The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือท่องเที่ยวชุมชน ผลิตโดย สสส ร่วมกับ บริษัท สไตล์ครีเอทีฟเฮ้าส์ จำกัด ติดต่อ 08 6315 2645

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Somsakun Boonkumpra, 2023-07-31 04:43:15

ทุกภาคส่วนรวมใจ พา"นาท่อม"เข้มแข็ง

หนังสือท่องเที่ยวชุมชน ผลิตโดย สสส ร่วมกับ บริษัท สไตล์ครีเอทีฟเฮ้าส์ จำกัด ติดต่อ 08 6315 2645

Keywords: สไตล์ครีเอทีฟเฮ้าส์,สสส,ท่องเที่ยว

ที่ผ่านมาเรือชักพระวัดนาท่อมได้รางวัลที่ 1 ติดต่อกัน 3 ปี เมื่อไป ประกวดกับวัดต่างๆในพื้นที่ใกล้เคียง 6 วัด โดยเรือชักพระส่วนใหญ่ นิยม ออกแบบเป็นพญานาคทั้งตัว หุ้มโครงรถที่ตกแต่งเป็นเรือ ระหว่างทางจะมี คนตักบาตร ใส่ข้าวต้มลูกโยนและโยนเงินบริจาคนับหมื่น ปิดท้ายกันที่ “ประเพณีลอยกระทง” ท่าน�้ ำวัดนาท่อม จัดกิจกรรม สืบสายน�้ำ ประกวดนางนพมาศ ตอนค�่ำ และตอนเช้าจัดประกวดแข่งขันกระทง ส�ำหรับเด็กนักเรียนชั้นประถม จากโรงเรียนวัดโคกแย้ม กับโรงเรียนวัดนาท่อม สร้างสีสันให้คนในพื้นที่ เพิ่มความอบอุ่นในครอบครัว “ท�ำแล้วเกิดผลดีกับชุมชน ท�ำให้เกิดความสามัคคี คนไม่อยู่ในพื้นที่ ได้มาร่วมกิจกรรม เกิดความรักความผูกพันในบ้านเกิด ทุกครั้งที่ท�ำงาน จะส�ำเร็จราบรื่น ได้รับค�ำชม มีค�ำต�ำหนิก็เต็มใจ น�ำไปปรับปรุงแก้ไข ส่วนมาก คนจะให้ก�ำลังใจว่า ดีแล้วๆ ท�ำต่อไป” ข้อคิดส�ำหรับคนอยากมาดูงาน เขาบอกว่า “ให้มาเรียนรู้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่รู้ ไม่จ�ำ ไม่เป็น มาดูให้จ�ำ มาท�ำให้เป็น ความช�ำนาญเกิดจากการฝึกฝน ถ้าเราไม่ฝึกฝนอยู่เฉยๆ ความช�ำนาญก็ไม่เกิด ผิดบ้างถูกบ้าง จะให้ถูกทั้งหมด ไม่ได้ ต้องเรียนรู้ ไม่หลงค�ำยอ ไม่ท้อค�ำติ และไม่ต�ำหนิค�ำเตียน” ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 49


สิน ชุมแคล้ว ประธานชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม (สืบชะตาคลองนาท่อม) 50 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


สืบชะตาคลองนาท่อม อนุรักษ์สายน�้ำ มรดกทางวัฒนธรรม เพื่อคนรุ่นหลัง “ธรรมชาติ” อันสวยงาม และ “สายน�้ำ” ที่ใสสะอาดของ “คลองนาท่อม” ในวันนี้ ใครจะรู้บ้างว่า ในอดีตเคยตกอยู่ในสถานการณ์น่าหวาดหวั่น ที่เรียกว่า “น�้ำตาย” เมื่อสายน�้ำหยุดนิ่ง ไม่ไหลขึ้นลงเป็นปกติกลายเป็นที่รกร้าง เป็นที่ ทิ้งขยะ ทว่า เมื่อมีชาวบ้านที่เฝ้ามองธรรมชาติสังเกตเห็น จึงรวมกลุ่มกัน พลิกฟื้นคืนชีวิตสายน�้ำ ท�ำให้ “คลองนาท่อม” กลับมาเกิดอีกครั้ง สิน ชุมแคล้ว ประธานชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม (สืบชะตาคลองนาท่อม) ในวัย 64 ปี เล่าว่า ด้วยพื้นเพเป็นคนนาท่อม โดยก�ำเนิดและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตลอด จึงรู้สึกหวงแหนและอยากเห็นสิ่งดีๆ คงอยู่กับนาท่อมตลอดไป และด้วยความเป็นคนมีจิตสาธารณะชอบช่วยเหลือ สังคม จึงท�ำงานอาสาต่างๆ ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญ่ จึงชักชวนกลุ่มคนที่มีความคิดแบบเดียวกัน ก่อตั้งเป็นชมรมอนุรักษ์ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม (สืบชะตาคลองนาท่อม) เมื่อปี 2545 ท�ำให้มี แนวร่วมช่วยกันดูแลชุมชมมากขึ้น โดยหนึ่งในงานส�ำคัญก็คือการดูแล “คลองนาท่อม” ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ผลิตน�้ำประปาเลี้ยงคนในเมืองของ จังหวัดพัทลุง เริ่มจากท�ำความสะอาด เก็บขยะในคลอง และเชิญชวนให้ชุมชนช่วยกัน รักษาธรรมชาติริมฝั่งคลอง และไม่ทิ้งขยะลงไปในคลอง ท�ำให้ทุกคนได้ใช้ ประโยชน์ใช้นำ �้อุปโภคบริโภคและเพื่อท�ำการเกษตร หรือเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 51


และยังร่วมกันจัดงานใหญ่ของต�ำบลนาท่อมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ “งานประเพณีแข่งเรือพายประจ�ำปี” ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับต�ำบล เทศบาลอุดหนุน ทางจังหวัดเห็นความส�ำคัญ จึงให้งบประมาณสนับสนุน มาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ได้จากการบริจาค ซึ่งวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้เกิดความสามัคคีของคนในต�ำบล แต่เมื่อมีเรือนอกต�ำบลมาแข่งก็เปิดรับ และก็เคยมีเรือต่างประเทศจากมาเลเซีย และพม่ามาด้วย นอกจากนี้ ยังมี “แพท่องเที่ยว” เป็นแพอเนกประสงค์ที่ท�ำขึ้น เพื่อดูแลล�ำคลองเป็นหลัก คือเก็บขยะ แต่น�ำมาบริการนักท่องเที่ยวด้วย เพื่อให้ชื่นชมธรรมชาติซึ่งในคลองมีน�้ำใสและปลามากมาย ใช้เวลาล่องเรือ ประมาณ 4 ชั่วโมง บนเส้นทาง 2 กิโลเมตร ประโยชน์ที่ได้เพิ่มก็คือรายได้จาก การท่องเที่ยว นอกจากการดูแลสายน�้ำในคลองนาท่อม และสภาพแวดล้อม ให้งดงาม แพท่องเที่ยว 52 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


หลังจากช่วยกันปรับปรุงพัฒนา ท�ำให้ล�ำคลองสะอาดกว้างใหญ่ขึ้น และสองฝั่งคลองมีสภาพแวดล้อมดีขึ้น บางส่วนทางชลประทานมาดูแล ท�ำพนังกั้นน�้ำ ตอนนี้เสร็จดีแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าถ้าฤดูน�้ำมาก ตลิ่งจะพัง เพราะถ้ากั้นน�้ำไม่อยู่ ในเมืองจะเดือดร้อนเสียหายมาก อีกกิจกรรมส�ำคัญก็คือ “วันสารทเดือนสิบ” ของชาวพุทธ มีงานประเพณี “ชิงเปรต” ที่มีความสนุกสนานมาก มีการท�ำ “ร้านเปรต” ใช้เสาไม้หมาก 4 เสา สูงประมาณ 6 เมตร แล้วเอาขนมเดือนสิบขึ้นไปวาง บนร้านมีเหล้ายาปลาปิ้ง และมี “เบี้ยตายาย” ให้แข่งกันชิงเอาให้ได้ เพื่อเป็นสิริมงคลแต่ที่เสาทาน�้ำมันท�ำให้ปีนยาก เชื่อกันมาตลอดว่า ต้องท�ำร้านเปรต เพราะเปรตตัวสูงจึงต้องท�ำร้านให้ขึ้นรับประทานกับเขาด้วย เขาจะได้ดีใจ เขาก็ให้พร เปรตเป็นบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นความเชื่อ กันมาตลอด งานนี้เป็นทั้งกีฬาและประเพณี และ “ประเพณีอวยพรวันปีใหม่” ซึ่งเริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของ วันที่ 31 ธันวาคม มีการเดินไปหาแต่ละบ้านแบบเงียบ ๆ พอถึงหน้าบ้านก็จะ เริ่มตีกลองยาวและร้องเพลงอวยพร มีเนื้อเพลงว่า “สวัสดีปีใหม่ เจ้าของบ้าน หลังนี้ ขอให้มีความสุข....” และกล่าวค�ำอวยพรปีใหม่ เสร็จแล้วก็เดินต่อไป ประเพณีสืบชะตาคลองนาท่อม อวยพรปีใหม่ ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 53


