The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สไลด์ประกอบเนื้อหาเรื่อง Animal Reproduction

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by todsapon, 2021-04-28 11:26:19

Animal Reproduction

สไลด์ประกอบเนื้อหาเรื่อง Animal Reproduction

Keywords: ชีววิทยา,biology

Male genital organ

• 2. เนื้อเยื่ออินเตอร์สติเชียล (Interstitial tissue)
ระหว่างหลอดสร้างอสุจิแต่ละหลอด จะมีเนื้อเยื่อที่
ประกอบด้วยเส้นเลือด เส้นประสาท และเซลล์ต่างๆ
โดยเซลล์ที่มีจานวนมากที่สุดคือ อินเตอร์สติเชียล
เซลล์ หรือเลย์ดิกเซลล์ (Interstitial cell/Leydig
cell) ทาหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนเพศชาย
(Androgen) ซึง่ ประกอบดว้ ยฮอรโ์ มนเทสโทสเตอโรน
(Testoeterone) เปน็ ส่วนใหญ่



Male genital organ

• ท่อรวมหลอดสรา้ งอสจุ ิ (Rate testis) จากหลอดสรา้ ง
อสุจิก่อนเปิดเข้าสู่หลอดเก็บอสุจิจะมีลักษณะเป็นท่อ
ตรงเรียกว่า ทูลูลิ เรคติ (Tubuli recti) ซ่ึงหลอด
เหล่านี้จะผสานกันเป็นร่างแหรวมเรียกว่า ท่อรวม
หลอดสร้างอสุจิ เป็นท่อที่รวมหลอดสร้างอสุจิทั้งหมด
อยู่ทางด้านหลังของอัณฑะ

Male genital organ

• หลอดเก็บอสุจิ (Epididymis) มีลักษณะเป็นท่อทีข่ ดไป
มาจนอัดกันแน่น มีความยาวประมาณ 4 cm. แต่ถ้า
ยืดให้ยาวออกจะมีความยาวถึง 6 m. มีหน้าที่ในการ
เก็บอสุจิและสร้างอาหารเลี้ยงอสุจิ โดยอสุจิจะพักตัว
อยู่ในหลอดเก็บอสุจินานประมาณ 6 สัปดาห์จึงมี
สภาพที่แข็งแรงพร้อมในการผสมกับไข่ตอ่ ไป

Male genital organ

• รอบๆ หลอดเก็บอสุจิจะมีกล้ามเนื้อเรียบตามวง
(Circular smooth muscle) ช่วยขับอสุจิทีเ่ จริญเต็มที่
แล้วให้เคลื่อนที่ออกไปด้วยวิธืเพอริทัลซิส นอกจากนี้
ยังเป็นท่อที่นาอสุจิออกจากอัณฑะไปยังท่อฉีดอสุจิ
หลอดเก็บอสุจิจะอยู่ถัดจากท่อรวมหลอดอสุจิโดยมี ท่อ
Vas efferens เป็นตัวเชือ่ ม

Male genital organ

• ท่อนาอสุจิ (Vas deferens) มีความยาวประมาณ 45 cm. ต่อ
จากตอนปลายของหลอดเก็บอสุจิ ลักษณะของท่อนาอสุจิจะวก
ข้ึนไปเหนือกระดูกเชิงกราน ผ่านด้านหลังของกระเพาะ
ปัสสาวะและไปเชื่อมยังท่อฉีดอสุจิโดยมีต่อมสร้างน้าเลี้ยงอสุจิ
ติดเชื่อมอยู่บริเวณปลายของท่อนาอสุจิด้วย โดยก่อนจะถึงต่อม
สร้างน้าเลี้ยงอสุจิ ท่อนาอสุจิจะขยายใหญ่เป็นแอมพูลา
(Ampula) ซึ่งจะเก็บอสุจิไว้ก่อนฉีดออกไปตามท่อ ท่อนาอสุจิจะ
มีผนังเป็นกล้ามเนื้อเรียบที่หนา สามารถคลาได้จากภายนอก
ในการทาหมันถาวรของเพศชาย (Vasectomy) ก็คือการผูก
หรือตัดทอ่ นาอสุจินัน่ เอง

