๕๑
สาระการเรียนรู้
๑. การอ่านออกเสียงบทเรียนบทท่ี ๑๒ เรื่อง การอ่านออกเสียงบทเรียน
๒. คดั และเขียนคาหรือขอ้ ความตามคาบอก
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนเล่นเกมประกวดการอ่าน
๒. นกั เรียนและครูร่วมกนั ทบทวนบทเรียน โดยอภิปรายเร่ืองลกั ษณะการอา่ นออกเสียงท่ี
ถูกตอ้ ง เช่น ทา่ ทางการอา่ น การอา่ นอยา่ งถูกตอ้ ง การอ่านอยา่ งคล่องแคล่ว การเวน้ จงั หวะวรรคตอน
การใชน้ ้าเสียงในการอ่าน เป็ นตน้
๓. ครูสาธิตการอา่ นออกเสียงบทท่ี ๑๒ ใหน้ กั เรียนฟัง
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๔. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน โดยครูแจกบตั รคาศพั ท์
ท่ีควรศึกษาหน่วยท่ี ๑๒ ให้ร่วมกนั อา่ นออกเสียง และแนะนาเพ่ือนในกลุ่มใหอ้ า่ นไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มฝึกอา่ นออกเสียง หน่วยท่ี ๑๒ เร่ือง สี่ศิษยพ์ ระดาบส จากหนงั สือเรียน
ภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ หนา้ ๑๘๑ – ๑๘๗ โดยนกั เรียนเลือกเน้ือหาจาก
บทเรียนในตอนที่กลุ่มนกั เรียนชอบ
๖. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มอ่านออกเสียงเน้ือหาการเรียนรู้ในตอนท่ีกลุ่มนกั เรียนเลือก และใหเ้ พื่อน
แนะนาขอ้ บกพร่อง แลว้ ปรับปรุงแกไ้ ข จากน้นั ผลดั เปลี่ยนกนั อา่ นออกเสียงทีละคน และเพือ่ นที่เหลือใน
กลุ่มประเมินการอ่านออกเสียง
๗. ตวั แทนกลุ่มออกมาอ่านออกเสียงหนา้ ช้นั เรียนใหเ้ พ่ือนๆ ฟัง แลว้ เพอ่ื นๆ ช่วยกนั วจิ ารณ์
การปฏิบตั ิตนในการอา่ น จุดเด่น จุดดอ้ ย และ ขอ้ บกพร่องท่ีควรแกไ้ ข ปรับปรุง
๘. นกั เรียนเขียนตามคาบอกเวลา ๑๐ คา โดยครูแจง้ เกณฑก์ ารประเมินการเขียนคาตาม
๕๒
คาบอกใหน้ กั เรียนทราบ และวธิ ีการคดั ลายมือใหถ้ ูกตอ้ ง สวยงาม โดยครูกระตุน้ ใหน้ กั เรียนต้งั เป้าหมาย
การเขียนในใจ จากน้นั ครูอา่ นคาศพั ทใ์ หน้ กั เรียนฟังอยา่ งนอ้ ย ๒ รอบ แลว้ นกั เรียนเขียนตามคาบอกและ
แลกเปล่ียนกนั ตรวจผลงาน พร้อมท้งั แกไ้ ขคาที่เขียนไมถ่ ูกตอ้ ง โดยครูติดบตั รคาเฉลยไวท้ ี่กระเป๋ าผนงั
๙. นกั เรียนทาใบงานท่ี ๑
ข้ันสรุป
๑๐. นกั เรียนและครูช่วยกนั สรุปบทเรียน เร่ือง แนวปฏิบตั ิการอา่ นออกเสียง แนวทางใน
การแกไ้ ขการเขียนคาใหถ้ ูกตอ้ ง และแนวปฏิบตั ิในการคดั ลายมือใหส้ วยงามเป็นระเบียบ
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. เกมประกวดการอา่ น
๒. บตั รคา
๓. พจนานุกรม
๔. ใบงานท่ี ๑
๕. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชีวติ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เล่ม ๑
๖. ใบความรู้เรื่อง การอ่านออกเสียง
กระบวนการวดั ผลและประเมินผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๒.เครื่องมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสังเกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
๕๓
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........
กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
๕๔
บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๕๕
ใบความรู้
เร่ือง การอ่านออกเสียง
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านใหเ้ กิดเสียงดงั คือ เปล่งเสียงตามตวั อกั ษร ถอ้ ยคา
และเคร่ืองหมายต่างๆ ท่ีเขียนออกมาใหถ้ ูกตอ้ งชดั ถอ้ ยชดั คา และเป็นท่ีเขา้ ใจแก่ผฟู้ ัง
การอา่ นออกเสียงผอู้ า่ นตอ้ งอาศยั การทางานที่สัมพนั ธ์กนั ระหวา่ งสายตา สมองและ
อวยั วะในการออกเสียง กล่าวคือ ผอู้ ่านตอ้ งใชส้ ายตากวาดไปบนตวั อกั ษรคร้ังละหน่ึงวรรค
และตอ้ งแบง่ ใจความไวแ้ ปลงความคิดเป็นเสียง แลว้ จึงเปล่งเสียงออกมาใหต้ รงตามความหมาย
ของถอ้ ยคา เพื่อใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจขอ้ ความที่ไดย้ นิ ผอู้ ่านเปล่งเสียงออกมา
หลกั ทว่ั ไปในการอ่านออกเสียง
การอ่านออกเสียงน้นั มุ่งใหผ้ อู้ ่านอ่านใหช้ ดั เจน ถูกตอ้ ง และมีผลทาใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจเร่ืองได้
ตรงตามท่ีผเู้ ขียนตอ้ งการ การอา่ นออกเสียงแบ่งออกไดอ้ อกไปเป็น ๒ อยา่ ง ตามลกั ษณะของ
ขอ้ ความที่อ่าน คือ อา่ นเรื่องที่เป็นร้อยแกว้ กบั เรื่องที่เป็นบทร้อยกรองสิ่งที่ผอู้ า่ นควรคานึงถึง
ในการอ่านออกเสียงมีดงั น้ี
๑. ความชัดเจน ความชดั เจน หมายถึง การอา่ นออกเสียงไดช้ ดั ถอ้ ยชดั คา
ท้งั เสียงสระ เสียงพยญั ชนะ เสียงวรรณยกุ ต์ และพยญั ชนะควบกล้า รวมท้งั ออกเสียงตวั ร ล
ใหช้ ดั เจน ไม่สบั เสียงจากเสียง ร เป็น ล น้าเสียงท่ีเปล่งออกมาตอ้ งดงั ฟังชดั ไม่ดงั มากหรือ
ค่อยเกินไปเพื่อใหผ้ ไู้ ดย้ นิ ทวั่ ถึงกนั
๒. ความถูกต้อง คือ ผอู้ ่านสามารถอ่านออกเสียงไดถ้ ูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ีของไทยหรือ
ตามอกั ขรวธิ ีของภาษาอื่นท่ีไทยนามาใช้ รวมท้งั การอ่านถูกตอ้ งตามความนิยมดว้ ย ซ่ึงผอู้ า่ น
จะตอ้ งศึกษาหลกั การอา่ นท่ีถูกตอ้ งจากหนงั สือตาราหลกั ภาษาไทย และหมน่ั สังเกตศึกษา
รวบรวมคา และคาอ่านท่ีถูกตอ้ งอยา่ งสม่าเสมอ เม่ือสงสยั คาอา่ นใดใหย้ ดึ พจนานุกรมฉบบั
ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นหลกั เช่น การอา่ น คาพอ้ งรูป อกั ษรนา อกั ษรควบ
คาสมาส การอา่ นคาท่ีมีตวั ฤ ฑ การอา่ นตามความนิยม การอา่ นไมย้ มก และการอ่าน
เคร่ืองหมาย วรรคตอน อ่ืน ๆ
๕๖
๓. ความคล่องแคล่ว หมายถึง ความคล่องตวั ในการอ่านออกเสียงไดต้ ่อเนื่องกนั ไม่
ติดขดั หรือเสียจงั หวะในการอ่านออกเสียง ความคล่องแคล่วน้ีจะเกิดไดจ้ ากการฝึกฝนทกั ษะ
การอ่านออกเสียง รวมท้งั การฝึกทกั ษะการใชส้ ายตากวาดไปบนตวั อกั ษรใหไ้ ดจ้ งั หวะและ
ความเร็ว ส่ิงเหล่าน้ีผอู้ ่านจะตอ้ งฝึกปฏิบตั ิโดยสม่าเสมอและฝึกบ่อย ๆ ก็จะเกิดทกั ษะในการ
