ปีที่ 2 ช่อที่ 2 พ.ศ. 2562
CHORINTANIN MAGAZINE
อุทยานกลว้ ยไม้ไทย
เฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกุมารี
วัตถสุ ่งิ ของลำ้� ค่า
ของพระชว่ งเกษตรศลิ ปการ
จากผลึกควบาทมสนคทนิดา
ผศ.ดร.จำ� เนียร ยศราช
อดีตอธกิ ารบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้
ความเชอื่ และศรัทธา ฝนิ่ ราชินดี อกไม้แสนงาม พิธฟี อ้ นหอของเม็งรมิ ปิง
พิธบี วงสรวงพระพริ ณุ ทรงนาค ผูม้ ีพิษรา้ ย ประวตั ิศาสตร์ พธิ กี รรม
และความเปลี่ยนแปลง
รถยนตย์ ี่หอ้ Rambler Rebel ปี 1958
โครงการ USOM (United States Operation Mission)
มอบใหเ้ ปน็ รถประจำ� ต�ำแหนง่ ของ ศาสตราจารย์ ดร.วภิ าต บญุ ศรี วงั ซา้ ย
ขณะดำ� รงต�ำแหนง่ ผอู้ �ำนวยการวทิ ยาลยั เกษตรกรรมเชียงใหม่ เม่ือปี พ.ศ. 2515
2
สารอธิการบด ี 36 60 ลา้ นนาคดี 110
เรอื นชานบา้ นศนู ย์ศิลป์ 64
บรรณาธกิ ารบรหิ าร 24 ตระการตาขบวนศลิ ปวัฒนธรรม 36 66 พิธีฟอ้ นหอของเม็งริมปงิ
พิธีรบั พระราชทานปริญญาบตั ร ประวัตศิ าสตร์ พธิ ีกรรม
6 และความเปลี่ยนแปลง
10
15 ฝน่ิ ราชนิ ดี อกไมแ้ สนงาม 114
21
ผู้มพี ษิ รา้ ย
42 68 ตา๋ แหลวกับความเช่ือ 122
ดา้ นการเพาะปลูกของลา้ นนา
ตำ� นานเทศนม์ หาชาต ิ 128
พกาิพริธเกภษณั ตฑรไ์วทฒั ย นธรรม 71 110
วัตถุส่งิ ของลำ�้ ค่า 82
42 114
ของพระชว่ งเกษตรศลิ ปการ
98 122
26 104 128
วรรณกรรมลา้ นนา
30 ภาษา และดนตรี
48 การบวชตา่ งๆ 60
ผเี ปรต
64 131
แม่โจ.้ ..แมโ่ จ้ของเรา ขนุ หลวงวลิ ังคะเอ้ืองแซะบ้านปา่ 49 ขับซอพ้ืนเมือง 66
6 ผ้หู าญกล้าเด็ดดอกฟ้าเมืองหริภุญไชย พอเพียงแตไ่ มเ่ พียงพอ
โครงการจัดสรา้ งรปู ปั้นรูปเหมือน
ศ.ดร.วิภาต บุญศรี วังซา้ ย 54 ปจู่ า๋ นเจา้ พธิ กี รรม 68
สระเกล้าดำ� หัวล้านนา 58 พุทธท�ำนาย 71 ของก๋ินบ้านเฮา 131
อุทยานกล้วยไม้ไทย
10 ของมะหนั ตั๋ว “ขึด” เหตุการณ์ก่ึงพทุ ธกาล เห็ดถอบของกน๋ิ หายาก
เฉลมิ พระเกยี รติ
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ 48 ของภาคเหนือ
สยามบรมราชกุมารี
สืบสานงานศลิ ป์ผา้ ทอล้านนา 82
ก่อนจะมาเป็นงานเดนิ วง่ิ 15 49 ตุ๊ขาว: พระนกั พฒั นา 98 136
ประเพณีแม่โจ้-สันทราย ทพี่ ่ึงของคนยากไร้
ความเชื่อและศรทั ธา 21 54 เคร่อื งเคลือบศิลาดล : 104 อู้จา๋ ปะสาคนเมอื ง
พธิ ีบวงสรวงพระพิรุณทรงนาค 58
มนตเ์ สน่หล์ ้านนาคณุ ค่าสสู่ ากล บทสนทนาจากผลกึ ความคดิ 136
ชว่ ยแมเ่ ล้ยี งน้องอิม่ ทอ้ งม้อื แรก 26 ผศ.ดร.จ�ำเนยี ร ยศราช
อดีตอธกิ ารบดีมหาวิทยาลัยแมโ่ จ้
ฟ้อนสวยดอกล้านนา 30
เอ้นิ ปา่ วขา่ วศูนยศ์ ลิ ป์ 153
ความศรทั ธาในวถิ ชี าวพทุ ธ
ปีท่ี 2 ช่อท่ี 2 พ.ศ. 2562
คุยกบั อธกิ ารบดี
รองศาสตราจารย์ ดร.วรี ะพล ทองมา
สวัสดีครับ 1. การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอัตลักษณ์วิถีเกษตร
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสถาบันทางการศึกษาทางการเกษตร วิถีแม่โจ้ ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทยท่ีมีประวัติ
ทเ่ี ก่าแก่ทสี่ ดุ ของประเทศไทยมาถงึ 85 ปี ที่ทำ�ดเี พื่อแผ่นดนิ ความเป็นมาและรากเหง้าพวกเราชาวแม่โจ้ ครัวอิ่มอุ่นพ่ีเพื่อน้องแม่
ผมในฐานะท่ีเป็นศิษย์แม่โจ้ รุ่นท่ี 49 เติบโตจากชีวิตลูก โจ้ซึ่งเราเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในโลกที่พ่ีศิษย์เก่ากลับมาทดแทน
ของเกษตรกร เข้ามาแม่โจ้ต้ังแต่เรียนจนจบไปทำ�งานก็ยังอยู่ใน คุณแผ่นดินแม่ จัดทำ�ครัวให้น้องนักศึกษาได้รับประทานอาหารบรรเทา
ภาคการเกษตรมาโดยตลอด ถึงวันนี้ผมได้รับตำ�แหน่งรักษาการ ความเดือดร้อนขัดสนได้ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ฝายมีชีวิต
แทนอธิการบดี เพ่ือบริหารและจัดการสถาบันอุดมศึกษาทางการเกษตร ณ ลำ�ห้วยโจ้ภายในมหาวิทยาลัยจำ�นวน 3 ตัว ฝายท่ีตอบสนอง
ซึ่งก็คือมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ท่ีกำ�ลังประสบกับวิกฤติจากความผันแปร พระราชดำ�ริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ของโลกความรู้ นวัตกรรม จำ�นวนประชากรท่ีลดลงเป็นสาเหตุให้ โดยบูรณาการกับการเรียนการสอนให้นักศึกษาเข้าใจและซาบซ้ึงในวิถี
นักศึกษาน้อยลง การออกนอกระบบราชการ งบประมาณลดลง ชาวเกษตรในความเปน็ ตัวตนคนแมโ่ จท้ ีส่ ังคมภูมใิ จ
มหาวิทยาลัยต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ภาวการณ์ภัยพิบัติ โรคภัยไข้เจ็บ 2. บูรณาการการทำ�งานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน
การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยตา่ งๆ และต่างชาติ ในการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ศิลปวัฒนธรรม
อนาคตและแนวโน้มภาคการเกษตรจึงมีความสำ�คัญมาก ลา้ นนา ความเปน็ ทอ้ งถ่ินและวัฒนธรรมการเกษตรของไทย
สำ�หรับประเทศไทย และท่ามกลางการเปล่ียนแปลงของโลกท่ีก้าวสู่ 3. สร้างเครือข่ายด้านศิลปวัฒนธรรมและนานาชาติให้มี
ยุคดิจิตอล 4.0 หรือ 5.0 เทคโนโลยีที่เป็น Mega Trend อันได้แก่ ความเขม้ แขง็
BioTech NanoTech SpaceTech RoboticTech และ Digital 4. อนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถ่ิน โดยร่วมมือ
ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำ�คัญหลักที่เข้ามาสร้างความเปล่ียนแปลง (disrupt) กับปราชญ์ชาวบ้านรักษาวัฒนธรรมล้านนา เป็นมรดกของชาติท่ีเป็น
จนกระเทือนไปทุกหย่อมหญ้า ไม่เฉพาะแต่ประเทศไทยเท่าน้ันแต่รวมไปถึง เอกลักษณ์อันงดงาม
ท่ัวโลก ความท้าทายจึงเป็นพลังในการขับเคล่ือนมหาวิทยาลัยไปถึง
“นคี่ อื ปัญหาของโลกท่ตี ้องเผชิญครับ” จดุ หมาย จากความรว่ มมือร่วมใจของทุกคนเพอื่ เยาวชนและประเทศชาติ
อย่างไรก็ตาม แม่โจ้เรายังคงอัตลักษณ์ท่ีมีมายาวนาน นั่นคือ ขอขอบคุณทุกท่าน ขอให้มีความสุขไปกับพวกเราชาวแม่โจ้ใน
ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นไทย ท่ีเป็น ชอ่ อินทนิลฉบบั น้ีครบั
เคร่ืองยึดเหน่ียวจิตใจอันดีงามของคนไทยทุกคน รวมถึงชาวต่างชาติ
ที่ไดพ้ บเจอจนประทับใจตลอดมา เราต้องชว่ ยกันรักษาวถิ ชี ีวติ อนั ดงี าม (รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา)
น้ีไว้ พร้อมทั้งส่งเสริมและปลูกจิตสำ�นึกให้บุคลากร นักศึกษาและ อธิการบดี
ศิษย์เก่า รวมท้ังชุมชน และสังคม ธำ�รงรักษาวัฒนธรรมไทยอันเป็น
เอกลักษณ์ของชาติสืบไป
มหาวิทยาลยั แมโ่ จต้ ระหนักถึงความสำ�คญั ในเรอื่ งดังกล่าว โดย
ผ่านทางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านทะนุบำ�รุงศิลปะและวัฒนธรรม
ซง่ึ กำ�หนดให้สอดคล้องกับสถานการณป์ ัจจุบนั ดงั นค้ี อื
2
ปีท่ี 2 ช่อที่ 2 พ.ศ. 2562
ท่ีปรกึ ษา : อธิการบดมี หาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้
รองอธิการบดี (ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ณฐั วฒุ ิ ดษุ ฎ)ี
บรรณาธกิ ารบรหิ าร : นางสมพร แรกช�ำ นาญ
กองบรรณาธกิ าร : ผูช้ ่วยศาสตราจารยช์ ยุตภฏั คำ�มลู
อาจารย์ ดร.สุนทร คำ�ยอด
อาจารย์ลกั ขณา ชาปู่
อาจารย์ดวงหทัย ลือดัง
นายอนสุ รณ ์ วิจารณ์ปรีชา
นายวุฒภิ ทั ร เกตพุ ฒั นพล
นางสาวศรวี รรณ บุญเรอื ง
นางอไุ รภสั ร์ ชยั เรืองวฒุ ิ
นาวสาวเมริษา ยอดหอม
นางสาวเบญจรัตน ์ ศภุ อดุ มฤกษ์
นายสิทธิชยั วมิ าลา
นางสาวสุวชิ า ศรวี ชิ ยั
จดั ทำ�โดย : โครงการผลติ สอื่ เพื่อการเผยแพรด่ า้ นศิลปวัฒนธรรม
กองสง่ เสรมิ ศิลปวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลัยแม่โจ้
63 หมู่ 4 ต�ำ บลหนองหาร อำ�เภอสันทราย
จังหวดั เชียงใหม่ 50290
โทรศพั ท/์ โทรสาร : 053-873300-3 www.artandculturemju.com
พิมพท์ ่ี : โรงพมิ พเ์ ชยี งใหมน่ ันทพนั ธพ์ ร้ินติง้
จำ�นวน : 1,000 เล่ม / พ.ศ. 2562
โครงการผลิตสอ่ื เผยแพร่ดา้ นศิลปวัฒนธรรม “ชอ่ อินทนลิ ” จดั ทำ� เพอื่ ใหน้ กั คดิ นกั เขียน ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ
และบคุ ลากร ไดร้ วบรวม เรยี บเรียง เขยี นบทความ ขอ้ ความ สารคดี น�ำเสนอขอ้ มูลแนวคดิ หรอื ขอ้ เสนอแนะถ่ายทอดเพื่อความเขา้ ใจ
ในทัศนะ และการเรยี นรู้เชิงสร้างสรรค์ ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั ทัศนะของผู้จัดทำ� และมิใช่เป็นความรับผิดชอบของกองบรรณาธกิ าร
ภาพปก : นางแบบทั้งสองเป็นนกั ศึกษาชมรมสง่ เสริมศลิ ปวฒั นธรรม กองส่งเสรมิ ศิลปวฒั นธรรม
มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้ สวมใสช่ ดุ พื้นเมืองล้านนาเตรยี มข้าวตอกดอกไม้
เพื่อถวายบูชาส่ิงศักดิส์ ิทธิ์ ณ อาคารพุทธมิ่งมงคล
คือ นางสาวกนกวรรณ ขันธแ์ กว้ สาขานเิ ทศศาสตร์บูรณาการ ชั้นปีที่ 1
และนางสาวณรนิ ธร วรรณสุข สาขาพฒั นาการทอ่ งเทยี่ ว ชนั้ ปที ่ี 3
3
EDITOR’S TALK
สมพร แรกช�ำนาญ
เรอื นชานบรรณาธิการบริหาร
บา้ นศนู ยศ์ ลิ ป์
ท่านผอู้ ่านทีร่ กั เจา้ ไม่เหมือนเดิม ดูแล้ววัฒนธรรมจะปนเปกันไปไม่รู้ว่าอะไรเป็นของใคร
ทั้งการแต่งตัว แต่งหน้า ทรงผม เส้ือผ้า และยิ่งเครื่องประดับแล้ว
“ลกุ หอ้ื ไดเ้ งนิ หมนื่ ตนื่ หอ้ื ไดเ้ งนิ แสน เยอะมากแพรวพราวเต็มหัวเต็มตัว ค�ำล้านนามักว่า “เหมือนยี่เก”
มาดแมน้ สง่ิ ใดเออ้ื มถงึ หนตางสวรรคผ์ อ่ หนั เปง่ มีความสมัยใหม่มากข้ึนจนคนเก่าๆ ตามไม่ทันหรือไม่เข้าใจ
ว่าเพราะอะไร ความสนุกสนานมักจะอยู่กับสุรายาดองของมึนเมา
ลงึ้ เปน็ คนทหี่ นง่ึ หวั แถวตางหนา้ ๆ” ท้ังผู้หญิงผู้ชายไม่อายกัน มีจังหวะเพลงเน้ือหาหยาบโลนล่อแหลม
เร้าใจ
อวยพรด้วยภาษาล้านนากับวันเวลาที่จะหมดปี พ.ศ. 2562 เหล่านี้...เราต้องพบ ต้องยอมรับมากข้ึน เพราะต่างเป็น
อีกแล้วท้ังๆ ท่ีเพ่ิงผ่านเทศกาลสงกรานต์เดือนเมษายนมาไม่นาน เช่นนัน้ ไมม่ ใี ครฟังเราแล้ว
ปีน้ีอุณหภูมิร้อนพุ่งไปถึง 42 องศา หลากหลายชีวิตล้วนถูก
“สังขารล่อง” ล่วงผ่านไปอีกปี ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนบ่นว่าเดี๋ยวนี้
ประเพณีหรือการจัดงานต่างๆ ท้ังงานวัดงานบุญท�ำไมเปลี่ยนไป
วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ปวงประชาล้วนปิติยินดีเนื่องในโอกาสมหาบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติมากมายในด้านส่ิงแวดล้อมและจิตอาสาทั่วประเทศ ทั่วประเทศสวมใส่สีเหลือง
สวยงาม ซง่ึ เป็นสีวันพระราชสมภพเฉลิมพระเกียรตติ ลอดเดอื นเมษายน-กรกฏาคม พ.ศ. 2562
เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2562 เราได้คณะรัฐบาลใหม่ภายใต้การน�ำของ พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา ที่จะโบกมืออ�ำลา คสช.
