The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภูมิรู้ ศิลปวัฒนธรรมความเป็นมา 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ชุมชนย่านกะดี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ภูมิรู้ ศิลปวัฒนธรรมความเป็นมา 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ชุมชนย่านกะดี

ภูมิรู้ ศิลปวัฒนธรรมความเป็นมา 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ชุมชนย่านกะดี

หอไตรวัด กัลยาณมติ รวรมหาวหิ าร

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 4โปรดเกล้า
ฯ ให้สร้างข้ึนในปี พ.ศ. 2408 แทนหอไตรเดิม เพื่อเฉลิมพระเกียรติใน
สมเด็จพระบรมราชมาตมหัยิกาเธอ กรมพระสุดารัตน์ราชประยูร
พระเชษฐภคินใี นพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลก และเจ้าขรัว
เงิน พระภัสดาในสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ พระชนกในสมเด็จกรมพระ
ศรสี ุริเยนทรามาตยพ์ ระอัครมเหสใี นรัชกาลท่ี 2 ซ่ึงเป็นพระราชชนนีใน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันใช้เก็บพระไตรปิฎก
ตลอดจนพระคัมภีร์ต่าง ๆหอไตร ต้ังอยู่ข้างพระวิหารหลวงด้านเหนือ
เป็นอาคาร 2 ช้ันก่ออิฐถือปูน มีระเบียงล้อมรอบชั้นบน กว้าง 10
เมตร ยาว 14.39 เมตร หลังคาลด 2 ช้ัน ประดับช่อฟ้า ใบระกา
หางหงส์ หน้าบันสลักไม้เปน็

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี ีน
(46)

ลายกนกเปลวปิดทองประดับกระจก ตรงกลางสลักเป็นรูปเคร่ืองราช
กกุธภัณฑ์ ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรชัยศรี ฉลองพระ
บาท วาลวิชนี ธารพระกร ประดิษฐานเหนือพาน บนฐานปัทม์ ซุ้ม
ประตู - หน้าต่างตกแต่งด้วยปูนปั้นลายดอกไม้ ตรงกลางสลักรูปพระ
มหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพานแว่นฟ้า บนบานประตู หน้าต่าง
สลักลายดอกไม้ ปิดทองประดับกระจก บันไดทางข้ึนอยู่ด้านนอก
อาคาร น่าจะสร้างข้ึนในสมัยหลังราว พ.ศ. 2507แต่เดิมคงเป็นอาคาร
ทม่ี บี ันไดทางขึ้นดา้ นในอาคาร ภายในหอชั้นบนประดษิ ฐานตู้พระธรรม
จตุรมุข สลักลายปิดทอง 1 ตู้ และเป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎกและ
พระคัมภรี ต์ า่ งๆ
ผู้ใหข้ ้อมลู : พระปรยิ ตั ธิ าดาดร

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนยา่ นกะดจี นี
(47)

ศาลเจา้ เกียนอนั เกง

คุณบุญยนิศ สิมะเสถียร ทายาทท่ีดูแลศาลเจ้าเกียนอันเกง
เล่าว่าพ้ืนที่นี้มีชาวจีนมาอาศัยอยู่ก่อนท่ีจะมีการขุดคลองบางกอก
จำนวนชาวจีนหนาแน่นเพ่ิมข้ึนและมีการเชิญพระภิกษุจีน มาพำนัก
ในศาสนสถานท่ีสร้างข้ึนด้วย พักในกุฏิ เช่นเดียวกับภิกษุไทย มี
หลักฐานบันทึกของสมเด็จกรมพระยาราชานุภาพในสารสมเด็จฯว่า
การท่ีมีภิกษุจีนมาพำนัก จึงเป็นที่มา กุฎีจีน ซึ่งเป็นพ้ืนที่ที่มีกุฎี ท่ี
พำนักของภิกษุจีนต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราช มีศึกสงคราม บ้านเมืองไม่สงบสุข แต่ศาสนสถานเริ่มทรุด
โทรม จึงรื้อแล้วสร้างใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยบรรพบุรุษชาวจีน
ฮกเกี้ยน สถาปตั ยกรรมจนี ทัง้ ตัวอาคาร 4 เรอื นล้อมลาน ความลาดชัน

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชมุ ชนย่านกะดีจีน
(48)

