The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเรียน Biology I สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย

ภายในประกอบด้วยเนื้อหาเรื่อง

- Introduction of Biology
- Cell biology
- Biodiversity
- Kingdom Monera
- Kingdom Protista
- Kingdom Fungi
- Kingdom Plantae
- Kingdom Animalia
- Enzyme & Energy

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by todsapon, 2021-04-09 11:00:44

หนังสือเรียน Biology I

หนังสือเรียน Biology I สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย

ภายในประกอบด้วยเนื้อหาเรื่อง

- Introduction of Biology
- Cell biology
- Biodiversity
- Kingdom Monera
- Kingdom Protista
- Kingdom Fungi
- Kingdom Plantae
- Kingdom Animalia
- Enzyme & Energy

Keywords: montfort college,biology,ชีววิทยา

Kingdom Fungi 95

2. การสรา้ ง Spore แบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ คอื
Sexual spore
 เป็นการสรา้ งสปอร์ด้วยการแบง่ เซลล์แบบ Meiosis ถือเป็นการสืบพันธุ์แบบอาศยั เพศ (Sexual
reproduction)
 แบง่ ออกเป็น 3 ชนิด คอื
Zygospore เป็นสปอร์ท่ีเกิดจากเซลล์สืบพันธุ์ขนาดเท่ากันผสมกันกลายเป็น Zygote และ
สรา้ งอับสปอรท์ ่เี จรญิ ทะลผุ นังออกมา ซ่ึงภายในจะมีสปอรอ์ ยูเ่ ป็นจานวนมาก

Ascospore เป็นสปอรท์ ีเ่ กิดจากเซลล์สบื พันธุ์ขนาดต่างกันมาผสมกัน และมีถุง Ascus หุ้ม

Basidiospore เป็นสปอร์ท่ีสรา้ งบนกา้ นชูรูปกระบอง (Basidium)

96 Biology for M.4 student Montfort College

Asexual spore
 เป็นการสร้างสปอร์ด้วยการแบ่งเซลล์แบบ Mitosis ถือเป็นการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

(Asexual reproduction)
 แบ่งออกเป็น 2 ชนดิ คอื

Sporangiospore เป็นสปอร์ที่สร้างในถุง Sporangium เกิดจากปลายเส้นใยพองออกเป็น
กระเปาะ แล้วต่อมามีผนังกัน้ เกิดขึ้นภายใน กระเปาะจะมีผนังหนาและเจริญเป็นอับสปอร์
(sporangium) และมกี า้ นชูอับสปอร์ เรยี กว่า sporangiophore

Conidiospore เป็นสปอร์ท่ีสร้างปลายเส้นใยหรือข้างเส้นใยเรียกว่า Conidia ตัง้ อยู่บนเส้นใย
แบบพิเศษเรียกว่า Conidiophore ไมม่ ีถุงหุม้ เกดิ อยู่ภายนอก พบในฟังไจชนั้ สูง

 สาหรบั ยสี ต์ สามารถพบการสบื พนั ธุแ์ บบไม่อาศยั เพศอกี ชนิด คอื การแตกหน่อ (Budding)

Kingdom Fungi 97

Classification
1) Phylum Chytridiomycota

ลักษณะของ Hypha Non-septate hypha
Sexual spore Zoospore (สปอร์มี Flagellum 1 เสน้ )
Asexual Spore

 เรยี กทัว่ ไปวา่ Chytrid

 เป็นฟังไจกลุ่มแรกท่ีวิวัฒนาการมาจาก Protist ท่ีมีแฟลกเจลลัม จึง Primitive กว่าฟังไจชนิด
อ่ืน

 อาศยั อยูใ่ นแหลง่ นา้ จดื แหล่งนา้ เค็ม และดนิ ทชี่ ื้นแฉะ

 บางกลุม่ มีโครงสร้างร่างกายเป็น Thallus
 มรี ูปแบบการดารงชีวิตทัง้ Saprophyte และ Parasite
 ตวั อย่างเช่น Chytridium sp., Allomyces sp.

Chytridium sp.

Allomyces sp.

98 Biology for M.4 student Montfort College

2) Phylum Zygomycota

ลกั ษณะของ Hypha Non-septate hypha
Sexual spore Zygospore
Asexual Spore
Sporangiospore

 เรยี กทวั่ ไปวา่ Zygomycetes
 พบเฉพาะ mold ตอ้ งการความชืน้ สงู พบไดต้ ามดินที่มีความชืน้ และซากของสงิ่ มชี ีวติ
 มีรูปแบบการดารงชีวติ ทัง้ Saprophyte และ Parasite
 ตัวอย่างเช่น

Rhizopus oryzae ใช้ผลติ แอลกอฮอล์พวกข้าวหมากและสุรา และเทมเป้
Rhizopus nigricans ใช้ผลิตกรดฟู มาริก
Rhizopus stolonifer ราขนมปัง
Plasmopara viticola ทาให้เกดิ โรครานา้ ค้างในองุน่
Albugo candida ทาให้เกดิ โรคราสนิมในกะหลา่ ปลี
Saprolegnia spp. ทาให้เกิดโรคจุดขาวในปลา

Kingdom Fungi 99

3) Phylum Ascomycota

ลกั ษณะของ Hypha Septate hypha
Sexual spore Ascospore
Asexual Spore Conidiospore

 เรียกทวั่ ไปว่า Ascomycetes หรือ Sac fungi
 ดารงชีวติ แบบ Saprophyte

 พบทัง้ mold และ mushroom
 บางชนดิ อยูเ่ ป็นเซลลเ์ ดี่ยวๆ เช่น ยีสต์ (Yeast)
 บางชนดิ สร้าง Fruiting bogy เช่น Morel, Truffle
 บางชนิดอยูร่ ว่ มกับสาหรา่ ยแบบ Mutualism เช่น ไลเคนส์ (Lichens)
 ช่วงสืบพันธุ์แบบอาศยั เพศ เรียกว่า Perfect stage ส่วนช่ วงที่สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

เรยี กวา่ Imperfect stage

 ตวั อย่างเช่น
Tuber spp. กลุ่มของเหด็ ทรัพเฟิล
ยสี ต์ Saccharomyces cerevisiae ใช้ในทาขนมปัง รวมไปถึงอุ ตสาหกรรมผลติ สรุ า
Monascus spp. ใช้ผลิตข้าวแดงและเต้าห้ยู ี้

