บทที่ 9
Circulatory
System
ระบบไหลเวียนโลหิต
Right Ventricle (RV) ขนาดเล็กเป็นอันดับ 3
ผนังบางที่สุด (-) เเรงดันน้อยที่สุด
รับเลือดที่มีออกซิเจนต่ำ
จากร่างกายซีกบน Superior vena cava
จากซีกล่าง Inferior vena cava
ส่งเลือดที่มีออกซิเจนต่ำไปให้ RV
ลิ้นหัวใจประจำห้อง คือ Tricuspid valve
ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2
ผนังหนาเป็นอันดับ 2 เเรงดันมากเป็นอันดับ2
รับเลือดที่มีออกซิเจนจาก RA ผ่านลิ้น Tricuspid valve
ส่งเลือดที่มีออกซิเจนต่ำไปฟอกที่ปอดผ่านทางเส้นเลือด
Pulmonary Artery
ลิ้นประจำห้องคือ Pulmonary semilunar valve
Left Atrium (LA)
ขนาดเล็กที่สุด
ผนังบางเป็นอันดับ 3 เเรงดันน้อยเป็นอันดับ 3
รับเลือดที่มีออกซิเจนสูง จากปอดผ่านทางหลอดเลือด
Pulmonary vein
ส่งเลือดที่มีออกซิเจนสูงไปให้พ้น LV
ลิ้นประจำห้องคือ Bicuspid valve
Left ventricle (LV)
ขนาดใหญ่ที่สุด
ผนังหนาที่สุด เเรงดันมากที่สุด
รับเลือดที่มีออกซิเจนสูงจาก LA ผ่านลิ้น bicuspid valve
ส่งเลือดที่มีออกซิเจนสูงไปเลี้ยงร่างกายผ่านทางหลอดเลือด
Aorta
ลิ้นประจำห้องคือ Aortic semilunar valve
การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ SA node กำหนดจังหวะการเต้นของ Atrium
อัตราการเต้นของหัวใจ AV node รับ impulse มาจาก SA node
กำหนดจังหวะการเต้นของเวนทริเคิล
EKG ( Electrocardiogram) วัดคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ
วัด Artery
72 ครั้ง/นาที คงที่
ความดันโลหิต ชนิด ความดันซิสโทลิก : ความดันสูงสุดขระหัวใจบีบตัว
ความดันไดเเอสโทลิก : ความดันต่ำสุดขณะหัวใจคลายตัว
การวัดความดัน Sphygmomanometer
ความดันเลือดจะสูงมากเมื่อใกล้หัวใจ เเละค่อยๆลดลง
วัดที่ Artery บริเวณเเขนด้านบน
ค่าปกติ ผู้ชาย : 120/80 mmHg
ผู้หญิง : 110/70 mmHg
ความดันโลหิต ( hypertension) 149/90 mmHg
ไหลออกจากหัวใจ
มีออกซิเจนสูง ยกเว้น Pulmonary artery , Umbilical artery
ไม่มีลิ้น (ยกเว้นที่ฐานของ pulmonary artery , aorta )
ผนังหนาที่สุด
เส้นผ่านศูนย์กลางปานกลาง
ปริมาณเลือด 10 -12 %
ความเร็วเลือดเร็วที่สุด
อาศัยการบีบหัวใจ
เเรงดันเลือดสูงสุด
รับเลือดจาก Artery เเล้วส่งให้ Vein
มีทั้งออกซิเจน เเละ คาร์บอนไดออกไซด์
ไม่มีลิ้น
ผนังบางที่สุด
เส้นผ่านศูนย์กลางเเคบที่สุด
ปริมาณเลือด 4-5%
ความเร็วเลือดช้าสุด
อาศัยการบีบตัวของหัวใจ
เเรงดันเลือดปานกลาง
ไหลเข้าสู่หัวใจ
มีคาร์บอนไดออกไซด์สูง ยกเว้น pulmonary / umbilical vein
มีลิ้น (ยกเว้นใน pulmonary vein)
ผนังหนาปานกลาง
เส้นผ่านศูนย์กลางกว้างที่สุด
ปริมาณเลือด 60-70%
ความเร็วเลือดปานกลาง
อาศัยเเรงดันจากหัวใจ การบีบตัวของเส้นเลือดดำ
เเรงสูบจากทรวงอกขณะหายใจเข้า
เเรงดันเลือดต่ำสุด
เลือด (Blood)
Blood Cell เม็ดเลือดเเดง (Red blood cell) : RBC
ขนาด 7 ไมครอน
ความถ่วงจำเพาะ มากที่สุด เพราะมี Fe
สร้างจาก ไขกระดูกหลังคลอด,ม้ามในตัวอ่อน,ตับในตัวอ่อน
,yolk sac ในตัวอ่อน
มี Nucleus ตอนยังไม่โตเต็มที่
อายุ 120 วัน
ทำลายที่ ม้าม,ตับ
หน้าที่ ลำเลียงออกซิเจนผ่าน Hemoglobin
เพิ่มขึ้นเมื่อ ออกซิเจนน้อย RBC เยอะขึ้น
ลดลงเมื่อ ไขกระดูกฝ่อ ขาดธาตุเหล็ก
เม็ดเลือดขาว (white blood cell ) : WBC
ขนาดใหญ่
ความถ่วงจำเพาะ ปานกลาง
