The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภูมิรู้ ศิลปวัฒนธรรมความเป็นมา 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ชุมชนย่านกะดี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ภูมิรู้ ศิลปวัฒนธรรมความเป็นมา 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ชุมชนย่านกะดี

ภูมิรู้ ศิลปวัฒนธรรมความเป็นมา 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ชุมชนย่านกะดี

ภมูิรูศิลปวฒันธรรมความเปนมา3ศาสนา4ความเช่ือชุมชนยานกะดีจนี
โครงการวจิยัการจัดการความรูศลิปวฒันธรรมความเปนมา3ศาสนา4ความเช่อื6ชุมชน

ยานกะดจีนีเขตธนบรุีกรุงเทพมหานครเพ่ือการทองเที่ยว

คํานาํ

เอกสารการส่งเสริมการท่องเท่ียวย่านชุมชนกะดีจีนเป็นส่วนหน่ึงของ
ผลการวิจัย เร่ือง การจัดการความรู้ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นมา 3 ศาสนา 4
ความเชื่อ 6 ชุมชน ย่านกะดีจีน เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ของ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏธนบุรี จัดทําข้ึนเพื่อเป็นการรวบรวมภูมิปัญญา และสถานที่ท่องเท่ียวให้
เป็นลายลักษณ์อักษรและเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาการเผยแพร่ข้อมูล รวมท้ัง
เป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องและผู้สนใจทั่วไปได้นําไปใช้
ประโยชน์ โดยเฉพาะสถานศกึ ษาที่จะนาํ ไปบรู ณาการกับการเรียนการสอน

ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ
ที่จะศึกษาเก่ียวกับภูมิปัญญาท้องถ่ินการจัดการความรู้ศิลปวัฒนธรรม
ความเป็นมา 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชน ย่านกะดีจีน เขตธนบุรี
กรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เก่ียวข้อง และสถานศึกษาได้นําไปใช้ประโยชน์
ต่อไป

วาสนา เพิ่มพลู
วิไล ต้งั จิตสมคิด
พรศิริ กองนวล

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชุมชนย่านกะดีจนี

สารบญั หน้า
1
ความเปน็ มา 5
ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชุมชนย่านกะดีจีน 6
7
ชุมชนวดั ประยูรวงศ์ 9
พระวิหารหลวงพ่อพระพุทธนาค วัดประยรุ วงศาวาสวรวหิ าร 10
พระบรมธาตุมหาเจดีย์วดั ประยุรวงศาวาสวรวิหาร 11
พิพธิ ภัณฑพ์ ระประยูรภณั ฑาคาร วัดประยุรวงศาวาสวรวหิ าร 12
เขามอ วัดประยุรวงศาวาสวรวหิ าร 14
อนุสาวรีย์ปนื ใหญส่ ามกระบอกวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร 16
กระทงทอง 18
ผดั ไทย 20
ขนมเบ้อื งญวน 22
ขนมบา้ บิ่นมะพร้าวอ่อน 24
นาํ้ สมุนไพรลูกยอ 26
หมูกระดาษออมสนิ 27
ชุมชนกุฎีจนี 29
โบสถ์ซางตาครูส้ 30
พพิ ิธภณั ฑบ์ า้ นกุฎีจนี 32
เรือนจนั ทนภาพ 33
บา้ นสกุลทอง 35
กว๋ ยตัส๊
ขนมฝรง่ั กุฎีจนี

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจนี

สารบัญ(ต่อ) หนา้
37
บัวลอยญวณ 39
ขนมจีนแกงไก่คว่ั 41
ชมุ ชนวดั กลั ยาณ์ 42
พระอโุ บสถ วดั กัลยาณมิตรวรมหาวหิ าร 43
พระวิหาร วัดกลั ยาณมติ รวรมหาวหิ าร 45
หอระฆัง วัดกลั ยาณมิตรวรมหาวิหาร 46
หอไตร วัดกลั ยาณมติ รวรมหาวิหาร 48
ศาลเจา้ เกียนอนั เกง 50
บา้ นพาทยโกศล 52
ขนมจีบต้ม 54
ผัดหม่ีกระเฉดทรงเคร่ือง 56
ชมุ ชนวัดบุปผาราม 57
พระอุโบสถ วัดบุปผารามวรวหิ าร 59
พระวิหาร วัดบุปผารามวรวิหาร 60
การปกั ลายพตุ ตาน 62
กะลอจี๊ 64
ชุมชนกุฎขี าว 65
มสั ยิดบางหลวง 66
สลัดแขก

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนย่านกะดีจนี

สารบญั (ต่อ) หน้า
68
ข้าวหมกไก่ 3 สี 70
บาเยยี 72
ชุมชนโรงคราม 73
เรือนพระยาราชานปุ ระดิษฐ์ 75
ผ้ายอ้ มคราม 77
วหิ คนอนรงั 79
หมูโสร่ง 81
นํา้ ชัรบัต 83
น้ําขิงปรุงอย่างเทศ 85
แผนทท่ี อ่ งเท่ียวย่านกะดจี ีน 86
แผนทที่ ่องเที่ยวชมุ ชนวดั ประยรุ วงศ์ 87
แผนที่ทอ่ งเท่ียวชมุ ชนกุฎจี นี 88
แผนทที่ ่องเที่ยวชมุ ชนวัดกลั ยาณ์ 89
แผนท่ที อ่ งเท่ียวชุมชนวัดบปุ ผาราม 90
แผนท่ีท่องเที่ยวชุมชนกฎุ ขี าว 91
แผนทีท่ อ่ งเที่ยวชุมชนโรงคราม 92
คณะผ้จู ดั ทํา

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชมุ ชนย่านกะดีจนี

ย่านกุฎีจีน หรือกะดีจีน เป็นย่านประวัติศาสตร์ท่ีมีความ
เก่าแก่แห่งหน่ึงของ กรุงเทพมหานคร ในบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ประกอบด้วยชุมชนเล็ก ๆ 6 ชุมชน คือ ชุมชนวัดประยูรวงศ์ ชุมชนกุฎี
จีน ชุมชนวัดกัลยาณ์ ชุมชนบุปผาราม ชุมชนกุฎีขาวและชุมชนโรง
คราม มีความหลากหลายทางมรดกวัฒนธรรมของ 3 ศาสนา 4 ความ
เชอ่ื อันประกอบด้วย พุทธเถรวาท พุทธมหายาน ครสิ ต์ และมุสลมิ คำ
ว่า “กะดี”มีการพูดหรือเขียนหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะ “กะดี” หรือ
“กุฎี”ซึ่งให้ความหมายหลากหลายแตกต่างกัน ชุมชนแห่งน้ีนับเป็น
แหล่งวัฒนธรรม แหล่ง เรียนรู้ และแหล่งรายได้ท่ีมีความสำคัญแห่ง
หน่ึง เพราะชุมชนย่านกะดีจีนน้ีเป็นชุมชนท่ีประกอบด้วยชนหลายชาติ
หลายภาษาเข้ามาต้ังรกราก เช่น ชุมชนชาวจีน ฝร่ังเช้ือชาติ โปรตุเกส
มุสลิม ลาว และมอญ เป็นต้น นอกจากน้ียังปรากฏว่าพ้ืนท่ีแห่งน้ีเป็น
สถานท่ีตั้งของบ้านขุนนางเก่าสายสกุลบุนนาค และยังมีแหล่ง
วัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งมีการสืบทอดและถ่ายทอดความรู้
ทางวัฒนธรรมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน พ้ืนท่ีกะดีจีนเป็นพ้ืนท่ีท่ีมีความ
หลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ทั้งทางด้านกลุ่ม ชาติพันธุ์ วิถีชีวิต ความ
เชื่อ และประเพณีเป็นสถานที่ท่ีมีการกลมกลืนของผู้คนหลายเชื้อชาติ
หลายศาสนามาอยู่รวมกันเป็นชุมชนขนาดใหญ่ คนในชมุ ชนมี
การช่วยเหลอื กันเกอื้ กูลซงึ่ กนั และกัน แม้แต่เรอ่ื งการเมืองก็ไม่มกี าร

