กระดูกของขา รวมกันทั้งหมด 62 ชิ้น กระดูกเชิงกราน ( pelvic girdle ) ข้างละ 1 ชิ้น
ข้างละ 31 ชิ้น กระดูกต้นขา ( femur) ข้างละ 1 ชิ้น
กระดูกสะบ้า ( patella) ข้างละ 1 ชิ้น
กระดูกปลายขา ( tibia ) ข้างละ 1 ชิ้น
กระดูกปลายขา ( fibula ) ข้างละ 1 ชิ้น
กระดูกข้อเท้า ( tarsal) ข้างละ 7 ชิ้น
กระดูกฝ่าเท้า ( metatarsal) ข้างละ 5 ชิ้น
กระดูกนิ้วเท้า ( phalanx ) ข้างละ 14 ชิ้น
ความรู้เพิ่มเติม ระบบโครงกระดูก
ช่วงไหล ( SHOULDER GIRDLE )
เป็นส่วนที่ยึดกระดูกเเขนไว้กับกระดูกเเกน เเละ รยางค์บน ทั้ง 2 ข้างของร่างกาย
ประกอบด้วยกระดูก 2 ชิ้น คือ กระดูกสะบัก เเละกระดูกไหปลาร้า
กระดูกไหปลาร้า ( clavicle bones )
ยาวเรียวโค้งมีทั้งหมด 2 ชิ้น วางขวางกึ่งขนาน 2 ข้างอยู่เหนือซี่โครงชิ้นที่ 1
กระดูกไหปลาร้ามีหน้าที่ ยึดหัวไหล่ไม่ให้ไหล่ตก
กระดูกปลายเเขน ( ulna bone )
อยู่ด้านในของปลายเเขน
ปลายบนสุดงองุ้มเหมือนตัว C
ขาบนของ c เรียกว่า olecranon
ตรงส่วนโค้งเรียกว่า trochlear notch
ขาล่างของ c เรียกว่า coronoid process
ปลายล่างของเเท่งกระดูกเรียกว่า head
ด้านในมีปุ่มเล็กๆ เรียกว่า styloid process
กระดูกข้อมือ ( carpal bone )
มี 8 ชิ้น
ประกอบด้วยกระดูกชิ้นเล็ก ๆ 8 ชิ้น
เรียงตัวเป็นเเถวตามขวาง 2 เเถว
เเถวละ 4 ชิ้น
กระดูกฝ่ามือ ( metacarpal ) อันที่ตรงกับนิ้วหัวเเม่มือ ประกอบด้วย
ข้างละ 5 ชิ้น base shaft เเละ heat ส่วน base
ประกอบเป็นข้อต่อกับ carpal bone
เเละ head ประกอบเป็นข้อต่อ
กับกระดูกนิ้วมือข้อตัน
กระดูกนิ้วมือ ( phalanges)
มี 14 ชิ้น
เเต่ละนิ้วประกอบด้วยกระดูก 3 ชิ้น
เรียงจากโคนนิ้วไปยังปลายนิ้ว คือ
proximal middle เเละ distal
phalanx ยกเว้นนิ้วหัวเเม่มือมีกระดูก
2 ชิ้น ไม่มี middle phalanx
กระดูกฝ่าเท้า (metatarsal)
ข้างละ 5 ชิ้น
เรียกชื่อตามลำดับว่า metatarsal bone ที่ 1 ถึง 5 เรียงจากด้านในไปด้านนอก รูปร่างเหมือนกับ
กระดูกฝ่ามือ ประกอบด้วยส่วน base shaft เเละ head ส่วน base ประกอบเป็นข้อต่อกับ
cuboid เเละ cuneiform ทั้ง 3 ชิ้น เเละ head ประกอบเป็นข้อต่อกับ proximal phalanges
กระดูกนิ้วเท้า ( phalanx)
ข้างละ 14 ชิ้น
Phalanges กระดูกนิ้วเท้ามีลักษณะเหมือนกับนิ้วมือทั้งด้านจำนวนเเละการจัดเรียงตัวคือมี
จำนวน 14 ชิ้น เรียงตัวเป็น 3 เเถว ยกเว้นนิ้วเท้าเเรกมีเพียง 2 เเถว ไม่มี middle phalanx
บทที่ 5
Muscular
System
ระบบกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อลาย ทำงานภายใต้อำนาจจิตใจเซลล์ เส้นใยกล้ามเนื้อ
มีรูปเป็นทรงกระบอก มีนิวเคลียสหลายอัน จึงทำให้เกิดแรงไปเคลื่อนไหว
