หลกั สูตรสถานศึกษา
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
(ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๓)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0)
โรงเรียนบา้ นหนองหญ้าปล้อง (อดุ มวนา)
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเพชรบรุ ี เขต 1
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
1
ก
คำนำ
หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา) พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้จัดทาข้ึนตามแนวทางที่กาหนด
ไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และ
เป็นไปตามมาตรา 27 วรรคสอง แหง่ พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ซึ่งกาหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่จัดทาสาระของหลักสูตรสถานศึกษาตาม
หลกั การ จดุ หมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานกาหนด เพ่ือตอบสนองต่อความต้องการใน
สว่ นท่ีเกยี่ วกับสภาพปัญหาในชุมชนและสงั คม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ เพื่อให้เยาวชน
เป็นสมาชกิ ทดี่ ขี องครอบครวั ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
สาระการเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา)
พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2560)ฉบบั น้ี ประกอบด้วย ความสาคัญ คุณภาพผู้เรียน โครงสร้างเวลาเรียน สาระมาตรฐานการเรียนรู้
ตวั ชี้วัดรายปี คาอธิบายรายวชิ า การจัดหนว่ ยการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ การวัดและประเมินผล
การเรยี นรู้ สอื่ การเรยี น แหลง่ เรยี นรู้ ซ่งึ ทางโรงเรยี นไดก้ าหนดไวใ้ นสาระการเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ในหลักสูตรโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ฉบับนี้ เพ่ือให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้องได้เข้าใจ และ
สามารถนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกต้องและบรรลุผลตามทีต่ ้องการ
สาระการเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา)
พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2560) ฉบับนี้ สาเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็ด้วยความร่วมมือจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานของ
โรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียน คณะครูและผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนท่ีมีส่วนร่วมดาเนินการ ทาง
โรงเรียนจึงขอขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสน้ี
ผู้จัดทำ
ก
สำรบญั
คำนำ หน้ำ
สำรบญั ก
สว่ นที่ ๑ ควำมนำ .......................................................................................... ข
๑
กจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รียน...................................................................... ๖
สว่ นท่ี ๒ โครงสร้ำงกิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี นและเวลำเรยี น............................. ๑๑
12
กจิ กรรมแนะแนว............................................................................. 41
การจัดกจิ กรรมนกั เรียน................................................................... 43
69
กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี....................................................... 73
กิจกรรมชุมนมุ ........................................................................ ๘๓
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์……………………………….. ๘๘
สว่ นที่ ๓ กำรวดั ผลและประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้กิจกรรมพฒั นำผู้เรยี น.......... ๘๙
ภำคผนวก......................................................................................... ๙๒
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมกำรจัดทำหลกั สูตร.......................................
คณะผูจ้ ดั ทำ.....................................................................................
ข
๑
สว่ นที่ ๑
ความนา
กระทรวงศึกษำธิกำรได้ประกำศใช้มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณติ ศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ และสำระภมู ศิ ำสตรใ์ นกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ ตำมคำสั่ง
กระทรวงศึกษำธิกำรท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหำคม ๒๕๖๐ และคำสั่งสำนักงำนคณะกรรมกำร
กำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำนท่ี ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๕ มกรำคม ๒๕๖๑ ให้เปล่ียนแปลงมำตรฐำนกำรเรียนรู้และ
ตัวชี้วัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์และวิทยำศำสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) และมีคำส่ังให้
โรงเรยี นใชห้ ลกั สูตรในปีกำรศึกษำ ๒๕๖๑ ในชั้นประถมศึกษำปีที่ ๑ และ ๔ ต้ังแต่ปีกำรศึกษำ ๒๕๖๑ โดย
ใหเ้ ปน็ หลักสูตรแกนกลำงของประเทศ ทั้งน้ี ไดก้ ำหนดจุดหมำยและมำตรฐำนกำรเรียนรู้เป็นเป้ำหมำยและ
กรอบทศิ ทำงในกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียน ให้เต็มตำมศักยภำพ มีคุณภำพ และมีทักษะกำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี
๒๑ เพื่อใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบำยและเป้ำหมำยของสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพื้นฐำน
โรงเรียนบ้ำนหนองหญ้ำปล้อง(อุดมวนำ) จึงได้ทำกำรปรับปรุงหลักสูตรสถำนศึกษำ พุทธศักรำช
๒๕๖๓(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนพุทธศักรำช ๒๕๕๑ ในกลุ่ม
สำระกำรเรียนรูค้ ณติ ศำสตร์ วิทยำศำสตร์ และสำระภูมิศำสตร์ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ
และวัฒนธรรม เพื่อนำไปใช้เป็นกรอบใน กำรวำงแผนและพัฒนำหลักสูตรของสถำนศึกษำ ตลอดจนกำร
จัดกำรเรยี นกำรสอน ท่ีมีเป้ำหมำยในกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียน มีกระบวนกำรนำหลักสูตรไปสู่กำรปฏิบัติ
โดยมีกำรกำหนดวสิ ยั ทศั น์ จดุ หมำย สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มำตรฐำน
กำรเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้ำงเวลำเรียน ตลอดจนเกณฑ์กำรวัดและประเมินผลให้มีควำมสอดคล้องกับ
มำตรฐำนกำรเรียนรู้ เปิดโอกำสให้โรงเรียนสำมำรถกำหนดทิศทำงในกำรจัดทำหลักสูตร กำรเรียนกำรสอนในแต่ละ
ระดับตำมควำมพร้อมและจุดเน้น มีกรอบแกนกลำงเป็นแนวทำงที่ชัดเจนเพื่อตอบสนอง นโยบำยไทยแลนด์ ๔.๐
มีควำมพรอ้ มในกำรกำ้ วสู่สงั คมคุณภำพ มคี วำมรอู้ ยำ่ งแทจ้ รงิ และมที ักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้และตัวช้ีวดั ทกี่ ำหนดไวใ้ นเอกสำรนี้ จะทำให้หน่วยงำนท่ีเก่ียวข้องในทุกระดับ
เห็นผลคำดหวงั ทีต่ อ้ งกำรในกำรพัฒนำกำรเรียนรูข้ องผเู้ รียนอย่ำงชัดเจนตลอดแนว และจะสำมำรถช่วยให้
หน่วยงำนท่ีเกีย่ วข้องในระดบั ทอ้ งถนิ่ และสถำนศึกษำรว่ มกันพัฒนำหลกั สูตรได้อย่ำงม่ันใจ ทำให้กำรจัดทำ
หลักสตู รในระดบั สถำนศกึ ษำมคี ุณภำพและเปน็ เอกภำพย่ิงขนึ้ อีกทั้งยังชว่ ยใหเ้ กิดควำมชัดเจนเร่ืองกำรวัด
และประเมินผลกำรเรียนรู้ ช่วยแก้ปัญหำกำรเทียบโอนระหว่ำงสถำนศึกษำ สอดคล้องกับหลักกำรพัฒนำ
หลกั สตู รในทกุ ระดับต้ังแตร่ ะดบั ชำติจนกระทงั่ ถึงสถำนศึกษำ ซ่ึงจะต้องสะท้อนคุณภำพตำมมำตรฐำนกำร
เรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทำงใน กำร
จดั กำรศกึ ษำทุกรูปแบบ และครอบคลุมผู้เรยี นทุกกลุ่มเปำ้ หมำยในระดบั กำรศกึ ษำขัน้ พน้ื ฐำน
กำรจัดหลักสูตรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนจะประสบควำมสำเร็จตำมเป้ำหมำยท่ีคำดหวังได้ ทุกฝ่ำยที่
เก่ียวข้องทง้ั ระดบั ชำติ ชมุ ชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทำงำนอย่ำงเป็นระบบ
และต่อเน่ืองในกำรวำงแผนดำเนินกำร ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนำ
เยำวชนของชำติไปสคู่ ุณภำพตำมมำตรฐำนกำรเรยี นร้ทู ี่กำหนดไว้
๑
วสิ ัยทัศนห์ ลักสตู รสถำนศกึ ษำ
หลักสูตรโรงเรียนบ้ำนหนองหญ้ำปล้อง(อุดมวนำ) พุทธศักรำช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้นั พนื้ ฐำน พุทธศกั รำช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนำผู้เรียน
ทุกคนเป็นบุคคลแห่งกำรเรียนรู้ สู่มำตรฐำนสำกลและเป็นมนุษย์ท่ีมีควำมสมดุลท้ังร่ำงกำย ควำมรู้คู่
คุณธรรม มีควำมเป็นผู้นำของสังคม มีจติ สำนกึ ในควำมเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใช้หลักปรัชญำ
ของเศรษฐกิจพอเพียงยึดม่ันในกำรปกครองตำมระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์เป็นประมุข
มีควำมรู้และทกั ษะพน้ื ฐำน สำมำรถใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีรวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อกำรศึกษำในกำร
ประกอบอำชีพและกำรศกึ ษำตลอดชีวติ โดยมงุ่ เน้นผู้เรยี น เป็นสำคัญบนพื้นฐำนควำมเชื่อว่ำทุกคนสำมำรถ
เรียนร้แู ละพัฒนำตนเองไดเ้ ต็มตำมศกั ยภำพ
เปำ้ ประสงคห์ ลักสตู ร (Corporate objective)
๑. เพื่อใหผ้ เู้ รียนทุกคนไดร้ ับกำรปลูกฝงั คณุ ธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีกำร
พฒั นำเต็มตำมศักยภำพ มที กั ษะชีวติ มีสุขภำพกำยและสขุ ภำพจติ ดี นำหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำ
เปน็ แนวทำงกำรดำเนนิ ชวี ติ เปน็ ผ้นู ำท่ีดีของสังคมและมีควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี เพื่อกำรเรียนรู้
และกำรสื่อสำรอย่ำงหลำกหลำย ผู้เรยี นมีศกั ยภำพเปน็ พลโลก (Worid Citizen)
๒. เพอ่ื ให้สถำนศึกษำมรี ะบบกำรบรหิ ำรและจัดกำรศึกษำด้วยระบบคุณภำพ (Quality System
Management) เพ่อื รองรบั กำรกระจำยอำนำจอย่ำงทั่วถึง
๓. เพื่อให้บคุ ลำกรทุกคนมีทกั ษะวชิ ำชีพในกำรพฒั นำกำรเรียนกำรสอนและใช้นวัตกรรม
เทคโนโลยที ่ีทนั สมยั ยกระดับกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนเทียบเคียงมำตรฐำนสำกล (Worle Class
standard)
๔. เพ่ือใหก้ ำรใช้งบประมำณและทรพั ยำกรของทุกหน่วยงำนเป็นไปตำมเปำ้ หมำยไดอ้ ย่ำงมี
ประสทิ ธภิ ำพและประสิทธผิ ลสูงสุด
วิสยั ทัศน์โรงเรียน
โรงเรียนบ้ำนหนองหญ้ำปล้อง(อุดมวนำ) “มุ่งมั่นพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำอย่ำงมีคุณภำพสู่
มำตรฐำนสำกล โดยควำมรว่ มมือของทกุ ภำคสว่ น เปน็ โรงเรียนดใี กลบ้ ำ้ น”
พันธกิจ
๑. ปฏริ ปู กำรเรียนกำรสอนเพ่อื ยกระดับผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียนให้สงู ข้นึ
๒. เสรมิ สร้ำงควำมเปน็ เลศิ ด้วยส่อื อุปกรณก์ ำรเรียนกำรสอน
๓. สร้ำงควำมเข้มแข็งเครอื ข่ำยแหล่งเรยี นรู้
๔. เสรมิ สร้ำงประสิทธภิ ำพกำรใช้อำคำรสถำนที่ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สดุ
๕. พฒั นำบคุ ลำกรใหม้ ีสมรรถนะควำมรูค้ วำมสมำรถในกำรจัดกำรเรยี นกำรสอน
๖. จัดหำสื่อเทคโนโลยที ำงกำรเรียนกำรสอนใหเ้ พียงพอ
๗. พฒั นำขุมกำลงั วชิ ำกำรจำกปรำชญช์ ำวบำ้ นภมู ปิ ัญญำท้องถิน่ และต้นแบบทดี่ ีจำกชมุ ชน
๒
๘. เปิดโอกำสใหช้ ุมชนรว่ มระดมทรพั ยำกรทำงกำรศึกษำท้งั ด้ำนคน อำคำรสถำนท่ี งบประมำณ
วชิ ำกำร
เป้ำประสงค์
ประชำกรในวยั เรยี นได้เรยี นครบทกุ คนอย่ำงมคี ณุ ภำพ ครแู ละบคุ ลำกรมีศกั ยภำพ โรงเรยี นมี
มำตรฐำน พอ่ แมผ่ ู้ปกครองและชมุ ชนมคี วำมพงึ พอใจ
อัตลักษณข์ องนกั เรียน
ไหว้งำมอย่ำงไทย
เอกลกั ษณ์ของสถำนศึกษำ
รกั สะอำด มำรยำทดี มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ในกำรพฒั นำผูเ้ รียนตำมหลักสูตรโรงเรียนบำ้ นหนองหญ้ำปลอ้ ง(อดุ มวนำ) พุทธศักรำช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนำผู้เรียนให้มี
คุณภำพตำมมำตรฐำนที่กำหนด ซ่ึงจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ดังน้ี
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
หลกั สตู รโรงเรียนบ้ำนหนองหญ้ำปล้อง(อุดมวนำ) พุทธศักรำช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐)
มุ่งใหผ้ ู้เรยี นเกิดสมรรถนะสำคญั ๕ ประกำร ดังนี้
๑. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร เป็นควำมสำมำรถในกำรรับและส่งสำร มีวัฒนธรรมในกำรใช้
ภำษำถำ่ ยทอดควำมคิด ควำมรคู้ วำมเข้ำใจ ควำมรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่ำวสำร
และประสบกำรณ์อนั จะเปน็ ประโยชน์ต่อกำรพฒั นำตนเองและสังคม กำรเลือกรบั หรอื ไม่รบั ข้อมูลข่ำวสำรด้วย
หลกั เหตผุ ลและควำมถูกตอ้ ง ตลอดจนกำรเลือกใช้วิธีกำรส่ือสำรที่มีประสิทธิภำพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มี
ตอ่ ตนเองและสังคม
๒. ควำมสำมำรถในกำรคิด เป็นควำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดสังเครำะห์ กำรคิด อย่ำง
สร้ำงสรรค์ กำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ และกำรคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่กำรสร้ำงองค์ควำมรู้หรือ
สำรสนเทศเพื่อกำรตัดสนิ ใจเกีย่ วกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ย่ำงเหมำะสม
๓. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ เปน็ ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำและอุปสรรคต่ำง ๆ ที่เผชิญ
ไดอ้ ย่ำงถกู ต้องเหมำะสมบนพ้นื ฐำนของหลกั เหตุผล คณุ ธรรมและขอ้ มลู สำรสนเทศ เข้ำใจควำมสมั พันธ์และ
กำรเปล่ียนแปลงของเหตุกำรณ์ต่ำง ๆ ในสังคม แสวงหำควำมรู้ ประยุกต์ควำมรู้มำใช้ในกำรป้องกันและ
แก้ไขปัญหำและมีกำตัดสินใจท่ีมีประสิทธิภำพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดข้ึนต่อตนเอง สังคมและ
ส่งิ แวดล้อม
๔. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต เป็นควำมสำมำรถในกำรนำกระบวนกำรต่ำง ๆ ไปใช้ในกำร
ดำเนินชีวิตประจำวัน กำรเรียนรู้ด้วยตนเอง กำรเรียนรู้อย่ำงต่อเน่ือง กำรทำงำน และกำรอยู่ร่วมกันใน
สังคมด้วยกำรสร้ำงเสริมควำมสัมพันธ์อันดีระหว่ำงบุคคล กำรจัดกำรปัญหำและควำมขัดแย้งต่ำง ๆ อย่ำง
๓
เหมำะสม กำรปรับตัวให้ทันกับกำรเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภำพแวดล้อม และกำรรู้จักหลีกเลี่ยง
พฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อื่น
๕. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยีเป็นควำมสำมำรถในกำรเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้ำนต่ำง ๆ
และมีทักษะกระบวนกำรทำงเทคโนโลยี เพื่อกำรพัฒนำตนเองและสังคม ในด้ำนกำรเรียนรู้ กำรส่ือสำร กำร
ทำงำน กำรแก้ปญั หำอย่ำงสร้ำงสรรค์ ถูกต้อง เหมำะสม และมีคณุ ธรรม
คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรยี นบำ้ นหนองหญำ้ ปล้อง(อดุ มวนำ) พุทธศกั รำช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐)
ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนำผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ เพอ่ื ให้สำมำรถอยรู่ ่วมกับผ้อู น่ื ในสังคมได้อยำ่ งมคี วำมสขุ ในฐำนะพลเมืองไทยและพลโลก ดังน้ี
๑. รกั ษ์ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซอื่ สัตย์สจุ รติ
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
๕. อยู่อย่ำงพอเพียง
๖. มุง่ ม่ันในกำรทำงำน
๗. รักควำมเป็นไทย
๘. มจี ติ เป็นสำธำรณะ
ค่ำนิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประกำร ตำมนโยบำยของ คสช.