จนถึงเช้าก็หยุด แล้วเริ่มใหม่หลังเที่ยงคืนวันที่ 1 มกราคม จนครบทุกบ้าน กิจกรรมแบบนี้มีที่นี่ที่เดียว ท�ำให้หลายคนอยากมาร่วม และลูกหลานก็กลับบ้าน มารอค�ำอวยพร ด้วยความรักในศิลปะของคนนาท่อม จึงมีศิลปินชั้นครูที่สร้าง ชื่อเสียงและสืบทอดงานแสดงไว้หลายด้าน โดยเฉพาะ “กลองยาว” ซึ่งมีลีลา ท่าทางเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดพัทลุง และมีฝีมือเป็นที่ยอมรับไปทั่ว เพราะไม่ว่าจะไปแข่งขันในเวทีใด เช่น ในจังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช หรือ สงขลา ก็ชนะเลิศมาโดยตลอด จึงรับเชิญไปเพื่อการแสดงโชว์เท่านั้น และยังมี “ปี่พาทย์” ซึ่งมีการประยุกต์เครื่องดนตรีสมัยใหม่ เช่น กีตาร์ คีย์บอร์ด ผสมกับ ระนาดเอก และฆ้อง แต่เล่นเพลงไทยเดิม รับแสดงในงาน ต่างๆ เช่น งานบวช งานศพ งานปีใหม่ งานประกวดเทพี ยกเว้นงานแต่งงาน ส่วน “โขนคน” แสดงเป็นเรื่องราวประมาณ 15 นาที โชว์ 2 ตัวละครหลัก คือ พระฤษี และพระอิศวร มักจะได้รับเชิญไปแสดงในงานมงคล ปัจจุบันชมรมฯ มีสมาชิก 30 คน ทุกคนอยากเห็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ด้วยจิตอาสา คงอยู่สืบไป “อยากให้ลูกหลานช่วยกันอนุรักษ์คลองนาท่อมต่อไป รวมทั้งการดูแล ศิลปะ เราช่วยกันฝึกศิลปินรุ่นเด็กๆและเราก็พยายามพาเด็กๆ ที่พอรู้เรื่อง ให้มาช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติ ไม่อย่างนั้นคนรุ่นหลัง ๆ จะไม่มีใช้ ยิ่งเรื่องน�้ำเราถือว่าเป็นเรื่องส�ำคัญ สิ่งที่สืบต่อออกไปอีกคือ ต�ำบลร่มเมือง ก็น�ำสิ่งที่เราท�ำไปเป็นแบบอย่าง” วงกลองยาว 54 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


“สืบชะตาคลองนาท่อม” ก็คือการดูแลคลองนาท่อมให้ดีที่สุด ตลอดไป “สืบชะตา” หรือ “ต่ออายุ” ด้วยการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยกัน เก็บขยะ ท�ำให้คลองสวยสะอาด ดูแล สัตว์น�้ำ อนุรักษ์สงวนพันธุ์ปลาต่างๆ เช่น ปลาตะเพียน ปลาสวาย ปลากด ฯลฯ ให้คงอยู่ตามธรรมชาติ “สืบชะตาคลองนาท่อม” ท�ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ “สายน�้ำ แห่งชีวิต” เป็นมรดกล�้ำค่าที่คนรุ่นนี้ ส่งต่อให้คนรุ่นหลังสืบต่อกันไป เด็กชายพงศ์พศุตม์ เสียงสังข์ มนูญ อนุรักษ์ ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 55


อังคณา ทองร่วง เจ้าหน้าที่สังกัดเทศบาลต�ำบลนาท่อม 56 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


โรงเรียนผู้สูงอายุ สูงวัยใจเบิกบาน ต�ำบลนาท่อมมุ่งมั่นที่จะสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้สูงอายุ และมองว่าความแก่ ไม่ได้เป็นอุปสรรค ต่อการสร้างความสุขให้เบ่งบานเต็มหัวใจ “ผู้สูงอายุถึงจะแก่ แต่ก็แก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีคุณภาพ เราจะ ยึดหลักตรงนี้ ไม่ใช่แก่แล้วแก่เลย แต่ต้องแก่อย่างมีความสุข แก่อย่างสุขกาย สุขใจ”อังคณา ทองร่วง ในวัย39 ปี เจ้าหน้าที่สังกัดเทศบาลต�ำบลนาท่อม และเป็นแม่งานหลักที่คอยดูแลสนับสนุน แหล่งเรียนรู้โรงเรียนผู้สูงอายุ กล่าว เธอบอกว่า แรกๆ ที่มาท�ำงานดูแลโรงเรียนผู้สูงอายุ เธอก็มาแบบงงๆ ท�ำไปตามหน้าที่ แต่อยู่ไป ๆเมื่อได้มาคลุกคลี เธอรู้สึกว่าการท�ำงานเกี่ยวกับ ผู้สูงอายุเป็นเรื่องสนุก มีเสน่ห์น่าค้นหา และกลายเป็นแรงขับในใจที่อยาก ท�ำให้บรรดาผู้สูงอายุในพื้นที่ ต�ำบลนาท่อม มีสุขภาพจิตดีขึ้น มีอายุยืนยาว ขึ้น สามารถอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีความสุข ลดความตึงเครียด ลดภาวะ เงียบเหงา “รอยยิ้มของผู้สูงอายุ เหมือนเป็นค่าตอบแทนความเหนื่อยยากจาก การท�ำงาน ในการจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ มันหายไปหมด แค่ได้เห็นรอยยิ้ม” โรงเรียนผู้สูงอายุต�ำบลนาท่อม ตั้งในปี 2558 แต่ไม่ได้ใช้ชื่อว่า โรงเรียน ผู้สูงอายุตรงๆ เพราะจะไปติดขัดกับข้อระเบียบหลายอย่างของทางราชการ จึงตั้งชื่อแบบกลางๆ ว่า“โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมผู้สูงอายุ” (โรงเรียนผู้สูงอายุต�ำบลนาท่อม) แทนเพื่อความสะดวกในการจัดกิจกรรม ต่างๆ ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 57


58 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 59


โรงเรียนผู้สูงอายุต�ำบลนาท่อม จะด�ำเนินกิจกรรมปีละ 8 ครั้ง เดือนละ 2 ครั้ง มาเจอกันทุกวันพุธ สัปดาห์ที่ 1 และสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน และจะเว้นไป ถ้าวันพุธนั้นตรงกับวันพระ เวลาเรียนจะเริ่มตั้งแต่ 09.00 น. -14.00 น. มีนักเรียนสูงวัย 120 คน ระดับอายุตั้งแต่ 65 - 80 ปี ช่วงแรกๆ ในปี 2559 - 2560 ลักษณะกิจกรรมจะเป็นการเรียนแบบรวมมิตร ทั้งเรื่องสุขภาพ เรื่องกายภาพบ�ำบัด และการส่งเสริมอาชีพ แต่ประธานกลุ่ม พัฒนาครอบครัว “ถาวร คงศรี” ให้ค�ำแนะน�ำว่า ผู้สูงอายุน่าจะได้เรียนรู้ ในเรื่องที่ตัวเองสนใจจริงๆ พอปี 2562 เป็นต้นมา รูปแบบกิจกรรมจึงเป็น ลักษณะที่ว่าให้รวมกลุ่มกันก่อนในครั้งแรก แล้วค่อยไปแบ่งกลุ่มตาม ความสนใจ เช่น กิจกรรมสันทนาการ กลุ่มอาหารพื้นบ้าน กลุ่มกิจกรรม ส่งเสริมอาชีพ แล้วแยกย้ายกันไปตามสถานที่ที่จัดกิจกรรม โดยใช้พื้นที่เทศบาล และพื้นที่วัดนาท่อม เป็นหลัก เทศบาลต�ำบลนาท่อม จะเอาผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน โรงเรียนผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่แค่ดูแลอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆคอยกระตุ้นให้ผู้สูงอายุ รู้จักคิดวิเคราะห์ และบอกถึงความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริง มองว่า เป็นการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน และกระตุ้นให้สูงวัยคนอื่นอยากมาเรียนรู้ ปัจจุบันโรงเรียนผู้สูงอายุ ต�ำบลนาท่อมเปิดสอนมาแล้ว 5 รุ่น 60 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง


