The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙
เรื่อง ชมรมคนรักวรรณคดี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อภิชญา ญาดาพัชร์, 2021-06-26 06:33:51

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙
เรื่อง ชมรมคนรักวรรณคดี





แผนการจดั การเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดีลานา) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ เร่ือง ชมรมคนรักวรรณคดี
แผนการเรียนรู้ท่ี ๑ เร่ือง อ่านคิดพนิ ิจเร่ืองราว
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ

แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอา่ น

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้

ความคิด และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

สาระสาคญั
การอ่านในใจให้เกิดความเข้าใจชัดเจนลึกซ้ึงจะต้องอ่านแล้วสามารถต้งั คาถาม ตอบคาถาม

อภิปรายแสดงความคิดเห็นเน้ือเรื่อง ลาดบั เหตุการณ์ และสรุปใจความสาคญั ของเร่ืองได้
ตัวชี้วดั

ท ๑.๑ ป ๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๙ มีมารยาทในการอา่ น
ท ๓.๑ ป ๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรื่องท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ป ๖/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง K
๒. พูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจในจุดประสงคข์ องเรื่องที่ฟังและดูจากส่ือต่างๆ และตอบคาถาม
จากเร่ืองท่ีอา่ นได้ P
๓. อภิปรายแสดงความคิดเห็นเรื่องที่อ่านได้ P
๓. ลาดบั เหตุการณ์ สรุปใจความสาคญั และขอ้ คิดของเรื่องของเรื่องได้ P
๔. มีมารยาทในการอ่าน A

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต



๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูใหน้ กั เรียนดูรูปภาพในหนงั สือ แลว้ สนทนาเกี่ยวกบั เน้ือหาในบทเรียน โดยครูช่วยถามนา
เพอ่ื กระตุน้ ใหน้ กั เรียนตอบ เช่น ถามวา่

- คาวา่ “วรรณคดี” คืออะไร
- นกั เรียนคิดวา่ ภาษาและวรรณคดีไทยมีส่วนแสดงถึงความเป็นไทยอยา่ งไร
- เราเป็นนกั เรียนควรรู้และรักษาภาษาและวรรณคดีไทยอยา่ งไรบา้ ง
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๓. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาถึงภาพในบทเรียนหนา้ ๒ ครูช่วยถามนาเพือ่ กระตุน้ ใหต้ อบ
เช่น
- นกั เรียนเคยเห็นภาพลกั ษณะน้ีหรือไม่
- ภาพท่ีเห็นเป็นภาพอะไร
- นกั เรียนเคยทาอยา่ งภาพท่ีเห็นหรือไม่
- นกั เรียนมีความรู้สึกอยา่ งไรกบั ภาพที่เห็น
- นกั เรียนคิดวา่ ทุกวนั น้ี หากเราทาเหมือนภาพที่เห็นคนจะรู้สึกอยา่ งไร
- ภาพภาพน้ีใหแ้ ง่คิดอยา่ งไร
โดยนกั เรียนร่วมกนั ตอบปากเปล่าตามความเขา้ ใจ ความรู้สึกนึกคิดของนกั เรียน
๔. นกั เรียนทุกคนอา่ นในใจบทเรียนที่ ๑ เร่ือง ชมรมคนรักวรรณคดี (อา่ นรายบุคคล
เนน้ การอ่านอยา่ งพินิจพจิ ารณา)
๕. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔-๖ คน โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน
แต่ละกลุ่มทากิจกรรมดงั ตอ่ ไปน้ี
- ต้งั คาถามจากเร่ืองท่ีอา่ นใหไ้ ดม้ ากท่ีสุด ครอบคลุมเน้ือหามากท่ีสุดเท่าที่จะทา
ไดพ้ ร้อมวงเลบ็ คาตอบไวด้ ว้ ย เพ่ือที่จะไดถ้ ามกลุ่มอ่ืนแลว้ มีคาตอบใหไ้ ด้
- ร่วมกนั เขียนคาถามลงในแถบประโยค
- แต่ละกลุ่มนาแถบประโยคคาถามติดไวบ้ นกระเป๋ าผนงั (คาถามอาจซ้ากนั ได)้



- กลุ่มใดตอบคาถามจากเพื่อนหรือกลุ่มอ่ืนได้ ใหท้ าแถบคาตอบไปติดต่อหลงั
คาถามน้นั กลุ่มใดทาได้ ไดค้ ะแนนสะสม
- จากน้นั ใหร้ ่วมกนั อ่านประโยคคาถามและคาตอบพร้อมกนั ท้งั หมด
๖. นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมาอา่ นคาถามและตอบคาถามหนา้ ช้นั เรียนอีกคร้ัง
๗. นกั เรียนทาใบงาน
ข้ันสรุป
๘. นกั เรียนและครูร่วมอภิปรายเกี่ยวกบั การจดั ต้งั ชมรมต่าง ๆ
๙. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เป็ นการบา้ น
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. หนงั สือวรรณกรรมลานา
๓. ใบงาน

กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้

๒.เครื่องมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสังเกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป



บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….............
……………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………........................
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน

....................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............



บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

…………………………………………………………………………………….……………
…………………………………………………………………………………….……………
…………………………………………………………………………………….……………
…………………………………………………………………………………….……………

ปัญหา / อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….



แบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง ชมรมคนรักวรรณคดี
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ที่ถูกท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว

๑. ผมแกละคือใคร
ก. เพอื่ นท่ีเรียนอยใู่ นช้นั เรียนเดียวกนั
ข. เพื่อนท่ีอยใู่ นโรงเรียนเดียวกนั
ค. เพอ่ื นที่อยใู่ นชมรมคนรักวรรณคดี
ง. เพื่อนในอินเตอร์เน็ต

๒. จากเรื่อง ชมรมคนรักวรรณคดี มีกิจกรรมที่ทาคือขอ้ ใด
ก. ใหส้ มาชิกไปอา่ นนิทานมาเล่าสู่กนั ฟัง
ข. ใหส้ มาชิกไปอา่ นหนงั สือที่ตนสนใจมาเล่าให้เพื่อนฟัง
ค. ใหส้ มาชิกทุกคนไปอ่านหนงั สือวรรณคดีแลว้ มาเล่าใหเ้ พื่อนฟัง
ง. ใหส้ มาชิกทุกคนไปอา่ นหนงั สือข่าวแลว้ มาเล่าให้เพอื่ นฟัง