Male genital organ

• ต่อมสร้างน้าเลี้ยงอสุจิ (Seminal vesicle) มี 1 คู่
ลักษณะเป็นท่อที่ขดไปม า ทาหน้าที่สร้างอาหาร
เลี้ยงตัวอสุจินัน่ ก็คือ Seminal fluid ซ่ึงเป็นของเหลวมี
สีเหลืองอ่อนๆ ประกอบไปด้วย น้าตาลฟรุกโทส
วิตามินซี โปรตีนโกลบูลิน และน้า ซึ่งช่วยให้อสุจิ
ส า ม า ร ถ อ ยู่ ภ า ย น อ ก ไ ด้ น า น ขึ้ น แ ล ะ ช่ ว ย ใ น ก า ร
เคลื่อนที่ของอสุจิอีกดว้ ย การสรา้ ง Seminal fluid ถูก
ควบคมุ โดยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรสจากอัณฑะ

Male genital organ

• ต่อมลูกหมาก (Prostate gland) มีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ อยู่
ทางด้านล่างของกระเพาะปัสสาวะ ทาหน้าที่สร้าง Prostatic
fluid ซ่ึงมีลักษณะเป็นน้าเมือกสีคล้ายน้านม มีฤทธ์ิเป็นเบส
อ่อนๆ ช่วยปรับสภาพ pH ให้เหมาะสมกับการดารงชีวิตของ
อสุจิเมื่อเข้าไปอยู่ในช่องคลอดของเพศหญิง และยังทาให้อสุจิ
เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ในเพศชายเมื่ออายุ 50 ปีข้ึนไปจะพบว่าต่อม
ลูกหมากจะขยายใหญ่ขึ้น จนไปกดทับท่อปัสสาวะทาให้มีปัญหา
ในการขับถ่ายปัสสาวะ เรียกว่าภาวะต่อมลูกหมากโต อาจ
ส่งผลให้ปัสสาวะติดๆ ขัดๆ ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น และอาจทาให้
ท่อปัสสาวะอักเสบจากการติดเชื้อได้ ซึ่งหากเป็นมากอาจต้อง
ตัดต่อมลูกหมากท้ิง

Male genital organ

• ต่อมบัลโบยูรีทัล (Bulbourethral gland) หรือต่อมคาว
เปอร์ (Cowper’s gland) มีขนาดเล็ก รูปรา่ งคล้ายถั่ว มี 1
คูอ่ ยูใ่ ตต้ ่อมลูกหมาก ทาหน้าที่สร้างสารที่เป็นเบสส่งเข้าไป
ยังท่อปัสสาวะเพื่อลดความเป็นกรดของปัสสาวะ และสร้าง
สารหล่อลื่น (Mucous) ในภาวะที่ถูกกระตุน้ ให้มีความตื่นตัว
ทางเพศ สารจากต่อมคาวเปอร์จะแตกต่างจากสารที่สร้าง
จากต่อมอื่นๆ ตรงที่ถูกสร้างและส่งเข้าไปยังท่อปัสสาวะได้
โดยตรงโดยที่ไมจ่ าเป็นต้องไปรวมกับอสุจกิ ่อนก็ได้

Male genital organ

• ท่อฉีดอสุจิ (Ejaculatory duct) เป็นส่วนทีอ่ ยู่ถัดจาก
ท่อนาอสุจิ หรือก็คือส่วนที่รวมระหว่างท่อนาอสุจิกับ
ต่อมสร้างน้าเลี้ยงอสุจิแล้วนั่นเอง มีความยาวแต่ละ
ข้างประมาณ 2 cm. ทาหน้าที่นาอสุจิและ Seminal
fluid มารวมกันก่อนส่งเขา้ ไปยังทอ่ ปัสสาวะโดยพาด
ผา่ นต่อมลูกหมาก และสามารถบีบตัวขับอสุจิได้เมื่อถูก
กระตุ้นทางเพศเพื่อให้อสุจิเคลื่อนตัวถงึ ปากมดลูกได้