ทุกกิจกรรมจะเน้นการจัดหาวัตถุดิบ และข้าวของในท้องถิ่น อย่างเช่น ถ้าจะเรียนท�ำอาหาร“แกงน�้ำเคยพาโหม”ซึ่งเป็นแกงพื้นบ้าน ผู้สูงอายุก็จะ หอบหิ้วพืชผักสวนครัว และเครื่องแกงกันมาเอง ส่วนปลา ซึ่งเป็นวัตถุดิบราคาแพง ทางโรงเรียนจัดให้ เพื่อแบ่งเบาภาระผู้สูงอายุ ต�ำบลนาท่อมเอาจริงเอาจังกับประเด็นผู้สูงอายุ ถึงขนาดให้เป็น ตัวแทนร�ำโชว์ ในงานเทศกาล และกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ ทั้งงานแข่งเรือชักพระ และการแสดงร�ำพื้นบ้าน โดยได้รับค�ำชมจากคนในพื้นที่และต่างพื้นที่ว่า มีความพร้อมเพรียง และเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ “ผู้สูงอายุนาท่อมมีความน่ารักตรงที่ว่า เขาไม่เรียกร้องอะไรมาก เขาจะ สรรหาอุปกรณ์มากันเอง เราแค่ดูแลสนับสนุนน�้ำดื่มเล็กๆ น้อยๆอย่างอื่น เขาจะดูแลเองหมด” สภาพปัญหาก่อนมาเป็นแหล่งเรียนรู้โรงเรียนผู้สูงอายุคือ ต่างคนต่างอยู่ เริ่มติดบ้าน เริ่มมีภาวะซึมเศร้า การเปิดโรงเรียนเป็นการแก้ปัญหา ลดความซึมเศร้า มีภาวะสุขภาพจิตดีขึ้น บางคนนั่งรอเมื่อไหร่จะถึงวันพุธ จะรีบตื่นเช้าเตรียมตัว ไปสนุกกับเพื่อนวัยเดียวกันที่โรงเรียน ขั้นตอนการพัฒนาจนเป็นแหล่งเรียนรู้ จะเชิญผู้สูงอายุมาเข้า เวทีประชาคม สอบถามความต้องการ โดยปราศจากการชี้น�ำ เพื่อคัดกรอง หาความต้องการที่แท้จริง และพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง สร้างความผาสุข ร่วมกัน ปัจจุบันหลายกิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุ ช่วยลดรายจ่ายได้ เช่น การร�ำเปิดงานแทนการจ้างนางร�ำ กิจกรรมเก็บขยะในชุมชน กิจกรรมเก็บขยะ แลกไข่เป็นต้น ความส�ำเร็จของแหล่งเรียนรู้แห่งนี้คือ การผนึกก�ำลังกันทุกภาคส่วน เกิดเป็นประโยชน์ร่วมจริงๆ ไม่ใช่แค่ของบประมาณท�ำโครงการแล้วจบไป “มันน่าท�ำมาก โรงเรียนผู้สูงอายุ จริงๆ แล้วผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการรายได้ แต่ท�ำยังไงให้หัวใจเขาเบิกบาน ลูกหลานเข้ามาหาได้ ถ้านั่งหน้าซึมหน้าเศร้า ลูกหลานจะไม่เข้ามาหา แต่หัวใจที่เบิกบาน มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ ท�ำให้ ครอบครัวผ่อนคลายได้” ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 61


62 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง จริยา ฮั่นพิพัฒน์ เจ้าของแหล่งเรียนรู้สวนป้าหนุน


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 63 สวนป้าหนุน ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก จริยา ฮั่นพิพัฒน์ เจ้าของแหล่งเรียนรู้สวนป้าหนุน ในวัย 63 ปี หลงใหลการปลูกพืชผักเป็นชีวิตจิตใจ หลายคนคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด แต่ส�ำหรับป้าหนุนแล้ว เกิดมาพร้อมกับจอบเสียมในมือ และมีความสุขกับมัน จนบั้นปลายชีวิต จนลูกๆ ยังนึกอิจฉา สวนป้าหนุนเป็น แหล่งเรียนรู้อย่างเป็นทางการ ในปี 2562 เป็นยุค เรืองรองของการสร้างเครือข่ายชุมชนหูยาน ซึ่งเป็นชื่อหมู่บ้านของ ต�ำบลนาท่อม หมู่8 ท�ำให้ชาวบ้านมีกินมีใช้ไปด้วยกัน และมีความสุขกับ การปลูกต้นไม้ใบหญ้า เหมือนป้าหนุน จุดเปลี่ยนที่ท�ำให้ป้าหนุนหันมาจริงจังกับการปลูกต้นไม้เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี2554 เพราะผลตรวจเลือดที่สถานีอนามัย ต�ำบลนาท่อมแสดงชัดเจนว่า เลือดป้าหนุนไม่ปลอดภัย90% เป็นกลุ่มเสี่ยงมะเร็ง เพราะมีสารตกค้าง ในเลือด ป้าหนุนเลยตัดสินใจทันที“ฉันปลูกผักกินเองดีกว่า เรื่องเนื้อหมู เรื่องกะปิ เราควบคุมไม่ได้ แต่เรื่องผักเราท�ำได้”


64 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง ป้าหนุนเข้าร่วม “โครงการปลูกผักชุมชนคนหูยาน” ตั้งแต่ปี 2554 มาถึงปัจจุบัน จากการรณรงค์ของผู้น�ำท้องถิ่น ให้แต่ละบ้านปลูกผักอย่างน้อย 20 ชนิด ปลูกไว้กินในครอบครัว เหลือกินก็เอาไปขาย จะปลูกในกระถาง ในดิน ในกระสอบ ในล้อยางรถยนต์ ได้หมด ขอให้ปลูกเท่านั้นเป็นพอ หลายบ้าน ปลูกๆ หยุดๆ แต่สวนป้าหนุนปลูกทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ “เมื่อก่อนชาวบ้านหูยาน ชอบฉีดยาในสวนยาง เพราะขี้เกียจถาง ถ้าฉีดยามันแป๊บเดียวตายหมด คนในชุมชนเลยมาตกลงกันว่า คนฉีดยาถือเป็น บุคคลน่ารังเกียจ มีสโลแกนประจ�ำชุมชนว่า ลดละเลิกสารเคมี ท�ำให้บางคน เริ่มละอายใจ จนปัจจุบันนี้ที่บ้านหูยานไม่มีใครใช้ยาฆ่าหญ้าอีกเลย”


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 65 ทุกวันนี้ผลิตผลของป้าหนุน กลายเป็นสินค้าขายดี ที่ตลาดเกษตร ส�ำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง “เป็นตลาดสีเขียว จะไปขายได้ ต้องเป็น ผักมาตรฐาน ปลอดภัย เริ่มขายตั้งแต่ 6โมงเช้า สายๆ ก็กลับ ขายทุกวันจันทร์ กับวันศุกร์ และไปขายอีกแห่งหนึ่ง เป็นตลาดของ ธ.ก.ส. ขายทุกวันพฤหัส ป้าหนุนเป็นบ้านต้นแบบ ที่ ธ.ก.ส. ดูแลอยู่ด้วย” ที่สวนมหัศจรรย์ป้าหนุน เลี้ยงผึ้งโพรงเอาไว้เป็นสัญลักษณ์ ของพื้นที่ปลอดภัย ปราศจากยาฆ่าหญ้า เลี้ยงเอาไว้กินน�้ำผึ้ง และยังมีรายได้เสริม จากการเอากล่องไม้มาท�ำรังให้ผึ้งอาศัย ส่วนพืชผักสวนครัวตัวเด่น ๆก็มีผักกูด มะเขือเปราะ ตะไคร้ ผักเหลียง กะหล�่ำหัว ต้นช�ำกะหล�่ำปลี ข่า จิงจูฉ่าย และ วอเตอร์เครส


66 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง แหล่งเรียนรู้สวนป้าหนุน มีเครือข่ายสมาชิก 60 คน เป็นสมาชิก กลุ่มเดียวกับเครื่องแกง ป้าหนุนจะเป็นคนกลางเอาผักที่ปลูก และอาหาร แปรรูปไปขายที่ตลาด “เราสร้างเครือข่ายท�ำให้ชุมชนมีรายได้เหมือนเรา แทนที่ว่าไม่มีตลาด ไม่รู้จะไปขายที่ไหน เราก็ไปขายให้ แต่ว่าบางครั้งขายได้ร้อยนึงให้ป้าหนุน ซักยี่สิบ เพราะเราเป็นคนเอาไปขาย เรามีรายได้ เขาก็มีรายได้ มีความสามัคคี ส่งเสริมอาชีพ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ในชุมชน ท�ำให้ชุมชนน่าอยู่ ถ้าทุกบ้าน ท�ำแบบนี้หมด มันน่าอยู่ ท�ำให้นาท่อมบายใจ บ้านน่าอยู่” ทุกวันนี้ป้าหนุนใช้ชีวิตทุกวันอย่างสบายใจ ไปตรวจเลือดมาล่าสุด คุณพยาบาลบอกว่า เลือดปลอดภัยมา 2 - 3 ปี แล้วค่าา...ลูกสาวป้าหนุนบอกว่า เห็นแม่อยู่สบาย อยู่บายใจ ก็พลอยท�ำให้คนเป็นลูกได้ซึมซับวิถีชีวิตของแม่ ไปด้วย


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 67 “เราท�ำส�ำเร็จแล้ว อยู่ดีกินดีพอมีพอกิน เท่านี้ก็ส�ำเร็จแล้ว ไม่ต้องเอา อะไรมาก ไม่ต้องเอาร�่ำเอารวย อยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง ก็สบายแล้ว” ป้าหนุนฝากค�ำคมข้อคิดคนที่อยากจะมาดูงาน “ขอให้ปลูกทุกอย่าง ที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูกอยู่กับต้นไม้มันบายใจ พืชผักปลอดสารท�ำให้ คนมีสุขภาพดี ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ”