100 Biology for M.4 student Montfort College

Lichens

 เป็นสงิ่ มชี ีวติ ท่ีประกอบด้วยสาหรา่ ย (Algae) และรา (Fungi) อยู่รว่ มกนั แบบ Mutualism
 สาหรา่ ยสงั เคราะห์แสงให้อาหารแกร่ า ส่วนราให้ความชืน้ และ CO2 แก่สาหร่าย
 สาหร่ายเป็นพวก Chlorophyta หรอื Cyanobacteria สว่ นราเป็นพวก Ascomycetes

 ไลเคนส์มีประโยชน์มากมาย เช่น

บง่ บอกมลพษิ ในอากาศได้ ถา้ ดูดอากาศพิษไว้มนั จะตาย

ทาให้หนิ ถูกย่อยสลายเป็นดนิ เพราะไลเคนส์ปลอ่ ยสารเป็นกรดออกมา
เป็นอาหารสัตวเ์ ลก็ ๆ เช่น หอย หนอน
รกั ษาบาดแผล ทาสยี อ้ มผ้า

 การจาแนกไลเคนส์จาแนกตามรูปร่างเป็น 3 ชนิด
Crustose เป็นแผน่ แนบสนทิ กบั วัตถุทเ่ี กาะ ไม่สามารถแกะออกจากวตั ถทุ ี่เกาะได้
Foliose เป็นแผ่นคล้ายใบไม้ สามารถแกะออกจากวัตถุท่ีเกาะได้
Fruticose เป็นเส้นฝอยแตกเป็นกงิ่ กา้ น (ทอ้ งถิน่ ภาคเหนือของประเทศไทยเรยี กว่า ฝอยลม)

Crustose Foliose Fruticose

Kingdom Fungi 101

4) Phylum Deuteromycota

ลกั ษณะของ Hypha Septate hypha
Sexual spore -
Asexual Spore
Conidiospore

 มีลักษณะทั่วไปเหมือนกับราในกลุ่ม Ascomycetes ต่างตรงท่ีวงจรชีวิตไม่พบระยะของการ
สบื พันธุ์แบบอาศยั เพศ

 เรียกอกี อยา่ งว่า Fungi imperfection

 ตัวอย่างเช่น Trichophylon sp. (Athlete’s foot), Penicilium spp. (สร้างสารท่ีนาไปผลิตเป็น
ยาปฏชิ ีวนะ), Aspergillus spp.

Penicilium sp.
Aspergillus sp.

102 Biology for M.4 student Montfort College

5) Phylum Basidiomycota

ลกั ษณะของ Hypha Septate hypha
Sexual spore Basidiospore
Asexual Spore
-

 เรียกฟังไจกลมุ่ นีว้ า่ Basidiomycetes หรือ Club fungi

 สมาชิกส่วนใหญเ่ ป็น Mushroom
 มวี ิวฒั นาการสูงทีส่ ุด เนือ่ งจากมีการสืบพนั ธุแ์ บบอาศยั เพศอยา่ งเดยี ว

 สร้าง Basidiospore ท่ีอยู่ใน Basidia จานวนมาก รวมอยู่ในดอกเห็ด (Basidiocarp) ซ่ึงเป็น
Fruiting body ของเห็ด

 Basidium ของเห็ดจาแนกเห็ดออกเป็น 2 ชนิด
 พวกท่มี เี บสเิ ดียมเป็นสายสนั้ ๆ เช่น Puccinia graminis และ Ustilago maydis
 พวกที่มเี บสิเดียมคล้ายกระบอง แบง่ เป็นกลุ่มเห็ดมีครีบ (Gill) เช่น เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้ า และเห็ด

ไมม่ ีครีบ เช่น เห็ดเผาะ

Puccinia graminis

Gill ของเห็ด

Kingdom Fungi 103

 เห็ดหลายชนิดใช้เป็นอาหารได้ เช่น Lentinula edodes (เห็ดหอม), Volvarilla volvacea (เห็ด
ฟาง), เหด็ โคน, เหด็ เผาะ เป็นต้น

 บางชนดิ กอ่ โรค เช่น โรคราสนมิ (Puccinia graministritici), โรค Smuts

 เห็ดบางชนิดมีความสมั พันธก์ บั รากของพืชชนั้ สูงเชิง symbiosis เรยี กเห็ดกล่มุ นีว้ า่ Mycorrhiza

 เหด็ บางชนิดมีพิษ สังเกตจากสีสนั ทีส่ วยงามและมีวงแหวนท่กี า้ นของดอกเห็ด

104 Biology for M.4 student Montfort College

สรุปความรูเ้ รอ่ื ง Kingdom Fungi เป็น Mind map ไดด้ งั นี้

Kingdom Plantae 105

Unit

7

Kingdom Plantae

MONTFORT COLLEGE

106 Biology for M.4 student Montfort College

KINGDOM PLANTAE

คุณสมบัติ
 Eukaryotic cell & Tissue forming
 มีระยะ Embryo
 Autotroph (Have Chlorophyll a, b and Carotenoids)
 Cell wall with Cellulose
 Alternation of generation (วงจรชีวิตแบบสลับระหว่าง
Sporophyte; 2n และ Gametophyte; n)

Classification
1. พชื ท่ีไม่มีทอ่ ลาเลยี ง (Vascular bundle) - Bryophytes (Gametophyte เด่น)
1) Division Hepatophyta
 ลเิ วอร์เวริ ท์ (Liverwort)
 ในเซลล์มหี ยดนา้ มัน
 Thallus แบนบาง สว่ ยปลายแยกเป็น 2 แฉก
 ผิวของแทลลสั มี Gemma Cup ภายในมี Gemma ทาหนา้ ท่ีสบื พนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศ
 Archegonium (ผลิตไข่) และ Antheridium (สร้างสเปิ ร์ม) มีลักษณะคล้ายร่มเล็กๆ เมื่อ
ปฏสิ นธิแล้วจะได้ Sporophyte มขี นาดเลก็ อยู่บนแทลลัส

Kingdom Plantae 107

2) Division Anthocerophyta
 ฮอร์นเวริ ์ท (Hornwort)
 Thallus มลี กั ษณะเป็นแผน่ แบน มีรอยหยักตัง้ ขนึ้ ท่ี
ขอบ
 Archegonium และ Antheridium ฝังตัวอยู่ใน
แทลลัส
 Sporophyte เรยี วยาว รูปร่างคล้ายเขาสัตว์

