88 วนิดา โรจนอุดมศาสตร์. (2562). การพัฒนาทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่ได้รับการ จัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ โดยใช้ค้าคล้องจองประกอบภาพ โรงเรียนสามแยกบ้านเนียง (สิทธิพัน์อนุกูล) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา (รายงานผลการวิจัย). ยะลา : โรงเรียนสามแยก บ้านเนียง (สิทธิพัน์อนุกูล). วรัญญา ศรีบัว. (2560). การนำหุ่นมาใช้กับเด็กปฐมวัย. เอกสารประกอบการสอนวิชา นิทานและหุ่น สำหรับเด็กปฐมวัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. วัชรภรณ์ มากบุญศรี. (2558). ผลการใช้กิจกรรมการเล่านิทานสองภาษาที่มีต่อทักษะการพูดของเด็ก ปฐมวัย ในเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 3. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วิชัย วงษ์ใหญ่. (2555). กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วิเชียร เกษประทุม. (2557). นิทานพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา. ศศิธร เวียงวะลัย. (2556). การจัดการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์. ศุภมาส จิรกอบสกุล. (2559). ทักษะทางภาษาด้านการอ่านและการเขียนของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรมการอ่านนิทานร่วมกัน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา. ศุภมาส หวานสนิท. (2559). ผลของการปรึกษากลุ่มตามทฤษฎีเน้นทางออกระยะสั้นต่อความสามารถ ในการแก้ปัญหาของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). สาขาวิชา จิตวิทยาการปรึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. สมชาติ กิจยรรยง. (2559). ศิลปะการพูดที่ครองใจคน. กรุงเทพมหานคร : เพชรประกาย. สาวิตรี จันทร์โสภา. (2559). การส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาของเด็กปฐมวัย. นครราชสีมา : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. สิรินทร์ ลัดดากลม บุญเชิดชู. (2557). การสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ SSAPA เพื่อพัฒนาการ กำกับตนเองของเด็กปฐมวัย. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย. 6(1). 302-303. สุกันยา อินทร์นุรักษ์. (2553). ผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการเคลื่อนไหวที่มีต่อ ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัย สถานเลี้ยงเด็กมายด์โฮมเดย์แคร์เนอส
89 เซอรี่. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. กรุงเทพฯ. สุภาวดี ศรีวรรธนะ. (2556). พัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยและวิธีการส่งเสริม. นครสวรรค์ : เจ.กรุ๊ปแอดเวอร์ไทซิ่ง/อินทนนท์การพิมพ์. อรอนงค์ จันทวี. (2556). การพัฒนาความสามารถทางภาษาด้านการฟังและด้านการพูดของนักเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โดยใช้แผ่นภาพประกอบคำคล้องจอง. นครศรีธรรมราช : สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3. อรอุมา มุสิกสาร. (2559). ภาษาไทยพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : วี.พริ้นท์ อับดุลสุโก ดินอะ. (2558). วิกฤตชายแดนใต้ใครว่าแก้ไขไม่ได้. กรุงเทพฯ : บริษัทแม็กซ์มีเดียวาย 2 เคเพรส จำกัด.
90 ภาคผนวก
91 ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ
92 รายนามผู้เชี่ยวชาญ รายนามผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือการวิจัยทางการศึกษาปฐมวัย เรื่อง การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐานของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา 1) นายฟุรกรณ์ ดาราแม ครูประจำการโรงเรียนบ้านสาคอ (วุฒิปริญญาโทบริหารการศึกษา) 2) นางจุฑารัตน์ ศรีสว่าง ครูประจำการโรงเรียนบ้านสาคอ (วุฒิปริญญาตรีหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย) 3) นางมาซีเตาะห์ เจ๊ะแต ครูประจำการโรงเรียนบ้านสาคอ (วุฒิปริญญาตรีหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย)
93 ภาคผนวก ข หนังสือขอความอนุเคราะห ์
94 บันทึกข้อความ วันที่................................................... เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ขอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือวิจัย เรียน นายฟุรกรณ์ ดาราแม สิ่งที่แนบมาด้วย 1. แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนจำนวน 10 แผน 2. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทาน เป็นฐานของนักเรียน ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม จำนวน 1 ชุด 3. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทาน เป็นฐานของนักเรียน ระหว่างการจัดกิจกรรม จำนวน 10 ชุด 4. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะ การฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน จำนวน 1 ชุด เนื่องด้วยดิฉันนางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กำลังดำเนินการจัดทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียน บ้านสาคอ จังหวัดยะลา โดยมีอาจารย์เสาวลักษณ์ สมวงษ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการจัดทำวิจัยในครั้งนี้ ในการนี้ ดิฉันจึงขอใคร่ขอความอนุเคราะห์ นายฟุรกรณ์ ดาราแม การเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เครื่องมือการวิจัยเพื่อประโยชน์ต่อไปในทางวิชาการ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ …………………………………… (นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ) นักศึกษาฝึกประสบการณ์
