The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือท่องเที่ยวชุมชน ผลิตโดย สสส ร่วมกับ บริษัท สไตล์ครีเอทีฟเฮ้าส์ จำกัด ติดต่อ 08 6315 2645

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Somsakun Boonkumpra, 2023-07-31 04:43:15

ทุกภาคส่วนรวมใจ พา"นาท่อม"เข้มแข็ง

หนังสือท่องเที่ยวชุมชน ผลิตโดย สสส ร่วมกับ บริษัท สไตล์ครีเอทีฟเฮ้าส์ จำกัด ติดต่อ 08 6315 2645

Keywords: สไตล์ครีเอทีฟเฮ้าส์,สสส,ท่องเที่ยว

“การพัฒนาพื้นที่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ นอกจากสร้าง “ความเข้มแข็ง” ให้ชุมชนแล้ว ศักยภาพของคนในพื้นที่ ก็ถูกยกระดับ “ความแข็งแรง” มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน” อนุชา เฉลาชัย ก�ำนันต�ำบลนาท่อม อ�ำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง www.thaihealthycommunity.org/


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง. -- กรุงเทพฯ : ส�ำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (ส�ำนัก 3) ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), 2565. 100 หน้า. 1. ชุมชน. 2. การท่องเที่ยวโดยชุมชน. 3. พัทลุง -- ความเป็นอยู่และประเพณี. I. ชื่อเรื่อง. 307.72 ISBN 978-616-393-390-4 พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2565 บรรณาธิการอ�ำนวยการ ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ บรรณาธิการ นายอนุชา เฉลาชัย นางสาววรรณิษา ภูมินอก ข้อมูล นายอนุชา เฉลาชัย นายถาวร คงศรี นางไพลิน ทิพย์สังข์ นางนุจรี ชายเกตุ นางกุลรัชต์ แก้วกวน นางปารีณา เรืองรักษ์ นายสมัย หมวดมณี นายสิน ชุมแคล้ว จัดพิมพ์โดย ส�ำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (ส�ำนัก 3) ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ อาคารเรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ 0 2343 1500, www.thaihealth.or.th จัดท�ำเนื้อหา ถ่ายภาพ บริษัท สไตล์ครีเอทีฟเฮ้าส์ จ�ำกัด และออกแบบรูปเล่ม เลขที่ 32/152 ซอยรามอินทรา 65 ถนนรามอินทรา แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 โทรศัพท์ 0 2945 8051-3 โทรสาร 0 2945 8057 [email protected], www.style.co.th สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ 2537 ขัอมูลทางบรรณานุกรมของส�ำนักหอสมุดแห่งชาติ นางอังคณา ทองร่วง นางจริยา ฮั่นพิพัฒน์ นางนารีรัตน์อินทร์มาก นางวิยารัตน์ เสนใส นายเจษฎาภรณ์ บัวสด นางลิครวญ ณ ไพรี นางสาวอ�ำไพรัตน์เรืองรักษ์ นางสุมาลี ศรีโดน นายถาวร คงศรี


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อ�ำนวยการส�ำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (ส�ำนัก 3)


ต�ำบลนาท่อมเป็นหนึ่งในองค์กรปกครอง ที่มีความเข้มแข็งในการบริหาร จัดการและสามารถพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ จนประสบความส�ำเร็จอย่างน่าชื่นชม มีบทบาทส�ำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิด “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง” “ชุมชนท้องถิ่น จัดการตนเอง” “ชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่” ฐานส�ำคัญของการพัฒนาประเทศ หนังสือสารคดีท่องเที่ยวชุมชนต�ำบลนาท่อม เป็นส่วนหนึ่งของ งานวิจัยชุมชนที่ใช้วิธีการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนาแบบเร่งด่วน (Rapid Ethnographic Community Assessment Process: RECAP) ข้อมูล จากงานวิจัยได้ถูกบันทึกและบรรยายออกมาเป็นสารคดี ขณะที่อ่านก็จินตนาการ ไปได้ว่าพื้นที่ต�ำบลนาท่อม อ�ำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ช่างเข้มแข็ง มีผู้คนที่ใจดี รวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหา มีผู้น�ำที่เสียสละ และทุ่มเทเวลาให้กับชุมชน อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย แต่จากเรื่องราวเหล่านี้ น่าจะประยุกต์ใช้ ในชุมชนอื่นได้ ซึ่งเป็นความตั้งใจของทุกฝ่ายที่ประสงค์ให้เกิดการกระตุ้น จากแนวทาง “ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง” สารคดีท่องเที่ยวชุมชนต�ำบลนาท่อมเล่มนี้ คือหนังสือน�ำเที่ยวชุมชน อย่างเป็นรูปธรรม ที่ถอดองค์ความรู้ของแหล่งเรียนรู้ที่โดดเด่นเพื่อเป็น แนวทางส�ำหรับผู้สนใจ ได้ศึกษาเรียนรู้อย่างง่าย ๆ และสนุกสนานไปกับ พวกเรา ค�ำน�ำ


8 ต�ำบลนาท่อม สังคมชนบท ใกล้เมือง ที่ อบอุ่นน่ารัก 12 ก�ำนันอนุชา เฉลาชัย พัฒนาศักยภาพคน ในชุมชนรอบด้าน 16 ศูนย์พัฒนาครอบครัว ในชุมชนต�ำบลนาท่อม (ครอบครัวชวนเดินวิ่ ง) วิ่ งไปให้ถึงเส้นชัย ‘ต�ำบลสุขภาวะ’ 22 กลุ่มออกก�ำลังกาย 3 วัย สร้างสังคมสุขภาพดี ชีวียืนยาว 28 ขยะโรงเรียน Zero Waste เป็นจริงได้ เพราะทุกคนร่วมใจ สารบัญ 34 บ้านต้นแบบ การจัดการขยะ เรื่ องง่าย ๆ ที่ ใครๆ ก็ท�ำได้ 39 บ้านเกษตรสมบูรณ์ ผักเหลียงเพื่ อนรัก 44 สภาวัฒนธรรม ต�ำบลนาท่อม (โซนคน) สามัคคีชุมชน คนรักบ้านเกิด 50 สืบชะตาคลองนาท่อม อนุรักษ์สายน�้ ำ มรดกทางวัฒนธรรม เพื่ อคนรุ่นหลัง 16 22 56 12


56 โรงเรียนผู้สูงอายุ สูงวัยใจเบิกบาน 62 สวนป้ าหนุน ปลูกทุกอย่างที ่ กิน กินทุกอย่างที่ ปลูก 68 บ้านสวนพลูครูกลิ่ น สร้างรายได้เสริม ด้วยพืชมหัศจรรย์ 73 กลุ่มปลูกสละ หมู่ 3 ปลูกครั้ งเดียว กินได้ตลอดชีวิต 78 เจษฎาฟาร์มแพะ หมู่ 6 เลี้ยงง่าย รายได้ดี 83 กลุ่มสะใภ้นาท่อม อยากกินอะไรขอให้บอก 88 วิสาหกิจชุมชน บ้านหนองปริง ข้าวแต๋นน�้ ำแตงโม สูตร ‘เราไม่ทิ้ งกัน’ 93 วิสาหกิจชุมชน บ้านหูยาน บ้านนี้มีแต่ของดี ของอร่อย 73 78 83 88 93


