The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เฉลยคณิตศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phatsonn30, 2022-03-09 02:14:01

เฉลยคณิตศาสตร์

เฉลยคณิตศาสตร์

แบบทดสอบความสามารถด้านคณติ ศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3
ปีการศึกษา 2564

(ฉบบั เฉลย)

สำนักทดสอบทางการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน

แบบทดสอบน้ีเป็นเอกสารสงวนลขิ สทิ ธิ์ของสำนักทดสอบทางการศกึ ษา

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน ถ้าคัดลอก ดัดแปลง เฉลย
เพอ่ื จำหน่าย หรือนำไปเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต จะถูกดำเนนิ คดีตามกฏหมาย

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 1 ปีการศกึ ษา 2564

คำชแี้ จงแบบทดสอบความสามารถดา้ นคณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3

แบบทดสอบฉบับนม้ี ี 30 ขอ้ คะแนนเตม็ 100 คะแนน ใชเ้ วลา 90 นาที มี 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 แบบเลอื กตอบ ให้นักเรยี นเลอื กคำตอบทถ่ี ูกต้องทส่ี ดุ เพยี งคำตอบเดยี ว

จำนวน 26 ขอ้ (ขอ้ 1 – 26) ใหค้ ะแนนขอ้ ละ 3 คะแนน รวม 78 คะแนน

ตัวอยา่ ง ขอ้ 0. คา่ ของ 5 x 4 คอื ขอ้ ใด
1) 1
2) 9
3) 20
4) 54

วธิ ตี อบ ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบทถี่ ูกตอ้ งเพยี งคำตอบเดียว ถา้ นักเรยี น
คดิ วา่ ตัวเลอื กที่ 3 ถูกต้อง ให้ทำเครอื่ งหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ ดังน้ี

ข้อ 1) 2) 3) 4) คะแนนที่ได้
0.

ตอนที่ 2 แบบเติมคำตอบ ใหน้ ักเรียนคดิ หาคำตอบท่ถี ูกต้อง แล้วเขยี นตอบลง
ในกระดาษคำตอบจำนวน 3 ขอ้ (ขอ้ 27–29) ให้คะแนนข้อละ 4 คะแนน
รวม 12 คะแนน
ตวั อย่าง ขอ้ 00. สามสิบหา้ เขียนเป็นเลขไทยไดอ้ ยา่ งไร
วธิ ตี อบ ใหน้ กั เรยี นเขยี นตอบลงในกระดาษคำตอบดังนี้
ข้อ 00. ตอบ ๓๕ .

ตอนท่ี 3 แบบแสดงวธิ ที ำ ใหน้ กั เรียนแสดงวิธที ำอย่างละเอยี ดพร้อมเขยี นคำตอบ
ลงในกระดาษคำตอบ จำนวน 1 ข้อ (ขอ้ 30) ใหค้ ะแนน 10 คะแนน

หา้ มเปิดแบบทดสอบจนกวา่ กรรมการคุมสอบจะอนุญาต

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 1 ปกี ารศึกษา 2564

ตอนที่ 1 แบบเลือกตอบ (ขอ้ 1 – 26) ให้นกั เรียนเลอื กคำตอบที่ถูกตอ้ งทีส่ ดุ เพียงคำตอบเดยี ว
แลว้ ทำเครอ่ื งหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ (ขอ้ ละ 3 คะแนน รวม 78 คะแนน)

1.

จากข้อมูลสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รายใหม่ ของ
ประเทศตา่ งๆ ในวันที่ 20 มกราคม 2565 ดงั นี้

ประเทศ ผตู้ ิดเช้ือรายใหม่ (คน)
โปรตุเกส 52,549
เนเธอร์แลนด์ 38,200
ตรุ กี 72,615
เบลเยียม 37,435
ออสเตรเลีย 75,139

ทม่ี า : https://travel.trueid.net/detail/EpwDxDy0Jd17

จากขอ้ มลู ข้อใดเรยี งลำดบั ประเทศท่ีมีจำนวนผู้ติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ -19)
รายใหม่ จากมากไปน้อยได้ถกู ต้อง

1) ตรุ กี โปรตุเกส เบลเยยี ม
2) ออสเตรเลยี โปรตเุ กส ตุรกี
3) เนเธอร์แลนด์ ตรุ กี ออสเตรเลยี
4) โปรตุเกส เบลเยยี ม เนเธอร์แลนด์

ตัวชวี้ ัด ค 1.1 ป.3/2 เปรยี บเทียบและเรยี งลำดับจำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000
จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 2 ปีการศึกษา 2564

เฉลย

1) ถูก เพราะ เรยี งลำดับประเทศทม่ี จี ำนวนผู้ติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19)

รายใหม่ จากมากไปนอ้ ย ดงั นี้

ออสเตรเลีย 75,139 คน

ตรุ กี 72,615 คน

โปรตุเกส 52,549 คน

เนเธอรแ์ ลนด์ 38,200 คน

เบลเยียม 37,435 คน

ดังนน้ั ตุรกี โปรตุเกส เบลเยยี ม เรยี งลำดับจำนวนผู้ตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019

(โควิด-19) รายใหม่ จากมากไปน้อยได้ถกู ตอ้ ง

ตวั ลวง
2) ผิด เพราะ โปรตเุ กส ตุรกี เรียงลำดบั จำนวนผู้ตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด-19)
รายใหม่ จากน้อยไปมาก จึงไมถ่ กู ตอ้ ง
3) ผิด เพราะ เนเธอรแ์ ลนด์ ตรุ กี ออสเตรเลยี เรยี งลำดับจำนวนผู้ติดเช้อื ไวรสั โคโรนา
2019 (โควิด-19) รายใหม่ จากน้อยไปมาก จงึ ไม่ถกู ต้อง
4) ผิด เพราะ เบลเยียม เนเธอรแ์ ลนด์ เรียงลำดบั จำนวนผู้ติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019
(โควิด-19) รายใหม่ จากน้อยไปมาก จึงไม่ถูกตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 3 ปีการศกึ ษา 2564

2.
นักเรยี น 4 คน ถือบัตรเปรียบเทียบเศษสว่ น ดังนี้

33 77 44 55
48
10  12 10  6 97
ดาว
บอย นก แมน

จากข้อมูล ใครถือบัตรเปรยี บเทยี บเศษสว่ นได้ถูกตอ้ ง
1) นก และ แมน
2) นก และ ดาว
3) บอย และ ดาว
4) บอย และ แมน

ตัวช้ีวัด ค 1.1 ป.3/4 เปรยี บเทียบเศษส่วนท่ตี วั เศษเทา่ กนั โดยทตี่ ัวเศษนอ้ ยกว่า

หรอื เทา่ กับตวั ส่วน

เฉลย

4) ถกู เพราะ การเปรยี บเทียบเศษสว่ นท่มี ีตัวเศษเทา่ กนั ถา้ ตัวส่วนมาก

จะมีคา่ นอ้ ยกวา่
3 3
บอย 4  48 เปรียบเทยี บถูกตอ้ ง
และ 10
แมน  4 เปรยี บเทียบถกู ตอ้ ง
6
ดงั นัน้ บอย และ แมน จงึ ถกู ตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 4 ปีการศกึ ษา 2564

ตัวลวง 7 7 7 7
10 12 10 12
1) ผิด เพราะ  แต่นก เปรียบเทียบเป็น 

นก จึงไม่ถูกตอ้ ง

2) ผดิ เพราะ 1แ70ละ95 7 แ57ตแ่นตกด่ เาปวรเียปบรเียทบียเบทเียปบ็นเป17็น0  7
12 12
5 5
 9  7

นก และ ดาว จงึ ไมถ่ ูกตอ้ ง

3) ผดิ เพราะ 5  5 แต่ดาว เปรียบเทยี บเป็น 5  5
9 7 9 7
ดาว จึงไม่ถูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 5 ปีการศกึ ษา 2564

3.
นักเรียน 4 คน ระบายสบี นกระดาษทีม่ ีขนาดเทา่ กนั คิดพื้นทที่ ร่ี ะบาย

บนกระดาษเปน็ เศษสว่ นได้ ดังน้ี

3 33 3

4 87 5

คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนที่ 3 คนท่ี 4

จากข้อมลู กระดาษของใครมีพนื้ ท่ีท่ีระบายสีมากที่สุด และนอ้ ยท่ีสุดตามลำดบั
1) คนที่ 1 และ คนท่ี 4
2) คนท่ี 1 และ คนท่ี 2
3) คนที่ 2 และ คนที่ 3
4) คนที่ 3 และ คนที่ 4