ประชาชนตาด�ำๆ อย่างเราๆ หาเช้ากินค�่ำคาดหวังให้ประเทศไทยเดินหน้า แก้ปัญหาถูกจุด ลืมตาอ้าปากได้ คงไม่พากันมากอบโกย
เอาผลประโยชนใ์ หส้ มกบั ทเี่ อาภาษขี องเราไปเลอื กตั้งเข้ามานั่งในสภาผแู้ ทนอนั ทรงเกยี รติ
ช่ออินทนิลฉบับน้ี เหล่านักเขียนขอน�ำทุกท่านได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณทั้งเก่าใหม่ผสมปนกันไปเหมือนกับการปรุงอาหารให้อร่อยๆ
ต�ำนาน “ขุนหลวงวิลังคะ เอื้องแซะบ้านป่าผู้หาญกล้าเด็ดดอกฟ้าเมืองหริภุญไชย” “ฟ้อนผีเม็งริมปิง” ที่อาจารย์สุนทร ค�ำยอด
ไปค้นหามาหลังจากหายไปนาน “การบวชต่างๆ” ท่ีพ่อครูศรีเลา เกตุพรม ผู้ทรงคุณวุฒิล้านนาถ่ายทอดจากประสบการณ์ของคนอยู่วัด
“ศิลาดลมนต์เสน่ห์ล้านนาสู่สากล” เคร่ืองเคลือบสีเขียว ความภาคภูมิใจคนเชียงใหม่คุณค่าฝีมือเชิงช่างชั้นสูง ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
จนเป็นสนิ คา้ GI (Geographical Indication))
“ฝน่ิ ราชนิ ีดอกไม้งามผมู้ ีพษิ ร้าย” โดยวรายทุ ธ อ่อนศรี นักส�ำรวจทีใ่ ชช้ ีวติ อย่ใู นเส้นทางพชื เสพติด
“สระเกล้าด�ำหัว...รดน�้ำด�ำหัว” ต่างกันอย่างไรกับเมธาจารย์นิคม พรหมมาเทพย์ ปราชญ์ล้านนาที่ถ่ายทอดภูมิความรู้
อยา่ งเขม้ แข็ง แมค่ รูบวั ชมุ อินถา ฝากมาว่าไมย่ ากหากคิดจะฝึก “ขับซอพ้นื เมอื ง”
“คั่วเหด็ ถอบ แก๋งเห็ดถอบ ตม้ เหด็ ถอบ” เมนปู ่าหายากราคาแพงจะไดก้ ินเพยี งปลี ะครั้งเทา่ นั้น
ต้องไม่พลาด “สิ่งของล�้ำค่า คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย” พี่แม่โจ้ทั่วประเทศ
แสดงความรักความสามัคคีรับน้องใหม่กับกิจกรรม “ช่วยแม่เลี้ยงน้องอิ่มท้องมื้อแรก” และ “กว่าจะมาเป็นวิ่งสันทรายรับน้องใหม่”
และ “ขบวนศลิ ปวฒั นธรรมน�ำบัณฑิตเขา้ รับพระราชทานปริญญาบตั ร” แหง่ เดยี วในประเทศไทย
ละครย่อมมีวันจบ เหล่านักแสดงต่างเก็บข้าวของกลับบ้าน เช่นเดียวกับหัวโขน “อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้” ช่ออินทนิล
ฉบับนี้ จึงได้ชวนผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จ�ำเนียร ยศราช มาเผยตัวตนที่แท้จริงพร้อมกับเรื่องราวท่ีผ่านมาในชีวิตทั้งยังได้ปกป้องแม่โจ้
จนวินาทสี ดุ ท้ายหวุดหวิด ม.44 ไปแบบหายใจไม่ท่ัวท้อง
ขอใหท้ ุกท่านมคี วามสุขกบั ชอ่ อนิ ทนิลเน่อเจ้า
(นางสมพร แรกช�ำนาญ)
4
พระประเสรฐิ สริ ิปญั โญ (หล้า) สมพร แรกช�ำนาญ ศรเี ลา เกษพรหม
เจา้ อาวาสวดั พระบาทดอยแทน่ พระผาหลวง ผอู้ �ำนวยการกองสง่ เสริมศิลปวฒั นธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้เชยี่ วชาญด้านจารึกล้านนา ปราชญด์ ้านประเพณี
ผู้เชียวชาญด้านภาษาไทยถิ่นลา้ นนา พธิ กี รรม วถิ ชี วี ติ และวัฒนธรรมทอ้ งถน่ิ
บุญศรี รตั นัง นิคม พรหมมาเทพย์
ศลิ ปินแห่งชาติ ประจ�ำปี 2560 ผ้ทู รงคุณวุฒสิ ภาวัฒนธรรมจงั หวดั เชยี งใหม่
สาขาศลิ ปะการแสดง (ดนตรีพ้ืนบา้ นล้านนา) เมธาจารย์ มหาวทิ ยาลัยชวี ติ เพื่อปวงชน วทิ ยาลยั ลา้ นนา
จรี สทิ ธ์ิ สงคป์ ระเสริฐ ภทั รวรรณ แรกช�ำนาญ วรายุทธ อ่อนศรี
รองศาสตราจารยน์ กั เขียน ปรารมภ์ นกั เขยี นอสิ ระ นักเดินทางและเจ้าของร้านเบเกอรี่ เจ้าหนา้ ท่ีส�ำรวจพชื เสพติด
ด้านหลกั ค�ำสอนดา้ นพทุ ธศาสนา ฝา่ ยส�ำรวจและติดตามการปลูกพชื เสพตดิ ส�ำนักงาน ป.ป.ส.
บวั ชมุ อินถา พรชัย ตุย้ ดง ดร.สุนทร คำ� ยอด
ครซู อพื้นบ้าน ส�ำนักช่างซอลูกแม่ปงิ ครปู ัญญาลา้ นนาดา้ นการฟ้อนดาบ ผูเ้ ชยี่ วชาญด้านภาษาไทยและลา้ นนาศกึ ษา
ประธานชมรมคนรกั ษ์ดาบ สลา่ ดาบ (สล่าโอ) รองหวั หน้างานกลุ่มภาษาไทยและภาษาตะวนั ออก
วฒุ ิภัทร เกตุวัฒนพล
กัณณิกา ข้ามส่ี คณะศลิ ปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั แม่โจ้
หัวหน้างานอนุรกั ษส์ ืบสานศลิ ปวัฒนธรรรม
กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม นกั วชิ าการศึกษาช�ำนาญการพเิ ศษ นายนพดล พมิ าสน
กองส่งเสรมิ ศิลปวฒั นธรรม
อนศุ าสนาจารย์ กองส่งเสรมิ ศลิ ปวัฒนธรรม
วนี าภทั ร พงษภ์ า อนสุ รณ์ วจิ ารณ์ปรีชา
นกั วิชาการศกึ ษา กองส่งเสรมิ ศลิ ปวัฒนธรรม หัวหนา้ งานพิพิธภณั ฑ์การเกษตร
และวฒั นธรรมไทย
5
แม่โจ้...แม่โจ้ของเรา
สมพร แรกช�ำนาญ
6
บ้านพักของบูรพคณาจารย์ผู้สร้าง “แม่โจ้” ต้ังแต่คร้ัง พ.ศ. 2477 โดยคุณพระช่วงเกษตรศิลปการ
เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใต้ถุนสูงใช้พักอาศัยต้ังแต่ท่านพาครอบครัวนั่งวัวเทียมเกวียนมาหักร้างถางพง ก่อสร้างโรงเรียน
ฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ ณ บ้านแม่โจ้ อ�ำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้ใช้เป็นบ้านพักของอดีต
ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่และผู้อ�ำนวยการใหญ่ของวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้
ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย แม่โจ้รุ่นที่ 1 ผู้รจนาวลี “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” แก่ลูกแม่โจ้ออกไปรับใช้
สังคมมากว่า 85 ปี หลังจากท่ที ่านถึงแกอ่ นจิ กรรมเมอื่ ปี พ.ศ. 2527 แลว้ บา้ นพกั ดงั กล่าวได้ถูกท้งิ รา้ งจนทรุดโทรมลง
บ้านพักหลังดังกล่าวถูกรื้อถอนแล้วปรับปรุงขึ้น ในปีการศึกษา 2561 มหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้
อีกครั้งหน่ึง อยู่ในการดูแลโดยสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้เรื่อยมา พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทยเป็นฐานเรียนรู้วิถีเกษตร วิถี
โดยยังไม่ได้ใช้งานใดๆ ต่อมาเม่ือ พ.ศ. 2552 มีการแบ่ง แม่โจ้ วิชา ผษ.101 เกษตรเพ่ือชีวิต ให้แก่นักศึกษาช้ันปีที่ 1
โครงสร้างหน่วยงานของกองกิจการนักศึกษา ออกเป็น เข้ามาเรียนประวัติและความเป็นมารากเหง้าความเป็นชาวเกษตร
“ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม” และ “กองแนะแนวสหกิจศึกษา แม่โจ้ การเรียนรู้และปรับตัวในวิถีชีวิตคนของโลกปัจจุบัน
และศิษย์เก่าสัมพันธ์” มหาวิทยาลัย จึงได้จัดงบประมาณ และเข้าใจในอัตลกั ษณ์ความเปน็ ลูกแม่โจ้ท่ีทกุ คนภาคภมู ใิ จ
เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมตัวบ้านพักและสร้างเรือนนอนตองตึง กว่า 3 ปี ที่ผ่านมาได้มีผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ เพิ่มข้ึน
ซึ่งจ�ำลองมาจากเรือนนอนของนักเรียนแม่โจ้ในยุคน้ัน มาไว้ ถึงปีละ 2,000 คน และได้รับการพัฒนาจัดตกแต่งบ้านพักท่ี
อีก 1 หลัง และให้บ้านพักดังกล่าวจัดท�ำเป็น “พิพิธภัณฑ์ จดั แสดงนิทรรศการ เรอื นนอนตองตงึ จำ� ลอง โรงจดั แสดงรถยนต์
วัฒนธรรมการเกษตรไทย” อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ ประจ�ำต�ำแหน่งของ ศ.ดร.บุญศรี วังซ้าย อาคารจัดแสดงของใช้
ของศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มาถึง พ.ศ. 2561 พัฒนาจัดห้อง และอุปกรณ์การเกษตรตา่ งๆ
ภายในบ้านแสดงภาพถ่ายแม่โจ้กับพระมหากษัตริย์ ห้องพัก ปี พ.ศ. 2561 ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมได้จัดงบประมาณ
ของบูรพคณาจารย์ท้ัง 2 ท่าน ของใช้ส่วนตัว ภาพและประวัติ กว่า 400,000 บาท เพ่ือพัฒนาด้านกายภาพของพ้ืนท่ี
เกียรติคุณนายกสภามหาวิทยาลัยและผู้ด�ำรงต�ำแหน่งอธิการบดี และภูมิทัศน์ทั้งภายในและภายนอกพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม
ประวัติความเป็นมาของแม่โจ้ต้ังแต่ พ.ศ. 2477-ปัจจุบัน การเกษตรไทยมีการติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง การจัดท�ำ
เปิดบริการให้เข้าชม เข้าศึกษาเรียนรู้ฟรีทุกวันในเวลาราชการ สื่ออิเลคทรอนิกส์ แผ่นพับเผยแพร่อ่ืนๆ ท่ีทันสมัยเป็นสากล
เปิดให้ใช้พ้ืนที่สวนสนามส�ำหรับจัดกิจกรรมของนักศึกษา เพื่อรองรับการเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเท่ียว
และศิษย์เก่าแม่โจ้ รวมถึงนักท่องเที่ยวและแขกชาวต่าง ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ศิษย์เก่าแม่โจ้ ประชาชน และ
ประเทศของมหาวิทยาลัย นักท่องเที่ยวท้ังชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตามยุทธศาสตร์
ของมหาวิทยาลยั แมโ่ จ้
7
โดยมติของคณะกรรมการบูรณาการด้านท�ำนุบ�ำรุง ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จึงจัดท�ำโครงการน�ำเสนอต่อ
ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจ�ำปี 2562 และ คณะกรรมการมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย
ศิษย์เก่าแม่โจ้ท่ัวประเทศ ได้เห็นควรให้มีการก่อสร้างรูปปั้น ท่ีอนุมัติในหลักการและจัดงบประมาณให้มาด�ำเนินการจ�ำนวน
รูปเหมือนของ ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ส่วนการออกแบบ
เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตา ในฐานะที่ จัดเตรียมภูมิทัศน์ ได้รับการสนับสนุนจากคุณทวี ตันหลี และ
ท่านเป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดต้ังไว้ ชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 49 หินแกรนิตและหินอ่อนเป็นแท่นติดตั้ง
ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย ให้เป็นที่เคารพ รูปปั้นและทางเดิน ได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ปัญจะ เหมือนสังข์
สกั การะในความดงี ามของทา่ นสบื ต่อไป บริษัท ที.จี.(ตาก) แกรนิต จ�ำกัด และมีมติให้ระดมทุนจัดสร้าง