สร้างจาก ไขกระดูก
มี Nucleus
อายุ 2 วันถึงหลายเดือน
ทำลายที่ ม้าม , เชื้อโรค
หน้าที่ กำจัดสิ่งเเปลกปลอม
เพิ่มขึ้นเมื่อ ติดเชื้อเเบคทีเรีย มีภาวะภูมิเเพ้
ลดลงเมื่อ ไขกระดูกฝ่อ ติดเชื้อไวรัส
เกล็ดเลือด (platelet)
ขนาดเล็กที่สุด
ความถ่วงจำเพาะ น้อย
สร้างจาก ไขกระดูก
ไม่มี Nucleus
อายุ 7-10 วัน
ทำลายที่ ม้าม
หน้าที่ Blood clotting (การทำให้เลือดหยุดไหล หรือสะเก็ดเเผล)
เพิ่มขึ้นเมื่อ เกิดบาดเเผล
ลดลงเมื่อ ไขกระดูกฝ่อ ไข้เลือดออก
ความรู้เพิ่มเติมระบบไหลเวียนโลหิต
ความรู้เพิ่มเติมระบบไหลเวียนโลหิต
บทที่ 10
Nervous
System
ระบบประสาท
ควบคุมการทำหน้าที่ของส่วนต่างๆ
ของทุกระบบในร่างกายให้ทำงานประสานสัมพันธ์กัน
เป็นแหล่งที่มาของความคิด ความรู้สึก สติปัญญา ความฉลาดไหวพริบ
การตัดสินใจ การใช้เหตุผลและการแสดงอารมณ์
ระบบประสาทส่วนกลาง
(Central nervous system)
ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง
เป็นศูนย์ควบคุม และประสานการทำงานของร่างกายทั้งหมด
ระบบประสาทส่วนปลาย
(Peripheral nervous system)
เป็นส่วนที่ติดต่อระหว่างระบบประสาทส่วนกลาง
และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
ประกอบด้วย เส้นประสาทสมอง (Cranial nerves) 12 คู่
และเส้นประสาทไขสันหลัง (Spinal nerves) 31 คู่
Spinal nerve
มี 31 คู่ งอกออกจากไขสันหลังแต่ละข้อ
เส้นประสาทไขสันหลังจะมีการรวมตัว
ของเส้นประสาทจากส่วนต่างๆ
ทำให้เกิดเป็นตาข่าย(Plexus)
เพื่อที่จะไปเลี้ยงอวัยวะส่วนล่าง
เช่น แขน ขา
Cranial nerves name and functions of Cranial nerves
เป็นเซลล์เร้าได้ด้วยกระแสไฟฟ้า
ที่ทำหน้าที่ประมวลและส่งข้อมูลผ่าน
สัญญาณไฟฟ้าและเคมี
ส่งผ่านจุดประสานประสาท (synapse)
ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อโดยเฉพาะ
กับเซลล์อื่น ๆ
ความรู้เพิ่มเติมเซลล์ประสาท
Axon (แกนประสาทนำออก) แอกซอนซึ่งเป็นเส้นใยที่
เชื่อมต่อเซลล์ประสาทกับเป้าหมาย
Dendrites (ใยประสาทนำเข้า) มีหน้าที่รับข้อมูล
ส่วนใหญ่จากเซลล์ประสาทอื่น ๆ
เซลล์ประสาทที่มี process เดียว
อาจจะมีแต่ axonไม่มี dendrite
เซลล์ประสาทหลายขั้ว One axon and
two or more dendrites
the regions with many cell bodies and dendrites
white matter the regions with many axons
A localized collection of neuron cell bodies
in the CNS is referred to as a nucleus
In the PNS, a cluster of neuron cell bodies is referred
to as a ganglion
A bundle of axons, or fibers, found
in the CNS is called a tract
PNS would be called a nerve
Nerves that transmit signals from the brain are called
motor or efferent nerves
nerves that transmit information from the body to the CNS are
called sensory or afferent nerves
PNS แบ่งออกเป็นสามระบบย่อย คือ โซมาติก
ออโตโนมิก และระบบประสาทลำไส้
ทั้งระบบประสาทอัตโนมัติและลำไส้ทำงานโดยไม่สมัครใจ
เส้นประสาทที่ออกจากกะโหลกศีรษะเรียกว่าเส้นประสาทสมอง
ในขณะที่เส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลังหลัง
เรียกว่าเส้นประสาทไขสันหลังหลัง
Dura matterเป็นชั้นที่หนาและเหนียวที่สุด
Arachnoid matter ลักษณะใสและยืดหยุ่น
Piamatter ลักษณะเป็นเยื่อบางติดสนิทกับสมอง