3) Division Bryophyta
 มอสส์ (Moss), ข้าวตอกฤษี, ข้าวตอกพระร่วง
 Thallus มลี กั ษณะแตกแขนงคล้ายใบพชื ชนั้ สูง เรียงตัวกันคล้ายพรม เจริญเติบโตได้ทุกที่ๆ มี
ความชุ่ มชื้น
 Archegonium และ Antheridium ฝังตวั อยู่ในดา้ นบนยอดของแทลลัส
 Sporophyte มีลักษณะเป็นกา้ นชู (Seta) และมอี บั สปอร์ (Capsule) อยูด่ า้ นบน

108 Biology for M.4 student Montfort College

2. พชื ท่มี ที อ่ ลาเลียง (Sporophyte เดน่ )
2.1 พืชท่ไี ม่สร้างเมล็ด (Pteridophytes)
4) Division Lycophyta

 คลับมอสส์ (Club moss)
 ใบมเี สน้ ใบ 1 เส้นต่อใบเรียก Microphyll
 มลี าต้นใต้ดิน (Rhizome) = Gametophyte
 มี Strobilus อยู่ท่ียอด
 ลักษณะสปอร์แบ่งพชื กลมุ่ นอี้ อกเป็น 2 กล่มุ ยอ่ ย คอื

Lycopodium spp. Selaginella spp.

Heterospore (สปอร์ 2 ชนิดโดยสปอร์ท่ี

มีขนาดใหญ่เรียก megaspore เจริญไป

ชนดิ ของสปอร์ Homospore เป็นเซลลส์ บื พันธุเ์ พศเมีย และสปอรข์ นาด
เล็กเรียก microspore เจริญไปเป็นเซลล์
สบื พนั ธุเ์ พศผู ้)

การเรียงตัวของใบ ใบเรียงรอบลาต้น ใบเรียงในแนวระนาบ

ตัวอยา่ งชื่อพืช สามร้อยยอด, ช้องนางคล,่ี สร้อยสุกรม, ตีนต๊กุ แก, หญา้ รอ้ งไห้, พ่อค้าตีเมีย และ
หญา้ รังไก,่ สร้อยสีดา และหางกระรอก กระเทยี มนา้

Kingdom Plantae 109

5) Division Pterophyta
 มที อ่ ลาเลยี งเจริญในราก ลาต้นและใบดี
 มลี าต้นใตด้ ิน (Rhizome) = Gametophyte และลาต้นบนดนิ = Sporophyte
 แบง่ ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

Psilophyte Sphenophyte Pterophyte

ชื่อสามญั หวายทะนอย สนหางมา้ /หญา้ ถอดปลอ้ ง เฟิร์น (Fern)

ลักษณะทวั่ ไป แ ต ก กิ่ ง แบบ ลาต้นเหนอื ดนิ เป็นข้อปล้อง มีใบอ่อนท่ีม้วนงอ เรียก
Dichotomous มีใบเล็ก มใี บเรยี งรอบข้อ Circinate venation ใบ
โครงสรา้ งที่ (Scale leaf) เฟิรน์ เรียก Frond
สรา้ ง/เกบ็ สปอร์
ลกั ษณะสปอร์ Sporangium ตามลาต้น Strobilus อยูท่ ่ยี อด Sorus อยูใ่ ต้ใบ

Homospore Homospore มี ทั้ ง Homospore แ ล ะ
Heterospore

- หวายทะนอย

110 Biology for M.4 student Montfort College

- หญ้าถอดปลอ้ ง

- เฟิร์น

Kingdom Plantae 111

2.2 พชื ท่ีสรา้ งเมล็ด
2.2.1 พชื เมลด็ เปลอื ย (Gymnosperm)
6) Division Cycadophyta

 ปรง (Cycad) เช่น ปรง, มะพร้าวเต่า
 ใบใหญ่ยาวรูปดาบ เป็นใบประกอบแบบขนนก
 อวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียอยู่ที่ปลายยอดเรียก Female cone ส่วนอวัยวะสืบพันธุ์

เพศผู้เรียก Male cone

7) Division Coniferophyta
 สน (Pine) เช่น สนสองใบ, สนสามใบ, สนสามพันปี
 ใบรูปเขม็

112 Biology for M.4 student Montfort College

8) Division Ginkgophyta
 แปะกว๊ ย (Ginkgo)
 ใบรูปพดั เส้นใบแตกแบบ Dichotomous
 อับสปอร์แบบเดยี วกบั Coniferophyta แตเ่ ซลลส์ บื พนั ธุแ์ ตล่ ะเพศจะอยู่แยกตน้ (Diecious)
 มีสมาชิกเพียง 1 ชนดิ คือ Ginkgo biloba (แปะกว๊ ย)

9) Division Gnetophyta
 มะเมอื่ ย (Gnetum)
 ใบคล้ายพืชใบเลีย้ งคู่ เส้นใบแตกแบบร่างแห
 อับสปอร์ของเพศเมียเรียก Gynostrobilus มี Ovule ติดอยู่ ส่วนของเพศผู้มีขนาดเล็กเรียก
Androstrobilus มีอับเรณู 2 อนั ต่อ 1 ก้านชู
 ระบบทอ่ ลาเลียงคลา้ ยพืชมีดอก
 สมาชิกมี 3 สกลุ คือ Gnetum spp.(มะเม่ือย), Ephreda spp. และ Welwitschia spp.

Kingdom Plantae 113

2.2.2 พืชเมลด็ มีรังไข่ห่อหุ้ม (Angiosperm)
10) Division Anthophyta

 พืชดอก
 พัฒนาโครงสร้างดอก (Flower) เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ (เป็นท่ีอยู่ของ Female & Male

gametophyte)
 เมล็ดมีรังไข่ห่อหมุ่ (รงั ไข่เจริญไปเป็นส่วนห่อหุ้มเมล็ด = ผล)
 มกี ารปฏิสนธิซ้อน (Double fertilization)

 แบ่งออกเป็น 2 class

114 Biology for M.4 student Montfort College

สรุปความรูเ้ รอ่ื ง Kingdom Plantae เป็น Mind map ไดด้ งั นี้

Kingdom Animalia 115

Unit

8

Kingdom Animalia

MONTFORT COLLEGE

116 Biology for M.4 student Montfort College
KINGDOM ANIMALIA

คุณสมบัติ
 Eukaryotic cell & Tissue forming (ยกเวน้ ฟองนำ้ )
 มรี ะยะ Embryo
 Heterotroph (Consumer)
 มีระบบประสำท Nervous system (ยกเวน้ ฟองนำ้ )