จากศิษย์เก่าท่ัวประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการด�ำเนินการ
ด้วยความรักความสามัคคี มีก�ำหนดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2563
มกี ารแตง่ ตงั้ คณะกรรมการแต่ละฝ่ายรบั ผดิ ชอบ
8
แปลนการจัดต้งั รูปปน้ั ภาพจำ� ลองการจัดตั้งรูปป้ัน
ลกั ษณะของรูปปัน้ เป็นรปู เหมอื น ขนาดคร่งึ ตัว
ของศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บญุ ศรี วงั ซ้าย
ในวัยกลางคนสวมใสช่ ดุ ครยุ วทิ ยะฐานะ
และกรรมการสภามหาวทิ ยาลัย
ขนาดสงู 80 เซนตเิ มตร ไหล่กว้าง 70 เซนติเมตร
หล่อด้วยวสั ดโุ ลหะทองเหลอื งหรือบรอนซ์
รมสีพาตนิ า สามารถอยู่กลางแจง้ ได้
บนฐานหินอ่อนมีปา้ ยทองเหลือง
แสดงประวตั ิพรอ้ มข้อความ ขนาด 40 x50 เซนติเมตร
สมทบการจัดสรา้ งรูปป้ันได้ที่ :
มลู นิธศิ าสตราจารย์ ดร.วภิ าต บุญศรี วังซ้าย สมาคมศิษยเ์ ก่าแม่โจ้ โทร.053-353140
กองสง่ เสรมิ ศลิ ปวฒั นธรรม โทรศัพท์ 053-873300, 081-7165070
หรอื โอนเงนิ เขา้ บญั ชี “โครงการก่อสรา้ งรปู ปน้ั ศ.ดร.วิภาต บุญศรี วังซา้ ย”
ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร สาขาแม่โจ้
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 020161697306
เมอ่ื โอนเงินแลว้ สง่ สลปิ มาทน่ี ายอนุสรณ์ วิจารณป์ รชี า Line ID: j.birth
9
แม่โจ้...แม่โจ้ของเรา
สมพร แรกช�ำนาญ
เฉลมิ พระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เน่อื งในมหามงคลสมัยทรงเจริญพระชนมายคุ รบ 36 พรรษา
ด้วยความส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ
ในวันมหาพิธีบรมราชาภิเษก เม่ือวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯโปรดเกล้าฯ
ให้เฉลิมพระนามาภิไธยเป็นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
และพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 10 ช้ันที่ 1 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงมีพระวิริยะ อุตสาหะ
ประกอบพระกรณียกิจน้อยใหญ่ในการบ�ำบัดทุกข์ บ�ำรุงสุขแก่ปวงอาณาประชาราษฏร์ ท้ังมีพระราชด�ำริ
ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่าและพรรณพืช รวมถึงพระเมตตาโครงการแก้ไขปัญหา
และมลภาวะต่างๆ ของประเทศ มุ่งให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีมีสุขภาพ ทรงมีคุณานุประการทั้งปวง
ดว้ ยน�ำ้ พระหฤทัยที่เปย่ี มลน้ ดว้ ยพระเมตตาเป็นท่ปี ระจักษ์แก่ปวงชนชาวไทยทุกหมเู่ หล่า
10
สมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ทรงเปิดปา้ ยอทุ ยานกลว้ ยไม้ไทย เมอ่ื วันท่ี 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซ่ึงขณะนั้นคือสถาบันเทคโนโลยี อุทยานกล้วยไม้ไทย เฉลิมพระเกียรติฯ อยู่ติดประตู
การเกษตรแม่โจ้ ด้วยความเห็นชอบของสภาสถาบันเทคโนโลยี หน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีความร่มร่ืนสวยงามด้วยพรรณ
การเกษตรแม่โจ้ มีความส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ไม้และต้นไม้อายุกว่า 70 ปี ได้แก่ ต้นฉ่�ำฉา ต้นอินทนิล ต้น
จึงได้น้อมร�ำลึกและแสดงความจงรักภักดีโดยการอนุมัติจัดสร้าง หมาก ปาล์ม ต้นตะเคียน ต้นสักและต้นพลวง สถาบันฯ ได้มอบ
อุทยานกล้วยไม้ไทยข้ึน เพ่ือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตน หมายให้คณะผลิตกรรมการเกษตร โดยโครงการคืนชีวิตกล้วยไม้
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระ ไทยสู่ไพรพฤกษ์ อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ ตกแต่งกล้วยไม้ไทย
ชนมายุครบ 36 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2534 และได้ สายพันธุ์ต่างๆ ไว้เพื่อความสวยงามเพ่ือให้ดอกกล้วยไม้ผลัด
เสด็จพระราชด�ำเนินทรงเปิดป้ายอุทยานกล้วยไม้ไทยในเวลา เปลี่ยนเวียนกันออกดอกตามฤดูกาลให้เห็นตลอดปีแล้ว ยัง
17.30 น. ของวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 หลังจากพิธี เป็นการอนุรักษ์ไว้เพื่อการศึกษาวิจัยแก่นักศึกษาและประชาชน
พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้ส�ำเร็จการศึกษาสถาบันเทคโนโลยี ท่วั ไปอีกด้วย
การเกษตรแม่โจ้ ประจำ� ปี 2535
11
ตลอดปใี นภายในอทุ ยานกลว้ ยไมไ้ ทย เปดิ ให้เข้าชมความงามของกล้วยไมแ้ ตล่ ะสกลุ
ทจ่ี ะออกดอกใหช้ น่ื ชมด้วยความหลากหลายสายพนั ธุ์ เนอ่ื งจากเป็นสายพนั ธแ์ุ ท้
หลากสี มีกลนิ่ หอม ทนทาน และเจรญิ งอกงามในระบบนเิ วศวิทยาทแ่ี ตกต่าง
และยังออกดอกได้พรอ้ มกันในแต่ละฤดกู าลตามสายพนั ธุ์ทง้ั 3 ฤดู
12
เก๊าก่วิ แมส่ ะเรยี ง เอ้อื งคร่ังแสด ช้างกระ
เออื้ งพวงหยก
ช้างสารภี สิงหโ์ ตพัด
เอื้องมัจฉานุ ไอยาเรศ
เอ้ืองเงิน เออ้ื งแซะดอยปุย
ฤดหู นาว จะพบดอกกลว้ ยไมไ้ ทย ไดแ้ ก่ ชา้ งแดง ช้างเผอื ก ชา้ งสารภี ไอยเรศ ช้างกระ เอ้อื งเงนิ เอ้ืองมัจฉานุ เออ้ื งมะลิ
เอ้ืองพวงหยก เออ้ื งครัง่ แสด เอือ้ งเกา๊ กิ่วแม่สะเรียง สงิ โตกรอกตา
ฤดูร้อน จะพบสีสันสดใสดอกสกุลเข็มตา่ งๆ เข็มแดง เข็มแสด เขม็ ม่วง เออ้ื งค�ำ เออ้ื งผง้ึ เอ้ืองสายน�้ำคร่งั เออ้ื งแปรงสฟี นั
เอื้องคำ� ฝอย เอื้องเขาแกะ
เขม็ แดง เอ้อื งเขาแกะ กุหลาบเหลอื งโคราช
เอื้องค�ำฝอย
เขม็ แสด เออื้ งสายนำ�้ คร่ัง
เอ้อื งผึ้ง
เอื้องแปรงสฟี ัน
หนวดพราหมณ ์ เอือ้ งคำ�
13
ฤดูฝน พบกบั สสี นั ของเออื้ งกุหลาบมาลัยแดง กุหลาบกระเปา๋ เปิด กหุ ลาบกระเปา๋ ปดิ กหุ ลาบอินทรจกั ร และเอื้องฟา้ มุ่ย
เอื้องส�ำเภางาม กะเรกะรอ่ นอนิ ทนนท์ สามปอยชมพู เอือ้ งพร้าว สามปอยดง เขากวาง
กหุ ลาบกระเป๋าเปดิ กะเรกะร่อนดา้ มข้าว กหุ ลาบพวงชมพู
กหุ ลาบอินทรจกั ร
กหุ ลาบกระเป๋าปดิ
สามปอยดง
เขากวาง สามปอยชมพู
เอื้องฟ้ามุ่ย กหุ ลาบมาลัยแดง
ขอขอบคุณภาพจาก :
ภาพกล้วยไม้ : ผศ.ดร. ชติ อินปรา และ วรายุทธ อ่อนศรี
14
แม่โจ้...แม่โจ้ของเรา
อนุสรณ์ วิจารณ์ปรีชา
ประงาเนพหนณกั ไมี ่เคแยฆมา่ ค่โนจใคร-้ ทตี่ สายเันพราทะท�ำรงาานหยนกั
ครูจะสรา้ งอนุสาวรยี ์ไว้ใหท้ ่ีแม่โจ้
อาจารยว์ ภิ าต บญุ ศรี วังซ้าย
ในพิธีไหว้ครู วนั ท่ี 7 มิถนุ ายน 2498
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 เป็นต้นมา หลังจากอาจารย์บุญศรี วังซ้าย ได้กลับเข้ารับราชการอีกคร้ังหนึ่ง จากค�ำแนะน�ำ
ของพระช่วงเกษตรศิลปการ ท่ีมีต่อหลวงปราโมทย์จรรยาวิภาต อธิบดีกรมอาชีวศึกษา ณ ขณะน้ัน และภายหลังท่ีได้พูดจา
พบปะกันพอสมควรแล้ว ท่านอธิบดีฯ ได้เล่ือนให้ บุญศรี วังซ้าย เป็นข้าราชการช้ันเอก และในคร้ังน้ัน อาจารย์บุญศรี วังซ้าย
ได้กลับเข้ามาในโรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ ในปี พ.ศ. 2497 ในฐานะอาจารย์ใหญ่ และท่านได้เปล่ียนช่ือเป็น วิภาต บุญศรี วังซ้าย
(โดยได้น�ำค�ำสองพยางค์สุดท้ายของหลวงปราโมทย์จรรยาวิภาต มาเป็นชื่อหน้า เพื่อแสดงความรักและเคารพท่ีท่าน
มีต่อหลวงปราโมทยจ์ รรยาวิภาต)
การท่ีอาจารย์วิภาต บุญศรี วังซ้าย ได้กลับมาเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
ในทุกองคาพยพ เพราะความที่ท่านเคยเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ ก่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจต่อองค์กรและบุคคล
ไปในวงกว้าง มีผู้ปกครองส่งบุตรหลานมาสอบเข้าโรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้กันเป็นจ�ำนวนมาก โดยเร่ิมต้ังแต่ปี พ.ศ. 2498
มีนักเรียนสอบเข้าศึกษาต่อกันจ�ำนวนมาก ปรัชญาเรื่องการท�ำงานหนักจึงบังเกิดขึ้นในยุคนั้น โดยเฉพาะวลีท่ีท่านได้กล่าว
กับนักเรียนใหม่ในพิธีไหว้ครู วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2498 ตอนหนึ่งว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน ใครท่ีตายเพราะทำ� งานหนัก
ครจู ะสร้างอนุสาวรีย์ไวใ้ ห้ทแ่ี มโ่ จ้” คำ� ๆ นีไ้ ด้กลายมาเปน็ อมตะวาจามาจนถึงทกุ วนั นี้
พ.ศ. 2505 กิจกรรมวิ่งทดสอบความอดทนจากในเมือง นักศึกษาหญิง ประการแรกเป็นนโยบายของกรมฯ ประการต่อมา
มายังโรงเรยี นเกษตรกรรมแมโ่ จ้: แม่โจ้ของเรามีนักศึกษาชายมาต้ังแต่ปี พ.ศ. 2477 ภาพลักษณ์
เม่ือปี พ.ศ. 2505 วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ ดูเข้มแข็ง บึกบึน มีความแข็งแกร่ง จึงอยากจะให้ดู soft ลง
เปิดรับนักศึกษาหญิงเป็นรุ่นแรก (แม่โจ้ รุ่น 27) ตามนโยบาย แต่เนื่องจากการเรียนการสอนมุ่งเน้นการปฏิบัติซ่ึงเป็นงาน
ของกรมอาชีวศึกษา และวิทยาลัยเกษตรกรรมในประเทศไทย ค่อนหข้างนัก และวิทยาลัยมีชื่อเสียงมากที่สุดทางด้าน
สนองนโยบาย 4-5 แห่ง แต่ท่ีแม่โจ้มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้า การเกษตร ในแต่ละปีที่ผู้สอบเข้าศึกษาจ�ำนวนมาก ถ้าจะมี
ศกึ ษามากที่สุด นักศึกษาหญิงเข้ามาศึกษาด้วย ควรท่ีจะคัดเลือกอย่างเข้มข้น
ย้อนหลังไปปี พ.ศ. 2504 อาจารย์วิภาต บุญศรี วังซ้าย เป็นล�ำดับแรก เพราะถ้าหากรับสมัครสอบเฉพาะข้อเขียน
ได้จัดประชุมผู้บริหารของวิทยาลัยฯ และมีมติในการเปิดรับ แล้วนกั ศึกษาไม่สามารถอดทนตอ่ ความยากลำ� บากแล้วลาออก
กลางคนั จะเปน็ การเสียเวลา
15
ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2505 หลังจากสอบข้อเขียนที่ในตัว มืดประมาณ 4-5 นาฬิกา หากวันใดก�ำลังนอนหลับแล้วได้ยิน
