๑
๒
แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดีลานา) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๐ เร่ือง นักสืบทองอนิ
แผนการเรียนรู้ท่ี ๑ เร่ือง อ่านคดิ พนิ ิจเรื่องราว
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้
ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระสาคญั
การอ่านในใจใหเ้ กิดความเขา้ ใจชดั เจนลึกซ้ึงจะตอ้ งอ่านแลว้ สามารถต้งั คาถาม ตอบคาถาม
อภิปรายแสดงความคิดเห็นเน้ือเรื่อง ลาดบั เหตุการณ์ และสรุปใจความสาคญั ของเรื่องได้
ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน
ท ๓.๑ ป ๖/๑ พูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรื่องท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ป ๖/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองที่ฟังและดู
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง K
๒. พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจในจุดประสงคข์ องเรื่องท่ีฟังและดูจากสื่อต่างๆ และตอบคาถาม
จากเร่ืองที่อ่านได้ P
๓. ลาดบั เหตุการณ์ สรุปใจความสาคญั และขอ้ คิดของเรื่องของเร่ืองได้ P
๔. มีมารยาทในการอ่าน A
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๓
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ มน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูและนกั เรียนสนทนาเก่ียวกบั การเป็นนกั สืบ
ข้ันกระบวนการเรียนรู้
๑. นกั เรียนดูหนงั หนงั สือบทที่ ๒ เรื่อง นกั สืบทองอิน พร้อมใหน้ กั เรียนดูภาพโดยครูช่วยถามนา
เพือ่ กระตุน้ ใหน้ กั เรียนตอบ เช่น ถามวา่
- ถามนกั เรียนวา่ นกั เรียนเคยอา่ นหนงั สือเร่ือง นกั สืบนายทองอินหรือไม่
- นกั เรียนเช่ือเก่ียวกบั เรื่องผีหรือไม่
- นกั เรียนเคยอา่ นเร่ืองเกี่ยวกบั ผหี รือไม่
- นิทานเร่ืองน้ีมุง่ ใหข้ อ้ คิดอะไรแก่เราบา้ ง
๒. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาถึงภาพในบทเรียนหนา้ ๒ ครูช่วยถามนาเพอื่ กระตุน้ ใหต้ อบ
เช่น
- ภาพที่เห็นเป็นภาพใคร
- เด็กนกั เรียนกาลงั ทาอะไร
- นกั เรียนเคยทาอยา่ งภาพท่ีเห็นหรือไม่
- นกั เรียนมีความรู้สึกอยา่ งไรกบั ภาพที่เห็น
โดยนกั เรียนร่วมกนั ตอบปากเปล่าตามความเขา้ ใจ ความรู้สึกนึกคิดของนกั เรียน
๓. นกั เรียนทุกคนอา่ นในใจบทเรียนที่ ๑ เร่ือง นกั สืบทองอิน (อ่านรายบุคคล เนน้ การอา่ นอยา่ ง
พินิจพิจารณา)
๔. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม ๆ ละ ๕ – ๖ คน โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกล่ง อ่อน
แต่ละกลุ่มทากิจกรรมดงั ตอ่ ไปน้ี
- ต้งั คาถามจากเร่ืองที่อา่ นใหไ้ ดม้ ากที่สุด ครอบคลุมเน้ือหามากที่สุดเทา่ ที่จะทา
ไดพ้ ร้อมวงเลบ็ คาตอบไวด้ ว้ ย เพ่อื ที่จะไดถ้ ามกลุ่มอื่นแลว้ มีคาตอบใหไ้ ด้
- ร่วมกนั เขียนคาถามลงในแถบประโยค
- แต่ละกลุ่มนาแถบประโยคคาถามติดไวบ้ นกระเป๋ าผนงั (คาถามอาจซ้ากนั ได)้
- กลุ่มใดตอบคาถามจากเพื่อนหรือกลุ่มอื่นได้ ใหท้ าแถบคาตอบไปติดต่อหลงั
คาถามน้นั กลุ่มใดทาได้ ไดค้ ะแนนสะสม
๔
- จากน้นั ให้ร่วมกนั อา่ นประโยคคาถามและคาตอบพร้อมกนั ท้งั หมด
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมาอ่านคาถามและตอบคาถามหนา้ ช้นั เรียนอีกคร้ัง
๖. นกั เรียนทาใบงาน
ข้นั สรุป
๗. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปเกี่ยวกบั คาถามและคาตอบท่ีตวั แทนแตล่ ะกลุ่มนามาอ่าน
หนา้ ช้นั เรียน
๘. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เป็ นการบา้ น
ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. หนงั สือวรรณกรรมลานา
๓. ใบงาน
๔. ใบความรู้
กระบวนการวดั ผลและประเมินผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
๕
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง – คน คิดเป็นร้อยละ ..........
กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….........
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………….........................
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
๖
บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
………………………………………………………………………………………………......................
……………………………………………………………….………………………………… ................
ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
… ………………………………………………………………………………..........................................
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………...................................................
ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๗
แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง นักสืบทองอนิ
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ที่ถูกท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว
๑. ใครเป็นผเู้ ล่าเร่ือง นกั สืบทองอิน
ก. เมฆ
ข. มิ่งขวญั
ค. ภาณุ
ง. เกรียงไกร
๒. คนเล่าเร่ืองนกั สืบทองอิน ไดแ้ นวคิดมาจากไหน
