The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๐
เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อภิชญา ญาดาพัชร์, 2021-06-30 05:49:11

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๐

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๐
เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี





แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดลี านา) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๐ เร่ือง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี
แผนการเรียนรู้ที่ ๑ เร่ือง อ่านคดิ พนิ ิจเรื่องราว
สอนวนั ท…่ี ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหา
ในการดาเนิน ชีวติ และมีนิสยั รักการอา่ น

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด

และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

สาระสาคัญ
การอ่านในใจใหเ้ กิดความเขา้ ใจชดั เจนลึกซ้ึงจะตอ้ งอ่านแลว้ สามารถต้งั คาถามตอบคาถาม อภิปราย

แสดงความคิดเห็นเน้ือเร่ือง ลาดบั เหตุการณ์ และสรุปใจความสาคญั ของเร่ืองได้
ตวั ชี้วดั

ท ๑.๑ ป ๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน
ท ๓.๑ ป ๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเร่ืองที่ฟังและดู
ท ๓.๑ ป ๖/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง K
๒. พูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจในจุดประสงคข์ องเรื่องที่ฟังและดูจากสื่อตา่ งๆ และตอบคาถามจาก
เร่ืองท่ีอา่ นได้ P
๓. อภิปรายแสดงความคิดเห็นเรื่องท่ีอ่านได้ P
๓. ลาดบั เหตุการณ์ สรุปใจความสาคญั และขอ้ คิดของเร่ืองของเร่ืองได้ P
๔. มีมารยาทในการอ่าน A



คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
๒. นกั เรียนดูแผนภูมิบทร้อยกรอง สุภาษิตสอนหญิง” อ่านเป็นทานองธรรมดาดงั ๆ พร้อมกนั แลว้

สนทนาเก่ียวกบั เน้ือหาของบทร้อยกรอง โดยครูช่วยถามนา เพอ่ื กระตุน้ ให้นกั เรียนตอบ เช่น ถามวา่
- คาวา่ “สุภาษิต” คืออะไร
- นกั เรียนคิดวา่ วรรณคดีเร่ืองน้ีเขียนข้ึนมาสอนใคร
- บทร้อยกรองน้ีมุ่งใหข้ อ้ คิดอะไรแก่เราบา้ ง

ข้ันกระบวนการเรียนรู้
๓. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาถึงภาพในบทเรียนเรื่อง อยา่ ชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี ครูช่วยถามนา
เพอ่ื กระตุน้ ใหต้ อบ เช่น

- ภาพที่เห็นเป็ นภาพอะไร
- นกั เรียนเคยทาอยา่ งภาพที่เห็นหรือไม่
- นกั เรียนมีความรู้สึกอยา่ งไรกบั ภาพท่ีเห็น
- นกั เรียนคิดวา่ ทุกวนั น้ี หากเราทาเหมือนภาพท่ีเห็นคนจะรู้สึกอยา่ งไร
- ภาพภาพน้ีใหแ้ ง่คิดอยา่ งไร
โดยนกั เรียนร่วมกนั ตอบปากเปล่าตามความเขา้ ใจ ความรู้สึกนึกคิดของนกั เรียน
๔. นกั เรียนทุกคนอ่านในใจบทเรียนเร่ือง อยา่ ชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี (อา่ นรายบุคคล เนน้ การอ่าน
อยา่ งพินิจพิจารณา)
๕. แบ่งนกั เรียนออกเป็ น ๖ กลุ่ม ๆ ละ ๕ – ๖ คน โดยคละความสามารถ ( เก่ง ปานกลาง ออ่ น )



แลว้ ใหเ้ ลือกประธาน และเลขานุการ ครูไดช้ ้ีแจงบทบาทหนา้ ท่ีของประธาน สมาชิก และเลขานุการ ให้
นกั เรียนทุกคนเขา้ ใจ แตล่ ะกลุ่มทากิจกรรมดงั ตอ่ ไปน้ี

- ต้งั คาถามจากเร่ืองที่อา่ นใหไ้ ดม้ ากที่สุด ครอบคลุมเน้ือหามากที่สุดเท่าท่ีจะทาไดพ้ ร้อม
วงเลบ็ คาตอบไวด้ ว้ ย เพื่อที่จะไดถ้ ามกลุ่มอ่ืนแลว้ มีคาตอบใหไ้ ด้

- ร่วมกนั เขียนคาถามลงในแถบประโยค
- แตล่ ะกลุ่มนาแถบประโยคคาถามติดไวบ้ นกระเป๋ าผนงั (คาถามอาจซ้ากนั ได)้
- กลุ่มใดตอบคาถามจากเพอ่ื นหรือกลุ่มอ่ืนได้ ใหท้ าแถบคาตอบไปติดต่อหลงั คาถามน้นั

กลุ่มใดทาได้ ไดค้ ะแนนสะสม
- จากน้นั ใหร้ ่วมกนั อา่ นประโยคคาถามและคาตอบพร้อมกนั ท้งั หมด
๖. แตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมาถามเพอ่ื นกลุ่มอื่น เมื่อเพอ่ื นตอบแลว้ ผถู้ ามจะตอ้ งเฉลยดว้ ยวา่ ถูก
หรือผดิ หมุนเวยี นไปจนครบทุกกลุ่ม
๗. ครูเขียนคาถามและคาตอบลงบนกระดาน นกั เรียนบนั ทึกลงในสมุด
๘.
๙. นกั เรียนทาใบงาน
ข้ันสรุป
๙. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เป็ นการบา้ น
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. หนงั สือวรรณกรรมลานา
๓. ใบงาน

กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน



๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสังเกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง – คน คิดเป็นร้อยละ ..........
กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………......................………
……………………………………………………………………………………………………….…………
…………………………………………………………………………………….................................……….
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............



บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………….……………………………………………
………………………………………………………………………………………......................................…
……………………………………………………………….…………………….......................……………

ปัญหา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………......................................................................………………
……………………………………… …...........................................................................................................
…………………………………………………….................................................................…………………
………................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………..................................................................………………………………………………

ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….



แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยการเรียนท่ี ๒๐ เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ที่ถูกท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว

๑. ขอ้ ใดคือความหมายของ “ตูว้ รรณกรรมเคลื่อนท่ี”
ก. ตูท้ ่ีมีหนงั สือวรรณกรรมที่สามารถยา้ ยไปตามท่ีตา่ ง ๆ ได้
ข. บุคคลผมู้ ีความรอบรู้ในดา้ นวรรณกรรม
ค. หอ้ งสมุดของโรงเรียนที่เนน้ หนงั สือดา้ นวรรณกรรม
ง. เป็นคาเปรียบเทียบ และความหมายของคนรักชมรมวรรณคดี

๒. ใครท่ีมะปรางกบั ชาลียกใหเ้ ป็นหิ้งวรรณคดีเคล่ือนท่ี
ก. สาหร่าย
ข. ชาลี
ค. ส้มโอ
ง. ผมแกละ

๓. สุภาษิตสอนหญิงไดส้ อนผูห้ ญิงในดา้ นใดบา้ ง
ก. การศึกษา การประหยดั การแตง่ กาย
ข. การประหยดั การแตง่ กาย การรักนวลสงวนตวั
ค. การแต่งกาย การศึกษา การรักนวลสงวนตวั
ง. การรักนวลสงวนตวั การศึกษา การประหยดั

๔. ใครคือผูแ้ ต่ง “สุภาษิตสอนหญิง”
ก. สุนทรภู่
ข. นายแกว้ นายขวญั
ค. รัชกาลท่ี 2
ง. กรมพระยาดารงราชานุภาพ

๕. นกั เรียนคิดวา่ “คาสอนสุภาษิตสอนหญิง” ลา้ สมยั และไมส่ อดคลอ้ งกบั สภาพปัจจุบนั ใช่หรือไม่
ก. ใช่ เพราะ เราตอ้ งปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั ยคุ สมยั
ข. ใช่ เพราะชายและหญิงมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกนั
ค. ไมใ่ ช่ เพราะเป็นกฎและระเบียบของสังคมไทย
ง. ไมใ่ ช่ เพราะเป็นการสอนผหู้ ญิงใหเ้ ป็ นกลุ สตรีในดา้ นตา่ ง ๆ



เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยการเรียนที่ ๒๐ เร่ือง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ที่ถูกที่สุดเพียงขอ้ เดียว

๑. ขอ้ ใดคือความหมายของ “ตูว้ รรณกรรมเคลื่อนที่”
ก. ตูท้ ี่มีหนงั สือวรรณกรรมท่ีสามารถยา้ ยไปตามท่ีต่าง ๆ ได้
ข. บุคคลผมู้ ีความรอบรู้ในดา้ นวรรณกรรม
ค. หอ้ งสมุดของโรงเรียนท่ีเนน้ หนงั สือดา้ นวรรณกรรม
ง. เป็นคาเปรียบเทียบ และความหมายของคนรักชมรมวรรณคดี

๒. ใครที่มะปรางกบั ชาลียกใหเ้ ป็นหิ้งวรรณคดีเคลื่อนที่
ก. สาหร่าย
ข. ชาลี
ค. ส้มโอ
ง. ผมแกละ

๓. สุภาษิตสอนหญิงไดส้ อนผหู้ ญิงในดา้ นใดบา้ ง
ก. การศึกษา การประหยดั การแตง่ กาย
ข. การประหยดั การแตง่ กาย การรักนวลสงวนตวั
ค. การแต่งกาย การศึกษา การรักนวลสงวนตวั
ง. การรักนวลสงวนตวั การศึกษา การประหยดั

๔. ใครคือผูแ้ ตง่ “สุภาษิตสอนหญิง”
ก. สุนทรภู่
ข. นายแกว้ นายขวญั
ค. รัชกาลท่ี 2
ง. กรมพระยาดารงราชานุภาพ

๕. นกั เรียนคิดวา่ “คาสอนสุภาษิตสอนหญิง” ลา้ สมยั และไม่สอดคลอ้ งกบั สภาพปัจจุบนั ใช่หรือไม่
ก. ใช่ เพราะ เราตอ้ งปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั ยคุ สมยั
ข. ใช่ เพราะชายและหญิงมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกนั
ค. ไม่ใช่ เพราะเป็นกฎและระเบียบของสังคมไทย
ง. ไม่ใช่ เพราะเป็นการสอนผหู้ ญิงใหเ้ ป็ นกุลสตรีในดา้ นต่าง ๆ