๓. จุดประสงคใ์ นการจดั ต้งั ชมรมคนรักวรรณคดีเพราะอะไร
ก. เป็นนโยบายของโรงเรียน
ข. ครูประจาวชิ าบอกใหจ้ ดั ข้ึน
ค. เป็นการรวมตวั ของคนชอบวรรณคดี
ง. เพื่อหาเสียงใหช้ าลีเลือกต้งั ประธานนกั เรียน

๔. จงบอกวธิ ีการและข้นั ตอนในการจดั ต้งั ชมรมคนรักวรรณคดี
ก. ประชุม – รับสมคั ร – แตง่ ต้งั ผรู้ ับผิดชอบ – ติดประกาศ
ข. แตง่ ต้งั ผูร้ ับผิดชอบ – ติดประกาศ – ประชุม – รับสมคั ร
ค. ติดประกาศ – รับสมคั ร – ประชุม – แตง่ ต้งั ผรู้ ับผดิ ชอบ
ง. รับสมคั ร – ประชุม – ติดประกาศ - แต่งต้งั ผรู้ ับผดิ ชอบ

๕. โลกวรรณคดีดอตคอม (http//www.lokwannakadi.com) คืออะไร
ก. ช่ือเวบ็ ไซดข์ องชมรมคนรักวรรณคดี
ข. เวบ็ ไซดท์ ่ีชาลีเจอเพอื่ นชื่อผมแกละ
ค. เวบ็ ไซดข์ องโรงเรียนท่ีชาลีกบั มะปรางเรียนอยู่
ง. ถูกทุกขอ้



๖. “เธอคิดจะต้งั ชมรมอะไรหรือชาลี” ชมรมในท่ีน้ีมีช่ือวา่ ชมรมอะไร
ก. ชมรมวรรณคดีและการรับฟัง
ข. ชมรมช่วยกนั อ่าน วานมาฟัง
ค. ชมรมคนรักวรรณคดี
ง. ชมรมคนรักวรรณคดีไทย

๗. ชมรมในขอ้ ๖ มีผสู้ มคั รเป็นสมาชิกกี่คน
ก. ๘ คน
ข. ๙ คน
ค. ๑๐ คน
ง. ๑๑ คน

๘. ผสู้ นใจเป็นสมาชิกชมรมจะตอ้ งอ่านประกาศจากท่ีใด
ก. ประชาสัมพนั ธ์ของโรงเรียน
ข. บอร์ดประกาศขา่ วของโรงเรียน
ค. สอบถามจากครูประจาช้นั
ง. สอบถามจากเพอ่ื นท่ีรู้ข่าว

๙. สระของมะปรางมีปลากี่ชนิด อะไรบา้ ง
ก. ๒ ชนิด ปลานิลและปลาตะเพยี น
ข. ๑ ชนิด ปลาตะเพียน
ค. ๑ ชนิด ปลานิล
ง. ๒ ชนิด ปลาตะเพยี นและปลาดุก

๑๐. “ฉนั และมะปรางตอ้ งไชโยพร้อมกนั ” จากขอ้ ความแสดงอาการใด
ก. ดีใจ ที่มีคนเขา้ ชมรม
ข. ดีใจ ที่คุณครูยอมรับในกิจกรรมของพวกเขา และสนบั สนุน
ค. ดีใจ ท่ีชมรมของพวกเขามีสมาชิกมากมาย
ง. ดีใจ ที่ไมม่ ีใครโตแ้ ยง้ ในกิจกรรม



เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ชมรมคนรักวรรณคดี
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ที่ถูกท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว

๑. ผมแกละคือใคร
ก. เพอ่ื นท่ีเรียนอยใู่ นช้นั เรียนเดียวกนั
ข. เพ่ือนที่อยใู่ นโรงเรียนเดียวกนั
ค. เพ่ือนที่อยใู่ นชมรมคนรักวรรณคดี
ง. เพอื่ นในอินเตอร์เน็ต

๒. จากเรื่อง ชมรมคนรักวรรณคดี มีกิจกรรมที่ทาคือขอ้ ใด
ก. ใหส้ มาชิกไปอา่ นนิทานมาเล่าสู่กนั ฟัง
ข. ใหส้ มาชิกไปอา่ นหนงั สือที่ตนสนใจมาเล่าใหเ้ พอ่ื นฟัง
ค. ใหส้ มาชิกทุกคนไปอ่านหนงั สือวรรณคดีแลว้ มาเล่าใหเ้ พอ่ื นฟัง
ง. ใหส้ มาชิกทุกคนไปอา่ นหนงั สือข่าวแลว้ มาเล่าให้เพอ่ื นฟัง

๓. จุดประสงคใ์ นการจดั ต้งั ชมรมคนรักวรรณคดีเพราะอะไร
ก. เป็นนโยบายของโรงเรียน
ข. ครูประจาวชิ าบอกใหจ้ ดั ข้ึน
ค. เป็นการรวมตวั ของคนชอบวรรณคดี
ง. เพื่อหาเสียงใหช้ าลีเลือกต้งั ประธานนกั เรียน

๔. จงบอกวธิ ีการและข้นั ตอนในการจดั ต้งั ชมรมคนรักวรรณคดี
ก. ประชุม – รับสมคั ร – แต่งต้งั ผรู้ ับผิดชอบ – ติดประกาศ
ข. แต่งต้งั ผรู้ ับผิดชอบ – ติดประกาศ – ประชุม – รับสมคั ร
ค. ติดประกาศ – รับสมคั ร – ประชุม – แต่งต้งั ผรู้ ับผิดชอบ
ง. รับสมคั ร – ประชุม – ติดประกาศ - แตง่ ต้งั ผรู้ ับผดิ ชอบ

๕. โลกวรรณคดีดอตคอม (http//www.lokwannakadi.com) คืออะไร
ก. ชื่อเวบ็ ไซดข์ องชมรมคนรักวรรณคดี
ข. เวบ็ ไซดท์ ่ีชาลีเจอเพอ่ื นชื่อผมแกละ
ค. เวบ็ ไซดข์ องโรงเรียนท่ีชาลีกบั มะปรางเรียนอยู่
ง. ถูกทุกขอ้