พระครูประภัสสรคุณาทร (หลวงตาเหลื่อม) โขนคน บ้านผึ้ง ร้านค้ายามเย็น 8 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ต�ำบลนาท่อม สังคมชนบทใกล้เมือง ที่อบอุ่นน่ารัก วัฒนธรรมเลิศล�้ำ เกษตรกรรมยั่งยืน ชุมชนน่าอยู่ สู่ต�ำบลสุขภาวะ ต�ำบลนาท่อมเป็นต�ำบลในเขตการปกครองของอ�ำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ที่ห่างจากตัวเมืองเพียง 10 กิโลเมตร จึงมีบรรยากาศแบบชนบทกึ่งเมือง ประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 บ้านหัวยาง หมู่ 2 บ้านโคกแย้ม หมู่ 3 บ้านยางงาม หมู่ 4 บ้านหนองปราง หมู่ 5 บ้านหนองปริง หมู่ 6 บ้านนาท่อม หมู่ 7 บ้านนากวด หมู่ 8 บ้านหูยาน รวมจ�ำนวนพื้นที่ทั้งหมด 8,400 ไร่ ทิศเหนือ ติดต่อกับ ต�ำบลชุมพล อ�ำเภอศรีนครินทร์ ต�ำบลเขาเจียก ต�ำบลโคกชะงาย อ�ำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ทิศใต้ ติดต่อกับ ต�ำบลร่มเมือง อ�ำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ต�ำบลอ่างทอง อ�ำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ต�ำบลท่ามิหร�ำ อ�ำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ต�ำบลชุมพล อ�ำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ต�ำบลนาท่อมมีประชากร 4,866 คน (ข้อมูลอ้างอิงจากส�ำนักบริหาร การทะเบียน กรมการปกครอง) จ�ำนวน 871 หลังคาเรือน มีผู้สูงอายุ 427 คน มีเด็กแรกเกิด ถึง 6 ปี จ�ำนวน 193 คน จ�ำนวนผู้สูงอายุที่ป่วย เป็นโรคเรื้อรัง 206 คน จ�ำนวนผู้สูงอายุที่ช่วยตนเองไม่ได้ 32 คน และมีผู้พิการ 52 คน (ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์เทศบาลต�ำบลนาท่อม) วิสัยทัศน์ต�ำบลนาท่อม ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 9


จุดเด่นของพื้นที่ มีน�้ำไหลผ่านจากคลองนาท่อม ท�ำให้เหมาะแก่ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีศิลปวัฒนธรรมประจ�ำท้องถิ่น เช่น วงปี่พาทย์ กลองยาว หนังโขนคน ท�ำให้เกิดความสามัคคีในชุมชน แต่ก่อนต�ำบลนาท่อม เป็นต�ำบลที่ประชาชนมีอาชีพท�ำนาท�ำสวน เป็นส่วนใหญ่ ตามทุ่งนามีต้นไม้ชนิดหนึ่งเป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 6-7 เมตร เรียกกันว่า “ต้นกระท่อม” ค�ำว่า “นาท่อม” นั้น มีที่มาจาก 3 ความหมาย คือ 1. กระท่อมขี้หมู มีลักษณะใบเล็ก ผลสุกจะคล้ายกับขี้หนู2. กระท่อม ปลายนาเป็นที่พักของชาวนา 3. กระท่อมกินใบ มีลักษณะใบใหญ่ก้านใบ มีสีแดง (เคยเป็นยาเสพติด มักจะกินกันอยู่ในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน) จากการที่ต้นกระท่อมขึ้นอยู่มากตามทุ่งนา ชาวบ้านเรียกกันว่านาท่อม และต่อมาได้ใช้เป็นชื่อต�ำบลตลอดมาทุกวันนี้ “ต�ำบลนาท่อม” เคยยุบรวมกับ “ต�ำบลร่มเมือง” ในสมัย “ก�ำนันนิ่ม ฤทธิเดช” แต่รวมกันไม่นานก็แยกออกมาเป็นอิสระ ต�ำบลนาท่อมยังมีคลองนาท่อม ต้นกระท่อมยักษ์ริมคลองนาท่อม 10 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


เป็นเส้นทางสัญจรค้าขาย ในสมัยก่อนมีการล่องแพเอาไม้จากป่ามาสร้างบ้าน สร้างวัดและค้าขายทางน�้ำ โดยน�ำสินค้าลงเรือจากบ้านโตน อ�ำเภอกงหรา น�ำสินค้า เช่น น�้ำผึ้ง ลางสาด สะตอและพืชผักมากมายล่องเรือลงมาขาย ที่ตลาดนัดนาท่อมเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า บุคคลส�ำคัญในอดีตได้แก่ 1. ท่านขุนบาลทิพย์ ซึ่งเป็นก�ำนันคนแรก 2. พระครูประภัสสรคุณาทร (ตาหลวงเหลื่อม) เป็นผู้มีพระคุณต่อแผ่นดินเกิด เป็นผู้สร้างโรงเรียนวัดนาท่อม และยังจับจองที่ดิน 200 กว่าไร่ ไว้ส�ำหรับ การศึกษา เดี๋ยวนี้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนประภัสสรรังสิต เป็นแปลงการเกษตร ของโรงเรียนพัทลุง ที่ดินปลูกยางพาราของโรงเรียนนาท่อมและเป็นที่ตั้ง ของเทศบาลต�ำบลนาท่อม ตาหลวงเหลื่อมจึงเป็นที่เคารพและศรัทธาของ คนในต�ำบลนาท่อมและบริเวณใกล้เคียงตลอดจนทุกวันนี้ ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 11


อนุชา เฉลาชัย ก�ำนันต�ำบลนาท่อม 12 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ก�ำนันอนุชา เฉลาชัย พัฒนาศักยภาพคน ในชุมชนรอบด้าน “ต�ำบลนาท่อม” เข้าร่วมเป็นเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ในปี 2559 จากค�ำชักชวนของ “ก�ำนันเพ็ญศรี ทองบุญชู” แห่งต�ำบลเกาะขันธ์ อ�ำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และ “โกเมศร์ ทองบุญชู” ประธาน สภาองค์กรชุมชน ต�ำบลเกาะขันธ์ อ�ำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเริ่มต้นจากการเป็นลูกข่ายมาก่อนเป็นเวลา 2 ปี และยกระดับเป็น ศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชนในปี 2562 “ต�ำบลนาท่อม เป็นพื้นที่แห่งที่ 2 ที่เข้าสู่กระบวนการของ สสส. ต่อจาก อบต.เกาะขันธ์ เราขับเคลื่อนลูกข่ายตัวเอง 7 ต�ำบล โดยมีองค์กรหลักๆ เข้ามามีส่วนร่วม เช่น เทศบาลต�ำบลนาท่อม รพ.สต. และภาคประชาชน มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาต�ำบล 4 ภาคส่วน ขับเคลื่อนทุกต�ำบล ให้ไปในแนวทางเดียวกัน รวมนาท่อมด้วยก็เป็น 8 พื้นที่” อนุชา เฉลาชัย วัย 53 ปี ก�ำนันต�ำบลนาท่อม กล่าว ก�ำนันอนุชาเป็นอดีตมือการเงิน บริษัท กรุงไทยซีเอส จ�ำกัด ที่ย้าย ที่ท�ำงานไป ๆ มาๆในจังหวัดพัทลุง ตรัง และกระบี่ ท�ำอยู่กรุงไทยซีเอส 10 ปี แล้วก็มีคนมาชวนให้ไปสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน ในต�ำบลนาท่อม ในปี 2548 เพราะคลุกคลีกับชาวบ้านในพื้นที่ จากหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับ การวิเคราะห์สินเชื่อและติดตามหนี้สิน พอถึงปี 2551 ก็สมัครเป็นก�ำนัน แล้วก็ได้เป็นเลย เพราะไม่มีใครแข่งขันด้วย ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 13


