The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒
เรื่อง พ่อค้าจากเมาะตะมะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อภิชญา ญาดาพัชร์, 2021-07-04 03:23:13

หน่วยที่ ๑๒

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒
เรื่อง พ่อค้าจากเมาะตะมะ

๕๑

ใบงาน
ชื่อ..................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕............เลขท่ี..............
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาอา่ นจากคาท่ีกาหนดใหอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

ตัวอย่าง เหตุการณ์ อา่ นวา่ เหด – กาน

๑. บงั เอญิ อ่านว่า …………………………………..
๒.สนิทสนม อ่านว่า …………………………………..
๓. ฉลาดหลกั แหลม อ่านว่า …………………………………..
๔ นักธุรกจิ อ่านว่า …………………………………..
๕. ตวั ละคร อ่านว่า …………………………………..
๖.พอ่ คา้ อ่านว่า …………………………………..
๗. ชาวมอญ อ่านว่า …………………………………..
อ่านว่า …………………………………..
๘. บูรพาทศิ อ่านว่า …………………………………..
๙. มหศั จรรย์
๑๐. อนั ตราย อ่านว่า …………………………………..

๕๒

ใบงาน
ช่ือ………………………………..........................…..เลขท…่ี .. ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาจากคาอ่านที่กาหนดใหถ้ ูกตอ้ ง

ตวั อย่าง อะ-ยุด-ทะ-ยา เขยี นเป็ น อยธุ ยา

๑. อา - ไส เขียนเป็ น………………………….

๒.บนั - ดิด เขยี นเป็ น…………………………..

๓. สะ-ต-ิ ปนั -ยา เขียนเป็ น…………………………..
๔.นิ - มิด เขียนเป็ น…………………………..
เขียนเป็ น…………………………..
๕.เคร่อื ง-สกั -กา-ระ

๖. สม - ควน เขยี นเป็ น……………………………….

๗. กนั เ - ดาน เขียนเป็ น……………………………….
๘. อะเ-นุ-เคราะ เขียนเป็ น……………………………….
๙.ยด-ถา-บนั -ดา-สกั เขียนเป็ น………………………
เขยี นเป็ น…………………….
๑๐. บนุ -ยา-ท-ิ กาน

๕๓

ใบงาน
เร่ือง การเขียนตามคาบอก
ชื่อ..................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕เลขท่ี..............

คาช้ีแจง ให้นักเรียนต้งั ใจฟังคาทค่ี รูอ่านให้ฟัง ๒ รอบแล้วจึงลงมือเขยี นคาศัพท์

…………………………………………………………………………………………………………
………………….………………………………………………………………………………………
……………………………………….…………………………………………………………………
…………………………………………………………….……………………………………………
………………………………………………………………………………….………………………
……………………………………………………………………………………………………….…
…………………………………………………………………………………………………………
………………….………………………………………………………………………………………
……………………………………….…………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
………………….………………………………………………………………………………………
……………………………………….…………………………………………………………………
…………………………………………………………….……………………………………………
………………………………………………………………………………….………………………
……………………………………………………………………………………………………….…
…………………………………………………………………………………………………………
………………….………………………………………………………………………………………
……………………………………….…………………………………………………………………
………………….………………………………………………………………………………………
……………………………………….…………………………………………………………………
………………….………………………………………………………………………………………
……………………………………….…………………………………………………………………
………………….………………………………………………………………………………………
……………………………………….…………………………………………………………………

๕๔

เฉลยใบงาน

ช่ือ..................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕............เลขที่..............

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาอา่ นจากคาท่ีกาหนดใหอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

ตัวอย่าง เหตุการณ์ อ่านวา่ เหด – กาน

๑. บงั เอญิ อ่านว่า บงั -เอนิ
๒.สนิทสนม อ่านว่า สะ-หนิด-สะ-หนม
๓. ฉลาดหลกั แหลม อ่านว่า ฉะ-หลาด-หลกั -แหลม
๔ นักธุรกจิ อ่านว่า นัก-ทุ-ระ-กดิ
๕. ตวั ละคร อ่านว่า ตวั -ละ-คอน
๖.พอ่ คา้ อ่านว่า พ่อ-ค้า
๗. ชาวมอญ อ่านว่า ชาว-มอน
อ่านว่า บู-ระ-พา-ทดิ
๘. บูรพาทศิ อ่านว่า มะ- หัด - สะ- จัน
๙. มหศั จรรย์ อ่านว่า อนั –ตะ-ราย
๑๐. อนั ตราย

๕๕

เฉลยใบงาน
ช่ือ………………………………..........................…..เลขท…ี่ .. ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาจากคาอา่ นที่กาหนดใหถ้ ูกตอ้ ง

ตวั อย่าง อะ-ยุด-ทะ-ยา เขยี นเป็ น อยุธยา

๑. อา - ไส เขยี นเป็ น อาศัย

๒.บนั - ดิด เขียนเป็ น บณั ฑติ
๓. สะ-ต-ิ ปนั -ยา เขยี นเป็ น สติปัญญา
๔.นิ - มิด เขยี นเป็ น นิมติ ร
๕.เคร่อื ง-สกั -กา-ระ เขียนเป็ น เคร่ืองสักการะ
เขยี นเป็ น สมควร
๖. สม - ควน
เขยี นเป็ น กนั ดาร
๗. กนั - ดาน เ เขยี นเป็ น อนุเคราะห์
๘. อะ-นุ-เคราะ เขียนเป็ น ยศถาบรรดาศักด์ิ
๙.ยด-ถา-บนั -ดา-สกั เขียนเป็ น บุญญาธิการ
๑๐. บนุ -ยา-ท-ิ กาน

๕๖

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถว้ น ภาษาท่ี

ใชเ้ หมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และ

เน้ือหาถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมนิ

๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ชื่อ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เด็กหญงิ วราภรณ์ หดั เอยี ด
เดก็ หญงิ ภัคจริ า เต๊ะยอ่

เดก็ ชายธรี กร แกว้ จติ ตะ
เดก็ หญิงอนศุ รา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอดุ ี ราชการ
เด็กชายธนวัฒ บินดุเหลม็
เด็กชายศรณั ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอยี ดยอ่
เด็กชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อจั ฉารีญา เมาะสนิ
เด็กหญงิ นชิ านันท์ ดารากยั
เดก็ หญงิ นสิ รนี หมี เกะ
เด็กหญงิ อสั มา แวยาเง๊าะ
เดก็ หญิงขวญั จริ า ติเอียดย่อ
เด็กชายพายุ สวุ รรณโณ
เด็กชายสิทธโิ ชค สวุ รรณโน

๕๗

แบบประเมนิ ชิ้นงาน

รายช่ือสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๒…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๓…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๔…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๕…………………………………….เลขท…ี่ …………ช้ัน…………..
๖.…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑ์การประเมิน คะแนน คะแนนทไี่ ด้
๑๒๓๔๕
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๕๘

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกล่มุ

ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วน ๒๑
เป้าหมายร่วมกนั ร่วมในการกาหนด
เป้าหมายการทางาน สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
๒. การแบ่งหนา้ ท่ี อยา่ งชดั เจน ส่วนร่วมในการ ส่วนร่วมในการกาหนด
รับผดิ ชอบ กระจายงานไดอ้ ยา่ ง กาหนดเป้าหมายใน เป้าหมายในการทางาน
ทวั่ ถึงและตรงตาม การทางาน
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่ ความสามารถของ กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย สมาชิกทุกคน แตไ่ มต่ รงตาม
ทางานไดส้ าเร็จตาม ความสามารถของ
๔. การประเมินและ เป้าหมายท่ีไดร้ ับ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน มอบหมาย ตาม ทางานไดส้ าเร็จตาม ทางานไม่สาเร็จตาม
ระยะเวลาท่ีกาหนด เป้าหมายแตช่ า้ กวา่ เป้าหมาย
สมาชิกทุกคนร่วม เวลาที่กาหนด
ปรึกษาหารือ ติดตาม
ตรวจสอบและ สมาชิกบางส่วนมี สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ปรับปรุ งผลงานเป็ น ส่วนร่วมปรึกษาหารือ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ระยะ แตไ่ ม่ช่วยปรับปรุง ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงาน

๕๙

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑ์การประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔

แผนการจดั การเรียนรู้ ๖๐

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดีลานา) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เร่ือง พ่อค้าจากเมาะตะมะ เวลาเรียน ๑๐ ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง สานวนโวหาร เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบ

ตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลง ของภาษา และพลงั ของ

ภาษาภูมิปัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ตวั ชี้วดั
ท ๒.๑ ป.๕/๘ เขียนเร่ืองตามจินตนาการ
ท ๒.๑ ป.๕/๙ มีมารยาทในการเขียน
ท ๔.๑ ป.๕/๗ ใชส้ านวนไดถ้ ูกตอ้ ง

สาระสาคญั
โวหาร คือ การใชถ้ อ้ ยคาที่เลือกสรรมาแลว้ เป็ นอยา่ งดี มีความสละสลวย

มีความเหมาะสมโวหารเป็ นช้นั เชิงหรือสานวน หรือถอ้ ยคา สาบดั สานวนในการแต่งหนงั สือหรือการ
พดู ในภาษาไทยใชข้ ยายความใหช้ ดั แจง้ และเพ่ือถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด ความรู้หรือ
จินตนาการของผเู้ ขียนใหก้ วา้ งไกลออกไป การเรียนรู้ ฝึกสงั เกต รวบรวมและฝึกนาโวหารไปใช้
ประโยชน์กจ็ ะทาใหเ้ กิดทกั ษะทางภาษาไดเ้ ป็นอยา่ งดี

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๒. มีวนิ ยั
๓. ใฝ่ เรียนรู้
๔. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๕. มุง่ มน่ั ในการทางาน

๖๑

สาระการเรียนรู้
บทเรียนเรื่อง “พอ่ คา้ เมืองเมาะตะมะ” แสดงความคิดเห็นเชิงวเิ คราะห์และประเมินคา่

กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. เล่านิทาน เร่ือง “แพะหลงกล” ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ สนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั การ

ดาเนินเรื่องของนิทาน วา่ มีการใชโ้ วหาร หรือไม่อยา่ งไร
๒. ครูนาแผนภูมิตวั อยา่ งการเขียนบรรยาย สาธกโวหาร และพรรณนาโวหาร มาติดบน

กระดานดา แลว้ สนทนาอภิปรายแสดงความคิดเห็น
๓. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่ม (ตามความเหมาะสม) โดยเลือกประธาน และเลขานุการกลุ่ม

แลว้ ศึกษาใบความรู้ เรื่อง การเขียนโวหาร
๔. นกั เรียนร่วมกนั สรุปความหมายของโวหาร และวเิ คราะห์ตวั อยา่ งโวหาร จากหนงั สือ

เรียนลงในใบงาน
๕. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มอ่านบทเรียนจากหนงั สือเรียนหนา้ ๖๗-๖๘ โดยใหน้ กั เรียนจบั ประเด็น

สาคญั ของเรื่องเหมือนการอา่ นในใจ
๖. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายวา่ เร่ืองราวหรือขอ้ ความน้นั เป็นการเขียนแบบโวหารประเภทใด

โดยครูคอยเติมเตม็ และสรุปเพม่ิ เติม
๗. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ฝึกเขียนโวหารแบบตา่ งๆ โดยช่วยกนั กาหนดหวั ขอ้ ที่จะเขียน

โวหาร แลว้ เขียนขอ้ ความส้ันๆ เพือ่ นาไปขยาย แลว้ ช่วยกนั ปรับปรุงแกไ้ ขใหส้ ละสลวย สร้างตวั ละคร
เร่ืองราวเน้ือหาใหม้ ีตวั อยา่ งประกอบแบบโวหารตา่ งๆ

๘. นกั เรียนตวั แทนกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
๙.มอบหมายใหน้ กั เรียนหาขอ้ ความที่เป็ นบรรยาย สาธกและพรรณนาโวหารหรือเขียนแบบ
บรรยายสาธกและพรรณนาโวหาร อยา่ งละ ๓ ขอ้ เป็นการบา้ น
๑๐. ครูและนกั เรียนศึกษาช่วยกนั สรุปบทเรียนเพื่อใหไ้ ดอ้ งคค์ วามรู้ท่ีวา่ โวหารเป็ นช้นั เชิง
หรือสานวน หรือถอ้ ยคา สาบดั สานวนในการแตง่ หนงั สือหรือการพูด ในภาษาไทย มีความสาคญั
มากโดยเฉพาะเก่ียวกบั การแตง่ หนงั สือและการพูด ซ่ึงจะมีการใชโ้ วหารประกอบอยมู่ าก ลกั ษณะ
ขอ้ ความท่ีเป็ นโวหาร จะตอ้ งประกอบดว้ ย

๑๐.๑ ตวั อยา่ งหรือเร่ืองราวที่ยกมาประกอบตอ้ งเขา้ กบั เร่ือง
๑๐.๒ ตวั อยา่ งควรเนน้ เร่ืองใกลต้ วั และเป็นเร่ืองจริง
๑๐.๓ ตวั อยา่ งตอ้ งน่าสนใจ เร้าใจ ต่ืนเตน้
๑๐.๔ ตวั อยา่ งตอ้ งมีความสมเหตุสมผล
๑๐.๕ เร่ืองใดท่ีเขาดีอยแู่ ลว้ อยา่ ยกมาประกอบ เพราะอาจทาใหเ้ ยน่ิ เยอ่ เสียเวลา
๑๑. นกั เรียนทาใบงาน

๖๒

สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. ตวั อยา่ งขอ้ เขียนโวหารตา่ งๆ
๒. หนงั สือเรียนภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ เล่ม ๒
๓. ใบความรู้
๔. ใบงาน
๕ แบบฝึกหดั ทกั ษะภาษา ชุดภาษาเพอื่ ชีวิต
๖. นิทานเรื่องแพะหลงกล

กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบฝึกหดั
๑.๒.๓ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้

๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสงั เกตพฤติกรรมและผลงานระหวา่ งเรียน
๒.๔ แบบประเมินผลงาน
๒.๕ แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๗๐ ข้ึนไป

๖๓

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….…
…. . . ……………………………………………………………………………………………………
….……...………………………………………………………………………………………………
……….……............................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….…
….............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.....................……………………………………………………………………………………………
………….……........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

๖๔

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ปัญหา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๖๕

นิทาน เร่ือง แพะหลงกล

นานมาแลว้ มีสุนขั จิ้งจอกตวั หน่ึงตกลงไปในบ่อน้า มนั พยายามที่จะตะกายข้ึนจากบ่อแตไ่ ม่
สาเร็จ ขณะน้นั มีแพะตวั หน่ึงเดินมาชะโงกหนา้ ที่บอ่ และมองเห็นสุนขั จิง้ จอกอยใู่ นบ่อน้นั มนั ร้อง
ถามวา่ “เป็นไง! สหาย น้าในบอ่ น้นั คงดีมากและอร่อยซินะ”

สุนขั จิง้ จอกจึงบอกกบั แพะวา่ “ลงมากินดว้ ยกนั ซิเพ่ือน น้าในบ่อน้ีท้งั เยน็ ท้งั หวานแลว้ ก็มี
มากเสียดว้ ย ขา้ กินเท่าไร ๆ ก็ไม่หายอยาก สหายลงมาซิ“ แพะไดฟ้ ังดงั น้นั ก็กระโดดลงไปในบอ่
ตามคาชกั ชวนของสุนขั จิ้งจอกทนั ที

สุนขั จิ้งจอกไดโ้ อกาส จึงเหยยี บเขาแพะกระโดดข้ึนมาจากบ่อได้ มนั ตะโกนบอกแก่แพะวา่
“ถา้ เจา้ มีสองสักคร่ึงหน่ึงของหนวดเคราเจา้ เจา้ ก็คงจะตอ้ งมองใหแ้ น่เสียก่อนที่จะกระโดดลงไป ขา้
ไปละสหายหนา้ โง่”

๖๖

ใบความรู้
เร่ือง โวหาร

ประเภทของโวหาร
โวหาร คือ การใชถ้ อ้ ยคาที่เลือกสรรมาแลว้ เป็ นอยา่ งดี มีความสละสลวย มีความ

เหมาะสมโวหารใชข้ ยายความใหช้ ดั แจง้ และเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด ความรู้หรือ
จินตนาการของผเู้ ขียนใหก้ วา้ งไกลออกไป

โวหาร ตามความหมายในพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ หมายถึง“ช้นั
เชิงหรือสานวนแต่งหนงั สือหรือพูด , ถอ้ ยคาที่เล่นเป็ นสาบดั สานวน”

ในการเขียนอาจใชโ้ วหารตา่ ง ๆ กนั โดยจะตอ้ งเลือกใชใ้ หต้ รงกบั ความหมายของ
ขอ้ ความที่เขียน การใชโ้ วหารถือวา่ เป็ นการใชภ้ าษาอยา่ งมีศิลปะ โวหารในการเขียน มี ๕ ประเภท

