The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anchalee080127, 2020-10-27 03:00:21

หลักสูตรสถานศึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

หลักสูตรสถานศึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กิจกรรมพัฒนำผ้เู รยี น คำอธิบำยรำยวิชำกจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี น
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๑
กิจกรรมนักเรียน (เตรยี มลูกเสอื สำรองและลูกเสอื สำรองดำวดวงท่ี ๑)
เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง/ปี

คำอธิบำยรำยวิชำ
เปิดประชุมกอง ดำเนินกำรตำมกระบวนกำรของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษำ วิเครำะห์

วำงแผน ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตำมฐำนกำรเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบัติกิจกรรมตำมคำปฏิญำณและกฎ

ของลูกเสือสำรอง เรียนรู้จำกกำรคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมำชิกลูกเสือสำรองท่ีมีควำมเป็น
เอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษำธรรมชำติในชุมชนด้วยควำมสนใจ ใฝ่รู้ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง

สรุปผลกำรปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปิดประชมุ กอง ในเรอื่ งต่อไปน้ี
๑. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยำยเมำคลี ประวัติกำรเร่ิมกิจกำรลูกเสือ กำรทำควำมเคำรพหมู่
(แกรนด์ฮำวล์) กำรทำควำมเคำรพเป็นรำยบุคคล กำรจับมือซ้ำย ระเบียบแถว เบื้องต้น

คำปฏิญำณ กฎและคตพิ จนข์ องลกู เสอื สำรอง
๒. ลูกเสือสำรองดำวดวงท่ี ๑ อนำมัย ควำมสำมำรถเชิงทักษะ กำรสำรวจ กำรค้นหำ

ธรรมชำติ ควำมปลอดภัย บริกำร ธงและประเทศต่ำง ๆ กำรฝีมือ กิจกรรมกลำงแจ้ง
กำรบันเทงิ กำรผูกเงอ่ื น คำปฏิญำณและกฎของลูกเสือสำรอง
เพื่อให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดำวดวงที่ ๑ สำมำรถปฏิบัติตำมคำ

ปฏิญำณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในกำรสังเกต จดจำ เช่ือฟังและพึ่งตนเอง มีควำม
ซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสำธำรณประโยชน์

รู้จักทำกำรฝีมือและฝึกฝนทำกิจกรรมต่ำง ๆ ตำมควำมเหมำะสม รักษำและส่งเสริมจำรีตประเพณี
วัฒนธรรมและควำมมั่นคงของชำติ และสำมำรถประยกุ ตใ์ ช้หลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลกำรเรยี นรู้
๑. มนี ิสัยในกำรสังเกต จดจำ เชือ่ ฟังและพึ่งพำตนเองได้
๒. มีควำมซื่อสตั ย์ สุจรติ มีระเบยี บวนิ ัยและเห็นอกเห็นใจผูอ้ ืน่
๓. บำเพ็ญตนเพอ่ื สงั คมและสำธำรณะประโยชน์
๔. ทำกำรฝมี ือและฝึกฝนกำรทำกิจกรรมตำ่ ง ๆ ตำมควำมเหมำะสม

๕. รกั ษำและสง่ เสริมจำรตี ประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภมู ิปัญญำท้องถ่นิ และ ควำมมั่นคง
๖. อนุรักษท์ รัพยำกรธรรมชำติ สงิ่ แวดล้อมและลดภำวะโลกร้อน

๗. สำมำรถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงได้

รวม ๗ ผลกำรเรียนรู้

๔๗

หน่วยการเรียนรู้
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน (ลูกเสือสารอง ดาวดวงท่ี 1 ) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ๔0 ช่วั โมง

ช่ือหน่วย สาระการเรียนรู้ เวลา(ชวั่ โมง)
หนว่ ยที่ 1 อนามัย ๓
หนว่ ยที่ 2 ความสามารถในเชงิ ทักษะ ๓
หน่วยที่ 3 การสารวจ ๓
หน่วยท่ี 4 การคน้ หาธรรมชาติ ๓
หนว่ ยที่ 5 ความปลอดภยั ๓
หน่วยที่ 6 การบริการ ๓
หน่วยท่ี 7 ธงและประเทศตา่ งๆ ๓
หน่วยท่ี 8 การฝมี อื ๔
หนว่ ยที่ 9 กิจกรรมกลางแจ้ง ๓
หนว่ ยที่ 10 การบันเทิง ๓
หนว่ ยที่ 11 การผกู เง่อื น 4
หน่วยที่ 12 การปิบิ ัตติ ามปิิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลกู เสือสารอง ๓
เลือกสอบวิชาพเิ ศษ
จานวน 2 วชิ า ๒
รวม
๔0

๔๘

จุดประสงค์การเรยี นรู้ ลูกเสือสารอง ดาวดวงที่ 1
หน่วยที่ 1 อนามยั

1.1 บอกเหตุผล และบอกวธิ กี ารรักษาความสะอาด ฟัน มอื เท้า เลบ็ ได้
1.2 แสดงวิธกี ารหายใจ แสดงวธิ ปี ้องกันโรคหวดั ไม่ให้แพรอ่ อกไปได้
1.3 แสดงวิธีปิิบัตเิ ม่อื มบี าดแผลเลก็ น้อย และขอความช่วยจากผูใ้ หญ่เมือ่ เกดิ อุบตั ิเหตเุ กดิ ขน้ึ ได้
หน่วยท่ี 2 ความสามารถในเชงิ ทักษะ
2.1 ขว้าง รบั ลกู บอล มว้ นหนา้ กระโดดขา้ มสง่ิ กีดขวาง ปนี ต้นไมไ้ ด้
หน่วยที่ 3 การสารวจ
3.1 บอกสถานที่ที่ให้บริการในท้องถ่ิน และขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ตารวจหรือหน่วย
ดับเพลงิ ได้
หนว่ ยท่ี 4 การค้นหาธรรมชาติ
4.1 บอกชื่อพืช สัตว์ทีพ่ บเหน็ และบอกลักษณะ ประโยชน์ โทษของพืชหรอื สัตวท์ ีพ่ บเหน็ ได้
หน่วยท่ี 5 ความปลอดภัย
5.1 บอกสาเหตทุ ่ที าให้เกดิ อุบตั เิ หตุในบา้ น และอนั ตรายท่ีเกิดจากไฟไหม้ได้
5.2 แสดงตนในการเดนิ ถนน ข้ามถนนอย่างปลอดภยั ได้
หน่วยท่ี 6 การบริการ
6.1 แสดงวิธเี กบ็ เส้อื ผา้ รองเท้า จัดทน่ี อนให้เกิดความเรียบร้อยได้
6.2 แสดงวิธีต้มน้ารอ้ น และการทาความสะอาดเครื่องใช้หลงั จากใช้เสร็จแล้วได้
หน่วยที่ 7 ธงและประเทศต่างๆ
7.1 บอกพระราชประวัตแิ ละพระราชกรณียก์ ิจท่สี าคญั ของรชั กาลปจั จบุ นั ได้
7.2 ร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี และปิิบัติได้ เมื่อมีการบรรเลงเพลงชาติและเพลง
สรรเสริญพระบารมี
7.3 บอกประวัติธงชาติไทย บอกสงิ่ ประกอบ ความหมายของธงชาตไิ ทยได้
7.4 บอกลกั ษณะของธงคณะลูกเสอื แหง่ ชาติได้
7.5 บอกลักษณะของธงชาตอิ ังกฤษ และธงชาตฟิ ิลปิ ปนิ สไ์ ด้
หนว่ ยท่ี 8 การฝีมอื
8.1 นาเศษวัสดุมาประดิษฐเ์ ป็นหนุ่ จาลองได้
หนว่ ยท่ี 9 กจิ กรรมกลางแจง้
9.1 บอกเครอื่ งหมายทใี่ ชใ้ นการเดนิ ทางสะกดรอยและเดนิ สะกดรอยได้
หนว่ ยท่ี 10 การบนั เทงิ
10.1 แสดงเงยี บตามลาพัง หรือร่วมกบั เพ่ือนได้
หนว่ ยที่ 11 การผูกเง่อื น
11.1 ผกู เงอื่ นพริ อด เงื่อนขดั สมาธิ และบอกประโยชนแ์ ละการเกบ็ เชือกได้
หนว่ ยท่ี 12 คาปฏิญาณ กฎ คตพิ จนข์ องลกู เสือสารอง
12.1 บอกและปิิบตั ติ ามคาปิญิ าณของลกู เสือสารองได้
12.2 บอกและปิิบตั ติ ามกฎของลูกเสอื สารองได้
12.3 บอกและปิิบัตติ ามคตพิ จน์ของลกู เสอื สารองได้

๔๙

คำอธิบำยรำยวชิ ำกจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น

กจิ กรรมพฒั นำผเู้ รียน กิจกรรมนกั เรยี น (ลูกเสอื สำรองดำวดวงที่ ๒)
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี ๒ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง/ปี

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
เปิดประชุมกอง ดำเนินกำรตำมกระบวนกำรของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษำ วิเครำะห์

วำงแผน ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตำมฐำนกำรเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตำมคำปฏิญำณ คติพจน์และ

กฎของลกู เสอื สำรอง ศึกษำเรียนรูจ้ ำกกำรคิดและปฏบิ ตั ิจรงิ ใช้สัญลกั ษณส์ มำชกิ ลูกเสือสำรองท่มี ีควำมเป็น
เอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษำธรรมชำติในชุมชนด้วยควำมสนใจใฝ่รู้ตำมวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและ

ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ปิดประชุมกองในเร่ืองต่อไปนี้
ลูกเสือสำรองดำวดวงท่ี ๒ นิยำยเมำคลี ประวัติกำรเริ่มกิจกำรลูกเสือ กำรทำควำมเคำรพหมู่

(แกรนฮำวล์) กำรทำควำมเคำรพเป็นรำยบุคคล กำรจับมือซ้ำย ระเบียบแถว คำปฏิญำณ กฎ และคติ

พจน์ของลูกเสือสำรอง อนำมัย ควำมสำมำรถเชิงทักษะ กำรสำรวจ กำรค้นหำธรรมชำติกำรอนุรักษ์
ทรพั ยำกรในชมุ ชนทอ้ งถิน่ ควำมปลอดภัย บริกำร กำรผูกเงื่อน ธง และประเทศต่ำง ๆ กำรฝีมือที่ใช้

วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลำงแจ้ง กำรบันเทิงท่ีส่งเสริมสุขภำพกำยสุขภำพจิตและอนุรักษ์ภูมิ
ปญั ญำทอ้ งถ่นิ อนุรักษ์ทรพั ยำกรธรรมชำตสิ ่ิงแวดล้อมลดภำวะโลกร้อน

เพือ่ ให้มคี วำมรู้ ควำมเข้ำใจในกิจกรรมลกู เสอื สำรองดำวดวงท่ี ๒ สำมำรถปฏิบัติตำมคำปฏิญำณ

กฎและคติพจนข์ องลูกเสือสำรอง มีนิสยั ในกำรสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีควำมซ่ือสัตย์สุจริต
มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบำเพ็ญเพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์ รู้จักทำกำรฝีมือและ

ฝึกฝนทำกิจกรรมต่ำง ๆ ตำมควำมเหมำะสม รักษำและส่งเสริมจำรีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญำ
ท้องถ่ิน อนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติสิ่งแวดล้อม ควำมม่ันคงของชำติ และสำมำรถประยุกต์ใช้หลัก
ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้

๑. มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจา เชอ่ื ฟงั และพึง่ ตนเองได้
๒. มคี วามซ่อื สัตย์ สจุ รติ มรี ะเบียบวินยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่ืน
๓. บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

๔. ทาการฝมี อื และฝกึ ฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ และความมนั่ คงของชาติ

๖. อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยกุ ตใ์ ช้หลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

๕๐

หน่วยการเรียนรู้

กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น (ลกู เสือสารอง ดาวดวงท่ี 2) ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 จานวน ๔0 ช่ัวโมง

หน่วยที่ สาระการเรียนรู้ เวลา(ช่วั โมง)
หนว่ ยท่ี 1 อนามยั 3
หนว่ ยท่ี 2 ความสามารถในเชิงทักษะ ๕
หนว่ ยท่ี 3 การสารวจ 3
3
หนว่ ยท่ี 4 การค้นหาธรรมชาติ 3
3
หน่วยท่ี 5 ความปลอดภัย 3
หนว่ ยท่ี 6 ๕
การบริการ ๓
หน่วยที่ 7 ๓
หน่วยท่ี 8 ธงและประเทศตา่ ง ๆ ๓
หน่วยที่ 9 การฝีมือ ๓
หนว่ ยท่ี 10 กจิ กรรมกลางแจ้ง
การบนั เทงิ ๔๐
หนว่ ยที่ 11
การผูกเงอ่ื น
หน่วยที่ 12
คาปิญิ าณและกฎของลูกเสอื สารอง
(เพื่อประดับเครอ่ื งหมายดาวดวงที่ 2)