๑๐

๖. “เธอคิดจะต้งั ชมรมอะไรหรือชาลี” ชมรมในที่น้ีมีช่ือวา่ ชมรมอะไร
ก. ชมรมวรรณคดีและการรับฟัง
ข. ชมรมช่วยกนั อ่าน วานมาฟัง
ค. ชมรมคนรักวรรณคดี
ง. ชมรมคนรักวรรณคดีไทย

๗. ชมรมในขอ้ ๖ มีผสู้ มคั รเป็นสมาชิกก่ีคน
ก. ๘ คน
ข. ๙ คน
ค. ๑๐ คน
ง. ๑๑ คน

๘. ผสู้ นใจเป็นสมาชิกชมรมจะตอ้ งอา่ นประกาศจากที่ใด
ก. ประชาสัมพนั ธ์ของโรงเรียน
ข. บอร์ดประกาศข่าวของโรงเรียน
ค. สอบถามจากครูประจาช้นั
ง. สอบถามจากเพอ่ื นที่รู้ข่าว

๙. สระของมะปรางมีปลาก่ีชนิด อะไรบา้ ง
ก. ๒ ชนิด ปลานิลและปลาตะเพียน
ข. ๑ ชนิด ปลาตะเพียน
ค. ๑ ชนิด ปลานิล
ง. ๒ ชนิด ปลาตะเพยี นและปลาดุก

๑๐. “ฉนั และมะปรางตอ้ งไชโยพร้อมกนั ” จากขอ้ ความแสดงอาการใด
ก. ดีใจ ที่มีคนเขา้ ชมรม
ข. ดีใจ ท่ีคุณครูยอมรับในกิจกรรมของพวกเขา และสนบั สนุน
ค. ดีใจ ที่ชมรมของพวกเขามีสมาชิกมากมาย
ง. ดีใจ ท่ีไมม่ ีใครโตแ้ ยง้ ในกิจกรรม

๑๑

บทร้อยกรอง ฉันรักภาษาและวรรณคดีไทย

ฉนั เกิดเป็นคนไทย
จึงภูมิใจไทยของฉนั
ภาษาส่ือสมั พนั ธ์
ไทยเรามีเป็ นของตน

ฉนั รักภาษาไทย
อ่านเขียนไปใชไ้ ดผ้ ล
ความรู้อยปู่ ะปน
หากสืบคน้ วรรณคดี

เรื่องราวในอดีต
ท้งั จารีตประเพณี
ชีวติ ไทยก่อนมี
วรรณคดีช้ีบอกทาง

ฉนั อ่านฉนั คน้ ควา้
ใชภ้ าษามาสรรคส์ ร้าง
พารู้สู่แนวทาง
ความเป็นไทยท้งั หลายเอย

๑๒

ใบงานที่ ๑

ชื่อ………………………นามสกุล……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง จงตอบคาถามต่อไปน้ี
๑. ชาลีใชเ้ วลาวา่ งทาอะไร
………………………………………………………………………………………………………
๒. มะปรางโปรยอาหารลงในสระ ฝงู ปลากผ็ ดุ ข้ึนมาแยง่ กิน “ฮุบเหยอ่ื ” คาวา่ “ฮุบเหยอ่ื ” หมายความวา่
อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………
๓. ชาลีกบั มะปราง มีวธิ ีชวนเพ่อื น ๆ มาเป็นสมาชิกชมรมอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………
๔. กิจกรรมที่ชมรมคนรักวรรณคดีทาข้ึน คือกิจกรรมอะไร
………………………………………………………………………………………………………
๕. สมาชิกที่มาสมคั รชมรมคนรักวรรณคดี มีใครบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………
๖. การอา่ นหนงั สือวรรณคดีใหป้ ระโยชน์อะไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………
๗. มะปรางโปรยอาหารชนิดใดใหป้ ลาในสระ
………………………………………………………………………………………………………
๘. ผทู้ ่ีต้งั ชื่อชมรมคนรักวรรณคดี คือใคร
………………………………………………………………………………………………………
๙. ชาลีเคยพูดกบั แกละวา่ อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………
๑๐. ขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากเร่ือง ชมรมคนรักวรรณคดี คืออะไร
………………………………………………………………………………………………………

๑๓
ใบงานท่ี ๒ การเขียนเร่ืองจากภาพ
ชื่อ………………………………...............................…………….เลขท…ี่ .. ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
คาชี้แจง นกั เรียนเขียนเร่ืองจากภาพ ตามความเขา้ ใจ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

๑๔

เฉลยใบงานท่ี ๑

๑. อ่านหนงั สือในหอ้ งสมุด
๒. กินเหยอ่ื
๓. ทาประกาศเชิญชวน
๔. กิจกรรมช่วยกนั อ่าน วานมาฟัง
๕. แมลงปอ ส้มโอ ภาณุ สาหร่าย เมฆ ม่ิงขวญั ธารง ยอดและเกรียงไกร
๖. ภาษาไพเราะ และมีขอ้ คิดที่เป็นประโยชน์
๗. อาหารสาเร็จรูป
๘. มะปราง
๙. คนเราตอ้ งเรียนรู้และพ่ึงตนเอง
(พิจารณาจากคาตอบของนกั เรียน)

เฉลยใบงานท่ี ๒

(ใช้ดุลพนิ ิจของครู)

๑๕

ใบความรู้
เร่ือง การอ่านในใจ

การอา่ นในใจเป็นบทบาทเฉพาะตวั ของบุคคล ท่ีมีจุดมุ่งหมายจะจบั ใจความ
สาคญั อยา่ งรวดเร็ว คือ รู้เรื่องเร็วและถูกตอ้ งโดยไม่ใชอ้ วยั วะท่ีช่วยในการออกเสียงเคลื่อนไหวเลย
การอ่านในใจจะช่วยใหเ้ ขา้ ใจเน้ือความไดเ้ ร็วกวา่ การอ่านออกเสียง และ ผอู้ า่ นจะรับรู้เร่ืองราวแต่
เพยี งผเู้ ดียว
วธิ ีการอ่านในใจ