๑) บรรยายโวหาร
๒) พรรณนาโวหาร
๓) สาธกโวหาร
๔) เทศนาโวหาร
๕) อุปมาโวหาร

บรรยายโวหาร
บรรยายโวหาร หมายถึง การเขียนอธิบาย หรือบรรยายเหตุการณ์ ที่เป็น

ขอ้ เทจ็ จริงตามลาดบั เหตุการณ์ เป็นการเขียนตรงไปตรงมา ไม่เยนิ่ เยอ้ มุ่งความชดั เจนเพือ่ ใหผ้ ูอ้ า่ น
ไดร้ ับความรู้ ความเขา้ ใจ ผเู้ ขียนควรใชภ้ าษากะทดั รัด เขียนใหต้ รงเป้าหมาย อ่านเขา้ ใจง่าย ใน
การเขียนทวั่ ไปๆ มกั ใชบ้ รรยายโวหาร เช่น การเขียนเล่าเรื่อง เล่าเหตุการณ์เล่าประสบการณ์ที่
เกิดข้ึน
หลกั การเขียนบรรยายโวหาร

๑) เขียนเฉพาะสาระสาคญั
๒) เขียนเรื่องจริง โดยผเู้ ขียนจะตอ้ งมีความรู้เกี่ยวกบั เร่ืองที่เขียนเป็นอยา่ งดี
๓) ใชภ้ าษาท่ีเขา้ ใจง่าย
๔) เรียบเรียงความคิดใหต้ ่อเน่ืองกนั

พรรณนาโวหาร
พรรณนาโวหาร หมายถึง การเขียนที่สอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกของผเู้ ขียน

เพื่อใหผ้ อู้ ่านซาบซ้ึง ประทบั ใจ มีความรู้สึกคลอ้ ยตามไปกบั ผเู้ ขียน เช่น การเขียนพรรณนาอารมณ์
ความรู้สึก รัก หลง โกรธ เกลียด เศร้า เป็นตน้ โดยเลือกใชถ้ อ้ ยคาที่ไพเราะเห็นภาพพจน์ไดง้ ่าย
เพ่ือโนม้ นา้ วอารมณ์ผอู้ า่ นใหค้ ลอ้ ยตามและเกิดความประทบั ใจ

๖๗

หลกั ในการเขียนพรรณนาโวหาร
๒.๑) ใชถ้ อ้ ยคาท่ีเลือกสรรแลว้ เพือ่ ส่ือความหมายและอารมณ์ความรู้สึกท่ี

ชดั เจน
๒.๒) เขียนใจความควรเนน้ ใหเ้ กิดภาพพจน์ เกิดอารมณ์ความรู้สึกร่วมไป

กบั ผเู้ ขียน
๒.๓)ใชภ้ าพพจน์หรืออุปมาโวหาร เพือ่ ใหไ้ ดอ้ ารมณ์ความรู้สึกหรือเกิด

จินตนาการคลอ้ ยตาม
สาธกโวหาร

สาธกโวหาร หมายถึง การที่ผเู้ ขียนหยบิ ยกตวั อยา่ งมาอา้ งอิงประกอบการอธิบาย
เพ่ือสนบั สนุนขอ้ ความท่ีเขียนไวใ้ หผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจ และเกิดความเชื่อถือ

หลกั การเขียนสาธกโวหาร
คือ ตอ้ งสามารถเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั โอกาส เหมาะกบั จุดมุง่ หมายและเขียนไดอ้ ยา่ ง
ถูกตอ้ งตามลกั ษณะของโวหาร
เทศนาโวหาร
เทศนาโวหาร หมายถึง การเขียนอธิบาย ช้ีแจงใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจ ช้ีใหเ้ ห็นประโยชน์หรือโทษ
ของเร่ืองที่กล่าวถึง เป็นการชกั จูงใหผ้ อู้ ่านคลอ้ ยตาม เห็นดว้ ยหรือเพ่ือแนะนาสั่งสอน ปลุกใจหรือ
เพ่อื ใหร้ ู้ถึงขอ้ เทจ็ จริง การเขียนแบบเทศนาโวหารตอ้ งอาศยั กลวธิ ีการชกั จูงใจ

หลกั การเขียนเทศนาโวหาร
การเขียนโวหารประเภทน้ี จาเป็นตอ้ งใชโ้ วหารอื่นๆ มาประกอบ คืออาจ

เป็นบรรยาย พรรณนา สาธก หรือ อุปมาโวหาร เพ่อื ใหไ้ ดใ้ จความชดั เจนแจม่ ชดั สามารถชกั จูงใจ
ผอู้ ่านใหค้ ลอ้ ยตามความคิดของผเู้ ขียนได้
อปุ มาโวหาร

อุปมาโวหาร หมายถึง การเขียนเป็ นสานวนเปรียบเทียบที่มีความคลา้ ยคลึงกนั เพอื่ ทาให้
ผอู้ า่ นเกิดความเขา้ ใจลึกซ้ึงยงิ่ ข้ึนโดยการเปรียบเทียบส่ิงของท่ีเหมือนกนั เปรียบเทียบโดยโยงความคิด
ไปสู่อีกสิ่งหน่ึง หรือเปรียบเทียบขอ้ ความตรงกนั ขา้ ม หรือขอ้ ความที่ขดั แยง้ กนั

๖๘

ใบงาน

ชื่อ.......................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เลขที่..............

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนฝึกอา่ นโวหารต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง และสงั เกตการเรียบเรียงถอ้ ยคา จะพบวา่ มีการ
บรรยายความท่ีกระชบั น่าสนใจซ่ึงเป็นลกั ษณะสาคญั ของวรรณคดีร้อยแกว้ ดงั น้ี

๑. ภาษาสละสลวย ใจความส้ัน กระชับ เช่น
๑. ผทู้ านายน้นั จึงคิดวา่ บุรุษผูน้ ้ีมีปัญญาฉลาดในอุบายยง่ิ นกั
๒. แต่น้ีสืบไปเมื่อหนา้ หาบไม่ตอ้ งบ่าทา่ นแลว้
๓. ซ่ึงจะคา้ ขายสืบไปน้นั ทา่ นอยา่ ไดก้ ระทาเลย หาเป็นประโยชน์ไม่
๔. ถา้ เราจะไปฝากตวั อยดู่ ว้ ยเสนาบดีผใู้ หญ่บดั น้ีเล่า ก็ยงั หาผา้ นุ่งท่ีดีมิได้
๕. บุตรรามญั ผูน้ ้ีมีปัญญาฉลาดนกั นานไปจะไดเ้ ป็ นผดู้ ีมนั่ คง
๖. บุรุษรามญั น้ีนอ้ ยฉลาด ประกอบดว้ ยความเพียร จะเอาไปเล้ียงไวใ้ กลเ้ ราจึงจะ
ชอบ
๗. สมเด็จพระร่วงเจา้ พระเมตตานกั ดุจหน่ึงบุรุษในอุทร

๒. ภาษาบรรยายให้เห็นภาพ ทาให้ผ้อู ่านมองเหน็ ภาพตามเนื้อเร่ืองได้ชัดเจน เช่น
อา้ ยคนน้ีเป็ นบุรุษของผใู้ ด นายชา้ งจึงกราบทูลสมเด็จพระร่วงเจา้ มะกะโทคนน้ี

เป็นบุตรรามญั เขา้ มาอยดู่ ว้ ยขา้ พระพทุ ธเจา้ ช่วยทอดหญา้ ชา้ งและชาระมูลชา้ ง มีความ
อุตสาหะเป็นอนั มาก สมเด็จพระร่วงเจา้ ทรงพระเมตตาแก่มะกะโท จึงตรัสสั่งนายชา้ งให้
เล้ียงดูมะกะโทไว้ อยา่ ใหข้ ดั สน เมื่อพระองคท์ อดพระเนตรชา้ งอยนู่ ้นั คายพระสลายออก
แลว้ บว้ นพระโอษฐล์ งเหนือแผน่ ดิน ดินกระจายออกไป ทอดพระเนตรเห็นเบ้ีย ๆ หน่ึงจึง
ตรัสวา่ ลูกรามญั นอ้ ย จงเก็บเอาเบ้ีย ๆ หน่ึงไว้ มะกะโทกราบถวายบงั คม แลว้ จึงเกบ็ เอวเบ้ีย
มาตามรับสัง่ คร้ันสมเด็จพระร่วงเจา้ ทอดพระเนตรชา้ งแลว้ กเ็ สด็จกลบั เขา้ สู่พระราชวงั

๖๙

ใบงาน (งานกล่มุ )
ชื่อ.......................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เลขท่ี..............