95 บันทึกข้อความ วันที่................................................... เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ขอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือวิจัย เรียน นางจุฑารัตน์ ศรีสว่าง สิ่งที่แนบมาด้วย 1. แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนจำนวน 10 แผน 2. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทาน เป็นฐานของนักเรียน ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม จำนวน 1 ชุด 3. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทาน เป็นฐานของนักเรียน ระหว่างการจัดกิจกรรม จำนวน 10 ชุด 4. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะ การฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน จำนวน 1 ชุด เนื่องด้วยดิฉันนางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กำลังดำเนินการจัดทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียน บ้านสาคอ จังหวัดยะลา โดยมีอาจารย์เสาวลักษณ์ สมวงษ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการจัดทำวิจัยในครั้งนี้ ในการนี้ ดิฉันจึงขอใคร่ขอความอนุเคราะห์ นางจุฑารัตน์ ศรีสว่าง การเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เครื่องมือการวิจัยเพื่อประโยชน์ต่อไปในทางวิชาการ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ …………………………………… (นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ) นักศึกษาฝึกประสบการณ์
96 บันทึกข้อความ วันที่................................................... เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ขอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือวิจัย เรียน นางมาซีเตาะห์ เจ๊ะแต สิ่งที่แนบมาด้วย 1. แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนจำนวน 10 แผน 2. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทาน เป็นฐานของนักเรียน ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม จำนวน 1 ชุด 3. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทาน เป็นฐานของนักเรียน ระหว่างการจัดกิจกรรม จำนวน 10 ชุด 4. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะ การฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน จำนวน 1 ชุด เนื่องด้วยดิฉันนางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กำลังดำเนินการจัดทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียน บ้านสาคอ จังหวัดยะลา โดยมีอาจารย์เสาวลักษณ์ สมวงษ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการจัดทำวิจัยในครั้งนี้ ในการนี้ ดิฉันจึงขอใคร่ขอความอนุเคราะห์ นางมาซีเตาะห์ เจ๊ะแต การเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เครื่องมือการวิจัยเพื่อประโยชน์ต่อไปในทางวิชาการ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ …………………………………… (นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ) นักศึกษาฝึกประสบการณ์
97 ภาคผนวก ค รายชื่อนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1
98 รายชื่อนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ลำดับที่ ชื่อ-นามสกุล 1. เด็กชายอัซมิน สะอิ 2. เด็กชายอิบราฮีม มะลี 3. เด็กชายมุสตากีม มาหามะ 4. เด็กหญิงชีรีน หะมะ 5. เด็กหญิงนูรซอลีฮะห์ มณีหิยา 6. เด็กหญิงนูรฟาติน บาดง 7. เด็กหญิงนูรฮาซีกีน สะตา 8. เด็กหญิงนิอาลิฟา มะลาแย 9. เด็กชายฟาอิซ มอลอ 10. เด็กชายอับดุลเราห์มาน บาเหะ
99 ภาคผนวก ง แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐานของนักเรียน
100 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐานของนักเรียน นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ขั้นปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 4 ชั้นอนุบาลปีที่1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1
101 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก กิจกรรมการเรียนรู้ “การปลูกต้นหอม” สาระสำคัญ กิจกรรม “การปลูกต้นหอม” เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้การปลูกต้นไม้จากนิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก เด็กจะได้ฝึกทักษะการฟังจากการฟังครูอธิบายขั้นตอนในการปลูกต้นหอม และเด็กจะได้ฝึก ทักษะการพูดอธิบายขั้นตอนในการปลูกต้นหอม โดยให้เด็กได้ฟังนิทานที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะ การฟังและการพูดผ่านการทำกิจกรรม จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กมีทักษะการฟังและสามารถปลูกต้นหอมได้อย่างถูกต้อง 2. เพื่อให้เด็กสามารถพูดอธิบายขั้นตอนในการปลูกต้นหอมได้ สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ การฟัง-พูด และปฏิบัติการปลูกต้นหอม ประสบการณ์สำคัญ -การฟังขั้นตอนในการปลูกต้นหอม -การปฏิบัติการปลูกต้นหอม -การพูดอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนในการปลูกหอม วิธีดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. เด็กและครูร่วมกันร้องเพลง “ฉันรักผัก” โดยครูร้องให้เด็กฟัง 1 เที่ยว จากนั้นให้เด็กร้องตาม ทีละวรรค พร้อมประกอบท่าทางทีละท่า จากนั้นร่วมกันร้องเพลงพร้อมประกอบท่าทางพร้อมกัน 2. เด็กและครูร่วมกันสร้างข้อตกลงร่วมกันในระหว่างการฟังนิทาน โดยให้เด็กฟังอย่างตั้งใจและมี สมาธิ กิจกรรมที่ 1