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดีจนี
(1)

แบ่งแยกชาวชุมชนจะเคารพในสิทธิส่วนบุคคลในการตัดสินใจเลือก
ผู้แทนไม่ก้าวก่ายกันในด้านความคิด และไม่ให้ความแตกต่าง
เรื่องศาสนาหรือเช้ือชาติเป็นตัวทำลายมิตรภาพเพราะการอยู่ร่วมกัน
ห ลายศาสน าไม่ ใช่ปั ญ ห าของชุม ชน น้ี ทุ กคน เป็ น เพื่ อ น กั น
เป็นครอบครัวเดียวกัน และมองว่าความแตกต่างทางศาสนาไมใ่ ช่ความ
แตกแยก (ข้อมูล ชุมชน กะดีจีน ลงตัวในความหลากหลาย
จ าก ก รุงเท พ ธุรกิ จ อ อ น ไล น์ อ้ างถึ งเก ษ รา ชั ย เห ลื อ งอุ ไร
http://www.dsdw2016.dsdw.go.th/)

เดิมทีคำว่า กุฎี/ กุฏิ/ กะดี มีรากศัพท์และความหมาย
เหมือนกัน ซ่ึงแปลว่า ‘กระท่อมท่ีอยู่ของนักบวช’ อาทิ พระสงฆ์ และ
สามเณร หรือที่ถูกนำไปใช้ในบริบทของชาวมุสลิม ‘กะดี’ ยังแปลว่า
โรงพิธีในศาสนาอิสลาม นิกายเจ้าเซ็นอีกด้วย โดยคำว่ากะดีน้ี ใช้กัน
แพร่หลายในสมัยอยุธยาก่อนท่ีจะสูญหายไปจนถงึ ปัจจุบันได้นิยามของ
คำว่า‘กุฎีจีน’ ในเชิงพื้นที่ท่ีชาวบ้านใช้กันแต่แรกนั้น มาจากชุมชน
เล็กๆ ที่รวมตัวกันตั้งแต่สมัยอยุธยา ซ่ึงเกิดจากพ่อค้าชาวจีนท่ีล่องเรือ
สินค้าข้ึนไปค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา ระหว่างทางน้ันมักมีจุดแวะพัก
เพ่ือตรวจสภาพเรือสินค้า และนิยมสร้างศาลเจ้าไว้บริเวณดังกล่าว
และมีพระภิกษุชาวจีนจำวัดอยู่ด้วยท้ังน้ีหลังจากการเสียกรุงคร้ังท่ี 2
ของอาณาจักรอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 ต่อมาได้สถาปนากรุงธนบุรีขึ้น
เป็นราชธานี ทำให้บริเวณย่านกะดีจีนมีการต้ังรกรากของแขกมุสลิม
และฝร่งั มากยง่ิ ขน้ึ โดยเฉพาะฝร่งั โปรตเุ กสท่ีเขา้ รว่ มทำศึก

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจีน
(2)

สงครามกับกองทัพของพระเจ้าตากสินจนได้รับพระราชทานที่ดินเพื่อ
ส ร้ า ง บ้ า น เรื อ น แ ล ะ อ ยู่ อ า ศั ย กั น เรื่ อ ย ม า เป็ น ชุ ม ช น กุ ฎี จี น ข อ ง
ชาวคาทอลิกในปัจจุบัน มีโบสถ์ซางตาครู้สเป็นศูนย์รวมจิตใจต้ัง
ตระหง่านอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นท่ีสังเกตเห็นได้ง่ายของ
ผู้สัญจรไปมาในส่วนของ “ย่านกะดีจีน” นั้นประกอบไปด้วย 6 ชุมชน
ได้แก่ ชุมชนวัดประยูรวงศ์ ชุมชนกุฎีจีน ชุมชนวัดกัลยาณ์ ชุมชนบุ
ปผาราม ชุมชนกุฎีขาวและชุมชนโรงครามที่ได้พูดถึงข้างต้น ซ่ึง
ประกอบไปด้วยชาวพุทธ คริสต์ และอิสลามท่ีอาศัยอยู่ร่วมกันมาอย่าง
ยาวนาน (จริ ฏั ฐ์ ม้าไว.ออนไลน์ http://uddc.net/th/)

ชุมชนย่านกะดีจีนมีประวัติความเป็นมานานกว่า 200 ปี
ซึ่งมีคุณลักษณะพิเศษของชุมชน ที่มีศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
ที่แตกต่างกัน แต่ละศาสนามีกิจกรรมเฉพาะของตัวเอง แต่ก็สามารถ
เกื้อหนุนกัน อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน
ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาลของรัฐบาลท่ีต้องการให้สังคมอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ส่งเสริมให้มีความมั่นคงและยง่ั ยืน (http://click.senate.go.th)

มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ตั้งอยู่ในพ้ืนท่ีเขตธนบุรี แขวง
วัดกัลยาณ์ซ่ึงต้ังอยู่บนพ้ืนท่ีย่านกะดีจีนเช่นกัน ประกอบกับพันธกิจ
ของมหาวิทยาลยั ในด้านการพฒั นาทอ้ งถน่ิ จงึ ได้มกี ารดำเนินการพัฒนา
ชุมชนในเขตธนบุรี โดยเฉพาะพื้นที่ย่านกะดีจีนมาอย่างต่อเนื่อง ท้ังใน
รูปแบบของการวิจัย การบริการวิชาการ โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนา
สนบั สนนุ ใหก้ ารจัดทำแผนพัฒนาชมุ ชนยา่ นกะดจี นี ร่วมกบั

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนยา่ นกะดจี ีน
(3)

คณะกรรมการของชุมชน จากการดำเนินการจัดทำแผนดังกล่าวพบว่า
ชุมชนต้องการรวบรวมข้อมูลความเป็นมาของย่านกะดีจีนเพ่ือให้คนใน
ชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับชุมชน มีความภาคภูมิใจในชุมชน
ของตนเอง รวมทงั้ เปน็ การเผยแพรใ่ หบ้ ุคลทั่วไปที่มคี วามสนใจได้ศกึ ษา
เรียนรู้

ผู้วิจัย และชุมชนย่านกะดีจีนมีความตระหนักในเร่ืองดังกล่าว
จึงเห็นควรให้มีการจัดการความรู้ความเป็นมา ศิลปวัฒนธรรมของ
ชุมชนย่านกะดีจีนขึ้น เพ่ือให้มีการรวบรวมและจัดระบบข้อมูลการ
จัดการความรู้ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นมา 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6
ชมุ ชน ย่านกะดีจีน เขตธนบรุ ี กรุงเทพมหานคร แก่ชมุ ชนในการพัฒนา
ชุมชนให้มีความม่ันคง สามารถใช้และอนุรักษ์ภูมิปัญญาได้อย่าง
เหมาะสม รวมท้ังเปน็ การสืบทอดภูมปิ ญั ญา ที่ทรงคณุ คา่ ต่อไป

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนยา่ นกะดจี ีน
(4)