อา่ น แลว้ ก็จะเกิดความคล่องแคล่วในการอา่ นได้ และสามารถแบง่ วรรคตอนไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
๔. การใช้นา้ เสียงได้ตามเนื้อเร่ือง หรืออ่านถูกตอ้ งตามลกั ษณะของคาประพนั ธ์
(อ่านร้อยกรอง) เช่น คาครุลหุในคาฉนั ท์ อา่ นออกเสียงโท เสียงเอก ตามคาโคลงสี่สุภาพมี
การเอ้ือนเสียงระหวา่ งวรรค การอา่ นท้งั ร้อยแกว้ และร้อยกรองมีการอา่ นจงั หวะทอดเสียงโดย
เวน้ จงั หวะ มีน้าเสียงหนกั เบาเพ่ือใหเ้ กิดความไพเราะ
๕. การเว้นจังหวะวรรคตอน การเวน้ จงั หวะวรรคตอน เป็นสิ่งสาคญั มากในการอา่ น
ออกเสียง เพราะถา้ ผอู้ ่านเวน้ จงั หวะวรรคตอนที่ผดิ ท่ี เช่น เวน้ วรรคตรงกลางประโยคหรือ
กลางขอ้ ความ หรือรวบคาจากวรรคแรกมาควบกบั คาตน้ ของวรรคถดั ไป ก็อาจจะทาให้
ความหมายผดิ ไปจากสารเดิม ทาใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจความหมายคลาดเคล่ือนผดิ ไปจากความหมายท่ี
แทจ้ ริง หรือไมเ่ ขา้ ใจความหมายท่ีถูกตอ้ ง ผอู้ ่านจึงควรไดท้ ดลองอ่านทาความเขา้ ใจขอ้ ความ
ใหด้ ีก่อนวา่ ควรจะเวน้ วรรคตอนท่ีได อยา่ งไร จึงจะไม่ทาใหค้ วามหมายผดิ ไปจากสารเดิม
ตวั อยา่ ง เช่น
ตัวอย่างท่ี ๑ “การชา เราจะตอ้ งหาท่ีเหมาะ ๆ ใตต้ น้ ไมย้ ิ่งดี”
ตัวอย่างท่ี ๒ “ยา น้ีกินแลว้ แขง็ แรง ไมม่ ีโรคภยั เบียดเบียน”
ถ้าผู้อ่านอ่านเว้นวรรคผดิ ทก่ี อ็ ่านว่า
ตัวอย่างท่ี ๑ “การชาเรา จะตอ้ งหาท่ีเหมาะ ๆ ใตต้ น้ ไมย้ ง่ิ ดี”
และอา่ นตวั อยา่ งที่ ๒ วา่
ตวั อย่างท่ี ๒ “ยาน้ีกิน แลว้ แขง็ แรงไมม่ ี โรคภยั เบียดเบียน”
เช่นน้ีก็จะทาใหค้ วามหมายของสารเดิมเปล่ียนไป
๕๗
เกม “ประกวดการอ่าน”
ใหน้ กั เรียนเล่นเกม “ประกวดการอ่าน” เพ่ือปลูกฝังและสร้างเสริมลกั ษณะนิสยั การอ่าน (ร้อยแกว้ ,
ร้อยกรอง) ใหก้ บั นกั เรียน
อุปกรณ์ มีดังนี้
- นาฬิกาจบั เวลา - นกหวดี - ตารางใหค้ ะแนน
วธิ ีเล่นเกม มดี ังนี้
แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ ๔-๕ คน ครูและนกั เรียนร่วมกนั กาหนดเกณฑก์ าร
อ่านท่ีดีเช่น
- อ่านร้อยแกว้
- อา่ นถูกวรรคตอน
- ไม่ตะกกุ ตะกกั
- ออกเสียง ร ล คาควบกล้าชดั เจนและถูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี
- อา่ นเหมือนเสียงพูด แสดงอารมณ์โดยใชน้ ้าเสียงเหมาะสมกบั เรื่องที่อ่าน
ต้งั กรรมการตดั สินการประกวดโดยใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกตวั แทนมากลุ่มละ ๑ คน จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะ
กลุ่มอ่านออกเสียง (จะส่งใหต้ วั แทนอ่านออกเสียงหรืออ่านออกเสียงพร้อมกนั ท้งั กลุ่มกไ็ ด)้ แลว้ ให้
กรรมการให้คะแนน กลุ่มใดไดค้ ะแนนมากเป็นผชู้ นะ
หมายเหตุ กรรมการบอกเริ่มอา่ นโดยการเป่ านกหวดี และต้งั เวลาตามความเหมาะสม
ข้อเสนอแนะ
- เกมน้ีสามารถนาไปใชก้ ่อนการสอนอ่านหรือก่อนการใหน้ กั เรียนอา่ นบทเรียน
ไดท้ ุกบท ไมว่ า่ จะเป็นการอา่ นในใจหรืออ่านออกเสียงร้อยแกว้ หรือร้อยกรอง
- นกั เรียนเป็นกรรมการอาจถูกกล่าวหาวา่ ลาเอียงเขา้ ขา้ งฝ่ ายตนครูอาจเป็นกรรมการ
เองก็ได้
๕๘
ใบงานที่ ๑
ช่ือ….......……………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. พระดาบสสงั เกตจากส่ิงใดจึงทราบวา่ ศิษยท์ ้งั ส่ี มีจิตใจคบั แคบ เห็นแก่ตวั ขาดน้าใจเอ้ือเฟ้ื อเผอ่ื แผ่
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๒. การพิจารณา การแต่งกายของสี่ศิษย์ สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงดินแดนท้งั ส่ีภาคของประเทศไทยไดห้ รือไม่
เพราะเหตุใด
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๓. การจบั มือสามคั คีกนั จะทาใหด้ ินแดนของศิษยท์ ้งั ส่ีสงบสุขอยา่ งยง่ั ยนื หรือไม่ เพราะเหตุใด
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๔. จากเรื่อง ส่ีศิษยพ์ ระดาบส ใหข้ อ้ คิดอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๕. การโฆษณามีประโยชน์อยา่ งไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๕๙
เฉลยใบงานที่ ๑
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
อย่ใู นดุลย์พนิ ิจของครู
๖๐
แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )
๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )
๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )
๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้
เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา
ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมิน ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี
๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
ความต้งั ใจ ความ ความมี คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
ชื่อ-สกลุ (๔) ร่วมมือ วนิ ยั ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
(๔) (๔)
เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอียด
เดก็ หญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่
เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ
เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอุดี ราชการ
เดก็ ชายธนวฒั บินดุเหล็ม
เด็กชายศรัณ ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่
เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ
เดก็ หญิงนิชานนั ท์ ดารากยั
เดก็ หญิงนิสรีน หีมเกะ
เด็กหญิงอสั มา แวยาเง๊าะ
เด็กหญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่
เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ
เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน
๖๑
แบบประเมินชิ้นงาน
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….
ชิ้นงานเรื่อง……………………..