๑. อ่านอย่างละเอยี ด เป็นการอา่ นเพอ่ื ศึกษาหาความรู้ ผอู้ ่านจะตอ้ งมีพ้ืนฐานความรู้ในเร่ือง
ที่อ่านพอสมควร ควรอ่านรายละเอียดของเร่ืองต้งั แต่ตน้ จนจบจะทาใหม้ องเห็นการเชื่อมโยงระหวา่ ง
ใจความสาคญั ได้

๒. อ่านเพ่ือจับใจความสาคัญ ผอู้ ่านตอ้ งมีจุดมุ่งหมายในการอา่ น และตอ้ งมีพ้ืน
ฐานความรู้ในเรื่องที่จะอา่ น ในการอ่านผอู้ ่านจะตอ้ งจบั ใจความส่วนรวมใหไ้ ดว้ า่ เป็นเร่ืองอะไร เม่ือ
อ่านจบควรเรียบเรียงใจความสาคญั เป็นภาษาของตนเอง

๓. การอ่านอย่างรวดเร็ว เป็นการอา่ นที่ไมต่ อ้ งเกบ็ รายละเอียด แต่อ่านเพื่อใหท้ ราบ
เร่ืองราวเทา่ น้นั นิยมใชอ้ ่านหนงั สือประเภทบนั เทิงคดีเพ่ือผอ่ นคลายอารมณ์ เช่น อา่ นนวนิยาย
เร่ืองส้นั หนงั สือพิมพ์

๔. การอ่านอย่างคร่าว ๆ เป็นการอา่ นอยา่ งรวดเร็ว เพื่อตอ้ งการคน้ หาคาตอบจากขอ้ ความ
บางตอน การอ่านวธิ ีน้ีเหมาะสาหรับผทู้ ่ีมีพ้นื ฐานการอ่านที่ดีพอ

๕. การอ่านเพื่อวจิ ารณ์ ผอู้ า่ นตอ้ งใชป้ ระสบการณ์เดิมของตนใหเ้ ป็นประโยชน์ เพ่อื ทา
ความเขา้ ใจจุดมุง่ หมายของผูเ้ ขียน และการเสนอขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็น หรือการใชค้ วามหมาย
ตรงและโดยนยั
แนวปฏบิ ัติในการอ่านในใจ

การอ่านในใจตอ้ งอาศยั ความแมน่ ยาในการจบั ตามองดูตวั หนงั สือ การเคล่ือนไหวสายตา
การแบ่งช่วงวรรคตอน ซ่ึงตอ้ งฝึกใหเ้ กิดความแมน่ ยาและรวดเร็ว จึงจะสามารถเก็บไดค้ รบทุกคา

๑๖

การอ่านในใจมีแนวปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
๑. กวาดสายตามองตวั อกั ษรใหไ้ ดช้ ่วงประมาณ ๕-๖ คา เป็นอยา่ งนอ้ ย
๒. ไม่ควรทาปากขมุบขมิบเวลาอา่ น ตอ้ งฝึกเร่งอตั ราความเร็วของตาและสมอง
๓. ไมค่ วรอา่ นยอ้ นกลบั หลงั จากอ่านจบ อา่ นจากซา้ ยไปขวาโดยตลอด
๔. ทดสอบความเขา้ ใจหลงั จากอา่ นจบ โดยใชว้ ธิ ีต้งั คาถามสรุปเร่ืองราวท่ีอา่ น

การพฒั นาการอ่านในใจ
การอ่านในใจเป็นทกั ษะท่ีสามารถพฒั นาไดเ้ ช่นเดียวกบั การอา่ นออกเสียง ซ่ึงนกั เรียนทุก

คนควรฝึกฝนใหช้ านาญ เพราะการอา่ นหนงั สือไดม้ าก เป็ นวธิ ีการฝึกฝนตนเองใหอ้ า่ นไดร้ วดเร็ว
และมีประสิทธิภาพ
วธิ ีการฝึ กการอ่านในใจ มดี ังนี้

๑. อา่ นขอ้ ความง่าย ๆ ไม่มีคาศพั ทม์ าก ไมซ่ บั ซอ้ น ยาวประมาณ ๑ หนา้
๒. จบั เวลาท่ีใชใ้ นการอ่านขอ้ ความน้นั
๓. ต้งั คาถามเพอ่ื ถามตนเองเกี่ยวกบั เรื่องราวหรือขอ้ ความท่ีอ่าน
๔. สารวจตนเองวา่ ตอบคาถามเก่ียวกบั สิ่งที่อา่ นไดม้ ากเพียงใด
๕. อ่านขอ้ ความน้นั ซ้าอีกคร้ังหน่ึง พยายามทาเวลาในการอ่านใหน้ อ้ ยลง
๖. ตอบคาถามเก่ียวกบั สิ่งที่อ่านอีกคร้ังวา่ ตอบไดด้ ีกวา่ คร้ังแรกหรือไม่

๑๗

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงต่อเวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และเน้ือหา

ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมนิ

๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ช่ือ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอยี ด

เดก็ หญิงภคั จริ า เต๊ะย่อ

เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรตั น์

เด็กชายซาอดุ ี ราชการ

เด็กชายธนวฒั บินดเุ หลม็

เด็กชายศรัณ ละซอ

เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอัจฉรยิ ะ เมาะสนิ

เด็กหญงิ อัจฉารีญา เมาะสนิ

เด็กหญงิ นชิ านนั ท์ ดารากยั

เด็กหญงิ นิสรีน หมี เกะ

เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ

เดก็ หญิงขวญั จิรา ตเิ อยี ดย่อ

เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสทิ ธิโชค สุวรรณโน

๑๘

แบบประเมินชิ้นงาน

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒

๑. รูปแบบถูกตอ้ ง

๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม

๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ

๔. การใชค้ าเหมาะสม

๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๑๙

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกล่มุ

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญม่ ี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานไดอ้ ย่างทว่ั ถึง กระจายงานได้ท่ัวถึง กระจายงานไม่ทว่ั ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่
ที่ไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ที่ ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาที่ ที่กาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไม่มีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๒๐

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น

๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั

๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ

๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย

๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง

๒๑

แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดีลานา) เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ เร่ือง ชมรมคนรักวรรณคดี
แผนการเรียนรู้ที่ ๒ เร่ือง อ่านคล่องเขยี นถูก
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอา่ น

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความท่ีเป็นโวหาร
ท ๔.๑ ป ๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล

สาระสาคญั
การอ่านออกเสียงเป็นการอ่านท่ีคนอ่ืนสามารถรับรู้เร่ืองราว สาระการเรียนรู้จากผอู้ า่ นไดด้ ว้ ย

ดงั น้นั ควรอ่านใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ผอู้ า่ น จึงจะทาใหก้ ารอ่านประสบความสาเร็จ กระทาไดโ้ ดยฝึกคายาก
ฝึกอ่านตามลกั ษณะของเสียงและคาประพนั ธ์ รู้จกั ใชน้ ้าเสียงตามอารมณ์ของตวั ละคร เนน้ จงั หวะหนกั เบา
เหมือนเสียงพดู จะทาใหอ้ ่านไดถ้ ูกตอ้ งคล่องแคล่ว และช่วยใหส้ ่ือสารไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ เม่ืออา่ น
แลว้ ควรฝึกการคดั เขียนคา หรือขอ้ ความเนน้ ความถูกตอ้ ง สวยงาม รวดเร็วและมีระบบ ซ่ึงจะเป็ นการ
สนบั สนุนกิจกรรมการอา่ นไดด้ ี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง K
๒. คดั ลายมือขอ้ ความไดถ้ ูกตอ้ ง สวยงาม และเป็นระเบียบ P
๓. นาคา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาในบทเรียนไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ P
๔. อา่ นประโยคในบทเรียน P

๒๒

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูใหน้ กั เรียนฝึกอา่ นคายากในบทเรียนจากบตั รคาท่ีครูเตรียมให้ (ภาคผนวก)
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๒. ครูสนทนาความหมายของคายาก โดยใหน้ กั เรียนคน้ หาความหมายจากพจนานุกรม

แลว้ ทาลงในใบงานท่ีครูแจกให้
๓. ใหน้ กั เรียนอา่ นออกเสียงจากแถบประโยค หรือแผนภูมิประโยคท่ีครูเขียนบน

กระดานดา
๔. นกั เรียนฝึกอ่านออกเสียงในบทเรียน ดงั น้ี
- ครูอา่ นใหน้ กั เรียนฟังเป็ นตวั อยา่ งแลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านตาม
- นกั เรียนฝึกอา่ นคนละ ๑ ยอ่ หนา้ จนจบ
๕. นกั เรียนฝึกอา่ นในกลุ่มของตนเองจนคล่อง
๖. นกั เรียนคนใดท่ีอ่านบกพร่อง ใหม้ าอา่ นกบั ครูเป็นรายบุคคล
๗. นกั เรียนเขียนตามคาบอก เสร็จแลว้ ตรวจคาตอบจากบตั รเฉลยที่ครูชูใหด้ ู
๘. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เป็ นการบา้ น
ข้นั สรุป
๙. นกั เรียนและครูสรุปความท่ีไดจ้ ากบทเรียน

ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สือวรรณกรรมลานา
๒. ใบความรู้

กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต

๒๓

๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสังเกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………

ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

๒๔

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

ปัญหา / อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๒๕

ใบความรู้
เรื่อง การอ่านออกเสียง

การอ่านออกเสียง คือการอา่ นท่ีผอู้ ื่นสามารถไดย้ นิ เสียงอ่านได้ การอ่านออกเสียงนอกจาก
เป็นการส่ือสารอยา่ งหน่ึงแลว้ ผฟู้ ังยงั ไดร้ ับประโยชน์คือเกิดความเพลิดเพลินในน้าเสียงและจงั หวะใน
การอ่าน

หลกั การอ่านออกเสียงทดี่ ี
๑. อ่านออกเสียงไดช้ ดั เจน และตรงตามอกั ขระวธิ ี เช่น อ่านคาควบกล้า
๒. อา่ นถูกจงั หวะวรรคตอน และอา่ นเครื่องหมายวรรคตอนไดถ้ ูกตอ้ ง
๓. ระดบั เสียงเหมาะสมกบั ขอ้ ความหรือเน้ือเรื่อง
๔. ไมอ่ า่ นตู่ตวั เติมคา หรืออา่ นตะกุกตะกกั
๕. นง่ั หรือยนื อา่ นตามสบาย ไมเ่ กร็งตวั หรือยดื ตวั เตม็ ท่ี กม้ หนา้ หรือโคง้ ตวั
เล็กนอ้ ย
๖. จบั หนงั สือเอียงเขา้ หาตวั เลก็ นอ้ ย (ทามุม ๔๕ องศา) ระยะห่างจากตวั
ประมาณ ๑๒ นิ้ว
๗. จบั หนงั สือใหถ้ ูกตอ้ งขณะอ่าน (ถา้ ไม่วางหนงั สือบนโตะ๊ ใชม้ ือซา้ ย
ประคองหนงั สือที่ดา้ นบนหนงั สือ มือขาวจบั มุมบนโดยใชน้ ิ้วช้ีเตรียมพลิกหนา้ ต่อไป)
๑๐. ใชส้ ายตาจบั จอ้ งที่คา กวาดสายตาจากซา้ ยไปขวา อ่านไปขา้ งหนา้ ไม่อา่ น
ยอ้ นหลงั
๑๑. ขณะอ่านไมเ่ อียงคอ ไม่ส่ายหนา้ ตามบรรทดั อา่ น ไม่ช้ีตามอกั ษร ไม่เอามือ
เทา้ คางไม่พบั มุมหนงั สือ ไม่ควา่ หนงั สือ ไมเ่ อาสิ่งหน่ึงสิ่งใดสอดไวใ้ นหนงั สือ ไมข่ ีดเขียนหรือทา
เครื่องหมายลงในหนงั สือ ไม่ฉีกหนงั สือ
๑๒. ขณะอ่านทาจิตใจใหจ้ ดจ่ออยกู่ บั สิ่งที่อ่าน (มีสมาธิ)

เลขานุการ คาศัพท์ ๒๖
ดาเนิน ประธาน
สมัคร ความสาเร็จ
พจิ ารณา
ชุลมุน สนับสนุน สมาชิก
กงั วาน
ประโยชน์ ปรึกษา ประชาสัมพนั ธ์

