40 และการอภิปรายร่วมกันทั้งชั้นเรียน เป็นแบบวัดระดับการสื่อสารทางคณิตศาสตร์แบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ดีมาก ดีพอใช้ ปรับปรุง และไม่มีการสื่อสาร ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 เกณฑ์การให้คะแนนการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ คะแนน/ความหมาย การแสดงพฤติกรรมทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ 4 (ดีมาก) เขียนหรือพูด เพื่ออธิบาย ชี้แจง แสดงความเข้าใจหรือความคิดเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ได้ถูกต้องและชัดเจน 3 (ดี) เขียนหรือพูด เพื่ออธิบาย ชี้แจง แสดงความเข้าใจหรือความคิดเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ให้ถูกต้อง แต่ไม่ชัดเจน 2 (พอใช้) เขียนหรือพูด เพื่ออธิบาย ชี้แจง แสดงความเข้าใจหรือความคิดเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ได้ถูกต้องบางส่วน และไม่ชัดเจน 1 (ปรับปรุง) เขียนหรือพูด เพื่ออธิบาย ชี้แจง แสดงความเข้าใจหรือความคิดเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ได้ไม่ถูกต้อง 0 (ไม่มีการสื่อสาร) ไม่สามารถเขียนหรือพูด เพื่อแสดงเแนวคิดของตนเองได้ ทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน ผู้วิจัยใช้เกณฑ์การตรวจให้คะแนนโดยปรับ จากเกณฑ์การให้คะแนนของ Kennedy and Tipps (1994 อ้างใน จีรนันท์ แก้วปินตา, 2562) 2.4 แบบวัดเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว 2.4.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อกับเจตคติในการเรียนคณิตศาสตร์ เพื่อใช้ เป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถามเจตคติในการเรียนคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับ การใช้เกม เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว 2.4.2 ก าหนดค านิยามศัพท์เฉพาะและสร้างแบบสอบถามเจตคติในการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ให้สอดคล้องกัน 2.4.3 ผู้วิจัยสร้างแบบสอบถามเจตคติในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ได้ค าถาม จ านวน 20 ข้อ แล้วน าแบบสอบถามเจตคติในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ไปหาความเที่ยงเชิงประจักษ์ (Face Validity) โดยผู้เชี่ยวชาญจ านวน 3 คน แล้วน าผลการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญมาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ข้อค าถามที่ใช้ได้คือข้อที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป 2.4.4 ผู้วิจัยน าแบบสอบถามที่ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ เพื่อพิจารณาตรวจสอบอีกครั้งให้สมบูรณ์ก่อนการน าไปใช้ทดลองใช้(Try out) 2.4.5 การหาค่าอ านาจจ าแนก (Item-total Discrimination) ของแบบสอบถาม ผู้วิจัยน าแบบสอบถามเจตคติในการเรียนคณิตศาสตร์ ที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงประจักษ์จาก ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ไปทดลองใช้ (Try out) กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จ านวน 40 คน ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียง
41 กับกลุ่มตัวอย่าง จากนั้นใช้วิธีหาค่าสหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมทั้งฉบับ (Item-total correlation) แล้วคัดเลือกเฉพาะข้อที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ 0.2 ขึ้นไป 2.4.6 วิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ผู้วิจัยได้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ความเที่ยงตรงของเนื้อหาใน แบบสอบถามเจตคติในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์หลังจากผ่านการพิจารณาจาก ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผู้วิจัยได้น าแบบสอบถามเจตคติในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา จังหวัดนครพนม ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างที่จะ ศึกษาจ านวน 40 คน แล้วน าข้อมูลมาหาค่าความเชื่อมั่น โดยใช้สูตรสัมประสิทธิแอลฟา (Alpha-Coefficient) ของครอนบัด (Cronbach) 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ด าเนินการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ตามล าดับ ดังนี้ 1. ก่อนการทดลองให้นักเรียนท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. ก่อนการทดลองให้นักเรียนท าแบบสอบถามเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปร เดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3. ผู้วิจัยด าเนินการจัดการเรียนรู้กลุ่มตัวอย่างด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น จ านวน 14 แผน โดยประเมินทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ในชั่วโมงแรกของการจัดการเรียนรู้และให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรม ต่างๆ ตามขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม จากนั้นประเมินทักษะ การสื่อสารทางคณิตศาสตร์ในชั่วโมงที่ 13 ซึ่งเป็นชั่วโมงการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมเป็นชั่วโมงสุดท้าย 4. เมื่อสิ้นสุดการทดลองสอนแล้ว น าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และ แบบสอบถามเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ชุดเดิมไปทดสอบกับนักเรียนอีกครั้ง จากนั้นน าผลที่ได้ไปวิเคราะห์ ข้อมูลทางสถิติต่อไป 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้ เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้ด าเนินการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ ส าหรับข้อมูลทางสังคมศาสตร์ (SPSS for window) ตามขั้นตอนดังนี้ 1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อนและ หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วย การทดสอบทีแบบไม่อิสระ (T-test for Dependent) 2. เปรียบเทียบทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (T-test for Dependent)
42 3. เปรียบเทียบเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว หลังการจัดการเรียนรู้โดย ใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (T-test for Dependent) 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยเลือกใช้สถิติ ดังนี้ 1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือ 1.1 การหาค่าความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (สมนึก ภัททิยธนี, 2546) ค านวณได้จากสูตร เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ ∑ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 1.2 ค่าความยากง่าย (p) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เมื่อ P แทน ค่าความยากง่ายของข้อสอบ R แทน จ านวนนักเรียนที่ท าข้อนั้นถูก N แทน จ านวนนักเรียนทั้งหมด 1.3 ค่าอ านาจจ าแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เมื่อ r แทน ค่าอ านาจจ าแนก RH แทน จ านวนคนตอบถูกในกลุ่มสูง RL แทน จ านวนคนตอบถูกในกลุ่มต่ า N แทน จ านวนคนตอบถูกในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ า 1.4 ค่าความเชื่อมั่น (rtt) ของคูเดอร์ – ริชาร์ดสัน ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ค านวณได้จากสูตร P = R N r = RH - RL N KR-20 = [ k k-1 ][1- ∑ p i q i St 2 ] IOC = ∑ R N
43 เมื่อ KR-20 แทน สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของคูเดอร์ - ริชาร์ดสัน 20 p i แทน สัดส่วนของผู้ตอบถูกในข้อ i q i แทน สัดส่วนของผู้ตอบผิดในข้อ i = 1 - p St 2 แทน เป็นความแปรปรวนของคะแนนรวม k แทน จ านวนข้อสอบ 2. สถิติพื้นฐาน ที่ใช้อธิบายลักษณะของข้อมูลพื้นฐานเป็นกลุ่ม/รายบุคคล 2.1 ค่าเฉลี่ย ( ̅) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ค านวณได้จากสูตร เมื่อ x̅แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง ∑ x แทน ผลรวมของคะแนนในกลุ่มตัวอย่าง n แทน จ านวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง 2.2 ร้อยละ (Percentage) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545 : 101) ค านวณได้จากสูตร เมื่อ P แทน ค่าร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ n แทน จ านวนความถี่ทั้งหมด 2.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ค านวณได้จากสูตร เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน xi แทน ข้อมูลตัวที่ i x̅ แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง n แทน จ านวนข้อมูลทั้งหมด x̅= ∑ x n P = f n ×100 S.D.= √ ∑ (xi - x̅) 2 (n-1)
44 ซึ่งในการค านวณหาค่าเฉลี่ย ( x̅), ร้อยละ (Percentage) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค านวณผลโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติส าหรับวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมศาสตร์ (SPSS for Windows) 3. สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติส าหรับข้อมูลทางสังคมศาสตร์ SPSS for Windows 3.1 สถิติที่ใช้ทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิง เส้นตัวแปรเดียว ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คือ การทดสอบทีแบบไม่อิสระ