ตวั ช้ีวัด ค 1.1 ป.3/4 เปรยี บเทยี บเศษส่วนที่ตวั เศษเท่ากัน โดยทตี่ วั เศษนอ้ ยกวา่
หรอื เทา่ กับตัวสว่ น

เฉลย
2) ถูก เพราะ เม่ือเรียงพืน้ ท่ีที่ระบายบนกระดาษจากมากไปนอ้ ย ได้ดงั นี้

3 33 3

4 57 8

คนท่ี 1 คนท่ี 4 คนท่ี 3 คนที่ 2
ดังนั้น คนที่ 1 มีพื้นท่ีที่ระบายสีมากที่สุด และ คนที่ 2 มีพื้นท่ีที่ระบายสี

น้อยที่สดุ จึงถูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 6 ปกี ารศกึ ษา 2564

ตัวลวง
1) ผิด เพราะ คนที่ 4 มีพน้ื ที่ที่ระบายสีมากเป็นลำดับที่ 2
ไมไ่ ดม้ ีพน้ื ที่ทร่ี ะบายสีนอ้ ยทส่ี ุดตามเง่ือนไข จึงไม่ถูกต้อง
3) ผดิ เพราะ คนท่ี 2 มีพ้ืนท่ีทรี่ ะบายสีน้อยทส่ี ดุ และ
คนที่ 3 มีพื้นที่ที่ระบายสีมากเปน็ ลำดับท่ี 3 ไมไ่ ด้เปน็ ไปตามเงื่อนไข
จึงไมถ่ ูกต้อง
4) ผดิ เพราะ คนท่ี 3 มีพื้นท่ีทีร่ ะบายสมี ากเปน็ ลำดับที่ 3 และ
คนที่ 4 มีพน้ื ที่ทีร่ ะบายสมี ากเป็นลำดบั ที่ 2 ไมไ่ ดเ้ ปน็ ไปตามเงื่อนไข
จงึ ไม่ถูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 7 ปีการศึกษา 2564

4. ครขู วญั ซ้อื ดินสอ 25 กล่อง
ดนิ สอหนง่ึ กลอ่ งบรรจุ 12 แทง่
นำดนิ สอทง้ั หมดไปแจกนักเรยี นคนละ 4 แท่ง

จากข้อมูล ครูขวัญจะแจกดนิ สอให้นกั เรียนได้กีค่ น
1) 100
2) 75
3) 48
4) 33

ตัวชี้วดั ค 1.1 ป.3/9 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา 2 ข้ันตอน ของจำนวนนับ
ไม่เกนิ 100,000 และ 0

เฉลย
2) ถูก เพราะ มีซ้ือดินสอ 25 กลอ่ ง กล่องละ 12 แท่ง จะมดี นิ สอจำนวน
25 × 12 = 300 แทง่
แจกนักเรยี นคนละ 4 แทง่
จงึ แจกนกั เรยี นได้ 300 ÷ 4 = 75 คน
ดังนั้น ครูขวัญจะแจกดนิ สอให้นักเรียนได้ 75 คน จึงถกู ตอ้ ง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 8 ปกี ารศึกษา 2564

ตัวลวง
1) ผิด เพราะ นำจำนวนดนิ สอ 25 กล่อง คณู ดว้ ย จำนวนดินสอท่แี จกใหน้ กั เรียน
คนละ 4 แท่ง จึงได้ 25 × 4 = 100 มาเป็นคำตอบ
จงึ ไม่ถกู ต้อง
3) ผดิ เพราะ นำจำนวนดินสอ กล่องละ 12 แท่ง คูณด้วย จำนวนดินสอที่แจกให้
นักเรียนคนละ 4 แทง่ จงึ ได้ 12 × 4 = 48 มาเปน็ คำตอบ
จึงไม่ถกู ต้อง
4) ผิด เพราะ นำจำนวนดินสอ 25 กลอ่ ง บวกดว้ ย จำนวนดนิ สอ กล่องละ 12 แทง่
และลบดว้ ยจำนวนดินสอท่ีแจกให้นักเรยี น คนละ 4 แท่ง
จึงได้ (25 + 12) – 4 = 33 มาเปน็ คำตอบ จึงไม่ถกู ต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 9 ปกี ารศึกษา 2564

5.

ชาวสวนเกบ็ มะพร้าวได้ 1,745 ผล
สง่ ให้รา้ นคา้ 653 ผล
ที่เหลอื ขายใหล้ ุงแดง ราคาผลละ 7 บาท

จากขอ้ มูล ชาวสวนขายมะพร้าวใหล้ ุงแดง ได้เงนิ กบ่ี าท
1) 12,215
2) 7,644
3) 4,571
4) 1,092

ตัวชีว้ ัด ค 1.1 ป.3/9 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หา 2 ขน้ั ตอน ของจำนวนนบั
ไม่เกิน 100,000 และ 0

เฉลย
2) ถูก เพราะ ชาวสวนเกบ็ มะพร้าวได้ 1,745 ผล ส่งใหร้ า้ นค้า 653 ผล
เหลอื มะพร้าวอยู่ 1,745 - 653 = 1,092 ผล
มะพร้าวที่เหลือขายในราคาผลละ 7 บาท
ขายมะพรา้ วใหล้ งุ แดงได้เงนิ 1,092 × 7 = 7,644 บาท
ดังนน้ั 7,644 บาท จงึ ถกู ต้อง

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 10 ปีการศกึ ษา 2564

ตัวลวง
1) ผดิ เพราะ นำจำนวนมะพรา้ ว 1,745 ผล คณู ด้วยราคาผลละ 7 บาท
จงึ ได้ 1,745 × 7 = 12,215 บาท มาเปน็ คำตอบ
จงึ ไมถ่ กู ตอ้ ง
3) ผิด เพราะ นำจำนวนมะพรา้ วทสี่ ่งให้รา้ นคา้ 653 ผล คณู ดว้ ยราคาผลละ 7 บาท
จึงได้ 653 × 7 = 4,571 บาท มาเปน็ คำตอบ
จึงไม่ถูกต้อง
4) ผดิ เพราะ ชาวสวนเก็บมะพรา้ วได้ 1,745 ผล ส่งให้ร้านค้า 653 ผล
เหลือมะพรา้ วอยู่ 1,745 – 653 = 1,092 ผล มาเป็นคำตอบ
จงึ ไมถ่ กู ต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 11 ปกี ารศึกษา 2564

6. แม่คา้ ในหมู่บา้ นทำขนมไปขาย
ทำได้ทั้งหมด 420 ชิ้น
ขายราคาชนิ้ ละ 8 บาท
ขนมขายไม่หมด เหลอื 32 ช้นิ

จากข้อมูล แม่ค้าขายขนมไดเ้ งนิ กบี่ าท
1) 3,616
2) 3,392

3) 3,328
4) 3,104

ตัวช้ีวดั ค 1.1 ป.3/9 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปญั หา 2 ขน้ั ตอน ของจำนวนนบั
ไมเ่ กิน 100,000 และ 0

เฉลย
4) ถูก เพราะ แม่ค้าทำขนมไปขาย 420 ช้ิน ขนมขายไม่หมด เหลอื 32 ช้นิ

แม่ค้าขายขนมได้ 420 − 32 = 388 ชิ้น
ขายราคาชิ้นละ 8 บาท

แม่ค้าขายขนมได้เงิน 388  8 = 3,104 บาท
ดังนนั้ 3,104 บาท จงึ ถกู ต้อง
ตัวลวง
1) ผิด เพราะ นำจำนวนขนมท่ีนำไปขาย 420 ชน้ิ บวกขนมท่ีขายไม่หมด 32 ช้นิ

ไดข้ นม 420 + 32 = 452 ชิ้น
แลว้ คณู ดว้ ยราคาชน้ิ ละ 8 บาท

จึงได้ 452  8 = 3,616 บาท มาเปน็ คำตอบ จึงไม่ถกู ตอ้ ง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 12 ปกี ารศกึ ษา 2564

2) ผดิ เพราะ นำจำนวนขนมทนี่ ำไปขาย 420 ชิ้น คูณด้วยราคาชิน้ ละ 8 บาท

ไดเ้ ปน็ เงิน 420  8 = 3,360 บาท
แลว้ นำมาบวกขนมที่ขายไม่หมด 32 ชน้ิ

จึงได้ 3,360 + 32 = 3,392 บาท มาเป็นคำตอบ จงึ ไมถ่ กู ต้อง
3) ผิด เพราะ นำจำนวนขนมที่นำไปขาย 420 ชิ้น คูณดว้ ยราคาชนิ้ ละ 8 บาท

ไดเ้ ป็นเงนิ 420  8 = 3,360 บาท
แลว้ นำมาลบขนมที่ขายไม่หมด 32 ชิ้น

จงึ ได้ 3,360 − 32 = 3,328 บาท มาเปน็ คำตอบ จึงไมถ่ กู ต้อง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 13 ปีการศึกษา 2564

7.