เมืองเชียงใหม่แล้ว จึงมีหนังสือของวิทยาลัยแจ้งให้ผู้สมัครเข้า เสียงรองเท้ากระทบพ้ืนถนนดังก้องสนั่นหวั่นไหวก็จะปลุกให้
เรียนต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยผู้สมัครชายต้องวิ่งจาก ต่ืนได้โดยอัตโนมัติ แต่ก็มีบางกลุ่มว่ิงช่วงหัวค่�ำ บางคนว่ิงคน
เชิงสะพานนวรัตน์ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด เดียว ข้าพเจ้าได้เร่ิมรู้จักลูกแม่โจ้อีกรูปแบบหน่ึงแล้ว การเอา
เชียงใหม่ มายังวิทยาลัยฯ ส่วนผู้สมัครเข้าเรียนท่ีเป็นหญิงให้ จรงิ เอาจังและช่วยตัวเอง”
ว่ิงจากอ�ำเภอสันทรายมายังวิทยาลัยฯ เพื่อมาสอบสัมภาษณ์ ประวิทย์ ตัณฑ์ทวี ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 30 ได้เล่าความ
หากใครวิ่งไม่ถึงวิทยาลัยฯ ถือว่าไม่ผ่านการเข้ามาสอบ หลังในปี พ.ศ. 2508 ว่า “รู้สึกตื่นเต้น แปลกตา เพราะตนเองมา
สัมภาษณ์ จากต่างถิ่น จังหวัดยะลา จ�ำนวน 5-6 คน และมีความรู้สึกกังวล
วุฒิ บุตรธนู ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 29 ได้บันทึกไว้ว่า ใจมาก เพราะต้องวิ่งเป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร จากจุดปล่อย
“หลังจากสมัครสอบข้อเขียนที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เมื่อวัน ตัวบริเวณสะพานนวรัตน์ ใต้ต้นฉ�ำฉา ในเวลา 06.00 น. พวกเรา
ท่ี 10 เมษายน พ.ศ. 2507 การสอบสัมภาษณ์ที่วิทยาลัย ว่ิงเลี้ยวซ้าย เลียบแม่น�้ำปิงมาทางสะพานนครพิงค์แล้วเลี้ยวขวา
เกษตรกรรมเชียงใหม่ มีข้ึนในวันท่ี 11 เมษายน พ.ศ. 2507 มีถนนเส้นเดียวผ่านโรงเรียนปริ๊นซ์รอยแยลส์ โรงเรียนดารา
(หลังจากสอบวิ่งทน) วิชาท่ีสอบข้อเขียนคือวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาลัย ตรงมาเร่ือยๆ ถึงสามแยกสันทราย (สมัยนั้นยังไม่มี
ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ส่วนการสอบวิ่งทน นักเรียน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์) ว่ิงกันมา และเตรียมเคร่ืองด่ืมชูก�ำลัง
ชายจะต้องวิ่งระยะทาง 18 กิโลเมตร คือวิ่งจากจุดเริ่มต้นท่ี “กูรอนซาน” เป็นของประเทศญี่ปุ่น สมัยน้ันยังไม่มีกระทิงแดง
สะพานนวรัฐในตัวเมืองเชียงใหม่และจุดสิ้นสุดของการว่ิงท่ีวิ หรือลิโพวิตันดี ลักษณะของกูรอนซานเป็นหลอด มีปลายแหลมๆ
ทยาลัยฯ ส่วนนักเรียนหญิง ให้วิ่งระยะทางประมาณ 9 ความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร เวลาจะด่ืมก็ใช้ใช้มีดหรือ
กิโลเมตร จากอ�ำเภอสันทราย-วิทยาลัยฯ โดยนักเรียนทุกคน ของมีคมมาถู ไถๆ ท่ีปลายแหลมแล้วหักออก มีหลายคน
ทราบเงื่อนไขกันอยู่แล้ว หลังจากสมัครเรียนก็ได้ตื่นแต่เช้ามืด เท้าพองจนทนไม่ไหว ต้องถอดรองเท้าออกแล้วหิ้วรองเท้า
เพ่ือซ้อมวิ่งบนถนนใหญ่หน้าบ้านกันทุกวัน เป็นการฟิตตัว เดินบ้างว่ิงบ้างบนถนนลูกรัง บางคนไม่ไหวก็ต้องช่วยเหลือ
การซ้อมว่ิงเป็นท่ีเฮฮามาก ส่วนใหญ่จะว่ิงกันเป็นกลุ่ม ช่วงเช้า ซึ่งกันและกันประคองกันไปให้รอดถึงฝั่งฝัน ในระหว่างเส้นทางวิ่ง
16
จากอ�ำเภอสันทรายตลอดเส้นทาง รู้สึกแปลกใจและปล้ืมใจที่มี การว่ิงเพราะนักศึกษาใหม่ไปเรียนท่ีล�ำปาง หลังจากน้ันเมื่อ
ชาวบ้านน�ำหม้อน�้ำดื่ม อีกท้ังผลไม้ เช่น มะปราง ละมุด นักศึกษารุ่น 37 (รุ่นน้ีไปเรียนที่ลำ� ปางรุ่นสุดท้าย) ปี พ.ศ. 2515
มาวางไว้ท่ีหน้าบ้าน ถือว่าเป็นน�้ำใจของชาวบ้านที่ไม่มีวันลืม กลับมาที่แม่โจ้ จึงมีการรื้อฟื้นการวิ่งจากองค์การอุตสาหกรรม
และเม่ือวิ่งมาถึงจุดเส้นชัยที่ตึกพระช่วงเกษตรศิลป์ คนที่ว่ิงมา ป่าไม้ (อ.อ.ป.) มายังวิทยาลัยฯ อีกคร้ังหน่ึง และมีการวิ่งต่อมา
ถึงจุดเส้นชัยคนท่ี 1 ชื่อสมเพชร กาทุ่ง ใช้ระยะเวลาเดินวิ่ง อีกสองรุ่นคือแม่โจ้ รุ่น 38 และแม่โจ้ รุ่น 39 และได้หยุดการว่ิง
ประมาณ 4-5 ชั่วโมง เม่ือว่ิงมาถึงแล้วแต่ละคนหมดสภาพ ในปี พ.ศ. 2518 เพราะมีการยกฐานะจากวทิ ยาลยั เกษตรกรรม
ถอดรองเท้าเพราะเท้าพอง นั่งๆ นอนๆ ที่ระเบียงตึกทางเดิน เชียงใหม่เป็นสถาบันเทคโนโลยีการเกษตร ส่วนใหญ่ผู้ท่ีมาเรียน
ช้ันล่างกันเกล่ือนกราด ระหว่างที่รอการสอบสัมภาษณ์แต่ละคน เปน็ ศษิ ยเ์ กา่ มีเข้ามาเปน็ นกั ศึกษาใหมเ่ พยี ง 5 คน
ก็พร�่ำร�ำพันถึงความยากล�ำบาก ความทรมาน บางคนก็บ่นว่า ในช่วงที่แม่โจ้ได้รับการยกฐานะเป็นสถาบันเทคโนโลยี
ท�ำไมถึงไกลขนาดนี้...” การเกษตร ปี พ.ศ. 2518 และเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันเทคโนโลยี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประสิทธ์ิ โนรี ศิษย์เก่าแม่โจ้ การเกษตรแม่โจ้ ในปี พ.ศ. 2525 มีการจัดการเรียนการสอน
รุ่น 36 ได้ย้อนความหลังให้ฟังว่า “ผมมาสอบต้ังแต่ปี พ.ศ. 2512 และกิจกรรมนักศึกษาบางอย่างมีการดัดแปลงให้เหมาะสม
พร้อมกับรุ่น 34 ว่ิงมาจากหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กบั ยคุ สมยั ตลอดมา
มายังแม่โจ้ (เป็นรุ่นสุดท้ายที่ว่ิงจากเชิงสะพานนวรัตน์) ปีต่อมา ปรัชญาของแม่โจ้ในเรื่องสู้งานและอดทน ในเร่ือง
พ.ศ. 2513 ผมมาสอบเข้าแม่โจ้อีกครั้งหน่ึงพร้อมกับรุ่น 35 ของการว่ิงทดสอบความอดทนในอดีต จึงได้ถูกประยุกต์ให้เป็น
ในปีนี้จุดเร่ิมต้นอยู่ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) หน่ึงในกิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่ในช่วง 7 วัน (วันท่ี 1-7
มายังวิทยาลัยฯ แต่เมื่อว่ิงมาถึงแล้ว กลับถูกส่งไปเรียนท่ี มิถุนายน ของทุกปี) คือประเพณีเดินวิ่งแม่โจ้-สันทราย
วิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้ท่ีล�ำปาง ไม่ได้รับน้องใหม่กับเขา ใช้ระยะทางไป-กลับประมาณ 14 กิโลเมตร แทนการวิ่งจาก
ต้องไปเรียนที่ล�ำปางหนึ่งปี ก่อนจะกลับมาเรียนท่ีแม่โจ้ ในเมืองมายังแม่โจ้ ท้ังนี้เพราะปัจจุบันวิถีชีวิตของประชาชน
ในชั้นปีท่ี 2-3 จึงต้องว่ิงจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ที่อยู่ในตัวเมืองเปล่ียนแปลงไปจากเดิม ประชากรหนาแน่น
มายังวิทยาลัยฯ ส�ำหรับผมเป็นการวิ่งคร้ังท่ี 3 ในปีต่อมาไม่มี จราจรติดขดั เปน็ ตน้
17
วิทยา เจริญอรุณวัฒนา ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 43 ระบุว่า สุกิจ ติดชัย ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 48 ระบุว่า มีการ
ปี พ.ศ. 2521 ยังไม่มีกิจกรรมว่ิงประเพณีแม่โจ้-สันทราย มีวิ่ง สกรีนด้านหลังเส้ือว่า “เชิดชูประเพณี สามัคคี อาวุโส” แต่ท่ี
เฉพาะภายในสถาบันเทา่ น้ัน ยังไม่มีขอบเขียวท่ีคอเสื้อและปลายแขนเสื้อ เป็นต้นก�ำเนิด
อาจารย์อภิชาติ สวนค�ำกอง ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 44 ของเส้ือนายร้อยที่เป็นรูปธรรม และเกิดเส้ือคุณนายขึ้นใน
ได้เล่าให้ฟังว่า ในปั พ.ศ. 2522 มีการว่ิงช่วงเช้าภายในสถาบัน คราวเดยี วกนั
เปน็ สว่ นใหญ่ สำ� หรับการวิ่งออกก�ำลงั กายชว่ งเชา้ ภายนอกน้ัน รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา ศิษย์เก่าแม่โจ้
ว่ิงไปไกลที่สุดบริเวณบ้านแม่แก้ดเท่าน้ัน การแต่งกายเป็นเส้ือ ร่นุ 49 ได้กล่าวสอดคลอ้ งกับวรายทุ ธ อ่อนศรี ศิษย์เก่าแม่โจ้
ขาว และกางเกงกีฬาขาส้ันท่ีทุกคนเตรียมมาเอง และไม่มี รุ่น 50 ว่ามีการสกรีนด้านหลังเส้ือว่า “เชิดชูประเพณี สามัคคี
สกรนี เส้อื แต่อยา่ งใด อาวุโส” มีขอบเขียวท่ีคอเสื้อและปลายแขน และกิจกรรมเดิน
อาจารย์ ดร.ชมชวน บุญระหงษ์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ วิ่งนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา ระบุว่าได้เกิดข้ึนปี
รุ่น 45 กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2523 สมัยนั้นยังไม่มีเส้ือนายร้อย พ.ศ. 2527 ตรงกับแม่โจ้ รุ่น 49 โดยทุกคนได้รับเสื้อนายร้อย
ทุกคนมีเส้ือขาว รุ่นพ่ีจะน�ำปากกามาเขียนช่ือแต่ยังไม่มี คนละ 2 ตัว ส่วนผู้หญิงจะได้รับเส้ือคุณนายคนละ 2 ตัว เช่น
สกรีนเส้ือ โดยการวิ่งในช่วงเช้าจะว่ิงออกก�ำลังกายภายใน เดยี วกนั นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2527 นน้ั ครบ 50 ปี การก่อต้ัง
สถาบันฯ เป็นส่วนใหญ่ และวันหลังๆ รุ่นพี่จะน�ำไปท่ีวัดแม่แก้ด สถาบันการศึกษาแม่โจ้ จะมีศิษย์เก่าแม่โจ้เดินทางมาร่วมงาน
จุดประสงคค์ อื ใหเ้ ตรียมไว้ส�ำหรบั วันท่ี 6 มิถนุ ายน เทา่ นั้น กันเป็นจ�ำนวนมากเป็นพิเศษ กิจกรรมรับน้องใหม่จึงถูกจัดเต็ม
พลตรีชูโชติ กีฬาแปง ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 46 ได้เล่า ทุกกิจกรรมรวมท้ังกิจกรรมเดินวิ่งประเพณี แม่โจ้-สันทรายด้วย
ให้ฟังว่า ในปี พ.ศ. 2524 มีการว่ิงออกก�ำลังกายภายในสถาบัน และถูกจัดอย่างเข้มเข้มข้นอย่างต่อเน่อื งถึงแมโ่ จ้ ร่นุ ที่ 50 ดว้ ย
เสียเป็นส่วนใหญ่ มีเสื้อสีขาวและกางเกงกีฬาขาส้ันท่ีทุกคน อารียา ศีลมั่น ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 52 ระบุว่า กิจกรรม
เตรียมมาเท่านั้น ยังไม่มีการสกรีนเส้ือ ซึ่งสอดคล้องกับ เดินว่ิงประเพณีแม่โจ้-สันทราย ได้ถูกเปลี่ยนสถานที่เพียงปีเดียว
พาณิช ลิมปะพันธุ์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 47 ว่ามีเส้ือขาวเขียน ในปี พ.ศ. 2530 ตรงกับแม่โจ้ รุ่น 52 เนื่องจากอ�ำเภอสันทราย
ชื่อ-นามสกุลย่อ และกางเกงกีฬาขาส้ัน ยังไม่มีกิจกรรมเดินว่ิง และสถานีต�ำรวจอ�ำเภอสันทราย ไม่สะดวกในการต้อนรับ
ประเพณีแมโ่ จ้-สันทราย อันเน่ืองจากมีสิ่งก่อสร้าง และนายร้อย-คุณนายแม่โจ้ รุ่น 52