ส่วนต่างๆของร่างกาย
กล้ามเนื้อเรียบ ทำงานภายนอกอำนาจจิตใจ เซลล์ลักษณะจะยาว
เรียว และบางเป็นรูปกระสวยจะมีเส้นใยประสาทอัตโนมัติมาควบคุม
กล้ามเนื้อหัวใจ เส้นใยจะมีลายตามขวางเหมือนกัน
แต่สีจางกว่า เส้นใยกล้ามเนื้อหัวใจจะค่อนข้างสั้น
Origin & insertion
origin เป็นจุดเกาะแรก /ตายตัว หรือเป็น insertion เป็นจุดเกาะปลาย
จุดเกาะของกล้ามเนื้อที่มีการเคลื่อนไหว ตำแหน่งที่เกาะของกล้ามเนื้อ
และเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวมาก
น้อยมาก เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว
กลุ่มกล้ามเนื้อใน
แต่ละส่วนของร่างกาย
กล้ามเนื้อคอ กล้ามเนื้อศีรษะ
กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อลำตัว
กล้ามเนื้อของศีรษะ กล้ามเนื้อแสดงสีหน้า(Muscles of facial expression)
orbicularis oculi หน้าที่ หลับตา
origin กระดูก frontal ,กระดูกขากรรไกรล่างและเอ็นรอบๆเบ้าตา
Insertion เนื้อเยื่อที่วงรอบตา
Frontal muscle หน้าที่ ยักคิ้ว หน้าผากย่น
origin กระดูกท้ายทอย
Insertion Aponeurosis ของศีรษะ
orbicularis oris หน้าที่ หุบปาก เม้มริมฝีปาก
origin กล้ามเนื้อต่างๆที่มาสู่ริมฝีปาก
Insertion เป็นวงรอบปาก
กล้ามเนื้อของศีรษะ
กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการเคี้ยวอาหาร
(Muscle of mastication)
Masseter
หน้าที่ ยกขากรรไกรล่างขึ้นหุบปาก
Origin Zygomatic arch
Insertion พื้นนอกของ ramus ของขา
กรรไกรล่าง
Temporalis
หน้าที่ ยกขากรรไกรล่างขึ้น ทำให้หุบปากและถอยไปข้างหลัง
Buccinator
หน้าที่ ช่วยในการดูด การเคี้ยวอาหาร การกลืน ผิวปาก
กล้ามเนื้อคอ
Sternocleidomastoid หน้าที่ถ้า 2 มัดทำงานจะก้มศีรษะลง
ถ้า 1 มัดทำงานจะเอียงศีรษะไปข้างที่หดตัว
Platysma หน้าที่ดึงริมฝีปากล่างและมุมปากลง
ถ้า 1 มัดทำงานจะเอียงศีรษะไปข้างที่หดตัว
กล้ามเนื้อของหลัง
กล้ามเนื้อของหลัง (Muscle of back) โดยชั้นตื้นมีกล้ามเนื้อมัดใหญ่ 2 มัด และชั้นลึกที่สำคัญอีก 1 มัด
Trapezius หน้าที่รั้งสะบักมาข้างหลัง ยกไหล่ขึ้นบน
รั้งศีรษะไปข้างหลัง
Latissimus dorsi หน้าที่ดึงแขนลงมาข้างล่าง
ไปข้างหลังและเข้าข้างใน
กล้ามเนื้อของหลัง (Muscle of back)
โดยชั้นตื้นมีกล้ามเนื้อมัดใหญ่ 2 มัด
และชั้นลึกที่สำคัญอีก 1 มัด
Elector spinae
หน้าที่ดึงกระดูกสันหลังให้ตั้งตรง
กล้ามเนื้อของทรวงอกด้านหน้า
Pectoralis minor
หน้าที่ดึงไหล่ลง
หมุนสะบักลงข้างล่าง
Pectoralis Major หน้าที่ หุบ งอ และหมุนต้น
แขนเข้าข้างในมาข้างหน้า