102 ขั้นสอน 3. ครูเล่านิทาน “ต้นไม้ที่รัก” ให้เด็กฟัง พร้อมดูภาพประกอบการเล่าเรื่อง เมื่อเล่าจบแล้วครูให้ เด็กตอบคำถาม ดังนี้ “ที่บ้านของเด็ก ๆ มีต้นอะไรบ้าง?” “เด็ก ๆ เคยปลูกอะไรบ้าง?” 4. เด็กออกมาพูดเล่าเรื่องประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ 5. ครูบอกให้เด็กทราบถึงกิจกรรมที่จะเรียนรู้ในวันนี้ (กิจกรรมการปลูกต้นหอม) พร้อมแจก กระถางต้นไม้ให้เด็กแต่ละคน และแจกอุปกรณ์ตกแต่งกระถางต้นไม้ เพื่อนำมาตกแต่งให้สวยงาม 6. ครูพาเด็กไปที่แปลงเกษตรโรงเรียน พร้อมนำกระถางต้นไม้ที่ตกแต่งของแต่ละคนไปด้วย 7. ครูแนะนำกิจกรรมการปลูกต้นหอม พร้อมอธิบายและสาธิตการปลูกต้นหอมให้เด็กดูทีละ ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 เตรียมดินด้วยการพรวนดินให้ร่วน ทุบเปลือกถั่วลิสงให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ขั้นตอนที่ 2 นำเปลือกถั่วลิสงผสมกับดิน แล้วตักดินใส่กระถางโดยไม่ต้องกดดินให้แน่น ขั้นตอนที่ 3 ใช้มีดตัดต้นหอมเหนือราก 1.5-2 นิ้ว (ขั้นตอนนี้ต้องมีครูคอยดูแลควบคุม และคอยให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด) แล้วปักชำลงดิน ขั้นตอนที่ 4 รดน้ำพอให้ชุ่ม 8. เด็ก ๆ ปฏิบัติขั้นตอนการปลูกต้นหอมหลังจากการฟังครูอธิบาย โดยนำต้นหอมปลูกไว้ใน กระถางของแต่ละคน ขั้นสรุป 9. เด็กและครูร่วมกันพูดอธิบายขั้นตอนในการปลูกต้นหอม และร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ 10. หมดเวลาเด็ก ๆ ทำความสะอาดร่างกาย และเข้าห้องเรียน สื่อการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้ สื่อ เพลง “ฉันรักผัก” นิทานเรื่อง “ต้นไม้ที่รัก” ต้นหอม อุปกรณ์ตกแต่งกระถางต้นไม้ เช่น ตา ปาก แหล่งเรียนรู้ แปลงเกษตร
103
104 เกณฑ์การให้คะแนนแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การตัดสิน 1. เด็กมีทักษะการฟังและ สามารถปลูกต้นหอมได้อย่าง ถูกต้อง แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง ปฏิบัติ ตามขั้นตอนการปลูกต้นหอมได้ ถูกต้องทั้ง 4 ขั้นตอน -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง ปฏิบัติตามขั้นตอนการปลูก ต้นหอมได้ถูกต้อง 2 ขั้นตอน โดย มีครูคอยชี้แนะอีก 2 ขั้นตอน -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึง ไม่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการ ปลูกต้นหอมได้หรือครูต้องคอย ช่วยเหลือทุกขั้นตอน 2. เด็กสามารถพูดอธิบาย ขั้นตอนในการปลูกต้นหอมได้ แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง พูดอธิบาย ขั้นตอนการปลูกต้นหอมได้ถูกต้อง ทั้ง 4 ขั้นตอน -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง พูดอธิบายขั้นตอนการปลูก ต้นหอมได้ถูกต้อง 2 ขั้นตอน โดย มีครูคอยชี้แนะอีก 2 ขั้นตอน -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึง ไม่สามารถพูดอธิบายขั้นตอนการ ปลูกต้นหอมได้หรือครูต้องคอย ช่วยเหลือทุกขั้นตอน
105 แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) ชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา คำชี้แจง : ครูสังเกตพฤติกรรมของเด็กและใส่เครื่องหมาย ตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ชื่อ-นามสกุล เกณฑ์การประเมิน / ระดับคะแนน 1.เด็กมีทักษะการฟัง และสามารถปลูก ต้นหอมได้อย่าง ถูกต้อง 2. เด็กสามารถพูด อธิบายขั้นตอนในการ ปลูกต้นหอมได้ หมายเหตุ 3 2 1 3 2 1 1. เด็กชายอัซมิน สะอิ 2. เด็กชายอิบราฮีม มะลี 3. เด็กชายมุสตากีม มาหามะ 4. เด็กหญิงชีรีน หะมะ 5. เด็กหญิงนูรซอลีฮะห์ มณีหิยา 6. เด็กหญิงนูรฟาติน บาดง 7. เด็กหญิงนูรฮาซีกีน สะตา 8. เด็กหญิงนิอาลิฟา มะลาแย 9. เด็กชายฟาอิซ มอลอ 10. เด็กชายอับดุลเราห์มาน บาเหะ
106 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐานของนักเรียน นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ขั้นปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 4 ชั้นอนุบาลปีที่1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1
107 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก กิจกรรมการเรียนรู้“ดอกไม้กระดาษบานในน้ำ” สาระสำคัญ กิจกรรม “ดอกไม้กระดาษบานในน้ำ” เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กเรียนรู้เรื่องการทดลองวิทยาศาสตร์ ดอกไม้กระดาษบานในน้ำ จากนิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก เด็กจะได้ฝึกทักษะการฟังจากการฟังครูอธิบาย ขั้นตอนในการทดลองดอกไม้กระดาษบานในนน้ำ และเด็กจะได้ฝึกทักษะการพูดอธิบายขั้นตอนในการ ทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำ โดยให้เด็กได้ฟังนิทานที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะการฟังและการ พูดผ่านการทำกิจกรรม จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กมีทักษะการฟังและสามารถทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำได้อย่างถูกต้อง 2. เพื่อให้เด็กสามารถพูดอธิบายขั้นตอนในการทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำได้ สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ การฟัง-พูด และปฏิบัติการทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำ ประสบการณ์สำคัญ -การฟังขั้นตอนในการทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำ -การพูดอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนในการทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำ -การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล วิธีดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. เด็กและครูร่วมกันร้องเพลง “ดอกไม้” โดยครูร้องให้เด็กฟัง 1 เที่ยว จากนั้นให้เด็กร้องตามที ละวรรค พร้อมประกอบท่าทางทีละท่า จากนั้นร่วมกันร้องเพลงพร้อมประกอบท่าทางพร้อมกัน 2. เด็กและครูร่วมกันสร้างข้อตกลงร่วมกันในระหว่างการฟังนิทาน โดยให้เด็กฟังอย่างตั้งใจและมี สมาธิ กิจกรรมที่ 2