ผกั หนัก 3 กโิ ลกรัม สบั ปะรดหนัก 6 กโิ ลกรัม ปลาหนัก 5 กิโลกรัม
10 10 10

จากขอ้ มลู นำ้ หนกั ของผักและสับปะรดรวมกนั จะหนกั กว่าปลา อยเู่ ท่าใด
1
1) 10 กโิ ลกรัม

2) 2 กิโลกรัม
10
4
3) 10 กโิ ลกรมั

4) 9 กิโลกรัม
10

ตัวช้ีวัด ค 1.1 ป.3/10 หาผลบวกของเศษสว่ นทีม่ ีตัวส่วนเทา่ กนั และผลบวกไมเ่ กิน 1

และหาผลลบของเศษสว่ นทีม่ ีตวั ส่วนเทา่ กัน

เฉลย
3) ถูก เพราะ สผัับกหปนะรักดห13น0ักกโิ1ล60กรกัมโิ ลกรมั
น้ำหนักของผักและสบั ปะรดรวมกนั
3 6 3+6 9
10 + 10 = 10 = 10 กโิ ลกรมั

ปลา หนัก 5 กโิ ลกรัม

10

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 14 ปีการศึกษา 2564

นำ้ หนักของผกั และสับปะรดรวมกันจะหนกั กว่าปลาอยู่
9 5 9−5 4
140 − 10 = 10 = 10 กิโลกรัม
10
ดังนั้น กโิ ลกรมั จึงถกู ตอ้ ง

ตัวลวง

1) ผดิ เพราะ นำน้ำหนักของสับปะรดมาลบกบั นำ้ หนกั ของปลา

โดยไม่ไดน้ ำนำ้ หนักของผกั มารวมกับสบั ปะรด
6 5 1
จงึ ได้ 10 − 10 = 10 กโิ ลกรัม มาเป็นคำตอบ จึงไมถ่ ูกตอ้ ง

2) ผิด เพราะ นำน้ำหนักของปลามาลบกบั นำ้ หนกั ของผัก

โดยไมไ่ ด้นำนำ้ หนักของสับปะรดมารวมกับผัก
5 3 2
จงึ ได้ 10 − 10 = 10 กิโลกรมั มาเปน็ คำตอบ จงึ ไม่ถูกต้อง

4) ผดิ เพราะ นำน้ำหนักของผักและสบั ปะรดมารวมกัน

แต่ไม่ได้ลบออกดว้ ยน้ำหนกั ของปลา
3 6 9
จึงได้ 10 + 10 = 10 กิโลกรัม มาเป็นคำตอบ จงึ ไม่ถูกตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 15 ปกี ารศึกษา 2564

8.

นุน่ มรี บิ บน้ิ ยาว 11 เมตร แจง มีรบิ บิน้ ยาวกวา่ นนุ่ 6 เมตร
20 20

จากข้อมลู แจงมีริบบิน้ ยาวเทา่ ใด
5
1) 20 เมตร

2) 6 เมตร
20
11
3) 20 เมตร

4) 17 เมตร
20

ตัวช้วี ัด ค 1.1 ป.3/10 หาผลบวกของเศษสว่ นที่มีตวั ส่วนเท่ากนั และผลบวกไม่เกิน 1

และหาผลลบของเศษส่วนที่มตี วั ส่วนเท่ากัน

เฉลย แแน1270จจนุ่ งงมมมเรีมีรีรบิ ตบิิบบรบบิน้ นิ้ิน้ ยจยยาึงาาถวววูกก2121ต01ว01อ้ ่าเงนม+ุ่นตร260260=

4) ถกู เพราะ
ดังนัน้
เมตร

17 เมตร
20

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 16 ปีการศึกษา 2564

ตวั ลวง

1) ผิด เพราะ นำความยาวของริบบน้ิ ของนุ่นมาลบความยาวริบบ้นิ ของแจง
นจงึำไคดว้ า21ม10ยา−วขอ26ง0รบิ =บิ้น2ข50องมแาจเงป็น260คำเตมอตบร
2) ผดิ เพราะ จงึ ไมถ่ ูกตอ้ ง
มาเปน็ คำตอบ

จงึ ไมถ่ ูกต้อง 11
20
3) ผดิ เพราะ นำความยาวของริบบ้ินของนนุ่ เมตร มาเปน็ คำตอบ

จึงไม่ถูกตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 17 ปกี ารศกึ ษา 2564

9. พอ่ มที ่ีดนิ อยู่หนง่ึ แปลง นำมาแบ่งใหล้ ูก 2 คน ดงั น้ี

คนท่ี 1 แป้ง : ไดท้ ีด่ นิ 10 แปลง
คนที่ 2 อ้อย : ได้ทด่ี นิ 621 แปลง
21

จากขอ้ มูล พ่อเหลอื ที่ดนิ เทา่ ใด
4
1) 21 แปลง

2) 5 แปลง
21
11
3) 21 แปลง

4) 16 แปลง
21

ตัวชว้ี ดั ค 1.1 ป.3/11 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ญั หาการบวกเศษสว่ นทม่ี ตี ัวสว่ น

เท่ากนั และผลบวกไมเ่ กิน 1 และโจทยป์ ญั หาการลบเศษสว่ นทม่ี ตี ัว

สว่ นเทา่ กนั

เฉลย ทแพ251บดี่่อง่นิเหทแทปลดี่ ้งั อืลินหทงใมหี่ดดจแ้นิงึขปถอคง้กู งอืตพ12อ้อ่ 0122งถ11ูกแ−แปบล21ง่ ง10เปแ−น็ ละ22แ611บส=ง่ ว่ทน2ดี่ 51นิ เขใหยี อ้นแ้อเปปยน็ลงเ2ศ61ษสแว่ ปนลง2211 แปลง

2) ถูก เพราะ
ดงั น้นั

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 18 ปีการศึกษา 2564

ตัวลวง

1) ผิด เพราะ นำทีด่ ินของแปง้ มาลบที่ดินของอ้อย
10 6 4
จึงได้ 21 − 21 = 21 แปลง มาเป็นคำตอบ จึงไม่ถูกต้อง

3) ผดิ เพราะ นำขอ้ มลู จำนวนท่ดี ินทง้ั หมด มาลบกับข้อมูลทด่ี นิ ที่แปง้ ไดร้ บั
21 10 11
จงึ ได้ 21 − 21 = 21 แปลง มาเป็นคำตอบ จงึ ไม่ถูกตอ้ ง

4) ผิด เพราะ นำทด่ี นิ ของแปง้ มาบวกท่ีดินของอ้อย
10 6 16
จึงได้ 21 + 21 = 21 แปลง มาเปน็ คำตอบ จงึ ไม่ถูกตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 19 ปกี ารศกึ ษา 2564

10. นิภาทำเครื่องดมื่ นมเยน็ โดยใช้ส่วนผสมท้งั หมดใสล่ งในแก้ว ดงั นี้

นมขน้ 1 ลติ ร
7
2
น้ำหวานแดง 7 ลิตร

น้ำรอ้ น 3 ลิตร
7

จากขอ้ มูล จะไดเ้ ครอ่ื งดื่มนมเย็นกล่ี ติ ร
6
1) 7 ลติ ร

2) 5 ลติ ร
7
4
3) 7 ลติ ร

4) 3 ลติ ร
7

ตวั ชว้ี ดั ค 1.1 ป.3/11 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกเศษสว่ นทีม่ ีตัวส่วน
เท่ากนั และผลบวกไม่เกนิ 1 และโจทยป์ ญั หาการลบเศษสว่ นที่มีตวั
สว่ นเทา่ กนั