Serratus anterior หน้าที่ยึดสะบักให้อยู่กับที่
ดึงสะบักไปข้างหน้าและข้างๆ
กล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ
Diaphragm หน้าที่ ทำให้ช่องออกขยายโตขึ้น และช่วย
ดันปอดให้ลมออกมา
External intercostal หน้าที่ยกซี่โครงขึ้นทำให้ช่องออก
ขยายใหญ่ขึ้น
Internal Intercostal หน้าที่ ทำให้ช่องอกลดลง
ความรู้เพิ่มเติมระบบกล้ามเนื้อ
Rectus abdominis (มัดตรง) หน้าที่ เมื่อหดตัวจะกดอวัยวะต่างๆ
ในช่องท้อง เพิ่ม pressure ในช่องท้อง
External oblique(มัดนอก) หน้าที่ ช่วยกดอวัยวะในช่องท้อง ช่วยในการหายใจ
ออก ช่วยป้องกันอวัยวะภายในให้ไม่เคลื่อนที่ ช่วยงอและหมุนกระดูกสันหลัง
Internal obligue หน้าที่ ช่วยกดอวัยวะในช่องท้อง ช่วยในการหายใจออก
ช่วยป้องกันอวัยวะภายในให้ไม่เคลื่อนที่ ช่วยงอและหมุนกระดูกสันหลัง
Transverse abdominis หน้าที่ ช่วยกดอวัยวะในช่องท้อง ช่วยในการ
หายใจออก ช่วยงอและหมุนกระดูกสันหลัง
กล้ามเนื้อของท้อง
ส่วนที่ประกอบเป็นผนังด้านหลังของท้อง
Psoas major หน้าที่ งอต้นขา หุบและหมุนเข้าข้างใน
Iiiacus muscle หน้าที่ งอต้นขา หุบและหมุนเข้าข้างใน
Quadratus lumborum หน้าที่ ช่วยในการหายใจ
เข้า(inspiration)โดยพยุงให้มุมอกของ Diaphragmมั่นคงและงอกระ
ดูกสันหลังไปข้างๆ เหยียดกระดูกสันหลัง
กล้ามเนื้อไหล่
Deltoid หน้าที่ กางต้นแขนขึ้นมาเป็นมุมฉาก
Supraspinatus หน้าที่พยุงข้อไหล่
หุบแขนและหมุนต้นแขนไปข้างๆ
.Infraspinatous หน้าที่พยุงข้อไหล่ หุบแขนและหมุนต้นแขนไปข้างๆ
Teres minor หน้าที่พยุงข้อไหล่ หุบแขนและหมุนต้นแขนไปข้างๆ
Teres major หน้าที่หุบแขนและหมุนต้นแขนเข้าข้างใน
Subscapularis หน้าที่ หมุนต้นแขนเข้าข้างในและพยุงหัวไหล่
กล้ามเนื้อของแขน
Bicep Brachii คล้ายกระสวย
ปลายบนมี 2 หัว
หน้าที่ งอข้อศอกและหงายมือ
Tricep Brachii หน้าที่เหยียดปลายแขนหัวยาว Brachialis คลุมส่วนหน้า
ทำหน้าที่เหยียดและหุบแขน ของข้อศอก
หน้าที่ งอปลายแขน
Coracobrachialis หน้าที่ งอและหุบแขน
กล้ามเนื้อของแขน
ปลายแขนด้านหน้า
Pronator teres
หน้าที่ คว่ำมือและงอแขนท่อนล่าง
Flexor Carpi Ulnaris Flexor Carpi radialis
หน้าที่คว่ำแขนท่อนล่าง หน้าที่งอและคว่ำแขนท่อนล่าง
งอและหุบมือ
Flexor Digitorum Profundus หน้าที่งอมือและงอปลายนิ้ว
กล้ามเนื้อของแขน
ปลายแขนด้านหลัง
Brachioradialis Extensor Carpi radialis brevis
หน้าที่งอปลายแขนและหงายมือ หน้าที่ เหยียดแขนท่อนล่าง
เหยียดและกางข้อมือ
Extensor Carpi Ulnaris
หน้าที่เหยียดและกางข้อมือ Extensor digitorum muscle
หน้าที่ เหยียดนิ้วมือและข้อมือ