68 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง นารีรัตน์อินทร์มาก ประธานแหล่งเรียนรู้บ้านสวนพลูครูกลิ่น


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 69 บ้านสวนพลูครูกลิ่น สร้างรายได้เสริม ด้วยพืชมหัศจรรย์ นารีรัตน์อินทร์มาก หรือ “ครูกลิ่น” วัย 63 ปี อดีตข้าราชการครูปฐมวัย ของโรงเรียนนาโอ่อำ� เภอเมือง จังหวัดพัทลุง ในวัยเกษียณใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อยู่กับการปลูกพลูเป็นอาชีพเสริมที่เธอบอกว่ามันคือ “พืชมหัศจรรย์” และ เธอยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดและแบ่งปันองค์ความรู้ในการปลูกพลู ให้กับทั้งคนในชุมชนและผู้คนทั่วไปที่สนใจนับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา “บ้านสวนพลูครูกลิ่น” อยู่ในต�ำบลนาท่อม อำ�เภอเมือง จังหวัดพัทลุง มีพื้นที่ทั้งหมด 2 ไร่ แบ่งพื้นที่เกือบ 1 ไร่ มาใช้ปลูกพลู พลูเป็นไม้เลื้อยแบบเดียวกับถั่วฝักยาวและแตงกวาต้องมีหลักไว้ให้ เกาะเกี่ยว ในสมัยพ่อแม่ใช้ไม้ท�ำเป็นเสาหรือหลักแต่เมื่อไม้มีราคาสูงจึงปรับเปลี่ยน มาใช้เสาปูนซีเมนต์ขนาดกว้าง 4 นิ้ว สูง 2 เมตร โดยให้เสาปักลงในดิน 50 เซนติเมตร ส่วนที่เหลือโผล่มาพอดีมีความสูง 150 เซนติเมตร เพื่อให้เหมาะกับ ความสูงของเธอ และท�ำให้เก็บพลูได้สะดวก ในการเตรียมพื้นที่ก�ำหนดพื้นที่แต่ละเสาให้ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรครึ่ง แต่ถ้ามีพื้นที่เพาะปลูกมากก็ให้ห่างกัน 2 เมตร เพื่อให้กิ่งก้านได้แผ่ขยายอย่าง เต็มที่และสะดวกในการเดินเก็บ โดยเฉลี่ย1เสา จะสามารถเก็บพลูไปขายได้ครั้งละครึ่งกิโลกรัมถึง หนึ่งกิโลกรัม ส่วนอีกวิธีหนึ่งถ้าไม่มีเสาก็สามารถปลูกพลูกับไม้ยืนต้นที่มีอยู่ เพื่อล�ำต้นของพลูจะได้สามารถเกาะเกี่ยวขึ้นไปได้ ส�ำหรับวิธีการปลูกมี 2 แบบ แบบแรกเอายอดพลูมาเพาะช�ำในถุงยาว เหมือนการเพาะช�ำกิ่งยางพาราหรือแบบที่สองช�ำลงบนพื้นดินโดยใช้ไม้แทง น�ำลงไปก่อนแล้วหยอดต้นพลูแล้วกดลงในดินใช้เวลาประมาณ 5 วัน จะมี


70 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง รากงอกออกมา จากนั้นน�ำต้นที่เพาะช�ำแล้วไปปลูกที่เสาซึ่งปักเตรียมไว้ก่อน แล้วโดยไม่ต้องใช้ใบไม้หรือสแลนมาบังแดดเพราะต้นแข็งแรงแล้วจะไม่เหี่ยวเฉา หรือถ้าไม่เพาะช�ำก่อนแต่ใช้ยอดพลูปลูกลงดินที่เสาจะต้องหาที่ก�ำบังแดด เพื่อไม่ให้ยอดพลูเหี่ยวแล้วรอให้พลูแตกยอดใหม่ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ถ้าดูแลดี หลังจาก 3 เดือนครึ่ง ก็สามารถเริ่มเก็บขายได้แต่ยังได้จ�ำนวน ไม่มากและเมื่อครบ 6เดือน พลูจะเจริญเติบโตไปถึงยอดของเสาเรียกว่า “เป็นสาวตึงตัว”จะมีกิ่งแขนงแตกออกมามากมีใบส�ำหรับเก็บขายและเมื่อ อายุประมาณ 1 ปี จะผลิใบออกมามากมายให้เก็บขายได้มาก จากนั้นต้อง มีการตัดแต่งหักกิ่งเพื่อให้แตกแขนงใหม่และเติบโตต่อไป “พลู” อายุยืนมากปลูกครั้งเดียวอยู่ได้ถึง 10 กว่าปี ชอบอยู่ในดินร่วน รากอยู่หน้าดินแต่ถ้าน�้ำขังที่ต้นจะตายหรือในช่วงฤดูฝนมักจะมีโรคเชื้อรา เกิดจุดสีน�้ำตาลขึ้นที่ใบต้องปลิดใบทิ้งเมื่อมีแดดออกร�ำไรจะหายไปเอง แต่ถ้ามีมากให้ใช้ยาพ่นที่เป็นอินทรีย์ส่วนการบ�ำรุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ก็มีทั้งมูลวัวควายและไก่รวมทั้งแกลบเป็นวัตถุดิบมากมายที่มีให้ใช้ในชุมชน


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 71 “ครูกลิ่น” บอกว่าการดูแลพลูไม่ยุ่งยาก มีน�้ำเพียงพอใส่ปุ๋ยเล็กน้อย แต่ต้องหมั่นเก็บใบเพราะถ้าปล่อยให้ใบกรอบหรือแก่ก็จะไม่เป็นที่ต้องการของ ตลาด แต่หากดูแลให้มีความสมบูรณ์ก็เก็บขายได้ซึ่งการเก็บก็สะดวกใช้เวลาช่วงเช้า หรือเย็นหรือตอนไหนก็ได้ที่ไม่มีแดด เก็บเสร็จก็ฉีดพรมน�้ำให้ใบเต่งตึงดูสวย สดชื่นแล้วใช้ผ้าคลุมไม่ให้ใบเหี่ยว รอพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงบ้าน ไม่ต้อง ไปขายที่ตลาดสะดวกกว่าพืชผักอย่างอื่น แต่“ราคา” ที่ไม่แน่นอนอาจจะท�ำให้คนที่คิดจะปลูกต้องท�ำใจและ เตรียมตัวเพราะ“พลู”ก็เหมือนกับพืชผักทั่วไปที่ราคาขึ้นลงตามตลาดและ ผู้รับซื้อในบางช่วงราคาอาจตกลงเหลือกิโลกรัมละ10-20 บาท เท่านั้น หรือ ในช่วงวิกฤตโควิด19 ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ40-80 บาท เพราะเหลือเพียง ตลาดในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกับพัทลุงเท่านั้น แต่มีบางช่วงราคา สูงถึงกิโลกรัมละกว่า 100 บาท อยู่หลายเดือนและเคยสูงถึง 200-290 บาท แต่เป็นช่วงสั้น ๆเท่านั้น เพราะเป็นช่วงฤดูหนาวของไต้หวันท�ำให้ปลูกพลูไม่ได้ ต้องสั่งซื้อจากไทย


72 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง แม้ “พลู” ที่ปลูกไว้จะสร้างรายได้มากบ้างน้อยบ้างในแต่ละช่วง แต่ก็ท�ำให้ครอบครัวเล็กๆ ที่มีแม่กับลูกอีก2คน ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบาย หลังจากที่พ่อจากไปนานแล้วเพราะเมื่อคิดรายได้จากการขายพลูที่ปลูกไว้ กว่า 450 ต้น ที่ผ่านมาราคาต�่ำสุด 20 บาทต่อกิโลกรัม ท�ำให้มีรายได้เดือนละ ประมาณ 8,000 - 20,000 บาท มากพอทั้งได้ใช้และเหลือไว้เก็บออม ปัจจุบัน “บ้านสวนพลูครูกลิ่น” เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มอบทั้งความรู้และ สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์บนความพอเพียง “พลู” หลายร้อยต้นที่เรียงแถวรายล้อมอยู่รอบบริเวณบ้านเป็นเสมือน ไม้ประดับที่สวยงามและยังเป็นตัวอย่างการสร้างรายได้เสริมที่ดี “บ้านสวนพลู ครูกลิ่น” เป็นที่รู้กันเรื่องคุณภาพของพลูคือมีใบสวยและขนาดใหญ่เป็นที่ ต้องการของตลาด การปลูกพลูจึงเป็นทั้งความสุขและความภาคภูมิใจ “ครูกลิ่น” ย�้ำถึงความส�ำเร็จที่ได้มาว่า “อาศัยที่ชอบและรักไม่ว่าอะไร ก็ตามเมื่อเราท�ำด้วยความรักก็จะประสบความส�ำเร็จ” “พลู”จึงเป็นเหมือน “พืชมหัศจรรย์” ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตทั้งกายใจ ในทุกๆ วัน