1. มคี วามรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
2. ซ่อื สตั ย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในส่ิงทด่ี ีงามเพือ่ สว่ นรวม
3. กตัญญูตอ่ พ่อแม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์
4. ใฝห่ าความรู้ หม่นั ศึกษาเลา่ เรียนท้งั ทางตรง และทางอ้อม
5. รักษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
6. มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผูอ้ ่นื เผ่ือแผ่และแบง่ ปัน
7. เข้าใจเรยี นรู้การเปน็ ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ท่ถี กู ตอ้ ง
8. มรี ะเบียบวนิ ัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรจู้ ักการเคารพผใู้ หญ่
9. มีสติร้ตู ัว รู้คิด รทู้ า รู้ปิิบัตติ ามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
10. ร้จู ักดารงตนอยโู่ ดยใช้หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งตามพระราชดารสั ของ พระบาทสมเดจ็
พระเจ้าอยู่หวั รู้จักอดออมไวใ้ ช้เมื่อยามจาเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถา้ เหลือกแ็ จกจา่ ยจาหน่าย และพรอ้ มท่ีจะ
ขยายกจิ การเมอื่ มีความพร้อม เม่อื มภี มู ิคมุ้ กันท่ีดี
11. มคี วามเข้มแข็งท้ังรา่ งกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพต้ อ่ อานาจฝ่ายตา่ งหรือกเิ ลส มีความละอาย
เกรงกลัวตอ่ บาปตามหลักของศาสนา
12. คานงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
๔
หลกั สตู รตำ้ นทจุ ริตศึกษำ
สำนักงำนคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตแห่งชำติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสำนักงำน
คณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน (สพฐ.) ได้จัดทำหลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำสำหรับใช้ในทุกระดับ
กำรศึกษำ ในส่วนของสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนได้จัดทำหลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ
รำยวิชำเพิ่มเติม “กำรป้องกันกำรทุจริต” ขึ้น และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ เม่ือ
วันที่ ๒๒ พฤษภำคม ๒๕๖๑ และให้หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องนำหลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำไปปรับใช้ในกำร
จัดกำรเรียนกำรสอนในสถำนศึกษำโดยมุ่งเน้นกำรสร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจท่ีถูกต้องเกี่ยวกับควำมหมำย
และขอบเขตของกำรกระทำทุจริตในลักษณะต่ำง ๆ ท้ังทำงตรงและทำงอ้อม ควำมเสียหำยที่เกิดจำกกำร
ทุจรติ ควำมสำคัญของกำรต่อต้ำนกำรทุจริต รวมท้ังจัดให้มีกำรประเมินผลสัมฤทธิ์ของกำรจัดหลักสูตรใน
แตล่ ะชว่ งวยั ของผู้เรียนดว้ ย
หลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ (Anti – Corruption Education) รำยวิชำเพ่ิมเติม “กำรป้องกันกำร
ทุจริต” ประกอบด้วย ๔ หน่วยกำรเรียนรู้ ได้แก่ ๑) กำรคิดแยกแยะระหว่ำงผลประโยชน์ส่วนตนและ
ผลประโยชนส์ ่วนรวม ๒) ควำมละอำยและควำมไม่ทนต่อกำรทุจริต ๓) STRONG : จิตพอเพียงต้ำนทุจริต ๔)
พลเมืองกับควำมรับผิดชอบต่อสังคม ท่ีสถำนศึกษำจัดให้กับผู้เรียนเพ่ือปลูกฝังและป้องกันกำรทุจริตไม่ให้
เกิดข้นึ โดยเร่ิมปลูกฝังผู้เรียนต้ังแต่ชั้นปฐมวัยจนถึงช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี ๖ ให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจ มีทักษะ
กระบวนกำร มสี มรรถนะทส่ี ำคญั และมีคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
๕
กจิ กรรมพฒั นำผ้เู รยี น
1. ความสาคัญ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กาหนดแนวการจัดการศึกษา โดยยึดหลักว่า
ผู้เรยี นทุกคนมคี วามสามารถเรียนรู้และพฒั นาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญท่ีสุดกระบวนการจัด
การศึกษาตอ้ งส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพโดยจัดเนื้อหาสาระและ
กิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน คานึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคลฝึก
ทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน
แก้ปัญหาและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคม
และเทคโนโลยี กอ่ ให้เกิดทง้ั ผลดีและผลเสียต่อการดาเนินชีวิตในปัจจุบันของบุคคล ทาให้เกิดความยุ่งยาก
ซับซ้อนมากย่ิงขึ้น จาเป็นต้องปรับเปล่ียนวิธีการดาเนินชีวิตให้สามารถดารงอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า
มศี กั ดศ์ิ รี และมีความสขุ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน กาหนดให้มีสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน ซ่ึงเป็นกิจกรรมทีจ่ ัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ มุ่งเน้นเพิ่มเติมจาก
กจิ กรรมที่ได้จัดให้ผู้เรียนตามกลุ่มสาระที่ 8 กลุ่ม การเข้าร่วมและปิิบัติกิจกรรมที่เหมาะสมร่วมกับผู้อ่ืน
อย่างมีความสุข กับกิจกรรมที่เลือกด้วยตนเอง ตามความถนัด และความสนใจอย่างแท้จริง การพัฒนา
ท่ีสาคัญ คือ การพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์
และสังคม ให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีคุณภาพ ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของ
การทาประโยชนเ์ พือ่ สงั คม และประเทศชาติ
2. วิสัยทศั น์
วิสัยทัศน์ของกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมท่ีจัดอย่างเป็นกระบวนการ ด้วยรูปแบบ
วิธีกำรที่หลำกหลำย ให้ได้รับประสบกำรณ์จำกกำรปฏิบัติจริง มีควำมหมำย และมีคุณค่ำในกำรพัฒนำ
ผเู้ รยี นทัง้ ด้ำนรำ่ งกำย จติ ใจ สตปิ ัญญำ อำรมณ์ และสงั คม มุ่งเสริมเจตคติ คุณคำ่ ชีวิต ปลูกฝังคุณธรรมและ
ค่ำนิยมท่ีพึ่งประสงค์ ส่งเสริมให้รู้เรียนรู้จักและเข้ำใจตนเอง สร้ำงจิตสำนึกในธรรมชำติ
และส่ิงแวดล้อม ปรับตัวและปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชำติและดำรงชิวีติได้
อย่ำงมคี วำมสุข
3. ธรรมชาตแิ ละลักษณะวชิ า
กลุ่มกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน เน้นกำรจัดกิจกรรมในลักษณะของกำรบูรณำกำรองค์ควำมรู้ต่ำงๆ
ท่ีเก้ือกลู สง่ เสริมกำรเรียนรู้ตำมกลุ่มสำระให้มีควำมกว้ำงขวำงลึกซึ้งยิ่งขึ้น อีกท้ังให้ผู้เรียนได้ค้นพบและใช้
ศักยภำพที่มีในตนอย่ำงเต็มท่ี เลือก ตัดสินใจ ได้อย่ำงมีเหตุผลเหมำะสมกับตนเอง สำมำรถวำงแผนชีวิต
และอำชีพได้อย่ำงมีคุณภำพ เน้นกำรเสริมสร้ำงทักษะชีวิต วุฒิภำวะทำงอำรมณ์ ศีลธรรมและจริยธรรม
กิจกรรมพัฒนำทักษะชีวิต กจิ กรรมสรำ้ งเสรมิ ประสิทธิภำพทำงกำรเรยี น เปน็ ตน้
๖
4. คุณภาพผู้เรยี น
คุณภาพของผเู้ รยี นเม่อื จบหลกั สูตร
กลุม่ กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน มุ่งพัฒนาผเู้ รยี นให้รจู้ กั และเห็นคณุ ค่าในตนเองและผอู้ ่ืน มวี ุฒิภาวะ
ทางอาร์ม มีกระบวนการคิด มที กั ษะในการดาเนนิ ชีวิตอยา่ งเหมาะสม และมีความสุข มีจติ สานึก
ในการรับผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
คุณภาพผูเ้ รียนเมือ่ จบแตล่ ะช่วงชัน้
ช่วงชัน้ ท่ี 1 ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 – 3
รู้ความต้องการ จดุ เดน่ จดุ ด้อยของตนเองตลอดจนตดั สนิ ใจแกไ้ ขปญั หาง่าย ๆ ของตนเองได้ทางาน
รว่ มกบั ผู้อนื่ ไดอ้ ย่างมคี วามสุข แสดงออกทางอารมณไ์ ดเ้ หมาะสมกบั วัย สามารถคน้ หาข้อมูล จาก
แหล่งใกลต้ วั และเลอื กใชข้ ้อมูลให้เปน็ ประโยชน์ในชวี ิตประจาวัน
ชว่ งช้นั ท่ี 2 ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 – 6
รคู้ วามต้องการและความสนใจของตนเอง พัฒนาจดุ เด่นและปรับปรุงจุดด้อย รู้และเข้าใจปัญหา ที่
ซับซอ้ น มีการควบคุมอารมณ์และมกี ารแสดงออกได้เหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้
อย่างมีความสุข ตดั สินในแก้ปัญหาตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สามารถค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ด้วยวี
กำรทีห่ ลำกหลำยและเลอื กใช้ขอ้ มูลให้เปน็ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานมุ่งให้ผเู้ รียนเกดิ สมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดังนี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปน็ ความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการ
ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปล่ียนข้อมูล
ข่าวสารและประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชนต์ ่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาต่อรองเพ่ือ
ขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความ
ถกู ตอ้ งตลอดจนการเลอื กใชว้ ิธกี ารสือ่ สารทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบทมี่ ตี อ่ ตนเองและสงั คม
๒. ความสามารถในการคดิ เปน็ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ
สารสนเทศเพอ่ื การตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ี
เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพนั ธแ์ ละการเปล่ยี นแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ใน
การป้องกนั และแก้ไขปญั หา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง
สังคมและสงิ่ แวดล้อม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้
ในการดาเนินชวี ิตประจาวนั การเรียนรูด้ ้วยตนเอง การเรยี นรูอ้ ยา่ งตอ่ เน่ือง การทางาน และการอยู่ร่วมกัน
ในสงั คมดว้ ยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง
เหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมและการรู้จักหลีกเลี่ยง
พฤตกิ รรมไม่พงึ ประสงค์ที่สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผ้อู ่ืน
๗
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลอื ก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง
ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การ
ทางาน การแกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้
สามารถอย่รู ่วมกบั ผู้อน่ื ในสังคมได้อยา่ งมคี วามสุข ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ดังน้ี
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซ่ือสตั ย์สุจรติ
๓. มวี ินยั
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยู่อย่างพอเพียง
๖. ม่งุ มั่นในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
ค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.
๑. มคี วามรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
๒. ซื่อสัตย์ เสยี สละ อดทน มอี ดุ มการณใ์ นสิ่งทีด่ งี ามเพอ่ื สว่ นรวม
๓. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผปู้ กครอง ครูบาอาจารย์
๔. ใฝ่หาความรู้ หมัน่ ศึกษาเลา่ เรยี นทง้ั ทางตรง และทางออ้ ม
๕. รักษาวัฒนธรรมประเพณไี ทยอันงดงาม
๖. มศี ลี ธรรม รักษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อผูอ้ ื่น เผ่อื แผ่และแบ่งปัน
๗. เขา้ ใจเรียนรกู้ ารเปน็ ประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุขทถี่ ูกต้อง
๘. มรี ะเบียบวนิ ัย เคารพกฎหมาย ผ้นู ้อยรูจ้ กั การเคารพผใู้ หญ่
๙. มีสตริ ู้ตัว รู้คิด รทู้ า รปู้ ิิบัตติ ามพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั
๑๐.รู้จักดารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดารัสของพระบาท
สมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั
รู้จักอดออมไวใ้ ชเ้ มอื่ ยามจาเปน็ มไี ว้พอกนิ พอใช้ ถ้าเหลอื กแ็ จกจ่ายจาหนา่ ย และพร้อมท่ี
จะขยายกจิ การ เมื่อมคี วามพรอ้ ม เมอื่ มภี มู คิ มุ้ กนั ที่ดี
๑๑. มีความเข้มแข็งท้ังร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออานาจฝ่ายต่า หรือกิเลส มีความ
ละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลกั ของศาสนา
๑๒. คานึงถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง
๘
ควำมหมำยของกิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน
กจิ กรรมพฒั นำผเู้ รยี น เป็นกิจกรรมท่จี ัดอยำ่ งเปน็ กระบวนกำรดำ้ นรูปแบบ วิธกี ำรทีห่ ลำกหลำย ใน
กำรพัฒนำผู้เรียนด้ำนร่ำงกำย จิตใจ สติปัญญำ อำรมณ์และสังคม มุ่งส่งเสริมเจตคติคุณค่ำชีวิต ปลูกฝัง
คุณธรรมและค่ำนิยมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักและเข้ำใจตนเอง สร้ำงจิตสำนึกในธรรมชำติ
และส่ิงแวดล้อม ปรับตัวและปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชำติ และดำรงชีวิตได้
อย่ำงมคี วำมสขุ
เป้ำหมำยของกจิ กรรมพัฒนำผู้เรียน
กำรจัดกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนมุ่งพัฒนำให้บุคคลรู้จักและเห็นคุณค่ำในตนเองและผู้อ่ืนมีวุฒิภำวะ
ทำงอำรมณ์ มีกระบวนกำรคิด มีทักษะในกำรดำเนินชีบิตอย่ำงเหมำะสม และมีควำมสุข มีจิตสำนึก
ในกำรรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชำติ โดยกำหนดเป้ำหมำยในกำรจัดกิจกรรม
พัฒนำผู้เรียน ดังนี้
1. ผูเ้ รียนไดร้ บั ประสบการณท์ ่ีหลากหลาย เกดิ ความรูค้ วามชานาญ ทงั้ วชิ าการดูแล วิชาชีพอย่าง
กวา้ งขวางมากยงิ่ ข้ึน
2. ผเู้ รียนค้นพบความสนใจ ความถนัด และพัฒนาความสามารถพิเศษเฉพาะตัวมองเห็นช่องทาง
ในการสร้างงาน อาชีพในอนาคตได้เหมาะสมกับตนเอง
3. ผู้เรียนเห็นคุณค่าขององค์ความรู้ต่าง ๆ สามารถนาความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการ
พัฒนาตนเอง และประกอบอาชีพ
4. ผเู้ รียนพัฒนาบคุ ลิกภาพ เจตคติ ค่านยิ มในการดารงชวี ติ และสรา้ งศลี ธรรมจริยธรรม
5. ผู้เรียนมีจิตสานึกและทาประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ
หลกั กำรจัดกจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี น มหี ลกั กำรจดั ดงั นี้
1. มกี ารกาหนดวัตถุประสงค์และแนวปิิบัติทชี ดั เจนเปน็ รูปแบบ
2. จดั ใหเ้ หมาะสมกบั วัย วุฒิภาวะ ความสนใจ ความถนดั และความสามารถของผ้เู รียน
3. บูรณาการวชิ าการกบั ชวี ติ จริง ใหเ้ รยี นไดต้ ระหนักถึงความสาคญั ของการเรยี นรตู้ ลอดชีวิต