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิตามรายการต่อไปน้ี
๑) เลือกประธาน เลขานุการกลุ่ม และผนู้ าเสนอผลงาน
๒) ศึกษาเรื่อง การเขียนบรรยายโวหารจากใบความรู้ แลว้ สรุปความความ และวเิ คราะห์ ดงั น้ี

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. โวหาร คืออะไร
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
๒.โวหารตา่ ง ๆ มีประโยชน์และมีความสาคญั อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
๓. บรรยายโวหารคืออะไร จงยกตวั อยา่ งประกอบมาพอเขา้ ใจ
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
๓. สาธกโวหาร คืออะไร จงยกตวั อยา่ งประกอบ มาพอเขา้ ใจ
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
๔. พรรณนาโวหาร คืออะไร จงยกตวั อยา่ งประกอบมาพอเขา้ ใจ
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
๕. จงอธิบายหลกั การเขียนบรรยายโวหาร สาธกโวหาร และพรรณนาโวหาร มาพอเขา้ ใจ
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………

๗๐

ใบงาน
ช่ือ.......................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ เลขที่..............

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. นกั เรียนไดค้ วามรู้เร่ืองอะไรบา้ งจากการอ่านเรื่อง ราชาธิราช ตอนกาเนิดมะกะโท บอกมา ๕ ขอ้
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………

๒.ใหน้ กั เรียนหาเน้ือความของเร่ืองท่ีเป็ นบรรยายโวหาร ใชภ้ าษาบรรยายใหเ้ ห็นภาพตามเน้ือเร่ืองได้
ชดั เจน
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………….………

แผนการจดั การเรียนรู้ ๗๑

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดลี านา) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒ เร่ือง พ่อค้าจากเมาะตะมะ เวลาเรียน ๑๐ ช่ัวโมง
แผนการเรียนรู้ท่ี ๖ เรื่อง ย่อความย่นเวลา เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
สอนวนั ท…่ี ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ

ดาเนิน ชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน
ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวใน

รูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๕/๕ วเิ คราะห์และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่อา่ นเพื่อนาไปใชใ้ นการดาเนิน

ชีวติ
ท ๒.๑ ป.๕/๒ เขียนสื่อสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม
ท ๒.๑ ป.๕/๔ เขียนยอ่ ความจากเรื่องที่อ่าน
ท ๒.๑ ป.๕/๙ มีมารยาทในการเขียน

สาระสาคัญ
การยอ่ ความคือ การเกบ็ เน้ือความหรือใจความสาคญั ของเร่ืองแลว้ นามาเรียบเรียงใหม่ การ

เขียนยอ่ ความ ผูเ้ ขียนตอ้ งอ่านเร่ืองใหล้ ะเอียดโดยตลอด และทาความเขา้ ใจเร่ืองน้นั ๆ ใหช้ ดั เจน
และจะตอ้ งเขา้ ใจรูปแบบวธิ ีการเขียน และฝึกเขียนโดยใชถ้ อ้ ยคา สานวนท่ีถูกตอ้ งเหมาะสม

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๒. มีวนิ ยั
๓. ใฝ่ เรียนรู้
๔. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๕. มุง่ มนั่ ในการทางาน

๗๒

สาระการเรียนรู้
บทเรียนเร่ือง “ พอ่ คา้ จากเมืองเมาะตะมะ”

กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. นกั เรียนเล่นเกมยน่ ๆ ยอ่ พอไดใ้ จความ
๒.นาตวั อยา่ งการยอ่ ความท่ีดีและถูกตอ้ งมาใหน้ กั เรียนอา่ นและสงั เกตดู

แลว้ สนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั เร่ืองการเขียนยอ่ ความ
๓. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ตามความสมคั รใจศึกษาใบความรู้ เร่ืองการ

เขียนยอ่ ความ ครูสงั เกตพฤติกรรม การเรียน พร้อมบนั ทึกลงในแบบสังเกต
๔. นกั เรียนช่วยกนั อภิปรายสรุปเกี่ยวกบั วธิ ีการเขียนยอ่ ความ แตล่ ะกลุ่มออกมาเขียนไวบ้ น

กระดานดาสรุปเป็นแผนภูมิ ไวอ้ ่านและศึกษาตอ่ ไป เช่น
หลกั การย่อความ
๔.๑. อ่านวรรณคดีเรื่องน้นั ๆ ใหเ้ ขา้ ใจมากข้ึน
๔.๒. เรียงลาดบั ความใหมเ่ พ่ือใหเ้ ขา้ ใจง่าย
๔.๓. เรียงลาดบั คาส้ัน ๆ รัดกมุ ตรงไปตรงมา แลว้ ใชค้ าเช่ือมขอ้ ความใหส้ ระสลวย
๔.๔. คาศพั ทย์ ากใหเ้ ปล่ียนมาใชค้ าสามญั ท่ีคนทว่ั ไปใชแ้ ทน
๔.๕ คาราชาศพั ทต์ อ้ งใชค้ าเดิม แตบ่ างคาอาจเลือกใชค้ าราชาศพั ทท์ ี่ได้

ใจความตรงกนั และส้ันกวา่ เดิมได้
๔.๖. ใหใ้ ชแ้ บบการยอ่ ดงั น้ี ยอ่ เรื่องอะไร จากหนงั สืออะไร ใครเป็ นผู้

แตง่ มีความหมายอยา่ งไร
๕. นกั เรียนสงั เกตแผนภูมิการยอ่ ความ แบบข้ึนตน้ ยอ่ ความที่ครูนามา แลว้ ครูและนกั เรียน

ร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นในเรื่องความหมาย หลกั การ ประโยชนข์ องการยอ่ ความ
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มอ่านบทเรียน เรื่อง พอ่ คา้ จากเมาะตะมะเพื่อหาใจความสาคญั ของเรื่อง

ตามรูปแบบ การยอ่ ความ ดงั น้ี (รูปแบบการย่อความ)
ยอ่ เร่ือง………………………………ผแู้ ต่ง………………………………………

จากหนงั สือ…………………………………….ความวา่ ………………………………
( เน้ือเรื่องท่ียอ่ )
…………………………………………………………………………………………..……

…………………………………………………………………………………………………………
……….……………………………………………………………

๖. นกั เรียนฝึกยอ่ นิทานความจากเร่ืองท่ีครูนามา คนละ ๑ เรื่อง ครูตรวจผลงานพร้อม
บนั ทึกลงแบบบนั ทึกคะแนน

๗๓

๗. นกั เรียนช่วยกนั สรุปผลการย่อความร่วมกนั พร้อมติชม แกไ้ ข เพ่ือปรับปรุงผลงานคร้ัง
ต่อไป

๘. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มทางานตามใบงาน (งานกลุ่ม)
๙. คดั เลือกผลงานนามาติดไวท้ ี่ป้านนิเทศ แสดงผลงานการยอ่ ความ
๑๐. นกั เรียนทาใบงาน
๑๑. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปบทเรียน วา่ การยอ่ ความเป็นสิ่งที่จาเป็นอยา่ งยง่ิ เพราะเราไม่
อาจจารายละเอียดของเรื่องราวที่รับรู้ไดท้ ุกถอ้ ยคา การยอ่ ความจึงเป็นทกั ษะ
ที่ควรฝึกฝน เพ่อื ใหส้ ามารถยอ่ สาระสาคญั จากเร่ืองราวไดค้ รบถว้ น ท้งั สารที่เป็นสาระและบนั เทิง
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. ใบความรู้ เร่ือง ความหมายของการยอ่ ความ ประโยชน์ของการยอ่ ความ
๒. ใบความรู้ เร่ือง หลกั เกณฑก์ ารยอ่ ความ
๓. ใบความรู้ เรื่อง ตวั อยา่ งการยอ่ ความ
๔. ใบงาน
๕. ใบความรู้ เรื่อง แบบข้ึนคานายอ่ ความ
๖. หนงั สือเรียนภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เล่ม ๒ วรรณคดีลานา
๗. แบบฝึกหดั ชุดภาษาเพ่อื ชีวติ ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕
กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบฝึกหดั
๑.๒.๓ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้

๒.เครื่องมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสงั เกตพฤติกรรมและผลงานระหวา่ งเรียน

๗๔

๒.๔ แบบประเมินผลงาน
๒.๕ แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล

ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๗๐ ข้ึนไป

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้

ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน

– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….…
…. . . ……………………………………………………………………………………………………
….……...………………………………………………………………………………………………
……….……............................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ความเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….…
….............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.....................……………………………………………………………………………………………
………….……........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

๗๕

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ปัญหา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๗๖