45 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ด้วยการ จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้ น าเสนอผลการวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อน และหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลคะแนนของผู้เรียนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียนและหลังการจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นรายบุคคลและภาพรวม ดังแสดงในตารางที่ 1 ตารางที่1 คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อนและหลังจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คนที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 1 6 30 14 70 2 4 20 14 70 3 7 35 15 75 4 7 35 14 70 5 5 25 12 60 6 5 25 15 75 7 8 40 14 70 8 6 30 13 65 9 5 25 14 70 10 3 15 15 75
46 ตารางที่1 คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อนและหลังจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ต่อ) คนที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 11 7 35 13 65 12 5 25 15 75 13 9 45 13 65 14 7 35 19 95 15 5 25 14 70 16 7 35 15 75 17 4 20 13 65 18 6 30 17 85 19 4 20 14 70 20 6 30 18 90 21 4 20 15 75 22 5 25 13 65 23 12 60 19 95 24 6 30 15 75 25 8 40 13 65 26 6 30 15 75 27 7 35 18 90 28 4 20 13 65 29 5 25 18 90 30 7 35 15 75 31 6 30 13 65 32 9 45 13 65 33 6 30 13 65 34 7 50 15 75 35 4 15 15 75 36 3 45 15 75
47 ตารางที่1 คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อนและหลังจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ต่อ) คนที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 37 8 40 16 80 38 3 15 14 70 39 4 20 15 75 40 7 35 14 70 คะแนนรวม 237 - 588.00 - ค่าเฉลี่ย 5.93 30.63 14.70 73.50 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน 1.87 - 1.74 - จากตารางที่ 1 พบว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อนจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนน เฉลี่ย เท่ากับ 5.93 คิดเป็นร้อยละ 30.63 และคะแนนเฉลี่ยหลังจัดการเรียนรู้เท่ากับ 14.70 คิดเป็นร้อยละ 73.50 ผู้วิจัยได้น าคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เปรียบเทียบกันด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (ttest for Dependent Sample) ดังแสดงในตารางที่ 2 ตารางที่ 2 ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ การทดสอบ กลุ่ม ตัวอย่าง คะแนน เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ t-test หลังเรียน 40 14.70 1.74 73.50 24.695** ก่อนเรียน 40 5.93 1.87 30.63 **มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01
48 จากตารางที่ 2 พบว่า จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 14.70 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 73.50 คะแนน เฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 5.93 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 30.63 เมื่อ เปรียบเทียบกัน ด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test for Dependent Sample) พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ตอนที่ 2 คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนทักษะการสื่อสารทาง คณิตศาสตร์ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้น าคะแนนการประเมินทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียนที่ได้จากการสังเกต วิเคราะห์น ามาเปรียบเทียบ ดังแสดงในตารางที่ 2………… ตารางที่ 3 คะแนนเฉลี่ย และร้อยละ โดยเปรียบเทียบทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการ จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คนที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 1 2 50 3 75 2 1 25 3 75 3 2 50 3 75 4 2 50 4 100 5 1 25 2 50 6 2 50 3 75 7 2 50 3 75 8 1 25 3 75 9 1 25 3 75 10 1 25 3 75 11 1 25 3 75 12 2 50 4 100 13 2 50 3 75 14 3 75 4 100 15 2 50 3 75 16 1 25 3 75 17 1 25 3 75 18 1 25 2 50
49 คนที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 19 2 50 3 75 20 2 50 3 75 21 1 25 3 75 22 2 50 3 75 23 3 75 4 100 24 1 25 3 75 25 2 50 3 75 26 1 25 4 100 27 2 50 3 75 28 1 25 3 75 29 1 25 3 75 30 1 25 3 75 31 2 50 4 100 32 1 25 3 75 33 1 25 2 50 34 2 50 3 75 35 2 50 4 100 36 1 25 3 75 37 1 25 3 75 38 2 50 4 100 39 2 50 2 50 40 1 25 3 75 คะแนนรวม 62.00 - 124.00 - ค่าเฉลี่ย 1.55 38.75 3.10 77.50 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน 0.60 - 0.55 - จากตารางที่ 3 พบว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ก่อนเรียน พบว่า จากคะแนนเต็ม 4 คะแนน นักเรียนมีคะแนนทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ก่อนการจัดการเรียนรู้ เฉลี่ยเท่ากับ 1.55 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 38.75 และ นักเรียนมีคะแนนทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์หลัง การจัดการเรียนรู้เฉลี่ยเท่ากับ 3.10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 77.50
50 ตอนที่ 3 คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนเจตคติต่อคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้ เกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้น าคะแนนเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว วิเคราะห์ด้วยการ ทดสอบทีแบบไม่อิสระ (T-test for Dependent) ดังแสดงในตารางที่ 2 ตารางที่ 4 คะแนนเฉลี่ย และร้อยละ โดยเปรียบเทียบคะแนนเจตคติต่อคณิตศาสตร์เรื่อง สมการเชิงเส้นตัว แปรเดียว ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 คนที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 1 52 52 74 74 2 61 61 82 82 3 68 68 86 86 4 52 52 84 84 5 55 55 90 90 6 49 49 76 76 7 63 63 83 83 8 60 60 94 94 9 67 67 97 97 10 58 58 84 84 11 53 53 86 86 12 47 47 80 80 13 66 66 75 75 14 75 75 95 95 15 74 74 79 79 16 69 69 85 85 17 70 70 96 96 18 54 54 92 92 19 63 63 87 87 20 59 59 90 90 21 60 60 89 89 22 56 56 94 94
51 คนที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 23 73 73 95 95 24 68 68 91 91 25 54 54 96 96 26 55 55 88 88 27 65 65 94 94 28 47 47 91 91 29 51 51 90 90 30 68 68 87 87 31 64 64 83 83 32 65 65 78 78 33 57 57 96 96 34 59 59 77 77 35 70 70 91 91 36 63 63 95 95 37 61 61 78 78 38 64 64 92 92 39 46 46 85 85 40 68 68 94 94 คะแนนรวม 2,429.00 - 3,499.00 - ค่าเฉลี่ย 60.725 60.725 87.475 87.475 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน 7.792 - 6.691 - จากตารางที่ 4 พบว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนเจตคติต่อคณิตศาสตร์เรื่อง สมการเชิงเส้นตัว แปรเดียว ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเจตคติเฉลี่ยเท่ากับ 60.725 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 60.725 และนักเรียนมีคะแนนคะแนนเจตคติหลังการจัดการเรียนรู้เฉลี่ยเท่ากับ 87.475 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 87.475
52 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์และทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ด้วย การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้ น าเสนอวัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานการวิจัย วิธีการด าเนินการวิจัย สรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.1 เพื่อเปรียบเทียบผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อน และหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1.2 เพื่อศึกษาทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1.3 เพื่อศึกษาเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อนและหลังการจัดการ เรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. สมมติฐานการวิจัย 2.1 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์การเรียน เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สูงกว่าก่อน การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม 3. วิธีด าเนินการวิจัย 3.1 ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา อ าเภอนาแก จังหวัดนครพนม จ านวนนักเรียน 351 คน จ านวน 10 ห้องเรียน โดยแต่ละห้องเรียนจัดการ เรียนรู้แบบคละความสามารถ กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน คละกันไป ซึ่งความแปรปรวนของคะแนน รายวิชาคณิตศาสตร์ของทั้ง 10 ห้องเรียน ไม่แตกต่างกัน 3.2 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา อ าเภอนาแก จังหวัดนครพนม จ านวน 40 คน จาก 1 ห้องเรียน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3.1 แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม เรื่อง สมการ เชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จ านวน 14 แผน แผนละ 50 นาที 3.3.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ านวน 20 ข้อ 3.3.3 แบบประเมินทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว 3.3.4 แบบวัดเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