108 ขั้นสอน 3. ครูเล่านิทาน “ต้นไม้ที่รัก” ให้เด็กฟัง พร้อมดูภาพประกอบการเล่าเรื่อง เมื่อเล่าจบแล้วครูให้ เด็กตอบคำถาม ดังนี้ “เด็ก ๆ เคยเห็นดอกไม้บานหรือไม่?” “ดอกไม้บานเป็นอย่างไร?” 4. เด็กออกมาพูดเล่าเรื่องประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับการดอกไม้บาน 5. ครูบอกให้เด็กทราบถึงกิจกรรมที่จะเรียนรู้ในวันนี้ (กิจกรรมดอกไม้กระดาษบานในน้ำ) พร้อม แนะนำอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะใช้ในการทดลอง 6. ครูแจก Pattern ดอกไม้ให้เด็กแต่ละคน จากนั้นให้เด็กระบายสีและตัดกระดาษตามรอยรูป ดอกไม้ให้เรียบร้อย เมื่อตัดกระดาษเสร็จแล้ว ให้เด็ก ๆ พับกระดาษตามเส้นที่ครูกำหนดให้ 7. ให้เด็ก ๆ ตั้งสมมติฐานก่อนการทดลอง โดยให้เด็กอาศัยการสังเกต ความรู้และประสบการณ์ เดิม 8. ครูอธิบายพร้อมสาธิตขั้นตอนการทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำ ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ครูนำถาดที่ใส่น้ำแล้วให้เด็ก ๆ นำดอกไม้กระดาษใส่ในถาดที่ครูเตรียมไว้ ขั้นตอนที่ 2 สังเกตดอกไม้กระดาษจะทำการดูดซึมน้ำเข้าไป ทำให้ดอกไม้กระดาษค่อย ๆ บานออก ขั้นตอนที่ 3 ให้เด็ก ๆ สังเกตดอกไม้กระดาษแต่ล่ะครั้งประมาณ 2-3 นาที 9. เด็ก ๆ ปฏิบัติการทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำหลังจากการฟังครูอธิบายขั้นตอนการ ทดลอง ขั้นสรุป 10. เด็กและครูร่วมพูดอธิบายขั้นตอนการทดลอง และร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บ้างและสิ่งที่เด็ก ๆ เห็นเป็นไปตามสมมติฐานที่เด็ก ๆ ตั้งไว้หรือไม่ จากนั้นครูสรุปผลการทดลองให้เด็กฟัง 11. หมดเวลาเด็ก ๆ ช่วยกันเก็บอุปกรณ์เข้าที่ สื่อการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้ สื่อ เพลง “ดอกไม้” นิทานเรื่อง “ต้นไม้ที่รัก” Pattern ดอกไม้กระดาษ แหล่งเรียนรู้ ห้องเรียน
109
110 เกณฑ์การให้คะแนนแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การตัดสิน 1. เด็กมีทักษะการฟังและ สามารถทดลองดอกไม้กระดาษ บานในน้ำได้อย่างถูกต้อง แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง ปฏิบัติตาม ขั้นตอนการทดลองดอกไม้กระดาษ บานในน้ำได้ถูกต้องทั้ง 3 ขั้นตอน -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง ปฏิบัติตามขั้นตอนการทดลอง ดอกไม้กระดาษบานในน้ำได้ถูกต้อง 1-2 ขั้นตอน โดยมีครูคอยชี้แนะ -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึงไม่ สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการ ทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำได้ หรือครูต้องคอยช่วยเหลือทุกขั้นตอน 2. เด็กสามารถพูดอธิบาย ขั้นตอนในการทดลองดอกไม้ กระดาษบานในน้ำได้ แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง พูดอธิบาย ขั้นตอนการทดลองดอกไม้กระดาษ บานในน้ำได้ถูกต้องทั้ง 3 ขั้นตอน -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง พูด อธิบายขั้นตอนการทดลองดอกไม้ กระดาษบานในน้ำได้ถูกต้อง 1-2 ขั้นตอน โดยมีครูคอยชี้แนะ -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึงไม่ สามารถพูดอธิบายขั้นตอนการ ทดลองดอกไม้กระดาษบานในน้ำได้ หรือครูต้องคอยช่วยเหลือทุกขั้นตอน
111 แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) ชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา คำชี้แจง : ครูสังเกตพฤติกรรมของเด็กและใส่เครื่องหมาย ตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ชื่อ-นามสกุล เกณฑ์การประเมิน / ระดับคะแนน 1. เด็กมีทักษะการฟัง และสามารถทดลอง ดอกไม้กระดาษบาน ในน้ำได้อย่างถูกต้อง 2. เด็กสามารถพูด อธิบายขั้นตอนในการ ทดลองดอกไม้ กระดาษบานในน้ำได้ หมายเหตุ 3 2 1 3 2 1 1. เด็กชายอัซมิน สะอิ 2. เด็กชายอิบราฮีม มะลี 3. เด็กชายมุสตากีม มาหามะ 4. เด็กหญิงชีรีน หะมะ 5. เด็กหญิงนูรซอลีฮะห์ มณีหิยา 6. เด็กหญิงนูรฟาติน บาดง 7. เด็กหญิงนูรฮาซีกีน สะตา 8. เด็กหญิงนิอาลิฟา มะลาแย 9. เด็กชายฟาอิซ มอลอ 10. เด็กชายอับดุลเราห์มาน บาเหะ
112 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐานของนักเรียน นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ขั้นปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 4 ชั้นอนุบาลปีที่1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1
113 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก กิจกรรมการเรียนรู้ “เก็บผักกันเถอะ” สาระสำคัญ กิจกรรม “เก็บผักกันเถอะ” เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กเรียนรู้การเล่นเกมการศึกษา เพื่อเป็นการฝึกให้ เด็กนับจำนวนตัวเลข จากนิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก เด็กจะได้ฝึกทักษะการฟังจากการฟังขั้นตอนและกติกา ในการเล่นเกมเก็บผักกันเถอะ และเด็กจะได้ฝึกทักษะการพูดอธิบายการเล่นเกมเก็บผักกันเถอะ โดยให้ เด็กได้ฟังนิทานที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะการฟังและการพูดผ่านการทำกิจกรรม จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กมีทักษะการฟังและสามารถเล่นเกมเก็บผักกันเถอะได้อย่างถูกต้อง 2. เพื่อให้เด็กสามารถพูดอธิบายการเล่นเกมเก็บผักกันเถอะได้ สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ การฟัง-พูด และปฏิบัติการเล่นเกมการศึกษาเก็บผักกันเถอะ ประสบการณ์สำคัญ -การฟังขั้นตอนในเล่นเกมการศึกษาเก็บผักกันเถอะ -การปฏิบัติตามคำแนะนำ -การพูดอธิบายวิธีการเล่นเกมการศึกษาเก็บผักกันเถอะ -การนับและแสดงจำนวนของผัก วิธีดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. เด็กและครูร่วมกันร้องเพลง “เก็บผัก” โดยครูร้องให้เด็กฟัง 1 เที่ยว จากนั้นให้เด็กร้องตามที ละวรรค พร้อมประกอบท่าทางทีละท่า จากนั้นร่วมกันร้องเพลงพร้อมประกอบท่าทางพร้อมกัน 2. เด็กและครูร่วมกันสร้างข้อตกลงร่วมกันในระหว่างการฟังนิทาน โดยให้เด็กฟังอย่างตั้งใจและมี สมาธิ กิจกรรมที่ 3