เกม ย่น ๆ ย่อ ๆ พอเข้าใจ
อปุ กรณ์

- ขอ้ ความหรือเรื่องส้ัน - กระดาษเปล่า
วธิ ีเล่น

๑. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่มอยา่ งนอ้ ย ๔ กลุ่ม
๒. นาเรื่องน้นั หรือขอ้ ความในบทเรียนแจกนกั เรียนแตล่ ะกลุ่ม กลุ่มละ ๑ เร่ือง
๓. ใหแ้ ต่ละกลุ่มยอ่ ความเร่ืองท่ีแจกใหใ้ นเวลาจากดั ประมาณ ๕ - ๘ นาที
๔. นาเรื่องส้ันที่แตล่ ะกลุ่มยอ่ ไปแลว้ ใหก้ ลุ่มถดั ไปยอ่ เร่ืองน้นั อีกเป็ นคร้ังท่ี ๒
๕. นาเรื่องยอ่ คร้ังท่ี ๒ ใหก้ ลุ่มต่อไปยอ่ ทาเช่นน้ีไปเร่ือย ๆ จนครบทุกกลุ่มซ่ึงจะไดเ้ รื่อง
ส้นั สุดทา้ ย ( ไดร้ ับการยอ่ มาแลว้ ๔ คร้ัง ) มีความยาวเพียงนิดเดียว
๖. นาขอ้ ความหรือประโยคสุดทา้ ยน้นั มาวเิ คราะห์วา่ เป็นใจความสาคญั ของเรื่องน้นั ได้
หรือไม่

- ถา้ ถูกตอ้ งแสดงวา่ ขบวนการยอ่ ความของนกั เรียนใชไ้ ด้
- ถา้ ไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่ไดป้ ระเดน็ สาคญั จริง ๆ อาจจะลองใหย้ อ่ เร่ืองน้นั ๆ ใหม่อีกได้
๗. ถา้ ยงิ่ แบง่ หลายกลุ่ม ขอ้ ความหรือเรื่องส้นั ที่ได้ อาจจะลองใชย้ อ่ เร่ืองน้นั ๆ ไดซ้ ่ึงทาให้
นกั เรียนเกิดความเขา้ ใจภาษามากข้ึน คือทราบวา่ ชื่อเรื่อง เน้ือเร่ืองน้นั มีความเก่ียวขอ้ งกนั อยา่ งไร
และจะเป็นการฝึกใหน้ กั เรียนที่เขียนเรื่องให้ตรงกบั ชื่อเรื่องในเวลาต่อ ๆ ไป

๗๗

ใบความรู้
เร่ือง การย่อความ

การยอ่ ความเป็ นทกั ษะที่จาเป็ นตอ้ งใชก้ นั อยเู่ สมอในชีวติ ประจาวนั ผยู้ อ่ ตอ้ งรู้จกั ประเด็น
สาคญั ของเรื่องไดถ้ ูกตอ้ งและสามารถนามาเรียบเรียงใหม่ ดว้ ยภาษาที่ส้ันกะทดั รัด และสื่อความหมาย
ไดแ้ จ่มแจง้ เพ่อื บนั ทึกเร่ืองราวใหเ้ ป็นหลกั ฐานและช่วยความจา

การย่อความ เป็นการเขียนโดยเกบ็ ใจความสาคญั ของเรื่องใดเร่ืองหน่ึง นามาเรียบเรียง
ถอ้ ยคาตามสานวนของผเู้ ขียนเอง ส่วนรายละเอียดน้นั ไม่ตอ้ งนามาเขียน ยอ่ ความจึงมีแตเ่ ฉพาะ
ใจความสาคญั เทา่ น้นั

การเขียนยอ่ ความใหไ้ ดด้ ี ตอ้ งฝึกทาอยา่ งมีข้นั ตอนดงั น้ี
๑. อา่ นเร่ือง ๒ คร้ัง โดยคร้ังแรกให้อา่ นแบบคร่าว ๆ เพือ่ สารวจเน้ือเร่ืองและ

ใจความสาคญั และ อ่านคร้ังท่ี ๒ ใหอ้ า่ นโดยละเอียดเพ่อื จบั ใจความสาคญั ของเน้ือเร่ืองที่จะยอ่
๒. บนั ทึกใจความสาคญั ดว้ ยถอ้ ยคาของตนเอง
๓. เรียบเรียงใจความสาคญั โดยใชภ้ าษาที่สละสลวย ( ยกร่าง )
๔. อา่ นทบทวนอีกคร้ังแลว้ แกไ้ ขใหส้ มบูรณ์ตามรูปแบบการเขียน ยอ่ ความ
๕. ถา้ ในเน้ือเรื่องมีสรรพนามบุรุษท่ี ๑ และ ๒ ใหเ้ ปล่ียนเป็นบุรุษที่ ๓
๖. ไม่ใชอ้ กั ษรยอ่ ในขอ้ ความท่ียอ่
๗. ถา้ มีคาราชาศพั ทใ์ หค้ งไว้ ไมต่ อ้ งแปลเป็ นคาสามญั
๘. ไม่ใชเ้ ครื่องหมายตา่ งๆ ในขอ้ ความที่ยอ่ แลว้ เช่น “…..” (อญั ประกาศ) หรือ

วงเลบ็ ฯลฯ

ประโยชน์ของการย่อความ
การยอ่ ความน้นั มีประโยชน์มาก และใชบ้ อ่ ยมาก อยา่ งเช่น เวลาฟังอาจารยส์ อนในชวั่ โมง

อา่ นหนงั สือ ฟังขา่ วจากโทรทศั น์ เราก็จดจาสาระสาคญั น้นั เทา่ น้นั ก็คือการยอ่ ความนนั่ เอง และถา้ เรา
ยง่ิ ยอ่ ไดส้ ้นั แตม่ ีสาระครบถว้ นก็จะทาใหเ้ ราจาสาระน้นั ไดง้ ่ายข้ึน ท้งั ยงั เป็นการประหยดั ค่าคาไดอ้ ีก
ดว้ ย เช่น การส่งโทรเลข หรือการใชโ้ ทรศพั ท์

๗๘

รูปแบบของการย่อความ

ยอ่ เรื่อง………………………………ผแู้ ตง่ ………………………………..
จากหนงั สือ……………………………………………..ความวา่
( เน้ือเรื่องที่ยอ่ )
…………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………..………………………
……………………………………………………………………………………..…………………
………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………
…..……………………………………………………………………………………………………
………..………………………………………………………………………………………………
…………………………..……………………………………………………………………………
………………………………..………………………………………………………………………
……………………………………..…………………………………………………………………
………………………………………………………..………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………
…………………………………………………………………..……………………………………
……………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………………..……………
………………………………………………………………………………………………..………
……………………………………………………………………………………………………..…
……………………………..…………………………………………………………………………
…………………………………..……………………………………………………………………
……………………………………………………..…………………………………………………
…………………………………………………………..……………………………………………
………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………
………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..…………
…………………………………………………………………………………………………........

๗๙

ใบงาน (งานกล่มุ )
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน ๗ คน เลือกประธาน รองประธาน
เลขานุการกลุ่ม ต้งั ช่ือกลุ่ม อ่านนิทานพ้นื บา้ นเร่ืองใดก็ได้ จบั ใจความสาคญั ของแต่ละยอ่ หนา้ แลว้
เขียนยอ่ เรื่องนิทานเสร็จส่งกลุ่มวจิ ารณ์ แลว้ ส่งครูตรวจ

นิทานเร่ือง………………………… ของ (ผแู้ ตง่ )…………………………………
จาก (หนงั สือเล่มใด)…………………………ความวา่

…………………………………………………………………………..……………………
………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..…………
…………………………………………………………………………………………………………
……..…………………………………………………………………………………………………
…………..……………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………
…………………………………..……………………………………………………………………
………………………………………..………………………………………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………
………………………………………………………………..………………………………………
……………………………………………………………………..…………………………………
…………………………………………………………………………..……………………………
………………………………..………………………………………………………………………
……………………………………..…………………………………………………………………
………………………………………………………..………………………………………………

คาวจิ ารณ์ของกลุ่มอ่ืน…………………….........…………………………………………..
ความคิดเห็นของครู…………………………………....…………………………………..
ผลการประเมิน……………………………………………………………………………..

๘๐

ใบงาน
ช่ือ.......................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เลขท่ี..........