ก. ครูจนั ทร์ฉายเสนอแนะ
ข. เพ่อื นสมาชิกในชมรมแนะนา
ค. ดูการ์ตูน เรื่องแมวเหมียวยอดนกั สืบ
ง. จากหอ้ งสมุดในโรงเรียน
๓. “นายแกว้ นายขวญั ” เป็ นนามปากกาของใคร
ก. รัชกาลที่ ๔
ข. รัชกาลที่ ๕
ค. รัชกาลท่ี ๖
ง. รัชกาลที่ ๗
๔. สาเหตุท่ีนายชมและนายปริกปลอมตวั เป็นผแี ม่นาก มีจุดประสงคอ์ ะไร
ก. ตอ้ งการอวดบารมีในการเป็นลูกคนโต
ข. ไมอ่ ยากใหพ้ นั โชติมีเมียใหม่
ค. ตอ้ งการสมบตั ิผเู้ ป็ นพอ่
ง. ผแี มน่ ากบงั คบั ใหท้ า
๕. ทาไมภาณุจึงพดู วา่ “ทาไมหยดุ เสียล่ะ”
ก. นิทานนกั สืบทองอินน่าเบื่อหน่าย
ข. อยากใหเ้ ล่าจบเร็ว ๆ จะรีบไปเรียนหนงั สือ
ค. นิทานสนุก ไม่อยากใหข้ าดตอน
ง. ไมช่ อบนิสยั ของเมฆเป็นการส่วนตวั
๘
๖. นกั เรียนคิดวา่ สาเหตุใดสาคญั ที่สุด ท่ีทาใหป้ ี ศาจมาหลอกหลอนคนทวั่ ไป
ก. พนั โชติคิดหาภรรยาใหม่
ข. ขโมยชุกชุม
ค. ความหึงของนาก
ง. กลวั ถูกแบ่งทรัพยส์ มบตั ิ
๗. นกั เรียนคิดวา่ ขอ้ ใดน่าจะเป็นสิ่งท่ีทาใหเ้ จา้ ชมคิดหลอกพอ่
ก. อยากกินขนม
ข. นึกสนุก
ค. หึงหวงพอ่
ง. ถูกทุกขอ้
๘. เมื่อนายทองอินจบั ตวั ปี ศาจไดแ้ ลว้ ขอ้ ใดไม่ใช่การกระทาตอ่ นายทองอิน
ก. ฟ้องพอ่ พนั โชติ
ข.ส่งเสริมใหม้ ีอาชีพ
ค. สัง่ สอน ตกั เตือน
ง. ปล่อยตวั ไป
๙. “บางพระโขนง” คาวา่ บางในขอ้ น้ีหมายถึงขอ้ ใด
ก. ทางน้าเล็ก
ข. มีคนอยเู่ บาบางในท่ีๆน้นั
ค. เป็นชื่อคนท่ีคน้ พบ
ง. เป็นชื่อที่เรียกต่อกนั มาทาใหไ้ ม่รู้ความเป็ นมาของคาวา่ “บาง”
๑๐. หลงั จากที่เมฆอ่านเร่ืองจบ เกิดเหตุการณ์ใดข้ึน
ก. ทุกคนสนุกสนานกบั เรื่องน้ี
ข. ส้มโอหงุดหงิดเพราะอยๆู่ ก็จบ
ค. ทุกคนตอ่ วา่ เมฆเพราะไม่ชอบเรื่องน้ี
ง. มะปรางขอใหเ้ มฆเล่าซ้าอีกคร้ัง
๙
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง นักสืบทองอนิ
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ท่ีถูกที่สุดเพยี งขอ้ เดียว
๑. ใครเป็นผเู้ ล่าเรื่อง นกั สืบทองอิน
ก. เมฆ
ข. มิ่งขวญั
ค. ภาณุ
ง. เกรียงไกร
๒. คนเล่าเรื่องนกั สืบทองอิน ไดแ้ นวคิดมาจากไหน
ก. ครูจนั ทร์ฉายเสนอแนะ
ข. เพอ่ื นสมาชิกในชมรมแนะนา
ค. ดูการ์ตูน เร่ืองแมวเหมียวยอดนกั สืบ
ง. จากหอ้ งสมุดในโรงเรียน
๓. “นายแกว้ นายขวญั ” เป็ นนามปากกาของใคร
ก. รัชกาลท่ี ๔
ข. รัชกาลท่ี ๕
ค. รัชกาลท่ี ๖
ง. รัชกาลท่ี ๗
๔. สาเหตุท่ีนายชมและนายปริกปลอมตวั เป็นผแี ม่นาก มีจุดประสงคอ์ ะไร
ก. ตอ้ งการอวดบารมีในการเป็นลูกคนโต
ข. ไม่อยากใหพ้ นั โชติมีเมียใหม่
ค. ตอ้ งการสมบตั ิผเู้ ป็ นพอ่
ง. ผแี มน่ ากบงั คบั ใหท้ า
๕. ทาไมภาณุจึงพดู วา่ “ทาไมหยดุ เสียล่ะ”
ก. นิทานนกั สืบทองอินน่าเบื่อหน่าย
ข. อยากใหเ้ ล่าจบเร็ว ๆ จะรีบไปเรียนหนงั สือ
ค. นิทานสนุก ไม่อยากใหข้ าดตอน
ง. ไมช่ อบนิสัยของเมฆเป็นการส่วนตวั
๑๐
๖. นกั เรียนคิดวา่ สาเหตุใดสาคญั ท่ีสุด ท่ีทาใหป้ ี ศาจมาหลอกหลอนคนทวั่ ไป
ก. พนั โชติคิดหาภรรยาใหม่
ข. ขโมยชุกชุม
ค. ความหึงของนาก
ง. กลวั ถูกแบ่งทรัพยส์ มบตั ิ
๗. นกั เรียนคิดวา่ ขอ้ ใดน่าจะเป็นส่ิงท่ีทาใหเ้ จา้ ชมคิดหลอกพอ่
ก. อยากกินขนม
ข. นึกสนุก
ค. หึงหวงพอ่
ง. ถูกทุกขอ้
๘. เมื่อนายทองอินจบั ตวั ปี ศาจไดแ้ ลว้ ขอ้ ใดไม่ใช่การกระทาตอ่ นายทองอิน
ก. ฟ้องพอ่ พนั โชติ
ข.ส่งเสริมใหม้ ีอาชีพ
ค. ส่ังสอน ตกั เตือน
ง. ปล่อยตวั ไป
๙. “บางพระโขนง” คาวา่ บางในขอ้ น้ีหมายถึงขอ้ ใด
ก. ทางน้าเลก็
ข. มีคนอยเู่ บาบางในที่ๆน้นั
ค. เป็นช่ือคนที่คน้ พบ
ง. เป็นช่ือท่ีเรียกต่อกนั มาทาใหไ้ ม่รู้ความเป็ นมาของคาวา่ “บาง”
๑๐. หลงั จากที่เมฆอ่านเรื่องจบ เกิดเหตุการณ์ใดข้ึน
ก. ทุกคนสนุกสนานกบั เร่ืองน้ี
ข. ส้มโอหงุดหงิดเพราะอยๆู่ กจ็ บ
ค. ทุกคนตอ่ วา่ เมฆเพราะไม่ชอบเร่ืองน้ี
ง. มะปรางขอใหเ้ มฆเล่าซ้าอีกคร้ัง
๑๑
ใบงานที่ ๑
คาชี้แจง นกั เรียนอ่านในใจ เพ่ือจบั ใจความสาคญั ของเร่ือง แลว้ ตอบคาถามจากเน้ือเรื่องใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. สมาชิกคนแรกท่ีจะตอ้ งเริ่มกิจกรรม ช่วยกนั อา่ น วานมาฟัง คือใคร
………………………………………………………………………………………….
๒. เมฆรู้สึกไมส่ บายใจเร่ืองอะไร
………………………………………………………………………………………….
๓. อะไรเป็นแรงบนั ดาลใจใหเ้ มฆ อยากอา่ นวรรณคดีไทยที่เป็นเรื่องเกี่ยวกบั นกั สืบ
………………………………………………………………………………………….
๔. ผหู้ าหนงั สือใหเ้ มฆ คือใคร
…………………………………………………………………………………………..
๕. ผแู้ ตง่ นิทานทองอิน คือใคร
…………………………………………………………………………………………...
๖. นายแกว้ นายขวญั เป็นพระนามแฝงของใคร
…………………………………………………………………………………………...
๗. นิทานทองอินเป็นนิทานท่ีมีลกั ษณะการเขียนประเภทใด
…………………………………………………………………………………………...
๘. เพราะเหตุใดเมฆจึงคิดวา่ นายทองอินเป็นคนฉลาดและมีไหวพริบดี
…………………………………………………………………………………………...
๙. ถา้ นกั เรียนตอ้ งการเป็นนกั สืบเหมือนนายทองอิน นกั เรียนจะตอ้ งมีคุณลกั ษณะอยา่ งไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………...
๑๐. ขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่านนิทานทองอิน คืออะไร
…………………………………………………………………………………………..