4. ใชก้ ระบวนการกลมุ่ ในการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ ฝกึ ให้คิดวเิ คราะห์ สรา้ งสรรค์
จิตนาการ ท่ีเปน็ ประโยชน์และสัมพนั ธก์ บั ชีวติ ในแตล่ ะชว่ งวัยอย่างต่อเนอื่ ง
5. จานวนสมาชิกมีความเหมาะสมกับลกั ษณะของกิจกรรม
6. มีการกาหนดเวลาในการจัดกจิ กรรมใหเ้ หมาะสม สอดคลอ้ งกับวิสัยทศั น์และเปา้ หมาย
ของสถานศกึ ษา
7. ผเู้ รียนเป็นผ้ดู าเนินการ มีครเู ปน็ ทป่ี รึกษา ถอื เป็นหน้าท่แี ละงานประจาโดยคานงึ ถงึ
ความปลอดภยั
8. ยึดหลักการมีส่วนรว่ ม โดยเปิดโอกาสใหค้ รู พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ชมุ ชน องคก์ รท้ังภาครัฐ
และเอกชน มีส่วนร่วมในการจกั กิจกรรม
9. มีการประเมินผลการปิบิ ตั ิกจิ กรรม โดยวิธกี ารที่หลากหลายและสอดคล้องกบั กิจกรรม
อย่างเป็นระบบและตอ่ เนอ่ื ง โดยให้ถอื ว่าเป็นเกณฑก์ ารประเมินผลการผ่านชว่ งชนั้ เรยี น
๙
แนวการจดั กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
สถานศกึ ษาต้องจัดใหผ้ ้เู รียนทุกคนเขา้ ร่วมกิจกรรม โดยคานึงถึงแนวการจัดดังตอ่ ไปน้ี
1. การจดั กิจกรรมต่าง ๆ เพอื่ เก้อื กูลส่งเสรมิ การเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ เช่น
การบรู ณาการโครงการ องค์ความรจู้ ากกลุม่ สาระการเรยี นรู้ เปน็ ต้น
2. จดั กิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดตามธรรมชาติ และความสามารถความตอ้ งการ
ของผู้เรียนและชมุ ชน เช่น ชมรมทางวชิ าการตา่ ง ๆ เป็นตน้
3. จดั กจิ กรรมเพื่อปลูกฝงั และสร้างจิตสานกึ ในการทาประโยชน์ตอ่ สังคม เชน่ กิจกรรม
ลูกเสือ เนตรนารี เป็นตน้
4. จัดกิจกรรมประเภทบริการต่างๆ ฝึกการทางานท่ีเปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสว่ นรวม
๑๐
ส่วนท่ี ๒
โครงสร้างกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นและเวลาเรียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช
2563 ตามหลักสูตนแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ประกอบดว้ ยกจิ กรรม 3 ลักษณะ ดังน้ี
1.กจิ กรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์ส่ิงแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ
คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตน ได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนยี้ งั ชว่ ยใหค้ รูรูจ้ ักและเข้าใจผ้เู รียน ท้งั ยงั เป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือ และให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองใน
การมสี ่วนรว่ มพัฒนาผเู้ รียน
2. กจิ กรรมนักเรียน
เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบการทางาน
ร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันเอ้ืออาทรและ
สมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปิิบัติด้วย
ตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปิิบัติตามแผน ประเมิน และปรับปรุงการทางาน
เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของ
สถานศกึ ษาและท้องถ่ิน กจิ กรรมนกั เรยี นประกอบด้วย
2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
2.2 กจิ กรรมชมุ นุม
3. กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถ่ินตามความ
สนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม และการมีจิต
สาธารณะ เช่น กจิ กรรมอาสาพฒั นาต่างๆ กจิ กรรมสรา้ งสรรคส์ งั คม
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช 2563
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ทั้ง 3
ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรยี น และกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์เมื่อผู้เรียนได้
ปิิบตั ิกิจกรรมแล้วนาไปสเู่ ป้าหมายเพือ่ เสรมิ สร้างสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียนในหลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) มีความสัมพันธ์เชือ่ มโยงกนั
โรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) ได้กาหนดโครงสร้างเวลาในการจดั กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
ในชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีละ 120 ชั่วโมงเป็นเวลาสาหรับปิิบัติกิจกรรมแนะ
แนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ สาหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์โรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา) จัดเวลาให้ผเู้ รยี นได้ปิิบัตกิ จิ กรรม ดังนี้
๑๑
กิจกรรม ประถมศึกษา
กิจกรรม แนะแนว ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6
กจิ กรรมนกั เรยี น 40 40 40 40 40 40
-ลูกเสอื เนตรนารี
-ชมุ นมุ ๔0 ๔0 ๔0 ๔0 ๔0 ๔0
กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0
รวมท้ังส้นิ 10 10 10 10 10 10
120 120 120 120 120 120
ซ่ึงผู้เรียนต้องไดร้ บั การพฒั นาและฝกึ ปิบิ ัติกิจกรรมทง้ั 3 กิจกรรม อย่างต่อเนอื่ งทุกปีจนจบ
การศกึ ษาตามกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อุดมวนา) พุทธศกั ราช
2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
กจิ กรรมแนะแนว
กจิ กรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมทส่ี ง่ เสรมิ และพัฒนาผเู้ รยี นให้รู้จักตนเอง รรู้ กั ษส์ ่ิงแวดล้อม สามารถ
คิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้
อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษา
แก่ผูเ้ รียน
การจัดกิจกรรมแนะแนวที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ กิจกรรมแนะแนวท่ีจัดนั้นจะต้องครอบคลุมทั้ง
ด้านการศึกษา การงานและอาชีพ และชีวิตและสังคม รวมท้ังสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการ
ความสนใจ ธรรมชาติของผูเ้ รยี นและวิสยั ทัศน์ของสถานศึกษา และตอบสนองจุดมุ่งหมายหลักสูตรฯ ครูผู้
จัดกิจกรรมแนะแนวสามารถจดั กิจกรรมได้หลายรูปแบบ ทีเ่ น้นใหผ้ ู้เรียนมีอิสระในการคิดและตัดสินใจด้วย
ตนเอง เรยี นรดู้ ้วยตนเองดว้ ยการปิิบัตจิ นกระท่ังเกิดทักษะชีวิตหรือการเรียนรู้ รูปแบบการจัดกิจกรรมท่ี
หลากหลาย
หลกั การ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช 2563
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้
กาหนดใหม้ กี ิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนเป็นกิจกรรมท่ีจดั เพ่มิ เติมให้แก่ผู้เรียน นอกเหนือจากการเรียนรู้ตามกลุ่ม
สาระท้ัง 8 กลุ่ม โดยการพัฒนาท่ีสาคัญ ได้แก่ การพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ท้ัง
ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสงั คม โดยเปน็ กจิ กรรมท่ีจะชว่ ยสร้างเยาวชนให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม
มีระเบียบวินยั และมคี ุณภาพ เพอื่ พฒั นาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ปลูกฝังและสร้างจิตสานึก
ของการทาประโยชน์เพื่อสังคม ซ่ึงสถานศึกษาจะต้องดาเนินการอย่างมีเป้าหมาย มีรูปแบบและวิธีการที่
เหมาะสม
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นแบ่งเป็น 2 ลกั ษณะ คอื กจิ กรรมแนะแนวและกจิ กรรมนักเรยี น ในที่นี้จะ
กลา่ วถึงเฉพาะกิจกรรมแนะแนว วา่ เป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสม
ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล สามารถค้นพบและพัฒนาความสามารถของตน เสริมสร้างทักษะชีวิต
วุฒิภาวะทางอารมณ์ การเรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา และการสร้างสัมพันธภาพอันดี ซ่ึงผู้สอนทุกคนต้องทา
หน้าทแี่ นะแนว ใหค้ าปรกึ ษาด้านชีวติ การศึกษาต่อ และการพัฒนาตนเองสู่โลกอาชพี และการมงี านทา
๑๒
การจัดกิจกรรมแนะแนว จะเป็นประโยชน์ต่อครูและผู้เรียนตามขอบข่ายทั้งหมด ประถมศึกษา
ปีท่ี 1 – 6 โดย แบ่งกลุ่มกิจกรรมเปน็ 4 กลมุ่ คอื
1. กลมุ่ กจิ กรรมรจู้ ัก เข้าใจ และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผูอ้ ื่น
2. กลุ่มกิจกรรมการปรบั ตัวและดารงชีวติ
3. กลุ่มกจิ กรรมการตัดสนิ ใจและแก้ปญั หา
4. กลมุ่ กจิ กรรมการแสวงหาและใชข้ ้อมูลสารสนเทศ
โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง (อุดมวนา) จัดกิจกรรมแนะแนว โดยบูรณาการกับหลักสูตรต้าน
ทจุ ริตศกึ ษา (Anti-Corruption Education) ซ่งึ มีรายละเอียดดงั น้ี
กรอบการจดั ทาหลักสตู รหรือชุดการเรยี นรู้และส่ือประกอบการเรยี นรู้ ดา้ นการป้องกนั การทุจริต
โดยท่ปี ระชมุ ไดเ้ ห็นชอบรว่ มกนั ในการจัดทาหลักสตู รหรอื ชุดการเรียนร้แู ละสอ่ื ประกอบการเรยี นรู้ ด้าน
การปอ้ งกนั การทุจรติ หัวขอ้ วชิ า ๔ วชิ า ประกอบด้วย
๑) การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม
๒) ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
๓) STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ ริต
๔) พลเมืองและความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
ผลการเรียนรู้ (หลกั สูตรต้านทุจริตศกึ ษา)
๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน กับผลประโยชน์
ส่วนรวม
๒. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต
๓. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับ STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ต้านการทุจริต
๔. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับพลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้
๖. ปิิบตั ติ นเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ รติ ทุกรปู แบบ
๗. ปิบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ที่ STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทจุ ริต
๘. ปิิบัติตนตามหน้าทพี่ ลเมอื งและมคี วามรับผดิ ชอบต่อสงั คม
๙. ตระหนักและเหน็ ความสาคัญของการต่อต้านและปอ้ งกนั การทุจริต
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรยี นรู้
๑๓
เน้อื หาของหลกั สตู รตา้ นทจุ ริตศกึ ษา เร่อื ง
๑) ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๑
การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน
ลาดบั หนว่ ยการเรยี นรู้ และผลประโยชน์ส่วนรวม
- การคดิ แยกแยะ
๑. การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน - ระบบคิดฐาน ๒
และผลประโยชน์ส่วนรวม - ระบบคิดฐาน ๑๐
๒. ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
- การทาการบ้าน
- การทาเวร
- การสอบ
- กิจกรรมนักเรยี น
๓. STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทจุ ริต
- ความพอเพียง
- ความโปรง่ ใส
- ตา้ นทจุ ริต
- ความเอ้อื อาทร
๔. พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม
-ความหมายบทบาทและสิทธิ -การเคารพ
สิทธหิ นา้ ท่ีตอ่ ตนเองและผ้อู ่ืน
- ระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมาย
- ความรับผดิ ชอบ (ต่อตนเองกับต่อผู้อ่นื )
- ความเปน็ พลเมือง
รวม
๑๔
๒) ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เร่อื ง
ลาดับ หน่วยการเรียนรู้
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน
๑. การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน และผลประโยชนส์ ว่ นรวม
และผลประโยชน์สว่ นรวม - การคิดแยกแยะ
- ประโยชน์สว่ นตนและประโยชนส์ ่วนรวม
- ระบบคดิ ฐาน ๒
- ระบบคดิ ฐาน ๑๐
๒. ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
- การทาการบ้าน
- การทาเวร
- การสอบ
- กิจกรรมนักเรียน
๓. STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจรติ STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทุจรติ
- ความพอเพยี ง
- ความโปรง่ ใส
- ต้านทจุ ริต
- ความเอ้อื อาทร
๔. พลเมอื งกบั ความรับผิดชอบตอ่ สงั คม พลเมืองกับความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
- เรือ่ งการเคารพสทิ ธิหนา้ ที่ต่อตนเองและ
ผอู้ ื่น
- การเคารพสิทธิหนา้ ทตี่ อ่ ชมุ ชนและสังคม
- ระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมาย
- ความรบั ผดิ ชอบ (ตอ่ ห้องเรยี น)
- คณุ ลกั ษณะของพลเมอื งที่ดี
- หนา้ ที่ของพลเมอื งทด่ี ี
รวม
๑๕
๓) ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เร่ือง
ลาดบั หนว่ ยการเรียนรู้
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน
๑. การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน และผลประโยชน์สว่ นรวม
และผลประโยชนส์ ่วนรวม - การคิดแยกแยะ
- ระบบคิดฐาน ๒
- ระบบคิดฐาน ๑๐
- ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์
ส่วนรวม
- การขดั กันระหว่างประโยชน์สว่ นตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
๒. ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริต ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต
- การทาการบ้าน
- การทาเวร
- การสอบ
- การแตง่ กาย
- กิจกรรมสง่ เสริมความถนดั และความสนใจ
๓. STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทจุ รติ STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทจุ รติ
- ความพอเพยี ง
- ความโปรง่ ใส
- ต้านทุจริต
- ความเอ้ืออาทร
๔. พลเมืองกับความรับผิดชอบตอ่ สงั คม พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
- เรอ่ื งการเคารพสทิ ธิหนา้ ท่ีต่อตนเองและ
ผูอ้ ่นื ท่ีมตี อ่ ชมุ ชน
- เรื่องการเคารพสิทธหิ น้าที่ตอ่ ตนเองและ
ผอู้ ่นื ทมี่ ีตอ่ ประเทศชาติ
- ระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมาย
- ความรบั ผดิ ชอบ (ต่อโรงเรยี น)
- ความเป็นพลเมอื ง
รวม
๑๖
๔) ประถมศึกษาปีที่ ๔ เรื่อง
ลาดับ หน่วยการเรยี นรู้
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน
๑. การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน และผลประโยชนส์ ่วนรวม
และผลประโยชนส์ ว่ นรวม - การคิดแยกแยะ
- ระบบคดิ ฐาน ๒
- ระบบคดิ ฐาน ๑๐
- ความแตกต่างระหว่างจริยธรรมและการ
ทจุ รติ
- ประโยชนส์ ่วนตนและประโยชน์สว่ นรวม
๒. ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต
- การทาการบ้าน
- การทาเวร
- การสอบ
- การแตง่ กาย
- กิจกรรมนกั เรียน (ภายใน ร.ร.)