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๖๒
เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกล่มุ
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน
๒. การแบ่งหนา้ ท่ี กระจายงานได้อย่างทว่ั ถึง กระจายงานได้ท่ัวถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ที่ไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ
๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม
เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย
มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ท่ีกาหนด
กาหนด
ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไม่มีส่วน
ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงานเป็ นระยะ
๖๓
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน
รวม
ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
เกณฑ์การประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔
แผนการจัดการเรียนรู้ ๖๔
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๕ เรื่อง สี่ศิษย์พระดาบส ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
แผนการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง พูดดเี ป็ นศรีศักด์ิ เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. …………… เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้
ความคิด และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวชี้วดั
ท. ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความท่ีเป็นโวหาร
ท ๓.๑ ป๖ /๔พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
ท ๔.๑ ป ๖/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
สาระสาคัญ
การพดู ไมว่ า่ จะเป็ นการพดู ในลกั ษณะใด โดยเฉพาะการพูดสนทนา ถือวา่ เป็ นสื่อสารใชก้ นั บอ่ ย
มาก ดงั น้นั การพูดสนทนาจึงถือวา่ มีความสาคญั เป็ นอยา่ งยง่ิ และเกี่ยวขอ้ งกบั ชีวติ ประจาวนั ของทุกคน
ถา้ แตล่ ะคนสามารถพฒั นาการพูดสนทนาต่าง ๆใหด้ ีฝึกฝนตามหลกั เกณฑ์ และวธิ ีท่ีถูกตอ้ งก็จะทาใหก้ าร
ติดต่อไมว่ า่ เรื่องใดบรรลุผลตามเป้าประสงคอ์ ยา่ งแน่นอน
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. หลกั การพดู สนทนา K
๒. พดู สนทนาตามหลกั การพดู ที่ดี A
๓. ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล P
๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู A
๖๕
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนเล่นเกมประกวดการอา่ น
๒. ครูและนกั เรียนสนทนาทบทวนเก่ียวกบั เรื่อง การพูด วา่ มีประโยชน์อยา่ งไรบา้ ง
ข้ันกระบวนการเรียนรู้
๓. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง ออ่ น
๔. ครูแจกใบความรู้ เร่ือง การพูดในโอกาสต่างๆ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มไดก้ ลุ่มศึกษา จน
เขา้ ใจ หรือใหน้ กั เรียนศึกษาจากแบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาพาที หนา้ ๑๙๐ – ๑๙๓
๕. นาแผนภูมิคาวธิ ีการพดู โอกาสตา่ งๆ ใหน้ กั เรียนทุกคนฝึกอ่าน สงั เกต แลว้ ร่วมกนั
อภิปราย แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๖. หลงั จากที่นกั เรียนทุกกลุ่มศึกษาใบความรู้ แลว้ ใหร้ ่วมกนั สนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อทา
ความเขา้ ใจร่วมกนั
๗. นกั เรียนแขง่ ขนั กนั เขียนหลกั การพดู ในโอกาสตา่ งๆ บนกระดานดา กลุ่มใดเขียนได้
มาก เขียนถูกตอ้ ง เป็ นฝ่ ายชนะ
๘. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปผลจากการแขง่ ขนั กนั เขียนหลกั การพดู ในโอกาสตา่ งๆ บน
กระดานโดยใหน้ กั เรียนตอบคาถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนรู้ไหมวา่ ขอ้ ความน้ีเป็นหลกั การพดู ในโอกาสใด
- หลกั การพดู เหล่าน้ี มีความถูกตอ้ งเหมาะสมหรือไม่ มากนอ้ ยเพียงใด
- นกั เรียนคิดวา่ จะนาหลกั การพูดเหล่าน้ีไปใชเ้ ป็นประโยชนท์ างภาษาไดห้ รือไม่
๙. นกั เรียนทาใบงานที่ ๑
ข้นั สรุป
๑๐. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปบทเรียน เพื่อใหไ้ ดห้ ลกั การท่ีวา่ “การพูดในโอกาสตา่ ง ๆ
๖๖
เช่น การพูดอวยพรผอู้ าวุโส การพดู ขอบคุณคณะวทิ ยากร การพูดเชิญชวน การพูดใหก้ าลงั ใจ เป็นตน้
ถือวา่ เป็นทกั ษะการใชภ้ าษาเพอ่ื การประการหน่ึง ท่ีตอ้ งใชห้ ลกั การพดู เขา้ ไปเกี่ยวขอ้ ง เช่น จะใชค้ าพดู
อยา่ งไรจึงจะเหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล ควรมีมารยาทท่ีดีในการพดู ดว้ ย เพ่อื ใหก้ ารพูดลกั ษณะ
ประสบความสาเร็จ และควรมีการฝึกพูดเป็นประจาและต่อเน่ือง”
ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. เกมประกวดการอ่าน
๒. บตั รคา
๓. ใบงานท่ี ๑
๔. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชีวติ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เล่ม ๑
๕. ใบความรู้เร่ือง การอ่านออกเสียง
กระบวนการวดั ผลและประเมินผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........
๖๗
กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ความเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………...........................................……
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๖๘
ใบความรู้
การพดู ในโอกาสต่างๆ
การพดู ในชีวติ ประจาวนั ของคนเราน้นั นอกจากจะส่ือความรู้ความเขา้ ใจเร่ืองราวตา่ ง ๆ แลว้ ยงั ตอ้ ง
สื่ออารมณ์ ความรู้สึกถ่ายทอดไปสู่กนั และกนั ดว้ ย ฉะน้นั การพดู จากนั นอกจากจะพดู คุยกนั ตามปกติแลว้ ยงั
มีการพูดในโอกาสพิเศษ เช่น การพดู ในงามมงคล งานศพ การเขา้ สมาคมในโอกาสตา่ ง ๆ จึงจาเป็นสาหรับ
ทุกคนท่ีตอ้ งฝึกฝนการใชค้ าพูดใหถ้ ูกตอ้ งไพเราะเหมาะสม เหมาะกบั เหตุการณ์ การพูดในโอกาสตา่ ง ๆ ท่ี
ควรทราบ เช่น การพูดแนะนา การพูดแสดงความยนิ ดี การพดู แสดงความเสียใจ การกล่าวขอบคุณ การ
กล่าวตอ้ นรับ การพดู อวยพร การพูดสนทนาทางโทรศพั ท์ การพดู เล่าเร่ืองหรือเหตุการณ์ตา่ ง ๆ
๑. การพูดแสดงความยนิ ดี
ในบางโอกาสผทู้ ี่เราพบปะหรือคุน้ เคยอาจจะประสบโชคดี มีความสมหวงั หรือ มีความ
เจริญกา้ วหนา้ ในชีวติ และการงานเราควรจะตอ้ งพดู แสดงความยนิ ดีเพือ่ ร่วมชื่นชมในความสาเร็จน้นั
วธิ ีการ
๑) ใชค้ าพูดใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
๒) ใชน้ ้าเสียง ทา่ ทาง สุภาพ นุ่มนวล ใบหนา้ ยมิ้ แยม้ แจม่ ใส
๓) พูดชา้ ๆ ชดั ถอ้ ยชดั คา พูดส้ัน ๆ ใหไ้ ดใ้ จความและประทบั ใจ
๒. การพูดแสดงความเสียใจ
ในบางโอกาสญาติพนี่ อ้ งหรือคนที่เรารู้จกั ประสบเคราะห์กรรมผดิ หวงั เจบ็ ป่ วย หรือเสียชีวติ เป็นมารยาทท่ี
ดีท่ีเราควรพดู ปลอบใจใหก้ าลงั ใจแก่ผปู้ ระสบเคราะห์กรรมเหล่าน้นั หรือพูดปลอบใจแก่ญาติพี่นอ้ งของ
ผเู้ คราะห์ร้ายน้นั เพือ่ ใหเ้ ขาเกิดกาลงั ใจตอ่ ไป