กระตือรือร้น คลาคลา่

สาเร็จรูป อุทยาน
รื่นรมย์ ฮุบ
ชมรม
ประกาศ

๒๗

แถบประโยค

วนั ท่ีแสนเศร้าในชีวติ ของฉันอกี วนั หนึ่ง
คาพูดเหล่าน้ันยงั ก้องกงั วานอยู่ในความทรงจาของฉัน
พวกเรากาลงั จะพากนั ท่องไปยงั อทุ ยานแห่งวรรณคดอี นั แสนรื่นรมย์
มะปรางโปรยอาหารเม็ดสาเร็จรูปลงในสระ
“เราทาประกาศเชิญชวนไปตดิ ไว้ท่ีป้ายประชาสัมพนั ธ์โรงเรียนดไี หม”

คาทใี่ ช้เขยี นตามคาบอก

ชมรม ประธาน สมาชิก สมคั ร เลขานุการ

สาเร็จ ครูจนั ทร์ฉาย กิจกรรม วรรณคดี สนบั สนุน
ที่ปรึกษา ประกาศ มุง ชุลมุน ประชาสัมพนั ธ์
เชิญชวน กระดาษ พจิ ารณา กระตือรือร้น คลาคล่า

๒๘

ใบงานที่ ๑
ชื่อ…………………………………..เลขท…่ี .. ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
คาชี้แจง ให้นักเรียนเขยี นคาอ่านจากคาทกี่ าหนดให้อย่างถูกต้อง

ตวั อย่าง เหตุการณ์ อ่านว่า เหด – กาน

๑. วรรณคดี อ่านวา่ …………………………………..
อ่านวา่ …………………………………..
๒. อุทยาน อ่านวา่ …………………………………..
อ่านวา่ …………………………………..
๓.คอมพวิ เตอร์ อ่านวา่ …………………………………..
๔. สาเร็จรูป อ่านวา่ …………………………………..
อ่านวา่ …………………………………..
ประโยชน์ อ่านวา่ …………………………………..

๕. ชุลมุน
๖. โบราณ

๗. ประโยชน์

๘. สมาชิก

๙. พจิ ารณา อ่านวา่ …………………………………..
๑๐.เลขานุการ อ่านวา่ …………………………………..

๒๙

ใบงานที่ ๒

ช่ือ…………………………………..เลขท…ี่ .. ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาจากคาอ่านที่กาหนดใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. สะ–มา - ชิก เขียนวา่ ………………………….
นุ-ยาด เขียนวา่ ………………………….

๒.สา - เหรด็

๓. ปรกึ - สา เขียนวา่ ………………………….

๔. กดิ – จะ – กา เขียนวา่ ………………………….

๕.สะ–หนบั –สะ-หนุน เขียนวา่ ………………………….

๖. ประ - กาด เขียนวา่ ………………………….

๗. เชิน - ชวน เขียนวา่ ………………………….

๘. พ-ิ จา-ระ-นา เขียนวา่ ………………………….

๙. ปลา - นิน เขียนวา่ ………………………….
๑๐.ชุน-ละ-มนุ เขียนวา่ ………………………….

๓๐

ใบงานที่ ๓ (การบา้ น)
การเขียนเร่ืองจากภาพ
ชื่อ………………………………………………….เลขท…่ี .. ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
คาชี้แจง นกั เรียนเขียนเร่ืองจากภาพ ตามจินตนาการ

……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………

๓๑

เฉลยใบงานที่ ๑
ชื่อ…………………………………..เลขท…ี่ .. ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
คาชี้แจง ให้นักเรียนเขยี นคาอ่านจากคาทก่ี าหนดให้อย่างถูกต้อง

ตวั อย่าง เหตุการณ์ อ่านว่า เหด – กาน

๑. วรรณคดี อ่านวา่ วนั -นะ-คะ-ดี
อ่านวา่ อุด- ทะ-ยาน
๒. อทุ ยาน อ่านวา่ คอม-พิว-เตอ
อ่านวา่ สา-เหร็ด-รูบ
๓.คอมพวิ เตอร์ อ่านวา่ ชุน-ละ-มุน

๔. สาเรจ็ รูป อ่านวา่ โบ-ราน
ประโยชน์ อ่านวา่ ประ-โหยด
๕. ชุลมนุ
อ่านวา่ สะ-มา-ชิก
๖. โบราณ อ่านวา่ พ-ิ จา-ระ-นา
อ่านวา่ เล-ขา-นุ-กาน
๗. ประโยชน์

๘. สมาชิก
๙. พจิ ารณา
๑๐.เลขานุการ

๓๒

เฉลยใบงานท่ี ๒

ช่ือ…………………………………..เลขท…่ี .. ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาจากคาอา่ นที่กาหนดใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. สะ–มา - ชิก เขียนวา่ สมาชิก
นุ-ยาด เขียนวา่ สาเร็จ

๒.สา - เหรด็

๓. ปรกึ - สา เขียนวา่ ปรึกษา
๔. กดิ – จะ - กา เขียนวา่ กิจกรรม
เขียนวา่ สนบั สนุน
๕.สะ–หนับ–สะ-หนุน

๖. ประ - กาด เขียนวา่ ประกาศ

๗. เชิน - ชวน เขียนวา่ เชิญชวน
๘. พ-ิ จา-ระ-นา เขียนวา่ พิจารณา
๙. ปลา - นิน เขียนวา่ ปลานิล
๑๐.ชุน-ละ-มนุ เขียนวา่ ชุลมุน

๓๓

เฉลยใบงานที่ ๓ (การบ้าน)
การเขียนเรื่องจากภาพ

ชื่อ………………………………………………….เลขท…่ี .. ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

คาชี้แจง นกั เรียนเขียนเร่ืองจากภาพ ตามจินตนาการ

( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )

๓๔

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบ ร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงต่อเวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และเน้ือหา

ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมนิ

๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ช่ือ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอยี ด

เดก็ หญิงภคั จริ า เต๊ะย่อ

เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรตั น์

เด็กชายซาอดุ ี ราชการ

เด็กชายธนวฒั บินดเุ หล็ม

เด็กชายศรัณ ละซอ

เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอัจฉรยิ ะ เมาะสนิ

เด็กหญงิ อัจฉารีญา เมาะสนิ

เด็กหญงิ นชิ านนั ท์ ดารากัย

เด็กหญงิ นิสรีน หมี เกะ

เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ

เดก็ หญิงขวญั จิรา ตเิ อียดย่อ

เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสทิ ธิโชค สุวรรณโน

๓๕

แบบประเมินชิ้นงาน

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒

๑. รูปแบบถูกตอ้ ง

๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม

๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ

๔. การใชค้ าเหมาะสม

๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๓๖

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท าง าน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๓๗