ปี 2553 ก็ได้เป็นก�ำนันอีกรอบ เพราะผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่พร้อมใจกันเลือก ทีนี้ก็อยู่ยาวไปเลย ตามวาระการด�ำรงต�ำแหน่งก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จนครบ อายุ 60 ปี นอกจากท�ำงานหลวงแล้ว งานราษฎร์ที่พอเลี้ยงตัวได้สบายๆ ของ ก�ำนันอนุชาคือ ท�ำธุรกิจบ้านและที่ดิน สร้างเอง ขายเอง รวยเอง ภาพรวมพื้นที่ต�ำบลนาท่อม มี 8 หมู่บ้าน ประชากร 4,866 คน สภาพพื้นที่โดยรวม กึ่งเมืองกึ่งชนบท พื้นที่การเกษตร 70% ท�ำสวน ท�ำนา 8,400 ไร่ ทั้งต�ำบล ท�ำนา 2 - 3 หมู่บ้าน สวนยางมีทุกหมู่บ้าน นาข้าวมี 900 ไร่ ปลูกข้าวขาวข้าวสังข์หยด ข้าวกข.43 และข้าวเล็บนก ในหลายพื้นที่ทั้ง หมู่ 4 หมู่ 2 และหมู่ 1 โดยพื้นที่หมู่ 2 เป็นที่นาผืนใหญ่สุดของต�ำบลนาท่อม เรียกว่า ทุ่งตาลก ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทางการเกษตร เกษตรผสมผสาน และเกษตรพอเพียง เกษตรผสมผสาน ได้แก่ สวนผลไม้ ปลูกพืชแซม ในสวนยาง และมีสหกรณ์โคนมพัทลุงอยู่ในพื้นที่ด้วย ปัญหาที่เจอระหว่างขับเคลื่อน คือ การหาลูกข่าย ที่ไม่ทับซ้อนกัน และต้องเป็นพื้นที่ที่สมัครใจอยากพัฒนาตัวเองด้วย โดย ต�ำบลนาท่อม ไปรวบรวมมาได้จากหลายอ�ำเภอในจังหวัดพัทลุงมีการประชุมลูกข่ายกัน ทุก 3 เดือน เฉพาะพื้นที่ในต�ำบลนาท่อมเอง มีแหล่งเรียนรู้ทั้งหมด 29 แหล่ง มีหลายพื้นที่ประสบความส�ำเร็จเกินครึ่ง คิดเป็น 15 - 20 แหล่งเรียนรู้ ที่มีผลงานอย่างยั่งยืน แต่งานหลักก็ยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง ความเข้มแข็งไม่ให้การ์ดตก ตัวอย่างความส�ำเร็จในพื้นที่ ได้แก่ การปรับปรุงขั้นตอนการจัดการ ในหลายแหล่งเรียนรู้ เช่น ผู้สูงอายุ อาหารปลอดภัย จัดการขยะ เน้นกระบวนการท�ำงานให้สั้นกระชับขึ้น จัดระบบให้พร้อมศึกษาดูงานมากขึ้น และพัฒนาศักยภาพของคน ที่เป็นต้นเรื่องแหล่งเรียนรู้ บทเรียนที่ได้จากการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ คือ ยกระดับศักยภาพ คนในชุมชน มีรายได้เพิ่มขึ้นจากคนที่มาศึกษาดูงาน ท�ำให้พื้นที่ดูดีขึ้น จากการปรับปรุงสถานที่ ส่งเสริมให้คนได้พัฒนาตัวเอง 14 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ฺBall : 10-6-65 / 19.25 “คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดการมีส่วนร่วม มีแรงจูงใจ ความส�ำเร็จ เกิดจากคนได้พัฒนาตัวเอง คนคุ้นชินกับการท�ำกิจกรรม คุ้นเคยกับการประชุม ท�ำให้คนมีความรู้ มีความมั่นใจ ไปได้ น�ำเสนอได้ แต่ต้องใช้เวลา เราท�ำกัน หลายกิจกรรม เช่น ของศูนย์พัฒนาครอบครัว ของเกษตร ของวัฒนธรรม เราได้พัฒนาคนของเราไปเรื่อยๆ” ข้อคิดส�ำหรับคนที่อยากมาดูงาน ต�ำบลนาท่อมเน้นเรื่องสุขภาพ อาหารปลอดภัย เรื่องที่ต�ำบลนี้โดดเด่นคือ สิ่งแวดล้อม ผู้สูงอายุ วัฒนธรรม อาหารปลอดภัย ในกลุ่มเครื่องแกง ปุ๋ย กลุ่มผักเหลียงแปลงใหญ่ กลุ่มแม่ครัวอาสา และประเด็นทางด้านสุขภาพ ได้แก่ ถนนสายสุขภาพ ครอบครัวเดิน วิ่ง กลุ่มแอโรบิก และกลุ่มออกก�ำลังกาย 3 วัย “ด้านสิ่งแวดล้อมก็มีโครงการสืบชะตาคลองนาท่อม เก็บขยะ ปลูกต้นไม้ ปล่อยปลา อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น�้ำขยายเขตออกไป เป็นแหล่งพันธุ์สัตว์น�้ำ ขยายไปแต่ละหมู่บ้าน ช่วยกันดูแลธรรมชาติมากขึ้น ปลูกต้นไม้บริเวณ ใกล้แหล่งน�้ำ ท�ำข้อตกลงกับชุมชน ไม่จับปลาที่เราเพาะพันธุ์ การจัดการขยะ เราไม่มีถังขยะ มีถุงมาวางไว้ มาเก็บอาทิตย์ละวัน เช่น หมู่ 2 เก็บวันจันทร์ หมู่ 3 และหมู่ 4 เก็บวันอังคาร เป็นต้น” การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ นอกจากสร้าง “ความเข้มแข็ง” ให้ชุมชนแล้ว ศักยภาพของคนในพื้นที่เอง ก็ถูกยกระดับ “ความแข็งแรง” มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 15


ถาวร คงศรี ประธานแหล่งเรียนรู้ศูนย์พัฒนาครอบครัว ในชุมชนต�ำบลนาท่อม (ครอบครัวชวนเดินวิ่ง) 16 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ศูนย์พัฒนาครอบครัว ในชุมชนต�ำบลนาท่อม (ครอบครัวชวนเดินวิ่ง) วิ่งไปให้ถึงเส้นชัย ‘ต�ำบลสุขภาวะ’ “ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนต�ำบลนาท่อม (ครอบครัวชวนเดินวิ่ง)” เป็นโครงการต่อเนื่อง ที่ สสส. ให้การสนับสนุน ในปี 2563 ต่อจาก “โครงการ ครอบครัวจักรยานสานฝันวันอาทิตย์” แหล่งเรียนรู้ฐานรากส�ำคัญในปี 2555 จาก 2 ล้อจักรยาน ที่สามารถชักจูงคนในพื้นที่นาท่อม ให้มารวมตัวกัน ปั่นจักรยาน 200-300คัน ทุกวันอาทิตย์ จนผลักดันให้ ต�ำบลนาท่อม ได้รับ รางวัลเมืองจักรยาน มาสู่ 2 ขาเดินวิ่ง ให้ชุมชนดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง ไม่ต้อง พึ่งพาหมอมากเกินไป เป็นการทำ�กิจกรรมเชิงประเด็นต่างๆ ที่สามารถต่อยอด งบประมาณจากหน่วยงานหนึ่ง ไปสู่อีกหน่วยงานหนึ่งอย่างลงตัว ถาวร คงศรี วัย 54 ปี ประธานแหล่งเรียนรู้ศูนย์พัฒนาครอบครัว ในชุมชนต�ำบลนาท่อม (ครอบครัวชวนเดินวิ่ง) กล่าวว่า แต่เดิมแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ เป็นเพียงศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนของต�ำบลที่ตั้งขึ้นในปี2547 แต่เมื่อเริ่ม ขยายบทบาท ด้วยการจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ในปี 2562 ท�ำให้สามารถเขียนโครงการของบประมาณสนับสนุน ผ่านแหล่งเงินทุนต่างๆ ได้ ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 17


ถาวรรับหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนของต�ำบล มาตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน โดยมีคณะกรรมการ ประกอบด้วย ผู้ใหญ่ ทุกหมู่บ้าน 8 หมู่ อสม. รพ.สต. ผอ.โรงเรียน ตัวแทนผู้สูงอายุ ตัวแทนกลุ่ม องค์กร กลุ่มวิสาหกิจของชุมชน กลุ่มบทบาทสตรี และสมาชิกสภาเทศบาล รวมทั้งหมด 21 คน ท�ำหน้าที่หลักคือ ดูแลเฝ้าระวัง ให้ค�ำปรึกษาเกี่ยวกับครอบครัว ส่งต่อ กรณีที่มีปัญหา ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ พมจ. (ส�ำนักงานพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด) ลักษณะการท�ำงาน จะมีการประชุมร่วมกันทุกปี 18 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ฺBall : 10-6-65 / 19.25 มีแผนการท�ำงานเกี่ยวกับครอบครัว และแตกแขนงกรรมการกลุ่มย่อยออกไป เช่น กรรมการผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน คนพิการ กลุ่มอาชีพคนทั่วไป กลุ่มสตรีหลากหลายกลุ่ม แต่ละหน่วยก็ไปท�ำงานในภาคส่วนของตัวเอง “แต่เดิมครอบครัวชวนเดินวิ่ง เป็นงบประมาณของกองทุนต�ำบล รณรงค์ เกี่ยวกับการสร้างสัมพันธภาพของคนในครอบครัว แล้วเอามาขยายประเด็น ในเรื่องของสุขภาพ ครอบครัว และกิจกรรมชุมชน พอเราท�ำงานเยอะๆ ถึงจุดหนึ่ง เราสามารถแตกกิจกรรมเชิงประเด็นออกไปได้ทุกทิศทาง” ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 19


ความส�ำเร็จของศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน จากกิจกรรมครอบครัว จักรยานสานฝันวันอาทิตย์ ที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555-2560 ท�ำให้นาท่อม กลายเป็นชุมชนจักรยานไปโดยปริยาย และกลายเป็นแหล่งพบปะพูดคุยของ บรรดาผู้สูงอายุ พอมาตีฆ้องในเรื่องของครอบครัวเดินวิ่ง เป็นการเพิ่มจุดเชื่อมโยง ของกิจกรรม ให้ไปเชื่อมต่อกับโครงการอื่น ๆ “กิจกรรมที่ร่วมกับ สสส. เป้าหมายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางด้านสุขภาวะ เดินวิ่งเป็นการดูแลสุขภาพชุมชนในองค์รวม เราท�ำถนนหนทางให้มีป้ายบอกทาง เป็นกติกาของการอยู่ร่วมกันทั้งคนวิ่งและคนปั่น เป็นกิจกรรมสันทนาการ ที่ท�ำให้ครอบครัวได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน เราประกาศให้กิจกรรมเดินวิ่ง ทุกวันอาทิตย์ เป็นวันของครอบครัว” 20 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ศูนย์พัฒนาครอบครัวเป็นเหมือนบ้านหลังใหญ่ มีผู้สูงอายุมีเด็ก และเยาวชน ผู้ป่วย คนพิการในบ้านหลังนี้ การแก้ปัญหาต้องแบ่งซอยออกมา เป็นบ้านหลังเล็กๆเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการชุมชนนาท่อมเป็นบ้านหลังใหญ่ ถ้าคนจะไม่เข้าใจกันบ้าง ต้องเดินข้ามไป จะได้ไปถึงสิ่งที่ชุมชนของเรา ต้องการจริงๆ ภาพใหญ่ที่แหล่งเรียนรู้แห่งนี้อยากได้ก็คือ การสร้างสรรค์ ให้นาท่อมเป็นต�ำบลสุขภาวะ เน้นการดูแลสุขภาพในชุมชน ใส่ใจสัมพันธภาพ ของครอบครัวและชุมชนเป็นส�ำคัญ เขาฝากค�ำคมข้อคิดว่า ครอบครัวจะอบอุ่นได้ ต้องเน้นท�ำกิจกรรม บ่อย ๆ ต้องมีวันครอบครัวของชุมชน ท�ำบ่อยๆทำ� ต่อเนื่อง สร้างความคุ้นเคย ไปเรื่อย ๆ สุดท้ายแล้วคนจะเปิดใจ ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 21


ไพลิน ทิพย์สังข์ ประธานกลุ่มออกก�ำลังกาย 3 วัย 22 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


กลุ่มออกก�ำลังกาย 3 วัย สร้างสังคมสุขภาพดี ชีวียืนยาว ทุกช่วงเย็นของวันจันทร์ถึงศุกร์ตั้งแต่ 6 โมงถึง 1 ทุ่ม ที่ศาลาหมู่ 6 ต�ำบลนาท่อม ใครที่ผ่านไปมา จะเห็นภาพของกลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อมา ออกก�ำลังกายเป็นประจ�ำ ด้วยการเต้นแอโรบิก บาสโลบ หรือร�ำวงย้อนยุค ที่สลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน เพื่อให้การออกก�ำลังกายสนุกมากขึ้น ส่วนวันเสาร์กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้มารวมตัวกัน เพราะเว้นวรรคไว้ให้ แยกย้ายโยกเหยียดที่บ้านกันตามสะดวก แต่ในวันอาทิตย์กลุ่มออกก�ำลังกาย3วัย ต�ำบลนาท่อมก็มารวมกัน อีกในแบบที่มีความพิเศษมากขึ้นเพราะนอกจากเปลี่ยนเวลานัดหมายเป็นตอนเช้า ตั้งแต่ 6 โมงถึง 8 โมง ยังเปลี่ยนเป็นการเดิน -วิ่งเลียบริมคลองชลประทาน ที่ทางต�ำบลนาท่อมได้จัดให้เป็นสถานที่ออกก�ำลังกายของคนในชุมชน โดยมีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ให้เดินหรือวิ่งวนได้รอบหมู่บ้าน นอกจากจะท�ำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ ครอบครัวที่ชักชวนกันมาท�ำกิจกรรมดีๆ แบบนี้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ใช้เวลา ร่วมกันและใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วย “ไพลิน ทิพย์สังข์” ประธานกลุ่มออกก�ำลังกาย 3 วัย เจ้าของร้านเสริมสวย วัย 43 ปี เล่าว่า กลุ่มฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี2563 สมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง วัยท�ำงาน ปัจจุบันมีสมาชิก 45 คน ที่มีทั้งวัยเด็ก วัยท�ำงาน และวัยสูงอายุ รวมอยู่ทั้ง 3 วัย จึงเป็นที่มาของชื่อ “กลุ่มออกก�ำลังกาย 3 วัย” ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 23


เดิมกลุ่มนี้มีชื่อว่า“กลุ่มออกก�ำลังกายเพื่อสุขภาพต�ำบลนาท่อม” และมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลนาท่อมให้การสนับสนุนในการ ท�ำกิจกรรมมาตลอด โดยเธอได้เข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อปี 2553 ส�ำหรับการได้มาเป็น“ผู้น�ำการออกก�ำลังกาย”และ“ประธานกลุ่มฯ” นอกจากโดยส่วนตัวชอบออกก�ำลังกายเป็นประจ�ำอยู่แล้ว ยังชอบการเต้นแอโรบิก และเมื่อมีผู้ใหญ่มาชักชวนเพราะเห็นว่าเต้นได้อยู่แล้ว และยังเป็นอาสาสมัครด้านกีฬาและผู้น�ำออกก�ำลังกาย (อสก.) ที่ผ่าน การอบรมจากกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยได้รับใบรับรองเมื่อปี 2562 ทั้งยังมีแรงบันดาลใจคืออยากสร้างผู้น�ำ การออกก�ำลังกายเพิ่มให้มีจ�ำนวนมากกว่านี้จึงเป็นจุดเริ่มให้ตัดสินใจ มารับหน้าที่นี้ 24 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