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 20 ปกี ารศึกษา 2564

เฉลย

1) ถกู เพราะ นิภาทำเครอ่ื งด่มื นมเย็น โดยใชส้ ว่ นผสม 3
1 2 7
นมขน้ 7 ลติ ร นำ้ หวานแดง 71 ลิตร และ น้ำรอ้ น ลติ ร
7
เคร่อื งดมื่ นมเย็นมปี ริมาตร + 2 + 3 = 6 ลิตร
7 7 7
6
ดงั นั้น 7 ลติ ร จงึ ถูกต้อง

ตวั ลวง

2) ผิด เพราะ นำส่วนผสมนำ้ ร้อนมาบวกนำ้ หวานแดง
3 2 5
จงึ ได้ 7 + 7 = 7 ลติ ร มาเปน็ คำตอบ จึงไมถ่ กู ต้อง

3) ผดิ เพราะ นำส่วนผสมนำ้ รอ้ นมาบวกนมข้น
3 1 4
จึงได้ 7 + 7 = 7 ลิตร มาเปน็ คำตอบ จึงไมถ่ กู ต้อง

4) ผดิ เพราะ นำส่วนผสมนำ้ หวานแดงมาบวกนมขน้
2 1 3
จึงได้ 7 + 7 = 7 ลติ ร มาเป็นคำตอบ จึงไมถ่ กู ตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 21 ปกี ารศกึ ษา 2564

11.
คุณครูได้นำแบบรปู ของจำนวนมาแสดงในชว่ั โมงการเรยี นคณติ ศาสตร์ ดังนี้
535 570 605 ............. ............. 710

จำนวนทีห่ ายไป คือ

จากข้อมูล นำจำนวนในข้อใดมาเตมิ ตามลำดับ จึงถูกตอ้ ง
1) 620 635
2) 630 655
3) 640 675
4) 650 695

ตวั ชว้ี ดั ค 1.1 ป.3/1 ระบุจำนวนท่ีหายไปในแบบรปู ของจำนวนท่เี พมิ่ ข้ึนหรอื ลดลง
ทลี ะเทา่ ๆ กัน

เฉลย
3) ถกู เพราะ วเิ คราะห์จากแบบรปู ทีก่ ำหนดเป็นแบบรปู ของจำนวนท่เี พ่มิ ขน้ึ ทีละ 35

535 570 605 640 675 710

+ 35 +35 + 35 + 35 + 35

จำนวนทห่ี ายไปจำนวนท่ีหนึ่ง คอื 605 + 35 = 640
จำนวนที่หายไปจำนวนท่ีสอง คือ 640 + 35 = 675
ดังนน้ั 640 675 จงึ ถูกต้อง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 22 ปีการศึกษา 2564

ตัวลวง
1) ผิด เพราะ วิเคราะห์เป็นแบบรูปของจำนวนทเ่ี พิ่มขน้ึ ทีละ 15
จำนวนทห่ี ายไปจำนวนทห่ี นึ่ง คือ 605 + 15 = 620
จำนวนที่หายไปจำนวนท่ีสอง คอื 620 + 15 = 635
จึงได้ 620 635 มาเปน็ คำตอบ จึงไม่ถูกต้อง
2) ผิด เพราะ วเิ คราะห์เป็นแบบรปู ของจำนวนท่เี พ่ิมข้นึ ทีละ 25
จำนวนท่หี ายไปจำนวนที่หน่งึ คอื 605 + 25 = 630
จำนวนที่หายไปจำนวนที่สอง คือ 630 + 25 = 655
จึงได้ 630 655 มาเปน็ คำตอบ จึงไมถ่ กู ตอ้ ง
4) ผิด เพราะ วเิ คราะห์เป็นแบบรปู ของจำนวนทเ่ี พิม่ ขนึ้ ทีละ 45
จำนวนทห่ี ายไปจำนวนท่หี นง่ึ คือ 605 + 45 = 650
จำนวนที่หายไปจำนวนท่ีสอง คอื 650 + 45 = 695
จึงได้ 650 695 มาเปน็ คำตอบ จงึ ไม่ถูกตอ้ ง

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 23 ปีการศกึ ษา 2564

12. ปราง และ กลว้ ย เขยี นแบบรูปของจำนวนดังน้ี

ปราง 520 A 420 370 320 …

กล้วย 345 445 B 645 745 …

จากข้อมลู A และ B มีค่าเทา่ ใดตามลำดบั
1) 470 495
2) 470 545
3) 480 495
4) 480 545

ตวั ชี้วดั ค 1.2 ป.3/1 ระบุจำนวนทหี่ ายไปในแบบรปู ของจำนวนท่ีเพ่มิ ข้นึ
หรือลดลงทีละเทา่ ๆ กนั

เฉลย
2) ถูก เพราะ พิจารณาจากการเขียนแบบรปู ของปรางและกล้วย
ปราง : 520 A 420 370 320 …
มีความสมั พนั ธ์แบบลดลงทลี ะ 50 จะได้ A = 470
กลว้ ย : 345 445 B 645 745 …
มคี วามสมั พนั ธแ์ บบเพมิ่ ขึน้ ทลี ะ 100 จะได้ B = 545
ดังนัน้ 470 545 จึงถูกต้อง

ตวั ลวง
1) ผิด เพราะ พิจารณาความสัมพันธ์แบบรปู จำนวนของกลว้ ยผดิ
กล้วย : 345 445 B 645 745 …
มคี วามสัมพนั ธ์แบบเพม่ิ ขึ้นทีละ 50 จะได้ B = 495
470 495 มาเปน็ คำตอบ จงึ ไมถ่ ูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 24 ปกี ารศึกษา 2564

3) ผิด เพราะ พิจารณาความสัมพันธ์แบบรูปจำนวนของปรางและกล้วยผดิ
ปราง : 520 A 420 370 320 …
มีความสมั พนั ธ์แบบลดลงทีละ 40 จะได้ A = 480
กล้วย : 345 445 B 645 745 …
มีความสัมพนั ธแ์ บบเพมิ่ ข้ึนทีละ 50 จะได้ B = 495
480 495 มาเปน็ คำตอบ จงึ ไม่ถกู ต้อง

4) ผิด เพราะ พิจารณาความสมั พนั ธ์แบบรปู จำนวนของปรางผดิ
ปราง : 520 A 420 370 320 …
มีความสัมพนั ธ์แบบลดลงทีละ 40 จะได้ A = 480
480 545 มาเปน็ คำตอบ จึงไมถ่ กู ตอ้ ง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 25 ปีการศกึ ษา 2564

13. นอ้ ยออมเงนิ ได้ ดังนี้

ธนบัตรห้าสบิ บาท จำนวน 2 ฉบับ ธนบัตรยส่ี บิ บาท จำนวน 5 ฉบบั

เหรียญสิบบาท จำนวน 7 เหรยี ญ เหรยี ญหา้ บาท จำนวน 6 เหรยี ญ

จากขอ้ มูล นอ้ ยนำเงนิ ออมทั้งหมดไปแลกธนบัตรชนิดหนึ่งรอ้ ยบาทไดจ้ ำนวนเทา่ ใด
1) 1 ฉบับ
2) 2 ฉบบั
3) 3 ฉบบั
4) 7 ฉบบั

ตวั ชี้วัด ค 2.1 ป.3/1 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ียวกบั เงิน
เฉลย

3) ถกู เพราะ จากข้อมูลออมเงนิ
ธนบตั รห้าสิบบาท จำนวน 2 ฉบบั คดิ เปน็ เงนิ 2 × 50 = 100 บาท
ธนบัตรย่สี ิบบาท จำนวน 5 ฉบับ คดิ เป็นเงนิ 5 × 20 = 100 บาท
เหรยี ญสบิ บาท จำนวน 7 เหรียญ คดิ เปน็ เงนิ 7 × 10 = 70 บาท
เหรยี ญหา้ บาท จำนวน 6 เหรียญ คิดเป็นเงนิ 6 × 5 = 30 บาท
รวม มีเงินท้งั หมด 100 + 100 + 70 + 30 = 300 บาท
นำไปแลกธนบตั รชนิดราคาหนงึ่ รอ้ ยบาท ได้ 300 ÷ 100 = 3 ฉบับ