รวม

๕๑

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ลกู เสอื สารอง ดาวดวงท่ี 2
หนว่ ยท่ี 1 อนามยั

1.1 บอกความสาคัญของการหลับสนทิ ในเวลากลางคนื ได้
1.2 แสดงวธิ ปี ฐมพยาบาลเมอื่ มีเลอื ดกาเดาออก
1.3 บอกความสาคัญของการขอความชว่ ยเหลือจากผใู้ หญเ่ มือ่ เกิดอบุ ตั เิ หตไุ ด้
หน่วยที่ 2 ความสามารถในเชงิ ทกั ษะ
2.1 กระโดดเชือกเทา้ ติดกนั โดยแกว่งเชอื กดว้ ยตนเองได้
2.2 เดนิ ทรงตัวบนราวไม้ และบนกาแพงได้
2.3 เลย้ี งลูกบอลด้วยปลายเทา้ อย่างรวดเร็วออ้ มสงิ่ กดี ขวางได้
หนว่ ยที่ 3 การสารวจ
3.1 เขยี นรายงานการสารวจ และเยือนสถานที่ในทอ้ งถิ่นได้
หนว่ ยที่ 4 การค้นหาธรรมชาติ
4.1 เพาะถวั่ งอกหรอื เมลด็ พันธพ์ ืชอนื่ ทงี่ อกงา่ ยได้
4.2 บอกชนดิ ของอาหารที่ให้แก่สัตว์เลยี้ งได้
หนว่ ยท่ี 5 ความปลอดภยั
5.1 บอกวธิ กี ารปิิบตั ิตนให้ปลอดภยั ในการเดินทาง ทางน้าได้
หน่วยที่ 6 การบรกิ าร
6.1 จา บอก หรือสง่ ข่าวด้วยตัวเลข ข้อความ ช่ือ วิธีส่งข่างให้ผู้ใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่ทราบเม่ือเกิด

อบุ ัติเหตุได้
6.2 ใชโ้ ทรศพั ทส์ าธารณะ และสมดุ โทรศพั ท์ได้
หน่วยท่ี 7 ธงและประเทศตา่ งๆ
7.1 ปิิบัตวิ ธิ ชี กั ธงขนึ้ ชกั ธงลง และบอกวิธเี ก็บรกั ษาธงชาตใิ หเ้ รยี บร้อยได้
7.2 เขยี นภาพธงคณะลกู เสอื โลก และเขยี นภาพธงประเทศอ่นื ๆ ได้ 4 ประเทศ
7.3 บอกชอ่ื และที่ตงั้ ของประเทศใกล้เคยี งได้
หนว่ ยที่ 8 การฝมี ือ
8.1 สามารถนาเศษวัสดุมาประดิษฐ์เป็นอปุ กรณ์หรอื ของเลน่ ได้
หน่วยท่ี 9 กจิ กรรมกลางแจ้ง
๙.๑ สามารถกอ่ ไฟ ปรุงอาหาร และดับไฟ ทาความสะอาดสถานทีไ่ ด้
หน่วยที่ 10 การบันเทงิ
10.1 ทากจิ กรรม เล่านิทาน รอ้ งเพลง ได้
10.2 มว้ นตัวท่าต่างๆ ตามลาพงั และกับเพอ่ื นลกู เสือสารองได้
หน่วยท่ี 11 การผูกเงือ่ น
11.1 ผูกเงื่อนบว่ งสายธนู และเงื่อนกระหวัดไม้ พร้อมบอกประโยชน์ของการนาเง่ือนบ่วงสายธนู

และเงอ่ื นกระหวดั ไมไ้ ด้
หนว่ ยที่ 12 คาปฏญิ าณ กฎ คติพจน์ ลูกเสอื สารอง

12.1 ปิบิ ตั ติ ามคาปิญิ าณของลกู เสอื สารองได้
12.2 ปิบิ ตั ิตามกฎ ของลูกเสือสารองได้
12.3 ปิิบัติตามคติพจน์ของลูกเสือสารองได้

๕๒

คำอธิบำยรำยวิชำกิจกรรมพัฒนำผู้เรยี น

กิจกรรมพฒั นำผ้เู รยี น กิจกรรมนกั เรยี น (ลูกเสือสำรองดำวดวงที่ ๓)
ชน้ั ประถมศึกษำปีที ๓ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง/ปี

คำอธิบำยรำยวิชำ
เปิดประชุมกอง ดำเนินกำรตำมกระบวนกำรของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษำ วิเครำะห์

วำงแผน ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตำมฐำนกำรเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตำมคำปฏิญำณ คติพจน์และ

กฎของลกู เสอื สำรอง ศึกษำเรียนรจู้ ำกกำรคดิ และปฏิบัติจรงิ ใช้สญั ลกั ษณส์ มำชิกลกู เสือสำรองทม่ี ีควำมเป็น
เอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษำธรรมชำติในชุมชนด้วยควำมสนใจใฝ่รู้ตำมวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและ

ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ปิดประชุมกองในเรอ่ื งต่อไปน้ี
ลูกเสือสำรองดำวดวงที่ ๓ นิยำยเมำคลี ประวัติกำรเร่ิมกิจกำรลูกเสือ กำรทำควำมเคำรพหมู่

(แกรนฮำวล์) กำรทำควำมเคำรพเป็นรำยบุคคล กำรจับมือซ้ำย ระเบียบแถว คำปฏิญำณ กฎ และคติ

พจน์ของลูกเสือสำรอง อนำมัย ควำมสำมำรถเชิงทักษะ กำรสำรวจ กำรค้นหำธรรมชำติกำรอนุรั กษ์
ทรัพยำกรในชมุ ชนทอ้ งถ่ิน ควำมปลอดภัย บริกำร กำรผูกเง่ือน ธง และประเทศต่ำง ๆ กำรฝีมือท่ีใช้

วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลำงแจ้ง กำรบันเทิงท่ีส่งเสริมสุขภำพกำยสุขภำพจิตและอนุรักษ์ภูมิ
ปญั ญำทอ้ งถิ่น อนรุ ักษ์ทรัพยำกรธรรมชำตสิ ิง่ แวดลอ้ มลดภำวะโลกรอ้ น

เพ่ือใหม้ ีควำมรู้ ควำมเข้ำใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดำวดวงที่ ๓ สำมำรถปฏิบัติตำมคำปฏิญำณ

กฎและคตพิ จนข์ องลกู เสือสำรอง มีนิสัยในกำรสังเกต จดจำ เช่ือฟังและพ่ึงตนเอง มีควำมซื่อสัตย์สุจริต มี
ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบำเพ็ญเพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์ รู้จักทำกำรฝีมือและฝึกฝน

ทำกิจกรรมต่ำง ๆ ตำมควำมเหมำะสม รักษำและส่งเสริมจำรีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญำท้องถ่ิน
อนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติสิ่งแวดล้อม ควำมม่ันคงของชำติ และสำมำรถประยุกต์ใช้หลักปรัชญำของ
เศรษฐกิจพอเพียง

ผลกำรเรยี นรู้

๑. มีนิสัยในกำรสงั เกต จดจำ เช่ือฟังและพ่งึ ตนเองได้
๒. มีควำมซ่ือสัตย์ สุจรติ มีระเบยี บวินัย และเห็นอกเหน็ ใจผอู้ ื่น
๓. บำเพญ็ ตนเพื่อสงั คมและสำธำรณประโยชน์

๔. ทำกำรฝีมือและฝึกฝนทำกิจกรรมตำ่ ง ๆ ตำมควำมเหมำะสม
๕. รักษำและส่งเสริมจำรีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปญั ญำท้องถ่ินและควำมม่นั คงของชำติ

๖. อนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ และส่ิงแวดล้อม ลดภำวะโลกรอ้ น สำมำรถประยกุ ต์ใช้หลักปรชั ญำ
ของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

รวม ๖ ผลกำรเรยี นรู้

๕๓

หน่วยการเรียนรู้
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น (ลูกเสือสารอง ดาวดวงท่ี 3 ) ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน ๔0 ชว่ั โมง

หน่วยท่ี สาระการเรยี นรู้ เวลา
(ชว่ั โมง)
หนว่ ยท่ี 1 อนามัย
หนว่ ยท่ี 2 ความสามารถในเชงิ ทักษะ 3
หนว่ ยที่ 3 การสารวจ ๕
หนว่ ยท่ี 4 การค้นหาธรรมชาติ 3
หน่วยท่ี 5 ความปลอดภัย 3
หนว่ ยท่ี 6 การบริการ 3
หน่วยท่ี 7 ธงและประเทศต่าง ๆ 3
หน่วยที่ 8 การฝีมอื 3
หน่วยท่ี 9 กิจกรรมกลางแจง้ ๕
หน่วยที่ 10 การบนั เทงิ ๓
หนว่ ยท่ี 11 ๓
หน่วยท่ี 1๒ การผกู เงอ่ื น
คาปิญิ าณและกฎของลูกเสือสารอง ๓
รวม การสอบวิชาพิเศษ ลกู เสือสารอง ๓

๔0

๕๔

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ลกู เสือสารอง ดาวดวงที่ 3

หน่วยท่ี 1 อนามยั
1.1 จัดทาท่ีเก็บอุปกรณ์ ปัจจุบันพยาบาลสาหรับตนเองเพื่อนาติดตัวออกไปเม่ือเดินทางไปนอก

สถานท่ี
1.2 บอกความสาคญั ของการขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญเ่ ม่ือมีอุบตั ิเหตุเกิดขนึ้ ได้
1.3 แสดงวธิ ีปฐมพยาบาล เมอื่ ถกู แมลงกดั ไฟไหม้ น้ารอ้ นลวกได้

หนว่ ยที่ 2 ความสามารถเชิงทักษะ
2.1 ปิิบัตกิ จิ กรรม วิ่ง 50 เมตร วิง่ หรือกระโดดไกล ขว้างลกู บอล กระโดดขา้ มส่ิงกีดขวางได้

หน่วยท่ี 3 การสารวจ
3.1 ดนู าฬกิ า และนับเวลาได้ 24 ช่ัวโมง
3.2 วางแผนในการเดินทางไกลได้

หนว่ ยท่ี 4 การคน้ หาธรรมชาติ
4.1 บอกสภาพดิน ฟ้า อากาศตามฤดกู าลได้
4.2 จัดทาสมุดภาพหรือสะสมสง่ิ ของเก่ียวกบั ดิน ฟา้ อากาศได้

หน่วยท่ี 5 ความปลอดภยั
5.1 ปิบิ ัติตามกฎจราจร และบอกข้อควรปิิบัติในการป้องกนั ภยั เมือ่ ไม่มีคนอยบู่ ้านได้

หนว่ ยท่ี 6 การบริการ
6.1 วางแผน และดาเนินการใหบ้ ริการแกผ่ ้อู ่ืนได้

หน่วยที่ 7 ธงและประเทศตา่ งๆ
7.1 บอกลกั ษณะธงลกู เสือประจาจังหวัด และธงคณะลูกเสอื แห่งชาติได้
7.2 เขยี นภาพธงประเทศตา่ งๆ ได้ 4 ประเทศ

หนว่ ยที่ 8 การฝมี อื
8.1 ประดษิ ฐส์ ิ่งของจากเศษวสั ดุ โดยเครอื่ งมือที่เหมาะสมได้
8.2 บอกวธิ กี ารใช้ และเกบ็ รักษาเครื่องมอื ได้

หน่วยที่ 9 กิจกรรมกลางแจ้ง
9.1 บอกทศิ ทางและวิธอี ่านเขม็ ทศิ ได้
9.2 หาเสน้ ทางในระยะทาง 400 เมตร โดยใชเ้ ข็มทิศได้

หน่วยท่ี 10 การบันเทิง
10.1 ทากิจกรรม จัดและเข้าร่วมแสดงละครกบั เพือ่ นลูกเสือหรอื รอ้ งเพลงกบั เพื่อนลกู เสอื ได้

หนว่ ยท่ี 11 การผูกเง่อื น
11.1 ผกู เงอื่ นบ่วงสายธนู แบบต่างๆ ได้
11.2 ผูกเงื่อนกระหวัดไม้ 2 ชัน้ และขดเชือกยาวไวเ้ รียบร้อยได้

หนว่ ยที่ 12 คาปฏญิ าณ กฎ และคติพจนล์ กู เสอื สารอง
12.1 ทอ่ ง บอกความหมาย ปิบิ ตั ติ ามคาปิญิ าณของลูกเสือสารองได้
12.2 ทอ่ ง บอกความหมาย ปิิบัติตามกฎของลกู เสอื สารองได้
12.3 ท่อง บอกความหมาย ปิิบัตติ ามคตพิ จนข์ องลกู เสอื สารองได้