Criteria
1. กำรเกิดเนอื้ เยอ่ื (Tissue forming) & ช่องวำ่ งในลำตัว (Body cavity/Coelom)

Tissue forming

No Yes

Parazoa Eumetazoa

2 layers 3 layers
Diploblastic Triploblastic

Have Body cavity

No Yes
Acoelomate Mesoderm cover Endoderm

No Yes
Pseudocoelomate Eucoelomate

Kingdom Animalia 117

Tissue forming

Body cavity (Coelom)

118 Biology for M.4 student Montfort College

2. สมมำตรของร่ำงกำย (Body symmetry)
 หมำยถงึ แนวที่แบ่งร่ำงกำยออกเป็น 2 สว่ นเท่ำๆ กัน

Body symmetry

No Yes
Asymmetry จำนวน Body symmetry

>1 =1

Radial symmetry Bilateral symmetry

3. โครงรำ่ งของรำ่ งกำย (Skeleton)
 โครงรำ่ งของรำ่ งกำย มหี น้ำท่ีคำ้ จุ นรำ่ งกำย, ปกป้องอวยั วะ และทำใหส้ งิ่ มชี ีวิตเกิดรูปรำ่ ง

Skeleton

ของเหลว ของแข็ง

Hydrostatic skeleton ตำแหน่งที่เกิด Skeleton

Ectoderm Mesoderm
Exoskeleton Endoskeleton

Kingdom Animalia 119

Body symmetry

Skeleton

120 Biology for M.4 student Montfort College

4. กำรเจริญของ Blastopore และกำรลอกครำบของตวั อ่อน (Molting)
 Blastopore เป็นช่องท่ีเกิดขึ้นและพัฒนำไปเป็นช่องของทำงเดินอำหำรในอนำคต ซ่ึงอำจจะเป็นปำก

หรือทวำรหนกั อยำ่ งใดอยำ่ งหน่ึง

กำรเจริญของ Blastopore

ทวำรหนกั ปำก

Deuterostomia Protostomia

กำรลอกครำบของตัวออ่ น (Molting) ระหวำ่ งกำรเจริญเตบิ โต

Yes No
Ecdysozoa Lophotrochozoa

Kingdom Animalia 121

5. ลกั ษณะของปลอ้ ง (Segmentation)
 ปล้อง หมำยถงึ กำรเกิดรอยคอดขนึ้ กบั ลำตวั

Segmentation

เกดิ จำกชน้ั Ectoderm เกิดจำกช้ัน Mesoderm

Superficial Metameric
segmentation segmentation
(Non-metameric)

6. ระบบทำงเดนิ อำหำร (Digestive tract)
 เกดิ จำก Endoderm มหี น้ำทยี่ ่อยและดูดซึมสำรอำหำร
 ในฟองนำ้ (Poriferan) ไมม่ ีทำงเดนิ อำหำร แต่มีกำรเรยี งตัวของเซลล์จนเกดิ ช่องว่ำงมำกมำยและทำ

หนำ้ ทีค่ ล้ำยระบบทำงเดนิ อำหำร เรียกวำ่ Channel network

Digestive tract

มที ำงเขำ้ -ออกรวมเป็นทำง มที ำงเข้ำ-ออก แยกกนั คนละ
เดียวกัน (ปำกและทวำร ทำง (ปำกและทวำรหนัก
แยกกนั ชดั เจน)
หนกั รวมกัน)

Incomplete digestive Complete digestive
tract tract

(Gastrovascular cavity)

122 Biology for M.4 student Montfort College

Segmentation

Digestive tract

Kingdom Animalia 123

7. ระบบลำเลยี ง (Circulatory system)
 เป็นระบบทีใ่ ช้ในกำรลำเลยี งสำรจำกอวัยวะหน่ึงไปยงั อีกอวยั วะหน่ึง ทำใหเ้ กิดกำรทำงำนที่ประสำนและ

สอดคลอ้ งระหวำ่ งระบบต่ำงๆ ภำยในรำ่ งกำยมำกขนึ้

Circulatory system

ไมม่ ี มี

Non-circulatory เลอื ดสำมำรถออกไปใน Coelom
system ได้ ไม่ได้

Open circulatory Closed circulatory
system system

124 Biology for M.4 student Montfort College

8. ระบบประสำท (Nervous system)
 เป็นระบบทีส่ ัตวม์ กี ำรพัฒนำขึน้ เพ่ือตอบสนองต่อสิง่ เรำ้
 พนื้ ฐำนต้องประกอบดว้ ย เซลลป์ ระสำท (Nerve cell หรือ Neuron)
 ระบบประสำทของสตั วแ์ บง่ ประเภทดงั นี้

 รำ่ งแหประสำท (Nerve net) เกดิ จำกเซลลป์ ระสำทเรียงตัวกนั เป็นรำ่ งแห
 ระบบประสำทแบบขัน้ บันได (Ladder type system) มีกำรเรียงตวั ของเส้นประสำทคล้ำยขัน้ บันได

และมปี มประสำท (Ganglion)
 ระบบประสำทแบบวงแหวน (Nerve ring) มีเสน้ ประสำทเรยี งตวั รอบปำกเป็นรูปวงแหวน ในสัตว์

บำงชนดิ อำจมเี สน้ ประสำทแตกแขนงออกไปตำมแฉกของลำตัวเรียกวำ่ Radial nerve
 Ventral nerve cord มเี ส้นประสำทเรียงตวั เป็นมดั ท่ีดำ้ นท้อง และมปี มประสำท (Ganglion) ใหญ่

ชดั เจนทส่ี ่วนหวั (Cephalon)
 ระบบประสำทแบบท่อ (Neural tube) มีเส้นประสำทเรียงตัวเป็นมัดท่ีด้ำนหลัง (Dorsal nerve

cord) อยู่ข้ำงในกระดูกสันหลัง เรียกว่ำไขสันหลัง (Spinal cord) และมีปมประสำท (Ganglion)
พฒั นำมำกที่ส่วนหวั เรียกว่ำ สมอง (Brain)