Male genital organ

• ท่อปัสสาวะ (Urethra) เป็นส่วนที่อยู่ปลายสุดของ
อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชาย โดยอยู่ถัดจากต่อม
ลูกหมากเข้าไปสู่ลึงค์ ทาหน้าที่เป็นทางผ่านของ
ปัสสาวะในยามปกติ และเป็นทางออกของอสุจิเมื่อถูก
กระตุ้นทางเพศ โดยมีหูรูดที่ทางออกของกระเพาะ
ปัสสาวะป้องกันไม่ให้ขับปัสสาวะในเวลาที่ต้องขับตัว
อสุจิ

Male genital organ

• นา้ กาม (Semen) เปน็ ส่วนประกอบที่เกิดจากการผสมของอสุจิ
ประมาณ 1 %, Seminal fluid ประมาณ 75 – 80%, Prostatic
fluid 15 – 20 % และ Mucous ประมาณ 2 – 5% โดยนา้ กามจะ
มีสีขาว ทึบแสง มีกล่ินเฉพาะตัว การหลั่งน้ากามนั้นเกิดจาก
การหดและเกร็งตัว (Orgasm) ของกล้ามเนื้อตามท่อและต่อม
สร้างน้าเลีย้ งอสุจิ โดยในการหลั่งแต่ละครัง้ จะมีน้ากามออกมา
ประมาณ 2 – 7 ml. และมีตัวอสุจิอยู่ประมาณ 180 – 300 ล้าน
ตัวต่อน้ากาม 1 ml. อสุจิที่ถูกขับออกมาพร้อมน้ากามจะ
เคลื่อนที่ได้เพราะมีอาหารและมีสภาพ pH ที่เหมาะสม ซ่ึงจะอยู่
ในมดลูกของผู้หญิงได้นานประมาณ 48 ชั่วโมง แต่หากถูกหลั่ง
ออกมาภายนอกจะอยู่ได้ไมก่ ีน่ าทีก็จะแหง้ ตายไป







Female genital organ

• อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงภายนอก (External female
genital organ)

• คลิทอริส (Clitoris) เป็นสว่ นทีอ่ ย่ทู างสว่ นบนของแคม
เล็ก มีลักษณะเป็นปุ่ม มีการเจริญแบบเดียวกับลึงค์
ของเพศชาย มีเนื้อเยื่อที่แขง็ ตัวได้ (Erectile tissue)
มีเส้นประสาทมาสิ้นสุดอยู่มากทาให้รับรู้ความรู้สึก
ตา่ งๆ ได้เร็ว

Female genital organ

• แคมใหญ่ (Labia majora) เป็นส่วนของผิวหนังที่มี
กอ้ นไขมันหนา ด้านหนา้ ของแคมใหญ่ทัง้ 2 ขา้ งจะติด
กับเนินหัวเหน่า แคมใหญ่มีการเจริญแบบเดียวกับถุง
อัณฑะของเพศชาย

Female genital organ

• แคมเลก็ (Labia minora) เป็นส่วนของผิวหนังซ่งึ อยู่
ด้านในของแคมใหญ่และถูกแคมใหญ่ปิดทับอยู่ แคม
เล็กมีต่อมไขมันมาก ช่วยให้เกิดการหล่อลื่นและ
ปอ้ งกันการเสียดสขี ณะรว่ มเพศ



Female genital organ

• อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงภายใน (Internal female
genital organ)

• รังไข่ (Ovary) ทาหน้าที่สรา้ งไข่ (Ovum) และฮอร์โมน
เพศหญิง มี 1 คู่ ขนาดเท่ากับนิ้วหัวแม่มืออยู่ 2 ข้าง
ของมดลูกบริเวณอุ้งเชิงกราน โดยมีเยื่อ Mesovarium
ยึดรังไข่เอาไว้ใหต้ ดิ กับผนังลาตัว