53 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4.1 ก่อนการทดลองให้นักเรียนท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3.4.2 ก่อนการทดลองให้นักเรียนท าแบบวัดเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3.4.3 ผู้วิจัยด าเนินการจัดการเรียนรู้กลุ่มตัวอย่างด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น จ านวน 14 แผน โดยให้นักเรียนเรียนและปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม 3.4.4 เมื่อสิ้นสุดการทดลองสอนแล้ว น าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์และแบบวัดเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ชุดเดิมไปทดสอบกับนักเรียนอีกครั้ง จากนั้นน าผลที่ได้ไป วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.5.1 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (T-test for Dependent) 3.5.2 เปรียบเทียบทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (T-test for Dependent) 3.5.3 เปรียบเทียบเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว หลังการ จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยการ ทดสอบทีแบบไม่อิสระ (T-test for Dependent) 4. สรุปผลการวิจัย 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปร เดียว ก่อนจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 5.93 คิดเป็น ร้อยละ 30.63 และคะแนนเฉลี่ยหลังจัดการเรียนรู้เท่ากับ 14.70 คิดเป็นร้อยละ 73.50 พบว่ามีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์หลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ก่อนจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 1.55 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 38.75 และมีคะแนน ทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์หลังการจัดการเรียนรู้เฉลี่ยเท่ากับ 3.10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 77.50 พบว่านักเรียนมีทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์สูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้ภาพรวมอยู่ในระดับมาก
54 3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีเจตคติต่อคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อน จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 60.725 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 60.725 และมีคะแนนเจตคติหลังการจัดการเรียนรู้เฉลี่ยเท่ากับ 87.475 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 87.475 พบว่านักเรียนมีเจตคติต่อคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก 5. อภิปรายผล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์และทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ด้วยการ จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สามารถ อภิปรายผลได้ดังนี้ 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ในรายวิชาคณิตศาสตร์ พื้นฐาน เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนก่อนจัดการเรียนรู้เฉลี่ย เท่ากับ 5.93 คิดเป็นร้อยละ 30.63 และคะแนนเฉลี่ยหลังจัดการเรียนรู้เท่ากับ 14.70 คิดเป็นร้อยละ 73.50 พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์หลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 เนื่องจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมกระบวนการ คิดแบบ GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการคิดขั้นสูงที่เป็นขั้นเป็นตอน เป็นระบบ โดยมีจุดเน้นให้ผู้เรียนสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการ 5 ขั้นตอน โดยเริ่มต้นจากกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล และเลือก ข้อมูลที่ส าคัญที่เกี่ยวข้อง น าข้อมูลมาจัดกระท าจัดข้อมูลเป็น กลุ่ม เป็นหมวดหมู่ จ าแนกเพื่อให้ได้ความรู้ ตามที่ก าหนดไว้จากนั้นน าไปใช้ในการปฏิบัติจริง ใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ข้อสรุปที่ได้จาก กระบวนการเหล่านี้ที่ตกผลึกภายในตัวของผู้เรียนจะกลายเป็นตัวตน เป็นบุคลิกภาพของผู้เรียน และส่งผลให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองในที่สุด สอดคล้องกับ พิมพันธ์ เดชะคุปต์(2557) ได้กล่าวว่า กระบวนการ เรียนรู้GPAS 5 Steps เป็นแนวการจัดการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสืบสอบตามทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วย ตนเอง (Constructivist) ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดการเรียนรู้5 ขั้นตอน โดยเริ่มต้นจากปัญหาเพื่อให้ นักเรียนได้แสวงหาความรู้ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง รวมถึงการสร้างผลงานเพื่อตอบ แทนสังคม อันจะ ส่งผลให้นักเรียนเกิดการพัฒนาความสามารถ ด้านการคิดวิเคราะห์ รวมถึงคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ของ นักเรียน ปลูกฝังให้นักเรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ, อลิสา เลี้ยงรื่นรมย์(2563) กล่าวว่า ทักษะกระบวนการคิด GPAS เป็นขั้นตอนและจุดเน้นในการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนสร้าง ความรู้ด้วยตนเอง จากนั้นน าไปใช้ในการปฏิบัติจริง ใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ สิ่งที่ได้จาก กระบวนการเหล่านี้ จะตกผลึกภายในตัวของผู้เรียน จะกลายเป็นตัวตนเป็นบุคลิกภาพของผู้เรียน และสะท้อน ออกมาในภาระงานหรือการปฏิบัติที่ครูมอบหมาย และสอดคล้องกับงานวิจัยของ วาวรินทร์ พงษ์พัฒน์ได้ท า การวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็น โดยการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนวัดศรีสุทธาราม จังหวัดสมุทรสาคร ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนวัดศรี สุทธาราม จังหวัด สมุทรสาคร มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง
55 ความน่าจะเป็น โดยวิธีสอนแบบ GPAS 5 Steps หลังเรียนสูงกวาก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ.05, รัฐ พงษ์ ศิริวิริยานันท์และคณะ ได้ท าการวิจัย เรื่อง การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เรื่อง ทวีป ยุโรป ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps ผลการวิจัย พบว่า การพัฒนา แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เรื่องทวีปยุโรป ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 81.17/85.13 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ดัชนีประสิทธิผล มีค่าเท่ากับ 0.7041 หมายความว่า นักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ 70.41 สูงกว่าเกณฑ์ที่ ก าหนดไว้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา เรื่องทวีปยุโรป ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดย ใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05, ทิพย์สุดา ชู บุญส่ง และคณะ ได้ท าการวิจัย เรื่อง การจัดกระบวนการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ร่วมกับเทคนิคผังกราฟิกที่มี ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กฎหมายกับชีวิต และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3, ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดกระบวนการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ร่วมกับเทคนิคผังกราฟิกมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเรื่อง กฎหมายกับชีวิต หลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ เลไล ภาพันธ์ และแสงเดือน คงนาวัง ได้ท าการวิจัย เรื่อง การ พัฒนาทักษะปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการตัดต่อและตกแต่งภาพกราฟิกโดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อมัลติมีเดีย ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 แผนกคอมพิวเตอร์ ธุรกิจ ผลการวิจัยพบว่า (1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบการวัดความสามารถทักษะปฏิบัติของนักเรียน ประกาศนียบัตรวิชาชีพชันปีที่ 2 เรื่องการตัดต่อและตกแต่งภาพกราฟิกโดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อมัลติมีเดียมีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.82 และ 20.44 คะแนนตามล าดับโดยมีคะแนนหลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการตัดต่อและตกแต่ง ภาพกราฟิกก่อนเรียนและหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17.31 และ 22.73 ตามล าดับโดยมีคะแนนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2. ทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ก่อนจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้ เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 1.55 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 38.75 และมี คะแนนทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์หลังการจัดการเรียนรู้เฉลี่ยเท่ากับ 3.10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 77.50 พบว่านักเรียนมีทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์สูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เนื่องจากการใช้เกมทางคณิตศาสตร์ ผู้เรียนจะเกิดการคิดจากรูปธรรมสู่นามธรรม เกิดการแลกเปลี่ยนภายใน กลุ่มระหว่างท ากิจกรรม และการสื่อสารและน าเสนอ (Applying and Communication Skill : A) ซึ่งเป็น การฝึกฝนทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ผ่านการน าเสนอแนวคิด แนวทางการแก้ปัญหาที่เรียนรู้จากการลง มือปฏิบัติจริงในขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติโดยอาจน าเสนอเป็นการอภิปราย การบรรยาย การ ท าสื่อแผนภาพ เป็นต้น สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ของเทอร์เบอร์ (Thurber. 1976: 514 - 534) ที่กล่าวว่า การน าเสนอด้วยปากเปล่า (Oral Presentations) ได้แก่ การให้มี กิจกรรม ดังนี้