๑๒
เฉลยใบงานที่ ๑
๑. เมฆ
๒. เพราะตอ้ งเสนอกิจกรรมเป็นคนแรก
๓. ดูการ์ตูน เรื่อง แมวเหมียวยอดนกั สืบ
๔. พอ่
๕. นายแกว้ นายขวญั
๖. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
๗. ประเภทสืบสวนสอบสวน
๘. นายทองอินใหค้ วามสาคญั กบั รายละเอียดต่าง ๆ ท่ีเก่ียวกบั เร่ืองทุกเรื่อง
๙. เฉลียวฉลาด มีไหวพริบดี รอบคอบ ช่างสงั เกต มีศิลปะในการพูด และเป็นผรู้ ู้จกั อา่ นคน
๑๐. (พจิ ารณาตามที่นกั เรียนตอบ)
๑๓
ใบความรู้
เร่ือง การอ่านในใจ
การอา่ นในใจเป็นบทบาทเฉพาะตวั ของบุคคล ท่ีมีจุดมุ่งหมายจะจบั ใจความ
สาคญั อยา่ งรวดเร็ว คือ รู้เรื่องเร็วและถูกตอ้ งโดยไม่ใชอ้ วยั วะที่ช่วยในการออกเสียงเคล่ือนไหวเลย
การอา่ นในใจจะช่วยใหเ้ ขา้ ใจเน้ือความไดเ้ ร็วกวา่ การอ่านออกเสียง และ ผอู้ ่านจะรับรู้เรื่องราวแต่
เพียงผเู้ ดียว
วธิ ีการอ่านในใจ
๑. อ่านอย่างละเอยี ด เป็นการอ่านเพ่อื ศึกษาหาความรู้ ผอู้ า่ นจะตอ้ งมีพ้ืนฐานความรู้ในเรื่อง
ท่ีอ่านพอสมควร ควรอา่ นรายละเอียดของเร่ืองต้งั แตต่ น้ จนจบ
จะทาใหม้ องเห็นการเชื่อมโยงระหวา่ งใจความสาคญั ได้
๒. อ่านเพ่ือจับใจความสาคัญ ผอู้ ่านตอ้ งมีจุดมุ่งหมายในการอา่ น และตอ้ งมีพ้ืน
ฐานความรู้ในเรื่องท่ีจะอ่าน ในการอ่านผอู้ า่ นจะตอ้ งจบั ใจความส่วนรวมใหไ้ ดว้ า่ เป็นเรื่องอะไร เมื่อ
อ่านจบควรเรียบเรียงใจความสาคญั เป็นภาษาของตนเอง
๓. การอ่านอย่างรวดเร็ว เป็นการอา่ นท่ีไม่ตอ้ งเกบ็ รายละเอียด แต่อา่ นเพื่อใหท้ ราบ
เร่ืองราวเทา่ น้นั นิยมใชอ้ า่ นหนงั สือประเภทบนั เทิงคดีเพื่อผอ่ นคลายอารมณ์ เช่น อ่านนวนิยาย
เรื่องส้ัน หนงั สือพิมพ์
๔. การอ่านอย่างคร่าว ๆ เป็นการอา่ นอยา่ งรวดเร็ว เพ่ือตอ้ งการคน้ หาคาตอบจากขอ้ ความ
บางตอน การอา่ นวธิ ีน้ีเหมาะสาหรับผทู้ ่ีมีพ้นื ฐานการอา่ นท่ีดีพอ
๕. การอ่านเพ่ือวจิ ารณ์ ผอู้ ่านตอ้ งใชป้ ระสบการณ์เดิมของตนให้เป็นประโยชน์ เพ่ือทา
ความเขา้ ใจจุดมุ่งหมายของผูเ้ ขียน และการเสนอขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น หรือการใช้
ความหมายตรงและโดยนยั
แนวปฏบิ ตั ิในการอ่านในใจ
การอ่านในใจตอ้ งอาศยั ความแมน่ ยาในการจบั ตามองดูตวั หนงั สือ การเคลื่อนไหวสายตา
การแบง่ ช่วงวรรคตอน ซ่ึงตอ้ งฝึกใหเ้ กิดความแม่นยาและรวดเร็ว จึงจะสามารถเกบ็ ไดค้ รบทุกคา
๑๔
การอ่านในใจมีแนวปฏบิ ตั ิ ดังนี้
๑. กวาดสายตามองตวั อกั ษรใหไ้ ดช้ ่วงประมาณ ๕-๖ คา เป็นอยา่ งนอ้ ย
๒. ไมค่ วรทาปากขมุบขมิบเวลาอ่าน ตอ้ งฝึกเร่งอตั ราความเร็วของตาและสมอง
๓. ไม่ควรอา่ นยอ้ นกลบั หลงั จากอ่านจบ อา่ นจากซา้ ยไปขวาโดยตลอด
๔. ทดสอบความเขา้ ใจหลงั จากอา่ นจบ โดยใชว้ ธิ ีต้งั คาถามสรุปเรื่องราวที่อ่าน
การพฒั นาการอ่านในใจ
การอ่านในใจเป็นทกั ษะท่ีสามารถพฒั นาไดเ้ ช่นเดียวกบั การอ่านออกเสียง ซ่ึง
นกั เรียนทุกคนควรฝึ กฝนใหช้ านาญ เพราะการอ่านหนงั สือไดม้ าก เป็นวธิ ีการฝึ กฝน
ตนเองใหอ้ ่านไดร้ วดเร็วและมีประสิทธิภาพ
วธิ ีการฝึ กการอ่านในใจ มีดังนี้
๑. อา่ นขอ้ ความง่าย ๆ ไม่มีคาศพั ทม์ าก ไม่ซบั ซอ้ น ยาวประมาณ ๑ หนา้
๒. จบั เวลาท่ีใชใ้ นการอ่านขอ้ ความน้นั
๓. ต้งั คาถามเพอ่ื ถามตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองราวหรือขอ้ ความท่ีอ่าน
๔. สารวจตนเองวา่ ตอบคาถามเกี่ยวกบั สิ่งท่ีอ่านไดม้ ากเพียงใด
๕. อา่ นขอ้ ความน้นั ซ้าอีกคร้ังหน่ึง พยายามทาเวลาในการอา่ นใหน้ อ้ ยลง
๖. ตอบคาถามเก่ียวกบั สิ่งท่ีอ่านอีกคร้ังวา่ ตอบไดด้ ีกวา่ คร้ังแรกหรือไม่
๑๕
แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )
๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )
๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงต่อเวลา ( A,K )
๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้
เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา
ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมนิ
๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี
๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
ช่ือ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอยี ด
เดก็ หญิงภคั จริ า เต๊ะย่อ
เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ
เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรตั น์
เด็กชายซาอดุ ี ราชการ
เด็กชายธนวฒั บินดเุ หลม็
เด็กชายศรัณ ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่
เดก็ ชายอัจฉรยิ ะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อัจฉารีญา เมาะสนิ
เด็กหญงิ นชิ านนั ท์ ดารากยั
เด็กหญงิ นิสรีน หมี เกะ
เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ
เดก็ หญิงขวญั จิรา ตเิ อยี ดย่อ
เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ
เดก็ ชายสทิ ธิโชค สุวรรณโน
๑๖
แบบประเมินชิ้นงาน
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….
ชิ้นงานเรื่อง……………………..