“ปัญหาของกลุ่มออกก�ำลังกายฯ คือผู้น�ำเต้นหายาก ซึ่งการเต้น ไม่ใช่แค่แอโรบิก แต่มีการเต้นแบบอื่น ๆ ด้วย เช่น บาสโลบ และร�ำวงย้อนยุค จะต้องเป็นคนที่ช�ำนาญ แต่เมื่อได้มาท�ำกลุ่มก็เริ่มเห็นแววคนที่จะเป็น ผู้น�ำเต้นและออกก�ำลังกาย ซึ่งตอนนี้หลักๆก็มีเพิ่มขึ้นเป็นสามคนแล้ว” ไพลิน อธิบายเพิ่ม ส่วนประสบการณ์การเป็นผู้น�ำในเรื่องนี้ เธอเล่าว่า เคยพากลุ่ม ออกก�ำลังกายไปแข่งขันระดับต�ำบลและระดับจังหวัด ซึ่งเป็นกิจกรรม ที่ส�ำนักงานอนามัยจัดขึ้น และเคยท�ำงานเป็นทีมสันทนาการชุมชนสร้างสุข ของส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. และพา ผู้น�ำกับกลุ่มอาสาสมัครกีฬาและผู้น�ำการออกก�ำลังกาย (อสก.) ไปอบรม ด้านการออกก�ำลังกายในอ�ำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 25


ในฐานะประธานกลุ่มฯ เธอรู้สึกดีใจมากเมื่อเห็นว่า มีคนมาออกก�ำลังกาย กันมากขึ้น โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ที่มักจะมากันเป็นครอบครัว ซึ่งกลุ่มฯ มีบริการวัดค่า “ดัชนีมวลกาย” ให้กับสมาชิกของกลุ่มเพื่อตรวจวัดสุขภาพ ขั้นพื้นฐาน สมาชิกฯ ที่มาออกก�ำลังกายแต่ละคนจะได้รู้ว่าตัวเองอ้วนไป หรือผอมไปแค่ไหน เพื่อจะได้เพิ่มหรือลดน�้ำหนักให้ได้ตามค่ามาตรฐาน โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้าน (อสม.) มาดูแลและ ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มาให้การสนับสนุนน�้ำดื่ม “กลุ่มออกก�ำลังกาย 3 วัย” มีการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสุขภาพ ของคนในชุมชนที่มาออกก�ำลังกายเป็นประจ�ำอย่างต่อเนื่อง และสามารถ ชักชวนคนในชุมชนมาออกก�ำลังกายมากขึ้น ทั้งยังเป็นกลุ่มที่ท�ำกิจกรรม ด้านสันทนาการของชุมชน เพราะกลุ่มฯ ไม่ได้ออกก�ำลังกายเท่านั้น แต่ท�ำ กิจกรรมร่วมกับกิจกรรมของต�ำบลด้วย มาถึงวันนี้ความส�ำเร็จของกลุ่มฯ มีปัจจัยส�ำคัญที่เห็นได้ชัดคือการได้รับ ความร่วมมือที่ดีจากทุกส่วน การมีสถานที่ที่เหมาะสมกับการออกก�ำลังกาย และการมีผู้น�ำฯ 26 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ทั้งหมดนี้เป็นกลไกที่ดีในการขับเคลื่อนการท�ำกิจกรรมและท�ำให้กลุ่มฯ ให้ประโยชน์ด้านสุขภาพทั้งกายใจกับคนในชุมชนได้ดีขึ้นเป็นพื้นฐานส�ำคัญ ของชีวิตและเชื่อมโยงไปถึงเรื่องอื่น ๆเพราะเมื่อคนเรามีสุขภาพดีก็เหมือน มีทรัพย์สมบัติอันล�้ำค่าอยู่กับตัว “สุขภาพดีเริ่มได้จากตัวเรา การออกก�ำลังกายที่ดีต้องเริ่มที่ตัวเรา” ประธานกลุ่มออกก�ำลังกาย 3 วัย เชิญชวนทุกคนที่อยากมีชีวิตยืนยาว อย่างมีความสุข ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 27


ครูนุจรีชายเกตุ (ซ้ายมือ) ครูและเจ้าหน้าที่การเงินของโครงการ การจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมโรงเรียนประภัสสรรังสิต 28 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ขยะโรงเรียน Zero Waste เป็นจริงได้ เพราะทุกคนร่วมใจ โรงเรียนประภัสสรรังสิต ต�ำบลนาท่อม ได้รับรางวัลโรงเรียนปลอดขยะ Zero Waste School มาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จากการจัดประกวดของ “ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน” (สพฐ.) โดยโรงเรียนแห่งนี้ ผ่านภารกิจ “โครงการการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม โรงเรียนประภัสสรรังสิต ต�ำบลนาท่อม จังหวัดพัทลุง” เมื่อปี 2562 และ “โครงการการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม โรงเรียน ประภัสสรรังสิต ต�ำบลนาท่อม จังหวัดพัทลุง และขยายตัวคูณสู่ครัวเรือน นักเรียน” ประจ�ำปี 2563 ในส่วนของ สสส. เข้ามาสนับสนุนเป็นโครงการคู่ขนาน จัดตั้งเป็น แหล่งเรียนรู้ขยะโรงเรียน Zero Waste โรงเรียนประภัสสรรังสิต ในปี 2561 มีสมาชิก 467 คน โดยทุกโครงการล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือ บริหารจัดการ ขยะในโรงเรียนและชุมชนให้กลายเป็นศูนย์ ครูนุจรีชายเกตุวัย 56 ปี ครูและเจ้าหน้าที่การเงินของโครงการ การจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมโรงเรียนประภัสสรรังสิตเล่าว่า โรงเรียน ประภัสสรรังสิต เดิมเป็นโรงเรียนวัด ก่อตั้งในปี 2527 ปัจจุบันเป็นพื้นที่ ของราชพัสดุ จัดเป็นโรงเรียนขนาดกลางประจ�ำต�ำบล ให้การศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.6 มีนักเรียน 429 คน ครูและบุคลากร 38 คน ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 29


โครงการ Zero Waste เป็นแรงผลักดันส�ำคัญ ที่ท�ำให้โรงเรียน ประภัสสรรังสิตท�ำทุกวิถีทางให้โรงเรียนปลอดขยะตั้งแต่ ห้ามเอากล่องโฟม เข้าโรงเรียน งดขายน�้ำดื่มขวดใส แต่โรงเรียนจัดหาขวดน�้ำพกพาให้นักเรียน เข้าใหม่ทุกคน ในระดับชั้น ม.1 และ ม.4 ส�ำหรับนักเรียนชั้นอื่น ถ้าใครท�ำหาย หรือช�ำรุด สามารถซื้อขวดน�้ำใบใหม่ได้ในราคาทุน 30 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


เลี้ยงผึ้ง นอกจากนี้โรงเรียนยังติดตั้งระบบน�้ำดื่มสะอาด แบ่งโซนรับประทาน อาหาร เอาขยะรีไซเคิลมาคัดแยก คัดแยกใบไม้ แยกขยะอินทรีย์จากโรงอาหาร เอาไปบริหารจัดการต่อให้ไส้เดือนกิน เพื่อท�ำเป็นปุ๋ยใบไม้ โดย สสส. จะเข้ามา ให้ความรู้ทุกขั้นตอนเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะ “ขยะใช้ซ�้ำได้ เช่น ขวดพลาสติก เอาไปคัดแยกซื้อขาย มีการประกวด นวัตกรรม จากฐานการเลี้ยงผึ้ง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่า โรงเรียนไม่ใช้สารเคมี จึงสามารถเลี้ยงผึ้งได้ ท�ำปุ๋ยโรงไส้เดือน จากการเอาขยะอินทรีย์มาย่อยสลาย เป็นอาหาร และเอามูลไส้เดือนที่ได้ไปใช้ในสวนผัก สวนมะนาว ขนาดพื้นที่ ครึ่งไร่” ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 31