114 ขั้นสอน 3. ครูเล่านิทาน “ต้นไม้ที่รัก” ให้เด็กฟัง พร้อมดูภาพประกอบการเล่าเรื่อง เมื่อเล่าจบแล้วครูให้ เด็กตอบคำถาม ดังนี้ “เด็ก ๆ เคยเก็บผักเองหรือไม่?” “เด็ก ๆ เคยเก็บผักอะไรบ้าง?” 4. เด็กออกมาพูดเล่าเรื่องประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับการเก็บผัก 5. ครูบอกให้เด็กทราบถึงกิจกรรมที่จะเรียนรู้ในวันนี้ (กิจกรรมเก็บผักกันเถอะ) และสร้าง ข้อตกลงร่วมกัน 6. ครูนำชุดเกมการศึกษา “เก็บผักกันเถอะ” ให้เด็กดู พร้อมแนะนำวัสดุอุปกรณ์แต่ละชนิด ประกอบไปด้วย แปลงผัก ตะกร้า และลูกเต๋า 7. ครูแจกตะกร้าให้เด็กแต่ละคน พร้อมสาธิตวิธีการเล่นเกมเก็บผักกันเถอะ โดยเด็ก ๆ จะต้อง หมุนลูกเต๋าของผักชนิดต่าง ๆ และหมุนลูกเต๋าตามจำนวนตัวเลขที่ได้ จากนั้นนำมาใส่ในตะกร้าของตน จนกว่าจะเต็มตะกร้า 8. เด็ก ๆ ปฏิบัติการเล่นเกมเก็บผักกันเถอะ โดยเมื่อเด็ก ๆ เก็บผักใส่ตะกร้า ให้เด็กนับจำนวน ตัวเลขทุกครั้ง แล้วบอกให้เพื่อนฟังว่าตนได้ผักอะไร และจำนวนเท่าไหร่ 9. เด็กร่วมกันสังเกตว่ามีใครเก็บผักใส่ตะกร้าเต็มแล้วบ้าง ขั้นสรุป 10. เด็กและครูร่วมกันพูดอธิบายการเล่นเกมเก็บผักกันเถอะ และร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ 11. หมดเวลาเด็ก ๆ เก็บเกมการศึกษาเข้าที่ให้เรียบร้อย สื่อการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้ สื่อ เพลง “เก็บผัก” นิทานเรื่อง “ต้นไม้ที่รัก” ชุดเกมการศึกษา “เก็บผักกันเถอะ” แหล่งเรียนรู้ ห้องเรียน
115
116 เกณฑ์การให้คะแนนแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การตัดสิน 1. เด็กมีทักษะการฟังและ สามารถเล่นเกมเก็บผักกันเถอะ ได้อย่างถูกต้อง แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง ปฏิบัติตาม ขั้นตอนในการเล่นเกมเก็บผักกันเถอะ ได้ทุกขั้นตอน -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง ปฏิบัติตามขั้นตอนในการเล่นเกมเก็บ ผักกันเถอะได้บางขั้นตอน โดยมีครู คอยชี้แนะ -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึงไม่ สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนในการเล่น เกมเก็บผักกันเถอะได้หรือครูต้องคอย ช่วยเหลือทุกขั้นตอน 2. เด็กสามารถพูดอธิบายการ เล่นเกมเก็บผักกันเถอะได้ แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง พูดอธิบาย วิธีการเล่นเกมเก็บผักกันเถอะและนับ จำนวนผักที่เก็บเป็นจำนวน 1-10 ได้ -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง พูด อธิบายวิธีการเล่นเกมเก็บผักกันเถอะ และนับจำนวนผักที่เก็บเป็นจำนวน 1-10 ได้โดยมีครูคอยชี้แนะ -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึง ไม่ สามารถพูดอธิบายวิธีการเล่นเกมเก็บ ผักกันเถอะและไม่สามารถนับจำนวน ตัวเลขได้หรือครูต้องคอยช่วยเหลือทุก ขั้นตอน
117 แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) ชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา คำชี้แจง : ครูสังเกตพฤติกรรมของเด็กและใส่เครื่องหมาย ตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ชื่อ-นามสกุล เกณฑ์การประเมิน / ระดับคะแนน 1. เด็กมีทักษะการฟัง และสามารถเล่นเกม เก็บผักกันเถอะได้ อย่างถูกต้อง 2. เด็กสามารถพูด อธิบายการเล่นเกม เก็บผักกันเถอะได้ หมายเหตุ 3 2 1 3 2 1 1. เด็กชายอัซมิน สะอิ 2. เด็กชายอิบราฮีม มะลี 3. เด็กชายมุสตากีม มาหามะ 4. เด็กหญิงชีรีน หะมะ 5. เด็กหญิงนูรซอลีฮะห์ มณีหิยา 6. เด็กหญิงนูรฟาติน บาดง 7. เด็กหญิงนูรฮาซีกีน สะตา 8. เด็กหญิงนิอาลิฟา มะลาแย 9. เด็กชายฟาอิซ มอลอ 10. เด็กชายอับดุลเราห์มาน บาเหะ
118 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐานของนักเรียน นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ขั้นปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 4 ชั้นอนุบาลปีที่1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1
119 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก กิจกรรมการเรียนรู้ “ตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติ” สาระสำคัญ กิจกรรม “ตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติ” เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้การนำเศษวัสดุ ธรรมชาติมาตกแต่งให้สวยงาม จากนิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก เด็กจะได้ฝึกทักษะการฟังจากการฟังขั้นตอน การปฏิบัติกิจกรรมตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติและเด็กจะได้ฝึกทักษะการพูดอธิบายเกี่ยวกับ ผลงานจากการตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติ โดยให้เด็กได้ฟังนิทานที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อพัฒนา ทักษะการฟังและการพูดผ่านการทำกิจกรรม จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กมีทักษะการฟังและสามารถตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติได้อย่างถูกต้อง 2. เพื่อให้เด็กสามารถพูดอธิบายเกี่ยวกับผลงานจากการตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติได้ สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ การฟัง-พูด และปฏิบัติการตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติ ประสบการณ์สำคัญ -การฟังขั้นตอนในการปฏิบัติกิจกรรมตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติ -การปฏิบัติตามคำแนะนำ -การพูดอธิบายผลงานจากการตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติ -การใช้วัสดุและสิ่งของเครื่องใช้อย่างคุ้มค่า วิธีดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. ครูให้เด็กเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอยู่กับที่และเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ บริเวณอย่างอิสระ ตามจังหวะ เมื่อได้ยินเสียงเคาะจังหวะหยุด ให้ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว 2. เด็กและครูร่วมกันสร้างข้อตกลงร่วมกันในระหว่างการฟังนิทาน โดยให้เด็กฟังอย่างตั้งใจและมี สมาธิ กิจกรรมที่ 4