ของหลังคา รวมท้ังจิตรกรรมต่างๆ
รวมถึงความงดงามท่ีเป็นเอกลักษณ์ คือ
ไ ม้ แ ก ะ ส ลั ก ใ น ส่ ว น ข อ ง โ ถ ง ด้ า น ห น้ า
มี ค วาม แต ก ต่ าง ที่ ไม่ พ บ จาก ท่ี อื่ น
ศาลเจ้าเกียนอันเกงได้รับรางวัลอาคาร
อนรุ ักษด์ ีเดน่ ในประเภทของศาสนสถาน มีความสวยงามที่เป็นฝีมือชา่ ง
ระดับอาจารย์ท่ีหาชมได้ยาก มีเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานในศาลเจ้านี้
เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ของประชาชนชาวไทยและชาวจีน ต่างศรัทธามากราบ
ไหว้
ผูใ้ หข้ ้อมลู : นายบุณยนิตย์ สมิ ะเถียร

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนย่านกะดีจนี
(49)

บ้านพาทยโกศล

บ้านพาทยโกศล หรือบ้านเคร่ือง ซ่ึงเป็นแหล่งรวบรวมเคร่ือง
ดน ตรีไท ยแล ะยังเป็ น ต้ น กำเนิ ดของดน ตรีไท ยสายฝ่ังธน ฯ
สมัยรัตนโกสนิ ทร์ อันเกิดจากหลวงกัลยาณมิตตาวาส(ทับ พาทยโกศล)
ซึ่งมีบ้านอยู่หลังวัดและมีตำแหน่งเจ้ากรมวัดกัลยาณมิตร เป็นครูปี่
พาทย์ประจำวงของพระยาประภากรวงศ์วรวุฒิภักดี (ชาย บุนนาค)
บุตรของท่านคือ จางวางทั่ว(ทั่ว พาทยโกศล)เป็นผู้เชี่ยวชาญวงดนตรี
ไทย โดยเฉพาะระนาดเอกและฆ้องวง ซึ่งได้ทำหน้าที่ควบคุมวงปี่พาทย์
ในวังบางขุนพรหม ของสมเด็จเจ้าฟ้า นครสวรรค์วรพินิต ท่านเป็น
ผปู้ ระพันธ์เพลงไทยเดิมไวห้ ลายเพลง

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนย่านกะดีจีน
(50)

เช่น เพลงเขมรปากท่อ แขกสาหร่าย แขกมอญบางช้างเถ้า ตับลาว
เจริญศรีลาวแพน ภายในบ้านเป็นแหล่งเก็บรักษาเคร่ืองดนตรีท่ีทาง
ตระกูลไดร้ บั พระราชทานมา

ผใู้ ห้ข้อมูล : นายชนินทร์ สุวรรณวัฒน์

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชุมชนย่านกะดีจีน
(51)

ขนมจบี ต้ม

ส่วนประกอบ 2.แผ่นเกีย๊ ว 3. ไขแ่ ดง
5. โหระพา 7. ผกั ชีฝร่ัง
1.หมูสับ

4. กระเทยี ม

8. ซอี ๊วิ หรอื จิ๊กโฉว่

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจนี
(52)

วธิ ีทำ

1. นำหมูสับมาปรงุ รสดว้ ยซีอ๊ิว กระเทียม พริกไทยป่น น้ำตาล
และมันแกว ที่ทำไว้มาห่อกับแผ่นเกี๊ยวที่เตรียมไว้(ห่อปิดหมด)
หลงั จากหอ่ ให้คว่ำหนา้ ขนมจีบลงจานพักไวเ้ พื่อไม่ให้แป้งดีดออก

2. ต้ังน้ำในหม้อให้เดือด นำขนมจีบที่ห่อไว้แล้ว วางเรียงขนม
จีบลงไป ในหม้อ เพ่ือต้มประมาณ 4 นาที จะทำให้ขนมจีบนุ่มเสมอกัน
ทั้งคำ

3. นำออกจากซึง้ คลุกน้ำมันกระเทียมเจียวไมใ่ ห้ตดิ กันทานกับ
ผกั ชฝี รัง่ หรือใบโหระพา

4. น้ำจิ้มนำซีอิ๊วดำ กับซอสพริก มาผสมให้เข้ากันหรือจะทาน
กบั จ๊กิ โฉว่

ผูใ้ หข้ ้อมลู : นายนธั ทวฒั น์ กติ ติวณิชพนั ธุ์

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชุมชนยา่ นกะดีจีน
(53)