56 1) การสรุปรายงานในห้องเรียนหรือการรายงานสั้นๆ ที่ให้นักเรียนได้ออกมาพูดหน้าชั้นและ มีค าถามถามตอบจากเพื่อนในชั้น 2) พูดน าเสนอเมื่อได้รับฟัง หรือการอ่านหนังสือ หรือการดูภาพยนตร์ ครูมอบหมายให้ นักเรียนไปอ่านหรือให้ชมภาพยนตร์เรื่องที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ แล้วน ามาพูดรายงานโดยมีวัตถุประสงค์ของ การพูดและการรายงาน 3) การน าเสนอเป็นกลุ่ม เน้นการท างานเป็นทีมของนักเรียนโดยให้เตรียมเรื่องที่สนใจที่ ต้องการพูด และน าเสนอด้วยปากเปล่า 4) เกมทางคณิตศาสตร์ อาจจะให้เล่นเกมในเวลาสั้นๆ โดยการเขียนที่ให้แสดงจินตนาการ หรือก าหนดสถานการณ์มาและให้คิดแก้ปัญหานั้น และสอดคล้องกับงานวิจัยของปรวี อ่อนสะอาด (2556) ได้ท าการวิจัย เรื่อง การเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การวัด ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังการจัดการเรียนการสอนแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) กับการสอนตามปกติ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) มีความสามารถใน การสื่อสารทางคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนตามปกติ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระตับ .01 และ ความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอน แบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) เรื่อง การวัด สูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 70 อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระตับ .01, จุฑาทิพย์ เรืองงาม และคณะ (2562) ได้ท าการวิจัย เรื่อง การพัฒนาสื่อประสมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร ทางคณิตศาสตร์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผลการวิจัยพบว่า ทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ของ นักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อประสม อยู่ในระดับดีมาก และนักเรียนจ านวนร้อยละ 73.52 มีทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์อยู่ในระดับดีขึ้นไป, เดช พละเดช และจินตวีร์ คล้ายสังข์(2563) ได้ ท าการวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ในบริบทการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ด้วยวิธีการอภิปรายร่วมกับ เทคนิค Think–Talk–Write เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ผลการวิจัยพบว่า คะแนนความสามารถทางการสื่อสารของผู้เรียนสูงกว่าก่อนเรียน อยู่ ในระดับดี และค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนและหลังการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ Think–Talk–Write แตกต่างกันอย่าง มีนัยส าคัญทางสถิติที่ .05, นริศรา ธรรมนันตา และดวงหทัย กาศวิบูลย์ (2563) ได้ท าการวิจัย เรื่อง ความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ในชั้นเรียนที่ใช้การเรียนรู้ที่เน้นปัญหาเป็นฐาน ผลวิจัยพบว่า ด้านการเขียนอธิบายโดยใช้ ภาษาหรือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์เป็นด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด ในขณะที่ด้านการเขียนอธิบายจากกราฟ นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยต่ าที่สุด ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์พบว่านักเรียนมีคะแนนจากการท า แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เฉลี่ยเป็น 15.81 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน (คิดเป็น 88.89%) และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.28 โดยนักเรียน (มากกว่า 80%) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คณิตศาสตร์ผ่านเกณฑ์ 60%
57 3. เจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ก่อนจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 60.725 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 60.725 และมีคะแนนเจตคติหลังการจัดการเรียนรู้เฉลี่ยเท่ากับ 87.475 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 87.475 พบว่านักเรียนมีเจตคติต่อคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เนื่องจากในขั้นตอนการปฏิบัติและสรุปความรู้ (Applying and Constructing the Knowledge : A) ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาผ่านเกมซึ่งเป็นสื่อที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้ฝึกฝน เรียนรู้การสังเกต จ าแนก ฝึกการคิดหาเหตุผล ฝึกการตัดสินใจในการแก้ปัญหา ฝึกให้รู้จักกับสัญลักษณ์ ฝึก ประสาทสัมพันธ์ระหว่างตากับมือ เป็นเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ช่วยให้ผู้เรียนสนใจในบทเรียน ไม่เบื่อ หน่าย และสร้างเจตคติที่ดีต่อรายวิชาคณิตศาสตร์ได้สอดคล้องกับ สุภาวิณี ลายบัว ที่กล่าวว่า กิจกรรมการ เล่นที่ช่วยพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กแต่เน้นพัฒนาการทางด้านสติปัญญา มีกฎกติกาง่ายๆ ซึ่งเหมาะ ส าหรับเด็กปฐมวัยและท าให้เด็กได้รับความสนุกสนานจากการเล่น อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมสติปัญญาในการคิด และการสังเกตการณ์คิดหาเหตุผลต่าง ๆ จากเกมการศึกษามุ่งพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ ตอบสนองความต้องการตามวัยของเด็ก, พัชร กัลยา ที่กล่าวว่า เกมเป็นอุปกรณ์เรื่องช่วยสอนที่ช่วยให้นักเรียน ได้พัฒนาสติปัญญา ในด้านการคิด การสังเกต การคิดหาเหตุผล เนื่องจากเกมการศึกษาแต่ละชุดจะมีวิธีเล่น โดยเฉพาะอาจเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่ม และผู้เล่นสามารถตรวจสอบว่าเล่นถูกหรือไม่ด้วยตนเองรวมทั้ง เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสกับกล้ามเนื้อมือหลังจากเล่นเกมแล้วเด็กจะเกิดความคิดรวบยอดในเรื่องนั้น ๆ ก็ได้, ลัก คะณา เสโนฤทธิ์ที่กล่าวว่า สื่อที่ท าให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ช่วยฝึกทักษะต่าง ๆ เพราะเกมเป็น กิจกรรมที่นักเรียนกระท าด้วยตนเอง เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ในการเล่นอาจมีผู้เล่น 2 คน หรือ มากกว่า 2 คนก็ได้ ในการน าเกมมาใช้ส าหรับการเรียนการสอนท าได้หลายวิธี อาจมีการแข่งขันหรือไม่มีก็ได้ แต่ต้องมีกติกาการเล่นเกมก าหนดไว้ แต่ไม่ต้องมีกฎระเบียบมากนัก สามารถใช้ในการจูงใจนักเรียน ผ่อนคลาย ความเครียด อีกทั้งยังส่งเสริมพัฒนาการทั้งในต้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ในขณะเดียวกันก็สามา รณน าเอาแง่คิดจากการเล่นเกมไปวิเคราะห์วิจารณ์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ต่อไป และสอดคล้องกับงานวิจัยของ ฮูดา ซิและปฏิพัทธ์ ชุมเกศ (2562) ได้ท าการวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้สื่อเกมในการฝึกทักษะการบวกและการลบจ านวนเต็ม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการวิจัย พบว่า ความพึงพอใจที่มีต่อการใช้สื่อเกม JUMPING ON THE WAY ในการฝึกทักษะการบวกและการลบ จ านวนเต็ม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.77 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.45 ซึ่งมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ที่สุด 6. ข้อเสนอแนะ 6.1 ข้อเสนอแนะส าหรับการน าผลการวิจัยไปใช้ จากการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะส าหรับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับ การใช้เกม ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะในการน าไปใช้ดังนี้