120 ขั้นสอน 3. ครูเล่านิทาน “ต้นไม้ที่รัก” ให้เด็กฟัง พร้อมดูภาพประกอบการเล่าเรื่อง เมื่อเล่าจบแล้วครูให้ เด็กตอบคำถาม ดังนี้ “เด็ก ๆ รู้จักวัสดุธรรมชาติอะไรบ้าง?” “เด็ก ๆ คิดว่าเศษวัสดุธรรมชาติ สามารถทำอะไรได้บ้าง?” 4. เด็กออกมาพูดเล่าเรื่องประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับเศษวัสดุธรรมชาติ 5. ครูบอกให้เด็กทราบถึงกิจกรรมที่จะเรียนรู้ในวันนี้ (กิจกรรมตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุ ธรรมชาติ) และสร้างข้อตกลงร่วมกัน 6. ครูแจกกรอบรูปต้นไม้ให้เด็กแต่ละคน พร้อมให้เด็กฉีกปะในส่วนของลำต้นให้สวยงาม 7. ครูพาเด็กออกไปสำรวจบริเวณนอกห้องเรียน เพื่อให้เด็กสังเกตบริเวณโรงเรียนว่ามีเศษวัสดุ ธรรมชาติอะไรบ้าง 8. เด็กฟังขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติโดยครูตั้งกฎเกณฑ์ใน การหาวัสดุธรรมชาติในการแปะเป็นต้นไม้ คือ ให้เด็กหาเศษวัสดุธรรมชาติ ที่หล่นจากต้นไม้ หรือ ใบไม้ที่ แห้งแล้ว โดยไม่มีการทำลายธรรมชาติ 9. เด็กที่ทำกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ให้เข้าห้องเพื่อเตรียมการนำเสนอผลงานของตนเอง ขั้นสรุป 10. ให้เด็กแต่ละคนออกมาพูดอธิบายผลงานของตนเองที่เกี่ยวกับการตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุ ธรรมชาติ 11. เด็กและครูร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในการทำกิจกรรมตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติ สื่อการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้ สื่อ กรอบรูปต้นไม้ เศษวัสดุธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ บริเวณโรงเรียน
121
122 เกณฑ์การให้คะแนนแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การตัดสิน 1. เด็กมีทักษะการฟังและ สามารถตกแต่งต้นไม้จาก เศษวัสดุธรรมชาติได้อย่าง ถูกต้อง แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง ปฏิบัติกิจกรรม ตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุธรรมชาติได้ ทุกขั้นตอน -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง ปฏิบัติ กิจกรรมตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุ ธรรมชาติได้บางขั้นตอน โดยมีครูคอย ชี้แนะ -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึงไม่ สามารถปฏิบัติกิจกรรมตกแต่งต้นไม้ จากเศษวัสดุธรรมชาติได้หรือครูต้อง คอยช่วยเหลือทุกขั้นตอน 2. เด็กสามารถพูดอธิบาย เกี่ยวกับผลงานจากการ ตกแต่งต้นไม้จากเศษวัสดุ ธรรมชาติได้ แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง พูดอธิบาย เกี่ยวกับสิ่งที่ตนนำมาใช้ประโยชน์ในการ ตกแต่งต้นไม้ได้ทุกขั้นตอน -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง พูด อธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่ตนนำมาใช้ ประโยชน์ในการตกแต่งต้นไม้ได้บาง ขั้นตอนโดยมีครูคอยชี้แนะ -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึง ไม่ สามารถพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่ตน นำมาใช้ประโยชน์ในการตกแต่งต้นไม้ได้ หรือครูต้องคอยช่วยเหลือทุกขั้นตอน
123 แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) ชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา คำชี้แจง : ครูสังเกตพฤติกรรมของเด็กและใส่เครื่องหมาย ตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ชื่อ-นามสกุล เกณฑ์การประเมิน / ระดับคะแนน 1. เด็กมีทักษะการฟัง และสามารถตกแต่ง ต้นไม้จากเศษวัสดุ ธรรมชาติได้อย่าง ถูกต้อง 2. เด็กสามารถพูด อธิบายเกี่ยวกับผลงาน จากการตกแต่งต้นไม้ จากเศษวัสดุธรรมชาติ ได้ หมายเหตุ 3 2 1 3 2 1 1. เด็กชายอัซมิน สะอิ 2. เด็กชายอิบราฮีม มะลี 3. เด็กชายมุสตากีม มาหามะ 4. เด็กหญิงชีรีน หะมะ 5. เด็กหญิงนูรซอลีฮะห์ มณีหิยา 6. เด็กหญิงนูรฟาติน บาดง 7. เด็กหญิงนูรฮาซีกีน สะตา 8. เด็กหญิงนิอาลิฟา มะลาแย 9. เด็กชายฟาอิซ มอลอ 10. เด็กชายอับดุลเราห์มาน บาเหะ
124 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐานของนักเรียน นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ขั้นปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 4 ชั้นอนุบาลปีที่1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1
125 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก กิจกรรมการเรียนรู้ “ทานตะวันดุ๊กดิ๊ก” สาระสำคัญ กิจกรรม “ทานตะวันดุ๊กดิ๊ก” เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้การประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊กดิ๊กจาก แก้วน้ำกระดาษ จากนิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก เด็กจะได้ฝึกทักษะการฟังขั้นตอนในการประดิษฐ์ทานตะวัน ดุ๊กดิ๊ก และเด็กจะได้ฝึกทักษะการพูดอธิบายขั้นตอนในการประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊กดิ๊ก โดยให้เด็กได้ฟัง นิทานที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะการฟังและการพูดผ่านการทำกิจกรรม จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กมีทักษะการฟังและสามารถประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊กดิ๊กได้อย่างถูกต้อง 2. เพื่อให้เด็กสามารถพูดอธิบายขั้นตอนในการประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊กดิ๊กได้ สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ การฟัง-พูด และปฏิบัติการประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊กดิ๊ก ประสบการณ์สำคัญ -การฟังขั้นตอนในการประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊กดิ๊ก -การปฏิบัติตามคำแนะนำ -การพูดอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนในการประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊กดิ๊ก วิธีดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. ครูให้เด็กเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอยู่กับที่และเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ บริเวณอย่างอิสระ ตามจังหวะ เมื่อได้ยินเสียงเคาะจังหวะหยุด ให้ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว 2. เด็กและครูร่วมกันสร้างข้อตกลงร่วมกันในระหว่างการฟังนิทาน โดยให้เด็กฟังอย่างตั้งใจและมี สมาธิ กิจกรรมที่ 5