Kingdom Animalia 125

Classification of Kingdom animalia

Phylum ตวั อยำ่ งสงิ่ มชี ีวติ
Porifera ฟองนำ้
Cnidaria
Platyhelminthes ไฮดรำ ปะกำรงั ดอกไม้ทะเล กะพรุน
Nematoda พลำนำเรยี พยำธใิ บไม้ พยำธติ วั ตดื
Annelida พยำธเิ ส้นดำ้ ย พยำธิแส้มำ้ ไส้เดือนฝอย
Mollusca ไส้เดือนดิน แม่เพรียง ปลิง ทำกดดู เลอื ด
Arthropoda หอยฝำเดียว หอยสองฝำ ทำก ลิน่ ทะเล หมกึ
Echinodermata แมลง แมง กงุ้ ปู เพรียงหิน เพรยี งคอหำ่ น
Chordata ดำวทะเล เมน่ ทะเล อีแปะทะเล ปลิงทะเล
เพรียงหวั หอม ปลำปำกกลม สตั วม์ ีกระดูกสันหลัง

126 Biology for M.4 student Montfort College

Phylum Porifera

 ฟองนำ้ (Sponge)

 หมำยถึง ลำตวั เป็นรูพรุน  มำจำก Porus (รู) + Ferre (กำรมีอยู)่
 มลี ักษณะทัว่ ไปดังนี้

เนอื้ เยอื่ No (Parazoa)
ช่ องว่ำงในลำตวั -
สมมำตร
ปลอ้ งลำตวั Asymmetry or Radial symmetry
ทำงเดินอำหำร -
ระบบหำยใจ
ระบบหมุนเวยี น Channel network
ระบบขับถำ่ ย Skin diffusion
ระบบประสำท -
ระบบโครงร่ำง -
กำรเจริญของ Blastopore
กำรลอกครำบของตวั ออ่ น Coordinating fiber
กำรสบื พนั ธุ ์ Endoskeleton (Spicule)
แหลง่ ทพี่ บ
-
-
Budding, Gemmule, Sexual
Marine (Some of sponge are found in fresh water)

 ฟองนำ้ มีรูปรำ่ งและโครงสร้ำงพืน้ ฐำนดังนี้

Kingdom Animalia 127

 จำกรูปร่ำงของฟองนำ้ สรุปข้อมูลไดด้ ังนี้
 รูพรุนรอบฟองนำ้ เรียก Ostium (Ostia), ช่องกลำงตัวฟองนำ้ เรียก Spongocoel และรูเปิ ด
ขนำดใหญด่ ำ้ นบนฟองนำ้ เรยี กว่ำ Osculum
 เซลล์ด้ำนนอกมีลักษณะแบน เรียกว่ำ Pinacocytes และเซลล์บำงส่วนเปลี่ยนรูปร่ำงให้มีรูตรง
กลำงเซลล์ เรียกวำ่ Porocytes
 เซลล์ด้ำนใน (รอบ Spongocoel) มีกำรสร้ำง Microvilli เรียงตัวคล้ำยปลอกคอ และมี
Flagellum เรยี กวำ่ Choanocytes หรอื Collar cells
 ระหว่ำงเซลล์ 2 ชนั้ มเี ซลล์แบบอะมบี ำเคลื่อนตวั อยู่ เรยี กว่ำ Amoebocytes

 รูปร่ำงของฟองนำ้ สำมำรถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ ตำมลักษณะของกำรหมุ นเวียนนำ้ ได้แก่
Asconoid, Syconoid และ Leuconoid

 โครงสรำ้ งทท่ี ำให้ฟองนำ้ คงรูปรำ่ งอยู่ได้ คือ
 Spicule หรอื ขวำก มีลักษณะเป็นแท่งสำรท่แี ข็ง อำจมีแฉกเดยี วหรือหลำยแฉกก็ได้
 Spongin มีลักษณะเป็นเส้นใยโปรตีน

128 Biology for M.4 student Montfort College

 กำรจัดหมวดหมูข่ องฟองนำ้ อำศยั ลักษณะของโครงรำ่ งเป็นเกณฑ์ โดยแบ่งได้ 3 classes ดงั นี้
องคป์ ระกอบของ Spicule

CaCO3 Silica

Class Calcarea Spongin
 ฟองน้ำหนิ ปูน ไมม่ ี

มี

Class Hexactinellida Class Demospongiae
 ฟองนำ้ แก้ว  ฟองนำ้ ถตู วั

 Class Calcarea

Leucosolenia sp. Scypha sp.

 Class Hexactinellida

Euplectella sp. (Venus’s flower basket)

 Class Demospongiae

Family Spongillidae Hippospongia sp.

Kingdom Animalia 129

Phylum Cnidaria

 สิ่งมีชีวิตที่มีเข็มพิษ  มำจำก Knide (ทำให้ระคำยเคือง) + Arua
(เก่ียวขอ้ งกบั )

 สมำชิกมีจำนวน 9,000 ชนิด ได้แก่ กะพรุน ไฮดรำ ดอกไม้ทะเล
ปะกำรัง และกัลปังหำ

 มีลกั ษณะทวั่ ไปดงั นี้

เนอื้ เยื่อ Diploblastic
ช่องวำ่ งในลำตวั -
สมมำตร
ปลอ้ งลำตวั Radial symmetry
ทำงเดินอำหำร -
ระบบหำยใจ
ระบบหมุ นเวียน Incomplete digestive tract (Gastrovascular cavity)
ระบบขับถำ่ ย Skin diffusion
ระบบประสำท -
ระบบโครงร่ำง -
กำรเจรญิ ของ Blastopore Nerve net
กำรลอกครำบของตัวอ่อน
กำรสืบพนั ธุ ์ Hydrostatic skeleton (Mesoglea)
แหล่งท่ีพบ -
-

Budding (Polyb), Sexual (Medusa)
Marine (Some of jelly fish are found in fresh water)

NOTE : สมัยก่อนสมำชิกในไฟลัมนีเป็นส่วนหนึ่งของไฟลัม Coelenterata ซ่ึงปัจจุบันได้แยกออกเป็น
Cnidaria และ Ctenophora แลว้

 Cnidocytes หรือเซลล์เข็มพิษ มีออร์

แกเนลล์เป็นถุงเข็มพิษเรียก Nematocysts
พบทั่วไปบริเวณ Epidermis (Ectoderm)
แต่มีมำกบริเวณหนวด รอบปำก และ