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๑๗
เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน
๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ
๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม
เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย
มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด
กาหนด
ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงานเป็ นระยะ
๑๘
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน
รวม
เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง
๑๙
แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดลี านา) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๐ เร่ือง นักสืบทองอิน
แผนการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง อ่านคล่องเขยี นถูก
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความท่ีเป็นโวหาร
ท ๔.๑ ป ๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
สาระสาคญั
การอา่ นออกเสียงเป็นการอา่ นที่คนอื่นสามารถรับรู้เรื่องราว สาระการเรียนรู้จากผอู้ า่ นไดด้ ว้ ย
ดงั น้นั ควรอ่านใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ผอู้ า่ น จึงจะทาใหก้ ารอ่านประสบความสาเร็จ กระทาไดโ้ ดยฝึกคายาก
ฝึกอ่านตามลกั ษณะของเสียงและคาประพนั ธ์ รู้จกั ใชน้ ้าเสียงตามอารมณ์ของตวั ละคร เนน้ จงั หวะหนกั เบา
เหมือนเสียงพูด จะทาใหอ้ า่ นไดถ้ ูกตอ้ งคล่องแคล่ว และช่วยใหส้ ื่อสารไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ เม่ืออา่ น
แลว้ ควรฝึกการคดั เขียนคา หรือขอ้ ความเนน้ ความถูกตอ้ ง สวยงาม รวดเร็วและมีระบบ ซ่ึงจะเป็ นการ
สนบั สนุนกิจกรรมการอ่านไดด้ ี
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง K
๒. คดั ลายมือขอ้ ความไดถ้ ูกตอ้ ง สวยงาม และเป็นระเบียบ P
๓. นาคา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาในบทเรียนไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ P
๔. อ่านประโยคในบทเรียน P
๒๐
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูใหน้ กั เรียนฝึกอ่านคายากในบทเรียนจากบตั รคาที่ครูเตรียมให้
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๒. ครูสนทนาความหมายของคายาก โดยใหน้ กั เรียนคน้ หาความหมายจากพจนานุกรม
แลว้ ทาลงในใบงานที่ครูแจกให้
๓. ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงจากแถบประโยค หรือแผนภูมิประโยคที่ครูเขียนบนกระดานดา
๔. นกั เรียนฝึกอา่ นออกเสียงในบทเรียน ดงั น้ี
- ครูอ่านใหน้ กั เรียนฟังเป็ นตวั อยา่ งแลว้ ใหน้ กั เรียนอา่ นตาม
- นกั เรียนฝึกอา่ นคนละ ๑ ยอ่ หนา้ จนจบ
๕. นกั เรียนฝึกอา่ นในกลุ่มของตนเองจนคล่อง
๖. นกั เรียนคนใดท่ีอ่านบกพร่อง ใหม้ าอา่ นกบั ครูเป็นรายบุคคล
๗. นกั เรียนเขียนตามคาบอก เสร็จแลว้ ตรวจคาตอบจากบตั รเฉลยท่ีครูชูใหด้ ู
๘. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เป็ นการบา้ น
ข้นั สรุป
๙. นกั เรียนและครูสรุปความที่ไดจ้ ากบทเรียน
ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สือวรรณกรรมลานา
กระบวนการวดั ผลและประเมินผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๒๑
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง – คน คิดเป็นร้อยละ ..........
กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….............
……………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………........................
ความเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
๒๒
บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
………………………………………………………………………………………………........................
……………………………………………………………….………………………………….................
ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
… ………………………………………………………………………………...........................................
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………....................................................
ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๒๓
ใบความรู้
เรื่อง การอ่านออกเสียง
การอา่ นออกเสียง คือการอ่านที่ผอู้ ่ืนสามารถไดย้ นิ เสียงอ่านได้
การอ่านออกเสียงนอกจากเป็ นการสื่อสารอยา่ งหน่ึงแลว้ ผฟู้ ังยงั ไดร้ ับประโยชน์คือเกิดความ
เพลิดเพลินในน้าเสียงและจงั หวะในการอา่ น
หลกั การอ่านออกเสียงทดี่ ี
๑. อ่านออกเสียงไดช้ ดั เจน และตรงตามอกั ขระวธิ ี เช่น อา่ นคาควบกล้า
๒. อ่านถูกจงั หวะวรรคตอน และอ่านเคร่ืองหมายวรรคตอนไดถ้ ูกตอ้ ง
๓. ระดบั เสียงเหมาะสมกบั ขอ้ ความหรือเน้ือเร่ือง
๔. ไม่อา่ นตู่ตวั เติมคา หรืออ่านตะกุกตะกกั
๕. นง่ั หรือยนื อ่านตามสบาย ไม่เกร็งตวั หรือยดื ตวั เตม็ ที่ กม้ หนา้ หรือโคง้ ตวั
เลก็ นอ้ ย
๖. จบั หนงั สือเอียงเขา้ หาตวั เลก็ นอ้ ย (ทามุม ๔๕ องศา) ระยะห่างจากตวั
ประมาณ ๑๒ นิ้ว
๗. จบั หนงั สือใหถ้ ูกตอ้ งขณะอ่าน (ถา้ ไม่วางหนงั สือบนโตะ๊ ใชม้ ือซา้ ย
ประคองหนงั สือที่ดา้ นบนหนงั สือ มือขาวจบั มุมบนโดยใชน้ ิ้วช้ีเตรียมพลิกหนา้ ต่อไป)
๘. ใชส้ ายตาจบั จอ้ งที่คา กวาดสายตาจากซา้ ยไปขวา อ่านไปขา้ งหนา้ ไม่อา่ น
ยอ้ นหลงั
๙. ขณะอ่านไม่เอียงคอ ไม่ส่ายหนา้ ตามบรรทดั อ่าน ไม่ช้ีตามอกั ษร ไม่เอามือ
เทา้ คางไมพ่ บั มุมหนงั สือ ไม่ควา่ หนงั สือ ไมเ่ อาส่ิงหน่ึงส่ิงใดสอดไวใ้ นหนงั สือ ไม่ขีดเขียนหรือทา
เคร่ืองหมายลงในหนงั สือ ไม่ฉีกหนงั สือ
๑๐. ขณะอา่ นทาจิตใจให้จดจ่ออยกู่ บั สิ่งที่อ่าน (มีสมาธิ)
วรรณคดี คาศัพท์ ๒๔
ประโยชน์ อารมณ์ เขียวขจี
คร่าคร่า เมฆ
ขยะแขยง รุ่มร่าม โทรทศั น์
ตระเวน ประหม่า นา้ ครา
พระโขนง ผ่อนคลาย
๒๕
ใบความรู้เพม่ิ เติมสาหรับครูและนักเรียน
อธิบายเพมิ่ เตมิ ความรู้
๑.นิทานทองอนิ เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาลสมเด็จพระมงกุฏเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระราชนิพนธ์
เม่ือคร้ังยงั ดารงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจา้ ฟ้ามหาวชิราวธุ ทรงใชพ้ ระนามแฝง หรือ
นามปากกาวา่ นายแกว้ นายขวญั เรื่องน้ีตีพิมพเ์ ผยแพร่คร้ังแรงในหนงั สือทวปี ัญญารายเดือน เม่ือ พ.ศ.