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนฝึกยอ่ ความจากเรื่องท่ีกาหนดใหต้ ่อไปน้ี
สิงโตกบั สุนัขจิง้ จอก

สิงโตตวั หน่ึงติดหล่มอยู่ สุนขั จิง้ จอกตวั หน่ึงเดินผา่ นมาเห็นเขา้ ดว้ ยความกลวั สิงโตผูเ้ ป็นเจา้ ป่ า
สุนขั จิ้งจอกก็หนั หนา้ จะวง่ิ หนี

เพอื่ นเอ๋ย อยา่ หนีเราเลย เราติดหล่มโคลนกระดิกตวั ไม่ไดม้ าเจ็ดวนั แลว้ ช่วยเราดว้ ยเถิด
เราพอจะช่วยทา่ นได้ แตเ่ มื่อท่านข้ึนจากหล่มได้ ท่านจะกินเราเสียเอาเถอะ เราขดุ ดินรอบเทา้
ทา่ นใหน้ ้าไหลเขา้ ไปมากพอแลว้ ทา่ นลองขยบั เทา้ ออกแรงสกั เทา้ เคล่ือนที่เถิด เราจะช่วยอีกแรง
โอ……. เราหลุดจากหล่มแลว้ เชิญท่านพาภรรยายา้ ยจากทุ่งนาท่ีอาศยั ไปอยเู่ สียกบั เราในถ้าบน
ยอดเขาเถิด เราจะดูแลครอบครัวของท่านไปจนตาย
แตน่ ้นั มาสิงโตก็ไปหาอาหารมาฝากสุนขั จิ้งจอกเรื่อยมา จนนางสิงโต และนางสุนขั จิง้ จอก
ออกลูกมาฝ่ ายละตวั นางสิงโตอิจฉานางสุนขั จิง้ จอก หาทางกลนั่ แกลง้ นางสุนขั จิง้ จอกกบั ลูก ๆ มา
อยทู่ ี่นี่ทาไม ไมก่ ลวั ตายหรือ พวกเราเป็ นสัตวก์ ินเน้ือ จะกินพวกเจา้ เสียเมื่อไรก็ได้ นางสุนขั
จิง้ จอกมีความหวาดกลวั เม่ือสามีกลบั มาจากการหาอาหาร กเ็ ล่าเรื่องท่ีนางสิงโตรังแกตนกบั ลูก
บอกวา่ ถา้ ขืนอยตู่ ่อไปจะมีภยั และจะกลบั ไปอยทู่ ่ีทุง่ นาตามเดิม
สุนขั จิ้งจอกผผู้ วั กเ็ ห็นชอบดว้ ย สิงโตรู้สึกไมพ่ อใจภรรยา จึงเล่าเร่ืองท่ีตนไปติดหล่มเจด็ วนั ให้
นางสิงโตฟัง
คร้ังน้นั ถา้ เราไม่ไดส้ ุนขั จิง้ จอกช่วยไว้ เราตอ้ งตายแน่ ๆ และเจา้ ก็จะเป็นหมา้ ย ตอ้ ง
มีความลาบากยากแคน้ และลูกก็จะกาพร้าพอ่ เจา้ จงขอโทษสุนขั จิง้ จอกเถิด เราจะอยรู่ วมกนั จนตาย
แลว้ สอนนางสิงโตอีกวา่
ข้ึนชื่อวา่ ผมู้ ีพระคุณ แก่เรา เขาจะเป็นใครก็ตามและเราจะเป็ นใครกต็ าม เราตอ้ งยกยอ่ งทดแทน
คุณไปตราบวนั ตายของเรา

๘๑

ใบงาน
ชื่อ.......................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕เลขท่ี..............

วนั ที่…… เดือน ……………………………… พ.ศ………………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนฝึกยอ่ ความจากบทเรียนเรื่อง ราชาธิราช ตอนกาเนิดมะกะโท

ยอ่ เรื่อง…………………………………ผแู้ ตง่ ……………………………………. จาก
หนงั สือ…………………………………………………..ความวา่ …………………….

( เน้ือเร่ืองท่ียอ่ )
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………..……………..
…………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………
……………………………………..……………..……………………………………………………
……………………………………………………………………………………….…………………
…………………………………………………………………………………………..……………..
…………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………
……………………………………..……………..……………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………..……………..
…………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………
………………………………..………………………………………………………………………
……………………………………..…………………………………………………………………
………………………………………………………..………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………
…………………………………………………………………..……………………………………
……………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………………..……………
………………………………………………………………………………………………..………
……………………………………………………………………………………………………..

๘๒

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถว้ น ภาษาท่ี

ใชเ้ หมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และ

เน้ือหาถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมิน

๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ชื่อ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เด็กหญงิ วราภรณ์ หดั เอยี ด
เดก็ หญงิ ภัคจริ า เต๊ะยอ่

เดก็ ชายธรี กร แกว้ จติ ตะ
เดก็ หญิงอนศุ รา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอดุ ี ราชการ
เด็กชายธนวัฒ บินดุเหลม็
เด็กชายศรณั ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอยี ดยอ่
เด็กชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อจั ฉารีญา เมาะสนิ
เด็กหญงิ นชิ านันท์ ดารากยั
เดก็ หญงิ นสิ รีน หมี เกะ
เด็กหญงิ อสั มา แวยาเง๊าะ
เดก็ หญิงขวญั จริ า ติเอียดย่อ
เด็กชายพายุ สวุ รรณโณ
เด็กชายสิทธโิ ชค สุวรรณโน

๘๓

แบบประเมนิ ชิ้นงาน

รายช่ือสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๒…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๓…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๔…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๕…………………………………….เลขท…ี่ …………ช้ัน…………..
๖.…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑ์การประเมิน คะแนน คะแนนทไี่ ด้
๑๒๓๔๕
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๘๔

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกล่มุ

ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วน ๒๑
เป้าหมายร่วมกนั ร่วมในการกาหนด
เป้าหมายการทางาน สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
๒. การแบ่งหนา้ ท่ี อยา่ งชดั เจน ส่วนร่วมในการ ส่วนร่วมในการกาหนด
รับผดิ ชอบ กระจายงานไดอ้ ยา่ ง กาหนดเป้าหมายใน เป้าหมายในการทางาน
ทวั่ ถึงและตรงตาม การทางาน
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่ ความสามารถของ กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย สมาชิกทุกคน แตไ่ มต่ รงตาม
ทางานไดส้ าเร็จตาม ความสามารถของ
๔. การประเมินและ เป้าหมายท่ีไดร้ ับ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน มอบหมาย ตาม ทางานไดส้ าเร็จตาม ทางานไม่สาเร็จตาม
ระยะเวลาท่ีกาหนด เป้าหมายแตช่ า้ กวา่ เป้าหมาย
สมาชิกทุกคนร่วม เวลาที่กาหนด
ปรึกษาหารือ ติดตาม
ตรวจสอบและ สมาชิกบางส่วนมี สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ปรับปรุงผลงานเป็ น ส่วนร่วมปรึกษาหารือ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ระยะ แตไ่ ม่ช่วยปรับปรุง ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงาน

๘๕

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑ์การประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔

แผนการจดั การเรียนรู้ ๘๖

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดีลานา) ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เร่ือง พ่อค้าจากเมาะตะมะ เวลาเรียน ๑๐ ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง พูดดีมีสาระ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ท…่ี ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวใน

รูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วดั
ท ๒.๑ ป.๕/๒ เขียนสื่อสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม
ท ๓.๑ ป.๕/๑ พดู แสดงความรู้ ความคิดเห็น และความรู้สึกจากเร่ืองท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ป.๕/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ป.๕/๓ วเิ คราะห์ความน่าเชื่อถือจากเร่ืองท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล
ท ๓.๑ ป.๕/๕ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด

สาระสาคัญ
การพูดอธิบายเหตุผล เป็นการพดู ที่ใชม้ ากในชีวติ ประจาวนั จาเป็นที่ตอ้ งใชค้ าให้ ถูกตอ้ ง

ตามความหมาย เพ่ืออธิบายเหตุผลประกอบการพูด จึงจะทาใหก้ ารพูดน้นั น่าเชื่อถือได้ และตอ้ งใช้
ใหถ้ ูกกบั กาลเทศะดว้ ยจึงจะสื่อความหมายไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. มีวนิ ยั
๓. ใฝ่ เรียนรู้
๔. มุ่งมนั่ ในการทางาน

๘๗

๕. รักความเป็ นไทย
๖. มีจิตสาธารณะ
สาระการเรียนรู้

บทเรียนเร่ือง “พอ่ คา้ เมาะตะมะ” แสดงความคิดเห็นเชิงวเิ คราะห์และประเมินคา่
กระบวนการจัดการเรียนรู้