Gastrodermis (Endoderm) ใช้ในกำรจับ
อำหำร ป้องกนั ตัว และยดึ เกำะ

130 Biology for M.4 student Montfort College

 มีรูปร่ำง 2 แบบ (Dimorphism) สลับกัน รวมถึงมีกำรสืบพันธุ์แบบอำศัยเพศและไม่อำศัยเพศ
สลบั กนั ตำมรูปร่ำง เรียกวำ่ Metagenesis ดังนี้

Polyp (Hydroid) Medusa (Jellyfish)
รูปร่ำงทรงระบอก รูปรำ่ งคล้ำยรม่
เคลอ่ื นท่ีได้
เกำะอยูก่ ับท่ี
หันช่องปำกขึน้ ดำ้ นบน มีลกั ษณะเป็นเนนิ (Hypostome) ปำกอยูด่ ำ้ นลำ่ ง มลี ักษณะเป็นงวง (Manubrium)

ล้อมรอบดว้ ยหนวด (Tentacle) สบื พนั ธุ แ์ บบอำศยั เพศ
สบื พนั ธุ์แบบไม่อำศยั เพศ (Budding)

 หลังสืบพันธุ์แบบอำศยั เพศ Embryo จะพัฒนำเป็นตัวอ่อนท่ีมี Cilia รอบตัว ว่ำยนำ้ อย่ำงอิสระ
เรียกวำ่ Planula

Kingdom Animalia 131

 กำรจัดหมวดหมู่ของไนดำเรียน อำศยั ลักษณะของควำมโดดเด่นของรูปร่ำงในแต่ละระยะเป็นเกณฑ์
โดยแบง่ ได้ 4 classes ดังนี้

ลกั ษณะของควำมโดดเด่นของ
รปู รำ่ งในแต่ละระยะ

Polyp = Medusa Only Polyp

Class Hydrozoa Class Anthozoa
 Hydra
 ด อ ก ไ ม้ ท ะ เ ล ป ะ ก ำ รั ง
กัลปังหำ

Medusa > Polyp

หนวดเรยี งรอบ Medusa หนวดเรยี ง 4 กระจุก

Class Scyphozoa Class Cubozoa
 กระพรนุ ไฟ
 ก ร ะ พ รุ น ก ล่ อ ง (Sea
 Class Hydrozoa wasps)

Hydra

Velella sp. Physalia sp. (Portuguese man of war)

132 Biology for M.4 student Montfort College

 Class Scyphozoa

Aurelia sp. Mastigia sp.

 Class Cubozoa

Chironex sp. Chiropsamus sp.

 Class Anthozoa

ดอกไม้ทะเล (Sea anemone) กลั ปังหำ (Sea fan)

ปำกกำทะเล (Sea pen) ปะกำรงั ออ่ น (Soft coral)

ปะกำรังเขำกวำง (Stony coral) ปะกำรงั สมอง (Stony coral)

Kingdom Animalia 133

Phylum Platyhelminthes

 หนอนตัวแบน (Flatworm)  มำจำก Platys (แบน) +
Helmins (หนอน)

 ล ำ ตั ว แ บ น ล ำ ด จ ำ ก ก่ึ ง ก ล ำ ง ล ำ ตั ว ล ง ด้ ำ น ท้ อ ง
(Dorsoventrally flatten)

 มีลกั ษณะทัว่ ไปดังนี้

เนอื้ เยื่อ Triploblastic
ช่ องว่ำงในลำตัว Acoelomate
สมมำตร Bilatorial symmetry
ปลอ้ งลำตัว Superficial segmentation (เฉพำะพยำธิตวั ตืด)
ทำงเดินอำหำร Incomplete digestive tract (Gastrovascular cavity)
ระบบหำยใจ Skin diffusion
ระบบหมุนเวยี น
ระบบขับถำ่ ย -
ระบบประสำท Flame cell (Protonephridia)
ระบบโครงรำ่ ง Ladder type system with Nerve ganglion
กำรเจริญของ Blastopore
กำรลอกครำบของตวั ออ่ น -
กำรสืบพนั ธุ ์ Protostomia
แหลง่ ท่พี บ Lophotrochozoa
Regeneration, Fragmentation, Sexual
Aquatic, Terrestrial, Host body

 เป็นไฟลัมแรกที่มีส่วนหัวที่ชดั เจน (Cephalization) เพรำะมีปมประสำท (Ganglion) ค่อนมำทำง
ด้ำนหน้ำของลำตวั

 กำรจัดหมวดหมู่ของหนอนตัวแบน อำศัยกำรดำรงชีวิตและกำรมีปล้องเป็นเกณฑ์ โดยแบ่งได้ 3
classes ดงั นี้

กำรดำรงชวี ิต

Free living Parasite

Class Turbellaria กำรมปี ล้อง มี
 Triclad & Polyclad ไม่มี

Class Trematoda Class Cestoda

 พยำธใิ บไม้ (Flukes)  พยำธิตวั ตดื (Tape worm)

134 Biology for M.4 student Montfort College

 Class Turbellaria

Planaria (Triclad) หนอนหัวขวำน (พลำนำเรียบก) Polyclad

 Class Trematoda

พยำธใิ บไม้ (Flukes)

 Class Cestoda

พยำธิตัวตดื (Tape worm) พยำธิตวั ตดื หมู (Taenia solium)

NOTE : พยำธติ วั ตดื ไม่มีทำงเดินอำหำร แต่ผนังตัวชนั นอกมี Microvilli ใช้ในกำรดดู ซึมสำรอำหำรแทน

Kingdom Animalia 135

Phylum Nematoda

 หนอนตัวกลม (Round worm)  มำจำก Nema = เส้นด้ำย

 รูปร่ำงเป็นทรงกระบอกกลม หัวท้ำยเรียว ส่วนหัวไม่เด่นชัด
ปลำยด้ำนหน้ำมีช่องปำกและริมฝีปำก (Lip) เป็นตุ่มเนือ้ รอบๆ
ปำก 3 - 6 อนั

 มีลกั ษณะทวั่ ไปดังนี้

เนอื้ เย่ือ Triploblastic
ช่ องว่ำงในลำตวั Pseudocoelomate
สมมำตร Bilatorial symmetry
ปล้องลำตัว
ทำงเดนิ อำหำร -
ระบบหำยใจ Complete digestive tract
ระบบหมุนเวยี น
ระบบขบั ถำ่ ย Skin diffusion
ระบบประสำท -
ระบบโครงรำ่ ง
กำรเจริญของ Blastopore Excretory canal (Lateral line)
กำรลอกครำบของตัวอ่อน Nerve ring
กำรสืบพนั ธุ ์
แหล่งที่พบ Hydrostatic skeleton
Protostomia
Ecdysozoa
Sexual