ดงั นนั้ 3 ฉบับ จึงถูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 26 ปกี ารศึกษา 2564

ตัวลวง
1) ผิด เพราะ คำนวณเงินเฉพาะเหรียญสบิ บาทและเหรยี ญหา้ บาท ได้ 100 บาท
นำไปแลกธนบตั รชนดิ ราคาหน่ึงรอ้ ยบาท ได้ 1 ฉบบั มาเป็นคำตอบ
จงึ ไม่ถูกต้อง
2) ผิด เพราะ คำนวณเงนิ เฉพาะธนบตั รหา้ สิบบาทและธนบตั รยส่ี ิบบาท ได้ 200 บาท
นำไปแลกธนบัตรชนดิ ราคาหนึ่งรอ้ ยบาท ได้ 2 ฉบบั มาเป็นคำตอบ
จึงไมถ่ กู ต้อง
4) ผดิ เพราะ นำจำนวนธนบัตรชนดิ ราคาห้าสบิ บาทบวกจำนวนธนบัตรย่ีสบิ บาท
จงึ ได้ 5 + 2 = 7 ฉบบั มาเปน็ คำตอบ จงึ ไมถ่ ูกตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 27 ปีการศึกษา 2564

14.

5 กม.

ออย เดินทางจากบ้านถงึ โรงเรยี น ใช้เวลา 55 นาที
และเดินทางกลับบา้ น ใชเ้ วลาเท่าเดมิ

จากข้อมลู ถา้ ออยเดนิ ทางไปและกลับ จะใชเ้ วลาเดินทาง เท่าใด
1) 55 นาที
2) 60 นาที
3) 1 ชวั่ โมง 10 นาที
4) 1 ชั่วโมง 50 นาที

ตัวช้ีวัด ค 2.1 ป.3/2 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับเวลา และระยะเวลา
เฉลย

4) ถกู เพราะ ออยเดินจากบ้านถงึ โรงเรยี นใช้เวลา 55 นาที
ไป - กลับ จะใชเ้ วลา 55 + 55 = 110 นาที
หรอื 1 ช่ัวโมง 50 นาที จงึ ถูกตอ้ ง

ตัวลวง
1) ผดิ เพราะ นำเวลาทีใ่ ช้เดินทางไปโรงเรยี น 55 นาที มาเป็นคำตอบ จึงไมถ่ กู ต้อง
2) ผิด เพราะ นำตัวเลขทอี่ ยใู่ นข้อมลู มาบวกกัน
จึงได้ 55 + 5 = 60 นาที มาเปน็ คำตอบ จงึ ไม่ถกู ต้อง
3) ผดิ เพราะ ออยเดนิ จากบ้านถงึ โรงเรยี นใช้เวลา 55 นาที
ไป - กลับ จะได้ 55 + 55 = 110 นาที
แต่แปลงหนว่ ยเวลาผดิ โดยคดิ จาก 100 นาทเี ทา่ กับ 1 ช่ัวโมง
จึงได้ 1 ชว่ั โมง 10 นาที มาเป็นคำตอบ จึงไมถ่ กู ต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 28 ปกี ารศึกษา 2564

15.
ป่านออกจากบ้าน เวลา 16.30 น. เพื่อไปออกกำลงั กาย โดยวงิ่ รอบสนาม

ใชเ้ วลาเดินทางไปสนามกีฬา 10 นาที แล้ววงิ่ รอบสนามทนั ที 3 รอบๆ ละ 15 นาที

จากขอ้ มลู เมอ่ื ปา่ นวง่ิ รอบสนามเสรจ็ แลว้ จะตรงกบั เวลาตามรูป ในขอ้ ใด
1) 2)

3) 4)

ตัวช้ีวดั ค 2.1 ป.3/2 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หาเกย่ี วกบั เวลา และระยะเวลา

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 29 ปกี ารศึกษา 2564

เฉลย

4) ถูก เพราะ ปา่ นออกจากบา้ นเวลา 16 นาฬกิ า 30 นาที +
ใชเ้ วลาในการเดนิ ทางไปสนามกฬี า 10 นาที

ถึงสนามกฬี าเวลา 16 นาฬิกา 40 นาที +
ว่งิ รอบสนาม 3 รอบ รอบละ 15 นาที รวมเวลา 45 นาที

เมอื่ ปา่ นวิ่งรอบสนามเสร็จแลว้ ตรงกบั เวลา 16 นาฬกิ า 85 นาที

หรือ 17 นาฬกิ า 25 นาที

ดังนัน้ จงึ ถกู ต้อง

ตัวลวง 16 นาฬกิ า 30 นาที +
1) ผิด เพราะ ไม่ได้คิดเวลาวิ่งรอบสนามกีฬา 10 นาที
ปา่ นออกจากบา้ นเวลา
ใชเ้ วลาในการเดนิ ทางไปสนามกีฬา 16 นาฬกิ า 40 นาที
ถึงสนามกีฬาเวลา

นำเวลา มาเปน็ คำตอบ จึงไม่ถูกตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 30 ปีการศกึ ษา 2564

2) ผดิ เพราะ คิดเวลาว่งิ รอบสนามกฬี า 1 รอบ 16 นาฬิกา 30 นาที +
ปา่ นออกจากบา้ นเวลา 10 นาที
ใชเ้ วลาในการเดินทางไปสนามกฬี า
ถงึ สนามกฬี าเวลา 16 นาฬกิ า 40 นาที +
รวมกับเวลาท่วี ิ่ง 1 รอบ 15 นาที
เม่อื ป่านว่งิ รอบสนามเสรจ็ แล้ว ตรงกบั เวลา
16 นาฬิกา 55 นาที

นำเวลา มาเปน็ คำตอบ จึงไม่ถูกต้อง

3) ผิด เพราะ คดิ เวลาว่ิงรอบสนามกฬี า 2 รอบ 16 นาฬกิ า 30 นาที
ป่านออกจากบา้ นเวลา 10 นาที +
ใชเ้ วลาในการเดินทางไปสนามกีฬา
ถึงสนามกฬี าเวลา 16 นาฬกิ า 40 นาที +
รวมกับเวลาที่วงิ่ 2 รอบ 30 นาที
เม่ือปา่ นวิ่งรอบสนามเสร็จแล้ว ตรงกบั เวลา
หรอื 16 นาฬกิ า 70 นาที

17 นาฬกิ า 10 นาที

นำเวลา มาเป็นคำตอบ จงึ ไมถ่ กู ตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 31 ปีการศกึ ษา 2564

16. นักเรยี น ไปสำรวจแปลงเกษตร จำนวน 4 แปลง มคี วามกวา้ งเทา่ กัน
แตค่ วามยาวตา่ งกัน วัดความยาวแตล่ ะแปลงไดด้ ังนี้

แปลง ความยาว
1 3 เมตร 25 เซนติเมตร
2 275 เซนติเมตร
3 2 เมตร 50 เซนตเิ มตร
4 315 เซนตเิ มตร

จากขอ้ มลู แปลงเกษตรทีย่ าวท่สี ุด ยาวกว่า แปลงทส่ี ั้นที่สดุ อยู่เทา่ ใด
1) 25 เซนติเมตร
2) 40 เซนตเิ มตร
3) 50 เซนตเิ มตร
4) 75 เซนติเมตร

ตวั ช้ีวดั ค 2.1 ป.3/6 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั ความยาว
ที่มีหนว่ ยเป็นเซนตเิ มตร และมิลลเิ มตร เมตรและเซนตเิ มตร
กิโลเมตรและเมตร

เฉลย
4) ถูก เพราะ เม่ือกระจายหนว่ ย เมตร ให้เป็นเซนติเมตร จะได้
แปลงท่ี 1 ยาว 3 เมตร 25 เซนติเมตร หรือ 325 เซนตเิ มตร
แปลงท่ี 2 ยาว 275 เซนตเิ มตร
แปลงที่ 3 ยาว 2 เมตร 50 เซนติเมตร หรือ 250 เซนติเมตร
แปลงท่ี 4 ยาว 315 เซนติเมตร
แปลงเกษตรท่ยี าวทีส่ ุด คือ แปลงท่ี 1
แปลงเกษตรทส่ี ้ันทสี่ ุด คือ แปลงที่ 3
ดงั น้นั แปลงเกษตรท่ยี าวที่สุด ยาวกวา่ แปลงท่ีส้ันทสี่ ดุ

คือ 325 − 250 = 75 เซนติเมตร จึงถกู ตอ้ ง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 32 ปีการศึกษา 2564

ตัวลวง
1) ผดิ เพราะ นำความยาวของแปลงที่ 2 ลบความยาวแปลงท่ี 3

จึงได้ 275 − 250 = 25 เซนติเมตร มาเปน็ คำตอบ
จึงไม่ถกู ต้อง
2) ผดิ เพราะ นำความยาวของแปลงท่ี 4 ลบความยาวแปลงท่ี 2

จงึ ได้ 315 − 275 = 40 เซนตเิ มตร มาเป็นคำตอบ
จงึ ไมถ่ กู ตอ้ ง
3) ผิด เพราะ นำความยาวของแปลงที่ 1 ลบความยาวแปลงท่ี 2

จงึ ได้ 325 − 275 = 50 เซนติเมตร มาเปน็ คำตอบ
จึงไม่ถูกตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 33 ปกี ารศกึ ษา 2564

17.