ใบงาน

ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง จงตอบคาถามต่อไปน้ี

๑. นกั เขียนท่านน้ีไดร้ ับฉายาวา่ “ตูว้ รรณกรรมเคล่ือนท่ี” หมายถึงอะไร
………………………………………………………………………………………………………
๒. ขอ้ ความที่ชาลีประทบั ใจมาก คือขอ้ ความใด
………………………………………………………………………………………………………
๓. ผทู้ ี่นาสุภาษิตสอนหญิงมาอ่านใหเ้ พ่ือน ๆ ฟังคือใคร
………………………………………………………………………………………………………
๔. เพราะเหตุใดมิ่งขวญั จึงนาเรื่องจริงของเดก็ ผหู้ ญิงประพฤติตวั ไมเ่ หมาะสม จนถูกเจา้ หนา้ ท่ีตารวจควบคุมตวั
ไปโรงพกั มาเล่าใหเ้ พ่ือน ๆ ฟัง
………………………………………………………………………………………………………
๕. สุภาษิตสอนหญิง เป็ นบทประพนั ธ์ของใคร
………………………………………………………………………………………………………
๖. สุภาษิตสอนหญิง เป็นวรรณคดีประเภทใด
………………………………………………………………………………………………………
๗. สุภาษิตสอนหญิง มีวตั ถุประสงคส์ อนหญิงในเรื่องใด
……………………………………………………………………………………………………
๘. คาวา่ “อยา่ ชิงสุกก่อนห่าม” มีความหมายวา่ อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………
๙. นกั เรียนคิดวา่ สุภาษิตสอนหญิง เป็นประโยชนต์ ่อการดาเนินชีวิตอยา่ งไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………
๑๐. นกั เรียนเห็นดว้ ยกบั คาสอนท่ีวา่ “อยา่ ชิงสุกก่อนห่าม” ถา้ คนในสังคมปัจจุบนั นามาเป็นแนวปฏิบตั ิ จะ
เป็นเรื่องลา้ สมยั หรือไมใ่ นสงั คมปัจจุบนั
………………………………………………………………………………………………………

๑๐

เฉลยใบงาน
ชื่อ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
๑. เป็นผรู้ อบรู้เร่ืองวรรณกรรมท้งั ของไทยและต่างประเทศเป็นอยา่ งดี
๒. การเขียนจดหมายเป็นศิลปะอยา่ งหน่ึง
๓. ม่ิงขวญั
๔. เพือ่ เป็ นตวั อยา่ งของการปฏิบตั ิตวั ของผหู้ ญิง
๕. สุนทรภู่
๖. คาสอน
๗. เตือนสติสอนใจสตรีทุกคน

การปฏิบตั ิตนตอ่ บิดามารดา สามีและบุคคลทว่ั ไป
๘. ไมค่ วรทาอะไรบางอยา่ งในขณะท่ียงั ไม่ถึงเวลา
๙. (พิจารณาคาตอบของนกั เรียน)
๑๐. (พิจารณาคาตอบของนกั เรียน)

๑๑

ใบความรู้
เร่ือง การอ่านในใจ

การอ่านในใจเป็นบทบาทเฉพาะตวั ของบุคคล ท่ีมีจุดมุ่งหมายจะจบั ใจความสาคญั อยา่ งรวดเร็ว
คือ รู้เรื่องเร็วและถูกตอ้ งโดยไมใ่ ชอ้ วยั วะท่ีช่วยในการออกเสียงเคล่ือนไหวเลย การอ่านในใจจะช่วยใหเ้ ขา้ ใจ
เน้ือความไดเ้ ร็วกวา่ การอา่ นออกเสียง และ ผอู้ ่านจะรับรู้เรื่องราวแตเ่ พียงผเู้ ดียว
วธิ ีการอ่านในใจ

๑. อ่านอย่างละเอียด เป็ นการอ่านเพ่ือศึกษาหาความรู้ ผูอ้ ่านจะต้องมีพ้ืนฐานความรู้ในเรื่องท่ีอ่าน
พอสมควร ควรอ่านรายละเอียดของเร่ืองต้งั แตต่ น้ จนจบจะทำใหม้ องเห็นกำรเช่ือมโยงระหวำ่ งใจควำมสำคญั ได้

๒. อ่านเพื่อจับใจความสาคัญ ผอู้ ่านตอ้ งมีจุดมุ่งหมายในการอ่าน และตอ้ งมีพ้ืนฐานความรู้ในเรื่องที่จะ
อ่าน ในการอ่านผูอ้ ่านจะตอ้ งจบั ใจความส่วนรวมใหไ้ ดว้ า่ เป็นเรื่องอะไร เม่ืออา่ นจบควรเรียบเรียงใจความสาคญั
เป็ นภาษาของตนเอง

๓. การอ่านอย่างรวดเร็ว เป็นการอา่ นที่ไม่ตอ้ งเก็บรายละเอียด แต่อ่านเพื่อใหท้ ราบเรื่องราวเท่าน้นั
นิยมใชอ้ ่านหนงั สือประเภทบนั เทิงคดีเพอื่ ผอ่ นคลายอารมณ์ เช่น อา่ นนวนิยาย เร่ืองส้ัน หนงั สือพมิ พ์

๔. การอ่านอย่างคร่าว ๆ เป็นการอ่านอยา่ งรวดเร็ว เพ่ือตอ้ งการคน้ หาคาตอบจากขอ้ ความบางตอน
การอา่ นวธิ ีน้ีเหมาะสาหรับผูท้ ี่มีพ้ืนฐานการอา่ นที่ดีพอ

๕. การอ่านเพื่อวจิ ารณ์ ผอู้ า่ นตอ้ งใชป้ ระสบการณ์เดิมของตนใหเ้ ป็นประโยชน์ เพอ่ื ทาความเขา้ ใจ
จุดมุง่ หมายของผูเ้ ขียน และการเสนอขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น หรือการใชค้ วามหมายตรงและโดยนยั
แนวปฏบิ ตั ใิ นการอ่านในใจ
การอา่ นในใจตอ้ งอาศยั ความแมน่ ยาในการจบั ตามองดูตวั หนงั สือ การเคล่ือนไหวสายตา การแบง่ ช่วง
วรรคตอน ซ่ึงตอ้ งฝึกใหเ้ กิดความแมน่ ยาและรวดเร็ว จึงจะสามารถเก็บไดค้ รบทุกคา