กล้ามเนื้อบริเวณสะโพก
กล้ามเนื้อบริเวณสะโพก
ทำหน้าที่เคลื่อนไหวขาท่อนบน
Gluteus Maximus
หน้าที่เหยียดและกางต้นขา
Gluteus medius หน้าที่ กางต้นขา
Gluteus minimums หน้าที่หมุนต้นขาเข้าข้างใน
กล้ามเนื้อของต้นขา
Rectus femoris มี 2 หัว Vastus medialis
หน้าที่เหยียดปลายขาและงอต้นขา
Vastus lateralis
Vastus intermedialis
หน้าที่ เหยียดปลายขา
และงอต้นขา
Biceps femoris กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง
หน้าที่งอปลายขา เหยียดต้นขา
Semitendinous ,Simimembranous
หน้าที่ งอปลายขา
หมุนปลายขาเข้าข้างใน
กล้ามเนื้อของปลายขาด้านหน้า
Tibialis anterior
หน้าที่งอหลังเท้า
เหยียดนิ้วเท้า
หมุนฝ่าเท้าเข้าข้างใน
Extensor digitorum longus
หน้าที่ งอเท้า เหยียดนิ้วเท้า
หันเท้าออกข้างนอก Peroneus longus
หน้าที่ เหยียดเท้า กางและหมุนเท้าออกข้างนอก
Peroneus brevis หน้าที่ เหยียดเท้า
หมุนเท้าออกข้างนอก
กล้ามเนื้อ Gastrocnemius มี 2 หัว
ของปลายขาด้านหลัง หน้าที่ เหยียดข้อเท้า งอปลายขา
Soleus หน้าที่ เหยียดข้อเท้า
กล้ามเนื้อของเท้า
เป็นกล้ามเนื้อมัดเล็กๆสั้นๆ
เหมือนกันที่มือ อยู่หลังเท้า
และฝ่าเท้า หน้าที่สำคัญคือ
ช่วยยึดเท้าให้เป็นอุ้งเท้า
ความรู้เพิ่มเติมระบบกล้ามเนื้อ
บทที่ 6
Digestive
System
ระบบย่อยอาหาร ปาก
ลิ้นไก่ ( Uvula) ริมฝีปาก พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
Upper lip บน
ช่องปาก ( Oral cavity) เพดานเเข็ง ( Hard palate )
ลิ้น ( Togue)
ฟัน ( Teeth ) เพดานอ่อน ( Soft palate )
ช่องเเก้ม ( Buccal cavity )
ฟัน ( Teeth )
เหงือก ( Gum)
Lower lip ล่าง
ตัวฟัน ( Crown )
-ชั้นเคลือบฟัน ( Enamel ) ประกอบด้วยสารประกอบเเคลเซียม
เป็นส่วนที่เเข็งที่สุด
-ชั้นเนื้อฟัน ( Dentine ) ถ้าฟันผุชั้นนี้จะเกิดอาการเสียวฟัน
- ชั้นโพรงประสาทฟัน ( Pulp ) ถ้าฟันผุชั้นนี้จะเกิดอาการปวด
คอฟัน ( Neck) เชื่อมระหว่างตัวฟันกับรากฟัน
รากฟัน ( Root )
-ซีเมนตัม ( Cementum ) ช่วยยึดรากฟันให้เเข็งเเรง
ชนิดของฟัน ฟันน้ำนม ( Milk or Deciduous teeth )
มี 20 ซี่ เกิดประมาณ 10 ปีก็จะหลุดร่วงไป
ซี่เเรกอายุประมาณ 6 เดือน ครบอายุประมาณ 2.5 ปี
ฟันเเท้ ( Perment teeth )
มี 28-32 ซี่ อยู่ตลอดชีวิตจนกว่าจะมีปัญหา
รูปร่าง หน้าที่
ฟันตัด ( Incisor = I ) ตัด / กัดอาหาร บน 4 ล่าง 4
ฟันฉีก / ฟันเขี้ยว ( Canine = C ) กัด ฉีกอาหาร รักษาทรงมุมปาก บน 2 ล่าง 2
ฟันกรามหน้า/ฟันกรามน้อย ( Premolar = P ) ไม่พบในฟันน้ำนม
ฟันกรามหลัง / ฟันกรามใหญ่ ( Molar = M ) บดอาหาร