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนยา่ นกะดจี นี

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี นี
(5)

ชุมชนวัดประยรู วงศ์

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชุมชนย่านกะดจี นี
(6)

วดั ประยุรวงศาวาสวรวหิ าร
พระวหิ ารหลวงพอ่ พระพุทธนาค

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหารเป็นพระอารามหลวงช้ันโท
ชนิดวรวิหาร สร้างเมื่อปี พ.ศ 2371 ผู้สร้างวัด คือ สมเด็จเจ้าพระยา
บรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ได้อุทิศท่ีดิน ท่ีเคยเป็นสวนกาแฟ
มาก่อน ใช้เวลาสร้าง 8 ปี เพ่ือถวายสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลท่ี 3 และพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า วัดประยุรวง
ศาวาสวรวิหารแต่ชาวบ้านจะเรียกว่า วัดรั้วเหล็ก มีร้ัวเหล็กสีแดง
มีอาวุธ เช่น หอก ธนู ขวาน เป็นต้น ซึ่งเป็นเหล็กที่มาจากประเทศ
อังกฤษแรกเร่ิมเดิมทีจะนำไปล้อมในพระราชวัง แต่ไม่ทรงโปรดเลย
นำมาล้อมรั้วในวัดแห่งนี้ ส่วนปูชนียสถานในวัดแห่งน้ี จะมีพระวิหาร
หลวงพ่อพระพุทธนาค เป็นการสร้างแบบพระราชนิยม ภายในพระ
วิหารหลวงพ่อนาคจะประดับตกแต่งด้วย มุก บานหน้าต่างจะมีกระจก
ตัดเป็นสีต่างๆ ขอบหน้าต่างลงรักปิดทองเป็นเร่ืองราวของชาดกต่างๆ
หลวงพ่อพระพทุ ธนาค เป็นพระพุทธรูปในสมยั สโุ ขทัยปางมารวชิ ยั

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดจี ีน
(7)

หน้าตักกว้าง 4.25 เมตร สูง 5.70 เมตร ผู้สร้างวัดได้อัญเชิญมาตาม
แม่น้ำเจ้าพระยา และประดิษฐานที่พระวิหาร พุทธลักษณะของพุทธ
นาคมีความงดงามอ่อนช้อย โดยเฉพาะพระพักตร์ย้ิมแย้มบ่งบอกถึง
ความเมตตา
ผู้ใหข้ อ้ มูล : พระปลดั ยรรยง ยสวฑฺฒโก (พระน้อย)

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชุมชนยา่ นกะดีจีน
(8)

พระบรมธาตมุ หาเจดีย์
วัดประยรุ วงศาวาสวรวหิ าร

พ ระบ รม ธาตุ ม ห าเจ ดี ย์ เป็ น
พ ร ะ เจ ดี ย์ สี ข า ว อ ง ค์ ให ญ่ ท ร ง ร ะ ฆั ง ค ว่ ำ
เรียกว่า ทรงลังกา ผู้สร้างเป็นบุตรชายของ
ท่าน สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
(ช่วง บุนนาค) แต่สร้างไม่เสร็จ เพราะถึงแก่พิราลัยก่อนต่อมาได้สร้างต่อจนเสร็จ
ในสมัยรัชกาลท่ี 4พระบรมธาตุมหาเจดีย์นี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
ของพระพุทธเจ้าภายในพระบรมมหาธาตุเจดีย์ สูงประมาณ 60 เมตร และมีพระ
เจดีย์องค์เลก็ ๆ เรียกว่า เจดียร์ ายเรยี งอยู่ 18 องค์ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ เป็น
เจดีย์ที่สูงสุดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์
ในสมัยพระพรหมบัณฑิต ร่วมกับชุมชน เน่ืองจากว่าเอียงไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา
ก่อนมีการบูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ก็ได้มีการสำรวจ ภายในองค์เจดีย์ มีเสา
แกนกลางหักโค่นเอียงไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา ภายหลังมีการบูรณปฏิสังขรณ์จน
ต้ังตรงทางวัดก็ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม Award of Excellenceด้านการอนุรักษ์
มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย
แ ล ะ แ ป ซิ ฟิ ก จ า ก อ งค์ ก า รศึ ก ษ า
วิท ยาศ าสตร์และวัฒ น ธรรม แห่ ง
สหประชาชาติ (ยูเนสโก)

ผใู้ ห้ขอ้ มูล : พระปลัดยรรยง ยสวฑฒฺ โก (พระนอ้ ย)

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจีน
(9)

พิพิธภณั ฑพ์ ระประยรู ภณั ฑาคาร
วดั ประยรุ วงศาวาสวรวหิ าร

พิพิธภัณฑ์พระประยูรภัณฑาคาร เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสะสม
พระพุทธรูปสมัยก่อน ภายหลังมีการบูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ ก็พบพระกรุ พระ
พ รห ม บั ณ ฑิ ต ก็ ได้ อั ญ เชิ ญ พ ระ พุ ท ธรูป แ ล ะ พ ระ เค รื่อ งส มั ย ต่ างๆ
มาประดิษฐานในพิพิธภัณฑ์ แรกเริ่มเดิมที่อาคารหลังนี้เป็นห้องสมุดแห่งแรกของ
ประเทศไทย ช่ืออาคารว่าพรินทรปริยัติธรรมศาลา เนื่องจากผู้สร้างคือ
เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) สร้างเพ่ือให้อุทิศให้กับมารดา(อิน บุนนาค)
จึงนำชื่อพรกับอินมาผสมกัน เป็น
พรินทร์ ภายหลังกระทรวงธรรมการ
(ปัจจบุ ันคอื กระทรวงศึกษาธิการ) ไดใ้ ช้
อาคารหลังนี้เป็นห้องอ่านหนังสือ จึง
ถือว่าอาคารแห่งนี้เป็นห้องสมุดแห่ง
แรกของประเทศไทย

ผใู้ ห้ข้อมลู : พระปลดั ยรรยง ยสวฑฺฒโก (พระน้อย)

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชุมชนย่านกะดีจีน
(10)

เขามอ วัดประยรุ วงศาวาสวรวิหาร

อุทยานเขามอ (เขาเต่า) เป็นรมมณียสถานภายในพระอารามท่ี
พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ที่มาของเขามอนั้น เกิดจากการจำลอง
ภาพของหยดเทียนข้ีผึ้งซ่ึงพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี
3 ทรงจุดขณะประทับภายในพระท่ีน่ังจักรพรรดิพิมานเม่ือผ่านวันเป็นปี
หยดน้ำตาเทียนเหล่าน้ันก็ทับถมกันเป็นชั้นๆ มองคล้ายภูเขาท่ีมีความ
ออ่ นช้อยก่อดว้ ยศลิ าต้ังอยกู่ ลางสระนำ้ บริเวณหน้าวัด มกี ารปลูกตน้ ไม้หา
ยาก ชาวบ้านได้นำ ปลา เต่ามาปล่อย ภายในเขามอ มีปราสาทพาชายน
เป็นที่อยู่ของพระอินทร์ เจดีย์จุฬามณีจำลอง เป็นที่ประดิษฐานพระเกศา
และพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธเจ้า ในทางคติทางพระพุทธศาสนา
ศูนย์กลางของจักรวาลจะเป็น เขา
พระสุเมรุ เขามอ ก็จะเปรียบ
เหมือนเขาพระสุเมรุ ส่วนข้างล่าง
จะมีแม่น้ำก็เปรียบเป็นแม่น้ำนที
ศรีธันดร

