทความส้ันๆเร่ือง My Country 1 ท่ีนาไปใชใ้ นทกั ษะกระบวนการอ่าน
เพอ่ื จบั ใจความสาคญั จากบทความส้ันๆเร่ือง My Country และเป็นผทู้ ี่มีวนิ ยั และใฝ่ เรียนรู้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (knowledge)
หน้าที่ทางภาษา (Function)
- อา่ นจบั ใจความสาคญั
คาศัพท์ (Vocabulary) 3. capital city 4. vacation 5. family
1. live 2. country
6.nature 7. beautiful 8. peaceful 9. surrounded 10. visit
93
โครงสร้างประโยค
-
ประโยค
Hello my name is Linda. My country is Laos and my capital city is Vientiane. My country is very
beautiful and peaceful. It is surrounded by nature. I live in Louangphabang with my family. We always go
to Pha That Luang on vacation and after that we will go to visit my grandfather and grandmother. We
spent time together in my country.
วฒั นธรรม (Culture)
- ความแตกตา่ งของคาศพั ทต์ ามบริบท
- ความแตกต่างทางสงั คม
4.2 ทักษะ / กระบวนการ (Process)
1) การอ่าน
4.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attribute)
1) มีวนิ ยั
2) ใฝ่เรียนรู้
5. ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
9) ความสามารถในการคดิ
10) ความสามารถในการส่ือสาร
6. การประเมินผลรวบยอด
6.1 แบบประเมินการอา่ น
7. ภาระงาน / ชิ้นงาน / การปฏบิ ัติ
- แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ My Country (pre-test)
- แบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ My Country (post-test)
8. วัดผลประเมินผลการเรียนรู้
8.1 วธิ ปี ระเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
94
8.2 เคร่ืองมือทีใ่ ช้ในการประเมิน
- แบบประเมินการอ่าน
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้นั นา (Warm up) 10 นาที
1.1 ครูกล่าวทกั ทายนกั เรียน
1.2 ครูใหน้ กั เรียนดูภาพประเทศลาว แลว้ ถามวา่ เมืองหลวงคอื ท่ีไหน และเธออยปู่ ระเทศอะไร และ
ครอบครัวมีใครบา้ ง
1.3 จากน้นั ครูแจกแบบฝึกการอ่านจบั ใจความ My Country (pre-test) โดยใหเ้ วลาอา่ น 3 นาที และ
ตอบคาถามจากเรื่องที่อ่าน 5 ขอ้
1.4 เม่ือนกั เรียนทาแบบฝึกหดั เสร็จ ครูใหน้ กั เรียนส่งใบงาน My Country (pre-test)
2.ข้นั สอน (Presentation) 15 นาที
2.1 ครูทบทวนคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั บทความเรื่อง My Country 1 จานวน 10 คา ไดแ้ ก่
1. live 2. country 3. capital city 4. vacation 5. family
6.nature 7. beautiful 8. peaceful 9. surrounded 10. visit
2.2 ครูใหน้ กั เรียนออกเสียง 1 คร้ัง
2.3 ครูแจกใบความรู้เร่ือง My Country 1 จากน้นั ครูสอนอา่ นประโยค
Hello my name is Linda. My country is Laos and my capital city is Vientiane. My country is very
beautiful and peaceful. It is surrounded by nature. I live in Louangphabang with my family. We always go
to Pha That Luang on vacation and after that we will go to visit my grandfather and grandmother. We
spent time together in my country. โดยใชแ้ ผน่ ชาร์ต
95
2.4 จากน้นั ครูกาหนดการขีดเสน้ ใตค้ าศพั ทค์ อื
ดินสอ = คาศพั ทท์ ่ีเป็นช่ือคน
ปากกาแดง = คาศพั ทท์ ี่เป็นสถานที่
ปากกาน้าเงิน = คาศพั ทท์ ่ีเป็นสมาชิกครอบครัว
จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนใชด้ ินสอขีดเส้นใตค้ าศพั ทท์ ี่เป็นช่ือคน ใชป้ ากกาแดงขดี เสน้ ใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็นสถานที่
และใชป้ ากกาน้าเงินขดี เส้นใตค้ าศพั ทท์ ่ีเป็นสมาชิกครอบครัว โดยที่ครูอ่านบทความและใหน้ กั เรียนช่วยกนั
แปลทีละประโยค
2.5 จากน้นั ครูใชป้ ระโยคถามทบทวนความเขา้ ใจของนกั เรียนดงั น้ี
- Where are Linda live?