ผดั หมี่กระเฉดทรงเคร่ือง

ส่วนประกอบ 2. ก้งุ ปลาหมกึ
4. ผกั กะเฉด
1. เสน้ หมสี่ ีขาวลวก 6. น้ำมนั หอย
3. กระเทยี มสบั
5. น้ำปลา ซีอว๊ิ ขาว
7. นำ้ ตาล

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชมุ ชนย่านกะดีจีน
(54)

วธิ ีทำ
1. ตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย ตามด้วยกระเทียม

สับเจียวจนหอม
2. ใส่กงุ้ และปลาหมกึ ผัดจนสกุ
3. ใส่เส้นหม่ีขาวลวกและผักกะเฉด แล้วปรุงด้วยน้ำมันหอย

ซีอิว๊ ขาว น้ำตาลทราย ผดั ให้เขา้ กนั
4. พอผัดเข้ากนั ดีแล้วก็ตักใส่จาน

ผู้ใหข้ อ้ มลู : นางสาวบุษบา วัฒนสุระ

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนย่านกะดจี นี
(55)

ชุมชนวดั บปุ ผาราม

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจนี
(56)

พระอุโบสถ
วัดบปุ ผารามวรวหิ าร

วั ด บุ ป ผ า ร า ม เดิ ม เป็ น วั ด โบ ร า ณ ซึ่ ง ส ร้ า งม า แ ต่ ค รั้ ง ส มั ย
กรุงศรีอยุธยา ช่ือว่า “วัดดอกไม้”ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง
ต่อมาเป็นวัดร้าง ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3ราว พ.ศ. 2391 ท่านผู้หญิงจันทร์
ภรรยาเอกของสมเด็จเจา้ พระยา
บ ร ม ม ห า ป ร ะ ยู ร ว ง ศ์ (ดิ ศ
บุ น น าค)ซ่ึงเป็ นมารดาของ
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริ
ยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ได้ทำการ
ปฏิสังขรณเ์ นื่องจากเป็นวัดท่อี ย่ใู กล้บ้านของท่าน

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชมุ ชนย่านกะดีจนี
(57)

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 4 ได้
โปรดเกลา้ ให้ปฏสิ งั ขรณ์อีก โดยมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรสี รุ ิยวงศ์
เม่ือครั้งยังเป็นจม่ืนไวยวรนาถและเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค)
เมื่อคร้ังยังเป็นจมื่นราชามาตย์ร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์ จนแล้วเสร็จ
และไดร้ ับพระราชทานนามใหม่วา่ “วดั บุปผาราม”
ผใู้ ห้ขอ้ มลู : พระกิตตวิ ิมลเมธี

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี นี
(58)

พระวิหาร วัดบปุ ผารามวรวิหาร

พระวิหาร ซึ่งเป็นศาสถานแห่งหนึง่ ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบันเมื่อ
ครั้งสมเด็จเจ้าพระยาภานุวงศ์ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบุปผารามมี
ลักษณะสถาปัตยกรรมประยุกต์ผสมไทยจีน เน่ืองจากหลังคาพระวิหาร
มีรูปทรงแบบจีน อันเป็นพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 3 หากแต่ประดับ ช่อฟ้าเป็นรูปครุฑ ใบระกา
หางหงสเ์ ป็นรปู นาค แบบไทย หน้าบันเป็นปูนปั้นลายเครือดอกพุดตาน
มีตรามหาสุริยมณฑลแบบไทย (ราชสีห์เทียมรถ) อยู่ตรงกลาง
ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นลายปูนปั้นปิดทองประดับกระจกสี รูปดอก
พุดตาน
ผู้ใหข้ อ้ มลู : พระกติ ตวิ มิ ลเมธี

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนย่านกะดจี นี
(59)

การปกั ลายพุดตาน

ส่วนประกอบ

1. ผา้ ดิบสีต่าง ๆ 2. ไหมสีต่าง ๆ 3. เขม็ เบอร์ 7, เข็มหมดุ

4. กรรไกรตดั ดา้ ย 5. สะดึง

6. ลายปกั ต่าง ๆ รูปดอกไม้ สัตว์ ฯลฯ

7. กระดาษลอกลาย (กระดาษไข) 8. กระดาษกอ๊ บปส้ี ีน้ำเงนิ

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดจี ีน
(60)