วธิ ีการ
๑. พูดถึงเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนใหเ้ ป็นเรื่องปกติ
๒. แสดงความรู้สึกห่วงใยร่วมสุขร่วมทุกขด์ ว้ ย
๓. พูดดว้ ยน้าเสียงแสดงความเศร้าสลดใจ
๔. พูดดว้ ยวาจาที่สุภาพ
๕. ใหก้ าลงั ใจและยนิ ดีท่ีจะช่วย
๓. การพูดแนะนา
การพบปะบุคคลซ่ึงเคยรู้จกั กนั มาก่อนและบุคคลอื่น ซ่ึงไมเ่ คยรู้จกั กนั มาก่อน ก่อนท่ีจะ
รู้จกั กนั ยอ่ มจะตอ้ งมีการแนะนาใหร้ ู้จกั กนั เพ่ือคุยเรื่องอ่ืน ๆ ตอ่ ไป การแนะนาให้รู้จกั กนั มีท้งั การแนะนา
ตนเองและแนะนาผอู้ ื่น
๓.๑ การแนะนาตนเอง คือ การกล่าวถึงตนเองใหผ้ อู้ ่ืนรู้จกั โอกาสในการแนะนาตนเองมี
๖๙
ตา่ ง ๆ ดงั น้นั
วธิ ีการพูดแนะนาตนเอง
๑) การกล่าวถึงเรื่องต่อไปน้ี
๑. คานาคือ กล่าวทกั ทายผฟู้ ังและอารัมภบท เช่น “ทา่ นประธานและท่าน
สุภาพชนทุกท่าน” ทา่ นประธาน พธิ ีกรและเพ่ือนสมาชิก”
๒. ช่ือและนามสกุล
๓. ถิ่นกาเนิด
๔. การศึกษา
๕. ความรู้ความสามารถพเิ ศษ
๖. ตาแหน่งหนา้ ท่ีการงาน
๗. งานอดิเรก (ถา้ มี)
๘. หลกั หรือแผนการในการดาเนินชีวติ
๙. ที่อยปู่ ัจจุบนั
การกล่าวถึงจะมากนอ้ ย หรือจะตดั เรื่องใดออกหรือพลิกแพลง อยา่ งไรข้ึนอยกู่ บั สถานที่บุคคลและ
โอกาสตา่ ง ๆ ดงั กล่าว
๒) แทรกเรื่องราวของชีวติ ที่เด่นท่ีสุด ประทบั ใจที่สุด หรือเร่ืองท่ีทาใหเ้ ร่ืองราวมีรสชาติ
น่าสนใจ และเป็นท่ีประทบั ใจผฟู้ ัง
๓) เรียบเรียงเรื่องราวใหส้ ัมพนั ธ์กนั โดยไมส่ บั สน การลาดบั เรื่องราวเป็นเทคนิคเฉพาะตน
๔) ขอ้ ความท่ีกล่าวจะตอ้ งคานึงถึงความเหมาะสมของสถานท่ีบุคคลและโอกาสดว้ ย
๓.๒ การแนะนาผอู้ ่ืน คือ การแนะนาบุคคลที่ ๓ ใหบ้ ุคคลท่ี ๒ รู้จกั ในโอกาสต่าง
เช่นเดียวกบั การแนะนาตนเอง
การแนะนาผู้อ่ืน
ใชห้ ลกั การอยา่ งเดียวกบั การแนะนาตนเองและคานึงถึงเร่ืองต่อไปน้ีเพ่ิมเติมคือ
๑) แนะนาส้ัน ๆ
๒) แนะนาเฉพาะเร่ืองที่เป็นปมเด่น เร่ืองที่เป็นปมดอ้ ยหรือเรื่องที่ไม่เหมาะสมไม่
ควรกล่าวถึง เรื่องท่ีแนะนาควรไดร้ ับอนุญาตจากผถู้ ูกแนะนาก่อน
๓) การแนะนาระหวา่ งสุภาพบุรุษกบั สุภาพสตรี ตอ้ งแนะนาใหส้ ุภาพบุรุษรู้จกั
สุภาพสตรี โดยกล่าวนามสุภาพสตรี เช่น “คุณสุดาครับ นี่คุณพนสั รักความดี สมุห์บญั ชีธนาคารออมสิน
สาขานนทบุรี คุณพนสั น่ีคุณสุดา มณีแกว้ ครับ สมุห์บญั ชีธนาคารกรุงไทย สาขานนทบุรีในการแนะนา ถา้
สุภาพบุรุษนง่ั อยคู่ วรยนื ข้ึน แต่สุภาพสตรีถา้ นงั่ อยแู่ ละไดร้ ับการแนะนาไมต่ อ้ งยนื ถา้ เป็ นการแนะนาหลาย
คนจะนง่ั ลงเม่ือแนะนาครบทุกคนแลว้
๔) แนะนาผูอ้ อ่ นอาวโุ สใหร้ ู้จกั ผอู้ าวุโส โดยเอย่ นามผอู้ าวโุ สก่อน เช่น “คุณแม่
๗๐
คะ นี่นอ้ งเพ่ือนของลูก” “ผจู้ ดั การคะ น่ีคุณสมพงษ์ ใจซื่อ ประชาสมั พนั ธ์โรงแรมลานทองคะ่ คุณสมพงษ์
คะ น่ีคุณสวสั ด์ิ เรืองรอง ผจู้ ดั การบริษทั สมบูรณ์ท่ีคุณตอ้ งการพบคะ่ ”ในเรื่องอาวโุ สถือตามวยั วฒุ ิ บาง
โอกาสถือตามตาแหน่งหนา้ ท่ีการงานผแู้ นะนาตอ้ งคานึงตามโอกาสใหเ้ หมาะดว้ ย
๕) การแนะนาบุคคลต่อที่ประชุมหรือชุมชนต่าง ๆ เอย่ ถึงกลุ่มชนก่อน เช่น “ทา่ น
ผมู้ ีเกียรติท้งั หลาย ผพู้ ูดช่วงเวลาต่อไปน้ีคือ คุณปราโมทย์ พงษท์ อง ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั นานา ทา่ นจบ
การศึกษาระดบั ปริญญาตรี ทางดา้ นการศึกษาจากมหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมิตร และจบ
ปริญญาโททางดา้ นบริหารการศึกษาจากมหาวทิ ยาลยั เดียวกนั ประสบการณ์ของท่านเป็ นผรู้ ิเร่ิมก่อต้งั
วทิ ยาลยั นานาและทาหนา้ ที่บริหารงานมา ๕ ปี แลว้ ผลิตบณั ฑิตจนถึง ๔ รุ่น วนั น้ีท่านสละเวลาใหเ้ กียรติ
มาบรรยายเรื่อง “การศึกษากบั การพฒั นาชนบท” เชิญทา่ นรับฟังแนวคิดของวทิ ยากรไดแ้ ลว้ ครับ
๖) การแนะนาบุคคลรุ่นเดียวกนั เพศเดียวกนั จะแนะนาใครก่อนหลงั กไ็ ดข้ อ้
ปฏิบตั ิสาหรับการแนะนาเม่ือผา่ นการแนะนาแลว้ ผอู้ ่อนอาวโุ สยกมือไหวผ้ ูอ้ าวโุ ส และผอู้ าวโุ สกวา่ รับไหว้
ถา้ อาวโุ สเท่าเทียมกนั กย็ กมือไหวพ้ ร้อมกนั แตป่ ัจจุบนั มกั กม้ ศีรษะใหแ้ ก่กนั พอเป็นพธิ ีกไ็ ด้ การแนะนาใน
ท่ีประชุมเม่ือผรู้ ับการแนะนาตอ่ ที่ประชุมถูกเอ่ยชื่อ ควรยนื ข้ึนคารวะตอ่ ที่ประชุมและที่ประชุมปรบมือ
ตอ้ นรับ
๔. การกล่าวขอบคุณ
การกล่าวขอบคุณอาจใชไ้ ดห้ ลายโอกาส เช่น การกล่าวขอบคุณเมื่อผพู้ ูดหรือ
วทิ ยากรพดู จบ กล่าวขอบคุณเม่ือมีผกู้ ล่าวตอ้ นรับ กล่าวขอบคุณผมู้ าร่วมงานหรือในกิจกรรมกล่าวขอบคุณ
เมื่อมีผมู้ อบของขวญั หรือของท่ีระลึก ขอบคุณแตล่ ะโอกาสดงั ตอ่ ไปน้ี
วธิ ีการกล่าวขอบคุณ
การขอบคุณ การพดู หรือขอบคุณ ใชใ้ นโอกาสท่ีมีผอู้ ่ืนไดช้ ่วยเหลือหรือมีบุญคุณ แก่เรา
ถือวา่ เป็นมารยาทท่ีจะตอ้ งแสดงความยนิ ดีและกล่าวขอบคุณในน้าใจของเขา คือ เป็นการแสดงออกถึงการ
รู้คุณผูอ้ ื่น เป็ นวฒั นธรรมที่ดีงามท่ีควรรักษาไวอ้ ยา่ งยง่ิ
๑. คาวา่ ขอบใจ นิยมใชพ้ ูดเพอื่ แสดงความขอบใจแก่คนท่ีมีอายนุ อ้ ยกวา่ เราเช่น
พีข่ อขอบใจนอ้ งมากท่ีช่วยยกกระเป๋ าให้
๒. คาวา่ ขอบคุณ นิยมใชพ้ ูดเพ่อื แสดงความขอบคุณสาหรับผทู้ ี่เสมอกนั หรือผทู้ ี่มีอาวุโส
กวา่ ผพู้ ูด เช่น ผมขอขอบคุณคุณนิคมมากที่มาส่งผมที่สถานีรถไฟวนั น้ี
๓. หากตอ้ งการยกยอ่ งเทิดทูนผทู้ ี่ตนเคารพนบั ถือมาก ท่ีท่านกรุณาช่วยเหลือเรา หรือให้
สิ่งใดแก่เรากค็ วรกล่าววา่ ขอบพระคุณ เช่น ลูกขอกราบขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่มากที่ซ้ือของมาฝาก
๔. ควรพูดดว้ ยน้าเสียงนุ่มนวล ชวนฟัง สุภาพ ไม่รีบร้อนจนเกินไป
๕. ควรแสดงท่าทางท่ีเป็นมิตร นอบนอ้ ม มีใบหนา้ ยมิ้ แยม้ แจ่มใส
๖. ควรพดู ใหผ้ ฟู้ ังรู้สึกวา่ เราซาบซ้ึงในพระคุณและจะพยายามหาโอกาสที่จะตอบแทนใน
๗๑
โอกาสต่อไป
๗. หากเป็นการกล่าวขอบคุณในนามตวั แทน หมูค่ ณะ ควรพูดใหช้ ดั เจนวา่ กล่าวขอบคุณ
ในนามของหมูค่ ณะใด เนื่องในโอกาสอะไร ขอบคุณใคร พูดใหส้ ้นั กะทดั รัด
ไดค้ วามดี
๘. โดยทว่ั ไปแลว้ ถา้ เป็นการขอบคุณผทู้ ่ีเคารพนบั ถือ หรือผมู้ ีอาวุโสมากกวา่ เราการกล่าว
ขอบคุณมกั จะกล่าวพร้อม ๆ กบั ยกมือไหวด้ ว้ ยเสมอ
๕. การกล่าวอวยพร
การพูดอวยพร มกั ใชค้ วบคูไ่ ปกบั การแสดงความยนิ ดีหรือแสดงความปรารถนาดี เพราะ
ก่อนจะอวยพรมกั ตอ้ งแสดงความยนิ ดีมาก่อน หรือถา้ เป็ นการกล่าวแสดงความยนิ ดีโดยแทจ้ ริงกม็ กั ลงทา้ ย
ดว้ ยการอวยพร การอวยพรมีหลายโอกาส เช่น ในงานมงคลสมรส งานวนั เกิด งานวนั ปี ใหมข่ ้ึนบา้ นใหม่
ตลอดจนการอวยพรของผหู้ ลกั ผใู้ หญ่ ซ่ึงมกั เรียกวา่ อานวยพร (อานวยอวยพร อวยชยั ใหพ้ ร ใหศ้ ีลใหพ้ ร)
แก่ลูกหลาน ลูกศิษย์ ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา ฯลฯ ขอ้ ปฏิบตั ิโดยทว่ั ไปในการพดู อวยพรมีดงั น้ี
๑) พูดดว้ ยทา่ ทีร่าเริงเป็นการแสดงความยนิ ดีไปในตวั
๒) เริ่มตน้ ดว้ ยเสียงค่อนขา้ งดงั เลก็ นอ้ ย เป็ นการเรียกความสนใจเพราะงานชนิดน้ี มกั มีเสียง
รบกวนมาก ขอ้ ความตอนตน้ ควรเป็ นใจความง่าย ๆ ส้ัน ๆ