๕๕

คำอธิบำยรำยวิชำกจิ กรรมพัฒนำผเู้ รียน

กจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รียน กิจกรรมนักเรียน (ลูกเสือสำมญั (ลกู เสอื ตรี))
ช้นั ประถมศึกษำปีที ๔ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง/ปี

คำอธิบำยรำยวิชำ
เปดิ ประชุมกอง ดำเนินกำรตำมกระบวนกำรของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษำ วิเครำะห์

วำงแผน ปฏิบัติกิจกรรมตำมฐำนกำรเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตำมคำปฏิญำณ คติ

พจน์ และกฎของลูกเสือสำมัญ เรียนรู้จำกกำรคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมำชิกลูกเสือสำมัญที่มี
ควำมเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษำธรรมชำติในชุมชนด้วยควำมสนใจ ใฝ่รู้และมีจิตสำนึกในกำรอนุรักษ์

ทรัพยำกรธรรมชำติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปญั ญำท้องถ่ิน ลดภำวะโลกรอ้ นและประยุกต์ใช้ปรัชญำของ
เศรษฐกิจพอเพียง ควำมรู้เก่ียวกับกระบวนกำรลูกเสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระรำช
ประวัตสิ ังเขปของพระบำทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้ำเจำ้ อยู่หัว วิวัฒนำกำรของกระบวนกำร ลูกเสือไทยและ

ลูกเสือโลก กำรทำควำมเคำรพ กำรแสดงรหัส กำรจับมือซ้ำย กิจกรรมกลำงแจ้ง ระเบียบแถวท่ำมือ
เปลำ่ ทำ่ มือไมพ้ ลวง กำรใช้สัญญำมอื และนกหวีด กำรตั้งแถวและกำรเรียนแถว

เพือ่ ใหม้ คี วำมรู้ ควำมเข้ำใจในกิจกรรมลูกเสือสำมัญ สำมำรถปฏิบัติตำมคำปฏิญำณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสำมัญ มีนิสัยในกำรสังเกต จดจำ เช่ือฟัง และพึ่งตนเอง มีควำมซื่อสัตย์ สุจริต
มรี ะเบยี บวนิ ัย และเหน็ อกเห็นใจผ้อู นื่ บำเพ็ญตนเพือ่ สังคมและสำธำรณประโยชน์ ทำกำรฝีมือและฝึกฝน

กำรทำกิจกรรมต่ำง ๆ ตำมควำมเหมำะสม ควำมถนัด และควำมสนใจ รักษำและส่งเสริมจำรีตประเพณี
วฒั นธรรมและควำมม่นั คง ประโยชนแ์ ละสำมำรถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้
๑. มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจา เชอ่ื ฟงั และพ่งึ ตนเองได้

๒. มคี วามซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ มีระเบียบ วนิ ัยและเหน็ อกเห็นใจผอู้ ่นื
๓. บาเพ็ญตนเพอ่ื สง่ เสรมิ และสาธารณะประโยชน์

๔. ทาการฝมี ือและฝกึ ฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
๕. รกั ษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ และความมนั่ คงของชาติ
๖. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน

๗. สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รวม ๗ ผลการเรียนรู้

๕๖

ผลการเรียนรู้ ลกู เสอื สามญั ตรี

ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรชู้ ัน้ ป.4

1. มีความรู้ความเขา้ ใจเนื้อหาเรื่องราวของกิจกรรม

และเสนอแนะการนากิจกรรมไปใชใ้ นสถานการณ์ตา่ งๆ หลกั สูตรลกู เสือตรี

2. ชว่ ยเหลือหรือแนะนาผู้อื่นให้ปิิบัติกิจกรรมและ

ชน่ื ชมยินดีตอ่ ผู้ปิบิ ตั ิไดส้ าเร็จ ความรเู้ กี่ยวกับขบวนการลกู เสอื

3. ปิิบัติกิจกรรมโดยการวางแผนและกาหนด ระเบียบแถว

ข้ันตอนด้วยตนเองหรอื ร่วมกับผอู้ ื่น คาปิญิ าณและกฎของลูกเสอื สามัญ

4. พัฒนาตนเองอยู่เสมอ กจิ กรรมกลางแจ้ง

5. ช่วยเหลือหรือแนะนาผู้อื่นให้ทางานและปิิบัติ วิชาพเิ ศษและการสอบเคร่อื งหมายวิชาพเิ ศษ

ตามคาปิิญาณ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คติพจน์ ฯลฯ

และช่นื ชมตอ่ ผ้ปู ิบิ ตั ไิ ดส้ าเรจ็

๕๗

กาหนดหนว่ ยการเรียนรู้
กิจกรรมลูกเสอื -เนตรนารี (ลกู เสือตรี) ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา ๔0 ชวั่ โมง

หน่วยการเรยี นรู้ เนอ้ื หา เวลา(ช่วั โมง)
๑ ( ๔0 )
หลกั สูตรลกู เสือตรี
๒ ๓
๓  ความร้เู ก่ียวกบั ขบวนการลูกเสือ ๓
๔ 1.1 ประวัตสิ ังเขปของ ลอรด์ เบเดน – โพเอลล์

๕ 1.2 พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุิ ๓
เกล้าเจ้าอย่หู ัว
1.3 ววิ ฒั นาการของขบวนการลูกเสือไทยและลกู เสอื โลก ๓

1.4 การทาความเคารพ การแสดงรหสั การจับมือซ้าย และ ๖
คติพจนข์ องลกู เสือ

 คาปฏิญาณและกฎของลูกเสอื ๓
เขา้ ใจและยอมรบั คาปิญิ าณและกฎของลูกเสือสามญั ๓

 กิจกรรมกลางแจง้ ๕
มีส่วนร่วมในกิจกรรมของหมู่หรือกองลูกเสือนอก
สถานที่

 ระเบียบแถว
4.1 ทา่ มือเปลา่

4.2 ท่าถอื ไมพ้ ลอง

4.3 การใชส้ ัญญาณมอื และนกหวดี

4.4 การต้ังแถวและการเรียกแถว

 วิชาพเิ ศษและการสอบเคร่ืองหมายวชิ าพเิ ศษ

๕๘

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมลูกเสือสามญั ตรี

หนว่ ยที่ 1 ประวัติลอรด์ เบเดน โพเอลล์
1.1เล่าประวัตขิ อง ลอรด์ เบเดน โพเอลล์ โดยย่อๆ ได้

หน่วยที่ 2 พระราชประวตั ขิ องพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
2.1 เล่าพระราชประวัตขิ องพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู วั โดยยอ่ ๆ ได้
2.2 บอกพระราชกรณยี กิจของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัว อยา่ งน้อย 2 ข้อ ได้
2.3 อธิบายการกาเนดิ ของลกู เสอื ไทยโดยสงั เขป ได้

หนว่ ยที่ 3 วิวฒั นาการของลกู เสอื โลกและลูกเสอื ไทย
3.1 บอกววิ ัฒนาการของการลูกเสอื โลกและลกู เสือไทยได้

หน่วยท่ี 4 การทาความเคารพ การแสดงรหสั การจบั มอื คติพจนข์ องลูกเสือสามัญ
4.1 แสดงความเคารพท่ามือเปลา่ และท่าถือพลองได้
4.2 บอกความหมายของรหสั ลกู เสือไดถ้ กู ตอ้ ง
4.3 บอกความเปน็ มาของการจบั มอื แบบลูกเสือ และปิิบัตไิ ด้
4.4 อธบิ ายความหมายของคตพิ จน์ของลกู เสือสามัญได้

หน่วยที่ 5 คาปฏญิ าณ กฎ ของลูกเสอื สามญั
5.1 บอกความหมาย และปิิบัติตามคาปิิญาณลูกเสอื สามัญได้
5.2 กล่าวคาปิิญาณ และทอ่ งกฎของลูกเสือสามัญได้

หน่วยที่ 6 กจิ กรรมกลางแจง้
6.1 ปิบิ ัตกิ จิ กรรมร่วมกบั หมูล่ ูกเสอื และกองลกู เสือ นอกสถานทไ่ี ด้

หน่วยที่ 7 ระเบยี บแถว
7.1 ปิิบตั ติ ามระเบยี บแถวทา่ มอื เปลา่ ได้
7.2 ปิิบัติตามระเบยี บแถวท่าถือไม้พลองได้
7.3 ปิบิ ตั ิตามสญั ญาณมือ สญั ญาณนกหวีดได้
7.4 เขา้ แถวรปู แบบต่างๆ ได้

๕๙

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกจิ กรรมพัฒนำผเู้ รียน

กจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รียน กจิ กรรมนกั เรยี น ( กจิ กรรมลูกเสอื สำมญั (ลกู เสือโท))
ชั้นประถมศกึ ษำปที ี ๕ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง/ปี

คำอธิบำยรำยวิชำ
เปดิ ประชุมกองดำเนินกำรตำมกระบวนกำรของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษำ วิเครำะห์

วำงแผน ปฏบิ ัติกจิ กรรมตำมฐำนกำรเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตำมคำปฏิญำณ คติ

พจน์และกฎของลูกเสือสำมัญ เรียนรู้จำกคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมำชิกลูกเสือสำมัญท่ีมีควำม
เป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษำธรรมชำติในชุมชนด้วยควำมสนใจ ใฝ่รู้ มีจิตสำนึกในกำรอนุรักษ์

ทรัพยำกรธรรมชำติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญำท้องถิ่น ลดภำวะโลกร้อนและกำรประยุกต์ใช้ปรัชญำของ
เศรษฐกจิ พอเพียง โดยใช้ทกั ษะในทำงวิชำลูกเสือ กำรรจู้ กั ดแู ลตนเอง กำรช่วยเหลือผ้อู ่ืน กำรเดินทำงไป
ยงั สถำนทต่ี ำ่ ง ๆ ทำงำนอดิเรก และเรื่องท่ีสนใจ

เพ่อื ใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในกจิ กรรมลกู เสือสำมัญ สำมำรถปฏิบัติตำมคำปฏิญำณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสำมัญ มีนิสัยในกำรสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง มีควำมซื่อสัตย์ สุจริต มี

ระเบียบวนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผอู้ ื่น บำเพญ็ ตนเพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์ ทำกำรฝีมือและฝึกฝน
กำรทำกจิ กรรมต่ำง ๆ ตำมควำมเหมำะสม ควำมถนัด และควำมสนใจ รักษำและส่งเสริมจำรีตประเพณี
วฒั นธรรมและควำมม่นั คง ประโยชนแ์ ละสำมำรถประยุกตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้

๑. มีนสิ ัยในการสังเกต จดจา เชอื่ ฟังและพง่ึ ตนเองได้
๒. มีความซื่อสตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบียบ วนิ ัยและเหน็ อกเหน็ ใจผู้อื่น
๓. บาเพ็ญตนเพอ่ื ส่งเสรมิ และสาธารณะประโยชน์

๔. ทาการฝมี ือและฝึกฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
๕. รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ และความมน่ั คงของชาติ

๖. อนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน
๗. สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รวม ๗ ผลการเรียนรู้

๖๐

กาหนดสาระการเรยี นร้รู ายปี
การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ลู ูกเสือ-เนตรนารี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5

ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรรู้ ายปี

1. มีความรคู้ วามเข้าใจสาระการเรยี นรู้  การรู้จกั ตนเอง

เรือ่ งราวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู้ ละเสนอแนะ 1) การบรรจุสง่ิ ของลงในเคร่ืองหลัง
การนาการจดั กิจกรรมการเรยี นร้ไู ปใชใ้ น
2) เตรยี มเครื่องปัจจบุ นั พยาบาล
สถานการณ์ต่างๆ
3) การก่อไฟ ปรุงเครอ่ื งดืม่ รอ้ นปรุงอาหารอยา่ งงา่ ย
2. ชว่ ยเหลอื หรอื แนะนาผ้อู ่ืนใหป้ ิิบัติการ 4) กางเต็นท์สาหรบั พกั แรม
จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้และชื่นชมยนิ ดีต่อผปู้ ิิบัติ 5) ออกไปอย่คู ่ายพกั แรมอย่างน้อย 1 คนื
ไดส้ าเรจ็
 การชว่ ยเหลอื ผู้อน่ื
3. ปิิบัตกิ ารจดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยการ 1) การปิิบัติต่อบาดแผล แมลงสัตว์กัดต่อย แดดเผา
วางแผนและกาหนดขน้ั ตอนดว้ ยตนเองหรอื นา้ รอ้ นลวก ไฟลวก และการเป็นลม
ร่วมกบั ผอู้ ่ืน
2) แนะนาสถานท่ีใหค้ นตา่ งถ่ิน
4. พัฒนาตนเองอยเู่ สมอ
3) สถานท่ีท่นี า่ สนใจ
5. ช่วยเหลอื หรือแนะนาผูอ้ นื่ ได้ทางานและ
ปิบิ ตั ิตามคาปิญิ าณ กฎ ระเบยี บ ข้อบงั คับ คติ  การเดนิ ทางไปยงั สถานที่ต่างๆ
พจน์ ฯลฯ และช่ืนชมตอ่ ผูป้ ิิบตั ไิ ด้สาเรจ็ 1) ทศิ ทง้ั 8 และการใช้เข็มทิศ
2) มาตราส่วนและเคร่อื งหมายต่างๆในแผนที่

3) เดนิ ทางไกลไป-กลบั ระยะทาง 10 กม.