- What is favorite place of Linda family?
- Who are Linda go to visit on vacation?
- What is the capital city of Linda?
- What is the country of Linda?
- What does Lao look like?
2.6 ครูทบทวนคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั My Country 1 และการอา่ นจบั ใจความสาคญั ของเร่ือง My Country1
3. ข้นั ฝึ ก (Practice) 15 นาที
3.1 ครูบอกนกั เรียนต่อไปจะเป็นการเลน่ เกม หาคาตอบ
3.2 กติกาการเลน่ เกม คือ ครูจะแบ่งนกั เรียนออกเป็น 5 กลมุ่ แลว้ ใหน้ งั่ เป็นวงกลมจากน้นั ครูจะแจก
บทความส้นั ๆเร่ือง My country 1ใหท้ ุกกล่มุ
Hello my name is Linda. My country is Laos and my capital city is Vientiane.
My country is very beautiful and peaceful. It is surrounded by nature. I live in
Louangphabang with my family. We always go to Pha That Luang on vacation and
after that we will go to visit my grandfather and grandmother. We spent time
together in my country.
จากน้นั ครูจะมีแผน่ ชาร์ตคาถามแจกใหก้ ล่มุ ละ 1 แผน่ โดยแตล่ ะแผน่ จะมี 6 คาถามดงั น้ี
- Where are Linda live?
- What is favorite place of Linda family?
- Who are Linda go to visit on vacation?
- What is the capital city of Linda?
96
- What is the country of Linda?
- What does Lao look like?
จากน้นั ครูจะติดคาตอบไวบ้ นกระดานแบบไม่เรียงคาตอบ และครูจะใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั อ่านและ
จบั ใจความสาคญั ของเร่ืองท่ีอา่ นอีก 1 รอบ เม่ือเขา้ ใจเน้ือเร่ืองแลว้ ให้นกั เรียนอา่ นประโยคคาถามในแผน่
ชาร์ตและเดินไปหยบิ คาตอบท่ีติดอยบู่ นกระดานมาติดใตป้ ระโยคคาถามน้นั ๆใหถ้ กู ตอ้ ง เมื่อหมดเวลาครูจึง
ใหน้ กั เรียนนาแผน่ ชาร์ตของกลุ่มตนเองไปติดหนา้ หอ้ งโดยเรียงตามลาดบั จากน้นั ครูจึงเฉลยคาตอบทีละขอ้
เมื่อเฉลยคาตอบแลว้ ครูจึงนบั คะแนนของแต่ละกล่มุ กลมุ่ ท่ีไดค้ ะแนนมากที่สุดจะเป็นกลุม่ ชนะ
3.3 ครูทบทวนกติกาการเล่นเกมอีก 1 รอบ
3.4 ครูจบั เวลา 10 นาที และใหน้ กั เรียนเริ่มเลน่ เกมได้
3.5 กลมุ่ ท่ีไดค้ ะแนนมากที่สุดจะเป็นกลุ่มชนะ
3.6 ครูกล่าวชมเชยนกั เรียนกลุ่มท่ีชนะ และนกั เรียนทุกคน
4. ข้ันนาไปใช้ (Production) 15 นาที
4.1ครูแจกแบบฝึกการอา่ นจบั ใจความ My country (post-test) นกั เรียนทุกคน
4.2 ครูบอกนกั เรียนวา่ ใหท้ าแบบฝึกหดั อีกคร้ัง โดยครูจะใหเ้ วลาอา่ นเน้ือเร่ืองและทาแบบฝึกหดั 10 นาที
4.3 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนสลบั ใบงานกนั ตรวจ โดยครูจะเฉลยไปทีละขอ้ ดงั น้ี
1. b
2. c
3. a
4. d
5. d
4.4 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนตรวจแบบฝึ กการอ่านจบั ใจความ My country (pre-test) โดยครูจะเฉลยไปทีละขอ้
ดงั น้ี
1. d
2. b
3. d
4. c
5. a
4.5 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนเอาคะแนนก่อนเรียนและหลงั เรียนมาเปรียบเทียบกนั วา่ หลงั เรียนนกั เรียนมีคะแนน
เพม่ิ ข้นึ หรือไม่ และเขา้ ใจการอา่ นเพมิ่ ข้ึนหรือไม่