126 ขั้นสอน 3. ครูเล่านิทาน “ต้นไม้ที่รัก” ให้เด็กฟัง พร้อมดูภาพประกอบการเล่าเรื่อง เมื่อเล่าจบแล้วครูให้ เด็กตอบคำถาม ดังนี้“เด็ก ๆ รู้จักดอกทานตะวันหรือไม่? “ดอกทานตะวันมีลักษณะอย่างไร? 4. เด็กออกมาพูดเล่าเรื่องประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับดอกทานตะวัน 5. ครูบอกให้เด็กทราบถึงกิจกรรมที่จะเรียนรู้ในวันนี้ (กิจกรรมทานตะวันดุ๊กดิ๊ก) และสร้าง ข้อตกลงร่วมกัน 6. ครูแจกแก้วกระดาษ ที่ครูได้เจาะรูไว้แล้ว และแจกหลอดให้กับเด็กแต่ละคน จำนวน 3 หลอด 7. ครูให้ใบงานกับเด็ก คือ รูปดอกไม้ จากนั้นให้เด็กระบายสีให้สวยงามตามใจชอบ และนำมาตัด กระดาษตามรูปดอกไม้ที่ครูกำหนดให้ 8. ครูอธิบายและสาธิตขั้นตอนในการประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊กดิ๊ก ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ตัดส่วนเกินของหลอด จำนวน 2 หลอด (โดยมีครูคอยดูแลควบคุมและชี้แนะ อย่างใกล้ชิด) ขั้นตอนที่ 2 นำหลอดที่ตัดเป็นส่วนเกินติดด้วยสกอตเทปเป็นจำนวน 3 หลอดให้ติดกัน โดยให้หลอดที่มีความยาวหรือหลอดที่ไม่ได้ตัดออกอยู่ตรงกลาง ขั้นตอนที่ 3 นำหลอดไปใส่ไว้ตามรูที่ครูได้เจาะไว้ ขั้นตอนที่ 4 นำดอกไม้ที่เด็กระบายสีมาแปะที่หัวหลอดที่อยู่ตรงกลาง จากนั้นนำอุปกรณ์ มาตกแต่งให้สวยงาม แล้วให้เด็กลองเล่นได้ 9. เด็กร่วมกันเล่นกิจกรรมทานตะวันดุ๊กดิ๊ก ขั้นสรุป 10. เด็กร่วมกันพูดอธิบายขั้นตอนการประดิษฐ์และร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในการทำกิจกรรม ทานตะวันดุ๊กดิ๊ก 11. หมดเวลาเด็ก ๆ เก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย สื่อการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้ สื่อ ใบงาน ดอกไม้ แก้วกระดาษ หลอด
127 แหล่งเรียนรู้ ห้องเรียน
128 เกณฑ์การให้คะแนนแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง ต้นไม้ที่รัก วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การตัดสิน 1. เด็กมีทักษะการฟังและ สามารถประดิษฐ์ ทานตะวันดุ๊กดิ๊กได้อย่าง ถูกต้อง แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง ปฏิบัติตาม ขั้นตอนการประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊กดิ๊กได้ ถูกต้องทั้ง 4 ขั้นตอน -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง ปฏิบัติ ตามขั้นตอนการประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊ กดิ๊กได้ถูกต้อง 2 ขั้นตอน โดยมีครูคอย ชี้แนะอีก 2 ขั้นตอน -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึง ไม่ สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการประดิษฐ์ ทานตะวันดุ๊กดิ๊กได้หรือครูต้องคอย ช่วยเหลือทุกขั้นตอน 2. เด็กสามารถพูดอธิบาย ขั้นตอนในการประดิษฐ์ ทานตะวันดุ๊กดิ๊กได้ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับ 3 = ดี หมายถึง พูดอธิบาย ขั้นตอนการประดิษฐ์ทานตะวัน ดุ๊กดิ๊กได้ถูกต้องทั้ง 4 ขั้นตอน -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง พูด อธิบายขั้นตอนการประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊ กดิ๊กได้ถูกต้อง 2 ขั้นตอน โดยมีครูคอย ชี้แนะอีก 2 ขั้นตอน -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึง ไม่ สามารถพูดอธิบายขั้นตอนการประดิษฐ์ ทานตะวันดุ๊กดิ๊กได้หรือครูต้องคอย ช่วยเหลือทุกขั้นตอน
129 แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) ชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา คำชี้แจง : ครูสังเกตพฤติกรรมของเด็กและใส่เครื่องหมาย ตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ชื่อ-นามสกุล เกณฑ์การประเมิน / ระดับคะแนน 1. เด็กมีทักษะการฟัง และสามารถประดิษฐ์ ทานตะวันดุ๊กดิ๊กได้ อย่างถูกต้องประดิษฐ์ 2. เด็กสามารถพูด อธิบายขั้นตอนในการ ประดิษฐ์ทานตะวันดุ๊ กดิ๊กได้ หมายเหตุ 3 2 1 3 2 1 1. เด็กชายอัซมิน สะอิ 2. เด็กชายอิบราฮีม มะลี 3. เด็กชายมุสตากีม มาหามะ 4. เด็กหญิงชีรีน หะมะ 5. เด็กหญิงนูรซอลีฮะห์ มณีหิยา 6. เด็กหญิงนูรฟาติน บาดง 7. เด็กหญิงนูรฮาซีกีน สะตา 8. เด็กหญิงนิอาลิฟา มะลาแย 9. เด็กชายฟาอิซ มอลอ 10. เด็กชายอับดุลเราห์มาน บาเหะ
130 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐานของนักเรียน นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ขั้นปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 4 ชั้นอนุบาลปีที่1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1
131 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง สัตว์น่ารัก กิจกรรมการเรียนรู้ “หน้ากากสัตว์น่ารัก” สาระสำคัญ กิจกรรม “หน้ากากสัตว์น่ารัก” เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้การทำหน้ากากสัตว์ต่าง ๆ เพื่อ แสดงบทบาทสมมติ จากนิทานเรื่อง สัตว์น่ารัก เด็กจะได้ฝึกทักษะการฟังจากการฟังครูเล่านิทาน และเด็ก จะได้ฝึกทักษะการพูดในการแสดงบทบาทสมมุติ โดยให้เด็กได้ฟังนิทานที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะ การฟังและการพูดผ่านการทำกิจกรรม จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กมีทักษะการฟังและสามารถทำหน้ากากสัตว์น่ารักได้อย่างถูกต้อง 2. เพื่อให้เด็กสามารถพูดแสดงบทบาทสมมติได้ สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ การฟัง-พูด และปฏิบัติการแสดงบทบาทสมมติ ประสบการณ์สำคัญ -การฟังนิทานเรื่องสัตว์น่ารัก -การพูดแสดงความรู้สึกของตนเอง -การเล่นบทบาทสมมติเกี่ยวกับสัตว์น่ารัก วิธีดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. เด็กและครูร่วมกันร้องเพลง “สัตว์เลี้ยง” โดยครูร้องให้เด็กฟัง 1 เที่ยว จากนั้นให้เด็กร้องตาม ทีละวรรค พร้อมประกอบท่าทางทีละท่า จากนั้นร่วมกันร้องเพลงพร้อมประกอบท่าทางพร้อมกัน 2. เด็กและครูร่วมกันสร้างข้อตกลงร่วมกันในระหว่างการฟังนิทาน โดยให้เด็กฟังอย่างตั้งใจและมี สมาธิ กิจกรรมที่ 6