วิธที ำ
1. ลอกลายลงกระดาษไขตามลายทต่ี ้องการ
2. นำกระดาษไขตามลายที่เลือกไว้บนกระดาษก๊อบปี้ไป

วางบนผ้าท่ีตัดไว้ ตรึงเข็มหมุดติดกับผ้าและกระดาษลอกลาย
เพือ่ ไม่ใหข้ ยับ แลว้ ลอกลายลงบนผ้าจนเสรจ็

3. นำผา้ ไปขงึ สะดึงให้ตงึ
4. ลงมือปักผ้าตามลายดว้ ยการเดินเส้นก่อน แล้วจึงปักทึบ
ตาม เลือกสีไหมใหส้ วยงามตามใจชอบ แล้วแต่ลายที่เลือกปกั
5. ตรวจดูด้านหลังของผ้าอย่าให้รุงรังมาก ตัดด้ายให้
เรียบร้อยโดยเก็บสอดปลายด้ายตามหลังของผ้าท่ีปัก ก็จะได้ผลิตภัณฑ์
ทส่ี วยงาม
6 . พั บ ง า น
แล้วบรรจุลงถุง ติดสติกเกอร์
ของชุ ม ชน เป็ น อั น เส ร็จ
ขั้นตอน

ผูใ้ ห้ขอ้ มลู : นางสุตรี แก้วกัลยา

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจีน
(61)

กะลอจ๊ี

ส่วนประกอบ

1. แป้งขา้ วเหนยี ว (ขาว) 2. แปง้ ขา้ วเหนยี ว (ดำ)

3. แป้งขา้ วเจา้ 4. น้ำ

5. เกลือ 6. งาขาวและงาดำ 7. น้ำตาลทราย

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี ีน
(62)

วธิ ที ำ
1. นำแป้งข้าวเหนียว (ขาวหรือดำ) และแป้งข้าวเจ้า (ดำ)

มาผสมกับน้ำนวดจนเนื้อเข้ากัน แล้วปัน้ เปน็ แผน่ ไมห่ นามาก
2. ต้งั ไฟไมแ่ รงมาก นำแปง้ มาทอดนำ้ มัน ให้กรอบ
3. ตัดเป็นชน้ิ เล็ก พอดคี ำ
4. คลุกเคลา้ กบั นำ้ ตาล งาขาว งาดำ

ผู้ใหข้ อ้ มลู : นายนิพนธ์ สงวนพงษ์

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนยา่ นกะดจี นี
(63)

ชมุ ชนกฎุ ีขาว

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชุมชนย่านกะดจี นี
(64)

มสั ยิดบางหลวง

มั ส ยิ ด บ า ง ห ล ว งต้ั งอ ยู่ บ ริ เว ณ ชุ ม ช น ริ ม ค ล อ ง บ า ง ห ล ว ง มี
ลักษณะทรงไทยมีความคล้ายคลึงกับโบสถ์ ซึ่งในคัมภีร์อัลกุระอ่านไม่
มีบัญญัติไว้ว่าต้องสร้างเป็นโดม
เป็นเอกลักษณ์สำหรับชาวไทย
เช้ือชาติไทย ท่ีนับถือศาสนา
อิสลาม ในสมัยรัชกาลท่ี 3 และ
พ ร ะ อ งค์ ได้ พ ร ะ ร า ช ท า น
ตะเกียง รวมไปถึงการตกแต่ง
ภายในดว้ ยศลิ ปะ 3 เช้ือชาติ คือ เชอ้ื ชาตมิ สุ ลมิ ไทย จีน และมาเลเซีย
ผใู้ หข้ ้อมูล : นายชนะ โอสถ

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชุมชนย่านกะดีจีน
(65)

สลัดแขก

สว่ นประกอบ

1. ผักสลัด (ผักกาดหอม) มะเขือเทศ แตงกวา เต้าหู้
หอมหัวใหญ่ มนั ฝรง่ั พรกิ น้ำส้มสายชู ไขเ่ ป็ด

2. น้ำสลัด ถั่วลิสง น้ำตาลปี๊บ กะทิ น้ำส้มสายชู รากผักชี
กระเทยี ม เกลือ

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจีน
(66)