ผใู้ ห้ข้อมลู : พระปลดั ยรรยง ยสวฑฒฺ โก (พระน้อย)

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจนี
(11)

อนสุ าวรยี ป์ นื ใหญส่ ามกระบอก
วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร

อนุสาวรีย์ปืนสามกระบอกต้ังอยู่ในบริเวณเขามอ ซ่ึงเป็นที่มา
ของคำว่า ขวานสามหมื่น ปืนสามกระบอก หอกสามแสน สร้างขึ้นเพ่ือ
รำลกึ ถึงผู้เสียชีวิตจากเหตกุ ารณ์ปืนใหญ่ที่เอามาทำเปน็ ไฟพะเนียงแตกใน
คราวงานฉลองสมโภชพระอาราม
เม่ือพุทธศักราช 2379 เป็นเหตุให้มี
ผู้เสียชีวิต ถึง 7 คน และได้ รับ
บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ขณะน้ัน
นายแพทย์ แดน บีช บรัดเลย์ อาศัย
อยู่ในบ้านเช่าท่ีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ขณะดำรงตำแหน่ง
เจ้าพระยาพระคลังให้สร้างข้ึนใกล้กับท่าน้ำวัดประยุรวงศาวาส ซึ่งอยู่ไม่
หา่ งจากท่ีเกดิ เหตุ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยรู วงศ์ให้คนตาม

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชุมชนย่านกะดจี ีน
(12)

ตัวหมอบรัดเลย์ไปรักษาผู้บาดเจ็บ พระรูปหน่ึงกระดูกแขนแตก
หมอบรัดเลย์จำต้องตัดแขนของพระรูปนั้น การผ่าตัดประสบผลสำเร็จ
บาดแผลหายสนิทในเวลาไมน่ านนกั การรักษาด้วยวิธีการผ่าตดั ในคร้ังนั้น
นบั เป็นการรักษาด้วยวธิ กี ารผา่ ตัดอวยั วะครัง้ แรกในแผน่ ดินสยาม

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมอนุสาวรีย์ปืนสามกระบอก แท่นฐาน
ทำเป็นสี่เหล่ียมอย่างง่าย มีปืนใหญ่สามกระบอกปักลงไปในแท่น หัวท้าย
ศิลปะนูนต่ำมีรูปหัวสิงโตยื่นออกมา หน้าแท่นมีแผ่นจารึกข้อความเป็น
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างละแผ่นระบุว่า “อนุสาวรีย์นี้ได้สร้างขึ้น
เม่ือปีวอก อัฐศก ศักราช 1198 ให้เป็นท่ีระลึกแห่งปืนใหญ่ระเบิด
เสียชีวิตหลายคน ในเวลามีงานมหกรรมการฉลองพระอารามน้ี โดย
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ผู้สร้างพระอารามนี้ ได้ปฏิสังขรณ์
ใหม่ ในปีระกาสัปตศักราช 1249 โดยปัจฉิมบุตรของท่าน พระยาภาสกร
วงศ์ เพือ่ เปน็ ท่ีระลกึ ถงึ พระเดชพระคุณท่านผู้สรา้ งสบื ไป”

ผใู้ ห้ข้อมลู : พระปลัดยรรยง ยสวฑฺฒโก (พระน้อย)

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชมุ ชนย่านกะดีจีน
(13)

กระทงทอง

สว่ นประกอบ

1. แป้งขา้ วเจ้า 2. น้ำมนั พชื 3. นำ้ ตาลทราย 4. เกลือ

5. ไขไ่ ก่ 6. หอมใหญ่ 7. ข้าวโพด 8. แครอท

9. ถั่วลนั เตา 10. เนือ้ ไก่ 11. น้ำปูนใส 12. แปง้ สำเร็จ

13. นำ้ อาจาด (น้ำสม้ สายชู น้ำตาลทราย แตงกวา พรกิ ช้ีฟ้า)

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดจี ีน
(14)

วิธีทำ

1. ส่วนของกระทงทอง นำแป้งข้าวเจ้าผสมกับแป้งสำเร็จ
ใส่น้ำปูนใส1 ต่อ 1 ส่วน ใส่น้ำมัน ไข่ไก่ (ใช้เฉพาะไข่แดง) ผสมให้เข้า
กัน เม่ือตัวแป้งได้ท่ี ค่อยเติมน้ำปูนใส เพ่ือให้แป้งกรอบ (โดยไม่ใช้
ผงกรอบ) พกั ไวส้ ักครู่

2. ส่วนไส้กระทงทอง นำหอมหัวใหญ่ แครอท ถั่วลันเตา
เน้ือไก่ ซีอ๊ิวขาว น้ำตาลทราย ตั้งน้ำมันผัดส่วนประกอบเข้าด้วยกัน
ดูสว่ นผสมใหพ้ อดกี ัน ผัดจนแห้ง

3.ทอดส่วนแป้ง เพ่ือเป็นกระทงทองต้ังไฟให้น้ำมันเดือดท่วม
แป้นพิมพ์นำแป้นพิมพ์จุ่มแป้ง
ท่ีเตรียมไวจ้ ากขอ้ ที่ 1

4. ใส่กระทะเพื่อเป็น
สว่ นของกระทงทอง

5. ตักไส้ที่ผัดไว้ข้อท่ี
2 ใส่กระทงพอสวยงาม ทานคู่
กับน้ำอาจาด

ผใู้ หข้ อ้ มลู : นางรชต บญุ นาค

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจนี
(15)

ผัดไทย

สว่ นประกอบ

1. น้ำมนั หมู

2. น้ำตาลทราย

3. นำ้ ตาลป๊ีป 4. นำ้ ซอสมะเขือเทศ

5. กากหมู 6. มะม่วงซอย

7. ไขไ่ ก่ 8. เส้นผัดไทย

9. ใบกยุ๊ ช่าย 10. กุ้งแห้ง 11. มะนาว

12. เตา้ หู้ 13. ไชโป๊ 14. หอมแดง

15. ถ่ัวงอก 16. น้ำมะขามเปียก

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชุมชนยา่ นกะดีจีน
(16)

วธิ ีทำ

1. ต้ังกระทะ ใส่น้ำมันหมูผัดและใส่หอมแดง จะทำให้หอม
ตามดว้ ยเตา้ หู้ ไชโป๊ ใสก้ ุง้ แห้ง กากหมู ผดั รวนให้เหลอื ง

2. ใส่เส้นผัด และเติมน้ำพอประมาณ เพ่ือให้เส้นนุ่มนวล
ผดั ใหแ้ หง้ น้ำ

3. ใส่น้ำมัน 1 ช้อนเล็ก ใส่ไข่ น้ำตาล น้ำซอสมะเขือเทศปรุง
รสใสถ่ วั่ งอกและใบกุ๊ยชา่ ยและมะมว่ งซอย

ผู้ให้ขอ้ มลู : นางประดษิ ฐ์ แจ่มพงษา

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนย่านกะดจี ีน
(17)

ขนมเบ้ืองญวน

ส่วนประกอบ

1. ถว่ั งอก 2. ไสม้ ะพรา้ วหนา้ ก้งุ 3. ไชโป๊หวาน

4. กุ้งแห้ง 5. ถั่วลิสง 6. แปง้ ขา้ วเจ้า

7. รากผกั ชี 8. น้ำปนู ใส 9. ไข่ไก่

10. เต้าหูเ้ หลือง 11. ผกั ชี ตน้ หอม 12. กะทิ

13. มะพรา้ ว 14. เกลือ 15. นำ้ ตาลทราย

16. แตงกวา 17. ก้งุ สด 18. ใบมะกรดู

19. พรกิ ไทย 20. กระเทียม 21. น้ำตาล

22. น้ำอาจาด (น้ำสม้ สายชู น้ำตาลทราย แตงกวา พรกิ ชี้ฟ้า)