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 73 กลุ่มปลูกสละ หมู่ 3 ปลูกครั้งเดียว กินได้ตลอดชีวิต “กลุ่มปลูกสละ หมู่ 3” เป็นสวนในหมู่เครือญาติ ประกอบด้วย พ่อ แม่ และป้า รวม 7 คน เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ตามวิถีธรรมชาติที่เป็นไปของ สละคือ ปลูกครั้งเดียว กินได้ตลอดชีวิต วิยารัตน์ เสนใส ประธานแหล่งเรียนรู้กลุ่มปลูกสละ หมู่ 3


74 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง สภาพโดยทั่วไปของชาวบ้าน หมู่ 3 นิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว ครอบครัว มักส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือในเมือง ส่งเรียนสูงๆ หวังให้ท�ำงานดีๆ พอกลับ มาบ้านแล้ว ทุกคนมีที่มีทางรองรับหมด ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอย่างเดียว ท�ำสวนยางก็สวนยางอย่างเดียว ไม่มีรายได้เสริมทางอื่น สละเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ หมู่ 3 ต�ำบลนาท่อม ไปหารือกับชุมชนบ้านหูยานว่า จะพัฒนาอย่างไรให้หมู่บ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น หลากหลายค�ำแนะน�ำให้ปลูก ผักเหลียง พลู เลี้ยงแพะ เลี้ยงไส้เดือน และปลูกสละ เสริมจากรายได้หลัก ที่มีอยู่แล้ว โดยในส่วนของสละเอง มีการให้ข้อมูลครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอน การปลูก การดูแลดิน การใช้วัสดุจากธรรมชาติ การวางขายผ่านตลาดนัด งานออกบูธ ตลาดเกษตร งานกาชาด หรือติดต่อพ่อค้าแม่ค้าคนกลางให้มารับซื้อจากสวน


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 75 “วิยารัตน์ เสนใส” วัย 42 ปี ประธานแหล่งเรียนรู้กลุ่มปลูกสละ หมู่ 3 และ “สุเทพ เสนใส” สามี วัย 42 ปี ผู้ช่วยประธานแหล่งเรียนรู้ กลุ่มปลูกสละ หมู่ 3 ช่วยกันเล่าว่า สวนสละในหมู่เครือญาติ มีพื้นที่ปลูกรวมกัน ทั้งหมด 21 ไร่ แต่แยกการบริหารจัดการของใครของมัน ในส่วนของวิยารัตน์ และสุเทพเอง มีพื้นที่ปลูก 6 ไร่ ปลูกสละผสมผสานไปกับสวนยางและ สวนปาล์ม แหล่งเรียนรู้กลุ่มปลูกสละ หมู่3 จัดตั้งในปี 2557 โดยวิยารัตน์ ลาออกจากงานประจ�ำ ที่วิทยาลัยเทคนิคป่าพะยอม อ�ำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง มาท�ำสวนสละซึ่งเป็นมรดกของสามีอย่างเต็มตัว ในปี 2559 แรงบันดาลใจที่ท�ำให้ครอบครัวเสนใส อยากพัฒนาสวนสละ หมู่3 มาเป็นแหล่งเรียนรู้เนื่องจากว่า เป็นกิจการของครอบครัว ที่ท�ำแล้วประสบ ความส�ำเร็จ จึงอยากให้คนอื่นได้มาเรียนรู้ ได้มาลองท�ำบ้าง “สละสร้างรายได้ดีกว่าพืชกลุ่มอื่น ช่วยเสริมรายได้จากที่มีอยู่แล้ว อาจมาจากงานประจ�ำ หรือท�ำสวนยาง เราเปิดให้เรียนรู้ทุกอย่างที่เป็นสวนสละ สวนของเราเคยได้รางวัลสละดีเด่นที่เกษตรอ�ำเภอจังหวัดพัทลุง จัดเมื่อปี2563 ได้รองชนะเลิศผลสละสวย สายพันธุ์สุมาลี”


76 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง ปัญหาและอุปสรรคของสละ ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เป็นปัญหาจากสละ โดยตรง เพราะสละถือว่าเป็นผลไม้ราคาดีไม่มีตก แต่มาจากปัญหาข้างเคียงคือ ผลไม้อย่างอื่นล้นตลาด จนราคาตกลง เหลือกิโลกรัมละ5 - 6 บาท โดยเฉพาะ ผลไม้ตามฤดูกาล อย่าง เงาะ มังคุด และทุเรียน เมื่อราคาตลาดตก ท�ำให้สละ พลอยติดร่างแหกลายเป็นผลไม้ขายยาก เพราะคนแห่ไปกินของถูกกันหมด ปกติสละขายส่งหน้าสวนกิโลกรัมละ 60 บาท ก็เลยต้องปรับราคาลงมาเหลือ 55 บาท เพื่อดึงดูดพ่อค้าคนกลาง พื้นที่1ไร่ สามารถปลูกสละได้65กอ ระยะเก็บดอกออกผล8 - 9เดือน ผลสละจะหวานก�ำลังดี พร้อมเก็บได้ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูกมี 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์สุมาลี หวานหอมกลิ่นเหมือนระก�ำ ขายได้ราคาดี และพันธุ์เนินวงศ์ หวานอมเปรี้ยว ขายได้ราคาต�่ำกว่า นอกจากนี้ยังสามารถแปรรูปสละในฤดูกาลที่ล้นตลาดได้ โดยนิยม เอามาท�ำเป็น “น�้ำสละ” ที่เก็บรักษาได้นานข้ามปี ท�ำ “สละลอยแก้ว” ก็มี ระยะเวลาเก็บรักษานานเช่นกัน และสุดท้ายท�ำ“สละทรงเครื่อง” ขายส่งตลาดนัด เก็บได้นาน 15 วัน


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 77 แหล่งเรียนรู้กลุ่มปลูกสละ หมู่3 ปลูกกันมานาน 10-20 ปี ส�ำเร็จ เชิงประจักษ์มานานแล้วว่า เป็นผลไม้ที่ท�ำรายได้ดี ท�ำแล้วดี มีแต่ได้ แต่ต้อง อดทนสูง และมีความซื่อสัตย์ในอาชีพ แต่ในพื้นที่ยังไม่ค่อยมีใครสนใจท�ำ “ที่สวนของเรา ถ้าไม่หวาน รสชาติยังไม่ได้ เรายังไม่ตัด แต่บางสวน หวานไม่หวานก็ตัดหมด แต่ของเรา เอาไปแล้วลูกค้าต้องขายได้ ขายไปแล้ว ลูกค้ามาแล้วมาอีก เพราะเอาไปขายแล้วได้ก�ำไร ท�ำรายได้สูงมากในแต่ละปี เฉพาะกลุ่มของเราท�ำรายได้รวมกันเป็นหลักล้านบาท” นางวิยารัตน์ฝากค�ำคมข้อคิดส�ำหรับผู้ที่สนใจมาศึกษาดูงานว่า “รายได้ดี ไม่มีล�ำบาก ปลูกครั้งเดียว เก็บกินได้ตลอดชีวิต” มาปลูกสละกันเถอะ


78 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง เจษฎาภรณ์ บัวสด ประธานแหล่งเรียนรู้เจษฎาฟาร์มแพะ หมู่ 6


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 79 เจษฎาฟาร์มแพะ หมู่ 6 เลี้ยงง่าย รายได้ดี “เจษฎาฟาร์มแพะ หมู่ 6”เป็นชื่อดั้งเดิม ก่อนที่เจ้าของจะเปลี่ยนมา ใช้ชื่อ “หลานตากรฟาร์มแพะ” เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในเฟซบุ๊ก จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ เมื่อปี 2552 ทดลองเลี้ยงแพะขุน หรือลูกแพะหย่านม ขนาดน�้ำหนักไม่เกิน 18 - 22 กิโลกรัม จ�ำนวน 10 ตัว มาขุนให้อ้วน ภายใน 3 เดือน น�้ำหนักขึ้นเฉลี่ย10 กิโลกรัม จนได้น�้ำหนักแพะต่อตัว 30-50 กิโลกรัม ขายต่อได้ก�ำไรตัวละ1,000 บาท 10ตัว เท่ากับก�ำไร10,000 บาท ซึ่งนับว่า เป็นอาชีพเสริมที่ท�ำเงินไม่น้อย จากมือสมัครเล่น ก็เลยเริ่มจริงจัง กลายเป็นมือโปร และยกฐานะ เป็นแหล่งเรียนรู้ในที่สุด เจษฎาภรณ์ บัวสด วัย 50 ปีประธานแหล่งเรียนรู้เจษฎาฟาร์มแพะ หมู่ 6 เล่าว่า แพะเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย กินได้ทุกอย่าง ใบไม้ ใบหญ้า และข้าว ค่าใช้จ่ายดูแลไม่สูง อายุของแพะก่อนปลดระวาง โดยเฉลี่ย 7-8 ปี ต้องใส่ใจ ตรวจสุขภาพอนามัยทุกตัว ปีละ 1 ครั้ง “เจษฎาฟาร์มแพะ หมู่ 6” เป็นธุรกิจของครอบครัว ที่ค่อยๆ เติบโต อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ตัดสินใจลงทุนขยายแม่พันธุ์ เพราะหา ลูกแพะมาขุนไม่ได้ โดยลงทุนซื้อแพะสาว อายุ 8 - 9 เดือน หลายสิบตัว มาจาก จังหวัดตรัง ในราคาตัวละ 7,000 - 8,000 บาท น�้ำหนักเฉลี่ย 30 - 35 กิโลกรัม ก่อนซื้อก็ต้องเจาะเลือดดูก่อนว่าไม่มีโรคติดต่อ