๓) ควรดาเนินเร่ืองให้เป็นไปตามความเหมาะสม เช่น ถา้ เป็นงานวนั เกิด ควรกล่าวถึงความสาคญั
ในวนั เกิด แลว้ จึงพูดถึงคุณงามความดี และเกียรติคุณของเจา้ ภาพตามสมควร ถา้ เป็นการแตง่ งาน ควรเริ่ม
ดว้ ยการบอกกล่าว ถึงความสัมพนั ธ์ของท่านกบั คูส่ มรสฝ่ ายใดฝ่ ายหน่ึง หรือท้งั สองฝ่ าย ถา้ ผพู้ ูดรู้จกั ท้งั คู่ ถา้
มีประสบการณ์มากพอควรใหข้ อ้ คิดในชีวติ การสมรส แลว้ กล่าวแสดงความยนิ ดีที่ท้งั สองฝ่ ายไดส้ มรสกนั
อนั จะเป็ นการก่อสร้างรากฐาน เป็นครอบครัวที่ดีต่อไป
๔) ลงทา้ ยดว้ ยการกล่าวคาอวยพร ขอใหม้ ีความสุขความเจริญกา้ วหนา้ สืบต่อไปการพูดอวยพรถือ
เป็นการพดู ในงานมงคล ไม่ควรจะใหม้ ีถอ้ ยคาซ่ึงไม่น่าปรารถนา (ไม่เป็ นมงคล) ในคากล่าว เช่น ในงานวนั
เกิด ไม่ควรมีคาวา่ “ตาย” “แก่” “เจบ็ ป่ วย” ฯลฯ ในงานสมรสไมค่ วรมีคาวา่ “แตง่ งานใหม่” ฯลฯ อยดู่ ว้ ยจะ
ดีมาก ไม่ควรพูดยดื ยาว ซ้าซาก ควรทกั ทายที่ประชุมใหถ้ ูกตอ้ งตามลาดบั คาข้ึนตน้ ควรใหเ้ ร้าความสนใจ
ตอนจบใชถ้ อ้ ยคา ใหป้ ระทบั ใจในเร่ืองจะกล่าวถึง
๗๒
เกม “ประกวดการอ่าน”
ใหน้ กั เรียนเล่นเกม “ประกวดการอ่าน” เพ่ือปลูกฝังและสร้างเสริมลกั ษณะนิสยั การอ่าน (ร้อยแกว้ ,
ร้อยกรอง) ใหก้ บั นกั เรียน
อุปกรณ์ มีดังนี้
- นาฬิกาจบั เวลา - นกหวดี - ตารางใหค้ ะแนน
วธิ ีเล่นเกม มดี ังนี้
แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ ๔-๕ คน ครูและนกั เรียนร่วมกนั กาหนดเกณฑก์ าร
อ่านท่ีดีเช่น
- อ่านร้อยแกว้
- อา่ นถูกวรรคตอน
- ไมต่ ะกุกตะกกั
- ออกเสียง ร ล คาควบกล้าชดั เจนและถูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี
- อา่ นเหมือนเสียงพูด แสดงอารมณ์โดยใชน้ ้าเสียงเหมาะสมกบั เรื่องที่อ่าน
ต้งั กรรมการตดั สินการประกวดโดยใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกตวั แทนมากลุ่มละ ๑ คน จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะ
กลุ่มอ่านออกเสียง (จะส่งใหต้ วั แทนอ่านออกเสียงหรืออ่านออกเสียงพร้อมกนั ท้งั กลุ่มกไ็ ด)้ แลว้ ให้
กรรมการให้คะแนน กลุ่มใดไดค้ ะแนนมากเป็นผชู้ นะ
หมายเหตุ กรรมการบอกเริ่มอา่ นโดยการเป่ านกหวดี และต้งั เวลาตามความเหมาะสม
ข้อเสนอแนะ
- เกมน้ีสามารถนาไปใชก้ ่อนการสอนอ่านหรือก่อนการใหน้ กั เรียนอา่ นบทเรียน
ไดท้ ุกบท ไมว่ า่ จะเป็นการอา่ นในใจหรืออ่านออกเสียงร้อยแกว้ หรือร้อยกรอง
- นกั เรียนเป็นกรรมการอาจถูกกล่าวหาวา่ ลาเอียงเขา้ ขา้ งฝ่ ายตนครูอาจเป็นกรรมการ
เองก็ได้
๗๓
ใบงานที่ ๑
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. นกั เรียนคิดวา่ การพดู ในโอกาสต่างๆ คืออะไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๒. นกั เรียนคิดวา่ การพูดในโอกาสตา่ ง ๆ ท่ีดีควรทาอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๓. การพดู แนะนามีความหมายวา่ อยา่ งไร แบ่งออกเป็ นกี่ประเภทอะไรบา้ ง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๔. การกล่าวอวยพรมีความหมายอยา่ งไร ควรปฏิบตั ิอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๕. การพูดแสดงความเสียใจควรปฏิบตั ิอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๗๔
ใบงานท่ี ๒
ช่ือ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง
๑. ใหน้ กั เรียนเขียนโครงร่างการกล่าวขอบคุณท่ีเพื่อนมาในงานวนั เกิดของตนเอง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๒. ใหน้ กั เรียนเขียนโครงร่างการพดู แนะนาตนเองใหผ้ ใู้ หญ่ไดร้ ู้จกั
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๗๕
เฉลยใบงานท่ี ๑
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. นกั เรียนคิดวา่ การพดู ในโอกาสตา่ งๆ คืออะไร
คือ การพูดในชีวติ ประจาวนั ของคนเราน้นั นอกจากจะสื่อความรู้ความเขา้ ใจเร่ืองราวตา่ ง ๆ แลว้ ยงั
ตอ้ งส่ืออารมณ์ ความรู้สึกถ่ายทอดไปสู่กนั และกนั
๒. นกั เรียนคิดวา่ การพดู ในโอกาสตา่ ง ๆ ท่ีดีควรทาอยา่ งไร
ควรท่ีตอ้ งฝึกฝนการใชค้ าพดู ใหถ้ ูกตอ้ งไพเราะเหมาะสม เหมาะกบั เหตุการณ์ การพูดในโอกาส
ตา่ ง ๆ ท่ีควรทราบ
๓. การพดู แนะนามีความหมายว่าอย่างไร แบ่งออกเป็ นกี่ประเภทอะไรบ้าง
หมายถึง การแนะนาใหร้ ู้จกั กนั ในการพบปะบุคคลซ่ึงเคยรู้จกั กนั มาก่อนและบุคคลอื่น ซ่ึงไมเ่ คย
รู้จกั กนั มาก่อน ก่อนที่จะรู้จกั กนั
๑. การแนะนาตนเอง
๒. แนะนาผอู้ ื่น
๔. การกล่าวอวยพรมีความหมายอย่างไร
คือ การกล่าวแสดงความยนิ ดีหรือแสดงความปรารถนาดี เพราะก่อนจะอวยพรมกั ตอ้ งแสดงความ
ยนิ ดีมาก่อน หรือถา้ เป็นการกล่าวแสดงความยนิ ดีโดยแทจ้ ริงกม็ กั ลงทา้ ยดว้ ยการอวยพร การอวยพรมีหลาย
๕. การพูดแสดงความเสียใจควรปฏิบัติอย่างไร
๑. พดู ถึงเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนใหเ้ ป็นเร่ืองปกติ
๒. แสดงความรู้สึกห่วงใยร่วมสุขร่วมทุกขด์ ว้ ย
๓. พูดดว้ ยน้าเสียงแสดงความเศร้าสลดใจ
๔. พดู ดว้ ยวาจาที่สุภาพ
๕. ใหก้ าลงั ใจและยนิ ดีที่จะช่วยเหลือ
เฉลยใบงานที่ ๒
ช่ือ………………………นามสกุล……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง
๑. ใหน้ กั เรียนเขียนโครงร่างการกล่าวขอบคุณท่ีเพื่อนมาในงานวนั เกิดของตนเอง
(อยู่ในดุลพนิ ิจของครู)
๗๖
แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )
๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )
๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )
๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาที่ใช้
เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา
ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมิน ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี
๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
ความต้งั ใจ ความ ความมี คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
ชื่อ-สกลุ (๔) ร่วมมือ วนิ ยั ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
(๔) (๔)
เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอียด
เดก็ หญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่
เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ
เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอุดี ราชการ
เดก็ ชายธนวฒั บินดุเหล็ม
เด็กชายศรัณ ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่
เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ
เดก็ หญิงนิชานนั ท์ ดารากยั
เดก็ หญิงนิสรีน หีมเกะ
เด็กหญิงอสั มา แวยาเง๊าะ
เดก็ หญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่
เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ
เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน
๗๗
แบบประเมินชิ้นงาน
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….