บ้านวีณา ช้นั ทห่ี นึง่ สงู 430 เซนตเิ มตร
ช้นั ที่สอง สูงนอ้ ยกว่า ช้นั ทห่ี นึง่ 1 เมตร 20 เซนตเิ มตร

จากขอ้ มลู บ้านวณี ามคี วามสูงทงั้ หมด เทา่ ใด
1) 3 เมตร 10 เซนตเิ มตร
2) 5 เมตร 50 เซนติเมตร
3) 7 เมตร 40 เซนตเิ มตร
4) 9 เมตร 80 เซนติเมตร

ตวั ชีว้ ัด ค 2.1 ป.3/6 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ัญหาเกีย่ วกับความยาว ทม่ี ีหน่วย

เป็นเซนติเมตรและมลิ ลเิ มตร เมตรและเซนตเิ มตร

เฉลย

3) ถูก เพราะ

เมตร เซนตเิ มตร

บ้านวีณาช้นั ทหี่ น่ึงสูง 4 30 -
ชนั้ ทส่ี องสงู นอ้ ยกวา่ ชัน้ ทห่ี น่งึ 1 20

ช้ันที่สองสงู 3 10 +
บา้ นวณี าชนั้ ทห่ี นึ่งสูง 4 30

บา้ นวีณามคี วามสงู ทัง้ หมด 7 40

ดงั นั้น 7 เมตร 40 เซนตเิ มตร จึงถูกตอ้ ง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 34 ปีการศกึ ษา 2564

ตวั ลวง

1) ผดิ เพราะ นำความสงู ของบา้ นชน้ั ทส่ี องมาเป็นคำตอบ

เมตร เซนตเิ มตร

บา้ นวีณาช้ันท่ีหนึ่งสูง 4 30 -
ชน้ั ที่สองสูงนอ้ ยกวา่ ช้นั ทหี่ นึง่ 1 20

บา้ นช้ันทสี่ องมคี วามสูง 3 10

3 เมตร 10 เซนตเิ มตร มาเปน็ คำตอบ จึงไม่ถกู ตอ้ ง

2) ผิด เพราะ นำจำนวนทีก่ ำหนดในโจทยม์ าบวกกนั เป็นคำตอบ

เมตร เซนตเิ มตร

บา้ นวณี าช้ันทห่ี น่ึงสูง 4 30 +
ชั้นท่สี องสงู นอ้ ยกวา่ ชน้ั ทห่ี นึ่ง 1 20

จึงได้ 5 50

5 เมตร 50 เซนติเมตร มาเปน็ คำตอบ จึงไมถ่ กู ต้อง

4) ผดิ เพราะ หาความสูงของบ้านชน้ั ที่สองผิดโดยนำมาบวกกับความสูงของชั้นที่หนึ่ง

เมตร เซนตเิ มตร

บ้านวีณาชั้นทห่ี นงึ่ สงู 4 30 +
ชน้ั ทีส่ องสงู นอ้ ยกวา่ ชั้นที่หนงึ่ 1 20

ช้นั ท่สี องสูง 5 50 +
บา้ นชั้นท่ีหนึง่ สูง 4 30

จึงได้ 9 80

9 เมตร 80 เซนติเมตร มาเปน็ คำตอบ จงึ ไมถ่ กู ตอ้ ง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 35 ปกี ารศึกษา 2564

18. เสน้ ทางการเดนิ ทางไปโรงเรียนของต๋ิม โรงเรยี น

วัด
650 เมตร

450 เมตร 900 เมตร

บ้านตม๋ิ

จากข้อมูล การเดินทางจากบา้ นตม๋ิ ไปโรงเรียน โดยผ่านวดั และไมผ่ า่ นวัด
มีระยะทางต่างกันเท่าใด

1) 200 เมตร
2) 250 เมตร
3) 450 เมตร
4) 1,100 เมตร

ตวั ชวี้ ดั ค 2.1 ป.3/6 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั ความยาว
ท่ีมหี นว่ ยเปน็ เซนติเมตร และมิลลเิ มตร เมตรและเซนตเิ มตร
กิโลเมตรและเมตร

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 36 ปกี ารศึกษา 2564

เฉลย
1) ถกู เพราะ คิดระยะทางจากบา้ นไปโรงเรยี นโดยผา่ นวดั ดังนี้
นำระยะทางจากบา้ นไปวัดบวกระยะทางจากวดั ไปโรงเรยี น
จงึ ได้ระยะทางไปโรงเรียนโดยผ่านวัด 450 + 650 = 1,100 เมตร
ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนโดยไมผ่ ่านวัด 900 เมตร
เส้นทางท้งั สองเส้นทางมีระยะทางตา่ งกัน 1,100 – 900 = 200 เมตร
ดงั นั้น 200 เมตร จึงถกู ตอ้ ง

ตวั ลวง
2) ผิด เพราะ คดิ ระยะทางท่ีไปโรงเรยี นโดยไม่ผา่ นวดั ลบระยะทางจากวัดไปโรงเรียน
จึงได้ 900 – 650 = 250 เมตร มาเป็นคำตอบ จงึ ไมถ่ ูกตอ้ ง
3) ผิด เพราะ คิดระยะทางทไี่ ปโรงเรยี นโดยไมผ่ ่านวัดลบระยะทางจากบา้ นไปวดั
จงึ ได้ 900 – 450 = 450 เมตร มาเป็นคำตอบ จงึ ไม่ถูกต้อง
4) ผิด เพราะ คดิ ระยะทางจากบา้ นไปวดั บวกระยะทางจากวดั ไปโรงเรียน
จงึ ได้ระยะทางไปโรงเรียนโดยผ่านวัด 450 + 650 = 1,100 เมตร
มาเป็นคำตอบ จึงไม่ถูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 37 ปกี ารศกึ ษา 2564

19.
ชาวสวนเกบ็ มะนาววันแรกได้ 120 กโิ ลกรัม
วันทสี่ องเกบ็ ได้ นอ้ ยกวา่ วนั แรก 20 กโิ ลกรมั
ชาวสวนเกบ็ มะนาวสองวันไดท้ ง้ั หมดเทา่ ไร

จากข้อมลู ข้อใดแสดงวิธหี าคำตอบไดถ้ ูกตอ้ ง
1) 120 – 20 = 100
2) 120 + 20 = 140

3) 120 + (120 – 20) = 220
4) 120 + (120 + 20) = 260

ตวั ชวี้ ดั ค 2.1 ป.3/10 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับน้ำหนัก
ที่มีหน่วยเปน็ กิโลกรมั กับกรมั เมตริกตนั กบั กิโลกรัม

เฉลย
3) ถูก เพราะ ชาวสวนเกบ็ มะนาววนั แรกได้ 120 กิโลกรมั
วนั ท่ีสองเกบ็ ได้ น้อยกวา่ วนั แรก 20 กโิ ลกรมั
วนั ทส่ี องเก็บมะนาวได้ 120 – 20 = 100 กิโลกรัม
ชาวสวนเก็บมะนาวรวมกนั สองวนั
120 + (120 – 20) = 120 + 100 กโิ ลกรมั
= 220 กโิ ลกรัม
ดังนนั้ 120 + (120 – 20) = 220 แสดงวธิ หี าคำตอบไดถ้ กู ต้อง