๑๒

การอ่านในใจมแี นวปฏิบตั ิ ดังนี้
๑. กวาดสายตามองตวั อกั ษรใหไ้ ดช้ ่วงประมาณ ๕-๖ คา เป็นอยา่ งนอ้ ย
๒. ไม่ควรทาปากขมุบขมิบเวลาอา่ น ตอ้ งฝึกเร่งอตั ราความเร็วของตาและสมอง
๓. ไม่ควรอ่านยอ้ นกลบั หลงั จากอ่านจบ อา่ นจากซา้ ยไปขวาโดยตลอด
๔. ทดสอบความเขา้ ใจหลงั จากอา่ นจบ โดยใชว้ ธิ ีต้งั คาถามสรุปเรื่องราวท่ีอา่ น

การพฒั นาการอ่านในใจ

การอ่านในใจเป็นทกั ษะท่ีสามารถพฒั นาไดเ้ ช่นเดียวกบั การอ่านออกเสียง ซ่ึง
นกั เรียนทุกคนควรฝึ กฝนใหช้ านาญ เพราะการอ่านหนงั สือไดม้ าก เป็นวธิ ีการฝึ กฝนตนเองให้
อ่านไดร้ วดเร็วและมีประสิทธิภาพ

วธิ ีการฝึ กการอ่านในใจ มดี งั นี้
๑. อา่ นขอ้ ความง่าย ๆ ไมม่ ีคาศพั ทม์ าก ไม่ซบั ซอ้ น ยาวประมาณ ๑ หนา้
๒. จบั เวลาที่ใชใ้ นการอา่ นขอ้ ความน้นั
๓. ต้งั คาถามเพือ่ ถามตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองราวหรือขอ้ ความท่ีอ่าน
๔. สารวจตนเองวา่ ตอบคาถามเก่ียวกบั สิ่งท่ีอา่ นไดม้ ากเพียงใด
๕. อ่านขอ้ ความน้นั ซ้าอีกคร้ังหน่ึง พยายามทาเวลาในการอ่านใหน้ อ้ ยลง
๖. ตอบคาถามเก่ียวกบั ส่ิงที่อ่านอีกคร้ังวา่ ตอบไดด้ ีกวา่ คร้ังแรกหรือไม่

๑๓

แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด สวยงาม

และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงต่อเวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และเน้ือหาถูกตอ้ ง

( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมนิ ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม

ช่ือ-สกลุ (๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

เด็กหญิงวราภรณ์ หดั เอียด

เด็กหญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่

เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์

เด็กชายซาอดุ ี ราชการ

เด็กชายธนวฒั บินดุเหลม็

เด็กชายศรัณ ละซอ

เดก็ ชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ

เด็กหญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ

เด็กหญิงนิชานนั ท์ ดารากยั

เด็กหญิงนิสรีน หีมเกะ

เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ

เดก็ หญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่

เด็กชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน

๑๔

แบบประเมินชิ้นงาน

รายช่ือสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน คะแนนที่ได้
๑๒๓๔๕
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๑๕

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญม่ ี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๑๖

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑ์การประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔

๑๗

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วรรณคดลี านา) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒๐ เร่ือง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี
แผนการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง อ่านคล่องเขยี นถูก
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวติ และมีนิสัยรักการอา่ น

สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา

และพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เป็นโวหาร
ท ๔.๑ ป ๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล

สาระสาคญั
การอา่ นออกเสียงเป็นการอ่านท่ีคนอื่นสามารถรับรู้เรื่องราว สาระการเรียนรู้จากผอู้ ่านไดด้ ว้ ย ดงั น้นั

ควรอา่ นใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ผอู้ ่าน จึงจะทาใหก้ ารอา่ นประสบความสาเร็จ กระทาไดโ้ ดยฝึกคายาก ฝึกอา่ นตาม
ลกั ษณะของเสียงและคาประพนั ธ์ รู้จกั ใชน้ ้าเสียงตามอารมณ์ของตวั ละคร เนน้ จงั หวะหนกั เบาเหมือนเสียงพดู
จะทาใหอ้ า่ นไดถ้ ูกตอ้ งคล่องแคล่ว และช่วยใหส้ ื่อสารไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ เม่ืออ่านแลว้ ควรฝึกการคดั เขียน
คา หรือขอ้ ความเนน้ ความถูกตอ้ ง สวยงาม รวดเร็วและมีระบบ ซ่ึงจะเป็นการสนบั สนุนกิจกรรมการอา่ นไดด้ ี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง K
๒. คดั ลายมือขอ้ ความไดถ้ ูกตอ้ ง สวยงาม และเป็นระเบียบ P
๓. นาคา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาในบทเรียนไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ P

๑๘

๔. อ่านประโยคในบทเรียน P

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

กระบวนการจัดการเรียนรู้

ข้นั นา
๑. ครูใหน้ กั เรียนฝึกอา่ นคายากในบทเรียนจากบตั รคาท่ีครูเตรียมให้

ข้ันกระบวนการเรียนรู้
๒. ครูสนทนาความหมายของคายาก โดยใหน้ กั เรียนคน้ หาความหมายจากพจนานุกรม
แลว้ ทาลงในใบงานที่ครูแจกให้
๓. ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงจากแถบประโยค หรือแผนภูมิประโยคท่ีครูเขียนบน
กระดานดา
๔. นกั เรียนฝึกอ่านออกเสียงในบทเรียน ดงั น้ี

- ครูอา่ นใหน้ กั เรียนฟังเป็ นตวั อยา่ งแลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านตาม
- นกั เรียนฝึกอา่ นคนละ ๑ ยอ่ หนา้ จนจบ
๕. นกั เรียนฝึกอ่านในกลุ่มของตนเองจนคล่อง
๖. นกั เรียนคนใดที่อ่านบกพร่อง ใหม้ าอ่านกบั ครูเป็นรายบุคคล
๗. นกั เรียนเขียนตามคาบอก เสร็จแลว้ ตรวจคาตอบจากบตั รเฉลยที่ครูชูใหด้ ู
๘. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เป็ นการบา้ น

ข้ันสรุป
๙. นกั เรียนและครูสรุปความหมายของคายากท่ีไดจ้ ากบทเรียน

สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. บตั รคา
๒. หนงั สือวรรณกรรมลานา

๑๙

๓. พจนานุกรม

กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน

๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสังเกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง – คน คิดเป็นร้อยละ ..........