ชิ้นงานเรื่อง……………………..
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๗๘
เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน
๒. การแบ่งหนา้ ที่ กระจายงานไดอ้ ย่างทว่ั ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ที่ไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ
๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม
เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย
มอบหมาย ตามระยะเวลาที่ ที่กาหนด
กาหนด
ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงานเป็ นระยะ
๗๙
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน
รวม
ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
เกณฑ์การประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔
๘๐
แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี เวลาเรียน ๘ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๕ เรื่อง สี่ศิษย์พระดาบส เวลา ๑ ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง สื่อสารภาษาโฆษณา
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้
ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวชี้วดั
ท. ๑.๑ ป ๖/๔ แยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่าน
ท. ๑.๑ ป ๖/๕ อธิบายการนาความรู้และความคิดจากเร่ืองท่ีอ่านไปตดั สินใจแกป้ ัญหา
ในการดาเนินชีวิต
ท ๓.๑ ป ๖/๓ วเิ คราะห์ความน่าเช่ือถือจากการฟังและดูส่ือโฆษณาอยา่ งมีเหตุผล
ท ๓.๑ ป ๖/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
สาระสาคัญ
การพูดเพ่อื โฆษณาสิ่งใดส่ิงหน่ึงใหค้ นอื่นทราบ และการพดู เจรจาต่อรอง ถือเป็ นทกั ษะทางภาษาท่ีตอ้ งใช้
ทกั ษะการพูดและทกั ษะการใชถ้ อ้ ยคาสานวนทางภาษาเพื่อส่ือสารทางภาษา ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด
ขอ้ มูล เหตุผลใหค้ นอ่ืนไดร้ ับรู้ผา่ นภาษาพดู
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. หลกั การพูดโฆษณาและเจรจาตอ่ รอง K
๒. พดู และเขียนโฆษณาและเจรจาต่อรองใหค้ นอ่ืนรู้เรื่องและเขา้ ใจ A
๓. ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล P
๘๑
๔. แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองท่ีอา่ น P
๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด A
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ มน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนดูตวั อยา่ งโฆษณาท่ีครูเขียนมาใหด้ ู แลว้ สนทนากนั ถึงการโฆษณาที่นกั เรียนเคยรู้เห็น
ไดย้ นิ จากส่ือต่าง ๆ ครูใหค้ วามรู้เพิม่ เติม
ข้นั กระบวนการเรียน
๒. นกั เรียนคดั เลือกกนั เองออกมาอ่านตวั อยา่ งโฆษณาที่ครูเตรียมมาใหเ้ พ่ือนฟังแลว้
ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั โฆษณาวา่ มีองคป์ ระกอบอะไรบา้ ง ส่วนสาคญั และส่ิงจาเป็นที่ตอ้ งมีคือ
อะไร การโฆษณาเป็นสิ่งน่าเชื่อถือไม่
๓. ครูเขียนคาวา่ “การเจรจาต่อรอง” บนกระดานใหน้ กั เรียนดูและอา่ น แลว้
สนทนา แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั คา ความหมายของคา ครูใหค้ วามรู้ แลว้ จดั สถานการณ์ส้ัน ๆ ง่าย ๆ ให้
นกั เรียนฝึกปฏิบตั ิกนั เอง สมมุติสถานการณ์วา่ นกั เรียนเขา้ ไปซ้ือสินคา้ ในร้านแห่งหน่ึง ตอ้ งมีการเจรจา
ต่อรอง เช่น
คนซ้ือ : กระเป๋ าลูกละเท่าไรค่ะ
คนขาว : ๒๐๐ บาท
คนซ้ือ : ๑๘๐ บาทไดไ้ หมคะ่
๔. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกบั หลกั การพดู ต่าง ๆ
๕. นกั เรียนอา่ นหนงั สือ (หนา้ ๑๙๐ – ๑๙๒ ) แลว้ ร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็น
๖. นกั เรียนทาใบงานที่ ๑ เขียนขอ้ ความโฆษณาเป็นสานวนของนกั เรียนแลว้ บนั ทึกใบงานท่ี ๑
๗. นกั เรียนเขียนโฆษณาตามที่กาหนดใหใ้ นใบงานที่ ๒
ข้ันสรุป
๘. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปการทากิจกรรม
๘๒
สื่อ / แหล่งเรียนรู้
๑. ใบงานที่ ๑
๒. ใบงานที่ ๒
๓. หนงั สือเรียน ชุดภาษาเพ่ือชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖
กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.เครื่องมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสังเกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง ....... คน คิดเป็นร้อยละ ..........
๘๓
กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ลงชื่อ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๘๔
ใบความรู้
การพดู เชิญชวน
๑ . ความหมายของการพดู เชิญชวน
การพดู เชิญชวนเป็นการพูดลกั ษณะหน่ึงของการพูดจูงใจ มีจุดมุง่ หมายหลกั ที่จะเปล่ียนทศั นคติ
ของผฟู้ ังใหเ้ ป็นไปตามแนวทางของผพู้ ดู การพูดลกั ษณะน้ีจาเป็นอยา่ งยงิ่ ท่ีจะตอ้ งใชศ้ ิลปะการพูดเพ่ือโนม้
นา้ วจิตใจของผฟู้ ัง
๒. ประเภทของการพูดเชิญชวน
๑. การพูดเชิญชวนให้ร่วมปฏิบตั ิทางสังคม
๒. การเชิญชวนใหใ้ ชบ้ ริการตา่ งๆ ซ่ึงมกั ปรากฏในรูปแบบของการโฆษณา
๓. การเชิญชวนใหเ้ ปลี่ยนความคิดท้งั ทศั นคติ
๓. แนวทางสาคัญของการพูดเชิญชวน
การพดู เชิญชวนจาเป็นอยา่ งยง่ิ ท่ีผพู้ ูดจะตอ้ งศึกษาและทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั แนวทางใน
การพดู ดงั น้ี
๑. ผพู้ ูดควรตระหนกั ถึงหลกั การพดู เชิญชวน เพ่ือใหผ้ ฟู้ ังเกิดความสนใจ มีความตอ้ งการ
ที่จะฟังเร่ืองราวต่อไปจนเกิดความพงึ พอใจเห็นจริงตามที่พดู ท้งั น้ีเพราะผพู้ ูดไดน้ าเสนอเรื่องราวอยา่ งมี
เหตุผล มีการสร้างมโนภาพใหแ้ ก่ผฟู้ ังดว้ ยการยกตวั อยา่ งหรือใชส้ ื่อประกอบการพูดจนผฟู้ ังเห็นจริง
๒. ผพู้ ดู ที่ดีตอ้ งเตรียมความพร้อมที่จะพดู โดยศึกษาเร่ืองราวอยา่ งละเอียด แสดงเรื่องราว
ที่พดู ความหมายของสารท่ีตอ้ งการจะสื่อใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจอยา่ งกระจา่ งชดั แสดงเหตุผลในการเชิญชวนได้
อยา่ งถูกตอ้ งน่าฟังและมีน้าหนกั เพ่ือใหผ้ ฟู้ ังตระหนกั ถึงความจริงและความจาเป็นท่ีจะตอ้ งปฏิบตั ิตามคา
เชิญชวนน้นั
๓. ผพู้ ูดตอ้ งใชน้ ้าเสียงและแสดงความรู้สึกท่ีแทจ้ ริง มีความกระตือรือร้นที่จะพดู พร้อม
ท้งั ใชท้ า่ ทางและสายตาประกอบอยา่ งเหมาะสม
๔. การพูดเชิญชวนท่ีดีตอ้ งคานึงถึงความถูกตอ้ ง เป็ นการเชิญชวนใหป้ ฏิบตั ิในสิ่งท่ีเป็ น
ประโยชน์ต่อส่วนรวมมิใช่เป็ นการเชิญชวนในสิ่งที่ผิด ในขณะเดียวกนั ผพู้ ูดตอ้ งใหเ้ กียรติผฟู้ ัง โดยเปิ ด
โอกาสใหผ้ ฟู้ ังไดเ้ ลือกตดั สินใจเชื่อและคลอ้ ยตาม มิใช่เป็ นการบงั คบั ผฟู้ ัง
๕. ผพู้ ูดตอ้ งศึกษารายละเอียดเก่ียวกบั ผฟู้ ัง ไดแ้ ก่ อายุ เพศ ฐานะ ทางเศรษฐกิจ
การศึกษา การนบั ถือศาสนา และความสนใจเป็นตน้ การทาความเขา้ ใจผฟู้ ังยอ่ มมีผลดีต่อการนาเสนอ
ความคิดเพ่ือใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจ และคลอ้ ยตามประเด็นที่เชิญชวนโดยคานึงถึงหลกั สาคญั วา่ บุคคลทวั่ ไปยอ่ มพึง
พอใจที่จะเปล่ียนแปลงสภาพตา่ งๆ เพ่ือใหเ้ กิดผลดีต่อตนเองและตอ้ งการไดร้ ับการยกยอ่ งจากสงั คม
๖. ผพู้ ูดท่ีดีตอ้ งแสดงความคิดอยา่ งมีเหตุผล มีความรู้กวา้ งขวาง นากลวธิ ีการพดู
๘๕
ลกั ษณะต่างๆใหผ้ ฟู้ ังสนใจ เช่น นาเร่ืองที่ทาใหผ้ ฟู้ ังอยากรู้อยากเห็น นาเรื่องแปลกหรือใชก้ าร
วพิ ากษว์ จิ ารณ์มาประกอบ เป็นตน้
๗. พูดตามลาดบั ข้นั ตอน โดยพจิ ารณาหวั ขอ้ ที่จะใชพ้ ูดเชิญชวน กาหนดวตั ถุประสงค์
การพดู คน้ ควา้ ความรู้ประกอบ เลือกวธิ ีการพดู เลือกเหตุการณ์ประกอบการพูดให้เหมาะสม
๘. ผพู้ ดู ท่ีดีตอ้ งเตรียมพร้อมเสมอวา่ ผฟู้ ังจะมีความเห็นดว้ ยกบั ผพู้ ดู หรือมีความเห็นเป็ น
กลาง ไมแ่ น่ใจ หรือมีความเห็นไมเ้ ห็นดว้ ย เพ่ือที่จะศึกษาถึงสาเหตุและนามาเป็นแนวทางในการพูด
ต่อไป
๙. การพูดจูงใจสามารถพดู ไดใ้ นประเด็นตา่ งๆ เช่น พูดเกี่ยวกบั สุขภาพ สวสั ดิภาพใน
สังคม เสรีภาพ ขนบธรรมเนียมประเพณี และเก่ียวกบั เกียรติยศชื่อเสียง