28ซี่ บน 4 ล่าง 4
32 ซี่ บน 6 ล่าง 6
การกลืนอาหาร ทางผ่านของอาหารเเละอากาศ คอหอย
เพดานอ่อนจะปิดทางเดินหายใจบริเวณโพรงจมูก
ฝาปิดกล่องเสียงปิดหลอดลมไว้
อาหารสามารถไหลลงหลอดอาหารได้
มีต่อมน้ำเหลือง Tonsil 3 คู่ คอยกันเชื้อโรค
หลอดอาหาร
( Esophagus)
กล้ามเนื้อ ส่วนเเรก กล้ามเนื้อลาย
ส่วนกลาง กล้ามเนื้อเรียบ
ส่วนท้าย กล้ามเนื้อลาย
หน้าที่
Peristalsis (บีบ คลายตัวเป็นลูกคลื่นให้อาหารลง )
ไม่มีการสร้าง enzyme
มีต่อมขับเมือกช่วยหล่อลี่นอาหาร
กระเพาะอาหาร ส่วนที่ 1 Cardiac เป็นส่วนเเรกของกระเพาะ มี
( Stomach) กล้ามเนื้อหูรูด cardiac sphineter
ส่วนที่ 2 Fundus เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด เรียก body มี
ลักษณะเป็นกระพุ้ง
ส่วนที่ 3 Pylorus มีกล้ามเนื้อหูรูด Pyloric sphincter
เปิดให้อาหารไปยังลำไส้
มีเซลล์ต่อม Mucous cell สร้างน้ำเมือก เคลือบผิวกระเพาะอาหารจาก
4 ชนิด HCI enzyme ต่างๆ
Pariental cell สร้าง HCI เเละเปลี่ยน enzyme Enteroendocrine / G-cell
ที่ยังไม่พร้อมใช้งานให้อยู่ในรูปที่ใช้งานได้ สร้าง grastin hormone
Chief cell สร้าง pepsinogen prorenin
ลำไส้เล็ก
( Small intestine)
Duodenum มี enzyme มาก เกิดการ Ileum ส่วนที่ยาวที่สุด
ย่อยมาก
Jejunum มี villus หนาเเน่นสุด ดูดซึม
อาหารมากที่สุด
ลำไส้ใหญ่
( large intastine )
Caecum เเยกจาก ilem มีหูรูด ileocaecal
ไส้ติ่ง ไม่ให้อาหารย้อนกลับเข้าไปในลำไส้เล็ก
Colon ได้เเก่ ascending colon , transverse colon, descending colon
Rectum ไส้ตรง สามารถเกิดมะเร็งได้มากกว่าบริเวณอื่น
Anal canal มี internal sphincter ควบคุมไม่ได้
external sphincter ควบคุมได้
ตับอ่อน เเบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนหัววางอยู่ส่วนโค้งของ
( Pancreas ) duodenum ส่วนคอ ส่วนตัว ส่วนหาง จะจรดกับม้าม
สร้างน้ำย่อยเปิดเข้า Pancreatic duct
ตับ Exocrine Part สร้างน้ำย่อย
( Liver ) Endocrine Part
สร้างฮอร์โมนเรียกว่า Islets of
Langerhans สร้างอินซูลิน
ขับน้ำดี Bile canaliculi
Bile ducts
Hepatic duct(Lt/Rt)
Common hepatic duct
Cystic duct จากถุงน้ำดี
Common bile duct เปิดเข้าสู่ลำไส้เล็ก
เก็บเลือด ทำลายสิ่งเเปลกปลอมในกระเเสเลือด สร้างเม็ดเลือด
ถุงน้ำดี
( Gall bladder)
ลักษณะคล้ายลูกเเพร์
อยู่ทางด้านล่างของตับด้านหน้า
เก็บน้ำดีที่สร้างมาจากตับ
เเละทำให้น้ำดีมีความเข้มข้นขึ้น
น้ำดี ( Bile )
ผลิตจากตับประมาณ 500-800 cc/day
ลักษณะสีเขียว ๆ
เหลือง ๆ