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนย่านกะดีจีน
(18)

วิธีทำ

1. ตง้ั กระทะ ใส่แปง้ ข้าวเจา้ ใส่ไข่ไก่ ใหท้ ว่ั กระทะ
2. ใส่ถั่วงอก เต้าหู้ ไชโป๊หวาน ไส้มะพร้าวขูดหน้ากุ้ง ผักชี
ต้นหอม ลงในกระทะ
3. พับแป้งลงมา เม่ือไส้สุก ใส่น้ำมันลงไปเพ่ือทอดให้เหลือง
กรอบสีสวยงาม น่ารบั ประทาน รับประทานคูก่ ับนำ้ อาจาด
4. การทำไส้มะพร้าวหน้ากุ้งนำมะพร้าวขูดใส่ภาชนะใส่ราก
ผักชีและพริกไทยที่โขลกเตรียมไว้ลงไปผัดจนหอม จากน้ันจึงใส่กุ้งสับ,
น้ำตาลทรายและ เกลือลงไปผัดต่อ ผัดจนกุ้งสุกและน้ำตาลละลายดี
และใสม่ ะพร้าวท่ีขดู ไว้ไปผดั จนมสี เี หลอื งใหเ้ ปน็ เนอ้ื เดียวกนั

ผูใ้ หข้ อ้ มูล : นางประดิษฐ์ แจม่ พงษา

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนย่านกะดีจนี
(19)


ขนมบ้าบิน่ มะพรา้ วอ่อน

ส่วนประกอบ 2. แป้งขา้ วเหนียวสีดำ
4. น้ำกะทิ
1. แปง้ ขา้ วเหนียวสขี าว

3. เนอ้ื มะพรา้ วนำ้ หอม

5. นำ้ ตาลทราย

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชุมชนยา่ นกะดีจีน
(20)

วิธีทำ

1. นำแป้งข้าวเหนียวสีขาว ตามด้วย แป้งข้าวเหนียวสีดำ
(ใส่สีดำให้น้อยกว่า) ตามด้วยน้ำตาลทราย และเนื้อมะพร้าวอ่อน และ
น้ำกะทิ หรือน้ำมะพร้าวอ่อน โดยผสมแป้งให้เข้ากัน และพักไว้
ประมาณ1 ชม.

2. ตั้งไฟ โดยใช้ไฟอ่อนปานกลาง ไม่ควรใช้ไฟแรง ไม่อย่างน้ัน
ขนมจะสุกแต่ข้างนอก ข้างในจะไม่สุก นำส่วนผสมในข้อที่ 1 หยอดใส่
กระทะพอประมาณเป็นช้ินเล็ก ๆ และกลับแป้ง และกดแป้งลงเพื่อให้
แป้งสุก สังเกตใตฐ้ านของแปง้ ใหม้ ีสีน้ำตาลออ่ น แสดงวา่ สกุ แลว้

ผู้ใหข้ อ้ มลู : นางธัญนนั ท์ ธรี วรรณ

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชุมชนยา่ นกะดีจนี
(21)

น้ำสมุนไพรลูกยอ

ส่วนประกอบ 2.นำ้ ตาลทรายแดง
4. พรกิ ไทย
1.ลูกยอ (สีขาว) 1 กิโลกรมั

3. นำ้ ผงึ้

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี ีน
(22)

วธิ ีทำ

1. คัดเลือกลูกยอที่จะนำมาทำน้ำลูกยอจะต้องเป็นลูกยอท่ีแก่
เตม็ ที่ ไม่อ่อนหรือแกส่ ุกจนเกินไป โดยสงั เกตจากผลทีม่ สี ขี าว

2. นำโหลแก้วท่ีมีความแห้ง ห้ามใช้โหลพลาสติกเด็ดขาด
ถา้ มคี วามช้ืนจะขึ้นรา

3. นำลูกยอมาตำด้วยครกหิน (ห้ามใช้ครกไม้ เพราะจะทำให้
กล่ินไม้จะซึมเข้าไปในยอ) ตำให้บุบ แล้วนำมาเรียงในโหลแก้ว หากใช้
ลูกยอ 1 กิโลกรัม จะใช้น้ำผ้ึง 2 ขวด เทใส่โหล ให้ท่วมลูกยอ ตามด้วย
น้ำตาลทรายแดง ใส่เป็นช้ัน ห้ามคน ห้ามกวน ตามด้วยพริกไทยป่น 1
ชอ้ นโต๊ะ ปดิ ฝาโหลด พักไว้ 30 วันขน้ึ ไป ใสข่ วดและปดิ ฝาใหแ้ น่น

4. เมื่อครบ 30 วันแล้ว ก็นำมากรองเอาลูกยอด้วยผ้าขาวบาง
ออก เอาแตน่ ้ำ ใสข่ วดหรอื บรรจุภัณฑไ์ ด้

ผูใ้ ห้ขอ้ มูล : นางสาวอทุ ยั วรรณ ศรวี ทิ ย์

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดีจนี
(23)

หมกู ระดาษ

ส่วนประกอบ 2. แป้งเปียก
4. กระดาษหนงั สอื พิมพ์
1. แมพ่ มิ พร์ ปู หมู 6. ไหมพรม

3. กระดาษแขง็ เหลือใช้

5. สโี ปสเตอร์

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจีน
(24)

วธิ ที ำ

1. นำกระดาษหนังสือพิมพ์ทา
ด้วยแป้งเปียก แล้วนำด้านท่ี
ไม่ได้ทาแป้งเปียกใส่พิมพ์หมู
(เพ่ือไม่ให้กระดาษติดพิมพ์หมู)
ทั้งสองด้าน ใส่ให้ท่ัวพิมพ์ให้
เป็นสัดส่วนตัวหมู หหู มู กดใหแ้ น่น เพ่ือใหก้ ระดาษเป็นรูปหมู
2. แกะกระดาษออกจากพิมพท์ ั้งสองดา้ น นำไปตากแดดให้แหง้ เม่ือแห้ง
แล้วนำท้ังสองด้านมาประกอบกัน นำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ทาด้วยแป้ง
เปยี กมาปดิ รอยตอ่ ของหมกู ระดาษ
3. ทำหางหมู โดยใช้ไหมพรมสีต่างๆ ตามชอบ พันกับน้ิวมือสักสามส่ีรอบ

ตามความต้องการ นำไหมพรมอีกเส้น
มาผูก นำคัตเตอร์มาตัดไหมพรม เพ่ือให้
หางฟู นำมาติดหางหมู
4 . ใช้ สี โป ส เต อ ร์ ล ง สี บ น ตั ว ห มู
ตามชอบ ใส่ลวดลายตามต้องการเจาะรู
ให้หยอดเหรียญได้ห้ามทำที่เปิด ไม่ฉะน้ันก็จะไม่เป็นหมูออมสินเป็น
กศุ โลบายของคนโบราณ เพอ่ื ใหร้ ้จู ักการออม

ผใู้ ห้ข้อมลู : นางธนวรรณ ธงนอ้ ย (ป้าน้อย)

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชุมชนยา่ นกะดจี นี
(25)

ชุมชนกฎุ ีจนี

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนย่านกะดจี นี
(26)