๒๔๔๗
๒.แม้จะใช้ช่ือเรียกว่า “นิทาน” นาหน้า แต่นิทานทองอิน เป็นวรรณกรรมร้อยแกว้ ท่ีตา่ งจากนิทานอยู่
มาก เพราะเน้ือเรื่องมีความสมจริง ท้งั สถานท่ี ตวั บุคคลและเหตุการณ์ในเร่ือง สะทอ้ นใหเ้ ห็นสภาพชีวติ
และสงั คมท่ีเป็นจริงโดยไมม่ ีอิทธิปาฏิหาริย์ เป็นเร่ืองที่อ่านสนุกและมีสาระที่เป็นประโยชนอ์ ีกดว้ ย
๓.นิทานทองอนิ น้ี เป็ นวรรณกรรมแนวสืบสวนสอบสวน หรือ เรื่องของนกั สืบที่พระบาทสมเด็จพระ
มงกุฏเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดแ้ รงบนั ดาลใจจากการอา่ นนวนิยายสืบสวนสอบสวนของตา่ งประเทศ แตพ่ ระองคก์ ็
ทรงผกู เร่ืองและดาเนินเรื่องใหเ้ ขา้ กบั บรรยากาศแบบไทย ๆ จนไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็นนวนิยายสืบสวน
สอบสวนเรื่องแรกของไทย
๔.แมน้ ิทานทองอนิ จะมีตวั ละครสาคญั คือ นายทองอิน แตก่ ารเล่าเรื่องในเร่ืองน้ี ผแู้ ตง่ ใหต้ วั ละคร
รองคือนายวดั เป็นผเู้ ล่าเร่ือง เนื่องจากนายวดั เป็นผชู้ ่วยของนายทองอิน เขาจึงรู้เรื่องราว เก่ียวกบั นายทอง
อินเป็ นอยา่ งดี รวมท้งั ยงั สามารถแสดงความเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกบั ตวั ละครที่กล่าวไดอ้ ีกดว้ ย
๕.หากพจิ ารณาในแง่การใชภ้ าษา จะเห็นไดว้ า่ นิทานทองอนิ ใชถ้ อ้ ยคาที่เป็นสานวนเก่าอยู่ แตห่ ากดู
วธิ ีการดาเนินเรื่อง การบรรยายฉากและเหตุการณ์ จะพบวา่ นิทานทองอิน มีลกั ษณะคลา้ ยงานเขียน
บนั เทิงคดี เช่น นวนิยาย หรือเร่ืองส้ันในปัจจุบนั กล่าวไดว้ า่ นิทานทองอิน เป็ นงานเขียนบนั เทิงคดีร้อย
แกว้ ที่น่าติดตามมากเร่ืองหน่ึง
๒๖
เกม “ใบ้คา”
วตั ถุประสงค์
เพอ่ื การสื่อคาสู่บทเรียนใหเ้ กิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีความพร้อมในการเรียน ต่อไป
อุปกรณ์ มดี งั นี้
นาฬิกาจบั เวลา บตั รคา นกหวดี กระดาน (กระเป๋ าผนงั ) สาหรับเสียบบตั รคา
วธิ ีการเล่น มีดงั น้ี
แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๓ - ๔ กลุ่ม เริ่มเล่นโดย ใหต้ วั แทนของกลุ่มออกมารายงานหนา้ ช้นั ๒ คน
คนหน่ึงยนื ชิดกระดานหนั หลงั ใหก้ ระดาน คนหน่ึงยนื ห่างกระดาน ๒ เมตร หนั หนา้ เขา้ กระดานคน
แรกซ่ึงมองไมเ่ ห็นกระดานมีหนา้ ที่ทายคาบนกระดาน คนที่สองซ่ึงมองเห็นคาบนกระดานเป็นผทู้ า
หนา้ ท่ีใบค้ า ดว้ ยการพูดสื่อความหมายตา่ งๆ ใหค้ นแรกทาย หากทายไดก้ จ็ ะไดค้ ะแนน ๑ คะแนนแตล่ ะ
คร้ังจะใชค้ าเพียง ๕ คา แลว้ เป่ านกหวดี “ปิ๊ ด” บอกเร่ิมผใู้ บจ้ ะทาหนา้ ที่อยา่ งรวดเร็ว ดว้ ยการพูดเรื่อง
ภาษาเพ่อื ใหผ้ ทู้ ายช่ือหรือบอกช่ือคาน้นั มาถูกตอ้ ง
ข้อเสนอแนะ
เกมน้ีเท่าท่ีขา้ พเจา้ ไดใ้ ชป้ ฏิบตั ิมา นอกจากจะใหค้ วามสนุกสนานต่ืนเตน้ เร้าใจตลอดเวลาในการ
เล่นแลว้ นกั เรียนยงั ไดพ้ ฒั นาภาษาพดู ไหวพริบกลา้ แสดงออกทางภาษาเป็ นอยา่ งดีท่ีสาคญั คือเกมน้ี
สามารถนาไปใชเ้ ป็นกิจกรรมนาเขา้ สู่บทเรียนไดท้ ุกคร้ังก่อน ทาการสอน เพราะหลงั จากเล่นเกมน้ีแลว้
นกั เรียนจะเรียนภาษาอยา่ งมีชีวติ ชีวา
๒๗
ใบงานท่ี ๑
ชื่อ..................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เลขที่..............
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาอ่านจากคาท่ีกาหนดใหอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ตัวอย่าง เหตุการณ์ อ่านวา่ เหด – กาน
๑. วเิ ศษ อ่านวา่ …………………………………..
๒. ปี ศาจ อ่านวา่ …………………………………..
๓. พากเพยี ร อ่านวา่ …………………………………..
๔. ประมาท อ่านวา่ …………………………………..
๕. สาเร็จ อ่านวา่ …………………………………..
๖. บทสนทนา อ่านวา่ …………………………………..
๗. สหาย อ่านวา่ …………………………………..
๘. กญุ แจ อ่านวา่ …………………………………..
๙. เทวดา อ่านวา่ …………………………………..
๑๐. นมิ นต์ อ่านวา่ …………………………………..
๒๘
ใบงานที่ ๒
ช่ือ..................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เลขที่..............
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนต้งั ใจฟังคาท่ีครูอ่านใหฟ้ ัง ๒ รอบแลว้ จึงลงมือเขียนคาศพั ท์
………………………………………………………………………………………………………………
…………….…………………………………………………………………………………………………
…………………………….…………………………………………………………………………………
…………………………………………….…………………………………………………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………………………………….…………………………………
…………………………………………………………………………………………….…………………
…………………………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………………………………
…………….…………………………………………………………………………………………………
…………………………….…………………………………………………………………………………
…………………………………………….…………………………………………………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………………………………….…………………………………
…………………………………………………………………………………………….…………………
…………………………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………………………………
…………….…………………………………………………………………………………………………
………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………….……………………………………………………………………
……………………………………………….................................................................................................
๒๙
ใบงานที่ ๓ (การบ้าน)
การเขียนเร่ืองจากภาพ
ช่ือ…………………………………………………………….เลขท่ี….. ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖
คาชี้แจง นกั เรียนเขียนเรื่องจากภาพ ตามความเขา้ ใจ
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………….………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
…………………………………………………………………………………………………….…………
………………………………………………………………………………………………………………
……….………………………………………………………………………………………………………
………………………….……………………………………………………………………………………
…………………………………………….…………………………………………………………………
……………………………………………………………….………………………………………………
…………………………….............................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
๓๐
เฉลยใบงานท่ี ๑
ช่ือ..................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ เลขท่ี..............
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาอ่านจากคาที่กาหนดใหอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ตวั อย่าง เหตุการณ์ อ่านวา่ เหด – กาน
๑. วเิ ศษ อ่านวา่ ว-ิ เสด
๒. ปี ศาจ อ่านวา่ ปี -สาด
๓. พากเพยี ร อ่านวา่ พาก-เพยี น
๔. ประมาท อ่านวา่ ประ-หมาด
๕. สาเร็จ อ่านวา่ สา-เหร็ด
๖. บทสนทนา อ่านวา่ บด-สน-ทะ-นา
๗. สหาย อ่านวา่ สะ-หาย
๘. กญุ แจ อ่านวา่ กนุ -แจ
๙. เทวดา อ่านวา่ เท-วะ-ดา
๑๐. นิมนต์ อา่ นวา่ นิ-มน
๓๑
เฉลยใบงานที่ ๒
ชื่อ..................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ เลขที่..............