วธิ ที ำ

1. นำผักสลัด ผักกาดหอม มะเขือเทศ แตงกวา เต้าหู้
หอมหัวใหญ่ มันฝร่ัง พริก น้ำส้มสายชู ไข่เป็ดต้มสุก ขาดไม่ได้จัดจาน
ใหส้ วยงาม

2. น้ำสลัด นำถั่วลิสงท่ีค่ัวแล้ว รากผักชี กระเทียม นำไป
ป่ัน นำกะทิตั้งไฟ เค่ียวให้ละลาย เติมน้ำตาลป๊ีบและเกลือ และ
สว่ นผสมทเี่ ราป่นั คนให้เข้ากนั

3. นำนำ้ สลัดราดบนผักสลดั

ผใู้ ห้ขอ้ มลู : นางสุรตั น์ การุจี

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนยา่ นกะดีจีน
(67)

ขา้ วหมกไก่ 3 สี

สว่ นประกอบ

1. ขงิ 2. กระเทียม 3. ขา้ ว
6. เนย
4. นำ้ มนั พชื 5.เกลือ 9. รากผกั ชี
13. หญา้ ฝรัน่
7. ไก่ 8. นมสดจืด

11. นำ้ ตาล 12. หอมเจยี ว

14. ใบสะระแหน่

15. เครอ่ื งเทศ ไมห้ วย อบเชย กานพลู ลกู เฮน้

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนย่านกะดีจนี
(68)

วิธีทำ

1. นำน้ำมันพืชผสมกับน้ำมันเนย ผัดใส่กระเทียมพร้อม
เครื่องเทศ (อบเชย กานพลู ลูกเฮ้น ) ลงไปค่ัวในกระทะให้หอม
ใสร่ ากผกั ชี น้ำขิง พอผัดได้ที่ จากนั้นเตมิ น้ำ

2. ตั้งน้ำให้เดือดใส่เกลือน้ำตาล เพิ่มรสชาติ ปิดฝาให้เดือด
ตามดว้ ยขา้ ว คนต่อไปเร่ือย ๆ จนแหง้ จากนนั้ กเ็ ทไก่ลงไปหมกในขา้ ว

3. วิธีการหม่าไก่ จะมีนมสด น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ตาม
ด้วยเกลือ น้ำตาลทราย กระเทียม และขิง แล้วนำไก่ที่ต้มสุกแล้ว
ใส่คลุกใหเ้ ขา้ กัน ตามด้วยเครอื่ งเทศ

4. เมื่อข้าวสุก ก็ทำการผสมสีขาวด้วย หญ้าฝร่ัน มาจาก
อนิ เดยี จะออกสีเหลือง ปิดฝาทงิ้ ไว้

5. ตักข้าวหมกไก่ใส่จาน โรยด้วยหอมเจียว ใบผักชี
แล้ววางแตงกวาห่นั ต้นหอมไว้ขา้ งๆ ทานคกู่ บั นำ้ จิ้มขา้ วหมกไก่

6. การทำน้ำจิ้มข้าวหมกไก่ พริกช้ีฟ้าแดง ผักชี ใบสาระ
แหน่ นำมาปน่ั รวมกัน ตามดว้ ยมะนาว นำ้ ตาล เกลอื

ผูใ้ หข้ อ้ มลู : นางวรวรรณ พจภริ มย์ศรี

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนย่านกะดีจีน
(69)

บาเยยี

ส่วนประกอบ

1. ถวั่ เหลอื ง 2. เม็ดผักชี 3. ตน้ หอม 4. ผงทอดกรอบ
5. ส่วนประกอบน้ำจม้ิ มี นำ้ มะขามเปียก พริกแหง้ ตน้ หอม
นำ้ ตาลปบี๊

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี นี
(70)

วิธที ำ
1. นำถ่วั เหลืองแชน่ ้ำค้างคนื ไว้ นำมาลา้ งให้สะอาด จากนน้ั ให้

นำไปปัน่ ใหล้ ะเอียดผสมผงทอดกรอบนำลงไปทอดใหก้ รอบ
2. นำเม็ดผกั ชีปั่น ต้นหอม แป้งทอดกรอบ มาผสมใหเ้ ข้ากนั
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใช้ไฟอ่อน พอน้ำมันร้อนให้นำบาเยีย