80 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง ปัจจุบันฟาร์มแพะแห่งนี้ มีแม่พันธุ์ 80 ตัว พ่อพันธุ์ 4 ตัว ลูกแพะ 80 ตัว ขนาดพื้นที่เลี้ยงสัตว์ 6-7 ไร่ กว้างขวางพอที่จะให้บรรดาแพะได้มีอิสระ ในการหาหญ้ากินตามธรรมชาติ และต้องปลูกหญ้าเนเปียร์ส�ำรองไว้ในช่วงฤดูฝน และในช่วงที่หญ้าธรรมชาติขาดแคลน แรงบันดาลใจจากการรับหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้เจษฎาภรณ์กล่าวว่า การเลี้ยงแพะเป็นอาชีพที่โอเค เหมาะแก่การเป็นอาชีพเสริมส�ำหรับชาวบ้าน การตั้งกลุ่มเครือข่ายการเรียนรู้ จะได้ดึงดูดชาวบ้านที่สนใจ ได้ชักชวนกันมา ส�ำหรับเจษฎาฟาร์มแพะ หมู่ 6 เคยกวาดมาแล้วทุกรางวัล จากการประกวดพันธุ์ลูกผสม พันธุ์นม และพันธุ์เนื้อ ที่กระบี่ ชุมพร และภูเก็ต ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา แหล่งเรียนรู้เจษฎาฟาร์มแพะ หมู่ 6 ก่อตั้งในปี 2563 มีเครือข่ายรวม ตัวกันแบบหลวม ๆ12 ฟาร์ม ในพื้นที่ใกล้เคียงและห่างไกลออกไป เป็น ลักษณะของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มากกว่าเป็นระบบสมาชิก อย่างเป็นทางการ


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 81 “บางฟาร์มเพิ่งเริ่มเลี้ยง มารับแม่พันธุ์ไปจากเจษฎาฟาร์มแพะก็มี บางฟาร์มพัฒนาต่อยอดเป็นพันธุ์แท้ แต่ของที่เจษฎาฟาร์ม ยังเป็นลูกผสมอยู่ เพราะว่ามันเลี้ยงง่าย แพะพันธุ์บอร์ เป็นสายพันธุ์แท้ที่ให้เนื้อมาก ของ เจษฎาฟาร์มยังเป็นกึ่งเนื้อกึ่งนม” หนึ่งในหัวใจส�ำคัญของการพัฒนาจนเป็นแหล่งเรียนรู้ฟาร์มแพะคือ ต้องเป็นฟาร์มปลอดโรค ห้ามบุคคลภายนอกเข้าออก โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่น�ำแพะจากที่อื่นเข้ามาปะปน ถ้ายังไม่ได้รับการเจาะเลือดการบริหารจัดการ ฟาร์ม ใช้วัคซีนป้องกันโรค และพ่นน�้ำยาฆ่าเชื้อโรคสม�่ำเสมอ เจษฎาภรณ์กล่าวว่า ข้อดีของการรวมกลุ่มกันในหมู่คนเลี้ยงแพะคือ สร้างอ�ำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางได้ แทนที่จะมาตัดราคากันเอง ก็สามารถ ตั้งราคากลางหน้าฟาร์มเหมือน ๆกัน เพราะการเลี้ยงแพะก็มีต้นทุนค่าใช้จ่าย หลายด้าน จึงต้องค�ำนวณราคาขายให้ดีๆ


82 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง ข้อคิดส�ำหรับคนอยากเลี้ยงแพะ เขาบอกว่า การเลี้ยงแพะไม่จ�ำเป็นต้อง ท�ำระบบใหญ่โตเหมือนฟาร์ม แค่เลี้ยงแพะแม่พันธุ์ 5 ตัว ใกล้บ้าน ก็สามารถ ท�ำเงินพอจ่ายค่าเทอมลูกได้แล้ว ช่วยแบ่งเบาภาระในครอบครัว และใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 83 กลุ่มสะใภ้นาท่อม อยากกินอะไรขอให้บอก “กลุ่มสะใภ้นาท่อม” ไม่ได้มาเล่น ๆ เรื่องกับข้าวกับปลาไม่ได้เป็นสอง รองใคร อยากกินอะไร ขอให้บอก ท�ำได้ทั้งนั้น ทั้งคาวหวาน แถมยังมีความสามารถ ท�ำสบู่จากน�้ำผึ้ง และน�้ำยาล้างจานไว้ใช้เอง ถือเป็นแม่บ้านแถวหน้า ที่ตะหลิว ก็ยังแกว่ง เปลก็ยังไกวไหว ลิครวญ ณ ไพรีประธานแหล่งเรียนรู้กลุ่มสะใภ้นาท่อม


84 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง ลิครวญ ณ ไพรี วัย 63 ปี ประธานแหล่งเรียนรู้กลุ่มสะใภ้นาท่อม แม้อายุจะสุกงอม แต่ความสามารถไม่ได้งอมตามอายุ เธอรับช่วงต่อเก้าอี้ ประธานมาเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว เพราะรุ่นที่ 1 กับ รุ่นที่ 2 ไปทัวร์สวรรค์กันหมด ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ ที่เหลืออีก 198 คน ก็บ่ายกันไป เบี่ยงกันมา จนเธอต้อง ตัดจบ “ถ้างั้น ป้ารับเอง ป้าชอบงานด้านนี้ ประชาสัมพันธ์ พิธีกร งานฉายแสง ในชุมชน ชอบท�ำเรื่องส่วนรวม เราต้องเป็นผู้หญิงแถวหน้า เพราะถ้าไม่มีใคร ที่เข้มแข็งสัก 2-3 คน ชุมชนก็ไปต่อไม่ได้ เราต้องท�ำกลุ่มให้ยืนยาวต่อไป” กลุ่มสะใภ้นาท่อม รวมตัวกันครั้งแรกในปี 2544 ช่วงแรกมีสมาชิก 50-60 คน โดยเป็นการรวมตัวกันระหว่าง“กลุ่มสะใภ้นาท่อมเดิม”กับ “กลุ่มแม่บ้านเพื่อการผลิต” ปัจจุบันขยับขยายขึ้นมาเป็นแหล่งเรียนรู้มีสมาชิก ทั้งหมด 199 คน ช่วงอายุ 30-70 ปี


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 85 งานถนัดของสะใภ้กลุ่มนี้คือ ท�ำขนมไทยและท�ำแกงปักษ์ใต้ เดินเร่ขาย ตามหมู่บ้าน หมู่ 3 หมู่ 6 และหมู่ 7 ตอนบ่าย 3 โมง ขายหมดบ้าง ไม่หมดบ้าง ก็แบ่งปันให้สมาชิก ถือติดมือกลับบ้านไป นางลิครวญบอกว่า แรกเริ่มกลุ่มสะใภ้นาท่อมไม่มีเงินทุน แต่อาศัย กลุ่มแม่บ้านเพื่อการผลิตได้งบประมาณจากราชการมาสนับสนุน 12,000 บาท การรวมตัวกันจึงเป็นการลงทุนและลงแรงร่วมกัน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า ทุกวันนี้ กลุ่มสะใภ้นาท่อมจะเป็นที่รู้จักกันดี ในงานออกร้านขนมไทยของเทศบาล และจังหวัด ท�ำไมถึงตั้งชื่อเป็นกลุ่มสะใภ้นาท่อม? เธอบอกว่า แรกๆ ต่างคนต่างมา เป็นแม่บ้านจิตอาสา ตระเวนช่วยไปหมดทั้งงานบวช งานบุญ งานศพ ใครมีฝีมือ มากหน่อยก็ไปท�ำกับข้าว ใครมีฝีมือน้อยหน่อยก็ไปล้างจาน ท�ำไปท�ำมาก็เลย เกิดความคิดว่า น่าจะรวมตัวกันเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อไปช่วยบ้านงาน จะได้ แบ่งหน้าที่ให้ชัดว่าใครต้องท�ำอะไร ใครถนัดท�ำอะไรแถมเวลาไปช่วยงานศพ ก็ลงขันกันใส่ซองท�ำบุญด้วย เรียกว่าลงทั้งแรง ลงทั้งเงิน บรรดาสะใภ้นาท่อมมาจากไหน? เธอบอกว่า มีทั้งสะใภ้ทางใกล้ ต่างอ�ำเภอ ต่างจังหวัดโซนภาคใต้ และสะใภ้ทางไกลทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้ง ขอนแก่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ และ ลพบุรี มาแต่งงานกับคนในพื้นที่ แต่คนที่เป็นประธาน แหล่งเรียนรู้ จะต้องเป็นคนในพื้นที่เท่านั้น ถึงจะตั้งกลุ่มได้ และเรียกขาน เป็นอันที่รู้กันว่า “ลวกเพ่”