Female genital organ

• ไข่จะอยู่ในรังไข่ตั้งแต่ทารกเจริญอยู่ในครรภ์ โดยจะยัง
เจริญไม่เต็มที่ เรียกว่า โอโอไซต์ระยะแรก (Primary
oocyte) ซ่ึงเป็นเซลล์ดิพอลยด์ จะมีอยู่ประมาณ 2 ล้าน
เซลล์ แต่เมื่อถึงแรกเกิดจะเหลือเพียงประมาณ 4 แสน
เซลล์ โอโอไซตจ์ ะมีฟอลลเิ คิลเซลล์ (Follicle cell) ลอ้ มรอบ
เป็นถุง เรียกว่า ฟอลลิเคิล (Follicle) เมื่อทารกใกล้คลอด
เซลล์โอโอไซต์ระยะแรกจะพัฒนาเข้าสู่ระยะ Prophase I
และหยุดอยูท่ ีร่ ะยะนี้จนกว่าจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

Female genital organ

• ฟอลลิเคิลเซลลจ์ ะมีจานวนมากขึน้ และมีหลายชัน้ โดยจะมีโซนา
เพลลูซิดา (Zona pellucida) โอบลอ้ มโอโอไซต์ไว้ เรียกว่าฟอล
ลิเคลิ ระยะแรก (Primary follicle) ต่อมาฟอลลิเคิลมีการสะสม
ของเหลวไว้ในช่องว่างเรียกว่า แอนทรัม (Antrum) ระยะนี้จะ
เรียกว่า ฟอลลิเคิลระยะที่ 2 (Secondary oocyte) ซึ่งโอโอ
ไซต์จะถูกดันไปอยู่ข้างหน่ึง และมีเซลล์ที่ล้อมรอบโอโอไซต์ใน
แนวรัศมีเรียกว่า โคโรนาเรดิเอตา (Corona radiata) ต่อมา
เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ต่อมใต้สมองส่วนหน้าจะหลั่งฮอร์โมน
FSH (Follicle stimulating hormone) ไปกระตุ้นฟอลลิเคิลให้
เจริญเตม็ ทีก่ ลายเป็น กราเฟียนฟอลลเิ คลิ (Graafian follicle)

Female genital organ

• ภายในฟอลลิเคิลแอนทรัมขนาดเลก็ จะเรมิ่ รวมกันจนมี
ขนาดใหญข่ ้นึ และเนื้อเยื่อทีอ่ ยู่รอบฟอลลเิ คิลจะมีเซลล์
ทีคา อนิ เทอรน์ า (Theca interna) สรา้ งฮอรโ์ มนเพศ
หญิงคือ เอสโทรเจน (Estrogen) สว่ นเนื้อเยื่อชัน้ นอก
คือ ทีคา เอกซ์เทอร์นา (Theca externa) จะ
ประกอบด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไม่มีหน้าที่สร้าง
ฮอร์โมน



Female genital organ

• เมื่อฟอลลิเคิลมีขนาดใหญ่มากขึ้น จะแตกออกที่ผิวรัง
ไข่ ทาให้โอโอไซต์ซ่ึงตอนนี้จะเข้าสู่ระยะที่ 2
(Secondary oocyte) ที่มีโซนาเพลลูซิดาล้อมรอบ
และเซลล์ของโคโรนาเรดิเอตาหลุดออกมาจากรังไข่
(การเปลี่ยนแปลงจากโอโอไซต์ระยะแรกไปยังโอโอ
ไซต์ระยะที่ 2 จะอธิบายในเรื่อง Oogenesis) เรียก
กระบวนการนี้วา่ การตกไข่ (Ovulation)

Female genital organ

• ในคนปกติจะตกไข่เดือนละ 1 ใบ ซงึ่ อาจจะมาจากรังไขข่ ้างซ้าย
หรือขวาสลับกันเดือนละครั้ง หลังจากที่ไข่ตกแล้ว ผนังฟอลลิ
เคิลจะเหี่ยวและเปลี่ยนแปลงเป็น คอร์ปัสลูเทียม (Corpus
luteum) ซ่ึงจะสร้างฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน (Progesterone)
เมื่อเวลาผา่ นไปถ้าไขไ่ มไ่ ดร้ ับการปฏสิ นธจิ ะทาให้คอรป์ ัสลูเทียม
ค่อยๆ สลายตัวไปและเปลี่ยนแปลงเป็นคอร์ปัส อัลบิแคนส์
(Corpus albicans) กระบวนการตกไข่ของผู้หญิงจะเกิดข้ึน
ตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์จนถึงอายุประมาณ 35 ปี ทาให้มีไข่ตก
ประมาณ 400 เซลล์เท่านั้น ส่วนที่เหลือจะฝ่อไปก่อนการเจริญ
ถึงขั้นสุดท้าย