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนต้งั ใจฟังคาท่ีครูอ่านใหฟ้ ัง ๒ รอบแลว้ จึงลงมือเขียนคาศพั ท์
( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )
เฉลยใบงานท่ี ๓ (การบ้าน)
ช่ือ…………………………………………………………….เลขท่ี….. ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖
คาชี้แจง นกั เรียนเขียนเร่ืองจากภาพ ตามความเขา้ ใจ
( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )
๓๒
แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )
๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )
๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงต่อเวลา ( A,K )
๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้
เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และเน้ือหา
ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมนิ
๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี
๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
ช่ือ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอยี ด
เดก็ หญิงภคั จริ า เต๊ะย่อ
เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ
เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรตั น์
เด็กชายซาอดุ ี ราชการ
เด็กชายธนวฒั บินดเุ หลม็
เด็กชายศรัณ ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่
เดก็ ชายอัจฉรยิ ะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อัจฉารีญา เมาะสนิ
เด็กหญงิ นชิ านนั ท์ ดารากยั
เด็กหญงิ นิสรีน หมี เกะ
เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ
เดก็ หญิงขวญั จิรา ตเิ อยี ดย่อ
เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ
เดก็ ชายสทิ ธิโชค สุวรรณโน
๓๓
แบบประเมินชิ้นงาน
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….
ชิ้นงานเรื่อง……………………..
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๓๔
เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน
๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานไดอ้ ย่างทว่ั ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ที่ไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ
๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม
เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย
มอบหมาย ตามระยะเวลาที่ ที่กาหนด
กาหนด
ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงานเป็ นระยะ
๓๕
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน
รวม
เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ ๓๖
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดลี านา) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๐ เร่ือง นักสืบทองอิน เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง
แผนการเรียนรู้ที่ ๓ เร่ือง ศึกษานิทานพืน้ บ้าน เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอา่ น
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคุณคา่ และนามา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป๖/๓ อ่านเร่ืองส้ันๆ อยา่ งหลากหลาย โดยจบั เวลาแลว้ ถามเกี่ยวกบั เร่ืองที่อ่าน
ท ๑.๑ ป ๖/๔ แยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่าน
ท ๕.๑ ป๖ /๒ เล่านิทานพ้นื บา้ นทอ้ งถ่ินตนเอง และนิทานพ้ืนบา้ นของทอ้ งถิ่นอ่ืน
ท ๕.๑ ป ๖/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมท่ีอ่านและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
สาระสาคญั
การคน้ ควา้ เรื่องราวเกี่ยวกบั นิทาน เร่ืองเล่าของทอ้ งถ่ิน ทาใหผ้ เู้ รียนไดค้ วามรู้ ขอ้ คิด เรียนรู้แนว
การดาเนินชีวติ ของคนแต่ละยคุ สมยั ไดด้ ี และไดแ้ นวการเขียนเรื่องเล่าหรือนอทานไดด้ ว้ ย การฝึกใหผ้ เู้ รียน
คน้ ควา้ รวบรวมนาทานจึงเป็ นกิจกรรมท่ีควรฝึกฝนอยา่ งต่อเนื่อง
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การรวบรวมนิทานทว่ั ไปและนิทานพ้นื บา้ น A
๒ การอา่ นจบั ใจความนิทานนิทานทวั่ ไปและนิทานพ้ืนบา้ น K
๓. เล่านิทานพ้นื บา้ นทอ้ งถิ่นตนเองและนิทานพ้ืนบา้ นของทอ้ งถิ่น P
๓. แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน P
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๓๗
๒. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูเล่านิทาน เรื่อง “เกาะหนู - เกาะแมว” สงั เกตลกั ษณะของนิทานพ้นื บา้ น สนทนา อภิปราย
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เร่ืองของนิทาน
๒. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาถึงนิทานที่นกั เรียนรู้จกั พร้อมกบั สนทนาเกี่ยวกบั เน้ือหาของ
นิทาน วา่ ใหข้ อ้ คิดอยา่ งไร
กระบวนการเรียนรู้
๓. ใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรู้ เร่ือง การพจิ ารณานิทาน (ภาคผนวก) แลว้ สนทนาเพื่อใหไ้ ด้
ขอ้ สรุปวา่ นิทานเป็ นเรื่องท่ีเล่าสืบต่อกนั มา
๔. นกั เรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง การรวบรวมนิทาน แลว้ สนทนาเพ่อื ใหไ้ ดข้ อ้ สรุป ดงั น้ี
๔.๑ การรวบรวมนิทาน อาจทาไดด้ งั น้ี
๑) เร่ิมจากการถามพอ่ แม่ ผปู้ กครอง
๒) สอบถามจากผใู้ หญ่ในชุมชน และบุคคลอ่ืนๆ
๓) จดบนั ทึกสาระเร่ืองท่ีไดฟ้ ัง ระบุช่ือ สกุล อายแุ ละภูมิลาเนาของผเู้ ล่า
๔) เรียบเรียงนิทานตามท่ีไดบ้ นั ทึกโดยลาดบั เหตุการณ์ ใชภ้ าษาใหส้ มจริงตามเน้ือเร่ือง
และบทบาทของตวั ละคร
๕) สรุปขอ้ คิดและผลการกระทาของตวั ละครในนิทาน
๕. แตล่ ะกลุ่มออกไปศึกษาคน้ ควา้ นิทานจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น คนเก่าคนแก่ นกั ปราชญ์
ทอ้ งถ่ิน หรือใครกไ็ ดท้ ี่คิดวา่ จะใหเ้ ร่ืองราวเกี่ยวกบั นิทานได้ แลว้ รวบรวมนิทาน ลงในแบบฝึกพฒั นาการ
เรียนรู้
๖. แต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน เพื่อใหก้ ลุ่มอื่นวจิ ารณ์ แสดงความคิดเห็นอยา่ ง
หลากหลาย
ข้ันสรุป
๗. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปบทเรียน
๓๘
๘. นกั เรียนทาใบงาน
๙. มอบหมายใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ทกั ษะภาษา ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ เป็นการบา้ น
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
๑. บทร้อยกรอง
๒. นิทานพ้นื บา้ น
๓. ปราชญช์ ุมชน
๔. ใบความรู้
๕. ใบงาน
๖. แบบเรียนภาษาไทย ช้นั ป.๖ เล่ม ๒ วรรณคดีลานา
๗. แบบฝึกหดั ทกั ษะภาษา ชุดภาษาเพอ่ื ชีวติ
กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสังเกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
๓๙
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง – คน คิดเป็นร้อยละ ..........
กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………………………………….....……………
ปัญหา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………… …......................................................
………………………………………………………………………………................................................................