๒๐

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………….....................……
……………………………………………………………………………………………………….………….
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………….……………………………………………
………………………………………………………………………………….....................................………
……………………………………………………………….……………….......................…………………

ปัญหา / อุปสรรค

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………..............................................................………

ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๒๑

ใบความรู้
เรื่อง การอ่านออกเสียง

กำรอำ่ นออกเสียง คือกำรอ่ำนที่ผอู้ ่ืนสำมำรถไดย้ นิ เสียงอ่ำนได้
กำรอ่ำนออกเสียงนอกจำกเป็ นกำรสื่อสำรอยำ่ งหน่ึงแลว้ ผฟู้ ังยงั ไดร้ ับประโยชน์คือเกิดควำม
เพลิดเพลินในน้ำเสียงและจงั หวะในกำรอ่ำน

หลกั การอ่านออกเสียงทดี่ ี
๑. อ่านออกเสียงไดช้ ดั เจน และตรงตามอกั ขระวธิ ี เช่น อา่ นคาควบกล้า
๒. อ่านถูกจงั หวะวรรคตอน และอ่านเคร่ืองหมายวรรคตอนไดถ้ ูกตอ้ ง
๓. ระดบั เสียงเหมาะสมกบั ขอ้ ความหรือเน้ือเร่ือง
๔. ไม่อา่ นตู่ตวั เติมคา หรืออ่านตะกุกตะกกั
๕. นง่ั หรือยนื อ่านตามสบาย ไม่เกร็งตวั หรือยดื ตวั เตม็ ที่ กม้ หนา้ หรือโคง้ ตวั
เลก็ นอ้ ย
๖. จบั หนงั สือเอียงเขา้ หาตวั เล็กนอ้ ย (ทามุม ๔๕ องศา) ระยะห่างจากตวั
ประมาณ ๑๒ นิ้ว
๗. จบั หนงั สือใหถ้ ูกตอ้ งขณะอา่ น (ถา้ ไม่วางหนงั สือบนโตะ๊ ใชม้ ือซา้ ย
ประคองหนงั สือที่ดา้ นบนหนงั สือ มือขาวจบั มุมบนโดยใชน้ ิ้วช้ีเตรียมพลิกหนา้ ต่อไป)
๘. ใชส้ ายตาจบั จอ้ งที่คา กวาดสายตาจากซา้ ยไปขวา อ่านไปขา้ งหนา้ ไม่อา่ น
ยอ้ นหลงั
๙. ขณะอ่านไม่เอียงคอ ไม่ส่ายหนา้ ตามบรรทดั อ่าน ไม่ช้ีตามอกั ษร ไม่เอามือ
เทา้ คางไมพ่ บั มุมหนงั สือ ไม่ควา่ หนงั สือ ไมเ่ อาส่ิงหน่ึงส่ิงใดสอดไวใ้ นหนงั สือ ไม่ขีดเขียนหรือทา
เคร่ืองหมายลงในหนงั สือ ไม่ฉีกหนงั สือ
๑๐. ขณะอา่ นทาจิตใจให้จดจ่ออยกู่ บั สิ่งที่อ่าน (มีสมาธิ)

๒๒

แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด สวยงาม

และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงต่อเวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และเน้ือหาถูกตอ้ ง

( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมนิ ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม

ช่ือ-สกลุ (๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

เด็กหญิงวราภรณ์ หดั เอียด

เด็กหญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่

เด็กชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เดก็ หญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์

เด็กชายซาอดุ ี ราชการ

เด็กชายธนวฒั บินดุเหลม็

เด็กชายศรัณ ละซอ

เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ

เด็กหญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ

เด็กหญิงนิชานนั ท์ ดารากยั

เด็กหญิงนิสรีน หีมเกะ

เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ

เดก็ หญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่

เด็กชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน

๒๓

แบบประเมินชิ้นงาน

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒

๑. รูปแบบถูกตอ้ ง

๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม

๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระที่เสนอ

๔. การใชค้ าเหมาะสม

๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๒๔

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญม่ ี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๒๕

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑ์การประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔

๒๖

แผนการจัดการเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒๐ เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี เวลา ๖ ชั่วโมง

แผนการเรียนรู้ที่ ๓ เร่ือง สุภาษติ สอนหญงิ สอนใจ เวลา ๑ ชั่วโมง

สอนวนั ท…่ี ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหา
ในการดาเนิน ชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน

สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา

และพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เป็นโวหาร
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
ท ๔.๑ ป ๖/๖ วเิ คราะห์และเปรียบเทียบสานวนท่ีเป็ นคาพงั เพย และสุภาษิต

สาระสาคัญ
สุภาษิตสอนหญิง เป็นบทกลอนท่ีช่วยสอนและเตือนสติผหู้ ญิงใหย้ ดึ มนั่ ในขนบธรรมเนียมประเพณีท่ี

ดีงาม สานวนภาษาไทย ถือเป็นการพฒั นาทกั ษะทางภาษาท่ีผูเ้ รียนควรไดร้ ับการฝึกฝน เพือ่ พฒั นาทกั ษะให้
ถูกตอ้ ง จึงจะทาใหก้ ารเรียนรู้ภาษาเป็นไปดว้ ยดีและเกิดการพฒั นาตามมา