ปัน้ เปน็ กลม ๆ ลงไปทอดให้เหลืองกรอบ
4. ส่วนของน้ำจ้ิม นำมะขามเปียก เกลือ พริกแห้งทอดมาป่น

นำน้ำตาลป๊บี ต้นหอม มาผสม คนใหเ้ ขา้ กนั

ผู้ใหข้ อ้ มลู : นางสรุ ัตน์ การจุ ี

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชมุ ชนย่านกะดจี นี
(71)

ชมุ ชนโรงคราม

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชุมชนย่านกะดจี นี
(72)

เรือนพระยาราชานุประดษิ ฐ์

เรือนพระยาราชานุประดิษฐ์ น้ี เดิมเจ้าของมีนามว่า นาค
เป็นบรรดาศักด์ิของขุนนางฝ่ายวังหน้า เรือนน้ีมีมาแต่สมัยรัชกาลที่ 5
เจา้ ของเรอื นน่าจะเป็นชาวมอญ เสียชีวติ ในสมัยรชั กาลที่ 5 เปน็ เรือนท่ี
มีลวดลายแบบขนมปังขิง เพราะในสมัยรัชกาลท่ี 5 ทรงเสด็จประพาส
ยุโรป รสนิยมของขุนนางสมัยนั้นก็นำรูปแบบของการประดับด้วยขนม
ปังขงิ เข้ามาประกอบกบั เรือนเดิม ซึ่งหรหู รามาก

เจ้าของเดิมได้เสียชีวิต และถูกปล่อยร้าง จนกระท่ังคุณย่า
ซ่ึงเป็นคหปตานี เป็นแม่ค้าธรรมดา ท่ีชอบสะสม ได้นำเงินส่วนหนึ่งมา
ซอ้ื และอพยพจากชุมชนปากคลองมอญ ฝงั่ ตรงข้ามกับบรมมหาราชวัง
ใน พ.ศ. 2485ตัวเรือนไม่ปรากฏส่วนเดิมมากนัก แต่จะมีแต่ส่วนของ
คุณย่าท่ีซื้อมากกว่า เรือนนี้อยู่ในชุมชนโรงคราม เป็นส่วนหน่ึงของ
ชมุ ชนโรงคราม

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี นี
(73)

ภายหลังได้อุทิศบ้านหลังน้ีให้ชุมชน เพ่ือใช้ประโยชน์สาธารณะ
เช่น ศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ เรือนนอ้ี ายผุ ่านมากว่ารอ้ ยปี ได้รับการบรู ณะ
ในช่วง 2 – 3 ปีท่ีผา่ นมา

ผู้ให้ข้อมลู : นายธรี นันท์ ช่วงพิชิต

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนยา่ นกะดจี ีน
(74)

ผา้ ยอ้ มคราม

ผา้ ยอ้ มคราม

ส่วนประกอบ

1. ผา้ 2.ไม้ไอศกรีม 3. หนงั ยาง 4. สคี ราม
5. เกลอื 6. โซดาไฟ 7. โซดาแอท

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชมุ ชนย่านกะดจี นี
(75)

วธิ ีทำ
1. นำผ้าสีขาวมาพับ ย่ิงพับเยอะลายก็เยอะ พับสามเหลี่ยม

แล้วมัดด้วยหนังยาง มัดให้แน่น มัดสามเส้น เพื่อให้ได้ลวดลายที่
ต้องการ

2. วิธีการทำน้ำสำหรับย้อมผ้า น้ำ 1 ลิตร ผสมด้วยเกลือ
ตามด้วยโซดาไฟ ครึ่งช้อน โซดาแอท ครึ่งช้อน และเติมสีคราม ช้อน
ครง่ึ คนใหเ้ ขา้ กนั

3. เม่ือผสมสีเสร็จแล้ว ก็นำผ้าที่มัดลายไว้ ลงมาย้อม ขยำสีให้
เข้ากนั และพักไว้ให้แหง้ เพ่อื ใหส้ เี ปลี่ยนจากสเี ขียวเปน็ สคี ราม

4. หลังจากพักผ้าไว้ 2 นาที ก็นำล้างน้ำเปล่า 2 – 3 น้ำ เมื่อ
ล้างน้ำเสร็จก็นำมาตัดลาย ใช้กรรไกรตัดหนังยางออก ก็จะได้ผ้ามัด
ยอ้ มตามท่ีเรามัดไว้ ก็นำไปตากใหแ้ ห้ง