Host body, Terrestrial

 ผิวหนงั หนำ เรียกวำ่ Cuticle

 มีกำรลอกครำบ (Molting) 4 ชุดในวัฏจักรชีวิต เป็นไปเพ่ือเปลี่ยนระยะตัวอ่อน ไม่ใช่เพ่ือกำร
เจริญเตบิ โตเหมือน Arthopods

 มีพลำสมิด (Phasmid) เป็นอวัยวะรับควำมรู้สึกเก่ียวกับสำรเคมี (Chemoreceptor) พบท่ีปลำย
หำงของหนอนตวั กลม

Phasmid

136 Biology for M.4 student Montfort College

 กำรจัดหมวดหมู่ของหนอนตัวกลม อำศยั กำรมีหรือไม่มีพลำสมิด โดยแบ่งได้ 2 classes ดังนี้
Plasmid

มี ไมม่ ี

Class Phasmidia Class Aphasmidia
 Class Phasmidia
 พยำธติ ัวตดื (Tape worm)

พยำธไิ สเ้ ดือน (Intestinal roundworm)

พยำธเิ สน้ ดำ้ ย (Pinworm) พยำธิปำกขอ (American
hookworm)
 Class Aphasmidia

พยำธิแส้มำ้ (Whip worm)

พยำธใิ นกล้ำมเนอ้ื (Trichina worm) หนอนตวั กลมในโคลน (Metoncholaimus sp.)

Kingdom Animalia 137

Phylum Annelida

 หนอนปล้อง (Segmented worm)  มำจำก Annual = วงแหวน
 มลี กั ษณะทัว่ ไปดังนี้

เนอื้ เยื่อ Triploblastic
ช่องวำ่ งในลำตัว Eucoelomate
สมมำตร Bilaterial symmetry
ปลอ้ งลำตวั Metameric segmentation
ทำงเดนิ อำหำร Complete digestive tract
ระบบหำยใจ Skin diffusion
ระบบหมุ นเวียน Closed system
ระบบขบั ถ่ำย Metanephridia
ระบบประสำท Ventral nerve cord with Ganglion
ระบบโครงรำ่ ง Hydrostatic skeleton
กำรเจรญิ ของ Blastopore Protostomia
กำรลอกครำบของตัวออ่ น Lophotrochozoa
กำรสบื พนั ธุ ์ Regeneration, Sexual
แหลง่ ท่พี บ Terrestrial, Aquatic

 ไขท่ ป่ี ฏิสนธิแล้วจะเจรญิ อยูใ่ นนำ้ เป็นตัวอ่อนเรยี กวำ่ Trochophore
 พวกท่อี ำศยั อยูบ่ นบกหรือในนำ้ จืดจะสร้ำงถุงฟักไข่หรือ Cocoon แลว้ ทิง้ ไว้ตำมทตี่ ่ำงๆ

Trochophore Cocoon

 บรเิ วณลำตัวมีเดือยติดอยู่ช่วยในกำรเคลื่อนที่เรียกว่ำ Setae
หรือ Chaetae

 บำงชนิดมีอวัยวะคล้ำยรยำงค์ช่ วยในกำรเคล่ือนที่และ
แลกเปล่ยี นแกส๊ เรียกวำ่ Parapodium (พหพู จน์ Parapodia)

 ปลอ้ งลำตวั บำงช่วง (ค่อนไปทำงด้ำน Anterior) จะมีลักษณะ
บวมพอง มีสีเข้ม เรียกว่ำ Clitellum ใช้ในกำรสร้ำงถุง
Cocoon

138 Biology for M.4 student Montfort College

Parapodia

 กำรจดั หมวดหมู่ของหนอนปล้อง อำศยั ลักษณะของ Parapodia และ Setae เป็นเกณฑ์ โดยแบ่งได้
3 classes ดังนี้
Setae

มี ไม่มี

Class Hirudinea Parapodia
มี ไม่มี
 ปลิงนำ้ จืด ทำกดูดเลอื ด

Class Polycheata Class Oligocheata

 แมเ่ พรยี ง หนอนท่อ หนอนฉัตร  ไสเ้ ดอื น

 Class Polycheata 

แม่เพรยี ง (San or Clam worm) หนอนทอ่ (Tube worm)

หนอนฉัตร (Fan worm)

NCOlaTsEs: OPloiglyocchheeaattมaี Setae จ้ำนวนมำกตดิ อยู่บน Parapodia, ไม่มี Clitellum

Kingdom Animalia 139

 Class Oligocheata

ไสเ้ ดือนดนิ (Earth worm)

NOTE : Oligocheat มี Setae ขนำดสันกระจำยอยู่ตำมร่ำงกำย, ไม่มี Parapodia, มี Clitellum ตลอดทุก
ชว่ งชีวิต

 Class Hirudinea

ทำกดดู เลอื ด (Haemadipsa sp.)

ปลงิ นำ้ จดื (Leeche)

NOTE : Hirudinea เป็น External parasite, ไม่มี Setae, มี Clitellum เฉพำะช่วงสืบพันธุ์, น้ำลำยมีสำร
ปอ้ งกนั ไม่ใหเ้ ลือดแขง็ ตัวเร็วเรยี กว่ำ Hirudine

140 Biology for M.4 student Montfort College

Phylum Mollusca

 หอย, ทำก และ หมกึ  มำจำกคำว่ำ Molluscus = อ่อนนุม่
 เนื่องจำกลำตวั เป็นกล้ำมเนอื้ (Muscle)

 วิวัฒนำกำรมำจำกกลุ่มหนอนตัวแบน (วิวัฒนำกำรคู่ขนำน
กับ Annellid)

เนอื้ เย่ือ Triploblastic
ช่องวำ่ งในลำตัว Eucoelomate
สมมำตร Bilaterial symmetry
ปล้องลำตัว
ทำงเดนิ อำหำร -
ระบบหำยใจ Complete digestive tract
Gill (Aquatic), Lung (Terrestrial)
ระบบหมุ นเวียน Open circulatory system (หอย),
Closed circulatory system (หมึก)
ระบบขบั ถำ่ ย
ระบบประสำท Nephridia
ระบบโครงร่ำง Nerve ganglion
กำรเจรญิ ของ Blastopore
กำรลอกครำบของตัวอ่อน Exoskeleton
กำรสบื พันธุ ์ Protostomia
แหลง่ ทพ่ี บ Lophotrochozoa