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๔๐
ใบความรู้
เร่ือง การพจิ ารณานิทาน
การพจิ ารณานิทานไทย นิทานนานาชาติ
นิทานเป็นเร่ืองเล่าสืบต่อกนั มาและมีอยใู่ นทุกชาติทุกภาษา ถา้ เป็นเร่ืองเล่าของคนไทย
เรียกวา่ “นิทานไทย” ถา้ เป็นเร่ืองของคนตา่ งชาติตา่ งภาษา ไมใ่ ช่เรื่องของไทยโดยตรง เรียกวา่ “นิทาน
นานาชาติ” ตวั อยา่ ง “นิทานไทย” และ “นิทานนานาชาติ”
สโนวไ์ วทก์ บั คนแคระท้งั เจด็ ตากบั ยาย ปลาบูท่ อง
เงือกนอ้ ย อ่ึงอ่างกบั ววั ทุ่งกลุ าร้องไห้
กบเลือกนาย หมาป่ ากบั ลูกแกะ กระต่ายสามขา
เสือทาไม่มีลาย สุริยนั – จนั ทรา เจา้ หญิงนิทรา
อาละดินกบั ตะเกียงวเิ ศษ เจา้ หญิงผมหอม อาหรับราตรี
โฉมงามกบั เจา้ ชายอสูร ปี เตอร์แพน
๔๑
ใบความรู้
เรื่อง การรวบรวมนิทาน
รวบรวมนิทาน
นกั เรียนเคยฟัง เคยอา่ นนิทานที่มีผเู้ ล่าใหฟ้ ังหรือเขียนใหอ้ ่านแตย่ งั มีนิทานในทอ้ งถ่ินอีก
มากท่ียงั ไมม่ ีผใู้ ดบนั ทึกไวท้ ้งั นิทานสัตว์ ตานานเกี่ยวกบั สถานท่ีหรือบุคคล นกั เรียนลองฝึกเป็นนกั
รวบรวมนิทานเหล่าน้นั ดีไหม อาจทาไดต้ ามลาดบั ดงั น้ี
1. เร่ิมจากการถาม พอ่ แม่ ผปู้ กครอง
2. สอบถามจากผใู้ หญ่ในชุมชน และบุคคลอื่นๆ
3. จดบนั ทึกสาระเร่ืองท่ีไดฟ้ ัง ระบุชื่อ สกุล อายแุ ละภูมิลาเนาของผเู้ ล่า
4. เรียบเรียงนิทานตามที่ไดจ้ ดบนั ทึกโดยลาดบั เหตุการณ์ ใชภ้ าษาใหส้ มจริงตามเน้ือเรื่องและ
บทบาทของตวั ละคร
5. สรุปขอ้ คิดและผลการกระทาของตวั ละครในนิทาน
แบบบนั ทกึ การเล่านิทาน
นิทานเรื่อง …………..
ผเู้ ล่า ชื่อ นามสกลุ
อายุ ท่ีอยู่
วนั ท่ีเกบ็ ขอ้ มูล วนั ที่ เดือน พ.ศ.
ผเู้ กบ็ ขอ้ มูล ชื่อ นามสกุล
๔๒
ใบความรู้
นิทานเร่ือง เกาะหนู – เกาะแมว
เรื่องเกาะหนู – เกาะแมว เป็ นตานานพ้ืนบา้ นจงั หวดั สงขลา เล่ากนั วา่ ในอดีตกาลอนั แสน
นานน้นั จงั หวดั สงขลายงั ไม่มีเกาะและภูเขาเหมือนในปัจจุบนั สาเหตุท่ีเกิดมีภูเขาและเกาะต่างๆ ข้ึนมาน้นั
มีตานานเล่าดงั น้ี
มีเศรษฐีชาวจีนคนหน่ึงเล่นเรือสาเภาที่เมืองสงขลาอยเู่ สมอ เพื่อซ้ือขา้ วที่เมืองสงขลาไป
ขายที่เมืองจีน เศรษฐีคนน้ีมีแกว้ สารพดั นึกอยลู่ ูกหน่ึง เป็นแกว้ วเิ ศษที่หวงแหนมากและเก็บไวเ้ ป็นอยา่ งดี
ไม่เคยมีใครไดเ้ ห็นมาก่อน
คราวหน่ึง เศรษฐีคนน้ีไดแ้ ล่นเรือสาเภามาท่ีสงขลาเพือ่ ซ้ือขา้ วไปขายที่เมืองจีนอีกเช่นเคย
เผอิญคราวน้ีมีหนูตวั หน่ึงติดเรือมาดว้ ย หนูตวั น้ีฉลาดแสนรู้มาก มนั รู้วา่ เศรษฐีมีแกว้ วเิ ศษและเกิดความ
อยากได้ จึงคิดอยตู่ ลอดเวลาวา่ ทาอยา่ งไรจึงจะขโมยแกว้ วเิ ศษมาเป็นของมนั
หนูตวั น้ีติดเร่ือสาเภาไปถึงเมืองจีน และไดส้ ะกดรอยตามเศรษฐีไปถึงบา้ นโดยท่ีเศรษฐีไม่
รู้ตวั พอเศรษฐีเขา้ นอนและหลบั ไปแลว้ มนั ก็เขา้ ไปทางโพรงตรงฝาหอ้ งที่เกบ็ แกว้ วเิ ศษแลว้ ขโมยแกว้ วเิ ศษ
ไปได้
เมื่อขโมยแกว้ วเิ ศษไปไดแ้ ลว้ เจา้ หนูกค็ ิดหาทางนาแกว้ น้ีกลบั ไปยงั สงขลา มนั จะรอให้
เศรษฐีแล่นเรือกลบั ไปอีกเที่ยวหน่ึงก็ไมไ่ ด้ เพราะคงจะตอ้ งรออีกนานและอาจจะถูกจบั ไดเ้ สียก่อน ในที่สุด
มนั จึงตดั สินใจคาบแกว้ วเิ ศษกระโดดลงทะเลวา่ ยน้ากลบั เมืองสงขลา จึงช่วยใหม้ นั ไม่จมน้าตายไปเสียก่อน
ฝ่ ายเศรษฐีตื่นข้ึนมาในตอนเชา้ ทราบวา่ แกว้ วเิ ศษหายไปกโ็ ศกเศร้าเสียดายมาก เขานึกรู้วา่
ผทู้ ขี่ โมยไปน้นั คงจะเป็นสตั วป์ ระเภทหน่ึงทตี่ ดิ เรือมา เพราะสตั วน์ ้ีทงิ้ ร่องรอยเป็นรอยเทา้ เลก็ ๆ จากโพรงที่
ฝาหอ้ งและรอยกดั ผา้ สัตวน์ ้ีจะตอ้ งติดเรือสาเภามาเพื่อขโมยแกว้ วเิ ศษอยา่ งแน่นอน เขาเสียใจและเสียดาย
แกว้ วเิ ศษณ์จนกินไม่ไดน้ อนไมห่ ลบั เฝ้าแตน่ ึกถึงสิ่งที่ตนสูญเสียไป
เศรษฐีคนน้ีเล้ียงสัตวไ์ วส้ ามตวั เป็นแมวตวั หน่ึงและสุนขั สองตวั สัตวท์ ้งั สามตวั น้ีแสนรู้
ท้งั ยงั มีความกตญั ญูสูงมาก พวกมนั สังเกตวา่ เศรษฐีมีท่าทางโศกเศร้า ไม่เล่นหวั กบั พวกมนั เหมือนเช่นเคย ก็
เกิดความสงสยั จึงพากนั เขา้ ไปไตถ่ ามเรื่องราว
เศรษฐีไมค่ ิดวา่ สตั วท์ ้งั สามจะสามารถช่วยเหลือตนไดจ้ ึงไม่ไดเ้ ล่าเร่ืองใหฟ้ ัง แตส่ ัตวท์ ้งั
สามออ้ นวอนจนเขายอมบอกวา่ แกว้ วเิ ศษหายไป และสงสัยวา่ หนูจากเมืองไทยคงจะลกั เอาไปสัตวท์ ้งั สาม
ตวั โกรธแทนนายของมนั มาก แมวตดั สินใจวา่ จะตอ้ งออกติดตาม มนั กระโดดลงทะเลวา่ ยน้าตามหนูไป
สุนขั สองตวั เห็นความใจเด็ดของแมวเช่นน้นั จึงกระโดดตามลงไปดว้ ย
๔๓
ท้งั แมวและสุนขั วา่ ยน้าไล่ตามหนูอยหู่ ลายวนั สัตวท์ ้งั ส่ีตวั ตา่ งก็เหนื่อยและอ่อนเพลียมาก
เขา้ ใกลเ้ มืองสงขลาเขา้ ไปทุกที หนูวา่ ยน้าหนี แมววา่ ยตาม สุนขั อีกสองตวั วา่ ยตามแมวอีกทอดหน่ึง พอใกล้
จะถึงปากอา่ วเมืองสงขลา หนูหนั มาเห็นแมววา่ ยน้าตามมาติดๆ ก็ตกใจกลวั ปล่อยแกว้ วเิ ศษที่คาบอยเู่ สีย
แกว้ วเิ ศษจึงจมลงไปอยใู่ ตท้ ะเล
หนูและแมวตา่ งก็เหนื่อยมาก ประกอบกบั ไม่ไดก้ ินอาหารมาหลายวนั จึงหมดแรงจมน้า
ตายอยทู่ ี่ปากอ่าวเมืองสงขลานน่ั เอง ส่วนสุนขั ท้งั สองตวั พยายามวา่ ยจนถึงฝ่ัง แต่กไ็ ปไมร่ อด ลม้ ลงขาดใจ
ตายอยรู่ ิมฝั่งดว้ ยความเหนื่อยและความหิว
แกว้ วเิ ศษน้นั ต่อมากลายเป็นหาดทรายและดว้ ยอานุภาพของมนั ทาใหห้ นูและแมวท่ีจมน้า
ตายกลายเป็นเกาะ เรียกวา่ เกาะหนู เกาะแมว มาจนทุกวนั น้ี ดว้ ยเหตุท่ีหาดทรายน้ีเกิดข้ึนจากแกว้ วิเศษ จึง
ไดช้ ื่อวา่ หาดแกว้ ส่วนสุนขั ท่ีตาย ซากของมนั กลายเป็นภูเขาสองลูก เรียกกนั วา่ เขานอ้ ย และเขาตงั กวน
หาดทรายแกว้ จึงกลายเป็นหาดทรายท่ีสวยงามอยคู่ ู่กบั เกาะหนู เกาะแมว เขานอ้ ย และเขา
ตงั กวน ในจงั หวดั สงขลาต้งั แต่น้นั มา
(ประพนธ์ เรืองณรงค,์ ภูมิปัญญาทางภาษา.)