Female genital organ

• ท่อนาไข่หรือปีกมดลูก (Oviduct/Fallopiting tube)
เป็นท่อที่รับโอโอไซต์ระยะที่ 2 จากรังไข่เพื่อนาไปยัง
มดลูก มี 1 คู่ ยาวประมาณ 10 cm. ท่อนาไข่จะไม่อยู่
ติดกับรังไข่โดยตรง โดยช่องตรงปลายของท่อนาไข่
จะจะเปิดสูช่ ่องท้องใกล้ๆ รังไข่ มีลักษณะเป็นปากแตร
เรียกวา่ Oviduct funnel หรือ ฟิมเบรีย (Fimbria)

Female genital organ

• เมือ่ โอโอไซต์หลุดออกจารังไข่จะถูกพัดโบกโดยซิเลียในฟิม
เบรียให้เคลื่อนที่เข้าไปในท่อนาไข่ และถัดจากฟิมเบรียจะ
เป็นท่อที่พองออกเล็กน้อยเรียกว่า แอมพูลา (Ampula)
บริเวณนี้เป็นบริเวณที่อสุจิจะเข้ามาปฏิสนธิกับโอโอไซต์
จากบริเวณนี้เป็นต้นไปจนถึงมดลูกจะเป็นส่วนที่มีเซลล์ซิ
เ ลี ย ช่ ว ย พั ด โ บ ก ไ ซ โ ก ต ที่ เ กิ ด จ า ก ก า ร ป ฏิ ส น ธิ แ ล้ ว ใ ห้
เคลื่อนทีไ่ ปยังมดลูกได้ ซ่ึงจะใชเ้ วลาประมาณ 7 วัน และถ้า
โอโอไซต์ไม่ได้รับการปฏิสนธิจะมีอายุอยู่ในท่อนาไข่ได้ไม่
เกนิ 1 วันจึงสลายตัวไป



Female genital organ

• มดลูก (Uterus) เป็นส่วนของท่อนาไข่ที่ขยายตัวออก
เพื่อใช้ให้เป็นที่สาหรับการฝังตัวของเอมบริโอและ
เจริญพัฒนาต่อไปเป็นทารก มดลูกมีขนาดประมาณ 3
น้ิว มีตาแหน่งอยู่ด้านหลังของกระเพาะปัสสาวะ
สว่ นบนของมดลูกเรียกว่า ฟันดัส (Fundus) เชือ่ มต่อ
เข้ากับท่อนาไข่ ตรงกลางของมดลูกเรียกว่า ตัวมดลูก
(Body) มีลักษณะเปน็ โพรงข้างในเรียกว่า โพรงมดลูก
(Uterine cavity)

Female genital organ

• ส่วนด้านล่างของมดลูกมีลักษณะแคบลงเข้าหากันและติด
กับช่องคลอดเรียกว่า ปากมดลูก (Cervix) หากพิจารณา
มดลูกในลักษณะของเนื้อเยื่อ พบว่ามดลูกแบ่งเนื้อเยื่อ
ออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอกสุด เรียกว่า ซีโรซา (Serosa)
หรือ เพอริมีเทรียม (Perimetrium) มีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อ
เกี่ ย ว พัน บ าง ๆ ชั้น ก ล า งเ รีย ก ว่ า ไ ม โ อ มีเ ท รี ย ม
(Myometrium) มีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อเรียบที่มีความ
แข็งแรงและยืดหยุนได้มาก สามารถขยายตัวได้หลายเท่า
และบีบตัวให้ทารกคลอดออกมาได้