และไขสันหลังและประกอบเป็นเยื่อหุ้มหลอดเลือดที่เข้าสู่สมอง
เป็นช่องภายในสมองซึ่งเป็นที่อยู่ของน้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลัง
(cerebrospinal fluid:CSF) ประกอบด้วย
โพรงสมองด้านข้าง (lateral ventricle) อยู่ในซีรีบรัม (cerebrum)
มี 2 ข้าง คือ ข้างขวาและข้างซ้าย
โพรงสมองที่ 3 (third ventricle) เป็นช่องเดียวที่อยู่กึ่งกลาง
ระหว่างทาลามัส(thalamus)
โพรงสมองที่ 4 (fourth ventricle) เป็นช่องเดียวที่อยู่ใต้ซีรีเบลลัม
(cerebellum)ภายในมีน้ำหล่อสมองไขสันหลังหรือน้ำไขสันหลัง
สร้างมาจากคอรอยด์เพล็กซัส (choroid plexus)
และถูกกรองออกจากเส้นเลือดในคอรอยด์เพล็กซัส
(choroid plexus) เข้าไปอยู่ในโพรงสมอง
(ventricle)
ลักษณะน้ำไขสันหลัง เป็นของเหลวใสๆ ไหลจากโพรงสมองด้านข้าง
หน้าที่น้ำไขสันหลัง ไปอยู่รอบๆสมองและไขสันหลังในบริเวณเอว
ระดับที่ 3-4 (L3-L4) หรือ 4-5 (L4-L5)
ซึ่งจะเป็นบริเวณที่แพทย์นิยม
ใช้เจาะน้ำไขสันหลัง
นำสารอาหารไปให้เนื้อสมองและไขสันหลัง
แล้วนำของเสียเข้าสู่ระบบหมุนเวียนของ
หลอดเลือดดำน้ำไขสันหลังยังช่วยกัน
กระเทือนให้กับสมองและไขสันหลังด้วย
Frontal Lobe
ความคิด ความจำ
การเคลื่อนไหว การพูด
Parietal Lobe Temporal Lobe Occipital lobe
การมองเห็น หรือช่วยใน
การรู้สึกตัว การเขียน การได้กลิ่น การได้ยิน การแปลความหมายภาพ
การเข้าใจคำพูดภาษา
Brain stem ควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน
Midbrainทำหน้าที่เป็นทางผ่านของเส้นใยประสาทที่จะไปสู่สมอง
ส่วนหน้า ควบคุมเกี่ยวกับการมองเห็น และการได้ยิน
Pons ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวเป็นที่อยู่ของ
เซลล์ประสาทประสานงาน
Medulla Oblongata ทำหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับการหายใจ การเต้นของหัวใจ
ความดันเลือดการทำงานของทางเดินอาหาร
Hypothalamus
ประสานงานระหว่างระบบประสาท
somatic ระบบประสาท Autonomic
และ ระบบต่อมไร้ท่อ
เพื่อรักษาสมดุลย์ของร่างกาย
ควบคุมการหลับตื่น
การแสดง
ออกของอารมณ์
Thalamus
ความรู้สึก ปวด ร้อน หนาว สัมผัสชนิดหยาบ และ
ความรู้สึกกด แปลผลได้ที่ระดับ Thalamus
ความรู้สึก เจ็บ อุ่น เย็น สัมผัสชนิดละเอียด และ
การแยกจุดสัมผัส รวมทั้ง proprioception
นั้นแปลผลได้ที่ cerebral cortex
Cerebellum
ควบคุมการทรงตัวประสานการทำงาน
กับกล้ามเนื้อร่วมกับ
motor area of cerebral cortex
ทำให้มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
เมื่อตัดตามขวาง จะเห็นเนื้อประสาทสีเทา(gray matter)เป็นรูปตัวH และมีเส้น
ประสาททอดอยู่ ส่วนเนื้อประสาทสีขาว (white matter)เป็นทางผ่านของเซลล์ประสาท
ระบบประสาทอัตโนมัติ เป็นระบบประสาท
ส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุม Homeostasis
ของร่างกาย ประกอบด้วย Sympathetic
และ Parasympathetic
การจำแนกระบบประสาทอัตโนมัติ
หน้าที่
Sympathetic: ทำงานมากตอนใช้พลังงานมาก
Parasympathetic: ทำงานมากตอนใช้พลังงานน้อย
จุดเริ่มต้น
Sympathetic: ไขสันหลังระดับ T1 - L3-4
Parasympathetic: เส้นประสาทสมองคู่3, 7, 9, 10และ
ไขสันหลังระดับ S2– S4
ความรู้เพิ่มเติมระบบประสาท
Thank You
นางสาวอนั ญญา กิจสวน
sec 1 เลขที่ 28
รหัสนั กศึกษา 6417701001074