โบสถ์ซางตาครสู้

โบสถ์ซางตาครู้ส ปัจจุบันมีคุณพ่อสมศักด์ิ ธิราศักดิ์เป็นเจ้า
อาวาส วัดซางตาครู้ส มีช่ือตามภาษาโปรตุเกสว่า ซางตาครู้ส
(Santa Cruz Church) ถ้าเป็นภาษาไทยเรียกว่า วัดไม้กางเขนศักดิ์
ด้ังเดิมมีชาวโปรตุเกสมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย และเมื่อสมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราช กอบกู้เอกราช และได้ย้ายเมืองหลวงมาที่
กรุงธนบุรีก็มีชาวโปรตุเกสท่ีเป็นคริสตชนจำนวนหน่ึง ติดตามสมเด็จ
พระเจ้าตากสินมาอยู่ท่ีน้ีด้วย สมเด็จพระเจ้าตากสินก็ได้พระราชทาน
ทดี่ ินเป็นท่ีอาศัยของครสิ ตชน แลว้ กส็ รา้ งโบสถ์หลังแรกจะเปน็ โบสถ์ไม้
ยกพ้ืนที่สูง เนื่องจากน้ำท่วม เน่ืองจากมีน้ำและลำคลองต่างๆ โบสถ์
หลังแรกอายุประมาณ 65 ปี หลังจากนั้นก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
สร้างโบ สถ์ห ลังที่ สอง มีลักษ ณ ะเป็ น ศิลป ะแบ บ จีน สมัยที่
คุณพอ่ ปาลกัวเปน็ เจ้าอาวาส ซงึ่ ต่อมาได้เปน็ พระสงั ฆราช

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชุมชนยา่ นกะดจี นี
(27)

โบสถ์หลังท่ีสองใช้มาประมาณ 82 ปี หลังจากน้ันก็ทรุดโทรม ชำรุด
ไม่สามารถใช้ได้อีก ก็เลยร้ือทิ้ง และสร้างหลังท่ีสามข้ึนมา ในสมัยคุณ
พ่อกูเลียลโมกิ๊น ดา ครู้ส ซ่ึงเป็นพระสงฆ์ไทยเชื้อสายญวน ได้สร้าง
โบสถ์หลังนี้ขึ้นมา ปัจจุบันก็มีอายุ 103 ปี และเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
ได้ มี ก า ร บู ร ณ ะ ข้ึ น ให ม่ โด ย ก ร ม ศิ ล ป า ก ร ใน ส มั ย คุ ณ พ่ อ ส ม ศั ก ดิ์
เป็นเจ้าอาวาส แต่ถ้านับต้ังแต่สมัยพระเจ้าสมเด็จตากสินมหาราช
จนถงึ ปัจจบุ นั โบสถ์นม้ี ีอายุ 250 ปี
ผ้ใู หข้ ้อมูล: คณุ พอ่ เทิดศกั ดิ์ กิจสวัสด์ิ

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชุมชนยา่ นกะดีจีน
(28)

พิพิธภณั ฑบ์ า้ นกฎุ ีจนี

คุณนาวินี พงศ์ไทย (ป้าตอง) ผู้ก่อต้ังพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน
ที่สร้างข้ึนมาด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง ชุมชนกุฎีจีนเป็นชุมชนที่มี
ประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวมากมาย ภายในพิพิธภัณฑ์ มี 3 ชั้นชั้นล่าง
เป็นร้านกาแฟ ขนม ผลิตภัณฑ์ของชุมชน ประวัติศาสตร์ของ
ชาวโปรตุเกสซ่ึงเป็นชนชาติแรกท่ีเข้ามาประเทศไทย จนถึงอยุธยา
ล่มสลาย

ชั้ น ที่ ส อ ง จ ะ เป็ น เรื่ อ ง ร า ว ข อ ง พ ร ะ บ า ท ส ม เด็ จ พ ร ะ เจ้ า
กรุงธนบุรีหรอื พระเจ้าตากสินมหาราชท่ีกู้เอกราช พระราชทานที่ดินให้
ชาวโปรตเุ กสเปน็ รางวลั

ชัน้ ที่สามเป็นเรื่องราวของวิถีชีวิตของชาวกุฎีจีน ชาวโปรตุเกส
และชาวไทย จำลองห้องนอน หอ้ งครัวสตู รอาหารจากชาวโปรตเุ กส

ชน้ั บนสดุ เป็นดาดฟ้า ใชช้ มทศั นยี ภาพได้ 360 องศา
ผ้ใู หข้ อ้ มลู : นางนาวินี พงศ์ไทย

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนยา่ นกะดจี ีน
(29)

เรอื นจนั ทนภาพ

คุณจารุภา จันทนภาพ (ป้าแดง)
ผู้ ดู แ ล เรือ น จัน ท น ภ าพ เล่ าว่า
คุ ณ ม านิ ต ย์ จั น ท น ภ าพ ส ามี
ได้อนุญาต ให้เปิดเรือนจันทนภาพ
เป็นคร้ังคราว เดิมเป็นบ้านของคุณพ่อหลุยส์ (ประสาท) จันทนภาพ
และคุณแม่ทองคำ จันทนภาพ เป็นคุณพ่อคุณแม่ของสามี คุณแม่ท่าน
เป็นลูกของคหบดี เจ้าของบ่อพลอยท่ีจันทบุรี บรรพบุรุษได้ช่วย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สู้รบมา จนกระท่ังตั้งรกราก
และได้มาสร้างเรือนหลังนี้เป็นไม้สักทั้งหลัง เสาทำด้วยไม้ตะเคียน มี
อายุ 125 ปี มีหลังคาเป็นทรงจั่วจอมแห มุงดว้ ยกระเบ้ืองว่าว หนา้ ต่าง
ประตูจะตรงกันทุกด้านเสาสอดสลักทุกต้นไม่ต้องตอกตะปู ทำให้บ้าน
มัน่ คงแข็งแรง สมยั สงครามโลกครง้ั ท่ี 2 พนั ธมติ รกส็ รู้ บกัน เรอื นจันทน
ภาพอยู่ตรงน้ี มีทหารญ่ีปุ่นอยู่บริเวณน้ีมากมีการท้ิงระเบิด ทำให้บ้าน
เสียหายเอียงไปทางทิศตะวันตก บ้านเรือนหลังอื่นๆพัง แต่เรือนจันทน
ภาพไม่พังเพราะเป็นการสร้างโดยการสอดสลักมีความม่ันคงแข็งแรง
ช่างที่ทำบ้านหลังนี้เป็นช่างไทย กับช่างจีน ช่างไทยทำโครงสร้าง
ท้ังหมดทั้งช้ันบนและชั้นล่าง มีใต้ถุนสูง แต่จะมีหน้าถัง (สามารถยก
ถอดออกเป็นแผ่นๆ นำไปเก็บไว้ที่อื่นได้) สำหรับปิดกันขโมย มีช่อง
ระบายอากาศให้ลมพัดผ่านสะดวก ส่วนช่างจีนจะแกะสลักช่อง
หนา้ ต่างด้านนอกให้รบั กับโค้งประตูด้านใน เป็นลายดอกพดุ ตาน

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชุมชนยา่ นกะดจี นี
(30)

ในสมัยรัชกาลที่ 3และช่างจีนทำตู้ผนัง ซึ่งมีกระจก และวอลเปเปอร์
ทสี่ งั่ มาจากอติ าลีเมอ่ื 125 ปีก่อน