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. ลกั ษณะสุภาษิตสอนหญิงและสานวนภาษา K
๒. อ่านสุภาษิตสอนหญิงและสานวนในบทเรียน P
๓. นาสุภาษิตสอนหญิง และสานวนภาษาในบทเรียนไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ P

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต

๒๗

๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

กระบวนการเรียนรู้

ข้นั นา
๑. ใหน้ กั เรียนอา่ นบทกลอน “ก่อนทาพดู หรือคิด” แลว้ อภิปรายเก่ียวกบั เน้ือหา
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๒. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกบั ความประพฤติของเดก็ ผหู้ ญิงในช่วงวยั รุ่นวา่ เป็นวยั ที่
ประพฤติตวั ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าที่ควร ในดา้ นการแต่งกาย ความประพฤติ
๓. ครูยกตวั อยา่ งข่าวการมว่ั ทางเพศและเสพยาเสพติดมาใหน้ กั เรียนฟังแลว้ ร่วมกนั อภิปรายเกี่ยวกบั
ปัญหาท่ีเกิดข้ึน
๔. ใหน้ กั เรียนอ่านบทกลอนสุภาษิตสอนหญิงแลว้ ร่วมกนั อภิปรายความหมายของเน้ือหาวา่ เป็ น
ผหู้ ญิงควรรักนวลสงวนตวั ไมค่ วรทาอะไร ก่อนถึงเวลาอนั สมควร ซ่ึงตรงกบั สานวนไทยวา่ “ชิงสุกก่อนห่าม”
๕. นกั เรียนทาใบงานท่ี ๑ แลว้ นาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
๖. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ ๒ คดั ลอกบทสุภาษิตสอนหญิงแลว้ อธิบายความหมาย
ข้นั สรุป
๗. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปบทเรียน

สื่อ / แหล่งเรียนรู้
๑. ใบงานท่ี ๑
๒. ใบงานท่ี ๒
๓. หนงั สือเรียน ชุดภาษาเพ่ือชีวติ วรรณคดีลาลา ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖

๒๘

กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน

๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง – คน คิดเป็นร้อยละ ..........

๒๙

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………….......................……………………
……………………………………………………………………………………………………….…………
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………….……………………………………………
………………………………………………………………………………….......................................………
……………………………………………………………….……………………..........................……………

ปัญหา / อุปสรรค

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………… … ………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………….................................................................…

ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๓๐

ก่อนทา พดู หรือ คิด

ก่อนทา พูด หรือคิด เพง่ พนิ ิจใหจ้ งดี
ใดร้างเศร้าหมองศรี ใดเสริมสุขคุณคา่ ตน
ก่อเสียใจอาจเสียคน
พลาดผดิ เกินแกไ้ ข เพราะประมาณตอ่ ชีวติ
เสียทรัพยถ์ ึงอบั จน แมม้ ุ่งมนั่ ต้งั กายจิต
ชีพสัมฤทธ์ิสาเร็จสบ
หญิงชายทุกวนั น้นั เป่ี ยมเปรมปรีด์ิชมชื่นชม
ประพฤติตาม “สุภาษิต” สดใสงามตามครรลอง

คิด พูด สรรพส่ิงดี
นาสุขสู่สังคม

๓๑

ใบงานท่ี ๑
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนอา่ นคาประพนั ธ์ สุภาษิตสอนหญิง แลว้ แสดงความคิดเห็น วา่ เห็นดว้ ยหรือไม่ เหมาะ
แก่ยคุ สมยั หรือไม่ อยา่ งไร

๑. เป็นสาวแส้แร่รวยสวยสะอาด กห็ มายมาดเหมือนมณีอนั มีคา่
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………….........................………………………
๒. จะนุ่งห่มดูพอสมศกั ด์ิสงวน ใหส้ มควรรับพกั ตร์ตามศกั ด์ิศรี
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………...............................……………………………
๓. เมื่อเหน่ือยอ่อนนอนหลบั อยกู่ บั บา้ น อยา่ เที่ยวพล่านพดู ผลอประจ๋อประแจ๋
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….......................…………………………
๔. แมน้ จะเรียนวชิ าทางคา้ ขาย อยา่ ปากร้ายพดู จาอชั ฌาสยั
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………........................…………………………
๕. เกิดเป็ นหญิงใหเ้ ห็นวา่ เป็ นหญิง อยา่ ทอดทิ้งกิริยาอชั ฌาสัย
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………….................................……………

๓๒

ใบงานที่ ๒

ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนคดั ลอกบทสุภาษิตสอนหญิงท่ีนกั เรียนชอบพร้อมกบั อธิบายความหมาย

สุภาษติ สอนหญงิ

…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
……………………………...................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................……
….......................................................................................................................................................................

๓๓
เฉลยใบงานที่ ๑
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนอ่านคาประพนั ธ์ สุภาษิตสอนหญิง แลว้ แสดงความคิดเห็น วา่ เห็นดว้ ยหรือไม่ เหมาะ
แก่ยคุ สมยั หรือไม่ อยา่ งไร
(อยู่ในดุลพนิ ิจของครู)

เฉลยใบงานท่ี ๒
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนคดั ลอกบทสุภาษิตสอนหญิงท่ีนกั เรียนชอบพร้อมกบั อธิบายความหมาย

(อย่ใู นดุลพนิ ิจของครู)

๓๔

แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด สวยงาม

และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงต่อเวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาที่ใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และเน้ือหาถูกตอ้ ง

( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมนิ ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม

ช่ือ-สกลุ (๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

เด็กหญิงวราภรณ์ หดั เอียด

เด็กหญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่

เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เดก็ หญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์