ตวั ลวง
1) ผิด เพราะ แสดงวิธหี าคำตอบเฉพาะวันท่สี อง
วันทสี่ องเกบ็ มะนาวได้ น้อยกวา่ วนั แรก 20 กิโลกรมั
วนั ที่สองเกบ็ มะนาวได้ 120 – 20 = 100 กโิ ลกรัม
มาเป็นวธิ ีการหาคำตอบ จึงไมถ่ ูกตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 38 ปกี ารศกึ ษา 2564

2) ผิด เพราะ แสดงวิธีหาคำตอบเฉพาะวนั ทีส่ องโดยใช้วธิ ีบวก
วนั ท่ีสองเก็บมะนาวได้ 120 + 20 = 140 กโิ ลกรัม
มาเปน็ วธิ ีการหาคำตอบ จึงไม่ถูกต้อง

4) ผิด เพราะ แสดงวธิ หี าคำตอบมะนาววันทส่ี องผดิ
ชาวสวนเก็บมะนาววนั แรกได้ 120 กโิ ลกรมั
วันที่สองเก็บมะนาวได้ น้อยกว่า วันแรก 20 กโิ ลกรมั
วันท่สี องเกบ็ มะนาวได้ 120 + 20 = 140 กิโลกรัม
ชาวสวนเก็บมะนาวรวมกนั สองวนั
120 + (120 + 20) = 120 + 140 กโิ ลกรัม
= 260 กิโลกรมั
จึงได้ 120 + (120 + 20) = 260 กโิ ลกรัม
มาเป็นวิธีการหาคำตอบ จึงไม่ถูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 39 ปกี ารศกึ ษา 2564

20. นกั เรยี น 4 คน ชง่ั นำ้ หนกั ไดด้ งั น้ี

ช่อื นำ้ หนกั
ซนิ 49 กิโลกรมั 300 กรัม
เบส 52 กโิ ลกรมั 800 กรัม
ป่นิ 48 กโิ ลกรัม 200 กรมั
ตอ้ ม 51 กโิ ลกรมั 900 กรัม

กระเชา้ ชงิ ช้าสวรรค์ รับน้ำหนักได้สงู สุด 100 กิโลกรัม

จากข้อมูล นักเรียนคใู่ ดทส่ี ามารถนง่ั กระเชา้ ชงิ ชา้ สวรรคพ์ รอ้ มกันได้

1) ซิน กบั ปนิ่
2) เบส กบั ต้อม
3) ตอ้ ม กบั ซิน
4) ปิน่ กบั เบส

ตวั ช้วี ดั ค 2.1 ป.3/10 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหา เกย่ี วกบั นำ้ หนกั ทมี่ ี

หนว่ ยเป็นกิโลกรมั กบั กรมั เมตรกิ ตนั กับกิโลกรมั

เฉลย

1) ถกู เพราะ

กโิ ลกรัม กรมั

ซนิ หนัก 49 300 +
ปิน่ หนัก 48 200

รวม 97 500

97 กโิ ลกรัม 500 กรมั นอ้ ยกวา่ 100 กโิ ลกรมั

ดังน้นั ซนิ กบั ปิ่น สามารถนงั่ กระเชา้ ชิงชา้ สวรรค์พร้อมกันได้ จงึ ถกู ต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 40 ปีการศึกษา 2564

ตัวลวง

2) ผดิ เพราะ

กิโลกรัม กรัม

เบสหนัก 52 800 +
ต้อมหนกั 51 900

รวม 104 700

104 กโิ ลกรมั 700 กรัม มากกว่า 100 กิโลกรมั

เบส กบั ต้อม สามารถนงั่ กระเชา้ ชงิ ช้าสวรรคพ์ ร้อมกันได้ จึงไม่ถูกต้อง

3) ผิด เพราะ

กโิ ลกรัม กรัม

ตอ้ มหนกั 51 900
ซินหนัก 49 300 +

รวม 101 200

101 กโิ ลกรมั 200 กรัม มากกว่า 100 กิโลกรมั

ตอ้ ม กับ ซนิ สามารถนัง่ กระเช้าชิงช้าสวรรคพ์ ร้อมกนั ได้ จึงไมถ่ กู ตอ้ ง

4) ผดิ เพราะ

กโิ ลกรมั กรัม

ปน่ิ หนกั 48 200 +
เบสหนกั 52 800

รวม 101 000

101 กโิ ลกรมั มากกวา่ 100 กิโลกรมั

ปิน่ กบั เบส สามารถนง่ั กระเชา้ ชงิ ชา้ สวรรคพ์ ร้อมกนั ได้ จงึ ไม่ถูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 41 ปกี ารศกึ ษา 2564

21. ถงั เปล่า ขวดใบที่ 1 ขวดใบท่ี 2

บรรจุได้ 2 ลติ ร 500 มิลลลิ ติ ร มนี ้ำ 850 มลิ ลิลติ ร มนี ้ำ 450 มลิ ลลิ ติ ร

จากขอ้ มูล ด.ช. นนท์ เทนำ้ จากขวดใบท่ี 1 และขวดใบที่ 2 ลงในถังเปล่าจนหมด
ถังน้ำยงั ใส่น้ำได้อกี เทา่ ใด จึงจะเต็มถงั พอดี

1) 1 ลิตร 200 มลิ ลิลิตร
2) 1 ลิตร 650 มิลลลิ ิตร
3) 1,300 มลิ ลลิ ิตร
4) 2,050 มลิ ลลิ ติ ร

ตัวชวี้ ัด ค 2.1 ป.3/13 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเกย่ี วกบั ปริมาตรและ
ความจทุ ่ีมีหนว่ ยเปน็ ลิตรและมลิ ลิลติ ร

เฉลย
1) ถกู เพราะ ขวดใบท่ี 1 มีนำ้ 850 มิลลลิ ิตร
ขวดใบท่ี 2 มีนำ้ 450 มิลลลิ ิตร
เทน้ำทัง้ สองขวดลงในถงั เปล่าได้ 850 + 450 = 1,300 มิลลิลติ ร
ถงั น้ำมคี วามจุทง้ั หมด 2 ลิตร 500 มลิ ลลิ ิตร หรือ 2,500 มลิ ลิลติ ร
ดงั นน้ั ถงั น้ำยังใสน่ ้ำไดอ้ กี 2,500 – 1,300 = 1,200 มิลลลิ ิตร
หรือ 1 ลติ ร 200 มิลลิลิตร จึงถูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 42 ปกี ารศกึ ษา 2564

ตวั ลวง
2) ผิด เพราะ นำความจุถงั เปลา่ ลบด้วยความจุของน้ำในขวดใบที่ 1
โดยคิดจาก 2,500 – 850 = 1,650 มิลลลิ ติ ร
หรอื 1 ลติ ร 650 มิลลิลิตร มาเป็นคำตอบ
จงึ ไม่ถูกตอ้ ง
3) ผิด เพราะ นำปรมิ าณนำ้ ในขวดที่ 1 บวกนำ้ ในขวดใบท่ี 2
โดยคดิ จาก 850 + 450 = 1,300 มิลลิลติ ร มาเป็นคำตอบ
จงึ ไม่ถูกต้อง

4) ผดิ เพราะ นำความจุถงั เปล่าลบดว้ ยความจุของน้ำในขวดใบท่ี 2
โดยคิดจาก 2,500 – 450 = 2,050 มิลลลิ ิตร มาเปน็ คำตอบ
จงึ ไม่ถูกต้อง

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 43 ปกี ารศกึ ษา 2564

22.
รา้ นแหง่ หน่ึงเลอื กใชน้ ม 2 ชนดิ ไปเปน็ สว่ นประกอบของขนม
นมชนิด A

นมชนดิ B

ความจุ 750 มลิ ลลิ ติ ร ความจุ 250 มิลลลิ ิตร

จากขอ้ มูล การทำขนมใชน้ มชนิด A จำนวน 1 กลอ่ ง และนมชนิด B จำนวน 3 กล่อง
รวมใชน้ มปรมิ าตรเทา่ ใด