ท่ีน่ีก็มีเหตุการณ์สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่ง หลังสงครามโลก
คร้ังท่ี 2 เกิดกบฏแมนฮัตตัน ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงครามเป็น
นายกรัฐมนตรี ท่านส่ังซ้ือเรือขุดสันดอนจากอเมริกา เมืองแมนฮัตตัน
ซึ่งสร้างที่เมืองแมนฮัตตัน เม่ือจะทำพิธีรับมอบเรือจะมีทหารเรือ
เม่ือวนั ที่ 29 มถิ ุนายน 2494 ทา่ นกล็ งเรือ ชื่อว่า เรอื รบศรอี ยธุ ยา ทีท่ ่า
ราชวรดิษฐ์ ทหารเรอื ก็คิดว่าท่านจะทำการกบฏ เม่ือท่านลงแล้ว คิดว่า
ถ้าเรือแล่นผ่านสะพานพุทธ คิดว่าจะจับตัวท่านเป็นตัวประกัน
ทหารบกรู้เร่ืองก่อนจึงทำการยึดโรงไฟฟ้าวัดเลียบ สมัยนั้นสะพานพระ
พุทธยอดฟ้าเปิดปิดได้ เม่ือยึดโรงไฟฟ้าแล้วสะพานพระพุทธยอดฟ้าก็
เปิดไม่ได้ เรือรบก็วนอยู่น่านน้ำ ทหารเรือก็ทราบว่าจะไม่สามารถ
ปฏิวัติได้แล้ว ฝ่ายทหารอากาศ ทำให้จอมพลฟื้น รณนภากาศ ก็
ประกาศก้องเป็นเสียงเดียวกันว่าจอมพล ป.สละชีพเถอะนะ เราจะทิ้ง
ระเบิดแล้วก็เลยว่ายน้ำหนีกันหมด ก็มีทหารเรือช่วยท่าน และหนีเอา
ชีวิตรอด ข้างบ้านมีคลองเรียกว่า คลองกุฏีจีน ประมาณ 80 เมตร
ทหารก็ว่ายน้ำขึ้นมา ก็ถูกทหารบก กับตำรวจ ยิง แล้วคุณพ่อหลุยส์
ประสาท จันทนภาพ ก็คอยช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บอยู่ข้างล่างใต้ถุน
บ้านจันทนภาพจึงมีรอยรูกระสุนอยู่ท่ีฝาบ้านท้ังด้านนอกด้านใน
เมอ่ื ทหารเรือเป็นฝา่ ยแพ้ จงึ เรยี กวา่ กบฏแมนฮตั ตนั

ผใู้ ห้ข้อมลู : นางจารุภา จันทนภาพ

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชุมชนย่านกะดีจีน
(31)

บ้านสกลุ ทอง

ร้านอาหารสยาม โปรตุเกส บ้านสกุลทองมีคุณขนิษฐา
สกุลทองเป็นเจ้าของ ซึ่งต้ังอยู่ท่ี ชุมชนกุฎีจีน ซอย 3 เขตธนบุรี
กรุงเทพมหานครบ้านสกุลทองได้สืบทอดอนุรักษ์ วัฒนธรรมด้าน
อาหาร ในเมนูอาหารเครื่องว่างชาววังและอาหารโปรตุเกสท่ีหา
รับประทานยาก เมนูอาหารของร้านบ้านสกุลทองจะเปิดเมนูอาหาร
ชาววัง สำรับเล็ก และ
อาหารสยามโปรตุเกส
ไพรเวทคอร์ส สำรับ
ให ญ่ จำน วน จำกัด
เทา่ นนั้

ผใู้ หข้ อ้ มลู : นางขนษิ ฐา สกุลทอง

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดจี นี
(32)

ก๋วยตัส๊

สว่ นประกอบ

1. แป้งสาลีอเนกประสงค์
2. น้ำ
3. นำ้ มนั พชื
4. เกลอื
5. เนยเหลือง
6. สับปะรดกวน

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี ีน
(33)

วธิ ที ำ

1. นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำ เกลือ และเนยเหลือง
(เพราะจะทำให้ขนมน่ารับประทาน) ผสมให้เข้ากัน แล้วพักไว้ 1 ชม.
เพ่ือให้แป้งขึ้นตัว หลังจากนั้น นำแป้งมาจับจีบ จะใช้มือหรือท่ีจับจีบ
ก็ได้ แล้วแต่ความถนัด หลังจากน้ันต้ังน้ำมัน ใช้ไฟพอประมาณ ไม่ร้อน
เกนิ ไป ทดสอบวา่ กระทะร้อน ด้วยวิธกี ารนำเศษแป้งลงไปทอด ถ้าแป้ง
ลอยตัวก็แสดงว่าน้ำมันพร้อมทอด ก็นำแป้งลงไปทอด ประมาณ 15
นาที ใหม้ สี ีเหลอื งสวยงาม

2. วิธีการทำไส้สับปะรด เลือกสับปะรดที่สุกๆ มาปอก
เปลือกออก แล้วใช้มีดตัดเอาตาสับปะรดออกให้หมด จากนั้นล้างน้ำให้
สะอาด แล้วหั่นสบั ปะรดเป็น
ช้ินเล็กๆนำไปปั่นให้ละเอียด
แล้วบีบเอาน้ำสับปะรดออก
จากน้ันกวนสับปะรด ใส่
เกลือและน้ำตาล เคี่ยวด้วย
ไฟอ่อน ๆ ให้ละลายเข้ากัน เคี่ยวไปเรอ่ื ย ๆ จนสับปะรดเริม่ เหนยี วข้น

3. นำแป้งมาใส่ไส้สับปะรดที่กวนแล้วและนำแป้ง (เกสร)
ป้ันเปน็ กลม ๆ เลก็ ๆ มาติดตรงกลางเป็นเกสร

ผ้ใู หข้ ้อมลู : นางอำพรรณ นม่ิ เชียง

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี นี
(34)

ขนมฝรง่ั กุฎจี นี

สว่ นประกอบ 2. นำ้ ตาลทราย
4. ลกู เกด
1. ไขเ่ ป็ด 6. ฟักเชือ่ ม

3. แปง้ สาลอี เนกประสงค์

5. ลูกพลับ

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี ีน
(35)

วธิ ีทำ

1. นำไข่เป็ดท้ังฟอง (ไข่ขาวและไข่แดง) กับน้ำตาลผสมกัน ใช้เครื่องตี
ให้เข้ากัน ให้ข้ึนฟู แล้วนำออกจากเคร่ืองผสม มาใส่อ่างผสม แล้วใส่แป้งสาลี
อเนกประสงค์ คนด้วยมือ

2. นำมาหยอดลงในแม่พิมพ์ขอบหยักท่ีทารองก้นด้วยเนยขาวโดยพิมพ์
ใหญ่ไว้ในเตา ส่วนพิมพ์เล็กจะทาด้วยไขมันพืชพักไว้ข้างนอก แล้วค่อยนำใส่เตา
เรียงเพ่ือเตรยี มอบ

3. ข้ันตอนของการอบ เตามี 3 ช้ัน ตรงกลางแผ่นเหล็กปูด้วยหินกรวด
ช้ันล่างสุดใช้แก๊ส ประยุกต์มาจากการใช้ฟืน ซึ่งยังคงใช้เตาถ่านแบบโบราณ โดย
ดา้ นลา่ งจะใช้แก๊ส ด้านบนใชถ้ า่ น เพอื่ ให้หน้าขนมเหลอื ง