การต่อยอดโครงการขยายตัวคูณคือ นักเรียนต้องกลับไปบริหารจัดการ ขยะที่บ้าน โดยมีครูตามไปดูและเก็บข้อมูลในเรื่องการจัดการขยะ เช่น ขยะขายได้ ขายไม่ได้ เอาไปใช้ต่อได้ ใช้ซ�้ำได้ และขยะอันตราย ซึ่งเทศบาลจะดูแลเอง เป็นพิเศษ เช่น ยาฆ่าหญ้า โดยในพื้นที่นาท่อมกล่าวได้ว่า เทศบาลตั้งใจท�ำงานกัน อย่างเข้มแข็ง และคุมเข้มเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี ปัญหาอุปสรรคที่พบเจอคือ การจัดการขยะให้เป็นศูนย์ ก็ยังท�ำไม่ได้เต็ม 100% ส�ำหรับที่อยู่อาศัยของบรรดาผู้ปกครอง เพราะ ขาดความเข้าใจ และขาดความร่วมมืออย่างจริงจัง บทเรียนที่ได้จากการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้เป็นการตอกย�้ำพฤติกรรม ให้เด็กเห็นว่า ขยะเป็นเรื่องส�ำคัญ สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องส�ำคัญ เป็นกระแสโลก ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน ต้องมีวินัย ในเรื่องขยะ เห็นความส�ำคัญของสิ่งแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ขยะโรงเรียน Zero Waste โรงเรียนประภัสสรรังสิต ผลักดัน ให้โรงเรียนได้รับรางวัลการบริหารจัดการขยะระดับจังหวัด จากส�ำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดพัทลุง เพราะหลายโรงเรียนขนาดใหญ่ท�ำไม่ได้ แต่ประภัสสรรังสิตท�ำได้ ด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด ห้ามขายน�้ำขวดใส ในโรงเรียน ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ของโรงเรียนระดับจังหวัดหลายแห่ง เธอบอกว่า สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว ถ้าทุกคนเอาจริงเอาจัง มองว่า เป็นเรื่องของตัวเอง ก็สามารถ Save the World ได้ สารเคมีเป็นสิ่งที่ น่ากลัว ต้องหนีไปให้ไกล พัทลุงก�ำหนดบทบาทตัวเองเป็น Green City และ โรงเรียนประภัสสรรังสิตก็ภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองสีเขียวแห่งนี้ 32 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 33


กุลรัชต์ แก้วกวน เจ้าของแหล่งเรียนรู้ บ้านต้นแบบการจัดการขยะ 34 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


บ้านต้นแบบ การจัดการขยะ เรื่องง่ายๆที่ ใคร ๆก็ท�ำได้ อย่าหวังว่าจะมีอะไรให้เก็บที่บ้านหลังนี้ ที่เป็นแบบนี้ เพราะ “บ้านต้นแบบการจัดการขยะ” ที่ได้เป็น “แหล่งเรียนรู้” เรื่องการจัดการ ขยะมาถึงสิบกว่าปี ไม่มีอะไรเหลือทิ้งไว้ให้รถขยะของเทศบาลต้องช่วยจัดการ เอาไปเคลียร์มานานแล้ว ด้วยความที่ กุลรัชต์ แก้วกวน เจ้าของแหล่งเรียนรู้ บ้านต้นแบบ การจัดการขยะ กับสามี เป็น “นักแยก (ขยะ) ตัวยง” ที่รู้วิธีคัดแยกขยะ ประเภทต่างๆได้อย่างถูกต้อง และจัดการได้เป็นอย่างดี ในแบบยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัว “เพราะเป็นคนชอบความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และสามี ก็เป็นคนเจ้าระเบียบ ก็ช่วยกันสองคนเก็บกวาดดูแลบ้าน การคัดแยกขยะ ก็เป็นเรื่องไม่ยาก พลาสติก ใบไม้ เศษอาหาร ฯลฯ เราจัดการได้หมด” เรียกได้ว่าบ้านนี้ความสะอาดมาเต็มขั้น ทั้งในครัวนอกครัว เพราะ ไม่มีแมลงวัน แมลงสาบ หรือหนู มาวิ่งหาเศษอาหาร สร้างความสกปรก ร�ำคาญใจ และอาจจะเป็นพาหะน�ำโรค เหมือนบ้านอื่น ๆ ที่ยังไม่ยอมท�ำ ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 35


36 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


เพราะที่จริงแล้ววิธีการคัดแยกขยะนั้นเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆก็ท�ำได้ “ขยะเปียก” คือเศษผัก เศษปลา เศษอาหาร ที่เหลือจากการท�ำอาหาร หรือกินเหลือแล้ว ก็สามารถเอาไปท�ำปุ๋ยหรือน�้ำหมักชีวภาพ “ขยะแห้ง” อย่างขวดพลาสติก ขวดแก้ว ฯลฯ ใช้หมดแล้วก็เก็บแยกไว้ขายได้ ส่วน “ขยะอันตราย” เช่น กระป๋องสเปรย์ถ่านไฟฉาย ฯลฯ ก็ให้รอเทศบาลมาเก็บไปโดยเทศบาล ก็มีไข่มาแลกเป็นสินน�้ำใจ หรือถ้าขยันอีกหน่อยก็เอาเศษผักไปเลี้ยงไส้เดือน แล้วน�ำมูลไส้เดือน มาใส่พืชผักที่ปลูกไว้ เป็นปุ๋ยให้แร่ธาตุสารอาหารบ�ำรุงดินอย่างดี ที่เหลือ ก็เอาไว้ขายได้สบายๆกิโลกรัมละ 10 บาท หรือเก็บเศษไม้ เอาไปเผาถ่าน ขายได้กระสอบละ 120 บาท เธอบอกว่า ที่ท�ำมา ขายดีมาก มีคนมาซื้อ เกือบทุกวัน เอาไปใช้ย่างเนื้อ ย่างปลา ย่างขนมจาก ฯลฯ นอกจากการแยกขยะเป็นกิจวัตรประจ�ำที่ท�ำเป็นปกติของบ้านนี้ เธอยังชอบบอกให้คนอื่น ๆ ท�ำด้วย แล้วก็ให้บอกต่อๆกันไป ตอนนี้ขยะ ถุงพลาสติกก็หายไปมาก เพราะพ่อค้าแม่ค้าหลายคนเอาใบตองมาใช้กันเยอะขึ้น แล้วก็เอาไปท�ำตาม ๆ กัน ไม่ใช่แค่เรื่องขยะ แต่ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอื่น ๆ อีก เธอบอกว่าเมื่อก่อนขายของอยู่ที่โรงเรียน แต่เมื่ออายุมากขึ้นลูกๆ ก็ขอให้เลิก แต่เพราะชอบพึ่งพาตัวเอง และยึดหลักเกษตรพอเพียงของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงปลูกทุกอย่างที่กิน พืชผักหลายสิบชนิด ทั้งกล้วยหอม กล้วยน�้ำว้า มะละกอ มะม่วง มะพร้าว มังคุด ทุเรียน ลางสาด มะกรูด มะนาว มะเขือ พริก ข่า ตะไคร้ ขมิ้น ฯลฯ เหลือจากกินก็น�ำไปขาย ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 37


พื้นที่ประมาณครึ่งไร่บริเวณรอบบ้าน จึงเป็นเหมือน “ซูเปอร์มาร์เก็ต ข้างบ้าน” ที่มีผักผลไม้สดๆ นานาชนิดเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา มีหน่วยงานต่างๆ มาดูงานเป็นหมู่คณะหลายครั้งหลายหน เธอรู้สึกยินดีทุกครั้งที่ได้ต้อนรับ และชอบให้เพื่อนบ้านมาดูและน�ำไปเป็น แบบอย่าง รู้สึกภูมิใจที่เป็นตัวอย่างให้เพื่อนบ้านน�ำไปท�ำบ้าง และช่วยให้ชุมชนดูดี มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ตอนนี้เธออายุ 59 แล้ว นอกจากชอบนอนฟังเสียงนกที่สามี ชอบเลี้ยงเอาไว้ ยังชอบเปิดบ้านให้ใครต่อใครมาเยี่ยมชม มาดูว่าท�ำอย่างไร ถึงได้เป็น “แหล่งเรียนรู้บ้านต้นแบบการจัดการขยะ” ข้อคิดส�ำหรับผู้มาเรียนรู้ ขอให้ทุกคนกลับไปเริ่มท�ำที่บ้านตัวเองให้ได้ อยากให้ทุกคนคัดแยกขยะและใช้ชีวิตตามแบบพอเพียง จะปลูกเองกินเอง อย่างน้อยๆ มันจะดีต่อสุขภาพของเรา ดีต่อตัวเราเอง ดีต่อเพื่อนบ้าน และ ชุมชนสังคมรอบ ๆ เรา ขยายออกไปเรื่อยๆ อยากให้มาดูแล้วเอาไปท�ำ ทุกคนจะได้อยู่ได้แบบสบายกายสบายใจ 38 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