จึงมีการปรับแผน โดยว่ิงจากสถานีขนส่งอาเขตผ่านถนนแม่โจ้
18
ผูท้ ่ีจะทำ� การเกษตรตอ้ งมีร่างกายแขง็ แรงและสมบูรณ์
และเปน็ การฝกึ ความอดทน ตามคติพจน์
ของ ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บญุ ศรี วังซ้าย
ทีว่ ่า “งานหนกั ไม่เคยฆา่ คน”
สายใหม่มายังสถาบันฯ เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร โดยในช่วงรับน้อง 7 วันน้ัน จะให้นักศึกษาใหม่ตื่นเช้า
(โดยมีการขนย้ายนักศึกษาใหม่ด้วยรถยนต์พาหนะไปยัง เพ่ือออกก�ำลังกายเพื่อก�ำลังอยู่ตัวก่อนที่จะเข้าร่วมประเพณี
จดุ ปล่อยตัวทส่ี ถานีขนสง่ อาเขต) นอกเหนือจากรุ่น 52 แลว้ เดินว่ิงแม่โจ้-สันทรายในช่วงท้ายๆ ของการต้อนรับน้องใหม่
กิจกรรมเดินว่ิงประเพณีแม่โจ้-สันทราย ได้มีการ โดยส่ิงที่นักศึกษาจะได้รับเร่ืองราวท่ีดีๆ เกิดข้ึนมากกว่าสมัยอดีต
ด�ำเนินการจัดท่ีเดิมคือแม่โจ้-สันทรายไป-กลับทุกปี ตราบจนถึง คือ ได้พบปะชาวบ้านและชุมชนฝากตัวเป็นบุตรหลาน ท่ีท่าน
ปัจจุบัน โดยยึดหลักในวันท่ี 6 มิถุนายน ของทุกปี จะมีการ เหล่านั้นได้น�ำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้�ำด่ืม จิปาถะมาไว้บริการ
เปล่ียนแปลงวันในช่วงการเปิดภาคเรียนตาม AEC เท่านั้น นักศึกษาใหม่ อีกท้ังให้ก�ำลังใจตลอดสองข้างทาง ท้ังช่วงไป
เม่ือ 5 คร้ัง จาก 6 ปี หลัง คือ ปี พ.ศ. 2557 (วันที่ 4-10 และกลับ และได้พบปะกับศิษย์เก่าหลากหลายรุ่น ท่ีสละ
สิงหาคม), ปี พ.ศ. 2558 (วันท่ี 1-7 สิงหาคม), ปี พ.ศ. 2559 เวลาส่วนตัวน�ำอาหารคาวหวาน น้�ำดื่ม เช่นเดียวกับชาวบ้าน
(วันที่ 29 กรกฎาคม-4 สิงหาคม), ปี พ.ศ. 2561 (วันที่ 17-23 และชุมชน ได้อิ่มหมีพีมันกันตลอดสองข้างทาง ส่ิงส�ำคัญ
มถิ นุ ายน) และปี พ.ศ. 2562 (วนั ที่ 23-29 มถิ ุนายน) คือได้ฝากตัวกับหน่วยงานราชการ หัวหน้าส่วนราชการ
กิจกรรมเดินว่ิงประเพณีแม่โจ้-สันทราย เป็นตาราง ในอ�ำเภอสันทราย ต้ังแต่นายอ�ำเภอ องค์การบริหารส่วนต�ำบล
ที่จัดข้ึนในประเพณีการต้อนรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ข้าราชการที่สถานีต�ำรวจภูธรอ�ำเภอสันทราย ให้การกล่าวต้อนรับ
และสร้างความมัน่ ใจเม่อื ไปตดิ ตอ่ ราชการในอนาคต
19
ทุกวันนี้กิจกรรมเดินวิ่งประเพณีแม่โจ้-สันทราย
มีความยืดหยุ่นไปตามยุคสมัยในยุคดิจิทัล โดยนักศึกษาที่เดินวิ่ง
ไม่ไหว มหาวิทยาลัยฯ ได้จัดรถรับ-ส่ง (มีส่วนน้อยท่ีข้ึนรถ
เพราะจะพลาดโอกาสในพูดคุยกับชาวบ้านชุมชน และศิษย์
เก่าแม่โจ้ที่รออยู่สองข้างทางพร้อมด้วยอาหาร คาวหวาน ผล
ไม้ และน้�ำด่ืม ผ้าเย็น จิปาถะ) กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจและ
ค�ำชมเชยจากสังคมภายนอก ได้รับความสนใจส่ือมวลชนทุก
แขนงในการเข้ามาท�ำข่าวให้ได้ชมกันทุกปี กิจกรรมเดินว่ิง
ประเพณีแม่โจ้-สันทราย เป็นกิจกรรมท่ีสร้างสรรค์และดีงาม
เฉพาะตัวที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาที่น่ีเพียงแห่งเดียว และมั่นใจ
ว่าไม่อาจเกิดขึ้นในสถานศึกษาอื่นอย่างแน่นอน เพราะเป็น
อัตลักษณ์ท่ีแตกต่างจากสถานศึกษาอ่ืน สมควรในการอนุรักษ์
ไว้มใิ หส้ ูญหาย และปรบั เปล่ยี นไดใ้ หท้ ันต่อยุคสมยั สืบตอ่ ไป
ขอขอบคุณ: ศิษยเ์ ก่าแมโ่ จ้ รนุ่ 29
วุฒิ บตุ รธนู
ประวิทย์ ตัณฑท์ วี ศษิ ย์เก่าแมโ่ จ้ รนุ่ 30
สัมภาษณ์
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ โนรี ศิษยเ์ ก่าแม่โจ้ รนุ่ 36
วิทยา เจรญิ อรณุ วฒั นา ศิษย์เก่าแมโ่ จ้ รุ่น 43
อาจารย์อภชิ าติ สวนคำ� กอง ศษิ ยเ์ กา่ แมโ่ จ้ รุ่น 44
อาจารย์ ดร.ชมชวน บญุ ระหงษ์ ศษิ ยเ์ ก่าแม่โจ้ รุ่น 45
พลตรีชูโชติ กฬี าแปง ศษิ ยเ์ ก่าแมโ่ จ้ รนุ่ 46
พาณชิ ลมิ ปะพันธ์ุ ศิษยเ์ กา่ แม่โจ้ รนุ่ 47
สุกจิ ติดชยั ศษิ ย์เกา่ แมโ่ จ้ รุ่น 48
รองศาสตราจารย์ ดร.วรี ะพล ทองมา ศษิ ยเ์ ก่าแมโ่ จ้ รุ่น 49
วรายุทธ ออ่ นศรี ศษิ ยเ์ กา่ แม่โจ้ รุ่น 50
อารียา ศีลม่นั ศิษยเ์ ก่าแมโ่ จ้ รนุ่ 52
20
แม่โจ้...แม่โจ้ของเรา
วุฒิภัทร เกตุพัฒนาพล
ความเชอ่ื และศรัทธา :
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้เร่ิมก่อต้ังเมื่อวันท่ี 7 มิถุนายน 2477 โดยคุณพระช่วงเกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ)
เดิมเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคเหนือและได้พัฒนามาจนกลายเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัย
จึงถือเอาวันที่ 7 มิถุนายน 2477 เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ทุก ปี มหาวิทยาลัยได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา
มหาวิทยาลัย โดยได้จัดกิจกรรมต่างๆ ข้ึน เพื่อเป็นการร�ำลึกถึงคุณงามความดีต่อบูรพาจารย์ ซึ่งกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย
จัดข้ึนได้แก่ พิธีกรรมบวงสรวงพระพิรุณทรงนาค พิธีท�ำบุญมหาวิทยาลัยและอุทิศส่วนกุศลแก่บูรพาจารย์ พิธีวางพวงมาลา
สักการะอนุสาวรีย์พระช่วงเกษตรศิลปการ บิดาการเกษตรแม่โจ้ กิจกรรมที่จัดขึ้นแฝงไปด้วยความเชื่อ พิธีกรรมทั้งพราหมณ์
และพุทธ การแสดงออกถึงความเคารพ กตัญญูต่อบูรพาจารย์และส่ิงศักด์ิสิทธิ์ที่ชาวแม่โจ้ต่างให้ความเคารพรักย่ิง
21
ปฎิมากรรมพระพิรุณทรงนาคส่ิงที่ผู้บริหาร คณาจารย์ ข น ม ม ง ค ล ไ ด ้ แ ก ่ ข น ม ชั้ น ข น ม ท อ ง ห ย อ ด
เจ้าหนา้ ที่ บุคลากร ศษิ ยเ์ กา่ แมโ่ จร้ วมไปถงึ นักศึกษาศษิ ยป์ จั จบุ นั ขนมเมล็ดขนุน ขนมต้มขาว ขนมต้มแดง ขนมถ้วยฟู
ต่างให้ความเคารพสักการะ ปฎิมากรรมพระพิรุณทรงนาค ขนมหม้อแกงถ่วั ขนมหม้อแกงไข่ ขนมขา้ วแดงตัด ขนมมนั กวน
ซึ่งต้ังอยู่หน้าอาคารช่วงเกษตรศิลป เป็นสัญลักษณ์ของ จัดใสพ่ านอยา่ งละ 1 พาน
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมีความเชื่อว่าพระพิรุณเป็นเทพเจ้า อาหารคาว ได้แก่ หัวหมูต้ม 2 ชุด ประกอบไปด้วย
แห่งน�้ำและฝน มีพาหนะเป็นนาค ซึ่งหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ หัวหมู ขาหมูคู่หน้า ขาหมูคู่หลัง หางหมู เคร่ืองในหมู หมูสามช้ัน
ดังนนั้ ทุกวันท่ี 7 มถิ ุนายนของทกุ ปี ซึง่ เป็นวันคลา้ ยวันสถาปนา เป็ดต้ม 2 ตัว ไก่ต้ม 2 ตัว ปูต้ม 2 พาน กุ้งต้ม 2 พาน
มหาวิทยาลัย กิจกรรมท่ีมีความเช่ือว่าเม่ือจัดพิธีกรรมแล้ว ปลาทบั ทมิ 2 ตวั ไขไ่ กต่ ้ม 30 ฟอง จัดใส่พานชนิดละ 1 อย่าง
จะสร้างขวัญก�ำลังใจ ความร่มเย็นเป็นสุข สร้างความเจริญ ผลไม้มงคล ได้แก่ มะพร้าว กล้วย อ้อย สับปะรด
งอกงามอุดมสมบูรณ์พูนผลให้บุคลากรในองค์กรมีความรัก ส้ม แก้วมังกร องุ่น แอบเปิ้ล ทับทิม สาล่ี ลิ้นจี่ จัดใส่พาน
ความสามัคคีและประสบความส�ำเร็จตามความมุ่งมาดปรารถนา ใหส้ วยงาม
ทกุ ประการ คอื พิธีกรรมบวงสรวงพระพิรณุ ทรงนาค เมล็ดธัญพืช ได้แก่ ถ่ัวเขียว 1 พาน ถ่ัวแดง 1 พาน
การประกอบพิธีกรรมบวงสรวงพระพิรุณทรงนาค ถว่ั ด�ำ 1 พาน ถั่วเหลอื ง 1 พาน งาขาว 1 พาน งาดำ� 1 พาน
คณะเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัย คือ พืชผัก ได้แก่ ฟักเขียว 1 พาน ฟักทอง 1 พาน
งานอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรม กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เผือก 1 พาน มันเทศ 1 พาน แตงกวา 1 พาน จดั แต่งใหส้ วยงาม
เป็นผู้รับผิดชอบในการด�ำเนินการจัดเตรียมเคร่ืองพลีกรรม น้�ำ ได้แก่ น้�ำแดง 1 ขวด น�้ำด�ำ 1 ขวด น้�ำเขียว 1 ขวด
บวงสรวง ล�ำดับข้ันตอนพิธีการและด�ำเนินการพิธีการให้เป็น น้�ำส้ม 1 ขวด นม 1 ขวด เหล้าขาว 1 ขวด เหล้าแดง 1 ขวด
ไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย ซ่ึงมีรายละเอยี ดดังตอ่ ไปน้ี น้�ำเปล่า 1 ขวด เทใส่ในแก้วให้เต็มทั้ง 8 ชนิด จัดวางเรียงกัน
เครื่องประกอบพิธีกรรมบวงสรวงพระพิรุณทรงนาค ตรงกลางโต๊ะบวงสรวง
ประกอบไปด้วยบายศรี ขนมมงคล อาหารคาว เมล็ดธัญพืช หมากพลูจัดใส่ในพาน 12 กระทง เทียนมงคล 9 เล่ม
พืชผกั ผลไม้และนำ�้ สตี ่างๆ ดงั นี้ ธูปเชญิ เทวดา 16 ดอก
บายศรีและมาลัยดอกไม้ ได้แก่ บายศรีพรหม 1 พาน น�ำทุกอย่างจัดวางใสพานวางบนโต๊ะปูด้วยผ้าขาว
บายศรีเทพ 1 พาน ดอกไม้พุ่ม 1 คู่บายศรีปากชาม 2 คู่ ตรงหน้าองค์ปฎิมากรรมพระพิรุณทรงนาค จัดวางเรียงกัน
มาลัยดาวเรืองพวงใหญ่ 9 พวง ข้าวตอกดอกไม้ส�ำหรับโปรย ตามลำ� ดับเพ่อื ให้เกดิ ความสวยงามและถกู ต้องโบราณประเพณนี ยิ ม
จัดใสพ่ าน 5 พาน
การจดั วางเครอื่ งพิธีกรรมบวงสรวงพระพิรุณทรงนาค
ภาพจาก : https://erp.mju.ac.th/informationDetail.aspx?newsId=2981
22
การประกอบพธิ บี วงสรวงพระพริ ุณทรงนาค
ภาพจาก : https://erp.mju.ac.th/informationDetail.aspx?newsId=2981
พระพิรุณเป็นเทพเจ้า ขั้นตอนพิธีการบวงสรวงพระพริ ุณ
แหง่ นำ้� และฝน 1. เมื่อประธานในพิธี คณะผู้บริหาร อาจารย์
มีพาหนะเป็นนาค ศิษย์เก่าแม่โจ้ นักศึกษามาพร้อมกันบริเวณพิธีตามฤกษ์
ซ่ึงหมายถึง ก็เรม่ิ ท�ำพธิ บี วงสรวงพระพริ ุณ
2. พิธีกรเชิญประธานในพิธีจุดเทียนมงคลเล่มท่ี 1
ความอดุ มสมบูรณ์ และจุดธูป 16 ดอกอัญเชิญเทวดา จากน้ันเชิญผู้บริหาร
อาจารย์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ จุดเทียนมงคลที่เหลือตามล�ำดับ
ใหค้ รบท้งั 8 เลม่
3. นายนพดล พิมาสน อาจารย์ผู้ประกอบพิธีได้เริ่ม
กล่าวค�ำบูชาพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา...
บทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ อิติปิโส ภะคะวา... บทสวด
สรรเสริญพระธรรมคุณ สวากขาโต ภะคะวะตา... บทสวด
สรรเสรญิ พระสงั ฆคุณ สุปะฏปิ ันโน ภะคะวะโต...
4. อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกล่าวบทชุมนุมเทวดา
สคั เค กาเม จะรูเป...
23
5. อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกล่าวโองการบูชาเทพยดา อธิการบดี ผู้บรหิ าร อาจารย์ ศษิ ย์เกา่ แม่โจถ้ วายเครอื่ งสงั เวย
อัฏฐทิศ ทิศท้ัง 8 วันทิตวา อาจาริยะปาทังเมสสะการิยะ ภาพจาก :
สัมพนิ ทะยายงั ...
6. อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกล่าวโองการบูชาฤกษ์ https://erp.mju.ac.th/informationDetail.aspx?newsId=2981
นะโม นะมสั สติ วา ขา้ แต่พระศรีตรีพิธ...
7. อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกล่าวคาถาบูชาพระเกตุ
นะมตั ถุ เต เกตุเทวะ ข้าแตอ่ งคพ์ ระเกตุ...
8. อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกล่าวโองการสังเวยเทวดา
พทุ โธ โย มังคะลัตถนี งั ...
9. อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกล่าวค�ำบูชาพระพิรุณ
โอมพระวรุณะ ราชะ ... และคาถาขอพระพิรุณ โอม ปัจฉิมะ
ทสิ ะวะรุณะ...
10. พิธีกรเชิญประธานในพิธี ผู้บริหาร อาจารย์ ศิษย์
เก่าแม่โจ้ โปรยข้าวตอกดอกไม้และจุดธูป 9 ดอก ถวายเครื่อง
สังเวย จากนั้นถวายมาลัยดาวเรืองคล้องท่ีพระกรขององค์พระ
พริ ณุ เปน็ อันเสรจ็ พธิ ี
11. เมื่อเสร็จพิธีเวลาสมควรแล้วอาจารย์ผู้ประกอบ
พิธีกล่าวค�ำลาเคร่ืองสังเวย เสสังมังคะลัง ยาจามิ ข้าพเจ้าขอ
ของมงคลท่ีเหลือ และกล่าวอัญเชิญเทวดากลับ ทุกขัปปัตตา
จะนิททกุ ขา...
คณะผู้บริหาร คณาจารย์และศษิ ยเ์ กา่ แมโ่ จ้ ถายภาพไวเ้ ปน็ ท่ีระลึก
ภาพจาก : https://erp.mju.ac.th/informationDetail.aspx?newsId=2981
24
นายกสภามหาวทิ ยาลัยและอธกิ ารบดี ถวายมาลัยดาวเรืองพระพริ ณุ ทรงนาค
ภาพจาก : https://erp.mju.ac.th/informationDetail.aspx?newsId=2981
ปฏิมากรรมพระพิรุณทรงนาค เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีความเช่ือว่าพระพิรุณเป็นเทพเจ้า
แห่งน้�ำและฝน มีพาหนะเป็นนาค ซ่ึงหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นมหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงได้จัดพิธีบวงสรวง
พระพิรุณทรงนาคขึ้น ในวันท่ี 7 มิถุนายนของทุกๆ ปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมีความเช่ือว่า
เมื่อจัดพิธีกรรมดังกล่าวแล้วจะสร้างขวัญก�ำลังใจ ความร่มเย็นเป็นสุข สร้างความเจริญรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ บุคลากร
มีความรกั ความสามัคคี และประสบความส�ำเร็จตามความมุ่งมาดปรารถนาทกุ ประการ
สมั ภาษณ์ : ขนั้ ตอนการกล่าวโองการบวงสรวง นายนพดล พิมาสน อาจารยผ์ ู้ประกอบพธิ ี
อา้ งองิ รปู ภาพ : https://erp.mju.ac.th/informationDetail.aspx?newsId=2981
25
แม่โจ้...แม่โจ้ของเรา
สมพร แรกช�ำนาญ
“อม่ิ ท้องและอ่ิมใจ”
ช่วงเวลาการรบั น้องใหม่ประจำ� ปี 7 วัน นน่ั เตม็ ไปดว้ ยกจิ กรรมตา่ งๆ ในการหล่อหลอมความรกั ความสามัคคคี วามเปน็
พ่ีนอ้ ง จนผ่านถึงเชา้ ของวนั ท่ี 7 ได้คลอดเป็นลูกแม่โจ้แล้ว รุ่นพ่ๆี จากท่วั ประเทศจะมารับขวญั นอ้ งดว้ ยการคลอ้ งมาลยั ดอกมะลิ
ช่วยกันเจิมหน้าด้วยสีเขียว-ขาว-เหลือง ณ วงเวียนอนุสาวรีย์พระพิรุณทรงนาคสัญลักษณ์ของการเกษตร น้องใหม่ทุกคน
ผา่ นวันคืนแหง่ การรับน้องมาด้วยความเหน่อื ย หวิ อ่อนล้า ข้าวหอ่ และน�้ำดมื่ จากมือพีๆ่ ชา่ งเป็นม้ือแรกของวนั ใหมท่ ่แี สนอรอ่ ย
ช่วยแม่เล้ียงน้องอิ่มท้องมื้อแรก เป็นกิจกรรมหลัก มื้อแรก” เพื่อเป็นการรับขวัญน้อง การได้ต้อนรับน้อง
ของโครงการครัวอ่ิมอุ่น พ่ีเพ่ือน้องแม่โจ้ จัดขึ้นปีแรกเม่ือวันท่ี ได้เสริมสร้างพลังใจช่วยบรรเทาความหิวให้น้องใหม่ในเช้า
7 สิงหาคม 2558 ณ วงเวียนปฏิมากรรมพระพิรุณทรงนาค ของวันอันสดใสนี้ ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านไปพบกับ
อันเปน็ สัญลกั ษณข์ องการเกษตร มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ ผู้ปกครองกับครอบครัวหลังจากเข้ามาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย
แนวคิดของคณะกรรมการครัวอ่ิมอุ่น พ่ีเพื่อน้องแม่โจ้ กว่า 15 วัน เมื่อพักผ่อนแล้วจะได้กลับมาศึกษาเล่าเรียน
ท่ีว่าน้องใหม่ของเราทุกคนควรจะได้รับประทาน “อาหาร ตามปกติ
26
27
MAE JO UNIVERSITY
น้องใหมท่ กุ คนไดซ้ ึมซบั นำ้� ใจ
จากความอ่มิ และความอนุ่ ของขา้ วม้อื แรกในวันแรก
28
ครวั อมิ่ อุ่น พ่เี พอ่ื น้องแมโ่ จ้
เร่ิมระดมทุนจากพี่ๆ ศิษย์เก่าแม่โจ้ทุกรุ่นจาก ช่วยแม่เล้ียงน้องอิ่มท้องมื้อแรก จัดในวันเสาร์ท่ี
ทั่วประเทศสนับสนุนโดยจัดอาหารมื้อแรกที่สะดวกที่สุด น่ันคือ 29 มิถุนายน 2562 นี้ นับเป็นปีท่ี 5 ของการเสริมสร้าง
ข้าวเหนียวหมูทอดและไก่ทอดในกิจกรรม “ช่วยแม่เลี้ยงน้อง ค ว า ม รั ก ร ะ ห ว ่ า ง ศิ ษ ย ์ เ ก ่ า กั บ ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ส ด ง ถึ ง
อ่ิมทอ้ งมอ้ื แรก” ขน้ึ จ�ำนวน 5,000 ชดุ อัตลักษณ์ความเป็นลูกแม่โจ้ วัฒนธรรมการเป็น
“น้องใหม่” มีท้ังระดับปริญญาตรี-โท-เอก ในเช้า มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต สนับสนุนมหาวิทยาลัยแม่โจ้
วันที่ 7 ที่มีการเจิมหน้ารับขวัญแล้ว พ่ีแม่โจ้จะพร้อมกัน เปน็ มหาวทิ ยาลัยสีเขียว (Green University) น้องใหมท่ กุ คน
หน้าอาคารแผ่พืชน์น�ำโดยนายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ซึมซับน�้ำใจจากความอ่ิมและความอุ่นของข้าวมื้อแรก
ดร.อ�ำนวย ยศสุข แม่โจ้รุ่นที่ 20 อธิการบดี รองอธิการบดี ในวันแรก การเช่ือมสายใยลูกแม่โจ้ให้ย่ังยืน เข้มแข็ง
คณาจารย์ พี่แม่โจ้จะช่วยกันแจกเป็นชุดขนมนมและน�้ำดื่ม มเี กียรติยศ มศี กั ด์ิศรีทด่ี ีงามใหส้ ังคมช่นื ชมศรทั ธา
น้องนักศึกษาใหม่ทุกคนรับแล้วจะน�ำไปน่ังรับประทานร่วมกัน
มีพี่ศิษย์เก่านักกิจกรรมเป็นผู้สรรค์สร้างความบันเทิง จัดเสียงเพลง แม่โจ้ คือ เลอื ดเนอ้ื พันผกู ลูกแมเ่ ดยี วตลอดกาล
อยหู่ นา้ เวทใี หน้ ้องใหมส่ นกุ สนานร่วมกัน ก่อนจะไปตง้ั แถวร่วมพธิ ี
วางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ
ผกู้ อ่ ตั้งมหาวิทยาลัยแมโ่ จ้ตอ่ ไป
29
แม่โจ้...แม่โจ้ของเรา
วีนาภัทร์ พงษ์ภา
30
หัตถศิลป์งานใบตองล้านนา สู่ความเลื่อมใสใน โดยเฉพาะการบูชาด้วยดอกไม้ หรือเครื่องหอม
งานใบตอง ในวถิ พี ุทธของคนลา้ นนา ท่เี รียกว่า สวยดอก หรือ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์และการนับถือพระพุทธศาสนา เป็นส่ิงท่ีแสดงถึง กรวยดอกไม้ ท่มี เี คร่ืองบชู าดอกไม้ธูปเทียน เกดิ จากการใช้ใบตอง
สัญลักษณ์และตัวแทนของความศรัทธา ในด้านการประดิษฐ์ หรือกระดาษม้วนขดเป็นทรงเรียวแหลมบรรจุดอกไม้ข้างใน
ช้ินงานให้เห็นเป็นรูปธรรมที่แฝงไปด้วยความศรัทธา คติ ความคิด และดอกไม้ท่ีเลือกสรรแล้วว่าเป็นดอกไม้ที่ดีที่สุด สวย หอม
ของผู้ท่ีมีความศรัทธาต่อสิ่งที่ทุกคนเคารพนับถือ ถูกสร้างขึ้น หรือมีช่ือท่ีเป็นมงคลเพราะมีความเชื่อว่าดอกไม้ท่ีน�ำไปบูชา
มาด้วยความประณีตและวิจิตรบรรจง รวมท้ังท�ำข้ึนจากของที่ สง่ิ ศกั ดสิ์ ทิ ธจ์ิ ะต้องเปน็ ดอกไม้ทด่ี ีท่ีสุดของพระพุทธเจา้ ดอกไม้
เกิดจากธรรมชาติและมีความบริสุทธิ์ โดยในปัจจุบันสามารถ ของภาคเหนอื มักใชใ้ นพธิ ีกรรมต่างๆ โดยใช้เปน็ เครือ่ งสกั การะบชู า
พบเห็นได้น้อย นอกจากเมืองหรือชนบทที่ยังคงรักษา ในเกือบทุกประเพณี สวยดอกไม้จึงมีความหมายที่ใช้
ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมและความเจริญยังเข้ามาไม่มาก ในการแสดงความเคารพ คาราวะ และการบชู าตอ่ ความศรัทธา
โดยเฉพาะดินแดนล้านนาซ่ึงอยู่ทางภาคเหนือขอประเทศไทย ในพระพุทธศาสนา (จารนุ ันท์ เชาวน์ด.ี 2555 : 40)
ที่ยังคงและด�ำรงรักษาวัฒนธรรม ศิลปะประเพณี ยังมีให้เห็น
อย่ใู นปัจจบุ นั
ดว้ ยความเชือ่ ความศรัทธา และความเลื่อมใสในพระพทุ ธศาสนา
31
กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จึงได้พัฒนาแนวคิดในการสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงล้านนา
ที่แฝงไปด้วยความศรัทธา คติ ความคิดของผู้ท่ีมีความศรัทธาต่อสิ่งท่ีเคารพนับถือ สร้างข้ึนมาด้วย
การน�ำเอาอัตลักษณ์ของหัตถศิลป์งานใบตองล้านนาสู่กระบวนการการบูชาตามความเช่ือใน
ประเพณีล้านนา ถ่ายทอดผ่านเรื่องราวการแสดงที่สวยงามอ่อนช้อย ตามลักษณะของหญิงสาวชาว