๘๖
ใบงานที่ ๑
ช่ือ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนขอ้ ความโฆษณาของ “ขวญั ” กบั “ป้ัน” เป็นความเรียง โดยใช้
สานวนภาษาของนกั เรียนเอง
๑. พี่นอ้ งตา่ งช้นั เร่กนั เขา้ มา
เลือกซ้ือเลือกหา สิ่งของตอ้ งใจ
โครงงานสามประสาน เบิกบานแค่ไหน
เชิญมาไวไว ชา้ หมดนะเออ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
๒. ป. ๖ รวมใจ
มีงานคร้ังใหญ่ คือตลาดนดั
สินคา้ นานา ราคาประหยดั
บรรจงวางจดั เพอ่ื เพ่ือนทุกคน
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
๘๗
ใบงานท่ี ๒
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง เขียนโฆษณาตามที่กาหนดให้
๑. โฆษณาหาเสียงเป็นประธานนกั เรียน
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
๒. โฆษณางานโรงเรียน
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
๘๘
เฉลยใบงานท่ี ๑
ช่ือ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนขอ้ ความโฆษณาของ “ขวญั ” กบั “ป้ัน” เป็นความเรียง โดยใช้
สานวนภาษาของนกั เรียนเอง
(อยู่ในดุลพนิ ิจของครู)
เฉลยใบงานท่ี ๒
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง เขียนโฆษณาตามท่ีกาหนดให้
(อยู่ในดุลพนิ ิจของครู)
๘๙
แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )
๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )
๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )
๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้
เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา
ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมิน ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี
๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
ความต้งั ใจ ความ ความมี คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
ชื่อ-สกลุ (๔) ร่วมมือ วนิ ยั ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
(๔) (๔)
เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอียด
เด็กหญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่
เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ
เดก็ หญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอุดี ราชการ
เดก็ ชายธนวฒั บินดุเหล็ม
เด็กชายศรัณ ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่
เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เดก็ หญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ
เดก็ หญิงนิชานนั ท์ ดารากยั
เดก็ หญิงนิสรีน หีมเกะ
เด็กหญิงอสั มา แวยาเง๊าะ
เดก็ หญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่
เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ
เด็กชายสิทธิโชค สุวรรณโน
๙๐
แบบประเมินชิ้นงาน
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….
ชิ้นงานเรื่อง……………………..
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๙๑
เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกล่มุ
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญม่ ี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน
๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานไดอ้ ย่างทว่ั ถึง กระจายงานได้ท่ัวถึง กระจายงานไม่ทว่ั ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่
ที่ไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ
๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม
เ ป้ า ห ม า ย ที่ ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย
มอบหมาย ตามระยะเวลาที่ ที่กาหนด
กาหนด
ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไม่มีส่วน
ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงานเป็ นระยะ
๙๒
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน
รวม
ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
เกณฑ์การประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔
๙๓
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๕ เรื่อง สี่ศิษย์พระดาบส เวลาเรียน ๘ ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ที่ ๘ เร่ือง โต้วาทมี สี าระ เวลา ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ท…่ี ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอา่ น
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้
ความคิด และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวชี้วดั
ท. ๑.๑ ป ๖/๔ แยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน
ท ๓.๑ ป ๖/๕ พูดโนม้ นา้ วอยา่ งมีเหตุผล และน่าเช่ือถือ
ท ๓.๑ ป ๖/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
สาระสาคญั
การพูดโตว้ าทีเป็ นการใชศ้ ิลปะการพดู ระหวา่ งบุคคล ๒ ฝ่ าย คือฝ่ ายเสนอและฝ่ ายคา้ น ต่างฝ่ าย
ต่างหาเหตุผลมาสนบั สนุนความคิด หรือขอ้ เสนอของฝ่ ายตนและคดั คา้ นความคิดหรือขอ้ เสนอของฝ่ ายตรง
ขา้ ม ฝ่ ายใดมีเหตุผลดีกวา่ จะเป็นฝ่ ายชนะ
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. หลกั การพูดโตว้ าที K
๒. ดาเนินการโตว้ าที A
๓. ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล P
๔. แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน P
๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด A
๙๔
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูใหน้ กั เรียนดูวีดิทศั น์ หรือภาพการโตว้ าที จากน้นั ครูอธิบายความหมายของ การโตว้ าที
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๒. ครูสนทนาเกี่ยวกบั องคป์ ระกอบของการโตว้ าที จากการดูวดี ิทศั นห์ รือภาพถ่าย แลว้ ให้
นกั เรียนช่วยกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ขอ้ ควรปฏิบตั ิในการโตว้ าที โดยครุช่วยสรุปเป็นขอ้ ๆ
๓. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปความรู้เรื่อง การโตว้ าที ดงั น้ี
๑) การโตว้ าที เป็ นการแสดงศิลปะการพูดระหวา่ งบุคคลสองฝ่ าย ที่พยายามใชเ้ หตุผล
ตา่ ง ๆ พดู โนม้ นาวจิตใจผฟู้ ัง ใหม้ ีความคิดสนบั สนุน หรือคลอ้ ยตามคาพดู ของตน
๒) การโตว้ าทีมีลกั ษณะเป็นการแขง่ ขนั ซ่ึงตอ้ งมีการตดั สินการใชโ้ วหารและเหตุผล
ตามหลกั การท่ีวางไว้
๓) องคป์ ระกอบของการโตว้ าที
(๑) ญตั ติ คือ หวั ขอ้ ท่ีนามาโตว้ าที
(๒) ประธานการโตว้ าที มีหนา้ ท่ีดาเนินการ และควบคุมการโตว้ าที
(๓) ผโู้ ตว้ าที ประกอบดว้ ย ๒ ฝ่ าย คือ ฝ่ ายเสนอ และฝ่ ายคา้ น มกั จะมีฝ่ ายละ
เท่า ๆ กนั แต่ละฝ่ ายมีหวั หนา้ ๑ คน
(๔) กรรมการตดั สินมีประมาณ ๒ – ๓ คน
(๕) เวลาที่ใชใ้ นการโตว้ าที กาหนดตามความเหมาะสม
๔) ขอ้ ควรปฏิบตั ิในการโตว้ าที
(๑) มีบุคลิกภาพท่ีดี และแต่งกายสุภาพเรียบร้อย
(๒) มีมารยาทในการฟัง และการพูด
(๓ ) ยมิ้ แยม้ แจ่มใส
(๔) ใชว้ าจาสุภาพออ่ นนอ้ ม มีเหตุผล รวมท้งั รักษาเวลาในการพดู
(๕) แสดงความรู้สึก และแสดงท่าทางประกอบการพูดใหเ้ หมาะสม
(๖) มีน้าใจเป็ นนกั กีฬา
๔. ครูใหน้ กั เรียนจดั โตว้ าทีภายในช้นั เรียน โดยเลือกญตั ติที่น่าสนใจ และเขียนสรุปผล
การโตว้ าทีลงในใบงานท่ี ๑
๕. นกั เรียนทาใบงานที่ ๒ หวั หนา้ กลุ่มนาเสนอผลงานที่หนา้ ช้นั เรียน
ข้ันสรุป
๖. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปการทากิจกรรม
๗. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั
๙๕
ส่ือ / แหล่งเรียนรู้
๑. ใบงานที่ ๑ และ ใบงานท่ี ๒
๒. แบบฝึกหดั
๓. หนงั สือเรียน ชุดภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖
กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.เครื่องมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสังเกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........