4. เรียงขนมลงเตา พอหน้าขนมเร่ิมตึง ถ้าพิมพ์ใหญ่จะแต่งดว้ ยลูกพลับ
ฟักเช่ือม น้ำตาลทราย แต่ถ้าพิมพ์เล็กจะโรยหน้าด้วยลูกเกดและน้ำตาลทราย
หลงั จากน้ันประมาณ 30 นาที เมอ่ื ขนมสกุ เคาะออกจากพิมพ์ ทง้ิ ไวใ้ หค้ ลายร้อน
แลว้ นำขนมบรรจุใส่ถุง

ผใู้ หข้ อ้ มลู : นางวสิ นิ ี มณปี ระสทิ ธ์ิ

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชมุ ชนย่านกะดีจนี
(36)

บัวลอยญวณ

ส่วนประกอบ 2. น้ำ
4.หัวกะทแิ ละหางกะทิ
1. แป้งขา้ วเหนียว 6. เกลือ
9. น้ำตาลทราย
3. ถัว่ เหลอื ง

5.พริกไทย

8. งาดำ

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดจี นี
(37)

วิธที ำ

1. การเตรียมไส้ถวั่ เหลอื ง แชถ่ วั่ เหลืองท้ิงไว้ลว่ งหน้า 1 คืน
หลังจากนน้ั นำถ่วั เหลอื งทแ่ี ช่ครบเวลาแลว้ มาสะเดด็ น้ำใหแ้ หง้ แลว้ นำ
ถว่ั เหลอื งไปน่งึ และนำมาโขลก จากนัน้ ก็กวน โดยใส่กะทิ พริกไทย
นำ้ ตาล เกลือ กวนให้ละเอยี ด รองด้วยผ้าขาวบางประมาณ 20 นาที
และนำมาป้ันพกั ท้ิงไว้

2. ป้ันแป้งข้าวเหนยี วทห่ี มกั ไว้ (ผสมกับหัวกะทิ น้ำผสมนวดให้
เขา้ กัน) เปน็ ทรงกลมๆ แลว้ ห่อด้วยใสถ่ ั่วเหลอื งท่ปี น้ั แลว้

3. แล้วนำมาตม้ ใหส้ กุ (เมือ่ แป้งสุก จะลอยตัวข้ึนมา) เมอื่ สกุ
แล้วกน็ ำมาพกั ดว้ ยน้ำเยน็

4. ตั้งหม้อใส่หางกะทิ น้ำ พรกิ ไทย เกลือ นำ้ ตาลทราย ผสมกัน
แล้วกวนใหเ้ ข้ากัน

5. ตักแป้งที่ตม้ สกุ แล้ว ใส่ชาม ตามด้วยหัวกะทิ ราดดว้ ยงาค่ัว
เพม่ิ ความหอม

ผู้ใหข้ ้อมลู : นางคำบาง ด้วงสุนทร

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดีจีน
(38)

ขนมจีนแกงไกค่ ่วั

ส่วนประกอบ

1. น้ำมนั พชื 2. รากผกั ช-ี รากผักชี 3.ผงปรุงรส

4.ไกส่ ับ 5. เลือดไก่ 6. หวั กะทิและหางกะทิ

7.ผักชี 8. พรกิ แกงแดง, พริกเหลอื ง

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนยา่ นกะดจี ีน
(39)

วธิ ที ำ

1. ต้ังน้ำมันพืชนำรากผักชีท่ีตำแล้วมาผัดกับพริกแกงแดง ให้
หอม เม่ือเข้ากัน ตามด้วยหัวกะทิ นำไก่ มาใส่ เติมกะทิ คั่วจนเข้าเน้ือ
จนเปล่ียนเป็นสีเหลืองส้มอ่อน ๆ นำหางกะทิใส่จนท่วม พอเดือดก็เติม
เลอื ดไก่ และผงปรุงรส

2. การทำเครื่องเคียง รับประทานกับขนมจีนแกงไก่คั่ว
โดยการใส่น้ำมันพืชผัดพริกเหลือง ตามด้วยพริกแกงแดง ผัดให้หอม
เตมิ หวั กะทผิ ดั ให้เข้ากัน
ผู้ให้ข้อมลู : นางสาววัชพร สงิ หทตั

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี ีน
(40)

ชมุ ชนวัดกลั ยาณ์

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนยา่ นกะดจี นี
(41)

วดั กัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
พระอโุ บสถ

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงช้ันโทชนิด
วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลท่ี 3
เมื่อพ.ศ. 2368 โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์มหินทรมหากัลยาณมิตร
(โต) หรือเจ้าสัวโต แซ่อ้ึง ต้นสกุลกัลยาณมิตร ได้บริจาคท่ีดินเพื่อสร้าง
เป็นพระอุโบสถและซื้อพื้นที่ดินเพ่ิมเติมน้อมเกล้าฯ ถวายเป็น
พ ระ อ าราม ห ล วง พ ระ บ าท ส ม เด็ จ พ ระ น่ั งเก ล้ าเจ้ าอ ยู่ หั ว
รัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า
"วัดกัลยาณ มิตร" หมายความว่า
เพื่อนท่ีดี มีพระพุทธรูปไตรรัตน
นายก ปางป่าเลไลย์ หรือปาลิไลยก์
เป็นประธานในพระอโุ บสถ

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจนี
(42)

ชาวบ้านมักเรียกว่า หลวงพ่อโต หรือซำปอกง ซ่ึงสร้างโดยรัชกาลท่ี 3
เมื่อปี พ.ศ.2380 นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่ท่านทางสร้างด้วย
พระองคเ์ อง
ผใู้ ห้ข้อมูล : พระปริยัติธาดาดร

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชุมชนยา่ นกะดจี ีน
(43)

พระวิหาร วัดกัลยาณมติ รวรมหาวิหาร

พระวิหารที่สร้างคู่กันกับพระอุโบสถมีขนาดรูปทรงเดียวกับ
พระอโุ บสถมีลักษณะเปน็ ศลิ ปะแบบจีน ภายในมีภาพเขยี นพทุ ธประวัติ
ฝีมือช่างสมัยรัชกาลท่ี 3 เป็นศิลปราชนิยมคือ ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หาง
หงส์ ซ่ึงมีแต่ในสมัยรัชกาลท่ี 3 เท่านั้นซึ่งต้ังอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ
ของพระวิหารหลวง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 ก็เป็นการผสมผสานกัน
ระหว่างศิลปะไทยกับจีนภายในวิหารน้อยมีพระพุทธรูปพระนามว่า
พ ร ะ พุ ท ธ ดิ ล ก โ ล ก เช ษ ฐ์ ภ า ย ใ น พ ร ะ
วิหารน้อยมีการซ่อมแซมจิตรกรรมฝา
ผนงั มีความสวมงามเป็นอยา่ งมาก
ผูใ้ ห้ขอ้ มลู : พระปรยิ ัติธาดาดร

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชมุ ชนย่านกะดจี ีน
(44)

หอระฆงั วัดกลั ยาณมติ รวรมหาวิหาร

หอระฆัง ที่สร้างข้ึนโดย พระสุนทรสมาจาร (พรหม) เม่ือปี
พ.ศ.2474 ลักษณะเป็นรูปส่ีเหล่ียม
กว้าง 9 เมตร สูง 30 เมตร โดยมี
ข น า ด เส้ น ผ่ า ศู น ย์ ก ล า ง 1 9 0
เซนตเิ มตร นำ้ หนกั 13 ตัน
ผ้ใู หข้ ้อมูล : พระปริยัติธาดาดร

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนยา่ นกะดีจนี
(45)


Click to View FlipBook Version