Sexual
Terrestrial, Aquatic

 รำ่ งกำยแบง่ ออกเป็น 3 ส่วน คือ
 หัวและเท้ำ (Head and Foot) เจริญดี

และเช่ือมติดกัน (ยกเวน้ หอยสองฝำส่วน

หัวไม่เจรญิ )
 Visceral mass หรือก้อนอวัยวะภำยใน

โดยอวัยว ะภำยในจะถูกห่อหุ้มด้ว ย

เนือ้ เย่ือทำให้อวัยวะภำยในของมอลลัสก์

จับตวั รวมกนั เป็นก้อนใหญก่ ้อนเดยี ว
 Mantle (หรือ Palium) เป็นแผ่นเย่ือที่

เจริญมำจำกผนังตัวด้ำนหลังของ Visceral mass ทำหน้ำท่ีสร้ำงเปลือกหินปูน (External

calcarrous shell)

Kingdom Animalia 141

 ส่วนใหญ่กินอำหำรดว้ ยกำรขูดหรอื กัดโดยใช้ Radula ท่มี ีฟันซ่ีเล็กๆ เรียงเป็นแถว (Radular teeth)
หอยสองฝำจะไมม่ ี Radula สว่ นในหมกึ จะมีเขีย้ ว (Chitinous jaw) มำแทนท่ี

เขยี้ ว (Chitinous jaw)

 ไข่ที่ปฏสิ นธแิ ลว้ จะเจริญเป็นตัวอ่อน Trochophore เหมือนกบั Annellid

ตัวออ่ น Trochophore ของ Mollusk

 กำรจัดหมวดหมู่ของมอลลักส์ อำศัยจำนวนเปลือกและลักษณะพิเศษของร่ำงกำยเป็นเกณฑ์ โดย
แบง่ ได้ 7 classes ดงั นี้

142 Biology for M.4 student Montfort College

เปลือก (Skeleton)

ไม่มี มี

Class Aplacophora ตำแหน่งของเปลือก

 Worm mollusk ในร่ำงกำย นอกรำ่ งกำย

Class Cephalopoda จำนวนเปลอื ก
=1 > 1
 หอยงวงชำ้ ง หมกึ

มรี ทู ีด่ ำ้ นบนของเปลือก เปลอื ก 2 แผ่น เปลือก 8 แผน่

มี ไมม่ ี Class Bivalia

Class Scaphopoda  หอยสองฝำ

 หอยงำชำ้ ง Class Polyplacophora

 ลนิ่ ทะเล

ทำงเดนิ อำหำรบิด 180o

พบ ไมพ่ บ

Class Gastropoda Class Monoplacophora

 หอยทำก ทำก  หอยฝำละมี

 Class Aplacophora

Worm mollusk หรอื Solenogaster

Kingdom Animalia 143

 Class Monoplacophora

หอยฝำละมี

NOTE : มีเปลือกเพียง 1 ชิน รูปร่ำงคล้ำยฝำชีแต่ปลำยยอดค่อนไปทำงด้ำนหน้ำ ส่วนหัวไม่เจริญ ไม่มีหนวด
ไม่มตี ำ มีกลำ้ มเนือหดเท้ำ

 Class Polyplacophora

ล่นิ ทะเล (Chiton)

NOTE : ลำ้ ตวั เป็นรปู วงรี ดำ้ นหลงั โคง้ นนู มเี ปลือก 8 แผ่นเรยี งเกยกนั จำกหัวไปทำ้ ย ด้ำนท้องแบนมีเท้ำขนำด
ใหญ่ พบตำมชำยหำดหิน บรเิ วณเขตน้ำขึนนำ้ ลง

 Class Gastropoda

หอยฝำเดยี ว (Snail) และทำก (Slug)

NOTE : ส่วนหัวเจริญดี มีหนวด 1 - 2 คู่ มีตำ 1 คู่ ก้อนอวัยวะภำยในบิด (Torsion) ทวนเข็มนำฬิกำ 180
องศำ ท้ำให้ทำงเดินอำหำรบิดเป็นรูปตัวยู (U) และทวำรหนักบิดมำเปิดที่ด้ำนหน้ำล้ำตัว ส่งผลให้
เปลอื กที่มี 1 ชนิ บิดเป็นเกลยี ว (Coiling) ตำมเข็มนำฬกิ ำ

144 Biology for M.4 student Montfort College

 Class Bivalia (Pelecypoda)

หอยแมลงภู่ (Perna viridis) หอยมกุ กัลปังหำ (Pteria penguin) หอยมือเสือ (Tridacna gigas)

NOTE : สว่ นหัวเสอ่ื ม มีเปลือก 2 ชินขนำดเท่ำกัน ประกบกันโดยมีบำนพับยึดไว้ด้ำนหลัง กินอำหำรโดยกำร
กรอง (Filter feeding) บำงชนดิ ถ้ำมสี ง่ิ แปลกปลอมหลดุ เข้ำไปในช่องระหว่ำงเปลือกกับเย่ือแมนเทิล
จะขับชนั มกุ (Nacreous layer) ออกมำหุ้มสง่ิ แปลกปลอมไว้ และกลำยเปน็ เมด็ มกุ (Pearl)

 Class Scaphopoda

หอยงำชำ้ ง (Tooth shell)

 Class Cephalopoda

หอยงวงชำ้ ง (Nautilus) หมึกกลว้ ย (Squid) เพน (Pen)

หมึกกระดอง (Sepia spp.) ลิ้นทะเล (Cuttle bone/Sea biscuit) หมกึ ยกั ษ์ (Octopus)

NOTE : ส่วนหัวท่ีมีขนำดใหญ่และเจริญดี ระบบประสำทเจริญดีมำก ตำมีขนำดใหญ่ มีเซลล์เม็ดสี
(Chromatophore) อยู่ใน Epidermis สำมำรถเปลี่ยนสีได้ตำมภำวะอำรมณ์ เท้ำมีกำรเจริญเป็น
หนวดทม่ี ีปุ่มดูด (Arm/Tentacle) และทอ่ น้ำ (Siphon) มถี ุงหมึก (Ink sac) อยู่ทีป่ ลำยล้ำไส้


Click to View FlipBook Version