4) กฎจราจรและเครอ่ื งหมายจราจร

5) ศึกษาเรอ่ื งราวเก่ียวกบั ต่างประเทศ 1 ประเทศ

 ทกั ษะในทางวิชาลูกเสอื

1) การใช้ การเก็บรักษามีดและขวาน

2) การผูกเงือ่ น

- เง่ือนเชอื กท่ีมีขนาดเดยี วกนั

- เง่ือนเชอื กท่มี ีขนาดต่างกัน

- เง่ือนเชือกกบั วัตถุ

- ผกู แน่น

 งานอดเิ รกและเร่อื งทส่ี นใจ

แสดงถึงความสามารถของตนเองในงานอดิเรกหรือเร่ืองท่ี

สนใจส่วนตัว เช่น การข่ีจักรยาน การว่ายน้า ธรรมชาติ

ศกึ ษา กาลอากาศ การรู้จักชนิดของเคร่ืองบิน ดาว การข่ีม้า

การทาหุ่นจาลอง การสานตะกร้า การสะสมแสตมป์ การ

วาดภาพ ฯลฯ

 คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สามัญ

การปิบิ ัตติ ามคาปิิญาณและกฎ

๖๑

ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรรู้ ายปี

 ระเบยี บแถว
ทบทวนท่าฝกึ ต่างๆ

 วิชาพิเศษและการสอบเคร่ืองหมายวิชาพิเศษ
ลกู เสอื สามญั
- 53 รายวิชา
- เครอ่ื งหมายสายยงยศ

๖๒

กาหนดหนว่ ยการเรียนรู้
กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี (ลูกเสอื โท) ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 เวลา ๔0 ช่วั โมง

หนว่ ยการเรียนรู้ เนอ้ื หา เวลา(ชว่ั โมง)
๑ ( ๔0 )
๒ หลกั สูตรลกู เสอื โท ๕
๓ ปฐมนเิ ทศ ภาคเรียนท่ี 1
๔ ๕
 การร้จู กั ตนเอง ๕
๕ 1.การบรรจสุ งิ่ ของลงในเครือ่ งหลัง
2.เตรยี มเครือ่ งปจั จุบันพยาบาล ๕
3.การก่อไฟ ปรุงเครือ่ งดม่ื ร้อนปรงุ อาหารอยา่ งง่าย
4.กางเตน็ ทส์ าหรับพักแรม ๕
5.ออกไปอยคู่ า่ ยพักแรมอยา่ งนอ้ ย 1 คืน

 การชว่ ยเหลอื ผอู้ ่นื
1.การปิบิ ตั ติ อ่ บาดแผล แมลงสัตว์กดั ตอ่ ย แดดเผา น้าร้อนลวก ไฟ
ลวก และการเปน็ ลม
2.แนะนาสถานที่ให้คนต่างถน่ิ
3.สถานทท่ี ่นี ่าสนใจ

 การเดนิ ทางไปยังสถานที่ต่างๆ
1.ทศิ ทัง้ 8 และการใช้เข็มทิศ
2.มาตราส่วนและเคร่อื งหมายต่างๆในแผนที่
3.เดนิ ทางไกลไป-กลับ ระยะทาง 10 กม.
4.กฎจราจรและเคร่ืองหมายจราจร
5.ศึกษาเรอื่ งราวเกยี่ วกับต่างประเทศ 1 ประเทศ

 ทักษะในทางวชิ าลูกเสอื
1.การใช้ การเกบ็ รักษามดี และขวาน
2.การผูกเงอ่ื น

- เงือ่ นเชือกท่มี ขี นาดเดียวกนั
- เงอื่ นเชือกทม่ี ขี นาดตา่ งกนั
- เงอ่ื นเชอื กกบั วัตถุ
- ผกู แน่น

 งานอดเิ รกและเรื่องทีส่ นใจ
แสดงถงึ ความสามารถของตนเองในงานอดิเรกหรอื เรอื่ งทีใ่ นใจ
สว่ นตัว เชน่ การข่จี กั รยาน การวา่ ยน้า ธรรมชาติศึกษา กาลอากาศ
การร้จู ักชนิดของเคร่ืองบนิ ดาว การขี่มา้ การทาหุ่นจาลอง การสาน
ตะกรา้ การสะสมแสตมป์ การวาดภาพ ฯลฯ

๖๓

หน่วยการเรยี นรู้ เน้ือหา เวลา(ชว่ั โมง)
๖  คาปฏิญาณและกฎของลูกเสอื สามัญ ๓
การปิิบัติตามคาปิิญาณและกฎ
๗ ๗
 ระเบียบแถว
๘ ทบทวนท่าฝกึ ตา่ งๆ ๕

 วชิ าพิเศษและการสอบเคร่ืองหมายวชิ าพเิ ศษลกู เสอื
สามัญ
- 53 รายวิชา
- เคร่อื งหมายสายยงยศ

๖๔

จุดประสงค์การเรยี นรู้ กจิ กรรมลูกเสือสามัญ – เนตรนารี โท

หน่วยท่ี 1 การรจู้ ักพึง่ ตนเอง
1.1 แสดงวิธบี รรจสุ งิ่ ของลงเครือ่ งหลังได้
1.2 เตรียมเครือ่ งปัจจบุ นั พยาบาล เป็นสว่ นตัวสาหรบั การเดินทางไกลได้
1.3 กอ่ ไฟ ปรงุ อาหาร เครือ่ งดื่ม และปรุงอาหารอยา่ งง่ายนอกสถานท่ไี ด้
1.4 กางเตน็ ท์ และเก็บเตน็ ท์ได้

หนว่ ยที่ 2 การชว่ ยเหลือผอู้ นื่
2.1 แสดงวธิ ีการปฐมพยาบาลบาดแผลท่เี กิดจาก แมลง หรือสตั วม์ ีพษิ ต่อย ได้
2.2 แสดงวิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกแดดเผา ไฟลวก น้าร้อนลวกได้
2.3 บอกชือ่ สถานท่สี าคญั ในทอ้ งถน่ิ และชีแ้ นะนาไปยังสถานท่สี าคญั ในทอ้ งถน่ิ ได้

หน่วยที่ 3 การเดินทางไปยงั สถานท่ีต่างๆ
3.1 บอกชอื่ ทิศ ท้ัง 8 ได้ถูกต้อง
3.2 บอกเครื่องหมายต่างๆ ในแผนท่ี และหาทิศโดยใช้แผนที่ เข็มทิศได้
3.3 เดินทางไป – กลับ ระยะทาง 5 กิโลเมตร และบอก กฎ เครอื่ งหมายจราจรได้

หน่วยท่ี 4 ทกั ษะในวชิ าการลูกเสือ
4.1 บอกวิธกี ารใช้มดี ขวาน อยา่ งเหมาะสมกับงาน และบอกวธิ ีการเก็บรักษามีด ขวานได้
4.2 ผกู เงื่อนประมง เงื่อนผูกร่น เงอ่ื นคนลากได้อย่างนอ้ ย 1 เง่อื น
4.3 ผูกเงอ่ื นขัดสมาธิ และเง่อื นขดั สมาธิ 2 ชนั้ ได้
4.4 ผูกเง่ือนผกู ซุง เง่อื นตะกรุดเบ็ด เงือ่ นผูกรงั้ ได้อยา่ งน้อย 1 เง่อื น
4.5 ผกู แน่นแบบตา่ งๆ และบอกประโยชน์ของการผกู แน่นแบบตา่ งๆ ได้

หนว่ ยท่ี 5 งานอดเิ รกและเรอ่ื งทีน่ า่ สนใจ
5.1 เลอื กทางานอดเิ รกที่ตนเองถนัด และสนใจ อยา่ งนอ้ ย 2 อยา่ ง

หนว่ ยที่ 6 คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ ลูกเสือสามญั
6.1 บอกและปิบิ ตั ิตามคาปิิญาณ กฎ คติพจน์ของลูกเสือสามญั ได้

หนว่ ยท่ี 7 ระเบยี บแถว
7.1 ปิบิ ัติตามระเบยี บแถวได้

๖๕

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกจิ กรรมพฒั นำผ้เู รยี น

กิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น กิจกรรมนักเรียน (กจิ กรรมลกู เสอื สำมญั (ลูกเสือเอก))
ชัน้ ประถมศึกษำปที ี ๖ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง/ปี

คำอธบิ ำยรำยวิชำ
เปิดประชุมกองดำเนินกำรตำมกระบวนกำรของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษำ วิเครำะห์

วำงแผน ปฏิบัติกิจกรรมตำมฐำนกำรเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตำมคำปฏิญำณ คติพจน์ และ

กฎของลูกเสือสำมัญ วิชำกำรของลูกเสือ ระเบียบแถว กำรพ่ึงตนเอง กำรผจญภัย กำรใช้สัญลัก ษณ์
สมำชิกลูกเสือสำมัญ ที่มีควำมเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน เรียนรู้จำกกำรคิดและปฏิบัติจริง ศึกษำธรรมชำติ

วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญำท้องถ่ินด้วยควำมสนใจ ใฝ่รู้ และประยุกต์ใช้หลักปรัชญำของเศรษฐกิจ
พอเพียง ในกำรปฏิบัติกิจกรรมเพ่อื กำรอนรุ กั ษ์ทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละลดภำวะโลกรอ้ น

เพื่อให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจในกิจกรรมลูกเสือสำมัญ สำมำรถปฏิบัติตำมคำปฏิญำณ กฎ และคติ

พจน์ของลูกเสือสำมัญ มีนิสัยในกำรสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง มีควำมซื่อสัตย์ สุจริต มี
ระเบยี บวินยั และเห็นอกเหน็ ใจผู้อ่นื บำเพญ็ ตนเพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์ ทำกำรฝีมือและฝึกฝน

กำรทำกจิ กรรม ต่ำง ๆ ตำมควำมเหมำะสม ควำมถนัด และควำมสนใจ รักษำและส่งเสริมจำรีต
ประเพณี วฒั นธรรมและควำมมัน่ คง ประโยชน์และสำมำรถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
๑. มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่อื ฟังและพงึ่ ตนเองได้

๒. มีความซ่อื สตั ย์สุจรติ มีระเบยี บ วนิ ัยและเหน็ อกเห็นใจผอู้ นื่
๓. บาเพ็ญตนเพ่ือสง่ เสริมและสาธารณะประโยชน์
๔. ทาการฝีมอื และฝึกฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ

๕. รกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ และความมั่นคงของชาติ
๖. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น

๗. สามารถประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รวม ๗ ผลการเรียนรู้

๖๖

กาหนดสาระการเรียนร้รู ายปี
กจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวังรายปี สาระการเรยี นรู้รายปี

1. มีความรู้ความเข้าใจเน้ือหา  การพ่ึงตนเอง
เรื่องราวของกิจกรรมและเสนอแนะการนา 1) การอยคู่ ่ายพักแรมคืน
กิจกรรมไปใช้ในสถานการณต์ า่ งๆ 2) วา่ ยนา้ ระยะทาง 45 เมตร (หรืออน่ื )
3) การดูแลตนเองกอ่ นปิบิ ตั กิ จิ กรรม
2. ช่วยเหลือหรือแนะนาผู้อื่นให้ 4) การใช้ ดูแลรักษาเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ปิิบัติกิจกรรมและช่ืนชมยินดีต่อผู้ปิิบัติได้ 5) ปรุงอาหาร 2 อย่าง สาหรบั คนในหมู่
สาเรจ็
 การบริการ
3. ปิิบัติกิจกรรมโดยการวางแผน 1) การติดต่อขอความช่วยเหลอื
และกาหนดขน้ั ตอนดว้ ยตนเองหรือรว่ มกบั ผ้อู ่ืน 2) การปฐมพยาบาล
3) บรกิ ารสาธารณะอย่างนอ้ ย 3 ช่วั โมง
4. พฒั นาตนเองอยเู่ สมอ
5. ช่วยเหลือหรือแนะนาผู้อ่ืนให้  การผจญภัย
ทางานและปิบิ ตั ิตามคาปิญิ าณ กฎ ระเบียบ 1) เดินทางไกลดว้ ยเท้า ระยะทางไป-กลบั 20 กม.
ข้อบังคับ คติพจน์ ฯลฯ และช่ืนชมต่อผู้ปิิบัติ 2) ใชเ้ ขม็ ทิศในที่กลางแจ้ง
ไดส้ าเรจ็ 3) อธบิ ายรายละเอียดในแผนที่