- การเขา้ แถว
๓. STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทจุ รติ STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทจุ ริต
- การดารงชวี ติ ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
- ความโปรง่ ใส
- ความตนื่ รู้ / ความรู้
- ต้านทจุ ริต
- มงุ่ ไปข้างหนา้
- ความเอ้ืออาทร
๔. พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
- เร่ืองการเคารพสิทธิหนา้ ท่ตี ่อตนเองและ
ผอู้ ืน่ ทีม่ ตี ่อครอบครัว
- ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย
- ความรบั ผดิ ชอบ (ต่อชุมชน)
- ความเปน็ พลเมือง
รวม
๑๗
๕) ประถมศึกษาปีท่ี ๕
ลาดับ หนว่ ยการเรยี นรู้ เรือ่ ง
๑. การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน
การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน
และผลประโยชนส์ ่วนรวม และผลประโยชนส์ ว่ นรวม
- การคดิ แยกแยะ
๒. ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริต - ระบบคิดฐาน ๒
- ระบบคดิ ฐาน ๑๐
๓. STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทุจริต - ความแตกตา่ งระหวา่ งจริยธรรมและการ
ทุจริต
๔. พลเมอื งกบั ความรับผิดชอบตอ่ สังคม - ประโยชนส์ ว่ นตนและประโยชน์ส่วนรวม
- การขัดกนั ระหว่างประโยชนส์ ว่ นตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม
- ผลประโยชน์ทับซ้อน
ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต
- การทาการบ้าน
- การทาเวร
- การสอบ
- การแต่งกาย
- กจิ กรรมนักเรยี น (ในหอ้ งเรียน โรงเรียน
ชมุ ชน)
- การเขา้ แถว
STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทุจรติ
- ความพอเพียง
- ความโปรง่ ใส
- ความตื่นรู้ / ความรู้
- ต่อตา้ นทุจรติ
- มุ่งไปข้างหนา้
- ความเออื้ อาทร
พลเมืองกับความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
- เรอื่ งการเคารพสิทธหิ นา้ ท่ตี ่อตนเองและ
ผู้อืน่
- ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย
- ความรับผิดชอบ (ต่อสงั คม)
- ความเปน็ พลเมอื ง
รวม
๑๘
๖) ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เร่อื ง
ลาดับ หนว่ ยการเรียนรู้
๑. การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน
และผลประโยชน์ส่วนรวม
และผลประโยชนส์ ว่ นรวม - การคดิ แยกแยะ
- ระบบคดิ ฐาน ๒
๒. ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ - ระบบคดิ ฐาน ๑๐
- ความแตกต่างระหว่างจริยธรรมและการ
๓. STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต ทจุ ริต
- ประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
๔. พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม - การขัดกันระหวา่ งประโยชน์สว่ นตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม
- ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น
- รปู แบบของผลประโยชนท์ ับซอ้ น
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ ริต
- การทาการบ้าน
- การทาเวร
- การสอบ
- การแตง่ กาย
- กจิ กรรมนกั เรียน (ในหอ้ งเรียน โรงเรียน
ชมุ ชน สังคม)
- การเข้าแถว
STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจรติ
- การสรา้ งจิตสานึกความพอเพียงตอ่ ตา้ นการ
ทุจรติ
- ความโปร่งใส
- ความตนื่ รู้ / ความรู้
- ตา้ นทจุ ริต
- มงุ่ ไปขา้ งหน้า
- ความเออื้ อาทร
พลเมอื งกับความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
- เรอ่ื งการเคารพสิทธิหนา้ ทต่ี อ่ ตนเองและ
ผู้อื่นที่มีตอ่ ประเทศชาติ
- ระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมาย
- ความรบั ผดิ ชอบ (ตอ่ ประเทศชาติ)
- ความเป็นพลเมือง
รวม
๑๙
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือผู้เรียนค้นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและเห็นคุณค่าใน
ตนเองและผอู้ น่ื
2. เพ่ือให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ท้ังด้านการศึกษา อาชีพ
สว่ นตวั สงั คม เพ่ือนาไปใช้ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสม
สอดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพของตนเอง
3. เพ่ือให้ผเู้ รยี นไดพ้ ฒั นาบุคลิกภาพ และปรบั ตัวอยูใ่ นสงั คมไดอ้ ย่างมีความสุข
4. เพื่อให้ผ้เู รยี นมคี วามรู้ มีทกั ษะ มีความคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ
สจุ รติ
5. เพื่อให้ผู้เรียนมีค่านิยมท่ีดีงามในการดาเนินชีวิต สร้างเสริมวินัย คุณธรรมและจริยธรรมแก่
นักเรยี น
6. เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นมีจติ สานกึ ในการรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครวั สังคม และประเทศชาติ
ขอบขา่ ย
การจัดกิจกรรมแนะแนว มีองคป์ ระกอบ 3 ด้าน ดังนี้
1. ด้านการศึกษา ให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มตามศักยภาพรู้จักแสวงหา
และใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน มี
วธิ ีการเรยี นรู้ และสามารถวางแผนการเรยี นหรือการศกึ ษาต่อได้อยา่ งเหมาะสม
2. ด้านอาชีพ ให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองในทุกด้าน รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่างหลากหลาย
มีเจตคตทิ ดี่ ตี อ่ อาชพี สจุ ริต มีการเตรียมตวั สู่อาชีพ สามารถวางแผนเพ่ือประกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความ
ถนดั และสนใจ
3. ด้านส่วนตัวและสังคม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อ่ืน
รักษ์ส่ิงแวดล้อม มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติที่ดีต่อการมีชีวิตท่ีดีมีคุณภาพมีทักษะชีวิต และสามารถ
ปรับตวั ดารงชวี ติ อยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข
แนวการจดั กิจกรรม
1. ศกึ ษาวิเคราะหส์ ภาพปญั หา ความต้องการ ความสนใจ ธรรมชาติของผ้เู รียน
2. วิเคราะห์สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และ
วิเคราะหข์ ้อมลู ของผูเ้ รียนเป็นรายบุคคล
3. กาหนดสัดส่วนของกิจกรรมแนะแนวให้ครอบคลุมด้านการศึกษา ด้านอาชีพ ด้านส่วนตัวและ
สังคม โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู้เรียนและเป้าหมายของ
สถานศกึ ษา โดยครู ผูป้ กครอง และผู้เรยี นมสี ่วนรว่ ม
4. กาหนดวตั ถปุ ระสงค์การจัดกิจกรรมแนะแนวของสถานศกึ ษา เป็นระดบั การศกึ ษาและช้นั ปี
5. ออกแบบการจดั กิจกรรมแนะแนว ประกอบดว้ ย วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรม เวลาจัดกิจกรรม
หลักฐานการทากจิ กรรม และการประเมินผล
6. จัดทาแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวรายชั่วโมง ประกอบด้วย ชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ เวลา
เนื้อหา/สาระ วธิ ดี าเนนิ กิจกรรม สื่อ/อุปกรณ์ และการประเมินผล
7. จัดกจิ กรรมแนะแนวตามแผนการจดั กจิ กรรมแนะแนวและประเมนิ ผลการจัดกจิ กรรม
8. ประเมนิ เพอ่ื ตัดสนิ ผล และสรุปรายงาน
๒๐
คำอธิบำยรำยวชิ ำกิจกรรมพัฒนำผ้เู รยี น กิจกรรมแนะแนว
เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง/ปี
กจิ กรรมพัฒนำผเู้ รยี น
ชั้นประถมศึกษำปีที ๑ - ๖
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
รูจ้ กั และเข้ำใจตนเอง รักและเห็นคุณค่ำในตนเองและผู้อื่น มีวุฒิภำวะทำงอำรมณ์ มีเจตคติท่ีดี
ต่อกำรมีชีวิตท่ีดีมีคุณภำพ มีทักษะในกำรดำเนินชีวิต สำมำรถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่ำงมี
ควำมสขุ รู้จกั ตนเองในทกุ ดำ้ น รคู้ วำมถนดั ควำมสนใจ และบุคลกิ ภำพของตนเอง รู้และเข้ำใจโลกของ
งำนอำชีพอย่ำงหลำกหลำย มีเจตคติที่ดีต่ออำชีพสุจรติ รู้ข้อมูลอำชีพ สำมำรถเลือกตนแนวทำงในกำร
ประกอบอำชพี ได้อย่ำงเหมำะสม มกี ำรเตรยี มตวั สู่อำชีพ สำมำรถวำงแผนเพือ่ ประกอบอำชีพตำมที่ตนเอง
มีควำมถนัดและสนใจ มีคุณลักษณะพื้นฐำนท่ีจำเป็นในกำรประกอบอำชีพและพัฒ นำงำนให้ประสบ
ควำมสำเรจ็ เพอื่ สร้ำงฐำนะทำงเศรษฐกจิ ใหก้ ับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชนและประเทศชำติ
พัฒนำตนเองในด้ำนกำรเรียนอย่ำงเต็มศักยภำพ รู้จักแสวงหำควำมรู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนให้เป็นคนดีมี
ควำมรูแ้ ละทกั ษะทำงวิชำกำร รจู้ กั แสวงหำและใช้ข้อมลู ประกอบกำรวำงแผนกำรเรยี นหรอื กำรศึกษำต่อได้
อย่ำงมีประสิทธิภำพ มีวิธีกำรเรียนรู้ มีทักษะกำรคิด แก้ปัญหำอย่ำงสร้ำงสรรค์ คิดเป็น ทำเป็น มี
คณุ ธรรม จริยธรรม เออื้ อำทรและสมำนฉันท์ เพื่อดำรงชีวิตอยู่รวมกันอย่ำงสงบสุขตำมวิถีชีวิตเศรษฐกิจ
พอเพียง
ศึกษำเก่ยี วกับกำรแยกแยะระหวำ่ งผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ควำมละอำยและ
ควำมไมท่ นต่อกำรทจุ ริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้ำนกำรทุจริต รู้หน้ำที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ
สงั คมในกำรต่อต้ำนกำรทจุ ริต โดยใช้กระบวนกำรคิด วเิ ครำะห์ จำแนก แยกแยะ กำรฝึกปฏิบัติจริง กำรทำ
โครงงำนกระบวนกำรเรียนรู้ 5 ขน้ั ตอน (5 STEPs) กำรอภิปรำย กำรสืบสอบ กำรแก้ปัญหำ ทักษะกำรอ่ำน
และกำรเขยี น เพื่อให้มีควำมตระหนกั และเห็นควำมสำคัญของกำรต่อตำ้ นและกำรป้องกนั กำรทุจริต
เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ รู้จัก เข้ำใจ รักและเห็นคุณค่ำในตนเองและผู้อื่น เกิดกำรเรียนรู้
สำมำรถวำงแผนกำรเรียนรู้ อำชีพ รวมทั้งกำรดำเนินชีวิตและมีทักษะทำงสังคม เกิดกำรเรียนรู้สำมำรถ
ปรับตัวได้อย่ำงเหมำะสม อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่ำงมีควำมสุข พ่ึงตนเองได้มีทักษะในกำรเลือกแนวทำง
กำรศึกษำ กำรงำนและอำชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภำพจิตที่ดีและจิตสำนึกในกำรทำประโยชน์ต่อ
ครอบครัว สงั คมและประเทศชำติตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลกำรเรยี นรู้
๑. เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนเกดิ กำรเรียนรู้ ร้จู ัก เขำ้ ใจ รัก และเห็นคุณค่ำในตนเองและผู้อ่นื
๒. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ กำรเรยี นรู้ สำมำรถวำงแผนกำรเรียน กำรศึกษำต่อ อำชพี รวมทง้ั กำร
ดำเนินชีวิต และมีทักษะทำงสงั คม
๓. เพื่อใหผ้ ู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ สำมำรถปรบั ตวั ได้อยำ่ งเหมำะสม และอยูร่ ว่ มกบั ผู้อน่ื ไดอ้ ยำ่ ง
เหมำะสม
๔. สำมำรถประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
๕. มคี วำมรู้ ควำมเขำ้ ใจเกีย่ วกับกำรแยกแยะระหว่ำงผลประโยชนส์ ว่ นตน กับผลประโยชน์
สว่ นรวม
๒๑
๖. มคี วำมรู้ ควำมเขำ้ ใจเก่ยี วกบั ควำมละอำยและควำมไมท่ นต่อกำรทจุ รติ
๗. มคี วำมรู้ ควำมเขำ้ ใจเกย่ี วกับ STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้ำนกำรทจุ ริต
๘. มคี วำมรู้ ควำมเข้ำใจเกี่ยวกบั พลเมืองและมีควำมรับผดิ ชอบตอ่ สังคม
๙. สำมำรถคิดแยกแยะระหวำ่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้
๑๐. ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ละอำยและไม่ทนต่อกำรทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๑๑. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้ท่ี STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ต้ำนกำรทุจรติ
๑๒. ปฏิบัตติ นตำมหนำ้ ทีพ่ ลเมอื งและมคี วำมรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
๑๓. ตระหนกั และเหน็ ควำมสำคญั ของกำรต่อต้ำนและปอ้ งกนั กำรทจุ ริต
รวม ๑๓ ผลกำรเรยี นรู้
๒๒
โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนว
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง
ท่ี เรอ่ื ง จุดประสงค์ช้นั ปี จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ชวั่ โมง
1 ตวั หนู 1.1.1 เรียกชื่อส่วนต่างๆ 1. บอกชื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย 3
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน ของ ร่างกายได้ถกู ต้อง ไดถ้ กู ต้อง
ทจุ ริต เรอ่ื งการคิดแยกแยะ 2. ชี้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้
ระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน ถูกต้อง
และผลประโยชนส์ ว่ นรวม 3. บอกหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของ
ร่างกายได้ถกู ตอ้ ง
2 ชอบไหม ชอบไหม 1.1.2 ระบุสว่ นต่างๆ ของ 1. รว่ มกบั เพอื่ นบอกสว่ นต่างๆของ 3
- บูรณาการหลักสตู รต้าน ร่างกายท่ีตนเองพอใจ รา่ งกายทต่ี นเองพอใจและรับรู้ส่วน
ทจุ รติ เรอ่ื ง การคดิ แยกแยะ พร้อมเหตุผลและรับรู้ใน ต่างๆ ของร่างกายทเี่ พ่อื นพอใจได้
ระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน ส่วนของร่างกายที่เพื่อน 2. ร่วมอภิปรายกับเพื่อนท่ีพอใจ
และผลประโยชนส์ ่วนรวม พอใจ ส่วนตา่ งๆ ของร่างกายที่เหมือนกัน
เก่ียวกับเหตุผลทพ่ี อใจได้
3 ปลอดภัยไว้ก่อน 1.1.3 ดูแลส่วนตา่ งๆ ของ 1. บอกวิธีการดูแลส่วนต่างๆ ของ 3
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน ร่างกายท้ังของตนเองและ รา่ งกายตนเอง
ทจุ รติ เรอ่ื ง พลเมอื งกบั ความ เพอ่ื นให้ปลอดภัย 2. ปิิบัติตนในการดูแลส่วนต่างๆ
รบั ผิดชอบตอ่ สงั คม ของร่างกายของตนและเพื่อนให้
ปลอดภัยได้
4 บอกนดิ คิดอะไรอยู่ 1.1.4 บอกอารมณ์และ 1. บอกอารมณ์และความรสู้ ึกที่เคย 4
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน ความรู้สึกของตนเองได้ เกิดขนึ้ กบั ตนเอง
ทุจริต เร่อื ง การคิดแยกแยะ 2. บอกสาเหตุการเกิดอารมณ์และ
ระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน ความรู้สกึ ได้
และผลประโยชน์สว่ นรวม 3. บอกอารมณ์และความรู้สึกของ
ตนเองในภาวการณ์ตา่ งๆ ได้
5 เราต่างกนั 1.2.1 รับรู้ความแตกต่าง 1. ร่วมเสนอส่ิงที่แตกต่างทางด้าน 3
- บรู ณาการหลกั สตู รต้าน ท า ง ด้ า น ร่ า ง ก า ย ข อ ง รา่ งกายของตนเองและเพอ่ื น
ทุจริต เร่อื ง การคดิ แยกแยะ ตนเองและเพือ่ น 2. สรปุ ได้วา่ คนเรามีความแตกต่าง
ระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน 1 . 5 . 1 ย อ ม รั บ ค ว า ม ทางดา้ นร่างกาย
และผลประโยชน์ส่วนรวม แตกต่างทางด้านร่างกาย
ของตนเองและเพื่อน
6 หนูชอบแบบนี้ 1 . 3 . 1 ร ะ บุ ง า น แ ล ะ 1. ร่วมสนทนาเก่ียวกับงานและ 4
เพ่ือนชอบแบบน้ัน กจิ กรรมเก่ียวกับการเรียน กิจกรรมดา้ นการเรียนท่ีชอบ
- บูรณาการหลักสตู รต้าน ท่ีชอบและไม่ชอบ รวมทั้ง 2. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับงานและ
๒๓
ท่ี เร่ือง จุดประสงค์ชั้นปี จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ชว่ั โมง
ทจุ ริต เร่อื ง การคิดแยกแยะ การรับรู้ความชอบและไม่ กิจกรรมดา้ นการเรียนท่ีไมช่ อบ
ระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน ชอบของเพอื่ นในชั้นเรยี น 3. บอกเหตุผลของการชอบและไม่
และผลประโยชน์ส่วนรวม ชอบเกี่ยวกับงานและกิจกรรมด้าน
การเรียนของตนเองและเพ่ือนใน
ชั้นเรียนได้
7 พอ่ แมห่ นทู าอะไร 2.1.1 บอกอาชีพของพ่อ 1. บอกชื่ออาชีพของพ่อได้ 4
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน แม่ 2. บอกข้อมูลอาชีพของพ่อได้
ทจุ รติ เร่อื ง จิตพอเพยี ง พอสมควร
ต่อต้านทุจรติ 3. บอกชื่ออาชพี ของแมไ่ ด้
4. บอกข้อมูลอาชีพของแม่ได้
พอสมควร
8 หนเู กง่ ไหม 3.1.1 บอกความหมาย อธิบายความหมายของเครือ่ งหมาย 3
- บูรณาการหลักสตู รต้าน ข อ ง เ ค รื่ อ ง ห ม า ย สัญลักษณ์ที่แสดงถึงคุณภาพด้าน
ทจุ รติ เร่ือง พลเมืองกบั ความ สั ญ ลั ก ษ ณ์ ท่ี แ ส ด ง ถึ ง การเรยี นได้
รบั ผดิ ชอบต่อสงั คม คณุ ภาพด้านการเรียนของ
ตน
9 สุขภาพดีชีวเี ปน็ สุข 3.3.1 ดูแลตัวเองในการ 1. ระบุกิจวัตรประจาวันที่ต้อง 4
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน ปิิบตั ิกิจวตั รประจาวัน ปิิบตั ิ
ทุจรติ เรื่อง ความละอายและ 2. สารวจกิจวัตรประจาวันที่ปิิบัติ
ความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต ไดเ้ องและยงั ไม่ปิิบตั ิ
3. ร่วมอภิปรายการปิิบัติกิจวัตร
ประจาวันท่ีตนทาได้เองกับกลุ่ม
เพ่อื น
4. บอกประโยชน์ของการปิิบัติ
กิจวัตรประจาวนั ไดด้ ้วยตนเอง
10 อะไรเอย่ 3.4.1 รู้จักสังเกต ต้ัง 1. บอกรายละเอียดของสิ่งทเี่ หน็ ได้ 3
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน ค า ถ า ม แ ล ะ แ ส ว ง ห า 2. ตง้ั คาถามในส่ิงท่ตี นเองสงสยั ได้
ทจุ ริต เรื่อง ความละอายและ คาตอบ 3. บอกวิธีหาคาตอบของคาถามที่
ความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ตนสงสยั ได้
11 อารมณห์ นู 3.4.2 ร้เู ทา่ ทนั อารมณ์ 1. บอกสภาวะของอารมณ์และ 3
อารมณไ์ หน ความรูส้ กึ ของตนเองตอ่ สงิ่ ตา่ งๆ
- บูรณาการหลักสตู รต้าน 2. บอกสาเหตุของภาวะอารมณ์
ทจุ ริต เรอ่ื ง การคดิ แยกแยะ และความรู้สึกของตนเองต่อส่ิง
ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน ต่างๆ รอบตัวได้
และผลประโยชน์สว่ นรวม
๒๔
ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงค์ชัน้ ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน
ชั่วโมง
12 ฟงั อยา่ งไรให้รเู้ ร่ือง 3.4.3 เป็นผู้ฟงั ท่ีดี 1. จาแนกการปิิบัติในการเป็น 3
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน ผฟู้ ังทีด่ ี และไม่ดีได้
ทจุ ริต เรอื่ ง พลเมอื งกบั ความ 2. ร่วมกันบอกแนวปิิบัติตนใน
รับผดิ ชอบตอ่ สังคม การเปน็ ผู้ฟังท่ีดไี ด้
3. ปิิบัติตนอย่างถูกต้องในการ
เป็นผ้ฟู งั ท่ีดไี ด้
รวม 40
๒๕
โครงสรา้ งกจิ กรรมแนะแนว
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 เวลา 40 ช่วั โมง
ท่ี เร่อื ง จุดประสงค์ชัน้ ปี จุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ชว่ั โมง
1 สว่ นต่างๆ ของรา่ งกาย 1.1.1 อธิบายหน้าท่ีของ 1. เรียกช่ือส่วนต่างๆ ของร่างกาย 4
- บูรณาการหลักสูตรต้าน ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ไดถ้ ูกต้อง
ทุจรติ เรื่อง การคิดแยกแยะ ถกู ตอ้ ง 2. ร่วมกับเพื่อนบอกหน้าที่ของ
ระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน ส่วนตา่ งๆ ของร่างกายได้
และผลประโยชน์สว่ นรวม 3. ระบชุ ื่อและหนา้ ที่ของส่วนต่างๆ
ของรา่ งกายตนเองได้
4. สรุปหน้าท่ีของส่วนต่างๆ ของ
ร่างกายได้ถูกต้อง
2 กายดี ชีวีมสี ุข 1.1.2 ดูแลรักษาส่วน 1. ระบุวิธีปิิบัติตนในการดูแล 5
- บรู ณาการหลักสูตรต้าน ต่างๆ ของร่างกายทั้งของ รักษาส่วนต่างๆ ของร่างกายใน
ทุจริต เรอ่ื ง พลเมืองกับความ ต น เ อ ง แ ล ะ เ พื่ อ น ใ ห้ ชวี ิตประจาวนั ได้
รบั ผดิ ชอบต่อสังคม ปลอดภัย 2. อภิปรายเก่ียวกับวิธีดูแลรักษา
ส่วนต่างๆ ของรา่ งกาย
3. นาเสนอวิธีดูแลรักษาส่วนต่างๆ
ของร่างกายแต่ ละส่วนอย่าง
ปลอดภยั ได้
4. สรุปวิธีปิิบัติตนในการดูแล
รักษาส่วนต่างๆ ของร่างกายได้
อย่างปลอดภยั
5. ปิิบัติในการดูแลรักษาส่วน
ตา่ งๆ ของร่างกายไดอ้ ย่างปลอดภัย
และแนะนาเพ่อื นได้
3 รู้เขา รู้เรา 1 . 1 . 3 บ อ ก อ า ร ม ณ์ 1. ระบุอารมณ์ความรู้สึกของ 4
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน ความรู้สกึ ของตน และรับรู้ ตนเองได้
ทจุ รติ เรอื่ ง การคิดแยกแยะ อารมณ์ความ รู้สึกของครู 2. ระบอุ ารมณ์ความรู้สึกของเพ่ือน
ระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน เพื่อนในห้องเรียนและ ครไู ด้
และผลประโยชนส์ ว่ นรวม สมาชิกในครอบครัว 3. ระบุอารมณ์ความรู้สึกของ
สมาชกิ ในครอบครวั ได้
4 ตา่ งจิต ต่างใจ 1 . 2 . 1 รั บ รู้ อ า ร ม ณ์ 1. บอกอารมณ์และความรู้สึกของ 4
- บรู ณาการหลกั สตู รต้าน ความรู้สึกของตนเองและ ตนเอง เมอ่ื อยูใ่ นสภาวการณต์ ่างๆ
ทจุ ริต เรอ่ื ง จติ พอเพียง เพอ่ื น 2. รับฟังส่ิงที่เพ่ือนบอกอารมณ์
ต่อตา้ นทุจริต 1 . 5 . 1 ย อ ม รั บ ค ว า ม ความรู้สึกของเขาในสถานการณ์
๒๖
ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงค์ชั้นปี จุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน
ช่วั โมง
แตกตา่ งด้านอารมณ์ จิตใจ ตา่ งๆ
ของตนเองและเพอ่ื น 3. บอกได้ว่าแต่ละคนมีอารมณ์
ความรู้สึกต่อสถานการณ์ต่างๆ ไม่
เหมอื นกนั
4. ทากิจกรรมร่วมกับเพ่ือนที่มี
ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ด้ า น อ า ร ม ณ์ แ ล ะ
จิตใจได้
5 อาชพี ดี มสี ขุ 2.1.1 บอกอาชพี ในชมุ ชน 1 . บ อ ก ช่ื อ อ า ชี พ ใ น ชุ ม ช น ที่ 3
- บูรณาการหลกั สูตรต้าน นกั เรยี นอาศัยอยไู่ ด้
ทจุ ริต เรื่อง จิตพอเพยี ง 2. ให้ข้อมลู เกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ใน
ต่อตา้ นทจุ รติ ชมุ ชนไดต้ ามสมควร
6 เรียนดี มีอนาคต 3.1.1 บอกความหมายผล 1. อธิบายความหมายผลการเรียน 4
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน การเรยี นของตน ในแต่ละรายวิชาและภาพรวมของ
ทุจริต เรือ่ ง ความละอายและ 3.1.2 ระบุวิชาท่ีมีผลการ ตนเองได้
ความไมท่ นตอ่ การทุจริต เรียนอยู่ในระดับท่ีดีและท่ี 2. ระบวุ ิชาทีม่ ีผลการเรียนดีและไม่
ตอ้ งปรบั ปรงุ ดีได้
3. บอกสาเหตุท่ีได้ผลการเรียนดี
และไมด่ ี
4. บอกแนวทางการปรับปรุงวิธี
เรียนใหม้ ีผลการเรียนดขี นึ้
7 นา้ ใจไมตรี 3.3.1 แสดงพฤติกรรมท่ี 1. บอกความหมายของความมี 4
- บูรณาการหลักสูตรต้าน แสดงถึงความมีเมตตา เมตตาได้
ทุจรติ เรอ่ื ง จิตพอเพยี ง แบ่งปันของกนิ ของใช้ 2. ระบพุ ฤตกิ รรมที่แสดงถึงความมี
ตอ่ ตา้ นทุจริต เมตตาได้
3. แสดงพฤติกรรมของบุคคลท่ีมี
ความเมตตา
8 รูท้ นั เหตุการณ์ 3.4.1 วิเคราะห์ความ 1. บอกความสาคัญของการรับรู้ 4
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน น่ า เ ชื่ อ ถื อ ข อ ง ข้ อ มู ล ขอ้ มูลขา่ วสารตา่ งๆ ได้
ทจุ รติ เรอื่ ง การคิดแยกแยะ ข่าวสารได้สมเหตุสมผล 2. สืบค้นข้อมูลข่าวสารจากแหล่ง
ระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน ต่างๆ ทตี่ นสนใจได้
และผลประโยชน์ส่วนรวม 3. พิจารณาความน่าเชื่อถือของ
ข้อมลู ขา่ วสารท่ตี นศกึ ษาค้นควา้ ได้
๒๗
ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงค์ช้ันปี จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ชัว่ โมง
9 อารมณ์ของฉัน 3.4.2 ควบคมุ อารมณ์ของ 1. จาแนกอารมณ์ดแี ละไมด่ ไี ด้ 4
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน ตนเองได้ 2. พิจารณาพฤติกรรมการแสดง
ทุจรติ เรื่อง พลเมืองกบั ความ อารมณข์ องบคุ คลตา่ งๆ
รับผดิ ชอบต่อสังคม 3. ปิบิ ัติตนในการแสดงอารมณ์ได้
อย่างเหมาะสม
10 สอื่ สารดีมสี มั พันธ์ 3.4.3 ใช้ภาษาและกิริยา 1. บอกและยกตัวอย่างการใช้ 4
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน ทีเ่ หมาะสมในการสอ่ื สาร ภ า ษ า แ ล ะ กิ ริ ย า ม า ร ย า ท ท่ี
ทุจริต เร่ือง พลเมอื งกบั ความ เหมาะสมในการสอ่ื สารได้
รบั ผดิ ชอบต่อสังคม 2. แสดงบทบาทสมมติการใช้ภาษา
และกิรยิ ามารยาททเี่ หมาะสมได้
3. สรุปความสาคัญของการใช้
ภ า ษ า แ ล ะ กิ ริ ย า ม า ร ย า ท ที่
เหมาะสมในการสอ่ื สารได้
รวม 40
๒๘
โครงสร้างกจิ กรรมแนะแนว
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 40 ชั่วโมง
ท่ี เรอ่ื ง จุดประสงค์ชัน้ ปี จุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน
ชัว่ โมง
1 บอกหนอ่ ยได้ไหม 1.1.1 บอกประโยชนข์ อง 1. บอกส่วนต่างๆ ของรา่ งกายได้ 2
- บรู ณาการหลกั สตู รต้าน ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ 2. บอกหน้าทข่ี องส่วนตา่ งๆ ของ
ทจุ รติ เรอ่ื ง การคิดแยกแยะ ถกู ต้อง รา่ งกายได้
ระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน 3. บอกประโยชน์ส่วนต่างๆ ของ
และผลประโยชนส์ ว่ นรวม รา่ งกายได้
2 อะไรที่เปลีย่ น แปลง 1.1.2 รบั รู้การ 1. บอกสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายท่มี ี 2
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน เปลยี่ นแปลงของรา่ งกาย การเปล่ียนแปลงได้
ทุจริต เรื่อง การคดิ แยกแยะ ตามวยั 2. รูเ้ กณฑม์ าตรฐานของรา่ งกาย
ระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน ตามวัย
และผลประโยชนส์ ่วนรวม 3. เปรยี บเทียบน้าหนักและ
สว่ นสงู ของตนเองกบั เกณฑ์
มาตรฐานของกรมอนามยั
4. สรุปได้ว่าร่างกายมกี าร
เปลย่ี นแปลงตามวยั
3 รู้แล้วยอมรับ 1.5.1 ยอมรบั การ 1. บอกสาเหตกุ ารเปลย่ี นแปลง 2
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน เปล่ียนแปลงของรา่ งกาย ของรา่ งกายตามวัย
ทจุ รติ เรือ่ ง การคิดแยกแยะ ตามวัย 2. มีความรสู้ ึกทด่ี ีต่อการ
ระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน เปล่ยี นแปลงของรา่ งกาย
และผลประโยชนส์ ่วนรวม
4 ทาไม? ทาไม? 1.2.1 ระบุสาเหตุของการ 1. บอกสาเหตุการเกิดอารมณ์ 2
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน เกดิ อารมณ์ความรู้สกึ ของ และความรสู้ กึ ของตนเองได้
ทุจรติ เรอื่ ง จติ พอเพยี ง ตนเองและเพ่ือน 2. บอกสาเหตุการเกิดอารมณ์
ตอ่ ตา้ นทจุ รติ และความรสู้ กึ ของเพือ่ นได้
5 เพราะวา่ ...แตกต่าง 1.5.2 ยอมรับความ 1. บอกอารมณข์ องตนเองที่ 3
- บูรณาการหลักสูตรต้าน แตกต่างดา้ นอารมณ์ จิตใจ เกิดข้นึ ในสถานการณต์ ่างๆ ได้
ทจุ ริต เรอ่ื ง จติ พอเพยี ง ของตนเองและเพื่อน 2. ระบคุ วามแตกตา่ งด้านอารมณ์
ตอ่ ตา้ นทจุ รติ ของตนเองและเพ่อื นใน
สถานการณ์เดียวกัน
3. บอกเหตผุ ลทบ่ี ุคคลมอี ารมณ์
แตกต่างกัน
4. สรุปได้ว่าบุคคลมีอารมณ์
แตกตา่ งกันในด้านอารมณ์และ