86 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง เสน่ห์ปลายจวักของกลุ่มสะใภ้นาท่อม คือเมนูขนมไทยเกือบ ทุกประเภท ได้แก่ ขนมชั้น ขนมสอดไส้ ขนมหัวล้าน ส่วนเมนูของคาว เช่น น�้ำพริกกากหมู น�้ำพริกตะไคร้ น�้ำพริกใบธัมมัง หรือใบแมงดา น�้ำพริกปลาทู แกงไตปลา แกงหน่อไม้ แกงมะละกอ แกงมะเขือ แกงส้มหมูย่าง ไข่พะโล้ ต้มฟัก หมูกะทิ และต้มผักหมูชะมวงท�ำวน ๆไป ไม่ให้ลูกค้าเบื่อ “เรามารวมตัวกันท�ำกับข้าวตอนบ่าย ตอนเช้าออกไปกรีดยาง บ่ายสามโมงออกไปขาย คนที่เหลือเก็บจานชามล้าง ต�ำเครื่องแกงไว้ใช้ วันต่อไป” รายได้จากการค้าขายในชุมชนของกลุ่มสะใภ้นาท่อม เฉลี่ยคนละ 1,000-1,500บาทต่อเดือน ส�ำหรับสมาชิกที่มาช่วยงาน และได้ของกินกลับบ้าน ถ้าเป็นแกงก็ได้คนละถุง ได้คนละนิดละหน่อยแบ่งปันกันไป เวลาซื้อของมา ก็ท�ำบัญชีรายรับรายจ่าย เช่น ซื้อของ 1,000 บาท ขายของได้ 1,400 บาท หักทุนเก็บไว้ ค่อยๆสะสมก�ำไรไป ถ้าสมาชิกคนไหนป่วยนอนโรงพยาบาล จะมีค่าเยี่ยมไข้ให้สมาชิก ครั้งละ 300 บาท ได้สิทธิ์ปีละ 1 ครั้ง


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 87 ความโดดเด่นของสะใภ้กลุ่มนี้คือ การตั้งกลุ่มโดยไม่พร้อม ขาดแรง สนับสนุน ก็เลยหันหน้าเข้าหากัน ช่วยเหลือเกื้อกูล ดูแลกันเอง ควักเงินส่วนตัว เป็นทุนท�ำกิจกรรม ลงขันคนละ 100 ช่วยงานศพ ถ้าใครสนใจมาศึกษาดูงาน ลิครวญบอกว่ายินดีสอนให้หมดทุกอย่าง สอนฟรีหมดเลย อยากรู้อะไรวานบอกและสะใภ้กลุ่มนี้ไม่ได้เก่งเฉพาะงาน ในครัว งานรื่นเริงบันเทิงใจ ก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร ทั้งการแสดงโขนคน กิจกรรม ออกก�ำลังกาย การเต้นร�ำแบบบาสโลป ท�ำได้หมด “เราท�ำให้คนต่างหมู่บ้าน รู้จักกลุ่มสะใภ้นาท่อม คนที่มาศึกษาดูงาน ก็ชื่นชมว่าเราเข้มแข็ง มีความรักสามัคคี ประสบความส�ำเร็จในการรวมกลุ่ม เราต้องรักษาความสามัคคี และการรวมตัวอย่างเหนียวแน่นนี้ตลอดไป”


88 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง อ�ำไพรัตน์เรืองรักษ์ ประธานแหล่งเรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองปริง


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 89 วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองปริง ข้าวแต๋นน�้ำแตงโม สูตร ‘เราไม่ทิ้งกัน’ “กลุ่มชุมชนบ้านหนองปริง”รวมตัวกันท�ำขนมมาตั้งแต่ปี 2542 และมาจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2548 ปัจจุบันมีสมาชิก44คน หมุนเวียนกันมาท�ำขนม 25-28คน ในแต่ละวัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองปริงเคยท�ำขนมมาแล้วสารพัด อย่างเช่น ทองม้วน ขาไก่ และข้าวมอด แต่มาสร้างรายได้เป็นกอบเป็นก�ำ พอเลี้ยงสมาชิกได้ จากขนมข้าวแต๋นน�้ำแตงโม ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของครอบครัว อ�ำไพรัตน์เรืองรักษ์ วัย 46 ปี ประธานแหล่งเรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองปริง “แม่เป็นคนต้นคิดสูตรข้าวแต๋นน�้ำแตงโมเอามาปรุงรสชาติให้อร่อยขึ้น ปกติข้าวแต๋นนิยมท�ำเดือนสิบเอาไปวัด แต่กินไม่อร่อย มันจืดชืดเราเลยเอามา ใส่น�้ำตาล ปรุงรสเกลือให้อร่อยขึ้น”


90 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง ปัจจุบันแหล่งเรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองปริง ผลิตขนม ข้าวแต๋นน�้ำแตงโมเป็นหลัก ขายส่งร้านค้า ในขนาดถุงเล็ก บรรจุถุงละ 5 ชิ้น จ�ำนวน 10 ถุง ราคา 80 บาท เรียกว่าหนึ่งถุงหิ้ว และขายเป็นแผ่นดิบขนาด 1ลัง ราคา1,200 บาท บรรจุลังละ1,000ชิ้น โดยผลิตขายทุกวัน ตั้งแต่ ตี 5 ถึง 6 โมงเย็น “เราส่งไปขายทั่วภาคใต้ แรกๆ ไปวางขายเอง หลังๆ ขายผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านไลน์ จุดเด่นขนมของเราคือ กรอบอร่อย กินแล้วร่วนในปาก มีอายุ การเก็บรักษา 1 เดือน แต่ละวันท�ำขนมได้ 2,000 - 2,500 ถุงเล็ก และแบบดิบ ท�ำได้ 20,000 - 20,500 ชิ้น เราสั่งข้าวเหนียวมาจากทางอีสานและทางเหนือ ส่วนข้าวเหนียวด�ำหาซื้อเอาแถวบ้าน ส่วนแตงโมถ้าเป็นนอกฤดูกาล ช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ก็สั่งจากทางภาคกลางและอีสาน ถ้าในฤดูกาลก็หา ซื้อเอาใกล้ๆ บ้าน แต่ส่วนมากจะมีไม่พอ เราใช้แตงโมวันละ 30-40 กิโลกรัม”


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 91 วิธีท�ำข้าวแต๋นน�้ำแตงโม เริ่มจากแช่ข้าวเหนียว 4 - 6 ชั่วโมง แล้วเอามานึ่ง 15-20 นาที จากนั้นเอามาผสมกับน�้ำแตงโมที่ปั่นเอาแต่น�้ำ  ใส่น�้ำตาลกับ เกลือปรุงรส อัดลงแม่พิมพ์ แล้วน�ำเข้าเตาอบ รายได้จากการขายข้าวแต๋นน�้ำแตงโม จะถูกหักเป็นค่าใช้จ่าย10% ส่วนที่เหลือก็แบ่งสรรปันส่วนกันในกลุ่มสมาชิก โดยแต่ละคนจะมีรายได้เฉลี่ย 5,000-6,000 บาท มีสวัสดิการเบื้องต้นคือ กรณีเจ็บป่วย สมาชิกจะได้ค่าเยี่ยม 500 บาท ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี อ�ำไพรัตน์กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายที่มาดูงานส่วนใหญ่ เป็นนักเรียน นักศึกษา สิ่งที่เขามาดูจริงๆ ไม่ใช่กรรมวิธีในการผลิตข้าวแต๋นน�้ำแตงโม แต่เป็น รูปแบบการบริหารจัดการกลุ่ม ว่าท�ำอย่างไรให้สามารถเกาะกลุ่มกันได้ยาวนาน รายได้ก็โอเคท�ำอย่างไรถึงยั่งยืนมาได้ ตลอดระยะเวลา 10-20 ปี


92 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง “ความส�ำเร็จของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองปริง มาจากสมาชิก ในกลุ่มให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือกันในกลุ่ม ท�ำให้เราอยู่ได้ยาวนานเราอยู่กัน ด้วยความรักสามัคคี ไม่เห็นแก่ตัว ความร่วมแรงร่วมใจของพวกเรา ท�ำให้กลุ่ม เป็นปึกแผ่น มีงานท�ำทุกวัน มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัว อยู่ได้ ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องออกไปหางานท�ำข้างนอก มีงานท�ำในหมู่บ้านของเราเอง ที่บ้านหนองปริง ชาวบ้านส่วนใหญ่กรีดยาง พอว่างจากการกรีดยางก็มาช่วยกันท�ำขนม เป็นรายได้เสริม” เป็นแบบอย่างของการท�ำงาน ที่หัวเด็ดตีนขาด ก็จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 93 วิสาหกิจชุมชนบ้านหูยาน บ้านนี้มีแต่ของดี ของอร่อย กลิ่นเครื่องแกงโชยมา หอมไกลไป 3 บ้าน 8 บ้าน ทั้งแกงส้ม แกงเผ็ด และแกงกะทิ เดินตามกลิ่นไปก็จะได้พบกับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหูยาน ต�ำบลนาท่อม ที่มี “สุมาลี ศรีโดน” เป็นประธานกลุ่ม ก�ำลังง่วนอยู่กับการ จัดเตรียมวัตถุดิบส�ำหรับท�ำเครื่องแกงที่ลูกค้าทั่วทุกสารทิศส่งออร์เดอร์มาสั่ง จนผลิตให้แทบไม่ทัน สุมาลี ศรีโดน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหูยาน


94 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง จุดเด่นไม่ใช่สูตรเครื่องแกงที่มีรสชาติอร่อยถูกปากคนส่วนใหญ่เท่านั้น แต่เพราะความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนท�ำให้ “เครื่องแกง” ของที่นี่ขายดิบขายดี และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนชอบกิน ทั้งซื้อไปกิน ซื้อไปฝาก หรือซื้อไปขาย ก็เป็นที่ติดใจของคนรับและลูกค้า “ของเราขายดีเพราะไม่ใส่สารกันบูด ซื้อไปแล้วเก็บในตู้เย็นอยู่ได้ นาน 2-3 เดือน เราเน้นวัตถุดิบสดใหม่ สะอาดปลอดภัยทุกขั้นตอน ทั้งพริก กระเทียม วัตถุดิบทุกอย่างจะเลือกและล้างอย่างดี ตากแดดให้แห้ง แล้วค่อย เอามาท�ำเมื่อก่อนเราต�ำมือ แต่ขายดีเลยเปลี่ยนมาใช้เครื่อง” นี่คือที่มาของ สินค้าคุณภาพของชุมชน สุมาลี ยังบอกอีกว่า เครื่องแกงที่ขายอยู่ เป็นสูตรดั้งเดิมจากวิทยากร ที่มาถ่ายทอดความรู้ให้กับกลุ่มเครื่องแกง และเมื่อมาตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านหูยานในปี 2564 ก็ยังใช้สูตรนี้ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอื่น ๆ ที่สมาชิกในกลุ่มช่วยกันท�ำเพื่อสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็น น�้ำพริกต่างๆ เช่น น�้ำพริกปลาย่าง น�้ำพริกไก่ย่าง น�้ำพริกสมุนไพร และยังมีขนมต่างๆ เช่น กล้วยฉาบ ครองแครงกรอบ ขนมขาไก่ ขนมดอกจอก รวมทั้ง ปุ๋ยมูลไส้เดือนที่ขายดีมาก


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 95 “เราพยายามท�ำของที่ซื้อขายได้ง่ายๆ แต่ต้องเป็นของดี ไม่ดีเราไม่ท�ำ และเน้นซื้อจากสมาชิกและชุมชนก่อน ไม่พอแล้วค่อยไปซื้อที่ตลาด หรือถ้ามี ของมาก อย่างกล้วยก็หาทางท�ำหลายอย่าง ถ้าหน้าฝนท�ำกล้วยตากไม่ได้ ก็ท�ำกล้วยแขก” ส�ำหรับราคาที่ตั้งไว้ก็มีพร้อมทั้งแบบขายปลีกและขายส่ง อย่างเครื่องแกง กิโลกรัมละ140 บาท แบบถุงเล็กราคาส่ง8 บาท ให้ร้านค้าในชุมชนและสมาชิก น�ำไปขายที่ตลาดในตัวเมือง หรือขายในงานต่างๆ เช่น งานบวช งานบุญ ในพื้นที่ และต�ำบลใกล้เคียง และยังขายส่งผ่านออนไลน์ไปกรุงเทพฯ อีกด้วย ส่วนน�้ำพริกกิโลละ400บาท กระปุกละ10บาท ขวดละ50บาท กล้วยฉาบ กิโลละ120 บาท ถุงละ35 บาท 3ถุง100 บาท ขนมดอกจอกและขนมขาไก่ ขายส่งถุงละ8 บาท ขายปลีกถุงละ10 บาท และปุ๋ยมูลไส้เดือนกิโลละ10 บาท ส่วนใหญ่ขายให้กลุ่มท�ำนา และกลุ่มปลูกผัก รวม ๆแล้ว กลุ่มฯ มีรายได้เดือนละประมาณ 15,000 บาท รวมทั้งปี มีรายได้ประมาณ1แสนกว่าบาท แต่มีค่าใช้จ่ายและค่าแรงประมาณ9 หมื่น กว่าบาท หักไว้1 หมื่นบาท เพื่อปันผลให้สมาชิกที่ถือหุ้น โดยสมาชิกลงทุน หุ้นละ100 บาท ส่วนมากต่อคนลงทุนไม่เกิน 500 บาท ใน 1 ปี แบ่งรายได้ ให้สมาชิก 2 ครั้ง เพื่อเป็นก�ำลังใจให้กัน


96 ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง แม้จะเหนื่อยในบางครั้ง แต่ความอยากท�ำมีมากกว่า สมาชิก30คน ของกลุ่มฯ จึงแทบไม่เคยอยู่นิ่งกันเลย โดยเฉพาะ “สุมาลี” ผู้น�ำกลุ่ม ซึ่งวันนี้ ในวัย 61 ปีก็ไม่ได้หยุดหย่อนกับการคิดหาหนทางช่วยให้สมาชิกกลุ่มและชุมชน มีรายได้ และยังสนุกกับการเป็นจิตอาสา เพราะชอบช่วยเหลือสังคม เธอเป็นมาแล้วมากมายทั้งประธานกลุ่มสตรีหมู่บ้าน ประธาน กลุ่มเครื่องแกง คณะกรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัครเกษตรต�ำบล อาสาสมัคร หมู่บ้าน ฯลฯ ปัจจุบันยังเป็นสมาชิกสภาเทศบาลต�ำบลนาท่อม มา 2 สมัยแล้ว


ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง. -- กรุงเทพฯ : ส�ำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (ส�ำนัก 3) ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), 2565. 100 หน้า. 1. ชุมชน. 2. การท่องเที่ยวโดยชุมชน. 3. พัทลุง -- ความเป็นอยู่และประเพณี. I. ชื่อเรื่อง. 307.72 ISBN 978-616-393-390-4 พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2565 บรรณาธิการอ�ำนวยการ ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ บรรณาธิการ นายอนุชา เฉลาชัย นางสาววรรณิษา ภูมินอก ข้อมูล นายอนุชา เฉลาชัย นายถาวร คงศรี นางไพลิน ทิพย์สังข์ นางนุจรี ชายเกตุ นางกุลรัชต์ แก้วกวน นางปารีณา เรืองรักษ์ นายสมัย หมวดมณี นายสิน ชุมแคล้ว จัดพิมพ์โดย ส�ำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (ส�ำนัก 3) ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ อาคารเรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ 0 2343 1500, www.thaihealth.or.th จัดท�ำเนื้อหา ถ่ายภาพ บริษัท สไตล์ครีเอทีฟเฮ้าส์ จ�ำกัด และออกแบบรูปเล่ม เลขที่ 32/152 ซอยรามอินทรา 65 ถนนรามอินทรา แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 โทรศัพท์ 0 2945 8051-3 โทรสาร 0 2945 8057 [email protected], www.style.co.th สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ 2537 ขัอมูลทางบรรณานุกรมของส�ำนักหอสมุดแห่งชาติ นางอังคณา ทองร่วง นางจริยา ฮั่นพิพัฒน์ นางนารีรัตน์อินทร์มาก นางวิยารัตน์ เสนใส นายเจษฎาภรณ์ บัวสด นางลิครวญ ณ ไพรี นางสาวอ�ำไพรัตน์เรืองรักษ์ นางสุมาลี ศรีโดน นายถาวร คงศรี สุมาลี บอกว่า รู้สึกดีใจที่กลุ่มฯ สามารถท�ำประโยชน์ให้กับชุมชน ทั้งสร้างรายได้ให้สมาชิกในกลุ่ม ให้ชุมชนบ้านหูยานและชุมชนใกล้เคียง ให้ทุนการศึกษากับเยาวชนในวันเด็ก และท�ำบุญให้วัด ซึ่งความส�ำเร็จของกลุ่มฯ เกิดมาจากสมาชิกที่รวมกลุ่มกันดี มีความรัก สามัคคี เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือแบ่งปัน แต่ละคนสามารถลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ เพราะการได้ดูแลเกื้อกูลกันช่วยให้ชีวิตด�ำเนินต่อไปได้อย่างอยู่รอด ปลอดภัย และไม่ทิ้งใครให้โดดเดี่ยวอยู่ข้างหลัง ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง 97


“การพัฒนาพื้นที่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ นอกจากสร้าง “ความเข้มแข็ง” ให้ชุมชนแล้ว ศักยภาพของคนในพื้นที่ ก็ถูกยกระดับ “ความแข็งแรง” มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน” อนุชา เฉลาชัย ก�ำนันต�ำบลนาท่อม อ�ำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ทุกภาคส่วนรวมใจ พา “นาท่อม” เข้มแข็ง www.thaihealthycommunity.org/


Click to View FlipBook Version