๔๔
ใบงานที่ ๑
ชื่อ.................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ เลขท่ี..............
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นจากประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
๑.นกั เรียนเคยรู้จกั เร่ือง นางนากพระโขนง หรือ แมน่ ากพระโขนง มาก่อนหรือไม่ หากรู้จกั บอก
ไดไ้ หมวา่ อา่ นมาจากหนงั สือหรือดูภาพยนตร์ หรือไดฟ้ ังมาจากคนอ่ืน แลว้ มีรายละเอียดแตกตา่ งกนั
อยา่ งไรบา้ ง การท่ีผทู้ รงพระราชนิพนธ์ นิทานทองอิน นาเอาเรื่องนางนากพระโขนง มาต้งั เป็นชื่อตอน
และกล่าวถึงในเร่ือง ก่อใหเ้ กิดผลดีกบั เร่ืองน้ีอยา่ งไรบา้ ง ลองช่วยกนั แสดงความคิดเห็น
………………………………………………………………………………………………………………
………………….……………………………………………………………………………………………
…………………………………….…………………………………………………………………………
……………………………………………………….……………………………………………
๒.เรื่อง นางนากพระโขนง ที่รู้จกั กนั ทว่ั ไป เก่ียวขอ้ งกบั เรื่องนางนากพระโขนงที่ ๒ ใน นิทาน
เร่ืองทองอิน หรือไม่ อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………
………………….……………………………………………………………………………………………
…………………………………….…………………………………………………………………………
………………………………………………………....................................................................................
๓.นกั เรียนคิดดูวา่ การปลอมตวั เป็นปี ศาจนางนากของบุตรชายพนั โชติและเอน เหมาะควร
หรือไม่ อยา่ งไร ให้เหตุผลประกอบดว้ ย
………………………………………………………………………………………………………………
………………….……………………………………………………………………………………………
…………………………………….…………………………………………………………………………
……………………………………………………….………………………………………………………
………………………………………………………………………….……………………………………
…………………………………………………………………………………………….............................
๔๕
ใบงานที่ ๒
ชื่อ............................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ เลขที่..............
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มออกไปหาอ่านนิทาน หรือสอบถามจากปราชญท์ อ้ งถ่ิน หรือใครก็
ไดท้ ี่คิดวา่ จะใหเ้ รื่องราวเก่ียวกบั นิทานได้ แลว้ รวบรวมนิทานลงในสมุดบนั ทึก จากน้นั นาเสนอผลงานหนา้
ช้นั เรียน เพอ่ื ใหก้ ลุ่มอ่ืนวจิ ารณ์แสดงความคิดเห็นอยา่ งหลากหลาย
แบบบนั ทึกการเล่านิทาน
นิทานเรื่อง…………………
…………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….
สรุปขอ้ คิดของนิทาน……………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………….
ผเู้ ล่า ช่ือ………………………………….นามสกลุ …………………………
อายุ ………….ท่ีอย…ู่ ……………………………………………………………………
วนั ท่ีเก็บขอ้ มูล วนั ท่ี……………….เดือน …………………….พ.ศ. …………………
๔๖
ใบงานที่ ๓ (การบ้าน)
การเขียนเร่ืองจากภาพ
ชื่อ…………………………………………………………….เลขท่ี….. ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖
คาชี้แจง นกั เรียนเขียนเรื่องจากภาพ ตามความเขา้ ใจ
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………
………….……………………………………………………………………………………………………
…………………………….…………………………………………………………………………………
……………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………….……………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………….…………
………………………………………….……………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….…………………………………
******************************************
๔๗
เฉลยใบงานท่ี ๑
ชื่อ.................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ เลขที่..............
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นจากประเด็นตอ่ ไปน้ี
( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )
เฉลยใบงานที่ ๒
ช่ือ............................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ เลขที่..............
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกไปหาอา่ นนิทาน หรือสอบถามจากปราชญท์ อ้ งถิ่น หรือใครก็ไดท้ ี่คิดวา่
จะใหเ้ รื่องราวเก่ียวกบั นิทานได้ แลว้ รวบรวมนิทานลงในสมุดบนั ทึก จากน้นั นาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
เพอ่ื ใหก้ ลุ่มอื่นวิจารณ์แสดงความคิดเห็นอยา่ งหลากหลาย
( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )
เฉลยใบงานท่ี ๓ (การบ้าน)
การเขียนเรื่องจากภาพ
ชื่อ…………………………………………………………….เลขท่ี….. ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖
คาชี้แจงนกั เรียนเขียนเร่ืองจากภาพ ตามความเขา้ ใจ
( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )
๔๘
แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )
๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )
๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงต่อเวลา ( A,K )
๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้
เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา
ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมนิ
๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี
๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
ช่ือ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอยี ด
เดก็ หญิงภคั จริ า เต๊ะย่อ
เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ
เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรตั น์
เด็กชายซาอดุ ี ราชการ
เด็กชายธนวฒั บินดเุ หลม็
เด็กชายศรัณ ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่
เดก็ ชายอัจฉรยิ ะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อัจฉารีญา เมาะสนิ
เด็กหญงิ นชิ านนั ท์ ดารากยั
เด็กหญงิ นิสรีน หมี เกะ
เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ
เดก็ หญิงขวญั จิรา ตเิ อยี ดย่อ
เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ
เดก็ ชายสทิ ธิโชค สุวรรณโน
๔๙
แบบประเมินชิ้นงาน
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….
ชิ้นงานเรื่อง……………………..
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕๐
เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน
๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ ว่ั ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ
๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม
เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย
มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด
กาหนด
ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไม่มีส่วน
ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงานเป็ นระยะ