จิตใจ
๒๙
ท่ี เร่อื ง จุดประสงค์ชนั้ ปี จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ชว่ั โมง
6 หนูชอบแบบนี้ 1 . 1 . 3 รั บ รู้ อ า ร ม ณ์ 1. บอกอารมณ์และความร้สู กึ 3
เพื่อนชอบแบบนนั้ ความรู้สึกของครู เพ่ือน ของครูจากพฤติกรรมทีแ่ สดงออก
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน ต่างห้องเรียน และสมาชิก ได้
ทจุ ริต เรอื่ ง จติ พอเพียง ในครอบครัว 2. บอกอารมณแ์ ละความรู้สกึ
ต่อตา้ นทจุ รติ ของเพอ่ื นตา่ งหอ้ งเรยี นจาก
พฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกได้
3. บอกอารมณ์และความรูส้ ึก
ของสมาชิกในครอบครัวจาก
พฤติกรรมทแี่ สดงออกได้
7 เป็นเชน่ นนี้ ่เี อง 3.3.1 แสดงความคิดและ 1. รบั ร้อู ารมณข์ องตนเองใน 2
- บูรณาการหลักสูตรต้าน แสดงออกด้านอารมณ์ที่มี สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่าง
ทจุ รติ เรอื่ ง พลเมืองกบั ความ ต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้ เหมาะสม
รับผดิ ชอบตอ่ สงั คม อยา่ งเหมาะสม 2. แสดงพฤติกรรมของตนเองท้งั
ทางบวกและทางลบทม่ี ตี อ่
สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
8 ส่อื สารดีมีเพ่ือน 3.4.2 รู้จักเอาใจเขามาใส่ 1. ยอมรบั ผ้อู ื่นในสิ่งทเี่ ขาเป็น 4
- บูรณาการหลักสูตรต้าน ใจเรา 2. ไมท่ ากับผ้อู น่ื ในสิง่ ทไี่ มอ่ ยาก
ทจุ ริต เรื่อง พลเมืองกับความ 3.4.3 คานึงถึงความรู้สึก ให้ผู้อ่ืนทากับเรา
รบั ผดิ ชอบต่อสังคม ของผ้อู ืน่ ในการสื่อสาร 3. ไมใ่ ช้การสื่อสารท่ีทาร้ายจิตใจ
ของผู้อื่น
9 กระจกหกด้าน 1.3.1 ระบุความสนใจ 1. บอกความสนใจ ความถนดั 2
- บูรณาการหลกั สูตรต้าน ความถนัด ความสามารถ ความสามารถด้านการเรียนของ
ทุจรติ เรือ่ ง ความละอายและ ด้านการเรียนของตนเอง ตนเองได้
ความไม่ทนต่อการทจุ ริต พรอ้ มเหตผุ ล 2. บอกเหตุผลที่สนับสนุนความ
สนใจ
ความถนัด และความสามารถด้าน
การเรยี นของตนเองได้
10 หลากหลายมติ ิ 1.3.2 รับรู้ความสนใจ 1. บอกความสนใจ ความถนดั 3
- บูรณาการหลักสตู รต้าน ความถนัด ความสามารถ ความสามารถด้านการเรียนของ
ทุจรติ เร่ือง ความละอายและ ด้านการเรียนของตนเอง เพ่อื นพรอ้ มเหตผุ ล
ความไม่ทนต่อการทจุ ริต พร้อมเหตุผล 2. จดั กลุ่มผู้ทม่ี คี วามสนใจ ความ
1 . 6 . 1 ย อ ม รั บ ค ว า ม ถนัด ความสามารถด้านการเรียน
แตกต่าง ด้านความสนใจ ท่เี หมอื นกนั ของสมาชกิ ใน
ความถนัด ความสามารถ หอ้ งเรยี น
ด้านการเรียนของตนเอง
๓๐
ท่ี เร่อื ง จุดประสงค์ชั้นปี จุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน
ช่ัวโมง
และเพอ่ื น 3. สร้างสรรค์งานจากความ
แตกต่างของตนเองและเพื่อนได้
11 รับร้สู ู่มติ รภาพ 1 . 7 . 1 ย อ ม รั บ ค ว า ม 1. บอกความหมายของคาว่า 3
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน แตกต่างด้านบุคลิกภาพ บุคลิกภาพ ได้
ทุจริต เร่ือง พลเมอื งกับความ ของตนเองและเพอ่ื น 2. บอกบคุ ลกิ ภาพท่ีดแี ละไม่ดี
รับผดิ ชอบต่อสงั คม ของตนเองและเพื่อนได้
3. ไมป่ ิิเสธเพื่อนทีม่ ีบคุ ลิกภาพ
ไม่เหมือนกับตน
12 หลากหลายอาชีพ 2.1.1 บอกอาชีพท่ี 1. บอกช่ืออาชีพในท้องถิน่ 3
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน หลากหลาย 2. บอกชือ่ อาชพี ไดอ้ ยา่ ง
ทจุ ริต เรือ่ ง ความละอายและ หลากหลาย
ความไมท่ นต่อการทจุ รติ 3. บอกข้อมลู อาชพี ได้ตาม
สมควร
13 เตรยี มพร้อมสเู่ ป้าหมาย 3.1.1 บอกพฤติกรรมของ 1. ระบวุ ิชาท่ีตนเองมีผลการเรียน 3
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน ตนเองที่ช่วยให้ผลการ อยู่ในระดบั ดี
ทจุ รติ เรือ่ ง ความละอายและ เรยี นดี 3. บอกพฤติกรรมของตนเองทที่ า
ความไม่ทนตอ่ การทุจริต ให้มีผลการเรียนในวชิ านนั้ อยใู่ น
ระดับดขี ึ้นไป
4. สรุปพฤติกรรมทจี่ ะชว่ ยให้ผล
การเรยี นอยู่ในระดบั ดที ุกรายวชิ า
14 เรยี นดีมีวธิ ีอยา่ งไร 3.1.2 ระบุพฤติกรรมที่จะ 1. ระบแุ นวทางในการปรบั ตวั 3
- บูรณาการหลักสตู รต้าน นามาใชใ้ นการปรบั ตัวด้าน เพือ่ ผลการเรียนในระดับดขี ึน้
ทุจรติ เร่ือง ความละอายและ การเรียนให้มีผลการระดับ 2. บอกความสาคัญของการ
ความไม่ทนต่อการทุจรติ ดีข้ึนไป และมีความพร้อม ประเมนิ ระดบั ชาติ
ส า ห รั บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น 3. ปิบิ ัตติ นเพอื่ ผลการเรยี นทีด่ ี
ระดบั ชาติ และเตรียมความพร้อมสาหรบั
การประเมนิ ระดบั ชาติ
15 ทาอย่างไรดหี นอ 3.4.1 ประเมิน 1. วเิ คราะห์ความสมเหตสุ มผล 3
- บรู ณาการหลักสูตรต้าน สถานการณ์ ของสถานการณต์ า่ งๆ ได้
ทจุ รติ เรื่อง การคดิ แยกแยะ และนาไปประยุกต์ใช้ใน 2. ประเมินผลที่อาจเกดิ ขึน้ จาก
ระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน ชวี ิตประจาวัน สถานการณ์ต่างๆ
และผลประโยชนส์ ่วนรวม 3. อธิบายวิธกี ารคดิ และตัดสนิ ใจ
เม่ือเผชิญกบั สถานการณ์ตา่ งๆ
รวม 40
๓๑
โครงสรา้ งกจิ กรรมแนะแนว
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา 40 ชัว่ โมง
ท่ี เรอื่ ง จุดประสงค์ชนั้ ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน
ช่ัวโมง
1 พฒั นาการตามช่วงวัย 1.1.1 รับรกู้ าร 1. สารวจสิ่งท่ีเปล่ียนแปลงของ 1
- บูรณาการหลักสูตรต้าน เปลี่ยนแปลงของร่างกาย ร่างกายตามวยั
ทจุ ริต เรื่อง การคดิ แยกแยะ ตามวัย 2 . ร่ ว ม กั บ เ พ่ื อ น ส รุ ป ส่ิ ง ท่ี
ระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน เปล่ียนแปลงของรา่ งกายตามวยั
และผลประโยชนส์ ่วนรวม
2 รเู้ ขารเู้ รา 1.1.2 บอกความคดิ 1. อ ธิบายการเกิดคว ามคิด 3
- บูรณาการหลักสตู รต้าน ความรู้สึก อารมณ์ของตน ความร้สู ึก อารมณข์ องบคุ คล
ทจุ ริต เร่อื ง การคิดแยกแยะ และรับรู้ความคดิ 2. ระบุความคิด ความรู้สึกของ
ระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน ความรู้สึก อารมณ์ครู ตนเองเม่ือกระทบกับเหตุการณ์
และผลประโยชนส์ ่วนรวม เพื่อน และสมาชิกใน ตา่ งๆ ได้
ครอบครวั 3. สังเกตความคิด ความรู้สึก
1.2.1 จาแนกความคดิ อารมณข์ องครู เพ่อื น และสมาชิก
ความรู้สกึ อารมณท์ ่ีดแี ละ ในครอบครัว
ไมด่ ีของตนเองและผูอ้ นื่ 4 แยกได้ว่าความคิด ความรู้สึก
อารมณ์ใดเป็นลบเป็นบวก
3 รับได้ใจเป็นสขุ 1.4.1 อธิบายบคุ ลิกภาพ 1 . บ อ ก ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง 3
- บรู ณาการหลกั สตู รต้าน ของตนและรับร้บู ุคลิกภาพ บคุ ลกิ ภาพ ได้
ทจุ ริต เรื่อง พลเมืองกบั ความ ของเพ่ือน 2 . ร่ ว ม กั บ เ พ่ื อ น อ ธิ บ า ย
รับผดิ ชอบตอ่ สงั คม 1.7.1 รับไดก้ บั บุคลิกภาพ บุคลกิ ภาพของตนเองและเพ่ือน
ของตนเอง 3. ยอมรับบุคลิกภาพของตนเอง
1.7.2 ยอมรบั ในส่งิ ทผ่ี ู้อน่ื และผอู้ ื่น ท้ังด้านบวกและด้านลบ
เปน็ ดา้ นบคุ ลกิ ภาพ
4 คา่ ของคน 1.5.1 พอใจในสิง่ ทีด่ ีของ 1. มีความร้สู ึกที่ดีต่อร่างกายด้าน 3
- บูรณาการหลักสูตรต้าน ตนเองด้านรา่ งกาย บวกของตนเองและผอู้ ืน่
ทุจริ ต เรื่ อง จิ ตพ อ เพี ย ง ความคิด อารมณ์ และ 2. มีความรู้สึกท่ีดีต่อความคิด
ต่อตา้ นทจุ ริต จิตใจ ดา้ นบวกของตนเองและผ้อู ่นื
1.5.2 ช่นื ชมสง่ิ ทดี่ ีของ 3. มีความรู้สึกท่ีดีต่ออารมณ์และ
ผ้อู ่นื จิตใจด้านบวกของตนเองและ
ด้านร่างกาย ความคดิ ผู้อื่น
อารมณ์ และจติ ใจ
๓๒
ท่ี เรอ่ื ง จดุ ประสงค์ชั้นปี จุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ชั่วโมง
5 ความแตกต่าง 1.6.1 ยอมรับส่งิ ที่ตนเอง 1. บอกความสนใจ ความถนัด 3
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน มใี นด้านความสนใจ ความ ความสามารถทางการเรียนของ
ทุจรติ เรอ่ื ง ความละอายและ ถนัด ความสามารถ ตนได้
ความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ทางการเรยี น 2. รับรู้ความสนใจ ความถนัด
1.6.2 เข้าใจผู้อื่นในด้าน ความสามารถทางการเรียนของ
ความสนใจ ความถนัด ผู้อน่ื
ความสามารถทางการ 3. รับได้กับส่ิงที่ตนเองมีและ
เรยี น เข้าใจผู้อ่ืนด้านความสนใจ ความ
ถนดั ความสามารถทางการเรียน
6 โตข้นึ จะเป็นอะไร 2.1.1 บอกลักษณะของ 1. ระบชุ ื่อและลักษณะของอาชีพ 3
- บรู ณาการหลักสูตรต้าน อาชพี ทส่ี นใจ ทีส่ นใจ
ทจุ ริต เร่อื ง ความละอายและ 2.2.1 บอกคุณลักษณะ 2. ระบุคุณลักษณะของตนเองที่
ความไมท่ นตอ่ การทุจรติ ของตนเองที่สอดคล้องกับ สอดคล้องกบั อาชีพทีส่ นใจ
อาชพี ทส่ี นใจ
7 แกไ้ ขได้ 3.3.1 วิเคราะห์ผลการ 1 . บ อ ก ร ะ ดั บ ผ ล ก า ร เ รี ย น 4
- บูรณาการหลักสตู รต้าน เรียนของตน แต่ละ รายวชิ าภาคเรียนที่ 1
ทุจริต เรื่อง ความละอายและ รายวิชา 2. ระบุรายวิชาที่ผลการเรียนยัง
ความไม่ทนตอ่ การทุจรติ 3.1.2 ระบุวิธีการพัฒนา ไมพ่ อใจพรอ้ ม
รายวิชาที่ผลการเรียนยัง สาเหตุที่ได้ระดับผลการเรียน
ไม่เป็นทีพ่ อใจ เชน่ น้ัน
3. ร่วมอภิปรายกับเพื่อนในการ
พัฒนาใหร้ ะดับผลการเรียนดขี ึน้
4. สรปุ วธิ ีการพัฒนาผลการเรียน
ของตนเอง
8 ฝนั ใหไ้ กล 3.4.1 มจี ินตนาการและมี 1. บอกรายละเอยี ดจากภาพ 4
ไปใหถ้ ึง ความสามารถในการคิด 2. บอกความสัมพันธ์ของส่ิงท่ีอยู่
- บูรณาการหลักสูตรต้าน เชอื่ มโยง ในภาพ
ทจุ รติ เร่อื ง ความละอายและ 3. เล่าเร่ืองจากภาพได้
ความไม่ทนตอ่ การทุจรติ 4. ฝึกการคิดเชื่อมโยงจากส่ือ
ตา่ งๆ
9 ผ่อนคลาย 3.4.2 มีวิธีผ่อนคลาย 1. บอกอารมณ์และความเครียด 4
- บูรณาการหลกั สูตรต้าน อารมณ์ ทีเ่ คยเกิดกบั ตนเอง พรอ้ มสาเหตุ
ทุจริต เรือ่ ง การคิดแยกแยะ และความเครียดให้กับ 2. แลกเปล่ียนเรียนรู้วิธีผ่อน
ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน ตนเอง คลายอารมณ์และความเครียดท่ี
และผลประโยชน์สว่ นรวม ตนเคยใช้ได้ผลมาแล้วกับกลุ่ม
เพ่อื นได้
๓๓
ท่ี เรอ่ื ง จดุ ประสงค์ชนั้ ปี จุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ชัว่ โมง
3. สรุปวิธีการที่จะเลือกไว้ใช้กับ
ตนเองต่อไป
10 ชนื่ ชมยินดี 3.4.3 รู้จักแสดงความคิด 1. บอกได้วา่ การแสดงใหผ้ ู้อื่นรู้ว่า 4
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน ค ว า ม รู้ สึ ก ช่ื น ช ม ก า ร เราช่ืนชมการกระทาที่ดีงามของ
ทุจรติ เรอ่ื ง พลเมืองกับความ กระทา เขา เป็นวิธีหน่ึงในการสร้าง
รบั ผิดชอบต่อสังคม ที่ดีงามให้ผู้อื่นรบั รู้ สัมพนั ธภาพที่ดีกับผอู้ น่ื
2. ระบุวิธีการแสดงความช่ืนชม
ผอู้ ื่นอย่างหลากหลาย
3. ปิิบัติตนในการแสดงความ
ช่นื ชมให้ผ้อู นื่ รับรู้
11 มติ รไมตรี 3.4.4 มีมารยาทในการ 1. อธิบายพฤติกรรมท่ีแสดงถึง 4
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน สอื่ สารกับผู้อ่ืน การมีมารยาทในการส่ือสาร
ทุจริต เรอ่ื ง พลเมืองกับความ 3.4.5 ช่ืนชมความสาเร็จ 2. ฝึกการสื่อสารอย่างมีมารยาท
รบั ผิดชอบต่อสังคม ความสามารถและการ ในสถานการณ์ตา่ งๆ
กระทา
ทด่ี งี ามของผู้อนื่ ดว้ ยคาพดู
ภาษากาย และภาพลกั ษณ์
12 สมั พันธภาพ 3.3.1 ควบคุมความคิด 1. บอกไดว้ า่ ความคดิ และอารมณ์ 4
- บูรณาการหลักสูตรต้าน และอารมณ์ของตนเองได้ ใดควรควบคุมในการแสดงออก
ทุจรติ เรอื่ ง การคดิ แยกแยะ 3.4.6 มีวิธีสร้างความ 2. ศึกษาวิธีการควบคุมอารมณ์
ระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน มั่ น ค ง ใ น อ า ร ม ณ์ ข อ ง จากแหล่งเรยี นรตู้ ่างๆ
และผลประโยชนส์ ว่ นรวม ตนเองได้อยา่ งเหมาะสม 3. สรุปวิธีควบคุม สร้างความ
ม่ั น ค ง ท า ง อ า ร ม ณ์ ท่ี เ ห ม า ะ ส ม
สาหรับตนเอง
รวม 40
๓๔
โครงสรา้ งกจิ กรรมแนะแนว
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 เวลา 40 ช่ัวโมง
ท่ี เรอื่ ง จุดประสงค์ช้นั ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน
ช่วั โมง
1 ตวั ฉนั 1 . 1 . 1 รั บ รู้ ก า ร บอกสิ่งท่ีเปล่ียน แปลงขอ ง 2
- บูรณาการหลกั สูตรต้าน เปลี่ยนแปลงของร่างกาย รา่ งกายในชว่ งวยั ของตนได้
ทจุ รติ เรอ่ื ง การคิดแยกแยะ ตามวยั
ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน
และผลประโยชน์สว่ นรวม
2 บคุ ลิกภาพ 1.4.1 ระบุบคุ ลิกภาพท่ดี ี 1. บอกบุคลิกภาพของตนเอง 4
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน และไมด่ ขี องตนเองและ ท้ังดา้ นดแี ละด้านไม่ดี
ทจุ รติ เรื่อง การคดิ แยกแยะ รบั รบู้ ุคลกิ ภาพท่ีดีและไม่ดี 2. รบั รบู้ คุ ลกิ ภาพของเพื่อน ทั้ง
ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน ของเพอ่ื น ด้านดแี ละด้านไมด่ ี
และผลประโยชน์สว่ นรวม 1.7.1 ภูมิใจในบุคลิกภาพ 3. บอกบุคลิกภาพด้านดีท่ีตน
ด้านดี ภูมิใจ
ของตน 4 . แ ส ด ง ค ว า ม ชื่ น ช ม ใ น
1.7.2 ชน่ื ชมบคุ ลกิ ภาพ บคุ ลิกภาพดา้ นดขี องผูอ้ ่ืน
ด้านดีของผ้อู นื่
3 แสดงออกอยา่ งมน่ั ใจ 1.5.1 แสดงออกถึงความ มีพฤติกรรมที่แสดงถึงความ 3
- บรู ณาการหลกั สตู รต้าน มั่นใจในสิ่งที่ดีของตนเอง ม่ันใจในส่ิงท่ีดีของตนเอง ด้าน