58 6.1.1 ในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูควรให้ความส าคัญกับ ทุกยุทธวิธีในการแก้ปัญหา และส่งเสริมให้นักเรียนใช้ให้เหมาะสมกบความถนัด เพื่อให้นักเรียนสามารถ แก้ปัญหาได้ 6.1.2 ครูควรฝึกให้ผู้เรียนเปลี่ยนแปลงบทบาทของตนเองในการท างานร่วมกับกลุ่มให้ได้เป็น ทั้งผู้น าและผู้ตามเพื่อให้นักเรียนสามารถแสดงความคิดของตนเองได้อย่างเต็มที่ เน้นให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยน เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การท างานกลุ่มมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 6.1.3 ครูควรจะให้เวลาให้ผู้เรียนท าความเข้าใจและคิดแนวทางการแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน แล้วจึงให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 6.1.4 ครูควรสร้างสื่อหรือเกมการศึกษาทางคณิตศาสตร์ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะ กระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนมากกว่าการจัดท าเกมแบบเน้นผลลัพธ์ 6.2 ข้อเสนอแนะส าหรับการวิจัยครั้งต่อไป ในการวิจัยครั้งต่อไป ผู้วิจัยขอเสนอแนะประเด็นที่ควรน ามาศึกษาดังนี้ 6.2.1 ควรมีการเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้ เกมกับการจัดการเรียนรู้รูปแบบอื่น เช่น 4MAT หรือ Constructivism หรือ CIPPA Model ในระดับชั้นอื่นๆ และรายวิชาอื่นๆ 6.2.2 ควรมีการศึกษาวิจัยกับปัจจัยที่ส่งผลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกม เช่น ผลการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ การเรียนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ แผนการเรียนรู้ของนักเรียน สื่อการเรียนรู้ เป็นต้น 6.2.3 ครูควรได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับผลของการใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค GPAS 5 Steps ร่วมกับการใช้เกมที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์และเจตคติที่ดีต่อ คณิตศาสตร์ในหน่วยการเรียนรู้ระดับชั้นอื่นๆ ต่อไป
59 บรรณานุกรม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์และสถาบัน พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.). (ม.ป.ป). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ยกระดับคุณภาพการ เรียนรู้แบบ Active Learning ตามแนวคิด GPAS 5 Steps เพื่อพัฒนาพหุปัญญาและสมรรถนะ ใน ศตวรรษที่ 21 ขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ 4.0. [ออนไลน์], สืบค้นจาก http://tinyurl.com/438wfnsr. คนึงนิตย์ ดีพันธ์, อภิรักษ์ อนะมาน และสุวรรณี ยหะกร. (2562). ผลการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS ที่ มีต่อความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 10(2), 103-112. จุฑาทิพย์ เรืองงาม และคณะ. (2562). การพัฒนาสื่อประสมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศาสตร์การศึกษาและการพัฒนามนุษย์, 3(2), 30-42. ชยพล ใจสูงเนิน, อรัญญา มุด และ นิตย์ เนี่ยงน้อย. (2565). การพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบการ เรียนรู้เชิงรุกด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 14(41), 95-102. ชณัญญา สุทธิพิทยศักดิ์. (2563). การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้รูปแบบเกมการศึกษาเพื่อจัดการ เรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 14(1), 22-33. ชาคริสต์ ข าศรี และคณะ. (2565). การวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยเกมกระดาน (Board Game) ที่ส่งเสริมมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ เรื่อง จ านวนเต็ม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(10), 297-312. ทิพย์สุดา ชูบุญส่ง, กิตติธัช คงชะวัน และนพเก้า ณ พัทลุง. (ม.ป.ป). การจัดกระบวนการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ร่วมกับเทคนิคผังกราฟิกที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กฎหมายกับชีวิต และ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. การประชุมหาดใหญ่วิชาการ ระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 13. นริศรา ธรรมนันตา และดวงหทัย กาศวิบูลย์. (2563). ความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในชั้นเรียนที่ใช้การเรียนรู้ที่เน้น ปัญหาเป็นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 31(3), 81-98. ปรวี อ่อนสะอาด. (2556). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการสื่อสาร ทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การวัด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังการจัดการเรียนการสอนแบบ กลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) กับการสอนตามปกติ. [ออนไลน์], สืบค้นจาก http://tinyurl.com/2ww9f8wc.
60 พัดชา บุตรดีวงศ์ และคณะ. (2562). การวิจัยและพัฒนาวิธีการเพื่อนช่วยสอนโดยเพื่อนร่วมชั้นแบบจับคู่เพื่อ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย. e-Journal of Education Studies, Burapha University, 1(3), 18-31. ภวดี สวนดี และญาณภัทร สีหะมงคล. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกราฟและ ความสัมพันธ์เชิงเส้น และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 ด้วยการจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยการประยุกต์กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับแนวคิด ของโพลยา : การวิจัยผสานวิธี. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 16(2), 14-23. ยุวรัตน์ นักท านา, นารี คูหาเรืองรอง และเลอลักษณ์ โอทกานนท์. (2563). การจัดกิจกรรมชมรมดนตรี สร้างสรรค์โดยใช้แนวคิด GPAS 5 Steps เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ส าหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 10(3), 1-18. รัฐพงษ์ ศิริวิริยานันท์, เจริญวิชญ์ สมพงษ์ธรรม, ปิยาณี สมบูรณ์ทรัพย์, รุจิรัตน์ บวรธรรมศักดิ์และอ าไพ สวัสดิราช. (2563). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เรื่อง ทวีปยุโรป ส าหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps. การประชุมวิชาการและน าเสนอผลงานวิจัย ระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 5. วาวรินทร์ พงษ์พัฒน์. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็น โดยการ จัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนวัดศรีสุทธาราม จังหวัด สมุทรสาคร. [ออนไลน์], สืบค้นจาก http://www.edu-journal.ru.ac.th/AbstractPdf/2561-3- 1_1557111013_5914622071.pdf สัตตรัตน์ แซ่ย้าง และณัฐนันท์ แสนเรือง. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง รอบรู้รูปสี่เหลี่ยม โดยใช้การเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อประสม ส าหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสันป่าตอง (สุวรรณราษฎร์วิทยาคาร). วารสารครุศาสตร์ ราชภัฏเชียงใหม่ , 1(2), 75-98. สุกานดา ยางศร และคณะ. (2564). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์โดยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ค าถามปลายเปิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3. ประชุมวิชาการระดับชาติส าหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร ครั้งที่ 1. สุชีรา จันครา, บุญเรียง ขจรศิลป์ และ ชานนท์ จันทรา. (2561). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้ กระบวนการ GPAS และการประเมิน เพื่อการเรียนรู้ในรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดดอนเมือง (ทหารอากาศอุทิศ) สังกัดกรุงเทพมหานคร. [ออนไลน์], สืบค้นจาก https://tinyurl.com/863d2tp3. สุภาภรณ์ อุ้ยนอง และคณะ. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ที่ส่งเสริมความสามารถ ในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่อง พีระมิด กรวย และทรงกลม ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิจัยร าไพพรรณี, 15(3), 95-106.
61 อุไรวรรณ ปานทโชติ. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร โดยใชเกม KAHOOT ส าหรับ นักศึกษาวิชาชีพครู โปรแกรมวิชาคณิตศาสตร์. วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราช ภัฏก าแพงเพชร, 4(2), 101-108. เดช พละเดช และจินตวีร์ คล้ายสังข์. (2563). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ในบริบทการเรียนรู้แบบมี ปฏิสัมพันธ์ด้วยวิธีการอภิปรายร่วมกับเทคนิค Think–Talk–Write เพื่อเสริมสร้างความสามารถใน การสื่อสารทางคณิตศาสตร์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. Journal of Information and Learning, 31(2), 45-57 เทวราช มังคะละ. (2565). การพัฒนาความสามารถการอ่านเชิงวิเคราะห์ด้วยการออกแบบการเรียนรู้แบบ ย้อนกลับ ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) ส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ปริญญามหาบัณฑิต).พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร. เบญจพร สว่างศรี. (2565). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์โดยการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ ที่ ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาและการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์. วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณ ภูมิ, 4(1), 56-68. เลไล ภาพันธ์และแสงเดือน คงนาวัง. (2565). การพัฒนาทักษะปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการ ตัดต่อและตกแต่งภาพกราฟิกโดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อมัลติมีเดีย ของนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 12(3), 89-101.