ผ้ใู หข้ ้อมลู : นางกัลยา ใจกลัด

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดีจีน
(76)

วหิ คนอนรัง

สว่ นประกอบ 2. งาดำ
4. มันฝรั่งบด
1. แปง้ ข้าวเจา้
3. คะน้าหน่ั ฝอยทอด 6. กุ้ง

5. แครอท

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชมุ ชนย่านกะดีจีน
(77)

วิธที ำ
1. นำมันฝรง่ั บดผสมแป้งขา้ วเจ้า มาทอดแลว้ แผใ่ ห้เปน็ แผน่ ๆ

คล้ายรงั นก
2. เตรยี มกุ้ง โดยลา้ งกุ้งใหส้ ะอาด ปอกเปลอื กก้งุ นำกงุ้ สอดใส่

ใตท้ อ้ ง ดึงออกมาแผ่หางใหส้ วยงาม เพือ่ ทำใหก้ ้งุ เดง้ กรอบเมอื่ จะนำไป
ทอดใหเ้ หลืองสวย

3. นำมนั ฝรัง่ บดมาป้นั เปน็ ทรงรี หอ่ ตัวกุ้งเพื่อทำเป็นหัวนก
ติดแครอทเปน็ ปากนก ติดงาดำเปน็ ตาของนกทั้งสองข้าง

4. จากนนั้ เตรยี มรงั นกใสด่ ว้ ยคะนา้ หนั่ ฝอยทอด วางรองตัว
นกไว้ แลว้ นำนกทีเ่ ราทำแลว้ มาวาง

ผู้ใหข้ ้อมลู : นางสาวพรณี กลิน่ อุบล

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนย่านกะดจี ีน
(78)

หมโู สรง่

ส่วนประกอบ 2. รากผักชี 3. กระเทียม
5. เกลือ 6. ซอี วิ๋ ขาว
1. เน้อื หมูบดละเอยี ด 8. น้ำมันสำหรบั ทอด 9. เส้นหมซ่ี ัว่ ขาว
11. ผงปรุงรส 12. พริกขห้ี นู
4. พริกไทยปน่

7. ไขไ่ ก่

10. พริกไทยดำ

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนย่านกะดีจนี
(79)

วธิ ที ำ
1. โขลกรากผักชีกับกระเทียมให้ละเอียด จากนั้นก็นำไปคลุก

กับหมูบด ปรุงรสด้วย พริกไทยป่น เกลือ และน้ำปลา ตอกไข่ลงไป
นวดให้เหนียว ทง้ิ ไว้ 10-15 นาที

2. ป้ันหมูเป็นก้อนกลมๆ เท่าๆ กัน จากนั้นก็จับเส้นหมี่ซ่ัวมา
3 -4 เส้น นำมาพันกับหมูให้เหมือนตะกร้อ แล้วนำมาทอดในน้ำมันท่ี
เตรยี มไว้ ใสใ่ ห้ท่วมหมูท่ีจะทอด ใหเ้ หลือง พร้อมจ้ิมกบั น้ำจ้มิ

3. การทำน้ำจ้ิม ต้ังไฟไฟอ่อน นำน้ำส้มสายชู ตามด้วย
น้ำเปล่าเค่ียวไฟอ่อน ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือ เคี่ยวให้เข้ากันจน
งวด ใส่กระเทยี มสบั พอเดอื ด ใสพ่ ริกข้หี นู คนให้เข้ากนั

ผใู้ หข้ ้อมลู : นางดรุณี ชมุ่ คำลอื

ภมู ิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชมุ ชนย่านกะดีจีน
(80)

น้ำชรั บัต

สว่ นประกอบ 2. มะนาวหรอื ส้มซ่า
4. พริกขีห้ นู
1. เกลือ

3. นำ้ เช่อื ม

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนย่านกะดจี นี
(81)

วิธีทำ
1. นำนำ้ ตาลทราย มาทำน้ำเช่อื ม ไม่เขม้ ขน้ มาก
2. นำน้ำมะนาวหรือน้ำส้มซ่า พริกข้ีหนูบุบ และเกลือป่น