บ้านเกษตรสมบูรณ์ ผักเหลียงเพื่อนรัก “มันเป็นความกดดันเรามีพื้นที่น้อย แต่ถามว่าความน้อยนิดของเรา ท�ำอย่างไรให้เกิดรายได้จากจ�ำนวนน้อยนิดที่เรามีเป็นการจัดสรรพื้นที่ให้ เกิดประโยชน์สูงสุดส�ำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อย เป็นข้อจ�ำกัดของเราที่ไม่สามารถ มีเหมือนคนอื่น แต่สามารถเกิดประโยชน์ในพื้นที่เหมือนกัน และท�ำรายได้ มากกว่ายาง 5 - 6 เท่า เสียอีก” ความในใจของ ปารีณา เรืองรักษ์วัย 49 ปี เจ้าของแหล่งเรียนรู้บ้านเกษตรสมบูรณ์ เจ้าของสวนยาง ขนาดพื้นที่เล็กๆ เพียง 1 ไร่ 3 งาน ปารีณา เรืองรักษ์ เจ้าของแหล่งเรียนรู้ บ้านเกษตรสมบูรณ์ ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 39


เธอเลือกที่จะใช้ความคิด เป็นตัวก�ำหนทิศทางชีวิต ด้วยการตั้งค�ำถาม กับตัวเองง่ายๆ ว่า “ท�ำอย่างไรเราถึงจะเกิดรายได้จากความไม่เท่าเทียม กับคนอื่น?” และค�ำตอบที่ได้ก็มาพร้อมกับ “ผักเหลียง” สูงขนาดอก พืช มหัศจรรย์ที่ทนแดดทนฝน กว่าต้นยางที่สูงเสียดฟ้าเสียอีก บ้านเกษตรสมบูรณ์ ไม่ใช่ภาพจ�ำที่หลายคนคุ้นเคยว่า สวนยาง ต้องใหญ่โตสุดลูกหูลูกตา แต่ในความเล็กๆ ที่เรามองเห็น มันสามารถขยายโอกาส ออกไปได้ไม่รู้จบ ถ้าเพียงแค่เรา“เห็น”ให้มากขึ้น จากสิ่งที่เรา “มอง” อยู่ทุกวัน “ผักเหลียง” คือค�ำตอบเดียวส�ำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ ของบ้านเกษตรสมบูรณ์ เพราะเป็นพืชที่สามารถปลูกกับยางได้ เรียกว่า เป็น “พืชร่วมยาง” ผักชนิดนี้ไม่ชอบแดด จึงเจริญเติบโตและมีความสุข อยู่ใต้ร่มยาง และสมกับเป็นไม้ยืนต้น ที่ปลูกครั้งเดียว เก็บกินได้ตลอดชีวิต “ปลายฝนผักเหลียงจะมียอดอ่อนเยอะที่สุด แย่สุดคือฤดูฝน ถ้าเป็น ฤดูร้อน ก็ใช้ระบบน�้ำช่วย แต่ไม่ต้องให้ทุกวัน พืชเหลียงทนทานไม่ต้องดูแล เยอะ ดูแลง่าย ทนทานทุกสภาพอากาศ พืชระบบให้ใบให้ยอด จะเก็บเกี่ยว ได้ตลอด ไม่เหมือนกับพืชที่เป็นผล จะมีรอบการเก็บเกี่ยวช้ากว่า ต้องมีดอก ต้องมีลูกอ่อน ต้องมีแก่ แต่ผักเหลียงไม่ต้อง ยอดมันงอกใหม่ได้ตลอด” 40 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


คนส่วนใหญ่จะรู้จักผักเหลียง จากเมนูใบเหลียงผัดไข่ ซึ่งหากินได้ง่าย ในภาคใต้ แต่ปารีณาบอกว่า ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง คนรู้จักน้อยมาก ผักเหลียง จึงเป็นของใหม่ส�ำหรับคนในพื้นที่ และแหล่งใหญ่ของผักเหลียงอยู่ที่ จังหวัดชุมพร ที่ส่งขายทั้งยอดอ่อน ทั้งกิ่งพันธุ์ เป็นล�่ำเป็นสัน เธอก็เลยสั่งซื้อจาก ชุมพร เขาขายกิ่งละ 20 บาท ตอนแรกก็คิดแค่ว่า ปลูกเอาไว้กินในครอบครัว แต่พอจัดสรรพื้นที่ได้ ก็ขยายพื้นที่เพาะปลูก ตอนนี้มีผักเหลียง 300-400 ต้น เติบโตเต็มก�ำลัง “เป็นพืชเจริญเติบโตช้า ที่บ้านเริ่มต้นมา 10 กว่าปี ผักเหลียงเป็น พืชใหม่ส�ำหรับเรา เราท�ำความเข้าใจกับมัน เรียนรู้มัน อยู่ร่วมกับมัน ก็อยู่กันได้ ตอบแทนเป็นผลผลิตเราได้ ต้นเหลียงยอดโตขึ้นบน ไม่แตกข้างๆ ปลูกห่าง 1 เมตร ระหว่างต้น ถ้าผักเหลียงมีอายุ6เดือน ถึง1 ปี เราก็ทิ้งได้แล้ว แทบไม่ต้องดูแล ถ้าระบบรากแข็งแรง เพราะเป็นพืชที่ทนจริงๆ ปลูก 6 เดือน เริ่มเก็บใบได้ เก็บก้านใบยอดอ่อน แล้วมันจะแตกที่เดิม อาทิตย์กว่าๆ ยอดใหม่ ก็แตก ทยอยเก็บไปเรื่อยๆ ถ้าอยากได้ผลผลิตต่อเนื่อง ต้องมีจ�ำนวนต้นมากๆ รักษาทรงพุ่มไว้ระดับหน้าอกเพื่อการเก็บเกี่ยวที่ง่ายขึ้น” ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 41


เธอบอกว่า ถ้าไม่เก็บผักเหลียงเลย จะยิ่งสูงขึ้นตามธรรมชาติ ถ้าอยู่กับมัน จริงๆ จะรู้นิสัยเลยว่า มันถึกทน ทนแล้ง โดนแดดก็อยู่ได้ ไม่ต้องผลัดใบเหมือน ต้นยาง ยางจะทิ้งใบหมดถ้าร้อน แต่ผักเหลียงอยู่ได้ตามประสา รายได้จากผักเหลียง เน้นขายส่งวันเว้นวัน กิโลกรัมละ 50 บาท เป็นราคาตายตัว เก็บได้ครั้งละ 2 - 3 กิโลกรัม เป็นอย่างน้อย มีแม่ค้ามารับซื้อ ส่งไปกรุงเทพฯ ผักเหลียงเอามาใช้รองห่อหมกแทนใบยอ ต้มกะทิใส่กุ้ง ผัดไข่ ไม่มีข้อจ�ำกัดในการประกอบอาหาร เอามาชุบแป้งทอด จิ้มน�้ำพริกก็ได้ ผักเหลียงราคาดีกว่ายางในบางช่วง เพราะราคายางมีความผันผวน แต่ผักเหลียง ตั้งแต่ท�ำมาสิบกว่าปี ราคาจะอยู่ที่ 50 บาท “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยังมีความมั่นใจในพืชอาหารว่า คนเราต้อง กินอาหารทุกวัน เพราะฉะนั้นพืชอาหารอยู่ได้ อยู่รอด” 42 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