๑. สนทนากบั นกั เรียนถึงความสาคญั ของการพดู วา่ มีความสาคญั อยา่ งไรในชีวติ ประจาวนั
๒. แบ่งนักเรียนออกเป็ นกลุ่ม ศึกษาใบความรู้เรื่อง การพูดอธิบายเหตุผลแล้วช่วยกัน
อภิปรายหาขอ้ สรุปถึงข้นั ตอนของการพูดอธิบายเหตุผล ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียน พร้อมบนั ทึก
ลงในแบบบนั ทึกการสังเกต เช่น

- ข้นั เตรียมเรื่องที่จะพดู
- ข้นั ปฏิบตั ิ
- ข้นั ประเมิน
๓. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มหาคาท่ีมีความหมายใกลเ้ คียงกนั จากพจนานุกรม กลุ่มละ ๕ คา แลว้ นามา
แตง่ ประโยคลงในใบงานตารางปฏิบตั ิกิจกรรม
๔. แต่ละกลุ่มนาคาจากขอ้ ๓ มารวบรวมเป็นแผนภูมิ สาหรับฝึกอ่าน และคน้ ควา้
๕. แตล่ ะกลุ่มนาผลงานจากขอ้ ๔ มาแตง่ ประโยคใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม เช่น
หนาแน่น แน่นหนา แน่นขนดั
หนาแน่น หมายถึงแออดั คบั คงั่
แน่นหนา หมายถึงมนั่ คง แขง็ แรง
แน่นขนดั หมายถึงแออดั

- บริเวณน้ีมีผคู้ นอาศยั อยอู่ ยา่ ง หนาแน่น
- ประตูน้ีทาดว้ ยเหล็ก แน่นหนา มาก
- ทอ้ งสนามหลวงยามน้ี แน่นขนดั ไปดว้ ยผคู้ น
๖. แตล่ ะกลุ่มรายงานการแตง่ ประโยค โดยการอา่ นพร้อมกนั ท้งั กลุ่มแลว้ ส่งครูตรวจ
๗. นกั เรียนและครูช่วยกนั สรุปข้นั ตอนการพูดอธิบายเหตุผล และสรุปขอ้ สังเกต เร่ืองการ
เลือกใชค้ าใหถ้ ูกตอ้ งตามความหมาย
๘. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั ภาษาไทย ชุดพ้ืนฐานภาษา ท่ี ๓ ขอ้ ๑๕ (เป็นการบา้ น)
๙. นกั เรียนทาใบงาน

๘๘

สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. ใบความรู้ เรื่อง การพดู อธิบายเหตุผล
๒. ใบความรู้ เรื่อง การเลือกใชค้ าใหถ้ ูกตอ้ งตามความหมาย
๓. พจนานุกรม
๔. ตรวจใบงานหลงั การเรียนรู้
๕. แบบฝึกหดั ภาษาไทย ชุดพ้นื ฐานภาษา เล่ม ๑

กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบฝึกหดั
๑.๒.๓ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.เครื่องมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสังเกตพฤติกรรมและผลงานระหวา่ งเรียน
๒.๔ แบบประเมินผลงาน
๒.๕ แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๗๐ ข้ึนไป

๘๙

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….…
…. . . ……………………………………………………………………………………………………
….……...………………………………………………………………………………………………
……….……............................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….…
….............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.....................……………………………………………………………………………………………
………….……........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

๙๐

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ปัญหา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๙๑

ใบความรู ้
ปฏิ (แผน 5)
เร่อื ง การพดู อธบิ ายเหตผุ ล

การพูดอธิบายเหตุผล
การพูดอธิบายเหตุผล เป็นการพูดอธิบาย หรือ ช้ีแจงเร่ืองใดเรื่องหน่ึงใหผ้ ู้
อ่ืนฟัง เพ่ือความเขา้ ใจท่ีตรงกนั ซ่ึงมีวธิ ีการดงั น้ี
๑. กาหนดเร่ืองที่จะพูด
๒. รวบรวมขอ้ มูลและศึกษารายละเอียดของเรื่องท่ีจะพดู
๓. กาหนดแนวทางและวธิ ีการในการอธิบายเร่ือง
๔. ยกเหตุผลมาประกอบในการพดู เพ่อื สนบั สนุนเรื่องที่จะพดู ใหน้ ่าเชื่อถือมากข้ึน
ข้ันตอนในการพดู อธิบายเหตุผล มีดังนี้
๑. ข้นั เตรียมเร่ือง ผพู้ ูดจะตอ้ งกาหนดเรื่องที่จะพดู และรวบรวมขอ้ มูลจากแหล่ง
ต่าง ๆ เช่น จากการอ่านหนงั สือ การสนทนา การฟังคาช้ีแจงของผอู้ ื่น ฯลฯ แลว้ นา
ขอ้ มูลท่ีไดม้ าศึกษารายละเอียด และ เรียบเรียงขอ้ มูลใหเ้ ป็ นระบบ และ มีเหตุผลประกอบ
๒. ข้นั ปฏิบัติ เมื่อไดเ้ น้ือเร่ืองที่จะพูดแลว้ ผพู้ ูดตอ้ งฝึกซอ้ มการพดู โดยเนน้ การใชน้ ้าเสียง
จงั หวะการพดู ทา่ ทางประกอบการพดู ท่ีสอดคลอ้ งกบั เน้ือหา และฝึกซอ้ มการพูดจนมนั่ ใจพร้อมท่ี
จะพดู ในสถานการณ์จริง
๓. ข้นั ประเมนิ ผล ผพู้ ดู ควรจะประเมินการพูดของตวั เองวา่ ผฟู้ ังให้ความสนใจมากนอ้ ย
เพียงใดดว้ ยการสังเกต การซกั ถาม การแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติมของผฟู้ ังเมื่อพูดจบ

๙๒

ใบความรู ้

ปฏิ (แผน 5)

เร่อื ง การเลอื กใชค้ าใหถ้ กู ตอ้ งตามความหมาย
ปฏิ (แผน 5)

การเลือกใช้คาให้ถูกต้องตามความหมาย
คาท่ีมีความหมายใกลเ้ คียงกนั ในภาษาไทยมีเป็นจานวนมาก ดงั น้นั ตอ้ งเลือกใชค้ า

ใหถ้ ูกตอ้ งตามความหมาย เช่น
๑) แนบเนียน แนบแน่น

แนบเนียน หมายถึง ทาส่ิงใดสิ่งหน่ึงไดอ้ ยา่ งสนิทและรัดกมุ
แนบแน่น หมายถึง สนิทแนบ
ตัวอย่าง เด็กคนน้ีทาตวั เป็ นขอทานไดอ้ ยา่ งแนบเนียน

เขาท้งั สองเป็นเพือ่ นท่ีรักกนั อยา่ งแนบแน่น
๒) เสื่อมโทรม เส่ือมเสีย เสื่อมทราม
เส่ือมโทรม หมายถึง ชารุดทรุดโทรมเพราะการกระทา
เสื่อมเสีย หมายถึง เสื่อมไปเพราะชื่อเสียงเสียหาย
เสื่อมทราม หมายถึง เสื่อมในดา้ นความประพฤติ
ตวั อย่าง ป่ าไมท้ ี่เคยอุดมสมบูรณ์แตช่ าวบา้ นตดั ไมก้ นั มากป่ าจึงเส่ือมโทรม
เขากระทาตวั ไม่ดีจึงทาใหเ้ สื่อมเสียชื่อเสียง
ปัจจุบนั ผคู้ นขาดคุณธรรม ทาใหส้ ังคมเสื่อมทรามลง

๙๓

ใบงาน
ชื่อ.......................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ เลขท่ี..............

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนหาคาท่ีมีความหมายใกลเ้ คียงกนั จากพจนานุกรม ๕ คา พร้อมท้งั บอก
ความหมายและแตง่ ประโยคใหส้ มบูรณ์

คา
ความหมาย
ประโยค

คา
ความหมาย
ประโยค

คา
ความหมาย
ประโยค

คา
ความหมาย
ประโยค

คา
ความหมาย
ประโยค

๙๔

ใบงาน
ชื่อ.......................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เลขที่..............