เด็กชายซาอดุ ี ราชการ

เดก็ ชายธนวฒั บินดุเหลม็

เด็กชายศรัณ ละซอ

เดก็ ชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ

เด็กหญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ

เด็กหญิงนิชานนั ท์ ดารากยั

เด็กหญิงนิสรีน หีมเกะ

เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ

เดก็ หญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่

เด็กชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน

๓๕

แบบประเมินชิ้นงาน

รายช่ือสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน คะแนนที่ได้
๑๒๓๔๕
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๓๖

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญม่ ี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๓๗

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑ์การประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔

๓๘

แผนการจดั การเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๐ เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี เวลา ๖ ช่ัวโมง
แผนการเรียนรู้ที่ ๔ เร่ือง นิทานคตธิ รรม เวลา ๑ ช่ัวโมง
สอนวนั ท…่ี ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ การอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหา
ในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด
และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เห็นคุณคา่ และนามา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
ตวั ชี้วดั

ท ๑.๑ ป๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความท่ีเป็นโวหาร
ท ๓.๑ ป ๖/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องท่ีฟังและดู
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
ท ๔.๑ ป ๖/๖ วเิ คราะห์และเปรียบเทียบสานวนที่เป็ นคาพงั เพย และสุภาษิต
ท ๕.๑ ป ๖/๓ อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดี และวรรณกรรมท่ีอ่านและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

๓๙

สาระสาคัญ
การอา่ นนิทานสุภาษิต เป็นการใหข้ อ้ คิดในการดาเนินชีวติ และเพิม่ ทกั ษะในการอา่ นใหด้ ียงิ่ ข้ึน

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. ลกั ษณะนิทานสุภาษิต K
๒. นาขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่านของวรรณคดี และวรรณกรรมนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิต A
๓. เล่าเร่ืองที่อา่ นและใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล P
๔. ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองท่ีฟังและดู

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

กระบวนการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูใหน้ กั เรียนยกตวั อยา่ งนิทานที่เคยอา่ น แลว้ สุ่มนกั เรียน ๑ คน ออกมาเล่านิทานใหเ้ พอื่ นฟัง
ข้นั สอน
๒. ครูยกตวั อยา่ งนิทานสุภาษิต ท่ีอ่านแลว้ ใหข้ อ้ คิด มาเล่าใหน้ กั เรียนฟังเพ่ือนาขอ้ คิดไปใชใ้ น

ชีวติ ประจาวนั
๓. ใหน้ กั เรียนอ่านนิทานคติธรรม เร่ือง “ไม่สาคญั ท่ีชื่อ” (หนา้ ๑๐๑ –๑๐๒)
๔. ใหน้ กั เรียนทาแผนภาพโครงเร่ืองจากนิทานที่อ่านในใบงานที่ ๑ ตวั แทนนาเสนอผลงาน
๕. นกั เรียนทาใบงานท่ี ๒ เติมคาในประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
ข้ันสรุป
๖. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปการทากิจกรรม

๔๐

ส่ือ / แหล่งเรียนรู้

๑. ใบงานท่ี ๑
๒. ใบงานท่ี ๒
๓. หนงั สือเรียน ชุดภาษาเพือ่ ชีวติ วรรณคดีลานา ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖
กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน

๒.เครื่องมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสังเกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง – คน คิดเป็นร้อยละ ..........

๔๑

กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………….......................………………………………
……………………………………………………………………………………………………….…………
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
.

ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………….……………………………………………
……………………………………………………………….………………………......................…………

ปัญหา / อุปสรรค

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………… … ……………………………………………………………….....………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………….................................................................……

ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๔๒

ใบงานท่ี ๑
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาแผนภาพโครงเร่ือง เรื่อง ไมส่ าคญั ที่ช่ือ และเขียนยอ่ เร่ือง

เร่ือง …………………………………………………………………….
ตวั ละครสาคญั …………………………………………………………………….
ตวั ละครประกอบ …………………………………………………………………….
เรื่องเกิดข้ึนที่ไหน …………………………………………………………………….
ปัญหาท่ีเกิดในเร่ือง …………………………………………………………………….
เหตุการณ์ที่ ๑ …………………………………………………………………….

ตวั ละคร…………………………………………………………………….
สถานที่ …………………………………………………………………….
ปัญหา …………………………………………………………………….
การกระทา …………………………………………………………………….
ผลของการกระทา …………………………………………………………………….
เหตุการณ์ที่ ๒ …………………………………………………………………….
ตวั ละคร…………………………………………………………………….
สถานท่ี …………………………………………………………………….
ปัญหา …………………………………………………………………….
การกระทา …………………………………………………………………….
ผลของการกระทา …………………………………………………………………….

ผลสุดทา้ ยของเรื่อง …………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………..
ขอ้ คิด……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………..

๔๓

ใบงานท่ี ๒

ชื่อ………………………นามสกุล……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง เลือกคาในวงเล็บ เติมในประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. ด.ญ. สมใจรู้สึก……………..……ท่ีทางานประสบความสาเร็จ (ภูมิใจ ภูมิฐาน)
๒ .ด.ญ. สมจิต ลงมือทางานอยา่ ง…………………….……(กระฉบั กระเฉง กระชุ่มกระชวย)
๓. เขามีจิตใจที่…………………………..……..จริง ๆ (เขม้ แขง็ แขง็ แกร่ง)
๔. หวั หนา้ ……………………………คุณแดงจึงมองหนา้ ที่การเงินให้ (วางใจ ไวใ้ จ)
๕. ด.ช. สมบตั ิ ประสบอุบตั ิเหตุเลก็ นอ้ ย พยาบาลช่วย…………บาดแผลให้ (ตกแต่ง ตบแต่ง)
๖. ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ………………….กนั ตามกฎหมาย (เท่าเทียม ทดั เทียม)
๗. เพ่อื นของฉนั …………….………มากท่ีมาไม่ตรงเวลานดั (นอ้ ยใจ เสียใจ)
๘. ด.ญ. สมคิด อายคุ รบ ๑๘ ปี …………………..……..วนั พรุ่งน้ี (สมบูรณ์ บริบูรณ์)
๙. น.ส. สมสวย ต้งั …………….……..ไวว้ า่ จะตอ้ งเป็นพยาบาลใหไ้ ด้ (ปณิธาน ปฏิญาณ)
๑๐. ด.ช. สมชาย ถูกตอ้ ยจนเลือด……………………………..…..ปาก (กบ กลบ)