นอกจากผักเหลียงเป็นพระเอกชูโรงแล้ว ที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ยังมี กล้วยตานีตัดใบ เอาไปท�ำใบตอง ขายให้คนในท้องถิ่น ที่ยังนิยมท�ำขนมไทย แบบวิถีดั้งเดิม โดยใบตองขายกิโลกรัมละ 10 บาท แต่ละอาทิตย์ ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 - 1,200 บาท บ้านเกษตรสมบูรณ์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ได้รับคัดเลือกจาก สสส. การมาดูงาน อย่าคาดหวังพื้นที่ อย่าคาดหวังรายได้ แต่ให้คาดหวังวิธีการจัดการ การจัดสรรเนื้อที่ มาเรียนรู้วิธีท�ำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ ท�ำน�้ำหมัก EM จาก โรงงานส่าเหล้าใกล้บ้าน เอาสิ่งของที่เขาไม่ใช้ประโยชน์แล้ว มาใช้ให้ เกิดประโยชน์ เธอฝากข้อคิดส�ำหรับคนที่อยากมาดูงานว่า “ปลูกผักเหลียงคือ การเดินมาถูกทาง กลับไปท�ำเถอะ มันดีและมันเกิดประโยชน์สูงสุด มันเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายจริงๆ” ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 43


สมัย หมวดมณี ประธานแหล่งเรียนรู้สภาวัฒนธรรม ต�ำบลนาท่อม 44 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


สภาวัฒนธรรม ต�ำบลนาท่อม (โขนคน) สามัคคีชุมชน คนรักบ้านเกิด สภาวัฒนธรรมต�ำบลนาท่อม เป็นการจัดการเทศกาลส�ำคัญๆ ต่อเนื่อง ตลอดทั้งปีของต�ำบลนาท่อมจากจิตอาสาหลากหลายวัย แต่มีใจเดียวกันคือ ท�ำให้คนในชุมชนได้มาเที่ยวเล่น มีความสุขกับกิจกรรมในพื้นที่โดยจิตอาสา กลุ่มนี้ไม่มีค่าตอบแทนใดๆ นอกจากรอยยิ้มของผู้คน สมัย หมวดมณี วัย 71 ปี ประธานแหล่งเรียนรู้สภาวัฒนธรรม ต�ำบลนาท่อม เล่าว่า แต่ละปีจะได้รับเงินอุดหนุนผ่านสภาวัฒนธรรมต�ำบลนาท่อม จากงบประมาณมาทางเทศบาลปีละ 3 ครั้ง เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงาน เตรียม สถานที่ และให้งบสนับสนุนบางส่วนกับผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันในบางเทศกาล “หน้าที่หลักของเรา คือออกไปช่วยเหลือชุมชน ส่วนใหญ่อยู่กับวัด เช่น ตักบาตรขึ้นปีใหม่ ในเดือนมกราคมงานนี้ไม่มีงบประมาณ หลักๆคือ เตรียมสถานที่โดยมีวัดนาท่อมและวัดโคกแย้ม เป็นศูนย์กลางของต�ำบล” สภาวัฒนธรรมต�ำบลนาท่อม มีกรรมการ 15 คนกระจายตัวไป ทุกหมู่บ้าน เป็นตัวแทนแต่ละหมู่บ้านมารวมกันเพื่อประสานงานและ สร้างความร่วมแรงร่วมใจ สมัยเป็นอดีตข้าราชการเกษียณ จากโรงเรียนพัทลุง จังหวัดพัทลุง ปี 2553 รับราชการมา 30 ปี พอสองปีสุดท้ายก่อนเกษียณ ปี 2551 เขาก็รับหน้าที่ เป็นประธานสภาวัฒนธรรมต�ำบลนาท่อม แทนประธานคนเก่า ที่เสียชีวิตไป “ผมชอบช่วยงานหมู่บ้านทุกอย่าง มีจิตสาธารณะเป็นทุน ช่วยตาม ความสามารถ อะไรที่ไม่รู้ ก็จะเรียนรู้ เราพยายามส่งเสริมความสัมพันธ์ในชุมชน และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีเอาไว้ ให้อยู่คู่กับชุมชน” ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 45


เมื่อถามเรื่อง “โขนคน” สมัยเล่าว่าเป็นการอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน ที่ประยุกต์เอาช่วงเปิดตัวหนังตะลุงพระอิศวรและพระฤษีมาแสดงน�ำ เรียกว่า เต้นพระอิศวรทรงโคพร้อมเต้นตามเพลงที่สนุกสนานคึกคัก ซึ่งเหลือคนสืบทอด เพียงคนเดียวคือ มนูญ อนุรักษ์ และถ่ายทอดสู่เด็กนักเรียนได้เพียงคนเดียว ปัจจุบัน คือ เด็กชายพงศ์พศุตม์ เสียงสังข์ (น้องภาม) ซึ่งทั้ง 2 คน ก็ออก งานประจ�ำปีของต�ำบลนาท่อมทุกปี ถึงเดือนเมษายน จัด “งานรดน�้ำด�ำหัว” ที่วัดนาท่อมมีของที่ระลึกให้ ผู้สูงอายุและจัดกิจกรรมแข่งขันเรือพาย เรือที่เข้าแข่งต้องมีอย่างน้อย 6 ทีมขึ้นไป มาแต่ตัวซ้อมก่อน 2- 3 วันให้เข้าทีม ส่วนเรือพาย ทางสภาวัฒนธรรม กับทางเทศบาลต�ำบลมีเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว การแข่งขันเน้นความสนุกสนาน และสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน เป็นกุศโลบายไม่ให้คนในหมู่บ้านออกไป ต่างถิ่นในช่วงเทศกาลเพื่อลดอุบัติเหตุ วัฒนธรรมหนังโขนคนต�ำบลนาท่อม 46 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ประเพณีลากพระประจ�ำปี ประเพณีเดือนสิบ ส่งตายาย (ชิงเปรต) ประเพณีทอดกฐินต�ำบลนาท่อม ประเพณีทอดกฐินต�ำบลนาท่อม ประเพณีแข่งเรือพาย ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 47


ถัดมาคือ “งานบุญเดือนสิบ วันสารทเดือนสิบ” จัดงานประเพณีชิงเปรต สร้างเสาชะโลมน�้ำมัน 4 ต้น สูงขนาด 3-4 เมตร มีของรางวัลวางอยู่ข้างบน เพื่อให้เยาวชนปีนขึ้นไปเอาของรางวัล เป็นอีกงานประเพณีพื้นบ้าน ที่เน้น ความสนุกสนานเฮฮา ให้ชาวบ้านมาร่วมด้วยช่วยกันเชียร์ว่า ใครจะได้รางวัล กลับบ้านไป “ถ้าขึ้นไม่ได้ ก็ต่อตัวกันขึ้นไป ปีนไม่ได้ง่ายๆ หรอก มันลื่นมาก เราก�ำหนดทีมแข่งขัน ทีมละ 3 คน ของรางวัลที่วาง ก็มีตั้งแต่ขนมไทย ข้าวของเครื่องใช้ และเงินสดประจ�ำเสาแต่ละต้น 2,000 - 3,000 บาท เสียบเงินเอาไว้กับไม้ เหมือนพุ่มกฐิน เน้นความสนุก และสืบทอดประเพณี” ถัดมาคือ “วันลากพระ วันออกพรรษา และประเพณีชักพระ” เป็นโครงการ ของเทศบาลต�ำบล ที่จัดให้มีขึ้นทุก แรม 1 ค�่ำ เดือน 11 มีเรือพระบก 2 ล�ำ จากส�ำนักสงฆ์หนองปราง หมู่ 4 และวัดนาท่อม หมู่ 7 เข้าร่วมประเพณีชักพระ เป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร เพื่อเอาไปตกแต่งประดับประดาเรือชักพระให้สวยงาม แล้วอาราธนาพระพุทธรูปปางห้ามมารพระอิริยาบถยืน ขึ้นประดิษฐานบนบุษบก แล้วลากในวันออกพรรษา 48 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


Click to View FlipBook Version