ทุจริต เรือ่ ง จิตพอเพยี ง ด้า น ร่ าง ก าย คว าม คิ ด ร่างกาย ความคิด อารมณ์ และ
ต่อต้านทุจรติ อารมณ์ และจิตใจ จติ ใจ
4 แสดงออกอย่างเหมาะสม 3.3.1 รู้เท่าทันความคิด 1. บอกความคิดและอารมณ์ของ 3
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน และอารมณข์ องตนเอง ตนเองในสถานการณต์ ่างๆ
ทจุ รติ เรื่อง การคิดแยกแยะ 3.3.2 จัดการกับความคิด 2. จาแนกความคิดและอารมณ์
ระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน และอารมณ์ของตนเองได้ ด้านบวกและด้านลบ
และผลประโยชนส์ ว่ นรวม อยา่ งเหมาะสม 3. ขจัดความคิดและอารมณ์
ด้านลบ สถานการณ์ต่างๆ และ
แสดงออกอยา่ งเหมาะสม
5 คุณค่าด้านการเรยี น 1.3.1 บอกวิชาที่ตนเอง 1. ระบุรายวิชาทที่ าคะแนนได้ดี 3
- บูรณาการหลักสตู รต้าน ถนัดอย่างมีเหตุผล และมีความสุขในการเรียนและ
ทจุ ริต เรื่อง ความละอายและ 1.3.3 รับรู้วิชาท่ีเพ่ือน รบั รขู้ องเพ่ือน
ความไมท่ นต่อการทจุ ริต ถนัดพรอ้ มเหตผุ ล 2. เล่าถึงความสนใจ ความถนัด
1.6.1 ภูมิใจในคุณค่าของ และความสามารถทางการเรียน
ตนเองในด้านความสนใจ และอาชีพของตนด้วยความ
ความถนัด ความสามารถ ภาคภมู ิใจ
๓๕
ท่ี เรอื่ ง จดุ ประสงค์ชน้ั ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน
ช่วั โมง
ทางการเรียนและอาชีพ 3. แสดงความนิยม ยกย่องใน
1.6.2 ช่นื ชมในคุณค่าของ ความสนใจ ความถนัด และ
ผู้อื่นในด้านความสนใจ ความสามารถทางการเรียนและ
ความถนัด ความสามารถ อาชีพของเพ่ือน
ทางการเรยี นและอาชพี
6 อาชีพในฝัน 1.3.2 บอกอาชีพท่ีตน 1. ระบุชื่ออาชีพที่อยู่ในความ 4
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน สนใจ สนใจ
ทุจรติ เรอ่ื ง ความละอายและ 2.1.1 บอกคุณสมบัติของ 2. อธิบายคุณสมบัติของบุคคล
ความไม่ทนต่อการทุจรติ บคุ คลทปี่ ระกอบอาชีพ ท่ีประกอบอาชีพท่ีอยู่ในความ
2.2.1 ศึกษาข้อมูลด้าน สนใจ
อาชีพท่ีกว้างและลึกซึ้ง 3. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพท่ี
มากขน้ึ สนใจใหล้ ะเอยี ดและชัดเจน
7 เธอที่ฉนั รู้จกั 1 . 1 . 2 รั บ รู้ ค ว า ม คิ ด สังเกตกิริยาอาการที่แสดงถึง 2
4
- บูรณาการหลกั สูตรต้าน ความรู้สึก อารมณ์ของผู้ท่ี ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของ
2
ทจุ รติ เร่ือง พลเมืองกับความ ตนคบหาสมาคม ผทู้ เี่ กี่ยวข้องได้ 3
3
รบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
8 เรียนอยา่ งไร 3.1.1 วิเคราะห์ผลการ 1. บอกผลการเรียนของตนเอง
ไดเ้ กรดดี เรยี นของตนแต่ละรายวิชา ในรายวชิ าต่างๆ ในชนั้ ป.4
- บรู ณาการหลักสูตรต้าน และปรับปรุงพฤติกรรม 2. ระบุรายวิชาท่ียังไม่พอใจใน
ทจุ ริต เร่ือง ความละอายและ การเรียนในรายวิชาที่มีผล ผลการเรียนน้นั
ความไม่ทนตอ่ การทุจรติ การเรยี นไม่เป็นทพี่ อใจ 3. ระบุพฤตกิ รรมท่ีทาใหผ้ ลการ
เรยี นในวิชานนั้ ยงั ไมเ่ ปน็ ทพ่ี อใจ
4. ระบุพฤติกรรมท่ีจะทาเพ่ือ
ให้ผลการเรียนในวชิ านั้นดีขน้ึ
9 วพิ ากษ์อย่างมขี อ้ มลู 3.4.1 วิพากษ์ วิจารณ์บน พู ด ถึ ง ผู้ อ่ื น ด้ ว ย ข้ อ มู ล
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน พ้ื น ฐ า น ข อ ง ข้ อ มู ล สารสนเทศท่ถี กู ตอ้ ง
ทจุ ริต เรอ่ื ง พลเมอื งกบั ความ สารสนเทศที่ถกู ตอ้ ง
รับผดิ ชอบตอ่ สังคม
10 สนั ติวิธี 3.4.2 ยุติข้อขัดแย้งใน 1. วิเคราะห์สาระสาคัญของ
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน กล่มุ เพื่อนด้วยสนั ติวิธี ความขดั แยง้ ในกลมุ่ เพือ่ นได้
ทจุ รติ เรื่อง พลเมอื งกับความ 2. ใช้วิธีการด้านบวกในการยุติ
รับผิดชอบตอ่ สังคม ข้อขดั แยง้ ในกลมุ่ เพ่อื น
11 จิตอาสานาพาสังคม 3.4.4 อาสาทางานเพ่ือ 1 . บ อ ก ช นิ ด ข อ ง ง า น เ พ่ื อ
- บูรณาการหลกั สูตรต้าน สว่ นรวมและสังคม ส่วนรวมและสงั คมที่สามารถทา
ทจุ ริต เรอ่ื ง จิตพอเพียง ได้
๓๖
ท่ี เรอ่ื ง จุดประสงค์ชัน้ ปี จุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ช่ัวโมง
ตอ่ ต้านทจุ รติ 2. สมัครใจทางานเพ่ือส่วนรวม
และสงั คมที่สนใจ
3. มคี วามรู้สึกท่ีดีในการทางาน
เพ่อื สว่ นรวมและสงั คม
12 ภัยท่ไี มค่ าดคิด 3.4.3 รู้จักปิิเสธ ต่อรอง 1. บอกวิธีการหาทางออกจาก 3
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน และร้องขอความช่วยเหลือ สถานการณเ์ ส่ียงได้
ทจุ รติ เรอ่ื ง จิตพอเพียง ในสถานการณ์เส่ียง 2. เสนอแนะการปิิเสธ ต่อรอง
ตอ่ ต้านทจุ ริต แ ล ะ ข อ ค ว า ม ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู้ อื่ น
อยา่ งสรา้ งสรรค์
13 พฤตกิ รรมทางสังคม 3 . 4 . 5 แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง 1. ระบุพฤติกรรมท่ีควรทาและ 4
- บรู ณาการหลักสูตรต้าน พฤติกรรมที่ดีในการอยู่ ไม่ควรทาในการอยรู่ ่วมกับผอู้ ่นื
ทจุ ริต เรือ่ ง พลเมอื งกับความ ร่วมกบั ผู้อ่ืน 2. แสดงพฤติกรรมท่ีเหมาะสม
รับผดิ ชอบต่อสังคม 3.4.6 รับฟังและยอมรับ ในการอยรู่ ่วมกับผอู้ ืน่
ความคิดเหน็ ซึ่งกนั และกัน 3. มีพฤติกรรมท่ีแสดงถึงการรับ
ฟังและยอมรับความคิดเห็นซ่ึง
กนั และกนั
รวม 40
๓๗
โครงสร้างกิจกรรมแนะแนว
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลา 40 ชวั่ โมง
ท่ี เรอื่ ง จุดประสงค์ชั้นปี จุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ชัว่ โมง
1 WHO ARE YOU? 1.1.1 รบั รคู้ วามคิด 1. สงั เกตความรสู้ ึก อารมณ์ของ 3
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน ความรูส้ ึก อารมณ์ของคู่ ค่สู นทนาได้
ทุจริต เรื่อง การคดิ แยกแยะ สนทนา 2. บอกประโยชน์ของการรู้
ระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน ความคิด ความร้สู ึก อารมณ์ของ
และผลประโยชน์ส่วนรวม คสู่ นทนา
3. มีความสามารถในการรับรู้
ความคิดความรู้สึก อารมณ์ของ
ค่สู นทนา
2 ความมน่ั ใจ 1.6.1 แสดงออกถึงความ 1. กล้าที่จะบอกผู้อ่ืนถึงความ 3
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน ม่ันใจในคุณค่าของตนเอง สนใจ ความถนัด ความสามารถ
ทจุ รติ เร่อื ง ความละอายและ ด้านความสนใจ ความถนัด ทางการเรียนและอาชพี
ความไมท่ นตอ่ การทุจริต ความสามารถทางการ 2. นาคุณค่าของตนเองในด้าน
เรยี นและอาชีพ ค ว า ม ส น ใ จ ค ว า ม ถ นั ด
1.6.2 เชอ่ื ม่นั ในคณุ คา่ ความสามารถมาใช้ในการทา
ของผู้อื่นดา้ นความสนใจ กิจกรรมด้านการเรียนและ
ความถนัดความสามารถ อาชพี
ทางการเรยี นและอาชีพ 3. ใหค้ วามสาคัญกบั ความสนใจ
ค ว า ม ถ นั ด ค ว า ม ส า ม า ร ถ
ทางการเรียนและอาชีพของ
ผู้อน่ื
3 ความเชอื่ ม่นั ในบคุ ลกิ ภาพ 1.7.1 แสดงออกถึงความ 1. บอกบุคลิกภาพด้านดีของ 3
- บรู ณาการหลกั สตู รต้าน มั่นใจในบุคลิกภาพด้านดี ตนเองได้
ทุจริต เรือ่ ง จิตพอเพยี ง ของตนเอง 2. นาบุคลิกภาพด้านดีมาใช้ใน
ตอ่ ต้านทจุ รติ 1.7.2 เช่ือมั่นในคุณค่า การทากิจกรรมดว้ ยความมั่นใจ
ของผู้อนื่ ดา้ นบุคลกิ ภาพ 3. ให้ความสาคัญกับบุคลิกภาพ
ดา้ นดีของผู้อ่นื
4 โลกกว้างทางการศกึ ษา 2.1.1 มีข้อมูลโลกกว้าง 1. แสวงหาขอ้ มลู ดา้ นการศึกษา 3
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน ทางดา้ นการศกึ ษา ตอ่ จากแหลง่ เรียนรู้ต่างๆ
ทุจริต เรอ่ื ง จิตพอเพียง 2.1.2 มีแนวทางในการ 2. มีแนวทางการศึกษาต่อเม่ือ
ตอ่ ตา้ นทุจริต เลือกศึกษาตอ่ จบชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ท่ี
หลากหลาย
๓๘
ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงค์ชน้ั ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน
ชวั่ โมง
3. เลือกแนวทางศึกษาต่อที่
เหมาะสมกบั ตนเอง
5 อาชพี ทส่ี นใจ 2.2.1 พิจารณาความ 1. บอกชื่ออาชพี ท่ตี นสนใจได้ 3
- บรู ณาการหลักสตู รต้าน เหมาะสมของตนกับอาชพี 2 . บอ ก คุณ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ผู้
ทุจริต เร่ือง จิตพอเพยี ง ทส่ี นใจ ประกอบอาชีพทสี่ นใจ
ต่อต้านทจุ รติ 2.3.1 ระบุอาชีพที่ตนเอง 3. บอกคุณลักษณะของตนท่ี
สนใจ สอดคล้องกบั อาชพี ทส่ี นใจ
6 วเิ คราะหผ์ ล 3.1.1 วเิ คราะห์ผลการ 1. พิจารณาระดับผลการเรียน 4
การเรยี น เรยี นของตนแตล่ ะรายวิ ร า ย วิ ช า ต่ า ง ๆ ใ น ชั้ น
- บูรณาการหลักสูตรต้าน ชโดยเฉพาะวชิ าทต่ี อ้ งใช้ ประถมศึกษาปที ี่ 5
ทจุ ริต เรือ่ ง การคิดแยกแยะ ประเมินระดับชาติและการ 2. พิจารณาระดับผลการเรียน
ระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน เรยี นตอ่ ระดบั มัธยมศึกษา รายวิชาทีส่ อบ O-NET
และผลประโยชนส์ ว่ นรวม ตอนต้น 3. พิจารณาระดับผลการเรียน
3.1.2 เรียนรู้เพิ่มเติมเพ่ือ รายวิชาที่ใช้ในการสอบเข้า
ความพร้อมในการเข้า เรียนต่อช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
เรยี นต่อ 4. บ อ ก แ น ว ท า ง ใ น ก า ร
พัฒนาการเรียนของตนเองเพื่อ
เตรยี มพร้อมในการสอบและเข้า
เรยี นต่อ
7 สมาชกิ ท่ีดีของสังคม 3.4.3 ป ิิ บั ติ ต า ม ก ฎ 1. บอกตามกฎ กติกา และ 4
- บูรณาการหลกั สูตรต้าน กติกา และระเบียบของ ระเบียบของสังคมในโรงเรียนได้
ทุจรติ เร่อื ง พลเมืองกบั ความ สงั คม 2. บอกผลดี ผลเสียของการ
รับผดิ ชอบต่อสังคม 3.4.6 ปิิบัติตนเป็น ปิิบัติตามกฎ และไม่ปิิบัติ
สมาชิกที่ดีของครอบครัว ตาม กติกา และระเบียบของ
โรงเรียน และประเทศชาติ สงั คม
3. ระบุวิธีการปิิบัติเพ่ือการ
เป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัว
โรงเรียน และประเทศชาติ
8 อารมณ์ 3.3.1 มีวิธีสร้างความ 1. เห็นความสาคัญของการมี 4
- บูรณาการหลักสูตรต้าน ม่ั น ค ง ใ น อ า ร ม ณ์ ข อ ง ความม่ันคงในอารมณ์
ตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2. บอกวิธีสร้างความม่ันคงใน
ทุจริต เรื่อง จิตพอเพยี ง
ต่อต้านทุจรติ อ า ร ม ณ์ ข อ ง ต น ไ ด้ อ ย่ า ง
เหมาะสม
3. ปิิบัติตนในการสร้างความ
มั่นคงทางอารมณข์ องตน
๓๙
ท่ี เรือ่ ง จดุ ประสงค์ชนั้ ปี จุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน
ช่วั โมง
9 คุณธรรมนาชีวติ 3.3.2 มีคุณธรรมที่ 1. อภิปรายประโยชน์ของการมี 4
- บรู ณาการหลกั สูตรต้าน เ ห ม า ะ ส ม กั บ วั ย เ ช่ น คุณธรรม
ทจุ ริต เรอ่ื ง พลเมืองกับความ ซ่ือสัตย์ กตัญญูกตเวที 2. ระบุคุณธรรมของนักเรียน
รับผดิ ชอบต่อสังคม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้าใจ มี ในช่วงวยั ทคี่ วรมี
จิตสานึก เพ่ื อ ส่ว น ร ว ม 3. มกี ารเรียนรู้วิธีการปิิบัติตน
สามัคคี ฯลฯ ท่ีสะท้อนถึงการมีคุณธรรมท่ี
3.4.5 มีจิตอาสาและ เหมาะสมกบั วัย
กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ 4. แสดงพฤติกรรมที่สะท้อนถึง
ต่อสว่ นรวม การมคี ณุ ธรรม
5. ป ิิ บั ติ กิ จ ก ร ร ม ท่ี เ ป็ น
ประโยชน์ต่อสงั คม
10 คิดให้ดไี มม่ ปี ัญหา 3.4.1 รู้จกั วธิ กี ารตดั สินใจ 1. บอกกระบวนการในการ 3
3
- บูรณาการหลกั สูตรต้าน และแก้ปญั หาทีถ่ ูกตอ้ ง ตัดสินใจและแก้ปัญหาต่างๆ 3
40
ทจุ รติ เร่อื ง การคิดแยกแยะ อย่างเปน็ ระบบ
ระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน 2. คิด วิเคราะห์หาสาเหตุของ
และผลประโยชน์ส่วนรวม ปญั หาได้
3.กาหน ดทาง เลือก ใน ก าร
แก้ปัญหา วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย
ของทางเลอื กแตล่ ะทางเลอื กได้
11 ไม่มีใครเดอื ดรอ้ น 3.4.4 ปิิบัติกิจกรรมท่ี 1. บอกการกระทาท่ีทาให้
- บูรณาการหลกั สตู รต้าน ทาแล้วมีความสุข ผู้อ่ืนไม่ ตนเองมคี วามสุข
ทจุ รติ เรอ่ื ง พลเมอื งกบั ความ เดอื ดรอ้ น 2. วิเคราะห์บุคคลท่ีรับผลจาก
รับผดิ ชอบต่อสงั คม การกระทาของตนเอง
3. สรุปกิจกรรมท่ีควรปิิบัติ
โดยทาแล้วตนเองมีความสุข
และผ้อู ่นื ไมเ่ ดอื ดรอ้ น
12 ความร่วมมอื 3.4.2 ให้ความร่วมมือ 1. บอกประโยชน์ของการให้
- บูรณาการหลักสตู รต้าน และทางานร่วมกับผู้อื่นได้ ความรว่ มมอื กับหม่คู ณะ
ทุจริต เร่ือง พลเมืองกบั ความ อย่างสรา้ งสรรค์ 2. บอกพฤติกรรมในการทางาน
รบั ผิดชอบตอ่ สังคม รว่ มกบั ผู้อน่ื อย่างสรา้ งสรรค์
3. ปิิบัติกิจกรรมท่ีแสดงถึง
การให้ความรว่ มมือกบั ผู้อ่ืน
รวม
๔๐
การจัดกิจกรรมนกั เรยี น
โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) ได้จัดกิจกรรมนักเรียนเพื่อมุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย
ความเป็นผู้นา ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม
ความมเี หตผุ ล การชว่ ยเหลือแบง่ ปนั เออื้ อาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความ
ถนัด และความสนใจของผู้เรียน ใหไ้ ดป้ ิบิ ัติด้วยตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน
ปิิบัติตามแผนประเมิน และปรับปรุงการทางาน เนน้ การทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและ
สอดคลอ้ งกบั วฒุ ิภาวะของผเู้ รยี นและบรบิ ทของโรงเรียนและทอ้ งถิ่น กิจกรรมนกั เรียนประกอบดว้ ย
2.1กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
2.2กิจกรรมชมุ นุม
หลกั การ
กิจกรรมนักเรยี น เป็นกจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ ให้ผ้เู รียนได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและสนใจ โดย
เน้นเรือ่ งคุณธรรมจริยธรรม ความมีระเบยี บวินัย ไม่เห็นแก่ตัว มีความเป็นผู้นาผู้ตามที่ดี มีความรับผิดชอบ
การทางานรว่ มกัน การรจู้ กั แก้ปัญหา การตัดสินใจ ความมีเหตุมีผล การช่วยเหลือแบ่งปัน เอื้ออาทร และ
สมานฉนั ท์ การจดั กจิ กรรมนกั เรยี นควรดาเนนิ การ ดงั น้ี
1 จดั ใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถและความสนใจของผเู้ รียน
2 เน้นให้ผูเ้ รยี นได้ปิบิ ัติดว้ ยตนเองในทุกขนั้ ตอน
3. เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน
ตลอดจนบริบทของสถานศึกษาและทอ้ งถิ่น
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่อื พฒั นาผู้เรยี นใหม้ ีระเบยี บวนิ ัย มีความเป็นผูน้ าผู้ตามท่ีดี และมคี วามรับผดิ ชอบ
2. เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการทางานร่วมกัน รู้จักการแก้ปัญหา มีเหตุผล ตัดสินใจที่
เหมาะสม ช่วยเหลอื แบง่ ปัน เออ้ื อาทร และสมานฉันท์
3. ส่งเสริมสนบั สนนุ ให้ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
4. ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ใหผ้ ูเ้ รียนไดป้ ิบิ ัตกิ ิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ
ขอบข่าย
กจิ กรรมนักเรียน ประกอบดว้ ย
1. กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี (ระดบั ชั้น ป.1 – ป.6)
2. กิจกรรมชุมนุม (ระดับชัน้ ป.1 – ป.6)
๔๑
กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี
กำรจดั กิจกรรมลกู เสือ เนตรนำรี
วตั ถปุ ระสงคข์ องลูกเสอื แห่งชำติ
สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
5 ประกำร
8 ประกำร
ลูกเสอื สำรอง
เตรยี มลกู เสือสำรอง ลกู เสือสำมัญ
และดำวดวงที่ 1 ลกู เสือตรี
ดวงที่2
วชิ ำพิเศษ 18 วิชำ ลกู เสือ ลูกเสอื โท
ลูกเสือเอก
ลูกเสอื วสิ ำมญั
เตรียมลกู เสอื วิสำมญั วิชำปพ.4ิเศ–ษป5.46 วิชำ
ลกู เสอื วสิ ำมญั
ม.4 – ม.6 เนตรนำรี ลูกเสือสำมญั รนุ่ ใหญ่
วชิ าพเิ ศษ 11 วชิ า ลกู เสอื โลก
ลกู เสือชน้ั พเิ ศษ
ลกู เสอื หลวง
ม.1 – ม.3
วชิ าพเิ ศษ 76 วชิ า
๔๒
กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี
กระบวนการลกู เสือ คอื กระบวนการพัฒนาเยาวชน มวี ัตถุประสงค์เพอ่ื ฝกึ อบรม ใหก้ ารศึกษา
และพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี โดยไม่คานึงถึงเช้ือชาติ ศาสนา ท้ังนี้เป็นไปตามความมุ่งประสงค์
หลักการ และวิธีการ ซ่ึงลูกเสือโลกได้กาหนดไว้ปัจจุบันกระบวนการลูกเสือถือเป็นกระบวนการทาง
การศึกษาส่วนหน่งึ ซงึ่ มงุ่ พัฒนาสมรรถภาพของบคุ คลทั้งทางสมอง ร่างกาย จิตใจ และศีลธรรม เพ่ือให้เป็น
บุคคลทม่ี คี วามประพฤตดิ งี าม ไม่กระทาตนใหเ้ ป็นปัญหาต่อสังคม และดารงชีวิตอย่างมีความหมายและสุข
สบาย
หลกั การจัดกจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี
กระบวนการลูกเสือ มหี ลักการสาคญั 5 ประการ ดงั นี้
1. มีศาสนาเป็นท่ียึดทางจิตใจ จงรักภักดีต่อศาสนาท่ีตนเองนับถือ และพึงปิิบัติศาสนกิจด้วย
ความจรงิ ใจ
2. จงรักภกั ดีตอ่ พระมหากษัตริย์ และประเทศชาติของตน พร้อมด้วยการส่งเสริมและสนับสนุน
สันติสุข และสันติภาพ ความเข้าใจท่ีดีต่อกันและกัน และความร่วมมือซึ่งกันและกัน ต้ังแต่
ระดับทอ้ งถ่นิ ระดับชาติ ระดบั นานาชาติ
3. เข้าร่วมพัฒนาสังคม ยอมรับและให้ความเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้อื่น และเพื่อน
มนษุ ย์ทุกคน รวมทงั้ ธรรมชาติ และสรรพสง่ิ ทง้ั หลายในโลก
4. มคี วามรับผดิ ชอบตอ่ การพฒั นาตนเองอย่างต่อเนอ่ื ง
5. ลูกเสือทุกคนตอ้ งยึดมน่ั ในคาปิญิ าณและกฎของลูกเสอื
วัตถปุ ระสงค์ของกจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี
พระราชบัญญัติลูกเสือ พุทธศักราช 2551 มาตร 8 ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการ
ฝึกอบรมลูกเสือ เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความ
รับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคี และมีความเจริญก้าวหน้า ท้ังนี้เพ่ือความสงบสุข
และความมน่ั คงของประเทศชาติ ตามแนวทางดังนี้
1. ใหม้ นี ิสยั ในการสังเกต จดจา เช่อื ฟัง และพึง่ ตนเอง
2. ให้มีความซ่อื สัตย์ สุจริต มีระเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผู้อืน่
3. ใหร้ ้จู กั บาเพ็ญตน เพ่ือสาธารณประโยชน์
4. ให้รจู้ กั ทาการฝีมอื และฝกึ ฝนการทากิจกรรมตา่ งๆ ตามความเหมาะสม
5. ให้รู้จกั รกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมน่ั คงของประเทศชาติ
ขอบข่ายกิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี
กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เป็นกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังระเบียบวินัย และกฎเกณฑ์ เพื่อการอยู่
ร่วมกันให้รจู้ กั เสียสละ และบาเพ็ญประโยชนต์ ่อสงั คม และวถิ ชี ีวติ ตามระบบประชาธิปไตย การจัดกิจกรรม
ลูกเสือ เนตรนารี ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใน
หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ไดก้ าหนดหลักสูตรออกเปน็ 2 ประเภท คอื
๔๓
1. ลูกเสอื เนตรนารี สารอง ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1-3
- เตรยี มลูกเสอื สารอง และดาวดวงที่ 1 ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 1
- ดาวดวงที่ 2 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
- ดาวดวงท่ี 3 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3
2. ลูกเสือ เนตรนารี สามญั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 – 6
- ลกู เสอื สามัญ เนตรนารี ตรี ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4
- ลูกเสอื สามัญ เนตรนารี โท ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
- ลูกเสอื สามัญ เนตรนารี เอก ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
แนวทางการจัดกจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี
การจดั กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี มีแนวทางการจดั กจิ กรรมตามวธิ กี ารทางลกู เสอื
มอี งค์ประกอบ 7 ประการ คอื
1. คาปิิญาณและกฎ ถอื เป็นหลักเกณฑ์ทล่ี กู เสือทุกคนให้คามั่นสัญญาว่าจะปิิบัติตามกฎลูกเสือ
เป็นหลักในการปิิบัติ ไม่ “ ห้าม” ทาหรือ “ บังคับให้ทา” แต่ถ้าทาจะเกิดผลดี แก่ตนเอง
เปน็ คนดี ได้รับการยกยอ่ งเปน็ ผมู้ ีเกยี รติเชอ่ื ถือได้
2. เรยี นรจู้ ากการกระทา เป็นการพัฒนาส่วนบุคคล ความสาเร็จหรือไม่สาเร็จของผลงานเกิดจาก
การกระทาของตนเอง ทาให้มีความรู้ที่ชัดเจน สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ด้วยตนเอง และท้า
ทายความสามารถของตนเอง
3. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของการลูกเสือ เป็นพืน้ ฐานในการอยูร่ ว่ มกัน การยอมรับซึ่งกัน
และกัน การแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน เป็นการเรียนรู้การใช้
ประชาธิปไตยเบอื้ งตน้
4. การใช้สญั ลกั ษณ์รว่ มกนั ฝึกให้มีความเป็นหน่ึงเดียวในการเป็นสมาชิกลูกเสือ เนตรนารี โดยใช้
สัญลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ เคร่ืองแบบ เคร่ืองหมาย การทาความเคารพ รหัส สัญญาณช่วยให้
ผู้เรียนตระหนักและภาคภมู ิใจในการเป็นสมาชิกขององศ์การลูกเสือโลก เพราะลูกเสือเป็นองศ์
การทม่ี ีสมาชกิ มากทีส่ ุดในโลก
5. การศึกษาธรรมชาติ สิ่งสาคัญของการลูกเสือ คือ ธรรมชาติ เป็นที่ปรารถนาอย่างย่ิงในการทา
กจิ กรรม ป่าเขา ชายทะเล พุม่ ไม้ การปีนเขา การผจญภัย การบุกเบิก การอยู่ค่ายพักแรม การ
เดนิ ทางไกล เปน็ ที่เสน่หาแกเ่ ดก็ ทกุ คน ถา้ ขาดสงิ่ เหลา่ นีแ้ ล้วกไ็ ม่เรยี กวา่ การใช้ชวี ิตแบบลูกเสือ
6. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดให้เด็กทา ต้องมีความก้าวหน้าและดึงดูดใจ
สรา้ งให้เกดิ ความกระตือรือร้น การเลน่ เกมท่ีสนกุ สนาน การแขง่ ขันกันเป็นสง่ิ ที่ดึงดดู ใจและเป็น
การจงู ใจทด่ี ี
7. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เป็นผู้ช้ีแนะหนทางท่ีถูกต้อง เพ่ือให้เขาเกิดความม่ันใจ เด็ก
ตอ้ งการให้ผูใ้ หญ่ช้แี นะ ผใู้ หญ่กต็ อ้ งนาพาไปสหู่ นทางที่ดี ให้ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องและดี
ทสี่ ดุ จงึ เปน็ การรว่ มมือกันทัง้ สองฝ่าย
๔๔
เงือ่ นไข การจัดกจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี
1. เวลาในการจัดกจิ กรรม
จดั กจิ กรรมตามระดับช้นั ตามหลักสูตร ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1– 6 อัตราเวลาเรียน 1 ชั่วโมง
ตอ่ สัปดาห์
การจดั กจิ กรรมเครือ่ งหมายวชิ าพิเศษ หรือพธิ ปี ระดบั ดาว พธิ เี ขา้ ประจากอง ของลูกเสอื เนตร
นารี อาจใชเ้ วลาปกติ หรอื นอกเวลาเรียนกไ็ ด้ลกู เสือ เนตรนารีทุกคนแตง่ เครื่องแบบ ทุกครง้ั เม่ือมกี าร
ฝกึ อบรมและถูกต้องตามประเภทของตนเอง
2. การจัดกจิ กรรม
การจดั กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีทุกครั้ง จัดใหม้ ีพิธเี ปดิ ประชุมกอง เพอื่ ฝึกความมีระเบียบวนิ ยั
ในตนเอง โดยปิิบตั ิตามขน้ั ตอน คือ
- ลูกเสอื สารอง การทาแกรนด์ฮาวล์ และเปดิ ประชุมกอง เรียนตามหลกั สตู ร
และการทาแกรนดฮ์ าวล์ และ ปดิ ประชุมกอง
- ลูกเสือสามัญ สามญั รุ่นใหญ่ ทาพิธเี ปิดประชมุ กอง เรยี นตามหลกั สูตร
และทาพธิ ปี ิดประชุมกอง
- การจดั กจิ กรรมอยคู่ ่ายพักแรมและเดนิ ทางไกลมีวตั ถุประสงคเ์ พือ่ ฝกึ ใหล้ ูกเสอื
เนตรนารี มีความอดทน อยู่ในระเบยี บวนิ ัย รูจ้ กั ชว่ ยเหลือตนเอง รจู้ กั การอยู่และทางานร่วมกับผอู้ น่ื
- การนาลูกเสอื สามัญ เนตรนารี ไปอยู่ค่ายพักแรมนอกสถานท่โี ดยพกั คา้ งคนื
อยา่ งนอ้ ยปลี ะหนึ่งครงั้ ลกู เสือสารองอยู่ค่ายพักแรมในสถานที่ หรือเดินทางไกล ไม่พักค้างคืน อย่างน้อยปี
ละหน่งึ ครั้ง
- จัดกจิ กรรมทางศาสนา พธิ ีการทางลูกเสอื พิธเี ข้าประจากอง พิธที บทวนคา
ปิญิ าณการสวนสนาม พิธถี วายราชสดดุ ี พิธปี ระดับเคร่ืองหมายวิชาพิเศษ เพ่ือให้เกิดความภาคภูมิใจ เห็น
คณุ ค่าในการเป็นลูกเสือ
- จดั กิจกรรมอืน่ ๆ ตามความเหมาะสม เชน่ การนาลูกเสือ เนตรนารเี ขา้ รว่ มงาน
ชุมนมุ ลูกเสือในระดับต่างๆ การนานายหมู่ลกู เสอื ไปอบรมนายหมู่ลกู เสือ การประกวด ระเบียบแถว
และกิจกรรมอืน่ ๆ ตามความเหมาะสม
- กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ ส่งเสริมสนบั สนนุ ให้ลกู เสือ เนตรนารีได้บาเพญ็
ประโยชนต์ ามวันสาคัญของชาติ หรอื กจิ กรรมอ่นื ตามความเหมาะสม เพอื่ สนองตามอดุ มการณ์ของลกู เสอื
3. ผบู้ ังคับบัญชาลูกเสือทุกคนในสถานศกึ ษาผ่านการฝกึ อบรมหลกั วิชาผกู้ ากบั ลกู เสอื ข้ันความรู้
เบื้องต้น หรือ ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร วิชา ผู้กากับลูกเสือ ข้ันความรู้ชั้นสูง ตามประเภทของตนเอง
ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ผ่านการฝกึ อบรมหลกั สตู รวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสอื ขั้นความช้ันสูง หรือหลักสูตร ระดับผู้นา
และผบู้ งั คบั บัญชาลูกเสอื ทุกคนแตง่ เครอ่ื งแบบทุกครงั้ ทีฝ่ ึกอบรม ตามประเภทของตนเอง
4. สถานศกึ ษา จัดต้ังกอง กลุม่ ลกู เสอื ตาแหนง่ ทางลกู เสอื ใหผ้ ู้บังคบั บัญชาทุกคนอย่างถูกต้อง
ตามประเภทของลกู เสอื
๔๕
การประเมนิ ผลกิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี
การประเมินผลเป็นกระบวนการทดสอบความสามารถและพัฒนาการด้านต่างๆ นอกจากจะ
พิจารณาตามทฤษฎีแล้ว ต้องพิจารณาด้านความประพฤติ พฤติกรรม การเข้าร่วมท่ีเน้นทักษะ และการ
ปิบิ ตั ิ ดว้ ยวธิ กี ารทีห่ ลากหลายตามสภาพจริง เปน็ การประเมนิ ผลตามหลักสูตรเพอ่ื ให้ผูเ้ รยี นผา่ นเกณฑ์การ
ตัดสินเลือ่ นชนั้ หรอื หลกั สูตร
เวลาเข้าร่วมกิจกรรม ไม่น้อยกว่า 80% ของเวลาเรียนท้ังหมด การปิิบัติกิจกรรม ผลงาน/
ช้ินงาน/คุณลักษณะของผู้เรยี น
คุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องคณะลูกเสอื แห่งชาติ
กจิ กรรมลกู เสอื – เนตรนารี
ข้อ 1 สงั เกต จดจา เชอ่ื ฟงั และพงึ่ ตนเอง
ขอ้ 2 ซ่ือสัตย์ สุจรติ มรี ะเบียบวินัยและเหน็ อกเห็นใจผอู้ น่ื
ขอ้ 3 บาเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์
ขอ้ 4 ร้จู กั การทาการฝีมอื
ขอ้ 5 พัฒนากาย จติ ใจ และศีลธรรม
๔๖