๙๖
กจิ กรรมเสนอแนะ
………………………………………............……………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………......................
ความเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๙๗
ใบความรู้
เร่ือง การพูดโต้วาที
การพดู โตว้ าทีเป็ นการใชค้ าพูดโตต้ อบของบุคคล ๒ ฝ่ าย ท่ีตอ้ งใชค้ ารมประกอบเหตุผล เพือ่
หกั ลา้ งเหตุผลของอีกฝ่ ายหน่ึง และพยายามใชค้ าพูดโนม้ นา้ วจิตใจของผใู้ หม้ ีความคิดคลอ้ ยตาม และ
สนบั สนุนเหตุผลของตน การโตว้ าทีเป็ นการแข่งขนั มีการตดั สินแพช้ นะ ตามหลกั เกณฑท์ ่ีกาหนด
ส่วนประกอบท่ีสาคญั ของการโตว้ าทีมีดงั น้ี
๑. หวั ขอ้ ในการโตว้ าที เรียกวา่ ญตั ติ การต้งั ญตั ติตอ้ งเลือกใหเ้ หมาะสมเป็นหวั ขอ้ ส้นั ๆ ไม่
เป็นสาเหตุของการทะเลาะววิ าท และควรเป็ นเร่ืองสร้างเสริมสติปัญญา
๒. คณะโตว้ าที ประกอบดว้ ย ประธานการโตว้ าที ๑ คน ฝ่ ายคา้ น และฝ่ ายเสนอแต่ละฝ่ ายจะมี
หวั หนา้ ๑ คน มีผสู้ นบั สนุน ๓ – ๔ คน
๓. กรรมการประกอบดว้ ย กรรมการตดั สินประมาณ ๑ – ๒ คน และกรรมการจบั เวลาอีก ๒ คน
๔. การจดั ท่ีนงั่ ตอ้ งจดั ให้ผฟู้ ังและผเู้ ก่ียวขอ้ งทุกคนในการโตว้ าทีมองเห็นกนั อยา่ งทวั่ ถึง
๕. การกาหนดเวลาในการโตว้ าที ควรมีการกาหนดเวลาพดู ของแตล่ ะคนตามความเหมาะสม
เช่น
ประธานการโตว้ าทีกล่าวเปิ ดการโตว้ าที ระบุญตั ติ และแนะนาท้งั สองฝ่ ายใชเ้ วลาประมาณ ๕ –
๑๐ นาที กล่าวสรุปผลการตดั สิน ประมาณ ๕ – ๑๐ นาที
หวั หนา้ แตล่ ะฝ่ ายพูดเสนอหรือคา้ น ฝ่ ายละ ๕ – ๑๐ นาที และกล่าวสรุปประมาณ ๓ – ๘ นาที
ผสู้ นบั สนุนแต่ละคนพูด ประมาณ ๓ – ๘ นาที
มรรยาทการโต้วาที
การโตว้ าทีเป็นการใชศ้ ิลปะการพดู ระหวา่ งบุคคลสองฝ่ าย ตา่ งฝ่ ายตา่ งหาเหตุผลมาช้ีแจงเพื่อให้
ผฟู้ ังเกิดความเชื่อถือ
การโตว้ าทีของบุคคลท้งั สองฝ่ ายคือ ฝ่ ายเสนอและฝ่ ายคา้ นจะพูดสลบั กนั โดยฝ่ ายเสนอพูดเสนอ
ความคิดเห็นของตน และฝ่ ายคา้ นจะช้ีแจงแสดงความคิดเห็นดว้ ยเหตุผลในการไม่เห็นดว้ ยกบั ฝ่ ายเสนอ
การพดู จะสลบั กนั และผฟู้ ังจะเป็นผตู้ ดั สินวา่ ฝ่ ายใดใหเ้ หตุผลน่าเชื่อถือวา่ กนั ผพู้ ูดท้งั ฝ่ ายเสนอและฝ่ ายคน้
จะตอ้ งมีมรรยาทในการพดู ระหวา่ งโตว้ าที คือ
๑. ใชค้ าพูดที่สุภาพ มีเหตุผล ไม่ใช่คาพูดหยาบคาย ไมพ่ ดู เยาะเยย้ ถากถาง หรือนาเร่ืองส่วนตวั
ของอีกฝ่ ายหน่ึงมาพูด
๒. มีน้าใจเป็นนกั กีฬา ไม่มุง่ แต่จะเอาชนะกนั
๓. แสดงกิริยาท่าทางระหวา่ งการพูดใหเ้ หมาะสม เช่น ไม่ช้ีหนา้ ไม่ทุบโตะ๊
๔. พูดดว้ ยสีหนา้ ยมิ้ แยง้ แจ่มใส ไม่ทา้ ทายหรือพุดหาเรื่องฝ่ ายตรงขา้ ม
๕. รักษาเวลาในการพูด
๙๘
ใบงานท่ี ๑
ชื่อ………….......……………นามสกุล……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง จดั การโตว้ าทีหนา้ ช้นั เรียน โดยปฏิบตั ิดงั น้ี
๑. เลือกตวั แทนออกมาเป็นผูโ้ ตว้ าที ท้งั ฝ่ ายเสนอและฝ่ ายคา้ นอยา่ งละ ๓ คน เลือกประธาน
การโตว้ าที และคณะกรรมการ
๒. ช่วยกนั คิดญตั ติในการโตว้ าที
๓. ปฏิบตั ิการโตว้ าที
๔. เขียนบนั ทึกการโตว้ าทีตามหวั ขอ้ ท่ีกาหนดให้
การโต้วาที
ญตั ติ…………………………………………………………………….
วนั ………..ท่ี………..เดือน………………………พ.ศ…………………………
รายชื่อผู้ร่วมรายการ ……………………………………………………………………
ประธาน ๑. ………………………………………………………………..
กรรมการ ๒. ………………………………………………………………..
๓. ………………………………………………………………..
ฝ่ ายเสนอ ๔. ………………………………………………………………..
๕. ………………………………………………………………..
ฝ่ ายคา้ น ๑ ……………………………………………..(หวั หนา้ ฝ่ ายเสนอ)
๒. ……………………………………………(ผสู้ นบั สนุนคนที่ ๑)
๓. ……………………………………….......(ผสู้ นบั สนุนคนท่ี ๒)
๑ ……………………………………………..(หวั หนา้ ฝ่ ายคา้ น)
๒. …………………………………………....(ผสู้ นบั สนุนคนที่ ๑)
๓. …………………………………………....(ผสู้ นบั สนุนคนท่ี ๒)
๙๙
ข้อมูลฝ่ ายเสนอ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
ข้อมูลฝ่ ายค้าน
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
ผลการตัดสิน
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
๑๐๐
ใบงานท่ี ๒
ช่ือ………............………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ถา้ นกั เรียนเป็นผสู้ นบั สนุนคนหน่ึงในฝ่ ายเสนอหรือฝ่ ายคา้ น ในการโตว้ าทีเรื่องเกี่ยวกบั ความ
ประพฤติของผหู้ ญิง นกั เรียนจะพดู อยา่ งไรใหก้ าหนดหวั ขอ้ การโตว้ าที ร่วมกนั
หวั ขอ้ โตว้ าทีเรื่อง ………………………………………………………………....
ขอ้ ความของผสู้ นบั สนุนฝ่ ายเสนอ…………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
ขอ้ ความของผสู้ นบั สนุนฝ่ ายคา้ น………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..