ลา้ นนาพร้อมด้วยเคร่อื งแตง่ กายทีเ่ ปน็ เอกลกั ษณ์คนเมอื ง
กระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ชุด “ฟ้อนสวยดอกล้านนา ความศรัทธาในวิถีชาวพุทธ”
กำ� หนดกรอบแนวคิดการสรา้ งสรรค์ไว้ 3 สว่ น ดังน้ี
กรอบแนวคดิ ท่ี 1 ส่อื ความหมายอารมณแ์ ละสหี นา้ ท่ีมีความเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลาช้านาน เห็นได้จากวิถีชีวิต
ความเป็นอยู่ของชาวล้านนาท่ีมีวัดเป็นศูนย์รวมของจิตใจ
ผู้แสดงจะถ่ายทอดผ่านการแสดงท่ีไม่แสดงออกทางท่า กิจกรรม รวมถึงพิธีกรรมต่างๆ ที่น�ำเอาหลักค�ำสอนของ
ร�ำมากนัก แต่จะใช้อารมณ์และสีหน้า ประกอบกับการใช้เพลง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นเคร่ืองยึดเหนี่ยว และ
ในการสื่อความหมาย ถึงดินแดนแห่งความหลากหลายทาง ถือปฏิบัติต่อพระพุทธศาสนา แม้กาลเวลาจะผ่านไปก่ีร้อยปี
ประเพณีและวัฒนธรรมท่ีมีความน่าสนใจ เมืองที่เต็มไปด้วย แต่วิถีคนเมือง หรือคนล้านนายังคงสืบสานวัฒนธรรม และ
เสน่ห์มนต์ขลัง ความสวยงามของภูมิทัศน์อันอุดมสมบูรณ์ ประเพณที ี่สืบทอดมาจากบรรพบุรษุ ไมเ่ สอื่ มคลาย
และมีเอกลักษณ์ท่ีโดดเด่นตามความเช่ือในพระพุทธศาสนา
32
กรอบแนวคดิ ที่ 2 เสื้อผ้าการแต่งกายในอดีต กรอบแนวคดิ ท่ี 3 ทา่ ร�ำนาฏยประดิษฐล์ ้านนา
การแตง่ กายของหญิงสาวชาวลา้ นนาเปน็ สงิ่ สำ� คัญสิ่งหน่ึง ความสวยงาม ความประณีต ที่เกิดจากวัสดุธรรมชาติ
ที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของคนแต่ละพ้ืนถ่ิน ในแนวคิดน้ีผู้สร้างสรรค์ และมีความบริสุทธ์ิ ของสวยดอกรวมถึงกลิ่นหอมของดอกไม้
จึงก�ำหนดให้การแต่งกายของผู้แสดง เน้นโทนสีขาว ครามน้�ำเงิน การจัดตกแต่งสวยดอก ที่มีความบริสุทธ์ิและควรค่าแก่การบูชา
ซ่ึงออกแบบให้ดูธรรมชาติเหมือนสีผ้าม่อฮ่อม ตัดกับสีขาว แดง ดังน้ันคนในสมัยโบราณจึงน�ำเอาดอกไม้มาเป็นส่วนหน่ึง
ให้ดูหลากหลายแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของคนพ้ืนเมือง ในเครื่องสักการะสูงสุด ที่ส�ำคัญไปกว่าส่ิงอื่นใดเกี่ยวกับคติ
ซึ่งในรูปแบบการแสดง จะมีการแต่งกาย อยู่ 2 แบบ คือผู้แสดง ความเช่ือของชาวล้านนา ท่ีเชื่อว่าดอกไม้เป็นสิ่งที่มีชีวิต
สวมใส่ผ้าฝ้ายมัดอกสีขาว คล้องผ้าฝ้ายสีครามน้�ำเงิน ไว้ข้างหลัง เหมือนกับมนุษย์ ดังนั้นจึงพึงท่ีได้รับอานิสงส์จากการอุทิศตน
และอีกแบบหนึ่ง คือการน�ำผ้าสีน้�ำเงิน มาพาดเป็นสไบ รูปแบบ ถวายเป็นพุทธบูชา ผ่านการสร้างสรรค์การแสดงโดยผสมผสาน
การแต่งกายท้ัง 2 แบบน้ัน เพ่ือแสดงถึงการแตง่ กายของหญงิ สาว ท่าร�ำนาฏยประดิษฐ์ล้านนา ผนวกกับรูปแบบการแปรแถว
ชาวล้านนาในอดีตด้วยเรื่องการเปลือยอกของหญิง อาจจะมี ท่ีสวยงาม ตามท่อนเนื้อร้องและท�ำนองของเพลงฟ้อนปูจา
เพียงผ้าสีอ่อนซ่ึงมีวิธีใช้หลายอย่าง เช่นการพันผ้าไว้ใต้ทรวงอก ไหว้สาเจ้าพ่อบุญวาทย์ ขับร้องโดยครูภาลิณี อินกองงาม
หรือปิดอก ใช้คล้องคอปล่อยชายผ้าไว้ด้านหน้า หรือคล้อง ประพนั ธ์เพลงและบรรเลง โดยครูพษิ ณกุ ารณ์ ทรายแก้ว
ท้ิงชายไปด้านหลัง ใช้ห่มเฉียงแบบสไบเรียกว่าสะหว้ายแหล้ง “สา สา นพสักกากราบน้อม ตกแต่งต้อม มวลหมู่บุปผา
หรอื เบี่ยงบา้ ย เป็นต้น ตา่ งเคร่อื งสกั การะปูจา สืบมาแตเ่ กา๊ นาวนาน”
33
กรอบแนวคดิ ที่ 4 หัตถศิลปใ์ บตอง และเผยแพร่ในงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกตลอดมา
จวบจนถงึ ปจั จบุ ัน
ความเชื่อต่างๆ กับการใช้สวยดอกในประเพณีล้านนา จะเห็นได้ว่า กรวยดอกไม้หรือที่ชาวล้านนา เรียกว่า
ซึ่งปัจจุบันชาวล้านนายังคงให้ความส�ำคัญกับประเพณีต่างๆ สวยดอก ที่อยู่ในความศรัทธาของวิถีชาวพุทธ มาแต่อดีต
อย่างต่อเน่ือง เช่นในประเพณี 12 เดือน ของล้านนาเกือบ จนถึงปัจจุบันน้ัน หากขาดการอนุรักษ์หรือเผยแพร่อาจหายไป
ทุกพิธีกรรมจะใช้สวยดอกทั้งส้ิน แต่ในการแสดงชุดน้ีผู้สร้างสรรค์ จากวิถีแห่งวัฒนธรรมของล้านนา ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียง
ได้น�ำความสวยงามของงานหัตถศิลป์จากวัสดุธรรมชาติ ส่วนหน่ึงของการประกอบพิธีกรรม เครื่องสักการะบูชา
การประดิษฐ์ใบตอง มาท�ำเป็นสวยดอก เพ่ือน�ำมาเป็นอานิสงฆ์ หรือส่วนหน่ึงของการแสดง แต่สิ่งนี้คือเอกลักษณ์ของล้านนา
ในการบูชาสักการะเป็นเครื่องสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่ีถ่ายทอดและสั่งสมมาจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ
ตามความเชื่อพื้นบ้านของชาวล้านนา ผ่านนักแสดงหญิง ทีค่ วรค่าแกก่ ารอนุรักษ์และเผยแพร่ใหเ้ ป็นทแี่ พรห่ ลาย
ที่แต่งกายเป็นแม่ญิงล้านนาสมัยอดีต ท่ีนิยมตกแต่งประดิษฐ์
สวยดอกไปวัดในงานบุญต่างๆ ด้วยกริยาท่ีอ่อนน้อม สวยงาม
ตามจรติ ประเพณีล้านนาที่มเี อกลกั ษณเ์ ฉพะตน
การแสดงสรา้ งสรรคช์ ุด “สวยดอกลา้ นนา ความศรัทธา ท้ังนี้ ยังสามารถหาชมใน Youtube Chanel ของ
ในวิถีชาวพุทธ” ได้เผยแพร่และออกแสดงเป็นคร้ังแรก กองส่งเสริมศลิ ปวฒั นธรรม มหาวิทยาลยั แม่โจห้ รอื ในลิงค์
เม่ือวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ในงานสานสัมพันธ์มิตรภาพ https://www.youtube.com/watch?v=cWCEby5SvWM
ไทย – ลาว ครั้งท่ี 15 ณ มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา
34
สวยดอกลา้ นนา
คือ เครื่องสักการะพระสมั มาสัมพุทธเจ้า
ตามความเช่อื พื้นบ้านของชาวลา้ นนา
35
แม่โจ้...แม่โจ้ของเรา
สมพร แรกช�ำนาญ
36
ถอื เปน็ มหาวทิ ยาลยั แหง่ แรกและแหง่ เดยี วของประเทศไทย
ทตี่ กแตง่ ขบวนศลิ ปวฒั นธรรมอนั สวยงามตระการตา
นำ� บณั ฑติ แมโ่ จเ้ ขา้ สพู่ ธิ พี ระราชทานปรญิ ญาบตั รประจำ� ปี
ใหผ้ ปู้ กครองไดช้ นื่ ชมบรรดาบตุ รหลานในชดุ ครยุ ทส่ี งา่ งาม
37
38
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีความปิติยินดี และทั่วทั้งพื้นที่
บริเวณมหาวิทยาลัย ท้ังสวนสนาม ถนนทางเดินรวมถึงอาคารต่างๆ ตกแต่งพรรณไม้
ดอกไมห้ ลากหลายสสี ัน เพือ่ งานส�ำคัญประจ�ำปยี ง่ิ ใหญ่นั่นคอื พธิ พี ระราชทานปรญิ ญาบัตร
กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จัดขบวนศิลปวัฒนธรรมเพ่ือน�ำเหล่าบัณฑิตที่
ส�ำเรจ็ การศึกษากว่า 4 พันคนเขา้ สู่พิธภี ายในอาคารเฉลมิ พระเกยี รติ เร่ิมตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2550
รองศาสตราจารย์ ดร.เทพ พงษ์พานิช อธิการบดีขณะนั้น ได้มีแนวคิดการสร้างสีสัน
ให้แก่งานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรท่ีจะมีผู้ปกครองและญาติมิตรเดินทางมา
ทั่วประเทศเพ่ือแสดงความยินดีกับบุตรหลาน กว่าพิธีเสร็จสิ้นต้องใช้เวลานาน การมี
ขบวนศิลปวัฒนธรรมน�ำขบวนบัณฑิตนั้นจะเป็นการบอกให้ทุกคนทราบว่าพิธีการ
จะเริ่มขึ้นแล้วและจะได้ชื่นชมความสง่างามของบุตรหลานในชุดครุยวิทยฐานะเดินอยู่
ในขบวนอย่างสง่างาม ระหว่างที่รอพิธีอยู่น้ันสามารถพักผ่อนฟังเพลงจากวงดนตรี
แม่โจ้แบนด์บรรเลงให้ชมผ่อนคลายไม่เบ่ือหน่าย อีกท้ังเป็นส่ิงที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ไดต้ ง้ั ใจท�ำเพือ่ เหลา่ บัณฑติ จะได้มคี วามภาคภูมิใจ “ลกู แม่โจ”้
ขบวนศิลปวัฒนธรรมจึงรังสรรค์ด้วยศิลปะความเป็นล้านนาท้ังชุดเส้ือผ้า
เครื่องประดับ เคร่ืองสักการะ พดั เครื่องสงู และดนตรพี น้ื เมือง มีเหล่านกั ศกึ ษาชายหญิง
ซึ่งเป็นนักแสดงฟ้อนร�ำไปในขบวนด้วยท่วงท่าลีลาอ่อนช้อยสวยงาม ผ่านสายตา
ของบรรดาผู้ปกครองญาติสนิทมิตรสหายและนักท่องเที่ยวสองข้างทางจับจองพื้นท่ี
ตลอดสองข้างทางต้ังแต่หน้าอาคารส�ำนักงานอธิการบดีไปตามถนนสายกลาง
มหาวิทยาลัยกว่า 300 เมตร เป็นเวลากว่า 1.30 ชั่วโมง จนกระทั่งเหล่าบัณฑิตเดินเข้าสู่
มณฑลพธิ เี สร็จสน้ิ
รูปแบบขบวนเริ่มด้วยพิธีอัญเชิญพานพระพิรุณทรงนาคโดยอธิการบดีอัญเชิญ
มอบให้กับนักศึกษาชายหญิง ตัวแทนนักศึกษารับมาเดินน�ำขบวนศิลปวัฒนธรรม
มีผู้ตีกังสดาล ตามด้วยฆ้องหลวง กลองหลวง เคร่ืองสูง เคร่ืองสักการะล้านนา จากน้ัน
เป็นขบวนช่างฟ้อนและนักดนตรีพื้นเมืองท่ีสนุกสนานด้วยจังหวะกลองเร้าใจ ท้ายขบวน
จะเป็นผู้ถือพัดสูงซึ่งบ่งบอกถึงความสง่างาม ปิดท้ายด้วยนักศึกษาวิชาทหารถือธงชาติ
และธงประจ�ำมหาวิทยาลัย เขียว-ขาว-เหลืองอันเข้มแข็ง จากน้ันจะเป็นคณะกรรมการ
สภามหาวิทยาลัย คณะผู้บริหาร ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักด์ิ ศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่น
และเหล่าแขกรับเชญิ ตามลำ� ดับ
39
40
ขบวนศลิ ปวฒั นธรรม
และพระพริ ณุ ทรงนาค คอื
ความภาคภมู ใิ จ
บอกถงึ ความเปน็ ลกู แมโ่ จ้
สถาบนั การศกึ ษา
ผนู้ ำ� ทางการเกษตร
ทย่ี งั ยนื หยดั เคยี งคู่