Female genital organ

• ชั้นในสุดเรียกว่า เอนโดมีเทรียม (Endometrium) มี
ลักษณะคล้ายฟองน้า มีการเปลี่ยนแปลงความหนาตลอด
ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ โดยถ้าไม่มีการปฏิสนธิและฝังตัวของ
เอมบริโอ เนื้อเยื่อชัน้ นีจ้ ะสลายตัวไปกลายเป็นประจาเดือน
และจะเพิ่มความหนาใหม่ในรอบเดือนถัดไป แต่ถ้ามีการ
ปฏิสนธิและเอมบริโอฝังตัวในเนื้อเยื่อชั้นนี้แล้ว จะมีการ
สร้างรก (Placanta) เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส รับ
อาหาร และการกาจัดของเสียต่างๆ ของตัวออ่ นในครรภ์

Female genital organ

• ชอ่ งคลอด (Vagina) เป็นท่อกลวงตอ่ จากปากมดลูกออกมา
มีปลายเปิดด้านนอกอยู่ระหว่างรูปัสสาวะกับทวารหนัก
เรียกว่า ปากช่องคลอด ที่บริเวณนี้จะมีเยื่อเมือกบางๆ ปิด
อยูเ่ รยี กวา่ เยือ่ พรหมจารีย์ (Hymen) ภายในช่องคลอดจะมี
ความเป็นกรดเล็กน้อย ประกอบด้วยเซลล์เนื้อเยื่อที่สร้าง
เมือกที่ทาให้ช่องคลอดชุ่มชื้นและช่วยหล่อลื่น และมี
กล้ามเนื้อเรียบที่สามารถขยายตัวได้มากโดยเฉพาะเวลา
คลอด พบว่ามีโปรโตซัวชนิดหน่ึงคือ Trichomonas
vaginalis ที่สามารถทาให้ผนังช่องคลอดอักเสบและเกิด
อาการตกขาวได้







Gametogenesis

• การสร้างเซลล์สืบพันธุ์ หากย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น
นั้น ต้องกล่าวถึงการสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชาย
และหญิงก่อน โดยที่ขณะที่ทารกเจริญอยู่ในครรภ์นั้น
เนื้อเยื่อชั้นกลาง (Mesoderm) ของเอมบริโอจะมีการ
สร้างโกแนด (Gonads) ซ่งึ เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ที่ยังไม่
จาแนกออกเป็นเพศใดเพศหนึ่ง ส่วน Endodermal
cell จากถุงไขแ่ ดง (York sac) จะพัฒนาไปเปน็ ไพร
โมเดียลเจริ ม์ เซลล์ (Primordial germ cell)

Gametogenesis

• เมือ่ เอมบรโิ ออายุ 4 สัปดาห์ จากนั้นไพรโมเดียลเจริ ์มเซลล์
จะเคลื่อนยา้ ยไปยังโกแนดโดยอยู่ในเนื้อเยื่อรอบๆ โกแนด
เมื่อเอมบริโออายุ 7 สัปดาห์ อทิ ธิพลของโครโมโซมเพศจะ
มีผลต่อการเจริญและพัฒนาของโกแนด โดยโครโมโซม Y
จะกาหนดการพัฒนาให้โกแนดเปลี่ยนแปลงไปเป็นอัณฑะ
(Testis) และไพรโมเดียลเจิร์มเซลล์จะย้ายเข้าไปอยู่ใน
หลอดสร้างอสุจิจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์สเปอร์มาโทโก
เนียม (Spermatogonium)

Gametogenesis

• แต่ถ้าไม่มีโครโมโซม Y โกแนดจะมีการพัฒนา
เปลี่ยนแปลงไปเป็นรังไข่ (Ovary) และไพรโมเดีย
ลเจิร์มเซลล์จะพัฒนาต่อไปเป็นเซลล์โอโอโกเนียม
(Oogonium)