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น

๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั

๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ

๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย

๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง

๓๘

แผนการจดั การเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดลี านา) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ เร่ือง ชมรมคนรักวรรณคดี เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ท่ี ๓ เร่ือง คิดวเิ คราะห์ด้วยแผนภาพโครงเร่ือง เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง

สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวติ และมีนิสัยรักการอ่าน

สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียน

เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด

และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน
ท ๑.๑ ป ๖/๕ อธิบายการนาความรู้และความคิดจากเร่ืองท่ีอา่ นไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ

ดาเนินชีวติ
ท ๒.๑ ป ๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใชพ้ ฒั นางานเขียน
ท ๒.๑ ป ๖/๙ มีมารยาทในการเขียน
ท ๓.๑ ป ๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรื่องที่ฟังและดู

สาระสาคัญ
การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง จะช่วยใหน้ กั เรียนเขา้ ใจเรื่องและจาเรื่องที่อ่านไดแ้ มน่ ยายงั เป็นการ

ช่วยฝึกทกั ษะ และพฒั นาในดา้ นการเขียน การพูดต่อไป

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การเขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิด K
๒. เขียนแผนภาพโครงเรื่องท่ีอา่ น P
๓. การพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจในจุดประสงคข์ องเร่ืองที่ฟังและดูจากส่ือตา่ งๆ P

๔. มีมารยาทในการเขียน A

๓๙

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็น
๘. มีจิตสาธารณะ

กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ใหน้ กั เรียนร่วมสนทนา เรื่อง “ชมรมคนรักวรรณคดี” เพอ่ื เป็ นการทบทวนสาระการ

เรียนรู้อีกคร้ัง
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๒. นกั เรียนแบง่ กลุ่มๆ ละ ๕ -๖ คน โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน เพอ่ื ให้

ช่วยกนั ระดมความคิด หาขอ้ ความหรือคาตอบมาเติมในแผนผงั ความคิดของเร่ือง
๓. แตล่ ะกลุ่มออกมาเสนอผลการทาแผนผงั ความคิดของเรื่อง โดยส่งตวั แทนออกมากลุ่ม

ละ ๒ คน ใหช้ ่วยกนั นาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน เพ่ือใหเ้ พ่อื นกลุ่มอื่นช่วยเพิม่ เติมแนะนา ปรับปรุง
แกไ้ ขใหส้ มบูรณ์

๔. หลงั จากแต่ละกลุ่มนากลบั ไปแกไ้ ขปรับปรุงตามขอ้ เสนอเพิ่มเติมของเพอ่ื นแลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่ม
ส่งตวั แทนออกมาเล่าเร่ืองตามแผนผงั ความคิดของเรื่อง

๕. นกั เรียนแตล่ ะคนเขียนเร่ืองแผนผงั ความคิดของเรื่องดว้ ยสานวนภาษาของตนเอง ลงในใบงาน
ที่ครูแจกให้ เสร็จแลว้ นาส่งเพือ่ นและครูตรวจ

๖. นกั เรียนทาใบงาน
ข้นั สรุป
๗. นกั เรียนและครูสรุปความที่ไดจ้ ากบทเรียน
๘. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน
ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. กระดาษเปล่า
๒. หนงั สือวรรณกรรมลานา
๓. แบบทดสอบหลงั เรียน
๔. ใบงาน

๔๐

กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้

๒.เครื่องมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสงั เกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………

ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

๔๑

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน

……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………

ปัญหา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………

ลงชื่อ ……………………………….…ผสู้ อน

(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

….…../…………./………….

๔๒

ใบงานท่ี ๑

คาสั่ง ใหน้ กั เรียนทาแผนภาพโคลงเร่ือง “ชมรมคนรักวรรณคดี” โดยเติมขอ้ ความลงในช่องวา่ ง

เรื่อง ชมรมคนรักวรรณคดี
ตวั ละครสาคญั ………………………………………………………………………………………..
ตวั ละครประกอบ…………………………………………………………………………………….
เรื่องเกิดข้ึนท่ีไหน……………………………………………………………………………………
ปัญหาท่ีเกิดข้ึนในเร่ือง……………………………………………………………………………....
เหตุการณ์ที่ ๑
ตวั ละคร……………………………………………………………………………………………...
สถานท่ี………………………………………………………………………………………………
ปัญหา……………………………………………………………………………………………….
การกระทา……………………………………………………………………………………………
ผลของการกระทา……………………………………………………………………………………
เหตุการณ์ที่ ๒
ตวั ละคร……………………………………………………………………………………………..
สถานที่………………………………………………………………………………………………
ปัญหา………………………………………………………………………………………………..
การกระทา……………………………………………………………………………………………
ผลของการกระทา……………………………………………………………………………………
เหตุการณ์ท่ี ๓
ตวั ละคร……………………………………………………………………………………………...
สถานที่………………………………………………………………………………………………
ปัญหา………………………………………………………………………………………………..
การกระทา……………………………………………………………………………………………
ผลของการกระทา……………………………………………………………………………………
ผลสุดทา้ ยของเรื่อง……………………………………………………………………………….....
ขอ้ คิด………………………………………………………………………………………………..