 วชิ าการลูกเสือ
1) โครงการบกุ เบิก 1 โครงการโดยใชก้ ารผูกแนน่
2) การผูกเงอื่ น
3) ปรุงอาหารแบบชาวปา่ และพกั แรมคืน
4) กฎแหง่ ความปลอดภยั ในการใช้มดี เลือ่ ยและขวาน
5) เยอื นสถานท่ีในทอ้ งถิ่นและเขยี นรายงาน
6) วชิ าพิเศษอยา่ งน้อย 2 รายวิชา
7) โครงการอนุรกั ษธ์ รรมชาติ

 ระเบยี บแถว
1) ทบทวนท่าฝึกตา่ งๆ 2) การเดินสวนสนาม

 วิชาพิเศษและการสอบเคร่ืองหมายวิชาพิเศษลูกเสือ
สามญั
- 53 รายวชิ า
- เคร่ืองหมายสายยงยศ

๖๗

กาหนดหนว่ ยการเรียนรู้

กิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี (ลกู เสอื เอก) ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา ๔0 ชวั่ โมง
เวลา
หน่วยการเรยี นรู้ เน้ือหา (๓๐)

หลกั สตู รลกู เสอื เอก

๑  การพงึ่ ตนเอง ๕

1. การอยูค่ า่ ยพกั แรมคนื อย่างน้อย 2 คืน

2. วา่ ยนา้ ระยะทาง 45 เมตร (หรืออ่ืน)

3. การดูแลตนเองก่อนปิบิ ัตกิ ิจกรรม

4. การใช้ ดูแลรกั ษาเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า

5. ปรงุ อาหาร 2 อยา่ ง สาหรับสมาชิกภายในหมู่

๒  การบรกิ าร ๗

1. การตดิ ต่อขอความชว่ ยเหลอื

2. การปฐมพยาบาล

1) เลือดออกภายนอกและภายใน

2) คนเปน็ ลม

3) การเคลื่อนยา้ ยผู้ปว่ ย

4) การบรกิ ารสาธารณะอย่างนอ้ ย 3 ช่วั โมง

๓  การผจญภยั ๘

1. เดนิ ทางไกลด้วยเทา้ ระยะทางไป-กลบั 20 กม.

2. การใช้เข็มทศิ ในท่ีกลางแจง้

3. อธิบายรายละเอียดในแผนท่ี

๔  วิชาการลูกเสือ ๘

1. โครงการบุกเบิก 1 โครงการโดยใช้เงือ่ นผกู แนน่

2. การผูกเงื่อน (บว่ งสายธนู,บ่วงสายธนู 2 ช้ัน , เง่ือนเก้าอ้ี

,เงอ่ื นผูกแนน่ )

3. ปรุงอาหารแบบชาวปา่ และพักแรมคนื

4. กฎแห่งความปลอดภยั ในการใชม้ ดี เลือ่ ยและขวาน

5. วิชาพิเศษอยา่ งนอ้ ย 2 รายวิชา

6. โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ

๕  ระเบียบแถว ๗

1. ทบทวนท่าฝกึ ตา่ งๆ

2. การเดินสวนสนาม

๖  วชิ าพิเศษและการสอบเครื่องหมายวิชาพเิ ศษ ๕

1. 53 รายวชิ า

2. เคร่อื งหมายสายยงยศ

๗  การอย่คู า่ ยพักแรม 3 วัน 2 คืน

ประเมินผลทกั ษะทางวิชาการลูกเสอื

๖๘

กิจกรรมชมุ นุม
กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมท่ีผู้เรียนรวมกลุ่มกันจัดขึ้นตามความสามารถ ความถนัดและความ

สนใจของผู้เรียน เพ่ือเติมเต็มความรู้ ความชานาญ ประสบการณ์ ทักษะ เจตคติเพ่ือพัฒนาตนเองตาม
ศกั ยภาพ

หลักการ
กิจกรรมชุมนุม มหี ลักการทีส่ าคญั ดังน้ี
1. เป็นกจิ กรรมที่เกดิ จากการสร้างสรรคแ์ ละออกแบบกิจกรรมของผู้เรยี นตามความสมคั รใจ
2. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรยี นรว่ มกนั ทางานเปน็ ทีม ชว่ ยกันคดิ ช่วยกนั ทา และช่วยกันแก้ปญั หา
3. เป็นกิจกรรมทส่ี ง่ เสรมิ และพฒั นาศักยภาพของผู้เรยี น
4. เป็นกิจกรรมทเ่ี หมาะสมกับวัยและวุฒภิ าวะของผเู้ รยี น รวมทัง้ บรบิ ทของสถานศึกษา
และทอ้ งถน่ิ

วัตถปุ ระสงค์
1. เพือ่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สตู รพื้นฐานสถานศกึ ษา
2. เพื่อให้มที ักษะในการทางานร่วมกนั
3. เพ่ือใหน้ ักเรียนมีทักษะกระบวนการในการทางาน
4. เพื่อใหร้ ้จู ักการใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์
5. เพื่อให้มีความรบั ผิดชอบ ขยัน ประหยัด อดทนและมีจติ ใจเอือ้ เฟ้ือเผื่อแผ่

ขอบขา่ ย
กิจกรรมชุมนุม มขี อบขา่ ยดงั น้ี
1. เป็นกิจกรรมจดั ตามความสนใจของผู้เรียน
2. เป็นกิจกรรมที่จัดเสรมิ หลกั สูตรสถานศกึ ษาในดา้ นความร้แู ละทักษะปิิบตั ิ ของผูเ้ รยี น
3. สามารถจัดไดท้ ง้ั ในและนอกสถานศึกษา และทั้งในเวลาและนอกเวลาเรียน

การจดั กิจกรรมชมุ นมุ
การจัดกิจกรรมชมุ นมุ ของโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา) มแี นวทางการปิบิ ตั ดิ งั น้ี

1. ผู้เรียนร่วมกันจัดต้ังชุมนุมตามความสนใจและเชิญครูเป็นที่ปรึกษาโดยร่วมกันดาเนินกิจกรรม
ชุมนมุ ตามระเบียบปิบิ ตั ทิ สี่ ถานศกึ ษา

2. ครูที่ปรึกษามีการจัดตั้งชุมนุมอยู่แล้ว และเปิดรับสมัครนักเรียนที่มีความสนใจในการเข้าร่วม
กิจกรรมของชุมนุม

3. ครทู ่ปี รกึ ษาและผูเ้ รยี นร่วมกันจดั ตง้ั กิจกรรมชุมนุม ตามความสนใจของทง้ั สองฝ่าย
4. ผู้เรียนสามารถดาเนินกิจกรรมได้หลากหลายทั้งรูปแบบภายในหรือภายนอกห้องเรียนและ

ระยะเวลาการจัดกิจกรรม เป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา แต่นักเรียนที่ต้องการย้ายชุมนุมใหม่
สามารถย้ายได้ในภาคเรียนที่ 2 แต่นักเรียนต้องแจ้งครูที่ปรึกษาชุมนุมที่นักเรียนย้ายออกและ
หัวหน้ากิจกรรมชุมนมุ รบั ทราบ
5. ผู้เรียนมีการออกแบบประสบการณ์แลกเปลีย่ นเรียนรูแ้ ละเผยแพรก่ จิ กรรม

๖๙

6. ครูทปี่ รกึ ษากจิ กรรมประเมินตามหลักเกณฑก์ ารประเมนิ ชุมนมุ

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช 2563
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กาหนดให้
ผเู้ รียนมเี วลา เขา้ ร่วม กิจกรรมชมุ นมุ จานวน 40 ชวั่ โมง / ปี เฉลยี่ สัปดาหล์ ะ 1 ชวั่ โมง

กจิ กรรมชุมนุม

การจดั กจิ กรรมชุมนุม
วัตถุประสงคข์ องกิจกรรมชุมนุม

สมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

5 ประการ 5 ประการ

กิจกรรมที่จดั กิจกรรมท่ีจดั เสรมิ
หลกั สตู ร
ตามความสนใจของ
ผเู้ รียน สถานศกึ ษาในดา้ น

กจิ กรรม ความรูแ้ ละทกั ษะ

กิจกรรมท่ีจดั ชุมนุม กิจกรรมท่ีจดั ให้
ทงั้ ในและนอก
ไดท้ งั้ ในและนอก
สถานศกึ ษา เวลาเรียน

๗๐

ประเภทของกจิ กรรมชุมนมุ
กจิ กรรมชมุ นุมมี 2 ประเภท ดงั น้ี
1. กิจกรรมกลุ่มเสรมิ ทกั ษะการดาเนนิ ชีวิตและทกั ษะอาชพี
2. กจิ กรรมชมุ นมุ เลอื กตามความถนดั และความสนใจ

กาหนดการจดั กิจกรรมชุมนุม

ท่ี กจิ กรรมชมุ นมุ ระดับชน้ั /ชวั่ โมง ป.3
ป.1 ป.2 40

1. ชุมนมุ สง่ เสรมิ ทักษะการอ่าน 40 40

ท่ี กิจกรรมชุมนุม ระดบั ชนั้ /ชัว่ โมง ป.๖
1. ชุมนมุ พฒั นาทกั ษะอาชีพ ป.๔ ป.๕ 40
40 40

๗๑

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกจิ กรรมพัฒนำผ้เู รยี น

กจิ กรรมพัฒนำผู้เรียน กจิ กรรมนกั เรียน (กจิ กรรมชมุ นุม)
ชนั้ ประถมศึกษำปีที ๑ - ๖ เวลำ ๓๐ ชั่วโมง/ปี

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตำมควำมสนใจ ควำมถนดั และควำมตอ้ งกำร เพื่อพัฒนำควำมรู้ ควำมสำมำรถด้ำน

กำรคิดวเิ ครำะห์ สังเครำะหใ์ ห้เกดิ ประสบกำรณ์ทง้ั ดำ้ นวิชำกำรและพนื้ ฐำนอำชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตำม

ศักยภำพอย่ำงรอบด้ำน เพื่อควำมเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร มีทักษะกำรคิด
แก้ปญั หำ ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี พฒั นำทักษะในกำรทำงำนและกำรอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้

อย่ำงมีควำมสุข รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่นในกำร
ทำงำนรกั ควำมเป็นไทย มจี ติ สำธำรณะ

เพอื่ ให้ผ้เู รยี นไดป้ ฏิบัติกิจกรรมตำมควำมสนใจ ควำมถนัดและควำมต้องกำรของตน มีทักษะด้าน

งานอาชีพอย่างน้อย ๑ อาชีพ ได้พัฒนำควำมรู้ ควำมสำมำรถด้ำนกำรคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ ให้เกิด
ประสบกำรณ์ท้ังทักษะทำงวิชำกำร ทักษะอำชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตำมศักยภำพ ใช้เวลำว่ำงให้เกิด

ประโยชนต์ อ่ ตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ทำได้ ทำงำนรว่ มกับผู้อื่นไดต้ ำมวิถีประชำธิปไตยและมีทักษะด้าน
อาชีพนอ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง
เป็นรปู ธรรม ไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ิตนักเรียนท่ีจบการศึกษาไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม

โรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา) ได้กาหนดกจิ กรรมชุมนมุ จานวน ๒ ชุมนุม ได้แก่
๑. ชมุ นมุ สง่ เสริมทักษะการอา่ น (ระดับชัน้ ประถมศึกษา ปีท่ี ๑-๓)

๒. ชุมนุมสง่ เสริมทกั ษะอาชีพ (ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔-๖)

ผลการเรียนรู้
๑. พฒั นาการความสามารถดา้ นการอา่ นและการสื่อสาร
๒. ปิิบตั กิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน มที ักษะดา้ นงานอาชพี

อยา่ งนอ้ ย ๑ อาชีพ
๓. มีความรู้ ความสามารถด้านการคดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ใหเ้ กิดประสบการณ์ ทัง้ ทาง

วชิ าการและวชิ าชพี ตามศักยภาพ
๔. ใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม
๕. มงุ่ มั่นในการทางานและทางานร่วมกับผู้อ่นื ไดต้ ามวถิ ีประชาธปิ ไตย

๖. ประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้อย่างเหมาะสม

รวม ๖ ผลการเรียนรู้

๗๒

กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์
๗๓

กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์

เป็นกิจกรรมทส่ี ่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รียนบาเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ครอบครวั ชุมชน สังคม ท้องถิ่นและ
ประเทศชาติตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพอื่ ช่วยขัดเกลาจติ ใจของผู้เรียนและเพื่อแสดงถึงความ
รับผิดชอบ ความดีงาม มีความเมตตากรุณา มีความเสียสละต่อสังคม และมีจิตสาธารณะเพื่อช่วยสร้าง
สงั คมให้อยูร่ ว่ มกันอย่างมีความสขุ เช่น กิจกรรมอาสาพฒั นาตา่ ง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม

หลักการ
กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมท่ีต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเอง

ตามธรรมชาติและเตม็ ศกั ยภาพ โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้
ความสาคัญทั้งความรู้ และคุณธรรมจริยธรรม จัดกิจกรรมโดยให้ผู้เรียนคิดสร้างสรรค์ออกแบบกิจกรรม
บาเพ็ญประโยชนอ์ ย่างหลากหลายรปู แบบ เพือ่ แสดงถงึ ความรับผิดชอบตอ่ สังคมในลักษณะจติ อาสา

วตั ถุประสงค์
1. เพือ่ ให้ผเู้ รียนบาเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ ครอบครวั โรงเรียน ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ
2. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตาม

ความถนดั และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร
3. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี

ประสิทธภิ าพ
4. เพื่อให้ผู้เรียนปิิบัติกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรมจริยธรรมตาม

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
5. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นมจี ิตสาธารณะและใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์

ขอบข่าย
เป็นกระบวนการจัดกิจกรรมในลักษณะกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ และกิจกรรมจิตอาสาโดยผู้เรียน

ดาเนินการดว้ ยตนเองในลกั ษณะอาสาสมคั รเพ่ือแสดงถงึ ความรบั ผดิ ชอบ ความดงี ามความเสียสละต่อสังคม
มีจิตอาสา และจิตสาธารณะ

การจัดกจิ กรรม
โรงเรียนกาหนดให้มีการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ได้ท้ังภายในและภายนอก

โรงเรียน โดยใช้รปู แบบทหี่ ลากหลาย ดงั รายละเอยี ดต่อไปน้ี
1. กาหนดใหค้ รูท่ีปรกึ ษาเป็นผ้รู บั ผดิ ชอบ กากับ ดูแล วางแผนการจัดกจิ กรรมรว่ มกบั นกั เรียน
2. นักเรยี นบนั ทกึ การเขา้ ร่วมกิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ลงในแบบบันทึกการเข้าร่วม
กจิ กรรม โดยให้ครทู ปี่ รกึ ษาเปน็ ผตู้ รวจสอบ ซึ่งผู้เรียนจะจัดกิจกรรมหรือ กิจกรรมเพื่อสังคม
และสาธารณประโยชนใ์ นเวลา สถานที่ หรือรปู แบบของกิจกรรมใดกไ็ ด้
3. ครูท่ีปรึกษาเป็นผู้ประเมินผลกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยผู้เรียนต้องเข้าร่วม
กจิ กรรมให้ครบตามกรอบของโครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรยี น
การจดั กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียนผู้เรียนสามารถเลือกจัดกิจกรรมหรือ

เข้ารว่ มกิจกรรมไดท้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น ดังนี้

๗๔

1. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียน โดย
ผู้เรยี นสามารถจัดกิจกรรมตามองค์ความรู้ท่ีได้จากการเรียนรู้และประสบการณ์ ซึ่งสามารถจัดกิจกรรมได้
ดงั นี้

1.1จดั กิจกรรมภายในโรงเรยี น
1.2จัดกจิ กรรมภายนอกโรงเรียน
2. จดั กจิ กรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม หมายถึง กิจกรรมท่ีผู้เรียนนาเสนอการ
จัดกิจกรรมต่อโรงเรยี นเพอื่ ขอความเห็นชอบในการจัดทาโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม ซึ่งมีระยะเวลา
เร่มิ ต้นและส้ินสุดท่ีชัดเจน โดยสามารถจดั กจิ กรรมไดด้ งั นี้

2.1 จดั กจิ กรรมในโรงเรยี น
2.2 จดั กจิ กรรมนอกโรงเรยี น
3. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับ
หน่วยงานหรือองค์กรอื่น ๆ ที่จัดกิจกรรมในลักษณะเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์โดยผู้เรียนสามารถ
เลือกเขา้ รว่ มกิจกรรมไดด้ ังนี้
3.1 รว่ มกับหน่วยงานอื่นทีเ่ ข้ามาจัดกิจกรรมในโรงเรยี น
3.2 รว่ มกบั หน่วยงานอน่ื ท่จี ดั กจิ กรรมนอกโรงเรียน
เง่อื นไข
เวลาเข้ารว่ มกิจกรรม ผู้เรียนเขา้ รว่ มกิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์อยา่ งต่อเนือ่ งทุกภาค
เรยี น / ปี
เน้นผเู้ รยี นเป็นผู้จดั กจิ กรรมดว้ ยตนเองทกุ ขัน้ ตอนและตอ่ เนอ่ื ง โดยมีครทู ่ีปรกึ ษาเป็นผู้ตรวจสอบและ
ประเมนิ ผลการเข้าร่วมกิจกรรม
ผู้เรียนจะจัดกิจกรรมหรือแสดงพฤติกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในเวลา สถานที่ หรือ
รปู แบบของกิจกรรมใดก็ได้

๗๕

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกิจกรรมพัฒนำผูเ้ รียน

กจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี น กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสำธำรณประโยชน์
ช้ันประถมศึกษำปีที ๑ - ๖ เวลำ ๑๐ ช่ัวโมง/ปี

คำอธบิ ำยรำยวิขำ
ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยควำมสมัครใจผ่ำนกิจกรรมที่หลำกหลำย ฝึกกำรทำงำนท่ีสอดคล้องกับ

ชวี ิตจริง ตลอดจนสะท้อนควำมรู้ ทักษะและประสบกำรณ์ สำรวจและใช้ข้อมูลประกอบกำรวำงแผนอย่ำง

เป็นระบบ เนน้ ทักษะกำรคิดวเิ ครำะหแ์ ละใช้ควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ กำรบริกำรด้ำนต่ำง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อ
ตนเองและส่วนรวม เสริมสร้ำงควำมมีน้ำใจ เอ้ืออำทร ควำมเป็นพลเมืองดีและควำมรับผิดชอบต่อตนเอง

ครอบครัวและสงั คม คดิ ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนใ์ นลกั ษณะอำสำสมคั ร จติ อำสำ เพ่ือแสดงควำม
รับผิดชอบตอ่ สงั คมตำมแนวทำงวถิ ีชีวติ เศรษฐกิจพอเพียง

เพ่ือให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชำติ

มีคุณธรรม จริยธรรมอันดีด้านวินัยในการรักษาความสะอาด มีความซ่ือสัตย์รับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับ
มอบหมาย และปลูกฝังจิตสานึกที่ดีในการรักษาส่ิงแวดล้อม สำมำรถออกแบบกำรจัดกิจกรรมเพื่อสังคม

และสำธำรณประโยชน์อย่ำงสร้ำงสรรค์ตำมควำมถนัดและควำมสนใจในลักษณะอำสำสมัคร พัฒนำ
ศักยภำพตนเองในกำรจดั กิจกรรมเพือ่ สังคมและสำธำรณประโยชนไ์ ด้อย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพเพือ่ สงั คม ใช้เวลำ
ว่ำงใหเ้ กดิ ประโยชน์และสำมำรถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงได้

ผลการเรียนรู้

๑. บาเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อครอบครัว โรงเรยี น ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
๒. ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชนอ์ ย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัด

และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร

๓. สามารถพัฒนาศกั ยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ

๔. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมอนั ดีดา้ นวินัยในการรกั ษาความสะอาด มีความซอ่ื สัตย์รับผิดชอบใน
หน้าที่ที่ได้รบั มอบหมาย และปลูกฝงั จิตสานึกทีด่ ีในการรักษาส่ิงแวดล้อม

๕. สามารถประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

๗๖

ตารางกาหนดสาระการจัดกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 เวลาเรียน 10 ชัว่ โมงตอ่ ปี

ลาดับท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 1
วนั ไหวค้ รู บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทา 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( พฤหสั บดีท่ี 2 ของเดือนมิถนุ ายน ) 1
วันวิสาขบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
3 โรงเรียนและไปเวียนเทียนท่วี ดั 1
1
4 วันเข้าพรรษาและวันปลูกต้นไม้แหง่ ชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแล 1
5 รักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทาความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( ขนึ้ 15 1
6 คา่ เดือน 8 ) 1
7 วันภาษาไทยแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาด 1
8 บริเวณโรงเรียน ( 29 กรกฎาคม ) 1
9 10
10 วนั แม่แหง่ ชาติ บาเพญ็ ประโยชนโ์ ดยดูแลรกั ษาไม้ดอกไม้ประดับ การ
ทาความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 12 สิงหาคม )

วันลอยกระทง บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้ึน 15 ค่า เดอื น 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทาความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความ
สะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )

วันเด็กแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( เสาร์ท่ี 2 ของเดือนมกราคม )

วันมาฆบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้นึ 15 คา่ เดอื น 3 )

รวมเวลา

๗๗

ตารางกาหนดสาระการจัดกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 เวลาเรียน 10 ชัว่ โมงตอ่ ปี

ลาดับท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 1
วนั ไหวค้ รู บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทา 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( พฤหสั บดีท่ี 2 ของเดือนมิถนุ ายน ) 1
วันวิสาขบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
3 โรงเรียนและไปเวียนเทียนท่วี ดั 1
1
4 วันเข้าพรรษาและวันปลูกต้นไม้แหง่ ชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแล 1
5 รักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทาความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( ขนึ้ 15 1
6 คา่ เดือน 8 ) 1
7 วันภาษาไทยแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาด 1
8 บริเวณโรงเรียน ( 29 กรกฎาคม ) 1
9 10
10 วนั แม่แหง่ ชาติ บาเพญ็ ประโยชนโ์ ดยดูแลรกั ษาไม้ดอกไม้ประดับ การ
ทาความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 12 สิงหาคม )

วันลอยกระทง บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้ึน 15 ค่า เดอื น 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทาความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความ
สะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )

วันเด็กแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( เสาร์ท่ี 2 ของเดือนมกราคม )

วันมาฆบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้นึ 15 คา่ เดอื น 3 )

รวมเวลา

๗๘

ตารางกาหนดสาระการจัดกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เวลาเรียน 10 ชัว่ โมงตอ่ ปี

ลาดับท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 1
วนั ไหวค้ รู บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทา 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( พฤหสั บดีท่ี 2 ของเดือนมิถนุ ายน ) 1
วันวิสาขบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
3 โรงเรียนและไปเวียนเทียนท่วี ดั 1
1
4 วันเข้าพรรษาและวันปลูกต้นไม้แหง่ ชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแล 1
5 รักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทาความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( ขนึ้ 15 1
6 คา่ เดือน 8 ) 1
7 วันภาษาไทยแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาด 1
8 บริเวณโรงเรียน ( 29 กรกฎาคม ) 1
9 10
10 วนั แม่แหง่ ชาติ บาเพญ็ ประโยชนโ์ ดยดูแลรกั ษาไม้ดอกไม้ประดับ การ
ทาความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 12 สิงหาคม )

วันลอยกระทง บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้ึน 15 ค่า เดอื น 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทาความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความ
สะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )

วันเด็กแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( เสาร์ท่ี 2 ของเดือนมกราคม )

วันมาฆบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้นึ 15 คา่ เดอื น 3 )

รวมเวลา

๗๙

ตารางกาหนดสาระการจัดกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 เวลาเรียน 10 ชัว่ โมงตอ่ ปี

ลาดับท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 1
วนั ไหวค้ รู บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทา 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( พฤหสั บดีท่ี 2 ของเดือนมิถนุ ายน ) 1
วันวิสาขบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
3 โรงเรียนและไปเวียนเทียนท่วี ดั 1
1
4 วันเข้าพรรษาและวันปลูกต้นไม้แหง่ ชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแล 1
5 รักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทาความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( ขนึ้ 15 1
6 คา่ เดือน 8 ) 1
7 วันภาษาไทยแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาด 1
8 บริเวณโรงเรียน ( 29 กรกฎาคม ) 1
9 10
10 วนั แม่แหง่ ชาติ บาเพญ็ ประโยชนโ์ ดยดูแลรกั ษาไม้ดอกไม้ประดับ การ
ทาความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 12 สิงหาคม )

วันลอยกระทง บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้ึน 15 ค่า เดอื น 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทาความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความ
สะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )

วันเด็กแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( เสาร์ท่ี 2 ของเดือนมกราคม )

วันมาฆบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้นึ 15 คา่ เดอื น 3 )

รวมเวลา

๘๐

ตารางกาหนดสาระการจัดกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 เวลาเรยี น 10 ชั่วโมงตอ่ ปี