หน้าที่ของน้ำดี ดูดซึมการย่อยไขมัน ขับของเสียออกนอกร่างกาย ดูดซึมวิตามิน A เเละ K
ความรู้เพิ่มเติม ระบบย่อยอาหาร
บทที่ 7
Male
Reproductive
System
ระบบสืบพันธ์ุเพศชาย
อัณฑะ
สร้างเซลล์สืบพันธุ์ มี 2 อัน
เเละมีถุงหุ้ม (scrotum)
ถุงหุ้มอัณฑะ Leydig cell
ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม อยู่ระหว่างหลอดสร้างอสุจิ
กับการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ทำหน้าที่สร้าง testosterone
หลอดสร้างอสุจิ หลอดรวมอสุจิ
หลอดส่งอสุจิ
ขดตัวอยู่ในอัณฑะ ภายในมีเซลล์ต้นกำเนิด
ทำหน้าที่สร้างสเปริ์ม
หลอดเก็บอสุจิ เก็บสเปริ์มเเละพัฒนาสเปริ์มให้อยู่สภาพเคลื่อนที่เเละทำงานได้
เรียกว่ากระบวนการ spermiation
เมื่อจะมีการหลั่งอสุจิ สเปริ์มจากหลอดเก็บอสุจิเคลื่อนไปหลอดนำอสุจิ(vas deferens)
ไปรวมกับท่อจากต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ(seminal vesicle) เเล้วเข้า
สู่ท่อปัสสาวะ(urethra) ที่อยู่ในองคชาต (penis)
ต่อมที่ผลิตของเหลวไปรวมกับสเปริ์ม
ต่อมลูกหมาก
มี 1 ต่อมขนาดใหหญ่ ทำหน้าที่หลั่งสารที่เป็นเบสเพื่อลดความเป็นกรดใน
ช่องคลอด เพิ่มโอการการอยู่รอดในช่องคลอด
ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ
มี 2 ต่อม ทำหน้าที่สร้างของเหลว 60 % ของน้ำอสุจิ
fructose เเหล่งพลังงานของสเปริ์ม
prostaglandin ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบในท่อระบบสืบพันธ์ุเพศหญิงให้หดตัว
fibrinogen ทำให้น้ำอสุจิเเข็งตัวเมื่ออยู่ในช่องคลอด
ต่อมคาวเปอร์
มี2 ต่อม ขนาดเล็ก ทำหน้าที่สร้างเมือกใส ช่วยหล่อลื่นองคชาตขณะมีเพศสัมพันธ์
องคชาต
องคชาตไม่มีกระดูก
ภายในองคชาตมีเนื้อเยื่อคล้ายฟองน้ำ 2 ส่วน
corpus cavernosum มี 2 ชุดอยู่ด้านบน
corpus spongiosum มี1 ชุดอยู่ด้านล่าง
ภายในองคชาตมีหลอดเลือด
เมื่อถูกกระตุ้นเลือดมาคั่งในองคชาต
สเปริ์ม ผู้ชายหลั่งน้ำอสุจิครั้งละ 2-5 มิลลิลิตร
1 มิลลิลิตร มีเซลล์อสุจิหรือสเปริ์ม 60-100ล้านเซลล์
ส่วนหัว
มีนิวเคลียสที่มีโครโมโซม 1 ชุด
ปลายสุดของหัวมีอะโครโซม
ลำตัว หาง
เป็น flagellum ช่วยเคลื่อนที่
มีไมโทคอนเดรียเเบบขดจำนวนมาก
ช่วยสร้างพลังงานในการเคลื่อนที่
ความรู้เพิ่มเติมระบบสืบพันธุ์เพศชาย
บทที่ 8
Respiratory
System
ระบบหายใจ การหายใจเเละการเเลกเปลี่ยนเเก๊ส
การหายใจนำออกซิเจนเข้า
เเละนำคาร์บอนไดออกไซด์ออก
การเเลกเปลี่ยนเเก๊ส การหายใจระดับเซลล์
ที่ปอด
การเเลกเปลี่ยนเเก๊สที่หลอดเลือดฝอย
การลำเลียงเเก๊ส กับเซลล์ในร่างกาย
ผ่านระบบหมุนเวียนเลือด
คุณสมบัติของโครงสร้าง
ที่ใช้เเลกเปลี่ยนเเก๊ส
ผนังบาง พื้นที่ผิวมาก