อยเู่ ปน็ ทพี่ งึ่ ของพน่ี อ้ งชาว
เกษตรและประชาชนมงุ่ ผลติ
บณั ฑติ ชาวเกษตรคณุ ภาพ
สสู่ งั คมดว้ ยความศรทั ธา
และภาคภมู ใิ จ
ยาวนานมากวา่
ปี
แมโ่ จผ้ สู้ รา้ งความดฝี ากไว้ใหแ้ ผน่ ดนิ
41
พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย:
อนุสรณ์ วิจารณ์ปรีชา
อ�ำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ) ผู้บุกเบิกงานหนักเพื่อสร้างแม่โจ้ให้เป็น
แหล่งความรู้ทางการเกษตรของประเทศไทย หลังจากท่ีท่านได้รับทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาต่อระดับ
ปริญญาตรีและโท ทางสัตวศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิล (University of Wisconsin) สหปาลี
รัฐอเมริกา เม่ือปี พ.ศ. 2467 นับเป็นผู้ท่ีส�ำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการเกษตรจากสหปาลีรัฐ
อเมริกา คนท่ี 2 ของประเทศต่อจากศาสตราจารย์อินทรีย์ จันทรสถิตย์ (หลวงอิงคศรีกสิการ)
42
เมื่อพระช่วงเกษตรศิลปการ ได้เดินทางกลับมายัง รวมเวลาที่ท่านได้อยู่หักร้างถางพง เพื่อสร้างสถานีทดลอง
ประเทศสยาม ท่านได้เข้ารับราชการในกระทรวงธรรมการ กสิกรรม และสถานศึกษาที่แม่โจ้ เป็นระยะเวลาถึง 6 ปี คือ
และกระทรวงกลาโหมตามล�ำดับ จนถึงปี พ.ศ. 2476 พ.ศ. 2476-2481
หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร อธิบดีกรมตรวจกสิกรรม ได้ขอตัว อย่างไรก็ตามท่านยังคงห่วงใยแม่โจ้อยู่เสมอ แม้กระท่ัง
พระช่วงเกษตรศิลปการ จากกระทรวงกลาโหม เพ่ือไปบุกเบิก ช่วงเวลาท่ีแม่โจ้เกิดวิกฤตถึงขั้นต้องถูกยุบโรงเรียนในปี
งานสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพ ท่ีหมู่บ้านแม่โจ้ พ.ศ. 2488 ท่านกย็ ่นื มือเขา้ ช่วยเหลอื จนสามารถเปดิ การเรียน
อ�ำเภอสันทราย จงั หวัดเชียงใหม่ การสอนได้ตามปกติโดยได้รับโอนโรงเรียนจากกระทรวง
ในปี พ.ศ. 2477 ท่านได้จดั ตั้งโรงเรยี นฝึกหดั ครปู ระถม ศึกษาธิการเข้ามาไว้ในกระทรวงเกษตราธิการ อีกท้ังได้เป็นผู้ที่
กสิกรรม ภาคเหนอื โดยเปิดเรียนวันแรกเมอ่ื วันท่ี 7 มถิ นุ ายน นำ� เสนอชือ่ อาจารยว์ ภิ าต บญุ ศรี วงั ซา้ ย ศษิ ยเ์ กา่ แมโ่ จร้ ่นุ แรก
พ.ศ. 2477 โดยท�ำงานควบคู่กันไป ท้ังหัวหน้าสถานีทดลอง ต่อหลวงปราโมทย์จรรยาวิภาต อธิบดีกรมอาชีวศึกษา
กสิกรรม และโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ภาคเหนือ เพื่อกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหน่ึงในต�ำแหน่งอาจารย์ใหญ่
จวบจนปี พ.ศ.2481 พระช่วงเกษตรศิลปการ ได้รับแต่งต้ังให้ โรงเรยี นเกษตรกรรมแมโ่ จ้ในปี พ.ศ. 2497 เป็นตน้
เป็นอธิบดีกรมเกษตรท่ีกรุงเทพมหานคร ท่านจึงจ�ำใจจากแม่โจ้
ในปี พ.ศ. 2542 ศาสตราจารย์ ดร.สิรินทร์ พิบูลนิยม และ พ.ศ. 2547 แพทย์หญิงปานทิพย์ วิริยะพานิช
บุตรีของพระช่วงเกษตรศิลปการ ได้มอบส่ิงของส่วนตัวของคุณพระช่วงฯ จ�ำนวนหนึ่งให้กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้
เพอ่ื ไวจ้ ดั แสดงภายในพพิ ธิ ภัณฑ์วฒั นธรรมการเกษตรไทย และสิง่ ของล้�ำคา่ นนั้ มีดังต่อไปนี้
1. เสื้อ 2. เส้อื ราชปะแตนขาว 3. เสอ้ื สทู
4. เสื้อสูททกั ซิโด้ 5. กางเกงขายาวสีเทา 6. กางเกงขายาวสีดำ� มสี ายคล้องไหล่
43
7. หีบบุหร่ี 8. กระปอ๋ งบหุ รี่ 9. มีดดาบ
10. หมวกเครื่องแบบขาวและสกี ากี หมวกสักหลาดสีขม้ี า้
12. ขล่ยุ
13. รปู ภาพศาลาพระชว่ งเกษตรศลิ ปการ ในศูนย์วิจัยพชื ไร่
14. ไวโอลินพรอ้ มกระเป๋า 15. ซอดว้ ง / ซออ้พู ร้อมกระเปา๋ 16. สวา่ นยนต์
44
17. หนงั สือกสกิ ร 18. แวน่ ขยาย
19. แว่นตา 20. รปู ภาพงานแม่โจค้ นื รงั ครง้ั ท่ี 1 เมื่อวันที่ 6 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2512
24. กล่องโลหะรกั ษาฟลิ ์ม 22. กระเปา๋ เดนิ ทาง/ หีบเหล็ก
23. โลท่ ี่ระลกึ อนุสรณ์ 84 ปี 21. โลน่ กั วทิ ยาศาสตร์อาวุโสดีเดน่ 25. ใบประกาศนยี บตั รสำ� เร็จการศกึ ษาระดบั
โรงพยาบาลเซน็ ตห์ ลุยส์ สมาคมวทิ ยาศาสตรแ์ ห่งประเทศไทย ปริญญาโทจากมหาวิทยาลยั วิสคอนซิน
26. ธงสามเหลยี่ มมหาวิทยาลยั วสิ คอนซิน 27. หนงั สอื แต่งตง้ั นายช่วง โลจายะ
เป็น หลวงชว่ งเกษตรศิลปการ
45
28. หนงั สอื University Book Store 29. หนงั สือประวัติและผลงาน 30. หนงั สือ ECONOMICS
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
31. สมดุ ไดอารี 32. สมดุ โน้ตสมัยเรยี นทอี่ เมริกา 33. สมดุ เยี่ยมกระทรวงเกษตราธิการ
34. ภาพพระช่วงเกษตรศลิ ปการและคณุ หญงิ ส�ำอางค์ โลจายะ 35. ตั๋วเรือเดินทาง N.Y.K. Line ไปอเมรกิ า
36. หนงั สือเดนิ ทางต่างประเทศ (สแี ดง) 37. หนังสือเดนิ ทางตา่ งประเทศ (สีแดง)
และหนงั สือเดนิ ทางฑูตตา่ งประเทศ (สีน้�ำเงนิ ) คณุ หญงิ สำ� อางค์ โลจายะ
พระช่วงเกษตรศิลปการ
38. ภาพพระชว่ งเกษตรศิลปการ 39. หนังสือเกษตร-แมโ่ จ้ 40. ใบปริญญาบัตรดุษฎบี ัณฑิต
กบั ศาสตราจารยอ์ นิ ทรยี ์ จันทรสถิตย์ กติ ตมิ ศกั ดิ์ สถาบนั เทคโนโลยีการเกษตร
(หลวงอิงคศรีกสกิ าร)
46
41. ภาพพระช่วงเกษตรศิลปการ ระหว่างการปฏิบตั งิ าน
พระช่วงเกษตรศิลปการ เป็นผู้บุกเบิกงานหนักเพ่ือสร้างแม่โจ้ ให้เป็นแหล่งความรู้ทางการเกษตร
ของประเทศไทย จนเป็นที่ประจักษ์ต่อบุคคลรุ่นหลังและถูกขนานนามว่าเป็น “บิดาเกษตรแม่โจ้” สมกับ
ความไว้วางใจของเจ้าพระยาธรรมศักด์ิมนตรี (สนนั่ เทพหัสดิน ณ อยธุ ยา) ที่เคยกล่าวไวว้ ่า
“การศกึ ษาทางการเกษตรของประเทศไทยนนั้
บดั นเ้ี ปน็ อนั วางใจไดว้ า่ จะไมม่ วี นั อปั ปางเปน็ อนั ขาด
ตราบใดทสี่ ามเสอื เกษตรทฉ่ี นั สง่ ไปเรยี นเมอื งนอกยงั อย”ู่
และวัตถุสิ่งของล�้ำค่าดังกล่าวข้างต้นของพระช่วงเกษตรศิลปการ จึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ทางการเกษตรที่คงอยู่ให้คนรุ่นหลังได้ชมและเข้าศึกษาในฐานะหน่ึงในสามเสือเกษตรไทย และในฐานะ
“บดิ าเกษตร แม่โจ”้ ท่พี พิ ธิ ภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย มหาวิทยาลัยแมโ่ จ้
47
วรรณกรรมล้านนา ภาษาและดนตรี
บุญศรี รัตนัง
โบราณกาล คนสมัยโบราณนั้นไม่ได้มีการแข่งขันกัน
อย่างคนในสังคมสมัยนี้ ซึ่งแข่งกับหน้ีสินและปัญหาต่างๆ
ท่ีต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงทอ้ งอยา่ งปากกดั ตีนถีบ จนไมม่ ีเวลา
จะมาเล่านิทาน หรือน่ังอบรมส่ังสอนลูกหลานกันเหมือน
คนสมัยโบราณ คนโบราณจะอยู่กันอย่างพอเพียง อยู่กิน
ตามธรรมชาติ ตามภูมิปัญญา จึงมีเวลาให้กับครอบครัว
และลูกๆ อย่างมีความสุข คนโบราณน้ันถึงจะทุกข์การ
ทุกข์งาน ทกุ ขก์ าย แต่ก็สบายใจ หลงั จากทท่ี านข้าวเย็นแลว้
(กิ๋นข้าวเย็นแล้ว) ก่อนจะเข้านอนนั้นก็จะเล่านิทานบ้าง
สอนลูกหลานบ้าง อบรมบ่มนิสัยให้รู้จักความกตัญญูรู้คุณ
ทีส่ �ำคญั ก็จะเล่าเร่อื งผีตา่ งๆ ใหก้ บั ลกู หลานไดฟ้ ัง
วนั นีอ้ ยุ้ จะมาเล่าเร่ืองผใี หล้ กู หลานฟังคือ
ผเี ปรตนจ้ี ะอยทู่ วี่ ดั เทา่ นน้ั เพราะผเี ปรตมบี าปกรรม แล้วข้นึ ขด่ี ้ามไม้กวาดอย่างกบั เด็กเลน่ ข้ีม้าก้านกลว้ ย แล้วเดนิ
ตดิ ตวั มา คนทตี่ ายแลว้ ไปเปน็ ผเี ปรตนนั้ เพราะบาปกรรม รอบวหิ ารวดั แตม่ ีขอ้ แมว้ า่ ตอ้ งทำ� คนเดียว ผเู้ ฒา่ เลา่ ว่าแปบ๊ เดียว
คอื ไปโกงกนิ ของวดั โดยพระสงฆ์ไมไ่ ดอ้ นญุ าต โกงทด่ี นิ วดั ผีเปรตมันจะว่ิงไล่ตามกินอาหารท่ีเราผูกมัดไว้กับไม้กวาด
โกงเงินวัด ไปกินของวัดทุกอย่าง เมื่อตายไปแล้วจะต้อง เราจะได้เห็นรูปร่างของผีเปรตว่าเป็นอย่างไร ผู้เฒ่าเล่าว่าถ้าหาก
ไปเปน็ ผเี ปรตเฝา้ วดั ไมไ่ ดไ้ ปผดุ ไปเกดิ เจด็ ชาติ คนไหนขวัญไม่แขง็ พออยา่ งเสีย่ งทดลอง ถา้ เกิดเห็นจริงแล้วกจ็ ะ
ตกใจท�ำให้ไมส่ บาย จะเป็นไข้ มีภาพหลอนตลอดเวลา สุดทา้ ย
ขอเล่าเร่ืองผีเปรตไปตามท่ีผู้เฒ่าผู้แก่คนโบราณเล่า จะถึงแก่ชีวติ ได้
สืบต่อกันมาให้ฟังว่า ผีเปรตมีลักษณะผอมสูงตากลน ครับน้ีคือผีเปรต ท่ีผู้เฒ่าได้เล่ามาเป็นอุทาหรณ์
คอยาวหัวล้านมคี �ำคอเลก็ ยาว มรี ูคอเทา่ กบั เลม่ เข็มเย็บผา้ สอนลกู หลานไม่ใหก้ ินของวัด โกงของวดั เอาของวัดโดยที่
ผีเปรตจะอยูแ่ ต่ในวดั จะไม่ออกนอกวดั เปน็ อันเดด็ ขาด พระสงฆ์ไม่ได้อนุญาต เป็นบาปกรรมที่ติดตัว เม่ือตายไป
ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ถ้าอยากเห็นผีเปรตต้องท�ำแบบนี้ แล้วกจ็ ะไปเปน็ ผเี ปรตไมไ่ ด้เกิดเจด็ ชาติ
ถึงจะเห็น จริงไม่จริงผู้เขียนก็ไม่เคยท�ำ เกิดเห็นจริงข้ึนมาก็จะ
กลัวตกใจตายก่อน นนั่ คอื ในคนื วนั พระวนั ศีลทเ่ี งยี บสงัดเวลา
ประมาณตี 1 ตี 2 หลังเทย่ี งคืน ใหเ้ อาข้าวต้มมัด เอาเนือ้ ทอด
หรือแคบหมูขนมอาหารอะไรก็ได้มาผูกมัดไว้กับไม้กวาด
48