ลาดับท่ี สาระกิจกรรม เวลา
1 1
วันไหวค้ รู บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทา 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( พฤหัสบดที ี่ 2 ของเดือนมิถนุ ายน ) 1
วันวิสาขบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
3 โรงเรียนและไปเวยี นเทียนทว่ี ัด 1
1
4 วันเข้าพรรษาและวนั ปลกู ต้นไมแ้ ห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแล 1
5 รกั ษาไม้ดอกไม้ประดับ การทาความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( ข้ึน 15 1
6 คา่ เดอื น 8 ) 1
7 วันภาษาไทยแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาด 1
8 บรเิ วณโรงเรียน ( 29 กรกฎาคม ) 1
9 10
10 วนั แมแ่ ห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดแู ลรกั ษาไมด้ อกไม้ประดับ การ
ทาความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( 12 สิงหาคม )

วันลอยกระทง บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ขน้ึ 15 ค่า เดือน 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทาความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( 5 ธนั วาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความ
สะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 1 มกราคม )

วันเด็กแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( เสารท์ ่ี 2 ของเดือนมกราคม )

วันมาฆบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ขึน้ 15 ค่าเดือน 3 )

รวมเวลา

๘๑

ตารางกาหนดสาระการจัดกิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 เวลาเรียน 10 ช่ัวโมงตอ่ ปี

ลาดบั ท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 1
วนั ไหวค้ รู บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทา 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( พฤหัสบดที ่ี 2 ของเดอื นมิถนุ ายน ) 1
วันวิสาขบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
3 โรงเรยี นและไปเวยี นเทยี นท่วี ดั 1
1
4 วนั เขา้ พรรษาและวันปลกู ต้นไมแ้ ห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแล 1
5 รกั ษาไมด้ อกไม้ประดบั การทาความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( ขนึ้ 15 1
6 ค่า เดือน 8 ) 1
7 วันภาษาไทยแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาด 1
8 บริเวณโรงเรยี น ( 29 กรกฎาคม ) 1
9 10
10 วันแมแ่ ห่งชาติ บาเพ็ญประโยชนโ์ ดยดูแลรกั ษาไม้ดอกไม้ประดับ การ
ทาความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( 12 สงิ หาคม )

วันลอยกระทง บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ขึ้น 15 คา่ เดอื น 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทาความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความ
สะอาดบริเวณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )

วันเด็กแห่งชาติ บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( เสารท์ ี่ 2 ของเดือนมกราคม )

วันมาฆบูชา บาเพ็ญประโยชน์โดยการทาความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้ึน 15 คา่ เดอื น 3 )

รวมเวลา

๘๒

สว่ นที่ 3
การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรกู้ จิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน

การประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนอง
หญา้ ปล้อง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช 2561ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) เป็นการประเมินการปิิบัติกิจกรรมและผลงาน / ชิ้นงาน / คุณลักษณะของ
ผู้เรียน โดยผ้เู รียนตอ้ งมีเวลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมตามเกณฑท์ ่ีกาหนดไว้ในแต่ละกิจกรรม ผ่านการประเมินตาม
เกณฑ์ทีส่ ถานศกึ ษากาหนด และใช้เปน็ ข้อมูลประเมนิ การเลอื่ นชัน้ เรยี นและการจบการศกึ ษาระดบั ต่าง ๆ

การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพจิ ารณาทง้ั เวลาการเขา้ รว่ มกจิ กรรมการปิิบัติกิจกรรม
และผลงานของผู้เรยี นตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด และใหผ้ ลการประเมนิ เปน็ ผ่านและไม่ผ่าน
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน มี 3 ลกั ษณะ คือ

1. กจิ กรรมแนะแนว

2. กจิ กรรมนักเรยี น ซ่ึงประกอบด้วย

2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
2.2 กจิ กรรมชุมนมุ
3. กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์

หลักการ
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้า

ปล้อง(อุดมวนา)พุทธศักราช 2561ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) เป็นการประเมินการปิิบัติกิจกรรมหรือผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะของ
ผู้เรียนเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นให้ผู้เรียนค้นหาศักยภาพของตนเอง สะท้อนแนวคิดจากการปิิบัติ
กจิ กรรม การทางานกลุ่ม และการมีจติ สาธารณะ โดยใหท้ กุ ฝา่ ยทเ่ี ก่ยี วข้องมีส่วนร่วมในการประเมนิ

แนวทางการประเมิน

โรงเรียนได้กาหนดแนวทางท่ีชัดเจนในการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน 2 ประการ คอื
การประเมินพัฒนาผู้เรยี นรายกิจกรรม และการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนเพอ่ื การตดั สนิ

1. แนวทางการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนรายกจิ กรรม ดาเนนิ การดังนี้
1.1 ตรวจสอบเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้ โดย

ผู้เรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด โดยการประเมินกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปิิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน
ให้ผลการประเมนิ เป็นผ่านและไมผ่ ่าน

1.2 ผูเ้ รียนที่มีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑเ์ วลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม หรอื เกณฑ์การปิิบตั ิ
กิจกรรมและผลงาน / ช้ินงานของผู้เรียน หรือทั้งสองเกณฑ์ถือว่าไม่ผ่านการประเมินผลกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน ผู้สอนต้องดาเนินการซ่อมเสริมและประเมินจนผ่าน ทั้งนี้ควรดาเนินการให้เสร็จสิ้นในปีการศึกษาน้ัน
ยกเว้นมีเหตสุ ุดวิสัยให้อย่ใู นดุลยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา

2. แนวทางการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นเพื่อการตดั สิน
แนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นเพอ่ื การตัดสินเลอื่ นชั้นและจบระดบั การศึกษา

๘๓

เป็นการประเมินการผ่านกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นเป็นรายปี / รายภาค เพื่อสรุปผลการผ่านในแต่ละกิจกรรม
สรปุ ผลรวมเพอื่ เลื่อนชน้ั และประมวลผลรวมในปสี ุดท้ายเพอ่ื การจบแตล่ ะระดับการศึกษาของโรงเรียน โดย
ดาเนินการดงั น้ี

2.1 กาหนดให้มีผู้รบั ผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับการร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
ของผเู้ รยี นทุกคนตลอดระดบั การศึกษา

2.2 ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผ้เู รยี นเป็นราย
บคุ คลตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษา เกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษาที่สถานศึกษากาหนดนั้น ผู้เรียนจะต้อง
ผ่านกจิ กรรม 3 กจิ กรรมสาคัญ ดังน้ี

2.2.1 กจิ กรรมแนะแนว
2.2.2 กจิ กรรมนักเรียน

- ระดับ ประถมศึกษา 1-6 กิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี และกิจกรรมชมุ นุม
- ระดบั ม. ต้น (ม.1-3) กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี และกจิ กรรมชุมนมุ
2.2.3 กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารประโยชน์
2.3 งานทะเบยี นและวดั ผลเปน็ ผ้ปู ระมวลผลรวมปลายปเี พ่อื การประเมินการผา่ นชนั้ ปี
/ ระดับการศกึ ษา ทงั้ นีผ้ เู้ รียนตอ้ งมผี ลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินทุกกิจกรรม
2.4 เสนอผู้บรหิ ารสถานศึกษาพิจารณาอนุมตั ผิ ลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ผา่ นเกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษา

การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนมีแนวทางในการประเมนิ ตามแผนภาพ ดงั น้ี

กจิ กรรมพฒั นำผเู้ รยี น

กิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรยี น กิจกรรมเพอื่ สงั คมและ
สาธารณประโยชน์
ซ่อมเสรมิ ประเมิน
ไมผ่ า่ น เกณฑก์ ารประเมนิ
ผา่ น 1. เวลาเขา้ รว่ มกิจกรรม
สง่ ผลการประเมนิ 2. การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
3. ผลงาน/ชนิ้ งาน/
๘๔

เกณฑก์ ารตดั สิน

ผู้เรยี นจะตอ้ งไดร้ บั การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี นและผา่ นเกณฑ์ตามท่สี ถานศกึ ษากาหนด โดย
กาหนดเกณฑใ์ นการประเมนิ อยา่ งเหมาะสม ดงั นี้

1. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปิิบัติ
กจิ กรรมและผลงานของผเู้ รียนตามเกณฑท์ ่กี าหนดไวใ้ นคู่มือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การกาหนดคุณภาพหรือ
เกณฑใ์ นการประเมินตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน กาหนด ไว้ 2 ระดับ คือ ผ่าน และไม่
ผ่าน

2. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนประกอบด้วยกิจกรรม 4 ลักษณะ คือ
1) กจิ กรรมแนะแนว
2) กิจกรรมชมุ นมุ
3) กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี
4) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

3. กาหนดประเด็นการประเมินให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ในแต่ละกิจกรรมและกาหนด
เกณฑก์ ารผ่านการประเมนิ ดงั น้ี

เกณฑก์ ารตัดสินผลการประเมนิ รายกิจกรรม
ผ่าน หมายถงึ ผู้เรยี นมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ปิบิ ัติ

กิจกรรม และมผี ลงาน / ชิ้นงาน / คุณลักษณะตาม
เกณฑ์ท่สี ถานศึกษากาหนด
ไมผ่ ่าน หมายถงึ ผู้เรียนมเี วลาเข้ารว่ มกจิ กรรมไม่ครบตามเกณฑ์
ไมผ่ ่านการปิบิ ตั ิกจิ กรรม หรอื มผี ลงาน/ชนิ้ งาน
/ คณุ ลกั ษณะไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากาหนด

เกณฑ์การตดั สินผลการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนรายปี / รายภาค
ผา่ น หมายถงึ ผเู้ รยี นมผี ลการประเมินระดับ “ผา่ น” ในกิจกรรมสาคญั
ทงั้ 3 กจิ กรรม คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน
และกิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์

ไมผ่ ่าน หมายถงึ ผเู้ รยี นมีผลการประเมนิ ระดับ “ไมผ่ ่าน” ในกจิ กรรม
สาคัญกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งจาก 3 กิจกรรม คือ
กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรม
เพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์

เกณฑก์ ารตดั สินผลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียนเพ่ือจบระดับการศึกษา

ผ่าน หมายถึง ผเู้ รียนมผี ลการประเมนิ ระดับ “ผา่ น” ทุกชนั้ ปี
ในระดับการศึกษาน้ัน

ไม่ผา่ น หมายถึง ผเู้ รียนมผี ลการประเมินระดับ “ไม่ผา่ น” ทุกชั้นปี
ในระดบั การศึกษานนั้

๘๕

4. ให้ใช้ตวั อกั ษรแสดงผลการประเมินเปน็ “ผา่ น” และ “ไมผ่ า่ น” ตามคาอธบิ ายดังน้ี

ผลการประเมนิ ความหมาย
ผา่ น
ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนร้อยละ 80 ของเวลาท้ังหมด
ไมผ่ ่าน ปิิบตั กิ ิจกรรมและมผี ลงานตามเกณฑ์ตามที่แตล่ ะกจิ กรรมกาหนด

ผู้เรยี นมเี วลาเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนไม่ถึงร้อยละ 80 ปิิบัติกิจกรรม
และมผี ลงานไมเ่ ป็นไปตามเกณฑต์ ามทแี่ ต่ละกิจกรรมกาหนด

นักเรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1-6 เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่าน

เกณฑก์ ารประเมินตามท่ีสถานศึกษากาหนดทุกกจิ กรรม ดังนี้

(1) กจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี 40 ช่วั โมง/ปี

(2) กจิ กรรมชุมนมุ 40 ชั่วโมง/ปี

(3) กิจกรรมแนะแนว 40 ช่วั โมง/ปี

(4) กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ 10 ช่ัวโมง/ปี*

(*กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ สอดแทรกอยู่ในกิจกรรมต่าง ๆ ท้ังภายในและ

ภายนอกโรงเรยี น)

แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนกรณีไมผ่ ่านเกณฑ์

กรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านกิจกรรมให้เป็นหน้าที่ของครูและผู้รับผิดชอบกิจกรรมนั้น ๆ ที่จะต้องซ่อม
เสริมโดยให้ผู้เรียนดาเนินกิจกรรมจนครบตามเวลาที่ขาดหรือปิิบัติกิจกรรมให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์
ของกิจกรรมนัน้ แล้วจึงประเมนิ ให้ผา่ นกจิ กรรมเพือ่ บันทกึ ในระเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นมเี หตสุ ุดวสิ ยั ให้

รายงานผบู้ รหิ ารสถานศึกษาทราบเพือ่ ดาเนนิ การชว่ ยเหลอื ผู้เรยี นอย่างเหมาะสมเป็นรายกรณไี ป
การเปล่ียนผลการเรียน “มผ”

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช 2563
ตามหลักสตู นแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กาหนดให้
ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3 กิจกรรม คือ 1) กิจกรรมแนะแนว 2) กิจกรรมนักเรียน ซ่ึง

ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และเลือกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม หรือชมรมอีก 1 กิจกรรม 3)
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์