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนฝึกอา่ นขอ้ ความต่อไปน้ี โดยใชน้ ้าเสียงใหเ้ หมาะสมกบั เน้ือหาสาระท่ีปรากฏและ
บุคลิกของตวั ละคร

มะกะโทมีอายสุ ิบสี่สิบหา้ ปี บิดาน้นั ถึงแก่ความตายมะกะโทไดเ้ ป็ นนายพอ่ คา้ คุมลูกคา้
สามสิบคน หาบข้ึนไปคา้ เมืองสุโขทยั คร้ันมาจะใกลถ้ ึงตาบลภูเขาปะเตวะ ลูกคา้ คนหน่ึงป่ วยมะกะ
โทจึงเขา้ รับเอาหาบลูกคา้ ซ่ึงป่ วยน้นั แทน เม่ือข้ึนไปถึงยอดเขาน้นั มิใช่ฤดูฝน กบ็ งั เกิดเป็นพายุ
ใหญ่ แลว้ ฝนตกฟ้าร้องอสนีผา่ ลงมาถูกคาน ซ่ึงมะกะโทหาบหกั บนบา่ มะกะโท มะกะโททาคาน
พลดั ถึงสามคร้ัง อสั นีก็บลั ดาลผา่ ลงถูกคานถึงสามหน จนหาบน้นั ตกลงไปในเหว มะกะโทตกใจยนื
ตะลึงอยใู่ นท่ีน้นั …

ในเม่ือขณะคิดอยนู่ ้นั พอมะกะโทแลเห็นจอมปลวกอนั หน่ึงอยใู่ นที่น้นั สูงเทียม
ศีรษะมะกะโทคิดข้ึนไดด้ ว้ ยอุบายปัญหา จึงเอาเงินตราสามสิบบาทวางข้ึนบนจอมปลวก กระทา
สกั การบูชาแลว้ จึงบอกกบั ผทู้ านายนิมิตน้นั วา่ ขา้ พเจา้ บูชาแลว้ ผนู้ านายน้นั จึงคิดวา่ บุรุษผนู้ ้ีมี
ปัญญาฉลาดในอุบายยงิ่ นกั ควรที่จะมีบุญอยแู่ ลว้ จึงทานายวา่ แต่น้ีสืบไปเม่ือหนา้ หาบไมต่ อ้ งบ่า
ท่านแลว้ ซ่ึงจะคา้ ขายสืบไปน้นั ทา่ นอยา่ ไดก้ ระทาเลย หากเป็นประโยชน์ไมท่ ่านจงอาสาทา้ วพระ
ยาเถิด

๙๕

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถว้ น ภาษาท่ี

ใชเ้ หมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และ

เน้ือหาถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมิน

๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ชื่อ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เด็กหญงิ วราภรณ์ หดั เอยี ด
เดก็ หญงิ ภัคจริ า เต๊ะยอ่

เดก็ ชายธรี กร แกว้ จติ ตะ
เดก็ หญิงอนศุ รา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอดุ ี ราชการ
เด็กชายธนวัฒ บินดุเหลม็
เด็กชายศรณั ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอยี ดยอ่
เด็กชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อจั ฉารีญา เมาะสนิ
เด็กหญงิ นชิ านันท์ ดารากยั
เดก็ หญงิ นสิ รีน หมี เกะ
เด็กหญงิ อัสมา แวยาเง๊าะ
เดก็ หญิงขวัญจริ า ติเอียดย่อ
เด็กชายพายุ สวุ รรณโณ
เด็กชายสิทธโิ ชค สุวรรณโน

๙๖

แบบประเมนิ ชิ้นงาน

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๒…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๓…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๔…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๕…………………………………….เลขท…ี่ …………ช้ัน…………..
๖.…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑ์การประเมิน คะแนน คะแนนทไี่ ด้
๑๒๓๔๕
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๙๗

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกล่มุ

ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วน ๒๑
เป้าหมายร่วมกนั ร่วมในการกาหนด
เป้าหมายการทางาน สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
๒. การแบ่งหนา้ ท่ี อยา่ งชดั เจน ส่วนร่วมในการ ส่วนร่วมในการกาหนด
รับผดิ ชอบ กระจายงานไดอ้ ยา่ ง กาหนดเป้าหมายใน เป้าหมายในการทางาน
ทวั่ ถึงและตรงตาม การทางาน
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่ ความสามารถของ กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย สมาชิกทุกคน แตไ่ มต่ รงตาม
ทางานไดส้ าเร็จตาม ความสามารถของ
๔. การประเมินและ เป้าหมายท่ีไดร้ ับ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน มอบหมาย ตาม ทางานไดส้ าเร็จตาม ทางานไม่สาเร็จตาม
ระยะเวลาท่ีกาหนด เป้าหมายแตช่ า้ กวา่ เป้าหมาย
สมาชิกทุกคนร่วม เวลาที่กาหนด
ปรึกษาหารือ ติดตาม
ตรวจสอบและ สมาชิกบางส่วนมี สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ปรับปรุ งผลงานเป็ น ส่วนร่วมปรึกษาหารือ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ระยะ แตไ่ ม่ช่วยปรับปรุง ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงาน

๙๘

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑ์การประเมิน = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔

แผนการจัดการเรียนรู้ ๙๙

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดีลานา) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง พ่อค้าจากเมาะตะมะ เวลาเรียน ๑๐ ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง สร้างสรรค์บรรยายเร่ือง เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวใน

รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของ

ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ตัวชี้วดั
ท ๒.๑ ป.๕/๒ เขียนส่ือสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม
ท ๒.๑ ป.๕/๖ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นไดต้ รงตามเจตนา
ท ๒.๑ ป.๕/๙ มีมารยาทในการเขียน
ท ๔.๑ ป.๕/๗ ใชส้ านวนไดถ้ ูกตอ้ ง

สาระสาคญั
การเขียนบรรยายความรู้สึกของตนเอง หรือเขียนบรรยายเร่ืองท่ีตนชอบ เป็ นการแสดง

ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรคว์ ธิ ีหน่ึง

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝ่ เรียนรู้
๓. มุง่ มน่ั ในการทางาน
๔. รักความเป็ นไทย
๕. มีจิตสาธารณะ

๑๐๐

สาระการเรียนรู้
บทเรียนเรื่อง “พอ่ คา้ เมาะตะมะ” แสดงความคิดเห็นเชิงวเิ คราะห์และประเมินคา่

กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. นกั เรียนเล่นเกม “ ลึกลบั กบั นิทานมหาสมุทร ”
๒. ใหน้ กั เรียนอา่ นทบทวน เรื่อง พอ่ คา้ จากเมาะตะมะ ภายในเวลาที่กาหนด
๓. นกั เรียนช่วยกนั วเิ คราะห์เรื่องตอนที่อ่าน
๔. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปวิธีการเขียนบรรยายความรู้สึกอย่างไร จึงจะทาให้ผูอ้ ่าน

มองเห็นภาพพจน์ แลว้ ช่วยกนั สรุปเป็นขอ้ ๆ ลงในแผนภูมิติดไวป้ ้ายนิเทศ
๕. แบ่งนักเรียนออกเป็ นกลุ่ม แต่ละกลุ่มกาหนดหัวขอ้ ท่ีจะเขียนบรรยายความรู้สึก หรือ

เขียนบรรยายเร่ืองตอนที่ตนเองชอบ
๖. แต่ละกลุ่มร่วมกนั เขียนบรรยายความรู้สึก ลงในกระดาษแผน่ ใหญ่ที่ครูแจกให้ โดยทุก

คนมีส่วนร่วมในการบอกความคิดเห็นและแสดงความรู้สึกดว้ ยกนั ความยาวไม่เกิน ๑๐ บรรทดั ครู
สงั เกตพฤติกรรมการเรียนพร้อมบนั ทึกลงในแบบสังเกต

๗. แต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกไปอ่านเร่ืองท่ีเขียนหนา้ ช้นั เรียน แลว้ ติดไวบ้ นกระดานดา ให้
ทุกคนช่วยกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั วธิ ีการเขียนการใชถ้ อ้ ยคา สานวนภาษา และการ
ลาดบั เร่ือง

๘. แต่ละกลุ่มตรวจทานงานเขียนของตนเอง ปรับปรุง แกไ้ ขสานวนภาษาและลาดบั เร่ืองให้
ถูกตอ้ ง สมบูรณ์

๙. นกั เรียนแต่ละคนคดั ลอกการเขียนบรรยายเร่ืองลงในสมุดแบบฝึกหดั แลว้ วาด
ภาพประกอบใหส้ วยงาม เสร็จนาส่งครู

๑๐. ครูคดั เลือกผลงานการเขียนบรรยายความรู้สึกที่ดีท่ีสุด มาอ่านใหน้ กั เรียนฟังอีกคร้ังหน่ึง
๑๑. นกั เรียนทาใบงาน
๑๒. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั หดั ภาษาไทย ชุดพ้นื ฐานภาษา ท่ี ๓ ขอ้ ๑๗ (เป็นการบา้ น)
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. เกม “ ลึกลบั กบั นิทานมหาสมุทร ”
๒. ตวั อยา่ งการเขียนบรรยายความรู้สึก
๓. แผนภูมิการเขียนบรรยายความรู้สึก
๔. ใบงาน


Click to View FlipBook Version