62 ภาคผนวก
63 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ
64 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย 1. นายชีวัน นาโคกุล ครูช านาญการพิเศษ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา อ.นาแก จ.นครพนม 2. นางวงค์พยอม ทองชัย ครูช านาญการ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา อ.นาแก จ.นครพนม 3. นายธนากร คุ้มนายอ ครูช านาญการ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา อ.นาแก จ.นครพนม
65 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
66 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว จ านวน 14 ชั่วโมง เรื่อง การหาค่าและการเขียนนิพจน์พีชคณิต จ านวน 1 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2/2566 โรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา วันที่........เดือน.....................พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวธนัชญา กลางโคตร์ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพันธ์หรือช่วยแก้ปัญหาที่ก าหนดให้ ตัวชี้วัด ค 1.3 ม.1/1 เข้าใจและใช้สมบัติของการเท่ากันและสมบัติของจ านวน เพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหา โดยใช้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สาระส าคัญ การหาค่าของนิพจน์พีชคณิตนั้น เราสามารถท าได้โดยแทนตัวแปรในนิพจน์พีชคณิตด้วยจ านวนที่ ต้องการแล้วค านวณหาค่าของนิพจน์พีชคณิตนั้น และการเขียนนิพจน์พีชคณิตแทนข้อความจากสถานการณ์ที่ ก าหนดให้ จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบบทเรียนนี้แล้ว นักเรียนสามารถ 1. ด้านความรู้ (K) 1.1 อธิบายการค านวณหาค่าของนิพจน์พีชคณิตได้ 1.2 เขียนนิพจน์พีชคณิตแทนข้อความได้ 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 2.1 ค านวณหาค่าของนิพจน์พีชคณิตโดยการแทนค่าได้ถูกต้อง 2.2 เขียนนิพจน์พีชคณิตแทนข้อความจากสถานการณ์ที่ก าหนดให้ได้ถูกต้อง 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) ท างานที่ได้รับมอบหมายเป็นระเบียบ เรียบร้อย และรอบคอบ (A) สาระการเรียนรู้ การหาค่านิพจน์และการเขียนพีชคณิต สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด - การจ าแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้ การปฏิบัติ/การสาธิต
67 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการท างาน กิจกรรมการเรียนรู้(GPAS 5 Steps) ขั้นที่1 Gathering : การค้นหาและเลือกข้อมูล (5 นาที) 1. นักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับเรื่อง สมการ โดยตอบค าถามจากกิจกรรม ดังนี้ พิจารณารูปต่อไปนี้ รูปที่ 1 3 + 5 = 8 รูปที่ 2 3 + 6 = _________ รูปที่ 3 5 + = _________ ถ้าให้ x แทน ซึ่งเป็นตัวไม่ทราบค่า จะได้ว่า 5 + x = _____________________ จากรูปที่ 1 จ านวน ที่อยู่ในตาชั่งสองแขนจะเป็นอย่างไร เมื่อต้องการให้ตาชั่งสองแขนสมดุลกัน (ตอบ เท่ากันทั้งสองข้าง) จากรูปที่ 2 3 + 6 จะเท่ากับเท่าไร (ตอบ 3 + 6 = 9) จากรปที่3ถ้าให้แทนซึ่งเป็นตัวไม่ทราบค่าจะได้5+เท่ากับเท่าไร
68 2. นักเรียนสืบค้นและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจ านวนเต็มจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น การสนทนากับ เพื่อนในชั้นเรียน, การใช้ www.google.co.th ค้นหาด้วยค าว่า “นิพจน์พีชคณิต” และ “ตัวแปร” หรือจาก หนังสือเรียน ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับความรู้เดิม ขั้นที่2 Processing : คิดวิเคราะห์และสรุปความรู้(10 นาที) 1. นักเรียนพิจารณาตัวอย่างของนิพจน์พีชคณิตรูปแบบอื่นๆ ดังนี้ 3+y 4-y y-4 2x x 3 2. นักเรียนพิจารณาตัวอย่างและตอบค าถามต่อไปนี้ ตัวอย่างที่ 1 x + 20 เมื่อ x = 45 วิธีท า x + 20 = 45 + 20 = 65 ตัวอย่างที่ 2 2x + 36 เมื่อ x = 30 วิธีท า 2x + 36 = ………………….. (ตอบ 2(30) + 36) = ………………….. (ตอบ 60 + 36) = ………………….. (ตอบ 96) ตัวอย่างที่ 3 6m + 5(p-2) เมื่อ m = -2 และ p = 4 วิธีท า 6m + 5(p-2) = ………………….. (ตอบ 6(-2) + 5(4-2)) = ………………….. (ตอบ -12 + 5(2)) = ………………….. (ตอบ -12 + 10) = -12 + 10 = -2 ตัวอย่างที่ 4 5k2 + 8 2 เมื่อ k = 2 วิธีท า 5k2 + 8 2 = 5(2)2 + 8 2 = 5(4) + 8 2
69 = 20 + 8 2 = 28 2 = 14 3. นักเรียนพิจารณาสถานการณ์ ดังนี้ สถานการณ์ที่ 1 “นักเรียนไปร้านขายเครื่องเขียน ซื้อปากกา 3 ด้าม ด้ามที่ 1 ราคา 6 บาท ด้ามที่ 2 ราคา 10 บาท ด้ามที่ 3 ราคา X บาท นักเรียนจะต้องจ่ายเงินกี่บาท” คาดการณ์ค าตอบของนักเรียน : 1) ต้องจ่ายเงิน 6 + 10 + X บาท 2) ต้องจ่ายเงิน 16 + X บาท 3) ต้องจ่ายเงิน X + 10 + 6 บาท 4) ต้องจ่ายเงิน X + 16 บาท สถานการณ์ที่ 2 “นักเรียนซื้อน้ าเปล่า 1 ขวดทุกวันเมื่อพักเที่ยง น้ าเปล่า 1 ขวด ราคา a บาท หาก นักเรียนซื้อน้ าเปล่าติดต่อกัน 7 วัน นักเรียนจ่ายเงินค่าน้ าเปล่าไปทั้งหมดกี่บาท” คาดการณ์ค าตอบของนักเรียน : 1) จ่ายเงินค่าน้ าเปล่าไปทั้งหมด a x 7 บาท 2) จ่ายเงินค่าน้ าเปล่าไปทั้งหมด a7 บาท 3) จ่ายเงินค่าน้ าเปล่าไปทั้งหมด 7a บาท สถานการณ์ที่ 3 “ขนมถุงหนึ่งมี Z ชิ้น แบ่งให้เพื่อนในกลุ่ม 6 คนเท่าๆ กัน เพื่อนแต่ละคนจะได้ ขนมคนละกี่ชิ้น” คาดการณ์ค าตอบของนักเรียน : 1) เพื่อนแต่ละคนจะได้ขนมคนละ Z 6 ชิ้น 2) เพื่อนแต่ละคนจะได้ขนมคนละ Z ÷ 6 ชิ้น ขั้นที่ 3 Applying and Constructing the Knowledge : การปฏิบัติและสรุปความรู้(25 นาที) 1. นักเรียนเล่นเกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ โดยจ าลองสถานการณ์ให้นักเรียนร่วมมือกันปกป้องอาณาจักร ของตนเองจากอสูรร้ายในเว็ปไซต์ Vonder Go จากคิวอาร์โค้ดนี้(10 นาที) จากนั้นสรุปผลหาผู้ชนะ 7 ล าดับ (10 นาที) 2. นักเรียนน าวิธีคิดของตนเองบันทึกลงในใบงาน ทั้ง 7 ข้อ (15 นาที)
70 3. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ ขั้นที่ 4 Applying and Communication Skill : การสื่อสารและน าเสนอ (10 นาที) 1. ตัวแทนนักเรียนจ านวน 7 คนที่ได้คะแนนสูงที่สุด ออกมาน าเสนอแนวคิดคนละ 1 ข้อ โดยมีครูและ นักเรียนคนอื่นๆ ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ 5 Self – regulating : การประเมินเพิ่มคุณค่า (5 นาที) 1. นักเรียนประเมินตนเองในประเด็นต่อไปนี้ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ 1.1 หนังสือเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐาน สสวท. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2 1.2 เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ในเว็ปไซต์ Vonder Go 1.3 ใบงานที่ 1 เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ 2. แหล่งการเรียนรู้ 2.1 ห้องสมุดโรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา 2.2 สืบค้นจาก www.google.co.th ค้นหาด้วยค าว่า “นิพจน์พีชคณิต” และ “ตัวแปร” การหาค่าของนิพจน์พีชคณิตนั้น เราสามารถท าได้โดยแทนตัวแปรในนิพจน์ พีชคณิตด้วยจ านวนที่ต้องการแล้วค านวณหาค่าของนิพจน์พีชคณิตนั้น และการเขียน นิพจน์พีชคณิตแทนข้อความจากสถานการณ์ที่ก าหนดให้ สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไรสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในชั่วโมงนี้ลงในสมุดเป็น การบ้าน ส่งในชั่วโมงถัดไป นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนรู้ในวันนี้หรือไม่ เพียงใด นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองได้อย่างไร