Spermatogenesis

• การสรา้ งเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ของเพศชาย จะถูกกระตุ้นเมื่อ
เพศชายเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมน FSH จากต่อมใต้สมองส่วน
หน้าและฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจากเลย์ดิกเซลล์จะ
กระตุน้ เซลล์สเปอร์มาโทโกเนียม (2n) ให้มีการแบ่งเซลล์
แบบ Mitosis จนได้เซลล์สเปอร์มาโทโกเนียมเพ่ิมอีกหลาย
เซลล์ จากนั้นเซลล์สเปอร์มาโทโกเนียมจะมีการพัฒนา
โดยมีขนาดใหญ่ขึ้นและเปลี่ยนเป็นเซลล์สเปอร์มาโทไซต์
ระยะแรก (Primary spermatocyte: 2n)

Spermatogenesis

• ต่อมาจะเร่ิมแบ่งเซลล์แบบ Meiosis โดยเมื่อแบ่ง
Meiosis I จบจะได้เซลล์ลูก 2 เซลล์ที่มีโครโมโซม
ลดลงคร่ึงหนึ่ง (2n → n) เรียกวา่ เซลล์สเปอร์มาโท
ไซต์ระยะที่ 2 (Secondary spermatocyte: n)
จากนั้นจะแบ่งต่อจนจบ Meiosis II ได้เซลล์ลูก 4
เซลล์ที่มีโครโมโซมเป็นแฮพลอยด์ เรียกว่า สเปอร์มา
ทิด (Spermatid: n)

Spermatogenesis

• จากนั้นเซลล์สเปอร์มาทิดที่ได้จะมีการเปลี่ยนแปลง
รูปร่าง โดยลดปริมาณไซโทพลาสซึมลงและมีการ
สร้างแฟลกเจลลัมโดยเซนทริโอล จนกลายเป็นเซลล์
ที่มีขนาดเล็กและมีหาง เรียกว่า สเปอร์มาโทซัว
(Spermatozoa: n) หรือตัวอสุจิ (Sperm)



Spermatogenesis

• อสุจิของคนและสัตว์ชั้นสูงมีลักษณะที่คล้ายกัน โดยแบ่ง
ออกเปน็ 3 สว่ น ดังนี้

• ส่วนหัว (Head) เป็นส่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเซลล์อสุจิ
ภายในบรรจุนิวเคลียสไว้เต็ม ด้านบนของส่วนหัวมี
โครงสร้างที่เรียกว่า อะโครโซม (Acrosome) ซ่ึง
เปลี่ยนแปลงมาจากกอลจิคอมเพล็กซ์ (Golgi complex) มี
หน้าที่สาหรับการเจาะไข่ในระหว่างการปฏิสนธิ โดยอะ
โครโซมจะมีเอนไซม์ที่ย่อยสลายเยื่อรอบนอกของเซลล์ไข่
ให้บางลงและขาดออกเพื่อให้อสุจิเข้าไปผสมกับนิวเคลียส
ของไขไ่ ด้

Spermatogenesis

• ส่วนลาตัว (Middle piece) มีความยาวประมาณ 5 -
7 ไมครอน มีลักษณะเป็นแท่ง ภายในประกอบด้วย
เซนทริโอล 2 อันสร้างเส้นใยโปรตีนที่เรียกว่า แอ
เซียลฟิลาเมนต์ (Axial filament) และรอบๆ แอเซียล
ฟิลาเมนต์จะมีไมโทคอนเดรียจานวนมากอยู่ดดยรอบ
ทาหน้าที่ให้พลังงานแกส่ ่วนหัวและสว่ นหางของอสุจิ

Spermatogenesis

• ส่วนหาง (Tail) มีความยาวประมาณ 40 – 60
ไมครอน เป็นส่วนของแอเซียลฟิลาเมนต์ที่ไม่มีเยื่อหุ้ม
มีลักษณะเป็นสายยาว ภายในมีไมโครทูบูลที่มีการ
เรียงตัวแบบ 9+2 เหมือนแฟลกเจลลัมทั่วไป ทาหน้าที่
ในการเคลือ่ นทีท่ าใหอ้ สุจไิ ปผสมกับเซลลไ์ ข่ได้


Click to View FlipBook Version