ชื้น
ออกซิเจน
เเละคาร์บอนไดออกไซด์
เข้าออกจากเซลล์โดยการเเพร่
อากาศ มีเเก๊สไนโตรเจน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์
(เเพร่จากความดันย่อยสูงไปยังความดันย่อยต่ำ)
ความดันย่อย ( partial pressure)
เป็นความดันของเเก๊สชนิดหนึ่งภายในปริมาตรที่กำหนด
อวัยวะเเละโครงสร้างในระบบหายใจ
รูจมูก (nostrils) โพรงจมูก (nasal cavity) คอหอย (pharynx) ท่อลม (trachea)
ขั้วปอด ( bronchus) หลอดลมฝอย (bronchiole) ถุงลม (alveolus) หลอดเลือดฝอย ( capillary)
รูจมูก (อากาศเข้าออกจากร่างกาย) โพรงจมูก (อากาศผ่านเข้าออกสู่รูจมูก)
กล่องเสียง (ต่อจากคอหอยไปท่อลม) คอหอย (ทางผ่านอาหารเเละอากาศ)
ท่อลม (นำอากาศเข้าหลอดลม)
ปอด (เเลกเปลี่ยนเเก๊ส)
หลอดลม กะบังลม
(นำอากาศจากท่อลมเข้าหลอดลมฝอย) (กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ)
หลอดลมฝอย (นำอากาศเข้าถุงลม)
จมูก
กรองอากาศด้วยบนจมูก เมือก cilia ปรับอุณหภูมิความชื้นอากาศ รับกลิ่น
ระหว่างคอหอยกับหลอดลม
ใต้ฝาปิดกล่องเสียง (epiglottis) มีกล่องเสียง (larynx) ซึ่งประกอบด้วย สายเสียง(vocal
cord ) รูกล่องเสียง (glottis) ลูกกระเดือกเเละต่อมไทรอยด์
ขั้วปอดเเละเเขนงปอด หันด้านเว้า
เข้าหาทางเดินอาหารที่อยู่ข้างหลัง
ทำให้ลำเลียงอาหารได้ง่ายขึ้น
ถุงลม (alveolus) ผนังเซลล์เป็นชั้นเดียว ล้มรอบด้วยหลอดเลือดฝอย
มีกระบวนการเเลกเปลี่ยนเเก๊สเกิดขึ้น
ปอด (lung) ปอดซ้ายเล็กกว่าปอดขวา เพราะมีหัวใจอยู่
ซ้ายมี 2 พู ขวามี 3 พู มีเยื่อหุ้มปอด 2 ชั้น
ฝาปิดกล่องเสียง จะปิดไม่ให้อาหารเข้าสู่ท่อลม
ถ้ามีอาหารหรือสิ่งเเปลกปลอมเข้าไปในท่อลม
จะเกิดการสำลัก
ถ้าสิ่งเเปลกปลอมยังอยู่ในท่อลม
จะทำให้หายใจไม่ออก
ถ้าไม่สามารถไอเพื่อนำสิ่งเเปลกปลอมออกมาเองได้ เเต่ยังรู้สึกตัวอยู่ควร
ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น Heimlich maneuver
ปริมาตรปอดเพิ่ม ปริมาตรปอดลดลง
ความดันปอดลด ความดันปอดเพิ่ม
กระดูกซี่โครงยกตัวสูงขึ้น กระดูกซี่โครงกดต่ำ
กล้ามเนื้อกะบังลมหดตัว กล้ามเนื้อกะบังลมคลายตัว
กล้ามเนื้อยึดซี่โครงเเถบนอกหดตัว กล้ามเนื้อยึดซี่โครงเเถบนอกคลายตัว
เเถบในคลายตัว เเถบในหดตัว
ควบคุมโดยระบบประสาท
การเเลกเปลี่ยนเเก๊สสัมพันธ์กับการหมุนเวียนเลือดเเละอัตราเมทาบอลิซึม
ระบบประสาทอัตโนวัติ ควบคุมภายใต้อำนาจจิตใจได้
อยู่นอกอำนาจจิตใจ โดนสมองส่วน เซรีบรัลคอร์เทกซ์ เเละไฮโพทาลามัส
ศูนย์ควบคุมคือสมองส่วน ทำให้ควบคุมพฤติกรรมต่าง ๆ เหมาะสม
พอนส์เเละเมดัลลาออบลองกาตา การพูด ร้องเพลง ว่ายน้ำ
ความรู้เพิ่มเติมของระบบหายใจ