71 การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายการค านวณหาค่าของ นิพจน์พีชคณิตได้ - เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ในเว็ปไซต์ Vonder Go - ใบงาน เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป 2. เขียนนิพจน์พีชคณิตแทนข้อความ ได้ - เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ในเว็ปไซต์ Vonder Go - ใบงาน เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป 3. ค านวณหาค่าของนิพจน์พีชคณิต โดยการแทนค่าได้ถูกต้อง - เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ในเว็ปไซต์ Vonder Go - ใบงาน เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป 4. เขียนนิพจน์พีชคณิตแทนข้อความ จากสถานการณ์ที่ก าหนดให้ได้ ถูกต้อง - เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ในเว็ปไซต์ Vonder Go - ใบงาน เกม ใครไม่พจน์ นิพจน์ ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป 5. มีความกระตือรือร้น สนใจและเข้า ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน (A) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้ขึ้นไป เกณฑ์การวัดและประเมินผล คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : ท างานที่ได้รับมอบหมายเป็นระเบียบ เรียบร้อย และรอบคอบ หมายเหตุ นักเรียนผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับดีขึ้นไป เกณฑ์การวัดและประเมินผลการตรวจใบกิจกรรม/ใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบทดสอบ คะแนน/ความหมาย ความสามารถที่ปรากฏ ยอดเยี่ยม นักเรียนท าใบกิจกรรม/ใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบทดสอบได้ถูกต้อง 80% ขึ้นไป ดีมาก นักเรียนท าใบกิจกรรม/ใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบทดสอบได้ถูกต้อง 70% - 79% ดี นักเรียนท าใบกิจกรรม/ใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบทดสอบได้ถูกต้อง 60% - 69% พอใช้ นักเรียนท าใบกิจกรรม/ใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบทดสอบได้ถูกต้อง 50% - 59% ควรปรับปรุง นักเรียนท าใบกิจกรรม/ใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบทดสอบได้ถูกต้อง ต่ ากว่า 50% หมายเหตุ นักเรียนผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับดีขึ้นไป
72 เกณฑ์การประเมินทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ คะแนน/ความหมาย การแสดงพฤติกรรมทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ 4 (ดีมาก) เขียนหรือพูด เพื่ออธิบาย ชี้แจง แสดงความเข้าใจหรือความคิดเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ได้ถูกต้องและชัดเจน 3 (ดี) เขียนหรือพูด เพื่ออธิบาย ชี้แจง แสดงความเข้าใจหรือความคิดเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ให้ถูกต้อง แต่ไม่ชัดเจน 2 (พอใช้) เขียนหรือพูด เพื่ออธิบาย ชี้แจง แสดงความเข้าใจหรือความคิดเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ได้ถูกต้องบางส่วน และไม่ชัดเจน 1 (ปรับปรุง) เขียนหรือพูด เพื่ออธิบาย ชี้แจง แสดงความเข้าใจหรือความคิดเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ได้ไม่ถูกต้อง 0 (ไม่มีการสื่อสาร) ไม่สามารถเขียนหรือพูด เพื่อแสดงเแนวคิดของตนเองได้ หมายเหตุ นักเรียนผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับพอใช้ขึ้นไป
73 แบบประเมินความถูกต้องของ............................................................... รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ................. เรื่อง ..............................................................เลขที่ คะแนนความถูกต้อง เต็ม....... ผลการประเมิน คะแนนที่ได้ คิดเป็นร้อยละ ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26
74 เลขที่ คะแนนความถูกต้อง เต็ม....... ผลการประเมิน คะแนนที่ได้ คิดเป็นร้อยละ ผ่าน ไม่ผ่าน 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 เกณฑ์การประเมิน นักเรียนผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป นักเรียนผ่านเกณฑ์.............คน นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์.............คน ลงชื่อ ........................................................... ( นางสาวธนัชญา กลางโคตร์ ) นักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา
75 แบบประเมินความถูกต้องของ............................................................... รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ................. เรื่อง ..............................................................เลขที่ คะแนนความถูกต้อง เต็ม....... ผลการประเมิน คะแนนที่ได้ คิดเป็นร้อยละ ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25
76 เลขที่ คะแนนความถูกต้อง เต็ม....... ผลการประเมิน คะแนนที่ได้ คิดเป็นร้อยละ ผ่าน ไม่ผ่าน 26 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 เกณฑ์การประเมิน นักเรียนผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป นักเรียนผ่านเกณฑ์.............คน นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์.............คน ลงชื่อ ........................................................... ( นางสาวธนัชญา กลางโคตร์ ) นักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา
77 แบบบันทึกผลการประเมินการเรียนรู้ ด้านทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ................. เรื่อง .............................................................. ค าชี้แจง : ให้ท าเครื่องหมาย ลงในตาราง โดยใช้เกณฑ์การวัดและการประเมินผลตามที่ก าหนดไว้เลขที่ ทักษะการสื่อสารทาง คณิตศาสตร์ ผลการประเมิน คะแนนที่ได้ 4 3 2 1 0 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24
78 เลขที่ ทักษะการสื่อสารทาง คณิตศาสตร์ ผลการประเมิน คะแนนที่ได้ 4 3 2 1 0 ผ่าน ไม่ผ่าน 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 เกณฑ์การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ 4 หมายถึง ระดับคุณภาพ ดีมาก 3 หมายถึง ระดับคุณภาพ ดี 2 หมายถึง ระดับคุณภาพ พอใช้ 1 หมายถึง ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ลงชื่อ ........................................................... ( นางสาวธนัชญา กลางโคตร์ ) นักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา
79 แบบบันทึกผลการประเมินการเรียนรู้ ด้านทักษะการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ................. เรื่อง .............................................................. ค าชี้แจง : ให้ท าเครื่องหมาย ลงในตาราง โดยใช้เกณฑ์การวัดและการประเมินผลตามที่ก าหนดไว้เลขที่ ทักษะการสื่อสารทาง คณิตศาสตร์ ผลการประเมิน คะแนนที่ได้ 4 3 2 1 0 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24