1) 1 ลิตร
2) 1 ลติ ร 250 มลิ ลิลิตร
3) 1 ลิตร 500 มิลลลิ ิตร
4) 2 ลิตร

ตัวชีว้ ัด ค 2.1 ป.3/13 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ยี วกับปริมาตร
และความจทุ มี่ ีหนว่ ยเป็นลติ รและมิลลลิ ติ ร

เฉลย
3) ถูก เพราะ นมชนิด A จำนวน 1 กลอ่ ง มปี รมิ าตร 750 × 1 = 750 มลิ ลลิ ติ ร
นมชนิด B จำนวน 3 กล่อง มปี รมิ าตร 250 × 3 = 750 มิลลลิ ติ ร
ดังนน้ั การทำขนมใช้นมปรมิ าตรรวม 750 + 750 = 1,500 มิลลิลติ ร
หรือ 1 ลติ ร 500 มิลลลิ ิตร จึงถกู ต้อง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 44 ปีการศกึ ษา 2564

ตัวลวง
1) ผดิ เพราะ หาคำตอบจากนมแตล่ ะชนิดอยา่ งละ 1 กล่อง
นมชนิด A จำนวน 1 กลอ่ ง มปี รมิ าตร 750 × 1 = 750 มิลลลิ ติ ร
นมชนดิ B จำนวน 1 กลอ่ ง มีปรมิ าตร 250 × 1 = 250 มลิ ลลิ ติ ร
การทำขนมใชน้ มปริมาตรรวม 750 + 250 = 1,000 มิลลิลติ ร
หรอื 1 ลิตร มาเป็นคำตอบ จึงไมถ่ กู ต้อง

2) ผดิ เพราะ หาคำตอบจากนมชนิด A จำนวน 1 กล่อง ชนิด B จำนวน 2 กลอ่ ง
นมชนิด A จำนวน 1 กลอ่ ง มีปริมาตร 750 × 1 = 750 มลิ ลลิ ิตร
นมชนิด B จำนวน 2 กลอ่ ง มีปรมิ าตร 250 × 2 = 500 มิลลิลิตร
การทำขนมใช้นมปรมิ าตรรวม 750 + 500 = 1,250 มิลลิลติ ร
หรือ 1 ลติ ร 250 มลิ ลิลิตร มาเป็นคำตอบ จงึ ไมถ่ ูกตอ้ ง

4) ผดิ เพราะ หาคำตอบจากนมชนดิ A จำนวน 2 กลอ่ ง นมชนิด B จำนวน 2 กลอ่ ง
นมชนดิ A จำนวน 2 กลอ่ ง มปี รมิ าตร 750 × 2 = 1,500 มิลลลิ ิตร
นมชนดิ B จำนวน 2 กลอ่ ง มีปรมิ าตร 250 × 2 = 500 มลิ ลลิ ิตร
การทำขนมใชน้ มปริมาตรรวม 1,500 + 500 = 2,000 มลิ ลลิ ติ ร
หรือ 2 ลิตร มาเปน็ คำตอบ จงึ ไมถ่ กู ตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 45 ปีการศึกษา 2564

23.
นดิ และแมว วาดรูปทม่ี แี กนสมมาตร จำนวน 2 รปู ดงั ภาพ

รปู ที่ 1 รปู ท่ี 2

จากข้อมูล รปู ที่ 1 และ รูปท่ี 2 มแี กนสมมาตรรวมกนั กแ่ี กน
1) 4
2) 6
3) 8
4) 10

ตวั ชว้ี ดั ค 2.2 ป.3/1 ระบุรปู เรขาคณิตสองมิตทิ ่มี แี กนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร
เฉลย

3) ถกู เพราะ เม่อื พิจารณาจำนวนแกนสมมาตร
รปู ที่ 1 มแี กนสมมาตรจำนวน 6 แกน
รปู ท่ี 2 มแี กนสมมาตร จำนวน 2 แกน ดงั ภาพ

แกนสมมาตร 6 แกน แกนสมมาตร 2 แกน

ดงั นัน้ จะมแี กนสมมาตรรวมกนั เทา่ กบั 6 + 2 = 8 แกน จงึ ถูกต้อง

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 46 ปีการศึกษา 2564

ตัวลวง
1) ผิด เพราะ พจิ ารณาเสน้ แกนสมมาตรของรปู ไดไ้ มค่ รบ จงึ นบั ได้ 4 แกน
มาเป็นคำตอบ จึงไม่ถกู ตอ้ ง
2) ผิด เพราะ พิจารณาเส้นแกนสมมาตรของรปู ไดไ้ มค่ รบ จึงนับได้ 6 แกน
มาเป็นคำตอบ จงึ ไมถ่ ูกตอ้ ง
4) ผิด เพราะ พิจารณาเส้นแกนสมมาตรของรูปไดเ้ กนิ จึงนบั ได้ 10 แกน

มาเป็นคำตอบ จึงไมถ่ กู ตอ้ ง

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 47 ปีการศึกษา 2564

24.
แผนภูมิรูปภาพแสดงจำนวนการขายนำ้ ดื่มในหนง่ึ สปั ดาห์

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พธุ พฤหัสบดี ศกุ ร์ เสาร์
กำหนดให้ แทนน้ำดม่ื จำนวน 20 ขวด

จากข้อมูล จำนวนน้ำดืม่ ของวนั อาทิตย์และวนั จนั ทรร์ วมกัน มากกวา่ วันพธุ อยูก่ ี่ขวด
1) 100
2) 80
3) 40
4) 5

ตัวชีว้ ัด ค 3.1 ป.3/1 เขียนแผนภมู ริ ูปภาพ และใชข้ ้อมูลจากแผนภมู ิรปู ภาพในการหาคำตอบ
ของโจทยป์ ัญหา

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ป.3 48 ปกี ารศกึ ษา 2564

เฉลย
1) ถูก เพราะ กำหนดให้ แทนการขายน้ำดม่ื จำนวน 20 ขวด
วันอาทติ ย์ขายได้ 4 × 20 = 80 ขวด
วันจนั ทร์ขายได้ 3 × 20 = 60 ขวด
รวมวนั อาทิตยแ์ ละวันจันทร์ขายได้ 80 + 60 = 140 ขวด
วนั พุธขายได้ 2 × 20 = 40 ขวด
ดงั นน้ั วันอาทติ ย์และวนั จนั ทร์ขายไดร้ วมกนั มากกวา่ วนั พุธ
140 – 40 = 100 ขวด จงึ ถกู ต้อง

ตวั ลวง
2) ผดิ เพราะ ใชข้ ้อมูลรวมของวนั อาทติ ย์และวนั จันทรแ์ ต่เปรียบกบั วันองั คาร
วนั อาทิตยข์ ายได้ 4 × 20 = 80 ขวด
วนั จันทร์ขายได้ 3 × 20 = 60 ขวด
รวมวนั อาทิตย์และวนั จนั ทร์ขายได้ 80 + 60 = 140 ขวด
วันองั คารขายได้ 3 × 20 = 60 ขวด
วนั อาทติ ยแ์ ละวนั จนั ทรข์ ายไดร้ วมกนั มากกว่าวันองั คาร
140 – 60 = 80 ขวด มาเป็นคำตอบ จงึ ไมถ่ ูกต้อง
3) ผิด เพราะ ใชข้ อ้ มลู วันอาทิตย์เปรียบกบั วันพุธ
วนั อาทติ ย์ขายได้ 4 × 20 = 80 ขวด
วันพธุ ขายได้ 2 × 20 = 40 ขวด
วันอาทติ ยข์ ายไดม้ ากกว่าวนั พธุ
80 – 40 = 40 ขวด มาเปน็ คำตอบ จึงไมถ่ ูกตอ้ ง

4) ผิด เพราะ ไม่มีการแทน เทา่ กบั การขายน้ำดมื่ จำนวน 20 ขวด
วันอาทิตย์ขายได้ 4 ขวด วนั จนั ทรข์ ายได้ 3 ขวด
รวมวันอาทติ ยแ์ ละวันจนั ทร์ขายได้ 4 + 3 = 7 ขวด
วันพธุ ขายได้ 2 ขวด
วันอาทิตยแ์ ละวันจันทรข์ ายได้รวมกนั มากกว่าวนั พธุ
7 – 2 = 5 ขวด มาเป็นคำตอบ จึงไม่ถูกตอ้ ง

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน


Click to View FlipBook Version