132 ขั้นสอน 3. ครูเล่านิทาน “สัตว์น่ารัก” ให้เด็กฟัง พร้อมดูภาพประกอบการเล่าเรื่อง เมื่อเล่าจบแล้วครูให้ เด็กตอบคำถาม ดังนี้ “เด็ก ๆ ชอบตัวละครใดในนิทานบ้าง? “ถ้าครูให้เด็ก ๆ เลือกเป็นสัตว์ในนิทานได้ เด็ก ๆ อยากเป็นสัตว์อะไร?” 4. เด็กออกมาพูดเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวละครในนิทานและพูดเกี่ยวกับสัตว์ที่ตนเองชื่นชอบและ อยากจะเป็น 5. ครูบอกให้เด็กทราบถึงกิจกรรมที่จะเรียนรู้ในวันนี้ (กิจกรรมหน้ากากสัตว์น่ารัก) พร้อมแจกใบ งานหน้ากากสัตว์จากสิ่งที่เด็กชื่นชอบและอยากจะเป็น จากนั้นให้เด็กระบายสีให้สวยงาม 6. ตัดกระดาษเพื่อทำเป็นหน้ากากสัตว์ โดยเจาะรูบริเวณที่เป็นตาและปาก จากนั้นครูนำมา เคลือบเพื่อเป็นหน้ากากสัตว์ที่สมบูรณ์ 7. แบ่งกลุ่มเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ให้ร่วมกันแสดงบทบาทสมมติในนิทานเรื่อง สัตว์น่ารักโดยใช้หน้ากากสัตว์ที่ตนเองชื่นชอบ 8. เด็ก ๆ ร่วมกันแสดงบทบาทสมมติตามตัวละครที่เด็กชื่นชอบ และมีการสลับตัวละครเพื่อให้ เด็กได้แสดงบทบาทสมมติเป็นสัตว์อื่น ๆ ขั้นสรุป 9. เด็กและครูร่วมกันสรุปถึงการแสดงบทบาทสมมติในนิทานเรื่อง สัตว์น่ารัก 10. หมดเวลาเด็ก ๆ เก็บอุปกรณ์และทำความสะอาด สื่อการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้ สื่อ เพลง “สัตว์เลี้ยง” นิทานเรื่อง “สัตว์น่ารัก” หน้ากากสัตว์น่ารัก แหล่งเรียนรู้ ห้องเรียน
133
134 เกณฑ์การให้คะแนนแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง สัตว์น่ารัก วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การตัดสิน 1.เด็กมีทักษะการฟังและ สามารถทำหน้ากากสัตว์น่ารักได้ อย่างถูกต้อง แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง ฟังนิทาน เรื่องสัตว์น่ารักได้จนจบ และ สามารถทำหน้ากากสัตว์น่ารักได้ ด้วยตนเอง -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง ฟังนิทานเรื่องสัตว์น่ารักได้เพียง บางตอน และสามารถทำหน้ากาก สัตว์น่ารักได้ โดยมีครูคอยชี้แนะ เล็กน้อย -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึง ฟังนิทานเรื่องสัตว์น่ารักได้เพียง บางตอน โดยมีครูคอยควบคุม และสามารถทำหน้ากากสัตว์น่ารัก ได้ โดยมีครูคอยชี้แนะเป็นส่วน ใหญ่ 2. เด็กสามารถพูดแสดงบทบาท สมมติได้ แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับ 3 = ดี หมายถึง พูดแสดง บทบาทสมมติเป็นภาษาไทย -ระดับ 2 = ปานกลาง หมายถึง พูดแสดงบทบาทสมมติเป็น ภาษาไทยร่วมกับภาษาถิ่น -ระดับ 1 = ควรส่งเสริม หมายถึง พูดแสดงบทบาทสมมติเป็นภาษา ถิ่น
135 แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม (ระหว่างการจัดกิจกรรม) ชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา คำชี้แจง : ครูสังเกตพฤติกรรมของเด็กและใส่เครื่องหมาย ตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ชื่อ-นามสกุล เกณฑ์การประเมิน / ระดับคะแนน 1.เด็กมีทักษะการฟัง และสามารถทำ หน้ากากสัตว์น่ารักได้ อย่างถูกต้อง 2. เด็กสามารถพูด แสดงบทบาทสมมติได้ หมายเหตุ 3 2 1 3 2 1 1. เด็กชายอัซมิน สะอิ 2. เด็กชายอิบราฮีม มะลี 3. เด็กชายมุสตากีม มาหามะ 4. เด็กหญิงชีรีน หะมะ 5. เด็กหญิงนูรซอลีฮะห์ มณีหิยา 6. เด็กหญิงนูรฟาติน บาดง 7. เด็กหญิงนูรฮาซีกีน สะตา 8. เด็กหญิงนิอาลิฟา มะลาแย 9. เด็กชายฟาอิซ มอลอ 10. เด็กชายอับดุลเราห์มาน บาเหะ
136 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐานของนักเรียน นางสาวนูรอัยนีซาปูรา มาหามะ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ขั้นปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 4 ชั้นอนุบาลปีที่1 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1
137 แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด โดยใช้กิจกรรมนิทานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านสาคอ จังหวัดยะลา นิทานเรื่อง สัตว์น่ารัก กิจกรรมการเรียนรู้ “บ้านของแพนกวิน” สาระสำคัญ กิจกรรม “บ้านของแพนกวิน” เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้การประดิษฐ์แพนกวิน จากนิทาน เรื่อง สัตว์น่ารัก เด็กจะได้ฝึกทักษะการฟังขั้นตอนในการประดิษฐ์บ้านของแพนกวิน และเด็กจะได้ฝึก ทักษะการพูดอธิบายขั้นตอนในการประดิษฐ์บ้านของแพนกวิน โดยให้เด็กได้ฟังนิทานที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อ พัฒนาทักษะการฟังและการพูดผ่านการทำกิจกรรม จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กมีทักษะการฟังและสามารถประดิษฐ์บ้านของแพนกวินได้อย่างถูกต้อง 2. เพื่อให้เด็กสามารถพูดอธิบายขั้นตอนในการประดิษฐ์บ้านของแพนกวินได้ สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ การฟัง-พูด และปฏิบัติการประดิษฐ์บ้านของแพนกวิน ประสบการณ์สำคัญ -การฟังขั้นตอนในการประดิษฐ์บ้านของแพนกวิน -การปฏิบัติตามคำแนะนำ -การพูดอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนในการประดิษฐ์บ้านของแพนกวิน วิธีดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. เด็กปฏิบัติกิจกรรมแบบไม่เคลื่อนที่ เช่น ตบมือ ผงกศีรษะ บิดตัวไปทางซ้าย – ขวา ฯลฯ และ แบบ เคลื่อนที่ เช่น วิ่งเร็ว-ช้า กระโดดไปข้างหน้า-ข้างหลัง ฯลฯ ประกอบจังหวะที่ครูเคาะ และเมื่อได้ยิน สัญญาณหยุด ให้หยุดเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที 2. เด็กและครูร่วมกันสร้างข้อตกลงร่วมกันในระหว่างการฟังนิทาน โดยให้เด็กฟังอย่างตั้งใจและมี สมาธิ กิจกรรมที่ 7