ในกรณีท่ีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มผ” โรงเรียนมอบหมายให้ครูท่ีปรึกษากิจกรรมนั้น ๆ เป็น
ผู้รบั ผดิ ชอบจัดซอ่ มเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นทากจิ กรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทาจนครบถ้วน แล้ว
จึงเปล่ียนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ทั้งนี้ต้องดาเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนนั้น ๆ

ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียนท่ีจะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน
แต่ต้องดาเนินการให้เสร็จส้ินภายในปีการศึกษานั้น

ขอ้ เสนอแนะ
การประเมนิ ผลการเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้นั จะต้องคานึงถงึ สง่ิ ตอ่ ไปนี้
1. ผเู้ รียนมเี วลาการเขา้ ร่วมกิจกรรมของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด โดยสถานศึกษา

ควรกาหนดเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนแต่ละกิจกรรม สาหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชนผ์ ้เู รียนต้องปิบิ ัตกิ จิ กรรมครบตามโครงสร้างเวลาเรียน

๘๖

2. ผู้เรียนมีผลการปิิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กาหนด โดยอาจจัดใหผ้ เู้ รยี นแสดงผลงาน แฟม้ สะสมงาน หรอื จดั นิทรรศการ

3. การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาอาจจัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการกิจกรรมหรือ
โครงการต่าง ๆ เชน่ กจิ กรรมโฮมรูม กิจกรรมวันสาคัญ กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ เป็นต้น ซ่ึงสถานศึกษา
สามารถประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวและนามาเป็นส่วนหน่ึงในการประเมินกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียนได้

4. การจดั กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นควรมอี งคป์ ระกอบในการดาเนนิ การ ดงั นี้
4.1 มคี รูท่ปี รกึ ษากิจกรรม และมแี ผนการดาเนินกิจกรรม
4.2 มีหลกั ฐาน ภาพถ่าย หรอื แฟม้ สะสมงาน
4.3 มีผู้รบั รองการเข้าร่วมกจิ กรรม
4.4 มีรายงานแสดงการเขา้ ร่วมกจิ กรรม

๘๗

ภาคผนวก

๘๘

คำสงั่ โรงเรียนบำ้ นหนองหญำ้ ปล้อง(อุดมวนำ)

ท่ี ๑๗ / ๒๕๖๓

เรอ่ื ง แตง่ ต้ังคณะกรรมกำรบริหำรหลักสตู รและงำนวิชำกำรสถำนศึกษำขัน้ พื้นฐำน

************************

เพ่ือให้กำรบริหำรหลักสูตรและงำนวิชำกำรสถำนศึกษำขั้นพ้ืนฐำนเป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ
สอดคล้องกับพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ มำตรำ ๒๗ ท่ีกำหนดให้
สถำนศึกษำ ขั้นพ้ืนฐำน มีหน้ำที่จัดทำสำระของหลักสูตรเพื่อควำมเป็นไทย ควำมเป็นพลเมืองท่ีดีของชำติ

กำรดำรงชีวิตและกำรประกอบอำชีพ ตลอดจนเพ่ือกำรศึกษำต่อ ในส่วนที่เกี่ยวกับสภำพของปัญหำในชุมชนและสังคม ภูมิ
ปัญญำทอ้ งถ่ินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เพอ่ื เป็นสมำชกิ ทีด่ ขี องครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชำติ และ

สอดคล้องกับระเบยี บกระทรวงศึกษำธิกำรว่ำดว้ ยคณะกรรมกำรบริหำรหลักสูตรและงำนวิชำกำรสถำนศึกษำ
ขัน้ พน้ื ฐำน พ.ศ.๒๕๔๔

อำศัยอำนำจตำมมำตรำ ๓๗ แห่งพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
พ.ศ.๒๕๔๖ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม จึงแต่งตั้งคณะกรรมกำรบริหำรหลักสูตรและงำนวิชำกำรสถำนศึกษำขั้น
พ้นื ฐำน โรงเรียนบำ้ นหนองหญำ้ ปลอ้ ง(อุดมวนำ) ปีกำรศึกษำ ๒๕๖๓ ดงั น้ี

๑. นำยสุริยำ มนตรภี ักดิ์ ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนหนองหญำ้ ปล้องฯ ประธำนกรรมกำร
กรรมกำร
๒. นำงสำวสุรชั นำ ระกลุ หัวหนำ้ กำรเรยี นรูป้ ฐมวัย กรรมกำร

๓. นำงสำวมณั ฑนำ อังกลุ ครูปฐมวยั กรรมกำร
กรรมกำร
๔. นำงสำวกนกลดำ อังกนิ นั ทน์ หัวหน้ำกล่มุ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย
กรรมกำร
๕. นำงสำวกมลพร เพิม่ ขรวั จำ หัวหน้ำกลุ่มสำระคณิตศำสตร์ กรรมกำร
กรรมกำร
๖. นำงณฐั ธยำน์ ชนะสงครำม หวั หนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์
กรรมกำร
๗. นำยธีรเกียรติ วำดี ครกู ลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ กรรมกำร

๘. นำงสำวอำภำภรณ์ โชตสิ วุ รรณ หัวหน้ำกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำฯ กรรมกำร
กรรมกำร
๙. นำงสำวญำณันธร อุ่นอิน ครูกลุ่มสำระกำรเรยี นร้สู งั คมศึกษำฯ กรรมกำร

๑๐. นำงณฐั นิชำพัชช์ ธนำพพิ ัทธน์ ครูกลมุ่ สำระกำรเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษำฯ กรรมกำร
กรรมกำร
๑๑. นำงชยกำนต์ สวุ รรณคงั คะ หัวหน้ำกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ศิลปะ
กรรมกำร
๑๒. นำยเอกสิทธ์ิ อนุ่ เรอื น ครกู ลุ่มสำระกำรเรียนรู้ศลิ ปะ เลขำนุกำร

๑๓. นำงสำวอัญชลี สนพลำย หวั หน้ำกลุ่มสำระกำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชีพ

๑๔. นำยภำณพุ งศ์ เกษถนอม หวั หน้ำกลุม่ สำระกำรเรียนรู้สขุ ศึกษำฯ

๑๕. นำงจิรภำ อยสู่ ุข หัวหนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

๑๖. นำงสำวปญั จำรีย์ เหี่ยวหอม ครูกลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

๑๗. นำงณัฐธยำน์ ชนะสงครำม หวั หนำ้ ฝำ่ ยวชิ ำกำร

๘๙

คณะกรรมกำร มีหนำ้ ที่และดำเนนิ กำรจดั กำรตำมขน้ั ตอนท่กี ำหนด ดังน้ี

๑. วำงแผนกำรดำเนนิ งำนวิชำกำร กำหนดสำระรำยละเอียดของหลกั สูตรระดับสถำนศึกษำและ
แนวทำงกำรจัดสดั สว่ นสำระกำรเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนของสถำนศึกษำ ให้สอดคล้องกับหลักสูตร
แกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ และสภำพเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญำ
ท้องถน่ิ

๒. จัดทำคู่มือกำรบริหำรหลักสูตร และงำนวิชำกำรของสถำนศึกษำ นิเทศ กำกับ ติดตำม ให้คำปรึกษำ
เกยี่ วกับกำรพฒั นำหลักสูตร กำรจัดกระบวนกำรเรยี นรู้ กำรวัดและประเมินผลและกำรแนะแนวให้สอดคล้อง
และเป็นไปตำมหลกั สูตรกำรศกึ ษำข้ันพน้ื ฐำน

๓. ส่งเสริมและสนับสนุนกำรพัฒนำบุคลำกรเก่ียวกับกำรพัฒนำหลักสูตร กำรจัดกระบวนกำร
เรียนรู้ กำรวัดและประเมินผล และกำรแนะแนวให้เป็นไปตำมจุดหมำยและแนวทำงกำรดำเนินกำรของ
หลกั สูตร

๔. ประสำนควำมรว่ มมอื จำกบุคคล หน่วยงำน องค์กรต่ำง ๆ และชุมชน เพื่อให้กำรใช้หลักสูตร
เปน็ ไปอย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพและมคี ณุ ภำพ

๕. ประชำสัมพันธ์หลักสูตรและกำรใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง
และนำข้อมลู ป้อนกลับจำกฝำ่ ยตำ่ ง ๆ มำพจิ ำรณำเพือ่ ปรับปรุงและพัฒนำหลักสตู รของสถำนศกึ ษำ

๖. ส่งเสริมสนบั สนนุ กำรวิจัยเก่ยี วกับกำรพัฒนำหลักสูตร และกระบวนกำรเรียนรู้
๗. ติดตำมผลกำรเรียนของนักเรียนเป็นรำยบุคคล ระดับชั้น และช่วงชั้น ระดับวิชำ กลุ่มวิชำ
ในแต่ละปกี ำรศกึ ษำ เพอ่ื ปรบั ปรงุ แกไ้ ข และพฒั นำกำรดำเนินงำนดำ้ นตำ่ ง ๆ ของสถำนศึกษำ
๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมำตรฐำน กำรปฏิบัติงำนของครู และกำรบริหำรหลักสูตรระดับ
สถำนศึกษำในรอบปีท่ีผ่ำนมำ ใช้ผลกำรประเมินเพ่ือวำงแผนพัฒนำกำรปฏิบัติงำนของครูและกำรบริหำร
หลักสูตรปกี ำรศกึ ษำตอ่ ไป
๙. รำยงำนผลกำรปฏิบัติงำนและผลกำรบริหำรหลักสูตรของสถำนศึกษำ โดยเน้นผลกำรพัฒนำ
คุณภำพนักเรียนต่อคณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้ันพื้นฐำน คณะกรรมกำรบริหำรหลักสูตรระดับเหนือ
สถำนศกึ ษำ สำธำรณชน และผู้เกย่ี วขอ้ ง
๑๐. ใหด้ ำเนินกำรประชมุ คณะกรรมกำรอย่ำงน้อยภำคเรยี นละ ๒ ครง้ั

ให้ผู้ได้รับกำรแต่งต้ังปฏิบัติหน้ำที่ที่ได้รับมอบหมำยอย่ำงมีประสิทธิภำพ และบรรลุตำม
วัตถุประสงคท์ ่ีตั้งไว้

ท้งั นี้ ต้ังแต่บดั นเ้ี ป็นตน้ ไป

ส่งั ณ วนั ที่ ๖ เดอื น เมษำยน พ.ศ. ๒๕๖๓

(ลงช่ือ)

(นำยสรุ ยิ ำ มนตรภี ักด์ิ)

ผู้อำนวยกำรโรงเรียนบำ้ นหนองหญำ้ ปล้อง(อุดมวนำ)

๙๐

บันทึกขอ้ ควำม
ส่วนรำชกำร โรงเรียนบ้ำนหนองหญำ้ ปลอ้ ง (อดุ มวนำ)
ท่ี วันที่ ๑๕ เดอื น พฤษภำคม พ.ศ. ๒๕๖๓ .
เร่อื ง ขออนุมัติหลักสูตรสถำนศกึ ษำพทุ ธศกั รำช ๒๕๖๓

---------------------------------------------------------------------------------
เรยี น ประธำนคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขัน้ พื้นฐำน

ด้วยโรงเรียนบ้ำนหนองหญ้ำปล้อง(อุดมวนำ) ได้ดำเนินกำรปรับปรุงและพัฒนำหลักสูตร
สถำนศกึ ษำโรงเรียนบำ้ นหนองหญ้ำปล้อง(อดุ มวนำ) พทุ ธศักรำช ๒๕๖๓ เสร็จเรยี บรอ้ ยแลว้

จึงเรียนมำเพอ่ื
๑. โปรดพจิ ำรณำอนุมตั ิ
๒. ลงนำมเห็นชอบ

(ลงชอ่ื )
(นำยสุรยิ ำ มนตรภี กั ด์ิ)

ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนบำ้ นหนองหญ้ำปลอ้ ง(อุดมวนำ)

(ลงช่ือ)
(นำงสำวจนิ ตนำ เกษรสนั ต์ิ)

ประธำนคณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้นั พ้ืนฐำน

๙๑

คณะผจู้ ัดทำ

ทป่ี รึกษา ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นบ้ำนหนองหญำ้ ปลอ้ ง(อุดมวนำ)
๑. นำยสุริยำ มนตรีภักดิ์ หัวหน้ำงำนวชิ ำกำรโรงเรียนบ้ำนหนองหญำ้ ปล้อง(อดุ มวนำ)
๒. นำงณัฐธยำน์ ชนะสงครำม ครูชำนำญกำร
๔. นำงสำวกมลพร เพิ่มขรวั จำ ครชู ำนำญกำร
๕. นำงชยกำนต์ สุวรรณคงั คะ

คณะผจู้ ดั ทำ ประธำนกรรมกำร
๑. นำงณฐั ธยำน์ ชนะสงครำม กรรมกำร
๒. นำยธีรเกยี รติ วำดี เลขำนกุ ำร
๓. นำงสำวกนกลดำ องั กนิ นั ทน์

๙๒


Click to View FlipBook Version