๔๓

เฉลยใบงานที่ ๑

ตวั ละครสาคญั ชาลี

ตวั ละครประกอบ ผมแกละ มะปราง

เรื่องเกิดข้ึนที่ไหน ที่บา้ นชาลี บา้ นมะปราง โรงเรียน

ปัญหาที่เกิดข้ึนในเร่ือง การจดั ต้งั ชมรมคนรักวรรณคดี

เหตุการณ์ท่ี 1

ตวั ละคร ชาลี

สถานที่ บา้ น

ปัญหา ความคิดถึงอยากพบกบั ผมแกละ

การกระทา เขียนจดหมาย

ผลของการกระทา ความสบายใจ

เหตุการณ์ที่ 2

ตวั ละคร ชาลี มะปราง

สถานท่ี บา้ นมะปราง

ปัญหา

การกระทา การจดั ต้งั ชมรมคนรักวรรณคดี

ผลของการกระทา ความร่วมมือของมะปรางในการจดั ต้งั ชมรมคนรักวรรณคดี

เหตุการณ์ท่ี 3

ตวั ละคร ชาลี มะปราง ครูจนั ทร์ฉาย แมลงปอ ส้มโอ ภาณุ สาหร่าย เมฆ ม่ิงขวญั

ธารง ยอด เกรียงไกร

สถานท่ี โรงเรียน

ปัญหา การติดประกาศและรับสมคั รสมาชิกชมรมคนรักวรรณคดี

การกระทา

ผลของการกระทา มีเพอื่ นๆ มาสมคั รเป็นสมาชิก และไดค้ รูจนั ทร์ฉายเป็นที่ปรึกษาชมรม

ผลสุดทา้ ยของเร่ือง ชาลีและเพ่ือน ๆ ไดร้ วมตวั กนั จดั ต้งั ชมรมคนรักและสนใจวรรณคดีไทย โดยใช้

ชื่อชมรมวา่ “ชมรมคนรักวรรณคดี” โดยมีคุณครูจนั ทร์ฉายเป็นครูท่ีปรึกษา

ชมรม

ขอ้ คิด “ความพยายามหรือความต้งั ใจ ประกอบกบั การมีส่วนร่วมของเพือ่ น ๆ ทาใหง้ าน

ประสบความสาเร็จได”้

๔๔

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงต่อเวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และเน้ือหา

ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมนิ

๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ช่ือ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอยี ด

เดก็ หญิงภคั จริ า เต๊ะย่อ

เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรตั น์

เด็กชายซาอดุ ี ราชการ

เด็กชายธนวฒั บินดเุ หลม็

เด็กชายศรัณ ละซอ

เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอัจฉรยิ ะ เมาะสนิ

เด็กหญงิ อัจฉารีญา เมาะสนิ

เด็กหญงิ นชิ านนั ท์ ดารากยั

เด็กหญงิ นิสรนี หมี เกะ

เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ

เดก็ หญิงขวญั จิรา ตเิ อยี ดย่อ

เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสทิ ธโิ ชค สุวรรณโน

๔๕

แบบประเมินชิ้นงาน

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒

๑. รูปแบบถูกตอ้ ง

๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม

๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ

๔. การใชค้ าเหมาะสม

๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๔๖

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๔๗

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น

๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั

๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ

๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย

๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง

๔๘

แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดลี านา) เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ เรื่อง ชมรมคนรักวรรณคดี
แผนการเรียนรู้ท่ี ๔ เร่ือง ชวนคดิ พนิ ิจภาษา
สอนวนั ท…่ี เดือน……………..พ.ศ. …………

มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจ

แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอา่ น

สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เป็นโวหาร
ท ๔.๑ ป ๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ท่ีของคาในประโยค
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล

สาระสาคญั
การเรียนรู้คา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาไทยในบทเรียนและนาไปใชใ้ หถ้ ูกตอ้ ง ถือเป็นการ

พฒั นาทกั ษะทางภาษาท่ีผเู้ รียนควรไดร้ ับการฝึกฝน เพ่ือพฒั นาทกั ษะใหถ้ ูกตอ้ ง จึงจะทาใหก้ ารเรียนรู้ภาษา
เป็นไปดว้ ยดีและเกิดการพฒั นาตามมา

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง K
๒. อา่ น และเขียนคา คายาก ขอ้ ความ และสานวนในบทเรียน P
๓. นาคา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาในบทเรียนไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ P
๔. วเิ คราะห์ชนิดของคาในบทเรียน P

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้

๔๙

๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็น
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนเล่นเกม ใครชดั เจน ถูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนสนทนาทบทวนบทเรียน โดยครูต้งั คาถามแลว้ ถามนานกั เรียน เพอื่ กระตุน้ ให้
นกั เรียนตอบ
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๓. นกั เรียนดูบตั รคา คาวา่ “ กงั วาน ขบั ขาน เจ้ือยแจว้ ร่ืนรมย”์ ที่ครูแสดงใหด้ ู แลว้ ร่วมกนั
สนทนา แสดงความคิดเห็น และอภิปรายถึงคา ความหมายของคา จากน้นั ครูถามนาเพ่อื กระตุน้ ให้เกิดการ
อยากรู้ และจุดประกายความคิดใหน้ กั เรียนตอบ นกั เรียนร่วมกนั ตอบปากเปล่าตามความเขา้ ใจ ความรู้สึก
นึกคิดของนกั เรียน
๔. แบง่ กลุ่มนกั เรียนตามความเหมาะสมแลว้ ใหน้ กั เรียนคน้ หาคาใหม่ และคายากในบทเรียนแลว้
ส่งตวั แทนออกมานาเสนอรายงานหนา้ ช้นั เรียน
๕. นกั เรียนแข่งขนั กนั หาเขียนคาใหม่และคายากบนกระดานดา
๖. นกั เรียนทบทวนบทเรียนโดยอ่านในใจในบทเรียนอีกคร้ังหน่ึง
๗. นกั เรียนทาแบบฝึกพฒั นาการเรียนรู้ (งานกลุ่ม) และปฏิบตั ิตามข้นั ตอนในแบบฝึก
๘. มอบหมายใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ทกั ษะภาษา ชุดภาษาเพ่ือชีวติ (ทาเป็นการบา้ น)
ข้ันสรุป
๙. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปบทเรียน
๑๐. นกั เรียนทาแบบฝึกพฒั นาการเรียนรู้
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. เกม ใครชดั เจน ถูกตอ้ ง
๒. บตั รคา
๓. แบบฝึกพฒั นาการเรียนรู้ (งานกลุ่ม)
๔. แบบเรียนภาษาไทย เล่ม ๒ วรรณคดีลานา
๕..แบบฝึกหดั ทกั ษะภาษา ชุด ภาษาเพ่ือชีวติ
๖. แบบฝึกพฒั นาการเรียนรู้

๕๐

กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การเขียนจดหมาย
๑.๑.๔ ความสนใจ
๑.๑.๕ การซกั ถามและการตอบคาถาม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ แบบฝึกหดั
๑.๒.๒ ใบงานท่ี

๒.เครื่องมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงานท่ี
๒.๒ แบบสังเกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

............./......................../..............


Click to View FlipBook Version