๔๔

เฉลยใบงานที่ ๑
ช่ือ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาแผนภาพโครงเร่ือง เรื่อง ไมส่ าคญั ท่ีช่ือ และเขียนยอ่ เรื่อง

ตวั ละครสาคญั นายบาป ( ลามก)
ตวั ละครประกอบ อาจารยท์ ิศาปาโมกข์
เร่ืองเกิดข้ึนท่ีไหน เมืองตกั ศิลา
ปัญหาท่ีเกิดข้ึนในเร่ือง ใหไ้ ปหาชื่อใหม่

เหตุการณ์ที่ ๑

ตวั ละคร นายบาป ( ลามก)

สถานท่ี เมืองตกั ศิลา

ปัญหา ตอ้ งการหาชื่อใหม่

การกระทา นายบาป ( ลามก) ตอ้ งการหาช่ือเลยออกถามชื่อคนตาย คนถูกโบย คนหลงทาง

ซ่ึงกไ็ มต่ รงขา้ มกบั ชื่อท้งั น้นั นายบาปจึงคิดวา่ ชื่อไม่สาคญั สาคญั อยทู่ ี่สุจริตทางกาย วาจา

ผลของการกระทา นายบาปไม่ตอ้ งการเปล่ียนช่ือ

ขอ้ คิด คนไม่สาคญั ที่ช่ือ แต่อยทู่ ี่การกระทา

๔๕
เฉลยใบงานท่ี ๒
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง เลือกคาในวงเล็บ เติมในประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. ด.ญ. สมใจรู้สึก………ภูมิใจ ……..……ที่ทางานประสบความสาเร็จ
๒ .ด.ญ. สมจิต ลงมือทางานอยา่ ง…………กระฉบั กระเฉง ………….……
๓. เขามีจิตใจท่ี……………เขม้ แขง็ ……………..……..จริง ๆ
๔. หวั หนา้ …………ไวใ้ จ…………………คุณแดงจึงมองหนา้ ท่ีการเงินให้
๕. ด.ช. สมบตั ิ ประสบอุบตั ิเหตุเล็กนอ้ ย พยาบาลช่วย…ตกแต่ง………บาดแผลให้
๖. ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ……เท่าเทียม …………….กนั ตามกฎหมาย
๗. เพ่อื นของฉนั ………เสียใจ…….………มากท่ีมาไม่ตรงเวลานดั
๘. ด.ญ. สมคิด อายคุ รบ ๑๘ ปี ……………บริบูรณ์……..……..วนั พรุ่งน้ี
๙. น.ส. สมสวย ต้งั ………ปณิธาน…….……..ไวว้ า่ จะตอ้ งเป็นพยาบาลใหไ้ ด้
๑๐. ด.ช. สมชาย ถูกตอ้ ยจนเลือด……………… กลบ…………..…..ปาก

๔๖

แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวนิ ยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด สวยงาม

และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาที่ใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และเน้ือหาถูกตอ้ ง

( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมนิ ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม

ช่ือ-สกลุ (๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

เด็กหญิงวราภรณ์ หดั เอียด

เดก็ หญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่

เด็กชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เดก็ หญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์

เด็กชายซาอดุ ี ราชการ

เดก็ ชายธนวฒั บินดุเหลม็

เด็กชายศรัณ ละซอ

เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ

เด็กหญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ

เดก็ หญิงนิชานนั ท์ ดารากยั

เด็กหญิงนิสรีน หีมเกะ

เด็กหญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ

เด็กหญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่

เด็กชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน

๔๗

แบบประเมินชิ้นงาน

รายช่ือสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน คะแนนที่ได้
๑๒๓๔๕
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๔๘

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญม่ ี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๔๙

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑ์การประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๑๑ – ๑๒ = พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรับปรุง
๕–๗
๐–๔

๕๐

แผนการจัดการเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒๐ เร่ือง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี เวลา ๖ ชั่วโมง

แผนการเรียนรู้ท่ี ๕ เรื่อง อ่านนิทานคตธิ รรมเร่ือง พดู ดเี ป็ นศรีแก่ตวั เวลา ๑ ช่ัวโมง

สอนวนั ท…่ี ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหา
ในการดาเนิน ชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด

และความรู้สึกในโอกาสต่างๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา

และพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ ง

เห็นคุณค่าและนามา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เป็นโวหาร
ท ๓.๑ ป ๖/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองท่ีฟังและดู
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
ท ๔.๑ ป ๖/๖ วเิ คราะห์และเปรียบเทียบสานวนท่ีเป็ นคาพงั เพย และสุภาษิต
ท ๕.๑ ป ๖/๓ อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดี และวรรณกรรมท่ีอ่านและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

สาระสาคญั
การอา่ นนิทานสุภาษิต เป็นการใหข้ อ้ คิดในการดาเนินชีวติ และเพ่ิมทกั ษะในการอา่ นใหด้ ียง่ิ ข้ึน


Click to View FlipBook Version