มาผสมและคนใหเ้ ข้ากนั และนำไปกรองเอาพริกออกหรอื ไม่กไ็ ด้
คำแนะนำสำหรับการดื่ม ส่วนมากจะทำในพิธีอาชูรออ์

(Ashura) รำลกึ ถึงหลานพระศาสดาโดยเฉพาะผู้ชายเพ่ือช่วยเรียกเสียง
ด่ืมเพยี งนิดเดียว ประมาณ 1 ชอ้ นโตะ๊
ผ้ใู หข้ อ้ มลู : นางนาถวดี อหะหมัดจุฬา

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี ีน
(82)

นำ้ ขงิ ปรุงอยา่ งเทศ

สว่ นประกอบ 2. กานพลู 3. นำ้ เช่ือม
5. สะระแหน่ 6. ตะไคร้
1. นำ้ ตาลทรายแดง 8. อบเชย

4. พริกขี้หนู

7. ขงิ

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดจี นี
(83)

วธิ ที ำ

1. ต้มนำ้ ใหเ้ ดือด
2. นำขิงห่ันเป็นแว่นบาง ๆ จะปอกหรือไม่ปอกเปลือกก็ได้ แต่ถ้า
ไม่ปอกเปลือกจะให้ขงิ มีรสชาติเผด็ มากกว่า แลว้ นำไปต้มในนำ้ ทเ่ี ดือด
3. ล้างตะไคร้แล้วทุบให้แตก นำอบเชยเผาไฟ กานพลู และใส่
หมอ้ ตม้ ปรุงดว้ ยนำ้ ตาลทรายแดง หรือนำ้ ตาลไม่ฟอกสี และสะระแหน่
ใสต่ ม้ พร้อมกัน พรอ้ มยกดม่ื
คำแนะนำสำหรับการด่ืม ส่วนมากจะทำเพ่ือด่ืมในช่วงเดือนถือศีลอด
เดือนรอมฎอน เพื่อปรบั สมดุลร่างกายทเ่ี พ่งิ ถอื ศลี อดมา
ผู้ให้ข้อมลู : นางนาถวดี อหะหมดั จุฬา

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชุมชนยา่ นกะดจี ีน
(84)

แผนที่ทอ่ งเท่ยี วยา่ นกะดีจีน

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่ือ 6 ชุมชนย่านกะดีจนี
(85)

แผนท่ีทอ่ งเที่ยวชุมชนวดั ประยุรวงศ์

ภูมิความรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชุมชนยา่ นกะดจี ีน
(86)

แผนท่ีท่องเทยี่ วชุมชนกฎุ ีจีน

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเช่อื 6 ชุมชนย่านกะดีจีน
(87)

แผนท่ีท่องเทยี่ วชุมชนวดั กลั ยาณ์

แผนท่ีทอ่ งเท่ยี วชมุ ชนวดั บปุ ผาราม

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชือ่ 6 ชุมชนยา่ นกะดจี นี
(88)

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอ่ื 6 ชมุ ชนย่านกะดีจนี
(89)

แผนที่ทอ่ งเท่ยี วชมุ ชนกฎุ ีขาว

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชุมชนย่านกะดจี นี
(90)

แผนทีท่ อ่ งเท่ยี วชุมชนโรงคราม

ภมู คิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี นี
(91)

คณะผจู้ ดั ทำ

ทปี่ รกึ ษา
ผศ.ดร.ยุวลกั ษณ์ เวชวิทยาขลงั อธกิ ารบดี
ดร. วีรชยั คำธร ผู้อำนวยการสถาบันวิจยั และพฒั นา

ผู้จดั ทำ เพิ่มพลู หวั หน้าโครงการวิจัย
ผศ. ดร.วาสนา
รศ. ดร.วไิ ล ต้งั จิตสมคิด ผู้รว่ มโครงการวิจัย
ดร.พรศริ ิ
กองนวล ผูร้ ่วมโครงการวิจยั

ผูจ้ ดั ทำสอ่ื พนู พิทยา
นายกิตติศกั ด์ิ รอดภัย
นายสุทธพิ งษ์

ผู้ออกแบบรูปเล่มเอกสาร
นางสาววาศิณี สุวรรณระวี

ภูมคิ วามรู้ 3 ศาสนา 4 ความเชอื่ 6 ชมุ ชนยา่ นกะดจี ีน
(92)


Click to View FlipBook Version