80 เลขที่ ทักษะการสื่อสารทาง คณิตศาสตร์ ผลการประเมิน คะแนนที่ได้ 4 3 2 1 0 ผ่าน ไม่ผ่าน 25 26 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 เกณฑ์การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ 4 หมายถึง ระดับคุณภาพ ดีมาก 3 หมายถึง ระดับคุณภาพ ดี 2 หมายถึง ระดับคุณภาพ พอใช้ 1 หมายถึง ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ลงชื่อ ........................................................... ( นางสาวธนัชญา กลางโคตร์ ) นักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา
81 แบบสังเกตพฤติกรรม รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 ค าชี้แจง : ให้ท าเครื่องหมาย ลงในตาราง ตามพฤติกรรมที่สังเกตเห็น โดยใช้เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผลตามที่ก าหนดไว้เลขที่ พฤติกรรมที่แสดงออก รวม 4 คะแนน ผลการประเมิน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ท างาน 2 1 0 2 1 0 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25
82 เลขที่ พฤติกรรมที่แสดงออก รวม 4 คะแนน ผลการประเมิน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ท างาน 2 1 0 2 1 0 ผ่าน ไม่ผ่าน 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 เกณฑ์การประเมิน คะแนนตั้งแต่ 2-4 ผ่าน คะแนน 3 - 4 หมายถึง ระดับคุณภาพดี คะแนน 2 หมายถึง ระดับคุณภาพพอใช้ คะแนน 0 - 1 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง ลงชื่อ ........................................................... ( นางสาวธนัชญา กลางโคตร์ ) นักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา
83 แบบสังเกตพฤติกรรม รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 ค าชี้แจง : ให้ท าเครื่องหมาย ลงในตาราง ตามพฤติกรรมที่สังเกตเห็น โดยใช้เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผลตามที่ก าหนดไว้เลขที่ พฤติกรรมที่แสดงออก รวม 4 คะแนน ผลการประเมิน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ท างาน 2 1 0 2 1 0 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25
84 เลขที่ พฤติกรรมที่แสดงออก รวม 4 คะแนน ผลการประเมิน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ท างาน 2 1 0 2 1 0 ผ่าน ไม่ผ่าน 26 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 เกณฑ์การประเมิน คะแนนตั้งแต่ 2-4 ผ่าน คะแนน 3 - 4 หมายถึง ระดับคุณภาพดี คะแนน 2 หมายถึง ระดับคุณภาพพอใช้ คะแนน 0 - 1 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง ลงชื่อ ........................................................... ( นางสาวธนัชญา กลางโคตร์ ) นักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา
85 บันทึกผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางการแก้ไขปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ .................................................. ( นางสาวธนัชญา กลางโคตร์ ) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่........../........../..........
86 บันทึกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ สามารถน าไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 3. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ........................................................ ( นางอุไรรัตน์ วงศ์จ าปา ) ต าแหน่ง ครูพี่เลี้ยง วันที่........../........../..........
87 ชื่อ-สกุล.......................................................................... ชั้น ........................ เลขที่ ..................... ใบงานที่ 1 นิพจน์ ค าชี้แจง : ให้นักเรียนแสดงแนวคิดหรือแสดงวิธีท าของตนเอง 1) วันที่ 1 นักเรียนซื้อมังคุดมา 1 กิโลกรัม จ่ายเงินให้แม่ค้าจ านวน m บาท วันที่ 2 นักเรียนซื้อองุ่นมา 1 กิโลกรัม จ่ายเงินให้แม่ค้าจ านวน x บาท นักเรียนจ่ายเงินไปทั้งหมดกี่บาท ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ตอบ.......…………………………………………………………………………………………………………………………. 2) ครูเฟิร์สมีขนม 30 ถุง แบ่งให้นักเรียนที่ได้เกรด 4 จ านวน C คน แต่ละคนจะได้ขนมกี่ถุง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ตอบ.......…………………………………………………………………………………………………………………………. 3) นักเรียนเป็นนักเก็บออมเงิน คุณแม่ให้เงินนักเรียนวันละ 100 บาท นักเรียนจะแบ่งไว้เก็บออม A บาททุกวัน เมื่อครบ 30 วัน นักเรียนมีเงินเก็บกี่บาท ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ตอบ.......…………………………………………………………………………………………………………………………. 4) นักเรียนมีเงินอยู่ T บาท แต่เพื่อนของนักเรียนมีเงินมากกว่านักเรียน 25 บาท เพื่อนของนักเรียน มีเงินกี่บาท ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ตอบ.......………………………………………………………………………………………………………………………….
88 5) สามเท่าของจ านวนจ านวนหนึ่ง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ตอบ.......…………………………………………………………………………………………………………………………. 6) ค่าโดยสารเที่ยวละ 15 บาท ถ้านั่งไป-กลับระหว่างโรงเรียนและบ้านทั้งหมด k วัน จะต้องจ่ายค่า โดยสารทั้งหมดกี่บาท ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ตอบ.......…………………………………………………………………………………………………………………………. 7) + เมื่อ m = 5 มีค่าเท่ากับข้อใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ตอบ.......………………………………………………………………………………………………………………………….
89 แบบทดสอบก่อนเรียน บทที่ 1 สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. สมการในข้อใดแทนข้อความ “สามเท่าของ จ านวนจ านวนหนึ่งมากกว่าห้าอยู่แปด” ก. 3x - 5 = 8 ข. 5 - 3x = 8 ค. 8 - 5 = 3x ง. 5 - 8 = 3x 2. หกเท่าของจ านวนจ านวนหนึ่งมากกว่าสามสิบ อยู่สิบห้าเขียนเป็นสมการได้อย่างไร ก. 6x + 30 = 15 ข. 6x - 30 = 15 ค. 6x + 15 = 30 ง. 30 - 6x = 15 3. ข้อใดต่อไปนี้เป็นสมการ ก. 17 > 12 ข. 9 < 10 + 5a ค. 3x – 6 = 15 ง. 22.5x + 2.3 ≠ 1.5 4. สมการต่อไปนี้ข้อใดควรหาค าตอบของสมการ โดยใช้สมบัติการคูณ ก. x + 9 = 30 ข. x - 9 = 30 ค. 12 − x = 30 ง. 9 = 30 5. ค าตอบของสมการ y + 5 = 5 + y คือข้อใด ก. 4 ข. 5 ค. จ านวนทุกจ านวน ง. ไม่มีจ านวนใดเป็นค าตอบของสมการ 6. ถ้า 4x + 20 = 48 แล้ว x มีค่าเท่าไร ก. 5 ข. 6 ค. 7 ง. 8 7. จ านวนในข้อใดแทนค่า y ในสมการ 140 – y = 32 เป็นจริง ก. 78 ข. 74 ค. 108 ง. 172 8. จงหาค่า a จากสมการ 8a – 24 = 6a + 36 ก. 25 ข. 28 ค. 30 ง. 32 9. ข้อใดเป็นค าตอบของสมการ 3(x - 2) + 2(x - 4) = 7(x - 10) ก. 13 ข. 15 ค. 24 ง. 28 10. 3 เป็นค าตอบของสมการข้อใด ก. 7(x + 1) - 6 = 22 ข. 2(x + 2) + 8 = 22 ค. 4(x + 2) + 5 = 21 ง. 4(x + 2) + 5 = 23 11. ค่าของ x ที่ท าให้สมการ 2(x + 5) - 5 = 25 เป็นจริงคือข้อใด ก. 12 ข. 11 ค. 10 ง. 9 12. 5 เป็นค าตอบของสมการข้อใด ก. 7(x + 1) - 6 = 22 ข. 7(x + 1) - 6 = 24 ค. 4(x + 2) + 5 = 21 ง. 2(x + 2) + 8 = 22 13. ถ้า 2x + 5 = 10 แล้ว x มีค่าเท่าไร ก. 2 ข. 2.5 ค. 3 ง. 3.5